ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ World Pro แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ World Pro แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร (World Pro) : ‘กิตติพงษ์ อัฐพร’ สำเร็จได้เพราะความมุ่งมั่น







28678_129909820357985_6662916_n (Mobile)

 


“โลกของความสำเร็จ...ไม่ใช่เกิดขึ้นด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิตแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราบัญชาให้เกิดขึ้น...”


นักขายมือทองในปักษ์นี้ ขอเอ่ยถึงเส้นทางสำเร็จของ “กิตติพงษ์ อัฐพร” กันอีกครั้ง เพราะการอยู่ภายใต้อาณาจักร “บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด” ที่ต้องบอกว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จของเขาผู้นี้ มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องผ่านร้อน ผ่านหนาว สมบุกสมบันกันมาพอสมควร


เรื่องราวชีวิตของ “กิตติพงษ์” ไม่ได้ถูกกำหนดให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันมาจากประสบการณ์ มาจากความมุมานะ คิดค้น ผลิตผลจนเกิดคนคุณภาพขึ้นมา ภายใต้ตำรับตำราที่อ่านเอง เขียนเอง สอนเอง และทำขึ้นมาเป็นแบบอย่าง...ก่อนที่จะผลิตบุคลากรภายใต้เครือข่ายให้สำเร็จตามอย่างงดงาม


นี่คือ...แนวคิดของการทำธุรกิจที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากผู้นำทั่ว ๆ ไป เพราะเขาผู้นี้ รู้จักปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับยุคสมัย และทันกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไปนั่นเอง..!!


จุดนี้ได้บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ “กิตติพงษ์ อัฐพร” ที่มีความแตกต่างจากผู้นำเงินล้านทั่วไป


โดยวิธีการทำงานของ “กิตติพงษ์” จะเน้นให้สมาชิกมาทำความเข้าใจกับธุรกิจก่อน จากนั้นให้เฟ้นหาความสามารถและความถนัดของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีความถนัดและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป


เมื่อเฟ้นหาความโดดเด่นในตัวเองได้...จากนั้นก็จะดึงศักยภาพของความโดดเด่นของแต่ละคนออกมา


เมื่อดึงความเด่นในแต่ละคนออกมาได้...ก็นำมาผสมผสานกับคนที่เก่งด้านอื่น ๆ นำมาผนวกเพื่อให้เกิดผลงานแบบทวีคูณ จากนั้นก็ก้าวมาถึงขั้นตอนลงมือปฏิบัติจริง เรียกว่า เมื่อเข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ก็ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่สำคัญการทำงานของ “กิตติพงษ์” มุ่งเน้นไม่ให้ทีมงานทำงานแบบโดดเดี่ยว แต่ทำแบบเป็นทีม เดินไปแบบหมู่คณะ แล้วคอยประคับประคองในช่วงระหว่างเดินทาง หากต้องเผชิญกับปัญหา ก็จะทำหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยงคอยให้กำลังใจ คอยแก้ปัญหา อย่างถูกต้องและถูกวิธี


ความสำเร็จที่แน่ชัด...คุณจะเดินไปถึงมันไม่ได้ หากคุณลืมปลูกฝังทีมงานให้เกิดความรักความสามัคคี เพราะมันคือ หัวใจหลักในการขับเคลื่อนทีม มุ่งสู่ชัยชนะในภายภาคหน้า..!!


และโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับ “กิตติพงษ์” เพราะคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายก็มาจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายการศึกษา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องคอนโทรลการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน...พูดง่าย ๆ ว่า เป็นการหล่อหลอมให้ทีมงานรู้จักช่วยเหลือกันนั่นเอง


ผลจากการบากบั่นปลุกปั้นทีมงาน วันนี้ จึงเกิดทีมงานที่แข็งแกร่ง ภายใต้ชื่อ “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” ซึ่งความหมายที่เป็นนัยก็บ่งบอกเป็นอย่างดีว่า มันคือทีมพี่ ทีมน้อง และคำ ๆ นี้ก็บ่งชี้ชัดได้อีกว่า “เราคือ ครอบครัวเดียวกัน”


การสร้างทุกคนให้อยู่ภายใต้อารมณ์และวัฒนธรรมเดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “กิตติพงษ์” ก็ไม่ละความพยายาม จนสุดท้ายก็ได้ก่อเกิดบรรยากาศโรงเรียนขายตรงน้อย ๆ ปลูกฝัง จนค่อย ๆ เติบใหญ่เป็นโรงเรียนขายตรงแห่งแรกของประเทศไทย นั่นคือ โรงเรียนขายตรง “บราเธอร์ & ซิสเตอร์”


