ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวขายตรง AEC แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวขายตรง AEC แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM แห่ขยายสาขา ตจว. ปักธงหัวเมืองใหญ่รับ AEC







email-mlm-leads (Mobile)

 


MLM เคลื่อนทัพบุกยึดหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เตรียมความพร้อมศูนย์สาขารองรับการเปิดเสรีการค้า AEC "ไทยเฮลท์" บุกหนักเร่งปักธง 4 ภาค ตั้งเป้าสิ้นปีเปิดศูนย์ครบ 10 สาขา เผย กระแสตอบรับเกินคาด หลังดึง 7 ศิลปินดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า เดินสายโรดโชว์จัดอีเวนต์ใหญ่ทั่ว ประเทศ "ออร์กาโน่" โฟกัส อีสาน-ใต้ อัพสมาชิก 2 หมื่นรหัส ด้าน "เอเชีย สุพรีม" เล็งหัวเมืองอีสานผุด 5 สาขา เตรียมคลังสินค้า อีกกว่า 20 แห่งไว้รองรับ ส่วน "ดีไลฟ์" ยึดขอนแก่นประตูสู่อาเซียน


จากการเตรียมความพร้อมของกลุ่มบริษัทขายตรง เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 ส่งผลให้บรรดาบริษัทต่างๆ พยายาม รุกคืบออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ขยายสาขาตาม หัวเมืองใหญ่เพื่อรองรับสมาชิก ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการสร้างแบรนด์ สร้างฐานการตลาดก่อนที่จะออกไปปักธงในประเทศต่างๆ ทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกประเทศ กลุ่มอาเซียน


นายไตรรัตน์ ธีรทิพย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพในระบบ ขายตรงและแฟรนไชส์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัว "ไทยเฮลท์กรุ๊ป" ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาได้เกิดกระแสตอบรับจากสมาชิกใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก มาจากการ นำศิลปินดาราถึง 7 คนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์หลักคือน้ำเห็ดสกัดตรา "มัชรูม พลัส" ใบเตย อาร์สยาม เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงตรา "ซ้อเจ็ด เซ็ตคัพ" สามารถ พยัคฆ์อรุณ และสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวตรา "ยูนิ ไรซ์" และ สมเล็ก ศักดิกุล พร้อมด้วย หมวย แม็กซิม และอะตอม ภัคจิรา เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย ตรา "วีเอ็ม พลัส"


"สิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการคือเร่งขยายเปิดศูนย์ให้ได้ 10 สาขา ภายในสิ้นปีนี้เป็นอย่างน้อย โดยคุณสมบัติของสมาชิกที่จะเปิดสาขาจะต้องเป็นสมาชิกกับบริษัท อย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งเวลานี้มีสมาชิกตามจังหวัด ต่างๆ หลายแห่ง และจะไล่เปิดตามหัวเมือง จังหวัดใหญ่ๆ ให้ครอบคลุม 4 ภาคทั่วประเทศ"


นายไตรรัตน์กล่าวว่า ตอนนี้ได้ตั้งเป้า หมายว่าภายใน 3 ปีจะมีผู้สนใจเข้าร่วมธุรกิจ เป็นสมาชิกประมาณ 2 หมื่นคนซึ่งจะมีส่วน ช่วยทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 50% ของรายได้ และหากผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับและเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น จากนั้นจะมีการผลักดันเข้าเป็นบริษัท (มหาชน) ต่อไป โดยมีเป้าหมาย 5 ปีว่า จะ สามารถทำยอดขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวมด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท


ออร์กาโน่ โฟกัส อีสาน-ใต้


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการ ทั่วไป บริษัท ออร์กาโน่ โกลด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยมีการเปลี่ยนแปลงการจัดการภายในหลายอย่าง แต่ก็เป็นไปในทิศทางที่เติบโตขึ้น และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้จัดงานใหญ่แบบนี้ ซึ่ง มีสมาชิกกว่า 1 พันคน เข้าร่วมงานทั้งสมาชิก จากไทยและต่างประเทศ ซึ่งถือว่าภาพรวม น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง


