ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไทยเฮลท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวไทยเฮลท์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ก.ม.ต้องเอาผิดโจรให้ทัน







6134law_books (Mobile)

 


ยิ่งฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงมากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าจุดอ่อนของกฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ จะผุดออกมาให้เห็นได้ชัดมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขกฎหมาย ขายตรงอย่างจริงจัง เพราะยิ่งเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งทำให้การยกระดับวงการทำได้ยากขึ้น


นายไตรรัตน์ ธีรทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในเรื่องกฎหมายขายตรงว่า กฎหมายขายตรงในฉบับปัจจุบัน หากมีการ ศึกษาและปรับแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่จะเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่การปรับปรุงแก้ไขนั้น จะต้องไปดูว่ามีผลกระทบ ต่อภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการ ตัวแทนจำหน่าย และ ผู้บริโภคอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขแล้วจะไปเอื้อประโยชน์ต่อ บริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากจะมีการร้องเรียนตามมาจากบริษัทที่เสียประโยชน์


ปัจจุบันมีวีธีการมากมายหลายอย่างที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาทำธุรกิจขายตรงโดยไม่รู้ตัว ทั้งโดยสมัครใจ และโดนหลอก ให้ทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมีกติกาควบคุมที่เหมาะสม ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น คือ ควบคุมให้ทั่วถึงและยุติธรรม เชื่อว่าปัญหาต่างๆ ในธุรกิจขายตรงจะค่อยๆ หมดไปเอง และทำให้ธุรกิจเครือข่ายดูมีความน่าเชื่อถือ มีภาพลักษณ์ ที่ดี ไม่ดูน่ากลัวอีกต่อไป


"ไตรรัตน์" กล่าวต่อว่า อีกไม่กี่ปี การเปิดตลาดการค้า เสรีอาเซียนก็เกิดขึ้น ทำให้ประเทศไทยที่มีบริษัทขายตรง เป็นจำนวนมาก รัฐบาลต้องรีบ ออกกฎหมายที่ควบคุม รองรับตรงจุดนี้อย่างเร่งด่วน เพราะหาก ช้าเกินไปจะไม่ทันการณ์ โดยหากตลาดอาเซียนเริ่มขึ้นเมื่อไร จะ มีคนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจที่ประเทศเยอะมาก และในจำนวนประชากรไทย 60 ล้านกว่าคน มีคนทำอาชีพเครือข่ายประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียว


ที่สำคัญอาชีพขายตรงสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาท ซึ่งยังช่วยในเรื่องของคนที่ ตกงานให้มีอาชีพ สามารถทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้ แต่ที่คนส่วนใหญ่กลัว เกิดจากกลุ่มคนที่คิดแต่จะเอาประโยชน์ หลอกลวงให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเข้ามาลงทุน จากนั้นก็ปิดบริษัทและหนีหายไป ซึ่งจะไปตามจับตัวมาดำเนินคดีก็ยาก กว่าจะ แจ้งความดำเนินคดีได้ต้องใช้เวลานาน ทำให้ผู้เสียหายหมดตัว เงินทองก็เรียกร้องคืนมาไม่ได้ โดยควรมีมาตรการรองรับ หรือ กฎหมายที่จัดการได้ทันท่วงที มีสถานที่ให้เรียกร้องค่าเสียหาย หรือร้องเรียนแก้ไขให้ผู้ที่เดือดร้อนจากการถูกตกเป็นเหยื่อโดยเร็วที่สุด


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ‘ไทยเฮลท์’ประกาศศักดาเครือข่ายลูกผสม ดึง7พรีเซ็นเตอร์คนดังกระฮึ่มทั่วฟ้าเมืองไทย







MLM (Mobile)

 


