ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) :J&C โตเพิ่ม 20 % กวาดยอด 2,400 ล้าน เข็นน้ำแร่ลุยส่งท้ายปี








 


ยักษ์ขายตรงโมเดิร์นเทรด จอย แอนด์ คอยน์ ลั่นความสำเร็จทางธุรกิจปี 2555 แจงผลประกอบการโตตามเป้า 20% คิดเป็น ยอดขายโดยรวมกว่า 2,400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าเร่งเครื่องเสริมทัพความแข็งแกร่งรอบด้าน เน้นสร้างขุมพลังนักขายผ่านเครื่องมือไฮเทค JC IMART (อี-วอลเลท) ทั้งเตรียมทิ้งทวนท้ายปีขยายทางเลือกใหม่เปิดตัวสินค้า น้ำแร่เพื่อสุขภาพ เร็วๆนี้ส่วนตลาดต่างประเทศเล็งปักหมุดขยับความยิ่งใหญ่ต่อที่สาขาพม่า ลาว และเวียดนาม หลังประสบความสำเร็จสาขากรุงพนมเปญดันยอดขายพุ่งกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน


ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยถึงผลประกอบการปี 2555 ว่าด้วยจุดแข็งทางการตลาดรอบด้านผลักดันให้อัตราการเติบโตของฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นราว 28 % แต่ขณะเดียวกันส่วนของยอดขายเติบโต 20% หรือหากคิดเป็นยอดขายโดยรวมไม่เกิน 2,400 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมา (2554) บริษัทปิดยอดขายได้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโตไม่มาก และสวนทางกับตัวเลขจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเป็นเพราะกำลังซื้อสินค้าต่อหน่วยต่อคนลดลง หรือหากมองให้เห็นภาพชัดขึ้นอีกพบว่าในปีที่ผ่านมายอดขายเติบโตดีในกลุ่มสินค้าเกษตรโดยเฉพาะปุ๋ยที่ถือเป็นสินค้าหลักขายดี แต่ในปีนี้เนื่องจากเกษตรกรประสบกับปัญหาราคายางตกต่อเนื่องทำให้กำลังซื้อลดลงส่งผลให้อัตราการเติบโตสินค้าการเกษตร จอย แอนด์ คอยน์ ลดลงเช่นกัน หรือปีที่ผ่านมาจากเดิมโต 150 % ปีนี้ลดเหลือเพียง 120% และอีกหนึ่งเหตุผลด้วย ขณะนี้ขายตรงจอย แอนด์ คอยน์ มีสินค้าที่หลากหลาย ทำให้สมาชิกหันไปกระจุกตัวในส่วนของกำลังซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค หรือในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นจรองๆ มากกว่าเดิม เช่น กาแฟ ผงซักฟอก รวมถึงของใช้ภายในบ้านอื่นๆ เป็นผลทำให้กำลังซื้อในสินค้าเฉพาะกลุ่มน้อยลงเช่นกัน แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั่งแต่เริ่มแรก แต่ถือว่าเป็นอัตราที่เติบโตพอใจในระดับหนึ่ง


ส่วนแนวทางการปรับตัวทางธุรกิจนั้น ดร.สมชายกล่าวว่า ยังคงให้ความสำคัญในทุกภาคส่วน โดยเน้นการสร้างฐานองค์ให้เกิดความรู้ ความชำนาญ ในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำไปต่อยอดความสำเร็จหรือสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้เกเดขึ้นต่อสมาชิก เพราะตนเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมั่นคงได้นั้น ต้องก้าวทันเทคโนโลยีที่สอดรับกับโลกยุคใหม่ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือการสื่อสารในช่องทาง อี-วอลเลท ภายใต้บริการ JC IMART ที่ในวันนี้เปิดกว้างให้นักธุรกิจเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกันและนำไปสู่การทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น


อย่างเช่น จากเดิมมีผู้ใช้อี-วอลเลท ไม่กี่สิบรายเวลานี้ขยับเพิ่มมากกว่า 200 ราย หรือเท่ากับ 1 ราย ต่อ 1 ศูนย์โมบาย จึงทำให้ช่องทางแห่งโอกาสดังกล่าวนับได้ว่าสมบูรณ์อย่างยิ่ง เสมือนเป็นจุดแข็งทางธุรกิจและคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปีในการคุมเข้มเรื่องของการเทรนนิ่ง เพื่อให้สมาชิกจะได้เรียนรู้ช่องทางดังกล่าวอย่างมืออาชีพและเพื่อพัฒนาสมาชิกจากฐานผู้บริโภคกลายเป็นนักธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง และเป้าหมายสุดท้ายเพื่อนำไปสู่การเป้าหมายใหญ่ของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ พัฒนาระบบเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างถูกต้องต่อไป ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งโดยจะเน้นการกระจายตัวไปในรูปแบบการค้าพาณิชย์โมเดิร์นเทรด จากรูปแบบเดิมๆกระจุกตัวในรูปแบบขายตรงอย่างเดียว เป็นรูปแบบใหม่ที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคความหลากหลายสินค้า ช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆต้องตอบโจทย์ประโยชน์ที่เกื้อกูลกัน เป็นสิ่งที่บริษัทต้องทำให้เกิดความชัดเจน อีกครั้งเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้สมาชิก บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ เตรียมเปิดสินค้าใหม่กลุ่มสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ น้ำแร่เพื่อสุขภาพ ในเร็ววันนี้เพื่อการต่อยอดทางธุรกิจหลังประสบความสำเร็จในสินค้าเครื่องดื่มกาแฟมาแล้ว โดยคาดหวังว่าสินค้าดังกล่าวจะสร้างยอดขายได้ 10 ล้านบาทต่อเดือน


อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปีหน้าหรือปี 2556 ได้วางแผนการตลาดเชิงกลยุทธ์โดยองค์ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาดการประชาสัมพันธ์ เทรนนิ่งฝึกอบรม ช่องทางออนไลน์ การโปรโมชั่นหรือการหาพันธมิตรทางธุรกิจทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการนำพาตลาดเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจขายตรงโลกยุคใหม่มากขึ้น รวมถึงรองรับการเปิดตลาดใหม่การค้าเสรี หรือ AEC ที่มีศักยภาพ ส่วนเป้าหมายความสำเร็จในปีเดียวกันนี้คาดหวังเติบโต 20-30% เฉกเช่นการเติบโตทุกปีอีกทั้งมองการแข่งขันตลาดขายตรงว่าไม่มีสิ่งใดที่ต้องวิตก


เพราะบริษัทได้เปรียบในเรื่องของการเป็นเจ้าของพื้นที่ในความเป็นคนไทย ที่สามารถครอบครองตลาดได้อยู่แล้วที่สำคัญบริษัทได้ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลในการกว้านซื้อที่ดินในทำเลทองกว่า 10 จังหวัดเพื่อขยายธุรกิจสู่ห้างขายตรงสะดวกซื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในการสานต่อความมั่นคงให้แก่สมาชิก


ผมมองว่าหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจขายตรง คือการรักษาฐานลูกค้าองค์กรให้คงอยู่ แต่จากแนวทางการขยายของธุรกิจขายตรงปัจจุบันพบว่ายังขาดแคลนส่วนผสมการตลาดที่สมบูรณ์พอ ทำให้ธุรกิจขายตรง จอย แอนด์ คอยน์ ได้ลุกขึ้นมาสร้างความเหนือชั้นที่แตกต่างด้วยอุปกรณ์เครื่องมือหลลากหลายรูปแบบเพื่อนำไปสู่การสร้างฐานสมาชิกใหม่ รองรับด้วยระบบการรักษาองค์กรรวมถึงช่องทางใหม่ๆ ในการขยายตลาดโดยองค์รวมและเติบโตอย่างมั่นคงมีทิศทางการตลาดที่ชัดเจน


สำหรับ แผนการขยายตลาดต่างประเทศเวลานี้ จอย แอนด์ คอยน์ประสบความสำเร็จอย่างดีที่สาขา กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีฐานสมาชิกนับหมื่นรายคิดเป็นยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สำคัญสืบเนื่องจากประเทศดังกล่าวมีอัตราการว่างงานสูง จึงทำให้หลายคนต้องการมีอาชีพหรือธุรกิจเป็นของตนเอง ส่วนประเทศที่จะขยับเปิดต่อไปยังเน้นให้ความสำคัญในการขยายตลาดแถบประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นหลัก และขณะนี้กำลังศึกษาตลาดใหม่ๆที่ประเทศพม่า และสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศเวียดนาม โดยคิดเป็นสัดส่วนยอดขายโดยรวมของตลาดต่างประเทศราว 10%


เมื่อเข้าสู่ตลาด AEC หรือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กระจายสินค้า (Hub) ที่ดี ดังนี้นทำให้บริษัทได้เล็งเปิดเพิ่มให้ได้ 10 สาขาทั่วประเทศไทย รวมถึงขยายสาขาขนาดเล็กรูปแบบ JC IMART หรือ อี-วอลเลท อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลตอบรับหลังจากเปิดช่องทีวีของตัวเองภายใต้ชื่อ JCTV ถือว่ายังเป็นของใหม่ แต่สิ่งที่ได้ลงทุนไปนั้นเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเราเองมากกว่า รวมถึงการต่อยอดความสำเร็จให้กับสมาชิกที่ร่วมออกรายการ แต่สิ่งที่บริษัทได้ให้ความสำคัญเวลานี้ก็คือ การนำเสนอธุรกิจผ่านช่องทางการสื่อสารอินเตอร์เน็ตแอนดรอยด์ (android) เป็นระบบปฎิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ซึ่งสมาชิกสามารถดาวน์โหลดได้ทันทีเพื่อนำไปใช้ในการนำเสนอภาพลักษณ์บริษัทและปิดการขายได้ง่าย ดร. สมชาย กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ปีที่ 10 ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 213

