ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

‘ตาฮิเตียน โนนิ’ ขอผงาดอีกครั้ง! หวังติด TOP5 ยอดขายสูงสุด MLM


“ตาฮิเตียน” ฉลองครบรอบ 10 ปี ประกาศขอทวงคืนบัลลังก์ขายตรงอีกครั้ง พร้อมหวังติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุด ลั่นเป้าใหญ่ปี’54 ขอยอดขายแตะ 1,000 ล้าน ชี้!หลัง “ตาฮิเตียน” ปรับองค์กรใหม่หลายอย่าง ธุรกิจดีวันดีคืน...เผยเตรียมทุ่มงบ โฆษณาผ่านสื่อหวังตอกย้ำแบรนด์สร้างการรับรู้ พร้อมผลักดันตาฮิเตียนเมืองไทยสู่ศูนย์กลางธุรกิจของเอเชีย...ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องดื่มชีวภาพ “ไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจ” มั่นใจตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกความต้องการ ...เมื่อเร็วๆ นี้ “บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ได้มีการจัดงานฉลองความสำเร็จ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โดยงานนี้มีเหล่าสมาชิกได้ตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว นับได้ว่า การก้าวเดินครั้งสำคัญในเส้นทาง “ธุรกิจขายตรง” ในครั้งนี้...“ตาฮิเตียน” ขอกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ได้เงียบหายไปนานเลยทีเดียว

ซึ่งในวาระฉลองครบรอบ 10 ปีนี้เอง “ตาอิเตียน” ได้ประกาศพร้อมที่จะกลับมาทวงคืนบัลลังก์ หวังติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุดเหมือนเช่นดั่งอดีตอีกครั้ง รวมถึงยังตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปี 2554 ถึง 1,000 ล้านบาทด้วยเช่นกัน...เรียกว่าเป็นการกลับมาอย่างไม่ธรรมดาก็ว่าได้

เพราะเห็นได้จากเริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ “ตาฮิเตียน” มีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการปรับแผนเสริมเขี้ยวเล็บให้กับองค์กรใหม่ ด้วยแผนการตลาดที่เร้าใจมากกว่าเดิม การสนับสนุนด้านต่างๆ จากบริษัทแม่ที่มีมากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้มีความทันสมัย เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ไปจนถึงแพ็คเกจจิ้งสินค้าใหม่ให้มีสีสันสดใส ใช้วัตถุดิบที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เรียกได้ว่า เป็นที่จับตามองของใครหลายๆ คนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงได้อย่างมากเช่นกัน...

ทั้งนี้ ในส่วนของเป้าหมายครั้งสำคัญที่ “ตาฮิเตียน” ตั้งไว้นับจากนี้ไปนั้น “วิภารัตน์ รัตนพรหมมา” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปี 2554 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับการกลับมาเติบโตในธุรกิจนี้และติดอันดับ 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยทางบริษัทฯ จะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากท่านประธานบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนการขาย เป็นต้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

...จะเห็นได้ว่า ด้วยยอดขายของ “ตาฮิเตียน” ในประเทศไทยที่พุ่งทะลุถึง 600% ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แสดงถึงอัตราการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งปัจจัยหลักนั้นมาจากแรงสนับสนุนของประธานบริษัท มร.จอห์น วาดส์ เวิธ ที่ได้ลงทุนในการฟื้นฟูตลาดในเมืองไทยให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญนอกเหนือจากการสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่แล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มีการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนต่างๆ เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมายรวมถึง IPC หรือผู้นำที่อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันด้วย

“วิภารัตน์” ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการทุ่มงบประมาณในการพัฒนาเพื่อค้นคว้าผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดก็ได้ค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ “อิริดอยส์” ที่มีมากในผลโนนิ ขณะนี้บริษัทฯ กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาเป็น “ไบโอแอค ทีฟเบเวอร์เรจ” โดยคาดว่าเมื่อใดที่ความพยายามดังกล่าวประสบความสำเร็จ บริษัทฯ จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจหรือเครื่องดื่มออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เหมือน

กับที่ในอดีตบริษัทฯ เคยเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบน้ำและมีหลายบริษัทเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาด

เป็นจำนวนมาก

...ด้าน “มร.ปีเตอร์ วิล เด็น” ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมต่อว่า ที่ผ่านมาท่านประธานบริษัทฯ มร.จอห์น วาดส์ เวิธ ได้เคยบอกไว้ว่า ต้องการทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่ดีที่สุด พร้อมกับต้องการที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันตลาดในเอเชียที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในอันดับต้นๆ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน...

