ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์คบุกตลาดเครือข่าย ประกาศเป้าขอแตะยอดขาย1ล้าน/เดือน







1017232_291054051039876_274310111_n (Mobile)


ซูมขายตรงเปิดใหม่ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค เผย 5 เดือนที่ผ่านมา หลังชิมลางธุรกิจดีน่าพอใจ สมาชิกแห่ร่วมธุรกิจ 700 กว่ารหัส เชื่อภายในเดือนตุลาคมมีสมาชิกร่วมธุรกิจ 1,000 รหัสแน่นอน พร้อมเดินเครื่องธุรกิจด้วยสินค้าเด่น โคลนพอกหน้า นำทัพ...ประกาศเป้าขอมียอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน ย้ำ! ขอเติบโตช้าแบบยั่งยืน


ช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ ต้องยอมรับว่า เริ่มที่จะเห็น ขายตรงน้องใหม่ ทยอยเกิดขึ้นอย่างมากมายเช่นเดียวกับ บริษัท อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค จำกัด ที่ขอมาร่วมแจมในตลาดเครือข่ายอีกหนึ่งค่ายเช่นกัน โดยขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้นั้น มีทีมฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, คุณชุณหกาญจน์ ศรีไหม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร, คุณชุมพล พิมลบุตร ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป, อาจารย์ธนเทพ โพธิคำเจริญ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทฯ...ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่มีคนมีชื่อเสียงมานั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเลยทีเดียว


ทั้งนี้ ทางด้าน ชุณหกาญจน์ ศรีไหม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค จำกัด ได้เผยถึงการเปิดตัวบริษัทขายตรงใหม่ในครั้งนี้ว่า ก่อนที่ตนเองจะหันมาเปิดบริษัทขายตรงเป็นของตัวเองนั้น เคยมีประสบการณ์ทางด้านขายตรงมาก่อน โดยเคยเป็นแม่ทีมรวมถึงการเป็นตัวแทนซัพพลายเออร์ในการส่งสินค้าให้กับแม่ทีมและบริษัทอื่น ๆ มาก่อนประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นการนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น


จริง ๆ แล้วตัวเองชอบการทำธุรกิจแบบซิงเกิ้ลมากกว่า แต่ด้วยความชอบในธุรกิจขายตรง จึงอยากที่จะทำและเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็มีสินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยก่อนที่จะมาเปิดขายตรงในนามชื่อ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค นั้น ได้มีการเซ็ททีมงานมาแล้วประมาณ 2-3 ปี โดยทำธุรกิจในลักษณะซิงเกิ้ลมาก่อน ต่อมาจึงมีแนวคิดว่า มีสินค้าตัวไหนบ้างที่พอที่จะสามารถนำเข้ามาทำในขายตรงได้บ้าง อีกทั้งยังต้องการที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับสมาชิกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง จึงเกิด อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค ขึ้นมา


สำหรับผลิตภัณฑ์ในการทำตลาดของ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค ประกอบด้วย1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาทิ เครื่องดื่มสมุนไพร อาดัม สูตรพลูคาวสำหรับผู้ชาย, เครื่องดื่มสมุนไพร อีฟ สูตรพลูคาวสำหรับผู้หญิง, อีฟ ซุปเปอร์-แมน, อีฟ เซเรนา, อีฟไฟเบอร์สริมเมท แอปเปิ้ลผสมคิวเทน, อีฟ มิกซ์เบอร์รี่ผสมคิวเท็น 2. กลุ่มความงาม อาทิ โคลนพอกหน้าขาวใส, โคลนดำพอกหน้า, สบู่เนื้อทองคำผสม คอลลาเจน 3. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ กาแฟ อีฟ คอฟฟี่ มิกซ์ และ 4. สินค้ากลุ่มเกษตร อีฟ บิวตี้ ตรา กวางทอง...ซึ่งสินค้าที่ถือว่าเป็นตัวเอกของบริษัทฯ คือ กลุ่มความงามที่เป็นโคลนพอกหน้า


ชุณหกาญจน์ เผยอีกว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจเครือข่ายมานานแล้ว เพียงแค่รอดูในช่วงจังหวะและเวลาที่เหมาะสม ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงอยากที่จะทำ ที่สำคัญ ยังได้คุณชุมพล พิมลบุตร ผู้ที่มีประสบการณ์มาร่วมธุรกิจด้วย จึงทำให้ทุกอย่างลงตัว อีกทั้งในเรื่องของสินค้าเราเองก็พร้อม และหลังจากที่บริษัทเริ่มดำเนินการมา พบว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มีสมาชิกอยู่แล้วที่ประมาณ 700 กว่ารหัสด้วยกัน พร้อมกับเชื่อว่าภายในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ น่าที่จะมีสมาชิกถึง 1,000 รหัสอย่างแน่นอน


สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจของ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค นั้น ต้องการที่จะมียอดขายอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกับต้องการทำธุรกิจบนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมานั้น พบว่า ยอดขายของ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค แตะอยู่ที่เกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งเชื่อว่ายอดขายต่อเดือน 1 ล้านบาท น่าที่จะไม่ไกลเอื้อมด้วยเช่นกัน


การทำธุรกิจของเราในวันนี้ ไม่ต้องการที่จะแข่งขันกับใคร โดยอยากที่จะแข่งขันกับตัวเองมากกว่า และอยากที่จะเอารายได้หรือผลกำไร แบ่งให้กับสมาชิกทุกคน ซึ่งหากใครที่เข้ามาสู่ธุรกิจ อีฟ บิวตี้เน็ทเวิร์ค เราสามารถช่วยให้ทุกคนมีรายได้ได้ ซึ่งเราไม่อยากที่จะรวยพันล้าน แต่อยากที่จะให้ทุกคนประสบความสำเร็จในธุรกิจร่วมกัน ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ธุรกิจของที่นี่ จะเน้นการทำธุรกิจที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีผลตอบรับที่ชัดเจนเป็นสำคัญ ชุณหกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 348 ประจำวันที่ 1-16 กรกฎาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดคัมภีร์บทใหม่ตลาดเครือข่าย เล่นกลยุทธ์ผ่านสื่อ ตอกย้ำแบรนด์ธุรกิจ









ซูมยุทธศาสตร์เหนือเมฆตลาดเครือข่าย หลังพบหลายค่ายปล่อยทีเด็ดออกอาวุธผ่านสื่อทีวี พร้อมเดินเกมแบบครบเครื่องด้วยการทุ่มงบการตลาดแบบสุดตัว-อัดแคมเปญแรง หวังกระทุ้งธุรกิจตื่น หมายสร้างแรงดึงดูด ดึงสมาชิกเข้าร่วมธุรกิจ เผยเตรียมพบเกมการแข่งขันในตลาดเครือข่ายนับจากนี้ เล่นบทบู๊-บทบุ๋น ครบทุกรส


การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะยุคไหน พ.ศ.ไหน เรื่องของ การทุ่มงบการตลาด นับเป็นของคู่กันกับทุกธุรกิจ และยิ่งมีสื่อที่ครบเครื่องด้วยแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งขีปนาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจอย่างมากทีเดียว นอกจากนี้ ในเรื่องของการโปรโมทประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่าน ภาพยนตร์โฆษณา เพื่อตอกย้ำการรับรู้ก็ถือว่าสำคัญด้วยเช่นกัน


จึงเรียกได้ว่า ทั้งในส่วนของ งบการตลาด-แคมเปญ-โฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ทั้งในเรื่องของยอดขายและความอยู่รอดของบริษัทนั่นเอง...แต่ยอดขายจะถึงตามเป้าที่วางไว้หรือไม่นั้น การจัดสรรงบการตลาด เพื่อแบ่งไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นเพื่อยั่วน้ำลายผู้บริโภคก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน หากใครที่มีโปรโมชั่นที่โดนใจและกินใจย่อมชนะใจผู้บริโภคไปเกินครึ่งด้วยเช่นกัน


...เช่นเดียวกับ บริษัทขายตรง ที่หลาย ๆ ค่ายในธุรกิจนี้ ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากทีเดียว เห็นได้จากเริ่มต้นปี มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาเทงบการตลาดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว รวมถึงมีทั้งในส่วนของโปรโมชั่นที่หลากหลายออกมานำเสนอผู้บริโภคและสมาชิกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระทุ้งตอกย้ำแบรนด์ด้วย ภาพยนตร์โฆษณา


จับทิศภาพยนตร์โฆษณาขายตรง


ขีปนาวุธทรงพลังตอกย้ำธุรกิจ


...หากพูดถึงอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำตลาดในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าในเรื่องของการสื่อความหมายในเชิงของธุรกิจผ่านช่องทางทีวีถือว่าเป็นสื่อที่คนดูแล้วเข้าใจ ที่สำคัญ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วย...เช่นเดียวกับขายตรง นู สกิน ประเทศไทย ภายใต้การคุมทัพหน้าของ ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย และเวียดนาม ที่ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ชื่อว่า นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน


ซึ่งทางด้านภคพรรณเอง ได้กล่าวว่า นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย เลยก็ว่า ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภค โดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา มาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ซึ่งได้มอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิว เอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพ ยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ


สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้นั้น เป็นการมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการสะท้อนผ่านจุดขาย เรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการของการล็อกอายุผิว ให้คงความอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ที่สอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคของ นู สกิน ที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จ และส่งเสริมยอดขาย ซึ่งทางด้าน นู สกินเอง ได้คาดหวังกับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ว่า จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในเวลา 3 เดือนอีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์โฆษณาที่ทาง นู สกิน ต้องการที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านต้านความชรานั่นเอง


เช่นเดียวกับทางด้าน หมอเส็ง ที่ในเรื่องของการโฆษณาผ่านสื่อในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้น้อยหน้าเช่นกัน เห็นได้จากในปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มีการประเดิมขึ้นโฆษณาป้ายบิลบอร์ด และรถประจำทางยูโรทูเพื่อย้ำชื่อ หมอเส็ง พร้อมกับชูความโดดเด่นของสมุนไพร ว่านชักมดลูก เพื่อคุณผู้หญิงอีกด้วย


ซึ่งในปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า หมอเส็ง ได้มีการบุกตลาดแมส ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่าสิบล้าน ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อต้องการที่จะอาศัยกลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือ และให้ความรู้ควบคู่กันไป ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงอาจจะพบเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของกรุงเทพฯ กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นป้าย LMB13 บริเวณถ.เพชรบุรีตัดใหม่ (สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ) ทิศทางมุ่งหน้าย่านทองหล่อ/เอกมัย/คลองตัน ป้าย LMB21 บริเวณถ.พระราม 9 มุมมองด้านจากมอเตอร์เวย์ ไปสู่ถนนพระราม 9 และ ป้าย LMB32 บริเวณสนามกีฬาสโมสรการท่าเรือฯ ทิศทางมุ่งหน้าถนนพระราม 4 และ ถนนพระราม 3 เป็นต้น


และนอกเหนือจากการส่งป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำแบรนด์หมอเส็งแล้ว ต้องบอกว่า หมอเส็ง เอง ยังมีการปล่อยภาพยนตร์โฆษณาผ่านทางฟรีทีวีเพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงแบรนด์หมอเส็งอีกด้วย โดยการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นตัวนำร่องในการสื่อสารให้กับผู้บริโภคนั่นก็คือ ยาบำรุง กวาวเครือขาว ตราหมอเส็ง และครีมบำรุงผิวหน้า ที่เป็นการถ่ายทอดผ่านทางพรีเซ็นเตอร์สาว บอกถึงคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ พร้อมกับตบท้ายด้วย เสียงคุณหมอเส็งที่พูดว่า... เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม หมอเส็ง...


อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งภาพ ยนตร์โฆษณาที่ทาง คุณฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือ หมอเส็ง ได้ออกมาตอกย้ำธุรกิจด้วยตนเอง ด้วยการบอกว่า... คุณผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องของผิวพรรณบนใบหน้า ทั้งสิว ฝ้า หน้าด่างดำ หมองคล้ำ รูขุมขนใหญ่ ไม่กระชับ กร้านแห้ง ทาแป้งไม่ติด ถ้าท่านอยากได้ผิวหน้าขาวใส ภายใน 7 วัน โทรมาคุยกับผม.... ...ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำภาพของความสำเร็จในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมอเส็งได้เป็นอย่างดีทีเดียว


...นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การนำทัพของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ที่ก็ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชุดหนึ่ง เพื่อสื่อสารให้กับผู้ที่ต้องการมองหาอาชีพเสริมเช่นกัน ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้นั้น ทางด้านของดร.นพรุจเอง ต้องการที่จะสื่อสารกับทุกคนว่า หากเข้ามาสู่ ธุรกิจขายตรง แล้วสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ได้จริง


โดยภาพยนตร์ชุดนี้ ดร.นพรุจ ได้พูดว่า... บนเส้นทางธุรกิจขายตรงของคนไทย กว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้สร้างธุรกิจอิสระที่เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ผู้คนทุกระดับอย่างมากมาย เราตระหนักที่ว่า การสร้างธุรกิจขายตรงที่ดี และมั่นคงนั้น คือ รากฐานที่สำคัญ ในการมอบชีวิตที่ดีแก่สังคมไทย ด้วยรางวัลแห่งเกียรติยศ สาขาสร้างงาน สร้างอาชีพ และรางวัลคืนชีวิตใหม่ให้กับคนไทย 3 ปีซ้อน ผมขอขอบคุณพี่น้องทุก ๆ คน ที่ให้ความไว้วางใจธุรกิจขายตรงของคนไทย ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จเป็นอันดับหนึ่ง วันนี้เราพร้อมขยายธุรกิจนีโอไลฟ์ไปสู่อาเซียน ด้วยศักยภาพธุรกิจของคนไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่ความสำเร็จกับเรา... เรียกว่านี้คือ การออกมาตอกย้ำถึงความสำเร็จของธุรกิจนีโอ ไลฟ์ ในตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา กับความยั่งยืนของธุรกิจนี้นี่เอง ที่ทางดร.นพรุจ ต้องการที่จะสื่อสารในเรื่องนี้


