ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไอยรา แพลนเน็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไอยรา แพลนเน็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : มองไปที่เป้าหมาย แล้วเดินต่อไป "ธนัฎฐา ไชยวงศ์วัฒน์" นักธุรกิจตำแหน่ง "โกลด์สตาร์" สังกัด "บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด"







aiyara (Mobile)

 


"Key to Success" ยังคงเดินหน้านำเรื่องราว ชีวิต ทั้งก่อน และปัจจุบันในการทำธุรกิจเครือข่าย อาชีพที่สามารถเปลี่ยนชีวิตให้กับผู้คนมากมาย ครั้งนี้ เราขอนำทุกท่าน ไปพบและรู้จักกับเรื่องราวชีวิตของ "ธนัฎฐา ไชยวงศ์วัฒน์" หรือ บี นักธุรกิจสาวสวย ตำแหน่ง "โกลด์สตาร์" สังกัด "บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด"


โดยนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ "ธนัฎฐา" ก็ได้ออกมาทำธุรกิจสปา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในเรื่อง การทำสปา ซึ่งเธอถือเป็นผู้ที่หลงใหลในการทำสปาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ พอเรียนจบก็ได้ยึดอาชีพนี้มากว่า 10 ปี โดย ฐานะที่บ้านจัดเป็นครอบครัวที่มีฐานะ


นอกจากนี้ คุณบียังมีความสามารถ ในการทำงานด้านสื่อมวลชน โดยสัมภาษณ์บุคคลสำคัญในวงการต่างๆ ลงแม็กกาซีน พร้อมกับได้เขียนบทความ ซึ่งล่าสุด เพิ่งออกพ็อกเกตบุ๊กวางจำหน่ายตามร้านหนังสือ ต่างๆ อีกด้วยและจุดเปลี่ยนอะไร....ที่ทำ ให้เธอผู้นี้เข้ามาสู่การทำธุรกิจ MLM


สาเหตุอะไร...ดึงเข้ามาทำธุรกิจขายตรง


"เกิดจากมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง อย่างโรคหอบหืดถือว่าเป็นมาแต่เด็ก แล้ว พอทำงานทุกวันไม่ค่อยมีเวลาออก-กำลังกายและพักผ่อน ทำให้มีโรคอย่างอื่น ตามมาอีก คือ โรคกรดไหลย้อน ช่วงนั้นรู้สึกเบื่อมาก เพราะต้องคอยทานยาที่หมอ ให้มากินอยู่ตลอด จะทำอะไร หรือกินอะไร ก็ต้องคอยระวัง ทำให้ตอนนั้นเริ่มมองหาอะไรสักอย่างที่กินแล้วสุขภาพดีขึ้น อย่าง น้อยไม่ได้ช่วยให้หาย แต่ขอให้ร่างกายแข็งแรงกว่าแต่ก่อนก็พอ จนมีคนแนะนำให้มาลองทานผลิตภัณฑ์ที่ บ.ไอยรา แรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะหาย แต่ทานไปเรื่อยๆ แล้วดีขึ้น จึงทำให้ทานต่อเนื่องและเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในที่สุด"


ปกติชอบธุรกิจ MLM หรือเปล่า... ทำไมถึงได้เลือกที่จะทำ


"เรียกว่าแต่ก่อนไม่ชอบธุรกิจขายตรงเอามากๆ เลย มีเพื่อนและหลายคนมา ชักชวนเยอะ แต่ก็ได้ปฏิเสธมาตลอด เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่พอ ได้เข้าเรียนรู้จริงๆ ทำให้ทัศนคติเดิมๆ หาย ไปเลย และเชื่อว่าหากเข้าใจธุรกิจขายตรง จริงๆ จะทำให้รู้ว่าธุรกิจนี้สวยงามขนาดไหน และการที่เลือกทำกับ บ.ไอรยา เพราะ ชอบแผนการตลาด ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม สามารถตอบโจทย์ชีวิตของตนได้ อีกทั้งวิสัยทัศน์ของประธานบริษัททำให้เกิดความ เชื่อมั่นและอยากจะประสบความสำเร็จเติบโตไปด้วย"


เจออุปสรรคปัญหา แก้ไขรับมืออย่างไร


"ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย ก็ได้เจอการปฏิเสธของคนมากมาย ทำให้เวลานั้น ท้อแท้จนไม่อยากจะทำไปเลย เพราะได้ตั้งความหวังไว้สูงกับคนที่ได้ ไปชักชวน แต่พอกลับมามองที่เป้าหมายและทีมงานที่ได้พาเขามาสู่ธุรกิจนี้ ทำให้ตนจะท้อไม่ได้ และเกิดเป็นพลังให้ต้องเดิน ไปสู่ความสำเร็จ คือจะทิ้งทีมงานที่มีความ เชื่อมั่นในตัวเราไม่ได้ ก็จึงอยากฝากทุกคน ที่ท้อแท้ ควรมองที่เป้าหมายเอาไว้แล้วเดิน ไปให้ถึง"


ทำ MLM มากี่ปี...ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน วางเป้าหมายอย่างไร


"ถือว่าไม่นานเลย ตั้งแต่เข้ามาทำธุรกิจกับ บ.ไอรยา ตอนนี้ก็ 1 ปีเศษๆ แต่ แอ็กทีฟจริงจังประมาณ 4 -5 เดือนเท่านั้น อยู่ตำแหน่งโกลด์สตาร์ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 1 แสนบาท และรายได้สะสมต่อปี กว่า 1 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 8 ของ บริษัท ส่วนเป้าหมายนั้น ได้ตั้งใจว่าสิ้นปีนี้จะพยายามสร้างทีมงานให้มีรายได้แตะแสนบาทอย่างต่ำ 30 คนขึ้นไป พร้อมกับผลักดันให้เป็นมนุษย์เงินล้านต่อไป"


มีเทคนิคอะไร...ฝากถึงคนที่ทำธุรกิจ เครือข่ายบ้าง


"อันดับแรกคนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องปรับทัศนคติกับขายตรงเสียใหม่ก่อน และเปิดใจมาเรียนรู้จริงๆ เพราะ อาชีพนี้ทำเป็นงานหลัก และงานเสริมได้ดีทีเดียว ส่วนจะไปทำกับบริษัทขายตรงที่ไหน ก็ต้องดูความมั่นคงของบริษัทนั้นด้วย อย่างที่ บ.ไอรยา ตอนนี้ก็กำลังเติบโต อย่างรวดเร็ว มีสิ่งที่ตอบโจทย์ได้มากมาย ก็อยากให้ลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง และตั้งแต่ตนเข้ามาสัมผัสธุรกิจขายตรง ทำให้ เข้าใจคำว่า ให้ มากขึ้น ซึ่งมีความสุขทุกครั้งที่ได้แบ่งปันโอกาสให้กับคนที่อยากจะมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น"


เส้นทางสู่ความสำเร็จของ "ธนัฎฐา ไชยวงศ์วัฒน์" นักธุรกิจสาวสวยจาก บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด จะเป็น "กุญแจสู่ความสำเร็จ" ให้กับใคร บ้างอยู่ที่คนคนนั้นจะสามารถนำไปปลุกใจตัวเอง พร้อมประยุกต์ใช้กับชีวิต จริงของแต่ละท่านมากมายแค่ไหน


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : ไอยรา เล็งจับมือ มช. เปิดแล็บ เร่งสร้างความเชื่อมั่นสู้พิษ ศก.

 


 








1174562_440684322713136_824016505_n (Mobile)


ไอยราสู้ไม่ถอยเดินหน้าพัฒนาธุรกิจ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว ลุยสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยการจับมือ มช. เปิดแล็บวิจัยและพัฒนาสินค้าหวังให้อนาคตคนไทยทุกคนได้รู้จักและใช้เซซามีน พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้านแผนฝึกอบรม วางอนาคตจะต้องเป็นบริษัทขายตรงสีขาวที่มีคุณธรรมและจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ


 ดร.กัมปนาท บุญราศี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งแรกของปีไม่เป็นที่น่าพอใจและคาดว่าเป้าหมายที่วางไว้ 300 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2556 คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบันที่ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ลดน้อยลง บริษัทจึงเตรียมแผนตั้งรับเพื่อกระตุ้นให้ยอดขายกลับมา ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและผู้บริโภค


อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนาธุรกิจ ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้สมาชิกได้ใช้งานได้ทั้งระบบไอโอเอส และระบบแอนดรอยด์ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะจัดทำห้องแล็บเพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าของไอยรา โดยห้องแล็บดังกล่าวบริษัทจะร่วมมือกับ อ. ปรัชญา คงทวีเลิศ ที่ปรึกษาด้านวิจัยผลิตภัณฑ์ ในการทำวิจัยและใช้ห้องแล็บและเครื่องมือของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการทำวิจัยโดยบริษัทจะเป็นผู้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและดูรายละเอียดเกี่ยวกับแผนงานดังกล่าว


พร้อมกันนี้บริษัทยังได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แกเสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดอบรมใหญ่และอบรมย่อย เพื่อเป็นการช่วยให้สามารถพัฒนาและให้ความรู้แก่สมาชิกได้ทั่วถึง บริษัทได้จัดโครงการ “บ้านไอยรา” ซึ่งเป็นการจัดอบรมแบบย่อยที่จะจัดขึ้นตามบ้านของผู้นำแต่ละคน และโครงการนี้มีผู้นำของไอยราจะเป็นผู้บริหารเองและจาการที่ได้เริ่มทำมาได้รับผลตอบรับจากผู้นำและสมาชิกเป็นอย่างดี


ปัจจุบัน ไอยรา แพลนเน็ต ได้เปิดดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 18 เดือน บริษัทมีสมาชิกแล้วกว่า 53,000


