ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวโมรินดา (Morinda) : ‘มร.จอห์น’ลั่น!พร้อมสนับสนุนโมรินดาเอเชีย เร่งปูพรมกลยุทธ์ใหม่พื้นที่สีขาวสร้างการรับรู้







JohnW (Mobile)

 


บริษัทแม่โมรินดา เดินหน้าประกาศจุดยืนธุรกิจ พร้อมสนับสนุนตลาดเอเชียทุกรูปแบบ ชี้วันนี้ตลาดโมรินดาที่เข้มแข็งที่สุดอยู่ที่ยุโรปและเอเชีย...ล่าสุดเข็นกลยุทธ์ใหม่บุกเครือข่ายทั่วโลกด้วยกลยุทธ์พื้นที่สีขาว (White space) หวังเข้าถึงพื้นที่กลุ่มใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้…แย้มในอนาคตเตรียมดันโรงงานในจีนส่งสินค้าไปยังทวีปเอเชียทั้งหมด


มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทโมรินดา เผยถึงนโยบายหลักในการทำตลาดเมืองไทยว่า บริษัทแม่พร้อมที่จะสนับสนุนโมรินดาในประเทศไทยทุกรูปแบบทั้งในเรื่องของสินค้า การจัดประชุมต่างๆ เป็นต้น ที่สำคัญ ต้องบอกว่าตลาดทั่วโลกของโมรินดา ค่อนข้างที่จะมีความเข้มแข็งอย่างมากโดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย และการที่โมรินดามีสำนักงานในหลายๆ ประเทศนี่เอง ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าในตลาดเอเชียน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ค่อนข้างเติบโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน


“ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า โมรินดาถือกำเนิดขึ้นจากการค้นคว้าวิจัยเพื่อส่งมอบคุณค่าทางธรรมชาติให้กับผู้คนทั่วโลก ไม่ใช่ความคิดทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่เราให้ความสำคัญ เรื่องอื่นๆ เป็นสิ่งที่ตามมา จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 17 ปี ที่โมรินดายังคงสานต่อพันธกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีนักวิจัยและพัฒนาสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เราก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ และยังได้สร้างมิลเลี่ยนแนร์คลับอย่างต่อเนื่องมากกว่า 250 คนทั่วโลกอีกด้วย”


มร.จอห์น ยังกล่าวถึงทิศทางของโมรินดาในเอเชียอีกว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา โมรินดาได้ประกาศว่าจะสร้างโรงงานในเอเชีย ซึ่งขณะนี้โรงงานดังกล่าวได้สร้างขึ้นแล้ว โดยอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งที่จีนจะเป็นเสมือนศูนย์กระจายและจัดส่งสินค้าของโมรินดาอีกทางหนึ่ง แต่ทั้งนี้ในส่วนของสินค้าโมรินดาที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยนั้น ขณะนี้ยังคงเป็นการนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดิม


ส่วนแผนงานในอนาคตกับโรงงานที่ประเทศจีนนั้น ทางโมรินดามีแผนที่จะส่งสินค้าไปยังทวีปเอเชียทั้งหมดด้วย ส่วนจะเป็นช่วงเวลาไหนนั้น ต้องดูถึงความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันโมรินดามีประเทศที่บรรจุสินค้าส่งไปยังประเทศต่างๆ อยู่ 3 ประเทศด้วยกัน คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน


“สำหรับในประเทศจีนนั้น ได้มีการทำการเปิดมาแล้ว 7 ปี ซึ่งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมานั้น ที่จีนไม่ได้เป็นในลักษณะของ MLM แต่จะเป็นในลักษณะของการจำหน่ายมากกว่า โดยเป็นการขายแบบปลีกและขายส่งควบคู่กัน ซึ่งตลาดในประเทศจีนหากเทียบกับแต่ละประเทศแล้ว จีนค่อนข้างเติบโตเร็วมาก ซึ่งที่ผ่านมา ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าโมรินดาที่ประสบความสำเร็จได้ส่วนหนึ่งก็มาจากประเทศจีน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การทำตลาดโมรินดาในประเทศจีน ทางบริษัทแม่จึงเน้นที่การทำตลาดที่ถูกต้อง เพราะค่อนข้างที่จะคาดหวังหวังกับตลาดในประเทศดังกล่าวนั่นเอง”


