ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สตาร์ ซันไชน์-Star Sunshine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สตาร์ ซันไชน์-Star Sunshine แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : ผู้นำดาวรุ่ง‘ปุณยานุช ปุญยมณีกูล’ ดาวเด่นแห่ง‘สตาร์ซันไชน์’







star (Mobile)

 


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจ


ครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ใครจะเชื่อบ้างว่า “แม่ค้าขายของชำ” ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น “แม่ค้า” ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด “ปุณยานุช” ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ “โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ” ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย “ปุณยานุช” ได้เผยผ่าน “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...


แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ “ปุณยานุช” เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว


...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ “สตาร์ซันไชน์” เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่น และขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


“ปุณยานุช” บอกอีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


“ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิก และทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงาน ว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย


ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง”


...วันนี้ดูเหมือนว่า “ปุณยานุช” เริ่มที่จะรัก และชอบในธุรกิจขายตรงที่ “สตาร์ซันไชน์” จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ “ปุณยานุช” อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอ


ดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์” เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น “ปุณยานุช” บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้


ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


“วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน


หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้”


“ปุณยานุช” ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลา และการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


“ปุ้มอยากเชิญทุกท่าน ที่อยากรวยสุขภาพ รวยผลผลิต รวยเงินทอง เข้าร่วมธุรกิจกับทีมงานปุ้มเซอร์วิส วันนี้เราพร้อมที่จะนำทุกท่านประสบความสำเร็จ กับบริษัท สตาร์ซันไชน์ รีบติดต่อมานะคะ !! ความร่ำรวยรอคุณอยู่ !!


...ขอเชิญชวนทุกท่าน ที่ต้องการมีรายได้แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าท่านจะเคยล้มเหลว เป็นหนี้ ขอเพียงท่านมีความต้องการอยากจะมีรายได้ อยากจะรวย เชิญท่านเข้ามาศึกษาธุรกิจสตาร์ซันไชน์ อย่าช้า อย่ารอ สินค้าดี แผนการตลาดเยี่ยม รวย!!!”


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” ...!!


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : สตาร์ซันไชน์ ปล่อยหมัดเด็ด ขนสินค้าใหม่ดันยอด 20 %

“สตาร์ซันไชน์” ลั่นกลองรบบุกตลาดขายตรงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ส่งหมัดเด็ดสินค้าใหม่ทั้งเสริมอาหารผู้หญิง – สเต็มเซลล์เครื่องสำอางลงชิงแชร์มั่นใจดันยอดสิ้นปีเข้า 20 % ด้าน “โกสิทธิ์” สั่งเร่งเร่งเครื่องโหมสื่อโฆษณาพร้อมกันทั่วประเทศ ระบุไม่เกินปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายเพลง “สตาร์ซันไชน์มิวสิค”


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธาน บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกหลายรายการอาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิง มาสก์หน้าสเต็มเซลล์ และเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยคาดว่าปลายเดือนตุลาคมนี้ น่าจะสามารถเปิดอย่างเป็นทางการได้นอกจากนั้นในช่วงปลายปีคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมรายละเอียดเพิ่มเติม


สำหรับกลยุทธ์ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมจะรุกตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการใช้สื่อเพื่อตอกย้ำแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีอยู่ 10 แบรนด์เป็นหลักอาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรซึ่งปัจจุบันได้นักจัดรายการชื่อดังอย่าง จำเริญ รัตนะ พิธีกรรายการชุมทางเสียงทองทางช่อง 7 เข้ามาช่วยในการผลิตรายการ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรนอกจากนั้นยังได้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม เข้ามาช่วยในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรแมนซ์ ซึ่งเร็วๆนี้ เตรียมจะจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับสมาชิก เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือ


“แม้ในช่วงต้นปีจะมีปัจจัยเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามากระทบ แต่ในภาพรวมของปีนี้เราเชื่อว่าจะรักษาระดับอัตราการเติบโตให้อยู่ที่ประมาณ 20 % ได้อย่างแน่นอน เพราะในช่วงครึ่งปีหลังเรามีสินค้าใหม่ๆ ออกมาและการรุกสื่อโฆษณามากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”


โกสิทธ์ กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทจะเน้นการโฆษณา และการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เป็นหลัก อาทิ ทางช่อง ฟรีทีวี และช่องเคเบิ้ลทีวี ซึ่งบริษัทมีช่องของเราเอง 2 ช่อง ได้แก่ ช่องฮีโร่ทีวี และช้อปปิ้ง ชานแนล นอกจากนั้นยังได้ไปเช่าเวลาทางช่องเคเบิ้ลอื่นๆๆอีกหลายช่อง รวมไปถึงยังมีช่องวิทยุชุมชนที่เป็นของเราเองไม่ว่าจะเป็นคลื่นมีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี อุบลราชธานี นครพนม ขอนแก่นและเชียงใหม่ และยังมีคลื่นวิทยุที่เป็นเครือข่ายของบริษัทอีกกว่า 100 สถานีทั่วประเทศ


“ผมมองว่าการที่สินค้าจะขายได้ จำเป็นต้องมีโฆษณษและประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยในการทำตลาด เพราะการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนการรบที่ติดชดเทอร์โบจำเป็นจะต้องแรงและเร็วเพื่อทำให้ลูกค้าได้รู้จักตัวสินค้าและได้ทดลองใช้สินค้าก่อน ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาสมัครเลย เพราะส่วนตัวผมมองว่าธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สวยงามแต่ปัจจุบันคนทั่วไปกลับมองธุรกิจขายตรงไม่ค่อยดีมากนัก ซึ่งอาจจะมีบารงคนเคยประชุมแล้วถูกบังคับให้ซื้อสินค้า หรือโดนหลอกมา ดังนั้นเราจึงต้องโฆษณาสินค้านำไปก่อน เมื่อเขาเห็นโฆษณาแล้วเวลานักธุรกิจไปแนะนำสินค้าก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องอธิบายมากเหมือนในอดีต”


ทั้งนี้ สตาร์ซันไชน์ ค่อนข้างคิดแตกต่างจากบริษัทขายตรงทั่วไปที่จะมุ่งเน้นการทำธุรกิจแบบเดิมเป็นหลัก แต่นโยบายของบริษัทจะเน้นเรื่องการใช้สื่อเป็นหลัก ซึ่งในแต่ละปีบริษัทจะทุ่มงบประมาณ เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สตาร์ซันไชน์ ถือเป็นบริษัทที่ใช้สื่อโฆษณามากที่สุดในบรรดาบริษัทขายตรงในประเทศเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาถือว่าคุ้มค่ามาก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่เปลี่ยนชื่อจากการซื้อสินค้า มาเป็นนักธุรกิจคิดเป็น 50 % ของสมาชิกทั้งหมดกว่า 100,000 รหัส


นอกจากการทุ่มงบเพื่อใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์บริษัทแล้ว ล่าสุด บริษัทยังเตรียมต่อยยอดทางธุรกิจด้วยการเปิดตัวค่ายเพลงภายใต้ชื่อ “สตาร์ซันไชน์มิวสิค” เพื่อช่วยโปรโมตแบรนด์ สตาร์ซันไชน์ บริษัทขายตรงของคนไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นโดยล่าสุด ได้ให้ครูเพลงชื่อดังระดับแถวหน้าของประเทศมาช่วยแต่งเพลงให้ และได้เชิญนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ ทศพล หิมพานต์ มาช่วยขับร้องคาดว่าปลายปีนี้น่าจะสามารถเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายอย่างเป็นทางการได้ หลังจากนั้นบริษัทจะออกเดินสาย เพื่อจัดคอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ


อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการรุกตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งขณะนี้บริษัทได้จดทะเบียนเพื่อเปิดสาขาที่กัมพูชาและพม่าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายเพื่อเตรียมเปิดสาขาที่ประเทศลาว ซึ่งนโยบายของบริษัทในการเปิดศูนย์สาขาในต่างประเทศจะเน้นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ เนื่องจากต้องศึกษากฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ถ่องแท้ก่อนจะเข้าไปบุกตลาด


 


  








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 231 ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2556

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : ปอกเปลือกความคิดนักขายมือทอง สมร ก้านทองหญิงนักสู้ชาวมุสลิม







Capture (Mobile)


ชีวิตเรามันไม่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ถึงเวลาวิกฤตินี่ต้องสู้ ต้องอดทน ความอดทน ความสู้ เท่านั้นที่ทำให้อยู่ได้ คนเรามีโอกาสล้มแต่ว่าต้องลุกให้ได้ ต้องยืนให้ได้


หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตา คุณสมร ก้านทอง จากหน้าจอทีวีของรายการมุสลิม หลายคนมองความสำเร็จในธุรกิจของเธอด้วยความทึ่ง และหลายคนอยากจะประสบความสำเร็จอย่างที่เธอได้รับ แต่อีกหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าเธอยืนอยู่บัลลังก์เบอร์หนึ่งนี้ได้อย่างไร...


สมร เล่าว่าในตอนเด็กเธอฝันอยากทำธุรกิจส่วนตัว เพราะถ้าทำธุรกิจส่วนตัวเธอคิดว่ามันน่าจะไปได้มากกว่างานประจำ เพราะงานประจำมันจะได้แต่เงินเดือน...สมร มีภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดปทุมธานี ถึงแม้ครอบครัวของเธอจะเป็นเกษตรกร แต่ สมร กลับมีความฝันลึก ๆ ในใจว่าอยากทำธุรกิจ แต่ช่วงชีวิตจริงของเธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น เธอจบ ปวส. สาขาบัญชี สมร จบการศึกษา เธอก็เริ่มก้าวเข้าสู่..ประตูโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในฐานะพนักงานออฟฟิศ เวลาผ่านไป 10 ปี ชีวิตพนักงานบริษัทไม่ได้เจริญก้าวหน้าเติบโตเท่าไหร่นัก..


นอกจากนั้น สุขภาพของ สมร เองก็ย่ำแย่ เนื่องจากต้องอยู่สภาพแวดล้อมของโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นทินเนอร์ จนในที่สุดเมื่อตั้งทองลูกคนที่สอง สมรก็ตัดสินใจลาออกจากงาน และนั้นก็นำมาสู่วิฤตชีวิตที่เข้ามารุมเร้าเธอ...


ช่วงนั้นชีวิตของ สมร ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำ หลังจากที่คลอดลูกคนที่สอง หัวใจเธอแทบสลายเมื่อได้รับแจ้งจากคุณหมอว่าลูกของเธอป่วยเป็นโรคตับ และตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่เธอดูแลลูก ตอนนั้นเงินทองที่เก็บไว้สะสมไว้ก็คือ หมด เอามารักษาลูกจนไม่เหลือ และหลังจากที่วิ่งเข้าออกโรงพยาบาลมาหลายปี ในที่สุดลูกเธอก็หายไข้ แต่ตัวเธอกลับต้องมาป่ายไข้เสียเอง!


สมร เล่าต่ออีกว่า พอลูกหาย เราก็ต้องดิ้นรนด้วยการค้าขาย และตอนที่ค้าขายเธอก็ได้ท้องลูกอีกคนและแท้ง ตอนที่เธอแท้งลูกคนที่ 3 ทำให้เธอถึงกลับเดินไม่ได้ และก็มีเพื่อนคนหนึ่งของเธอ ได้มาแนะนำสมุนไพรของสตาร์ซันไซน์ให้ทาน


จากนั้น เมื่ออาการดีขึ้น สมร ก็สามารถกลับมาขายอาหารและขายของชำที่หน้าบ้านได้อีกครั้ง ตรงจุดนี้เองจึงทำให้ สมรมองเห็นลู่ทางใหม่ๆ ในชีวิต เนื่องจากเธอมั่นใจในตัวสินค้าของ สตาร์ซันไซน์ เนื่องจากเธอเองรับประทานแล้วอาการดีขึ้น!