รหัส หรือโดยเฉลี่ยมีสมาชิกใหม่เพิ่มประมาณ 2,000-3,000 รหัสต่อเดือน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีสมาชิกถึง 60,000 รหัส สามารถเปิดสต๊อกคิสต์ได้กว่า 500 สต๊อก มีศูนย์กระจายสินค้าในภาคใต้จำนวน 1 ศูนย์ มีสินค้า 17 รายการ ใน 5 กลุ่ม และสินค้าที่เป็นสินค้าขายดีเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็น IMMURA ส่วนตลาดที่ทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นพื้นที่ภาคใต้


สำหรับปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นสินค้าในกลุ่มเพื่อสุขภาพที่เกี่ยวกับเซซามีน เนื่องจากมองเห็นว่าสินค้าที่เกี่ยวกับเซซามีนยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร และในธุรกิจขายตรงยังไม่มีบริษัทใดทำการเปิดตลาด ดังนั้น จึงต้องการที่จะพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนได้รู้จักและมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ IMMURA และมีสินค้าที่ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นครอบคลุมทุก ความต้องการ


กัมปนาท กล่าวต่อไปว่า การที่บริษัทจะเติบโตสูงขึ้นในอนาคตนั้น จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและผู้บริโภค คือ จะต้องมีแล็บเพื่อวิจัยสินค้า พร้อมกับเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกอบรมโดยบริษัทจะมีการจักฝึกอบรมออกไปตามต่างจังหวัดต่างๆ ให้มากขึ้น และจะต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมการทำงานให้ง่ายขึ้น มีการทำงานที่เป็นมืออาชีพ ที่สำคัญจะต้องเป็นบริษัทขายตรงสีขาวและมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 231 ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2556

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : ขายตรงดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี 'ไอยรา แพลนเน็ต' คว้าระฆังทอง







945903_410906792357556_382382317_n (Mobile)


นับเป็นความภาคภูมิใจ และประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย สำหรับบริษัทขายตรงดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เมื่อสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) ได้ทำการมอบรางวัลระฆังทองให้แก่ "ดร.กัมปนาท บุญราศรี" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เป็นบุคคลแห่งปี สาขานักพัฒนาองค์กรดีเด่น ประเภทนักธุรกิจและบุคคล ประจำปี 2556 (11 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์) โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชองค์ประธานเสด็จมาประทานเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับรางวัล และฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลระฆังทอง


ดร.กัมปนาท กล่าวถึงการได้รับรางวัลระฆังทองว่า ถือเป็นการได้รับเกียรติอย่างสูงสุด และเป็นความภาคภูมิใจของบรรดาสมาชิก "ไอยรา แพลนเน็ต" ทั้งหมด ที่ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรค จนทำให้มีวันนี้ขึ้นมาได้ โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา "ไอยรา แพลนเน็ต" พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ไอยรา แพลนเน็ต" เป็นธุรกิจขายตรงที่มีพัฒนาการที่โดดเด่น สามารถปลุกกระแสสุขภาพด้วย "เซซามิน สารสกัดจากงาดำ" จากธรรมชาติจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของหน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของไทยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรทั่วโลก โดย "ไอยรา แพลนเน็ต" ได้ร่วมพัฒนาและผลักดันผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทยสู่ตลาดได้อย่างประสบผลสำเร็จ


"ไอยรา แพลนเน็ต" สามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมขายตรง จัดเป็นองค์กรชั้นนำรุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับ ในระยะเวลาอันสั้น โดยในปี 2555 "ไอยรา แพลนเน็ต" ได้รับรางวัล "ธุรกิจเครือข่ายขายตรงดาวรุ่ง" ประจำปี 2555 จากนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดโดยสมาคมช่างภาพและสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย


นอกจากนี้ "ไอยรา แพลนเน็ต" ยังสามารถพัฒนานักธุรกิจอิสระให้มีมาตรฐานภายใต้จรรยาบรรณธุรกิจขายตรง ด้วยการพัฒนาสถาบันพัฒนานักธุรกิจไอยรา โดยมีการอบรมพัฒนานักธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลักดันให้นักธุรกิจจำนวนมากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


อีกทั้งยังได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ AiSmart ที่เป็นระบบปฏิบัติการออนไลน์แบบเรียวไทม์ที่ทันสมัยด้วยทีมงานของ "ไอยรา แพลนเน็ต" เอง เชื่อมโยงการชำระเงินที่เคาเตอร์เซอร์วิส 7-11 เพิ่มความสะดวกสบายและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจและผู้บริโภค ดังนั้น "ไอยรา แพลนเน็ต" จึงนับได้ว่าเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ และมีพัฒนาการที่โดดเด่นยิ่งในอุตสาหกรรมขายตรงไทย ณ เวลานี้




Credit By :http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : "คนเรารวยได้ ถ้าใจมีฝัน" ธนภัทร ชาวสูงเนิน ตำแหน่ง"โกลด์สตาร์" บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด







201306140214301 (Mobile)


"ผู้ใดอยากจะบินได้ ต้องเริ่มเรียนรู้ ที่จะยืน เดิน วิ่ง ปีน และเต้นรำก่อน เพราะ ไม่มีใครสามารถบินได้ในทันที" วลีเด็ดที่ "KEY TO SUCCESS" หยิบยกมาให้ผู้อ่าน ได้ใช้เป็นกำลังในการเดินไปสู่ความสำเร็จ


นักขายตรงมือทองสัปดาห์นี้....ถึงคิวของ "ธนภัทร ชาวสูงเนิน" ตำแหน่งระดับ "โกลด์สตาร์" จาก บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ทำอาชีพโรงงานมากว่า 23 ปี แม้จะนั่งตำแหน่งบริหารงานรับรายได้สูง แต่ก็ไม่มีเวลาใช้เงิน และไม่เคยได้อยู่กับครอบครัว


เคยทำอาชีพอะไรมาก่อน


"ทำงานโรงงานมาก่อน แต่เป็นลูกจ้าง ของพี่สาวตัวเอง โดยตัวเองถือเป็นระดับผู้จัดการจะทำเกี่ยวกับเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งวันๆ ก็จะอยู่แต่ในโรงงาน ไม่ค่อยได้ออก ไปไหน เลิกงานก็ 3-4 ทุ่มทุกวัน ทำงานมากว่า 23 ปี ถึงแม้จะได้เงินเดือนเยอะ แต่ ก็อยากมีเวลาใช้เงินและอยู่กับครอบครัวมากกว่า"ใครนำเข้ามาสู่ธุรกิจนี้


"เกิดจากที่พี่สาวตัวเองมองว่า เรามี ความรู้และความสามารถมากมาย ไม่น่าจะ มาอยู่แค่นี้ น่าจะหาเงินได้มากกว่านี้ จึงได้แนะนำให้ลองหันไปทำธุรกิจขายตรงดู เพราะว่าเราเป็นคนพูดเก่ง น่าจะเหมาะกับการขายและชวนคนมาใช้สินค้า"


เริ่มทำธุรกิจขายตรงใหม่ๆ รู้สึกอย่างไร


"บอกตรงๆ ว่าเกลียดธุรกิจนี้มาก เพราะเราได้เงินเดือนจากงานประจำตั้ง 3 หมื่นกว่าบาท ก็ถือว่าเยอะแล้ว ไม่จำเป็น ต้องดิ้นรนไปทำงานอะไรแบบนี้ แต่พี่สาวชักจูงให้ลองทำดูก็ลองทำๆ ดู พอทำๆ ไปสัก 3 เดือน ก็มีรายได้เข้ามาตั้งหลายหมื่น ทำให้รู้สึกว่า เราทำได้และไม่ต้องเหนื่อยเหมือนงานในโรงงานด้วย"


จุดเปลี่ยนสำคัญคืออะไร


"เกิดจากอยากมีเวลาอยู่กับครอบครัว และการเข้าไปสัมมนาอบรมหลักสูตรคอร์สไอยรา 1 วันเต็ม ทำให้ตนได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มีความฝันที่ชัดเจน และอยากจะสำเร็จในธุรกิจนี้"


ขายตรงช่วยเปลี่ยนอะไรในชีวิตบ้าง


"หลายอย่างมาก เพราะเงินที่ได้จากธุรกิจนี้ ทำให้ตนสามารถส่งลูกชายกับลูกสาวเรียนหนังสือได้สบายๆ เพราะบางครั้งถึงแม้เงินเดือนจะเยอะ แต่บางทีคนเรา มันก็ช็อตกันได้ ยิ่งสมัยนี้อะไรก็แพงไปหมดไหนจะผ่อนรถ บ้าน และค่าจิปาถะต่างๆ แต่อาชีพนี้ทำให้ได้ตามฝันจริงๆ"


วางเป้าหมายอย่างไรบ้าง


"จะขึ้นไปในตำแหน่ง "ไดมอนด์" ให้ได้ ภายใน 2 ปี และจะสร้างสายงานตัวเอง สัก 20 คน ให้มีรายได้ประมาณ 1 ล้านบาท ขึ้นไป หากทำได้คงจะเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ"


คนที่ไม่สำเร็จ...เกิดจากอะไร


"เพราะอยากได้ง่าย แต่ไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี คือเริ่มต้นจากความไม่เข้าใจ ทำให้ผิดพลาด และนั่นนำไปสู่ความล้มเหลว ในธุรกิจขายตรง"


อยากฝากอะไรถึงสมาชิกที่ทำ "MLM" อยู่บ้าง


"อยากให้สมาชิกทุกคนที่กำลังท้อ อย่าสิ้นหวัง เพราะตัวที่ทำให้เราไม่สำเร็จ คือความคิด ลองมองคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนแต่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งนั้น ไม่มีใครได้ความสำเร็จมาง่าย เพราะคนเรารวยได้ ถ้าใจมีฝัน"