ขายตรงเทกระจาดงบเพียบ


เร่งสร้างความแกร่งธุรกิจโต


...ณ ปัจจุบันนี้ หากจะพูดถึงในเรื่องของ งบประมาณการตลาด และ แคมเปญ สำหรับธุรกิจแล้วล่ะก็ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญ ในการทำธุรกิจเพื่อกระตุ้นยอด กระตุ้นกำลังการซื้อของผู้บริโภคให้เกิดขึ้นนั่นเอง เห็นได้อย่าง บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ มิสทิน ในต้นปีนี้ ก็ได้มีการจัดแคมเปญ Mistine I am ที่ถือเป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่น ที่มีการประกบแคมเปญด้วยกิจกรรมออนไลน์ควบคู่กันเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยที่ผู้บริโภคได้มีส่วนรวมกับสินค้า ด้วยการแจกตลับแป้งรูปหน้าตนเอง 1,000 ตลับ ผ่านการตกแต่งในเว็บไซต์ ทั้งออนไลน์/ดิจิตอล ที่จะมีไปควบคู่กับทุกแคมเปญของมิสทิน


นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ตลอดทั้งปีนี้ทาง มิสทิน เอง ยังจะมีแคมเปญเพื่อมากระตุ้นตลาดอีกกว่า 25-26 แคมเปญด้วยกัน ด้วยงบการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้งปีนี้ ที่ทาง มิสทิน เอง ตั้งไว้อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 20% โดยงบ 300 ล้านบาท จะเป็นสำหรับดิจิตอลแคมเปญ เฉลี่ยเดือนละ 2 แคมเปญด้วยกัน


ที่สำคัญ มินทิน ยังได้เตรียมลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่ย่านลาดหลุมแก้ว หรือ ชื่อโครงการ Better Land เพื่อเตรียมผันตัวเป็นเทรดดิ้งครบวงจร ทั้งผลิตสินค้า ทำการตลาด และจัดจำหน่าย โดยปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไป 50% ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้ได้อย่างเป็นทางการประมาณกลางปีนี้ ขณะเดียวกัน มิสทิน ยังมีแผนขยายธุรกิจขายตรงไปต่างประเทศอีกด้วย โดยเป็นลักษณะร่วมทุนกัน ซึ่งได้มีการเริ่มต้นไปแล้วที่ประเทศลาวและจะขยายต่อไปกัมพูชา และ อินโดนีเซียต่อไป


อีกทั้ง มิสทิน เอง ยังได้เตรียมจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่ได้มีการทดลองจำหน่ายกับสาวมิสทินก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสินค้าเครื่องสำอาง และ แค็ตตาล๊อก Friday เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ชอบเข้าโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้งานได้ประมาณช่วงปี 2557 นี้


...ส่วนอีกหนึ่งค่ายขายตรง มาบุญครอง ในปีนี้ ต้องบอกว่า เร่งเครื่องปลุกธุรกิจให้ตื่นตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว หลังจากที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินศิริชัยและ ศิริชัย ไบโอ พลัส เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลทำให้บริษัทฯ จึงได้มีการอัดงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นอีก จากเดิม 30 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท พร้อมกับจะมีการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือนอีกด้วย เพื่อให้นำไปทดลองใช้ทำแปลงสาธิต โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไป ซึ่งการอัดฉีดทุ่มงบการตลาดดังกล่าวของค่ายมาบุญครองในครั้งนี้ ถือว่าจัดหนัก จัดเต็มเพื่อสมาชิกจริง ๆ


ซึ่งทางด้านเอ็มดีของค่าย มาบุญครอง ต่างมีความมั่นใจว่า การทุ่มงบในการสนับสนุนครั้งนี้ จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทฯ ให้ทะลุเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท และส่งผลให้มีผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจมาบุญครองเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