“ตาฮิเตียน โนนิ ในวันนี้เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรพอสมควร เช่น ในอดีตพนักงานของบริษัทฯ จะต้องทำงานในหลากหลายหน้าที่ แต่ในวันนี้จะมีการแบ่งหน้าที่งานของแต่ละคนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันในปัจจุบันนั่นเอง”

“มร.ปีเตอร์” เผยต่ออีกว่า เป้าหมายของ “ตาฮิเตียน” นับจากนี้คือ 1. ต้องการให้พนักงานทำงานที่เหมาะสมกับเขา

2. ต้องมีลีดเดอร์ที่เป็นผู้จำหน่ายที่ถูกต้องและมีศักยภาพด้วย 3. แผนการตลาดต้องสามารถแข่งขันได้ในตลาด 4. ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ต้องดีเลิศและเหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย

ขณะเดียวกันในช่วง 3-4 เดือนนับจากนี้ ทุกท่านจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุด “ตาฮิเตียน” ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องดื่มชีวภาพ “ไบโอแอค ทีฟเบเวอร์เรจ” ฉลองครบรอบ 10 ปีในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย...ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเริ่มให้ความสำคัญ ในเรื่องของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า “ตาฮิเตียน” ยังอยู่ ที่สำคัญ ที่สุด ในปี 2554 บริษัทฯ คาดว่าตาฮิเตียนประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ได้อย่างแน่นอน

“การที่จะติด 1 ใน 5 บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุดเหมือนเช่นดั่งอดีต รวมถึงการตั้งเป้าหมายยอดขายในประเทศไทยในปีหน้าอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทนั้น เชื่อว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทุกคนต้องทำงาน อย่างหนักแน่นอน ในการที่จะปืนป่ายให้ถึงเส้นชัยที่บริษัทฯ ตั้งไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าหากเราตั้งคนร่วมแรงร่วมใจกันเป้าหมายที่ตั้งไว้ย่อมสำเร็จได้เช่นกัน”

“มร.ปีเตอร์” กล่าวเสริมต่ออีกว่า การพัฒนาของตาฮิเตียน ยังรวมไปถึงการเพิ่มแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระทั่วโลก และเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าของเรามากขึ้นถึง 3 ทาง คือ 1. เป็นผู้บริโภคอย่างเดียว 2. เป็นผู้บริโภคกึ่งธุรกิจ 3. เป็นนักธุรกิจ

“การเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าถึง 3 ช่องทางนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น และให้ IPC ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การสมัครแบบเป็นนักธุรกิจ และมีคนที่เราแนะนำสมัครและซื้อผลิตภัณฑ์ตาฮิเตียน ไบโอแอคทีฟเบเวอร์เรจในแบบนักธุรกิจ โดยคุณจะมีสิทธิ์รับค่าคอมมิชชั่น 3,250 บาท ต่อ 1 รหัส รวมไปถึงการประชุมประจำเดือนที่ต่อไปจะจัดขึ้นทุกๆ เดือน ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 18 กันยายนนี้เป็นเดือนแรก ที่ห้องรัชวิภา โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค”

ตาฮิเตียน โนนิไทย” พลิกเกมสู้สำเร็จ! 3 เดือนหลังปรับแผนเสริมเขี้ยวเล็บองค์กรรุกลุยใหม่ “นักขายเก่าใหม่” ทยอยร่วมแจมงาน บรรยากาศการขายกลับมาคึกคักในรอบ 5 ปี “ปีเตอร์” ปลื้มผลงานเป็นที่ถูกใจนายใหญ่อเมริกา “จอห์น” เตรียมบินไทยร่วมงานฉลองครบ 10 ปีที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมอีกครั้ง แย้มข่าวใหม่เล็งหาทำเลทองคมนาคมใต้ดินบนดินสะดวกตั้งออฟฟิศใหม่ขยายรองรับธุรกิจฟื้นแทนที่เก่าย่านสะพานควาย

