ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวอาเจล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวอาเจล แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“อีพิค” ดูดแม่ทีมดังร่วมทีม “นิติ” นำร่อง “อาเจล” แห่ซบ







1235959_408159125951298_1498159882_n (Mobile)

 


ช็อก !! วงการขายตรงเมืองไทย เมื่อ “อีพิค” ปล่อยพลังดูด เปิดตัวผู้นำหมายเลขหนึ่งแห่งค่ายอาเจล “นิติ สว่างทรัพย์” เข้าร่วมทัพ หลังซุ่มเงียบเจรจากันเป็นแรมเดือน วงในเผยแผนใหญ่เตรียมใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ในไทย เป็นฐานบัญชาการใหม่ อีพิค แบไต๋จ่อโชว์ตัวผู้นำต่างค่ายอีกเพียบ ด้าน “นิติ” ยอมรับตัดสินใจค่อนข้างนาน แต่จำใจต้องจาก เหตุความคิดเห็นไม่ตรงกัน มั่นใจศักยภาพบริษัทใหม่ทั้งเงินทุน ผู้บริหาร และสินค้าเด่น เชื่อช่วยทีมงานประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก บริษัท อีพิค (ประเทศไทย) จำกัด (EPIC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท เบอร์จายา กรุ๊ป ที่มี Tan Sri Vicent Tan มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของได้เปิดตัวทีมผู้บริหารอย่าง Glen Jensen อดีตผู้ก่อตั้ง บริษัท อาเจลฯ ปัจจุบันนั่งตำแหน่งประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท อีพิคฯ และ ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ อดีตผู้บริหารของ บีฮิบ (ไทยแลนด์) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย ดูแลตลาดเอเชีย และประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ปรากฏมีกระแสข่าวว่าได้ดึงผู้นำจากค่ายขายตรงหลายแห่งมาร่วมทีมเป็นจำนวนมาก


ล่าสุด นิติ สว่างทรัพย์ ผู้นำหมายเลขหนึ่งของ อาเจล ประเทศไทย ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากบริษัท อาเจลฯ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้ามาร่วมธุรกิจ กับ บริษัท อีพิคฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งการเข้ามาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือว่าได้สร้างความมึนงง!! ให้กับสมาชิกของอาเจลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า นิติ สว่างทรัพย์ คนนี้เป็นผู้บุกเบิกตลาดอาเจลในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศอาเซียน จนทำให้อาเจลก้าวขึ้นมามียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และถือว่าเป็นผู้นำต้นแบบของหลายๆ คน ในวงการขายตรงไทย จากการที่เขาประกาศชัดเจนว่าจะยืนหยัดสู้ต่อไป แม้ บริษัท อาเจลฯ จะประสบวิกฤติอย่างหนักก็ตาม


นอกจากการลาออกจาก อาเจล ประเทศไทย อย่างเป็นทางการของ นิติ สว่างทรัพย์ แล้ว แหล่งข่าววงในยังระบุอีกว่า บริษัท อีพิคฯ เตรียมจะใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ประเทศไทย ในปัจจุบัน มาเป็นฐานบัญชาการของอีพิค อีกด้วย ซึ่งแหล่งข่าวจาก อาเจล ประเทศไทย ยอมรับว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหาสถานที่ เพื่อใช้เป็นสำนักงานเห่งใหม่ของ อาเจล ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ อีพิค (ประเทศไทย) ได้แถลงข่าวเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2556 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้นำ นำโดย นิติสว่างทรัพย์ ได้จัดประชุมกัน เพื่อจัดให้มีการวางผังองค์กรเป็นครั้งแรก