ปัจจุบันยอดขายโมรินดาในทวีปเอเชียที่สูงสุดนั้นอยู่ที่ อันดับ 1 ประเทศญี่ปุ่น อันดับที่ 2 ประเทศจีน และอันดับที่ 3 ยอดขายในแต่และประเทศค่อนข้างใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย ,ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย,สิงคโปร์ เป็นต้น


ประธานบริษัทโมรินดา กล่าวอีกว่า สิ่งที่โมรินดามีแผนที่จะทำต่อจากนี้คือ การประชา สัมพันธ์ TruAge ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ให้ได้มากที่สุด โดยในช่วงที่ผ่านมา ทางโมรินดาได้มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าวไปบ้างแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นในลักษณะของโมบายแคมเปญ เพื่อให้คนได้รับรู้ถึง TruAge มากขึ้น


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำประเทศไทย กล่าวเสริมอีกว่า ขณะนี้ TruAge เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นหัวข้อของการสนทนาในทุกๆวัน ในทุกๆประเทศ เราเห็นการเตือนผู้คนให้ตระหนักและเห็นความสำคัญของ AGE ที่เป็นหัวข้อและการค้นพบคำตอบใหม่ๆ ด้านสุขภาพในยุคสมัยนี้ เราเห็นรายการข่าวโทรทัศน์ สารคดีต่างๆ ผู้สื่อข่าวสุขภาพ นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ บล็อคและเว็ปไซต์ที่ลงข้อความนี้ และความกระตือรือร้นในการเผยแพร่ข้อความนี้ไปยังผู้เข้าชมและผู้อ่าน เราเห็นภาพเพื่อนสนิทและสมาชิกในครอบรัว เพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้าน เริ่มตระหนักถึง AGE และเป็นหัวข้อการสนทนาในงานสังสรรค์ต่างๆ ในสังคม ในการประชุม ประสานงาน การสนทนาที่ทำงาน และการสนทนาส่วนตัว


“เห็นได้ชัดเจนว่า AGE เริ่มเป็นประเด็นหลัก ผู้คนเริ่มตระหนักถึง AGE มากขึ้น พวกเขาเริ่มเปลี่ยนวีธีการรับประทานและนิสัยส่วนตัวอื่นๆ เพื่อจัดการกับระดับ AGE เครื่อง TruAge Scanner เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น และค่อยๆมีจำนวนหลายร้อย หลายพันคนในแต่ละตลาด และความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น การได้รู้ระดับ AGE เริ่มเป็นสิ่งที่สำคัญกับทุก ๆ คน เหมือนกับการรู้ค่าความดันเลือด, คอเลสตอรอล และน้ำตาลในเลือด หรือ ค่าดัชนีมวลกาย”


นางวิภารัตน์ เสริมอีกว่า โมรินดาทั่วโลกยังคงเดินหน้าเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ AGE อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมต่างๆถูกส่งต่อไปยังผู้คนจากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน ขยายไปเรื่อยๆทะลุหลักล้านคน จนล่าสุดวีดีโอชุด TruAge ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ TruAge.com และช่องทางอื่นๆ ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัล GOLD STEVIE @ WINNER จากเวที International Business Awardsและจะขึ้นรับรางวัลดังกล่าวในวันที่ 14 ตุลาคม ที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน


นอกจากนี้ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทโมรินดา ยังกล่าวถึงทิศทางของโมรินดาในทวีปเอเชียอีกว่า โมรินดาบริษัทแม่ยังมีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งในแต่ละประเทศที่โมรินดามีสำนักงานอยู่ในทวีปเอเชียอีกด้วย อาทิ จีน, อินโดนีเซีย, ไทย เป็นต้น โดยปัจจุบันโมรินดามีสำนักงานอยู่ 36 ประเทศด้วยกัน ที่สำคัญ โมรินดา ยังมีแผนที่จะขยายออฟฟิศอีกหนึ่งแห่งในประเทศเกาหลีอีกด้วย จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1 แห่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดในประเทศเกาหลีค่อนข้างที่จะได้รับการตอบรับที่ดีนั่นเอง