“ไทยเฮลท์ กรุ๊ป” เตรียมกระฮึ่มสมรภูมิรบขายตรง...ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการกลางห้างดังเซ็นทรัลลาดพร้าว ตอกย้ำการรับรู้ พร้อมดึง 7 ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ สร้างสีสันให้ธุรกิจ...ด้าน “พันธ์ยศ” เผยการรุกตลาดแบบเต็มอัตราศึกมากขึ้นเป็นเพราะด้วยความพร้อมที่มีอยู่ ตั้งเป้าหมายใน 3 ปี ขอยอดสมาชิกมากกว่า 2 หมื่นรหัส...แย้มเตรียมรุกตลาดแดนอีสาน หวังกรุยทางสู่ตลาดอาเซียน


เริ่มเป็นที่กล่าวขานของคนในวงการเครือข่ายกันบ้างแล้ว สำหรับขายตรงน้องใหม่อย่าง “ไทยเฮลท์” ที่หลังจากชิมรางในธุรกิจเครือข่ายมาได้ประมาณ 4 ปี กระแสความร้อนแรงก็เริ่มระเบิดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเรียกว่าบริษัทที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันต่างออกอาการขวัญผวากันเลยทีเดียว


จะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจ “ไทยเฮลท์” คือเครือข่ายที่อาจจะบอกได้ว่า ยังไม่เต็มใบเท่าที่ควร เป็นเพราะอาจจะกำลังวางแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้รัดกุมในช่วงที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้...


ทั้งนี้ หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ “ไทยเฮลท์” จะพบว่า เป็นเครือข่ายที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เรียกว่าครบมือเลยก็ว่า ได้ทั้งสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน หรือแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์เองก็ดี...และจากการสั่งสมคนเครือข่ายมาตลอดระยะเวลาในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ทาง “ไทยเฮลท์” พร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ...ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารของค่ายนี้ ก็ได้ถือฤกษ์งามยามดี เปิดตัว “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ในรูปแบบเอ็มแอลเอ็มแบบเต็มตัว ด้วยแผนการตลาดไบนารี่


 ‘ไทยเฮลท์’เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ


เร่งสร้างเครือข่ายเตรียมบุกอ่าเซียน


...นับได้ว่า วันนี้ “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ภายใต้การบริหารงานโดยบอสหนุ่ม


“พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการนั้น เรียกได้ว่า เป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์การทำตลาดที่ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว ด้วยการผสมผสานธุรกิจกับสื่อแบบเต็มรูปแบบทั้งสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน และสื่อ


สิ่งพิมพ์ จนวันนี้อาจจะบอกได้เลยว่ามีเครือข่ายที่พร้อมรบเต็มอัตราศึกมากกว่าในหลาย ๆ ค่ายในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้


ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าจาก บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ได้แก่ น้ำเห็ดสกัดรวมสูตรผสมน้ำผึ้ง ตรามัชรูมพลัส (Mushroom Plus) อาหารเสริมเพื่อผู้ชาย วีเอ็ม พลัส (VM Plus) อาหารเสริมเพื่อผู้หญิง ซ้อเจ็ด เซทคัพ เครื่องดื่มฟังก์ชั่นดริ๊งก์ (Functional Drink) ตรา ว๊าก (WAAK) ผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ (Uni Rice) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก รีราล่า (Reerala) เป็นต้น เข้ามาทำตลาด พร้อมกับวางแผนเพิ่มสินค้าในกลุ่มความงามและดูแลรูปร่างในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอีกด้วย


“ในช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่า “ไทยเฮลท์” ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าที่ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมถึงการมีช่องทางการสื่อสาร ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายวิทยุหลักและวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ พร้อมด้วยรายการโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมอีก 2 รายการ รวมถึงมีทีมงาน และตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งนั่นเอง”...นายพันธ์ยศ กล่าวและว่า


โดยทางด้านนายพันธ์ยศ ยังกล่าวอีกว่า จากการที่ได้มีการศึกษาตลาดธุรกิจขายตรงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตลาดขายตรงยังถือว่าเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในปีนี้ จะมีรายงานการเติบโตเพียง 4-5% เท่านั้น จากข้อมูลของสมาคมการขายตรงไทย แต่ถึงกระนั้นการมีส่วนแบ่งทางการตลาดแม้เพียง 5-10% ในมูลค่าตลาดขายตรงโดยรวม 7 หมื่นล้านบาท ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับการที่บริษัทฯ จำหน่ายผลิต ภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มที่มีความต้องการในท้องตลาด รวมถึงการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ ก็น่าที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับช่องทางการทำธุรกิจของบริษัทฯได้อีกมากด้วยเช่นกัน