ไม่น่าเชื่อ....ว่า ธนภัทร ชาวสูงเนิน จะมีจิตใจที่มุ่งมั่น แม้อุปสรรคใดๆ มาขัดขวาง ก็จะไม่ทำให้ท้อแท้ลงแต่อย่างใด โดยเธอใช้เวลาเพียงแค่ 14 เดือน สามารถ สร้างรายได้ในธุรกิจขายตรงถึง 5-7 แสน บาท/เดือน คงเป็นเพราะอย่างนี้สินะ ที่เธอถึงได้บอกว่า คนเรารวยได้ ขอแค่มีความฝันที่ทำอย่างตั้งใจจริง




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : ไอยรา ผ่าแผนเด็ดดันยอดโต ซุ่มขอ อย. ลาวจ่อบุกตลาด AEC







boss (Mobile)


ไอยรา งัดไม้เด็ดปั๊มยอดขายสิ้นปี 300 ล้าน ผ่าแผน ยึดหัวหาดภาคอีสานเป็นฐานรุกตลาด AEC ล่าสุด ยื่นขอ อย.ลาว ประเดิมเป็นประเทศแรก มั่นใจไม่เกิน 3 เดือน ได้ฤกษ์ปักธง ชูนโยบาย 1 โค้ด 1 แพลนเน็ต เผยเตรียมยลโฉมแฟรนไชส์ร้านกาแฟ ไอยรา คาเฟ่ รูปแบบใหม่ หวังต่อยอดพีวีให้กับสมาชิก


กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรมการ/กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า ปีนี้บริษัทได้วางเป้าหมายยอดขายสำหรับปีนี้ไว้ที่ 300 ล้านบาท โดย จะใช้กลยุทธ์ดังนี้ 1.ขยายพื้นที่, ขยายยอดขาย, ขยายฐาน สมาชิก และพัฒนานักธุรกิจให้มีความเข้าใจธุรกิจยิ่งขึ้น2.การวางกลยุทธ์ และกำหนดเป้าหมายร่วมกัน, การติดตาม เป้าหมาย, อุปสรรค และปัญหากับผู้นำในทุกๆ เดือน เพื่อ ให้มีการปรับตัวตามสถานการณ์ได้อยู่เสมอ และ 3.การทำ แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดขายตรง เช่น เน้นให้เห็นโลโก้ ช้าง และเห็นความเคลื่อนไหวของบริษัทตลอดเวลา เป็นต้น


สำหรับปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้จับมือร่วมกับ ผู้นำในการขยายธุรกิจไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตขึ้นตามลำดับ โดยพื้นที่ที่ถือเป็น ตลาดหลัก ได้แก่ ภาคใต้ ซึ่งเริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้น รองลงมาเป็นพื้นที่ภาคเหนือที่เริ่มกระจายเข้าไปในจังหวัด ย่อยๆ ของภาค ส่วนพื้นที่ภาคอีสานยังเป็นพื้นที่ที่ยัง ไม่เติบโตเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าภาคอีสาน ยังคงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่เส้นทางหลัก เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจ (AEC) ในปี 2558


เรามองว่าพื้นที่ภาคอีสานจะเติบโตได้อีก และ จะเป็นเส้นทางในการเข้าไปขยายตลาดในแถบประเทศ เพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ซึ่งล่าสุด เราได้ยื่นขออนุญาต จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในลาว แล้ว คาดว่าจะได้รับการอนุมัติอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งการยื่นขอใบอนุญาตจาก อย. ลาว ในครั้งนี้ เพื่อรองรับ การเปิด AEC ในอีก 2 ปีข้างหน้า หลังจากที่เราไปยื่นขอ อย. ในลาว ทำให้มีผู้นำทั้งใน สปป.ลาว และภาคอีสานเริ่ม ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า สมาชิกในภาคอีสานต้องการที่จะเข้าไปทำธุรกิจในตลาด AEC เช่นกัน


สำหรับการเข้าไปทำตลาดใน สปป.ลาว ในเบื้องต้น บริษัทจะได้นำสินค้า 3 รายการ ซึ่งเป็นตัวหลักของไอยรา ก่อน โดยได้กำหนดราคาไว้เท่ากับประเทศไทย แต่ตัวพีวี (PV) จะลดลงไป ซึ่งสมาชิกของไอยราสามารถขยายตลาด ได้ภายใต้รหัส 1 โค้ด 1 แพลนเน็ต ส่วนรูปแบบการลงทุน ในลาวนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด ซึ่งตอนนี้ กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะลงทุนในรูปแบบใด ได้แก่ บริษัท ลงทุนเอง 100% และการร่วมหุ้นกับนักลงทุนในประเทศ นั้นๆ โดยทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ


ปัจจุบันเราเริ่มทำฐานข้อมูลใหม่สำหรับชาวต่าง- ประเทศแล้ว โดยการลงทะเบียนของนักธุรกิจชาวต่าง- ประเทศจะใช้เลขบัตรประชาชนที่เป็นของคนประเทศนั้น ซึ่งจะบอกได้ว่าคนๆ นั้นมาจากประเทศใดจากนั้นตามด้วย โค้ดของบริษัท และเมื่อมีการส่งพีวีเข้ามาทางบริษัทจะนำ มาคำนวณเพื่อจ่ายค่าคอมมิสชั่น ซึ่งการลงทะเบียนใน ลักษณะดังกล่าวสมาชิกของบริษัทสามารถทำได้ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในเอเชียเท่านั้น


กัมปนาท กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายหลัก ของบริษัทยังคงมาจากสารสกัดจากงาดำคิดเป็นกว่า 70% จากยอดขายสินค้าทั้งหมด ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนจะนำ สารสกัดจากงาดำไปผสมในสินค้าชนิดอื่นๆ ซึ่งล่าสุดได้นำ ไปผสมเป็นคอลลาเจนผสมเซวามีนสารสกัดจากงาดำซึ่ง เป็นการสร้างกระแสความตื่นเต้นในองค์กรได้ค่อนข้างดี มาก ส่วนความคืบหน้าการเปิดร้านกาแฟ ไอยรา คาเฟ่ นั้น บริษัทมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้สมาชิก มีพีวีเพิ่มขึ้นอย่างง่ายๆ โดยบริษัทจะเปิดร้านกาแฟตาม เซ็นเตอร์ต่างๆ ของบริษัท เพราะในแต่ละสัปดาห์จะมี สมาชิกเข้ามาที่เซ็นเตอร์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 วัน และ หลายคนต้องการที่จะดื่มกาแฟ ดังนั้น การเปิดร้านกาแฟ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้สมาชิกมีพีวีเพิ่มขึ้น โดย ร้านกาแฟดังกล่าวจะเปิดในลักษณะเเฟรนไชส์ เพื่อให้ สมาชิกสามารถซื้อไปเปิดเองโดยมีต้นแบบ ไอยรา คาเฟ่ เป็นแบบอย่าง คาดว่าร้านกาแฟดังกล่าวจะเปิดตัว ได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้


กัมปนาท กล่าวว่า หากมองภาพความสำเร็จของ ไอยรา ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1.การจัดอบรม สัมมนาที่มีอย่างต่อเนื่อง 2.เทคโนโลยีที่บริษัทพยายาม ใช้คอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องมือในการทำงานโดย สะดวก ซื้อง่าย ส่งสินค้าคล่องตัว ตรวจสอบข้อมูล ย้อนหลังในการที่จะสื่อสารกัน และสามารถชำระสินค้า ผ่านทางร้านสะดวกซื้อ 7-11 ได้ ทำให้ผู้บริโภคปลายทาง เกิดความเชื่อมั่น และ 3.การสร้างแบรนด์ให้เป็น ที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันคนส่วนใหญ่ ยังไม่เชื่อมั่นในธุรกิจขายตรง ดังนั้น จึงต้องสร้างการ ยอมรับให้มากขึ้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 224 ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2556

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงQ1พาเหรดเปิดตัวสินค้าใหม่ ชูความโดดเด่นพรึ่บหวังกระทุ้งยอดต้นปีตื่น !









สมรภูมิรบขายตรงร้อนระอุ!...หลังหลายค่ายเข็นสินค้าใหม่ออก มาสู้ศึกเพียบพร้อมโชว์ความโดดเด่นทางด้านสินค้าที่มีคุณภาพ มี โนวฮ์าวล้ำสมัย...ระบุสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงาม ยังเป็นสินค้ากลุ่ม ฮอตฮิตในตลาดเครือข่ายพ่วงท้ายด้วยสินค้ากลุ่มเกษตร เผยเตรียม พบสินค้าใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอีกเพียบเร็วๆนี้ทั้งค่าย เล็ก-กลาง-ใหญ่


ผ่านพ้นไปแล้ว 2 เดือน เกมการแข่งขัน ใน ธุรกิจขายตรง ก็ยังคงทวีความร้อนแรง แบบไม่มีขีดสุด และยิ่งจะเพิ่มอุณหภูมิแบบ ร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับ อุณหภูมิ ความเดือดของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ของ ธุรกิจขายตรง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ ที่สำคัญในการทำตลาดเช่นกัน...เพราะยิ่งหากค่ายไหนเข็นสินค้าใหม่ออกมาเย้ายวน ใจผู้บริโภคได้มากแค่ไหน เชื่อว่าก็น่าที่จะมี ภาษีทางธุรกิจที่ดีกว่าเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สินค้า ใหม่ที่ออกมา ก็ต้องโดนใจทั้งผู้บริโภคและ สมาชิกด้วย
...ปักษ์นี้ ตลาดวิเคราะห์ ขอซูม ความเคลื่อนไหวของค่ายขายตรงในช่วงต้น ปีว่า มีค่ายไหนบ้าง ที่ปล่อยสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดกันบ้าง และสินค้าแต่ละตัวนั้น มีความโดดเด่นเป็นอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียด ให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้


