ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ‘ไทยเฮลท์’ประกาศศักดาเครือข่ายลูกผสม ดึง7พรีเซ็นเตอร์คนดังกระฮึ่มทั่วฟ้าเมืองไทย







MLM (Mobile)

 


“ไทยเฮลท์ กรุ๊ป” เตรียมกระฮึ่มสมรภูมิรบขายตรง...ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการกลางห้างดังเซ็นทรัลลาดพร้าว ตอกย้ำการรับรู้ พร้อมดึง 7 ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ สร้างสีสันให้ธุรกิจ...ด้าน “พันธ์ยศ” เผยการรุกตลาดแบบเต็มอัตราศึกมากขึ้นเป็นเพราะด้วยความพร้อมที่มีอยู่ ตั้งเป้าหมายใน 3 ปี ขอยอดสมาชิกมากกว่า 2 หมื่นรหัส...แย้มเตรียมรุกตลาดแดนอีสาน หวังกรุยทางสู่ตลาดอาเซียน


เริ่มเป็นที่กล่าวขานของคนในวงการเครือข่ายกันบ้างแล้ว สำหรับขายตรงน้องใหม่อย่าง “ไทยเฮลท์” ที่หลังจากชิมรางในธุรกิจเครือข่ายมาได้ประมาณ 4 ปี กระแสความร้อนแรงก็เริ่มระเบิดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเรียกว่าบริษัทที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันต่างออกอาการขวัญผวากันเลยทีเดียว


จะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจ “ไทยเฮลท์” คือเครือข่ายที่อาจจะบอกได้ว่า ยังไม่เต็มใบเท่าที่ควร เป็นเพราะอาจจะกำลังวางแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้รัดกุมในช่วงที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้...


ทั้งนี้ หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ “ไทยเฮลท์” จะพบว่า เป็นเครือข่ายที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เรียกว่าครบมือเลยก็ว่า ได้ทั้งสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน หรือแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์เองก็ดี...และจากการสั่งสมคนเครือข่ายมาตลอดระยะเวลาในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ทาง “ไทยเฮลท์” พร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ...ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารของค่ายนี้ ก็ได้ถือฤกษ์งามยามดี เปิดตัว “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ในรูปแบบเอ็มแอลเอ็มแบบเต็มตัว ด้วยแผนการตลาดไบนารี่


 ‘ไทยเฮลท์’เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ


เร่งสร้างเครือข่ายเตรียมบุกอ่าเซียน


...นับได้ว่า วันนี้ “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ภายใต้การบริหารงานโดยบอสหนุ่ม


“พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการนั้น เรียกได้ว่า เป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์การทำตลาดที่ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว ด้วยการผสมผสานธุรกิจกับสื่อแบบเต็มรูปแบบทั้งสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน และสื่อ


สิ่งพิมพ์ จนวันนี้อาจจะบอกได้เลยว่ามีเครือข่ายที่พร้อมรบเต็มอัตราศึกมากกว่าในหลาย ๆ ค่ายในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้


ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าจาก บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ได้แก่ น้ำเห็ดสกัดรวมสูตรผสมน้ำผึ้ง ตรามัชรูมพลัส (Mushroom Plus) อาหารเสริมเพื่อผู้ชาย วีเอ็ม พลัส (VM Plus) อาหารเสริมเพื่อผู้หญิง ซ้อเจ็ด เซทคัพ เครื่องดื่มฟังก์ชั่นดริ๊งก์ (Functional Drink) ตรา ว๊าก (WAAK) ผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ (Uni Rice) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก รีราล่า (Reerala) เป็นต้น เข้ามาทำตลาด พร้อมกับวางแผนเพิ่มสินค้าในกลุ่มความงามและดูแลรูปร่างในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอีกด้วย