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) :ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ...สำหรับคนที่มีความเชื่อแล้วลงมือทำ









หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ขมขื่นกับ ธุรกิจขายตรง มาก่อนเช่นเดียวกับ อดีตหนุ่มและสาวโรงงาน อย่าง คุณธัญพิสิษฐ์ อุษากานต์ ศรีบาง ที่ประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในธุรกิจขายตรง มานับไม่ถ้วนจนต้องเมินหน้าหนีกับอาชีพนี้ไปหลายต่อหลายครั้งแต่มาวันนี้คำๆ นี้ จอย แอนด์ คอยน์ ทำให้ทั้งคู่กลับพบกับ ความสำเร็จ ในธุรกิจขายตรงจนลืมความล้มเหลวในอดีตไปได้อย่างน่าติดตามเพราะ จอย แอนด์ คอยน์สามารถสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเขาและเธอได้อย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้หลังจากตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจเมื่อกว่า 9 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญวันนี้ทั้งคู่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้างด้วยการส่งต่อและมอบความสำเร็จมากมายให้อีกหลายครอบครัวทีเดียว


อดีตเมื่อวันวาน กี่ ขายตรงก็ไม่สำเร็จ


คุณธัญพิสิษฐ์ เดิมเป็นคนศรีสะเกษ ส่วนคุณอุษากานต์เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมชาติ ทั้งคู่ได้เดินทางมาหางานทำที่กรุงเทพฯ และก็ได้รู้จักกันในโรงงานแหห่งหนึ่งในอำเภอพระประแดงและก็ได้คบหารู้จักกันตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ได้ทำงานอยู่ในโรงงานมาหลายปี


และต่อมาได้มีโอกาสรู้จักกับบริษัทขายตรงบริษัทหนึ่ง เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เจอแต่ความล้มเหลว จากบริษัทที่ 1 ก็ไปบริษัทที่ 2 และบริษัทที่ 3 ผ่านไป 2-3 บริษัททำอย่างไรทั้งคู่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงมองหาอาชีพใหม่และต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเรียนต่อและก็ทำงานไปด้วยเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนจนจบและมองหางานใหม่อื่นๆทำแทน


J&C เปลี่ยนความคิด ดึงคืนกลับขายตรง


คุณธัญพิสิษฐ์ เล่าถึงการกลับมาทำธุรกิจขายตรงกับจอย แอนด์ คอยน์ ว่าขณะที่ศึกษาต่อและทำงานขับรถส่งของเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วยนั้น มีคนรู้จักซึ่งเคยทำธุรกิจเครือข่ายมาด้วยกันและเราก็ให้ความนับถือในตัวเขามาตลอด ได้โทรศัพท์มาชักชวนและเล่าเรื่องราวของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งคือ บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C ให้ฟังเพื่อที่จะพาเรากลับไปทำขายตรงอีกครั้ง


แต่เราก็ได้ปฎิเสธอยู่หลายครั้ง จนวันเวลาผ่านไป 5 เดือน เราก็ตัดสินใจใหม่ซึ่งตอนนั้นบริษัทเพิ่งเปิดไปได้แค่หนึ่งปีและก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่เนื่องจากผู้ที่แนะนำเป็นคนที่เราเชื่อถือจนได้ไปร่วมฟังการบรรยายเปิดตัวบริษัทครบรอบ 1 ปี ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการได้เห็นและเปลี่ยนความคิดของเรา ประการแรกคือการใช้บ้านเป็นออฟฟิส และประการที่สองมีโรงงานผลิตยาและสินค้าเป็นของตัวเองทำให้เราเกิดความมั่นใจในตัวของบริษัทจึงเข้าไปร่วมทำตั้งแต่นั้นมา


ระบบประชุม เปลี่ยน...ชีวิตให้สำเร็จ


แรกๆก็เผชิญปัญหาต่างๆ เหมือนๆ กับบริษัทขายตรงอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ที่แนะนำและการแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จจากหลายๆ คนในห้องประชุมเริ่มทำให้เรากลับมาทบทวนตัวองใหม่ ว่าที่ผ่านมา เราไม่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวมาโดยตลอดนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะ ความคิดของตัวเราเอง ขึ้นชื่อว่าการทำธุรกิจในการทำงานเราต้องเจอกับอุปสรรคอยู่แล้ว ปัญหาแรกคือตัวของเราเองคืออุปสรรคเนื่องจากตัวเองเคยทำขายตรงมาก่อนแล้วไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ในตอนนั้นทำให้เราขาดความมั่นใจ ทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองให้ได้ก่อน พอเราเกิดความเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันดีจริง ทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้