สมร เริ่มต้นจากการขายสินค้าจากบริษัทสตาร์ซันไซน์เป็นอาชีพเสริม มีบรรดาลูกค้าที่มาซื้ออาหารและของชำในร้านของเธอนั้นเองที่เป็นเป้าหมายแรก จนกระทั้งวันหนึ่งเมื่อ คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ได้พูดขึ้นว่า เธอน่าจะมาลุยงานขายของสตาร์ซันไซน์ให้เต็มที่ และนี้ก็กลายเป็นการเปิดศักราชของ สมร ก้านทอง หญิงเหล็กแห่งวงการขายตรงมุสลิมนั่นเอง


ระยะเริ่มแรกที่ทำ ก็ไม่ได้อะไรมากมายนัก พอไปคุยกับท่านประธาน ท่านก็บอกว่า เราควรจะเลิกขายของ แล้วมาลุยงานตรงนี้เต็มที่จะได้ไหม แล้วท่านจะช่วยเต็มที่


ตอนนั้นพอดีทาง TMTV เขาจะเปิดสถานี สมร จึงตัดสินใจเช่าสัญญาณช่อง TMTV และ ก็ได้นำเทคนิคการนำเสนอสินค้าจากรายการทีวีทั่วไปมาปรับใช้กับรายการของมุสลิม ความแตกต่างอันโดดเด่นเช่นนี้จึงทำให้ คลาร่าพลัส ในมือของสมร ยอดเติบโตมาเป็นนักขายเบอร์หนึ่งของ สตาร์ซันไซน์


นอกจากนั้น สมร ยังเล่าต่อว่า เมื่อสถานีโทรทัศน์ยะตีมทีวีได้ก่อเกิดบนโลกทีวีดาวเทียม เธอก็ได้ก้าวเข้าไปสนับสนุนด้วยการเป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่สถานียังไม่ได้ตั้ง ซึ่งนั้นก็เป็นการตัดสินใจถูกต้องอีกครั้งของสมร เพราะยอด คลาร่าพลัส ก้าวกระโดดเป็นสองเท่าทันที!


ด้วยความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน สมร ขยับขยายผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของทาง สตาร์ซันไซน์ ด้วยไม่ว่าจะเป็นซันคอฟฟี่ ซันสลิมเรดมอลต์และตัวล่าสุดที่ออกมาก็คือ ซันคอลลาสก้า


นอกจากนี้ สมร ยังมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกคือ การจัดโครงการทำอุมเราะฮฺให้กับสมาชิก สตาร์ซันไซน์ ฉะนั้นคนที่จะมาทำธุรกิจ ถ้าเขาต้องการรายได้ เขาได้บุญได้รายได้แล้วเขามีสิทธิ์ที่จะอุมเราะฮฺกับเรา อินชาอัลลอฮฺนะ เพราะว่าปกติแล้วพี่จะไปเที่ยวปีละสามครั้งกับบริษัท แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนเป็นปีละสองครั้งแล้วเปลี่ยนเป็นไปทำอุมเราะฮฺแทน


และเนื่องจาก สมร มีเครดิตจากการเป็นนักขายเบอร์หนึ่งของ สตาร์ซันไซน์ จึงทำให้เธอได้ใช้โอกาสนี้ ในการนำสิ่งดีๆ มาสู่สังคมมุสลิม ไม่ว่าจะเป็น การออกร้านขายสินค้าในงานมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้าแล้วนำรายได้มาบริจาคให้กับเด็กกำพร้า รวมไปถึงโครงการล่าสุดที่เธอกำลังผลักดัน เพื่อให้พี่น้องมุสลิมได้มีโอกาสไปทำอุมเราะฮฺ ซึ่งเป็นโอกาสที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถทำได้


วันนี้ ต้องบอกว่า สมร สามารถสร้างทีมงานให้เติบโตมาเป็นนักขายฝีมือฉกาจได้โดดเด่นหลายคน ทำให้หลายพันคนมีรายได้เป็นหมื่น เป็นแสน ที่สำคัญ เธอจะทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างที่ ท่านประธานโกสิทธิ์ พูดเสมอว่า ต้องคิดว่าทุกคนที่ทำงานที่นี่คือ เจ้าของธุรกิจ เราต้องคิดว่า บริษัทที่เราไปทำ เรามีหุ้นส่วนด้วย และทำอย่างไรให้คนในองค์กรของเราโตเหมือนเราได้ ลูกน้องโตด้วย คนที่เป็นสายงานของเราโตด้วย


สมร ขอฝากข้อคิดทิ้งท้ายให้สำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่กำลังประสบปัญหาจนท้อแท้หมดกำลังใจในชีวิตในฐานะที่เธอก็เคยผ่านสถานการณ์เช่นนั้นมาก่อนไว้ว่า ชีวิตเรามันไม่เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ถึงเวลาวิกฤตินี่ต้องสู้ ต้องอดทน ความอดทน ความสู้ เท่านั้นที่ทำให้อยู่ได้ คนเรามีโอกาสล้มแต่ว่าต้องลุกให้ได้ ต้องยืนให้ได้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 348 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

MLM"ไทย-เทศ"เคลื่อนทัพ ดาหน้าขยายสาขาอาเซียน







people-linked (Mobile)


ตลาดอาเซียน กลายเป็นจุดขายกลุ่มบริษัทขายตรงดึงขึ้นเป็นกลยุทธ์ ขยายสาขา บริษัทแม่ "แคทส์ดอทคอม" ตั้งไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน "สตาร์ซันไชส์" ใช้ปี 56 เป็นปีแห่งการลุยขยายอาณาเขต "ยูนิไลฟ์" เตรียมสินค้าเกษตรลุยเพื่อนบ้าน "ปูแดง" เริ่มปล่อยนักขายล่าสมาชิกชายแดน "แซนสยาม" จับมือ "กรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์" ลุย AEC


นายเกียรติพงษ์ ตั้งงามจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคทส์ดอทคอม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือน ที่ผ่านมาของปีนี้ บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยที่บริษัท ต้องการที่จะขยายออกไปสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น เรื่องยอดขาย ในประเทศจึงเพิ่มไม่มากดังที่กล่าว


"สาขาของบริษัทในประเทศไทยมีความพร้อมในการลุยตลาดอาเซียนเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาก็เริ่มขยายไปแล้วที่ เวียดนาม, ลาว และมาเลเซีย โดยในอนาคตบริษัทต้องการที่จะขยายสาขาไปในประเทศพม่าต่อไป"


"ในเรื่องของการขยายสาขา บริษัทจะขยายไปในรูปแบบการตั้งบริษัทให้มีความคล้ายคลึงสาขาประเทศไทยมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของแผนการจ่าย ซึ่งตอนนี้ติดในเรื่องของภาษี ในแต่ละประเทศ ที่ทำให้การขยายตลาดติดขัดในการทำเรื่องแผนงาน แผนจ่ายอยู่บ้าง" เกียรติพงษ์ กล่าว


โดยที่ผ่านมา บริษัท แคทส์ดอทคอม ได้เริ่มมีการขยาย ธุรกิจไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น กัมพูชา, เวียดนาม, ลาว และ มาเลเซีย อย่างไรก็ดี นี่ยังถือเป็นก้าวแรกของบริษัทในการทำธุรกิจ ซึ่งเรายังมีโอกาสอีกมากในการเติบโต โดยประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของธุรกิจแคทส์ดอทคอม ในแถบอาเซียน


อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวมา แคทส์ดอทคอม บริษัทแม่มีความต้องการที่จะให้ สาขาในประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการ ขยายตลาดในแถบประเทศอาเซียน จากเหตุผลด้วยเรื่องความสะดวกของไทย ที่มี อาณาเขตติดต่อเพื่อนบ้านหลายประเทศในแถบอาเซียน ทั้งยังมีทำเลอยู่ตรงกลาง ของภูมิภาค ซึ่งดูจะพร้อมกว่าที่สาขาแม่ในญี่ปุ่นจะเข้ามาสร้างการขยายตลาดเอง


"ในส่วนของเรื่องโรงงานผลิตสินค้า บริษัทแม่คงต้องดูที่ความพร้อม อีกทั้งยังต้องใช้เวลาสำรวจความต้องการของตลาด ออกไปอีก หากต้องมีการเปิดโรงงานสินค้า ที่ประเทศไทย ซึ่งในช่วงแรกของการขยาย ตลาดอาเซียน คงต้องเป็นการสั่งสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นไปก่อน" ประธานใหญ่ กล่าว


ด้านนายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2556 นั้น บริษัทเห็นความ สำคัญของการเปิดตลาดอาเซียน หรือ AEC จึงขยายตลาดไปเปิดสาขายังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดวันและเวลา ในการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ มุ่งมั่น ให้ทางพนมเปญเป็นฮับในการเปิดตลาดก่อน เนื่องจากประเทศนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้เต็ม 100% เพราะ ฉะนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำตลาดที่ไม่ก่อให้เกิดรอยต่อของธุรกิจที่ทำแบบไบนารี่ หากมีขาทางประเทศไทยสามารถไปต่ออีกขาหนึ่งที่ประเทศกัมพูชาก็ได้


หลังจากนั้นบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายไปเปิดสาขายังประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ ที่กฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% เช่นกัน จากนั้นก็จะไปยังประเทศ ลาว ขณะนี้กำลังเจรจาร่วมกันถึงสัดส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งทางประเทศลาวใช้กฎหมายคล้ายกับประเทศไทยที่คนต่างชาติถือหุ้นได้ไม่ถึง 50% แต่ขณะนี้มีลูกค้าซื้อสินค้าของบริษัทเข้าไปใช้และจำหน่ายบ้างแล้ว จึงถือว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน


ในส่วนของนางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้มองเห็นโอกาสในภาคเกษตรของทางประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งพื้นที่และประชากรส่วนใหญ่ของอาเซียน อยู่ในภาคธุรกิจเกษตรนี้ บริษัทจึงได้มองลู่ทางขยายฐานธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ ลาว, พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งได้เตรียมการบางส่วนรองรับไว้บ้างแล้ว แต่คงต้องรอความชัดเจน ในกฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน คาดว่าการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 จะส่งผลบวกกับทางบริษัทด้าน การขยายตลาดมากยิ่งขึ้น


ส่วนนายสมปอง แซ่ตั้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด ก็ได้เผยว่า "ตอนนี้ได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ได้เจาะตลาดเข้าไปมากนัก เพราะส่วนใหญ่ ธุรกิจจะเป็นลักษณะของการจำหน่ายผ่าน ตัวแทนออกไปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีผู้นำหลายคนนำสินค้าเข้าไปขายเองตามตะเข็บ ชายแดนต่างๆ และมีเพื่อนบ้านของเรา อย่าง ลาว, กัมพูชา, พม่า และอินโดนีเซีย ที่จะสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทเราเป็นจำนวน มาก สั่งครั้งละประมาณ 100-200 ตัน แสดงให้เห็นว่า สินค้าจากบริษัทเราได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการแถวๆ เพื่อนบ้านต้องการทำธุรกิจกับเรา บริษัทก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่แน่นอน"


ด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า "ตอนนี้เราได้จับมือกับกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับตลาดอาเซียน และเพื่อความสะดวกในการทำการค้า จึงได้มีการทำ "เทรดแฟร์" รวมถึงสร้าง "บิสซิเนสแมชชิ่ง" เพื่อหาคนเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรามากๆ"


"ตอนนี้เรามีพันธมิตรอย่าง เวียดนาม, จีน, ฟิลิปปินส์, ลาว, พม่า, มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ในส่วนของประเทศจีนค่อนข้างเป็นตลาดใหญ่ เราได้พยายามเร่งสร้างแบรนด์ ขายปลีก ขายส่ง โดยได้ไปทำตลาดที่เมืองเซี่ยงไฮ้มา ถือว่า น่าสนใจมาก เราตั้งใจจะเปิดกว้างเพื่อให้นักธุรกิจที่นั่นได้ดำเนินธุรกิจได้หลายรูปแบบ"





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) กับ คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)









ด้าน คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ แห่ง ค่าย สตาร์ ซันไชน์ คงกำลังเริงร่ากับยอดขายของ คาร่า พลัส ที่พุ่งเอาๆ จนเงินเหลือเก็บ เลยต้อง ไปลองเทสต์ไดร์ฟ ลัมโบกินี่ สักหน่อย เผื่อจะได้ เจียดกำไรไปถอยซูเปอร์คาร์มาประดับบารมีกับ เค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ระหว่างกำลังเลือกรถหรู ถูกใจอยู่ ก็ไม่รู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนตำบลใด ดลใจไปเข้าฝัน ทำให้คุณโกสิทธิ์เกิดปิ๊งไอเดีย เตรียมแตกไลน์ธุรกิจมาเปิดค่ายมวย เอ๊ะ...หรือ อินเทรนด์ตามกระแสบัวขาว ยังค่า...ยังไม่โม้ด นอกจากนี้ยังจะกรุยทางพรมแดง เตรียมเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยเจ้าค่า แอร้ยย... มิได้จะไปเป็นดาราหรือนักร้องแต่อย่างใด แต่คุณโกสิทธิ์เตรียมลุยเปิดค่ายเพลง เจ้าค่า อะแฮ่มๆ...ว่าแต่ หานักร้องได้ ฤ ยังเจ้าคะ ว่างๆ เรียก 4 สาว ไปเทสต์เสียง ก็ได้นะเจ้าคะ รับรองใสกิ๊ง อิอิ





