ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรีมาไลฟ์ ไทม์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรีมาไลฟ์ ไทม์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวพรีมา ไลฟ์ ไทม์ (Prima Life Time) : พรีมา ไลฟ์ ไทม์ โชว์ 7 ขุนพลใหม่ ปรับแผนสู้ศึก MLM สิ้นปีทะลุ 350 ล.







P_jop_Team2013 (Mobile)


พรีมา ไลฟ์ ไทม์ เสริมทัพใหม่แน่นปึ้ก ดึง 7 ขุนพล กูรูขายตรงนั่งแท่นบริหาร สั่งปรับแผนการตลาดสู้ศึกขายตรงเดือด!!ตอกย้ำแบรนด์ MLM น้ำดีของไทย ด้าน สุรวัจน์ โปรย ยาหอม ประกาศความพร้อมแน่นทุกขุมกำลัง ลั่น สิ้นปีโกยยอด 350 ล้านบาท หลังเร่งขยายศูนย์เซ็นเตอร์ทั่วประเทศ


อาบพร รอดบุญ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ทำการปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ โดยได้แต่งตั้งทีมที่ปรึกษาใหม่จำนวน 7 คน เพื่อให้เข้ามาช่วยในการบริหารงาน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ตนละทีมผู้บริหารชุดใหม่ได้เดินสายพบปะกับสมาชิกตามภาคต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิก


ก่อนหน้านี้มีแม่ทีมระดับบนออกไปอยู่ค่ายอื่น แล้วมาดึงสมาชิกระดับล่าง แต่ไม่มีใครตามไป มันเลยทำให้เราเข้าใจคำว่า อาชีพผู้นำ ซึ่งดูแล้วค่อนข้างน่าสมเพชมาก เพราะเราไม่เคยเจอว่าแบบนี้ก็มีด้วย แต่หลังจากที่เราได้ทีมที่ปรึกษาใหม่เข้ามาช่วยในการวางระบบการทำงาน และการจัดฝึกอบรมใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นมืออาชีพมากๆ ทำให้ภาพของ พรีมา ไลฟ์ ไทม์ เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะความมั่นใจของสมาชิกจากที่เคยหยุดไปก็เริ่มกลับเข้ามาขยายตลาดกันต่อ และทีมงานส่วนใหญ่เริ่มทำงานเป็นจากเดิมที่ต้องคอยให้ผู้นำระดับสูงลงไปช่วย


สำหรับการได้ทีมที่ปรึกษาทั้ง 7 คน เข้ามาช่วยงานในครั้งนี้นั้น อาบพร คาดหวังว่า ทีมผู้บริหารชุดนี้จะนำพาและช่วยยกระดับให้กับ พรีมา ไลฟ์ ไทม์ ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าของธุรกิจขายตรง เนื่องจากทีมผู้บริหารชุดนี้มีความเป็นมืออาชีพทั้งในด้านการทำงานและแนวคิด ซึ่งบทบาทหน้าที่หลังจากนี้ตนจะมุ่งเน้นไปทำงานในส่วนที่ถนัด เช่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ส่วนการบริหารงานภายในบริษัทจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมที่ปรึกษาบริหารอย่างเต็มที่


เราได้ล้างไพ่ใหม่หมด โดยได้ปรับแผนการตลาดใหม่ภายใต้โครงสร้างแบบไบนารี่ทีมอ่อน-แข็ง ไม่มีระบบล้างรอบและโตข้างเดียวก็ได้ตังค์ ซึ่งแผนดังงกล่าวถือว่าเป็นแผนที่ดีที่สุดในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมีการปรับแผนการตลาดใหม่เพื่อช่วยให้สมาชิกมีรายได้มั่นคงแล้ว แต่เรายังคงคอนเซปต์เดิมไว้ คือ การเน้นตลาดผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะความตั้งใจของเราต้องการจะปูฐานตลาดผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกทั้งหมดมากกว่า 50,000 รหัส และมากกว่าครึ่งเป็นผู้บริโภค


สุรวัจน์ กรุสุทธิ์วริทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ตนและทีมผู้บริหารอีก 6 คน ตัดสินใจเลือกที่จะมาอยู่กับ พรีมา ไลฟ์ ไทม์ เนื่องจากมองว่า เป็นบริษัทที่มีความพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทุกแผนก ภาพลักษณ์ที่ดี และมีผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ขณะเดียวกันสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ยังอยู่ใจกลางเมืองเดินทางสะดวก ที่สำคัญบริษัทมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่า 40-50 รายการ


ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่ตน และทีมงานอีก 6 คนจะเข้ามานั่งบริหารให้กับ พรีมา ไลฟ์ ไทม์ ได้มีการศึกษาโครงสร้างภายในของพรีมา ฯ มาก่อนแล้ว ว่ามีอะไรที่ทำให้บริษัทไม่เติบโตเท่าที่ควร เช่น โครงสร้างแผนการจ่ายผลตอบแทน ที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นได้ๆ ได้ เราจึงขอเสนอให้มีการปรับโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนใหม่ อาทิ จากค่าแนะนำที่จ่ายเพียง 3 ชั้น มาเป็น 7 ชั้น หรือแผนทีมอ่อนแข็ง-แข็ง ที่จ่ายสูงสุด 35,000 บาท/วัน หรือเดือนละ 1.5 ล้านบาทเป็นต้น


โจทย์ในการเข้ามาบริหารงานให้กับ พรีมาฯ คือเราทั้ง 7 คนไม่ได้เข้ามาเป็นเพียงแค่ผู้บริหาร แต่เราเข้ามาในฐานะผู้ถือหุ้นของพรีมา ฯ ด้วย ดังนั้นไม่ว่ากำไรหรือขาดทุน เราทั้งหมดก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะการที่เราเข้ามาเป็นแค่ผู้บริหารอย่างเดียวในอนาคตหากกเกิดปัญหากันอีก เราก็ต้องย้ายกันใหม่ ซึ่งเราไม่อยากไปเริ่มต้นใหม่ต้องการจะปักหลักที่นี่จริงๆ


สุรวัจน์ กล่าวอีกว่า นอกจากโจทย์เรื่องของยอดขายในปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 350 ล้านบาทแล้ว บริษัทยังต้องเร่งขยายศูนย์เซ็นเตอร์ให้ครอบคลุมทั่วทุกภาค รวมถึงระบบการจัดส่งสินค้าให้มีความรวดเร็ว และระบบฝึกอบรมให้กับสมาชิกที่จะช่วยในการขยายตลาด อย่างไรก็ตามส่วนตัวมีความเชื่อในในตัวบริษัท ทีมบริหาร และบุคลากรเกิน 100 % ด้วยความพร้อมที่กล่าวมาแล้ว เชื่อว่าจะนำพาบริษัทให้เติบโตเป็นบริษัทขายตรงที่ยิ่งใหญ่





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 227 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอชีย สุพรีมขอวัดดวง ดึงแม่ทีมเบอร์ 1 พรีมาไลฟ์ ไทม์ ร่วมทัพหวังโตก้าวกระโดด พุ่งเป้าทะลวงยอดขายสิ้นปีนี้ 300 ล.









ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเน็ทเวิร์ค ซึ่งต้องสานต่อทำงานกับมวลชนจำนวนมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต และแน่นอนว่าหากความคิด หรือ ผลประโยชน์ไม่ลงตัวย่อมเกิด รอยร้าว ขึ้นมาสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันเดิน หรือดิ้นหนีตายซบชายคาหลังใหม่ จนกลายเป็นภาพชินตาเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งของการโกมือลาย้ายออกจากค่ายโน้นแล้วมาซูฮกค่ายนี้ วนไปเวียนมา โดยเฉพาะบริษัทเปิดใหม่ช่วงอายุงาน 1-3 ปีจะมีกลุ่มคนหน้าเดิมๆ มาให้เลือกสรร ชนิดหัวบันไดออฟฟิสไม่แห้งเลยทีเดียว


