ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ดีไลฟ์" ครวญแม่ทีมหอบผ้าหนี ยกเครื่องระบบเทรนนิ่งหวังปั้นผู้นำใหม่







deelife (Mobile)

 


"ดีไลฟ์" ยอมรับแม่ทีมตบเท้าย้ายสังกัดหนี เดินหน้าจัดระบบเทรนนิ่งใหม่ ผุด กลยุทธ์ "ซ่อม-สร้าง" ปั้นผู้นำขึ้นมาทดแทน พร้อมฟุ้ง! ถึงแม้กลุ่มแม่ทีมจะย้ายหนี แต่ยอดขายยังเติบโตได้ตามเป้า 100% ชี้อัดสินค้าใหม่เน้นกลุ่มลดอ้วนเป็นเรือธงทำตลาด ด้านการเปิดสาขาอาเซียนโฟกัส "ไต้หวัน-ลาว" ประเทศที่ขยายไปแล้ว ตั้งเป็นโมเดลสร้างตลาดต่างประเทศต่อไป


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ถึงผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาว่า จากที่เคยประกาศออกไป ในต้นปีว่าจะทำการ "ซ่อม-สร้าง" เนื่องจากในปีก่อนหน้านี้ บริษัทมีแม่ทีมที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานแต่ท้ายสุดแล้วแม่ทีมกลุ่มนี้ก็ย้ายออกไปพร้อมกับทีมงาน จึงทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่ มีการวางนโยบายใหม่ออกมาเพื่อให้สมาชิกที่อยู่กันมาก่อนได้ปรับตัวรับมือ เพื่อทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ และผลดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงครึ่งปีหลัง ทุกอย่างได้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ทั้งหมด


"ภาพรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะช่วงแรกๆ ได้มีการทำงานหนัก อย่างมาก เพราะแม่ทีมเก่งๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นๆ และได้ดึงลูกทีมไปด้วย แต่ก็ยังมีแม่ทีมอีกหลายคนที่จงรักภักดีกับบริษัท และได้ช่วยกันทำงานจนตอนนี้บริษัทเติบโตผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ โดยมีการออกไปลงพื้นที่พูดคุยกับสมาชิกตามศูนย์สาขาต่างๆ และได้มีการจัด อบรมเทรนนิ่งติวเข้มพิเศษ เพื่อให้สมาชิกมีศักยภาพออกไปทำตลาดได้ดีขึ้น"


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงาน ในปี 2556 มีการเติบโตตามเป้า 100% ทั้งยอดขายและ สมาชิกและยังได้ทราบถึงความสามัคคีของ สมาชิกทุกคนที่อยู่กับบริษัท โดยปัจจุบันมีการเปิดบริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้มีการไหลเข้าไหลออกของคนอยู่ตลอดเวลา แต่บริษัทก็ยังมั่นใจว่า จะเติบโตเพิ่มได้มากกว่านี้ แม้จะมีการแข่งขันในตลาดขายตรงสูงแค่ไหนก็ตาม


สำหรับในไตรมาสที่ 4 ของปี เทวัญ ดีใจงาม หัวเรือใหญ่ "ดีไลฟ์" กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่นต่างๆ พร้อมยังมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาเพิ่มขึ้นในหมวดสุขภาพ โดยเพิ่งออก ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ซึ่งได้การ ตอบรับดีมาก สามารถได้กลุ่มสมาชิกใหม่ๆ เข้ามาอย่างนักเรียน และนักศึกษา เพราะเรื่องของรูปร่างเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการกันอยู่แล้ว และเป็นเรื่องที่ดีที่ "ดีไลฟ์" จะมีกลุ่มวัยรุ่นมาทำธุรกิจ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า สิ้นปีนี้บริษัทจะโตเพิ่มอีก 100% รวมตลอด ทั้งปีโต 200% ส่วนยอดขายน่าจะเกิน 200 ล้านบาท และสมาชิกจะขยับถึง 3 พันคน


ส่วนโรงเรียนสอนธุรกิจนั้น ดีไลฟ์ ก่อน หน้านี้ได้เปิดจุดหลักๆ ไปแล้ว ที่กรุงเทพฯ และอุดรธานี โดยสองแห่งนี้จะเป็นสถานที่ ให้สมาชิกได้เข้าไปฝึกอบรม เรียนรู้การทำธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้มีการปรับปรุงสถานที่เดิม ให้ดูทันสมัยมากขึ้น และภายในต้นปีหน้าจะเร่งไปเปิดศูนย์สอนทำธุรกิจในจังหวัดภาค ใต้ และภาคเหนือต่อไป เพื่อให้ครอบคลุม ทั่วทั้ง 4 ภาค โดยหากนับศูนย์ดีไลฟ์ทั้งหมด จริงๆ ตอนนี้มีประมาณ 20 สาขา ซึ่งศูนย์ใหญ่หลักๆ จะอยู่บริเวณภาคกลางและอีสาน อาทิ ลพบุรี, โคราช, อุดรธานี, อุบล-ราชธานี, หนองคาย, นวนคร และสำโรง เป็นต้น


สำหรับก่อนหน้านี้บริษัทยังมีแนวทาง ที่จะขยายตลาดออกไปสู่ประเทศอาเซียน มากขึ้น ขณะนี้เริ่มขยายช่องทางการจำหน่าย ผ่านไปทางประเทศไต้หวัน ประเทศลาว ซึ่งกำลังสร้างเป็นประเทศต้นแบบ ถ้าหากสำเร็จก็จะขยายไปยังประเทศพม่า และเวียดนาม โดยยังได้เจาะตลาดไปที่ประเทศ จีน แต่ยังถือว่ายากมากที่จะเข้าไปเปิดศูนย์ ในเมืองจีน เนื่องจากติดเรื่องของกฎหมายและข้อจำกัดหลายอย่าง อาจจะต้องรอเวลา สักระยะ


"การเจาะตลาดอาเซียนนั้น ทางบริษัทได้ขยายไปแล้วหลักๆ มีที่ประเทศลาว กับไต้หวัน ที่ได้ไปเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าที่นั่นมาก่อนหน้านี้ และก็กำลังไปได้สวย โดย กำลังมาคิดต่อว่า จะเริ่มทยอยไล่เปิดประเทศ เพื่อนบ้านไปทีละประเทศ ส่วนประเทศมหาอำนาจอย่างจีน กำลังพยายามเจาะตลาดผ่านสมาชิกเข้าไป แต่ยังไม่ค่อยเรียบร้อยดี แต่หากทำสำเร็จจะเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว"


อย่างไรก็ตาม ในต้นปีหน้าบริษัทยัง ได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าใหม่ๆ เข้า มาอีกให้ครอบคลุมมากกว่านี้ อาทิ กลุ่มเกษตร, อาหารเสริม, ความงาม และของใช้ ในประจำวัน เพื่อให้สมาชิกสามารถเรียกซื้อ สินค้าได้หมด โดยไม่ต้องไปหาซื้อที่อื่น ที่สำคัญสินค้าของ "ดีไลฟ์" จะต้องมีคุณภาพไม่เป็นรองใครแน่นอน


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM แห่ขยายสาขา ตจว. ปักธงหัวเมืองใหญ่รับ AEC







email-mlm-leads (Mobile)

 


MLM เคลื่อนทัพบุกยึดหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เตรียมความพร้อมศูนย์สาขารองรับการเปิดเสรีการค้า AEC "ไทยเฮลท์" บุกหนักเร่งปักธง 4 ภาค ตั้งเป้าสิ้นปีเปิดศูนย์ครบ 10 สาขา เผย กระแสตอบรับเกินคาด หลังดึง 7 ศิลปินดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า เดินสายโรดโชว์จัดอีเวนต์ใหญ่ทั่ว ประเทศ "ออร์กาโน่" โฟกัส อีสาน-ใต้ อัพสมาชิก 2 หมื่นรหัส ด้าน "เอเชีย สุพรีม" เล็งหัวเมืองอีสานผุด 5 สาขา เตรียมคลังสินค้า อีกกว่า 20 แห่งไว้รองรับ ส่วน "ดีไลฟ์" ยึดขอนแก่นประตูสู่อาเซียน


จากการเตรียมความพร้อมของกลุ่มบริษัทขายตรง เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 ส่งผลให้บรรดาบริษัทต่างๆ พยายาม รุกคืบออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ขยายสาขาตาม หัวเมืองใหญ่เพื่อรองรับสมาชิก ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการสร้างแบรนด์ สร้างฐานการตลาดก่อนที่จะออกไปปักธงในประเทศต่างๆ ทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกประเทศ กลุ่มอาเซียน


นายไตรรัตน์ ธีรทิพย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพในระบบ ขายตรงและแฟรนไชส์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัว "ไทยเฮลท์กรุ๊ป" ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาได้เกิดกระแสตอบรับจากสมาชิกใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก มาจากการ นำศิลปินดาราถึง 7 คนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์หลักคือน้ำเห็ดสกัดตรา "มัชรูม พลัส" ใบเตย อาร์สยาม เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงตรา "ซ้อเจ็ด เซ็ตคัพ" สามารถ พยัคฆ์อรุณ และสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวตรา "ยูนิ ไรซ์" และ สมเล็ก ศักดิกุล พร้อมด้วย หมวย แม็กซิม และอะตอม ภัคจิรา เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย ตรา "วีเอ็ม พลัส"


"สิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการคือเร่งขยายเปิดศูนย์ให้ได้ 10 สาขา ภายในสิ้นปีนี้เป็นอย่างน้อย โดยคุณสมบัติของสมาชิกที่จะเปิดสาขาจะต้องเป็นสมาชิกกับบริษัท อย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งเวลานี้มีสมาชิกตามจังหวัด ต่างๆ หลายแห่ง และจะไล่เปิดตามหัวเมือง จังหวัดใหญ่ๆ ให้ครอบคลุม 4 ภาคทั่วประเทศ"


นายไตรรัตน์กล่าวว่า ตอนนี้ได้ตั้งเป้า หมายว่าภายใน 3 ปีจะมีผู้สนใจเข้าร่วมธุรกิจ เป็นสมาชิกประมาณ 2 หมื่นคนซึ่งจะมีส่วน ช่วยทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 50% ของรายได้ และหากผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับและเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น จากนั้นจะมีการผลักดันเข้าเป็นบริษัท (มหาชน) ต่อไป โดยมีเป้าหมาย 5 ปีว่า จะ สามารถทำยอดขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวมด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท


ออร์กาโน่ โฟกัส อีสาน-ใต้


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการ ทั่วไป บริษัท ออร์กาโน่ โกลด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยมีการเปลี่ยนแปลงการจัดการภายในหลายอย่าง แต่ก็เป็นไปในทิศทางที่เติบโตขึ้น และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้จัดงานใหญ่แบบนี้ ซึ่ง มีสมาชิกกว่า 1 พันคน เข้าร่วมงานทั้งสมาชิก จากไทยและต่างประเทศ ซึ่งถือว่าภาพรวม น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง


ในส่วนของกิจกรรมทางการตลาด "ออร์กาโน่ โกลด์" ยังพยายามเจาะตลาดไปที่ภาคอีสาน และภาคใต้เหมือนเดิม ส่วน ของเป้าหมายด้านสมาชิก บริษัทได้ตั้งเป้าไว้ที่ 2 หมื่นรหัสภายในสิ้นปีนี้ โดยมีสมาชิกที่แอ็กทีฟประมาณ 20% จากกลุ่มสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่เป็นผู้จัดการเองในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุมสัมมนา การเทรนนิ่ง โดยที่บริษัทจะเป็นผู้ที่คอยสนับสนุน ในเรื่องของออฟฟิศ และสินค้าที่จะนำเข้าสู่ตลาด


"เอเชีย สุพรีม" เล็งหัวเมืองอีสานผุด 5 สาขา


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่ เน้นใช้โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจ จัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทาง เพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้น โดยสิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว


ในส่วนของแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง อ.สุธีร์ ประธานใหญ่ "เอเชีย สุพรีม" ได้กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมจะเปิดสาขาเพิ่ม เป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยมองไว้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่ง ที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


"ผมคิดว่า บริษัทกำลังเติบโตไปในทางที่ดี สิ่งที่กำลังทำต่อไปในอนาคต คือจะ มีศูนย์ขยายงานให้สมาชิกไว้ใช้ทั่วประเทศ ที่นี่จะคอยกระจายเครือข่ายในระดับรากหญ้า และไปถึงคนชนชั้นกลาง รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจ และตอนนี้บริษัทก็ได้มีผู้นำเก่งๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างตลาด ออกไปให้ยั่งยืน"


"ดีไลฟ์" ยึดขอนแก่นประตูสู่อาเซียน


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ดีไลฟ์ เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตราศึก ทั้งใน ส่วนของการขยายสาขา และการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ ประกอบด้วย ขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดขอนแก่นนั้น ตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


"ขอนแก่นค่อนข้างมีขายตรงเข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกันการเปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงรากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่า การที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัสนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเปิดได้ เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอน พอสมควร และการที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจ ขายตรงที่ห้างโลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน"


นายเทวัญกล่าวว่า สาเหตุที่ดีไลฟ์ฯ มุ่งเน้นทำตลาดในภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ของดีไลฟ์เป็นคนภาคอีสาน ในขณะเดียวกันยังเห็นว่าภาคอีสานน่าที่จะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาด อาเซียนในปี 2558 นี้ได้ด้วย


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ฝันให้ไกลไปให้ถึง อย่าล้มเลิกกลางคัน" ยุพิน ปาสาใน ตำแหน่ง Gold director บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







298693_101076249998150_8193622_n (Mobile)

 


"Key to Success" กลับมาพบกับท่านผู้อ่านเป็นประจำในทุกสัปดาห์ บนพื้นที่สำหรับคนไม่ท้อ โดยครั้งนี้เราได้ดึง "ยุพิน ปาสาใน" นักธุรกิจขายตรงในตำแหน่ง Gold director จาก บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


ปัจจุบันนักธุรกิจท่านนี้มีอายุ 49 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม เริ่มทำธุรกิจ เครือข่ายมาเป็นเวลากว่า 8 ปี แต่ลงมือทำจริงจังในช่วงหลังๆ ใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถมีรายได้แตะหลักแสนบาท โดยงานเดิมคือการทำกิจการร้านเสริมสวย และยึดอาชีพนี้มากว่า 20 ปี และยังเคยเปิดร้านอาหารควบคู่ไปด้วย และอะไรที่ดึงเธอเข้ามาในวงการ ขายตรง จนประสบความสำเร็จเฉกเช่นปัจจุบัน


อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ดึงเข้ามาทำธุรกิจ MLM


"คงเป็นเพราะอายุเริ่มมากขึ้น และยังมีหนี้สินก้อนโต หลังจากทำธุรกิจร้านเสริมสวยมานาน เลยเริ่มมองหาอาชีพเสริมอื่นๆ หลายอย่าง แต่มาสะดุดตรงที่ผลิตภัณฑ์ของ บ.ดีไลฟ์ รวมถึงแผนการตลาดขององค์กร ทำให้ตัดสินใจเข้าไปศึกษาและลงมือทำตามระบบอย่างจริงจัง"


ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจ กับ "บ.ดีไลฟ์"


"เป็นเพราะได้เห็นวิสัยทัศน์ของคุณเทวัญ ดีใจงาม ประธาน บ.ดีไลฟ์ รวมถึงความมั่นคง แผนการตลาดที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมธุรกิจที่นี่ เพราะเชื่อว่า ตนเองจะเติบโต ไปพร้อมกับบริษัทได้แน่นอน"


เวลาเจออุปสรรค เคยท้อจนจะเลิกบ้างไหม


"ช่วงแรกๆ ท้อมาก แต่ก็ยังทนทำไปเรื่อยๆ เพราะเวลาที่ท้อแท้ ได้พยายามมองที่เป้าหมายเข้าไว้ โดยได้มองผู้ที่ประสบความ สำเร็จในองค์กร อย่างประธาน บ.ดีไลฟ์ ที่เคย ฝ่าฟันจนมีทุกวันนี้ ดังนั้น ตนเองก็ต้องทำสำเร็จได้เช่นกัน แต่ต้องมีความอดทนยืนหยัด ให้นานพอด้วย"