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : "สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์" บริหาร ทุ่ม 100 ล. เดิมพันยอดขายสินค้าใหม่







cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)

 


"สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์ เหลืองอร่าม" อดีตผู้บริหาร "เนเจอร์โนวา" นั่งแท่นผู้จัดการทั่วไป พร้อมตำแหน่งพ่อค้าขายผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท "โรแมนซ์" ชุดปรับสรีระร่างกาย ฟุ้ง! ทุ่มงบทำตลาด 100 ล้านบาท เน้นสื่อสารผ่านช่องดาวเทียมเป็นหลัก ผุดสตูดิโอในออฟฟิศจัดรายการขุนสินค้าเต็มที่ เชื่อผู้บริโภคให้ความนิยม


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธานกรรม-การบริหาร บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า สตาร์ ซันไชน์ ได้เปิดทำการมาร่วม 8 ปีแล้ว และได้มีการขยายสาขา ไปทั่วประเทศ และล่าสุด ได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งกำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งยังได้วางแผนต่อที่จะเปิดเพิ่มเติมไปอีกหลายประเทศ เช่น พม่า, ลาว และเวียดนาม


สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทปัจจุบัน มีมากมายหลายรายการ ได้แก่ ปุ๋ยซันฮีโร่, ปุ๋ยซันไคโตซาน พืช และสัตว์, สมุนไพร เป่าชุนลู่ หยางกุ้ยเฟย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหลากหลายชนิดที่นำเข้ามาและส่งออกอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ที่ติดตลาดยอดขายดีเป็นอันดับ 1 ณ ตอนนี้ คือ ผลิตภัณฑ์คลาร่าพลัส ที่มียอดขายไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาท ในปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภค นักธุรกิจ อิสระ และตัวแทนจำหน่ายได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ดี ซึ่งบริษัทได้เดินทางไปหลายประเทศ จนไปค้นพบสินค้าใหม่ที่ประเทศไต้หวัน โดยมีแนวความคิดที่แตกต่าง และนอกกรอบ จึงตัดสินใจนำชุดปรับสรีระโรแมนซ์เข้ามาในเมืองไทยเป็นที่แรก ซึ่งบริษัทได้ลงทุนสร้าง ออฟฟิศใหม่ ทำห้องสตูถ่ายทำ รายการต่างๆ รวมทั้งซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel เป็นของตัวเอง และเงินที่วางไว้กับทางประเทศไต้หวันอีกหลายล้านบาท รวมแล้วลงทุนเปิดตลาดชุดปรับสรีระโรแมนซ์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท


โดยบริษัทได้ให้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม ซึ่งเป็นผู้บริหารที่ผ่านงานการบริหารองค์กรในธุรกิจขายตรงไม่น้อยกว่า 20 ปี และประสบการณ์ในวงการชุดปรับสรีระมากว่า 15 ปี ซึ่งบริษัทเล็งเห็นถึงความสามารถ และประสบการณ์จึงได้รับ ความไว้วางใจในการบริหารงาน โดยได้ให้ นั่งในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ทั้งยังให้สิทธิ์ในการบริหารงานอย่างเต็มที่


โดย กฤษณ์ ได้กล่าวว่า ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการชุดปรับสรีระ คือ เส้นใย Tencel ต่อต้านแบคทีเรีย ไม่เป็นที่สะสมและก่อเกิด ของแบคทีเรีย โดยใช้หลักในการตัดเย็บ แบบฟิสิกส์ ถักทอเนื้อผ้าแบบไร้รอยต่อ เนื้อผ้าเงางามเหมือนผ้าไหม, สวมใส่สบาย เหมือนผ้าลินิน, ดูดซับน้ำได้ดีเหมือนผ้าฝ้าย, อบอุ่นเหมือนเส้นใยขนสัตว์, ดูแลรักษาง่ายเหมือนเส้นใยอะคริลิก ทนทานเหมือนเส้นใยสังเคราะห์ และสามารถ ยืดหยุ่นตามสรีระร่างกายในขณะที่เคลื่อน ไหว, เคลื่อนย้ายไขมัน ทำให้เรือนร่างกระชับได้สัดส่วนเป็นรูปตัว S เมื่อสวมใส่ทุกวันจะเป็นการปรับโครงสร้างของกระดูก สันหลังให้อยู่ในแนวตรงตามสรีระของร่างกาย และเทคนิคการบริหารงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำตลาดของชุดปรับสรีระ โรแมนซ์


"บริษัทต้องการทำให้นักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่ายสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น จึงจัดทำรายการ Romans So-ciety โดยเราได้รับเกียรติจากพิธีกรสาวสวย มืออาชีพ เป็นทั้งดารา นักแสดงมาก- ความสามารถ ซึ่งเป็นพิธีกรประจำรายการ Romans Society คือ คุณษา-วรรณษา ทองวิเศษ ซึ่งรายการ Romans Society ใช้เวลาออกอากาศ 30 นาที ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงของรายการ ช่วงที่ 1 Romans Today ซึ่งเป็นช่วงที่จะมาบอกกล่าวรายละเอียด ของรายการวันนี้ และสิ่งที่น่าสนใจ ช่วงที่ 2 Body Perfect เป็นช่วงที่วิทยากรประจำ รายการจะนำความรู้มามอบให้กับท่านผู้ชม ในเรื่องของเรือนร่าง และสุขภาพ และสำหรับช่วงที่ 3 Lady Confirm ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้มีประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ จริงมาแชร์ประสบการณ์ และยืนยันคุณภาพ ที่ดีของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ ออกอากาศ ผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมทางช่อง Ping Channel (PSI 61) ซึ่งเป็นการทำการตลาด ที่ใช้การลงทุนที่ค่อนข้างสูง" กฤษณ์ เผย


ทั้งนี้ สำหรับวงการขายตรงที่ใช้สื่อ โทรทัศน์เข้ามาช่วยในการทำตลาด และยัง จัดทำโฆษณาโรแมนซ์ โดยได้รับเกียรติจาก ทีมงานถ่ายทำของสหมงคลฟิล์ม พร้อมเตรียมลงฟรีทีวีในอนาคต ซึ่งเป็นการ การันตีได้ถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ขายตรงของบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด และนักธุรกิจอิสระ หรือตัวแทนจำหน่าย และยังคงมีโปรโมชั่นสนับสนุนนักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่าย ในการที่จะสะสม คะแนนในระบบเครือข่ายเพื่อจะได้สิทธิ์ ในการท่องเที่ยวต่างประเทศฯ ซึ่งทาง บริษัทได้จัดทริปท่องเที่ยวอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง มีทั้งในเอเชียและยุโรป


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : 'สตาร์ ซันไชน์' เปิดตัวชุดปรับสรีระ ส่งโรแมนซ์นำเข้าลุยตลาด Mass









นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ปี 56 นี้บริษัทก้าวสู่ปีที่ 9 ในการดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคสินค้า ภายใต้สโลแกน "ธุรกิจขายตรง ราคาขายส่ง" มาโดยตลอด ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้ขยาย Shop ทั่วประเทศหลายจังหวัด รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรับตลาดที่กำลังเติบโตและก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


ล่าสุด สตาร์ ซันไชน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ยกระดับมาตรฐาน แต่ยังเจาะกลุ่มเป้าหมายเดิม คือสาวออฟฟิศ หนุ่มสาวโรงงาน โดยปีนี้บริษัทฯ จะทำตลาดผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีอย่างครบวงจร


"ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ เราได้จดลิขสิทธิ์สินค้าถึง 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และ พม่า เนื่องจากหากมีการปลอมแปลงเราจะสามารถจับกุมได้ ล่าสุด สตาร์ซันไชน์ ได้เปิดสาขาพนมเปญ อย่างเรียบร้อยแล้ว"


ด้าน นายกฤษณ์ เหลืองอาร่าม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ตนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารที่ สตาร์ ซันไชน์ ในส่วนของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ โดยเริ่มต้นจากการรีโนเวตออฟฟิศใหม่ทั้งหมดรวม 5 ชั้น


สำหรับชุดปรับสรีระโรแมนซ์ มีทั้งหมด 2 ชนิด คือ ชุดรัดกระชับสัดส่วน ซึ่งมีราคาหลักพัน และชุดปรับสรีระที่มีราคาหลักหมื่น โดยสตาร์ ซันไชน์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของคนรักสุขภาพ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระโรแมนซ์นำเข้ามาจากไต้หวัน เป็นชุดเทคโนโลยีของใยผ้าชนิดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก และได้จดลิขสิทธิ์เมืองไทยเพียงเจ้าเดียว


"ส่วนเทคนิคการทำตลาด คือ 1.ทำธุรกิจ MLM แบบเดิม โดยสมาชิกสามารถไปแนะนำต่อๆ กันด้วยตัวเอง 2.เราใช้ทางลัดในการช่วยให้สมาชิกสามารถทำการแนะนำได้ง่ายขึ้น ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ 3.เราจะต้องมีจุดอำนวยความสะดวก ให้มีจุดตอบสนองได้ง่ายที่สุด ผ่านศูนย์บริการที่เปิดแล้ว คือ เชียงใหม่ โคราช อุบลฯ และกำลังลงทุนที่หาดใหญ่ ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาท เป็นจุดศูนย์รวมสินค้า จากนั้นจะมีการกระจายไปสู่ภาคใต้ตอนล่าง นอกจากนี้สตาร์ ซันไชน์ มีการขยาย Shop เพื่อให้คนได้ทดลองสินค้า 4.มุ่งเน้นการทำอุปกรณ์ผ่านสื่อ คือ และรายการ Romans Society ผ่านสื่อดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel รวมทั้งแนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจ และร่วมเก็บภาพบรรยากาศภายในงานเพื่อไปเผยแพร่ให้เกิดการรับรู้มากที่สุด"




Credit By :ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : "สตาร์ซันไชน์" เน้นปีแห่งการฝึกอบรม เปิดสาขาไทย 2 แห่งเจาะเวียดนามเป็นฮับ








สตาร์ซันไชน์ ยังมุ่งเน้นทำตลาดผ่านวิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียม เพราะประชาชนรู้จักทั่วถึง ส่งผลให้ตัวแทนขายง่าย ย้ำชัดปี 56 เปิดสาขาอีก 2 แห่ง โคราช-หาดใหญ่ ไว้เป็นศูนย์ฝึกอบรมพนักงานที่ต้องการให้เป็นมืออาชีพ และมุ่งเน้นเจาะตลาดอาเซียน เปิดสาขาที่กัมพูชาเรียบร้อย จากนั้นทยอยเปิดที่ เวียดนาม สิงคโปร์ และลาวตามลำดับ


นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2556 ว่า ยังคงมุ่งเน้นขยายตลาดผ่านวิทยุชุมชนและทางช่องทีวีดาวเทียมที่ทำมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่เห็นผล นอกจาก บริษัทจะมีทีวีเป็นของตนเอง 2 ช่องแล้ว ยังซื้อเวลาของ สถานีอื่นอีก 10 ช่อง เพื่อโปรโมตสินค้าให้ประชาชนได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอด 2-3 ปีที่มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้ก็เป็นผลดีต่อตัวแทนจำหน่ายขายสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้น บริษัทจะต้องคัดสรรสินค้าที่ดีมีคุณภาพนำออกมา จำหน่าย


สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2556 นั้น บริษัทเห็นความสำคัญของ การเปิดตลาดอาเซียน หรือ AEC จึงขยายตลาดไปเปิดสาขายัง กรุงพนม-เปญ ประเทศกัมพูชา เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดวันและเวลาในการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ มุ่งมั่นให้ทางพนมเปญเป็นฮับในการเปิดตลาดก่อน เนื่องจากประเทศนี้เปิด โอกาสให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้เต็ม 100% เพราะฉะนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำตลาดที่ไม่ก่อให้เกิดรอยต่อของธุรกิจที่ทำแบบไบนารี่ หากมีขาทาง ประเทศไทยสามารถไปต่ออีกขาหนึ่งที่ประเทศกัมพูชาก็ได้