อย่างล่าสุด กับความเคลื่อนไหวใหญ่รับต้นปี เกิดขึ้นภายในงานแถลงข่าว บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาหลังจากแถลงข่าวถึงทิศทางธุรกิจในปี 2556 แล้วในครั้งนี้ยังได้ถือฤกษ์ดีเปิดตัวสายงานใหม่นำทัพโดย คุณเป็ด ธนินท์รัฐ และคุณนลันรัตน์ วรัตน์เตชานนท์ ผู้คล่ำหวอดในวงการขายตรงมานาน โดยก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมทัพกับขายตรง พรีมาไลฟ์ ไทม์ มานับแรมปี แต่วันนี้ได้ประกาศตัวโบกมือลาไปอยู่อู่ข้าว อู่น้ำแห่งใหม่ เอเชีย สุพรีม อย่างเป็นทางการประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และเมื่อได้ถามไถ่ถึงสาเหตุการย้ายครั้งนี้เจ้าตัวบอก ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า ความคิดไม่รอย ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว อย่างไรก็ตาม การก้าวมาร่วมทัพครั้งนี้ เอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดดการ บริษัทเอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวชี้แจงว่า ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่บริษัทเดินหน้ารุกตลาดอย่างจริงจัง มีผู้นำระดับสูงชุดเก่าราว 10 คน ส่วนกรณีการเข้ามาเสริมทัพสายงานใหม่ของธนินท์รัฐ นั้นได้เริ่มงานตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา หรือหากคิดเฉพาะแม่ทีมระดับแกนนำราว 10 คน เช่นกัน แต่หากแตกแขนงสู่ทีมใหญ่มีมากถึงหลักร้อยคนทั่วประเทศ


การเข้ามาครั้งนี้เราได้มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเริ่มจากพื้นฐานความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ต่อมาทราบมาว่าคุณเป็ด มีปัญหารอยร้าวลึกๆกับบริษัทเดิมที่ถือเป็นชนวนใหญ่ จึงเป็นเหตุที่มาของการตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ เรียกว่าการมาครั้งนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีของทั้งเขาและเรา ๆ พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับทุกคน ละในเร็วๆนี้ ก็จะมีนักธุรกิจระดับแกนนำจากค่ายอื่นทยอยเข้ามาร่วมธุรกิจอีกมากมาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาเลือกเรา เพราะเราเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งมั่นคง และทุกคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องเริ่มต้นทำงานตามขั้นตอนของบริษัททุกอย่าง


นอกจากกำลังทัพใหม่แล้ว ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอเชีย สุพรีมนั้นก็ไม่ธรรมดา บิ๊กบอสใหญ่ สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้งเอเชียสุพรีมฯ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินธุรกิจได้ปีกว่า แต่เริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังเมื่อราว 6 เดือนปีที่ผ่านมาด้วยเป้าหมายหลักของเอเชียสุพรีมในการทำขายตรงเชิงคุณภาพ ทำให้อัตราการเติบโตที่ผ่านมานั้นเติบโตแบบธรรมชาติ ผลักดันให้ผลประกอบการที่ผ่านมาบริษัทสามารถปิดยอดขายได้ที่ 60 ล้านบาท มีฐานสมาชิกอยู่ 6,000 คน และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจหลายด้านทั้งเรื่องระบบและการพัฒนาการทำงานของสมาชิกรวมถึงความพร้อมตัวบริษัทเองจะทำให้ภาพรวมธุรกิจจากนี้เติบโตอีกมากพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ที่มั่นคงในตลาดหลักทรัพย์


เอเชียสุพรีม ไม่ได้มุ่งเน้นขาเดียว แต่เป็นการนั่งเก้าอี้ 3 ขา จึงได้มุ่งสร้างพัฒนาคุณภาพสินค้า สมาชิกภายใต้สถาบันการพัฒนาบุคลากร ทั้งคนใหม่และคนเก่า เพื่อพัฒนาให้เกิดศักยภาพความมั่นคงทางอาชีพพร้อมที่จะแข่งขันทางการตลาดได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่บริษัทไม่เคยละเลย คือเรื่องการคืนผลกำไรสู่สังคมด้วยการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ภายใต้ มูลนิธิ เอเชียสุพรีม


ส่วนเป้าหมายที่คาดหวังในปี 2556 ของเอเชียสุพรีมนั้น สุธีร์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพขององค์รวมทางธุรกิจที่มีอยู่จะผลักดันให้ยอดขายเติบโตถึง 300 ล้านบาท มาพร้อมกับฐานสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน หรือคิดรวมสมาชิกทั้งหมดมากกว่า 2 หมื่นคน ส่วนฐานสมาชิกตลาดต่างประเทศของเอเชียสุพรีมมีมากมายทั้งที่ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย


เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจที่บริษัทมุ่งเน้นเราได้ให้ความสำคัญคือ 1.การออกไลน์สินค้าใหม่ที่หลากหลายซึ่งปีนี้จะเพิ่มขึ้น 15 รายการ 2. อัดแน่นด้วยกิจกรรมทางการตลาด นอกเหนือจากการฝึกอบรมตามคอร์สพื้นฐานแล้ว บริษัทได้เตรียมอัดฉีดโปรโมชั่นต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ที่มากขึ้น โดยล่าสุดเอเชียสุพรีม ได้ปิดทริปท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม และขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการจัดทริปท่องเที่ยวใหม่ประเทศนิวซีแลนด์ต่อไป


นอกจากนี้ บริษัทเอเชียสุพรีม ยังเดินหน้ากระตุ้นชื่อเสียงให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางระบบออนไลน์ และออฟไลน์(สื่อทั่วไป) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานสมาชิกให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อนำไปสู่การค้าที่ยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งในปีนี้เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจบริษัทได้เตรียมขยายศูนย์สาขาเพิ่มขึ้น 2-3 แห่ง คือที่จังหวัดเชียงใหม่และพิษณุโลก พร้อมๆ กับการขยายคลังสินค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมมีอยู่ 8 แห่งเพิ่มเป็น 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดโดยเล็งทำเลทองพื้นที่สมาชิกทำงานเป็นหลัก รวมถึงการขยายช่องทางโมบายเซ็นเตอร์ จากเดิมมี 50 แห่ง ปีนี้จะขยับเพิ่มให้ได้ 100 แห่งทั่วประเทศ และด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจของเอเชียสุพรีมมีอยู่ เชื่อมั่นว่าในปี 2557 จะคว้าฝันเป้าหมาย 1,000 ล้านได้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวพรีมา ไลฟ์ ไทม์ (Prima Life Time) : ฟุ้ง 3 ปี โตต่อเนื่องหวัง 10 ปี เป็นเหมือนยักษ์แอมเวย์


พรีมา ไลฟ์ ไทม์ เผย 3 ปี โตต่อเนื่อง ด้วยการคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมเลือกแม่ทีมที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมทัพ มั่นใจจะผ่านมรสุมการแข่งขันที่เข้มข้น ไปได้อย่างดี หวังอีก 10 ปีข้างหน้า จะเป็นเหมือน Amway


อาบพร รอดบุญ ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า บริษัทเติบโตอย่าง ต่อเนื่องซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 30-40% ส่วนพื้นที่ที่เติบโตมากที่สุด คือ ภาคใต้ ที่ขณะนี้ สามารถทำยอดขายได้ 50% ของยอดขายทั้งหมด เนื่องจากภาคใต้เป็นพื้นที่ ที่บริษัทมีแม่ทีมที่เข้ามาร่วม ทำงานอย่างจริงจัง


สำหรับเหตุผลหลัก ที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่าง ต่อเนื่องนั้น เนื่องจากบริษัทได้ทำการตลาดแบบ ใช้สินค้านำด้วยการคัดเลือกสินค้าที่มองแล้วว่าเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ได้เป็นอย่างดี และต้องมีราคาที่เหมาะสมกับรายได้ ของคนไทยในปัจจุบัน อีกทั้งขณะนี้บริษัทเริ่มมีแม่ทีม ให้ความสนใจทยอยเข้ามาร่วมงานแล้วจำนวนหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม ในการเข้ามาของแม่ทีมแต่ละคน บริษัทยังต้องทำการคัดเลือก เนื่องจากบริษัทต้องการ คนที่จะเข้ามาร่วมงานอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา มีหลายคนเข้ามา แต่ไม่ได้มีความตั้งใจมาร่วมงาน อย่างจริงจังสุดท้ายก็ต้องออกไป แต่บริษัทก็ยืนยัน ว่าการออกไปของบุคคลเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างความ เสียหายให้แก่บริษัทแต่อย่างใด


ในส่วนของแผนการตลาดในครึ่งหลังของปี บริษัทได้รุกผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก โดยใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ชื่อ Orange 61 เข้าไปทำการตลาด ซึ่งได้รับผลตอบ รับที่ดีจากสมาชิกและผู้บริโภค โดยกลุ่มผู้บริโภคจะมี ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในต่าง ประเทศขณะนี้ให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นอย่างมาก โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้มาจากการที่บริษัท ได้จัดโครงการ Miss Orange 61 แล้วถ่ายเป็นวิดีโอ อัพโหลดผ่านทางยูทูบ ซึ่งพบว่าจากการเปิดจำหน่าย สินค้าตัวนี้แค่ระยะเวลาไม่กี่วันมียอดสั่งซื้อประมาณ 10,000 กล่อง