Q1สินค้าใหม่เปิดตัวเพียบ ชูความโดดเด่นด้านนวัตกรรม


...เริ่มต้นเปิดศักราชใหม่ของปีนี้ หาก ใครที่พอจำกันได้ดี กับสินค้าใหม่ของค่าย ยู นิซิตี้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ชื่อ LC ที่ค่ายนี้ ส่งตรงเข็นออกมา เพื่อต้องการ ตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ เรียกได้ว่า เป็นการตอบรับกระแสเทรนด์รัก สุขภาพที่ปีนี้กำลังมาแรงนั่นเอง
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LCDietary Supplement Product) ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผง สำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับ ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณ ของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดี และยังมี ส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก ในผู้ที่มีน้ำหนักตัว เกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีน เมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีน สกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโต เด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือ แร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา
ซึ่งต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ ยูนิซิตี้ เติบโตและมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง มาได้ นั้น สินค้า ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที เดียว โดยทางด้าน มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก เอง เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซีตัวใหม่ ก็น่าที่ จะสร้างยอดขายที่ดีและผู้บริโภคให้การตอบ รับด้วยเช่นกัน
...มาดูกันอีกหนึ่งค่ายที่ขอบอกว่าเป็น เจ้าพ่อเปิดตัวสินค้าใหม่ เลยก็ว่า นั่นก็คือ ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค ที่ในปีนี้ เบิกฤกษ์เปิดตัว สินค้าใหม่ ด้วยการเข็นสินค้าทางการเกษตร ออกมาบุกตลาดเครือข่ายภายใต้ชื่อ บานเย็น ซึ่งเป็น สารบำรุงสมองพืช โดย สินค้าในกลุ่มนี้มีอยู่ 3 ตัว ด้วยกัน คือ ตัวแรก บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็น การเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจาก ซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่ม ผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรม สารเสริมพืชแห่งยุค โดยสินค้าเกษตรดัง กล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ ที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
โดยสินค้ากลุ่มบานเย็น นี้ ทางด้าน ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค เอง มีความมั่นใจว่า จะ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าขายดีในลำดับ ต้น ๆ ของทางบริษัทอีกด้วย โดยในช่วงที่ ผ่านมา พบว่า ค่ายนี้ ได้มีการทดลองแจก สินค้าดังกล่าวไปแล้วกว่า 200 ชุดด้วยกันเพื่อให้เกษตรกรได้ทดลอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะถ้า หากสินค้ามีการใช้ดีและเห็นผล จริงนั่นก็หมายความว่า การทำ ตลาดของสินค้ากลุ่มนี้ก็จะง่าย ขึ้นตามมาด้วย ที่สำคัญ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เอง ยังตั้งเป้าหมาย ยอดขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไว้ที่ 60 ล้านบาทในปีนี้อีกด้วย ซึ่งก็ต้อง มาติดตามกันดูว่าจะบรรลุตาม เป้าหมายหรือไม่
...ข้ามฝากมาที่ค่าย พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค กันบ้าง ที่ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีแผนที่ จะเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นกาแฟ รันส์คอฟฟี่ 44 โดยเป็นกาแฟ สำหรับผู้ชาย ที่จะเปิดตัวในช่วง เดือนมีนาคมนี้ หลังจากที่ผ่าน มา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เอง ได้มีการเปิดตัวสินค้า M9 Coffiee ที่เป็นกาแฟผสมคอลาเจน จากประเทศฝรั่งเศสสำหรับ สุภาพสตรี โดยค่ายนี้บอกว่า กระแสตอบรับค่อนข้างที่จะดี อย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ใน ช่วงเดือนกลางปีนี้ เตรียมที่จะ เปิดตัวสินค้าใหม่ประเภท ปศุสัตว์หรืออาหารสัตว์สำหรับ สุนัขและแมวอีกด้วย ซึ่งถือเป็น อาหารสัตว์ตัวใหม่ที่ พระราม เก้าเน็ตเวิร์ค เอง ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการทำการวิจัยร่วมกัน พร้อม กับมีแผนที่จะขยายไลน์ของ สินค้าประเภทยาสมุนไพรเพิ่ม อีก โดยมีเป้าหมายที่จะออก ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในรูปแบบ ของยาเม็ดบำรุงร่างกาย ที่มีส่วน ผสมของกระดูกเสือ มีสรรพคุณ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งคาดว่า จะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
...ด้านค่าย นิว ไลฟ์ ก็ไม่ น้อยหน้าเช่นกัน ซึ่งก็ได้เริ่ม ทยอยออกสินค้าใหม่เพื่อตอบ สนองความต้องการของสมาชิก และผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งสินค้าที่ จะชิมลางออกมาในช่วงไตรมาส แรกปีนี้นั้น มีอยู่ 3 รายการด้วย กัน คือ สินค้าตัวแรกชื่อว่า ลูทีน พลัส เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร บำรุงสายตา เหมาะ สำหรับผู้ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน สินค้าตัวที่ 2 ผลิต ภัณฑ์คอลลาเจน และสินค้าตัว ที่ 3 เป็นพวกแชมพู ยานวด เจล อาบนํ้า
ส่วนค่าย มาบุญครอง ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ก็ออกมา เข็นสินค้าใหม่ 2 รายการสู่ตลาด เครือข่ายเช่นกัน นั่นก็คือ SB-2 โค เอน ไซม์ คิวเท็นตราศิริชัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพสตรี และ D 1 (ดี1) ตรา ศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อการ ล้างพิษทั่วร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ ใหม่ทั้ง 2 รายการนี้ ทางมาบุญ ครองเอง ได้บอกว่าค่อนข้างที่จะ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจ เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกับมี แผนที่จะเข็นสินค้าใหม่ๆออก มาสู่ตลาดในปีนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นกัน
เช่นเดียวกับค่าย คัง เซน-เคนโก ที่มีข่าวแว่วมาว่า เตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่ ยิ่งใหญ่แห่งปีกันเลยทีเดียวใน วันที่ 24 มีนาคม 2556 นี้ ที่อา คารคังเซน เพลส นั่นก็คือ Kangzen PROGENE โปรจีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณให้ กระจ่างใส กระชับกล้ามเนื้อ ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ อย่างแท้จริง พร้อมเสริมด้วยสาร SOD ที่ต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวย และสุขภาพดี และผลิตภัณฑ์ คังเซน เฟล็กซิ คอลลาเจน ที่ จะช่วยบำรุงผิวพรรณเช่นกัน... เรียกว่าน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของสุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีที เดียว
ด้าน บริษัท ไอยรา แพลน เน็ต จำกัด อีกหนึ่งบริษัทขาย ตรงน้องใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ใน ขณะนี้ ก็ได้มีการเปิดตัวสินค้า ใหม่ประมาณ 4 รายการด้วยกัน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ไม่ว่า จะเป็น เครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ผลิตภัณฑ์อาหารผิว ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งทางด้าน ไอยราเอง มีความคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ที่จะมีการ เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ น่า ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้ กับบริษัทได้เป็นอย่างดีทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ธุรกิจขายตรง เลยก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหน ที่มีสินค้าที่ โดดเด่น และสามารถสร้างจุด ขายให้กับผลิตภัณฑ์นั้นสำเร็จ เชื่อว่าในเรื่องของยอดขายก็จะ ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องมา ติดตามกันดูว่า ในไตรมาสที่ 2 ที่ กำลังจะมาถึงนี้ จะมีค่ายไหนที่ เข็นสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสร้าง สีสันให้กับธุรกิจบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): สำราญ ศรีวรภัทร ทุกอย่างเป็นไปได้ ชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ณ ไอยรา แพลนเน็ต








 


จากหนุ่มวิศวกร มาสู่การเป็น นักธุรกิจเครือข่าย ชีวิตนี้ได้ผ่านการ ทำงานมาหลายอย่างเเต่ก็ไม่พบกับ คำว่าอิสระซักที คุณสำราญ เดิม เป็นคนจังหวัดภูเก็ต แล้วได้เข้ามาเรียน ต่อ ที่กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า พระนครเหนือ แล้วก็มาทำงานเป็น วิศวกรและเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับการทำงานประจำไปด้วย รายได้ก็ดีพอสมควรแต่มีปัญหาเรื่องลูกน้อง ที่พอเราฝึกให้มีความชำนาญแล้วก็ออก ไปกันหมดทำให้เราต้องหาอาชีพอื่นมา สำรองโดยหันมาทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าขายให้นักท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ในช่วงแรกรายได้ เป็นหลักหมื่นบาทต่ออาทิตย์ แต่เนื่อง จากเกิดซึนามิเมื่อปี 2547 เลยทำให้เศรษฐกิจโดยรวมโดนผลกระทบธุรกิจเสื้อผ้า ก็เลยได้รับผลกระทบไปด้วย


ตัดสินใจเลือกไอยรา


ก่อนที่จะเข้ามาทำกับไอยรา แพลนเน็ต ผมเคยสัมผัสกับธุรกิจขายตรง มาบริษัทหนึ่งและถือว่าประสบความ สำเร็จพอสมควรและถือว่ามีรายได้เลี้ยง ชีพเราได้เลย แต่ก็พบว่ายังไม่มีอิสรภาพ ด้านเวลา จึงไปลองทำกับอีกหลายบริษัท ก็ไม่เคยพบกับคำว่าสำเร็จอย่างแท้จริง ในอาชีพขายตรง จึงหันหลังกลับแล้วคิด ทบทวนตัวเองว่าเราจะเลือกอาชีพ อะไรดี แต่ต้องขอบคุณ ดร.กัมปนาท บุญราศรี ที่ตัดสินใจ เปิดบริษัทเป็นของตนเอง ด้วยความรัก และศรัทธาในตัว ท่าน ผู้ที่เป็นทั้งครูบาอาจารย์และเข็มทิศ ชีวิตของผม จึงไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจ เข้าร่วมงานกับ ไอยรา แพลนเน็ตแต่ ด้วยความเกรงใจและท่านก็เคยมี พระคุณต่อเรา จึงทำให้เรามาทำกับ ไอยราในที่สุด