หลังจากนั้น บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายไปเปิดสาขายังประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ ที่กฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% เช่นกัน จากนั้นก็จะไปยังประเทศ ลาว ขณะนี้กำลังเจรจาร่วมกันถึงสัดส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งทางประเทศลาวใช้กฎหมายคล้ายกับประเทศไทยที่คนต่างชาติถือหุ้นได้ไม่ถึง 50% แต่ขณะนี้มีลูกค้าซื้อสินค้าของบริษัทเข้าไปใช้และจำหน่ายบ้างแล้ว จึงถือว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน


ส่วนทิศทางการทำตลาดในประเทศ ไทยนั้น ถือว่าปีนี้เป็นปีแห่งการพัฒนาบุคลากร ที่ผ่านมายอดจำหน่ายสินค้านั้นได้ตามเป้าหมาย แต่บุคลากรยังไม่ได้คุณภาพ ดังนั้น บริษัทจะเน้นฝึกอบรม ตัวแทนจำหน่ายให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อมุ่งให้เขาสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเปิดสาขาของรับการ ขยายตัวของสมาชิก และเป็นสถานที่ ที่ใช้ฝึกอบรมอีก 2 แห่ง ได้แก่ โคราชจังหวัดนครราชสีมา และหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาภายในปีนี้ รวมแล้วจะมีสาขาทั้งสิ้น 5 แห่ง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง คือ สาขาอุบลราชธานี, เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์


นายโกสิทธิ์กล่าวว่า สาขาที่เปิดส่วนใหญ่จะซื้อที่ดินแล้วสร้างใหม่ หรือ ซื้ออาคารพาณิชย์แล้วมาตกแต่งใหม่ทั้งหมด การเปิดสาขาอันที่จริงก็ไม่จำเป็นมากนัก แต่เปิดเพื่อขยายเป็นฮับและเป็นสถานที่ฝึกอบรมสำหรับตัวแทนจำหน่าย สำหรับผลการดำเนิน งานช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าทิศทางเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น มียอดจำหน่ายที่กระเตื้องขึ้น ผลจากปลายปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทนำสินค้าใหม่เข้ามาเสริม อีก 7-8 ชนิด ทำให้ยอดจำหน่าย ไปในทิศทางที่วางไว้ เฉพาะสินค้าธง นำคือ คาร่า พลัส ยอดจำหน่ายเฉลี่ยเดือนละ 20 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีคงจะเป็นไปตามเป้าหมายคือ 3,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตปีละ 10-20%




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6-8 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : จากอาชีพแม่ค้าสู่เศรษฐีใหม่ สตาร์ซันไชน์ ...ปุณยานุช ปุญยมณีกูล นักสู้สตรีเหล็ก









วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอนและไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


...ใครจะเชื่อบ้างว่า แม่ค้าขายของชำ ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี ปุณยานุช ปุญยมณีกูล จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น แม่ค้า ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด ปุณยานุช ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย ปุณยานุช ได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของ


ชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ ปุณยานุช เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ สตาร์ซันไชน์ เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่นและขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


ปุณยานุช บอกกับ ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิกและทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงานว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง


...วันนี้ดูเหมือนว่า ปุณยานุช เริ่มที่จะรักและชอบในธุรกิจขายตรงที่ สตาร์ซันไชน์ จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ ปุณยานุช อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์ เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน ธุรกิจสตาร์ซันไชน์ เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น ปุณยานุช บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ปุณยานุช ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลาและการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ ปุณยานุช ปุญยมณีกูล ...!!





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สตาร์ซันไชน์ รุกตลาดคลาร่าพลัส ร่วมทัพลูกทุ่งเฟสทิวัลครั้งที่ 2








สตาร์ซันไชน์ บุกการตลาดอย่างหนัก ร่วมเดินทัพงานลูกทุ่งเฟสทิวัล ครั้งที่ 2 มหกรรมงานคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ ค่ายอาร์สยามคนนับแสนร่วมงาน คลาร่าพลัส ประสบความสำเร็จในงานนี้มีเหล่านักร้องมากมาย ร่วม 200 กว่าชีวิตที่ค่ายอาร์สยาม ยกทัพมาในงานคอนเสิร์ตลูกทุ่งเฟสทิวัลครั้งที่ 2 และภายในงาน มีบูธกิจกรรมของ คลาร่าพลัสจากสตาร์ซันไชน์ และยังได้รับเกียรติจากท่านประธานโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธาน บริษัทสตาร์ซันไชน์ และคุณภัชฎาภรณ์ ศรีแก้ว รองประธานบริษัท สตาร์ ซันไชน์ มามอบกระเช้าให้กับศิลปินนักร้องค่ายอาร์สยามมากมาย อาทิ หนูเล็ก อาร์สยาม ออม อาร์สยาม จากวงบลูเบอร์รี่, หญิง ธิติกานต์, เล็ก-ใหญ่ อาร์สยาม, แคท รัตกาล, นุ้ย สุวีนา, บิว กัลยาณี นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มาร่วมสร้างสีสันภายในบูธของคลาร่า พลัส และมีแฟนๆ มาร่วมให้กำลังใจที่ บูธอย่างคับคั่ง ซึ่งสตาร์ ซันไชน์ยังไม่หยุดยั้ง ต่อ ด้วยการออกบูธอีกครั้งใน งานสโมสรชิมิ ที่พิษณุโลก วันที่ 4 พฤศจิกายน และ วันที่ 23 ธันวาคมที่เมือง โคราช


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว ล้วงลึกแผนปลุก "ซันคลาร่า พลัส - Sunclara Plus" โจทก์ใหญ่ "iBoi" กู้ชื่อคืนวงการขายตรง(MLM) "สตาร์ ซันไชน์-Star Sunshine"!


เจาะลึกขายตรงน้องใหม่ iBoi รับงานใหญ่ ถือใบอนุญาตจัดจำหน่าย ซันคลาร่า พลัส...ล้วงแผนลับยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์ฝ่ามรสุมมหากาพย์ ซันคลาร่า ตำนานสินค้าสตรี ที่มีทั้ง เรื่องดี และ เรื่องร้าย บนถนนธุรกิจขายตรง...ค้นยุทธวิธี สานต่อ และ แก้ไข การบ้านใหญ่ iBoi กลางดงเกมเตะตัดขา สกัดกั้นการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์


ในตำนาน...รอ.วุฒิกร หัวหอกใหญ่ฝ่ายการตลาดลั่น! ไม่หวั่นการรุมกระทืบ สินค้าดี ไม่ดี ขึ้นอยู่ที่ผู้บริโภคตัดสินใจ ส่วน ข่าวร้าย ด้านลบพร้อมเปิดบริษัทชี้แจ้งความจริงกับทุกคน...!!!
หากเอ่ยชื่อ ซันคลาร่า เชื่อว่า น้อยคนนักที่ไม่รู้จักสินค้าตัวนี้ เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา สินค้าที่เจาะจงโฟกัสไปที่ระบบภายในผู้หญิงตัวนี้ สร้างตำนานความยิ่งใหญ่ และเรื่องราวต่างๆ ขึ้นอย่างมากมายในวงการธุรกิจขายตรง จนปลุกกระแสความนิยม ก่อเกิดสินค้าตัวใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน สร้างตลาดใหม่ในธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลขึ้นมาชั่วพริบตา มหากาพย์ ซันคลาร่า หากไล่เรียงเรื่องราวความเป็นมา 10 หน้า กระดาษคงไม่จบ แต่หากผู้อ่านท่านใดที่ติดตามอ่าน นสพ.ตลาดวิเคราะห์ มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า น่าจะทราบเรื่องราวความเป็นมาอย่างดีว่า สินค้าตัวนี้มีที่มาที่ไปจากโรงงานผู้ผลิตสินค้า ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าตำนาน สินค้าฟิตกระชับ บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด ของ ธนอรรถ ตรีธิติธัญ และการจุดกระแสที่เข้มข้น โดยการใช้ สื่อทีวีดาวเทียม เป็นหัวหอก และกระหน่ำซ้ำด้วย สื่อวิทยุชุมชน ของ บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด จนทำให้ ซันคลาร่า โด่งดังขึ้นมา ภายในพริบตาเดียว
แต่ ความเขี้ยว และ ความไม่เข้าใจกัน ของทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ทำให้ความสดใสของ ซันคลาร่า ในธุรกิจเครือข่ายดับลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับผู้ที่นำสินค้าไปจำหน่ายไม่เข้าใจในหลักการสื่อสารที่ถูกวิธี กลายเป็นชนวนความเสียหายที่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับตัวสินค้า จนหลายหน่วยงานของทางภาครัฐ ออกมาเตือนผู้บริโภค ทำให้แบรนด์สินค้าตกลงมาอย่างต่อเนื่อง...!!!
ทว่า ความเป็น สินค้ามหานิยม ที่ผู้คนยังติดอกติดใจ ซันคลาร่า ก็ยังเดินต่อไปได้ในตลาด โดยทางผู้ผลิตได้เปิดช่องทางให้สมาชิกเก่า ที่ชื่นชอบในตัวสินค้าโทรสั่งซื้อ ซันคลาร่า จากโรงงานโดยตรง ภายใต้บรรจุ ภัณฑ์ใหม่จำนวน 300,000 กล่อง ซึ่งไม่ได้จำหน่ายในระบบขายตรงหลายชั้นแต่ความยิ่งใหญ่ของ
ซันคลาร่า จุติขึ้นมาในระบบธุรกิจขายตรง ทางผู้ผลิตเอง ก็พยายามเล็งหาบริษัทขายตรง ที่จะเข้ามารับหน้าที่เป็น ตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายใหม่ โดยมีการปรับแต่งคุณภาพที่เหนือชั้นใส่เข้าไป และสวมชื่อใหม่ ที่จดทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ ซันคลาร่า พลัส เข้ามาทำตลาดในระบบเครือข่ายอีกครั้ง เพื่อสานต่อ ตำนาน ซันคลาร่า ให้คงอยู่ต่อไป...!!!
...ปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ปรากฏชื่อ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด หรือ iBoi ขายตรงน้องใหม่ที่เปิดได้ไม่ถึง 5 เดือน ได้รับเลือกจาก บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด เซ็นต์สัญญาแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซันคลาร่า พลัส ในตลาดขายตรงแต่เพียงรายเดียว ความยิ่งใหญ่ของตำนาน ซันคลาร่า และ สารพัดปัญหาที่รุมเร้า เข้ามาในช่วงนี้ ถือเป็นโจทก์ใหญ่ของ iBoi ว่า จะสานต่อตำนาน และรับมืออย่างไร กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง...!!!


