ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิซิตี้ ไทยแลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิซิตี้ ไทยแลนด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : "ขยันผิดที่...พลาดโอกาสสู่ความมั่งคั่ง" เอ-ณกรณ์ ไกรรณภูมิ นักธุรกิจในตำแหน่ง "Dia-mond" จากบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด







Nakorn1 (Mobile)


"Key to Success กุญแจสู่ความสำเร็จ" ยังคงเฟ้นหาเรื่องราวของนักธุรกิจ ขายตรงชั้นนำ มาเสนอเทคนิคขั้นเทพ และ ครั้งนี้ท่านผู้อ่านจะได้พบกับ "เอ-ณกรณ์ ไกรรณภูมิ" นักธุรกิจในตำแหน่ง "Dia-mond" จากบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด


นักธุรกิจจากตระกูลนักการเมืองชื่อดัง ชาว จ.บุรีรัมย์ โดยอดีตนักธุรกิจผู้นี้ มีกิจการที่ต้องดูแลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ร้านเฟอร์นิเจอร์, สระว่ายน้ำ, บ้านจัดสรร และการทำธุรกิจเคเบิลทีวี แต่ลึกๆ แล้ว "เอ" อยากจะออกแบบชีวิตที่เป็นส่วนตัวได้เอง โดยไม่ต้องมากังวลกับงานที่ต้องดูแล อยากไปไหนก็ได้ และที่สำคัญต้องมีความสุข


ชีวิตสมัยดูแลกิจการเป็นอย่างไรบ้าง


"ตอนนั้น อายุ 18 ปี เพิ่งเข้ามาเรียน ต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แต่พอดีเป็นพี่คนโตสุด จึงเสียสละให้น้อง 3 คนได้เรียนหนังสือแทน เพราะตัวเองต้องไปสานต่อ กิจการของพ่อที่บ้านเกิดบุรีรัมย์ ตอนนั้นก็เสียใจที่ไม่ได้เรียน แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะ หากน้องเรียนจบแล้ว จะมาเรียนทีหลัง ก็ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือการตอบแทนบุญคุณบิดา มารดาที่ต้องทำเป็นอันดับแรก"


ชอบธุรกิจ MLM ไหม


"ไม่ได้ชอบและไม่เคยคิดที่จะเข้ามาทำธุรกิจ เพราะไม่เชื่อว่าจะได้เงินจริง เลย ปฏิเสธธุรกิจนี้มาเป็นเวลากว่า 7 ปี ทั้งๆ ที่มี เพื่อนอย่าง (รสา คำแบน) มาชวนให้เข้ามา ทำ แต่ก็ยังไม่สนใจ แต่พอเวลาผ่านไปนานๆ ได้เห็นเพื่อนที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ขับรถราคาแพงหลายล้านบาทมาหา พร้อมกับชวนไปเที่ยวที่บ้านราคากว่า 30 ล้านบาท ทำให้เริ่มรู้สึกว่า ถ้าเพื่อนทำได้เราก็ทำได้ เพราะ เราต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"


จุดเปลี่ยนอะไร...ดึงเข้ามาทำ MLM


"อย่างที่บอก ตัวเองดูแลกิจการที่บ้าน มา 10 กว่าปี ไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวไหนเลย ถึงจะมีเงินเยอะ แต่ก็ต้องคอยกังวลกับธุรกิจ ตลอดเวลา และสุขภาพก็เริ่มแย่ลง คือต้องการมีสุขภาพที่ดี มีรายได้เข้ามาไร้ขีดจำกัด พร้อมกับเวลาที่อยู่กับคนที่เรารักได้ จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ MLM เพราะเริ่มเชื่อที่ว่าธุรกิจนี้จะทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปได้"


เคยท้อแท้และคิดจะเลิกทำ MLM ไหม


"เรื่องปกติที่ต้องเจออุปสรรคทำให้เราท้อแท้บ้าง แต่หากเราอดทน และมีความ มุ่งมั่นที่มากพอ ก็จะผ่านวิกฤติเหล่านี้ได้แน่นอน โดยตอนนั้นเราได้เอาคนในครอบครัว เป็นเป้าหมายที่อยากให้ทุกคนมีความสุขอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า มีเวลาไปไหนด้วยกัน เพราะแต่ละคนต้องทำงานจนไม่ได้เจอหน้ากัน"


ทำไมตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับ "ยูนิซิตี้"


"เพราะที่บริษัทนี้สามารถช่วยให้ตนเองเกษียณได้จริง โดยได้ศึกษาแผนการ ตลาด ระบบการจ่ายเงิน และความมั่นคงของบริษัทที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก และเพียง 3-6 เดือน ก็ได้พบผลลัพธ์ พอผ่านสู่ปีที่ 2 ก็แทบจะเกษียณตัวเองได้เลย"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังเข้ามาทำ MLM


"เปลี่ยนมาก เพราะทุกวันนี้ไม่ได้กลับไปทำธุรกิจเดิมๆ อีกแล้ว แต่ได้ยกกิจการให้ กับน้องๆ ดูแลแทนไป โดยที่เราสามารถออกแบบชีวิตของเราเองได้ สามารถตื่นสายได้โดยที่ไม่มีใครว่าเรา จะไปไหนก็ได้ เพราะทุกวันนี้มีรายได้เข้าบัญชี หลายล้านบาทในแต่ละเดือน สามารถเดินทางท่องเที่ยวและช่วยสมทบทุนมูลนิธิต่างๆ ได้ประโยชน์มากมายอีกด้วย"


ทำ MLM มากี่ปี... เป้าหมายต่อไปคืออะไร


"ถึงวันนี้ก็ผ่านมา 7 ปีเต็ม แต่ที่จริงตนเองประสบความสำเร็จตั้งแต่ 2 ปีแรกแล้ว เพราะตอนนั้นสามารถมีรายได้เกิน 1 ล้านบาท แต่วันนี้อยู่ในตำแหน่ง ไดมอนด์ รับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 2-3 ล้านบาท เป้า หมายก็คงจะช่วยให้ผู้ที่อยากสำเร็จเหมือนเรา เกษียณตัวเองให้ได้เช่นเรา และตำแหน่ง ต่อไปเราคงขยับไปเป็นทริปเปิ้ลไดมอนด์"


มีเทคนิคอะไร...จะฝากถึงสมาชิกคนอื่นๆ บ้าง


"อยากให้ทุกคนลองเปิดใจกับธุรกิจเครือข่ายก่อน และเข้ามาศึกษาแผนการตลาด สำหรับที่ บ.ยูนิซิตี้ มีแผนการตลาดที่เกษียณตัวเองได้จริง เพราะปัจจุบันทุกคน ที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ ภายใน 2 ปี ก็สามารถ มีผลลัพธ์และเริ่มจะเกษียณตัวเองได้เลย การเรียนรู้เข้าเซ็นเตอร์เต็ม 100% จะทำให้ เราเดินไปสู่ความสำเร็จได้แน่นอน ส่วนใหญ่ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จใน MLM เกิดจากขาดแรงบันดาลใจที่มากพอ และไม่มีความอดทน ไม่ทำตามระบบที่องค์กรเซ็ต มาให้แล้ว ที่สำคัญการขยันผิดที่...อาจทำให้ พลาดโอกาสดีๆ ที่เราจะมีความมั่งคั่งได้"


สิ่งที่ได้จากธุรกิจนี้...มีอะไรบ้าง


"ตั้งแต่ทำธุรกิจนี้ MLM มาตลอด 7 ปี มีเงินเข้าธนาคารเกิน 100 ล้านบาท เพราะสามารถซื้อทั้งคอนโดฯ ระดับ 5 ดาว ได้ถึง 2 ห้อง ราคา 30 กว่าล้านบาท พร้อม ทั้งรถหรูอย่าง ลัมโบร์กินี่ กัลลาร์โด ซูเปอร์ เลคเกอร์ล่า คันละประมาณ 25 ล้านบาท และอื่นๆ อีก หากที่นี่ไม่ได้จริง ก็คงไม่เข้า มาทำแน่นอน"


นี่ถือเป็นอีกสุดยอดนักธุรกิจขายตรงชั้นแนวหน้าของเมืองไทยที่ "KEY TO SUCCESS" ได้นำชีวิต วิธีคิด และอีกหลายสิ่งหลายอย่างมานำเสนอให้ท่าน ผู้อ่านได้เห็น เพื่อชี้ให้ทุกคนเห็นว่าธุรกิจขายตรงมีดีอย่างไร และทำไมใครหลายคนถึงหลงเสน่ห์กับเจ้าธุรกิจชนิดนี้ จนชีวิตของเขาเหล่านั้นเปลี่ยนไปในทิศทาง ที่ดีขึ้นได้จริง


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ยูนิซิตี้ ฉลองความสำเร็จ จัดงาน "Mid-year Recognition 2013" เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่VPlus







1017526_10151787695391419_2049808425_n (Mobile)


เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 56 ที่ผ่านมา บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้จัดงาน Mid-year Recognition 2013 พิธีประดับเข็มเกียรติยศกลางปี 2556 ภายใต้คอนเซปต์งาน The power of unicity พลังความสำเร็จ พลังยูนิซิตี้ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี


มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอชีย แปซิฟิค ได้กล่าวเปิดงานและแถลงถึงภาพรวมแผนงานของยูนิซิตี้ ในปี 2556 นี้ว่า เตรียมที่จะขยายตลาดเพิ่มขึ้นใน 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน จากปัจจุบันที่ ยูนิซิตี้ มีศูนย์กระจาย สินค้าอยู่ที่ 73 แห่งทั่วประเทศไทย และมาก กว่า 70 ศูนย์ ที่เป็นศูนย์กระจายสินค้า เหตุผลที่ยูนิซิตี้ได้รุกเข้าไปทำตลาดใน 3 ประเทศนั้น เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศดังกล่าวว่า มีแนวโน้มตลาดที่สดใส เพราะเห็นได้จากเริ่มที่จะมีนักธุรกิจในประเทศนั้นๆ เกิดขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งหาก ยูนิซิตี้บุกตลาดทั้ง 3 ประเทศนี้อย่างจริงจังเมื่อ ไหร่ เชื่อว่าโอกาสที่ธุรกิจ จะเติบโตก็มีสูงเช่นกัน ในขณะเดียวกันปัจจัยที่ทำให้ยูนิซิตี้เติบโต มาได้พร้อมกับกล้าที่จะขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีผู้นำที่ดีพร้อมกับมีระบบที่ดีในการขับเคลื่อนคนและองค์กรสู่ความสำเร็จนั่นเอง


นอกจากนี้ ล่าสุด ยูนิซิตี้ ได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2558 ด้วยการขยายธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เปิดสำนักงาน ยูนิซิตี้ ประจำประเทศเวียดนาม เมืองฮานอย และสำนักงานยูนิซิตี้ประจำประเทศกัมพูชา กรุงพนมเปญ ซึ่งนับว่าเป็นการขยายฐานธุรกิจของยูนิซิตี้ และเปิดโอกาสให้ประชากร ในประเทศนั้นๆ มีรายได้ รวมทั้งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของการทำงานร่วมกันของเครือข่ายยูนิซิตี้ในประชาคมอาเซียน เพื่อช่วยขับเคลื่อนยูนิซิตี้ ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้


นอกจากเรื่องยอดขายของบริษัทแล้ว ยูนิซิตี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ VPlus เพื่อตอบรับกระแสเทรนด์รักสุขภาพที่มีมากขึ้น ซึ่งสินค้าของยูนิซิตี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคภายในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจะเห็นได้จากจำนวนนักธุรกิจที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VPlus ประกอบไปด้วย Wild Bilbery ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นในที่มืด ลดความเสี่ยงของอาการตาบอด อีกทั้งยังมี Lutein และ Zeaxanthin ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในจอประสาทตา ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา


โดยในช่วงท้ายของงานได้มีการประกาศรางวัลให้แก่นักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมด 4 ระดับ ได้แก่ 1.ระดับ Direrctor 2. ระดับ Senior Director 3. ระดับ Executive Director และ 4. ระดับ Preidential Rank ซึ่งระหว่างการประกาศรางวัลได้มีการแสดงสุดอลังการขั้นในพิธีการประกาศรางวัล ทั้งหมด 3 ชุด ซึ่งเรียกเสียงปรบมือได้อย่างดังสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว ได้แก่ 1.การแสดงชุด Power of passion 2. การแสดงชุด Power of Action และ 3.การแสดงชุด Power of Victory แต่ที่เป็นไฮไลต์ของงานเห็นทีจะเป็นการกล่าวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจยูนิซิตี้และแขกผู้มีเกียรติที่มาเข้าร่วมงาน ของ ดร. รสา คำแบน นักธุรกิจยูนิซิตี้ ระดับ President Crown Diamond เรียกได้ว่าถึงแม้งานจบแต่ภาพความประทับใจไม่จบจริงๆ เหมาะสมกับสโลแกนที่ได้กล่าวไว้ว่า Unicity; the make life better company .


วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เกาะเทรนด์สินค้าขายตรงหน้าร้อน พาวเดอร์ดริ๊งค์มาแรง







Cancer Prevention Energy Drink (Mobile)


ปีนี้สินค้าขายตรงกลุ่มเสริมสุขภาพยังคงมาแรง หากแต่รูปแบบอาจแตกต่างกันออกไป สำหรับหน้าร้อนนี้ พาวเดอร์ดริ๊งหรือสินค้าเพื่อสุขภาพแบบชงดื่ม เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ อย่างเช่นน้องใหม่ขายตรงดีเน็ทเวิร์คสบช่อง เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบชงดื่ม 6 รายการรวด เน้นสร้างฐานผู้บริโภคด้วยอัตราการซื้อซ้ำสูง เดินเครื่อง MLM 5 เครือข่ายใช้สินค้าขับเคลื่อนธุรกิจ มั่นใจสิ้นปีแตะ 600 ล้านบาท


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ท เวิร์คเวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากบริษัทได้มีการเปิดตัว


สำนักงานแห่งใหม่อยู่ใจกลางเมืองคือ บริเวณชั้น 7 อาคารไทยซีซี ย่านสาทร ซึ่งเป็นแหล่งที่มีคนวัยทำงาน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่ กระจุกตอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เปิดตัวผลิจภัณฑ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการทำตลาดกลุ่มใหม่ของบริษัท โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ชนิดผงชงดื่ม 6 รายการพร้อมกัน ได้แก่ Sweet Powder ,Refeat , Snowy Powder,D Berry fiber, D10 Plusและ Oleef Coffee


"เราเริ่มมีการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่าจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ D10 Plus, Snowy Powder, Refeat Powder, Sweet Powder ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง, D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น"

สาคร กล่าวว่า กลยุทธ์หลักของบริษัทคือ การสร้างฐานผู้บริโภคที่มั่นคง ดังนั้นการทำตลาดจึงมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์จะต้องมีคุณภาพ ใช้แล้วหมดไป ผู้บริโภคใช้แล้วเห็นผล เกิดการซื้อซ้ำ โดยจะสร้างสัดส่วนผู้บริโภคให้ได้ถึง 70% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีแผนงานจะจัดทำโครงการกว่า 14 โครงการในการผลักดันสินค้าสู่ผู้บริโภ ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีกว่า 600 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มียอดเข้ามา 60 ล้านบาท สมชิกปัจุบัน 6 หมื่นรหัส มียอดซื้อเฉลี่ย 1,000 บาทต่อหัว