เทคโนโลยีกับ ไอยรา แพลนเน็ต


ไอยราแพลนเน็ตเราจะสร้าง มาตรฐานเเละอาชีพขายตรงด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราได้มี นักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมทำงานวิจัยด้วย และใช้ระยะเวลาเพียง 1 ถึง 2 เดือนเราก็ เห็นผลของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เเละระบบการเงินที่เรามีบัตรกดเงินสดที่ สามารถกดเงินได้ทั่วประเทศกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ เเละเรายังมีระบบการจ่าย เงินผ่าน เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศอีก ด้วย


ไอยราเป็นทั้งบ้านเเละธุรกิจของผม


ในระบบของการทำงานเราโชคดีที่ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์อย่างอาจารย์ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิที่ท่านมีประสบการ ทางการทำประกันชีวิตกว่า 20 ปี ท่าน สร้างระบบมาดีอยู่ ผมเพียงเเค่พาสมาชิกเข้ามาเรียนรู้ และคอยดูเเล อนุบาลสมาชิก เเละก็ส่งสมาชิก เข้าสู่ระบบการ เรียนรู้ไอยราอคาเดมี่เท่านี้เราก็จะ ได้นักธุรกิจที่มี คุณ ภ า พ แ ล ะ ประสิทธิภาพ


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดีไม่ต้องมีอะไร มากมาย เพียงมีคำเดียวอยู่ในหัวใจคือ ซื่อสัตย์ คำเดียว ผมเชื่อว่าทุกอย่างขึ้น อยู่กับคำว่าซื่อสัตย์เเละการทำตามหน้าที่ เราก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต และ บริษัทของเราพยายามสร้างธุรกิจให้เป็น ธุรกิจสีขาว เพื่อ สร้างมาตรฐานของ ธุรกิจขายตรงใน ประเทศไทย


มองธุรกิจเครือข่าย


ธุรกิจเครือ ข่ายทุกวันนี้มี มากมายเกือบ 1,000 บริษัท ผม มองว่าเป็นโอกาส สำหรับอีกหลายคน ที่สามารถจะไขว่คว้าเเละก็ลงทุนขึ้นอยู่ กับว่าเราจะเลือกบริษัทที่ถูกหรือเปล่า และทุกวันนี้ธุรกิจทางด้านขายตรงมีการ แข่งขันสูงจึงทำให้หลาย บริษัทมีมาตรฐานที่ดีขึ้นกว่ายุคสมัยแรก ๆ


ช้าไปหรือเปล่าที่จะเข้าร่วมธุรกิจ


ผมว่าไม่ช้าไปนะถ้า จะมาร่วมกับไอยราใน ตอนนี้เพราะว่าไอยรา ออกเเบบมาเพื่อการ รองรับอนาคตอยู่แล้ว เราสามารถที่จะ ขยายธุรกิจของเราสู่ทั่วโลกได้ ถ้าเข้ามา ร่วมธุรกิจกับเราตอนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่ร่วม สร้างบ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วยกัน เเต่ถ้าเข้ามา ตอนที่บริษัทมีอายุครบ 10 ปี เปรียบ เสมือนว่าเรามาร่วมใช้บ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วย กัน และจะประสบความสำเร็จด้วยกัน


สิ่งที่ได้จากไอยราแพลนเน็ต


ผมคิดว่าผมได้มาในที่ที่ไม่เคยมา และได้ยืนในที่ที่ไม่เคยยืน ณ ตอนนี้อยู่ตำเเหน่งโกลด์สตาร์ เเละมีเครือข่ายกว่า 8,000 คน รับเงินจากไอยราเดือนละ 3 เเสนบาท ตั้งแต่เริ่มทำกับไอยรามาเป็น เวลา 8 เดือน เเละรับเงินรวมไปเเล้ว 1.2 ล้านบาท เเละได้รับความสุขจากไอยรา เเพลนเน็ตที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา


ขอบคุณไอยราแพลนเน็ต


ขอบคุณท่านประธานของเรา ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ ที่ทำให้ผมมีวันนี้และเป็นเเบบนี้ได้ ที่สร้างเเละเป็นต้นเเบบที่ดีของ เรา ขอบคุณ คุณเมย์ลดา บุญราศรี ผู้ อำนวยการบริหารทั่วไป ที่ช่วยสอนว่า ความซื่อสัตย์นั้นเป็นอย่างไร ขอบคุณคุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุธ รองประธาน กรรมการ ที่มีระบบเรียนรู้ช่วยสอนให้ เรามีความรู้เรื่องเเผนธุรกิจและรู้จัก ธุรกิจดียิ่งขึ้นขอบคุณ รศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ที่ปรึกษาด้านการวิจัย ผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ดีให้ กับทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี ประสิทธิภาพเเละขอบคุณผู้นำทุกคน ว่าเราจะร่วมสร้างเเละเดินหน้าสู่คูวามสำเร็จไปด้วยกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เชิญร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไอยรา Aiyara Planet Grand Openning


เริ่มจำหน่ายบัตร 17 กุภาพันธ์ 2556 พร้อมกันทั่วประเทศ
โดยภายในงานมีกิจกรรมมากไม่ว่า 1.ลุ้นรางวัลกว่า500,000฿ 2.หางบัตรแลกซื้อสินค้า1แถม1(ไม่มีPV)1บัตรได้แลกซื้อได้2สิทธิ3.ชมมินิคอนเสิรต์ศิลปินไอซ์ ศรัณยู4.ร่วมแสดงความยินดีกับ Gold Star มนุษย์เงินแสนและมนุษย์เงินล้านไอยรา5.พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ไอลดา...น้องกิ๊ฟอดีตนางสาวไทยปี25536.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาตร์หน้าใหม่ขายตรงไทย(event)

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet):ล้มแล้วลุกบนเส้นทางเงินล้าน ชมพูนุท ฉัตรชัย ภคเมฆานนท์ ก่อตัวผลิตภัณฑ์เงินล้าน ณ บ้านหลังใหม่ ไอยรา แพลนเน็ต









ขอรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต 2 สามี - ภรรยา นักขายเงินล้านที่บาดเจ็บในวงการขายตรง แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมท้อถอย ได้แต่คิดว่า เงินล้านในขายตรงนั้น หาได้ไม่ยาก...และทั้ง 2 ก็ทำได้อย่างนั้นจริง ๆ เมื่อชีวิตผันเข้ามาสู่ขาย ตรงค่ายน้องใหม่ ไอยรา แพลนเน็ต
นุช - ชมพูนุท ย้อนถึงความเป็นมาในอดีตกับทีมงานก่อนมา สู่เส้นทางขายตรง...เธอจบปริญญาตรี สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัย รามคำแหง ทำบัญชีมาได้ 2 - 3 ปีก็เริ่มผันตัวเองเข้าสู่ธุรกิจส่วนตัว นั่น คือ ทำร้านหนังสือเช่าส่วนสามี คุณแอด - ฉัตรชัย ทั้งคู่ได้พบรักกันมา นานแล้ว และ เส้นทางรัก ได้เดินทางมาอย่างสวยหรูจวบจน ณ วันนี้
นุช เริ่มมีคำถามกับตัวเองนับตั้งแต่วัยเด็ก ว่าทำไมเราไป โรงเรียนต้องเข้าแถวแปดโมงเช้า และเลิก 5 โมงเย็น ชีวิตจึงตั้งคำถาม ในใจมาตลอด จวบจนสู่ชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิตมันก็ไม่ต่างกันมาก นักเพราะต้องตอกบัตรเข้า - ออก เสมือนตอนเรียนหนังสือมิมีผิดเพี้ยน เลยมานั่งตรองอยู่ตลอดเวลา ว่าตกลงชีวิตเราทั้งชีวิต มันจะเป็นอยู่ อย่างนี้จริง ๆ หรือ
ความคิดที่เริ่มก่อหวอดตั้งแต่วัยเด็ก ก็เริ่มทวีคูณกับสิ่งที่เป็นอยู่ และเริ่มรับมันไม่ได้ ก็ได้แต่นั่งพรํ่าบ่นกับตัวเอง ว่ามันไม่ใช่ชีวิตเรา เพราะ เราต้องการอิสระมากกว่านี้
...ชีวิตจึงหลุดจากคำว่า งานประจำ และไม่คิดจะเดินไปหามันอีก เมื่อผันมาสู่เจ้าของกิจการร้านหนังสือส่วนตัวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นธุรกิจเงินสด ที่จำเป็นต้องจ้างเด็กเฝ้าร้านและต้องควบคุมการเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้นั่งเฝ้า ก็กลายเป็นว่าเงินหาย สุดท้ายก็ต้องมาเสียเวลานั่งเฝ้าร้านอีก ชีวิตวน ไปเวียนมาไปไหนไม่ได้ ไม่มีวันหยุด คำถามจึงเริ่มพรั่งพรูเข้ามาในสมอง อีกครั้ง มันใช่ไหมเนี่ยกับสิ่งที่เราทำ ที่สำคัญการลงทุนสูงมาก แต่ราย ได้ที่ตอบรับกลับเข้ามาวันละนิดวันละน้อย
จึงพยายามมองหาบางอย่างที่ได้กลับมาเป็นเม็ดเงิน และทำได้ เป็นกอบเป็นกำกับเขาบ้าง โดยไม่ต้องมีลูกจ้าง ไม่ต้องฟิกซ์เวลาว่า จะ ต้องอยู่กับมันตลอด...ก็ได้แต่คลำหาหนทางให้กับตนเองตลอดมา
การใช้ชีวิตของเธอจึงไม่ต่างจากสามี...แม้ ฉัตรชัย จะเป็น วิศวกร อาชีพที่สาว ๆ ใฝ่ฝัน ทำมา 5 - 6 ปี ก็ต้องจรลีจากมา แต่ไม่ใช่ว่า จะมาเปิดใจกับอาชีพเครือข่าย และผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ เพราะจาก ความเป็นวิศวกร แนวคิดทางด้านเครือข่ายจึงถูกปิดตาย ผมตั้งธงไว้เลย ว่ามันคงเป็นไปไมได้ เพราะเราเห็นว่าถ้าทุกคนทำแบบนั้น เขาคงรวย กันหมดแล้ว มันจะเป็นไปได้ยังไง โดนหลอกแน่ ๆ ก็เลยพยายามต่อต้าน
แต่ด้วยแฟนที่มีใจรัก ก็เลยอยากลอง ก็ค่อย ๆ เปิดทีละนิดตาม ภรรยา เพราะยุคนี้ผู้หญิงนำครับ (หัวเราะ) ที่สำคัญขายตรงเปิดใจผม ตรงที่เกิดจากการทดลองใช้สินค้าด้วย ตอนนั้นผมเป็นภูมิแพ้เมื่อทาน แล้วมันดีขึ้น จึงรู้สึกประทับใจน่าจะลองเข้าไปศึกษาดู ชีวิตภายใต้รั้ว วิศวกรของผมจึงสั้น เพราะผมตัดสินใจไปเปิดร้านขายไม้แปรรูป คุณนุช เปิดร้านหนังสือ ซึ่งเราทำธุรกิจคนละอย่างกัน
บังเอิญที่เข้ามาขายตรง เพราะคุณแอ๊ดไปนอนนวดแผนไทย และ เขาเจอผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเราไมรู่จั้กหรอก เป็นลูกค้าในร้านนี่แหละเขา มานั่งรีครูทเจ้าของร้านนวด คุณฉัตรชัยก็นวดไปฟังไปเสร็จปุ๊บเขาก็บอก ว่า พี่ๆ ถ้าพี่อยากขายของไปหาเมียผมที่ร้าน แฟนผมชอบมาก คุณฉัตรชัยแนะนำให้ไปหา เมื่อได้เจอกันและได้คุยกัน...เราก็จัดหนัก เลย
ตัวผมเอง...เมื่อขัดไม่ได้ก็ลองไปศึกษาเรียนรู้เพราะเวลาที่เราทำ อะไร ก็เหมือนเราเป็นวิศวกร จะต้องอ่าน ต้องศึกษา เมื่อลองศึกษาอย่าง ลึกซึ้ง ก็พอรู้คำตอบว่ามันเป็นไปได้ก็ลงมือลุยตั้งแต่วันนั้น และทิ้งทุก อย่าง ไม่รับเขียนงาน ไม่รับอะไรทั้งสิ้น อาชีพวิศวกรทิ้งหมด คงเหลือแต่ ใบประกอบวิชาชีพเก็บไว้อย่างเดียว ถามว่า...2 คนนี้เชื่ออะไรในเส้นทางขายตรง ชนิดที่ว่า มันสามารถ พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือได้..
ฉัตรชัย ตอบด้วยความเชื่อมั่นว่า ที่บ้านเป็นลูกคนจีนมีอาชีพ ค้าขายอยู่แล้วก็ได้เรียนรู้จากอา เพราะอาจะสอนเยอะเกี่ยวกับแนวคิด เกี่ยวกับการขาย และในช่วงจังหวะนั้นก็ตัดสินใจลาออกจากวิศวกร มา เป็นเซลล์ขายไม้แปรรูป คือคนส่วนใหญ่จะรังเกียจอาชีพเซลล์ แต่ผม เลือกลาออกจากวิศวกรมาเป็นเซลล์เพราะรายได้ดี พอเป็นได้ 1 - 2 ปี ก็ ขายเก่ง จึงเปิดร้านไม้แปรรูป พอทำได้สักพักหนึ่ง ก็เบนเข็มมาทำขาย ตรงเพราะเป็นโรคภูมิแพ้ ทานอาหารเสริมแล้วดีขึ้น จึงเริ่มเปิดใจกับ ภรรยานับแต่นั้นมา
เมื่อ 2 สามี - ภรรยา คู่แก้วคู่ขวัญ จับมือกันทำเครือข่ายขาย ตรง หนทางอุปสรรคข้างหน้าก็มองไม่เห็น เพราะทั้ง 2 คน เริ่มสนิทชิด เชื้อตั้งแต่วัยเด็ก รักในวัยเรียน เรียนรู้ซึ่งกันและกันในวัยโตก่อนจะเข้า สู่ชีวิตการแต่งงาน เรียกได้ว่าเพียบพร้อมในความรักและความเป็นชีวิต คูที่รู้ใจกันไปซะหมด...เส้นทางใหม่ที่เลือกเดิน จึงถูกลิขิตให้เดินคูกั่นไป เหมือนเดิม
และด้วยความคิดเร็วและฉับไวที่อยากไปเรียนรู้ชีวิตใหม่ในขาย ตรงอย่างเต็มใบ ทั้ง 2 กิจการที่เคยทำจึงถูกเซ้งลี้ในบัดดล นุช กล่าวย้อนไปในวันนั้น สำหรับคนอื่นเราทั้ง 2 ไม่ทราบว่า เขาวางแผนทำงานกันเช่นไรในธุรกิจขายตรง แต่สำหรับเรา 2 คน การ ทำงานเราค่อนข้างวางแผนมาก ๆ ว่า เราจะทำอะไร และที่สำคัญเรา ต้องไปศึกษาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเรานึกจะทำ เราก็ลงมือทำ ซึ่งต่างจากเราที่ เริ่มเรียนรู้จากสินค้าแผนการตลาด และตลาดเราอยู่ตรงไหน เพราะด้ว ย ความที่เราเป็นนักธุรกิจตัวน้อย ๆ เราต้องหาตลาด ก็มีการเรียนไปทำไป ผิดบ้างถูกบ้าง
เมื่อเรียนรู้และสะสมประสบการณ์กันมาเยอะยอดรายได้ก็พุ่ง ทวีคูณ ความหวังที่จะรวยในธุรกิจขายตรงก็เริ่มเปิดทางสว่าง แต่จู่ๆ ก็ ถูกสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางใจ เมื่อผู้บริหารประกาศปิดบริษัท แยก เดินไปคนละทาง จากชีวิตที่เคยรุ่งก็กลับหมุนเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนค่อย ๆ พังครืนในที่สุด ทิ้งความบอบชํ้าให้กับคนที่เหลือ...เรียกว่า เจ็บสุดแสนจะบรรยาย เพราะกว่าที่จะฝ่าด่านความสำเร็จมาได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย แถมทุกอย่างก็มาล้มลงกลางคัน คือ ล้มทั้ง ๆ ที่เรายังยืนไม่ได้ และกำลัง มีความหวัง เมื่อความฝันมันพังทลายและร่วงหล่นลงมา ก็กลับไปนอน เจ็บชํ้านํ้าใจได้แต่ร้องไห้ ใจหนึ่งก็คิดว่าจะกลับไปทำงานประจำไหม ลอง ไปเข้างานแบบเดิมดู แต่อีกใจหนึ่งค้านตรงนั้นมันไม่ใช่ฉัน เรามาตีราคาค่าตัวแค่นี้เองหรือ ก็เริ่มค้นหาตัวเองใหม่ หันมาตั้งหลักกันอีกครั้ง เพราะบนเส้นทางสวยหรูที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ...ก็ไม่เคยคิดว่า จะมีอุปสรรคมาขวางกั้นอีกมากมายที่คาดไม่ถึง นุช นึกถึงเวลานั้นเมื่อ ใด ก็จะนึกถึงภาพกองทัพมดที่อยู่ร่วมกันนับแสนชีวิตต้องมาแตกรังวิ่ง หนีกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศ ทีมงานของ ฉัตร และ นุช ก็เช่น เดียวกัน เราไม่สามารถเหนี่ยวรั้งให้เขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราได้อีก ซึ่งก็ ไม่ต่างจากผึ้งแตกรัง ต่างคนต่างบินหนี หรือบางคนไปหารังใหม่ เพื่อความ อยู่รอดของชีวิต ที่ทุกคนมีภาระต้องรักษา บ้าน รถ ที่ดิน ไมให้โดนยึด ชีวิตของ ฉัตรชัย และ นุช ก็ไม่ต่างจากชีวิตอื่น ที่หันรีหันขวาง ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนถึงจะถูกทิศ...เงินที่เคยรับหลักหลายแสนต่อเดือน ก็เหลือหลักหมื่น จากหลักหมื่นทยอยลงหลักพัน และค่อย ๆ ถอยลงมา เรื่อย ๆ ชีวิตเริ่มตอบโจทย์ไม่ได้ เพราะเรางง งงที่มาเจอกับวิกฤติที่บริษัทปิดตัวลง...โดยไม่รับรู้ล่วงหน้า
ถามว่า ร้องไห้เสียใจไหม๊ ต้องบอกว่าสุด ๆ ไหนจะค่ารถ ค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย นุช ได้แต่นั่งร้องไห้และไม่เคยคิด ว่าจะเกิดกับตัวเรา ได้แต่คอยตั้งคำถามว่า เราคิดผิดหรือที่เดินสู่เส้นทาง นี้ เพราะตอนนั้นมันถึงจุดลงตัว...แต่มีคำพูด ๆ หนึ่งคือคุณแอ๊ดปลอบ ประโลม ชมพู เธอลืมให้หมดเลยนะวันนี้ว่า สิ้นเดือนเธอต้องจ่ายค่า อะไร ลืมให้หมด เราทำใจแล้ว ไหวก็ไหว ไม่ไหวก็ให้มันยึดไป เราต้องเริ่ม ต้นชีวิตใหม่ พลันได้ยินคำพูดนั้น เธอถึงกับอึ้งและคุณฉัตรยังปลอบต่อว่า ตอนนี้มาคิดกันดีกว่า ว่าเราจะหาเงินอย่างไรดี ให้พอกับค่าใช้จ่าย ที่เรายังแบกภาระไว้อยู่
แค่คำพูดก็เปลี่ยนโลกทั้งใบให้สดใสขึ้นมาทันที...และเชื่อไหมค่ะ ว่ามันเหมือนมีพลัง ทำให้เราไม่คิดว่าจะยึดติดกับอะไร ก็เริ่มมองหาช่อง ทางใหม่เพราะเดิมเราเป็นคนค้าขายอยู่แล้ว จะจับอะไรก็ค้าขายได้หมด นุช ย้อนถึงฉากเศร้ากับชีวิตขายตรงในอดีต ฉัตรชัย เติมไฟใส่สมอง ต่อว่า ถ้าผมไปยึดติดกับพวกนั้น มันก็ไม่มีสมองให้คิดต่อ ที่เขาเรียกว่า มันมืดแปดด้าน นั่นเป็นเรื่องจริง เพราะถึงอย่างไรชีวิตเราก็เริ่มจาก ศูนย์ ตอนมาก็มาแบบตัวเปล่า ฉะนั้น หันมาเริ่มใหม่ผมว่าน่าจะดีกว่า
เมื่อฟ้าสางดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าของวันใหม่...นุช และ ฉัตรชัย เริ่มสลัดความเจ็บปวดและความสูญเสียสะบัดออกไปได้ เพียง คำพูดเดียวของสามี เชื่อไหมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะโดนยึด บ้าน รถ รอดหมดผ่อนได้หมด เมื่อเราทั้ง 2 มานั่งกลั่นกรองและคิดรอบใหม่ เพราะ ความผิดหวังครั้งแรกไม่ได้เกิดจากตัวเรา แต่มันเกิดจากปัจจัยภายนอก นุช และ ฉัตรชัย จึงไม่ได้มองขายตรงให้ติดลบคาใจอีกต่อไป
ผลจากการที่ทั้ง 2 ได้ทุ่มเท และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจขายตรง อย่างสูง ถึงแม้จะมีบาดแผล แต่ก็เป็นแผลที่มิใช่คนทั้งคู่สร้าง ทางออกจึง ไม่ได้ไปที่ไหนอื่นไกล ก็เริ่มเลือกรังใหม่ขายตรงอีกครั้ง และทำอย่างต่อ เนื่องเหมือนเดิม เพราะเชื่อเสมอว่า ในเมื่อคนอื่นสำเร็จได้ ทำไมเราจะ สำเร็จไม่ได้ในใจคิดอยู่เพียงอย่างเดียวว่าต้องเอาชนะให้ได้อย่ายอมแพ้
นุช เล่าต่อว่า ขายตรงระลอก 2 ที่เข้ามาสัมผัส ก็ต้องมาทำใหม่ หมด เพราะลูกทีมจากที่เคยมีหลายพันคน ก็ต้องเริ่มหาใหม่ คงเหลือแค่ คนหลัก ๆ ไมกี่คน เพราะเมื่อหุ้นส่วนแยกทาง ทุกคนก็บาดเจ็บ ก็ต้องหา ทางให้อยู่รอด เพราะไมมี่ใครสามารถช่วยใครได้ทุกคนตกอยู่ในสภาพ จะจมน้ำอยู่แล้ว ...ต่างคนจึงต่างจากไป ด้วยใจที่รักกัน แต่จำต้องแยกจาก กัน บางคนก็เลือกที่จะสู้ต่อบางคนอำลาวงการไปก็มี บางคนก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเราถึงทิ้งเขา ขณะที่บางคนเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
บทเรียนครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนที่ทรงคุณค่า และมีราคาแพงที่สุดที่ เดินอยู่บนเส้นทางขายตรง ผลพวงจากการบาดเจ็บมาหนักจนถึงขีดสุด ณ วันนั้นเรารับรายได้เพียงแค่ 4 เดือนแรก นุช รับรายได้ 3 แสนบาท เหตุที่ทำไว เพราะเราขายกิจการทั้งหมด เพื่อเอาเงินมาต่อยอดกับธุรกิจ ขายตรง ฉัตรชัย กล่าวเสริม จากพื้นฐานครอบครัวที่เราผ่านด่านธุรกิจ มา ก็เลยรู้ว่าทุกธุรกิจมันต้องลงทุน เครือข่ายก็เช่นเดียวกัน มันก็ต้องลงทุน ไมว่าจะเป็นเรื่องเวลา เรื่องเงิน เรื่องการเรียนรู้และที่สำคัญเรา 2 คน มี เครดิตส่วนตัวสูง ด้วยปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นว่า เราสำเร็จขายตรงในทาง ลัด
นุช เสริมต่อ ใหม่ ๆ เราอาจทำไม่เป็น แต่เราต้องเชื่ออัพ เขาบอก ให้ทำ เราก็ทำ ๆๆ เขาบอกเรียนให้คอร์สอะไร เราก็ต้องเข้าไปเรียน เพราะ มันต้องเรียนรู้ระบบของบริษัทด้วย เราเป็นนักเรียนที่ดีคนหนึ่ง คือเราเป็น น้ำแก้วเปล่าเพราะยอมรับว่าไมรู่จั้กขายตรง การทำตามทุกอย่างก๊อบปี้ ทุกอย่างดีกว่ามาลองผิดลองถูก เพราะบางครั้งความคิดของเราสวนทาง กับเขา แต่เขาสำเร็จ จึงเลือกเปลี่ยนที่ตัวเราดีกว่า คือตามทุกอย่างเราถึง จะเติบโตได้เร็ว นี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่สุด และ นุช เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง เจอใครพบใครคุยจนเป็นเพื่อน กันหมด ส่วนคุณแอ๊ดเขาเก่งในเรื่องการวางแผน คือ เราทำคนละหน้าที่ นุช ชวนคนใหม่เข้ามา คุณแอ๊ดก็จะบอกว่า ต้องทำอย่างนี้ 1 2 3 4 การ เทรนนิ่งเขาเป็นคนจัดการ ส่วนหน้าที่ของ นุช คือ นำเสนอและพบเจอ เพื่อนใหม่