...โดยล่าสุดเมื่อไม่นานมานี่เอง ทางด้าน “ไทยเฮลท์” ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมรุกตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ที่ทางค่ายนี้โฟกัสนั่นก็คือ จังหวัดที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้มีตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศเริ่มนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายโดยผ่านตัวแทนจำหน่ายบ้างแล้ว อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา เป็นต้น


ที่สำคัญ ในปีหน้า “ไทยเฮลท์” ยังเตรียมที่จะรุกหนักในตลาดอาเซียนให้ครอบคลุมอีกด้วย โดยเฉพาะตลาดในประเทศมาเลเซีย พร้อมกับคาดว่า จะมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ภายหลังจากรุกตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ขณะที่รายได้ของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมาทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 100 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าในปีนี้จะสามารถปิดรายได้อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท รวมถึงเป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้า ที่ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ต้องการติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวม ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทอีกด้วย


 ทุ่มงบ50ล้านกระตุ้นการขาย


ดึง7ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์


...ซึ่งกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของ “ไทยเฮลท์” ทั้งในเรื่องของสื่อทีวี สื่อวิทยุชุมชน รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่ามีครบวงจรแล้ว...อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ค่ายนี้ต้องการที่จะแทรกซึมเข้าไปสู่คนเครือข่ายและผู้บริโภคทั่วประเทศนั่นก็คือ การโปรโมทธุรกิจรวมถึงสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด


โดยล่าสุดในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา “ไทยเฮลท์” เองก็ได้มีการเปิดตัว 7 พรีเซนเตอร์ดาราดังที่หลาย ๆ คนต่างรู้จักเป็นอย่างดี ให้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ได้แก่ ใบเตย อาร์สยาม เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง ซ้อเจ็ด เซทคัพ อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสกัด ตรา มัชรูม พลัส (Mushroom Plus) นักมวยแชมเปี้ยนระดับตำนาน สามารถ พยัคฆ์อรุณ และสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ (Uni Rice) และสมเล็ก ศักดิกุล พร้อมสองสาวเซ็กซี่ หมวย แม็กซิม และอะตอม ภัคจิรา เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อผู้ชาย วีเอ็ม พลัส (VM Plus)


ซึ่งในการทำตลาดในครั้งนี้ได้นั้น ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ได้มีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ พร้อมกระตุ้นกิจกรรมส่งเสริมการขายในทุกรูปแบบและทุกช่องทาง เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้


ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความโดดเด่นที่ทาง “ไทยเฮลท์” เอง ต้องการนำเสนอนั่นก็คือ ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อในเครือ ร้านค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ และตัวแทนจำหน่ายนั่นเอง โดยทาง “ไทยเฮลท์” อินเตอร์ฯ บอกว่า ต้องการที่จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจ สามารถสมัครสมาชิกเป็นตัวแทนจำหน่าย มีรายได้กลับมาโดยลงทุนต่ำ แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง


นายพันธ์ยศ เผยอีกว่า อีกหนึ่งความพร้อมของธุรกิจไทยเฮลท์ นั่นก็คือ บริษัทฯ ยังได้มีการพัฒนาระบบการตลาด การฝึกอบรม และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมธุรกิจสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสในการประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย


“หลังจากเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมธุรกิจภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ มากกว่า 20,000 คน ผ่านการขยายเครือข่ายของแม่ทีม และช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ โดยไทยเฮลท์ กรุ๊ป ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียล มีเดีย และเป็นครั้งแรกที่จะลงโฆษณาผ่านฟรีทีวี เพิ่มการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคและผู้ทำธุรกิจ และวางระบบบริษัทฯ เตรียมรองรับการทำธุรกิจได้ทุกประเทศทั่วโลก พร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”