...เช่นเดียวกับทางด้าน บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ที่นำโดยนายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง ก็ได้ออกมาประกาศพร้อมที่จะเปิดเกมรุกเต็มอัตราศึกด้วยการ เตรียมมุ่งกิจกรรมทางด้านการตลาดในปีนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกับได้มีการวางนโยบายที่รัดกุม รวมถึงการจัดกิจกรรมในส่วนของการมอบของรางวัลในเรื่องของการกระตุ้นยอดขายสมาชิก ที่จะมีการแบ่งออกเป็นในแต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของโปรโมชั่นกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ในปีนี้ เอเชีย สุพรีม ได้กำหนดโปรโมชั่นทริปท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 2 ครั้ง และต่างประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และนิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปรโมชั่นรถยนต์อีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งแคม เปญที่เรียกได้ว่า ค่ายนี้ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกนั่นเอง


...ส่วนทางด้านค่าย ออริเฟรม ในปีนี้ ก็ทุ่มงบจัดแคมเปญแบบเร่าร้อนด้วยการแจก MAZDA 2 สำหรับผู้ที่สามารถขึ้นตำแหน่ง โกลด์ไดเร็คเตอร์ใหม่ ภายในปี 2556 มูลค่ากว่า 600,000 บาท


ด้านยักษ์ใหญ่ขายตรงอย่าง แอมเวย์ ปีนี้ ยังคงเน้นกลยุทธ์เดิม โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด พร้อมชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัยรุ่นและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองปัญหาหรือความต้องการเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ แอมเวย์เอง ยังเตรียมที่จะสานต่อการสื่อสารเชิงรุก ด้วยการสร้างแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้กระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าแอมเวย์ ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มจำนวนไลค์ของแฟนเพจรวม 4 แบรนด์ คือ แอมเวย์ อาร์ทิสทรี นิวทริไลท์ และอีสปริง มียอดไลค์ (like) ถึง 273,218 ไลค์ด้วยกัน อีกทั้งในปีนี้ แอมเวย์ยังคงเดินหน้าสร้างแอมเวย์ ช็อป ให้กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วย


อีกทั้งยังพบอีกว่า แผนงานหลักที่สำคัญ ของแอมเวย์ในปีนี้ ยังมีในส่วนของการสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมา แอมเวย์ ได้มีการตั้งแผนกใหม่ชื่อว่า แผนกส่งเสริมศักยภาพนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของนักธุรกิจแอมเวย์ผ่านการจัดฝึกอบรม สัมมนาอีกด้วย


...จะเห็นได้ว่า วันนี้ หากบริษัทขายตรงค่ายไหน ที่ความครบเครื่องในเรื่องของธุรกิจไม่เพียงพอ ต้องบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสร้างความโดดเด่นของธุรกิจให้เกิดโดยเร็ว เพราะปัจจุบันนี้เกมการแข่งขันในเชิงธุรกิจค่อนข้างที่จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว ซึ่งหากค่ายไหนที่มี ความเก๋าเกม มากพอ รวมถึงมี ความนิ่ง ของ องค์กร ที่แกร่งพอ เชื่อว่าเป้าหมายที่วางไว้ ก็ย่อมสำเร็จด้วยเช่นกัน....




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 ยอดทะลุเป้า100 ล้าน พร้อมปรับแผนรุกขยายตลาดเครือข่ายทั่วประเทศ









ไทยเฮลท์ ปลื้มยอดขายปีที่ผ่านมา ทะลุเป้า สูงถึง 100 ล้าน พร้อมประกาศปี56 ขอเติบโตกว่า 5 เท่า หรือยอดขายไม่น้อยกว่า 500 ล้าน ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 4 พร้อมชูกลยุทธ์การขยายเครือข่ายจากสื่อสถานีวิทยุชุมชน เข้าสู่สถานีวิทยุหลักจำนวน 12 สถานี และเพิ่มช่องรายการโทรทัศน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้กว้าง พร้อมพ่วงท้ายด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพใหม่อีก 5 รายการ เสริมจุดแข็งธุรกิจ