ทำการบ้านหนัก
ทุ่มงบรุกสื่อคุยความจริง
รอ.วุฒิกร กีรติธากุล ประธานบริหารการตลาด บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด เปิดเผย ตลาดวิเคราะห์ ว่า ถือเป็นความโชคดี ที่บริษัทฯ ได้สินค้าตัวนี้มาจำหน่าย และเป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในตลาดขายตรง จากการที่ คุณปนัชดา ปัจจุบันปภาดา ประธานบริหารการตลาดฝ่ายสมาชิก ได้รู้จักสนิทสนมกับคุณธนอรรถ ตรีธิติธัญ เป็นการส่วนตัวทางสายบุญ ที่ชื่นชอบการทำบุญเหมือนกัน จนเป็นที่มาของการนำสินค้า ซันคลาร่า พลัสเข้ามาจำหน่ายในบริษัทฯ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึง 5 เดือน โดยเรื่องราวความโด่งดังของกระแสเรื่องสินค้าซันคลาร่าตัวเดิม หลังได้รับความไว้วางใจให้มาสานต่อความยิ่งใหญ่ในสินค้าตัวใหม่ ทำให้บริษัทฯ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่ และปิดจุดบอดความล้มเหลวของสินค้าตัวเก่าในระบบขายตรงให้ได้ทั้งหมด
แผนการทำตลาดในช่วงแรก บริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องของ สื่อ เป็นหลัก ในการสื่อสาร ไปยังกลุ่มสมาชิกเก่าและใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สื่อวิทยุ สื่อทีวีดาวเทียม สื่อสิ่งพิมพ์ จะถูกนำมาใช้ เพื่อสื่อสารความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และล้างภาพลบที่มีต่อสินค้าตัวเดิมออกให้หมด เพื่อ ซันคลาร่า พลัส สินค้าตัวใหม่นี้ จะได้เดินต่อไปข้างหน้าในตลาดต่อไป วันนี้เราต้องคุยความจริง ซึ่งความจริงมีอยู่ว่า อย.อยู่ที่เราหมด ไม่ว่าจะเป็น อย.ของซันคลาร่าหรือซันคาร่าพลัส เรามีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และหลังจากที่สื่อสารในเรื่องนี้ออกไปไม่นาน อานิ สงส์ของความเป็นจริง ยังผลักดันให้เราขยายตลาดไปได้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้มีสมาชิกจองมาไม่ต่ำกว่า 50 ศูนย์ ทำให้เราต้องออกโปรโมชั่นของการเปิดศูนย์เข้ามารองรับกับการขยายตัว เชื่อว่าไม่นาน จะสามารถกลบกระแสข่าวลบของ ซันคลาร่าเดิมได้อย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญที่ทำให้ ซันคลาร่าพลัส เดินได้เร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการที่สินค้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคมาได้ก่อนหน้านี้ และทางผู้ผลิต บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บฯ เอง ได้ลงสื่อหนังสือพิมพ์ อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความเป็นจริงในเรื่องการผลิต ทำให้สร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว


ไม่หวั่นคู่แข่งเตะตัดขา
ทองแท้ก็เป็นทองแท้วันยังค่ำ
รอ.วุฒิกร เปิดเผยต่อว่า ภาพลักษณ์ที่ติดลบของสินค้าในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นจุด บอดส่งผลให้คู่แข่งหยิบขึ้นมาทำลายบริษัทฯ นั้น ในช่วงที่ผ่านมาสมาชิกก็เจอมาพอสมควร แต่ทางบริษัทฯ ไม่หวั่นกับเรื่องนี้ เพราะการตัดสินใจเลือกใช้สินค้าขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเป็นผู้เลือก หากสินค้าดี ผู้บริโภคย่อมเลือกใช้ แต่หากไม่ดีผู้บริโภคย่อมไม่สนใจอยู่แล้ว
ทองแท้ยังไงก็เป็นทองแท้ ซึ่งเราเชื่อว่า สินค้าซันคลาร่าพลัสของเราเป็นทองแท้ 100% โดยที่ผู้บริโภคเองจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือก ดังนั้น เรื่องการโจมตีของคู่แข่งทางบริษัทฯ ไม่กลัวอยู่แล้ว และที่ผ่านมา สมาชิกก็เจอมาบ้าง แต่ก็สามารถทำตลาดได้ และได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับมาเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราคาดหวังว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด ประสานความร่วมมือระหว่างบริษัทกับสมาชิก ดูตลาดให้เต็มที่ใช้ทุกอย่างที่มีให้เต็มกำลัง นำเรื่องจริงเข้ามาทำความเข้าใจ และให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจ เชื่อว่าจะเป็นแนวทางให้เราสานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของซันคลาร่า ต่อไปได้อย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่322 ประจำวันที่16 - 30 มิถุนายน 2555

ข่าว ล้วงลึกแผนปลุก "ซันคลาร่า พลัส - Sunclara Plus" โจทก์ใหญ่ "iBoi" กู้ชื่อคืนวงการขายตรง(MLM) "สตาร์ ซันไชน์-Star Sunshine"!


เจาะลึกขายตรงน้องใหม่ “iBoi” รับงานใหญ่ ถือใบอนุญาตจัดจำหน่าย “ซันคลาร่า พลัส”...ล้วงแผนลับยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์ฝ่ามรสุมมหากาพย์ “ซันคลาร่า” ตำนานสินค้าสตรี ที่มีทั้ง “เรื่องดี” และ “เรื่องร้าย” บนถนนธุรกิจขายตรง...ค้นยุทธวิธี “สานต่อ” และ “แก้ไข” การบ้านใหญ่ “iBoi” กลางดงเกมเตะตัดขา สกัดกั้นการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์


ในตำนาน...“รอ.วุฒิกร” หัวหอกใหญ่ฝ่ายการตลาดลั่น! ไม่หวั่นการรุมกระทืบ สินค้าดี ไม่ดี ขึ้นอยู่ที่ผู้บริโภคตัดสินใจ ส่วน “ข่าวร้าย” ด้านลบพร้อมเปิดบริษัทชี้แจ้งความจริงกับทุกคน...!!!
หากเอ่ยชื่อ “ซันคลาร่า” เชื่อว่า น้อยคนนักที่ไม่รู้จักสินค้าตัวนี้ เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา สินค้าที่เจาะจงโฟกัสไปที่ระบบภายในผู้หญิงตัวนี้ สร้างตำนานความยิ่งใหญ่ และเรื่องราวต่างๆ ขึ้นอย่างมากมายในวงการธุรกิจขายตรง จนปลุกกระแสความนิยม ก่อเกิดสินค้าตัวใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน สร้างตลาดใหม่ในธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลขึ้นมาชั่วพริบตา มหากาพย์ “ซันคลาร่า” หากไล่เรียงเรื่องราวความเป็นมา 10 หน้า กระดาษคงไม่จบ แต่หากผู้อ่านท่านใดที่ติดตามอ่าน “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า น่าจะทราบเรื่องราวความเป็นมาอย่างดีว่า สินค้าตัวนี้มีที่มาที่ไปจากโรงงานผู้ผลิตสินค้า ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าตำนาน “สินค้าฟิตกระชับ” บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด ของ “ธนอรรถ ตรีธิติธัญ” และการจุดกระแสที่เข้มข้น โดยการใช้ “สื่อทีวีดาวเทียม” เป็นหัวหอก และกระหน่ำซ้ำด้วย “สื่อวิทยุชุมชน” ของ “บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด” จนทำให้ “ซันคลาร่า” โด่งดังขึ้นมา ภายในพริบตาเดียว
แต่ “ความเขี้ยว” และ “ความไม่เข้าใจกัน” ของทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ทำให้ความสดใสของ “ซันคลาร่า” ในธุรกิจเครือข่ายดับลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับผู้ที่นำสินค้าไปจำหน่ายไม่เข้าใจในหลักการสื่อสารที่ถูกวิธี กลายเป็นชนวนความเสียหายที่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับตัวสินค้า จนหลายหน่วยงานของทางภาครัฐ ออกมาเตือนผู้บริโภค ทำให้แบรนด์สินค้าตกลงมาอย่างต่อเนื่อง...!!!
ทว่า ความเป็น “สินค้ามหานิยม” ที่ผู้คนยังติดอกติดใจ “ซันคลาร่า” ก็ยังเดินต่อไปได้ในตลาด โดยทางผู้ผลิตได้เปิดช่องทางให้สมาชิกเก่า ที่ชื่นชอบในตัวสินค้าโทรสั่งซื้อ “ซันคลาร่า” จากโรงงานโดยตรง ภายใต้บรรจุ ภัณฑ์ใหม่จำนวน 300,000 กล่อง ซึ่งไม่ได้จำหน่ายในระบบขายตรงหลายชั้นแต่ความยิ่งใหญ่ของ
“ซันคลาร่า” จุติขึ้นมาในระบบธุรกิจขายตรง ทางผู้ผลิตเอง ก็พยายามเล็งหาบริษัทขายตรง ที่จะเข้ามารับหน้าที่เป็น “ตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายใหม่” โดยมีการปรับแต่งคุณภาพที่เหนือชั้นใส่เข้าไป และสวมชื่อใหม่ ที่จดทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ “ซันคลาร่า พลัส” เข้ามาทำตลาดในระบบเครือข่ายอีกครั้ง เพื่อสานต่อ “ตำนาน ซันคลาร่า” ให้คงอยู่ต่อไป...!!!
...ปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ปรากฏชื่อ “บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด” หรือ “iBoi” ขายตรงน้องใหม่ที่เปิดได้ไม่ถึง 5 เดือน ได้รับเลือกจาก “บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด” เซ็นต์สัญญาแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า “ซันคลาร่า พลัส” ในตลาดขายตรงแต่เพียงรายเดียว ความยิ่งใหญ่ของตำนาน “ซันคลาร่า” และ “สารพัดปัญหาที่รุมเร้า” เข้ามาในช่วงนี้ ถือเป็นโจทก์ใหญ่ของ “iBoi” ว่า จะสานต่อตำนาน และรับมืออย่างไร? กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง...!!!


ทำการบ้านหนัก
ทุ่มงบรุกสื่อ“คุยความจริง”
รอ.วุฒิกร กีรติธากุล ประธานบริหารการตลาด บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด เปิดเผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ถือเป็นความโชคดี ที่บริษัทฯ ได้สินค้าตัวนี้มาจำหน่าย และเป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในตลาดขายตรง จากการที่ คุณปนัชดา ปัจจุบันปภาดา ประธานบริหารการตลาดฝ่ายสมาชิก ได้รู้จักสนิทสนมกับคุณธนอรรถ ตรีธิติธัญ เป็นการส่วนตัวทางสายบุญ ที่ชื่นชอบการทำบุญเหมือนกัน จนเป็นที่มาของการนำสินค้า ซันคลาร่า พลัสเข้ามาจำหน่ายในบริษัทฯ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึง 5 เดือน โดยเรื่องราวความโด่งดังของกระแสเรื่องสินค้าซันคลาร่าตัวเดิม หลังได้รับความไว้วางใจให้มาสานต่อความยิ่งใหญ่ในสินค้าตัวใหม่ ทำให้บริษัทฯ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่ และปิดจุดบอดความล้มเหลวของสินค้าตัวเก่าในระบบขายตรงให้ได้ทั้งหมด
แผนการทำตลาดในช่วงแรก บริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องของ “สื่อ” เป็นหลัก ในการสื่อสาร ไปยังกลุ่มสมาชิกเก่าและใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สื่อวิทยุ สื่อทีวีดาวเทียม สื่อสิ่งพิมพ์ จะถูกนำมาใช้ เพื่อสื่อสารความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และล้างภาพลบที่มีต่อสินค้าตัวเดิมออกให้หมด เพื่อ “ซันคลาร่า พลัส” สินค้าตัวใหม่นี้ จะได้เดินต่อไปข้างหน้าในตลาดต่อไป “วันนี้เราต้องคุยความจริง ซึ่งความจริงมีอยู่ว่า อย.อยู่ที่เราหมด ไม่ว่าจะเป็น อย.ของซันคลาร่าหรือซันคาร่าพลัส เรามีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และหลังจากที่สื่อสารในเรื่องนี้ออกไปไม่นาน อานิ สงส์ของความเป็นจริง ยังผลักดันให้เราขยายตลาดไปได้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้มีสมาชิกจองมาไม่ต่ำกว่า 50 ศูนย์ ทำให้เราต้องออกโปรโมชั่นของการเปิดศูนย์เข้ามารองรับกับการขยายตัว เชื่อว่าไม่นาน จะสามารถกลบกระแสข่าวลบของ ซันคลาร่าเดิมได้อย่างแน่นอน”
สิ่งสำคัญที่ทำให้ ซันคลาร่าพลัส เดินได้เร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการที่สินค้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคมาได้ก่อนหน้านี้ และทางผู้ผลิต บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บฯ เอง ได้ลงสื่อหนังสือพิมพ์ อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความเป็นจริงในเรื่องการผลิต ทำให้สร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว


ไม่หวั่นคู่แข่งเตะตัดขา
“ทองแท้ก็เป็นทองแท้วันยังค่ำ”
รอ.วุฒิกร เปิดเผยต่อว่า ภาพลักษณ์ที่ติดลบของสินค้าในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นจุด บอดส่งผลให้คู่แข่งหยิบขึ้นมาทำลายบริษัทฯ นั้น ในช่วงที่ผ่านมาสมาชิกก็เจอมาพอสมควร แต่ทางบริษัทฯ ไม่หวั่นกับเรื่องนี้ เพราะการตัดสินใจเลือกใช้สินค้าขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเป็นผู้เลือก หากสินค้าดี ผู้บริโภคย่อมเลือกใช้ แต่หากไม่ดีผู้บริโภคย่อมไม่สนใจอยู่แล้ว
“ทองแท้ยังไงก็เป็นทองแท้ ซึ่งเราเชื่อว่า สินค้าซันคลาร่าพลัสของเราเป็นทองแท้ 100% โดยที่ผู้บริโภคเองจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือก ดังนั้น เรื่องการโจมตีของคู่แข่งทางบริษัทฯ ไม่กลัวอยู่แล้ว และที่ผ่านมา สมาชิกก็เจอมาบ้าง แต่ก็สามารถทำตลาดได้ และได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับมาเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราคาดหวังว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด ประสานความร่วมมือระหว่างบริษัทกับสมาชิก ดูตลาดให้เต็มที่ใช้ทุกอย่างที่มีให้เต็มกำลัง นำเรื่องจริงเข้ามาทำความเข้าใจ และให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจ เชื่อว่าจะเป็นแนวทางให้เราสานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของซันคลาร่า ต่อไปได้อย่างแน่นอน”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 322 ประจำวันที่ 16 - 30 มิถุนายน 2555 

ข่าว ล้วงลึกแผนปลุก "ซันคลาร่า พลัส - Sunclara Plus" โจทก์ใหญ่ "iBoi" กู้ชื่อคืนวงการขายตรง(MLM) "สตาร์ ซันไชน์-Star Sunshine"!