ด้าน นิติ สว่างทรัพย์ นักธุรกิจอิสระเปิดใจว่า การตัดสินใจลาออกจากอาเจลเพื่อมาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจค่อนข่างยากมาก ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเหตุผลที่ลาออกมาในครั้งนี้เป็นเพราะความคิดเห็นหลายอย่างไม่ตรงกันกับทางผู้บริหารของอาเจล จึงจำใจต้องตัดสินใจลาออกมา อย่างไรก็ตามจากการที่เคยได้ร่วมงานกับ Glen Jensen ประธานผู้ก่อตั้ง อีพิค เมื่อ 6-7 ปีก่อน ทำให้มีความเชื่อมั่นในการบริหารงาน และด้วยความพร้อมรอบด้านของบริษัทจึงเชื่อว่าจะนำพาทีมงานให้สามารถ ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่จะทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมผู้บริหารอย่าง Tan Sri Vicent Tan ที่ถือว่ามีความเข้าใจและมีแหล่งเงินทุนมหาศาลที่คอยให้การสนับสนุน โดยมอบหมายให้ Glen Jensen มีอำนาจในการบริหารงานอย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการขายตรงระดับโลกอย่างแน่นอน ที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนเยอะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้อีพิคเติบโตอย่างยั่งยืน


“การที่ผมลาออกจากอาเจล ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีผลกับบริษัทมากนัก เพราะทางผู้บริหารของอาเจลเองก็ยืนยันแล้วว่าจะให้การสนับสนุนในการททำตลาดในเมืองไทยต่อไป ซึ่งผมก็ได้บอกกับน้องๆทุกคนแล้วว่าให้มองที่ตัวเองเป็นหลัก แม้ผมจะไม่อยู่ทุกคนก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนที่จะมีใครตามมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่าทางอีพิคจะใช้สำนักงานของอาเจล เป็นสำนักงานนั้นยังไม่มีข้อสรุป เพราะก่อนหน้านี้ผมได้เสนอกับทาง บริษัท อีพิคฯ ไปว่าให้ลองติดต่อกับทางเจ้าของอาคารแห่งนี้ดู ส่วนเขาจะตกลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของผู้บริหารของบริษัทเป็นหลัก” นิติ กล่าว


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 234 ประจำวันที่ 16-31 พฤศจิกายน 2556


 

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ดันตัวเข้า "ตลาดหุ้น" ฝันเป็นธรรมาภิบาลชิงแต้มต่อภาพลักษณ์


เชื่อว่าการได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัท (มหาชน) คงเป็นความฝันของทุกธุรกิจ ทุกบริษัท เนื่องจากประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ และความเป็นบริษัทธรรมาภิบาล คงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบ การเจ้าของธุรกิจเฝ้าฝัน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทในวงการขายตรง ที่ ต่างพากันคาดหวังที่จะทำให้แบรนด์ของตนเองเป็นบริษัทที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ที่กล่าวมา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับบริษัทของตนเองในอีกทาง


โดยนายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่อาเจลประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 บริษัทก็พร้อมเปิดเกมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยแผนกลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใน กลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกและนักธุรกิจอาเจล ทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่ามีสัดส่วนการขาย ประมาณ 25% จาก ยอดขายโดยรวม


อาเจลวางแผนไว้ว่าปีนี้ บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตามความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน นายวสันต์ กล่าว


ที่สำคัญเอเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความ สะดวกให้กับสมาชิกผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญ อาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความ สะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้ คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้


ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวางเป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขาให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดยประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียมเปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้


ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่า เป็นการปูทางสู่เส้นชัยที่อาเจลประเทศไทยตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้ เราจะขอปิดยอดการ ขายที่ 1,000 ล้านบาท ให้ได้ และนอกจาก นี้ เพื่อก้าวสู่ความฝันอันสูงสุดของอาเจล ประเทศไทยที่จะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2560 ตอกย้ำความมั่นคงและรองรับการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต อีกด้วย


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิต และ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาด หลักทรัพย์ ตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง ก.ล.ต.


บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัท ที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมา แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้อง ยื่นเรื่องมาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้น ก็จะเสนอเรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้


นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง ถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็น การส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาว ปูแดง จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกิน ปลายปีหน้า


อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาดในปี นี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่ม ความถี่ในการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแล บริหารธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรง กระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้น ในไตรมาส หลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไวถือเป็น สินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ


ซึ่งนอกจาก 2 บริษัทขายตรงที่กล่าวมานี้ ที่มีความต้องการนำบริษัทเข้าไป อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วยังมีค่ายขายตรงอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความคาดหวังที่จะมีนามสกุลบริษัทเป็นมหาชน โดยรวมถึงบริษัทขายตรงน้องใหม่อย่าง บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมายมั่นว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะเป็นบริษัทขายตรงแบรนด์หนึ่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ให้จงได้ เพื่อหวังจะรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


อย่างไรก็ดี นอกจากบริษัทขายตรง ค่ายต่างๆ ที่คิดฝันว่าอนาคตจะเป็นบริษัท มหาชน แต่เมื่อไม่นานมานี้บริษัทที่ดำเนิน ธุรกิจตลาดแบบตรงอย่าง ทีวี ไดเร็ค ก็ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไปเป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแบรนด์ตลาดแบบตรงที่มีนามสกุลมหาชน


ทั้งนี้ ในส่วนของขอบเขตและกฎกติกาในการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องยากของธุรกิจขายตรง และถึงแม้บริษัทขายตรงจะได้เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว แต่เรื่องของการจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งนักวิเคราะห์หลายท่านยังเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ธุรกิจขายตรง สำคัญที่ตัวนักขาย ซึ่งนักลงทุนคงไม่อยากที่จะลงทุนแล้วรอหวังผลกำไรจาก การขายของนักธุรกิจอิสระมากนัก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "อาเจล (Agel Thailand)" กับ คุณนิติ สว่างทรัพย์


กระเถิบต่อในเส้นรัชดาฯ มาอีกนิด แวะมาเช็กกระแส AGEL กันซะหน่อย ก็ดู เหมือนช่วงนี้ข่าวจะดูเบาๆ แบบเหงาๆ ไป หน่อยว่ามั้ยล่ะเจ้าคะท่านผู้อ่าน แต่พอ 4 สาว ย่องไปกระซิบถามเท่านั้นแหละ ก็ได้ รับคำตอบมาว่า กระแสยังแรงดีไม่ตก ดูจาก สินค้าสิ ที่ถึงขนาดผลิตไม่ทันโดยเฉพาะ OM3 ที่ขาดตลาด ถึงจะพยายามเร่งแล้ว เร่งอีก ก็ยังออกไม่ได้สักที แหม..แบบนี้ผู้นำ ทั้งหลายคงต้องฮัมเพลงรอไปก่อนซิเจ้าคะ แต่หวังว่าคงไม่ปล่อยให้รอเก้อ นะเจ้าคะ คริคริ... ส่วนด้าน คุณนิติ สว่างทรัพย์ ก็ออกโรงคอนเฟิร์ม นอนยัน นั่งยันว่า กระแสข่าวลือมันเหมือนลมเพลมพัด ทำมั้ย ทำไม ยัง ลือกันไม่เลิก ก็คุณพี่เค้าเองยังเองยังคงปึ้กเหมือนเดิม กรีดเลือดออกมา ก็แทบจะเป็นเจลเหมือน AGEL เลยเจ้าค่ะ อิอิ ได้ยินแบบนี้ 4 สาว ก็เบาใจ เอ๊ะๆ ว่า แต่ เฟอร์รารี่คันงาม ของคุณพี่ตอนนี้ยังอยู่ดีหรือป่าวเจ้าค่ะ อิอิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel Thailand) : จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel-IAA)


บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel) ซึ่งในวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 ได้ร่วมฟังวิสัยทัศน์จาก Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Vice President Research & Development) จากสหรัฐอเมริกา และผู้บริหาร อาเจล ประเทศไทย วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส (Vice Senior President) อคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร รองประธาน (Vice President) ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ช่วงเย็นก็เต็มอิ่มกับงาน Director Party ร่วมฉลองความสำเร็จกับผู้นำระดับสูง ณ ห้องเมจิก 3 และวันที่ 7 กรกฎาคม 2555 งาน I AM AGEL (IAA) ภายในงานได้รวมขุนพลบรรดาผู้นำธุรกิจจากทั่วประเทศ และ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ OM-3 ซึ่งเป็นเจลเสริมอาหารบำรุงด้านสมอง ตลอดทั้งได้พบแขกปราศรัยผู้ที่ประสบความสำเร็จ จากประเทศเม็กซิโกที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ งานนี้เรียกได้ว่าได้ทั้งความรู้ ข้อคิดดีๆ แถมยังได้รอยยิ้มความประทับใจกลับไป กันทุกคน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel) : ครึ่งหลัง Agel ลุยตลาดเต็มพิกัด บริษัทแม่ปักธงไทยเป็นฮับเอเชีย


Agel เผยครึ่งปีแรกเติบโตในระดับน่าพอใจ ประกาศครึ่งหลังพร้อมลุยอย่างเต็มที่ เตรียมอัด โปรโมชั่นสมาชิก พร้อมเข้าสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่าง เป็นทางการ เผยสมาชิกเก่ากลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง มั่นใจไตรมาสแรกปี 2556 โรงงานผลิตสินค้าพี่ไทย เดินเครื่องได้ชัวร์

วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ถึงอัตราการเติบโตของอาเจลในช่วงครึ่งแรกของ ปีว่า Agel ทั่วโลกมีอัตราการเติบโต 10% ซึ่งเป็น อัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับ ช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ประเทศไทย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการ- เติบโต จนสามารถมีผู้ได้รับตำแหน่ง Director ใหม่ถึง 3 รหัส

นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้าง การเติบโต ด้วยการจัดโครงการ Agel Olympic ซึ่งเป็น อีกหนึ่งโปรโมชั่นที่บริษัทแม่ที่อเมริกาได้จัดขึ้นเพื่อเป็น การแข่งขันของสมาชิก Agel ทั่วโลก โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือก จะเป็นสมาชิกของ Agel ที่อยู่ในตำแหน่งในภูมิภาคใดก็ได้ ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้รับสิทธิพิเศษ 5 วัน และ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการค้นหาบุคคลที่มีคุณสมบัติที่ เหมาะสม โดยประเทศที่เข้าแข่งขันจะมีสมาชิกที่เข้าแข่งขัน ในทีมเทา่ ๆ กนั และหากประเทศใดเปน็ ผชู้ นะโครงการ Agel Care ก็จะต้องมาอยู่ในประเทศนั้น

สำหรับโครงการ Agel Care ในประเทศไทย ล่าสุด ได้จัดมอบคอมพิวเตอร์มือสองที่ปรับปรุงใหม่ให้กับโรงเรียน วัดโคกเข็ม จังหวัดชัยนาท และยังมีสมาชิกบางส่วนได้ร่วม ทำกิจกรรมให้กับนักเรียน สำหรับโครงการดังกล่าวสามารถ บริจาคได้โดยการดื่มผลิตภัณฑ์ของ Agel และทุกๆ ฝาจุก ของอาเจลมีมูลค่า 1 เซ็น หรือประมาณ 30 สตางค์ จะถูก ส่งมอบให้กับโครงการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ Agel ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ OM-3 โอเมก้า 3 ที่สกัดจากปลาทะเลนํ้าลึกแถบ ประเทศนอร์เวย์ และ อาเจล คอฟฟี่ พลัส การแฟกระชับ สัดส่วนที่บริษัทนำสินค้ามารีเฟรชแบรนด์ใหม่ และเครื่องชง กาแฟอัตโนมัติ ที่สามารถนำไปให้บริการได้ที่ฟิตเนส โรงเรียน กวดวิชา และคอมมูนิตี้มอลล์ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเครื่อง ชงกาแฟอัตโนมัติวางให้บริการตามจุดต่างๆ ไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง อีกทั้งบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าเพิ่มใหม่อีก 2 รายการ