4ไล้ฟ์ ใช้นักกีฬาดังโปรโมทสินค้าชงดื่ม


กิจภูเบศ ธนกิจสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท 4ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นูทราสตาร์ท เครื่องดื่มโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองและโปรตีนเวย์ รสช็อกโกแลต เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานพร้อมมีสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย มีส่วนประกอบของโปรตีนทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง เคลวิน จอลลี่ รองประธานฝ่ายการสื่อสาร 4ไล้ฟ์ รีเสิร์ช สหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดตัว Team 4Life คือทีมนักกีฬาระดับโลกที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ ประเทศไทยได้รับเกียรติจาก 2 โปรกอล์ฟชื่อดังที่เป็นสมาชิกใน Team 4Life คือ โปรเผ่าสิงห์ นิสสัยสุข (Senior Professional Golfer, Golf Instructor) และโปรฐิติพงษ์ ณ สงขลา (Thailand PGA Golf Instructor)ในฐานะเป็น Team 4Life 2 คนแรกในทวีปเอเซีย


"นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของบริษัท คือกลุ่มอาหารเสริม ไม่ว่าจะเป็นไตร แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า พลัสไตร แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า และทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ คือ มีโปรตีนจากธรรมชาติช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและดูแลซ่อมแซม ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าด้านความงาม เครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งทีมวิจัยของบริษัทอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา และกำลังจะมีสินค้าต่างๆ ออกมาตอบสนองความต้องของสมาชิกให้ได้มากที่สุด"


สำหรับภาพรวมในปีที่ผ่านมา บริษัท 4ไล้ฟ์ มีผลประกอบการน่าพอใจ เติบโตถึง 30% นับเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้ ในปี 2556 นี้ บริษัทมีความตั้งใจหวังจะเติบโต สูงไปอีก 30% เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 3 ปี ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 แสน รหัส แต่เวลานี้มีอยู่ที่ 4 หมื่นกว่ารหัส และ มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ

ยูนิซิตี้ ส่งแอลซี ลุยตลาดขายตรง


คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LC-Dietary Supplement Product) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผงสำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดีและยังมีส่วนช่วย ควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีนเมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีนสกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโตเด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา


"แผนการตลาดปีนี้บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ LC เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ซึ่งบริษัทได้ทดลองวางสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี ดังจะเห็นได้จากจำนวนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงนักธุรกิจที่สามารถทำยอดขายจำนวน 673 คน" คริสโตเฟอร์ กล่าว




Credit by :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ธิดา อู Presidential Director Unicity ผู้นำมือทองพม่า กับความสำเร็จที่ไม่มีวันสิ้นสุด









ขึ้นชื่อว่าธุรกิจเน็ทเวิร์ค นับได้ว่าเป็นธุรกิจที่สามารถเนรมิตให้คนที่มีความมุ่งมั่น อดทนและทำงานอย่างมีเป้าหมาย สามารถพลิกชีวิตที่ดีขึ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็วมากกว่าอาชีพอื่นๆ ที่สำคัญไร้ซึ่งขอบเขตของต้นทุนชีวิตที่ติดตัว เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหนมีความรู้สูงขั้นเทพหรือแม้เขียนหนังสือไม่ได้อ่านไม่ออก แต่ถ้าหากคุณมีจิตใจที่มุ่งมั่นที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง ก็สามารถก้าวถึงฝันที่ต้องการได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าธุรกิจเน็ทเวิร์คนั้นสามารถสรรสร้างคุณภาพชีวิตให้กัลป์ผู้คนทั่วโลกได้จริงๆ


เฉกเช่นเดียวกับภาพความสำเร็จของหญิงแกร่ง ธิดา อู ผู้นำธุรกิจระดับตำแหน่ง Presidential Director บริษัทยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เธอเป็นพลเมืองกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า อดีตนเจ้าของร้านเสริมสวยถึง 3 สาขา ที่ทำมานานถึง 25 ปี แต่ด้วยภาระหน้าที่ๆต้องคอยให้บริการทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้เธอเกิดภาวะความเครียดสุขภาพทรุดโทรม และสุดท้ายหลายโรครุ่มเร้าทั้งข้อกระดูกเข่าเสื่อม จากการยืนทำผมนานๆ หนำซ้ำโดนตัดมดลูกจากเนื้องอกผิดปกติ พ่วงมาด้วยโรคกระเพาะจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้ที่สุดคือ โรคอ้วนร่างกายตุ้ยนุ้ยรับน้ำหนักเกินพิกัดถึง 200 ปอนด์ จนบุคลิกภาพเสีย พยุงตัวยืนไม่ไหวสุดท้ายต้องล้มหมอนนอนเสื่อกลายเป็นผู้ป่วยหนัก


จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเพื่อนมาแนะนำให้ทดลองทานผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักยูนิซิตี้ และหลังจากทานได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้นสุขภาพของเธอโดยรวมดีขึ้นมาก สามารถทำงานได้ตามปกติ แต่สิ่งที่ทำให้เธอดีใจสุดชีวิตเห็นทีจะเป็นการลดลงของขนาดน้ำหนักตัว จากเดิม 200 ปอนด์ ลดลงอย่างต่อเนื่องราว 55 ปอนด์ หลังจากทานผลิตภัณฑ์ยูนิซิตี้ได้เพียง 8 เดือนเท่านั้นกลายเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดีมีความมั่นใจขึ้นมาก


ช่วงที่มีน้ำหนักตัวมาก ดิฉันเครียดจึงพยายามสรรหาทุกวิถีทางในการลดน้ำหนัก ทั้งกินยา ออกกำลังกาย ทุกประเภทที่ช่วยลดสัดส่วน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาหลังจากทานสินค้าควบคุมน้ำหนักยูนิซิตี้ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เห็นผลชัดเจน ทำให้ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจใรตัวเองมากที่เลือกสินค้าไม่ผิด วันนี้ดิฉันกลายเป็นคนใหม่ที่มีสุขภาพแข็งแรง


ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ยูนิซิตี้ จึงทำให้ ธิดา อู ไปตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจโดยมีเป้าหมายใหญ่เพื่อช่วยเหลือผู้คนด้วยการบอกต่อสิ่งดีๆให้กับคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ทุกวันนี้ประสบปัญหามดลูกผิดปกติจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจเปิดฉากสร้างชีวิตกับธุรกิจยูนิซิตี้ทันที เพื่อมอบสิ่งดีๆช่วยเหลือคนรอบข้างให้มีสุขภาพที่แข็งแรง


หลังจากที่ ธิดา อู ตกผลึก ทางความคิดเดินหน้าลุยธุรกิจอย่างจริงจังมองเห็นโอกาสชีวิตใหม่รออยู่ตรงหน้า เธอจึงตัดสินใจแขวนกรรไกรตัดผม ยกร้านเสริมสวยที่ทำอยู่ให้ลูกน้องสานต่อบริหารแทนทั้งหมด จากนั้นตัวเองนั้นก็ได้เร่งสปีดยกระดับฐานะตัวเอง ด้วยพลังขับเคลื่อนธุรกิจยูนิซิตี้มุ่งขยายความสำเร็จให้กับผู้คนในประเทศพม่าอย่างเต็มกำลังในทุกจังหวัดเพราะเธอมองเห็นโอกาสในการมีรายได้ที่ดีกว่าอาชีพเดิมหลายเท่าตัว


ด้วยดิฉันเป็นคนฝันใหญ่คิดการณ์ไกลต้องการมีธุรกิจส่วนตัว แม้ว่าที่ผ่านมาหลายธุรกิจที่ทำล้มเหลว อย่างเช่น ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวย ทำได้ 1 ปี ก็เลิกเพราะได้ไม่คุ้มเสีย ตามมาด้วยอีก 2-3 ธุรกิจที่ลุ่มๆดอนๆ แต่ก็ไม่สำคัญเท่าตัวเลขวัยอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงเลิกล้มความผิดที่จะลงทุนใหญ่ในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าหลังอายุ 50 ปีอยากที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ๆอย่างสงบบนเส้นทางพระพุทธศาสนา ไม่อยากคิดอะไรมาก แต่สุดท้ายดิฉันก็ยังไม่พบความสุขที่แท้จริง จนกระทั่งได้รู้จักกับธุรกิจเน็ทเวิร์คยูนิซิตี้ ทีเปิดโลกกว้างอันสวยงามให้กับดิฉันได้รู้ถึงการสร้างคุณค่าให้กับชีวิต เสมือนเส้นทางการสร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองและอีกนัยยะถือเป็นการบอกบุญในการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนรอบข้างให้มีทั้งสุขภาพร่างกายที่ดี และสามารถยกระดับฐานะทางการเงินที่มั่นคงได้อีกด้วย


สิ่งที่ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าธุรกิจเน็ทเวิร์ค ยูนิซิตี้ คือความสำเร็จที่ไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มมาจากความศรัทธาที่เธอมีต่อสินค้าทำให้เธอมีหุ่นที่กระชับ ผิวพรรณสดใส จนคนรอบข้างทัก เพราะเธอเชื่อว่าหากสินค้าไม่ดีความสำเร็จก็ไม่เกิด อีกทั้งธุรกิจยูนิซิตี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตได้ทุกอย่าง จึงเป็นแรงผลักดันให้ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่เธอได้ทุ่มเททำธุรกิจ นอกจากผลลัพธ์ความสำเร็จกับรายได้กว่า 300,000 บาทต่อเดือนแล้วเป้าหมายปีนี้ที่จะเกิดขึ้น คือการได้เป็นเจ้าของรถคู่กายสุดหรูหนึ่งคัน และเตรียมจะซื้อบ้านหลังใหม่อีก 1 หลังราคา 4 ล้านบาทที่ประเทศพม่า หรือหากถามถึงเป้าหมายความสำเร็จขั้นต่อไปนั้น คือตำแหน่งไดมอนด์ ที่มาพร้อมกับรายได้ 3 ล้าบาทต่อเดือนที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ เพื่อเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับคุณแม่ของเธอให้ท่านสบายที่สุดก่อนในบั้นปลายชีวิต


หลังจากที่ดิฉันได้เข้ามาเรียนรู้ธุรกิจอย่างจริงจัง ได้รู้จักกับผู้คนมากมายที่มาพร้อมกับความสำเร็จของการเป็นผู้นำที่ดี ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ธุรกิจเน็ทเวิร์คยูนิซิตี้ เป็นธุรกิจที่สร้างโอกาสให้กับคนได้จริงๆ ที่สำคัญซิสเต็มหรือการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ระบบยูนิพาวเวอร์ ผลักดันให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้นสามารถก้าวเป็นผู้นำที่มีที่มาพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งเงิน สุขภาพ ความรักจากพี่น้องสมาชิกยูนิซิตี้ทุกคน และดิฉันจะยึดมั่นทำธุรกิจตลอดชีวิตจะทำให้ดีที่สุด


ส่วนเคล็ดลับความสำเร็จของ ธิดา อู เธอบอกว่า มาจาก 1. ความซื่อสัตย์กับทีมงาน 2. เป็นผู้ให้ที่ดี พร้อมที่จะแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมงานตลอด 24 ชั่วโมง โอกาสดีๆไม่ได้เข้ามาในชีวิตเราง่ายๆแต่หากเราพบกับโอกาสของการสร้างชีวิตใหม่ก็ควรจะไขว่คว้าไว้ ดั่งเช่นโอกาสทางธุรกิจที่ดีของยูนิซิตี้ ที่ได้ให้ทั้งสุขภาพและจิตใจที่ดี ให้เงินและสามารถเกษียณตัวเองได้ในบั้นปลายชีวิต เรียกได้ว่าเหนื่อยชั่วคราวแต่สบายชั่วโคตร ธิดา อู กล่าวทิ้งท้าย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงปี56เร่งเครื่องรั้งอันดับ TOP5 หลังโผยอดขายปี55พลิกล็อคเพียบ !









จับทิศอันดับยอดขายบริษัทขาย ตรงปี56...หลังหลายค่ายเดินหน้าปล่อย ยุทธศาสตร์เพียบ หวังรั้งอันดับ TOP 5 กลับคืนมา!...พบเบอร์ 1 แอมเวย์อันดับยัง คงเหนียวแน่นตลอดกาล ด้วยยุทธศาสตร์ เหนือเมฆปล่อยออกมาเป็นซีรี่ส์ หวังครองใจคนทั่วโลก เผย 10 อันดับขายตรงปี53- 55 เริ่มพบเห็นอันดับเปลี่ยนมือ ยอดขายบางค่ายตกฮวบ...พร้อมเตรียม จับตาปี56 การแข่งขันในสมรภูมิรบขายตรงดุเดือดเลือดพล่านแน่!


...นับได้ว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการ แข่งขันกันค่อนข้างสูงทีเดียว ทั้งในเรื่อง ของ ชั้นเชิงธุรกิจ หรือแม้กระทั่ง กึ๋น ของ ผู้ประกอบการ เองก็ตามที ที่ใส่กัน แบบไม่ยั้งหวังที่จะอยู่ในอันดับยอดขาย ที่ดีที่สุด หรือไม่ให้ตกไปจากอันดับเดิมที่ รั้งอยู่
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า อันดับยอด ขาย ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าตาของบริษัทเลย ก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหนที่มีอันดับยอด ขายที่ดี หรือไม่ตกอันดับไปจากเดิม ก็ ถือว่ามีแต้มต่อในเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการเติบโตที่ค่อนข้างที่จะมีความ มั่นคงนั่นเอง วันนี้ต้องบอกว่า ธุรกิจขาย ตรง ค่อนข้างที่จะเติบโตอย่างร้อนแรงที เดียว ทั้งค่ายที่เกิดใหม่ หรือแม้กระทั่งค่าย เก่า ๆ ที่อยู่มานานก็ตามที เห็นได้อย่าง หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่โตตามเป้า และมียอดทะลุเกินเป้าหมายก็หลาย ๆ ค่ายทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า วันนี้ ยอดขายที่เรียก ว่า โตแบบร้อนแรง อันดับ 1 ที่รั้งมานาน ยังคงเป็นของยักษ์ใหญ่จากอเมริกานั่น ก็คือ แอมเวย์ แต่ที่น่าสนใจคงจะหนี ไม่พ้นบริษัทขายตรงที่อยู่ในอันดับ 2-10 ที่มีการเปลี่ยนอันดับออกมาให้เห็นกันอยู่ทุกปี นั่นก็หมายความว่า ฝีมือและ ชั้นเชิงทางธุรกิจของ ผู้ประกอบการ แต่ละค่าย อาจเรียกได้ว่าไม่ทิ้งห่างกัน มากเท่าที่ควร

เผย10 อันดับขายตรงปี53-55 อันดับเปลี่ยนมือยอดขายฮวบ

...วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทำไม... ยักษ์ใหญ่ แอมเวย์ ถึงสามารถรั้งจ้าว ผู้นำเครือข่ายในเมืองไทยตลอดกาล!.. คำถามนี้ คงเกิดขึ้นในความคิดของใคร หลายคนอย่างแน่นอน...ส่วนหนึ่งอาจจะ เป็นเพราะการเข้าใจและเข้าถึงความ ต้องการของผู้บริโภคที่สำคัญยังสามารถ พลิกคัมภีร์รบได้ค่อนข้างเร็ว ตาม สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ หากลองเปรียบเทียบอันดับ ยอดขายของบริษัทขายตรงในช่วงปี 2553-2555 ที่ผ่านมา พบว่า อันดับยอด ขายเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็น ได้ชัด โดยทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอแจงข้อมูลยอดขายของ 10 อันดับ บริษัทขายตรงให้ทุกท่านทราบดังนี้
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2553 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 14, 370 ล้านบาท อันดับที่ 2 กิฟฟารีนปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 4, 912 ล้านบาท อันดับที่ 3 เอม สตาร์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 4,901 ล้านบาท อันดับที่ 4 ซูเลียน ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4, 400 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 คังเซนฯ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 1, 500 ล้านบาท และอันดับ 10 ไลฟ์ สไตลส์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,500 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2554 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 5,540 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 5,488 ล้านบาท อันดับที่ 4 เอม สตาร์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4,203 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 3,998 ล้านบาท อันดับที่ 6 หมอเส็ง ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,200 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และอันดับ ที่ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 1,822 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2555 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 7,100 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท อันดับที่ 4 นีโอไลฟ์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท อันดับที่ 5 ยูนิซิตี้ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 3,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 เอม สตาร์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 3,147 ล้านบาท อันดับที่ 7 หมอเส็ง ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 8 นู สกิน ปี 2555 ปิดยอดขายอยูที่ 2,500 ล้า นบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,400 ล้านบาท และอันดับ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,750 ล้านบาท

