ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปูแดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปูแดง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

โรคกลัวน้ำ (ท่วม)ระบาด! แบรนด์เกษตร คิดแผนวุ่นหวั่นยอดขายทรุดซ้ำรอย


ธุรกิจขายตรงในยุคกล้าๆ กลัวๆ หวั่นเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยขายตรงเกษตรยังถูกจับตามอง หลังปี 54 ยอดขายกระทบหนักสุด “ปูแดง” ผุดสินค้าเสริมอาหารเพิ่มไลน์กระจายความเสี่ยง ด้าน “ดาวปูแดง” มุ่งทำงานเข้าตลาดหลักทรัพย์แชร์ ทุกข์ส่งต่อนายทุน ส่วน “ยูนิไลฟ์” จัดแผนเข้มช่วงต้นปีตุนยอดขาย พร้อมเน้นขยายออกประเทศเพื่อนบ้านลดความเสี่ยง


“จะท่วม หรือ ไม่ท่วม” ยังเป็นประเด็นที่ยากจะทราบคำตอบ จากปีที่ผ่านมา เหตุการณ์มหาอุทกภัยเล่นงานธุรกิจขายตรงจนหลายค่ายถึงกับทรุดเข่าอ่อน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเกษตรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นำมาซึ่งแผนเอาตัวรอดที่แบรนด์ขายตรง เกษตรต้องคิดและดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงหากเหตุการณ์จะซ้ำรอย


>> “ปูแดง” หันหาเสริมอาหารลดความเสี่ยง


โดยนายสมปอง แซ่ตั้ง กรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า นโยบายหลักของบริษัทในปีนี้และปีต่อๆ ไป นายสมปอง กล่าวว่า “บริษัทก็ยังคงเน้นใน เรื่องการฝึกอบรม เพราะตนมองว่าการสร้างรากฐานทางธุรกิจ ต้องสร้างจากตัวบุคคล บริษัทจึงได้เดินหน้าสร้างสรรค์คอร์สการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงปณิธานหลัก ดังกล่าว”


ในส่วนแผนงานต่อไปที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มสมาชิกกลุ่มคนเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อชาวเกษตรกรและกลุ่มคนรากหญ้า ดังนั้น การจะเพิ่มกลุ่มคนอื่นๆ นอกจากชาวเกษตรเข้ามาสู่ธุรกิจ บริษัทจึงต้องสร้างไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ปูแดงมีสินค้าเสริมอาหารที่นำออกวางจำหน่ายแล้ว คือ ยาว่านชักมดลูก ตราปูแดง


ซึ่งภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คือ สินค้าตัวนี้สามารถจำหน่ายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นกล่อง “และในปีนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาวางจำหน่ายคือ แคปซูลไคโตซาน ปูแดง คาดว่าน่าจะออกจำหน่ายได้ภายในเดือนนี้ และในอนาคตจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งขณะนี้บริษัทให้สมาชิกได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก” นายสมปอง กล่าว


ด้านมุมมองภาพรวมของตลาดขายตรงกลุ่มสินค้าทางการเกษตรในปีนี้ นายสมปอง ให้ความเห็นว่า “เนื่องจากขณะนี้ มีกรณีที่ภาครัฐบาลพยายามประโคมข่าวเรื่องน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวในทางลบมากกว่าบวก ตนจึงมองว่ากระแส ตรงนี้จะส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คือ เขาจะเกิดการสับสน ว่าควรจะเอาอย่างไรดี เกิดการตั้งคำถาม ที่ว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม” ดังจะเห็นได้จากช่วงนี้มีคนระงับการลงทุนในเรื่องการเกษตรเยอะมาก ฉะนั้นสินค้าขายตรงในกลุ่มเกษตรปีนี้น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”


แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบริษัทเอง ตนไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากเราสามารถขายสินค้าในพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะสินค้าของปูแดง กระจายไปทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญ “ปูแดง” เป็นแบรนด์สินค้าการเกษตรที่ติดตลาดไปแล้ว คือเป็นแบรนด์ที่พี่น้องเกษตรกรยอมรับ และในขณะนี้ราคาสินค้าก็ถูกลงกว่าเดิม เนื่องจากบริษัท มีโรงงานการผลิตเป็นของตนเอง