มร.ปีเตอร์ วิลเด็น ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจาก ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่และได้มีการเปิดตัวผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่เป็นนางวิภารัตน์ รัตรพรหมมา ไปเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ส่งผลให้สถานภาพตาฮิเตียน โนนิไทยในวันนี้มียอดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ในระบบขายตรงของบริษัทดีขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ

“กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้ยอดขายของตาฮิเตียน โนนิ ประเทศไทย อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มเอเชียเลยก็ว่าได้ แต่เวลานี้เห็นได้ชัดว่าการปรับเปลี่ยนปรับปรุงการทำงานทั้งหมดเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้เรามียอดขายฟื้นกลับมาขยับสูงขึ้น ประมาณการเติบโตได้ราว 5 เท่าของยอดขายก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งการทำงานที่ได้ผลนี้เราเล็งที่จะนำไปใช้กับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลย์ และเม็กซิโก ด้วย” มร.ปีเตอร์กล่าว และว่า

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตาฮิเตียน โนนิ กลับมามียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากองค์ประกอบที่สำคัญคือ 1.การได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากทั้งบริษัทแม่และนักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ 2.แผนการตลาดที่ปรับปรุงให้เป็นที่น่าสนใจและเชื่อว่าน่าจะดีกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนครั้งที่ตาฮิเตียน โนนิ เติบโตมากที่สุดอยู่ใน 1 ใน 5 ของขายตรงไทย และ 3 เป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณภาพเข้มข้นด้วยคุณสมบัติเฉพาะเหมือนเดิม

ขณะที่นายสุรยศ กาญจนาภา กรรมการผู้จัดการ ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า บรรยากาศการขายของบริษัทขณะนี้กลับมาคึกคักเป็นอย่างมากจากก่อนหน้านี้อาจจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่เวลานักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ได้ทยอยพากันกลับมาร่วมธุรกิจกับตาฮิเตียนโนนิมากขึ้น ซึ่งสามารถเปรียบได้เท่ากับบรรยากาศในอดีตเมื่อ 7-8 ปีก่อนหรือในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจนบริษัทเติบโตเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งในเอเชียของกลุ่มตาฮิเตียน โนนิโลก

ด้านนางวิภารัตน์ กล่าวว่า ด้วยการทำงานที่ทุ่มเทและเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแม่ที่อเมริกา หรือ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ซึ่งได้คาดหวังว่าตลาดประเทศไทยเมื่อได้รับการสนับสนุนจะสามารถพลิกกลับมาฟื้นและสร้างอัตราการเติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตนจึงได้ปรับวิธีการทำงานด้วยการร่วมทำงานกับนักธุรกิจอิสระอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดโปรโมชั่นแข่งขันเสริมรายการการขายให้ฝ่ายขายอย่างต่อเนื่องทั้งระดับผู้นำการขายและสำหรับนักธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศขึ้น

โดยนางวิภารัตน์กล่าวยอมรับในตอนท้ายว่า ขณะนี้คณะผู้บริหารบริษัทกำลังหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อจัดเตรียมเป็นสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของตาฮิเตียน โนนิประเทศไทย ด้วยสถานที่เดิมกำลังใกล้จะหมดสัญญาเช่าและที่สำคัญเพื่อหาสถานที่ใหม่รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตด้วย ทั้งนี้จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากผ่านงานฉลองครอบรอบ 10 ปีของบริษัทที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งมร.จอห์น วาส์เวิร์ธ ซีอีโอจากอเมริกาจะมาร่วมงานครั้งสำคัญนี้ด้ว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 182 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2553

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตาฮิเตียนโนนิ ฟื้น3เดือน ยอดกระโดด5เท่า เล็งขยายออฟฟิศใหม่หลัง ฉลอง10ปี



“ตาฮิเตียน โนนิไทย” พลิกเกมสู้สำเร็จ! 3 เดือนหลังปรับแผนเสริมเขี้ยวเล็บองค์กรรุกลุยใหม่ “นักขายเก่าใหม่”

ทยอยร่วมแจมงาน บรรยากาศการขายกลับมาคึกคักในรอบ   5 ปี “ปีเตอร์” ปลื้มผลงานเป็นที่ถูกใจนายใหญ่อเมริกา “จอห์น” เตรียมบินไทยร่วมงานฉลองครบ 10 ปีที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมอีกครั้ง แย้มข่าวใหม่เล็งหาทำเลทองคมนาคมใต้ดินบนดินสะดวกตั้งออฟฟิศใหม่ขยายรองรับธุรกิจฟื้นแทนที่เก่าย่านสะพานควาย