พร้อมกันนี้ ยังได้มีแผนการสร้างกลยุทธ์ที่เรียกว่าพื้นที่สีขาว (White space) ในพื้นที่ที่ทางโมรินดายังเข้าไปไม่ถึง เพื่อสร้างการรับรู้อีกด้วย โดยกลยุทธ์ดังกล่าวได้มีการเริ่มใช้ไปบางแล้วในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในประเทศไทยนั้นได้มีการเข้าไปรุกในพื้นที่ภาคอีสานบ้างแล้ว อาทิ นครราชสีมา, นครพนม, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ได้เน้นในส่วนของกลยุทธ์พื้นที่สีขาว (White space) ในประเทศไทยมากนัก โดยจะเป็นการเน้นในเรื่องของการสร้างการรับรู้ของ AGE เสียมากกว่าก่อน


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวโมรินดา (Morinda) : 'โมรินดา' รุกตลาดเอเชียเตรียมเปิดสาขาในจีน







20120541033941 (Mobile)


โมรินดา โชว์ศักยภาพด้านค้นคว้าวิจัยและเทคโนโลยี เล็งเปิดสาขาในจีนหลังปูทางผ่านโรงงานผลิตกว่า 7 ปี กางแผนบุกตลาดเอเชียด้วยกลยุทธ์พื้นที่สีขาว ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิก ผู้นำนวัตกรรมน้ำโนนิ สู่ อิริดอยส์และTrueAge


มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท โมรินดา เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจขายตรงมากว่า 17 ปี บริษัทมีสาขาทั่วโลกกว่า 36 ประเทศ และมีการจัดจำหน่ายสินค้ากว่า 72 ประเทศ แสดงให้เห็นความแข็งแกร่งและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในยุโรปและเอเชีย


"ตลาดทั่วโลกของมิรนดามีความเข้มแข็งมาก โดยเฉพาะที่ยุโรป แล้วก็เอเชีย เรามีสำนักงานที่ญี่ปุ่น เกาหลีและ มีหลายที่ในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลยเซียและไทย จากการที่เรามีสำนักงานในหลายประเทศในเอเชียทำให้มีแผนสนับสนุนแผนการเติบโตในแถบนี้"


มร.จอห์น กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทคือจะสร้างฐานการผลิตในเอเชีย ซึ่งขณะนี้มีโรงงานที่ประเทศจีนและญี่ปุ่น หากแต่ทั้งสองประเทศผลิตและจำหน่ายสินค้าเฉพาะในประเทศเท่านั้น บริษัทมีแผนการระยะยาวว่าจะขยายฐานการส่งสินค้าในแถบเอเชียโดยศักยภาพของโรงงานที่จีนนั้นสามารถแพ็คกิ้งและส่งไปจำหน่ายได้ในเอเชีย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทมีการจดทะเบียนทำตลาดในระบบขายตรงที่จีนแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของรัฐบาลจีน โดยที่ผ่านมาบริษัทมีโรงงานผลิตและจำหน่ายสินค้าในรูปแบบค้าปลีกและค้าส่งมากว่า 7 ปี


"ตอนนี้เราเตรียมจดทะเบียนขายตรงที่จีน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เรามีสินค้า และโรงงานที่นั่น แต่ไม่ได้จัดในรูปแบบไดเร็คเซลล์ แต่เราทำแบบขายปลีกและขายส่ง ซึ่งลงทุนเป็นหลักล้านเหรียญ"


สำหรับแนวทางการตลาดของบริษัท ขณะนี้มีการมองศักยภาพของบางประเทศเพื่อที่จะเข้าไปเปิดสาขา รวมทั้งการเปิดศูนย์หรือสาขาเพิ่มเติมในประเทศจีน อินโดนีเซีย ไทย และอังกฤษ เป็นต้น โดยเฉพาะแนวทางสนับสนุนตลาดในไทยซึ่งมีมากว่า 14 ปีนั้น บริษัทมีแผนรองรับในระยะยาว โดยสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นคือ การศึกษางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง


"บริษัทของเราเข้มแข็งและมีสาขาทั่วโลก เรามีคำมั่นสัญญากับตลาดที่ประเทศไทย ส่วนหนึ่งคือกับผู้คนที่ประเทศไทย เรามีแผนระยะยาวที่จะอยู่กับประเทศไทยไปนานแสนนนาน จากความมุ่งมั่นตลอดหลายปีของการวิจัยและพัฒนา เป็นสิ่งหนึ่งที่เรามีความภาคภูมิใจ เราได้ทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการแสวงหาคำตอบ สู่การค้นพบความลับ และการพัฒนาสูตร ผลการจดสิทธิบัตร ทำให้เราเป็นบริษัทที่เข้มแข็งและมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้เรายังได้เราได้ออกแบบ Logo โมรินดาขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีความสัมพันธ์และคล้ายคลึงกับ Logo ของโมรินดาในยุคเริ่มต้น ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ตาฮิเตียน โนนิ โดยได้ค้นพบอิริดอยส์ และไบโอแอคทีฟ จนกระทั่งปัจจับนกับการค้นพบ TruAge ทั้งนี้เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ขององค์กรที่จะช่วยให้เราระลึกถึงที่มาและวิสัยทัศน์ที่แท้จริง เรายังคงความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับชาวตาฮิติ โมรินดาเป็นธุรกิจแห่งความภาคภูมิใจและหุ้นส่วนทางวัฒนธรรมกับรัฐบาลและประชาชนของ French Polynesia นี้เป็นส่วนหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจของมรดกทางวัฒนธรรมของเรา" มร.จอห์น กล่าว





Credit By :http://www.ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

‘ตาฮิเตียน โนนิ’ ขอผงาดอีกครั้ง! หวังติด TOP5 ยอดขายสูงสุด MLM


“ตาฮิเตียน” ฉลองครบรอบ 10 ปี ประกาศขอทวงคืนบัลลังก์ขายตรงอีกครั้ง พร้อมหวังติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุด ลั่นเป้าใหญ่ปี’54 ขอยอดขายแตะ 1,000 ล้าน ชี้!หลัง “ตาฮิเตียน” ปรับองค์กรใหม่หลายอย่าง ธุรกิจดีวันดีคืน...เผยเตรียมทุ่มงบ โฆษณาผ่านสื่อหวังตอกย้ำแบรนด์สร้างการรับรู้ พร้อมผลักดันตาฮิเตียนเมืองไทยสู่ศูนย์กลางธุรกิจของเอเชีย...ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องดื่มชีวภาพ “ไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจ” มั่นใจตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกความต้องการ ...เมื่อเร็วๆ นี้ “บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ได้มีการจัดงานฉลองความสำเร็จ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โดยงานนี้มีเหล่าสมาชิกได้ตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว นับได้ว่า การก้าวเดินครั้งสำคัญในเส้นทาง “ธุรกิจขายตรง” ในครั้งนี้...“ตาฮิเตียน” ขอกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ได้เงียบหายไปนานเลยทีเดียว

ซึ่งในวาระฉลองครบรอบ 10 ปีนี้เอง “ตาอิเตียน” ได้ประกาศพร้อมที่จะกลับมาทวงคืนบัลลังก์ หวังติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุดเหมือนเช่นดั่งอดีตอีกครั้ง รวมถึงยังตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปี 2554 ถึง 1,000 ล้านบาทด้วยเช่นกัน...เรียกว่าเป็นการกลับมาอย่างไม่ธรรมดาก็ว่าได้

เพราะเห็นได้จากเริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ “ตาฮิเตียน” มีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการปรับแผนเสริมเขี้ยวเล็บให้กับองค์กรใหม่ ด้วยแผนการตลาดที่เร้าใจมากกว่าเดิม การสนับสนุนด้านต่างๆ จากบริษัทแม่ที่มีมากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้มีความทันสมัย เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ไปจนถึงแพ็คเกจจิ้งสินค้าใหม่ให้มีสีสันสดใส ใช้วัตถุดิบที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เรียกได้ว่า เป็นที่จับตามองของใครหลายๆ คนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงได้อย่างมากเช่นกัน...

ทั้งนี้ ในส่วนของเป้าหมายครั้งสำคัญที่ “ตาฮิเตียน” ตั้งไว้นับจากนี้ไปนั้น “วิภารัตน์ รัตนพรหมมา” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปี 2554 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับการกลับมาเติบโตในธุรกิจนี้และติดอันดับ 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยทางบริษัทฯ จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากท่านประธานบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนการขาย เป็นต้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

...จะเห็นได้ว่า ด้วยยอดขายของ “ตาฮิเตียน” ในประเทศไทยที่พุ่งทะลุถึง 600% ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แสดงถึงอัตราการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งปัจจัยหลักนั้นมาจากแรงสนับสนุนของประธานบริษัท มร.จอห์น วาดส์ เวิธ ที่ได้ลงทุนในการฟื้นฟูตลาดในเมืองไทยให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญนอกเหนือจากการสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่แล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มีการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนต่างๆ เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมายรวมถึง IPC หรือผู้นำที่อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันด้วย