>> “ดาวปูแดง” เร่งเครื่อง เข้าตลาดหลักทรัพย์


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่สุดที่บริษัทต้องเผชิญ คือ กรณีอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบต่อแผนการดำเนินงานต่างๆ มากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นไม่โตตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ดี ยอดขายก็ไม่ได้ตกมากนัก ซึ่งผลสรุปในช่วงปลายปีบริษัทสามารถปิดยอดการขายได้ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10%”


ส่วนแผนกลยุทธ์ในปี 55 นั้น นายเชน กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นเตรียมการ เพื่อสร้างธุรกิจการเกษตรให้ครบวงจร เนื่องจากดาวปูแดงเติบโตจากเรื่องการเกษตร ดังนั้นจึงต้องทำจุดนี้ให้ดีที่สุด โดยปี 2555 นี้บริษัทจะเน้นการสร้างนวัตกรรมทางสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเริ่มต้นประเดิมตัวแรกด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ฮอร์โมนพืช ที่ชื่อว่า Oxin ซึ่งตนคาดว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าที่สร้างความฮือฮา ได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน


“ส่วนแผนงานถัดไป อันถือเป็นนโยบายสำคัญที่สุดของบริษัทในปีนี้ คือ การตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยนโยบายเพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนนั้น ขณะนี้ดาวปูแดงกำลังเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกินปีหน้าบริษัทก็น่าจะจดทะเบียนเป็นมหาชนได้อย่างแน่นอน”


>> “ยูนิไลฟ์” หาพื้นที่แห้งขยายตลาด


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


โดยปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัท ก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุ อันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้ พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง, เหนือ อีสาน, ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


ทั้งนี้ กรณีหากมีอุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก ตนคิดว่า คงจะไม่รุนแรงเช่นปีที่แล้ว เพราะภาครัฐน่าจะเตรียมการรับมือได้ ส่วนบริษัทเองก็ไม่ได้เตรียมการรองรับส่วนนี้ไว้ เนื่องจากมองว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติ และสิ่งสำคัญ คือ โดยหลักของฤดูกาลเพาะปลูก เรารู้อยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะตนทำธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี จึงทำให้ทราบว่าแต่ละฤดูกาลจะเกิดอะไรขึ้น เช่น สมมติว่า ช่วงเดือนนี้น้ำจะท่วม เกษตรกรเขาก็จะเตรียมตัว และจะไม่เพาะปลูก ตนจึงพยายามไปโปรโมตในช่วงที่เขาทำการเพาะปลูกแทน และจากการที่บริษัททำธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น แม้บางพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ท่วม สมาชิกจึงไปทำงานในพื้นที่ เหล่านั้นได้”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1288 ประจำวันที่ 31-3-2012 ถึง 3-3-2012

โรคกลัวน้ำ (ท่วม)ระบาด! แบรนด์เกษตร คิดแผนวุ่นหวั่นยอดขายทรุดซ้ำรอย


ธุรกิจขายตรงในยุคกล้าๆ กลัวๆ หวั่นเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยขายตรงเกษตรยังถูกจับตามอง หลังปี 54 ยอดขายกระทบหนักสุด “ปูแดง” ผุดสินค้าเสริมอาหารเพิ่มไลน์กระจายความเสี่ยง ด้าน “ดาวปูแดง” มุ่งทำงานเข้าตลาดหลักทรัพย์แชร์ ทุกข์ส่งต่อนายทุน ส่วน “ยูนิไลฟ์” จัดแผนเข้มช่วงต้นปีตุนยอดขาย พร้อมเน้นขยายออกประเทศเพื่อนบ้านลดความเสี่ยง