ในส่วนของโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้จัดอย่าง ต่อเนื่อง ล่าสุดได้พาสมาชิกกว่า 60 คน ท่องเที่ยวที่กรุง- ลอนดอน และในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมพา สมาชิกไปเที่ยวที่อเมริกา พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนที่จะไป ท่องเทียวที่อิตาลี และฝรั่งเศส ตามลำดับ อีกทั้งยังได้จัด Manager Trip ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในภูมภาคเอเชีย นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดพ็อกเกตมันนี่มูลค่า 2,000,000 บาทต่อคน ให้กับสมาชิกในระดับ Director ที่สามารถทำ คุณสมบัติได้ตามกำหนดในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง

แผนการจ่ายผลตอบแทน Agel ได้เพิ่มเวลาใน การจ่ายผลตอบแทนแบบ ไฮบริด พลัส ไปจนถึงสิ้นปีจากเดิม แผนการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวหมดระยะเวลาลงในสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการต่อระยะเวลาแผนการ แบ่งจ่ายนี้ บริษัทแม่ที่อเมริกาได้มีความเห็นชอบด้วยเป็น อย่างยิ่ง

ทั้งนี้ Agel ยังได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) MRT ในการจัดทำ บัตร SCB Cash Card ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้เป็นทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรรถไฟฟ้า พร้อมกับเป็นบัตรของสมาชิก Agel ในบัตร เดียวกัน โดยบัตรดังกล่าวในประเทศไทยมีเพียง 2 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ได้แก่ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ขณะที่โครงการ Sports Hero ล่าสุด Agel ได้เข้า ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) ในการร่วมสนับสนุน ผลิตภัณฑ์สำหรับนักกีฬา โดยได้ลงนามอย่างเป็นทางการกับ กกท. ซึ่งการลงนามครั้งนี้มีสัญญาทั้งสิ้น 2 ปี โดยข้างกล่อง ของผลิตภัณฑ์ของ Agel จะระบุว่า Agel ผู้สนับสนุน โครงการ Sports Hero อย่างเป็นทางการ

วสันต์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่ผ่านมาที่มีกระแสข่าว การไหลออกของสมาชิก Agel ที่ออกเป็นจำนวนหนึ่งนั้น ตอนนี้บริษัทมีความยินดีที่สมาชิกเหล่านั้นได้กลับคืนมา อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม การรับกลับเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้รับ ทุกคนที่ต้องการกลับเข้ามาแต่ต้องดูถึงสาเหตุที่ออกไป และ สาเหตุในการกลับเข้ามาเสียก่อน โดยล่าสุดบริษัทได้พูดคุย กับตระกูลเจนวิชชุวงศ์ ในการกลับเข้ามาร่วมงานกันอีกครั้ง และตอนนี้ตระกูลดังกล่าวได้กลับเข้ามาร่วมงาน โดยเริ่มใหม่ จากข้างซ้าย 0 คะแนน และข้างขวา 0 คะแนน ซึ่งในตอน ที่ไปอยู่ที่อื่นนั้นนับว่าอยู่ในตำแหน่งที่สูง นอกจากนี้การ กลับมาของตระกูลดังกล่าวยังเป็นการนำทัพของคนที่ออกไป และคนใหม่กลับเข้ามาสู่ Agel อีกครั้ง

ด้าน Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัย และพัฒนา บริษัท Agel Enterprises.LLC. เปิดเผยถึงการ เข้ามาเปิดโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทยจากที่เคย พิจารณาหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกันว่า การที่ Agel ได้ตัดสินใจเข้ามาเปิดโรงงานในประเทศไทย เนื่องจากบริษัท ได้มองเห็นแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศ ที่เหมาะสมในการเป็นฮับของ Agel ในภูมิภาคอาเซียน และ เอเชีย-แปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นบริษัทได้วางแผนที่จะ ว่าจ้างโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้า ซึ่ง บริษัทจะส่งผู้เชี่ยวชาญการผลิตจากต่างประเทศ เข้ามา ควบคุมการผลิต ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์แรกที่จะทำการผลิต ในประเทศไทยได้ คือ OMI หลังจากนั้นจะเป็นกลุ่มสินค้า ที่มีความต้องการของตลาดประมาณ 3-4 รายการ พร้อมกันนี้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อโรงงานผลิตสินค้า ในประเทศไทยแล้วเสร็จ จะสามารถทำให้ผู้บริโภคใน ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีสินค้าที่มีราคา ที่เหมาะสม โดยคาดว่าโรงงานจะสามารถเริ่มดำเนินการ ผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2556