...และเมื่อจบคอร์สการศึกษา ทุกคนก็จะรับรายได้จากหลักพัน สู่หลักหมื่น เหยียบหลักแสน ก่อนถึงเส้นชัยหลักล้าน เรียกว่า เสมือนใบปริญญาการันตีคุณภาพแห่งความสำเร็จ


ทุก ๆ ครั้งที่ “กิตติพงษ์” ได้ถ่ายทอด มักจะย้ำกับทีมงานทุกคนเสมอ ๆ ว่า “ขายตรงเป็นธุรกิจที่ทำได้ง่ายมาก แค่ทำให้คนข้างล่างประสบความสำเร็จเยอะที่สุด เมื่อเขาประสบความสำเร็จ เราก็ประสบความสำเร็จตาม…แค่นั้นเอง”


นอกเหนือจากระบบเทรนนิ่งขายตรงทั่วไปที่ “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” ติวเข้มอย่างเข้มข้นแล้ว วันนี้ เรายังมีตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือ นำโลกของโซเชียล เน็ตเวิร์ค มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะวันนี้โลกของโซเชียล มีเดีย เป็นสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลและมีรัศมีกว้างไกลไปทั่วโลก ดังนั้น เมื่ออาเซียนเปิดตลาด ก็เท่ากับว่า เป็นการเปิดตลาดของทีม “บราเธอร์ & ซิสเตอร์” เช่นเดียวกัน


“ผมบอกเลยว่า ทีมงานของผมอาจมีความพิเศษ แตกต่างจากผู้นำทั่วไป เนื่องจากส่วนใหญ่ทีมงานค่อนข้างจะเป็นคนหนุ่มคนสาว อารมณ์ไม่นิ่ง บางคนอกหัก ทะเลาะกับแฟน เราก็ต้องเข้าใจเขา เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะส่วนใหญ่แล้วทีมงานที่ยังวัยรุ่นค่อนข้างที่จะมองว่า ธุรกิจเครือข่ายทำงานยาก ซึ่งเราก็จะบอกเขาเสมอว่า ธุรกิจนี้ทำง่าย แต่ถ้าหากจะสำเร็จได้ ก็ต้องมีความขยันพ่วงเข้าไปด้วยเช่นกัน”...


“กิตติพงษ์” ยังฝากถึงวงการขายตรงเสมอว่า อย่าไปโมติเวทว่า สามารถทำรายได้เป็นแสน เป็นล้านในเวลาอันรวดเร็ว เพราะธุรกิจที่สามารถมีรายได้เป็นแสน เป็นล้านในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ธุรกิจขายตรง แต่เป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่...ในทางกลับกัน ทุกคนก็สามารถจับต้องเงินแสน เงินล้านได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งหากขยันมาก สิ่งที่คิดก็อาจจะมาเร็วได้เหมือนกัน


หากถามถึงปัจจัยสำคัญ ในการที่จะตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น สินค้า บริษัท ระบบ ประธานบริษัท ปัจจัยไหนที่ถือว่าเป็นตัวหลักในการตัดสินใจ...“กิตติพงษ์” บอกว่า สินค้าถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ หากสามารถสร้างความแตกต่างได้ ธุรกิจก็จะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยเช่นกัน


…และนี่คือ “เส้นทางสู่ความสำเร็จ” ของผู้นำค่าย “บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด” นามว่า “กิตติพงษ์ อัฐพร” ภายใต้สูตรสำเร็จและวิธีคิดง่าย ๆ ที่ว่า...“ต้องทำงานให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หากสอนให้ทีมงานทำงานเป็น ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว”...