“ในช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่า “ไทยเฮลท์” ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าที่ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมถึงการมีช่องทางการสื่อสาร ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายวิทยุหลักและวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ พร้อมด้วยรายการโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมอีก 2 รายการ รวมถึงมีทีมงาน และตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งนั่นเอง”...นายพันธ์ยศ กล่าวและว่า


โดยทางด้านนายพันธ์ยศ ยังกล่าวอีกว่า จากการที่ได้มีการศึกษาตลาดธุรกิจขายตรงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตลาดขายตรงยังถือว่าเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในปีนี้ จะมีรายงานการเติบโตเพียง 4-5% เท่านั้น จากข้อมูลของสมาคมการขายตรงไทย แต่ถึงกระนั้นการมีส่วนแบ่งทางการตลาดแม้เพียง 5-10% ในมูลค่าตลาดขายตรงโดยรวม 7 หมื่นล้านบาท ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับการที่บริษัทฯ จำหน่ายผลิต ภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มที่มีความต้องการในท้องตลาด รวมถึงการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ ก็น่าที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับช่องทางการทำธุรกิจของบริษัทฯได้อีกมากด้วยเช่นกัน


...โดยล่าสุดเมื่อไม่นานมานี่เอง ทางด้าน “ไทยเฮลท์” ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมรุกตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ที่ทางค่ายนี้โฟกัสนั่นก็คือ จังหวัดที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้มีตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศเริ่มนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายโดยผ่านตัวแทนจำหน่ายบ้างแล้ว อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา เป็นต้น


ที่สำคัญ ในปีหน้า “ไทยเฮลท์” ยังเตรียมที่จะรุกหนักในตลาดอาเซียนให้ครอบคลุมอีกด้วย โดยเฉพาะตลาดในประเทศมาเลเซีย พร้อมกับคาดว่า จะมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ภายหลังจากรุกตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ขณะที่รายได้ของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 100 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าในปีนี้จะสามารถปิดรายได้อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท รวมถึงเป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้า ที่ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ต้องการติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวม ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทอีกด้วย


 ทุ่มงบ50ล้านกระตุ้นการขาย


ดึง7ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์


...ซึ่งกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของ “ไทยเฮลท์” ทั้งในเรื่องของสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่ามีครบวงจรแล้ว...อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ค่ายนี้ต้องการที่จะแทรกซึมเข้าไปสู่คนเครือข่ายและผู้บริโภคทั่วประเทศนั่นก็คือ การโปรโมทธุรกิจรวมถึงสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด


โดยล่าสุดในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา “ไทยเฮลท์” เองก็ได้มีการเปิดตัว 7 พรีเซนเตอร์ดาราดังที่หลาย ๆ คนต่างรู้จักเป็นอย่างดี ให้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ได้แก่ ใบเตย อาร์สยาม เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง ซ้อเจ็ด เซทคัพ อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสกัด ตรา มัชรูม พลัส (Mushroom Plus) นักมวยแชมเปี้ยนระดับตำนาน สามารถ พยัคฆ์อรุณ และสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ (Uni Rice) และสมเล็ก ศักดิกุล พร้อมสองสาวเซ็กซี่ หมวย แม็กซิม และอะตอม ภัคจิรา เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผู้ชาย วีเอ็ม พลัส (VM Plus)


ซึ่งในการทำตลาดในครั้งนี้ได้นั้น ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ได้มีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ พร้อมกระตุ้นกิจกรรมส่งเสริมการขายในทุกรูปแบบและทุกช่องทาง เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้


ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความโดดเด่นที่ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ต้องการนำเสนอนั่นก็คือ ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อในเครือ ร้านค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ และตัวแทนจำหน่ายนั่นเอง โดยทาง “ไทยเฮลท์” อินเตอร์ฯ บอกว่า ต้องการที่จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจ สามารถสมัครสมาชิกเป็นตัวแทนจำหน่าย มีรายได้กลับมาโดยลงทุนต่ำ แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง


นายพันธ์ยศ เผยอีกว่า อีกหนึ่งความพร้อมของธุรกิจไทยเฮลท์ นั่นก็คือ บริษัทฯ ยังได้มีการพัฒนาระบบการตลาด การฝึกอบรม และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมธุรกิจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสในการประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย


“หลังจากเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมธุรกิจภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ มากกว่า 20,000 คน ผ่านการขยายเครือข่ายของแม่ทีม และช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยไทยเฮลท์ กรุ๊ป ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียล มีเดีย และเป็นครั้งแรกที่จะลงโฆษณาผ่านฟรีทีวี เพิ่มการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคและผู้ทำธุรกิจ และวางระบบบริษัทฯ เตรียมรองรับการทำธุรกิจได้ทุกประเทศทั่วโลก พร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”


…นับได้ว่า เครือข่ายน้องใหม่อย่าง “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด” ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เชื่อว่าหลาย ๆ ค่ายต่างจับตามองกันอย่างมากทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยความพร้อมที่อาจเรียกได้ว่าครบทุกด้านในการทำธุรกิจนั่นเอง ที่สำคัญ ด้วยสไตล์การทำงานของบอสหนุ่มไฟแรงอย่าง “พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” ที่พร้อมรบ รุก อย่างรวดเร็วทุกก้าวขณะนี้ ก็น่าที่จะทำให้เป้าหมายที่วางไว้อีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวม ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทก็คงจะไม่ไกลเกินเอื้อมด้วยเช่นกัน...แต่ทั้งนี้การทำตลาดทุกนาทีก็ต้องไม่ประมาทด้วยเช่นกัน!!!


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ไทยเฮลท์ รุกหนักภาคอีสาน ดึง ใบเตย พรีเซ็นเตอร์ ซ้อเจ็ดฯ







hmc01170156p1 (Mobile)


ไทยเฮลท์ ผนึกพันธมิตรรุกอีสาน หลังพบยอดขาย พุ่งกระฉูด รองรับ AEC ล่าสุด ควักเงินในกระเป๋ากว่า 7 หลัก ดึง ใบเตย อาร์สยาม ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ ซ้อเจ็ด เซทคัพ หวังสร้างกระแสแน่นอกทั่วอีสาน ระบุครึ่งปีหลัง โกยรายได้กว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็นเท่าตัวในปีถัดไป

พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมบริษัทในไตรมาสแรกของ ปี 2556 มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก บริษัทได้มุ่งเน้นทำตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เพื่อ เป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ใน อนาคตอันใกล้นี้ และเพื่อเป็นการขยายตลาดไปยังภาคอีสาน บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มวิทยุเครือข่าย รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วหลายราย

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาคอีสานเป็นภาคที่มียอดการ สั่งซื้อสินค้าสูงที่สุด เนื่องจากมีการขยายตัวของประชากร ประกอบกับประชากรมีกำลังซื้อสูงขึ้น ดังนั้น การร่วมมือกับ พันธมิตรครั้งนี้ จึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในภาคอีสานให้ มากขึ้น โดยบริษัทได้วางแผนที่จะเข้าไปขยายการทำสื่อวิทยุ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางพื้นที่ที่ยังครอบคลุมไม่ถึงพร้อมวางแผนปรับเนื้อหารายการให้เป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อ สื่อสารกับผู้บริโภคในภาคอีสานได้อย่างตรงจุด