แอมเวย์ ขอรั้งจ้าวผู้นำเครือข่าย จับตาปี56หลายค่ายเร่งเครื่องชิงอันดับ

...จะเห็นได้ว่า ในช่วง ปี 2553-2555 ยอดขายของบริษัทขายตรงไทยใน 10 อันดับแรกแต่ละปี จะมีการเปลี่ยนแปลง ทุกปี เฉพาะอันดับ 2-10 เท่านั้น เห็นได้ จากในปี 2553 เจ้าตลาดเครือข่ายอันดับ 1 ยังคงเป็นในส่วนของแอมเวย์ ส่วนอันดับที่ 2 เป็นในส่วนของบริษัทกิฟฟารีน และต่อมาในปี 2554 ค่ายม้ามืดอย่าง ซูเลียน ก็มารั้งอันดับที่ 2 แทนค่าย กิฟฟารีน พร้อมกับขึ้นมาแซงค่ายเอม สตาร์อีกหนึ่งค่าย เรียกว่ายอดขายแต่ละ ค่ายขึ้นมาเบียดกันอย่างน่าตกใจเลยที เดียว
แต่ที่น่า ตกใจเป็นอย่างยิ่งคงจะ เป็นในส่วนของค่าย เอม สตาร์ ที่เรียก ว่า ออกมาสตาร์ทด้วยยอดขายดีดีอย่าง มากในช่วงปี 2553 โดยรั้งอยู่ที่อันดับ 3 แต่พอหลังจากนั้นในปี 2554 และ ปี 2555 ยอดขายของค่ายนี้ก็ตกฮวบลงอย่างน่า ตกใจพร้อมกับอันดับก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2555...ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิด เช่นเดียวกันว่า ทำไมค่ายนี้ยอดขายถึงดิ่ง ลงเหวลงเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ทั้ง ๆ ที่ในช่วง แรกค่อนข้างที่จะออกตัวแรงอย่างมากที เดียว
แต่อีกหนึ่งค่ายที่เรียกว่าน่าจับตา มองเป็นอย่างยิ่งใน ยุคนี้ พ.ศ.นี้ คงต้อง เป็นค่าย นีโอไลฟ์ ที่อันดับยอดขายเริ่ม ไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ที่สำคัญ ยอดขายเติบโต ค่อนข้างเร็วอย่างมากทีเดียว ในขณะนี้ เดียวกัน อีกหนึ่งค่ายอย่าง นู สกิน ถึง แม้อันดับจะขึ้น ๆ ลง ๆ แต่สำหรับยอด ขายแล้ว ต้องบอกว่าค่ายนี้มีอัตราการ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
เช่นเดียวกับ ยูนิซิตี้ ที่ ทั้งอันดับและยอดขายต่างก็ ถีบตัวสูงขึ้นเป็นอันดับ จากที่ ในปี 2553 และ 2554 อยู่ ในอันดับที่ 8 มาในปี 2555 ที่ ผ่านมา สามารถรั้งขึ้นมาอยู่ที่ อันดับที่ 5 เลยทีเดียว ส่วนทาง ด้าน หมอเส็ง ถึงแม้ว่าในปี 2553 จะไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับ บริษัทขายตรงที่มียอดขายที่ ดีแล้ว จนกระทั่งในปี 2554 สามารถติดอยู่ที่อันดับ 6 แซง บริษัทข้ามชาติอย่าง นู สกิน และ ยูนิซิตี้ ชนิดที่ว่าไม่เห็น ฝุ่นกันเลยทีเดียว
แม้กระทั่งค่าย จอย แอนด์คอยน์ เอง ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ก็เริ่มติดอยู่ใน 10 อันดับแรกด้วยเช่นกัน พร้อม กับมียอดขายเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่องจนถึงในปี 2555 นี้ ... แต่ก็มีอีกหนึ่งค่าย ที่น่าตกใจ เช่นเดียวกัน กับทั้งในเรื่องของ ยอดขายและอันดับที่ร่วงควบคู่ กันนั่นก็คือ ค่าย คังเซน-เคน โก หลังจากที่องค์กรภายใน มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเกิด ขึ้น เช่นเดียวกับค่าย ไลฟ์ สไตลส์ ที่ก่อนหน้านี้ในปี 2553 ติดอยู่ในอันดับ 10 ของบริษัทที่ มียอดขายที่ดี แต่ในวันนี้พบว่า ค่ายนี้ ได้กระเด็นหลุดหนีออก จากวงโคจรนี้ ไปเป็นที่เรียบร้อย แล้ว!!

หลายค่ายปล่อยยุทธศาสตร์แรง หวังดึงยอดขายกลับคืนชีพ

...หลังจากที่ตัวเลขผล ประกอบการในปี 2555 ของแต่ ละบริษัทฯ ได้ออกมาแล้ว พบ ว่า มีทั้งค่ายที่มียอดขายเติบโต ดี และค่ายที่มียอดขายที่ถือว่า ยังไม่ตรงตามเป้าเท่าที่ควร ด้วย เหตุนี้เอง ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างเตรียมกลยุทธ์เพื่อที่จะช่วง ชิงความได้เปรียบและกระตุ้น ยอดขายกันตั้งแต่ต้นปี เห็นได้จาก เบอร์ 1 ใน วงการขายตรงอย่าง แอมเวย์ ก็เช่นกัน ที่ในปีนี้ ก็ออกมา ประกาศถึงยุทธศาสตร์ ที่ยังคง เน้นกลยุทธ์เดิม ด้วยการ มุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิด ประสิทธิผลมากที่สุด พร้อม กับการชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพและความงาม รวมถึง การเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์ โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการ เฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการเสริมทัพ หน้าด้วยการสื่อสารเชิงรุก ทั้ง ในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้ ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้ กระแสโซเชียลมีเดียมากขึ้น การเพิ่มแอมเวย์ช็อป ให้ กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อ เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่วนทางด้านค่าย ซูเลียน การทำตลาดในปีนี้ คงเน้นกลยุทธ์ซุ่มเงียบเหมือน เช่นเคย ไม่มีการออกสื่อให้ข่าว แต่อย่างใด แต่จะเป็นกลยุทธ์ ในเรื่องของการใช้การฝึกอบรม เทรนนิ่งสมาชิกเป็นหลักเสีย ส่วนใหญ่สำหรับในปีนี้ ด้าน กิฟฟารีน พบว่า ใน ปีนี้ จะเป็นการเน้นการขยาย ตลาดไปยังต่างประเทศอย่าง ต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกปีนี้ จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศ อินโดนีเซีย ต่อจากนี้ จะไปเจาะ ตลาดประเทศเวียดนามในปี 2557 รวมถึงการรุกขยายสาขา ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมตัวรองรับการ เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 พร้อมกับ เตรียมที่จะเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ ใน กิฟฟารีนชาแนล เพื่อขยาย ฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม ในทุกพื้นที่
...เช่นเดียวกับค่าย นีโอ ไลฟ์ ที่ยังคงส่งเสริมการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมสินค้าโอท็อป กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมลง นาม MOU กับทางกระทรวง มหาดไทยเหมือนที่ผ่านมาเช่น เดิม รวมถึงการจัดกิจกรรม โรดโชว์ตามภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมกับการเปิดรับสมัครการ ประกวด นีโอ สตาร์ส ตามโรง เรียนมัธยมศึกษา นอกจากนี้ ทาง นีโอไลฟ์ เอง ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดอาเซียนมากยิ่งขึ้น ไป พร้อม ๆ กับการมองหาตลาด ใหม่ ๆ เพื่อเข้าไปขยายธุรกิจ ต่ออีกด้วย นอกจากนี้ ทางด้าน ยูนิซิตี้ ก็มีแผนงานที่สำคัญ ในปีนี้ คือ เตรียมที่จะขยาย ตลาดเพิ่มขึ้นใน 3 ประเทศด้วย กัน คือ ลาว, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ อย่างต่อเนื่อง และการเน้นใน เรื่องของการอบรมเพื่อให้ผู้นำ ประสบความสำเร็จ พ่วงท้าย ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในการกระตุ้นยอด
...เรียกได้ว่า วันนี้การที่ จะก้าวสู่ผู้นำในตลาดขายตรง ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีความพร้อมครบทุก ๆ ด้าน ที่ สำคัญ ต้องอ่านเกมการแข่งขัน ในแต่ละปีให้ขาดด้วย ในขณะ เดียวกัน เชื่อว่าในปีนี้ สมรภูมิ รบ ใน ธุรกิจขายตรง คงเป็น เกมที่น่าจะแข่งขันกันอย่างสนุก และตื่นเต้นอย่างแน่นอนในปีนี้ เพราะถือว่าเป็น เกมแห่ง ศักดิ์ศรี เลยก็ว่าได้ เพราะวันนี้ หากค่ายไหนเสียหลักพลาดท่า เมื่อไหร่...เชื่อว่า อันดับยอด ขาย ก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนเช่นปีที่ผ่าน ๆ มาอย่าง แน่นอน!!...ไม่เชื่อคอยดู




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ขายตรงQ1พาเหรดเปิดตัวสินค้าใหม่ ชูความโดดเด่นพรึ่บหวังกระทุ้งยอดต้นปีตื่น !









สมรภูมิรบขายตรงร้อนระอุ!...หลังหลายค่ายเข็นสินค้าใหม่ออก มาสู้ศึกเพียบพร้อมโชว์ความโดดเด่นทางด้านสินค้าที่มีคุณภาพ มี โนวฮ์าวล้ำสมัย...ระบุสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงาม ยังเป็นสินค้ากลุ่ม ฮอตฮิตในตลาดเครือข่ายพ่วงท้ายด้วยสินค้ากลุ่มเกษตร เผยเตรียม พบสินค้าใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอีกเพียบเร็วๆนี้ทั้งค่าย เล็ก-กลาง-ใหญ่


ผ่านพ้นไปแล้ว 2 เดือน เกมการแข่งขัน ใน ธุรกิจขายตรง ก็ยังคงทวีความร้อนแรง แบบไม่มีขีดสุด และยิ่งจะเพิ่มอุณหภูมิแบบ ร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับ อุณหภูมิ ความเดือดของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ของ ธุรกิจขายตรง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ ที่สำคัญในการทำตลาดเช่นกัน...เพราะยิ่งหากค่ายไหนเข็นสินค้าใหม่ออกมาเย้ายวน ใจผู้บริโภคได้มากแค่ไหน เชื่อว่าก็น่าที่จะมี ภาษีทางธุรกิจที่ดีกว่าเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สินค้า ใหม่ที่ออกมา ก็ต้องโดนใจทั้งผู้บริโภคและ สมาชิกด้วย
...ปักษ์นี้ ตลาดวิเคราะห์ ขอซูม ความเคลื่อนไหวของค่ายขายตรงในช่วงต้น ปีว่า มีค่ายไหนบ้าง ที่ปล่อยสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดกันบ้าง และสินค้าแต่ละตัวนั้น มีความโดดเด่นเป็นอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียด ให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้