ธุรกิจขายตรง การจะทำให้สำเร็จต้องนำความสามารถของคน หลายคนมาช่วยกัน เพราะขายตรงต้องทำงานเป็นทีม ต้องทำงานให้เป็น ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน โดยบุคลิกของผม ผมมองว่าเขาหาคนได้ก็พอ และไม่ถึงขนาดต้องดีแบบนั้น ฉัตรชัย กล่าวและ นุช เสริมอีกว่า เรา ถูกสอนให้มีความคิดใหม่ ๆ ถ้าเกิดว่า นุช ยังทำงานประจำ หรือเป็น เจ้าของกิจการอยู่ ณ ตอนนั้นคงไม่ได้มีความคิดแบบนี้ เพราะตั้งแต่เดิน เข้าสู่ขายตรงรู้สึกว่าดี โดยเฉพาะลูก ๆ ที่มีพ่อแม่ทำขายตรง ก็ถือว่า โชคดีมาก เพราะคุณมีพ่อแม่ที่สั่งสอนความคิดดี ๆ ให้ เพราะขายตรงมัน เป็นการอยูร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ช่วยเหลือกัน อุปถัมภ์ค้ำชูกันและกัน นุช จึงมองว่ามันเป็นสังคมที่ดี เพราะว่าเปิดกว้างรับทุกอาชีพ ทุกฐานะ ทางสังคม ให้สามารถมาอยู่ร่วมกันได้
และวันนี้ ภายใต้บ้านหลังใหม่ที่เปิดต้อนรับเรา ต้องบอกว่า บุคคล คนนี้เป็นที่พึ่งของพี่น้อง โสมเกาหลี ทุก ๆ ท่าน ยามเราบาดเจ็บท่าน ไม่เคยทิ้งและยังห่วงใย คอยถามไถ่ตลอดมา ดังนั้น เมื่อ ท่านมาเปิด บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ต้อง บอกว่า นุช ดีใจและเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารท่านนี้ เนื่องจากเราเห็นจากประสบการณ์ของท่านและฝีมือมา นาน ที่สำคัญเรารู้จักกันเป็นการส่วนตัวกับ ดร. กัมปนาท บุญราศรี เลยมั่นใจว่า เรือลำนี้แหละ จะพา เราไปถึงฝั่ง และฉันจะลุยไปพร้อมกับเรือลำนี้ นุช กล่าวอย่างมาดมั่น
ฉัตรชัย กล่าวเสริม เมื่อเราตัดสินใจเลือก ไอยรา เลือกที่จะลุยต่อ เพราะเราเชื่อมั่นใน ดร. กัมปนาท ว่าท่านสามารถทำได้สำเร็จแน่ ๆ เมื่อต่อจิ๊ก ซอว์ได้เสร็จ เราก็เริ่มติดต่อพลพรรคคนรักโสมและ คนทั่วไป โดยแนะนำว่ามีน้องใหม่ที่ชื่อ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดขายตรงโดยมีคีย์แมนคนสำคัญ ของโสมเป็นเจ้าของ ตอนนั้นการรวมคนเท่าที่นับได้ ก็น่า จะประมาณสัก 10 คน
...แค่เพียง 10 คน ขยายเครือข่ายต่อ บอกต่อเริ่มต้นด้วยการเข้า มาเรียนรู้สินคาเพราะถ้าเรานำไปทดลองทานเองก็เท่ากับเป็นการสร้าง ความมั่นใจได้เท่าตัว และเมื่อเราเกิดความมั่นใจ เราก็จัดระบบสนับสนุน พร้อมสอนในการลงพื้นที่ด้วยระบบฝึกอบรม ABO หรือจะไปเรียนรู้ด้วย คอรส์ มินิ ABO หากเราเห็นแววผู้นำคนไหน ก็จะส่งเข้าสู่คอรส์ อบรม ผู้นำ 5 บทบาท เรียกว่าทุกอย่างเดินเป็นขั้นเป็นตอนหมด และเป็นอะไรที่เพอร์เฟคมาก
ณ วันนี้กับ ไอยรา ผมใช้เวลา 6 เดือนหรือครึ่งปี เราเริ่มต้นจาก ศูนย์ ถึงที่นี่จะค่ายน้องใหม่แต่สำหรับแบรนด์ก็ไม่ใช่ว่าจะแจ้งเกิดได้ใน วันเดียว แต่ที่นี่เขาขายระบบ ขายความเป็นมือโปร ดึงศักยภาพความเป็น ผู้นำเครือข่ายมืออาชีพออกมา โดยเฉพาะตัว นุช เองเป็น วิทยากรทาง ด้านสินค้า นี่คือจุดที่เรามั่นใจมาก เพราะพอเรามั่นใจในตัวสินค้าแล้ว เรา ก็รันระบบต่อ นุช ทำหน้าที่เป็นวิทยากร แผนการตลาด คุณฉัตรชัย เป็นคนบรรยาย จากนั้นเราพับสนามลงบุกทุกพื้นที่
โดยวิธีการทำงานของเรา จะมุ่งลุยจัดอบรมแล้วค่อยสอยยอด นุช เริ่มลุย ABO เชียงใหม่ ด้วยการจัดประชุม 100 คน แต่มีคนทำธุรกิจ กับเราราว 5 - 10 คน เราก็ดึง 5 - 10 คนนี้ออกมาอบรมคอร์ส ABC ต่อ เนื่อง นี่คือการทำงานเบื้องต้นของการสร้างเครือข่ายด้วยวิธีที่ถูกต้อง ดัง นั้น 10 คนแรกที่ดรีมทีมกันทำตั้งแต่ต้น รวมถึงทีม นุช ที่ช่วยกันสร้าง เครือข่าย คุณเชื่อหรือไม่ว่า ตอนนี้เครือข่ายของเราได้ขยายไปกว่า 2,000 คนแล้ว และการทำงานเราโฟกัสเป็นจุด ๆ จากเชียงใหม่ที่กล่าวมานั้น ก็ ไปขยายผลต่อที่ จ.อุบลราชธานี โดยจะปักหลักทำงานแต่ละแห่งนานกว่า 3 เดือน จนทีมงานเริ่มทำงานเป็นเพราะเรามีหน้าที่ปั้นคนให้เดินตาม ระบบ เมื่อเขาตั้งลำได้ เขาก็จะแจวเรือไปได้เองในที่สุด
ดังนั้น การบริหารทีม เราจะแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น 3 จุดใหญ่ คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และอุบลราชธานี คิวต่อไปก็จะเป็น จ.สุรินทร์ การ ทำงานเราก็จะทำแบบเดิม ๆ คือเน้นจัดคอรส์ การฝึกอบรมเบื้องต้น จนสู่ การทำธุรกิจเป็น ผลลัพธ์ที่ได้เมื่อทุกคนทำงานเป็น ก็มีรายได้กลับคืนมา กับสิ่งที่เคยหาย ๆ ไปในอดีต ก็ได้กลับคืนมาอาทิตย์ละ 5 - 6 หมื่นบาท ต้นเหตุก็เป็นเพราะระบบของเราเข้มแข็งจริงๆ ค่ะ นุช กล่าวอย่างผู้นำ มืออาชีพ
12 ปีที่อยู่ในวงการขายตรงกับอีก 6 - 7 เดือน ที่อยู่กับ ไอยรา แพลนเน็ต รายได้ตรงนี้เมื่อเทียบกับอดีต ความเร็วของ ไอยรา รับ รายได้เร็วสุด ๆ คือมาแรงมาก ดีมาก และก็ชัดเจน จนทำให้ตอนนี้ผม ถอยรถปาเจโร่วี 6 ป้ายแดง ราคา 1.4 ล้านบาท เร็วจนกระทั่งเรากล้าพูด ว่า ภายในสิ้นปีนี้เราตั้งเป้ากวาดรายได้เดือนละ 5 แสนบาท และวันที่ 9 เมษายน 2556 สงสัยว่า ผมคงถอยรถเบนซ์ให้ นุช เขาจริง ๆ และกลาง ปีหน้า2556 ผมและคุณนุช จะปั้นนักขายเงินแสนให้ได้ประมาณ 20 คน และมีรายได้ 3 แสนบาทอีกสัก 10 คน
นั่นหมายความว่า เขาทั้ง 2 จะสร้างมนุษย์เงินแสนอีกกว่า 30 คน และจะไต่บัลลังก์ก้าวสู่เวที นักขายเงินล้าน ในที่สุด...!!!