พร้อมกันนี้บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มเสริมอาหาร บำรุงสุขภาพ และความงามสำหรับผู้หญิง ภายใต้ชื่อ ซ้อเจ็ด เซทคัพ เข้าไปทำการตลาดภาคอีสาน ซึ่งบริษัทได้ศึกษาจน มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสุภาพสตรีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บริษัทได้ทดลองทำการตลาด และพบว่ามี ผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคในภาคอีสานเป็นอย่างดี จึงมีความ มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ ซ้อเจ็ดเซทคัพ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น บริษัทได้ว่าจ้างนักร้องลูกทุ่ง ใบเตย อาร์สยาม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งการที่บริษัทได้ ตัดสินใจเลือก ใบเตย อาร์สยาม เนื่องจากเป็นนักร้องที่มาแรง จากเพลง แน่นอก และเพื่อสื่อสารคุณภาพผลิตภัณฑ์และ สร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคเป้าหมาย จึงว่าจ้างใบเตยครั้งนี้ ด้วยงบ 7 หลัก โดยมีสัญญาการทำงาน 1 ปี หรืออาจจะมีการ เพิ่มสัญญา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลตอบรับจากผู้บริโภคด้วย

นอกจากนี้บริษัทยังได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ออนไลน์ ทั้งแอพพลิเคชั่นเรดิโอ โอเค เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตา- แกรม โซเชียลแคม และช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพื่อสร้างการ รับรู้ต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ซึ่งบริษัทคาดหวังยอดขาย ซ้อเจ็ด เซทคัพ ในปีนี้มากกว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น เท่าตัวในปีถัดไป โดยปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบประมาณทางการ ตลาดไว้ที่ 70 ล้านบาท

พันธ์ยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้ายอดขาย ไว้ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ปิดยอดขายไปได้ 100 ล้านบาท โดยปัจจัยที่จะทำให้บริษัทไปถึงเป้าหมายได้ นั้น คือ การสร้างแบรนด์ด้วยการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การ ทำตลาดในเชิงรุก และการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด และ ในเร็วๆ นี้ บริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินใหม่ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพเช่นเดิม





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ค่ายใหม่ งัดทีเด็ดชิงเค้กทยอยเปิดตัวหลังแผนตลาดนิ่ง


ค่ายขายตรงหน้าเก่า แห่เปิดม่านบริษัทอย่างเป็นทางการ ถือฤกษ์ ปีมังกรทองโชว์ทีเด็ดลงสนาม หลังใช้เวลาวางรากฐานมาหลายปี อีซี่ ฟาร์แมกซ์ อวดแผนจ่ายเร็ว ไฮบริด เข้าสู้ ฟุ้ง! ก.ย.ปี 56 โกยรายรับพันล้านบาท ด้าน ไทยเฮลท์ เน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อขุนยอดขาย 500 ล้าน ส่วน ไอยรา ดันตัวเองเป็น เจ้าแห่งสินค้าสกัดจาก งาดำ ทำแต้ม 100 ล้านบาท สมาชิก 1.5 หมื่นคน

หลังจากที่ใช้เวลาในการวางรากฐานบริษัทมาเป็นเวลาหลายปี จนกลายเป็นที่รู้จักและมีฐานตลาดพอสมควร บรรดาค่ายขายตรงหลายค่ายถือฤกษ์ดีปีมังกรล่วงเลยรอดพ้นวิกฤติน้ำท่วมเปิดตัว บริษัทอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละบริษัทต่างพากันงัดของดีที่ตนเองมีออกมาเป็นเรือธงสร้างยอดขาย ทำเอาสนามขายตรง ร้อนฉ่าขึ้นไปมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

> อีซี่ ฟาร์แมกซ์ ฟุ้ง 12 เดือน พันล.

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทได้เปิดตัวแผนการตลาดใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า ไฮบริด โดยเป็นแผนการตลาด แบบใหม่ที่บริษัท อีซี่ฯ เป็นผู้ออกแบบ โดย พัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของแผนเดิม

แผนการตลาด ไฮบริด เป็นแผนผสมผสานระหว่าง ไบนารี่ ระบบ บาลานซ์ พีวี 1:1 (บาทต่อบาท) และระบบไซเคิล 1:2 หรือการนำเอาระบบแบบวีคสตรอง ที่คุ้นเคยมาผสมผสานเข้ากับระบบไซเคิล ซึ่งมีจุดเด่นที่ช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากที่บริษัทได้ปรับในส่วนของแผนธุรกิจมาเป็นแบบไฮบริด บริษัทยังได้ ออกกลยุทธ์กระตุ้นนักขายด้วยโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ การมอบรถยนต์หรู กับนักธุรกิจ ที่สร้างผลงานได้ดีที่สุดในแต่ละลำดับ อีกทั้งยังมีการมอบเข็มเกียรติยศยกย่องนักธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และยังมีทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสให้กับนักธุรกิจในไทย โดยในส่วนของเป้าหมาย 1 พันล้านบาทนั้น บริษัทได้วางเดือนก.ย.ปี 56 เป็นเป้าหมายที่ยอดขายพันล้านจะต้อง ปรากฏในขุมทรัพย์ของบริษัท

บริษัท อีซี่ ฟาร์แมกซ์ เป็นบริษัทขายตรงที่มีฐานบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศ มาเลเซีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 โดยเพิ่งมีการเปิดตัวอย่าง เป็นทางการไปเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2555 โดย เวลาที่ผ่านมา เพื่อเป็นการวางรากฐานให้ กับบริษัท โดยอีซี่ ฟาร์แมกซ์มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก 13 ประเทศ โดยไทยเป็น ประเทศที่ 13 ซึ่งในเดือนก.ย.ปี 2556 บริษัทตั้งเป้าที่จะทำยอดขายสาขาไทยให้ได้ 1 พันล้านบาท

> ไทยเฮลท์ เน้นสื่อสร้างชื่อ

ด้านนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทไทยเฮลท์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ไทยเฮลท์ โดยมีสินค้าเรือธงตัวแรกอย่าง เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ Mushroom Drink น้ำเห็ดสมุนไพรจีน-ญี่ปุ่น ที่รวมเห็ด 6 สายพันธุ์ มาอยู่ในสูตรเดียวกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี หลายคน เริ่มที่จะให้ความสนใจและรู้จักบริษัทในฐานะเจ้าตลาดน้ำเห็ดสกัด

ส่วนแผนการตลาด บริษัท ไทยเฮลท์ ดำเนินการตลาดในรูปแบบที่เรียกว่า ระบบ ขายตรงลูกผสมสื่อ คือนำแนวคิดของแผนสแตร์สเต็ปในระบบขายตรงมาผสมผสานกับการใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อวิทยุ โดยเฉพาะคลื่นวิทยุเรดิโอ โอเค ซึ่งเป็นบริษัท แม่ของไทยเฮลท์ ที่มีมากกว่า 90 สถานี นอกจากนั้นบริษัทยังได้ขยายเครือข่ายการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไปยังวิทยุชุมชน กว่า 200 สถานี ทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทมีฐานสถานีวิทยุกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ และมีฐานผู้ฟังไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

ปีนี้บริษัทได้วางงบไว้สำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าของบริษัท ไทยเฮลท์ ไว้ประมาณ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีสินค้าคุณภาพในกลุ่มเสริมอาหารทั้งหมด 4 รายการด้วยกัน ได้แก่ 1.น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม 2.น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง 3.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชายวีเอ็มพลัส และ 4.สำหรับผู้หญิงยูเลดี้ และวางแผนระยะสั้น 3 ปี จะมีผลิตภัณฑ์ด้านดูแลสุขภาพมากกว่า 10 รายการ โดยปีนี้บริษัท ไทยเฮลท์ ตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมายอดขายลดลง 50% เนื่องจาก ในช่วงปลายปีประสบภัยน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้า และคาดว่าปีหน้ายอดขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาจปิดได้กว่า 500 ล้านบาท

> ไอยรา ตั้งตัวเป็นเจ้าสินค้างาดำ

นายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวในช่วงต้นปี และได้ส่งสินค้า เรือธงอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิมมูล่า สารสกัดจากงาดำที่ได้รับการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย ครึ่งปีแรกบริษัทปิดยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้าน บาทอย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกคาดว่า สิ้นปีอาจถึงเป้า 1.5 หมื่นรหัส เนื่องจากปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 8 พันรหัส