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะออกสินค้าใหม่ อีก 2 รายการ ในกลุ่มเสริมอาหาร และการที่บริษัท ได้เลือกที่จะนำสินค้ากลุ่มเสริมอาหารเข้ามาเพิ่มนั้น เนื่องจากผู้บริโภคได้ใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น และได้ ให้ความสนใจกลุ่มเสริมอาหารที่จะเข้ามาช่วยดูแล ตนเอง ดังนั้น บริษัทจึงเล็งเห็นว่าการทำตลาดในกลุ่ม ดังกล่าวน่าจะเป็นอีกช่องทางที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต ได้ในอนาคต


อาบพร กล่าวต่อไปว่า ตลาดธุรกิจเครือข่าย ในครึ่งหลังมองว่าจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น บวกกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เริ่ม ฝืดเคือง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีความพร้อมที่จะ เตรียมรับกับสถานการณ์แข่งขันที่เข้มข้นนี้ และ คาดว่าจะผ่านไปได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันบริษัท มีสมาชิกประมาณ 80,000 รหัส ตั้งเป้ายอดขาย ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และบริษัทมีเป้าหมายอีก 10 ปีข้างหน้า จะต้องเป็นเหมือน บริษัท แอมเวย์ฯ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวพรีมาไลฟ์ ไทม์ (Primalife Time) : ทีเด็ด กล้า-ท้า-ชน เขย่าเกมแรง - ตั้งเป้าแซงทุกสนามขายตรง


เปิดบ้าน พรีมาไลฟ์ไทม์ กับ 3 ปีที่ยืนหยัด...บอสสาว อาบพร พร้อมรบทุกรูปแบบเพราะอิงสินค้าคุณภาพคับแก้วการันตีด้วยโรงงานครบเครื่องเรื่องการผลิตปล่อยสินค้าลงสนามกว่า 40 รายการอนาคตเสริมไลน์อีก


ไม่อั้นไล่บี้สินค้ายักษ์ใหญ่...คุยฟุ้งสิ้นปีกวาดยอด 1,000 ล้าน...
ประธานบริหารหญิงแกร่งแห่ง พรีมาไลฟ์ ไทม์ อาบพร รอดบุญ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงแผนงานเพื่อต่อยอดการเติบโตภายหลังจากเจอภาวะน้ำท่วมว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่โรงงานผลิตได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมสูงถึงระดับอก จนต้องสูบน้ำออกตลอด 24 ชม. ส่งผลให้ตัวโรงงานรอดจากน้ำท่วม เพราะได้ทุ่มงบไปกับการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมหลายล้านบาท แต่ตัวโรงงานก็ได้รับความเสียหายบางส่วน แต่สินค้าก็ไม่ได้รับความเสียหาย คงเสียหายแต่เฉพาะชั้นหนึ่งพื้นที่ปูกระเบื้องต้องซ่อมใหม่ทั้งหมด


สำหรับเครื่องจักรขนาดใหญ่ไม่สามารถซ่อมได้ เพราะมีน้ำหนักหลายตัน แต่สามารถป้องกันได้เพราะพื้นถูกยกระดับสูงมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้าง เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ใกล้แหล่ง จึงมีการวางแปลนไว้ล่วงหน้า ส่วนเครื่องที่ผลิตอาหารตั้งอยู่ชั้น 3 ก็ไม่ประสบกับปัญหาแต่อย่างใด


จากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ก็ได้ส่งผลต่อยอดขายในปีที่ผ่านมาดร็อปลงไปเยอะเช่นเดียวกัน โดยมียอดเติบโต


แค่ประมาณ 10 - 20% ทุกอย่างหยุดชะงักไปเป็นเดือน ๆ แต่ก็ยังแฮปปี้เพราะบริษัทเราให้สมาชิกรักษายอด 1,000 PV คือมีแผนการตลาดไม่เหมือนบริษัทอื่น แต่ก็โตได้ สมาชิกได้เงินเพิ่มอีกด้วย