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เผยถึง ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาว่า ไทยเฮลท์ประสบความสำเร็จมียอดขายสูงสุดถึง 100 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่ง ไทยเฮลท์ถือเป็นบริษัทขายตรงลูกผสมสื่อ ที่มีจุดเด่นในการทำตลาดผ่านเครือข่ายวิทยุชมชนที่มีอยู่กว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ และจากยอดขายที่ประสบความ สำเร็จนี้ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่ง ยังมาจากแผนการตลาดที่มี ประสิทธิภาพ และศักยภาพอัน แข็งแกร่งของผู้แทนจำหน่ายด้วย
ต้องบอกว่า วันนี้ ไทย เฮลท์ มีความพร้อมในการทำ คอนเทนท์ต่าง ๆ มีทีมงานที่ทำ อยู่ตรงจุดนี้โดยเฉพาะ และก็มี เยอะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ เรดิโอ โอเค และก็ในส่วนของ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด พร้อมที่จะซัพพอร์ตตลอดเวลา แต่ละบริษัทนั้น ก็ถือว่าเป็น บริษัทในเครืออยู่แล้วเช่นบริษัท ไทยพลัส มีเดีย ก็เปิดเมื่อ ประมาณต้นปีที่แล้ว แต่ในส่วน ของ เรดิโอ โอเค ได้เปิดมานาน แล้วย่างเข้าสู่ปีที่ 6 ซึ่งความ พร้อมทุกอย่างของบริษัทฯ เรียก ได้ว่ามีครบถ้วนทีเดียว
นายพันธ์ยศ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของสื่อวิทยุ ถือว่า ไทย เฮลท์ มีความพร้อมอย่างมาก เพราะบริษัทฯ มีวิธีการที่จะ สื่อสารออกไป โดยการเอาโมเดล มาประยุกต์ใช้กับไดเร็คเซลล์ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก เนื่องจาก จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหา พันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ นั้นเอง ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ก็ใช้ โมเดลดังกล่าวประสบความ สำเร็จเกินคาดทีเดียว เรียกได้ว่า เป็นเจ้าแรกที่ทำในระบบขาย ตรงเลยก็ว่าได้
สำหรับในปี 2556 นี้ ไทย เฮลท์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ น้อยกว่า 5 เท่าตัว หรือมียอดขาย ประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อ เป็นการเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 นอกจากนี้ไทยเฮลท์ ยังประสบ ความสำเร็จ ในการขยายเครือ ขายสถานีวิทยุชุมชนไปสู่สถานี หลักได้ทั้งหมด 12 คลื่นหลัก และ เพิ่มอีก 1 ช่องรายการโทรทัศน์ใน ระบบดาวเทียมผ่านทางช่อง 80 ของระบบ C-Band (จานดำ) ใน ชื่อสวัสดีเมืองไทย มาช่วยเสริม ทัพให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่ได้ รับความนิยมจากผู้ชมทางช่อง รายการ สวัสดี ทีวี ในระบบ CBAND (จานดำ) ช่อง 69 ที่สำคัญ ไทยเฮลท์ ยังได้มีการขยาย สาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีก ด้วย ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จะขยายไป ยังประเทศลาวต่อไป