เจาะลึกขายตรงน้องใหม่ “iBoi” รับงานใหญ่ ถือใบอนุญาตจัดจำหน่าย “ซันคลาร่า พลัส”...ล้วงแผนลับยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์ฝ่ามรสุมมหากาพย์ “ซันคลาร่า” ตำนานสินค้าสตรี ที่มีทั้ง “เรื่องดี” และ “เรื่องร้าย” บนถนนธุรกิจขายตรง...ค้นยุทธวิธี “สานต่อ” และ “แก้ไข” การบ้านใหญ่ “iBoi” กลางดงเกมเตะตัดขา สกัดกั้นการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์


ในตำนาน...“รอ.วุฒิกร” หัวหอกใหญ่ฝ่ายการตลาดลั่น! ไม่หวั่นการรุมกระทืบ สินค้าดี ไม่ดี ขึ้นอยู่ที่ผู้บริโภคตัดสินใจ ส่วน “ข่าวร้าย” ด้านลบพร้อมเปิดบริษัทชี้แจ้งความจริงกับทุกคน...!!!
หากเอ่ยชื่อ “ซันคลาร่า” เชื่อว่า น้อยคนนักที่ไม่รู้จักสินค้าตัวนี้ เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา สินค้าที่เจาะจงโฟกัสไปที่ระบบภายในผู้หญิงตัวนี้ สร้างตำนานความยิ่งใหญ่ และเรื่องราวต่างๆ ขึ้นอย่างมากมายในวงการธุรกิจขายตรง จนปลุกกระแสความนิยม ก่อเกิดสินค้าตัวใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน สร้างตลาดใหม่ในธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลขึ้นมาชั่วพริบตา มหากาพย์ “ซันคลาร่า” หากไล่เรียงเรื่องราวความเป็นมา 10 หน้า กระดาษคงไม่จบ แต่หากผู้อ่านท่านใดที่ติดตามอ่าน “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า น่าจะทราบเรื่องราวความเป็นมาอย่างดีว่า สินค้าตัวนี้มีที่มาที่ไปจากโรงงานผู้ผลิตสินค้า ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าตำนาน “สินค้าฟิตกระชับ” บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด ของ “ธนอรรถ ตรีธิติธัญ” และการจุดกระแสที่เข้มข้น โดยการใช้ “สื่อทีวีดาวเทียม” เป็นหัวหอก และกระหน่ำซ้ำด้วย “สื่อวิทยุชุมชน” ของ “บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด” จนทำให้ “ซันคลาร่า” โด่งดังขึ้นมา ภายในพริบตาเดียว
แต่ “ความเขี้ยว” และ “ความไม่เข้าใจกัน” ของทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ทำให้ความสดใสของ “ซันคลาร่า” ในธุรกิจเครือข่ายดับลงอย่างต่อเนื่อง บวกกับผู้ที่นำสินค้าไปจำหน่ายไม่เข้าใจในหลักการสื่อสารที่ถูกวิธี กลายเป็นชนวนความเสียหายที่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับตัวสินค้า จนหลายหน่วยงานของทางภาครัฐ ออกมาเตือนผู้บริโภค ทำให้แบรนด์สินค้าตกลงมาอย่างต่อเนื่อง...!!!
ทว่า ความเป็น “สินค้ามหานิยม” ที่ผู้คนยังติดอกติดใจ “ซันคลาร่า” ก็ยังเดินต่อไปได้ในตลาด โดยทางผู้ผลิตได้เปิดช่องทางให้สมาชิกเก่า ที่ชื่นชอบในตัวสินค้าโทรสั่งซื้อ “ซันคลาร่า” จากโรงงานโดยตรง ภายใต้บรรจุ ภัณฑ์ใหม่จำนวน 300,000 กล่อง ซึ่งไม่ได้จำหน่ายในระบบขายตรงหลายชั้นแต่ความยิ่งใหญ่ของ
“ซันคลาร่า” จุติขึ้นมาในระบบธุรกิจขายตรง ทางผู้ผลิตเอง ก็พยายามเล็งหาบริษัทขายตรง ที่จะเข้ามารับหน้าที่เป็น “ตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายใหม่” โดยมีการปรับแต่งคุณภาพที่เหนือชั้นใส่เข้าไป และสวมชื่อใหม่ ที่จดทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ “ซันคลาร่า พลัส” เข้ามาทำตลาดในระบบเครือข่ายอีกครั้ง เพื่อสานต่อ “ตำนาน ซันคลาร่า” ให้คงอยู่ต่อไป...!!!
...ปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ปรากฏชื่อ “บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด” หรือ “iBoi” ขายตรงน้องใหม่ที่เปิดได้ไม่ถึง 5 เดือน ได้รับเลือกจาก “บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บ อินดัสตรี่ จำกัด” เซ็นต์สัญญาแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า “ซันคลาร่า พลัส” ในตลาดขายตรงแต่เพียงรายเดียว ความยิ่งใหญ่ของตำนาน “ซันคลาร่า” และ “สารพัดปัญหาที่รุมเร้า” เข้ามาในช่วงนี้ ถือเป็นโจทก์ใหญ่ของ “iBoi” ว่า จะสานต่อตำนาน และรับมืออย่างไร? กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง...!!!


ทำการบ้านหนัก
ทุ่มงบรุกสื่อ“คุยความจริง”
รอ.วุฒิกร กีรติธากุล ประธานบริหารการตลาด บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไบโอ เน็ตเวอค จำกัด เปิดเผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ถือเป็นความโชคดี ที่บริษัทฯ ได้สินค้าตัวนี้มาจำหน่าย และเป็นผู้จำหน่ายแต่เพียงรายเดียวในตลาดขายตรง จากการที่ คุณปนัชดา ปัจจุบันปภาดา ประธานบริหารการตลาดฝ่ายสมาชิก ได้รู้จักสนิทสนมกับคุณธนอรรถ ตรีธิติธัญ เป็นการส่วนตัวทางสายบุญ ที่ชื่นชอบการทำบุญเหมือนกัน จนเป็นที่มาของการนำสินค้า ซันคลาร่า พลัสเข้ามาจำหน่ายในบริษัทฯ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่ถึง 5 เดือน โดยเรื่องราวความโด่งดังของกระแสเรื่องสินค้าซันคลาร่าตัวเดิม หลังได้รับความไว้วางใจให้มาสานต่อความยิ่งใหญ่ในสินค้าตัวใหม่ ทำให้บริษัทฯ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่ และปิดจุดบอดความล้มเหลวของสินค้าตัวเก่าในระบบขายตรงให้ได้ทั้งหมด
แผนการทำตลาดในช่วงแรก บริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องของ “สื่อ” เป็นหลัก ในการสื่อสาร ไปยังกลุ่มสมาชิกเก่าและใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สื่อวิทยุ สื่อทีวีดาวเทียม สื่อสิ่งพิมพ์ จะถูกนำมาใช้ เพื่อสื่อสารความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และล้างภาพลบที่มีต่อสินค้าตัวเดิมออกให้หมด เพื่อ “ซันคลาร่า พลัส” สินค้าตัวใหม่นี้ จะได้เดินต่อไปข้างหน้าในตลาดต่อไป “วันนี้เราต้องคุยความจริง ซึ่งความจริงมีอยู่ว่า อย.อยู่ที่เราหมด ไม่ว่าจะเป็น อย.ของซันคลาร่าหรือซันคาร่าพลัส เรามีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และหลังจากที่สื่อสารในเรื่องนี้ออกไปไม่นาน อานิ สงส์ของความเป็นจริง ยังผลักดันให้เราขยายตลาดไปได้เยอะมาก ซึ่งตอนนี้มีสมาชิกจองมาไม่ต่ำกว่า 50 ศูนย์ ทำให้เราต้องออกโปรโมชั่นของการเปิดศูนย์เข้ามารองรับกับการขยายตัว เชื่อว่าไม่นาน จะสามารถกลบกระแสข่าวลบของ ซันคลาร่าเดิมได้อย่างแน่นอน”
สิ่งสำคัญที่ทำให้ ซันคลาร่าพลัส เดินได้เร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการที่สินค้าสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคมาได้ก่อนหน้านี้ และทางผู้ผลิต บริษัท เนเจอรัล เฮิร์บฯ เอง ได้ลงสื่อหนังสือพิมพ์ อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความเป็นจริงในเรื่องการผลิต ทำให้สร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว


ไม่หวั่นคู่แข่งเตะตัดขา
“ทองแท้ก็เป็นทองแท้วันยังค่ำ”
รอ.วุฒิกร เปิดเผยต่อว่า ภาพลักษณ์ที่ติดลบของสินค้าในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นจุด บอดส่งผลให้คู่แข่งหยิบขึ้นมาทำลายบริษัทฯ นั้น ในช่วงที่ผ่านมาสมาชิกก็เจอมาพอสมควร แต่ทางบริษัทฯ ไม่หวั่นกับเรื่องนี้ เพราะการตัดสินใจเลือกใช้สินค้าขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเป็นผู้เลือก หากสินค้าดี ผู้บริโภคย่อมเลือกใช้ แต่หากไม่ดีผู้บริโภคย่อมไม่สนใจอยู่แล้ว
“ทองแท้ยังไงก็เป็นทองแท้ ซึ่งเราเชื่อว่า สินค้าซันคลาร่าพลัสของเราเป็นทองแท้ 100% โดยที่ผู้บริโภคเองจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือก ดังนั้น เรื่องการโจมตีของคู่แข่งทางบริษัทฯ ไม่กลัวอยู่แล้ว และที่ผ่านมา สมาชิกก็เจอมาบ้าง แต่ก็สามารถทำตลาดได้ และได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับมาเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราคาดหวังว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด ประสานความร่วมมือระหว่างบริษัทกับสมาชิก ดูตลาดให้เต็มที่ใช้ทุกอย่างที่มีให้เต็มกำลัง นำเรื่องจริงเข้ามาทำความเข้าใจ และให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจ เชื่อว่าจะเป็นแนวทางให้เราสานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของซันคลาร่า ต่อไปได้อย่างแน่นอน”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 322 ประจำวันที่ 16 - 30 มิถุนายน 2555 

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รัฐเอาจริง!ปคบ.ตั้งศูนย์คุมเข้มทีวี ดาวเทียม เฝ้าระวัง 24 ชม. จับตาย! รายการโม้สรรพคุณ


ทีวี ดาวเทียม งานเข้า ปคบ. ตั้งศูนย์จับตาเฝ้าระวังรายการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน 24 ชม. หลังบรรดาบริษัทจอมโอ้อวด สินค้าสรรพคุณโอเวอร์เกลื่อนช่องทีวี ชี้ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับการอนุญาต อาศัยรูโหว่ทีวี ดาวเทียม โฆษณาหลอกประชาชน ชี้ 2 ก.ค. เปิดศูนย์ตั้งแนวรบปราบเต็มรูปแบบ