นอกจากสินค้าเรือธงอย่างผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารอิมมูล่าแล้ว บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการด้วยกัน โดยอาจจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่ม สุขภาพ, ความงาม, การเกษตร, และกลุ่ม กระชับสัดส่วน ซึ่งสินค้าที่บริษัทวางแพลน จะให้เป็นสินค้าเรือธงตัวที่สอง คือ กลุ่มการเกษตร เนื่องจากมองว่าสินค้าทางการ เกษตรเป็นสินค้ามวลชน เพราะประชากร ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีอาชีพ ทำไร่ ทำสวน หากบริษัทต้องการให้ประชากร กลุ่มนี้หันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทก็จำเป็นต้องมีสินค้าทางการเกษตรเป็นใบเบิกทางให้ชื่อของบริษัทไอยราได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชากรเหล่านี้ และเมื่อพวกเขารับรู้ว่าบริษัทคัดสรรแต่สิ่งที่ดีมานำเสนอ เขาก็จะหันมาสนใจสินค้าอื่นๆ ของบริษัท นั่นเอง

ส่วนครึ่งปีหลังบริษัทได้วางกลยุทธ์ ลงภาคสนาม เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ นอกจากนั้นบริษัทกำลังเร่งดำเนินการในเรื่องของระบบการฝึกอบรม โดยดึง อ.ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรม มาร่วมผนึกกำลังเสริมความแกร่งให้กับบริษัท ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ กล่าวว่า การอบรมจะแบ่งเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.คนที่เริ่มทำธุรกิจ จะอบรมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติมเต็ม 2.การพัฒนาบุคลากรในสถาบัน อบรมให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจ คืออะไร สินค้าคืออะไร 3.วิถีผู้นำไอยรา ภาวะผู้นำ 4.หลักสูตรผู้บริหาร และ 5.ชื่อคอส ว่า We are Aiyara ทุกคนคือไอยรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1347ประจำวันที่ 27-10-2012 ถึง30-10-2012

ไทยเฮลท์ (Thai Health) ส่ง วีเอ็ม พลัส (VM Plus) ลุยตลาดสุขภาพท่านชาย


ตลาดเสริมอาหารชายมาแรง ไทยเฮลท์ สบช่อง ส่ง วีเอ็ม พลัส ลุยตลาดโค้งสุดท้าย หลังพบตลาด เสริมอาหารสำหรับผู้ชายมูลค่าสูงถึง 3,000 ล้านบาท คาดหลังเปิดตัว วีเอ็ม พลัส จะช่วยผลักดันสัดส่วน ยอดขายได้ 40% พร้อมใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบ Eco ดันยอด หวังปิดยอดสิ้นปี 100 ล้านบาท


พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงาน ไตรมาสสุดท้ายว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บำรุงร่างกายออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อ วีเอ็ม พลัส เพื่อเจาะ กลุ่มผู้ชาย หลังผลการสำรวจพบว่าตลาดผลิตภัณฑ์บำรุง สุขภาพสำหรับผู้ชายมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปีประมาณ 20% และมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าว บริษัทจึงมองเป็นโอกาส ทางการตลาดที่ดี ที่จะเข้าไปทำตลาดในผลิตภัณฑ์ กลุ่มนี้ และในฐานะที่บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมั่นใจว่าการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพร่างกายชาย วีเอ็ม พลัส ครั้งนี้ จะช่วยผลักดันยอดขาย วีเอ็ม พลัส ให้ได้ 40% ภายในสิ้นปี


