ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่ายฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่ายฯ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม (Happy MPM) : ขายตรงค่ายเยอรมัน พีเอ็ม เปิดศึกตลาดไทย








iqfd7f9c6918ecdee24e50e1d030d85834 (Mobile)


ขายตรงค่ายเยอรมัน พีเอ็ม เปิดศึกตลาดไทย ลั่น !!! เทียบชั้นขายตรงน้ำดี พร้อมทำตลาดแบบคืบคลาน หวังโตแบบยั่งยืน หลังพบตลาดไทยแข่งดุ ชี้ 11 เดือน ทีผ่านมาเปิดตัวแบบไม่เป็น ทางการ ตามนโยบายบริษัท - แม่ที่ต้องรอสินค้าผ่าน อย. หมดทุกตัว ระบุสินค้าใหม่ รอจ่อคิวอีก 25 ตัว ขณะที่แผนการตลาดเตรียม ลงพื้นที่ภูธรทั่วประเทศ พร้อมหนุนงบสัมมนาผู้นำ เต็มพิกัด เพื่อดันยอดท้ายปีให้ได้ 600 ล้านบาท


ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงสัญชาติเยอรมัน เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า หลัง บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจขายตรงในประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ 35 อย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 11 เดือน กับกระแสการตอบรับ ที่ไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากตลาดขายตรงเมือง- ไทยมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้น บริษัทจึงเตรียม แผนกลยุทธ์ในการรับมือ ด้วยการดึงแผนลูกผสมซึ่งเป็นแผนเดียวที่ใช้กันทั่วโลก โดยดึงแผนสแตร์ สเตปผนวกกับแผนยูนิเลเวล ที่แบ่งเป็น 2 พาร์ท คือ รอยัลตี้โบนัส และแมเนจเม้นท์โบนัส แผนการตลาด ที่น่าสนใจให้กับสมาชิกและผู้นำ


การที่เราเปิดตัวบริษัทแบบไม่เป็นทางการ ครั้งนี้ ถือเป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ที่เยอรมนี ที่ต้องการทำธุรกิจทุกอย่างให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการ ขออนุญาตจำหน่ายสินค้าจากสำนักงานคณะ- กรรมการอาหารและยา หรือ อย. ให้ต้องถูกต้อง และเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งตอนนี้มีสินค้า 25 รายการ ในหมวดเสริมอาหารที่รอ อย. อนุมัติ และ สินค้าผ่านการอนุมัติทุกรายการจะมีการเปิดตัว บริษัทอย่างเป็นทางการแน่นอน


ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าวางตลาด 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.เสริมอาหาร ภายใต้ชื่อ Fitline ได้แก่ Fitline Basic, Fitline AOP, Fitline Resto และ Fitline Junior และ 2.เครื่องสำอาง ภายใต้ชื่อ BeautyLine ได้แก่ Anti-Aging Duo Lift Finish, Brightening Day Cream, Brightening Night Cream และ Brightening 12H Active Serum โดยสินค้า ทุกรายการนำเข้าจากเยอรมนี และที่สำคัญสินค้า มีการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 18 ปี ด้วย เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า NTC (Nutrient Transport Concept) อย่างไรก็ดีในช่วง 5-10 ปีจากนี้ไป บริษัทมองว่าผู้บริโภคทุกคนต้องหันมารับประทาน เสริมอาหารกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ไม่ได้รับสารอาหาร ที่เพียงพอกับร่างกาย


ทั้งนี้ บริษัทได้วางแนวทางการทำตลาดแบบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยต้องการวางรากฐานของบริษัท อย่างมั่นคง ซึ่งในปีนี้จะเน้นลงพื้นที่ไปยังจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อหาแม่ทีมที่ต้องการร่วมธุรกิจ กับบริษัทอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีการจัดบูธ การ จัดโรดโชว์ และการจัดรายการผ่านเคเบิล ทีวี รวมถึง การลงสื่อวิทยุชุมชนในหัวเมืองใหญ่ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ ระหว่างการทำสปอตโฆษณา ขณะที่การจัดอบรม สัมมนานั้นบริษัทจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับ กลุ่มผู้นำที่ต้องการจัดสัมมนาในต่างจังหวัด โดย จะเป็นการสนับสนุนเป็นจุดๆ ในแต่ละพื้นที่ที่ผู้นำ แจ้งความประสงค์มายังบริษัท