…นับได้ว่า เครือข่ายน้องใหม่อย่าง “บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด” ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เชื่อว่าหลาย ๆ ค่ายต่างจับตามองกันอย่างมากทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยความพร้อมที่อาจเรียกได้ว่าครบทุกด้านในการทำธุรกิจนั่นเอง ที่สำคัญ ด้วยสไตล์การทำงานของบอสหนุ่มไฟแรงอย่าง “พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” ที่พร้อมรบ รุก อย่างรวดเร็วทุกก้าวขณะนี้ ก็น่าที่จะทำให้เป้าหมายที่วางไว้อีก 5 ปีข้างหน้า ด้วยการติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาดรวม ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทก็คงจะไม่ไกลเกินเอื้อมด้วยเช่นกัน...แต่ทั้งนี้การทำตลาดทุกนาทีก็ต้องไม่ประมาทด้วยเช่นกัน!!!


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : กฎหมายต้องรองรับ AEC







1186306_364631837004979_563899562_n (Mobile)

 


ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า ทำให้ผู้ประกอบการทั้งจากไทยและต่างประเทศ ต่างพากันตื่นเต้นในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และต่างมองกันไปถึงเรื่องของกฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการรองรับกับการเข้ามาของบรรดาบริษัทขายตรงต่างชาติ รวมถึงแบรนด์ขายตรงไทยที่จะออกไปทำตลาดนอกประเทศ


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทขายตรงมีเป็นจำนวนมาก และการที่ตนเอง เป็นผู้บริหารของ "ไทยเฮลท์" ก็จำเป็นต้องเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ กฎหมายขายตรง โดยได้ให้พนักงานและสมาชิกทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมาย เพื่อจะได้ปฏิบัติตามกฎกติกาให้ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้กำลังเข้าสู่ในยุคที่มีการแข่งขันสูง หากบางครั้งไม่เข้าใจกฎหมายที่ตนเองกำลังทำธุรกิจอยู่ ก็อาจจะพลาดไปทำผิดโดยไม่รู้ตัว และจะก่อให้เกิดผลเสียตามมา ทั้งต่อตนเองและองค์กร


"ตนคิดว่า เรื่องของกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเรารู้กติกาดีแล้ว ก็จะทำให้เราทำธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และยังส่งผล ดีต่อองค์กรของเรา ทุกอย่างในสมัยนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัว หากเรา ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ก็จะเหมือนคนที่ไม่มีความรู้ทำอะไรก็จะเสียเปรียบ ดังนั้น การศึกษาข้อมูลในการทำธุรกิจที่เราดำเนินอยู่จะทำให้ บริษัทมีความได้เปรียบมากขึ้น"


"พันธ์ยศ" กล่าวต่อว่า "บริษัทได้ทำตามกติกาของกฎหมายทุกอย่าง เพื่อความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ราบรื่น และมีความน่าเชื่อถือให้กับสมาชิกในองค์กร โดยยิ่งใกล้เข้าสู่การรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ยิ่งต้อง เตรียมตัวให้ดี เพราะทุกบริษัทก็คงมีแผนการตลาดที่พร้อมรองรับ กับสิ่งนี้ หากมีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง ก็คงต้องไปศึกษา กันให้ละเอียดว่า ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และผู้จำหน่ายอิสระ จะมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร"


"กฎหมายควรจะคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการ ตามความถูกต้อง ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเท่านั้น และจะต้องรองรับตลาดเออีซีได้ด้วย เชื่อว่า ทุกบริษัทขายตรงคงคาดหวังว่า กฎหมายขายตรงจะปิดช่องทาง ไม่ให้กลุ่มที่ไม่หวังดีเข้ามาทำลาย หาผลประโยชน์กับคนที่ตั้งใจ ทำธุรกิจขายตรงจริงๆ เพราะเวลาคนที่ตั้งใจทำธุรกิจถูกหลอก ก็ไม่สามารถไปร้องเรียนกับใคร ได้แต่แจ้งความไปตามเรื่องเท่านั้น กว่าจะจับตัวคนผิดได้ ก็ต้องใช้เวลานาน ซึ่งไม่ทันกาล ภาครัฐควรจะมีมาตรการที่รองรับกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที"








