ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค (Praram 9 Network) : รัฐต้องรีบปรับ ก.ม. ให้ทัน AEC







601107_10152620087525447_1934214469_n (Mobile)

 


ดูท่าเรื่องที่จะมีการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นสิ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการตระหนักเป็นพิเศษ ส่งผลให้มองย้อนมาที่เรื่องของกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต่างเกรงกันว่า หาก AEC เริ่มขึ้น การลงทุนของบริษัทต่างชาติจะเข้ามาใน ไทยเพิ่มขึ้น แน่นอนยิ่งบริษัทมากขึ้น คนเยอะขึ้น ความวุ่นวายย่อม มากขึ้นตาม แล้วกฎหมายขายตรงไทยจะปรับต้วอย่างไรเมื่อเวลานั้น มาถึง


นายนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ กรรมการบริหาร บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยในประเด็นกฎหมายขายตรงว่า อาชีพขายตรงสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาท ซึ่งยังช่วยในเรื่องของคนที่ตกงานให้มีอาชีพทำ แต่ที่คนส่วนใหญ่กลัวไม่กล้าเข้ามาทำ เพราะเกิดจากกลุ่มคนที่คิดแต่จะเอาประโยชน์หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเข้ามาลงทุน จากนั้นก็ปิด บริษัทและหนีหายไป ซึ่งจะไปตามจับตัวมาดำเนินคดีก็ยาก กว่าจะแจ้ง ความดำเนินคดีได้ต้องใช้เวลานาน


"แม่ทีมส่วนใหญ่ชอบย้ายบริษัทกันบ่อย ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความเสียหาย เพราะยอดขายหายกำไรหด เพราะแม่ทีมเวลาย้ายทีม จะชอบดึงเอาลูกทีมไปเกือบทั้งหมด และยังมีบางคนมาพูดไม่ดีให้ร้าย กับบริษัทอีก ทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย โดยกฎหมายก็ยังไม่สามารถ เอาผิดกับแม่ทีมเหล่านี้ได้ จึงอยากให้มีการแก้ไขปรับปรุงโดยเร่งด่วน"


"นัทธวัฒน์" กล่าวต่อว่า ในปี 2558 การเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียนก็เกิดขึ้น ทำให้ประเทศไทยที่มีบริษัทขายตรงเป็นจำนวนมาก รัฐบาลต้องรีบออกกฎหมายที่ควบคุมได้มารองรับตรงจุดนี้อย่างเร่งด่วน เพราะตลาดอาเซียนเริ่มขึ้นเมื่อไร จะมีคนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศเยอะขึ้น และในจำนวนประชากรไทยกว่า 60 ล้านคน มีคนทำอาชีพเครือข่ายประมาณ 10 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้


ปัจจุบันมีกลุ่มไม่หวังดีใช้วิธีการหลอกลวงมากมาย ทำให้คนที่ตั้งใจอยากจะประสบความสำเร็จ เมื่อโดนหลอกหมดตัว ก็เกิดความกลัวและบอกต่อจนทำให้ธุรกิจขายตรงจากสีขาวกลายเป็นสีดำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมีกติกาควบคุมที่เหมาะสม ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น คือ ควบคุมให้ทั่วถึงและยุติธรรม เชื่อว่าปัญหาต่างๆ ในธุรกิจวงการขายตรง จะค่อยๆ หมดไปเอง และทำให้ธุรกิจเครือข่ายดูมีความน่าเชื่อถือ มีภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ดูน่ากลัวอีกต่อไป


ธุรกิจเครือข่ายสามารถทำเป็นอาชีพหลักได้จริง อีกทั้งยังสามารถ ทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย โดยอยู่ที่ใครจะแบ่งเวลามาทำเท่านั้น ซึ่งอาชีพนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงฐานะได้ สามารถมีรายได้ไร้ขีดจำกัด และยังเกษียณในอาชีพได้ด้วย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค (Praram 9 Network) : 'พระรามเก้า' ผุด! สินค้าฉลากอาเซียน เตรียมความพร้อมลุยขยายตลาดเออีซี







1383996_773618792663794_211961707_n (Mobile)

 


"พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค" ผุดไอเดียผลิตฉลากสินค้าอาเซียนแปะติดผลิตภัณฑ์ ทุกรายการ หวังให้แม่ทีมออกลุยตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น รับพอใจผลการดำเนินธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ชี้สินค้าบริษัท ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ มั่นใจสิ้นปี 2556 กวาดรายได้ 50 ล้านบาท สมาชิกแตะ 8,000 รหัส นายนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ กรรมการบริหาร บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค จำกัด ได้เผยว่า บริษัท ยังคงเน้นแผนการสร้างรากฐานให้แข็งแรง โดยเฉพาะสมาชิก จะต้องมีศักยภาพสามารถออกไปทำงานได้อย่างมืออาชีพ เพราะ สมาชิกจะต้องขึ้นไปเป็นผู้นำต่อไป หากสมาชิกมีคุณภาพแล้ว บริษัทก็จะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถขยายเครือข่าย ออกไปได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงผลกำไรก็จะตามเข้ามาเอง "นี่ก็ผ่านมาเกือบ 1 ปีกว่าๆ บริษัทกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงแรกๆ เป็นปีแห่งการวางรากฐาน เน้นในการสร้างคนอย่างแท้จริง และมีการเจาะตลาดในกลุ่มผู้บริโภคใช้จริงและพัฒนา จนเป็นนักธุรกิจ ซึ่งสินค้าชูโรงยังเป็นกลุ่มดูแลสุขภาพคือ ยาสมุนไพรจีน "ปาชินซุ่ย" และ "ซินแปะฮ้อ" มีสรรพคุณบำรุงร่างกายที่เป็นทั้งหยินและหยาง เป็นต้นตำรับยาแห่งราชวงศ์จีน โบราณมากว่า 500 ปี ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น" อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท มีการเติบโตต่อได้ตามเป้าที่วางแผนเอาไว้ ทำให้ครึ่งปีหลัง บริษัทได้เตรียมกระตุ้นยอด ขายด้วยการเพิ่มรายการสินค้าในหมวดสุขภาพออกมาหลายโปรดักต์ และยังได้จัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวรวมถึงหลักสูตร เทรนนิ่งฝึกความเป็นผู้นำที่เข้มข้นขึ้น โดยได้ลงพื้นที่ไปอบรมกันในหลายๆ จุดสำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี มีสมาชิกหน้าใหม่ๆ เข้ามาร่วมธุรกิจเยอะมาก "บริษัทได้ทำการบุกเบิกอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยกลยุทธ์หลักที่จะนำพาไปสู่เป้าหมาย คือ การฝึกอบรมแก่นักธุรกิจให้มีความรู้ มีคุณภาพ มีคุณธรรมในการเสนอขายภายใต้หลักสูตร News Business Opportunities : NBP เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่นักขาย พัฒนาหลักการขาย และข้อมูลเชิงลึกของ บริษัท โดยหลักสูตรนี้จะเป็นกุญแจสำคัญ ไปสู่ความสำเร็จ" "นัทธวัฒน์" ได้กล่าวถึงเป้าหมายในสิ้นปีนี้ว่า บริษัทค่อนข้างมั่นใจจะสามารถ ปิดยอดขายที่ 50 ล้านบาท โดยในแต่ละเดือนมียอดขายเฉลี่ยประมาณ 5 ล้านบาท ส่วนสมาชิกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 8,000 รหัส แบ่งเป็นแอ็กทีฟประมาณ 35% ซึ่งกลุ่มสมาชิกส่วนใหญ่ของบริษัทจะมาจากภาคใต้ และอีสาน โดยถือเป็นเรื่องที่โชคดีที่บริษัทสามารถยืนหยัดอยู่บนเส้นทางสายธุรกิจเครือข่ายได้ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจ ชะลอตัว "ก่อนหน้านี้ บริษัทมีสมาชิกประมาณ 4,000 รหัส และคนกลุ่มนี้อยู่กับบริษัทมา ตั้งแต่ช่วงบุกเบิก จนก้าวมาสู่เป็นนักขายระดับผู้นำสูงสุดของบริษัท ตอนนี้ได้ขยาย เครือข่ายแตกสายงานออกไปมากขึ้น จนทำให้เวลานี้บริษัทมั่นใจที่จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 8,000 รหัส และในต้นปี 2557 ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว" ในส่วนของสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังได้ไปเปิดที่สาขาที่ จ.บุรีรัมย์ กับ จ.ราชบุรี และเร็วๆ นี้ เพิ่งเปิดเพิ่มเติมที่ จ.นครศรีธรรมราช ในอ.ทุ่งสง ใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท และยังมีที่สมาชิกได้ไปเปิดเองอีกหลายแห่ง แต่ยังไม่ได้ตั้งเป็นสาขาอย่างเป็นทางการ ซึ่งไปเปิดเป็นลักษณะโมบายรวมแล้วกว่า 100 แห่ง ขณะที่การรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนในปี 2558 นั้น "นัทธวัฒน์" กล่าวต่อว่า บริษัทยังไม่ได้ไปเปิดสาขาในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ แต่ได้มีการเข้าไปออกบูธในประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น โดยได้ให้แม่ทีมไปขยายสายงานในแถบอาเซียนกันไปก่อน ซึ่งสินค้าทุกรายการของบริษัทได้มีการผลิตฉลากสินค้าเป็นภาษาอาเซียนครบทั้ง 10 ประเทศ เพื่อให้แม่ทีมออกไปทำตลาดได้ง่ายขึ้น โดยได้ เริ่มมีการวางจำหน่ายไปบ้างแล้วในประเทศ เพื่อนบ้านใกล้ๆ


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/