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว "อาเจล (Agel)" ปลื้มผู้นำเก่าหวนซบอกย้ำรับแต่คนดีส่วนพวกให้ร้ายอย่าได้เผาผี!

 


อาเจล อ้าแขนรับนักขาย ที่เคยหอบผ้าหนี แต่ต้องไม่ใช่คนที่เคยให้ร้ายบริษัท โชว์แผนครึ่งปีหลังจับมือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบัตรใช้จ่ายเฉพาะ ลูกค้าอาเจลสร้างความสะดวกสมาชิก ด้านแม่ทัพอเมริกา มร. โจล์ ร็อควูด บินตรงเข้าไทย ประกาศตั้งเป็นแกนอาเซียน เนรมิตโรงงานผลิตสินค้าจ่ายสาขาในภูมิภาค

นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาเจลสาขาไทยมีผลประกอบการ เติบโตขึ้นถึง 10% ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ทำให้ใครหลายคนเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจอาเจล โดยเฉพาะผู้นำเก่าที่หวนกลับมาสนใจและเข้าร่วมธุรกิจกับเรา อีกครั้ง

จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านั้นอาเจลประเทศไทยเกิดวิกฤติภาวะเลือดไหล สร้างผลกระทบทั้งต่อภาพลักษณ์ของบริษัท และต่อยอดขายมากมาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน เมื่อเลือดเก่าเหล่านั้นไหลย้อนกลับมา และนำทัพของธุรกิจที่เขาอยู่ล่าสุดมาเป็นทัพใหญ่ ซึ่งตนเชื่อว่าปรากฏการณ์เลือดไหลย้อนกลับนี้จะนำ อาเจลก้าวไปสู่มิติใหม่อย่างที่ใครๆ คาดไม่ถึงแน่นอน

อย่างไรก็ดี นายวสันต์ ก็ได้กล่าวถึงเงื่อนไขที่บริษัทจะรับพิจารณาผู้นำเก่าที่จะมาร่วมธุรกิจกับอาเจลใหม่ว่า การพิจารณา รับเข้ามานั้น คณะกรรมการจะพิจารณาออก เป็น 2 เรื่อง คือ ตอนออกไป เขาเหล่านั้นออกไปเพราะเหตุผลใดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ ไม่ และออกไปแล้วทำร้ายบริษัทมากน้อยแค่ไหน เพราะอาเจลเราเจ็บแล้วจำ จะไม่พิจารณาคนที่สร้างความเสียหายให้กับบริษัท อย่างแน่นอน และผู้นำเก่าที่กลับมาใหม่ เขา จะต้องเริ่มต้นใหม่ เหมือนสมาชิกนักธุรกิจคนอื่นๆ ทุกคน

ส่วนแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง รองประธานอาวุโส อาเจลประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีนี้บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่าง เต็มที่ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครือข่าย อย่างแท้จริง โดยแผนแรก คือ การขยายแผนโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย Hybrid Plus Triple Bonus ที่บริษัทได้จัดเป็นโปรฯพิเศษ ให้กับสมาชิก โดยเป็นแผนที่นักขายสามารถ รับรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากบรรดาสมาชิก บริษัทจึงได้ขยายระยะเวลาสำหรับโปรฯดังกล่าวจนถึงสิ้นปีนี้