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (ปคบ.) เตรียมปฏิบัติการโชว์ ผลงานชิ้นโบแดงคุ้มครองผู้บริโภคอีกครั้ง โดยพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. เปิดเผยกับ สยามธุรกิจ ว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจัดทำฐานข้อมูลเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และการดูแลประชาชน โดยในส่วนของปคบ.ได้จัดทำข้อมูลสินค้าที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค โดยชื่อว่า ศูนย์ ข้อมูลอาชญากรรม โดยมอบหมายให้กองกำกับการ 4 ปคบ. เป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมจะดำเนินการจัดหาข้อมูลสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และผิดกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.consumer.police. go.th ให้ประชาชนได้รับทราบ หรือสอบถามมายังสายด่วน 1135 ก็ได้เช่นกัน

ที่ผ่านมาข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือได้มาตรฐานกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยุ่งยากที่ผู้บริโภคจะตรวจสอบ ทางปคบ.จึงจะทำหน้าที่เป็น เจ้าภาพในการรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเผยแพร่ให้ผู้บริโภคได้รับรู้


ด้านพ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผกก. 4 ปคบ. เปิดเผยว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กองกำกับการ 4 ปคบ. ยังได้เตรียมจะเปิดศูนย์ติดตามสินค้า ที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมแต่ไม่ได้รับ อนุญาตจากอย. ซึ่งทุกวันนี้มีแนวโน้มมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยา และเครื่องสำอาง

ที่ผ่านมามีการโฆษณาชวนเชื่อสินค้าที่เป็นอาหารเสริม ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอย.ทำให้ประชาชนผู้บริโภคหลงเชื่อ ทางปคบ.จึงจะมีศูนย์ติดตามทีวี ดาวเทียมที่มีการโฆษณาสินค้า เหล่านี้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม และการกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมคาดว่าจะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 กรกฎาคม 2555

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภค ทางปคบ.เตรียมจะจัดทำลงนาม MOU ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสคบ. เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงขายสินค้าผ่านทาง E-Commerce ซึ่งตอนนี้ในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวน 8,000 ราย

โดยในช่วงก่อนหน้า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียน และคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนินงานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับ การโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการ ช่องดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณา ผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและ ขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1307 ประจำวันที่ 9-6-2012 ถึง12-6-2012

รัฐเอาจริง!ปคบ.ตั้งศูนย์คุมเข้ม‘ทีวี ดาวเทียม’ เฝ้าระวัง 24 ชม. จับตาย! รายการโม้สรรพคุณ


“ทีวี ดาวเทียม” งานเข้า ปคบ. ตั้งศูนย์จับตาเฝ้าระวังรายการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน 24 ชม. หลังบรรดาบริษัทจอมโอ้อวด สินค้าสรรพคุณโอเวอร์เกลื่อนช่องทีวี ชี้ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับการอนุญาต อาศัยรูโหว่ทีวี ดาวเทียม โฆษณาหลอกประชาชน ชี้ 2 ก.ค. เปิดศูนย์ตั้งแนวรบปราบเต็มรูปแบบ

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (ปคบ.) เตรียมปฏิบัติการโชว์ ผลงานชิ้นโบแดงคุ้มครองผู้บริโภคอีกครั้ง โดยพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจัดทำฐานข้อมูลเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และการดูแลประชาชน โดยในส่วนของปคบ.ได้จัดทำข้อมูลสินค้าที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค โดยชื่อว่า “ศูนย์ ข้อมูลอาชญากรรม” โดยมอบหมายให้กองกำกับการ 4 ปคบ. เป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมจะดำเนินการจัดหาข้อมูลสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และผิดกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.consumer.police. go.th ให้ประชาชนได้รับทราบ หรือสอบถามมายังสายด่วน 1135 ก็ได้เช่นกัน

“ที่ผ่านมาข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือได้มาตรฐานกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยุ่งยากที่ผู้บริโภคจะตรวจสอบ ทางปคบ.จึงจะทำหน้าที่เป็น เจ้าภาพในการรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเผยแพร่ให้ผู้บริโภคได้รับรู้”


ด้านพ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผกก. 4 ปคบ. เปิดเผยว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กองกำกับการ 4 ปคบ. ยังได้เตรียมจะเปิดศูนย์ติดตามสินค้า ที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมแต่ไม่ได้รับ อนุญาตจากอย. ซึ่งทุกวันนี้มีแนวโน้มมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยา และเครื่องสำอาง

“ที่ผ่านมามีการโฆษณาชวนเชื่อสินค้าที่เป็นอาหารเสริม ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอย.ทำให้ประชาชนผู้บริโภคหลงเชื่อ ทางปคบ.จึงจะมีศูนย์ติดตามทีวี ดาวเทียมที่มีการโฆษณาสินค้า เหล่านี้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สำหรับศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม และการกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมคาดว่าจะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 กรกฎาคม 2555

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภค ทางปคบ.เตรียมจะจัดทำลงนาม MOU ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสคบ. เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงขายสินค้าผ่านทาง E-Commerce ซึ่งตอนนี้ในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวน 8,000 ราย

โดยในช่วงก่อนหน้า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียน และคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนินงานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับ การโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการ ช่องดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณา ผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและ ขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1307 ประจำวันที่ 9-6-2012  ถึง 12-6-2012 

รัฐเอาจริง!ปคบ.ตั้งศูนย์คุมเข้ม‘ทีวี ดาวเทียม’ เฝ้าระวัง 24 ชม. จับตาย! รายการโม้สรรพคุณ


“ทีวี ดาวเทียม” งานเข้า ปคบ. ตั้งศูนย์จับตาเฝ้าระวังรายการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน 24 ชม. หลังบรรดาบริษัทจอมโอ้อวด สินค้าสรรพคุณโอเวอร์เกลื่อนช่องทีวี ชี้ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับการอนุญาต อาศัยรูโหว่ทีวี ดาวเทียม โฆษณาหลอกประชาชน ชี้ 2 ก.ค. เปิดศูนย์ตั้งแนวรบปราบเต็มรูปแบบ

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (ปคบ.) เตรียมปฏิบัติการโชว์ ผลงานชิ้นโบแดงคุ้มครองผู้บริโภคอีกครั้ง โดยพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ว่า พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจัดทำฐานข้อมูลเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และการดูแลประชาชน โดยในส่วนของปคบ.ได้จัดทำข้อมูลสินค้าที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค โดยชื่อว่า “ศูนย์ ข้อมูลอาชญากรรม” โดยมอบหมายให้กองกำกับการ 4 ปคบ. เป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมจะดำเนินการจัดหาข้อมูลสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และผิดกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.consumer.police. go.th ให้ประชาชนได้รับทราบ หรือสอบถามมายังสายด่วน 1135 ก็ได้เช่นกัน

“ที่ผ่านมาข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือได้มาตรฐานกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยุ่งยากที่ผู้บริโภคจะตรวจสอบ ทางปคบ.จึงจะทำหน้าที่เป็น เจ้าภาพในการรวบรวมเป็นฐานข้อมูลเผยแพร่ให้ผู้บริโภคได้รับรู้”


ด้านพ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผกก. 4 ปคบ. เปิดเผยว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กองกำกับการ 4 ปคบ. ยังได้เตรียมจะเปิดศูนย์ติดตามสินค้า ที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมแต่ไม่ได้รับ อนุญาตจากอย. ซึ่งทุกวันนี้มีแนวโน้มมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยา และเครื่องสำอาง

“ที่ผ่านมามีการโฆษณาชวนเชื่อสินค้าที่เป็นอาหารเสริม ยา เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอย.ทำให้ประชาชนผู้บริโภคหลงเชื่อ ทางปคบ.จึงจะมีศูนย์ติดตามทีวี ดาวเทียมที่มีการโฆษณาสินค้า เหล่านี้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สำหรับศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม และการกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายที่มีการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมคาดว่าจะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 กรกฎาคม 2555

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภค ทางปคบ.เตรียมจะจัดทำลงนาม MOU ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสคบ. เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงขายสินค้าผ่านทาง E-Commerce ซึ่งตอนนี้ในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวน 8,000 ราย

โดยในช่วงก่อนหน้า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียน และคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนินงานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับ การโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการ ช่องดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณา ผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสาร ผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและ ขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1307 ประจำวันที่ 9-6-2012  ถึง 12-6-2012 

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เชือด! เอนไซม์เจนิฟู้ด (Genufood Enzyme),ซันคลาร่า(Sunclara),เกร็กคู(Grakcu) กระตุ้นรัฐคุมสื่อ ทีวีดาวเทียมปิดรูโหว่ผู้ค้าลวงผู้บริโภค


ภาครัฐจับตาสื่อ ทีวี ดาวเทียม กสทช. เชือด โฆษณาสินค้า เอนไซม์ เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู หลังอย.ยื่นเรื่องประชาสัมพันธ์โอเวอร์สรรพคุณครอบจักรวาล พร้อมเตรียมตั้งกรรมการวางแผนแก้ปัญหา ผู้ค้าใช้สื่อ ทีวีดาวเทียม ลวง ผู้บริโภค ด้านอย. วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อสินค้าสรรพคุณป้องกันและรักษาโรค ชี้ผลข้างเคียงอาจอันตรายพาร่างกายทรุด!

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนิน งานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการช่อง ดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.


สุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวมิให้ดำเนินการ ใดๆ ที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตาม มาตรา 27 (13) และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 เพื่อให้สิทธิของผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองในการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความ จริง และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการ โฆษณาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวม รวมทั้งได้รับการแก้ไข เยียวยาความเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยัง ผู้ประกอบกิจการช่องดาวเทียม ผู้ประกอบ กิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) ที่ได้มา ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงาน กสทช. รวมไปถึง สถานีโทรทัศน์ที่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม

ตามที่สำนักงาน อย. ได้พิจารณาไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด รวมถึงกรณีที่พบว่า มี การโฆษณาในลักษณะที่มีเนื้อหาเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีสถานภาพอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี โดยผลทางคดียังไม่ถึงที่สุด ได้กำหนดเป็นหลักการ ให้พิจารณาระงับการออกอากาศโฆษณาที่มี ลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าคดีจะเป็นที่สุด เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ กสทช. กำลังจัดทำ หลักเกณฑ์ กติกาต่างๆ ในการเข้าสู่ระบบ ดิจิตอลหากผู้ประกอบการธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ ยังไม่ปรับตัวต่อความรับผิดชอบในการคุ้มครองผู้ครองผู้บริโภคและสังคมในอนาคตอาจประสบปัญหาในการขอรับใบ อนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสังคม

โดยในช่วงก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้พิจารณาแนวทางการให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการตรวจสอบและยุติการเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเสนอโดยคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี การเผยแพร่ออก อากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ซึ่งที่ประชุม กสท. ได้พิจารณาแล้ว มี มติว่า ตามที่ได้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า อย. ได้มีข้อสรุปแล้วว่า การโฆษณาออกอากาศ โฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู เข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และได้ส่งเรื่องดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับโฆษณาดังกล่าว ในชั้นนี้จึงเห็นสมควรที่จะออกมาตรการชั่วคราวเพื่อเป็นการเยียวยาหรือ ระงับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก จึงให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้แจ้ง กับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทุกช่องเพื่อทำ การระงับการเผยแพร่ออกอากาศการโฆษณา ดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนั้น กสท.มีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับ การปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อกำกับดูแลการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ เนื่องจากที่ผ่านมา อย.ได้เฝ้าระวัง การโฆษณาเกินจริงและฝ่าฝืนกฎหมายแพร่ภาพผ่านสัญญาณดาวเทียม โดยมีการ ดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับการโฆษณาแล้วแต่ยังมีการแพร่ภาพรายการดังกล่าวอยู่ ตนได้ขอความร่วมมือกับตัวแทนบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)ซึ่งบริษัทยินดีประสาน ความร่วมมือในการติดตามและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ออกอากาศ ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว กสท.จะนำเข้าพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมครั้งต่อไป

อย่างไรก็ดี ในส่วนของอย. ทาง น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หลังจาก อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซันคลาร่า ที่โฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับ และเว็บไซต์ http://www.starsunshine.com เกรงว่าจะมีการหลอกลวงประชาชน เพราะมีข้อความ โฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบทันที พบว่า มีการโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซันคลาร่า ทางแผ่นพับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น ...ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความแข็งแรง เพิ่มขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง ป้องกันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์... เป็นต้น

ทั้งนี้ อย. ได้ตรวจสอบข้อความโฆษณาดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาจาก อย. แต่อย่างใด ดังนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังบริษัท เพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดังกล่าว ในทุกสื่อแล้ว

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่สำคัญ อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าสามารถป้องกัน หรือรักษาโรค นอกจากเสียเงินโดยไม่จำเป็น แล้ว หากท่านมีโรคประจำตัว อาจได้รับผล ข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยคาด ไม่ถึงได้ พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีต่างๆ ในลักษณะที่เกินเลยความเป็นจริง มิฉะนั้น อย. จะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง เช่น รักษาได้สารพัดโรค ช่วยในการลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น ผ่านทางสื่อต่างๆ หรือ โฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยการขายตรง ขอให้แจ้งร้องเรียนมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกจังหวัด เพื่อทางราชการจะได้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1305 ประจำวันที่ 2-6-2012 ถึง5-6-2012

เชือด! เอนไซม์เจนิฟู้ด (Genufood Enzyme),ซันคลาร่า(Sunclara),เกร็กคู(Grakcu) กระตุ้นรัฐคุมสื่อ ‘ทีวีดาวเทียม’ปิดรูโหว่ผู้ค้าลวงผู้บริโภค


ภาครัฐจับตาสื่อ “ทีวี ดาวเทียม” กสทช. เชือด โฆษณาสินค้า “เอนไซม์ เจนิฟู้ด” “ซันคลาร่า” และ “เกร็กคู” หลังอย.ยื่นเรื่องประชาสัมพันธ์โอเวอร์สรรพคุณครอบจักรวาล พร้อมเตรียมตั้งกรรมการวางแผนแก้ปัญหา ผู้ค้าใช้สื่อ “ทีวีดาวเทียม” ลวง ผู้บริโภค ด้านอย. วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อสินค้าสรรพคุณป้องกันและรักษาโรค ชี้ผลข้างเคียงอาจอันตรายพาร่างกายทรุด!