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร (World Pro) : "เวิลด์โปร" วาดฝันปี 56 รับทรัพย์ 300 ล้าน ระดมทุนลุยแผนปี 57 ทุ่มสื่อ-ตั้งโรงงานสู้ศึก AEC







Kpisit1 (Mobile)

 


"เวิลด์โปร" ฟุ้ง! ครึ่งปีแรกยอดขาย โตเพิ่ม 30% วางเป้าสิ้นปีรายรับแตะ 300 ล้านบาท ชี้ปัจจัยการเติบโตมาจากการประชุมอัดความรู้นักขาย เดินหน้าแผนข้ามปี ขีดเส้นปี 57 ลุยสื่อหนัก เน้นไปที่หนังสือพิมพ์, เคเบิล ทีวี และวิทยุ เป็นหลัก พร้อมเตรียมแผนตั้งโรงงานผลิต สินค้า หวังสร้างใบเบิกทางสู่ AEC ลุยตลาดเพื่อนบ้าน


นายพิสิษฐ์ เดชวรรณพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ภาพรวมธุรกิจเวิลด์โปรในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น ถือได้ว่าบริษัทมีอัตราการเติบโตถึง 30% ถือเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตเป็นเพราะในเรื่องของสินค้าที่มีคุณภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิก ได้ ในขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถสร้างยอดขายในช่วงครึ่งปี แรกได้ถึง 100 ล้านบาท และหากเทียบกับช่วงต้นปีก่อนๆ โต ขึ้นหลายเท่าตัว


"จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา "เวิลด์โปร" ได้เน้นสร้างความแข็งแรงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมที่เน้นหนักเป็นพิเศษ เพื่อต้องการที่จะให้สมาชิกของบริษัทมีความ แข็งแกร่ง และมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงยังจะเป็นการสานฝัน ความสำเร็จของผู้ที่ต้องการโอกาส ได้ก้าวสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน ด้วยหลักสูตรของบริษัทที่วางไว้นั่นเอง"


โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 300 ล้านบาท ซึ่งยอดขายแต่ละเดือนเวลานี้ทำได้เฉลี่ยประมาณ 30 ล้านบาท โดยมั่นใจจะ เติบโตเพิ่มอีก 50% แต่แค่นี้ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่น่าพอใจแล้ว ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างผู้นำให้มีรายได้ 1 แสนบาท ขึ้นไป จำนวน 1,000 คน พร้อมกับต้องการ ให้สมาชิกทุกคนที่เข้ามาทำธุรกิจกับเวิลด์โปรแล้วสามารถที่จะเกษียณได้


"ในส่วนของสมาชิกก็ถือว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการหมุนเวียนเข้าออก แต่สำหรับ เวิลด์โปรŽ นั้น สมาชิกมีความรักสามัคคีกันดีมาก โดยครึ่งปีที่ผ่านมาเพิ่ม ขึ้นประมาณ 30% และจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะขยับเพิ่มขึ้นไป 50% เหตุผลที่บริษัท มี ความเติบโตต่อเนื่องมาจากการจัดตาราง ประชุมสัมมนาที่เข้มข้น และให้ความรู้อย่างเข้าถึงสมาชิกทุกคน"


"พิสิษฐ์" กล่าวต่อว่า บริษัทได้วาง แผนจะกระตุ้นยอดขายทางการตลาด ด้วย การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างๆ มีทั้งราคา สุดพิเศษ จัดชุดเปิดโมบายล์ งานประชุมสัมมนาที่มีประโยชน์ และเทรนนิ่งแบบตัวต่อตัว ซึ่งจะมีงานใหญ่ที่บริษัทตั้งขึ้นมา เองคือ "สสว.สัญจร" หรือเรียกชื่อเต็มว่า "สมาชิกสโมสรเวิลด์โปร" โดยที่กล่าวมาทั้งหมด จะเป็นการกระตุ้นยอดขายทั่ว-ประเทศ และจะจัดทำทุกๆ เดือน ซึ่งเวลา นี้ก็ได้ทำต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมเหล่านี้ มา 5 เดือนแล้ว


"เราตั้งใจจะทำให้บริษัทแข็งแรงให้ เร็วที่สุด เพื่อเป็นการรองรับตลาดเออีซีใน ปี 2558 เพราะถึงตอนนั้นจะมีคนหลั่งไหล มาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หากบริษัทมีศักยภาพพอก็จะขยายเครือข่ายได้เร็วขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งแต่ ต้นปี 2557 เป็นต้นไป อยากให้จับตามอง บริษัทให้ดี เพราะจะมีการทุ่มงบประมาณโฆษณาหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ พิมพ์, เคเบิล ทีวี และสื่อวิทยุ เพื่อทำให้ผู้คนเริ่มรู้จัก บ.เวิลด์โปร มากขึ้น"


ปัจจุบัน "เวิลด์โปร" มีสาขาอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ ที่หาดใหญ่ และอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแต่ละสาขามียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกับมีแผนที่จะขยายสาขา เพิ่มขึ้นอีกด้วย หากพบว่า ในพื้นที่ไหนมีสมาชิกมากและมีแนวโน้มว่าตลาดน่าที่จะเติบโต