Q1สินค้าใหม่เปิดตัวเพียบ ชูความโดดเด่นด้านนวัตกรรม


...เริ่มต้นเปิดศักราชใหม่ของปีนี้ หาก ใครที่พอจำกันได้ดี กับสินค้าใหม่ของค่าย ยู นิซิตี้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ชื่อ LC ที่ค่ายนี้ ส่งตรงเข็นออกมา เพื่อต้องการ ตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ เรียกได้ว่า เป็นการตอบรับกระแสเทรนด์รัก สุขภาพที่ปีนี้กำลังมาแรงนั่นเอง
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LCDietary Supplement Product) ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผง สำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับ ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณ ของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดี และยังมี ส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก ในผู้ที่มีน้ำหนักตัว เกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีน เมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีน สกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโต เด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือ แร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา
ซึ่งต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ ยูนิซิตี้ เติบโตและมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง มาได้ นั้น สินค้า ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที เดียว โดยทางด้าน มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก เอง เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซีตัวใหม่ ก็น่าที่ จะสร้างยอดขายที่ดีและผู้บริโภคให้การตอบ รับด้วยเช่นกัน
...มาดูกันอีกหนึ่งค่ายที่ขอบอกว่าเป็น เจ้าพ่อเปิดตัวสินค้าใหม่ เลยก็ว่า นั่นก็คือ ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค ที่ในปีนี้ เบิกฤกษ์เปิดตัว สินค้าใหม่ ด้วยการเข็นสินค้าทางการเกษตร ออกมาบุกตลาดเครือข่ายภายใต้ชื่อ บานเย็น ซึ่งเป็น สารบำรุงสมองพืช โดย สินค้าในกลุ่มนี้มีอยู่ 3 ตัว ด้วยกัน คือ ตัวแรก บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็น การเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจาก ซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่ม ผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรม สารเสริมพืชแห่งยุค โดยสินค้าเกษตรดัง กล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ ที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
โดยสินค้ากลุ่มบานเย็น นี้ ทางด้าน ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค เอง มีความมั่นใจว่า จะ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าขายดีในลำดับ ต้น ๆ ของทางบริษัทอีกด้วย โดยในช่วงที่ ผ่านมา พบว่า ค่ายนี้ ได้มีการทดลองแจก สินค้าดังกล่าวไปแล้วกว่า 200 ชุดด้วยกันเพื่อให้เกษตรกรได้ทดลอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะถ้า หากสินค้ามีการใช้ดีและเห็นผล จริงนั่นก็หมายความว่า การทำ ตลาดของสินค้ากลุ่มนี้ก็จะง่าย ขึ้นตามมาด้วย ที่สำคัญ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เอง ยังตั้งเป้าหมาย ยอดขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไว้ที่ 60 ล้านบาทในปีนี้อีกด้วย ซึ่งก็ต้อง มาติดตามกันดูว่าจะบรรลุตาม เป้าหมายหรือไม่
...ข้ามฝากมาที่ค่าย พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค กันบ้าง ที่ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีแผนที่ จะเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นกาแฟ รันส์คอฟฟี่ 44 โดยเป็นกาแฟ สำหรับผู้ชาย ที่จะเปิดตัวในช่วง เดือนมีนาคมนี้ หลังจากที่ผ่าน มา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เอง ได้มีการเปิดตัวสินค้า M9 Coffiee ที่เป็นกาแฟผสมคอลาเจน จากประเทศฝรั่งเศสสำหรับ สุภาพสตรี โดยค่ายนี้บอกว่า กระแสตอบรับค่อนข้างที่จะดี อย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ใน ช่วงเดือนกลางปีนี้ เตรียมที่จะ เปิดตัวสินค้าใหม่ประเภท ปศุสัตว์หรืออาหารสัตว์สำหรับ สุนัขและแมวอีกด้วย ซึ่งถือเป็น อาหารสัตว์ตัวใหม่ที่ พระราม เก้าเน็ตเวิร์ค เอง ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการทำการวิจัยร่วมกัน พร้อม กับมีแผนที่จะขยายไลน์ของ สินค้าประเภทยาสมุนไพรเพิ่ม อีก โดยมีเป้าหมายที่จะออก ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในรูปแบบ ของยาเม็ดบำรุงร่างกาย ที่มีส่วน ผสมของกระดูกเสือ มีสรรพคุณ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งคาดว่า จะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
...ด้านค่าย นิว ไลฟ์ ก็ไม่ น้อยหน้าเช่นกัน ซึ่งก็ได้เริ่ม ทยอยออกสินค้าใหม่เพื่อตอบ สนองความต้องการของสมาชิก และผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งสินค้าที่ จะชิมลางออกมาในช่วงไตรมาส แรกปีนี้นั้น มีอยู่ 3 รายการด้วย กัน คือ สินค้าตัวแรกชื่อว่า ลูทีน พลัส เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร บำรุงสายตา เหมาะ สำหรับผู้ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน สินค้าตัวที่ 2 ผลิต ภัณฑ์คอลลาเจน และสินค้าตัว ที่ 3 เป็นพวกแชมพู ยานวด เจล อาบนํ้า
ส่วนค่าย มาบุญครอง ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ก็ออกมา เข็นสินค้าใหม่ 2 รายการสู่ตลาด เครือข่ายเช่นกัน นั่นก็คือ SB-2 โค เอน ไซม์ คิวเท็นตราศิริชัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพสตรี และ D 1 (ดี1) ตรา ศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อการ ล้างพิษทั่วร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ ใหม่ทั้ง 2 รายการนี้ ทางมาบุญ ครองเอง ได้บอกว่าค่อนข้างที่จะ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจ เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกับมี แผนที่จะเข็นสินค้าใหม่ๆออก มาสู่ตลาดในปีนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นกัน
เช่นเดียวกับค่าย คัง เซน-เคนโก ที่มีข่าวแว่วมาว่า เตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่ ยิ่งใหญ่แห่งปีกันเลยทีเดียวใน วันที่ 24 มีนาคม 2556 นี้ ที่อา คารคังเซน เพลส นั่นก็คือ Kangzen PROGENE โปรจีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณให้ กระจ่างใส กระชับกล้ามเนื้อ ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ อย่างแท้จริง พร้อมเสริมด้วยสาร SOD ที่ต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวย และสุขภาพดี และผลิตภัณฑ์ คังเซน เฟล็กซิ คอลลาเจน ที่ จะช่วยบำรุงผิวพรรณเช่นกัน... เรียกว่าน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของสุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีที เดียว
ด้าน บริษัท ไอยรา แพลน เน็ต จำกัด อีกหนึ่งบริษัทขาย ตรงน้องใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ใน ขณะนี้ ก็ได้มีการเปิดตัวสินค้า ใหม่ประมาณ 4 รายการด้วยกัน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ไม่ว่า จะเป็น เครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ผลิตภัณฑ์อาหารผิว ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งทางด้าน ไอยราเอง มีความคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ที่จะมีการ เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ น่า ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้ กับบริษัทได้เป็นอย่างดีทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ธุรกิจขายตรง เลยก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหน ที่มีสินค้าที่ โดดเด่น และสามารถสร้างจุด ขายให้กับผลิตภัณฑ์นั้นสำเร็จ เชื่อว่าในเรื่องของยอดขายก็จะ ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องมา ติดตามกันดูว่า ในไตรมาสที่ 2 ที่ กำลังจะมาถึงนี้ จะมีค่ายไหนที่ เข็นสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสร้าง สีสันให้กับธุรกิจบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ยูนิซิตี้ ฉลองทศวรรษที่ 2 ส่ง LC จับคนรักสุขภาพ









ยูนิซิตี้ ประเดิมปี56 จัดงานวันเกียรติยศยิ่งใหญ่ สู่ปีที่ 11 หวังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำ ระบุสมาชิกและผู้นำขึ้นตำแหน่งเพียบพร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ลงตลาด เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ยันแผนลุยนอกยังสานต่อ เพ่อปูพรมตลาดก่อนเปิดอาเซียนปี58


คริสโตเฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัทยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่าแผนการตลาดปีนี้บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ LC เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ซึ่งบริษัทได้ทดลองวางสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี ดังจะเห็นได้จากจำนวนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงนักธุรกิจที่สามารถทำยอดขายจำนวน 673 คน


ทั้งนี้ บริษัทได้จัดงานวันเกียรติยศ เชิดชูเกียรติให้กับผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ในเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา โดยมีนักธุรกิจที่ขึ้นตำแหน่ง Diamond 2 คน, ตำแหน่ง Presidential Ruby 1 คน, ตำแหน่ง Presidential Sapphire 7 คน, ตำแหน่ง Presidential Director 17 คน, ตำแหน่ง Executive Director 49 คน,ตำแหน่ง Senior Director 128 คน และตำแหน่ง Director 469 คน


สำหรับการจัดงานวันเกียรติยศครั้งนี้เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และการก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 2 ตามคอนเซ็ปต์ของการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ เพื่อเป็นการก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ถือเป็นแรงผลักดันให้นักธุรกิจยูนิซิตี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 100,000 รหัส ได้เกิดแรงบันดาลใจที่จะก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุด


อย่างไรก็ตาม นอกจากการฉลองความสำเร็จให้กับนักธุรกิจแล้ว บริษัทยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ด้วยการขยายธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เปิดสำนักงานยูนิซิตี้ประจำประเทศเวียดนาม ที่กรุงฮานอย และสำนักงานยูนิซิตี้ ประจำประเทศกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศนั้นๆ มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ภัทรพล ศิลปาจารย์ Presidential Director Happy Life Project การเงิน เวลา สุขภาพ และความสุขแบบเต็ม 100 ที่ยูนิซิตี้









ภัทรพล ศิลปาจารย์ Presidential Director นักแสดงชื่อดังของประเทศที่มองเห็นโอกาสแห่งการทำธุรกิจกับยูนิซิตี้ ได้เพราะ รณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ Presidential Sapphire เป็นผู้แนะนำให้รู้จักแม้ว่าในครั้งแรกที่ได้ทราบข้อมูลว่าเป็นธุรกิจเน็ตเวิร์ค ก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเพื่อนถึงได้มาร่วมธุรกิจนี้ แต่เมื่อฟังเพื่อนอธิบายข้อมูลก็ทำให้เข้าใจว่าที่ผ่านมาเรายังไม่รู้อะไรอีกมากมาย


การตัดสินใจทำธุรกิจกับยูนิซิตี้ของ ภัทรพล ไม่ใช่เพราะการมีรายได้เป็นดารจูงใจ หากแต่เป็นเรื่องของเวลเนส ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และจริงๆๆ แล้วหากทำเพื่อเงินยังมีธุรกิจอื่นอีกมากมายที่สามารถสร้างผลกำไรให้ได้อย่างมหาศาล แต่สำหรับการตัดสินใจทำยูนิซิตี้เพราะได้ Passive income และ Massive คือ เกษียณสำเร็จได้ และที่ยูนิซิตี้เป็นธุรกิจที่ทำให้เราเข้าใจธุรกิจนี้มากยิ่งขึ้น


ในครั้งแรกที่ทำธุรกิจไม่ได้เชื่อ 100% ในครั้งแรก เนื่องจากว่าเรายังเคยมีความคิดที่เป็นขยะเก่าๆ ที่มองว่า เน็ตเวิร์ค คือการขายของการมาตื้อให้เพราะความเกรงใจ จึงทำให้ตนปฏิเสธธุรกิจนี้มาโดยตลอดและเมื่อทำงานก็มีช่วยลูกน้องซื้อสินค้าอยู่ตลอดเพราะตัดรำคาญหรือ การได้รับเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์ขายตรง การได้คลุกคลีกับผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิม ซึ่งคิดว่านั้นคือสิ่งที่เรารู้จริง แต่เมื่อมาศึกษาธุรกิจยูนิซิตี้ทำให้เรารู้ว่า เราแค่รู้จักไม่ใช่รู้จริง


แม้ว่าการทำธุรกิจยูนิซิตี้ในครั้งแรก จะมีคำถามมากมายสำหรับคำตอบที่ชัดเจน ว่าเหตุใดผู้คนในหลากหลายระดับทั้ง นักธุรกิจ คุณหมอ วิศวกร ฯลฯ ต่างให้ความมั่นใจและเข้ามาร่วมทำธุรกิจยูนิซิตี้ ทำให้ในช่วงแรกที่จะตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจ จึงได้เก็บข้อมูลมากขึ้นเหมือนเข้ามาจับผิด เพราะคิว่า หากเป็น นาย ก.พลาดคนที่รู้ก็มีเพียงกลุ่มเล็กๆเช่นเพื่อนฝูงเท่านั้น แต่หากเป็นเราพลาดขึ้นมา ผลกระทบจะใหญ่เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ดังนั้นเราต้องมั่นใจก่อนที่จะไปบอกต่อได้ ซึ่งเราก็มั่นใจมากว่านี่คือ Happy Life Project คือ การเงิน เวลา สุขภาพ และความสุขแบบ 100%


ดังนั้นตลอด 6 เดือนก่อนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจัง คุณพอลจึงได้ เก็บเกี่ยวข้อมูลศึกษารายละเอียด ซึ่งเดือนแรกที่ทำธุรกิจ มีรายได้แค่หลักหมื่นบาท แม้จะน้อยนิดหากเทียบกับรายได้จากงานอื่นๆที่เคยทำมา แต่สิ่งที่ได้กลับมามากกว่าเรื่องของเงินทอง แต่เป็นมูลค่าทางจิตใจ เกิดความรู้สึกดีๆ กับธุรกิจเครือข่าย จนกระทั่งเมื่อมีรายๆได้หลักแสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้ลงมาทำอย่างเต็มกำลังเพียงแค่ 10 % เท่านั้น แต่ผลตอบรับที่กลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องยกความดีให้กับระบบยูนิพาวเวอร์ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานได้มากขึ้น รวมถึงการมีทีมงานที่ดีด้วย


ผมเองก็มีเป้าหมายความต้องการที่อยากจะเกษียณและมีเวลาสำหรับ Enjoy Life ซึ่งตั้งแต่เด็กๆ ผมตั้งใจว่าอยากจะเกษียณตอนอายุ 45 ปี คนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต เคยได้ลองคุยกับนักวางแผนชีวิตที่คำนวณว่าหากจะเกษียณตอนอายุ เท่านี้ จะอยู่ถึงอายุเท่าไหร่ มีลูกกี่คน จะส่งเสียให้เรียนถึงระดับไหน ค่าใช้จ่ายหลังจากนี้ เราจะต้องมีเงินเก็บเท่าไรถึงจะอยู่ได้โดยไม่ลำบาก เพราะทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้เราต้องทำงานเยอะเพราะจะได้เกษียณเร็ว แต่พอเราเข้าใจ Passive income แล้วเราสามารถเกษียณได้เร็วกว่าที่ตั้งไว้มาก ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 3-5 ปีเท่านั้นก็จะได้ใช้ชีวิตที่วางไว้เป็นพหูคูณที่มีแต่เพิ่มขึ้น


ภัทรพลย้ำถึงความสำเร็จ ณ ขณะนี้กับยูนิซิตี้ว่า ตอนนี้ผมก็เรียนรู้ตามติดอัพไลน์ตลอด เมื่อเราแทนค่ามากขึ้นผลลัพธ์ก็ตามมา ผมได้ความรู้จากทั้งจากอัพไลน์ ไซไลน์ ทุกคนที่ช่วยเหลือ ได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีรายได้ครึ่งล้านบาทหรือคนการศึกษาน้อยแต่มีรายได้หลักแสนบาทก็มี ผมเชื่อที่ผลลัพธ์หากใครทำได้เราก็ถือว่าเขาเก่งเราไม่หลงทางแน่นอน ความสำเร็จสร้างความสำเร็จ ความสำเร็จลอกเลียนแบบได้ เพราะคุณต้องคิดเหมือนเขาก็จะได้เหมือนเขาก็จะได้เหมือนเขา เมื่อก่อนเราก็คิดและทำเช่นนั้นแต่เป็นการทำแบบ Active ไม่ใช่ Passive เมื่อเราคิดได้วิธีการก็มาเอง เป็นเรื่องของวิธีคิด เพราะคนฝั่ง Active และ Passive นั้นแตกต่างกัน ฝั่ง Active นั้นเมื่อทำแล้วจะได้ผลลัพธ์เลยทันที แต่ฝั่ง Passive เหมือนกับการปลูกต้นไม้ที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการออกดอกออกผล แต่เก็บเกี่ยวตลอดชีวิตไม่มีหมด ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสร้างคน


การที่เราทำงานและธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งเมื่อเราเข้ามาร่วมธุรกิจยูนิซิตี้คนรอบข้างเขาก็มีสงสัยว่าธุรกิจนี้มันดีอย่างไรเราถึงได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมธุรกิจด้วยจะเป็นเชิงบวกมากกว่า ละในวงการบันเทิงยูนิซิตี้ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากอยู่แล้วด้วย


เคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจเครือข่าย คือ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเอาไว้ อย่างผมคือการเกษียณและมีเวลาในการใช้ชีวิต เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร เรียนรู้ที่จะเปิดกว้าง เปลี่ยนวิธีคิด ซึ่งยูนิซิตี้มีคู่มือเครื่องมือที่พร้อมช่วยสนับสนุนให้เราก้าวไปยังเป้าหมายที่วางไว้ได้ ธุรกิจนี้ไม่สามารถใช้ความสามารถส่วนตัวเพียงอย่างเดียวแต่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ต้องส่งต่อความรู้ใหม่ๆ ให้กับทีมงาน ซึ่งธุรกิจนี้ให้กันแบบหมดเปลือกยิ่งให้ก็ยิ่งได้


แม้ว่าผมจะต้นทุนชีวิตสูงกว่าอีกหลายๆคน เพราะเป็นที่รู้จักแต่นั้นก็เป็นเสมือนดาบ 2 คม หากไม่มีความรู้อะไรเลยที่จะไปบอกต่อให้กับผู้มุ่งหวัง ก็ถ้าชวน 100 คน ก็อาจจะปฏิเสธเราทั้ง 100 คนก็เป็นได้ อาจจะมีส่วนบ้างที่จะทำให้ทีมของเราทำงานได้ง่ายขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดการทำธุรกิจที่แท้จริง คือ การให้ข้อมูลที่เท็จจริงเราสามารถส่งต่อข้อมูล ส่งต่อการทำงาน ถ่ายทอดให้กับดาวไลน์ หรือคนในทีมของเราให้สามารถส่งต่อไปยังคนอื่นๆได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215


วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ตื่น! ขุมทรัพย์เมืองขะแมร์ ขายตรงไทย บุกกัมพูชา!