ทำธุรกิจ MLM มากี่ปี...และวางเป้าหมายอย่างไร


"อย่างที่บอกว่าทำธุรกิจมานานตั้ง 8 ปี แต่ทำแบบหยุดๆ โดยไม่ต่อเนื่อง และเพิ่งมา จริงจังในช่วงหลังๆ ตอนนี้อยู่ตำแหน่ง โกลด์ ไดเร็กเตอร์ มีรายได้หลักแสนทุกเดือน ตั้งเป้า ว่า สิ้นปีจะขึ้นตำแหน่ง DDR หรือ ไดมอนด์ ไดเร็กเตอร์ และจะขอสร้างองค์กรให้แข็งแรง เพื่อต่อสู้กับบริษัทอื่นๆ ได้"


มุมมองธุรกิจขายตรงอย่างไร


"ถ้าย้อนไปแต่ก่อน ไม่เคยชอบเลย แต่ที่หันมาชอบ เป็นเพราะโปรดักต์ที่นี่ดีจริงๆ ทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ และเข้ามาทำเต็มตัวในที่สุด ถึงวันนี้เชื่อแล้วว่าธุรกิจขายตรงหากเข้าใจก็จะรู้ว่าสวยงามขนาดไหน สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงๆ"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังเข้ามาทำขายตรง


"แตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นคนละเรื่องเลย เพราะแต่ก่อนเปิดร้านเสริมสวย ไม่ค่อย มีเวลาไปไหน ห่วงแต่กิจการ แม้จะเปิดร้านอาหารเพิ่ม แต่ก็มีหนี้เพิ่มตามมาด้วย โดยเสียดายช่วงแรกๆ ที่ทำธุรกิจ MLM แต่ไม่ค่อยตั้งใจ หากตั้งใจทีแรกคงจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่มาได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว เพราะชีวิตมีความสุข มีเวลา รายได้ที่มั่นคง และยังได้ให้โอกาสคนอีกจำนวนมาก โดยเพิ่งเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ จ.ลพบุรีขึ้นมาเอง และที่นั่น กำลังมียอดขายที่ดีมาก"


มีเทคนิคอะไร...สู่ความสำเร็จ


"ไม่ได้มีอะไรมากเลย อยู่ที่ว่าคุณจะเปิด ใจกับธุรกิจขายตรงมากน้อยแค่ไหน และต้อง เข้าไปเรียนรู้แบบ 100% พร้อมกับลงมือทำอย่างจริงจัง พยายามมีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าไปมองคนที่ไม่สำเร็จ คือฝันให้ไกล และไปให้ถึง อย่าล้มเลิกกลางคันเด็ดขาด"


คนที่ไม่สำเร็จกับขายตรงเกิดจากสาเหตุอะไร


"คงเป็นเพราะไม่มีความอดทนพอ และขาดแรงจูงใจที่จะไปถึงจุดสูงสุด โดยคนที่ล้มเลิกกลางคัน มักจะมีข้อแม้เยอะ ไม่ค่อยกล้าที่จะแลกกับความสำเร็จ ชอบทำเองโดย ไม่ปรึกษาอัพไลน์ หากสนใจและเชื่อฟังคำแนะนำของผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะทำให้ย่นระยะทางไปสู่จุดหมายได้รวดเร็วแน่นอน"


นี่คืออีกหนึ่งเส้นทางชีวิตของผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรง ผ่านเส้นทาง เดินที่โรยด้วยขวากหนาม จนในที่สุดก็ก้าวผ่านสิ่งที่ลำบากผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ด้วยแนวความคิดที่มุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ชัดเจนในเป้าหมาย ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถลอกเลียนแบบความคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ไม่แน่ว่าตัวละครของ Key to Success คนต่อไปอาจเป็นท่าน ใครจะไปรู้


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงแห่ปักธงอีสานรับมือเต็มสูบเปิดค้าเสรี







northeast_map (Mobile)

 


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัดเปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่เน้นใช้โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจจัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทางเพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้นโดยสิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว


อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยที่โฟกัสไว้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่ หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่งที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


ขณะที่นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ดีไลฟ์เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตราศึกทั้งในส่วนของการขยายสาขาและการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ประกอบด้วยขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดขอนแก่นนั้นตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


"ขอนแก่นค่อนข้างมีขายตรงเข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกันการเปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงรากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่าการที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัสนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และการที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้างโลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน"


 


 


 


Credit by : http://www.ryt9.com/

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

MLM ปรับทัพ! สกัดผู้นำยกทีมย้ายค่าย เร่งสร้างเลือดใหม่ภักดีองค์กร







Group of 3D guys follow the leader.


บริษัทขายตรงเร่งงัดมาตรการสกัดแม่ทีมย้ายค่าย "ดาวปูแดง" เร่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ หันเน้นสร้างวิธีขายแบบซื้อตรง ด้วยการขยายเครือข่ายรูปแบบแฟรนไชส์ ด้าน "ดีไลฟ์" ยอมรับแม่ทีมแหกค่ายหนี ทำยอดขายลดฮวบกว่า 50% พลิกแผนเดินหน้าสร้าง วัฒนธรรมรักองค์กร "เอปูเซ่" ชูกลยุทธ์เปิดหลักสูตรอบรมจิตวิทยา ASS และ APS สร้างรากฐานใหม่มัดใจสมาชิก


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรภายใต้แบรนด์ "ดาวปูแดง" ได้เปิดเผยว่า ปัญหาการย้ายค่ายของแม่ทีมธุรกิจขายตรงมีผลกระทบต่อองค์กร และภาพรวมธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก โดยช่วงปี 2555 ที่ผ่านมาหลายค่ายเจอปัญหาลักษณะนี้ สร้างความ เสียหายต่อธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างมาก รวมถึงยอดขายและสมาชิก ทุกคน ทำให้บริษัทมีความจำเป็นที่ต้องเร่งสร้างผู้นำขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ที่สำคัญต้องมีความจงรักภักดีต่อองค์กร


"เมื่อปีที่แล้วบริษัทยังอยู่ในช่วงปรับระบบใหม่ เนื่องจากมีการ เปลี่ยนแปลงการบริหารพอสมควร แต่ธุรกิจยังดำเนินได้ปกติ และมี การเติบโต 10% หรือมียอดขายประมาณ 220 ล้านบาท ในส่วนของ สมาชิกมีจำนวนราวๆ 3 แสนกว่ารหัส"


จากปัญหาดังกล่าว บริษัทจึงได้มีการ ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ อาจเรียกว่า ซื้อตรงก็ว่าได้ เพราะบริษัททำเกี่ยวกับการ เกษตร เช่น ปุ๋ย เผือก หอย พริก ตะไคร้ และยังมีโครงการคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง ที่บริษัทได้เซ็นสัญญาประกันรับซื้อสินค้ากลับมา เพราะบริษัทมีระบบการเกษตร การ เลี้ยงสัตว์ หรือการเพาะปลูกพืช ที่มีการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม ทำให้ต้อง มีการจัดระบบให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ บริษัทยังทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของรางน้ำด้วย


"ที่สำคัญธุรกิจของบริษัทยังเน้นในเรื่องของการสร้างแฟรนไชส์ด้วย คือสมาชิก ชาวเกษตรสามารถนำไปทำธุรกิจต่อได้ บริษัทจะมีการฝึกอบรมให้ด้วย ถือเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทาง เพราะเดี๋ยวนี้ยอมรับ ว่า บริษัทจะเน้นให้สมาชิกเป็นผู้จำหน่ายสินค้ามากขึ้น เพราะการขายทำให้สมาชิกได้กำไรที่สูงขึ้น แต่หากไม่ชอบขาย บริษัท ก็ไม่บังคับอยู่แล้ว"


ประธานบริหาร "นิวตริริช" กล่าวต่อ ว่า เป้าหมายการตลาดในปี 2556 บริษัทมั่นใจว่าต้องเติบโต 20% ส่วนยอดขายต้อง ได้ถึง 300 ล้านบาท และต้องขยายฐานสมาชิกให้ถึง 400,000 รหัส


+ "ดีไลฟ์" ปลูกฝังรักองค์กร


ด้านนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้าไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคย เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อน นำ เข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึง วัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจอย่าง มีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหาย ให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"


บริษัทได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 8 อย่าง เป็นทางการแล้ว และนี่ก็แสดงให้เห็นว่า บริษัทมีความมั่นคง ที่จะยืนหยัดธุรกิจต่อไป ได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา "ดีไลฟ์" มีการเติบโต 25% คิดเป็นยอดขายประมาณ 100 กว่าล้านบาท และในปี 2556 จะต้องโตเพิ่มอีก 25% ยอดขายต้องขึ้นไปแตะที่ 200 ล้านบาท


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงาน ในปี 2555 การย้ายค่ายของแม่ทีม ทำให้เป้าหมายของ บริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ พลาดเป้าไป 50% แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมถึงมีการเปิดบริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้มีการ ไหลเข้าไหลออกของคนอยู่ตลอดเวลา


+ "เอปูเซ่" วางระบบจิตวิทยามัดใจ


ในส่วนของนายมนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินธุรกิจขายตรงจนปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โดยรับรองได้ว่า บริษัทมีความมั่งคง ยั่งยืน พร้อมจะเติบโตไปอย่างมั่นคงแน่นอน ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท และมีสมาชิกอยู่ที่ 100,000 รหัส ถือว่าภาพ รวมอยู่ในขั้นน่าพอใจเป็นอย่างมาก แม้จะมี ปัญหาบ้างก็ตาม


"ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทกำลังอยู่ใน ช่วงการปรับการบริหารใหม่ เพราะได้เกิดปัญหาเรื่องของแม่ทีมย้ายค่ายหนีไปอยู่บริษัทอื่น และได้ดึงลูกทีมไปเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทปวดหัวกับเรื่องนี้พอสมควร จึงจำเป็นต้องหาทางรับมือขึ้นมา โดยจะเน้น การสร้างผู้นำขึ้นมาใหม่และให้สมาชิกที่ทำธุรกิจ ฝึกคิดให้เป็นสามารถดำเนินธุรกิจอยู่ ได้เอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งแม่ทีมเหมือนแต่ก่อน"


"บริษัทจึงได้เน้นการสร้างรากฐานใหม่ ใช้การบริหารเรื่องจิตวิทยาเข้าไปมากๆ เพื่อให้สมาชิกมีกำลังใจและยืนหยัดได้ด้วยตัวเองได้ ตอนนี้มีหลักสูตรอบรมที่เรียกว่า ASS และ APS เป็นหลักสูตรจิตวิทยา เพราะ หากพึ่งแม่ทีมอย่างเดียว เวลาแม่ทีมเกิดย้าย ค่ายไปก็มักจะตามไปด้วย หรือไม่ก็ล้มเลิกไม่ทำเลยก็ได้ บริษัทจึงได้คิดโปรแกรมตั้งสมมติฐานว่า ใครเกี่ยวกับธุรกิจของเราบ้าง อย่างเช่น ผู้บริโภคต้องมีคุณภาพดี คนขาย บริษัทจะต้องดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นกำไรจาก การขายปลีก และรายได้อื่นๆ"


"มนตรี" ประธานใหญ่ เอปูเซ่ ได้กล่าวต่อว่า "ตอนนี้บริษัทได้ใช้ระบบ "ไบนารี่" ในการทำแผนตลาด แต่จะปรับเปลี่ยนใหม่ โดยจะไม่ให้มีคะแนนจากสายแข็ง และสายอ่อน แต่จะขึ้นอยู่ที่สมาชิกคนไหนทำได้มากว่ากัน ซึ่งจะเน้นให้บริหารการขายเองมากขึ้น คือลูกทีมสามารถอยู่ได้ แม่ทีมไม่ต้องมากำหนด เพราะเวลาที่แม่ทีม ย้ายค่ายไป จะทำให้ลูกทีมยังดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อไปได้เอง"



Credit By :http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ถอยหลังได้ แต่ต้องเดินหน้าต่อ" สมพร แย้มชุมพร โกลด์ ตำเเหน่งไดเร็กเตอร์ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







Capture (Mobile)


กลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับ 'Key to Success" หรือ "กุญแจสู่ความสำเร็จ" ถือเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว และเหมือนเช่นเคย คอลัมน์นี้.....จะพาผู้อ่าน มาพบกับนักขายตรงมือทอง แต่อาจมีเส้นทางอุปสรรคที่แตกต่างกัน โดยครั้งนี้ได้ "สมพร แย้มชุมพร" ตำแหน่ง "GDR" หรือ "โกลด์ ไดเร็กเตอร์" จากบริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มาเป็นตัวละครที่จะฉาย ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จของนักธุรกิจอิสระผู้นี้


จากสาวโรงงานที่เรียนจบแค่ ป.4 ตรากตรำทำงานอยู่สถานที่แคบๆ มากว่า 18 ปี แต่....แล้ววันหนึ่งชีวิตได้พลิกผัน จากการเปลี่ยนความคิดและกล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ จนนำพาไปสู่ความสำเร็จ...... เราลองมาทำความรู้จักกัน ดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้เธอผู้นี้หันเข้ามาในธุรกิจขายตรง


Q : ก่อนหน้านี้...ประกอบอาชีพอะไรมาก่อน


"แต่ก่อนตนเป็นสาวโรงงาน ทำงานอยู่แต่ในโรงงานทุกวัน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เลิกงานก็มืดแล้ว ก็จะกลับบ้านทันทีเลย ถ้านับย้อนรวมๆ ก็ทำงานมาได้ 18 ปีเศษๆ ยิ่งทำก็ยิ่งเหนื่อย เพราะเราก็แก่ลงทุกวัน ร่างกาย ก็จะไม่ไหว ไหนจะมีภาระต้องเลี้ยงคนในครอบครัวอีก หนี้สินก็เยอะไปหมด ไม่รู้ว่าชาตินี้จะหาใช้คืนได้หมดรึเปล่า ยิ่งลูกต้องเรียนสูงก็ยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้น"


Q : อะไรที่นำเข้ามาสู่ธุรกิจนี้


"ตอนนั้นเรามีปัญหาเรื่องการดูแลผิวหน้า เพราะเราทำงานอยู่แต่ในโรงงาน เจอแต่ฝุ่นละออง ความร้อนต่างๆ ทำให้ใบหน้าคล้ำมาก ปกติก็เครียดพออยู่แล้ว จะไปหาเครื่องสำอางแพงๆ มาใช้ ก็คงจะไม่มีเงินซื้อ พอดีได้ไปรู้จักผู้ให้โอกาสทางธุรกิจก็คือ พี่บุญทรง แนะนำให้เรามารู้จักกับธุรกิจนี้ แรกๆ พาเรามาทำหน้าก่อน จำได้ว่าได้มาส์กหน้าด้วยผลิตภัณฑ์บางอย่าง ที่ทำจากโคลน แต่เราประทับใจมาก และพอได้ฟังแผนธุรกิจ ยิ่งเกิดความฝันขึ้นมา ทำให้เราได้มาลุยธุรกิจนี้ในที่สุด"


Q : แรกๆ ที่ทำธุรกิจขายตรง....รู้สึกอย่างไร


"บอกตรงๆ เลยค่ะ ว่าท้อแท้มาก เพราะเรากลัวที่จะไปชวนคนอื่นมาทำกับเรา ไม่คิดว่าเราจะทำได้ด้วย แต่พอมานั่งทบทวน ดู ก็คงจะไม่มีอาชีพไหนที่จะทำให้เราดีขึ้น ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะหากทำงานในโรงงาน ชีวิตเราก็คงจะเหมือนเดิม สู้ตั้งใจทำกับธุรกิจนี้สักตั้งไปเลย เพราะที่นี่มีระบบ การเรียนรู้ที่ดีอยู่แล้ว เราแค่ตั้งใจศึกษาและ หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ที่สำคัญจะต้องไม่ไขว้เขว หากเจอใครมาปฏิเสธเรา"


Q : ปกติมีทัศนคติต่อธุรกิจขายตรง อย่างไร


"แต่ก่อนไม่ชอบเลย เคยได้ยินได้ฟังมาเยอะว่า ธุรกิจขายตรงน่ากลัวมาก ส่วน ใหญ่จะเห็นคนไปทำกันและล้มเหลวกันเยอะ แต่พอมานั่งคิดๆ ดู เราฟังแต่คนล้มเหลว มันก็เลยทำให้เรากลัวจนไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงมือ แต่พอเข้ามาสัมผัสจริงๆ แล้ว เราจึงได้รู้ว่า อาชีพนี้สามารถทำให้เรามีรายได้ ที่มั่นคงได้และทำตามฝันได้ด้วย"