“จะท่วม หรือ ไม่ท่วม” ยังเป็นประเด็นที่ยากจะทราบคำตอบ จากปีที่ผ่านมา เหตุการณ์มหาอุทกภัยเล่นงานธุรกิจขายตรงจนหลายค่ายถึงกับทรุดเข่าอ่อน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเกษตรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นำมาซึ่งแผนเอาตัวรอดที่แบรนด์ขายตรง เกษตรต้องคิดและดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงหากเหตุการณ์จะซ้ำรอย


>> “ปูแดง” หันหาเสริมอาหารลดความเสี่ยง


โดยนายสมปอง แซ่ตั้ง กรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า นโยบายหลักของบริษัทในปีนี้และปีต่อๆ ไป นายสมปอง กล่าวว่า “บริษัทก็ยังคงเน้นใน เรื่องการฝึกอบรม เพราะตนมองว่าการสร้างรากฐานทางธุรกิจ ต้องสร้างจากตัวบุคคล บริษัทจึงได้เดินหน้าสร้างสรรค์คอร์สการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงปณิธานหลัก ดังกล่าว”


ในส่วนแผนงานต่อไปที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มสมาชิกกลุ่มคนเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อชาวเกษตรกรและกลุ่มคนรากหญ้า ดังนั้น การจะเพิ่มกลุ่มคนอื่นๆ นอกจากชาวเกษตรเข้ามาสู่ธุรกิจ บริษัทจึงต้องสร้างไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ปูแดงมีสินค้าเสริมอาหารที่นำออกวางจำหน่ายแล้ว คือ ยาว่านชักมดลูก ตราปูแดง


ซึ่งภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คือ สินค้าตัวนี้สามารถจำหน่ายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นกล่อง “และในปีนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาวางจำหน่ายคือ แคปซูลไคโตซาน ปูแดง คาดว่าน่าจะออกจำหน่ายได้ภายในเดือนนี้ และในอนาคตจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งขณะนี้บริษัทให้สมาชิกได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก” นายสมปอง กล่าว


ด้านมุมมองภาพรวมของตลาดขายตรงกลุ่มสินค้าทางการเกษตรในปีนี้ นายสมปอง ให้ความเห็นว่า “เนื่องจากขณะนี้ มีกรณีที่ภาครัฐบาลพยายามประโคมข่าวเรื่องน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวในทางลบมากกว่าบวก ตนจึงมองว่ากระแส ตรงนี้จะส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คือ เขาจะเกิดการสับสน ว่าควรจะเอาอย่างไรดี เกิดการตั้งคำถาม ที่ว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม” ดังจะเห็นได้จากช่วงนี้มีคนระงับการลงทุนในเรื่องการเกษตรเยอะมาก ฉะนั้นสินค้าขายตรงในกลุ่มเกษตรปีนี้น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”


แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบริษัทเอง ตนไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากเราสามารถขายสินค้าในพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะสินค้าของปูแดง กระจายไปทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญ “ปูแดง” เป็นแบรนด์สินค้าการเกษตรที่ติดตลาดไปแล้ว คือเป็นแบรนด์ที่พี่น้องเกษตรกรยอมรับ และในขณะนี้ราคาสินค้าก็ถูกลงกว่าเดิม เนื่องจากบริษัท มีโรงงานการผลิตเป็นของตนเอง


>> “ดาวปูแดง” เร่งเครื่อง เข้าตลาดหลักทรัพย์


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่สุดที่บริษัทต้องเผชิญ คือ กรณีอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบต่อแผนการดำเนินงานต่างๆ มากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นไม่โตตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ดี ยอดขายก็ไม่ได้ตกมากนัก ซึ่งผลสรุปในช่วงปลายปีบริษัทสามารถปิดยอดการขายได้ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10%”


ส่วนแผนกลยุทธ์ในปี 55 นั้น นายเชน กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นเตรียมการ เพื่อสร้างธุรกิจการเกษตรให้ครบวงจร เนื่องจากดาวปูแดงเติบโตจากเรื่องการเกษตร ดังนั้นจึงต้องทำจุดนี้ให้ดีที่สุด โดยปี 2555 นี้บริษัทจะเน้นการสร้างนวัตกรรมทางสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเริ่มต้นประเดิมตัวแรกด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ฮอร์โมนพืช ที่ชื่อว่า Oxin ซึ่งตนคาดว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าที่สร้างความฮือฮา ได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน


“ส่วนแผนงานถัดไป อันถือเป็นนโยบายสำคัญที่สุดของบริษัทในปีนี้ คือ การตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยนโยบายเพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนนั้น ขณะนี้ดาวปูแดงกำลังเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกินปีหน้าบริษัทก็น่าจะจดทะเบียนเป็นมหาชนได้อย่างแน่นอน”


>> “ยูนิไลฟ์” หาพื้นที่แห้งขยายตลาด


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


โดยปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัท ก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุ อันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้ พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง, เหนือ อีสาน, ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


ทั้งนี้ กรณีหากมีอุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก ตนคิดว่า คงจะไม่รุนแรงเช่นปีที่แล้ว เพราะภาครัฐน่าจะเตรียมการรับมือได้ ส่วนบริษัทเองก็ไม่ได้เตรียมการรองรับส่วนนี้ไว้ เนื่องจากมองว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติ และสิ่งสำคัญ คือ โดยหลักของฤดูกาลเพาะปลูก เรารู้อยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะตนทำธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี จึงทำให้ทราบว่าแต่ละฤดูกาลจะเกิดอะไรขึ้น เช่น สมมติว่า ช่วงเดือนนี้น้ำจะท่วม เกษตรกรเขาก็จะเตรียมตัว และจะไม่เพาะปลูก ตนจึงพยายามไปโปรโมตในช่วงที่เขาทำการเพาะปลูกแทน และจากการที่บริษัททำธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น แม้บางพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ท่วม สมาชิกจึงไปทำงานในพื้นที่ เหล่านั้นได้”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1288 ประจำวันที่ 31-3-2012 ถึง 3-3-2012

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

‘ปูแดง’ หวั่นน้องน้ำทำเป้าหด แตกไลน์สินค้าสุขภาพหนุนยอดขาย 500 ล.

“ปูแดง” แตกไลน์สินค้า ขอแจม เค้กผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หลังยอดขายสินค้าเกษตรรับผลกระทบจากวิกฤติน้ำปีก่อน พร้อมเปิดหลักสูตร “คน

ไม่ธรรมดา” เทรนนิ่งนักขาย ย้ำนับ แต่นี้ ยอดขายต้อง 50 ล้านต่อเดือน ส่วนเป้าสิ้นปี นอนฝันไว้ที่ 500 ล้านบาท

นายสมปอง แซ่ตั้ง กรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ในปีที่แล้วแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจาก

ภาวะอุทกภัย ส่งผลให้ยอดขายในช่วง เดือนตุลาคม-ธันวาคมลดลงเกือบ 30% แต่เมื่อรวมยอดขายทั้งหมดในปี 54 แล้วบริษัทสามารถปิดยอดได้กว่า 200

ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนเกือบ 100% ในปี 55 นี้บริษัทจึงกำหนดว่า ต้องสร้างยอดขายให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 30-50 ล้านบาท หรือภายในสิ้นปีต้อง

ปิดยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งตนมองว่า เป้าหมายดังกล่าวมีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นโยบายหลักของบริษัทในปีนี้และปีต่อๆไป นายสมปอง กล่าวว่า “บริษัทก็ยังคงเน้นในเรื่องการฝึกอบรม เพราะตนมองว่าการสร้างราก

ฐานทางธุรกิจ ต้องสร้างจากตัวบุคคล บริษัทจึงได้เดินหน้าสร้างสรรค์คอร์สการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงปณิธานหลักดังกล่าว

โดยในขณะนี้ คอร์สหลักที่หลายๆคนรู้จักกันเป็น อย่างดี มีชื่อว่า “คนไม่ธรรมดา” ถือเป็นคอร์สพื้นฐาน เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละบุคคลให้เขารู้ว่าเกิดมา