ถ้าถามถึงมุมมองธุรกิจขายตรงไทย มองว่า ตลาดยังคงเติบโต เพราะว่าคนทั่วไปยังคงมองหา อาชีพเสริมเป็นอาชีพที่ 2 อย่างธุรกิจขายตรงนั้น ถือ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก และแนวโน้มการทำธุรกิจขายตรง ของคนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากผู้ประกอบการขายตรงทำธุรกิจอย่างโปร่งใส และขาวสะอาด มองว่าภาพลักษณ์ขายตรงจะดีกว่า ที่เป็นอย่างแน่นอน ส่วนบริษัทนั้นต้องการสร้าง นักขายน้ำดี สิ่งสำคัญคือ อยากได้ผู้นำที่มีมุมมอง การทำธุรกิจขายตรงที่ดีและมีคุณธรรม ไม่ใช่เข้ามา เพื่อหวังผลประโยชน์


อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดขายภายใน สิ้นปีนี้ประมาณ 500-600 ล้านบาท โดยแผนการ ทำตลาดจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ และมั่นคง ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นเรื่อง เพื่อขอเป็นสมาชิกกับสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เลือก "เลขาสคบ.ใหม่" ร้อนฉ่า!! "มือที่3" โผล่ซัดเละแจ้งวัฒนะ


เลือกเลขาธิการสคบ. คนใหม่ระอุ!! 2 รอง นพปฎล - จีรชัย เจอปมร้อน มือที่ 3 โผล่แจม โม่ง ปล่อยข่าว - เรื่องร้องเรียนจ้าละหวั่น แจ้งวัฒนะ ต่างถูกลากโยง นัวเนียประเด็น ข้อสงสัย พฤติกรรม คาดเป็นชนวนเหตุ กรรมการ เลื่อนสัมภาษณ์รอบตัดเชือก 24 ก.ค.ยาวถึง 1 ส.ค.นี้ ก่อนส่ง รัฐมนตรี ชงครม.พิจารณาอังคาร 7 ส.ค.ต่อ ขณะ อัศวิน ประกาศลาออกเก้าอี้นายกสมาคม อุตฯขายตรงกลางอากาศ อ้างเหตุผลักดัน สมาพันธ์ขายตรงไทย เหลว! พร้อมเปรย! รอฟ้าเปลี่ยนว่ากันใหม่!!


แหล่งข่าวระดับสูงในวงการธุรกิจ ขายตรงรายหนึ่ง เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายฯ ถึงการเลื่อนพิจารณาคัดเลือกเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คนใหม่ออกไปจากวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 เป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2555 นี้ของ คณะกรรมการว่า อาจมีสาเหตุมาจากปัญหา ภายในที่กำลังมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับ 2 รอง เลขาธิการสคบ.ซึ่งเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการ พิจารณาทั้งคู่


ด้วยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน ได้เกิดกระแสข่าวปล่อยจากคนในวงการ ขายตรงว่า นายนพปฎล เมฆเมฆา ซึ่งดำรง ตำแหน่งรองเลขาธิการสคบ.และรักษาการ เลขาธิการสคบ.ไปมีส่วนได้ส่วนเสียและ พัวพันกับการอนุมัติให้บริษัทขายตรงราย ใหม่รายหนึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ กระทั่งนายนพปฎลต้องไปชี้แจงต่อรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล จนมีการตรวจสอบไต่สวน กันขึ้น


แล้วต่อมาทราบมูลเหตุข้อเท็จว่า นายนพปฎล ถูกกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งนำชื่อไป อ้างในการเสนอแลกผลประโยชน์กับผู้ประกอบ ธุรกิจขายตรงรายใหม่รายหนึ่ง ซึ่งกลุ่มบุคคล ดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการธุรกิจขาย ตรงปัจจุบัน โดยแหล่งข่าวระดับสูงรายเดิมระบุ ว่า บุคคลที่ 3 เหล่านี้มีชื่อหัวหน้าทีมนำหน้าว่า น. และทราบว่าขณะนี้กำลังถูกเจ้าหน้าที่ที่ เกี่ยวข้องติดตามตัวอย่างใกล้ชิดอยู่