Q : ในชีวิตมีเรี่องอะไรเจ็บปวดมั๊ย


"คงเป็นวันที่โดนคนมาทวงหนี้เรา และไม่มีเงินให้ ยิ่งไปกว่านั้น หากเราไม่มีเงิน ให้ลูกไปโรงเรียน เราก็เจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะ เรายอมอดได้ แต่ลูกเราจะอดไม่ได้ บอกตรงๆ ค่ะว่าแอบร้องไห้อยู่บ่อยๆ สมัยที่ทำงานในโรงงาน แต่ตอนนี้อุปสรรคทั้งหลาย ก็ผ่านมาแล้ว"


Q : วางเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง


"มองไว้ว่า ตอนนี้เรามีรายได้ที่เลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ก็ยังต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ก็คงจะพยายามมีรายได้ที่สูงกว่านี้ เพื่อจะได้เกษียณตัวเองได้ บ้านกับรถยนต์ ก็มีแล้ว ก็คงจะส่งลูกชายเรียนให้จบ และหากลูกชายสนใจธุรกิจขายตรง เราก็จะให้มาทำด้วย แต่หากไม่ชอบเราก็จะไม่บังคับ"


Q : ทำธุรกิจขายตรงกับ "ดีไลฟ์" มากี่ปี และประสบความสำเร็จในระดับไหน


"ตอนนี้มีรายได้อยู่ที่ประมาณเกือบ 4 แสนบาท อยู่ในตำแหน่งโกลด์ ไดเร็กเตอร์ ทำมาก็ตั้งแต่ บ.ดีไลท์ เริ่มเปิดใหม่ๆ เลย เพราะแต่ก่อนหลักสูตรทำให้สำเร็จเร็วยังไม่มี เดี๋ยวนี้มีระบบการทำงานที่ดี ทำให้คน ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ใหม่ๆ สามารถก้าวไปได้เร็ว"


Q : สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงสมาชิกใหม่ๆ บ้าง


"ตอนนี้ก็มีเพื่อนจากโรงงานตามมาทำธุรกิจนี้กันเยอะมาก และรู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนให้มีรายได้ที่สูงกว่าทำงานที่โรงงาน ก็อยากให้สมาชิกทุกคน มีความมุ่งมั่น ถอยหลังได้ แต่ต้องเดินหน้าต่อ และ มีความศรัทธาในองค์กร เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน"


......คงจะได้ฟังข้อคิดดีๆ ต่อการทำธุรกิจขายตรงของ "คุณสมพร แย้มชุมพร" อดีตสาวโรงงานผู้มีความฝันและไม่ท้อต่ออุปสรรค เอาเป็นว่า "KEY TO SUCCESS" ครั้งต่อไป.... จะเป็นนักขายมือทองคนไหนมาเปิดประสบการณ์ดีๆ กับเรา ยังไงติดตามกัน ในสัปดาห์ต่อไปนะครับ




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM เร่งติวเข้มแม่ทีม แห่เปิดหลักสูตรปั้นนักขายเป็นมือโปร







network-marketing-00212 (Mobile)


กลุ่มบริษัทขายตรง แห่เปิดหลักสูตรอบรมถี่ยิบ หวังเสริมเขี้ยวเล็บให้แม่ทีมขยายเครือข่าย "นีโอ ไลฟ์" ใช้หลักสูตรใหม่ "เคล็ด (ไม่) ลับคนอยากรวย" ออกสัญจร ปั้นนักขายรุ่นใหม่ทั่วประเทศ พร้อม เพิ่มการอบรมปฐมนิเทศและจิตวิทยา จาก 7 รุ่นเป็น 12 รุ่นต่อปี ด้าน "ไอยรา" เปิดบ้านอะคาเดมี่ 5 พร้อมเสริมหลักสูตรฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ขณะที่ "ยูแคนดู" เปิดหลักสูตรปั้นนักขาย ตั้งแต่มือใหม่ยันมือโปร ส่วน "ดีไลฟ์" เดินหน้าปั้นวัฒนธรรม รักองค์กร หวังเป็นเกราะป้องกันสกัดค่ายอื่นดูดสมาชิก


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันการพัฒนาสมาชิกและทีมงานเป็นเรื่องสำคัญมากในธุรกิจขายตรง ทางบริษัทจึงได้ เปิดหลักสูตรการอบรมรูปแบบใหม่ขึ้น ภายใต้ ชื่อ "หลักสูตรเคล็ด (ไม่) ลับ คนอยากรวย" และได้เริ่มออกสัญจรและเปิดสอนไปแล้วในหลายภูมิภาค ปรากฏว่ามีการตอบรับที่ดี และสามารถพัฒนานักขายรุ่นใหม่ๆ ของนีโอ ไลฟ์ ออกไปทำตลาดทั่วประเทศ นอกจาก นี้ บริษัทยังได้นำหลักสูตรปฐมนิเทศเดิมมา รวมกับหลักสูตรจิตวิทยา เรียกว่า "หลักสูตรปฐมนิเทศเชิงจิตวิทยา" พร้อมเพิ่มจำนวนรุ่นในการอบรมจาก 7-8 รุ่นต่อปีเป็น 12 รุ่น ต่อปี


ด้านนายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า "ตอนนี้บริษัทได้สร้างอะคาเดมี่ หรือเรียกว่าสถาบันพัฒนา นักธุรกิจไอยรา โดยแบ่งเป็นการเรียนเป็น 5 หลักสูตร อาทิ นักธุรกิจไอยรา ABC, YRTMS หน้าที่หลักของผู้นำทีม, วิถีผู้นำ A Leader, ไอยรา เอ็กเซ็กคิวทีฟ (ผู้บริหาร ไอยรา) และ VR ไอยรา (ความสำเร็จร่วมกัน) และยังมีหลักสูตรเสริมเข้ามาอีก คือ การอบรมวิทยากร, แคมป์ฝึกทักษะการเป็น ผู้นำ และปลุกยักษ์ โดยหลักสูตรทั้งหมดนี้ จะทำให้สมาชิกดำเนินธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ"


"ตอนนี้เรามีแผนกิจการทางการตลาดออกไปทำโรดโชว์ทั่วประเทศ โดยเราออกไปทำการตลาดตลอดทั้งเดือน เพราะตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงการสร้างรากฐานให้มั่นคง เพราะอย่างที่บอกไปว่าเปิดมาได้เพียงปีเศษๆ ทำให้พื้นที่บางส่วนของประเทศที่มีเครือข่ายน้อยมาก อย่างที่ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก"


สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท ทำให้มีแผนเดินหน้าธุรกิจเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน ฝึกอบรม และการขยายตลาด ซึ่งบริษัทมีความพร้อม และลงตัวมากในขณะนี้ ทั้งที่เป็นแค่ปีแรก เท่านั้น โดยอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงที่สุดในทุกๆ ด้าน


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 นี้ ประธาน ใหญ่ "ไอยรา" ได้กล่าวต่อว่า "ผมมั่นใจว่า ยอดขายจะขึ้นไปแตะที่ 300 ล้านบาท และจบสิ้นปีนี้ต้องมีสมาชิกอย่างน้อยเกิน 50,000 รหัส ส่วนศูนย์เซ็นเตอร์นั้น นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังมีอีกกว่า 50 ศูนย์ครอบคลุม ทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีบริการแบบเคาน์เตอร์ เซอร์วิสกว่า 7 พันสาขา ที่ไปควบคู่กับเซเว่น อีเลฟเว่น สมาชิกสามารถชำระเงินผ่านบริการดังกล่าวได้ รวมทั้งตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคาร"


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมของ "ไอยรา" จะเป็นในกลุ่มอาหารเสริม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม อาทิ สุขภาพความ งาม กระชับสัดส่วน การเกษตร และเครื่องดื่ม โดยผลิตภัณฑ์ของเราจะมีสารเซซามิน ที่ได้ การจดลิขสิทธ์จากสถาบันวิจัยสเต็มเซลล์ของอเมริกาแห่งเดียวเท่านั้น คือ สารเซนซามินจะอยู่ในงาดำ ทำให้บริษัทของเรากลายเป็นผู้นำในด้านการตลาดเกี่ยวกับ เซนซามิน ในเวลานี้


"ในส่วนของตลาดเออีซี ตอนนี้บริษัทได้เล็งจะขยายเข้าไปที่ประเทศใกล้ๆ อย่าง ลาว ก่อน เพราะเป็นเพื่อนบ้านเรา มีภาษาใกล้เคียงกัน โดยการผ่านตัวแทนพาร์ตเนอร์ที่ลาว และกำลังอยู่ในช่วงการขอ ใบอนุญาต อย. อยู่ในเวลานี้ จากที่ศึกษา ข้อมูล ผมว่า แนวทางการตลาดที่ลาวดีมาก เมื่อขยายตลาดที่ลาวเสร็จ ผมก็จะขยายต่อไปยัง พม่า, มาเลเซีย และเวียดนาม ต่อไป และเราได้วางเป้าหมายไปถึงปี 2558 คือเราใช้แนวคิด "Year of Sustainable" คือ ความยั่งยืนที่มีการเติบโตอย่างเป็นสเต็ป เป็นขั้นตอนยั่งยืนหมายถึง ไม่มีการสั่นคลอน แม้สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ไม่มีการสั่นคลอนแม้มีค่ายใหม่เกิดขึ้น ไม่มีการสั่นคลอน แม้อาเซียนเปิด"


ด้านนายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า "การนำระบบโปรแกรมการศึกษา และการให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ ขายตรงของยูเเคนดูนอกจากสมาชิกจะได้ประโยชน์โดยตรงแล้ว กลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการจะทำธุรกิจ แต่อยากได้รับส่วนลดก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เช่น เขาต้องการจะไปดูหนังอยู่แล้ว เเต่หากเป็น สมาชิกของเราก็ได้รับส่วนลดพิเศษและยังได้คะแนนอีกด้วย ซึ่งบริษัทจะนำคะเเนนดังกล่าวกลับมา คิดเป็นค่าคอมมิสชั่นกลับคืนมาให้อีกด้วย"


นอกจากนี้ การที่บริษัทได้จัดตั้งสถาบันยูเเคนดู อะคาเดมี่ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดโอกาสในการให้ความรู้ทั้งกับสมาชิกของยูเเคนดูและบุคคลทั่วไป ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากสมาชิกและะบุคคลทั่วไปโดยในเเต่ละสัปดาห์มีจำนวนผู้เข้ามาเรียนรู้ตามหลักสูตร ต่างๆ ที่บริษัทจัดไว้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตบริษัทมีเเผนจะจัดงานในลักษณะ ผสมระหว่างธุรกิจกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเป็นการทำธุรกิจแบบไม่เน้นธุรกิจเเต่เพียงอย่างเดียว "ยูเเคนดูนอกจากจะมีระบบฝึกอบรมที่โดดเด่นที่ช่วย สนับสนุนธุรกิจขายตรงแล้ว ยังมีบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ในการทำสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมืออาชีพมีระบบคอลเซ็นเตอร์ที่มาช่วยในการทำธุรกิจ"


ในส่วนของนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้า ไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่าง น้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส ส่วนสำนักงาน ใหญ่ยังใช้ ซ.นวมินทร์ 129 เป็นออฟฟิศกระจายสินค้า และฝึกอบรมหลักสูตรของบริษัท โดยในต่างจังหวัดมีศูนย์กระจายสินค้า อีก 2 แห่งอยู่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา และสมาชิกส่วนใหญ่จะจัดตั้งเป็นร้านกระจายสินค้าเล็กๆ ขึ้นมาเองตามจังหวัดต่างๆ ในอนาคตหากมีสมาชิกในจังหวัดที่น่าสนใจแน่นพอ ก็จะเปิดเป็นศูนย์เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 ต่อไป


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคยเข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อนนำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจ อย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : การที่บริษัทมีกระแสค่อนข้างเงียบไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่มีอัตราการเติบโต ที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการบริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด







Capture (Mobile)


แต่สิ่งที่จะสามารถทำให้แข่งขันได้เป็นอย่างดี คือ คุณภาพ ของสินค้า โดยสินค้าต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ และราคา จะต้องสมเหตุสมผล ซึ่งในประเทศไทยบริษัทเครือข่าย ที่สามารถทำได้อย่างที่กล่าวมายังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ดีเฉพาะ ในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะฉะนั้น หากต้องการอยู่ได้ในระยะยาว จำเป็นต้องเน้นที่คุณภาพสินค้าเป็นหลัก


อีกหนึ่งบริษัทเครือข่ายสัญชาติไทยอย่าง ดีไลฟ์ อินเตอร์- เนชั่นแนล ที่เป็นที่รู้จักกันดี และมีกระแสที่มาแรงพอสมควรในช่วง แรกๆ ของการเปิดดำเนินธุรกิจ แต่พักหลังๆ บริษัทดังกล่าวแทบจะ ไม่มีข่าวคราวออกมาให้ได้ยินสักเท่าไร สาเหตุเป็นเพราะอะไรนั้น ต้องสอบถามจากหัวเรือใหญ่อย่าง เทวัญ ดีใจงาม


ในปีที่ผ่านมากระแสของ ดีไลฟ์ ค่อนข้างเบาลงไปมากสาเหตุ เพราะอะไร


การที่บริษัทมีกระแสค่อนข้างเงียบไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่มีอัตรา การเติบโต ที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นอัตรา การเติบโตที่ไม่หวือหวามาก เพราะบริษัทเน้นการสร้างความแข็งแกร่งของ สินค้าและฐานผู้บริโภค อีกทั้งบริษัทมีการปรับแผนธุรกิจเพื่อให้เข้ากับกลุ่ม สมาชิกจึงทำให้กระแสค่อนข้างเงียบไป แต่ในขณะนี้แผนที่ได้มีการปรับนั้น เริ่มอยู่ตัวแล้ว แต่ยังพบปัญหาการย้ายเข้าย้ายออกของนักธุรกิจบ้าง ซึ่งเป็น เรื่องปกติที่บริษัทเครือข่ายทุกบริษัทจะต้องประสบ


บริษัทมีวิธีการแก้ไขอย่างไรกับปัญหาการย้ายเข้า-ออก ของ สมาชิก


เบื้องต้นบริษัททำการศึกษา จากการที่บริษัทได้ปลูกฝังสมาชิกถึงการ ทำธุรกิจอย่างมืออาชีพ เช่น การเลือกทำธุรกิจกับบริษัทเดียว การไม่ทำผิด จรรยาบรรณ เป็นต้น จึงทำให้ผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจรู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางที่ตนถนัด ทำให้พบปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังมีสมาชิกจำนวนมากที่เข้ามาและ พึงพอใจ สามารถทำธุรกิจกับบริษัทได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่นักธุรกิจ ของบริษัทเกิดจากการที่บริษัทสร้างขึ้นมาเอง มีน้อยมากที่มาจากที่อื่น


ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะรุกธุรกิจอย่างไรบ้าง


ปีนี้บริษัทวางแผนที่จะสร้างนักธุรกิจสายเลือดใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นการสร้างคนที่ไม่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนหรืออาจจะเคยผ่านมาบ้าง เลือกที่จะสร้างนักธุรกิจใหม่ เนื่องจากได้มองเห็นว่าการสร้างนักธุรกิจขึ้นมาเองนั้น จาสามารถทำให้มีสมาชิกอยู่กับบริษัทได้นานกว่าที่มีสมาชิกจากที่อื่นเข้ามา ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปฏิเสธสมาชิกที่มาจากที่อื่น นอกจากนี่ยังเน้นการฝึกอบรม ซึ่งปีนี้ได้ทำหลักสูตรการฝึกอบรมขึ้นมาใหม่ที่สามารถรองรับได้ทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ อีกทั้งยังมีผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจเครือข่ายเข้ามาให้สอน


นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมออกบูธแสดงสินค้าในย่านชุมชน ซึ่งจะมีผู้นำแต่ละทีมเข้าไปร่วมทำกิจกรรม ส่วนบริษัทจะเป็นผู้ที่ส่งเสริมด้านอุปกรณ์การจัดบูธแสดงสินค้ารวมถึงการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และโปรโมชั่นที่นับว่าเป็นโปรโมชั่นใหญ่ของปีนี้ คือ การแจกรถยนต์ ซูซูกิ สวิท์