เพื่ออะไร ให้เขาใช้พลังไปในทางที่ถูกต้อง”

ในส่วนแผนงานต่อไปที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเพิ่ม สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มสมาชิกกลุ่มคน

เมือง เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทจะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อชาวเกษตรกรและกลุ่ม คนรากหญ้า ดังนั้นการจะเพิ่มกลุ่มคนอื่นๆ นอกจากชาว

เกษตรเข้ามาสู่ธุรกิจ บริษัทจึงต้องสร้างไลน์สินค้าอื่นๆเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ปูแดง มีสินค้าเสริมอาหารที่นำออกวางจำหน่ายแล้ว คือ ยาว่านชักมดลูก ตราปูแดง

ซึ่งภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คือ สินค้าตัวนี้สามารถจำหน่ายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นกล่อง

“และในปีนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาวางจำหน่ายคือ แคปซูลไคโตซาน ปูแดง คาดว่าน่าจะออกจำหน่ายได้ ภายในเดือนนี้ และใน

อนาคตจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งขณะนี้บริษัทให้สมาชิกได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก” นายสมปอง กล่าว

ทั้งนี้ นายสมปอง ได้แสดงความเห็น เกี่ยวกับกระแสการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ว่า “ตนมองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องจากจะทำให้การ

ดำเนินธุรกิจมีความ สะดวก และง่ายดายขึ้น โดยขณะนี้ปูแดง ส่งสินค้าจำหน่ายในประเทศอาเซียน หลายประเทศด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย พม่า ลาว

กัมพูชา และมาเลเซีย ส่วนตลาดนอกพื้นที่อื่นๆก็จะมีในแถบประเทศอาหรับ และยุโรป แต่ยังถือเป็นจำนวนน้อยอยู่”

ด้านมุมมองภาพรวมของตลาดขายตรงกลุ่มสินค้าทางการเกษตรในปีนี้ นายสมปอง ให้ความเห็นว่า “เนื่องจากขณะนี้มีกรณีที่ภาครัฐบาล

พยายามประ โคมข่าวเรื่องน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวในทางลบมากกว่าบวก ตนจึงมองว่ากระแสตรงนี้จะส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก

ภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คือ เขาจะเกิด การสับสนว่า ควรจะเอาอย่างไรดี เกิดการ ตั้งคำถามที่ว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม” ดังจะเห็น

ได้จากช่วงนี้มีคนระงับการลงทุน ในเรื่องการเกษตรเยอะมาก ฉะนั้นสินค้าขายตรงในกลุ่มเกษตรปีนี้น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”

แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบริษัทเอง ตนไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากเราสามารถขายสินค้าในพื้นที่อื่นๆได้ เพราะสินค้าของปูแดง กระจายไป

ทั่วประเทศ และ สิ่งสำคัญ “ปูแดง” เป็นแบรนด์สินค้าการ เกษตรที่ติดตลาดไปแล้ว คือเป็นแบรนด์ที่พี่น้องเกษตรกรยอมรับ และในขณะนี้ราคาสินค้าก็

ถูกลงกว่าเดิม เนื่องจากบริษัท มีโรงงานการผลิตเป็นของตนเอง

ท้ายสุด นายสมปองได้กล่าวถึงการ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ หรือการช่วยยกมาตรฐานของ วิชาชีพขายตรงไทยว่า “ขณะนี้

บริษัทปูแดงฯได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมพัฒนาการขายตรงไทยแล้ว เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่ตนจะดำเนินการในขั้นแรกเลย คือ

การควบคุมให้สมาชิกของบริษัทต้องมีบัตรที่สมาคมฯออกมา นำไปแสดงต่อผู้บริโภคเวลานำเสนอขาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนได้ผ่านการอบรมจากสคบ.มา

แล้ว ซึ่งถ้าหากสมาชิกคน ใดคนหนึ่งไม่มีบัต

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1285 ประจำวันที่ 21-3-2012 ถึง 23-3-2012