"ความพร้อม ของเวิลด์โปรได้พยายามทำให้แข็ง-แรงที่สุดเพื่อต่อยอด ไปให้ถึงปี 2557 ทั้งในเรื่องของโรงงานการผลิตที่เป็นของบริษัทเอง บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ซึ่งได้มีการเปิดดำเนินการไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยโรงงานดังกล่าว จะเป็นการผลิตในส่วนของสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และในอนาคตคาดว่า พื้นที่ที่เหลือของโรงงานจะมีการขยายทำเป็นในส่วนอื่นๆ ตามมาอีกด้วย"


อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการ "เวิลด์โปร" ยังได้กล่าวถึงการขยายตลาดต่างประเทศว่า "ตอนนี้ได้เล็งเป้าไว้ คือ ประเทศพม่า และกัมพูชา เพราะเมื่อไม่นานบริษัทได้มีการรุกเข้าไปทำตลาดในประเทศลาวแล้ว รวมถึงสินค้าของบริษัทยังได้อย.ที่ลาวเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่ รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น รวมถึง บริษัทได้มีการนำสินค้าออกมาใหม่เป็นยาสีฟัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกและผู้บริโภคเป็นอย่างดี ทั้งยังจะมีสินค้าออกมาใหม่ที่เป็นน้ำยาซักผ้า พร้อมกับยาฆ่าหญ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเกษตรกรอีกด้วย"








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวเวิลด์โปร (World Pro) : MLM เหมือนทำให้เกิดใหม่ "ประเจียด แก้วศรีมล" นักธุรกิจระดับ "President" บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด







Capture (Mobile)


คอลัมน์ "Key to Success กุญแจสู่ความสำเร็จ" ยังคงเดินหน้า นำเรื่องราวดีๆ ของนักขายระดับหัวแถว มานำเสนอต่อท่านผู้อ่านเช่นเคย และครั้งนี้ขอนำเสนอเคล็ดลับเด็ดๆ ของ "ประเจียด แก้วศรีมล" ชาว จ.สุราษฎร์ธานี วัย 43 ปี นักธุรกิจระดับ "President" นักขายตรงตำแหน่งสูงสุดจาก "บริษัท เวิลด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด"


ในอดีตครอบครัวมีอาชีพปลูกยางพารา โดยทำอาชีพนี้ มากว่า 20 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งสุขภาพ ทรุดลงอย่างหนัก เนื่องจากมีปัญหาปวดหลัง ทำให้ก้มตัวไม่ค่อยได้ อาการหนักจนคิดว่า จะ ต้องตายแน่ๆ จึงได้กลับ ไปนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้านนานหลายเดือน เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่รอด


แต่เหตุใด "ประเจียด แก้วศรีมล" จึงสามารถต่อสู้กับความ เจ็บปวดทางกายที่หนักหนานี้ จนกลับมาเป็นนักธุรกิจเงินแสนได้อย่างทุกวันนี้


แต่ก่อนมีทัศนคติกับ MLM อย่างไร


"ไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำว่า ธุรกิจขายตรง เป็นอย่างไร เพราะเราเป็นคนต่างจังหวัด ไม่มีความรู้ เรียนมาน้อย เลยทำแต่อาชีพ ปลูกยางพารา ซึ่งรายได้ก็ไม่แน่นอน แต่ ก็ไม่ได้เกลียดขายตรง แต่แค่ไม่รู้จักเท่านั้น จนมาวันนี้ เข้าใจรู้จักกับธุรกิจขายตรงแล้ว และเชื่อว่าธุรกิจสามารถเปลี่ยนชีวิต เราได้"


จุดเปลี่ยนอะไร...ดึงเข้ามาทำ MLM


"ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ได้ เกิดจากที่มีปัญหาสุขภาพ คือ มีอาการปวดหลังอย่าง รุนแรง ทำให้ต้องหยุดทำยางพาราไปหลาย เดือน เรียกว่า ป่วยหนักจนแทบจะไม่รอด อยู่แล้ว แต่โชคดีได้เจอเพื่อนเก่ามาแนะนำ ให้ลองใช้สินค้าของบริษัทขายตรง ตอนแรกๆ ก็ไม่เชื่อ คิดว่างมงาย เป็นไปไม่ได้หรอก แต่พอลองห้อยไปนานๆ แล้ว สุขภาพก็ดีขึ้น ทำให้ตัวเองรอดตายกลับมา แข็งแรงอีกครั้ง ทำให้ตัดสินใจทำธุรกิจกับ เวิลด์โปรในเวลาต่อมา"