และที่สำคัญบริษัทมีเซ็ตสินค้าที่ครบชุดไว้รองรับการเติบโตของสมาชิก ทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟัน สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น ทุกอย่างที่เป็นของใช้ในบ้านเราผลิตขึ้นมาหมด และสมาชิกก็ซื้อครบเซ็ต ทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้นทุกเดือน คือเพิ่มขึ้นเดือนละ 10% นี่คือความมั่นคงที่เลือกใช้แผนการตลาดแบบยูนิเลเวล เพราะยอดนี้มันโตเหมือนกับยักษ์ใหญ่ ซึ่งถ้าเราเป็นนักธุรกิจเราต้องมองยอดขายที่มั่นคง เป็นยอดที่ได้กำไร เป็นยอดที่ให้บริษัทอยู่ได้ คือบริษัทเราจ่ายสูง 60-70% อยู่แล้ว


ส่วนผลิตภัณฑ์หลักที่กำลังได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในขณะนี้ นั่นคือ orange61 ที่เปิดมาเพียงแค่ 2 เดือน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยควบคุมน้ำหนักเห็นผลดีมาก ๆ ทานแล้วลดแล้วลดเลย ไม่กลับมาโยโย้ด้วย ส่งผลให้มีสุขภาพดี มีผิวพรรณที่สวยงาม ดังนั้น เพื่อต้องการกระตุ้นยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดโครงการประกวด orange61 ภายใต้รูปแบบการจัดงานเนรมิตให้เป็นพื้นที่สีส้มแจ่มใส บรรยากาศแบบออเร้นท์ ๆ ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นสีส้ม


ต้องบอกว่า ผลิตภัณฑ์ orange61 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลาดต่างประเทศ โดยสนใจสั่งซื้อสินค้าผ่านทางยูทูป ก็จะมีอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, ญี่ปุ่น และไต้หวัน จนทำให้ยอดส่งออกล้นทะลัก โดยเฉพาะยอดที่ฝรั่งเศสโด่งดังมากมียอดสั่งซื้อเป็นหมื่นกล่องต่อครั้งมูลค่านับล้านบาท เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของการประกวด เราได้วางกฎกติกาให้ผู้เข้าประกวดถ่ายภาพลงในยูทูปทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงต่อการดื่มผลิตภัณฑ์ orange61 สมาชิกจึงลงรูปในยูทูปเต็มไปหมด เมื่อมีผู้สนใจเข้าไปดูแล้วเห็นผลชัดว่า ลดได้จริง ไม่ใช่การแต่งภาพ ก็เลยกลายเป็นว่าเรื่องทอล์คกันในวงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หากลูกค้าท่านใดสนใจสั่งซื้อสินค้า ก็สามารถสั่งผ่านสมาชิกทางโทรศัพท์ได้ โดยสมาชิกจะเป็นผู้คำนวณค่าจัดส่งเอง เพราะสามารถติดต่อผ่านสมาชิกโดยตรง เพราะลงชื่อไว้ในยูทูปด้านล่าง


ส่งผลให้ยอดขายในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา หลังเปิดตัว orange61 มียอดขายที่ดีมาก ถ้านับเป็นตัวเลขก็หลายหมื่นกล่อง จนผลิตสินค้าไม่ทัน ส่วนตัว ข้าวกล้องงอก ก็ผลิตไม่ทันเช่นเดียวกัน นับว่าเป็นกระแสที่แปลก เพราะมีใบจองเยอะเช่นเดียวกัน และกระแส ข้าวกล้องงอก กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ฉะนั้น ในปีที่ผ่านมาสินค้าใหม่เราจึงผลิตป้อนตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 40 รายการ