การขยายเครือข่ายสถานี วิทยุชุมชนไปสู่สถานีหลักและ การเพิ่มช่องทางรายการโทรทัศน์ ใหม่ จะช่วยเพิ่มช่องทางการ สื่อสาร ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใน วงกว้างมากขึ้น พร้อมกับยังคาด ว่าจะสามารถขยายฐานผู้รับฟัง รายการวิทยุจาก 3 ล้านคน และ ขยายฐานผู้รับชมรายการทีวี จาก 6 แสนคน เพิ่มขึ้นอีกไม่ตํ่า กว่าเท่าตัวอีกด้วย ซึ่งนี่ก็คือ อีก หนึ่งในกลยุทธ์หลักที่แข็งแกร่ง ของไทยเฮลท์ ในการมองหาช่องทาง และวางแผนขยายเครือข่าย สื่ออย่างต่อเนื่องทุกปีนั่นเอง
สำหรับปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้ ไทยเฮลท์ สามารถ เติบโตแบบก้าวกระโดด ตรงตาม เป้าหมาย ส่วนหนึ่งก็มาจาก ผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์ ความต้องการของสมาชิกได้ อย่างยอดเยี่ยม อย่างล่าสุด ไทยเฮลท์ ได้มีการวางแผนที่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นกลุ่ม เป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าผู้สูง อายุและกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมกับการผลักดันกิจกรรมส่ง เสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดผู้ แทนจำหน่ายอีกด้วย
ซึ่งผู้ที่สนใจจะเข้ามาทำ ธุรกิจนี้ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ 1. รูปแบบที่มีสถานี หรือเป็นสื่อ อยู่แล้ว ก็เข้ามาร่วมธุรกิจกัน 2. รูป แบบที่สอง คือ ไม่รู้ ไม่เป็น แต่ อยากลงทุนเพราะเห็นช่องทางใน การทำธุรกิจที่ดี ในตรงนี้ บริษัทก็ จะมีการฝึกอบรมเรื่องของการ ทำสื่อให้ และทางบริษัทฯ ก็มี เจ้าหน้าที่ที่จะลงไปสอน ไปติดตั้ง ให้ คือเรียกว่า บริษัทฯ ซัพพอร์ต ทุกอย่าง แค่คุณมีเงินมาลงทุน คล้ายกับแฟรนไชส์เป็นส่วนหนึ่ง งบลงทุนก็แล้วแต่กำลัง ในส่วน การลงทุนเรื่องสินค้า ก็ไม่มีอะไร มากมาย และรูปแบบการโฆษณา บริษัทฯ จะเป็นผู้วางแผนให้ว่าจะ ต้องทำอย่างไร ซึ่งหากทุกคนมี ความพร้อมบริษัทฯ ก็สามารถ จัดการให้ทันที
ตอนนี้เราต้องการทำให้ สอดคล้องกับกฎหมายที่ทาง กสทช.ได้ออกมา และทาง ไทย เฮลท์ ก็ได้ทำการขอใบอนุญาต ไว้ค่อนข้างเยอะ ในหนึ่งใบ อนุญาตก็เท่ากับ 1 ร้านค้าที่เรา มีอยู่เพราะจะมีการเปิดร้านค้า โดยไม่มีขีดจำกัดไม่ได้ ตรงนี้ต้อง มีขีดจำกัด แต่ตรงนี้ใน ไทย เฮลท์ สามารถเปิดไปได้ทั่ว ประเทศ เพราะจังหวัดหนึ่งเรา สามารถเปิดได้หลายสถานี ตาม ที่มีใบอนุญาต ลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป
นายพันธ์ยศ กล่าวเสริมอีก ว่า ในปีนี้ ไทยเฮลท์ ได้วาง แคมเปญ ไทยเฮลท์จัดเต็ม แจก รถ 9 คัน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้าน บาท และแคมเปญท่องเที่ยวใน ประเทศ อีกหลากหลายทริป พร้อมด้วยแคมเปญท่องเที่ยวต่าง ประเทศ เพื่อเป็นแรงผลักดันและ เป็นรางวัลให้กับตัวแทนจำหน่าย ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนิน ธุรกิจอีกด้วย จากปัจจุบันที่ ไทย เฮลท์มียอดผู้แทนจำหน่ายอยู่ที่ ประมาณ 1,000 ราย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีม เปิดเกมรุกตลาดเครือข่าย อัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ดั้นเป้าสิ้นปี300 ล.