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำ SCB Cash Card ที่จะทำให้สมาชิกของบริษัทมีความคล่องตัวในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งบัตรเดียวเป็นได้ ทั้ง ATM รวมถึงสามารถใช้เดินทางรถไฟฟ้า ใต้ดิน (MRT) ได้อีกด้วย และถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งขึ้นเมื่อมีเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น ที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคารไทยพาณิชย์ ในการผลิตบัตรดังกล่าวให้ โดยอีกบริษัทหนึ่ง คือ เบียร์สิงห์

ด้านโปรฯ การท่องเที่ยว หลังจากในช่วงไตรมาสแรก อาเจลได้มีการจัดทริปท่องเที่ยวยุโรป ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้นำสามารถพิชิตโปรฯ ได้ถึง 60 คน หลังจากนี้บริษัทจะจัดให้ผู้นำธุรกิจมีโอกาสท่องเที่ยว ได้เพิ่มขึ้น คือ 1 ปี มีโอกาสเที่ยวได้ 4 ครั้ง และเป็นครั้งแรกที่อาเจลจะแจกทั้งทริปท่องเที่ยวและเงินช็อปปิ้งเป็นพ็อกเก็ตมันนี่สูงสุดถึงคนละ 2 ล้านบาท อาจกล่าวว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการเครือข่ายขาย ตรงบ้านเราเลยก็ว่าได้ที่มีการแจกพ็อกเก็ต มันนี่ให้ผู้นำแต่ละคนถึง 2 ล้านบาท โดยที่ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหารและที่พักอย่างแน่นอน

อาเจล คงจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราสามารถหยัดยืนอยู่ท่ามกลางมรสุมต่างๆ ได้ และปัจจุบันบริษัทก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เพื่อนๆ ที่เคยออกจากธุรกิจอาเจลไปด้วย หลายปัจจัย เปลี่ยนใจกลับมาสู่บ้านหลังเก่า ที่มีความพร้อมและอบอุ่นเช่นเคย ซึ่งเราก็เปิดโอกาสต้อนรับทุกคนด้วยความจริงใจ วสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านมร.โจล์ ร็อควูด รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทอาเจลสำนักงานใหญ่ ตัดสินใจที่จะเข้ามาเปิดโรงงานที่ประเทศไทย เพื่อเป็นฐานการ ผลิตสินค้าส่งขายทั่วเอเชีย เพราะอาเจล อเมริกามั่นใจว่า ไทยเป็นสาขาที่แข็งแกร่ง ซึ่งต่อไปนอกจากอาเจลสาขาไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอเชียแล้วยังสามารถก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อีกด้วย โดยตนคาดว่าโรงงานจะเริ่มผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มต้นน่าจะเป็นการผลิตสินค้าจำพวกบอดี้แคร์ก่อน ส่วนงบในการจัดตั้งโรงงานยังไม่เป็นที่แน่นอน ต้องรอระยะเวลา และดูความพร้อม ต่างๆ

โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มร.โจล์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาช่วยรุกการขยายตลาดกลุ่มเด็ก นักศึกษา หรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการเสริมสร้างสติปัญญา โดยการผลิตสินค้าที่เรียกว่า OM-3 ในซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารในรูปแบบเจล นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาปรับปรุง พัฒนาสูตรใหม่ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนรักสุขภาพมากขึ้น คือ การพัฒนาเครื่องดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ COF และที่พิเศษยิ่งกว่า ก็คือการเปิดตัวเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้นักธุรกิจทำงานได้คล่องขึ้น โดยเครื่องชงกาแฟนี้สามารถติดตั้งไว้ได้เกือบทุกที่ ไม่ว่าจะตามสถานฟิตเนส แหล่งเสริมสวย หรือโรงเรียน และสถานราชการต่างๆ คาดว่าในครึ่งปีหลังนี้เฉพาะอาเจลประเทศไทยจะมีการตอบรับเครื่องชงกาแฟดังกล่าวถึง 200 เครื่อง

นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงาน Agel World รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือน กันยายนนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า หากผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ ได้เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศไทย เชื่อได้ว่าวงการเสริมอาหาร จะต้องตะลึง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1318 ประจำวันที่ 18-7-2012 ถึง20-7-2012