เคยท้อแท้และคิดจะเลิกทำ MLM ไหม


"แรกๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ ยอมรับ ว่ามีท้อแท้บ้าง จนบางทีอยากเลิกเหมือนกัน แต่ก็นั่งทบทวนอยู่นาน ยังไงยังเชื่อว่า ทำสำเร็จได้แน่นอน เพราะเราเคยลำบาก มาทั้งชีวิต แค่นี้สบายมาก เราสู้ได้สบาย เพราะมั่นใจในสินค้าที่จะช่วยผู้คนให้มีสุขภาพที่ดีได้ จึงศรัทธาและก็ทำธุรกิจเรื่อยมา"


ทำไมตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับ "เวิลด์โปร"


"ที่ตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับ บ.เวิลด์โปร เพราะนอกจากสินค้าจะดีแล้ว แผนการตลาดก็ยอดเยี่ยม ทำให้เราแค่ทำ ตามระบบก็พอ และที่นี่ก็มีความรักสามัคคี กันดี อีกอย่างบริษัทก็มีความมั่นคง ชัดเจน ทุกๆ เรื่อง และกำลังเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่ เพราะเราจะได้เติบโตไปพร้อมๆ กับบริษัท"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังจากเข้ามาทำ MLM


"เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เพราะทั้ง ชีวิตทำเกี่ยวกับเกษตรมาตลอด อยู่ดีๆ พลิกผันมาเป็นนักธุรกิจขายตรง ยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่แล้ว และเราก็ไม่ได้กลับไปทำอาชีพเดิมอีกแล้ว ตอนนี้ก็ลุยทำ MLM เต็มตัว ทุกวันนี้ครอบครัวมีความสุขมาก ได้เดินทางไปท่องเที่ยวมาหลายแห่ง เพราะเรามีรายได้หลายแสนเข้ามาทุกเดือน และยังซื้อบ้าน รถยนต์ ได้โดยไม่ต้องกังวลไปหยิบยืมใคร ส่วนหนี้สินก็ใช้หมดแล้วด้วย"


ทำธุรกิจ MLM มากี่ปี...เป้าหมายต่อไปคือะไร


"ตอนนี้ก็ทำธุรกิจมา 5 ปี มีรายได้ เฉลี่ยต่อเดือน 1 แสนบาทขึ้นไป ส่วนเป้า หมายต่อจากนี้ จะพยายามช่วยให้องค์กร ขยายเติบโตออกไปให้มีคนเข้ามาร่วมธุรกิจ กับบริษัทเยอะๆ และจะช่วยสายงานให้มีเงินแสนเหมือนเราให้ได้อย่างน้อยสิ้นปีนี้ 20 คนขึ้นไป"


มีเทคนิคอะไร...จะฝากถึงสมาชิกคนอื่นๆ บ้าง


"อยากบอกว่า ธุรกิจ MLM ที่นี่ คุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง แต่คุณต้องเปิดใจ มาศึกษาธุรกิจดูก่อน และจะรู้ว่ามีสิ่งดีๆ รออยู่ ทุกอย่างที่นี่เป็นไปได้ หากคุณตั้งใจ มุ่งมั่น ขยัน และซื่อสัตย์ต่อองค์กร แต่ถ้า อยากแต่ปาก และไม่ลงมือทำ ยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ ที่สำคัญคนที่ล้มเลิกกลางคันไม่มีทางไปสู่ความสำเร็จได้"


นี่คือทั้งหมดของคนที่เหมือนตายแล้วกลับมาฟื้น ซึ่งถือเป็นตัวอย่างและกำลังใจดีๆ ให้กับคนหลายคน ที่วันนี้อาจ ท้อแท้สิ้นหวัง หรือกำลังโลเลในอาชีพนักธุรกิจอิสระ และทีมงานของคอลัมน์ Key to Success ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งใน การเป็นสื่อกลาง กระตุ้นกำลังกาย กำลัง ใจให้กับทุกท่าน ไม่แน่ตัวละครของคอลัมน์นี้ในอนาคตอาจเป็นท่านผู้อ่านก็เป็นได้





Credit By : http://www.siamturakij.com/