มร.ปีเตอร์ วิลเด็น     ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจาก ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่และได้มีการเปิดตัวผู้จัดการประจำประเทศไทยคนใหม่เป็นนางวิภารัตน์ รัตรพรหมมา ไปเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ส่งผลให้สถานภาพตาฮิเตียน โนนิไทยในวันนี้มียอดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ในระบบขายตรงของบริษัทดีขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ
“กล่าวได้ว่าก่อนหน้านี้ยอดขายของตาฮิเตียน โนนิ ประเทศไทย อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มเอเชียเลยก็ว่าได้ แต่เวลานี้เห็นได้ชัดว่าการปรับเปลี่ยนปรับปรุงการทำงานทั้งหมดเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้เรามียอดขายฟื้นกลับมาขยับสูงขึ้น ประมาณการเติบโตได้ราว 5 เท่าของยอดขายก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งการทำงานที่ได้ผลนี้เราเล็งที่จะนำไปใช้กับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลย์ และเม็กซิโก ด้วย” มร.ปีเตอร์กล่าว และว่า

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตาฮิเตียน โนนิ กลับมามียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากองค์ประกอบที่สำคัญคือ 1.การได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากทั้งบริษัทแม่และนักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ 2.แผนการตลาดที่ปรับปรุงให้เป็นที่น่าสนใจและเชื่อว่าน่าจะดีกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนครั้งที่ตาฮิเตียน โนนิ เติบโตมากที่สุดอยู่ใน 1 ใน 5 ของขายตรงไทย และ 3 เป็นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณภาพเข้มข้นด้วยคุณสมบัติเฉพาะเหมือนเดิม

ขณะที่นายสุรยศ กาญจนาภา กรรมการผู้จัดการ ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า บรรยากาศการขายของบริษัทขณะนี้กลับมาคึกคักเป็นอย่างมากจากก่อนหน้านี้อาจจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่เวลานักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ได้ทยอยพากันกลับมาร่วมธุรกิจกับตาฮิเตียนโนนิมากขึ้น ซึ่งสามารถเปรียบได้เท่ากับบรรยากาศในอดีตเมื่อ 7-8 ปีก่อนหรือในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจนบริษัทเติบโตเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งในเอเชียของกลุ่มตาฮิเตียน โนนิโลก
ด้านนางวิภารัตน์ กล่าวว่า ด้วยการทำงานที่ทุ่มเทและเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแม่ที่อเมริกา หรือ มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ซึ่งได้คาดหวังว่าตลาดประเทศไทยเมื่อได้รับการสนับสนุนจะสามารถพลิกกลับมาฟื้นและสร้างอัตราการเติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาตนจึงได้ปรับวิธีการทำงานด้วยการร่วมทำงานกับนักธุรกิจอิสระอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดโปรโมชั่นแข่งขันเสริมรายการการขายให้ฝ่ายขายอย่างต่อเนื่องทั้งระดับผู้นำการขายและสำหรับนักธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศขึ้น

โดยนางวิภารัตน์กล่าวยอมรับในตอนท้ายว่า ขณะนี้คณะผู้บริหารบริษัทกำลังหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อจัดเตรียมเป็นสำนักงานสาขาแห่งใหม่ของตาฮิเตียน โนนิประเทศไทย ด้วยสถานที่เดิมกำลังใกล้จะหมดสัญญาเช่าและที่สำคัญเพื่อหาสถานที่ใหม่รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตด้วย ทั้งนี้จะมีความชัดเจนอีกครั้งหลังจากผ่านงานฉลองครอบรอบ 10 ปีของบริษัทที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งมร.จอห์น วาส์เวิร์ธ ซีอีโอจากอเมริกาจะมาร่วมงานครั้งสำคัญนี้ด้ว

อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 182 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2553