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 337 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556



วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : สปีดสิ้นปีคาดผลงาน 100 ล.โอ่!ครึ่งปียอดโตตามเป้าดันธุรกิจสู่อาเซียน (AEC)


ไอยรา แพลนเน็ต ส่ง อิม-มูล่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากงาดำ โกยยอดครึ่งปีแรกมากกว่า 50 ล้านบาท เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 กลุ่ม ทั้งการเกษตร และสินค้ากระชับสัดส่วน พร้อมเร่งอัดหลักสูตรอบรมนักขาย วาดฝันสิ้นปียอดสมาชิกแตะ 1.5 หมื่นรหัส ด้านรายรับขอ 100 ล้านบาทและหวังขยับสู่ตลาดอาเซียน


นายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวในช่วงต้นปี และได้ส่งสินค้า เรือธงอย่าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิมมูล่า สารสกัดจากงาดำที่ได้รับการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย ครึ่งปีแรกบริษัทปิดยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้าน บาทอย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกคาดว่า สิ้นปีอาจถึงเป้า 1.5 หมื่นรหัส เนื่องจากปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 8 พันรหัส


ในส่วนของนักวิจัยผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพให้กับบริษัทนั้น กัมปนาท เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งคิดค้นงานวิจัยสาร สกัดงาดำ และนำผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารโลก มาร่วมเป็นทีมผู้บริหารระดับ สูงของบริษัทอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ปัจจุบันไอยราได้ถือสิทธิบัตรงานวิจัย 1 ใน 5 ใบ ซึ่งเป็นเซซามีน ผลิตภัณฑ์งาดำชั้น 1 โดยผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารสกัดจากงาดำตัวนี้ของบริษัท มีชื่อว่า อิมมูล่า


นอกจากสินค้าเรือธงอย่างผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารอิมมูล่าแล้ว บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการด้วยกัน โดยอาจจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่ม สุขภาพ, ความงาม, การเกษตร, และกลุ่ม กระชับสัดส่วน ซึ่งสินค้าที่บริษัทวางแพลน จะให้เป็นสินค้าเรือธงตัวที่สอง คือ กลุ่มการเกษตร เนื่องจากมองว่าสินค้าทางการ เกษตรเป็นสินค้ามวลชน เพราะประชากร ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีอาชีพ ทำไร่ ทำสวน หากบริษัทต้องการให้ประชากร กลุ่มนี้หันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท ก็จำเป็นต้องมีสินค้าทางการเกษตรเป็นใบเบิกทาง ให้ชื่อของบริษัทไอยราได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชากรเหล่านี้ และเมื่อพวกเขารับรู้ว่าบริษัทคัดสรรแต่สิ่งที่ดีมานำเสนอ เขาก็จะหันมาสนใจสินค้าอื่นๆ ของบริษัทนั่นเอง


ส่วนครึ่งปีหลังบริษัทได้วางกลยุทธ์ลงภาคสนาม เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ นอกจากนั้น บริษัท กำลังเร่งดำเนินการในเรื่องของระบบการ ฝึกอบรม โดยดึงอาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรม มาร่วมผนึกกำลังเสริมความแกร่งให้กับบริษัท ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ กล่าวว่า การอบรมจะแบ่งเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.คนที่เริ่มทำธุรกิจ จะอบรมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติมเต็ม 2.การพัฒนาบุคลากรในสถาบันอบรม ให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจคืออะไร สินค้าคืออะไร 3.วิถีผู้นำไอยรา ภาวะผู้นำ 4.หลักสูตรผู้บริหาร และ 5.ชื่อคอส ว่า We are Aiyara ทุกคนคือไอยรา


ทั้งนี้ ในส่วนของหลักสูตรการฝึกอบรมวิทยากร หรือผู้นำนั้น บริษัทได้มีการ จัดฝึกอบรมไปแล้ว 4 รุ่น รุ่นละ 25 คน รวมทั้งหมด 100 คน ซึ่งเหตุที่บริษัทหันไป เน้นหลักสูตรนี้มากขึ้น เนื่องจากมองว่า วิทยากรจะเป็นเหมือนกระบอกเสียง หรือ ผู้ที่สามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้กับผู้บริโภค และนักธุรกิจรายใหม่ได้ โดยที่ผ่านมาจัดอบรมไปแล้ว 4 รุ่นจำนวน 100 คน และมีแผนจะเปิดการอบรมอีก 4 รุ่น จำนวน 100 คนเช่นเดิม ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นบริษัทก็จะมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้กับบริษัทถึง 200 คนด้วยกัน


กัมปนาท ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อีกว่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ บริษัทจะจัดงานเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในงานครั้งนี้จะได้มีการประดับเข็มเกียรติยศ แก่นักธุรกิจระดับ โกลด์ สตาร์ ถึง 100 คน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น กว่า 1,200 คน โดยงานดังกล่าวถือเป็น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจในอีกระดับหนึ่ง ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบริษัท คาดว่าจะจัดขึ้น ประมาณเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งหลังจากบริษัทเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อมั่นว่าไอยราจะเติบโตยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะก้าวสู่ถนน AEC


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1343 ประจำวันที่ 13-10-2012 ถึง16-10-2012