“วิภารัตน์” ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการทุ่มงบประมาณในการพัฒนาเพื่อค้นคว้าผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดก็ได้ค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ “อิริดอยส์” ที่มีมากในผลโนนิ ขณะนี้บริษัทฯ กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาเป็น “ไบโอแอค ทีฟเบเวอร์เรจ” โดยคาดว่าเมื่อใดที่ความพยายามดังกล่าวประสบความสำเร็จ บริษัทฯ จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจหรือเครื่องดื่มออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เหมือน

กับที่ในอดีตบริษัทฯ เคยเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบน้ำและมีหลายบริษัทเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด

เป็นจำนวนมาก

...ด้าน “มร.ปีเตอร์ วิล เด็น” ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมต่อว่า ที่ผ่านมาท่านประธานบริษัทฯ มร.จอห์น วาดส์ เวิธ ได้เคยบอกไว้ว่า ต้องการทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่ดีที่สุด พร้อมกับต้องการที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันตลาดในเอเชียที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในอันดับต้นๆ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน...

“ตาฮิเตียน โนนิ ในวันนี้เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรพอสมควร เช่น ในอดีตพนักงานของบริษัทฯ จะต้องทำงานในหลากหลายหน้าที่ แต่ในวันนี้จะมีการแบ่งหน้าที่งานของแต่ละคนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันในปัจจุบันนั่นเอง”

“มร.ปีเตอร์” เผยต่ออีกว่า เป้าหมายของ “ตาฮิเตียน” นับจากนี้คือ 1. ต้องการให้พนักงานทำงานที่เหมาะสมกับเขา

2. ต้องมีลีดเดอร์ที่เป็นผู้จำหน่ายที่ถูกต้องและมีศักยภาพด้วย 3. แผนการตลาดต้องสามารถแข่งขันได้ในตลาด 4. ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ต้องดีเลิศและเหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย

ขณะเดียวกันในช่วง 3-4 เดือนนับจากนี้ ทุกท่านจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุด “ตาฮิเตียน” ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องดื่มชีวภาพ “ไบโอแอค ทีฟเบเวอร์เรจ” ฉลองครบรอบ 10 ปีในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย...ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเริ่มให้ความสำคัญ ในเรื่องของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า “ตาฮิเตียน” ยังอยู่ ที่สำคัญ ที่สุด ในปี 2554 บริษัทฯ คาดว่าตาฮิเตียนประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ได้อย่างแน่นอน

“การที่จะติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุดเหมือนเช่นดั่งอดีต รวมถึงการตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปีหน้าอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทนั้น เชื่อว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทุกคนต้องทำงาน อย่างหนักแน่นอน ในการที่จะปืนป่ายให้ถึงเส้นชัยที่บริษัทฯ ตั้งไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าหากเราตั้งคนร่วมแรงร่วมใจกันเป้าหมายที่ตั้งไว้ย่อมสำเร็จได้เช่นกัน”

“มร.ปีเตอร์” กล่าวเสริมต่ออีกว่า การพัฒนาของตาฮิเตียน ยังรวมไปถึงการเพิ่มแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระทั่วโลก และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าของเรามากขึ้นถึง 3 ทาง คือ 1. เป็นผู้บริโภคอย่างเดียว 2. เป็นผู้บริโภคกึ่งธุรกิจ 3. เป็นนักธุรกิจ

“การเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าถึง 3 ช่องทางนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น และให้ IPC ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การสมัครแบบเป็นนักธุรกิจ และมีคนที่เราแนะนำสมัครและซื้อผลิตภัณฑ์ตาฮิเตียน ไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจในแบบนักธุรกิจ โดยคุณจะมีสิทธิ์รับค่าคอมมิชชั่น 3,250 บาท ต่อ 1 รหัส รวมไปถึงการประชุมประจำเดือนที่ต่อไปจะจัดขึ้นทุกๆ เดือน ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 18 กันยายนนี้เป็นเดือนแรก ที่ห้องรัชวิภา โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค”