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551

เอเชี่ยนไลฟ์ ทุ่มงบ ขยายโรงงาน เพิ่มคลังสินค้า ปลุกยอด 200 ล้าน



เอเชี่ยนไลฟ์เตรียมแผนทุ่มงบลงทุน 3 ล้านบาท ขยายพื้นที่โรงงาน เพิ่ม คาดแล้วเสร็จรองรับการเจริญเติบโตต้นไตรมาส 3/51 นี้ พร้อมแย้มคลอดผลิตภัณฑ์ใหม่ประเภทเสริมอาหาร กระจายทำตลาดทั้งในและต่างประเทศกลางปีนี้ เตรียม เพิ่มคลังสินค้าอีก 30 แห่งทั่วประเมศ ตั้งเป้ายอดขายปี 51 กว่า 200 ล้านบาท มั่นใจติดอันดับ 1 ใน 3 ของบริษัทขายตรงที่มาแรงแห่งปี

นายนเรศ ล้วนไพรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเชี่ยนไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนที่จะใช้งบลงทุน ประมาณ 3,000,000 บาท ขยายพื้นที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมลำพูนเพิ่มขึ้น จากที่ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่รองรับการเจริญเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ งบลงทุนดังกล่าวบริษัทจะนำ มาจากเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทเอง โดยจะนำงบลงทุนมาซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ ต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทยอยนำระบบต่างๆ เข้ามาแล้ว และคาดว่าภายในช่วงต้นไตรมาสที่ 3/2551 นี้ จะเสร็จสมบูรณ์ทันความต้องการของผู้บริโภค

ขณะเดียวกันในช่วงเดือนพฤษภาคม 2551 บริษัทจะเริ่มทยอยนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ ประเภท เสริมอาหาร โดยขณะนี้ผ่านกระบวนการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะทยอยกระจายสินค้าจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จากที่ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมาณ 25 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันเราผลิตสินค้าเอง 90% เพราะว่าเรามีโรงงานเป็นของตัวเองและมีทีมงานวิจัยที่มีความสามารถ ทำให้สินค้าของเราเป็นที่ 1 ไม่เป็นสองรองใคร เมื่อมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา ก็สามารถ ที่จะทำตลาดได้ และยังคงมีเครือข่ายในการกระจายสินค้าทั่วประเทศ ทำให้ ผลิตภัณฑ์สามารถกระจาย ได้มากขึ้น ส่วนสินค้าที่เหลืออีก 10% จะเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีนิ นายนเรศกล่าว

ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนยอดสมาชิกอยู่ประมาณ 6,000 คน แอ็กทีฟประมาณ 30-40% มีสมาชิกเข้ามาสมัครใหม่เฉลี่ยต่อวันประมาณ 100 รหัส ส่วนสมาชิกที่ไม่แอ็กทีฟ บริษัทจะพยายามช่วยเหลือในการใช้ กลยุทธ์การตลาด โดยการจัดโปรโมชั่น มีสินค้าพิเศษ มีส่วนลด รวมทั้งมีของแถมพิเศษให้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวเชื่อว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ในการก้าวมาประกอบธุรกิจขายตรง เนื่องจากเป็นอาชีพอิสระและบริษัทเองก็มีความพร้อมในการผลักดัน การสนับสนุนการบริหารการขาย ประกอบกับบริษัทยังมีความพร้อม ทั้งในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม ทีมนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ การส่งออกสินค้า นอกจากนี้ สินค้าของบริษัทยังมีคุณภาพ เมื่อใช้แล้วเห็นผลดีก็จะมีความต้องการซื้อกลับมาใช้อีก

นอกจากนี้ ในอนาคตธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สร้างโอกาสทั้งต่อตัวบุคคลเองและครอบครัว ซึ่งสามารถที่จะกำหนดรายได้เป็นของตัวเอง หากมีความขยันมากก็จะมีรายได้มากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจขณะนี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจขายตรง จากที่ปัจจุบันต้องพิจารณาหาบริษัทที่ดี และต้องพิจารณาในส่วนที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ต้องมีความเหมาะสมกับปัจจุบัน แผนการตลาด และมีการพยายามทำในสิ่งที่แตกต่างสร้างความโดดเด่นอยู่เสมอ