กระแสการเปิดเสรีการค้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่จะมาถึงในปี 2558 ได้สร้างความตื่นตัวให้กับเหล่าบรรดาผู้ประกอบการขายตรงคนไทยและบริษัทขายตรงต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาธุรกิจขายตรงกำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทำให้กัมพูชากลายเป็น ขุมทรัพย์ แห่งใหม่ที่ทำให้เหล่านักลงทุนมากหน้าหลายตาให้ความสนใจแห่เข้าไปร่วมหลักปักฐานลงทุนอย่างเนืองแน่นนับ 10 บริษัทในปัจจุบันทั้ง อารากอนเวิลด์ 54 , คังเซน-เคนโก,เอมสตาร์เน็ทเวิร์ค, นีโอไลฟ์, ซูเลียน , จอย แอนด์ คอยน์ ที่ต่างเป็นเสือปืนไวมองการณ์ไกลชิงเข้าไปปักหลักสร้างฐานขยายเครือข่ายธุรกิจกันอย่างเต็มกำลังอีกทั้งยังหวังใช้กัมพูชาเป็นฐานบัญชาการในการขยายฐานธุรกิจสู่ประเทศเวียดนามในอนาคตอันใกล้อีกด้วย ขณะที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ไวด์ บริษัทขายตรงหนึ่งเดียวจากประเทศอเมริกากำลังจะกลายเป็นบริษัทขายตรงระดับอินเตอร์รายแรก ที่จะเข้าไปปักหลักลงทุนในกัมพูชาอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้


จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสารสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร ได้เปิดเผยตัวเลขข้อมูลค่าการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในรูปของ การค้าชายแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาในปีตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่า 55,200 ล้านบาทเลยทีเดียวและที่สำคัญประเทศไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เนื่องจากมูลค่าการส่งออกกชายแดนของไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าการนำเข้าชายเดนกัมพูชา โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุตสากรรมเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าประเภท อุปโภค-บริโภค และสิ่งทอเป็นต้น ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของสินค้านำเข้าจากกัมพูชาที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สิ่งทอ เศษเหล็ก หนังโค-กระบือ สินค้าประมงและปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าของไทยนั้นเป็นที่นิยมและยอมรับของประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง


ในขณะที่ภาคส่วนของธุรกิจขายตรงนั้นได้มีการค้าขายระหว่างชายแดนไทยกับประเทศกัมพูชามายาวนานแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะในเขตจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาได้แก่ อุบลราชธานี, สุรินทร์, บุรีรัมย์ สระแก้ว, จันทบุรีและตราด ซึ่งจุดการค้าผ่านแดนทั้งหมดนี้มีจัดการค้าที่สำคัญ คือ ตลาดโรงเกลือ ที่ตั้งอยู่ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วมีมูลค่าการค้าสูงที่สุด ซึ่งการทำธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่มักทำกันในลักษณะของการหอบหิ้วสินค้าเข้าไปขายในกัมพูชาหรือคนกัมพูชาเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในประเทศไทยหรือบางคนมีครอบครัวอยู่ในกัมพูชาก็นำเอาธุรกิจขายตรงจากประเทศไทยเข้าไปขยายฐานในประเทศกัมพูชาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งทำให้คนกัมพูชารู้จักธุรกิจขายตรงเป็นอย่างดีและยังชื่นชอบสินค้าขายตรงจากประเทศไทยอีกต่างหาก


ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงจากประเทศไทยได้เข้าไปปักหลักฐานสร้างธุรกิจขายตรงในประเทศกัมพูชาอย่างชัดเจนกันเป็นจำนวนมากมาย เนื่องจากกฎหมายการลงทุนในประเทศกัมพูชาเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้เอง 100 % ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากประเทศไทยและจากต่างประเทศหลั่งไหลกันเข้าไปลงทุนในประเทศนี้กันมากยิ่งขึ้นและส่วนใหญ่มุ่งเน้นเปิดสำนักงานใหญ่ขึ้นที่พนมเปญเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยทีเดียว


- ทูตพาณิชย์ชี้คนกัมพูชาชอบขายตรงไทย


สำหรับการเข้าไปลงทุนเปิดดำเนินการธุรกิจขายตรงของคนไทยในประเทศกัมพูชานั้นคุณจิรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงในประเทศไทยได้หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศกัมพูชามากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเพราะพื้นฐานของคนกัมพูชาชอบทำค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ เจริญเติบโตขึ้นทำให้ประชาชนในประเทศนี้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตอย่างต่อเนื่อง ชีวิตมีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้นความนิยมในความสวยความงามเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ทั้งในด้านความสวยความงามรวมถึงอาหารเสริมบำรุงสุขภาพในรูปแบบต่างๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขา ซึ่งการเข้ามาของบริษัทขายตรงหลายๆ บริษัทจากประเทศไทยทำให้พวกเขาทำธุรกิจเป็นอาชีพธุรกิจนี้ยังสามารถทำให้พวกเขามีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย


ผู้คนในประเทศนี้ยินดีเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่พวกเขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีอยู่แล้วเพราะหลายคนเคยทำธุรกิจหรือบางคนเคยซื้อสินค้าขายตรงจากประเทศไทยมาใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเรียนรู้และเข้าใจธุรกิจนี้ ที่สำคัญรายได้ต่อเดือนของคนกัมพูชาในระดับผู้ใช้แรงงานนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,000 บาท หากเขามุ่งมั่นทำธุรกิจนี้อย่างจริงจังก็จะเป็นการช่วยทำให้พวกเขามีรายได้ที่สูงขึ้นตามไปด้วย


คุณจิรนันท์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ไม่เคยได้ยินปัญหาเรื่องธุรกิจขายตรงเข้ามาหลอกลวงคนกัมพูชาเลยแม้แต่รายเดียว นั้นแสดงว่าบริษัทขายตรงจากประเทศไทยที่เข้ามาเปิดในกัมพูชานั้นมีความเป็นมาตรฐานสูงเลยทีเดียว ในฐานะที่เป็นทูตฝ่ายการพาณิชย์ยินดีที่จะให้คำปรึกษากับนักลงทุนของคนไทยทุกคนที่เข้ามาลงทุนในประเทศนี้และอย่าได้กลัวว่าเป็นเรื่องยากเพราะกัมพูชาและไทยก็มีวัฒนธรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกันมาก ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจขายตรงน่าจะเติบโตได้สูงมากในประเทศนี้และยังสามารถขยายต่อไปยังประเทศเวียดนามได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งนั้นน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจนี้เลยทีเดียว


- อารากอนเวิลด์54 ปักหมุดรายแรกในพนมเปญ


บริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด ถือเป็นบริษัทคนไทยรายแรกที่เข้าไปลงทุนเปิดสำนักงาน อารากอนเวิลด์ สาขาพนมเปญ เป็นรายแรกเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ด้วยการลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ถึง 4 คูหาพร้อมทั้งเปิดโรงเรียนสอนการทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจังให้กับคนกัมพูชาได้เข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจในธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น ภายใต้ชื่อ Aragon world Business School ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาอารากอนฯได้จัดงานฉลองครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งสาขาพนมเปญขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่มีสมาชิกนักธุรกิจอารากอนเข้ามาร่วมงานอย่างมากมายกว่า 2,000 คนเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีตัวอย่าง ผู้นำธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ขึ้นไปแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จกันล้นเวทีเลยทีเดียว


คุณนภดล กลิ่นบำรุง ประธานบริษัท อารากอนเวิลด์ 54 เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชาเป็นผลสำเร็จและถือเป็นบริษัทขายตรงคนไทยรายแรกที่เข้าไปบุกเบิกตลาดในประเทศนี้ขอบอกด้วยความภูมิใจว่า อารากอนเวิลด์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะเรามีสินค้าที่ดีเข้าไปทำตลาดและมีแผนการตลาดที่ทันสมัยสามารถช่วยทำให้ประชากรของประเทศนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว วันนี้เรากล้าบอกได้เลยว่า อารากอนเวิลด์กัมพูชาสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการลงทุนได้แล้วและผลกำไรที่ได้มาเหล่านั้นส่วนหนึ่งได้นำกลับไปลงทุนสร้างและขยายสาขาเพิ่มทั้งที่เสียมราชและที่อื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจของอารากอนเข้าถึงประชาชนในประเทศกัมพูชามากยิ่งขึ้นอีกด้วย


คังเซน-เคนโก สยายปีกในพนมเปญ!


บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทขายตรงของคนไทยเป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่เข้าไปบุกเบิกตลาดขายตรงในประเทศแถบอินโดนีเซีย,พม่า,เวียดนาม,สปป.ลาวและเมื่อต้นปี 55 ปีที่ผ่านมาก็ได้ทำพิธีเปิดตัว คังเซน-เคนโกสาขาพนมเปญ อย่างเต็มตัว ด้วยการร่วมลงทุนกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาและในงานเปิดตัวธุรกิจคังเซนฯในวันนั้นก็ได้รับการตอบรับจากผู้คนชาวกัมพูชาอย่างล้นหลามเช่นเดียวกันคังเซนฯเปิดตัวในกัมพูชาด้วยการชูสินค้าความสวยความงามและผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพซึ่งเป็นสินค้าที่ยอดนิยมและตรงกับความต้องการของหนุ่มสาวที่รักสวยรักงามเป็นอย่างยิ่ง ถึงวันนี้ธุรกิจขายตรงคังเซนฯในพนมเปญมีอายุครบ 1 ขวบปีซึ่งถือเป็นหนึ่งขวบปีที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม


- กาแฟโสม-ยาสีฟันซูเลียนขายดีในกัมพูชา!


หลายปีก่อนหน้านี้บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เคยคิดที่จะเข้าไปปักหลักฐานสร้างธุรกิจในประเทศกัมพูชามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ได้ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไปโดยปริยายเพราะปัญหาบุคลากรภายในประเทศ ถึงแม้จะล้มเลิกแต่สินค้าของซูเลียนโดยเฉพาะกาแฟโสมและยาสีฟันรวมถึงผงซักฟอกก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้นำที่ยังคงทำธุรกิจอยู่ต้องเดินทางมาซื้อสินค้าจากฝั่งประเทศไทยโดยเฉพาะที่ ซูเลียนโรงเกลือเอเยนซี่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเอเยนซี่ของนายไพบูลย์ โอภาสไพบูลย์และมีการจัดประชุมแนะนำธุรกิจกันอย่างต่อเนื่องและถึงวันนี้นายไพบูลย์ได้นำธุรกิจขายตรงซูเลียนไปเปิดศูนย์สาขาที่จขังหวัดเสียมเรียบและศรีโสภณเรียบร้อยแล้วและล่าสุดยังขยายไปเปิดศูนย์ขยายงานธุรกิจซูเลียนที่จังหวัดไพลินเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยปัจจุบันซูเลียนมียอดขายสินค้าในประเทศกัมพูชาสูงถึงเดือนละ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว


-นีโอไลฟ์ เปิดตัวยิ่งใหญ่ที่พนมเปญ


เมื่อปลายปีที่ผ่านมาบริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของคุณนพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริษัทได้ทำการเปิดตัว บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คัมโบเบีย ขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากเข้าไปปักหลักสร้างฐานธุรกิจที่เมืองพนมเปญมานานร่วมปี ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม นีโอไลฟ์ฯเข้าไปลงทุนเองทั้งหมดในประเทศนี้ด้วยงบประมาณเริ่มต้นถึง 30 ล้านบาทและใช้ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงแพกเกจจิ้งของสินค้าก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากจะเปิดสาขาที่พนมเปญแล้วในเร็วๆนี้จะเข้าไปเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 สาขา คือ สาขาพระตะบอง,สาขาสีหนุวิลล์,สาขากัมปงจาม โดยวางเป้าหมายไว้ว่าจะสร้งนีโอไลฟ์ฯในกัมพูชาให้เป็นสาขาต้นแบบสำหรับการขยายตัวสู่ตลาดเวียดนามและเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้า (AEC) ในปี 2558 อีกกด้วย


- ยูนิซิตี้ ขายตรงอเมริกันรายแรกในกัมพูชา


ในวันที่ 19 มกราคม 56 ที่จะถึงนี้บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เวิลด์ไวด์ จำกัด บริษัทขายตรงจากประเทศอเมริกาจะเข้าไปเปิดตัว ยูนิซิตี้มาร์เก็ตติ้งสาขาพนมเปญ อย่างเป็นทางการหลังจากที่ผู้นำจากประเทศไทยเข้าไปขยายฐานธุรกิจในประเทศนี้มานานหลายปีและใช้ศูนย์ขยายธุรกิจที่บริเวณตลาดโรงเกลือจังหวัดสระเก้วสำหรับจัดประชุมแนะนำธุรกิจยูนิซิตี้ให้กับนักธุรกิจกัมพูชาที่เข้ามาจากฝั่งปอยเปตได้รู้จักธุรกิจนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนักธุรกิจของยูนิซิตี้ในฝั่งปอยเปตนั้นถือว่ามีขุมกำลังเป็นจำนวนมากเช่นกัน การเข้าไปเปิดสาขาที่พนมเปญในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปเปิดในช่วงเวลาที่เหมาะสมเลยทีเดียว


-กิฟฟารีน ลุยตลาดกัมพูชาโตครองอันดับ 3


เรียกได้ว่า ตลอดเวลา 16 ปีที่ กิฟฟารีน ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น มีสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 6.3 ล้านรหัส และสามารถใช้ระบบสนับสนุนธุรกิจให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 50,000 รหัส ให้ประสบความสำเร็จมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศ 18 สาขา ซึ่งในส่วนนี้ พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนสกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้กล่าวถึงการขยายธุรกิจของกิฟฟารีนในตลาดอาเซียนว่า ขณะนี้ธุรกิจขายตรงมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง รวมถึงประเทศกัมพูชาก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เติบโต เป็นอันดับ 3 รองจาก มาเลเซีย และพม่า ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดขายในตลาดต่างประเทศโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งออกเป็นยอดขายในส่วยของธุรกิจขายตรงมีประมาณ 150 ล้านบาทและยอดขายในส่วนธุรกิจค้าปลีกแบรนด์แพทติน่า อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท โดยคาดหวังว่าหากมีการเปิดการค้าเสรีอาเซียนขึ้นในปี 2558 แล้วจะเป็นแรงหนุนให้ยอดขายในตลาดต่างประเทศของกิฟฟารีนเพิ่มขึ้นไปถึง 500 ล้านบาท ด้วยเช่นกัน


-J&C ปลื้มกัมพูชากระแสดีโกยกว่า 10 ล้านต่อเดือน


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯกล่าวว่า ในแต่ละตลาดที่ จอย แอนด์ คอยน์ รุกก้าวเข้าไปถือว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะตลาดที่เติบโตค่อนข้างดีอย่างในกรุงพนมเปญ


ประเทศกัมพูชานั้นมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ สืบเนื่องจากประเทศดังกล่าวมีอัตราว่างงานสูง จึงทำให้หลายคนไขว่คว้าที่จะมีอาชีพหรือสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง ในขณะที่เราเองก็พร้อมที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจและชีวิตใหม่ให้กับพวกเรา โดยตลอดระยะเวลาปีกว่าที่ได้ปักหลักเปิดดำเนินธุรกิจในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จนถึงทุกวันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มีฐานสมาชิกหลักพันคน หรือคิดเฉลี่ยผู้ที่สมัครเข้าร่วมธุรกิจ100-200 คนต่อเดือนเลยทีเดียว


-อาวียองซ์ เจาะความงามกัมพูชาคนแห่ร่วม 6,000 รหัส


ในขณะที่ อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยมภายใต้การบริหารงานของยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยนั้นก็ได้เปิดแนวรุกตลาดความงามในประเทศกัมพูชาด้วยการเปิดตัว อาวียองซ์ กัมพูชา อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้วรวมทั้งล่าสุด มร.บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและบอสหญิงแกร่ง สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์กัมพูชา Mr.Soun Kosal ที่สามารถพิชิตตำแหน่งในระดับ Area Executive Business Associate ได้สำเร็จเป็นคนแรก พร้อมกับเปิดอาวียองซ์ ช็อป เฟล็กชิพ สโตร์ แหเงแรก ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา


โดยปัจจุบันมียอดสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ กัมพูชา มากกว่า 6,000 รหัส ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากกระแสตอบรับที่ดีของกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาประกอบกับยูนิลีเวอร์เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จัก ทให้สมาชิกมีความมั่นใจในธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ยูนิซิตี้ มอบเข็มเกียรติยศ600นักขาย








 


คริสโตเฟอร์ จัดงานเกียรติยศประจำปี 56 ภายใต้คอนเซ็ปท์ New Day, New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ ให้ นักธุรกิจยูนิซิตี้ กว่า 673 คน งานนี้ สจ๊วต ฮิวจส์ ประธานฯ ยูนิซิตี้ อิงค์ บินร่วมยินดี พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ LC รองรับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพที่ยังเติบโตไม่หยุด


มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิค เปิดเผยว่า ในการที่บริษัทจะจัดงานประดับเข็มในครั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จรวมทั้งหมดกว่า 673 คน และแบ่งเป็นการประดับเข็มเกียรติยศระดับ Diamond 2 คน ระดับ Presidential Ruby 1 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน ซึ่งการมอบรางวัลนี้จะช่วยผลักดันให้นักธุรกิจของยูนิซิตี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 100,000 คน ได้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป และยังได้รับเกียรติจาก มร.สจ๊วต ฮิวจส์ ประธานและผู้อำนวยการยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ให้เกียรติมาร่วมแสดงความยินดีภายในงาน


การจัดงานในครั้งนี้เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และการก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 2 ด้วยคอนเซ็ปต์ของการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกๆวัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงและก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งความสำเร็จนั้นสามารถเกิดขึ้นและเริ่มต้นได้ทุกวันแบบไม่มีที่สิ้นสุดเพียงแค่พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านั้น มร.คิมกล่าว


การก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ของยูนิซิตี้ประเทศไทย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นที่เห็นได้ชัดเจนว่าตลาดประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่เป็นอัตราเติบโตที่น่าพอใจสำหรับยูนิซิตี้ ที่มีอายุการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพียง 10 ปี ประกอบกับการที่บริษัทมีนโยบายผลตอบแทนสำหรับนักธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจัดทริปท่องเที่ยวต่างประเทศสำหรับนักธุรกิจที่ทำยอดได้ทะลุเป้าหมาย และล่าสุด ยูนิซิตี้ได้เตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 ด้วยการขยายธุรกิจสู่ประเทศเพื่อนบ้านมีการเปิดสำนักงานยูนิซิตี้ ประจำประเทศเวียดนาม เมืองฮานอย และสำนักงานยูนิซิตี้ ประจำประเทศกัมพูชาที่ กรุงพนมเปญ ซึ่งนับว่าเป็นการขยายฐานธุรกิจของยูนิซิตี้ และเปิดโอกาสให้ประชากรในประเทศนั้นๆ มีรายได้รวมทั้งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของการทำงานร่วมกันของเครือข่ายยูนิซิตี้ในประชาคมอาเซียน เพื่อช่วยขับเคลื่อนยูนิซิตี้ไปสู่เป้าหมายที่ได้วางไว้


ทั้งนี้ภายในงานยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพราะยูนิซิตี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคจึงได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบรับกระแสเทรนด์รักสุขภาพที่มีมากขึ้น ซึ่งสินค้าของยูนิซิตี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคภายในประเทศไทยดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจะเห็นได้จากจำนวนนักธุรกิจที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพคเมืองทองธานี จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day, New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ สุดยิ่งใหญ่และอลังการ และมีสมาชิกเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างล้นหลาม




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) :ยูนิซิตี้ ปีมะเส็งเดินเครื่องแรง เร่งเขย่าเครือข่าย3ประเทศรับอาเซียน









ยูนิซิตี้ เผยภาพรวมธุรกิจปี55 ยังเติบโตไม่ตรงเป้า แจง ธุรกิจยูนิซิตี้เมืองไทยโตดีเกินคาด พร้อมประกาศบุกตลาดอาเซียน เต็มพิกัด หลังเตรียมชิมลาง 3 ประเทศ ลาว-เวียดนาม-อินโดนีเซีย เสริมเคี้ยวเล็บธุรกิจ...ด้าน มร.คริสโตเฟอร์ ประกาศแผนปี56 เตรียมเร่งเครื่องขยายตลาดให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมหว่านยาหอมที่ยูนิซิตี้เติบโตมาได้เพราะผู้นำแย้ม ต้นปี56 เตรียมพบสินค้าใหม่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควบคุมนํ้าหนัก มั่นใจเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะผลักดันยอด ขายโตต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในเกาหลีมาแล้ว
มร.คริสโตเฟอร์เฮยนสึ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ประจำภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัทยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของยูนิซิตี้ ในปี 2555 ว่า หาก มองดูถึงตัวเลขการเติบโตแล้ว พบว่า ยังไม่เป็นไปตามเป้า หมายที่วางไว้ ส่วนการเติบโต ของตลาดยูนิซิตี้ ประเทศไทย นั้น เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งใน ประเทศที่โตเร็วที่สุด โดยมี อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อเทียบกับยูนิซิตี้ในหลาย ๆ ประเทศ พร้อมกับคาดว่าในปี นี้ ยูนิซิตี้ก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
ส่วนแผนงานของยูนิซิตี้ ในปี 2556 นั้น เตรียมที่จะ ขยายตลาดเพิ่มขึ้นอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว,อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน จากปัจจุบันที่ ยูนิซิตี้ มีศูนย์กระจายสินค้าอยู่ที่ 73 แห่งทั่วประเทศไทย และ มากกว่า 70 ศูนย์ที่เป็นศูนย์ กระจายสินค้า เหตุผลที่ยูนิซิตี้ ได้รุก เข้าไปทำตลาดใน 3 ประเทศ นั้น เนื่องจากเล็งเห็นถึง ศักยภาพของประเทศดังกล่าว ว่า มีแนวโน้มตลาดที่สดใส เพราะเห็นได้จากเริ่มที่จะมีนัก ธุรกิจในประเทศนั้น ๆ เกิดขึ้น บ้างแล้ว ซึ่งหากยูนิซิตี้ บุก ตลาดทั้ง 3 ประเทศนี้อย่าง จริงจังเมื่อไหร่ เชื่อว่าโอกาสที่ ธุรกิจจะเติบโตก็มีสูงเช่นกัน ใน ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ทำให้ยูนิ ซิตี้เติบโตมาได้พร้อมกับกล้าที่ จะขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีผู้นำที่ ดี พร้อมกับมีระบบที่ดี ในการ ขับเคลื่อนคนและองค์กรสู่ ความสำเร็จนั่นเอง
มร.คริสโตเฟอร์ เผย ต่อว่า อีกหนึ่งเป้าหมายของยูนิ ซิตี้ในปี 2556 นี้ คือ การตั้งเป้า หมายที่จะมีศูนย์กระจาย สินค้า 100 แห่ง และในแต่ละ จังหวัด อยากที่จะเห็นศูนย์ กระจายสินค้าอยู่ที่2-3 แห่ง ต่อ 1 จังหวัดอีกด้วย พร้อมกันนี้ มี แผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ใน ช่วงเดือนมกราคมนี้อีกด้วย อยู่ ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร ที่ควบคุมนํ้าหนัก โดย สินค้านี้เคยสร้างยอดขายที่ ประเทศเกาหลีมาแล้ว และ คาดว่า หากนำเข้ามาทำตลาด ในเมืองไทย ก็น่าที่จะได้รับการ ตอบรับที่ดีเช่นกัน รวมถึงในปี 2556 นี้ทางยูนิซิตี้ก็จะมีสินค้า ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วย ในปี 2556 นี้ ยูนิซิตี้ พร้อมที่จะเปิดเกมรุกทางธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย การ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อ ต้องการที่จะผลักดันให้ผู้นำ และนักธุรกิจได้เติบโตอย่าง รวดเร็ว ไปพร้อม ๆ กับบริษัท นั่นเอง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ยูนิซิตี้ เร่งเพิ่มฐานสมาชิก จัดทริปเที่ยวดันยอดเข้าเป้า









ยูนิซิตี้ เผยยอดขายปีนี้เป็นไปตามเป้า โค้งสุดท้าย งัดแผนท่องเที่ยวกระตุ้นยอด แย้ม มกราคม 56 เตรียมจัดงานใหญ่ พร้อมขนทัพสินค้าเข้าไทย อีกเพียบ ที่ผ่านมาผู้นำไทยพิชิตยอดขายสูงสุด 4 เดือน คาดเปิด AEC เมื่อไหร่ เท่ากับเปิดโอกาส ทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น


คริสโตเฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธานบริหาร ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดีตั้งแต่ต้นปี 2555 ทั้งในส่วนของยอดขาย สมาชิก ซึ่งจะเห็นได้จากการที่บริษัทมีผู้ที่สามารถขึ้นตำแหน่ง ไดมอนด์ เพิร์ล ใหม่ 2 คน ดับเบิ้ล ไดมอนด์ 1 คน และ คราวน์ ไดมอนด์ 1 คน จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่าบริษัท มียอดขายเพิ่มขึ้นจากต้นปี 2555


สำหรับไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะมีการแข่งขัน อย่างดุเดือด บริษัทมองว่าด้วยวิสัยทัศน์ค่อนข้าง เข้มแข็งจะสามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยบริษัท ได้จัดโปรโมชั่น 3 ครั้งต่อปี ซึ่งได้เลือกโปรโมชั่น ท่องเที่ยวที่เป็นที่ชื่นชอบของสมาชิก และเป็นทริปที่เคย ประสบความสำเร็จมาแล้วในปีที่ผ่านมา และมั่นใจว่า ทริปดังกล่าวจะโดนใจกลุ่มผู้นำใหม่


นอกจากนี้ยังมีการเชิดชูเกียรติ ซึ่งบริษัทให้ความ สำคัญกับการเชิดชูเกียรติค่อนข้างมากโดยจะใส่ใจ มากในวิธีการเชิดชูเกียรติ และจำนวนของผู้ที่เข้าร่วม งานโดยก่อนเริ่มงานจะดูก่อนว่ามีผู้ที่จะเข้าร่วมงานเท่า ไหร่ และเมื่อถึงวันงานจริงมีจำนวนเท่าไหร่ หากไม่เป็น ไปตามจำนวนก็จะมาหาสาเหตุว่าเพราะอะไร จากการ ทำงานเช่นนี้ทำให้สามารถทำงานได้สำเร็จมาโดย ตลอด


อีกทั้งอัตราการเติบโตที่ถูกผลักดันจาก โกลเบิล คอมมิสชั่น ที่สามารถทำให้ทุกคนทำความฝันให้เป็น จริงได้ เพราะบริษัทรู้ว่าการขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ คือ การได้รับรายได้มากมายมหาศาล คือ การนำความฝัน เข้ามาอยู่ในชีวิตจริง และจะพยายามทำให้ทุกคน ประสบความสำเร็จเป็นไดมอนด์ ในทำนองเดียวกัน สมาชิกจะรู้สึกภาคภูมิใจและตื่นเต้นกับความสำเร็จของ ตัวเอง และขณะเดียวกันก็คอยชื่นชมความสำเร็จของ ผู้อื่นด้วย ซึ่งเรื่องนี้อยากจะทำให้เป็นวัฒนธรรมของบริษัท


นอกจากนี้ยังทำงานมากขึ้นในเรื่องของระบบ E-commerce บริษัทได้สร้าง Website และมี Application ที่สมาชิกสามารถเช็กยอดได้จากมือถือ, Ipad, Iphone หรือระบบ Android สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ โดยไม่ต้องเข้ามาที่บริษัท


ในปี 2555 นี้ ยูนิซิตี้ ประเทศไทย สามารถพิชิต เรคคอร์ดยอดขายสูงสุดใน 4 เดือน ได้สำเร็จ จาก ประวัติการขายในประเทศไทย โดยบริษัทสามารถ ทำยอดได้สูงสุดจากสถิติที่ผ่านมาในอดีต แต่สิ่งที่ กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า บริษัทคิดว่า จะสามารถเซตเรคคอร์ดใหม่ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแต่ละเดือน บริษัทคิดว่ายอดขายจะดีขึ้นในทุกๆ เดือน


เนื่องจากในประเทศไทยบริษัทได้ทำการตลาด ในกลุ่มเล็กๆ และในหลายๆ ประเทศก็เช่นเดียวกัน ซึ่งมองว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างตลาดขึ้นมา ดังนั้น จะต้องช่วยกระตุ้นและสนับสนุนให้ดีขึ้น ตัวอย่าง บริษัท ได้จัดประชุมผู้นำมา 5 ครั้ง รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อทำอย่าง นี้บริษัทได้เติบโตขึ้น ก็ต้องแก้ไขและปรับปรุงสร้างระบบ ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง


การแข่งขันในตลาด บริษัทได้ทำการเปรียบ- เทียบเสมอในแต่ละวันว่าเมื่อเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ บริษัท ก็เปรียบเทียบ เมื่อเติบโตขึ้นในระดับกลางก็เปรียบเทียบ เมื่อบริษัทอยู่ในระดับสูงบริษัทก็ยังคงเปรียบเทียบกับ บริษัทใหญ่ๆ ในระดับที่บริษัทอยู่นี้สิ่งที่ต้องทำก็คือ เมื่อ ทำดีที่สุดที่บริษัทจะสามารถทำได้ และบริษัทต้องการ แน่ใจว่าผู้นำรู้สึกอย่างไร และแน่ใจว่าเราดีที่สุดสำหรับ ผู้คนส่วนใหญ่


สำหรับงานคอนเวนชั่นที่จะจัดขึ้นในเดือน มกราคม 2556 บริษัทได้มีการเตรียมตัวเปิดตัวสินค้า ใหม่ที่น่าสนใจหลายรายการ และเป็นสินค้าที่ต้องการ จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันใน สหรัฐอเมริกาบริษัทมีสินค้ากว่า 300 ชนิด ที่ยังไม่ได้ นำเข้ามาในประเทศไทย โดยสินค้าบางรายการได้ ปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดเวลา


การเปิด AEC บริษัทรู้สึกตื่นเต้นและมองเป็น โอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจ ซึ่งในแต่ละประเทศ ยูนิซิตี้มีความเป็นหนึ่งเดียว และบวกกับระบบของ บริษัทเป็นกลุ่มที่ติดต่อสื่อสารกันได้ดีมาก พร้อม ที่จะสร้างพลังทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเหล่านี้ และในประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่บริษัท มองว่าจะสามารถแข่งขันในเอเชียได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากมาที่ประเทศไทย เพราะ ระบบเศรษฐกิจที่แข็งแรง และพวกเขามีวิสัยทัศน์ สำหรับประเทศในเอเชีย และทวีปแอฟริกา คือเป้าหมายต่อไปที่จะเริ่มมอง



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : ทุ่มไม่อั้นสร้างคลับหรูรองรับนักขาย VIP (Unicity Prestige Club)


คริสโตเฟอร์ คิม บิ๊กบอสยูนิซิตี้เอเชียฉลองความสำเร็จนักขายตรงยูนิซิตี้ ไทยแลนด์ ทุ่มงบครั้งใหญ่เนรมิตห้องรับรองสุดหรู ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ สำหรับ นักธุรกิจระดับเพรสซิเด้นท์ขึ้นไป ล้ำด้วยเทคโนโลยีใหม่ Facial Scan เผยเป็นที่แรกและ ที่เดียวในเมืองไทย