และบริษัทตั้งเป้าไว้ว่า อีก 10 ปีข้างหน้า เราอยากมีสินค้าที่หลากหลายเหมือนค่ายยักษ์ใหญ่ คือมีสินค้าหลายรายการ ผนวกกับการจ่ายผลประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะจากการสัมผัสประสบการณ์ขายตรงมาเป็นเวลา 3 ปี บอกได้เลยว่า ทำไมเครือข่ายจึงอยู่ไม่ยั่งยืน ก็รู้สึกสงสารสมาชิกมาก ๆ ที่หลงเข้าไปบริษัทที่เปิดมาแล้วปิดไปก็มีเยอะ และยังมีแนวโน้มจะปิดอีกหลายบริษัท ณ วันนี้พูดได้เลยว่า อีก 10 ปี คงจะเหลือไม่กี่บริษัท เพราะทาง สคบ.ให้ติดตราสัญลักษณ์ก็ถือว่าดี แต่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อทำประกันสินค้าก็ขอคิดดูก่อน แต่ถามว่า จ่ายได้ไหมก็ทำได้ เพราะบริษัทเราทำตามนโยบายทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว


ล่าสุดได้มีการปรับคุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้น เรียกว่า ไมเนอร์เซน อย่างเช่น มิเนอร์เคลไวล์ ก็เอาแอดต้าแซนตินบวกเข้าไป ซึ่งคุณสมบัติแอดต้าแซนตินมีราคาแพงมาก แต่ถ้าทานมิเนอร์เคลไวล์ 7 วัน ก็เห็นผล จากเมื่อก่อนต้องทาน 1 เดือนจึงจะเห็นผล ตอนนี้โจทย์คือว่า ทำอย่างไรให้ราคาสินค้าไม่แพง และต้องเป็นสินค้าที่คุ้มค่าเห็นผลเร็ว ต้นเหตุเพราะคนไทยใจร้อน


และที่สำคัญเรายังมีสินค้าที่เป็นตัวสมูทตี้ออกมาอีกตัวหนึ่ง เป็นไฟเบอร์ที่มีรสชาติดีเหมือนสมูทตี้ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องมะเร็งลำไส้ ลำไส้ไม่ดี แต่ปัญหาของเราก็คือ รัฐบาลไม่ให้จำหน่ายจำพวกยาแก้ไอ เราจึงมีตัวอาหารเสริมที่มาควบคุมเรื่องพวกนี้ ก็ได้มาแล้วกำลังทำเพรสอยู่ ด้วยความที่ว่าเรามีโรงงานอยู่แล้ว จึงได้เปรียบเพราะสามารถทำอะไรได้เร็ว


ฉะนั้น เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้หลาย ๆ ที่อาจจะมองไว้ แต่ยังขอ อย.ไม่ได้ เพราะมันยากพอสมควร แต่ที่เราทำได้เนื่องจากเรามีนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ อย่างที่ ญี่ปุ่นและอเมริกา เขาก็ทำส่งของมาให้เราเร็วกว่า โดยเฉพาะเรื่องโรคภูมิแพ้ก็ใช้ได้ดี เชื่อแน่ว่าเทรนด์สินค้าตัวนี้มาอย่างแน่นอน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี


ต่อไปเชื่อว่าตลาดนี้น่าจะโต เพราะถ้าคนต้องการสินค้าชนิดนี้ อาหารเสริมตัวนี้น่าจะเข้ามาแทนที่และเป็นเทรนด์ตัวใหม่ที่ท้องตลาดน่าจะให้การต้อนรับ และนับจากนี้ถึงสิ้นปี ก็น่าจะมีสินค้าเพิ่มเข้ามาอีกสัก 2 ตัว ทั้งตัวสมูทตี้และแอนตี้อินมูล ซึ่งผลิตภัณฑ์แอนตี้อินมูลนี้อยู่ในมือแล้ว แต่อยู่ระหว่างการย่นใบอนุญาต อย.ขอยากนิดหนึ่ง โดยตั้งชื่อภายใต้แบรนด์ สมูทตี้ เบอร์รี่ ดีไลฟ์ แต่อีกตัวหนึ่งยังไม่ตั้งชื่อ สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวสมูทตี้นี้มีรสชาติอร่อยมาก คาดว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองยิ่งนัก


ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่ร้อนแรง จึงเริ่มสตาร์ทตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เพราะขณะนี้บริษัทมีผู้นำเพิ่มมากขึ้น เหตุผลที่ผู้นำเข้ามาเยอะ อาจเป็นเพราะมีบริษัทที่ปิดตัวไป จึงมองหาที่ใหม่และคิดว่าที่นี่มีความมั่นคง ดูแล้วสินค้าตอบโจทย์ได้ เพราะมีคุณภาพ ซึ่งต้องบอกว่า ที่นี่เน้นการเติบโตของธุรกิจที่ไม่ได้มาจากการสร้างภาพ ยกตัวอย่าง ภาคใต้การเติบโตของยอดขาย และมียอดเท่ากับยอดที่กรุงเทพฯ บริษัทจึงได้ไปเปิดคลังที่ภาคใต้ และสร้างห้องประชุมที่บรรจุคนได้ 100 คน โดยไม่ต้องไปเช่าโรงแรม ก็ปักหลักสร้างที่หาดใหญ่ พื้นที่ตรงนั้นน้ำไม่ท่วม