คุณธัญพิสิษฐ์เล่าต่อว่า นอกจากนั้นยังสามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้จริงอีกด้วย เพียงแค่นี้เราก็สามารถเอาชนะความคิดตัวเองได้แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนความคิด และปัญหาใหญ่ของการขายตรงก็คือ การชักชวนผู้คนมาทำธุรกิจร่วมกับเรา ในการชักชวนคนก็พยายามพูดคุยกับเพื่อนสนิทอยู่หลายคนพาเข้าเยี่ยมชมบริษัทแต่ในช่วงแรกๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงนั้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงทุกคนต่างมองในแง่ลบ เมื่อเจอปัญหามากๆ ชักชวนคนไม่ได้ก็เกิดความท้อ ก็เลยหันหน้าพาตัวเองไปเข้าประชุม ฟังผู้สำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์ความสำเร็จให้ฟัง ทำให้เราเกิดความมั่นใจและทำให้เราเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


บริหารทีมงานสู่ความสำเร็จด้วยการ ตั้งเป้าหมาย


ด้านการบริหารทีมงานของเราจะทำงานภายใต้ระบบ FIVE STARS TEAM โดยได้รับการพัฒนาจากคนที่มีประสบการณ์นับสิบๆ ปีของทีมงานของเรา มารวบรวมประสบการณ์ต่างๆ จึงกลายเป็นเป็นระบบการทำงานสำหรับคนที่จะเริ่มเข้ามาทำธุรกิจขายตรงกับ J&C เพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบและประสบกับความสำเร็จ ในการฝึกอบรมจะมีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์และแบบรายเดือน


เป้าหมาย คือ เราต้องการสร้างเครือข่ายของเราให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ให้ได้ และก็สามารถเห็นผลได้ว่าเขาสำเร็จได้จริง ทำงานได้จริง โดยในตอนนี้มีหลายคนที่มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะระบบที่เราสร้างขึ้นมา FIVE STARS TEAM


สิ่งที่ได้จาก จอยแอนด์คอยน์


ตั้งแต่ทำงานธุรกิจเครือข่ายกับ จอย แอนด์ คอยน์ มาเป็นเวลา 9 ปี สิ่งแรกที่ได้คือมีโอกาสได้ไปซื้อที่ดินที่จังหวัดชัยภูมิ 100 กว่าไร่ ลงทุนปลูกยางพารา สัปปะรดและต้นยูคาลิปตัส ซื้อบ้าน 1 หลัง หมู่บ้านเพอร์เฟคมาสเตอร์พีช ราคารวมตกแต่งกว่า 10 ล้าน บาท ได้ซื้อรถเบนซ์ E 200 1 คัน และมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวพ่อแม่ของทั้งคู่ได้ท่องเที่ยวกับ จอย แอนด์ คอยน์ ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 ประเทศ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อตอกบัตรเข้าทำงานมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้นและอิสระทางการเงินตอนนี้รับรายได้หลายแสนบาทต่อเดือนจาก J&C และมีเครือข่ายภายใต้องค์กรหลายหมื่นคน


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจกับ J&C


ในความคิดของผมไม่มีอะไรที่ช้าไปกับการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง เพราะว่าตอนนี้บริษัทของเราได้พัฒนาไปเยอะมากเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว ในตอนนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในการบริหารงาน มีความมั่นคงและมีสินค้าที่ดีหลากหลายรายการ เปรียบเสมือนคนที่มาแรกเริ่มของบริษัทเหมือนเดินบนถนนลูกรัง แต่คนที่เข้ามาใหม่ในตอนนี้เหมือนเดินบนถนนลาดยาง เพราะเรามีระบบการทำงานที่ดีที่รองรับนักธุรกิจหน้าใหม่ เพื่อที่จะมาร่วมประสบความสำเร็จกับบริษัทได้เลยทันที


ขอบคุณ จอย แอนด์ คอยน์


สิ่งแรกที่อยากจะขอบคุณ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธาน บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ได้สร้างและออกแบบริษัทให้มีความแตกต่างให้มีทางเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เราได้เปลี่ยนชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ และขอบคุณผู้ที่เปิดโอกาสให้รู้จักกับจอยแอนด์คอยน์ คุณทองเพชร-สิตา มะลิงาม ตำแหน่ง Marketing President บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอณ์ปอเรชั่น จำกัด ที่ทำให้เราพบกับธุรกิจดีๆ อย่างจอย แอนด์ คอยน์ ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ในวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242