แผนการขยายสาขาต่างประเทศเป็นอย่างไร


บริษัทวางแผนประมาณกลางปีนี้จะเริ่มเข้าไปทำธุรกิจใน สปป.ลาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องเพื่อขอเข้าไปดำเนินการ โดยการดำเนินกิจการใน สปป.ลาว บริษัทจะเข้าไปทำการหาตัวแทนจำหน่าย และในเดือนนี้จะเข้าไปเจรจากับกัมพูชาถึงการขอเข้าไปดำเนินธุรกิจ ในเบื้องต้นได้ทำการเจรจากับผู้นำในกัมพูชาแล้ว ขณะนี้ก็ได้เริ่มเข้าไปเจาะตลาดจีน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งการที่บริษัทเข้าไปทำการตลาดในต่างประเทศนั้นถือเป็นการทดลองทำการตลาดก่อนที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเปิดในปี 2558 และจากแผนการเจาะเข้าไปทำการตลาดในต่างประเทศ จะช่วยให้สามารถถึงเป้าหมายที่วางไว้


ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายสินค้าเป็นอย่างไรบ้าง


บริษัทมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 65% และต่างประเทศ 35 % จากสินค้าทั้งหมด 50 รายการ แบ่งเป็นสินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพ 25 % ความงาม 30% และภายในปีนี้จะมีสินค้าใหม่เพิ่มในระบบอีก 3 รายการ ในกลุ่มสินค้าเกษตรที่จะมีสินค้าออกสู่ตลาดในไตรมาสที่ 3 และเพื่อสินค้าในกลุ่มสุขภาพจะออกมาในไตรมาสที่ 4


เมื่อตลาดอาเซียนเปิด มองว่าตลาดธุรกิจเครือข่ายจะเป็นอย่างไร


การเปิดอาเซียนนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจเครือข่ายไทย เพราะหากเปรียบเทียบกับประเทศที่มีอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแล้ว ไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งในด้านการทำธุรกิจไม่แพ้มาเลเซีย แต่สิ่งที่จะสามารถทำให้แข่งขันได้เป็นอย่างดี คือ คุณภาพของสินค้าโดยสินค้าต้องตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ลาราคาจะต้องสมเหตุสมผล ซึ่งในประเทศไทยบริษัทเครือข่ายที่สามารถทำได้อย่างที่กล่าวมายังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ยังคงมุ้งเน้นในเรื่องของเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ดีเฉพาะในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะฉะนั้น หากต้องการอยู่ได้ในระยะยาวจำเป็นต้องเน้นที่คุณภาพสินค้าเป็นหลัก





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556



วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ดีไลฟ์" เซ็งแม่ทีมแหกค่ายหนี จี้ระบบอบรมสมาชิกปลูกฝังรักบริษัท







ggg


"ดีไลฟ์" แอบเซ็ง แม่ทีมชอบย้ายค่ายดึงเครือข่ายย้ายตาม ตั้งเป้าสร้างเลือดใหม่ทำงานอย่างยั่งยืน พร้อมวาง แผนงานรับมือขยายตลาดอาเซียน มองประเทศลาว ตั้งเป็นตัวอย่างก่อนปักธงประเทศเพื่อนบ้านรอบไทย พร้อมใช้ไต้หวันเป็นประตูบุกจีน ด้านยอดขายบอก พอใจผลประกอบการปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับพอใจ ตั้งเป้าขอโตทุกปี 25% ชี้สิ้นปี 2556 ยอดขายขอแตะ 200 ล้านบาท


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้าไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส ส่วนสำนักงาน ใหญ่ยังใช้ ซ.นวมินทร์ 129 เป็นออฟฟิศกระจายสินค้า และฝึกอบรมหลักสูตรของบริษัท โดยในต่างจังหวัดมีศูนย์กระจายสินค้า อีก 2 แห่งอยู่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา และสมาชิกส่วนใหญ่จะจัดตั้งเป็นร้านกระจายสินค้าเล็กๆ ขึ้นมาเองตามจังหวัดต่างๆ ในอนาคตหากมีสมาชิกในจังหวัดที่น่าสนใจแน่นพอ ก็จะเปิดเป็นศูนย์ เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 ต่อไป


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคย เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อนนำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจ อย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"


บริษัทมีแนวทางที่จะรับมือ AEC ด้วย การขยายตลาดออกไปสู่ประเทศอาเซียน ซึ่งเล็งไว้จะเป็นประเทศลาว และกำลังจะเตรียมเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ "เวียงจันทน์" ไว้เป็นแห่งแรก เพื่อเป็นต้นแบบให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่จะตามมาอย่าง พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ในส่วน ประเทศไต้หวันก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่อง จากที่นั่นบริษัทมีเอเย่นต์อยู่ที่นั่นหลายคน คาดว่าสร้างรากฐานที่ไต้หวันสำเร็จแล้ว ก็จะมุ่งหน้าเจาะตลาดไปประเทศจีนต่อไป โดยจีนน่าสนใจและถือเป็นตลาดใหญ่


บริษัทได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 8 อย่าง เป็นทางการแล้ว และนี่ก็แสดงให้เห็นว่า บริษัทมีความมั่นคง ที่จะยืนหยัดธุรกิจต่อไป ได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา "ดีไลฟ์" มีการเติบโต 25% คิดเป็นยอดขาย ประมาณ 100 กว่าล้านบาท และในปี 2556 จะต้องโตเพิ่มอีก 25% ยอดขายต้องขึ้นไปแตะที่ 200 ล้านบาท


"ผลประกอบธุรกิจปีที่ผ่านมา ผมค่อนข้างพอใจในระดับหนึ่ง เพราะบริษัท ตั้งเป้าจะต้องโตทุกปีปีละ 25% และในปีนี้บริษัทจะปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยเฉพาะทางทีมงานการตลาดหรือ แม่ทีมที่มีการโยกย้ายออกไป เนื่องจากในปีก่อนหน้าบริษัทมีแม่ทีมขายที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานแต่ท้ายสุดแล้วแม่ทีมกลุ่มนี้ ก็ย้ายออกไปพร้อมกับทีมงาน จึงทำให้บริษัท ต้องปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่"


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานในปี 2555 การย้ายค่ายของแม่ทีมทำให้เป้าหมาย ของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ พลาด เป้าไป 50% แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมถึงมีการเปิดบริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้มีการไหล เข้าไหลออกของคนอยู่ตลอด เวลา


ประธานใหญ่ "ดีไลฟ์" กล่าวต่อว่า บริษัทมีกลุ่มสินค้า 3 อย่าง คือ อาหารเสิรม, ความงาม และครัวเรือน โดยสินค้านำที่ได้รับความนิยมจะเป็น "ดีไลฟ์ จินกาโน่" ที่มีส่วนผสมของโสมที่สกัดไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะส่วนใหญ่โสมที่นำมารับประทานกันจะไม่ค่อยได้รับการสกัดออกมา และยังได้เล็งผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มเกษตร คาดว่าจะออกมาให้บริการประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2556




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : ดีไลฟ์ มุ่งสร้างนักธุรกิจหน้าใหม่ รุกหนักก้าวสู่ตลาด AEC หวังเจาะจีน









ดีไลฟ์ ตั้งลำใหม่เน้นเป็นปี ซ่อม-สร้าง หลังปีที่ผ่านมาฝ่ามรสุมการเปลี่ยนแปลงของแม่ทีมและนักธุรกิจรุ่นเก่า ตั้งลำใหม่เน้นสร้างเลือดใหม่ ให้ยึดวัฒนธรรมที่ดีและทำงานอย่างยั่งยืน และมีความจงรักภักดีต่อบริษัท วาดฝัน เจาะตลาดประเทศจีนขอแค่มาร์เก็ต แชร์ 10% ของประชากรเท่านั้น


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2556 ว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการ ซ่อม-สร้าง ซ่อมคือ การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยเฉพาะทางทีมงานการตลาดหรือแม่ทีมที่มีการโยกย้ายออกไป เนื่องจากในปีก่อนหน้าบริษัทมีแม่ทีมขายที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานแต่ท้ายสุดแล้วแม่ทีม กลุ่มนี้ก็ย้ายออกไปพร้อมกับทีมงาน จึงทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่


เราเข้าใจดีว่าแม่ทีมที่มีศักยภาพก็ย่อมคาดหวังกับผลงาน ที่เขาจะสร้างมาให้ ทำให้เราทุ่มเทไปยังกลุ่มแม่ทีมที่มีประสบการณ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาเจอบริษัทที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เขา ก็ไปไม่ได้มาอยู่จีรังกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ดูเหมือนตอนแรกที่เข้ามาเขาจะหยุดอยู่ที่เรา แต่เอาเข้าจริงเขาก็ไปอีก จุดนี้ถือเป็นประสบการณ์สำคัญ ดังนั้น ปีนี้จึงมุ่งมั่นที่จะเบนเข็มไปยังการสร้างเลือดใหม่แทน


สิ่งสำคัญคือกลยุทธ์เน้น สร้าง กล่าวคือ สร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคย เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อน นำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึง วัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจอย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน คาดว่าจะให้ความสำคัญกับคนใหม่ 80% 20% ซึ่งปีที่ผ่านมาสัดส่วนแบ่งเป็นคนใหม่และคนเก่า 50 : 50


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงาน ในปี 2555 การย้ายค่ายของแม่ทีม ทำให้เป้าหมายของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ พลาดเป้าไป 50% แต่ถือว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีรับได้ รวมถึงมีการเปิด บริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้มีการไหล เข้าไหลออกของคนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ปี 2556 ตนจึงไม่ได้คาดหวังถึงเป้าหมาย ทางด้านตัวเลขสูงนักแต่ก็ยังโฟกัสถึงรายได้ 500 ล้านบาทอยู่


พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแนวทางที่จะขยายตลาดออกไปสู่ประเทศอาเซียน มากขึ้นขณะนี้เริ่มขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านไปทางประเทศไต้หวัน ประเทศลาว ซึ่งกำลังสร้างเป็นประเทศ ต้นแบบ ถ้าหากสำเร็จก็จะขยายไปยังประเทศพม่า และเวียดนาม ซึ่งจุดหมาย ปลายทางที่เป็นหัวใจหลักอยู่ที่ประเทศจีน หากเจาะตลาดประเทศจีนได้ประมาณ 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาล


การเจาะตลาดอาเซียนทางประเทศเวียดนามได้ ก็จะสามารถเข้าไป ทางเมืองคุนหมิง ประเทศจีนได้ ซึ่งขณะนี้ก็มีแม่ทีมบางรายที่เริ่มเจาะตลาด เข้าไปได้เป็นแบบกองทัพมด แต่หากมีการดำเนินงานอย่างจริงจังคาดว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คงไม่ไกลเกินเอื้อม เนื่อง จากบริษัทคาดว่าจะมีการขยายตัวทางด้านตลาดอาเซียนอย่างจริงจังในปี 2558-2559 เพราะขณะนี้บริษัทมีฐานของผู้บริโภคอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว


นายเทวัญเพิ่มเติมอีกว่า บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มเกษตร อีกประเภทหนึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ช่วยการดูดซึมสารอาหารของพืชให้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นมิตร ต่อสภาพดิน ซึ่งคาดว่าจะออกมาให้บริการประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2556 นอกจากนี้ ยังเพิ่ม สินค้าในกลุ่มความงามออกมาอีก 4-5 ชนิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบ แต่คงจะออกมาให้บริการภายในปีนี้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรง(MLM) ยึดหัวหาด ยุทธภูมิทองคำ (อุดรฯ-ขอนแก่น) รับ AEC ฝั่งตะวันออก


เป็นที่ทราบกันดีในวงกว้างว่า ในช่วงปลายปี 2558 จะเป็นเวลาที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของการค้าการลงทุน โดยจะมีการเปิดความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้น หรือที่รู้จักกันในนามของ AEC โดยความร่วมมือ ดังกล่าว กลุ่มประเทศอาเซียนจะมีการนำเข้าส่งออก สินค้า และทำธุรกิจมากมายหลายอย่างซึ่งกันและกัน โดยปลอดจากกำแพงภาษีที่เคยมี


สิ่งที่กล่าวมา สร้างการตื่นตัวให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ ขายตรงในประเทศไทย โดยหลายบริษัทเริ่มที่จะวางแผนงานรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นไปที่การวางรากฐานในเรื่องของการเปิดศูนย์ธุรกิจเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำตลาดอนาคต โดยยกขอนแก่น และอุดรธานี เป็นยุทธ-ภูมิทองคำ รองรับการเปิด AEC ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกนี้ล้วนเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, ลาว และกัมพูชา ซึ่งหาก AEC เกิดขึ้น ขอนแก่น และอุดรธานี ก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลกเลยทีเดียว


- มิลค์กี้ เวย์ ทุ่ม 100 ล. ปั้นอุดรฯ เป็นฮับ


นายสุมิตร วชโรดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เริ่มต้นก้าวสู่จุดสตาร์ตของธุรกิจ MLM อย่างเต็มตัว โดยก้าวต่อไปบริษัทเตรียมรุกตลาดเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 4 แหล่งศูนย์ รวมธุรกิจเครือข่าย เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในเมือง-หลวง ส่วนสาขาอื่นๆ ปัจจุบัน บริษัทมีสาขาหรือศูนย์เซ็นเตอร์อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ในจังหวัดสงขลา (หาดใหญ่) และกำลังจะเปิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ และพิษณุโลก, ภาคอีสาน ที่จ.ขอนแก่น และอุดรธานี


สุมิตร ได้เปิดเผยว่า ศูนย์จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถขยายธุรกิจไปสู่ประเทศอาเซียน ได้ ดังนั้น บริษัทจึงเตรียมทุ่มงบลงทุนเพื่อ สร้างฐานธุรกิจอย่างเต็มที่ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำตลาดรองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียนที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าอาจ ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 100 ล้านบาท และเป็นเงินสดทั้งสิ้น


วันนี้ด้วยความพร้อมของธุรกิจ มิลค์กี้ เวย์ ในประเทศไทย ตนจึงคิดว่าน่าจะ ถึงเวลาที่บริษัทจะเริ่มรุกเข้าสู่ตลาดต่าง-ประเทศ ซึ่งการเปิดศูนย์สาขาใหญ่ในพื้นที่ ยุทธศาสตร์ จะสามารถช่วยย่นระยะเวลาการทำธุรกิจและเพิ่มความสะดวกในด้าน ลอจิสติกส์ นอกจากนั้น จะเน้นการทำธุรกิจ ขายตรงแบบหลายภาษาเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู่ตลาดสากล


อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายปีนี้ หรืออาจเป็นต้นปีหน้า บริษัทจะมีการเปิดสาขา ต่างประเทศในมาเลเซียเป็นประเทศแรก โดยจากเดิมที่คาดว่าน่าจะเป็นประเทศอินเดีย เพราะบริษัทเป็นพันธมิตรทางการ ค้ากับอินเดีย เรียกได้ว่ามีสายป่านทางการ ค้าอยู่มาก แต่เมื่อประเทศมาเลเซียมีความ พร้อมก่อน จึงไม่ควรรอช้าที่จะเข้าไปขยาย ธุรกิจ โดยได้มีการวางงบลงทุนการเปิดศูนย์ธุรกิจที่มาเลเซียไว้เกือบพันล้านบาท ถือเป็นการเริ่มต้นเจาะตลาดไปยังกลุ่มประเทศเอเชียใต้อย่างเต็มกำลัง


- ดีไลฟ์ หวังขอนแก่นเป็นประตู AEC อีสาน


ด้านนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไลฟ์ อิน-เตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ ดีไลฟ์ เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตรา ศึก ทั้งในส่วนของการขยายสาขา และการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาค ต่างๆ โดยในปีนี้ ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลัก ของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ในปีนี้นั้น ประกอบด้วย ขอนแก่น, อุบลราชธานี และ ร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัด ขอนแก่นนั้น ตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้ น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ ให้ผู้-บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


โดยการเลือกเปิดสาขาแห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น นายเทวัญ ดีใจงาม บอสใหญ่ค่าย ดีไลฟ์ ได้เล่าว่า สาเหตุที่เลือกเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น มองว่าในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีขายตรง ที่เข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกัน การ เปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง รากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่า การที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัส นั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่อง จากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และ การที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้าง โลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน


นายเทวัญ บอกต่ออีกว่า ในปีนี้ที่ ดีไลฟ์ฯ มุ่งเน้นทำตลาดในภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ ของดีไลฟ์เป็นคนภาคอีสาน ในขณะเดียว กันยังเห็นว่าภาคอีสานน่าที่จะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียนในปี 2558 นี้ได้ด้วย