พรีมาไลฟ์ ไทม์ เน้นการโตแบบธรรมชาติ ซึ่งนโยบายของบริษัทก็เน้นย้ำแบบนี้ เน้นให้ฐานแน่น ๆ เปรียบเสมือนคนเราจะสร้างบ้านสร้างตึก ต้องลงเสาเข็มให้ลึก ๆ แต่พอต่อยอดขึ้นมาได้ก็แป๊บเดียว เพราะเราเป็นคนลงทุนเลยต้องซื้อตึกเป็นของตัวเอง และมองเอาไว้ว่าในอนาคตอยากจะสร้างโรงแรม เพื่อมาเสริมให้สมาชิกได้พักผ่อน โดยเฉพาะสมาชิกเดินทางไกลมาจากต่างจังหวัด ก็ต้องมาพักที่นี่ จะได้ไม่ต้องไปเช่าอยู่ที่อื่น


หากถามถึงตัวเลขการเติบโต ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตอนนี้ประมาณ 30 - 40% ปลายปีนี้คาดว่าน่าจะได้ดับเบิ้ลเป็น 50% เพราะกระแสค่อนข้างดีจากภาคใต้ และยังได้ผู้นำคุณภาพกลับมา ส่วนผู้นำที่ไม่มีคุณภาพก็จากไป เนื่องจากไม่ต้องการแอดวานซ์เรื่องเงิน เพราะได้มาแล้วปวดหัว คือถ้าจะมาเอาเงินเราให้ได้ แต่จะต้องทำงานให้เห็นก่อน ถ้าแอดวานซ์ไปก่อนก็ไม่ได้ทำให้บริษัทรวยขึ้นมาได้


โดยเป้าที่ตั้งไว้ในครึ่งปีแรก คาดว่าจะกวาดยอดขายกว่า 500 ล้านบาท ก่อนสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะแตะที่ 1,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ที่ใช้สินค้านำ และถ้าจะให้ประเมินการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลัง การแข่งขันน่าจะแข่งกันอย่างรุนแรง เพราะว่าหาเงินยากขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น และก็มีบริษัทที่เปิดมาใหม่เยอะ ทั้งแม่ทีมและนักธุรกิจลงมาเล่นในสนามนี้กันมาก


สำหรับ พรีมาไลฟ์ ไทม์ เชื่อมั่นว่าจะสู้ได้ ถึงยอดขายตรงจะไม่ได้กำไร ก็อยู่ได้ เพราะมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ก็มีรายได้มาจากรอบด้าน เพราะถ้ามันขาดทุนเราก็ยังอยู่ได้เป็น 10 ปี ตอนนี้มีการเปิดตัวสปาช็อปเพิ่ม โดยร่วมมือกับสมาคมไทยสปา ซึ่งยังมีอีกหลายโปรเจ็กต์ที่เป็นโปรเจ็กต์ส่วนตัวซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน ขณะนี้เรามีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 30,000 กว่าคน ก็เพิ่มมาเยอะขึ้น แต่ไม่ค่อยมีดีเทลตรงส่วนนี้เท่าไหร่ เพราะส่วนมากจะโฟกัสเรื่องสินค้าอย่างเดียว มาร์เก็ตแชร์ที่ภาคใต้มียอดสูงกว่า 50% หากเทียบกับหลาย ๆ บริษัท พรีมาไลฟ์ ไทม์ ในภาคใต้บอกได้คำเดียวว่า กินขาด หลาย ๆ บริษัทเลยแข่งกับเราไม่ได้ เพราะคลังเราใหญ่กว่ามาก ที่สำคัญยังมีผู้นำมือโปรอย่าง คุณสว่าง-นฐิตา หลางหลี ตำแหน่งไดเร็กเตอร์ เป็นผู้นำทัพ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555