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : “ใบเตย” ร่วมงานเปิดตัวบริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์ฯ พร้อมจับมือเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ “ซ้อเจ็ด เซทคัพ”







th (Mobile)

 


เมื่อวันก่อน....ใบเตย อาร์สยาม นางสาวสุธีวัน ทวีสิน (ซ้าย) ควงแขนผู้บริหารหนุ่มอย่างนายศุภชัย นิลวรรณ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ สยาม จำกัด ร่วมแสดงความยินดีในงานเปิดตัว บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงเครือไทยเฮลท์ กรุ๊ป โดยได้รับเกียรติจากนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ (ขวา) ประธานกรรมการ ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ให้การต้อนรับพร้อมจับมือใบเตย เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์แน่นอกสุดฮิตอย่าง “ซ้อเจ็ด เซทคัพ” และยังโชว์มินิ คอนเสิร์ตเผยเสน่ห์แน่นอกชุดใหญ่กันแบบเต็มๆ งานนี้ทำเอาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว คักคักแน่นอกในใจกันเลยทีเดียว.... ผู้สนใจธุรกิจสอบถามได้ที่โทร. 08-7692-8889 หรือ www. thaihealth-center.com หรือ www.facebook.com/thaihealthgroup


 


 


 


Credit By: http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : "ไทยเฮลท์" เปิดตัวลุย MLM เต็มสูบ ชักธงไบนารี่/ปีแรกอัดงบ 50 ล.ขย่มตลาด







1236323_365004510301045_1909520974_n (Mobile)


"ไทยเฮลท์ กรุ๊ป" จัดการปลุกเสกบริษัทใหม่ นาม "ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล" เดินหน้าทำธุรกิจ MLM เต็มตัว ขึงธง "ไบนารี่" เป็นแผนจ่าย ชี้เตรียมความพร้อมมานาน สินค้าติดตลาด วางงบ 50 ล้านบาท ลุยสื่อทุกช่องทาง คาดปี 57 ฟันยอดขาย 500 ล้านบาท สมาชิกแตะ 2 หมื่นรหัส


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ "ไทยเฮลท์ กรุ๊ป" ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจรูปแบบขายตรงลูกผสมสื่อ โดยมีสินค้าที่ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ มีช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึง ผู้บริโภคได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายวิทยุหลักและวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ พร้อมด้วยรายการโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมอีก 2 รายการ ทั้งมีทีมงานและ ตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง


"การที่เปลี่ยนจากการขายปลีกมาทำธุรกิจ MLM อย่างเต็มตัว เพื่อต้องการให้สมาชิกสามารถทำธุรกิจและรับรายได้ ไม่ใช่ให้สมาชิกเน้นขายของอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนสมาชิกรายใดที่ต้องการเปิดช็อป จำหน่ายสินค้าเอง ก็สามารถทำได้เลย แต่ต้องเป็นสมาชิกกับบริษัท อย่างน้อยเกิน 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากต้องการความมั่นใจว่าจะทำธุรกิจได้ยั่งยืน"


สำหรับการเปิดตัวของไทยเฮลท์ อินเตอร์ฯ เป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของไทยเฮลท์ กรุ๊ป ให้ครอบคลุม และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อในเครือ ร้านค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ และตัวแทนจำหน่าย โดยไทยเฮลท์ อินเตอร์ฯ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกเป็นตัวแทนจำหน่าย มีรายได้กลับมาโดยลงทุนต่ำ แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ภายใต้การบริหารงานของไทยเฮลท์ กรุ๊ป ดังนั้น บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นในรูปแบบธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น (Multi-Level Marketing-MLM) ภายใต้ ระบบการตลาดแบบไบนารี่