วีเอ็ม พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอา ตำรับยาสมุนไพรจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ มาพัฒนาโดยใช้วิทยาการและเทคโนโลยี การผลิตสมัยใหม่ โดยผลิตภัณฑ์ วีเอ็ม พลัส มีให้เลือก 2 แบบ คือ กล่องใหญ่ ขนาดบรรจุ 20 แคปซูล ในราคา 1,500 บาท และกล่องเล็กขนาดบรรจุ 2 แคปซูล ในราคา 200 บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้รับการ รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็น ที่เรียบร้อยแล้ว


นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นกลยุทธ์หลัก แล้ว บริษัทยังเตรียมแผนกระตุ้นตลาดในไตรมาสสุดท้าย ด้วยการจัดกิจกรรมทางการตลาดอีกหลายกิจกรรม เช่นรายการสินค้าโปรโมชั่น ทริปท่องเที่ยวประจำปี การอบรม สนับสนุนการขาย รวมถึงการเพิ่มช่องทางการสื่อสาร ให้เข้าถึงผู้แทนจำหน่ายและลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น


อีกทั้งบริษัทยังได้จัดทำเครื่องมือทางการตลาด ที่เรียกว่า Eco (อีโค) เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างกลุ่ม ผู้แทนจำหน่ายและเครื่องมือที่ผู้แทนจำหน่ายสามารถนำ ไปใช้แนะนำผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง นอกจากสื่อหลักอย่าง วิทยุชุมชน และโทรทัศน์ระบบดาวเทียม ซึ่งเป็นไปตาม แผนการขายฐานกลุ่มผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น


สำหรับ Eco ในความหมายของบริษัท หมายถึง Electronic Catalog แคตตาล็อกสินค้ารายการต่างๆ ที่มี เนื้อหาเกี่ยวกับสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการ จำหน่าย ราคาผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริม การขาย และการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น และ Electronic Order ซึ่งเป็นระบบการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบ ออนไลน์ ที่สะดวกกับตัวแทนจำหน่ายและสมาชิกในการ สั่งซื้อสินค้าที่ต้องการ


พันธ์ยศ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้งบลงทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของไทยเฮลท์นั้น จะเป็นลักษณะขายตรงแบบไดเร็กเซลส์ ผ่านสื่อที่มีอยู่ในมือ ทั้งคลื่นวิทยุชุมชนใน เครือกว่า 90 สถานี คลื่นวิทยุของบริษัท ในกลุ่มอีก 100 สถานี และของเครือข่าย รวมกว่า 300 สถานี ในต่างจังหวัด ทั่วประเทศ และช่องสวัสดีทีวี ที่ออกอากาศทางเคเบิลทีวี รวมถึง ร้านค้าปลีก และร้านขายยา


สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้า 100 ล้านบาท และ คาดว่าจะเป็นไปตามที่ตั้งไว้ โดย ยอดขายดังกล่าวแบ่งสัดส่วนเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำเห็ดสกัด มัชรูม พลัส 50% ผลิตภัณฑ์เสริม- อาหารบำรุงสุขภาพชาย วีเอ็ม พลัส 40% และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสตรี ยูเลดี้ 10%


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 209 วันที่ 16-31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : รุกตลาดโค้งสุดท้ายเต็มสูบเปิดช่องทางใหม่แค็ตตาล็อกออนไลน์


ไทยเฮลท์ เขย่าตลาดโค้งสุดท้าย เปิดตัว สินค้าใหม่ วี เอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพท่านชาย หวังโกยเป้า 40% จากยอดขายรวม มองไกล 3-5 ปี ขึ้นสู่ผู้นำอันดับ 1 ตลาดสุขภาพชาย พร้อมกันนี้ยังผุด ช่องทางจำหน่ายใหม่ Ego หรือ แค็ตตาล็อก ออนไลน์ หวังทำกำไรจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบ ในความสะดวกสบาย