นอกจากนี้ เครื่องมือในการสร้างความยิ่งใหญ่ของ ดีไลฟ์ ไม่ใช่มีเพียง แค่การรุกเปิดสาขาใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวหอกที่สำคัญในการสร้างผู้นำสู่ความเป็นมืออาชีพ ในธุรกิจขายตรงนี้ด้วยนั่นก็คือ โรงเรียนสอนธุรกิจ ที่ปัจจุบัน ดีไลฟ์ ได้เปิดให้มีโรงเรียนดังกล่าวไปบ้างแล้ว อาทิ พิษณุ-โลก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, อุดรธานี, นครราชสีมา และชลบุรี เป็นต้น


- MLM เฮโลปักธงแดนที่ราบสูงคึก


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการ ผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่น-แนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ภายในปีนี้จนถึงต้นปี 2556 บริษัทมีแผน ที่จะเปิดศูนย์สาขา ที่มีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่ แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ งบประมาณในการเปิดศูนย์ แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีการขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับ ถัดไป


ปีนี้สัดส่วนยอดขายของบริษัทเติบโต ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่บริษัทปรับกลยุทธ์การตลาด โดยเข้าไปรุกในส่วนของ ตลาดภูมิภาคมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของภูมิภาคต่างๆ มีอัตราสูงขึ้น โดยภาคอีสาน มียอดขายโต 100%, ภาคใต้ 30% และภาคเหนือโต 5% ตามลำดับ โดยปัจจุบัน บริษัทมีสมาชิกแอ็กทีฟประมาณ 2.3 หมื่น รหัส จาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 5 พันรหัส


ด้านนายวิชัย ทองขุนคำ ประธานกรรมการ บริษัท ธนาธร ยูเนี่ยนไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับศูนย์จำหน่ายสินค้าของบริษัทในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะ เป็นของสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่จังหวัด กระบี่, สุราษฎร์ธานี, แม่สอด, ตราด, เชียง-ใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, นคร-ราชสีมา, ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ โดยปีนี้ตั้งเป้า ที่จะมีศูนย์ให้ได้ประมาณ 40 จังหวัด และปี หน้าคาดว่า ธนาธรจะต้องมีศูนย์ครบทุกจังหวัดอีกด้วย


เป้าหมายของเราคือ 3 ปีแรกเป็น การตั้งรับ 3 ปีที่ 2 เป็นการทำตลาดเชิงรุก 3 ปีที่ 3 เป็นการสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกัน ในภาวะที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ เราขอที่ จะ เติบโตอย่างไม่หวือหวา ไม่อยากที่จะแข่งขัน กับใคร ต้องการที่จะแข่งขันกับตัวเองเสีย มากกว่า และต้องการโตแบบมีคุณภาพ โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่อาจจะไม่เยอะแต่หาก ทำได้ตรง ตามเป้า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ เราด้วยเช่นกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1348 ประจำวันที่ 31-10-2012 ถึง2-11-2012

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ดี ไลฟ์ - Deelife จับสินค้าเก่ามาปรุงใหม่ขึ้นราคาตั้งเป็นเรือธงแชร์ยอดขายบริษัท 35%


ดี ไลฟ์ - Deelife จัดการปรุงสินค้า เดิม ตกแต่งเพิ่มราคาทำเป็น ของใหม่ ใช้ชื่อ เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต วางตลาดแชร์ส่วนแบ่งยอดขาย 35% ปั้นเป็นเรือธงกลุ่มความงาม พร้อมผุดเว็บไซต์ รีครูตคนติดอาวุธนักขายเพิ่ม ส่วนยอดขายกว่า 5 เดือนผ่านยังปิดปาก บอกแค่สิ้นปีหวังโต 100% เป้า 300 ล้านบาท หวังปี 55 เป็นช่วงเตรียมความพร้อม ปี 56 เอาจริงรับมือการค้าเสรีอาเซียน

นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดี ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน Deelife The Road to Success ครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมหลักที่บริษัทจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งกิจกรรมที่บริษัทได้จัดขึ้นนี้ เป็นการจัด เพื่อพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเชิญวิทยากรภายนอกเข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ และครั้งนี้ก็ได้มีการเชิญ อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์สู่ความสำเร็จท่ามกลางสมาชิกดี ไลฟ์ที่เดินทางมาร่วมงานหลายร้อยคน

อย่างไรก็ดี ภายในงานบริษัทยังได้มีไฮไลต์สำคัญคือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทขึ้น ภายใต้ชื่อ เดอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มความงามของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าบำรุงผิวหน้า เพื่อความกระจ่างใสของผิวหน้า ลดความหมองคล้ำ และสร้างความชุ่มชื่น

เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต ที่เปิดตัวขึ้นมาใหม่มานี้ ความจริงแล้วเป็นครีมไข่มุกเดิม ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของบริษัท แต่ดี ไลฟ์ได้นำมาพัฒนาปรับสูตรใหม่ เพื่อ เป็นการอัพเกรดสินค้าให้ขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ ซึ่งเดิมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ก่อนที่ยังไม่มีการปรับสูตร ก็สามารถทำยอดขายให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยสามารถแชร์ยอดขายรวมของบริษัทไดถึง 25% โดยหลังจากที่มีการปรับสูตรในครั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า สินค้ารายการนี้ จะสามารถทำยอดขายได้ถึง 35% ของยอดขายรวมของบริษัท

สำหรับปริมาณของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ บริษัทยังได้มีการเพิ่มในส่วนของปริมาณที่บรรจุในกระปุกของสินค้าจาก 5 กรัม เป็น 8 กรัม และยังได้เพิ่มสารสกัดต่างๆ ลงไป เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพที่ดีขึ้น และอัพเกรดในส่วนของสินค้าให้อยู่ในระดับสูง แต่ราคาบริษัทก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยจากเดิมที่ 320 บาท เป็น 490 บาท

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ บริษัทได้โรงงานผลิตที่ดีที่มีชื่อเสียง ซึ่งน่าเชื่อถือได้ด้วยรางวัล และมาตรฐานใบรับรองต่างๆ ที่โรงงานได้รับ ซึ่ง ถือว่าโรงงานนี้มีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งดี ไลฟ์เล็งเห็นว่า เป็นเรื่องดีเพราะบริษัท ก็จะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการของบริษัท ที่ต้องการปรับสูตรใหม่ เพื่อเป็นการยกระดับ สินค้าของบริษัทขึ้นมาอีก เพื่อเป็นการรองรับ การแข่งขันในระดับอาเซียนที่ใกล้จะมีขึ้น เทวัญ เผย

จากที่กล่าวมาในส่วนของสินค้ารายการใหม่นี้ ที่บริษัทได้นำออกมาวางตลาด บริษัทต้องการที่จะยกให้เป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ซึ่งในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า บริษัทก็ยังจะออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม เสริมอาหารขึ้นมาอีก โดยปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสินค้าอยู่ในระบบ แล้วประมาณ 3 กลุ่มหลัก แบ่งเป็นสินค้ากลุ่มสุขภาพ, ความงาม และสินค้าอุปโภคใน ครัวเรือน โดยใน 2 กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ครองส่วนแบ่งยอดขายของบริษัทไว้ที่ประมาณ 70% ส่วนอีก 30% เป็น กลุ่มสินค้าในครัวเรือน ที่บริษัทใช้เป็นสินค้า กลุ่มรักษายอดของสมาชิก และเพื่อไม่ให้สมาชิกไปซื้อของแบรนด์อื่นๆ อีกทั้งหากนับรวม 3 กลุ่ม บริษัทจะมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 60 กว่ารายการ ซึ่งต่อไป ดี ไลฟ์ ยังได้มองในเรื่องของสินค้าการเกษตรไว้อีกด้วย เพื่อเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ

นอกจากในเรื่องของสินค้าที่บริษัทได้กล่าวมานี้ ในเรื่องของแผนการตลาดในส่วน อื่น บริษัทยังได้มีการเปิดคอร์สฝึกอบรมให้กับนักขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มีการเปิดเว็บไซต์ใหม่ขึ้น โดยเนื้อหาในเว็บไซต์ จะ เป็นในเรื่องของการรีครูตคนเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะให้สมาชิกได้เข้ามาใช้เว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นอาวุธในการทำงาน โดยใช้ชื่อ เว็บ www.dsystem755.com

การเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว บริษัทต้องการใช้เป็นอาวุธสำหรับนักขาย โดยหลักในเว็บไซต์จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการชักชวนคนเข้ามา ซึ่งในอนาคตบริษัทยังต้องการเพิ่มในเรื่องของภาษาให้เกิดความครอบคลุม เพื่อรองรับการเปิดประตูอาเซียน ซึ่งปัจจุบันยังมีเพียงภาษาไทยซึ่งถือเป็นการเริ่มต้น นายใหญ่ ดี ไลฟ์ กล่าว

สำหรับสาขาใหม่ของบริษัทที่เปิดไปเมื่อประมาณเดือนเศษใน จ.ขอนแก่น ถือว่า ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เพราะจากระยะ เวลาที่เปิดถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถทำยอด ขายได้แล้วเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในขอนแก่น ค่อนข้างมีความรุนแรง เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ บริษัทขายตรงเข้าไปเปิดมีมาก ทำให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความยากลำบาก

อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมของธุรกิจในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทยังถือว่าเป็นช่วงเตรียมตัวของบริษัท ถึงแม้บริษัทจะเปิดมาแล้วประมาณ 7 ปี ก็ตาม ซึ่งบริษัทต้องการที่จะใช้ช่วงเวลาในปีนี้ เตรียมตัวเรื่องของการลุยตลาดในปีหน้าเป็นสำคัญ เพราะในปี 55 นี้ บริษัทเพิ่งได้เริ่มลุยตลาดอย่างเต็มรูปแบบหลังทุ่มทุนลงสื่อเพิ่มมากขึ้น

โดยในส่วนของ 6 เดือนหลัง บริษัท ต้องการที่จะทำให้บริษัทมียอดขายขยายตัวเพิ่มอีก 100% คิดเป็นยอดขายสิ้นปี 300 ล้านบาท แต่กระนั้น บริษัทก็ยังต้องการมอง ปี 55 เป็นปีแห่งการเตรียมความพร้อมมาก กว่าเป็นปีแห่งการคาดหวัง เพราะบริษัทมีความมั่นใจเสียเหลือเกินว่า หากทุกอย่างเป็น ไปตามแผนที่บริษัทได้วางไว้ในปีนี้ ในปีหน้า ดี ไลฟ์ จะทำยอดขายและบริษัทให้เกิดการ เติบโตอย่างพุ่งทะยานเลยทีเดียว หัวเรือบริษัท กล่าวด้วยความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นปีที่ 7 ที่บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจขายตรง แต่ในปีนี้ บริษัทก็ยังต้องการที่จะเข้มในเรื่องของกลยุทธ์การสร้างคน สร้างทีมงานความสำเร็จเพื่อเป็นการวางรากฐานเพื่อการเจริญ เติบโตในระยะยาว โดยบริษัทไม่ต้องการที่ จะให้เกิดการซื้อตัวของนักขาย ซึ่งสิ่งนั้นจะตามมาด้วยข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งอยากจะเห็นการเติบโต แต่ก็ไม่ใช่ระยะยาว

ปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนรหัส เป็นสมาชิกที่แอ็กทีฟอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นคน โดยมีสมาชิกเข้าใหม่ในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 คน ซึ่งบริษัทภูมิใจที่ว่า สมาชิกที่เดินเข้ามา ไม่ต้องการย้ายค่ายหรือออกไปทำที่อื่น ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลดีกับบริษัทขายตรง

ทั้งนี้ เทวัญ ยังกล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทมองไปที่อนาคต ต้องการมีการเติบโตในระยะยาว ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมองไปที่เรื่องของการเปิดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนเป็นสำคัญ ซึ่งแผนงานของ บริษัทก็เพื่อการทำตลาดในอนาคต

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1308 ประจำวันที่ 13-6-2012 ถึง15-6-2012

‘ดี ไลฟ์ - Deelife’ จับสินค้าเก่ามาปรุงใหม่ขึ้นราคาตั้งเป็นเรือธงแชร์ยอดขายบริษัท 35%


“ดี ไลฟ์ - Deelife” จัดการปรุงสินค้า เดิม ตกแต่งเพิ่มราคาทำเป็น ของใหม่ ใช้ชื่อ “เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” วางตลาดแชร์ส่วนแบ่งยอดขาย 35% ปั้นเป็นเรือธงกลุ่มความงาม พร้อมผุดเว็บไซต์ รีครูตคนติดอาวุธนักขายเพิ่ม ส่วนยอดขายกว่า 5 เดือนผ่านยังปิดปาก บอกแค่สิ้นปีหวังโต 100% เป้า 300 ล้านบาท หวังปี 55 เป็นช่วงเตรียมความพร้อม ปี 56 เอาจริงรับมือการค้าเสรีอาเซียน

นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดี ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน Deelife The Road to Success ครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมหลักที่บริษัทจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งกิจกรรมที่บริษัทได้จัดขึ้นนี้ เป็นการจัด เพื่อพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเชิญวิทยากรภายนอกเข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ และครั้งนี้ก็ได้มีการเชิญ อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์สู่ความสำเร็จท่ามกลางสมาชิกดี ไลฟ์ที่เดินทางมาร่วมงานหลายร้อยคน

อย่างไรก็ดี ภายในงานบริษัทยังได้มีไฮไลต์สำคัญคือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทขึ้น ภายใต้ชื่อ “เดอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มความงามของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าบำรุงผิวหน้า เพื่อความกระจ่างใสของผิวหน้า ลดความหมองคล้ำ และสร้างความชุ่มชื่น

“เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” ที่เปิดตัวขึ้นมาใหม่มานี้ ความจริงแล้วเป็นครีมไข่มุกเดิม ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของบริษัท แต่ดี ไลฟ์ได้นำมาพัฒนาปรับสูตรใหม่ เพื่อ เป็นการอัพเกรดสินค้าให้ขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ ซึ่งเดิมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ก่อนที่ยังไม่มีการปรับสูตร ก็สามารถทำยอดขายให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยสามารถแชร์ยอดขายรวมของบริษัทไดถึง 25% โดยหลังจากที่มีการปรับสูตรในครั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า สินค้ารายการนี้ จะสามารถทำยอดขายได้ถึง 35% ของยอดขายรวมของบริษัท

สำหรับปริมาณของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ บริษัทยังได้มีการเพิ่มในส่วนของปริมาณที่บรรจุในกระปุกของสินค้าจาก 5 กรัม เป็น 8 กรัม และยังได้เพิ่มสารสกัดต่างๆ ลงไป เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพที่ดีขึ้น และอัพเกรดในส่วนของสินค้าให้อยู่ในระดับสูง แต่ราคาบริษัทก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยจากเดิมที่ 320 บาท เป็น 490 บาท

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ บริษัทได้โรงงานผลิตที่ดีที่มีชื่อเสียง ซึ่งน่าเชื่อถือได้ด้วยรางวัล และมาตรฐานใบรับรองต่างๆ ที่โรงงานได้รับ ซึ่ง ถือว่าโรงงานนี้มีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งดี ไลฟ์เล็งเห็นว่า เป็นเรื่องดีเพราะบริษัท ก็จะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการของบริษัท ที่ต้องการปรับสูตรใหม่ เพื่อเป็นการยกระดับ สินค้าของบริษัทขึ้นมาอีก เพื่อเป็นการรองรับ การแข่งขันในระดับอาเซียนที่ใกล้จะมีขึ้น” เทวัญ เผย

จากที่กล่าวมาในส่วนของสินค้ารายการใหม่นี้ ที่บริษัทได้นำออกมาวางตลาด บริษัทต้องการที่จะยกให้เป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ซึ่งในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า บริษัทก็ยังจะออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม เสริมอาหารขึ้นมาอีก โดยปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสินค้าอยู่ในระบบ แล้วประมาณ 3 กลุ่มหลัก แบ่งเป็นสินค้ากลุ่มสุขภาพ, ความงาม และสินค้าอุปโภคใน ครัวเรือน โดยใน 2 กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ครองส่วนแบ่งยอดขายของบริษัทไว้ที่ประมาณ 70% ส่วนอีก 30% เป็น กลุ่มสินค้าในครัวเรือน ที่บริษัทใช้เป็นสินค้า กลุ่มรักษายอดของสมาชิก และเพื่อไม่ให้สมาชิกไปซื้อของแบรนด์อื่นๆ อีกทั้งหากนับรวม 3 กลุ่ม บริษัทจะมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 60 กว่ารายการ ซึ่งต่อไป ดี ไลฟ์ ยังได้มองในเรื่องของสินค้าการเกษตรไว้อีกด้วย เพื่อเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ

นอกจากในเรื่องของสินค้าที่บริษัทได้กล่าวมานี้ ในเรื่องของแผนการตลาดในส่วน อื่น บริษัทยังได้มีการเปิดคอร์สฝึกอบรมให้กับนักขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มีการเปิดเว็บไซต์ใหม่ขึ้น โดยเนื้อหาในเว็บไซต์ จะ เป็นในเรื่องของการรีครูตคนเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะให้สมาชิกได้เข้ามาใช้เว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นอาวุธในการทำงาน โดยใช้ชื่อ เว็บ www.dsystem755.com 

“การเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว บริษัทต้องการใช้เป็นอาวุธสำหรับนักขาย โดยหลักในเว็บไซต์จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการชักชวนคนเข้ามา ซึ่งในอนาคตบริษัทยังต้องการเพิ่มในเรื่องของภาษาให้เกิดความครอบคลุม เพื่อรองรับการเปิดประตูอาเซียน ซึ่งปัจจุบันยังมีเพียงภาษาไทยซึ่งถือเป็นการเริ่มต้น” นายใหญ่ ดี ไลฟ์ กล่าว

สำหรับสาขาใหม่ของบริษัทที่เปิดไปเมื่อประมาณเดือนเศษใน จ.ขอนแก่น ถือว่า ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เพราะจากระยะ เวลาที่เปิดถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถทำยอด ขายได้แล้วเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในขอนแก่น ค่อนข้างมีความรุนแรง เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ บริษัทขายตรงเข้าไปเปิดมีมาก ทำให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความยากลำบาก

อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมของธุรกิจในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทยังถือว่าเป็นช่วงเตรียมตัวของบริษัท ถึงแม้บริษัทจะเปิดมาแล้วประมาณ 7 ปี ก็ตาม ซึ่งบริษัทต้องการที่จะใช้ช่วงเวลาในปีนี้ เตรียมตัวเรื่องของการลุยตลาดในปีหน้าเป็นสำคัญ เพราะในปี 55 นี้ บริษัทเพิ่งได้เริ่มลุยตลาดอย่างเต็มรูปแบบหลังทุ่มทุนลงสื่อเพิ่มมากขึ้น

“โดยในส่วนของ 6 เดือนหลัง บริษัท ต้องการที่จะทำให้บริษัทมียอดขายขยายตัวเพิ่มอีก 100% คิดเป็นยอดขายสิ้นปี 300 ล้านบาท แต่กระนั้น บริษัทก็ยังต้องการมอง ปี 55 เป็นปีแห่งการเตรียมความพร้อมมาก กว่าเป็นปีแห่งการคาดหวัง เพราะบริษัทมีความมั่นใจเสียเหลือเกินว่า หากทุกอย่างเป็น ไปตามแผนที่บริษัทได้วางไว้ในปีนี้ ในปีหน้า ดี ไลฟ์ จะทำยอดขายและบริษัทให้เกิดการ เติบโตอย่างพุ่งทะยานเลยทีเดียว” หัวเรือบริษัท กล่าวด้วยความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นปีที่ 7 ที่บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจขายตรง แต่ในปีนี้ บริษัทก็ยังต้องการที่จะเข้มในเรื่องของกลยุทธ์การสร้างคน สร้างทีมงานความสำเร็จเพื่อเป็นการวางรากฐานเพื่อการเจริญ เติบโตในระยะยาว โดยบริษัทไม่ต้องการที่ จะให้เกิดการซื้อตัวของนักขาย ซึ่งสิ่งนั้นจะตามมาด้วยข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งอยากจะเห็นการเติบโต แต่ก็ไม่ใช่ระยะยาว

ปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนรหัส เป็นสมาชิกที่แอ็กทีฟอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นคน โดยมีสมาชิกเข้าใหม่ในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 คน ซึ่งบริษัทภูมิใจที่ว่า สมาชิกที่เดินเข้ามา ไม่ต้องการย้ายค่ายหรือออกไปทำที่อื่น ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลดีกับบริษัทขายตรง

ทั้งนี้ “เทวัญ” ยังกล่าวในตอนท้ายว่า “บริษัทมองไปที่อนาคต ต้องการมีการเติบโตในระยะยาว ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมองไปที่เรื่องของการเปิดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนเป็นสำคัญ ซึ่งแผนงานของ บริษัทก็เพื่อการทำตลาดในอนาคต”

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1308 ประจำวันที่ 13-6-2012  ถึง 15-6-2012    

‘ดี ไลฟ์ - Deelife’ จับสินค้าเก่ามาปรุงใหม่ขึ้นราคาตั้งเป็นเรือธงแชร์ยอดขายบริษัท 35%


“ดี ไลฟ์ - Deelife” จัดการปรุงสินค้า เดิม ตกแต่งเพิ่มราคาทำเป็น ของใหม่ ใช้ชื่อ “เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” วางตลาดแชร์ส่วนแบ่งยอดขาย 35% ปั้นเป็นเรือธงกลุ่มความงาม พร้อมผุดเว็บไซต์ รีครูตคนติดอาวุธนักขายเพิ่ม ส่วนยอดขายกว่า 5 เดือนผ่านยังปิดปาก บอกแค่สิ้นปีหวังโต 100% เป้า 300 ล้านบาท หวังปี 55 เป็นช่วงเตรียมความพร้อม ปี 56 เอาจริงรับมือการค้าเสรีอาเซียน

นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดี ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน Deelife The Road to Success ครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมหลักที่บริษัทจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งกิจกรรมที่บริษัทได้จัดขึ้นนี้ เป็นการจัด เพื่อพัฒนาบุคลากร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเชิญวิทยากรภายนอกเข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ และครั้งนี้ก็ได้มีการเชิญ อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์สู่ความสำเร็จท่ามกลางสมาชิกดี ไลฟ์ที่เดินทางมาร่วมงานหลายร้อยคน

อย่างไรก็ดี ภายในงานบริษัทยังได้มีไฮไลต์สำคัญคือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทขึ้น ภายใต้ชื่อ “เดอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มความงามของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าบำรุงผิวหน้า เพื่อความกระจ่างใสของผิวหน้า ลดความหมองคล้ำ และสร้างความชุ่มชื่น

“เลอ ลูคอง เพิร์ล ซีเคร็ต” ที่เปิดตัวขึ้นมาใหม่มานี้ ความจริงแล้วเป็นครีมไข่มุกเดิม ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของบริษัท แต่ดี ไลฟ์ได้นำมาพัฒนาปรับสูตรใหม่ เพื่อ เป็นการอัพเกรดสินค้าให้ขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม แบรนด์ ซึ่งเดิมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ก่อนที่ยังไม่มีการปรับสูตร ก็สามารถทำยอดขายให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยสามารถแชร์ยอดขายรวมของบริษัทไดถึง 25% โดยหลังจากที่มีการปรับสูตรในครั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า สินค้ารายการนี้ จะสามารถทำยอดขายได้ถึง 35% ของยอดขายรวมของบริษัท

สำหรับปริมาณของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ บริษัทยังได้มีการเพิ่มในส่วนของปริมาณที่บรรจุในกระปุกของสินค้าจาก 5 กรัม เป็น 8 กรัม และยังได้เพิ่มสารสกัดต่างๆ ลงไป เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพที่ดีขึ้น และอัพเกรดในส่วนของสินค้าให้อยู่ในระดับสูง แต่ราคาบริษัทก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก โดยจากเดิมที่ 320 บาท เป็น 490 บาท

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ บริษัทได้โรงงานผลิตที่ดีที่มีชื่อเสียง ซึ่งน่าเชื่อถือได้ด้วยรางวัล และมาตรฐานใบรับรองต่างๆ ที่โรงงานได้รับ ซึ่ง ถือว่าโรงงานนี้มีมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งดี ไลฟ์เล็งเห็นว่า เป็นเรื่องดีเพราะบริษัท ก็จะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการของบริษัท ที่ต้องการปรับสูตรใหม่ เพื่อเป็นการยกระดับ สินค้าของบริษัทขึ้นมาอีก เพื่อเป็นการรองรับ การแข่งขันในระดับอาเซียนที่ใกล้จะมีขึ้น” เทวัญ เผย

จากที่กล่าวมาในส่วนของสินค้ารายการใหม่นี้ ที่บริษัทได้นำออกมาวางตลาด บริษัทต้องการที่จะยกให้เป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ซึ่งในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า บริษัทก็ยังจะออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม เสริมอาหารขึ้นมาอีก โดยปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสินค้าอยู่ในระบบ แล้วประมาณ 3 กลุ่มหลัก แบ่งเป็นสินค้ากลุ่มสุขภาพ, ความงาม และสินค้าอุปโภคใน ครัวเรือน โดยใน 2 กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ครองส่วนแบ่งยอดขายของบริษัทไว้ที่ประมาณ 70% ส่วนอีก 30% เป็น กลุ่มสินค้าในครัวเรือน ที่บริษัทใช้เป็นสินค้า กลุ่มรักษายอดของสมาชิก และเพื่อไม่ให้สมาชิกไปซื้อของแบรนด์อื่นๆ อีกทั้งหากนับรวม 3 กลุ่ม บริษัทจะมีสินค้าทั้งหมดประมาณ 60 กว่ารายการ ซึ่งต่อไป ดี ไลฟ์ ยังได้มองในเรื่องของสินค้าการเกษตรไว้อีกด้วย เพื่อเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ

นอกจากในเรื่องของสินค้าที่บริษัทได้กล่าวมานี้ ในเรื่องของแผนการตลาดในส่วน อื่น บริษัทยังได้มีการเปิดคอร์สฝึกอบรมให้กับนักขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มีการเปิดเว็บไซต์ใหม่ขึ้น โดยเนื้อหาในเว็บไซต์ จะ เป็นในเรื่องของการรีครูตคนเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะให้สมาชิกได้เข้ามาใช้เว็บไซต์นี้ เพื่อเป็นอาวุธในการทำงาน โดยใช้ชื่อ เว็บ www.dsystem755.com 

“การเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว บริษัทต้องการใช้เป็นอาวุธสำหรับนักขาย โดยหลักในเว็บไซต์จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการชักชวนคนเข้ามา ซึ่งในอนาคตบริษัทยังต้องการเพิ่มในเรื่องของภาษาให้เกิดความครอบคลุม เพื่อรองรับการเปิดประตูอาเซียน ซึ่งปัจจุบันยังมีเพียงภาษาไทยซึ่งถือเป็นการเริ่มต้น” นายใหญ่ ดี ไลฟ์ กล่าว

สำหรับสาขาใหม่ของบริษัทที่เปิดไปเมื่อประมาณเดือนเศษใน จ.ขอนแก่น ถือว่า ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เพราะจากระยะ เวลาที่เปิดถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถทำยอด ขายได้แล้วเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในขอนแก่น ค่อนข้างมีความรุนแรง เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ บริษัทขายตรงเข้าไปเปิดมีมาก ทำให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความยากลำบาก

อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมของธุรกิจในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทยังถือว่าเป็นช่วงเตรียมตัวของบริษัท ถึงแม้บริษัทจะเปิดมาแล้วประมาณ 7 ปี ก็ตาม ซึ่งบริษัทต้องการที่จะใช้ช่วงเวลาในปีนี้ เตรียมตัวเรื่องของการลุยตลาดในปีหน้าเป็นสำคัญ เพราะในปี 55 นี้ บริษัทเพิ่งได้เริ่มลุยตลาดอย่างเต็มรูปแบบหลังทุ่มทุนลงสื่อเพิ่มมากขึ้น

“โดยในส่วนของ 6 เดือนหลัง บริษัท ต้องการที่จะทำให้บริษัทมียอดขายขยายตัวเพิ่มอีก 100% คิดเป็นยอดขายสิ้นปี 300 ล้านบาท แต่กระนั้น บริษัทก็ยังต้องการมอง ปี 55 เป็นปีแห่งการเตรียมความพร้อมมาก กว่าเป็นปีแห่งการคาดหวัง เพราะบริษัทมีความมั่นใจเสียเหลือเกินว่า หากทุกอย่างเป็น ไปตามแผนที่บริษัทได้วางไว้ในปีนี้ ในปีหน้า ดี ไลฟ์ จะทำยอดขายและบริษัทให้เกิดการ เติบโตอย่างพุ่งทะยานเลยทีเดียว” หัวเรือบริษัท กล่าวด้วยความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นปีที่ 7 ที่บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจขายตรง แต่ในปีนี้ บริษัทก็ยังต้องการที่จะเข้มในเรื่องของกลยุทธ์การสร้างคน สร้างทีมงานความสำเร็จเพื่อเป็นการวางรากฐานเพื่อการเจริญ เติบโตในระยะยาว โดยบริษัทไม่ต้องการที่ จะให้เกิดการซื้อตัวของนักขาย ซึ่งสิ่งนั้นจะตามมาด้วยข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งอยากจะเห็นการเติบโต แต่ก็ไม่ใช่ระยะยาว

ปัจจุบัน ดี ไลฟ์ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนรหัส เป็นสมาชิกที่แอ็กทีฟอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นคน โดยมีสมาชิกเข้าใหม่ในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 คน ซึ่งบริษัทภูมิใจที่ว่า สมาชิกที่เดินเข้ามา ไม่ต้องการย้ายค่ายหรือออกไปทำที่อื่น ซึ่งสิ่งนี้เป็นผลดีกับบริษัทขายตรง

ทั้งนี้ “เทวัญ” ยังกล่าวในตอนท้ายว่า “บริษัทมองไปที่อนาคต ต้องการมีการเติบโตในระยะยาว ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมองไปที่เรื่องของการเปิดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนเป็นสำคัญ ซึ่งแผนงานของ บริษัทก็เพื่อการทำตลาดในอนาคต”

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1308 ประจำวันที่ 13-6-2012  ถึง 15-6-2012    

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ดีไลฟ์ (Deelife) ดีเดย์ 3 มิ.ย. รวมพล Road to Success ขับเคลื่อน ‘ยุทธศาสตร์เชิงรุก’ ผ่านวิทยุชุมชน