ในส่วนของกิจกรรมทางการตลาด "ออร์กาโน่ โกลด์" ยังพยายามเจาะตลาดไปที่ภาคอีสาน และภาคใต้เหมือนเดิม ส่วน ของเป้าหมายด้านสมาชิก บริษัทได้ตั้งเป้าไว้ที่ 2 หมื่นรหัสภายในสิ้นปีนี้ โดยมีสมาชิกที่แอ็กทีฟประมาณ 20% จากกลุ่มสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่เป็นผู้จัดการเองในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุมสัมมนา การเทรนนิ่ง โดยที่บริษัทจะเป็นผู้ที่คอยสนับสนุน ในเรื่องของออฟฟิศ และสินค้าที่จะนำเข้าสู่ตลาด


"เอเชีย สุพรีม" เล็งหัวเมืองอีสานผุด 5 สาขา


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่ เน้นใช้โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจ จัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทาง เพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้น โดยสิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว


ในส่วนของแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง อ.สุธีร์ ประธานใหญ่ "เอเชีย สุพรีม" ได้กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมจะเปิดสาขาเพิ่ม เป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยมองไว้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่ง ที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


"ผมคิดว่า บริษัทกำลังเติบโตไปในทางที่ดี สิ่งที่กำลังทำต่อไปในอนาคต คือจะ มีศูนย์ขยายงานให้สมาชิกไว้ใช้ทั่วประเทศ ที่นี่จะคอยกระจายเครือข่ายในระดับรากหญ้า และไปถึงคนชนชั้นกลาง รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจ และตอนนี้บริษัทก็ได้มีผู้นำเก่งๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างตลาด ออกไปให้ยั่งยืน"


"ดีไลฟ์" ยึดขอนแก่นประตูสู่อาเซียน


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ดีไลฟ์ เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตราศึก ทั้งใน ส่วนของการขยายสาขา และการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ ประกอบด้วย ขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดขอนแก่นนั้น ตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


"ขอนแก่นค่อนข้างมีขายตรงเข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกันการเปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงรากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่า การที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัสนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเปิดได้ เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอน พอสมควร และการที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจ ขายตรงที่ห้างโลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน"


นายเทวัญกล่าวว่า สาเหตุที่ดีไลฟ์ฯ มุ่งเน้นทำตลาดในภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ของดีไลฟ์เป็นคนภาคอีสาน ในขณะเดียวกันยังเห็นว่าภาคอีสานน่าที่จะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาด อาเซียนในปี 2558 นี้ได้ด้วย


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"ปูแดง" ชูแผนป่าล้อมเมืองมุ่งถิ่นทุรกันดารชี้ตลาดใต้มาแรง







pd (Mobile)

 


"ปูแดง" อุบยอดขายปี 55 เดินหมาก ปี 56 ด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ลงพื้นที่ล่าลูกค้าในพื้นที่ทุรกันดาร พร้อมประชา-สัมพันธ์แบรนด์ในเขตชนบท ฟุ้ง! ตลาดภาคใต้สุดแรง สมาชิกซื้อสินค้าต่อเนื่อง ส่วนเรื่อง AEC ยังไม่เน้น บอกแต่ตอนนี้ เริ่มมีสมาชิกรุกเพื่อนบ้านตามเขตชายแดน สั่งสินค้าทีละเป็นร้อยตัน คาดสิ้นปีบัญชีโต 30%


 


นายสมปอง แซ่ตั้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลประกอบการที่น่าพอใจ ธุรกิจมีการเติบโต 15% แต่คงจะยังไม่ขอเปิดเผยเรื่องตัวเลขว่าได้เท่าไหร่ ซึ่งในแต่ละ เดือนจะมีสมาชิกหน้าใหม่ๆ เข้ามาร่วมธุรกิจ ต่อเนื่องประมาณ 3,000 รหัสขึ้นไป