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า บริษัทพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพชาย มีชื่อว่า วี เอ็ม พลัส หลังจากเมื่อต้นปีได้ส่งผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสมุนไพรสกัด มัชรูม พลัส และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสตรี ยูเลดี้ ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วได้รับผลการตอบรับด้วยดี ซึ่งปัจจุบัน ถือว่าผลิตภัณฑ์ น้ำเห็ดสกัดของบริษัทเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำเห็ด หากเทียบสัดส่วนยอดขายสินค้าทั้งหมด ของบริษัท น้ำเห็ดสกัดมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 50%, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสตรี 10% ส่วนสินค้าใหม่ วี เอ็ม พลัส ตั้งเป้ายอดขายในช่วงปลายปีนี้ 40% จากยอดขายโดยรวม

ตนมั่นใจว่า เป้าหมายดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วี เอ็ม พลัส ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง เพราะจากการสำรวจตลาดพบว่าตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพผู้ชาย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี และมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท และในฐานะที่บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ วี เอ็ม พลัส จะสามารถสร้างยอดขาย 40% ของยอดขายรวมภายในปี 2555 นี้ได้แน่นอน

นายพันธ์ยศ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วี เอ็ม พลัส ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น หอยนางรม, กระเทียม, เห็ดหลินจือ, โสมไซบีเรีย มาพัฒนาโดยใช้วิทยาการและเทคโนโลยีในการผลิตสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับในการฟื้นฟูและป้องกันผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของตับและ ไต โดยปัจจุบันสินค้าดังกล่าวมีจำหน่าย 2 ขนาดด้วยกันคือ กล่องใหญ่ขนาดบรรจุ 20 แคปซูลในราคา 1,500 บาท และกล่องเล็ก ขนาดบรรจุ 2 แคปซูลในราคา 200 บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าสินค้าของบริษัท มีคุณภาพ และปลอดภัย 100% ทั้งนี้ในต้นปีหน้า บริษัทจะมีการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เพื่อโปรโมตสินค้าดังกล่าวให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนมากขึ้น ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2556 น่าจะเห็นผลตอบรับที่ชัดเจนขึ้น โดยคาดหวังว่าอีก 3-5 ปี บริษัทจะก้าวเป็นผู้นำอันดับ 1 สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผู้ชาย

นอกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพชาย วี เอ็ม พลัส ที่จะเป็น เครื่องมือหลักในการกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายแล้ว ไทยเฮลท์ ยังมีทีเด็ด เพื่อบุกตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายอีกอย่างหนึ่ง คือ การจัดทำเครื่องมือการตลาดที่เรียกว่า Eco (อีโค) หรือ Electronic Cata-log ซึ่งเป็นแค็ตตาล็อกแสดงรายการสินค้า ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ สรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย ราคาผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น นอกจาก นี้ ยังมีส่วนของ Electronic Order ซึ่ง เป็นระบบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่ม ความสะดวกให้กับตัวแทนจำหน่ายและสมาชิกในการสั่งสินค้าที่ต้องการ

นอกจากบริษัทไทยเฮลท์จะมีสื่อหลักอย่างวิทยุชุมชนที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 สถานี และโทรทัศน์ระบบดาวเทียม ที่อยู่ในเครือ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย บริษัท แม่ของไทยเฮลท์ เป็นช่องทางจำหน่ายหลักแล้ว การเปิด Eco (อีโค) หรือ แค็ตตาล็อก ออนไลน์ ยังสามารถเพิ่มช่องทาง การตลาดขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นอีกด้วย

นายพันธ์ยศ ยังได้เปิดเผยตัวเลขงบลงทุนสำหรับการทำกิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ว่า บริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ครอบคลุมกิจกรรมทาง การตลาดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น รายการสินค้า ทริปท่องเที่ยวประจำปี การ ฝึกอบรม ระบบสนับสนุนงานขาย รวมถึง การเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงผู้แทน จำหน่ายและลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความ แข็งแกร่งและก้าวสู่ผู้นำตลาดในอนาคต


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012