“ดีไลฟ์” ไม่แคร์กระแส “แข่งเดือด” เดินหน้าจัดงาน “Road to Success” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตามระบบ D system 755 จุดไฟใส่เท้าให้กับสมาชิก คาดมีสมาชิกร่วมงาน 500 คน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Deelife Pearl Secret” ปรับสูตรแอดวานซ์ เพิ่มปริมาณ หวังยอดขายเพิ่ม 25% เผยกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เน้นสร้างเลือดใหม่ ยกเครื่องการอบรมผ่านโลกออนไลน์ ปรับรูปลักษณ์สร้างแบรนด์สินค้าคอยท่า AEC พร้อมขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์ “นวดหน้าฟรี” ผ่านวิทยุชุมชน นำร่องภาคอีสาน กรุยทางสู่ยอดขาย 500 ล้านบาท 
นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานบริหารและ ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกว่า ความพอใจการบริหารงาน 70% จากเป้าที่ตั้งไว้ การเปลี่ยนแผนการตลาดเมื่อต้นปีไม่มีผลด้านลบ เนื่องจากตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกปี 2555 ดีไลฟ์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหยุดกิจกรรมอบรมตามฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้นำมีเวลาทำงานมากขึ้น
“เราได้มีการทดลองสูตรใหม่ เปลี่ยนวิธีการทำงาน จากเดิมกรณีถ้ามีสมาชิกเข้าใหม่ เราจะจัดคอร์สอบรมเพื่อจุดไฟในการทำงาน แต่กลับกันวิธีใหม่คือ ให้ไปทำงานก่อนค่อยมาเรียน ผลที่ออกมาชัดเจนมาก คือคนเก่าก็ไม่อยู่ คนใหม่ก็ไม่เพิ่ม แถมคนทำงานก็หมดไฟ เพราะขาดพลังขับเคลื่อน ซึ่งมันเป็นการพิสูจน์ที่ค่อนข้างล่อแหลม แต่ผมต้องการพิสูจน์ให้บรรดาผู้นำเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เราเดินมาถูกทางแล้ว ต่อไปทุกคนจะทำงานแบบไม่มีข้อสงสัยและเดินไปในทิศทางเดียวกัน” นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวย้ำกับ “ตลาดวิเคราะห์”  
พร้อมกับเปิดเผยว่า  การแข่งขันตลาดภาพรวม  ในตอนนี้ตนได้มองเป็นสองส่วน  ส่วนหนึ่งมาจากพวกหัวแถวไปหันไปเปิดบริษัทเอง ซึ่งจริงๆ สิ่งนี้ตนก็เคยทำมาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งลัทธิการเอาอย่าง อยากทำอยากเติบโตขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ว่าการทำขายตรงทุกวันนี้ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อน ปัจจุบันวัฒนธรรมของคนทำงานตรง ต้องบอกว่า 3 วันเปลี่ยน ยิ่งเยอะการแข่งขันก็ยิ่งมาก แต่คนที่เปิดบริษัทขึ้นมา เพราะเห็นคนอื่นทำและอยากทำตาม มันไม่ง่ายขนาดนั้น ส่วนตัวมองว่าบริษัทเหล่านี้เหมือนจะเป็นคู่แข่งแต่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นสีสันที่เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างกระแส สุดท้ายมันก็เป็นการพิสูจน์ว่าธุรกิจขายตรงที่เป็นของจริง จะต้องมีองค์ความรู้และต้องคิดรอบด้าน 
“คนที่จะมาเปิดบริษัทขายตรงแล้วโตได้ ผมมองว่าต้องมีองค์ความรู้ครบด้าน เรื่องการตลาด เรื่องการจัดการ เรื่องเครือข่ายคุณต้องชัดเจนแม่นยำ ต้องมีความสามารถในการสร้างและบริหารองค์กร ยังไม่ลงลึกถึงการฝึกอบรมสร้างคนซึ่งเป็นเส้นเลือดของธุรกิจ ในเมืองไทยจะมีขายตรงสักกี่บริษัทที่เน้นการสร้างคนอย่างจริงจัง ผมไม่ได้กังวลใจอะไร เราเน้นการแข่งขันกับตัวเองเป็นหลัก เยอะมากที่เกิดมาหวือหวา แต่สักพักก็หายไป ผมเคยบอกเสมอว่า ถ้าคนนึงเป็นนายทุน ไม่รู้เรื่องขายตรง แต่เอาเงินมาลงเพื่อเปิดบริษัท แล้วจ้างแม่ทีมมาทำงานให้ ผมว่าตำราเล่มนี้มันยาก ถ้าไม่โต ก็มีปัญหาทะเลาะกัน ผมไม่กังวล เพราะเรามีเป้าหมายชัดเจนที่จะมุ่งไปทางไหน เราเน้นการพัฒนาสินค้าเป็นหลักและมุ่งเน้นสร้างคนด้วยหลักสูตรของตัวเอง ซึ่งผ่านการพิสูจน์มานานแล้วว่ามันได้ผล” นายเทวัญ กล่าว
Road to Success เป็นฟังก์ชั่นงานราย 3 เดือน ในวงจรระบบของดีไลฟ์ที่เรียกว่า D system 755 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สมาชิกจากทั่วประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างขวัญและกำลังใจการทำงาน ซึ่งจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ในงานมีการเชิญนักพูดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาสร้างแรงบันดาลใจ ให้แนวคิดที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน การจัดขึ้นแต่ละครั้งก็จะมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายสมาชิกที่มาร่วมงานคนละ 300 บาท
“โดยรวมเป็นบรรยากาศที่ดี โดยเฉลี่ยจะมีคนมาร่วมงาน 500 คนขึ้นไป หลังจากการอบรมเราไม่ได้มีการไปเก็บสถิติที่ชัดเจนถึงผลตอบรับที่ดีขึ้น แต่ว่ามันเห็นภาพชัดเจนว่า จากการพูดคุยกันหลังจากที่จบกิจกรรมไปแล้ว แต่ละที่เราจะมีการเก็บสถิติว่าแต่ละที่มีผลในเชิงบวกอย่างไรบ้าง คำตอบคือทุกคนมีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อสรุปว่าการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่จัดกิจกรรมเลย” นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวถึงความสำคัญในการจัดงาน Road to Success 
พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ‘Deelife Pearl Secret’ ซึ่งเป็นสินค้าที่ยอดขายอันดับหนึ่งอยู่แล้ว มาเพิ่มสูตรให้มีประสิทธิภาพและเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย ทั้งได้มีการปรับเพิ่มปริมาณเป็น 8 ml แต่ยังคงราคาขายในหลักร้อย คาดว่าสูตรใหม่นี้จะสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 25-50% 
“ในด้านการเติบโตของสมาชิกอัตราการเพิ่มของสมาชิกค่อนข้างสม่ำเสมอ ประมาณ 1,000 คนต่อเดือน ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวการแข่งขันสูงมาก ไม่เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นทำแบบไม่รู้เรื่องก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องอาศัยฝีมือ วันนี้เราเองไม่ได้กลัว แต่ตระหนักว่าเราต้องกระตือรือร้น และตั้งใจทำธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีก แต่โดยรวมเรามีการเติบโตค่อนข้างที่จะเป็น Step ไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่าเราจะเติบโตไม่ได้ เพราะดีไลฟ์มีระบบที่แข็งแรง คือ ระบบสร้างคน” 
สำหรับการปรับตัวรับการเปิด AEC ดีไลฟ์ได้ขยับตัวเองเตรียมพร้อมการเปิดเสรีในหลายส่วน ส่วนที่หนึ่งคือการขยายธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ และโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค ซึ่งได้มีพัฒนาโปรแกรมเพื่อรองรับเอาไว้แล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมออนไลน์ถ่ายทอดสัญญาณสดที่สามารถดูได้ทั่วโลก โดยได้ทดสอบมาเป็นเวลา 1 เดือน เพียง Log in เข้าไปโดยผู้ที่จะเข้าไปดูได้ต้องเป็นสมาชิกของดีไลฟ์เท่านั้น ซึ่งการประชุมออนไลน์ จะทำให้สมาชิกรวมทั้งวิทยากรสามารถสื่อสารถึงกันได้สะดวก สามารถประชุมหรือถ่ายทอดนโยบายผ่านช่องทางนี้ ได้ทั่วทุกภาคของประเทศในเวลาเดียวกัน โดยทุกวันอังคารจะมีฟังก์ชั่นการเรียนรู้  ซึ่งจะมีวิทยากรมาบรรยายสลับสับเปลี่ยนกัน  โดยเป็นการเรียนรู้ระบบ เรียลไทม์ ถาม-ตอบได้   
ส่วนตัวสินค้าได้มีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เป็นภาษาไทยและอังกฤษควบคู่กัน รวมทั้งแคตตาล็อคสินค้า จะทำเป็น 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีนกลาง  ซึ่งในระยะยาวจะมีการเพิ่มให้ครบ 10 ภาษา โดยเฉพาะภาษาในกลุ่ม AEC  ทั้งหมด ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ  
ในด้านรูปลักษณ์ของสินค้า ขณะนี้ ดีไลฟ์ ได้มีการปรับรูปแบบให้สวยงามมากขึ้น  ดูเป็นสากลมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่จะมีการเปิดสู่ภูมิภาคนี้ในปี 2558  ซึ่งในเวลานี้ทาง ดีไลฟ์ ยังไม่มีแผนที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศ เนื่องจากต้องการสร้างแบรนด์ในประเทศให้แข็งแกร่งก่อน  ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้หากระบบพร้อมคนพร้อม การเปิดตลาดในอาเซียนไม่ใช่เรื่องยาก  
นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวเสริมอีกว่า ตลาดในอาเซียน มีหลายประเทศน่าสนใจ อาทิ พม่า เวียดนาม เป็นต้น แต่ก็ต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือสีสัน อะไรคือเป้าหมายหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วตนสนใจที่จีนมากกว่า เนื่องจากมีขนาดใหญ่ แต่ก็จะต้องศึกษาในเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องของกฎหมายการค้าในแต่ละประเทศให้ดีก่อนเช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่มีบางบริษัทโปรโมทในเรื่องการลงทุนในกลุ่มอาเซียน ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจเท่านั้นเอง 
อย่างไรก็ดี  ในการเปิดเสรีทางการค้า นายเทวัญมองว่า ถ้าเปิดตลาดเสรีในวงการขายตรง ตนมองว่าไทยได้เปรียบในเรื่องโนว์ฮาวที่มากกว่าในภูมิภาคนี้ ประเทศที่ดูเป็นคู่แข่ง คือมาเลเซีย เนื่องจากประเทศเขาได้พัฒนาไปมาก  ซึ่งตลาดในประเทศไทยตนเชื่อว่า ยังมีศักยภาพสูง มีคนรุ่นใหม่สนใจธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ซึ่งยังเป็นโอกาสที่ธุรกิจเครือข่ายยังไปได้อีกไกล
สำหรับการเติบโตทางธุรกิจของดีไลฟ์ในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา แม้ว่ายอดขายจะยังไม่ถึงเป้า 1,000 ล้านบาท แต่นายเทวัญได้ให้เหตุผลว่า จริงแล้ว ดีไลฟ์น่าจะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงเรื่องแผนการตลาด  ทางบริษัทฯ เพิ่งมีการปรับปรุงขนานใหญ่ในปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการปรับตัวด้วยระบบที่ทันสมัย  เพียบพร้อมด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพ  ตนมั่นใจว่ากว่าจะถึงสิ้นปี ทางดีไลฟ์ น่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
“ตอนนี้เราเริ่มยุทธศาสตร์เล็กๆ ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุชุมชน เริ่มที่โปรโมชั่นขัด นวดหน้าฟรี ซึ่งเพิ่งปล่อยออกอากาศเมื่อต้นเดือน พ.ค. โดยบริษัทเป็นผู้ให้คอนเซ็ปต์งานไป แล้วสาขาแต่ละกลุ่มงานลงไปทำ เราไม่เน้นการขายของ แต่เชิญชวนให้คนมานวดหน้าฟรี ผลตอบรับดีมาก นำร่องที่ภาคอีสาน และ Deelife Center กว่า 100 สาขา ลูกค้ามาใช้บริการขัดนวดหน้าเฉลี่ยวันละ 10-20 คนต่อ 1 Center เป็นกลยุทธ์การให้ นำการขาย และจะมี 2 ใน 10 จะมีผู้สนใจมาเป็นนักธุรกิจกับดีไลฟ์ ซึ่งยุทธศาสตร์จะยืดเวลาไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนด  ส่วนในกรุงเทพฯ ติดปัญหาที่วิทยุชุมชนมีน้อยจึงไม่สามารถขยายตลาดไปได้เท่าที่ควร” นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกลุ่มบริษัท ดีไลฟ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกครั้ง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555         

ดีไลฟ์ (Deelife) ดีเดย์ 3 มิ.ย. รวมพล Road to Success ขับเคลื่อน ‘ยุทธศาสตร์เชิงรุก’ ผ่านวิทยุชุมชน