"ตนมีความมั่นใจว่า บริษัทจะมีการเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เพราะปีที่ผ่านมา บริษัท ขยายธุรกิจออกไปทั่วประเทศ ขณะที่ปัญหา ส่วนใหญ่ที่พบเจอจะเป็นเรื่องของน้ำ หากฝนไม่ตกจะทำให้มีผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะบริษัทจะเน้นธุรกิจเกี่ยวกับ การเกษตร ยิ่งในภาคอีสานเวลาฝนไม่ตกก็จะทำไร่ทำนาไม่ได้ ทำให้ลูกค้าไม่สามารถสั่ง ซื้อสินค้าจากบริษัทเราได้"


นอกจากนี้ ประธานใหญ่ "ปูแดง 168Ž" ยังได้กล่าวถึงแผนการตลาดในปี 2556 ว่า บริษัทวางแผนการตลาดด้วยการออกพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้เข้าไปเจาะตลาดตามหมู่บ้านที่ทุรกันดาร โดยเรา ก็เดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ได้ฐานลูกค้า ใหม่ๆ กลับมามากมาย ทั้งยังมีการสั่งซื้อสิ้นค้าจากเราเยอะขึ้น ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทไปด้วยในตัว และตอนนี้ก็มีลูกค้าที่เข้ามาร่วม ธุรกิจกับบริษัทเรามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเป้าหมายในปีนี้ บริษัทมั่นใจธุรกิจจะต้องมีการเติบโตขึ้นถึง 30% และสมาชิกต้องมียอดขายแตะที่ 200,000 รหัส


"ตอนนี้กลยุทธ์ที่เราใช้จะเป็นแบบ ป่าล้อมเมือง คือเราต้องการสร้างฐานธุรกิจ ให้แน่นก่อน เพราะก่อนหน้านี้บริษัทเราเคย มีปัญหาใหญ่เมื่อปี 2553 แต่บริษัทก็ฝ่าวิกฤติ มาได้ ทำให้เราได้กลับมายืนในธุรกิจอีกครั้ง และตอนนี้ก็ดำเนินธุรกิจมาได้อย่างต่อเนื่อง จากวันที่เปิดบริษัทมาตั้งแต่เป็น "บริษัท เบสท์ 59 จำกัด" ในปี 2546 มาถึงตอนนี้ ก็เท่ากับ 11 ปีแล้ว ที่บริษัทของเราอยู่ในวงการขายตรงมา"


"ขณะที่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ที่สั่งซื้อจะมาจากทางภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งที่นั่นมีกำลังการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ค่อยขาดน้ำ มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าการเกษตรจากเราเป็นจำนวนมาก มีการสั่งซื้อตลอดปี ในส่วนของสำนักงานใหญ่ ตอนนี้บริษัทตั้งอยู่แถว ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และมีสาขาหลักๆ ประมาณ 7-8 สาขาใหญ่ และยังมีแม่ทีมที่ไปจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าขึ้นมาเอง เพื่อเอาไว้จำหน่ายสินค้านั้นมีกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ"


ในส่วนของการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิฐอาเซียน หรือ AEC นั้น "สมปอง" กล่าวว่า "ตอนนี้ได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว เช่นกัน แต่ยังไม่ได้เจาะตลาดเข้าไปมากนัก เพราะส่วนใหญ่ธุรกิจจะเป็นลักษณะของการจำหน่ายผ่านตัวแทนออกไปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีผู้นำหลายคนนำสินค้าเข้าไปขาย เองตามตะเข็บชายแดนต่างๆ และมีเพื่อนบ้านของเรา อย่าง ลาว, กัมพูชา, พม่า และ อินโดนีเซีย ที่จะสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทเรา เป็นจำนวนมาก สั่งครั้งละประมาณ 100-200 ตัน แสดงให้เห็นว่า สินค้าจากบริษัทเราได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการ แถวๆ เพื่อนบ้านต้องการทำธุรกิจกับเรา บริษัท ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่แน่นอน"


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com