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนิน งานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการช่อง ดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.


สุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวมิให้ดำเนินการ ใดๆ ที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตาม มาตรา 27 (13) และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 เพื่อให้สิทธิของผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองในการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความ จริง และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการ โฆษณาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวม รวมทั้งได้รับการแก้ไข เยียวยาความเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยัง ผู้ประกอบกิจการช่องดาวเทียม ผู้ประกอบ กิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) ที่ได้มา ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงาน กสทช. รวมไปถึง สถานีโทรทัศน์ที่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม 

ตามที่สำนักงาน อย. ได้พิจารณาไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด รวมถึงกรณีที่พบว่า มี การโฆษณาในลักษณะที่มีเนื้อหาเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีสถานภาพอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี โดยผลทางคดียังไม่ถึงที่สุด ได้กำหนดเป็นหลักการ ให้พิจารณาระงับการออกอากาศโฆษณาที่มี ลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าคดีจะเป็นที่สุด เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ กสทช. กำลังจัดทำ หลักเกณฑ์ กติกาต่างๆ ในการเข้าสู่ระบบ ดิจิตอลหากผู้ประกอบการธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ ยังไม่ปรับตัวต่อความรับผิดชอบในการคุ้มครองผู้ครองผู้บริโภคและสังคมในอนาคตอาจประสบปัญหาในการขอรับใบ อนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสังคม

โดยในช่วงก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้พิจารณาแนวทางการให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการตรวจสอบและยุติการเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเสนอโดยคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี การเผยแพร่ออก อากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ “เอนไซม์เจนิฟู้ด” “ซันคลาร่า” และ “เกร็กคู” ซึ่งที่ประชุม กสท. ได้พิจารณาแล้ว มี มติว่า ตามที่ได้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า อย. ได้มีข้อสรุปแล้วว่า การโฆษณาออกอากาศ โฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู เข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และได้ส่งเรื่องดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับโฆษณาดังกล่าว ในชั้นนี้จึงเห็นสมควรที่จะออกมาตรการชั่วคราวเพื่อเป็นการเยียวยาหรือ ระงับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก จึงให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้แจ้ง กับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทุกช่องเพื่อทำ การระงับการเผยแพร่ออกอากาศการโฆษณา ดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนั้น กสท.มีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับ การปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อกำกับดูแลการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ เนื่องจากที่ผ่านมา อย.ได้เฝ้าระวัง การโฆษณาเกินจริงและฝ่าฝืนกฎหมายแพร่ภาพผ่านสัญญาณดาวเทียม โดยมีการ ดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับการโฆษณาแล้วแต่ยังมีการแพร่ภาพรายการดังกล่าวอยู่ ตนได้ขอความร่วมมือกับตัวแทนบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)ซึ่งบริษัทยินดีประสาน ความร่วมมือในการติดตามและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ออกอากาศ ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว กสท.จะนำเข้าพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมครั้งต่อไป 

อย่างไรก็ดี ในส่วนของอย. ทาง น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หลังจาก อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซันคลาร่า” ที่โฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับ และเว็บไซต์ http://www.starsunshine.com เกรงว่าจะมีการหลอกลวงประชาชน เพราะมีข้อความ โฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบทันที พบว่า มีการโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซันคลาร่า” ทางแผ่นพับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น “...ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความแข็งแรง เพิ่มขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง ป้องกันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์...” เป็นต้น

ทั้งนี้ อย. ได้ตรวจสอบข้อความโฆษณาดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาจาก อย. แต่อย่างใด ดังนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังบริษัท เพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดังกล่าว ในทุกสื่อแล้ว

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่สำคัญ อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าสามารถป้องกัน หรือรักษาโรค นอกจากเสียเงินโดยไม่จำเป็น แล้ว หากท่านมีโรคประจำตัว อาจได้รับผล ข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยคาด ไม่ถึงได้ พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีต่างๆ ในลักษณะที่เกินเลยความเป็นจริง มิฉะนั้น อย. จะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง เช่น รักษาได้สารพัดโรค ช่วยในการลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น ผ่านทางสื่อต่างๆ หรือ โฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยการขายตรง ขอให้แจ้งร้องเรียนมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกจังหวัด เพื่อทางราชการจะได้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


 


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1305 ประจำวันที่ 2-6-2012  ถึง 5-6-2012

เชือด! เอนไซม์เจนิฟู้ด (Genufood Enzyme),ซันคลาร่า(Sunclara),เกร็กคู(Grakcu) กระตุ้นรัฐคุมสื่อ ‘ทีวีดาวเทียม’ปิดรูโหว่ผู้ค้าลวงผู้บริโภค


ภาครัฐจับตาสื่อ “ทีวี ดาวเทียม” กสทช. เชือด โฆษณาสินค้า “เอนไซม์ เจนิฟู้ด” “ซันคลาร่า” และ “เกร็กคู” หลังอย.ยื่นเรื่องประชาสัมพันธ์โอเวอร์สรรพคุณครอบจักรวาล พร้อมเตรียมตั้งกรรมการวางแผนแก้ปัญหา ผู้ค้าใช้สื่อ “ทีวีดาวเทียม” ลวง ผู้บริโภค ด้านอย. วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อสินค้าสรรพคุณป้องกันและรักษาโรค ชี้ผลข้างเคียงอาจอันตรายพาร่างกายทรุด!

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (รส.) สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีการดำเนิน งานของ กสทช. เรื่อง การแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยังผู้ประกอบกิจการช่อง ดาวเทียม โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และ เกร็กคู ไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประสานไปยัง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ต่อไป และได้ขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุทุกช่องรายการให้ความร่วมมือระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร และยา ที่ไม่ได้รับอนุญาตและขัดต่อกฎหมาย ดังกล่าว

นอกจากนี้ กสทช.กำหนดเตรียมจัด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการกำกับ ดูแลโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือมีลักษณะเป็น การเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (MOU) ระหว่าง สำนักงาน กสทช. กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย.นี้ ณ หอประชุมชั้น 1 สำนักงาน กสทช.


สุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้บริโภคมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวมิให้ดำเนินการ ใดๆ ที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตาม มาตรา 27 (13) และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 เพื่อให้สิทธิของผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองในการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความ จริง และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการ โฆษณาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวม รวมทั้งได้รับการแก้ไข เยียวยาความเสียหายภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติแจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู ไปยัง ผู้ประกอบกิจการช่องดาวเทียม ผู้ประกอบ กิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ (เคเบิลทีวี) ที่ได้มา ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงาน กสทช. รวมไปถึง สถานีโทรทัศน์ที่เป็นผู้ประกอบการรายเดิม 

ตามที่สำนักงาน อย. ได้พิจารณาไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด รวมถึงกรณีที่พบว่า มี การโฆษณาในลักษณะที่มีเนื้อหาเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมีสถานภาพอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี โดยผลทางคดียังไม่ถึงที่สุด ได้กำหนดเป็นหลักการ ให้พิจารณาระงับการออกอากาศโฆษณาที่มี ลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าคดีจะเป็นที่สุด เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ กสทช. กำลังจัดทำ หลักเกณฑ์ กติกาต่างๆ ในการเข้าสู่ระบบ ดิจิตอลหากผู้ประกอบการธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ ยังไม่ปรับตัวต่อความรับผิดชอบในการคุ้มครองผู้ครองผู้บริโภคและสังคมในอนาคตอาจประสบปัญหาในการขอรับใบ อนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสังคม

โดยในช่วงก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้พิจารณาแนวทางการให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการตรวจสอบและยุติการเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเสนอโดยคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรณี การเผยแพร่ออก อากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ “เอนไซม์เจนิฟู้ด” “ซันคลาร่า” และ “เกร็กคู” ซึ่งที่ประชุม กสท. ได้พิจารณาแล้ว มี มติว่า ตามที่ได้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า อย. ได้มีข้อสรุปแล้วว่า การโฆษณาออกอากาศ โฆษณาผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด ซันคลาร่า และเกร็กคู เข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง และได้ส่งเรื่องดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับโฆษณาดังกล่าว ในชั้นนี้จึงเห็นสมควรที่จะออกมาตรการชั่วคราวเพื่อเป็นการเยียวยาหรือ ระงับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก จึงให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้แจ้ง กับสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทุกช่องเพื่อทำ การระงับการเผยแพร่ออกอากาศการโฆษณา ดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนั้น กสท.มีมติเห็นชอบการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับ การปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อกำกับดูแลการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ เนื่องจากที่ผ่านมา อย.ได้เฝ้าระวัง การโฆษณาเกินจริงและฝ่าฝืนกฎหมายแพร่ภาพผ่านสัญญาณดาวเทียม โดยมีการ ดำเนินคดีพร้อมแจ้งระงับการโฆษณาแล้วแต่ยังมีการแพร่ภาพรายการดังกล่าวอยู่ ตนได้ขอความร่วมมือกับตัวแทนบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)ซึ่งบริษัทยินดีประสาน ความร่วมมือในการติดตามและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ออกอากาศ ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว กสท.จะนำเข้าพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมครั้งต่อไป 

อย่างไรก็ดี ในส่วนของอย. ทาง น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หลังจาก อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซันคลาร่า” ที่โฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับ และเว็บไซต์ http://www.starsunshine.com เกรงว่าจะมีการหลอกลวงประชาชน เพราะมีข้อความ โฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบทันที พบว่า มีการโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซันคลาร่า” ทางแผ่นพับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น “...ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความแข็งแรง เพิ่มขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง ป้องกันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์...” เป็นต้น

ทั้งนี้ อย. ได้ตรวจสอบข้อความโฆษณาดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาจาก อย. แต่อย่างใด ดังนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังบริษัท เพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดังกล่าว ในทุกสื่อแล้ว

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่สำคัญ อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าสามารถป้องกัน หรือรักษาโรค นอกจากเสียเงินโดยไม่จำเป็น แล้ว หากท่านมีโรคประจำตัว อาจได้รับผล ข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยคาด ไม่ถึงได้ พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีต่างๆ ในลักษณะที่เกินเลยความเป็นจริง มิฉะนั้น อย. จะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง เช่น รักษาได้สารพัดโรค ช่วยในการลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น ผ่านทางสื่อต่างๆ หรือ โฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยการขายตรง ขอให้แจ้งร้องเรียนมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทุกจังหวัด เพื่อทางราชการจะได้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


 


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1305 ประจำวันที่ 2-6-2012  ถึง 5-6-2012