ทั้งนี้ บริษัทกำลังดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปี ที่ 4 โดยมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าจากบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ได้แก่ น้ำเห็ดสกัดรวมสูตร ผสมน้ำผึ้ง ตรามัชรูมพลัส อาหารเสริมเพื่อ ผู้ชาย วีเอ็ม พลัส อาหารเสริมเพื่อผู้หญิง ซ้อเจ็ดเซ็ตคัพ เครื่องดื่มฟังก์ชั่นดริงก์ ตรา ว๊าก ผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก รีราล่า เป็นต้น โดยบริษัทวางแผนเพิ่มสินค้า ในกลุ่มความงามและดูแลรูปร่างในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม


"พันธ์ยศ" กล่าวต่อว่า ในปี 2557 บริษัทคาดว่า จะสร้างยอดขายได้เกิน 500 ล้านบาท ส่วนสมาชิกจะต้องไม่ต่ำกว่า 20,000 รหัสขึ้นไป บริษัทได้พยายามผลักดัน ให้สมาชิกเก่งๆ ก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดผู้นำ เพื่อพัฒนาองค์การให้มีศักยภาพที่ยั่งยืน โดยกลยุทธ์ทางการตลาดนั้น บริษัทจะเน้นทำโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาตลอด


นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ฟรีทีวี, เคเบิลทีวี, หนังสือพิมพ์, วิทยุ และยังเตรียมโฆษณาผ่านระบบคมนาคม อย่างรถเมล์ ที่จะใช้กว่า 60 คัน วิ่งรอบกรุงเทพฯ โดยทั้งหมดจะเริ่มกิจกรรมทางการตลาดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2556


"บริษัทมีทั้งสื่อหลักอย่างวิทยุชุมชนที่มีเครือข่ายวิทยุชุมชนมากกว่า 200 สถานีทั่วทุกภูมิภาค พร้อมกับโทรทัศน์ดาวเทียมที่ชื่อสวัสดีทีวี ในระบบ C-BAND (จานดำ) ช่อง 62 และระบบ KU-BAND (จานเหลือง) ช่อง 22 ก็เป็น อีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ทุกแบรนด์ภายใต้ร่มเงาของไทยเฮลท์เป็นที่รู้จักและแพร่หลาย อย่างรวดเร็ว"


อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะมีผู้เข้า ร่วมธุรกิจหลังจากเปิดตัวภายในปี 2556 มากกว่า 10,000 คน ผ่านการขยายเครือข่ายของแม่ทีม และช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยไทยเฮลท์ กรุ๊ป ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และเป็นครั้งแรกที่จะลงโฆษณา ผ่านฟรีทีวี เพิ่มการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภค และ ผู้ทำธุรกิจ และวางระบบบริษัทเตรียมรองรับการทำธุรกิจได้ทุกประเทศทั่วโลก พร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)






Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : 'ไทยเฮลท์'เปิดบริษัทลูกลุยขายตรงเต็มรูปแบบ







1150962_352379371563559_2048448889_n (Mobile)


"ไทยเฮลท์" เปิดตัวบริษัทลูก "ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล" รุกMLM ไบนารี่เต็มรูปแบบ เตรียมจัดงานใหญ่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าสิ้นปี 57 แตะยอด 500 ล้านบาท


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัทในเครือไทยเฮลท์กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทมีนโยบายในการทำธุรกิจแบบผสมผสานเพื่อให้มีช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุด บริษัทมีการขยายธุรกิจโดยเปิดตัวบริษัทในเครือภายใต้ชื่อ ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ THI เพื่อดำเนินธุรกิจในรูปแบบขายตรงหลายชั้น โดยมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องและจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้