ตาฮิเตียน โนนิไทย” พลิกเกมสู้สำเร็จ! 3 เดือนหลังปรับแผนเสริมเขี้ยวเล็บองค์กรรุกลุยใหม่ “นักขายเก่าใหม่” ทยอยร่วมแจมงาน บรรยากาศการขายกลับมาคึกคักในรอบ 5 ปี “ปีเตอร์” ปลื้มผลงานเป็นที่ถูกใจนายใหญ่อเมริกา “จอห์น” เตรียมบินไทยร่วมงานฉลองครบ 10 ปีที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมอีกครั้ง แย้มข่าวใหม่เล็งหาทำเลทองคมนาคมใต้ดินบนดินสะดวกตั้งออฟฟิศใหม่ขยายรองรับธุรกิจฟื้นแทนที่เก่าย่านสะพานควาย

มร.ปีเตอร์ วิลเด็น ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจาก ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่และได้มีการเปิดตัวผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่เป็นนางวิภารัตน์ รัตรพรหมมา ไปเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ส่งผลให้สถานภาพตาฮิเตียน โนนิไทยในวันนี้มียอดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ในระบบขายตรงของบริษัทดีขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ

“กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้ยอดขายของตาฮิเตียน โนนิ ประเทศไทย อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มเอเชียเลยก็ว่าได้ แต่เวลานี้เห็นได้ชัดว่าการปรับเปลี่ยนปรับปรุงการทำงานทั้งหมดเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้เรามียอดขายฟื้นกลับมาขยับสูงขึ้น ประมาณการเติบโตได้ราว 5 เท่าของยอดขายก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งการทำงานที่ได้ผลนี้เราเล็งที่จะนำไปใช้กับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลย์ และเม็กซิโก ด้วย” มร.ปีเตอร์กล่าว และว่า

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตาฮิเตียน โนนิ กลับมามียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากองค์ประกอบที่สำคัญคือ 1.การได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากทั้งบริษัทแม่และนักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ 2.แผนการตลาดที่ปรับปรุงให้เป็นที่น่าสนใจและเชื่อว่าน่าจะดีกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนครั้งที่ตาฮิเตียน โนนิ เติบโตมากที่สุดอยู่ใน 1 ใน 5 ของขายตรงไทย และ 3 เป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณภาพเข้มข้นด้วยคุณสมบัติเฉพาะเหมือนเดิม

ขณะที่นายสุรยศ กาญจนาภา กรรมการผู้จัดการ ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า บรรยากาศการขายของบริษัทขณะนี้กลับมาคึกคักเป็นอย่างมากจากก่อนหน้านี้อาจจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่เวลานักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ได้ทยอยพากันกลับมาร่วมธุรกิจกับตาฮิเตียนโนนิมากขึ้น ซึ่งสามารถเปรียบได้เท่ากับบรรยากาศในอดีตเมื่อ 7-8 ปีก่อนหรือในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจนบริษัทเติบโตเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งในเอเชียของกลุ่มตาฮิเตียน โนนิโลก

ด้านนางวิภารัตน์ กล่าวว่า ด้วยการทำงานที่ทุ่มเทและเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแม่ที่อเมริกา หรือ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ซึ่งได้คาดหวังว่าตลาดประเทศไทยเมื่อได้รับการสนับสนุนจะสามารถพลิกกลับมาฟื้นและสร้างอัตราการเติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตนจึงได้ปรับวิธีการทำงานด้วยการร่วมทำงานกับนักธุรกิจอิสระอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดโปรโมชั่นแข่งขันเสริมรายการการขายให้ฝ่ายขายอย่างต่อเนื่องทั้งระดับผู้นำการขายและสำหรับนักธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศขึ้น

โดยนางวิภารัตน์กล่าวยอมรับในตอนท้ายว่า ขณะนี้คณะผู้บริหารบริษัทกำลังหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อจัดเตรียมเป็นสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของตาฮิเตียน โนนิประเทศไทย ด้วยสถานที่เดิมกำลังใกล้จะหมดสัญญาเช่าและที่สำคัญเพื่อหาสถานที่ใหม่รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตด้วย ทั้งนี้จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากผ่านงานฉลองครอบรอบ 10 ปีของบริษัทที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งมร.จอห์น วาส์เวิร์ธ ซีอีโอจากอเมริกาจะมาร่วมงานครั้งสำคัญนี้ด้ว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 182 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2553