นายคริสโตเฟอร์ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยูนิซิตี้ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยถึง การสร้างห้องรับรองสุดหรู ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ สำหรับนักธุรกิจระดับสูง ตำแหน่งเพรสซิเด้นท์ขึ้นไปของ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด บนอาคาร รุ่งโรจน์ธนกุล ถนนพระราม 9 ว่า เพื่อฉลอง ความสำเร็จและมอบสิทธิพิเศษให้กับนักขาย ที่สามารถคว้าตำแหน่งเพรสซิเด้นท์ได้ และใช้ เป็นที่รองรับนักธุรกิจระดับวีไอพีที่เพิ่มขึ้น โดย การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัย Facial Scan การสแกนใบหน้า ก่อนเข้าใช้บริการ ช่วยใน เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย นับว่า เป็นบริษัทขายตรงแห่งแรกและแห่งเดียวใน ประเทศขณะนี้


คลับแบบนี้แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่น สถานที่ให้บริการนักธุรกิจยังเป็นแบบคาเฟ่ โดยบริษัทแม่ที่เป็นจุดเริ่มต้นยังไม่มีคลับ ลักษณะแบบนี้ ตลาดของประเทศไทยเป็น ตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด เห็นได้จาก จำนวนนักขายที่เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นสิ่งที่ ตอบแทนนักธุรกิจที่สนับสนุนและเป็นแรงขับ เคลื่อนให้บริษัทเติบโต นายคริสโตเฟอร์ คิม กล่าว และว่า


ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ เกิดจากการ ลงทุนร่วมกันระหว่างยูนิซิตี้สหรัฐกับยูนิซิตี้ ประเทศไทย โดยผู้ได้รับประโยชน์คือยูนิซิตี้ประเทศไทย แต่ยังไม่รับการเปิดเผยถึงตัวเลข ในการลงทุน บอกแต่เพียงเมื่อถึงจุดที่เป็นที่ น่าพอใจจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และ จำนวนเงินในการสร้างจะเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ยังอยู่ในช่วงวางแผนพัฒนาขั้นต่อไป คาดหวัง ให้นักธุรกิจเข้ามาใช้บริการ เพื่อนักธุรกิจของ ยูนิซิตี้ หลังจากที่เปิดให้บริการกับนักธุรกิจ เป็นเวลา 2 เดือน ได้รับการตอบรับอย่างดี จากนักธุรกิจทุกคน คาดหวังว่าการเติบโตใน ส่วนนี้ ที่จะมีส่วนร่วมในการเติบโตไปด้วยกัน


ภายในแบ่งออกเป็น 5 โซน ตกแต่ง ด้วยสีสันเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น บรรยากาศผ่อนคลายและโปร่งสบาย โซนแรก เป็นประวัติการก่อตั้งบริษัทยูนิซิตี้ ความสำร็จ ของแต่ละปีที่ผ่านมา และวีดิทัศน์ความสำเร็จ ของนักธุรกิจยูนิซิตี้ระดับเพรสซิเด้นท์ขึ้นไป โซนที่สองเป็นส่วนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแล ผิว โซนที่สามเป็นพื้นที่สำหรับนักขายในการ นัดพบหรือวางแผนร่วมกับทีมงาน โซนที่สี่เป็น บาร์เครื่องดื่ม และโซนที่ห้า เป็นส่วนการ บริการความงาม ตรวจเช็คสุขภาพร่างกาย และผิวหน้า โดยแบ่งย่อยออกเป็นสามห้อง คือห้องตรวจสุขภาพผิวหน้าด้วยเครื่อง Skin Pro Analysis ห้องตรวจหาค่าดรรชนีมวลกาย BMI โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นผู้ให้ บริการและให้คำแนะนำ


และห้องท้ายสุดของคลับ มีบริการ นวดหน้า นวดกดจุดผิวหน้าเพื่อสร้างความ กระชับและผ่อนคลาย ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีและบริการนวดแบบเต็มขั้นตอน (Full Course) ด้วยผลิตภัณฑ์ Be Premium ซึ่งจะ ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีสุขภาพดีและกระชับ ยิ่งขึ้น ภายในยังมี Wi-fi ให้บริการอินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีที่จะช่วยสแกนใบหน้าแล้วเข้า มาใช้บริการในคลับแห่งนี้ เหมือนเป็นกุญแจที่ แสดงตัวตนของนักขายวีไอพี ทั้งนี้นับเป็น หนึ่งในกลยุทธ์สร้างพลังการขายให้กับบรรดา นักธุรกิจยูนิซิตี้ให้มีความฮึกเหิมเร่งยอด การขายให้เติบโตได้ตามเป้าสิ้นปี


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 235วันที่ 1- 15 กันยายน พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : เปิดห้องรับแขกหรู "ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ (Unicity Prestige Club)" โชว์รวยย้ำภาพยอดขายโต 7 เดือนแรกรายรับขยาย 40%

[gallery link="file"]


ยูนิซิตี้ เปิดตัวห้องรับแขกใหม่ ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ (Unicity Prestige Club) หวังใช้รับรองผู้มาเยือนระดับวีไอพี เปิดโอกาสให้นักขาย ตำแหน่งเพรซิเดนท์เข้าใช้ คาดงบลงทุน กว่า 10 ล้านบาท บอกเป็นการตอบแทน สาขาไทย หลังยอดขาย 2 ไตรมาสแรกโต 40% ย้ำไม่หวั่นสถานการณ์ภายนอก แต่ที่กลัวคือการแข่งขันภายใน


มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยูนิซิตี้ ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท ยูนิซิตี้ สาขาประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวห้องรับรองระดับวีไอพีใหม่ขึ้น โดยใช้ งบประมาณค่อนข้างสูงในการสร้างห้อง ดังกล่าว เพื่อเป็นห้องรับรองแขกระดับวีไอพี โดยที่นักธุรกิจของบริษัทในตำแหน่งเพรซิเดนท์เท่านั้น ที่จะได้เข้ามาใช้บริการห้องรับรองสุดหรูนี้


"ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ ได้เปิดบ้านต้อนรับแขกระดับวีไอพีอย่างเป็นทางการ เพื่อฉลองความสำเร็จและมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักธุรกิจตั้งแต่ระดับเพรซิเดนท์ ขึ้นไปของบริษัท และเพื่อใช้เป็นที่รับรองนักธุรกิจด้วยความมั่นใจในศักยภาพของ ยูนิซิตี้ ธุรกิจขายตรงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี"


โดย ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ แบ่งออกเป็น 5 โซน โซนแรกจะเป็นประวัติการก่อตั้ง ยูนิซิตี้ ความสำเร็จของแต่ละปี และวีดิทัศน์ ความสำเร็จของนักธุรกิจยูนิซิตี้ระดับเพรซิเดนท์ ส่วนในโซนที่สองจะเป็นห้องจัดแสดง ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของยูนิซิตี้ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โซนถัดมาจะเป็นพื้นที่สำหรับนักธุรกิจยูนิซิตี้ในการนัดพบหรือวางแผนงานร่วมกับทีมงาน ในโซนที่สี่จะเป็นบาร์เครื่องดื่ม และโซนที่ห้า จะเป็นส่วนของการให้บริการความงามและตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและผิวหน้า โดยจะแบ่งเป็น 3 ห้อง คือห้องตรวจสุขภาพ ผิวหน้าด้วยเครื่อง Skin Pro Analysis การ ตรวจหาค่าดัชนีมวลกาย BMI โดยจะมี ผู้เชี่ยวชาญของยูนิซิตี้เป็นผู้ให้บริการและคำแนะนำ และท้ายสุดห้องนวดหน้า มีบริการทั้งนวดกดจุดผิวหน้าเพื่อสร้างความ กระชับและผ่อนคลาย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และบริการการนวดแบบเต็มขั้นตอน (Full Course) ด้วยผลิตภัณฑ์ Be Premium ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มีสุขภาพดีและกระชับยิ่งขึ้น


ยูนิซิตี้ เพรสทีจ คลับ ตกแต่งโดยเน้น สีเอิร์ธโทนให้ความรู้สึกอบอุ่น เพื่อให้บรรยากาศโปร่งสบายและผ่อนคลาย นอกจากนั้น ภายใน ยังมี wifi เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต และใช้นวัตกรรมสุดล้ำด้วยการสแกนใบหน้า ในการเข้าใช้บริการ ซึ่งถือว่ายูนิซิตี้ เป็นบริษัทขายตรง บริษัทแรกและบริษัทเดียวในประเทศไทยที่มีห้องรับรองสุดหรูสำหรับบริการนักธุรกิจยูนิซิตี้


อย่างไรก็ดี ในส่วนของห้องรับรองใหม่ที่กล่าวมานี้ มร.คริสโตเฟอร์ คิม กล่าวว่า นี่เป็นห้องรับรองสุดหรู ที่แรกและที่เดียวที่มีของทุกสาขาทั่วโลก แม้กระทั่งสำนักงาน ใหญ่ของบริษัทที่สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่มี โดยเหตุที่เลือกไทยในการสร้าง เพรสทีจ คลับ ก็เป็นผลมาจากเรื่องของการเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในทุกปี บริษัทจึงต้องการตอบแทนความเยี่ยมยอดของนักธุรกิจยูนิซิตี้ในประเทศไทย


ในส่วนของการลงทุนในตัวออฟฟิศหรูนี้ ทางยูนิซิตี้ไม่ได้บอกถึงตัวเลขที่ชัดเจน บอกแต่เพียงอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเหตุที่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขก็เนื่องจากบริษัทยังไม่มียอดจ่ายที่แน่นอน เพราะห้องนี้ ยังคงต้องลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100%
นอกเหนือจากเรื่องของตัวออฟฟิศใหม่นี้แล้ว ทางยูนิซิตี้ยังได้กล่าวถึงยอดขาย ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ยอดขายของ สาขาในไทย ช่วงเดือนก.ค. เป็นช่วงเดือนที่มีการเติบโตมากที่สุดในรอบ 10 ปีของบริษัท นับตั้งแต่เข้ามาในประเทศไทยเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด


ปกติ ยูนิซิตี้ในประเทศไทย จะมียอดขายดีที่สุดในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. หรือ ช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี ซึ่งหลังจากนั้นยอดขายก็จะไม่หวือหวาค่อยเป็นค่อยไป แต่ในปีนี้ในช่วงเดือน ก.ค. ยอดขายของบริษัทโตขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 2 ลากยาวมา โดยบริษัทมองว่า อาจเป็นเพราะความมั่นใจของนักธุรกิจของ บริษัทที่มีความมั่นใจในตัวบริษัทมากขึ้น ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการทำงาน นายใหญ่ ยูนิซิตี้ไทย เผยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี ยูนิซิตี้ มีอัตราการเติบโตประมาณ 40% จากการเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนอกจากในส่วนของความมั่นใจของนักธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของโปรโมชั่นที่บริษัทจะนำนักธุรกิจของไทยไปร่วมงานประชุมใหญ่ของบริษัทที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนี่อาจ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักธุรกิจเกิดความต้องการ ที่จะเข้าร่วมประชุม และท่องเที่ยวทำให้ยอด ขายของบริษัทดีขึ้นตาม


โดยงานประชุมดังกล่าว ยูนิซิตี้คาดว่าจะมีนักธุรกิจของไทยพิชิตโปรฯ และสามารถร่วมเดินทางไปกับบริษัทได้ประมาณ 1.5-2 พันคน ทั้งนี้ มร.คริสโตเฟอร์ คิม ยังได้กล่าว ถึงผลกระทบภายนอกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตว่า เรื่องผลกระทบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองหรือน้ำท่วม เป็นสิ่งที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ แต่อย่างหนึ่งคือ บริษัทไม่ได้มีความวิตกในเรื่อง นี้มากนัก เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับปัจจัยภายในมากกว่า โดยบริษัทมีการ แข่งขันกับตัวเองโดยตลอด และพยายามที่ จะสร้างยอดขายให้ดีกว่าเดิมในทุกๆ ปี


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1330 ประจำวันที่ 29-8-2012 ถึง31-8-2012

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) ดีดตัวแรงคลุมอาณาจักรทั่วไทย กลางปีดันยอดเกินโผ - สิ้นปีมีสิทธิ์ลุ้นดับเบิ้ล


แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่สำหรับค่ายยูนิซิตี้หลังจัดงานเกียรติยศพร้อมเปิดตัวสินค้าบีพรีเมี่ยมดันยอดขายดับเบิ้ลทั่วไทย...เปิดทางนักธุรกิจยูนิซิตี้ดึงนักร่วมทุนร่วมเปิดศูนย์สาขาใหญ่จำลองที่เชียงใหม่ตึกหรู7ชั้นกะปั้นนักธุรกิจเทียบชั้น5ดาว...สิ้นปีนี้สมาชิกรวย&สวยตรึมในสนามยูนิซิตี้

มร.คริสโตเฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ยูนิซิตี้ จะมีการจัดประชุม (Convention) ปีละครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม เพราะช่วงนี้ยอดขายมีการเจริญเติบโตเร็ว ทำให้การจัดงานปีละครั้งไม่พอเพียง จึงขยับขึ้นมาปีละ 2 ครั้ง เริ่มการจัดงานครั้งแรกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ปีนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 สำหรับการจัดงานเกียรติยศนี้


ทำไมเราต้องจัดงานกลางปีขึ้นมา ก็เพราะเรามีการเติบโตสูงขึ้น - เร็วขึ้น ไซด์ของคอนเวนชั่นจึงมีขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ โดยช่วงแรกจะจัดในเดือนมกราคม และช่วงกลางปีจะร่นระดับลงมา เพราะช่วงนี้นักธุรกิจที่เติบโตจะเป็นธุรกิจระดับกลาง แต่ถ้าต้นปีจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า นี่คือการจัดงานในภาคพื้นเอเชีย ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็กำลังก้าวตามมาจัดปีละ 2 ครั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งปกติแล้วก็จะเป็น New Year Party รูปแบบจะไม่เป็นทางการ จะเป็นไนท์เคานท์ โดยเฉพาะพิธีประดับเข็มเกียรติยศตอนนี้สเกลเริ่มเปลี่ยนไป

ส่วนการเติบโตในตลาดประเทศไทย ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่โตเร็วที่สุด คือไทยจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี และจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้เราเพิ่งจะปิดยอดไปครึ่งปีแรกของปี 2012 ที่ทำยอดได้เยอะที่สุด เมื่อเทียบกับการทำ ยูนิซิตี้ หลาย ๆ ประเทศ ในเมืองไทยอัตราการเติบโตเฉลี่ยแล้วดีขึ้น คือเติบโตสูงขึ้น 35% โดยเฉพาะยอดขายเดือนมิถุนายนนี้ จะเป็นยอดขายสูงสุดของ ยูนิซิตี้ ที่ทำมาในประเทศนี้

ดังนั้น ในปี 2012 จะต้องได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชนเป็นพิเศษ เพราะเรามีกิจกรรมระหว่างปีเยอะมาก ก็ทำให้สมาชิกทุกคนตื่นเต้นตื่นตัว คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน เพราะมีการจัดงาน Unicity Global Leadership Convention ณ ประเทศเกาหลี ส่วนเดือนมกราคมก็จะจัดกิจกรรมตามปกติ ตรงนี้ได้ส่งผลให้สมาชิกเกิดความตื่นตัวในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และล่าสุดมีข่าวว่านักธุรกิจบางท่านที่มีฐานะทางการเงินที่ดีเข้ามาซื้อตำแหน่งตามที่เป็นข่าวหรือไม่ ต้องบอกว่าก็ไม่ถึงกับซื้อ เนื่องจากมีงานจัดงานรีเซฟชั่นภายใน ก็มีการนำรถลัมโบกินี่มีทั้งที่แรงถึง กับแรงไม่ถึงมาประชันกัน งานนี้บ่งบอกว่า ผู้นำเขาสามารถใช้ชีวิตเหมือนดั่งฝันได้ หรือ เหมือน Rich the Team ของ ยูนิซิตี้ และจากนี้ไป เราก็จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้นำและนักธุรกิจให้เติบโตเร็วอีกทางหนึ่ง