“ดีไลฟ์” ไม่แคร์กระแส “แข่งเดือด” เดินหน้าจัดงาน “Road to Success” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตามระบบ D system 755 จุดไฟใส่เท้าให้กับสมาชิก คาดมีสมาชิกร่วมงาน 500 คน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Deelife Pearl Secret” ปรับสูตรแอดวานซ์ เพิ่มปริมาณ หวังยอดขายเพิ่ม 25% เผยกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เน้นสร้างเลือดใหม่ ยกเครื่องการอบรมผ่านโลกออนไลน์ ปรับรูปลักษณ์สร้างแบรนด์สินค้าคอยท่า AEC พร้อมขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์ “นวดหน้าฟรี” ผ่านวิทยุชุมชน นำร่องภาคอีสาน กรุยทางสู่ยอดขาย 500 ล้านบาท 
นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานบริหารและ ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกว่า ความพอใจการบริหารงาน 70% จากเป้าที่ตั้งไว้ การเปลี่ยนแผนการตลาดเมื่อต้นปีไม่มีผลด้านลบ เนื่องจากตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกปี 2555 ดีไลฟ์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหยุดกิจกรรมอบรมตามฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้นำมีเวลาทำงานมากขึ้น
“เราได้มีการทดลองสูตรใหม่ เปลี่ยนวิธีการทำงาน จากเดิมกรณีถ้ามีสมาชิกเข้าใหม่ เราจะจัดคอร์สอบรมเพื่อจุดไฟในการทำงาน แต่กลับกันวิธีใหม่คือ ให้ไปทำงานก่อนค่อยมาเรียน ผลที่ออกมาชัดเจนมาก คือคนเก่าก็ไม่อยู่ คนใหม่ก็ไม่เพิ่ม แถมคนทำงานก็หมดไฟ เพราะขาดพลังขับเคลื่อน ซึ่งมันเป็นการพิสูจน์ที่ค่อนข้างล่อแหลม แต่ผมต้องการพิสูจน์ให้บรรดาผู้นำเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เราเดินมาถูกทางแล้ว ต่อไปทุกคนจะทำงานแบบไม่มีข้อสงสัยและเดินไปในทิศทางเดียวกัน” นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวย้ำกับ “ตลาดวิเคราะห์”  
พร้อมกับเปิดเผยว่า  การแข่งขันตลาดภาพรวม  ในตอนนี้ตนได้มองเป็นสองส่วน  ส่วนหนึ่งมาจากพวกหัวแถวไปหันไปเปิดบริษัทเอง ซึ่งจริงๆ สิ่งนี้ตนก็เคยทำมาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งลัทธิการเอาอย่าง อยากทำอยากเติบโตขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ว่าการทำขายตรงทุกวันนี้ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อน ปัจจุบันวัฒนธรรมของคนทำงานตรง ต้องบอกว่า 3 วันเปลี่ยน ยิ่งเยอะการแข่งขันก็ยิ่งมาก แต่คนที่เปิดบริษัทขึ้นมา เพราะเห็นคนอื่นทำและอยากทำตาม มันไม่ง่ายขนาดนั้น ส่วนตัวมองว่าบริษัทเหล่านี้เหมือนจะเป็นคู่แข่งแต่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นสีสันที่เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างกระแส สุดท้ายมันก็เป็นการพิสูจน์ว่าธุรกิจขายตรงที่เป็นของจริง จะต้องมีองค์ความรู้และต้องคิดรอบด้าน 
“คนที่จะมาเปิดบริษัทขายตรงแล้วโตได้ ผมมองว่าต้องมีองค์ความรู้ครบด้าน เรื่องการตลาด เรื่องการจัดการ เรื่องเครือข่ายคุณต้องชัดเจนแม่นยำ ต้องมีความสามารถในการสร้างและบริหารองค์กร ยังไม่ลงลึกถึงการฝึกอบรมสร้างคนซึ่งเป็นเส้นเลือดของธุรกิจ ในเมืองไทยจะมีขายตรงสักกี่บริษัทที่เน้นการสร้างคนอย่างจริงจัง ผมไม่ได้กังวลใจอะไร เราเน้นการแข่งขันกับตัวเองเป็นหลัก เยอะมากที่เกิดมาหวือหวา แต่สักพักก็หายไป ผมเคยบอกเสมอว่า ถ้าคนนึงเป็นนายทุน ไม่รู้เรื่องขายตรง แต่เอาเงินมาลงเพื่อเปิดบริษัท แล้วจ้างแม่ทีมมาทำงานให้ ผมว่าตำราเล่มนี้มันยาก ถ้าไม่โต ก็มีปัญหาทะเลาะกัน ผมไม่กังวล เพราะเรามีเป้าหมายชัดเจนที่จะมุ่งไปทางไหน เราเน้นการพัฒนาสินค้าเป็นหลักและมุ่งเน้นสร้างคนด้วยหลักสูตรของตัวเอง ซึ่งผ่านการพิสูจน์มานานแล้วว่ามันได้ผล” นายเทวัญ กล่าว
Road to Success เป็นฟังก์ชั่นงานราย 3 เดือน ในวงจรระบบของดีไลฟ์ที่เรียกว่า D system 755 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สมาชิกจากทั่วประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างขวัญและกำลังใจการทำงาน ซึ่งจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ในงานมีการเชิญนักพูดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาสร้างแรงบันดาลใจ ให้แนวคิดที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน การจัดขึ้นแต่ละครั้งก็จะมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายสมาชิกที่มาร่วมงานคนละ 300 บาท
“โดยรวมเป็นบรรยากาศที่ดี โดยเฉลี่ยจะมีคนมาร่วมงาน 500 คนขึ้นไป หลังจากการอบรมเราไม่ได้มีการไปเก็บสถิติที่ชัดเจนถึงผลตอบรับที่ดีขึ้น แต่ว่ามันเห็นภาพชัดเจนว่า จากการพูดคุยกันหลังจากที่จบกิจกรรมไปแล้ว แต่ละที่เราจะมีการเก็บสถิติว่าแต่ละที่มีผลในเชิงบวกอย่างไรบ้าง คำตอบคือทุกคนมีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อสรุปว่าการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่จัดกิจกรรมเลย” นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวถึงความสำคัญในการจัดงาน Road to Success 
พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ‘Deelife Pearl Secret’ ซึ่งเป็นสินค้าที่ยอดขายอันดับหนึ่งอยู่แล้ว มาเพิ่มสูตรให้มีประสิทธิภาพและเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย ทั้งได้มีการปรับเพิ่มปริมาณเป็น 8 ml แต่ยังคงราคาขายในหลักร้อย คาดว่าสูตรใหม่นี้จะสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 25-50% 
“ในด้านการเติบโตของสมาชิกอัตราการเพิ่มของสมาชิกค่อนข้างสม่ำเสมอ ประมาณ 1,000 คนต่อเดือน ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวการแข่งขันสูงมาก ไม่เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นทำแบบไม่รู้เรื่องก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องอาศัยฝีมือ วันนี้เราเองไม่ได้กลัว แต่ตระหนักว่าเราต้องกระตือรือร้น และตั้งใจทำธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีก แต่โดยรวมเรามีการเติบโตค่อนข้างที่จะเป็น Step ไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่าเราจะเติบโตไม่ได้ เพราะดีไลฟ์มีระบบที่แข็งแรง คือ ระบบสร้างคน” 
สำหรับการปรับตัวรับการเปิด AEC ดีไลฟ์ได้ขยับตัวเองเตรียมพร้อมการเปิดเสรีในหลายส่วน ส่วนที่หนึ่งคือการขยายธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ และโซเชี่ยลเน็ทเวิร์ค ซึ่งได้มีพัฒนาโปรแกรมเพื่อรองรับเอาไว้แล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมออนไลน์ถ่ายทอดสัญญาณสดที่สามารถดูได้ทั่วโลก โดยได้ทดสอบมาเป็นเวลา 1 เดือน เพียง Log in เข้าไปโดยผู้ที่จะเข้าไปดูได้ต้องเป็นสมาชิกของดีไลฟ์เท่านั้น ซึ่งการประชุมออนไลน์ จะทำให้สมาชิกรวมทั้งวิทยากรสามารถสื่อสารถึงกันได้สะดวก สามารถประชุมหรือถ่ายทอดนโยบายผ่านช่องทางนี้ ได้ทั่วทุกภาคของประเทศในเวลาเดียวกัน โดยทุกวันอังคารจะมีฟังก์ชั่นการเรียนรู้  ซึ่งจะมีวิทยากรมาบรรยายสลับสับเปลี่ยนกัน  โดยเป็นการเรียนรู้ระบบ เรียลไทม์ ถาม-ตอบได้   
ส่วนตัวสินค้าได้มีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เป็นภาษาไทยและอังกฤษควบคู่กัน รวมทั้งแคตตาล็อคสินค้า จะทำเป็น 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีนกลาง  ซึ่งในระยะยาวจะมีการเพิ่มให้ครบ 10 ภาษา โดยเฉพาะภาษาในกลุ่ม AEC  ทั้งหมด ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ  
ในด้านรูปลักษณ์ของสินค้า ขณะนี้ ดีไลฟ์ ได้มีการปรับรูปแบบให้สวยงามมากขึ้น  ดูเป็นสากลมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่จะมีการเปิดสู่ภูมิภาคนี้ในปี 2558  ซึ่งในเวลานี้ทาง ดีไลฟ์ ยังไม่มีแผนที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศ เนื่องจากต้องการสร้างแบรนด์ในประเทศให้แข็งแกร่งก่อน  ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้หากระบบพร้อมคนพร้อม การเปิดตลาดในอาเซียนไม่ใช่เรื่องยาก  
นายเทวัญ ดีใจงาม กล่าวเสริมอีกว่า ตลาดในอาเซียน มีหลายประเทศน่าสนใจ อาทิ พม่า เวียดนาม เป็นต้น แต่ก็ต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือสีสัน อะไรคือเป้าหมายหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วตนสนใจที่จีนมากกว่า เนื่องจากมีขนาดใหญ่ แต่ก็จะต้องศึกษาในเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค เรื่องของกฎหมายการค้าในแต่ละประเทศให้ดีก่อนเช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่มีบางบริษัทโปรโมทในเรื่องการลงทุนในกลุ่มอาเซียน ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจเท่านั้นเอง 
อย่างไรก็ดี  ในการเปิดเสรีทางการค้า นายเทวัญมองว่า ถ้าเปิดตลาดเสรีในวงการขายตรง ตนมองว่าไทยได้เปรียบในเรื่องโนว์ฮาวที่มากกว่าในภูมิภาคนี้ ประเทศที่ดูเป็นคู่แข่ง คือมาเลเซีย เนื่องจากประเทศเขาได้พัฒนาไปมาก  ซึ่งตลาดในประเทศไทยตนเชื่อว่า ยังมีศักยภาพสูง มีคนรุ่นใหม่สนใจธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ซึ่งยังเป็นโอกาสที่ธุรกิจเครือข่ายยังไปได้อีกไกล
สำหรับการเติบโตทางธุรกิจของดีไลฟ์ในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา แม้ว่ายอดขายจะยังไม่ถึงเป้า 1,000 ล้านบาท แต่นายเทวัญได้ให้เหตุผลว่า จริงแล้ว ดีไลฟ์น่าจะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงเรื่องแผนการตลาด  ทางบริษัทฯ เพิ่งมีการปรับปรุงขนานใหญ่ในปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการปรับตัวด้วยระบบที่ทันสมัย  เพียบพร้อมด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพ  ตนมั่นใจว่ากว่าจะถึงสิ้นปี ทางดีไลฟ์ น่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
“ตอนนี้เราเริ่มยุทธศาสตร์เล็กๆ ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุชุมชน เริ่มที่โปรโมชั่นขัด นวดหน้าฟรี ซึ่งเพิ่งปล่อยออกอากาศเมื่อต้นเดือน พ.ค. โดยบริษัทเป็นผู้ให้คอนเซ็ปต์งานไป แล้วสาขาแต่ละกลุ่มงานลงไปทำ เราไม่เน้นการขายของ แต่เชิญชวนให้คนมานวดหน้าฟรี ผลตอบรับดีมาก นำร่องที่ภาคอีสาน และ Deelife Center กว่า 100 สาขา ลูกค้ามาใช้บริการขัดนวดหน้าเฉลี่ยวันละ 10-20 คนต่อ 1 Center เป็นกลยุทธ์การให้ นำการขาย และจะมี 2 ใน 10 จะมีผู้สนใจมาเป็นนักธุรกิจกับดีไลฟ์ ซึ่งยุทธศาสตร์จะยืดเวลาไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนด  ส่วนในกรุงเทพฯ ติดปัญหาที่วิทยุชุมชนมีน้อยจึงไม่สามารถขยายตลาดไปได้เท่าที่ควร” นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกลุ่มบริษัท ดีไลฟ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกครั้ง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555         

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

เปิดบันทึกเส้นทางนักขาย‘ดีไลฟ์’ ‘ธนเดช ทองดีเลิศ’นักสู้ผู้ไม่ถอยหลัง



...คนเราเมื่อเกิดมาแทบทุกคน ล้วนมีเป้าหมายในชีวิตที่จะประสบความสำเร็จ และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นเป็นแน่...เมื่อเป้าหมายของชีวิตคือความสำเร็จ ฉะนั้นเราทุกคนต้องรู้จักบริหารชีวิตอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เพราะคนหลายคนปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปกับเข็มนาฬิกา ปล่อยให้โอกาสล่องลอยไป แล้วก็มานั่งเสียดายทีหลัง...
นับตั้งแต่ “ธุรกิจเครือข่าย” ได้กำเนิดเกิดขึ้นมากมายในยามนี้ ก็มีหลากหลายบริษัทที่ได้มอบโอกาสให้กับคนทุกอาชีพ ทุกระดับการศึกษาและทุกฐานะ ได้เป็นเจ้าของธุรกิจและสามารถสร้างความสำเร็จ ความร่ำรวย ให้เกิดขึ้นกับชีวิตตนได้...จึงทำให้ธุรกิจเครือข่าย เป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ให้กับใครหลายๆ คนในเวลานี้...
เช่นเดียวผู้นำที่มากความสามารถ และคร่ำหวอดอยู่ในวงการเครือข่ายท่านนี้ “ธนเดช ทองดีเลิศ” แห่งค่าย “ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่หอบเอาความฝันและความหวังที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพเครือข่าย และแล้วเขาก็สามารถทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้...

...“ธนเดช” ผู้ซึ่งอุทิศตนและทุ่มเทให้กับธุรกิจเครือข่าย มาตลอดระยะเวลา 4 ปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปิดใจกับธุรกิจเครือข่ายตั้งแต่นั้นมา...แต่แล้วลิขิตฟ้าก็มอบโอกาสให้กับ “ธนเดช” ด้วยการที่ “อ.เทวัญ ดีใจงาม” ได้ชักชวนให้ “ธนเดช” เข้าร่วมธุรกิจกับบริษัทดีไลฟ์...เมื่อโอกาสที่จะทำให้ “ธนเดช” ร่ำรวยและประสบความสำเร็จนั้นมาถึง เขาจึงไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะมีความเชื่อและศรัทธาในตัวท่านประธาน

ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่ “ธนเดช” จะมาร่วมกับธุรกิจเครือข่าย เขาเคยประกอบอาชีพอื่นมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ โดย “ธนเดช” บอกว่า เมื่อก่อนประกอบอาชีพรับราชการครูมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความมั่นคง แต่เงินไม่พอใช้ จึงตัดสินใจไปทำธุรกิจอสังหา
ริมทรัพย์ เพราะคิดว่าจะสร้างความสำเร็จให้ชีวิตได้ แต่ก็ต้องมาเจอวิกฤตฟองสบู่เมื่อปี พ.ศ. 2540 ทำให้เขาถูกฟ้องหนี้กว่าร้อยล้านบาท

...“ธนเดช” ใช้เวลากว่า 5 ปี จึงสามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้หมด โดยเขามองว่าอาชีพราชการไม่สามารถดลบันดาลความร่ำรวยให้กับเขาได้ จึงตัดสินใจลาออก และมองหาธุรกิจที่ลงทุนน้อย ไม่เสี่ยง แต่รวยได้ และจึงได้มาพบกับอาชีพธุรกิจเครือข่าย ที่สามารถตอบโจทย์และให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ ดั่งเช่นปัจจุบัน...

หากถามถึงความมั่นใจ ที่ “ธนเดช” เข้าร่วมกับธุรกิจเครือข่าย “ดีไลฟ์” นั้น เขาบอกว่า “วิเคราะห์จากเจ้าของบริษัทเพียงข้อเดียว คือเจ้าของบริษัทต้องมีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ เข้าใจธุรกิจเครือข่าย เข้าใจสมาชิก ทำอย่างไรที่จะนำพาสมาชิกให้ประสบความสำเร็จได้ นี่แหละเป็นเรื่องสำคัญ…ตัวผมผ่านธุรกิจมาแล้ว 2 – 3 บริษัท แต่ก็ไม่สำเร็จ และมั่นใจว่าถ้าเราร่วมธุรกิจกับบริษัทที่ดี ถึงแม้ยากลำบากหน่อย มีขวากหนามมากมาย แต่ถ้าเราถากถางหนามแล้วปุ๋ยต้องดี จึงเชื่อว่าถ้าเราได้มาเป็นรุ่นแรก จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้”

โดย “ธนเดช” ใช้เวลาเก็บเกี่ยวความสำเร็จกับ “ดีไลฟ์” มาเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี เรียกได้ว่า เขาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
คู่กับ อ.เทวัญ มาอย่างยาว นาน...จนบัดนี้ “ดีไลฟ์” ได้โลดแล่นและสามารถสยายปีกในวงการธุรกิจเครือข่ายได้ ด้วยยอดขายที่โตเพิ่มขึ้นทุกปี...

แม้ว่า “ธนเดช” จะเลือกเส้นทางสายนี้ได้ถูกทาง แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะการเป็นหนี้สินในอดีต ทำให้เขาสูญเสียเครดิต ที่จะทำให้คนอื่นๆ เชื่อในตัวเขา...
“ต้นทุนทางธุรกิจผมไม่มีเลย สิ่งหนึ่งที่หมดไปเลยคือเรื่องเครดิต เพราะเป็นหนี้เยอะมาก ผมเข้ามาทำที่ดีไลฟ์ ไม่มีรถขับ ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ต้องอาศัยบ้านที่ถูกยึด นั่งรถเมล์มาทำงาน เชื่อว่าไม่สามารถทำให้คนรู้จักเชื่อในตัวเราได้ เพราะในช่วงที่เป็นหนี้นั้นคนรู้จักเดินหนีเราหมด เราจึงต้องเริ่มทำงานกับคนใหม่ๆ หาคนใหม่อย่างเดียว”
“แม้ว่าจะไม่มีคนที่เห็นด้วยกับเรา เราก็พยายามพูดในเรื่องอนาคตเป็นหลัก พยายามให้เขาเข้าใจว่าเรื่องของโอกาสเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราต้องยอมลำบากก่อนเพื่อสบายทีหลัง...เพราะความลำบากไม่เคยฆ่าใคร ความสบายสิฆ่าคน เราลำบากวันนี้ เราต้องสบายวันหน้า…ฉะนั้นผมจึงพยายามขายความคิด เปิดโอกาสนี้ให้คนใหม่ๆ โดยมีท่านประธานคอยให้แง่คิด ให้มุมมองใหม่ๆ ให้มุมมองในเรื่องธุรกิจใหม่ จึงช่วยเปิดใจให้กับคนใหม่ๆ ได้”


…“ถึงแม้เราชวนใครแล้วไม่สำเร็จ ก็คิดเสมอว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดาในธุรกิจเครือข่าย มั่นใจว่าสักวันต้องเจอคนที่เห็นด้วยกับเรา ในที่สุดก็เจอ จากคนๆ เดียวก็ขยายเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น จนปัจจุบันมีเป็นแสนคน”…

อย่างไรก็ดี แม้ชีวิตจะต้องเจอกับอุปสรรค และความขื่นข่มมามากมาย แต่ “ธนเดช” ก็ไม่เคยย่อท้อ ด้วยความคิดที่ว่า “ถ้าอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ทัศนคติต้องแข็งแรง ไม่ว๊อกแว๊ก คิดเสมอว่าถ้าไม่สำเร็จ ก็ไม่เลิก แม้เจออุปสรรคอะไรก็ข้ามไป” เขาจึงมีวันนี้
มีชีวิตที่ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ

...เรียกได้ว่าความสำเร็จของ “ธนเดช” ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากรายได้เพียง 80 บาท มาสู่ 800 และ 8,000 ใช้เวลา 5 ปี ได้รับ 80,000 จนปัจจุบันกว่า 7 ปี มีรายได้ 420,000 บาท

ทั้งนี้ “ธนเดช” ได้ทิ้งท้ายถึงเคล็ดลับความสำเร็จไว้ว่า “ธุรกิจไม่ได้ง่ายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เราต้องเรียนรู้บวกกับการลงมือทำ ที่บริษัทดีไลฟ์ มีโรงเรียนสอนธุรกิจ เข้าโรงเรียนเพื่อรู้วิธีการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง มีเป็นคอร์ส เป็นขั้นๆ ผมเชื่อว่าธุรกิจเครือข่าย ความเก่ง ความสามารถไม่สำคัญ หากเรารักษาทัศนคติดี เดินตามขั้นตอน ตามที่ได้ไปเรียนรู้มาและลงมือทำ ไม่ช้าก็เร็วสำเร็จแน่นอน...”

หลายๆ คน ต้องมีความฝัน มีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต หากโอกาสมาถึงก็จงคว้าเอาไว้ แม้ว่าต้องเดินบนเส้นทางที่ผิดบ้างถูกบ้าง หากเราไม่ย่อท้อ ขยัน อดทน พร้อมทั้งเรียนรู้และลงมือทำ เชื่อว่าสักวันความฝันนั้น ไม่ไกลเกินเอื้อม...!!!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012