ส่วนทางด้านนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการสคบ.อีกคนหนึ่งก็กำลังได้รับการ ร้องเรียนจากบุคคลภายนอกส่งเรื่องร้องเรียนตั้ง ข้อสงสัยพฤติกรรมไปยังเลขาธิการสคบ.ซึ่ง ปัจจุบันก็คือนายนพปฎลในฐานะรักษาการ เลขาธิการสคบ.ให้ตรวจสอบว่ามีส่วนได้เสีย กับการรับเงินบริจาคจากองค์กรเอกชนเพื่อ สนับสนุนการดำเนินงานวันคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 30 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา


โดยหนังสือร้องเรียนจากบุคคลภาย นอกดังกล่าวถูกส่งถึงสคบ.ราวต้นเดือน กรกฎาคม และในวันที่ 12 กรกฎาคม เลขาธิการสคบ.โดยอำนาจก็ส่งเรื่องดังกล่าวให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่ทางป.ป.ช.โยนกลับมาที่ สำนักงาน สคบ. ต้นสังกัดให้ดำเนินการตรวจสอบเอง เพราะ เป็นเรื่องภายในสคบ.


แหล่งข่าวระดับสูงในการขายตรงอีก รายหนึ่ง กล่างถึงกรณีนายจิรชัยว่า เป็นเรื่อง ที่คนภายนอกซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริจาค สนับสนุนการดำเดินงานวันคุ้มครองผู้บริโภค แล้วได้ตั้งข้อสังเกตถึงการอ้างขอรับบริจาค เงินสนับสนุนของสคบ.โดยนายจิรชัยได้รับ อนุญาตจากเลขาธิการสคบ.คนก่อน (นายนิโรธ เจริญประกอบ) เป็นผู้ดำเนินการ ที่จะถ่ายทอด สดงานดังกล่าวออกสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศ ไทย ช่อง 11 แต่วันงานจริงสคบ.ไม่ได้ถ่ายทอด สดผ่านช่อง 11 แต่อย่างใด


ต่อประเด็นนี้แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว เพิ่มเติมว่า นายจิรชัยได้เข้าชี้แจงต่อรัฐมนตรี นายวรวัจน์พร้อมแจกแจงรายรับทั้งหมดของ ยอดการรับบริจาคงานวันคุ้มครองผู้บริโภค ดังกล่าวประมาณ 8.5 แสนบาท แล้วมี ค่าใช้จ่ายสำหรับการถ่ายทอดผ่านช่อง 11ประมาณแสนกว่าบาทไปแล้ว หลังจากได้นำ เทปไปออกอากาศในเวลาต่อมา ด้วยวันจัดงาน ของสคบ.ทางช่อง 11 มีรายการด่วนจึงไม่ สามารถดำเนินการถ่ายทอดสดให้ได้


ขณะที่อีกซีกหนึ่งของวงการธุรกิจ ขายตรงวันที่ 24 กรกฎาคมวันเดียวกันนั้น นายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ ได้ประกาศลาออก จากการเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรง ไทย หรือ TDIA = Thai Direct Sale Industrial Association ต่อหน้ากรรมการบริหารสมาคม และสื่อมวลชน โดยอ้างเหตุผลสำคัญว่าไม่ สามารถเป็นผู้ประสานสมาคมขายตรงอื่นๆ อีก 2 สมาคมให้บรรลุสู่เป้าประสงค์ตามที่ ตั้งไว้เมื่อเข้ารับตำแหน่ง 6-7 เดือนก่อนหน้านี้ ในการจะรวมพลังจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรง ไทย ขึ้น


มีเหตุหลายอย่างให้ผมไม่สามารถ เป็นขับเคลื่อนให้มีการตั้งสมาพันธ์ขายตรงไทย ขึ้นได้ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้เมื่อครั้งที่มารับ ตำแหน่งครั้งแรก ด้วยทางสมาคมใหญ่เองหลัง เปลี่ยนนายกสมาคมคนใหม่ก็ยังไม่มีท่าที รวม ถึงกระแสข่าวที่ใหญ่บางคนไม่ต้องการให้มีการ รวมตัวกันเป็นสมาพันธ์ขายตรงด้วย หากฟ้า เปลี่ยนค่อยมาว่ากันใหม่อีกทีนะครับ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-16 สิงหาคม 2555