ภายในงานก็จะมีเซเลบเข้ามาร่วมทำธุรกิจกับเราด้วย เขามาเองเราไม่ได้ชักชวนก็ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไร ทุกคนจะมีความเท่าเทียมเหมือนกันหมด แต่อาจเป็นเพราะว่าเขาเป็นเซเลบก็เลยสามารถดึงคนอื่น ๆ เข้ามาด้วย ก็เป็นผลดีอย่างหนึ่งในการทำงาน เราดีใจที่คนเหล่านี้มาเลือกที่จะร่วมงานกับเรา ถามว่ายอดขายสูงกว่า 250 ล้านบาทหรือไม่ ทราบเพียงแต่ว่ายอดขายเพิ่มสูงขึ้นจากเดือนพฤษภาคมกว่า 35% เหตุผลที่ยอดขายในเมืองไทยโตและมียอดเยอะ เป็นเพราะสมาชิกลงทุนเยอะหรือไม่ ต้องบอกว่า ปกติลงทุนเพียง 500 บาท ฟรีก่อนเข้าจริง ซึ่งเป็นนโยบายของเราที่ไม่อยากให้สมาชิกใช้เงินมาลงทุนเยอะ และอยากให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎของบริษัท

ความคืบหน้าล่าสุด เรามีศูนย์กระจายสินค้าอยู่ 73 แห่งทั่วประเทศไทย และมากกว่า 70 ศูนย์ที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ไม่ใช่ของบริษัท แต่จะมีผู้ดำเนินการที่เป็นบีเอคอยเป็นผู้ดูแลกิจการของศูนย์ อันที่จริงแล้วเราก็อยากเปิดออฟฟิศทั่วประเทศ แต่ทำไม่ได้ เพราะสมาชิกในแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละจังหวัด จะมีนักธุรกิจที่อยู่ตามจังหวัดนั้น ๆ มีความต้องการที่จะเปิดศูนย์กระจายสินค้าเป็นของเขาเอง เพราะเขาสามารถชวนคนให้เข้ามาที่ศูนย์เหล่านี้ได้

นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ส่วนมากเป็นผู้นำระดับสูงจะก้าวขึ้นมาบริหาร เพราะฉะนั้นในแต่ละที่ก็จะมีนักลงทุนสนใจเข้ามาร่วมด้วย เพราะพวกเขาสร้างศูนย์ สร้างตึก เป็นของตัวเอง เพื่อสต๊อกและเป็นศูนย์กระจายสินค้า แต่ไม่ให้สต๊อกตุนไว้เยอะ ๆ ยังอยู่ในระดับที่จำกัด อาทิ ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นตึกออฟฟิศ 7 ชั้น ซึ่งเป็นการลงทุนของผู้บริหารศูนย์ที่เชียงใหม่ เหมือนเขามองการณ์ไกลและมั่นใจที่จะลงทุนกับ ยูนิซิตี้ เพื่อจะให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าประจำภูมิภาคของเชียงใหม่

ส่วนโซนที่สามารถทำยอดขายสูงสุด อาทิ สาขากรุงเทพฯ, เชียงราย, เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุบลราชธานี แต่หากเปรียบกับภาคเหนือจะไม่ใหญ่เท่า ทางภาคใต้ก็มีศูนย์อยู่ทางภาคใต้ และเป็นศูนย์ที่ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้พอสมควร โดยรูปแบบการลงทุนของนักธุรกิจที่จะผลักยอดของแต่ละศูนย์ให้มียอดเพิ่มสูงขึ้น ก็ต้องเป็นกลยุทธ์ของแต่ละศูนย์ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพราะเราอยากให้ผู้บริหารของแต่ละศูนย์บริหารศูนย์เหมือนปกติทั่วไป

และไม่ได้ทำอะไรที่แปลกไปจากที่อื่น เพราะการทำธุรกิจทั่วไป จะต้องมีวิชั่น และต้องไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา เพราะผู้นำมีสมาชิกอยู่ภายใต้การบริหารสายงานของเขา ถ้าเป็นการดำเนินธุรกิจทั่วไปลงทุนไปแล้วต้องได้กำไร ฉะนั้น การที่จะเปิดศูนย์จะต้องมีตำแหน่งกับทางบริษัทของเราด้วย ไม่ใช่คนทั่วไปมาเปิดได้ เพราะจะต้องมีคุณสมบัติ ซึ่งเราก็เข้าใจว่านี่เป็นแรงบวก เพราะเขาก็มีสมาชิกอยู่ภายใต้ทีมบริหารของเขาอยู่แล้ว

ตอนนี้ทาร์เก็ตการตั้งศูนย์สาขาสิ้นปีนี้จะไปให้ถึง 100 ศูนย์ ซึ่งจะเป็นปีนี้หรือไม่ ยังคงเหลือเวลาอีก 6 เดือน เนื่องจาก 6 เดือนแรกเราทำตัวเลขได้ดีมาก เพราะฉะนั้น 6 เดือนหลังหวังว่าน่าจะมีอะไรดี ๆ ขึ้นมาอีก และคาดว่าน่าจะครอบคลุมทุกจังหวัด คือ 1 จังหวัดต่อ 1 ศูนย์สาขา แต่ถ้าจังหวัดไหนเป็นจังหวัดใหญ่ ๆ ก็จะเปิดเป็น 2 ศูนย์ ตอนนี้ก็ครอบคลุมกันเกือบหมดแล้ว เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรามีกฎอยู่ว่า อยากให้มี 1 ศูนย์ต่อ 1 อำเภอหรือตำบล แต่ไม่ใช่มีทุกอำเภอ เพราะบางอำเภอมีขนาดเล็ก

สำหรับสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้ผู้นำสนใจเข้ามาเปิดศูนย์ ก็จะต้องมีคุณสมบัติให้ครบในทางกลับกันถ้าเขาทำครบ ก็จะเหมือนเมื่อก่อน คือ การจะเปิดศูนย์ได้ต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่ามีพื้นที่อยู่เท่าไร จัดเก็บสต๊อกได้หรือไม่ ก็ต้องมีแบบทดสอบด้วย อยากให้มีมาตรฐานที่สูงสำหรับสินค้าของเรา ในตัวที่ลงทุนก็จะเป็นตัวนักธุรกิจมาลงทุนเอง

สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ Be Premium ในวันนี้ เป็นการคิดค้นร่วมกันมาจากทีมทำโปรดักส์ของเรา อาทิ อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น แล้วก็ไทย ก็ใช้เวลา 2 ปีในการค้นคว้า และเราเป็นประเทศที่ 2 ที่ทำการเปิดตัว แต่ผลิตจริง ๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น ยูนิซิตี้ ในเอเชีย - แปซิฟิก ก็ไม่ได้โฟกัสประเทศใดประเทศหนึ่ง คาดว่าหากเปิดตัวสินค้าตัวนี้ ก็จะทำให้ยอดขายดีดตัวขึ้น 2 เท่า โดยปกติ ยูนิซิตี้ จะมีการเพิ่มยอดขายขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ถ้าไม่ได้ยอด 2 เท่า ก็อาจเติบโตขึ้น 95% โดยปกติเป้าหมายผมจะเพิ่มยอด 2 เท่า อยู่ทุกที่ไม่เฉพาะเมืองไทย อย่างที่บอกครึ่งปีที่แล้วกับปีนี้โตเปรียบเทียบกันแล้วโตขึ้นมา 35% และปกติบริษัทขายตรง MLM ช่วงครึ่งปีหลังจะโตขึ้นอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงไม่ยากที่จะสร้างยอดครึ่งปีหลังให้ยอดโตเป็น 2 เท่า
ส่วนจะเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหรือไม่ ก็มีโอกาสอยู่ เพราะเราก็มีโปรดักส์เยอะ ก็พยายามที่จะหาบริษัทผู้ผลิต หากใครที่สามารถทำการผลิตภัณฑ์สินค้าก็มาทำร่วมกันได้ ก็มองประเทศไทยเหมือนกัน โดยเราอาจจะไปซื้อบริษัทพวกนี้ เพื่อจะทำผลิตภัณฑ์ของเราเอง ก็จะมีเป้าอยู่ 3 ประเทศคือ เมืองไทย เกาหลี และอเมริกา เป็นต้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่325 ประจำวันที่1- 15 สิงหาคม 2555


 

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว "ยูนิซิตี้-Unicity Thailand" : รุกกระจายสินค้ารับตลาดอีสาน-เหนือบูม! พร้อมดันสินค้า ใหม่ Be Premium


ยูนิซิตี้ ผ่านครึ่งปียอดขายขยายตัว 35% รุกหนัก เดินหน้ากระจายศูนย์สินค้าของบริษัทเพิ่ม หลังจากที่ตลาดเหนือ และอีสานเติบโตได้ดี พร้อมดันสินค้า ใหม่ Be Premium เข้ากลุ่มสกินแคร์ หวังสร้างสินค้าให้ครบวงจรความต้องการ ล่าสุดจัดงานประดับเข็มกลางปี โชว์ศักยภาพ เชื่อรายรับปีนี้ โต 2 เท่า

มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยูนิซิตี้ ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า ในช่วง ครึ่งปีที่ผ่านมา ยูนิซิตี้ ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตที่ดีที่สุด นับตั้งแต่บริษัทเดินทางมาเปิดสาขาในไทย โดยสามารถเติบโต กว่าในช่วงเดียวกันจากปีที่ผ่านมาได้ถึง 35%

ผมเชื่อมั่นในตลาดประเทศไทยว่าจะมีการเติบโตอย่าง ต่อเนื่องแน่นอน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ.2555 มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ซึ่งถือเป็นอัตราเติบโตที่น่าพอใจสำหรับยูนิซิตี้ ที่มีอายุการ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเพียง 12 ปี ประกอบกับการที่บริษัท มีนโยบายผลตอบแทนสำหรับนักธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการ เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศสำหรับนักธุรกิจที่ทำยอดได้ทะลุเป้าหมาย ประธานใหญ่ กล่าว

อัตราการเติบโตดังกล่าว เป็นผลมาจากที่บริษัทได้พยายาม เข้ามาในสื่อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งบริษัท พยายามที่จะสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภค เกิดการรับทราบข่าวสารของบริษัท และเกิดความคิดความต้องการในการเดินเข้าหาบริษัท อีกทั้งในช่วงประมาณเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ บริษัทยังได้จัดโปรโมชั่น ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ขึ้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกระตุ้นให้กับนักธุรกิจ ทำให้ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปได้อย่างสวยงาม

อย่างไรก็ดี นอกจากในส่วนของยอดขายที่เติบโตในช่วงครึ่งปีอย่างที่กล่าวมาแล้ว บริษัทยังต้องการที่จะขยายศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ปัจจุบันมีอยู่ 4 ศูนย์ โดยมีเชียงราย, เชียงใหม่, ขอนแก่น และอุบลราชธานี แล้วบริษัทยังเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเปิดศูนย์เป็นของตนเองได้ แต่ผู้นั้นจะต้องเป็น คนที่ลงทุนเอง อีกทั้งยังต้องเป็นนักธุรกิจของบริษัท อีกทั้งนักธุรกิจ ผู้นั้นยังต้องมีตำแหน่งอีกด้วย โดยบริษัทต้องการที่จะเปิดให้ถึง 100 ศูนย์ในอนาคตต่อไป

นอกเหนือจาก 2 ส่วนที่กล่าวมานี้ ล่าสุด ทางยูนิซิตี้ ยังได้ทำการเปิดตัวสินค้า ใหม่ของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มสกินแคร์ของบริษัท โดย มร. คริสโตเฟอร์ คิม กล่าวว่า จากกระแสเทรนด์รักสุขภาพที่มีมากขึ้น ทำให้สินค้าของยูนิซิตี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคภายในประเทศไทยเป็นอย่าง มาก โดยเฉพาะจะเห็นได้จากจำนวนนักธุรกิจที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในวันนี้ บริษัทจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวระดับพรีเมี่ยมใหม่ล่าสุด บี พรีเมี่ยม (Be Premium) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการ ดูแลฟื้นฟูผิวแบบครบวงจรใหม่ล่าสุดของ ยูนิซิตี้ ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยหลาย ประการได้ในหนึ่งเดียว แต่ยังคงคอนเซปต์ การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายและเปิดตลาดเครื่องสำอางทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้เป็นอย่างดี

ซึ่ง บี พรีเมี่ยม เป็นสินค้าใหม่ที่ ทางบริษัทได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากประเทศเกาหลี ที่มีการเปิดตัวไปในช่วงก่อนหน้านี้ โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังได้วางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าเพิ่มอีก 4-5 รายการ โดยหวัง ที่จะนำเข้ามาเพื่อทำการตลาดดึงยอดขาย ต่อไป โดยบริษัทมีความมั่นใจว่า ภายในสิ้นปีนี้ บริษัทจะสามารถโกยยอดขายให้เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ซึ่งกลุ่มผู้บริหารมีความ มั่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้บริหารยังแอบหวั่นในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยในช่วงปลายปี

ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) เปิด ดำเนินงานธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยเป็นบริษัทใน เครือภายใต้ ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินงานมากว่า 100 ปี โดยเป็นการรวมตัวกันของบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง ของ สหรัฐอเมริกา คือ บริษัท เร็กซอลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เอ็นริช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ปัจจุบันยูนิซิตี้ซึ่งดำเนินธุรกิจไปในประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศทั่วโลก เช่น เวเนซูเอล่า, โคลัมเบีย, เยอรมนี, สวีเดน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์ ตุรกี, ออสเตรีย, บรูไน และประเทศไทย เป็นต้น มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 ชนิด เช่น อาหารเสริม คลอโรฟิลล์ ชาเนเจอร์ส เรดโคลฟเวอร์ ชาแอลจีเอ็นดี แคลเซียมแมกนีเซียมคอมเพล็ก เดลี่โปรดิวส์ คลอโรสไปรูลิน่า ไบออสไลฟ์คอมพลีต ไบออสไลฟ์เอสเอ็กซ์ น้ำมันปลาแซลม่อน ซอยโปรตีน (โปรตีนจากถั่วเหลือง) ฮาวาเอี้ยน โนนิ แมนนอส ไบโอซี กาแฟไบโอริชี่ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตลอดจนเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ยูนิซิตี้ ยังได้จัดงานวันเกียรติยศสำหรับผู้ที่ทำยอดขายได้ตามเป้าหมายจำนวนทั้งหมด 443 คน แบ่งเป็น 1.ระดับ New Presidential Ruby 1 คน 2.ระดับ New Presidential Sapphire 3 คน 3.ระดับ New Presidential Director 9 คน 4.ระดับ Executive Director 30 คน 5.ระดับ Senior Director 100 คน และ 6.ระดับ Director 300 คน ซึ่งการมอบรางวัลนี้จะช่วยผลักดันให้นักธุรกิจของยูนิซิตี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 100,000 คน ได้เกิดแรงจูงใจ เพื่อก้าวขึ้นสู่นักธุรกิจที่มีผลงาน ยอดเยี่ยม มร.คิม กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1320 ประจำวันที่ 25-7-2012 ถึง27-7-2012