ด้านนายกัมปนาท บุญราศรี ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร บริษัท เอเชี่ยนไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า ภายในสิ้นปี 2551 นี้ บริษัทคาดว่า จะมียอดขายภายในประเทศรวมทั้งปีไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีตัวสินค้าที่มีการวิจัยออกมาใหม่ซึ่งเป็นสินค้าประเภท เสริมอาหาร ซึ่งมีความแตกต่างจากที่มีนักวิจัยเป็นของบริษัทเอง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมีการปันผลตอบแทนให้กับสมาชิกที่ทันสมัยและโปร่งใสในแง่ของการ ตรวจสอบข้อมูลทำให้สมาชิกมีความมั่นใจในบริษัทมากขึ้น ประกอบกับบริษัทมีระบบการพัฒนานักธุรกิจ ให้เป็นมืออาชีพโดยการฝึกอบรมให้เป็นระบบ และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมทั้งมีศักยภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการทำโปรโมชั่น ส่งเสริมการตลาด เพื่อให้เกิดการตื่นตัวของ ผู้บริโภคและนักขายมากขึ้น ประกอบกับมีการเพิ่มช่องทางในการเบิกสินค้า การสั่งซื้อสินค้าให้มีความครอบคลุมถึงตลาดทั้งในภูมิภาคอีกด้วย โดยบริษัทจะมีการเพิ่มคลังสินค้าขึ้นอีกจำนวน 30 คลังทั่วประเทศ จากที่ ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 3 จุด ซึ่งคลังสินค้าดังกล่าวอาจจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทสมาชิก รวมไปถึงการจัดซื้อระบบอีคอมเมิร์ส และการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์อีกด้วย เพื่อให้ เกิดความสะดวกกับการประกอบธุรกิจ และนักธุรกิจด้วย

หากบริษัทมีการเติบโตเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เราเชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ จะเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทขายตรงที่มาแรงแห่งปีอย่างแน่นอนิ นายกัมปนาท กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของบริษัทต้องสามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ สมาชิกขยายงานได้ถูกต้อง สามารถดูแลลูกค้าได้ถูกต้อง บริษัทสามารถที่จะส่งเสริมได้ ถูกต้อง สินค้าได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับตัวสินค้า ซึ่งต้องมีความแตกต่าง และมีประโยชน์ โดยผ่านสมาชิกของบริษัทเองเป็นสิ่งสำคัญ และต้องเติบโตอย่าง ถูกต้องบนพื้นฐานของจริยธรรม



วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550

การแข่งขัน ลดรอบเอว นานาชาติ 15 เตียง International Competition in Waistline Reduction ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวทีกลาง ห้องแพลนนารีฮอลล์



การแข่งนวดลดรอบเอวใน 1 ชั่วโมงด้วย โกลด์เชพ เอ็กซ์ตร้าพลัส เชพ เฟิร์มมิ่งครีม
โดยมี Dancers เต้นโชว์ ถือธงของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

สัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา

และอธิบายว่าเมื่อลดลงแล้ว ไขมันหายไปไหน และจะกลับมาใหม่หรือไม่



ภาพหมู่ผู้บริหารมอบรางวัลชนะ 1 – 3 แก่ผู้เข้าแข่งขัน

อันดับ 1 ได้แก่ตัวแทนจากประเทศไทย อ.แกลง จ.ระยอง รอบเอวลดลงสูงสุด 11 ซม . (13.3 %) ใน 1 ชั่วโมง
(รางวัลที่ 1 ตั๋วเครื่องบินไป - กลับ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่)

อันดับ 2 ได้แก่ตัวแทนจากประเทศไทย อ.เมือง จ.ตาก รอบเอวลดลงสูงสุด 8 ซม. (10.4%) ใน 1 ชั่วโมง
อันดับ 3 ได้แก่ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น รอบเอวลดลงสูงสุด 9.5 ซม. (9.1 %) ใน 1 ชั่วโมง



ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศและผู้บริหาร (จากซ้ายไปขวา
ตัวแทนจากประเทศไต้หวัน โรมาเนีย ญี่ปุ่น ศ.ดร. พิเชษฐ์ รัสเซีย ฮ่องกง เกาหลี)



ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศและผู้บริหาร (จากซ้ายไปขวา
ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น ศ.ดร.พิเชษฐ์ และตัวแทนจากตะวันออกกลาง)



พิธีกรในงาน ซินดี้ - สิรินยา บิชอพ รับของที่ระลึกจาก ศ.ดร. พิเชษฐ์

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: บริษัท เอเชียนไลฟ์ จำกัด