 


เอเชีย สุพรีม เข็นยุทธศาสตร์แ รงปี 56 หวังมุ่ง สานฝัน สมาชิกสู่ความสำเร็จ พร้อมแย้มปีที่ผ่านมาธุรกิจยังโตไม่ เต็มที่แบบก้าวกระโดด ประกาศอัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน พัฒนา สินค้าใหม่-ส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาด-เน้นสร้าง ระบบเสริมศักยภาพสมาชิก-สร้างแบรนด์บริษัทให้เกิด หวัง ดันยอดสิ้นปีทะลุ 300 ล้าน ชี้! ทิศทางธุรกิจขายตรงปี56 เติบโตดีไร้กังวล

นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอเชีย สุ พรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาว่า อัตราการเติบโตของบริษัทฯ ถือได้ว่ายังไม่ใช่เป็นการเติบโตแบบก้าว กระโดด โดยจะเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนิน ธุรกิจมาแล้วประมาณ 1 ปี 6 เดือน แต่เริ่มดำเนินธุรกิจแบบ จริงจังเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เท่านั้นเอง โดยในช่วง 6 เดือนที่ ผ่านมานั้น เรียกได้ว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาในระดับ หนึ่ง โดยมียอดขายในช่วงปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้าน บาท รวมถึงมีสมาชิกอยู่ที่ ประมาณ 6 พันกว่าคนด้วยกัน ที่ สำคัญ ในปีนี้ ต้องบอกว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของระบบ เรื่อง ของการพัฒนาสมาชิก ความ พร้อมของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ บริษัทฯ จะเน้นหนักในปีนี้นั้น มี อยู่ 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ 1. การมุ่ง เน้นสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของสมาชิก 2. การ มีสถาบันในการที่จะพัฒนา บุคลากร ในการพัฒนาสมาชิก ให้มีศักยภาพ มีความมั่นคงอยู่ ในอาชีพ เพื่อพร้อมเข้าสู่อาเซียน และ 3. การให้ความสำคัญ ใน เรื่องของชุมชน สังคม ที่ถือว่ามี ส่วนสำคัญ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ก็ มีมูลนิธิที่เป็นของบริษัทฯ ด้วย
สิ่งที่บริษัทฯ คาดหวังใน ปีนี้นั้น คือ อยากจะเป็นอีกหนึ่ง องค์กรที่มีอัตราการเติบโตแบบ ก้าวกระโดดเหมือนเช่นดั่งบริษัท อื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้บริษัทฯ มี ความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีอัตรา การเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะปัจจุบันนี้ บริษัทฯ เริ่ม มีผู้น้ำที่พร้อมสินค้าที่พร้อมรวม ถึงระบบการเทรนนิ่งที่พร้อม นั่นเอง ที่สำคัญ ในปีนี้ ยังมีเป้า หมายที่จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมกับคาดว่า จะมีสมาชิกสิ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คนด้วยกัน
นายสุธีร์ ยังเผยอีกว่า นอกเหนือจาก 3 ยุทธศาสตร์ที่ จะเน้นในปีนี้แล้ว การดำเนิน ธุรกิจเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 300 ล้านบาทนั้น ทางเอเชีย สุพรีม เอง ยังเตรียมที่จะผลักดัน อีก 4 กลยุทธ์สำคัญ ในการไปให้ ถึงเป้าหมายอีกด้วย คือ 1. การ พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 น่าที่จะมี กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่ 14-15 กลุ่มเพื่อตอบสนองความ ต้องการของตลาดที่มีความ หลากหลาย 2. การส่งเสริม กิจกรรมทางด้านการตลาดอย่าง ต่อเนื่อง เช่น โปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของสินค้า หรือ โปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 3. เน้นในเรื่อง ของการสร้างระบบ เพื่อเชื่อมโยง การทำงานกับสมาชิกให้เป็นไป ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้าง ศักยภาพของสมาชิกด้วย และ4. เน้นการสร้างแบรนด์ของบริษัทฯ ให้เกิดในปีนี้
ปีนี้บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เตรียมการอย่างรัดกุมอย่างมาก ทีเดียว ทั้งในเรื่องของระบบ ออนไลน์ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน นี้ สังคมยุคใหม่ถือเป็นสังคม เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อ การทำงานในยุคนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทฯ เองจะให้ความสำคัญ ในเรื่องระบบไอทีอย่างมากที เดียวในปีนี้ เนื่องจากไม่คิดที่จะ หยุดยั้งการทำธุรกิจเพียงแค่ใน ประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาด อาเซียนด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายในประเทศ เพื่อน บ้านบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น และล่าสุดได้เตรียมการจับมือ กับพันธมิตรใหม่ในประเทศ เพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อทำ ธุรกิจร่วมกันอีกด้วย
นายสุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ปีนี้ บริษัทฯ จะมีในส่วนของศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงระบบการ จัดจำหน่ายเพื่อที่จะให้เข้าถึงตัว สมาชิกได้เร็วมากขึ้นด้วย โดยจะ เป็นศูนย์ที่ให้ทั้งข้อมูลข่าวสาร กับสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยูทั้งสิ้น 3 สาขา คือ อิมพีเรียล ลาดพร้าว , หาดใหญ่ และเชียงใหม่ และ กำลังจะเปิดใหม่เป็นสาขาที่ 4 เร็วๆ นี้ ที่พิษณุโลก โดยเป้า หมายในปีนี้คาดว่าจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2-3 แห่งด้วยกัน ในพื้นที่ ภาคอีสานและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ ยัง มีในส่วนของคลังสินค้าอยู่ 8 คลังทั่วประเทศอีกด้วย อีกทั้ง แผนงานที่จะเปิดคลังสินค้าใหม่ เพิ่มอีก 10 คลังในปีนี้ และ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีสมาชิกที่ เป็นโมบายอีก 50 แห่งด้วยกัน พร้อมกับจะเพิ่มโมบายในปีนี้ให้ มากขึ้นอีกเป็น 100 โมบายด้วย ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ยังได้ เผยถึง กิจกรรมทางด้านการ ตลาดในปีนี้ว่า ทางบริษัทฯ ได้มี การวางนโยบายไว้อย่างชัดเจนที เดียว โดยจะมีการจัดกิจกรรมเป็น ในส่วนของการมอบของรางวัลใน เรื่องของการกระตุ้นยอดขาย สมาชิกที่จะมีการแบ่งออกเป็น ใน แต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของ กิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ในปีนี้จะมี ไปเที่ยวในประเทศ 2 ครั้งและต่าง ประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และ นิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปร โมชั่นรถยนต์ เป็นต้น
ต้องยอมรับว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราการเติบโต ของธุรกิจขายตรง ค่อนข้างมีการ เติบโตอย่างมากทีเดียว และ ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพอย่างมาก หากมอง ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่สำคัญ อุตสาหกรรมขายตรง ยังถือเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต อย่างมั่นคงและต่อเนื่องทุกปีอีก ด้วย และเชื่อว่าอุตสาหกรรม ขายตรงในปี 2556 นี้ น่าที่จะ เติบโตกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ที่สำคัญ จะเริ่มเห็น หลาย ๆ ค่าย ต่างออกอาวุธทาง ธุรกิจอย่างมากมายด้วยเช่นกัน นายสุธีร์ กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556