"ก่อนหน้านี้เราทำการตลาดแบบผสมผสานอยู่แล้ว ดังนั้นการเปิดตัวบริษัทลูก ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็ถือว่าเป็นการเติมเต็มให้ธุรกิจ ทั้งนี้บริษัทแม่ไทยเฮลท์ เป็นแม่ข่ายดูแลด้านผลิตภัณฑ์ ส่วน THI จะมีรูปแบบการจ่ายในหลายตรงหลายชั้น แผนการตลาดแบบไบนารี่ ทั้งนี้สมาชิกท่านเดียวสามารถทำธุรกิจได้หลายช่องทาง เรามีความแตกต่างกับขายตรงอื่น นอกจากรูปแบบแผนการตลาดแล้ว เรายังออกแบบให้ผู้ที่อยากลงทุนในธุรกิจขานาดใหญ่ด้วย โดยรูปแบบของเราแนวผสมผสานคือ1.สื่อไดเร็คไปสู่ผู้บริโภคผ่านทีวี2.ไทยเฮลท์ ช้อป 3.ขายตรงหลายชั้น หรือ MLM และ 4.การขายล๊อตใหญ่ผ่านตัวแทนจำหน่าย"


สำหรับสินค้าใน THI จะมี 2 หมวดหลักๆ คือ สินค้าที่มาจากบริษัทแม่ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว และหมวดเฉพาะในระบบขายตรงเท่านั้น โดยเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ๆที่จะออกสู่ตลาด เปิดตัวพร้อมบริษัท ทั้งสินค้าและพรีเซ็นเตอร์ โดยเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน


"เป้าหมาย THI มองว่าเป็นหนึ่งช่องทางจัดจำหน่ายที่ดี เป้าหมายค่อนข้างสูงคือ ปีแรก 2557 น่จะมีมูลค่า 500 ล้านบาท ส่วนเป้าสมาชิก เนื่องจากเป็นแบบผสมผสาน คาดว่าปีหน้าจะมีสมาชิกกว่า 20,000 ราย ทั้งนี้จะมีรายใหญ่แฝงอยู่ด้วย ซึ่งเราจะผลักดันเขาโดยการประยุกต์ผสมผสานด้วยรูปแบบการฝึกอบรมรูปแบบใหม่"


นายพันธ์ยศ กล่าวต่อไปว่า แม้จะมีการแยกบริษัทออกมาเพื่อทำตลาดขายตรงหลายชั้นโดยตรง ซึ่งมีแนวทางการทำธุรกิจและรูปแบบการบริหารที่ชัดเจน จึงเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคและสมชิกจะไม่เกิดความสับสน และบริษัทยังสนับสนุนให้สมาชิกเก่าเข้าเป็นสมาชิกTHI เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบและทำธุรกิจให้ได้ผลประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้คนที่เข้ามาโดยเฉพาะการเข้ามาเป็นแฟรนไชส์อาจต้องมีกฏเกณฑ์มากขึ้นคือ นอกจากเป็นสมาชิก THIแล้ว จะต้องมีระยะเวลาเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปีและมีสื่ออยู่ในมือด้วย เพราะบริษัทก็ต้องการความมั่นใจว่าช้อปที่เปิดแล้วจะสามารถไปได้


"เรามีช๊อปตัวอย่างที่กำลังก่อสร้างอยู่ น่าจะแล้วเสร็จก่อนงานเปิดตัวบริษัท แฟรนไชส์ ต้องเข้ามาเป็นสมาชิก THI ,uระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสื่อในมือ ความเชื่อมั่นไทยเฮลท์เดิม เราค่อนข้างดีอยู่แล้ว ในเรื่องกลุ่มผู้บริโภค วันนี้เปลี่ยนมุมมนิดเดียว เราเปิดมาเพราะต้องการให้ผู้บริโภคเข้ามาทำธุรกิจด้วย แต่ต้องมาเรียนรู้ระบบมากขึ้น" นายพันธ์ยศ กล่าว





Credit By :http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : จุดประกายความคิด ด้วยธุรกิจแห่งโอกาส ชาญ์ณรงค์ โพธิ์สุขเกษม นักธุรกิจไทยเฮลท์







thaihealth (Mobile)


หากมองย้อนอดีตชีวิต... ชาญ์ณรงค์ โพธิ์สุขเกษม อดีตทำงานด้านสื่อวิทยุ ตั้งแต่จัดรายการวิทยุ บริหารคลื่นวิทยุ มากว่า 20 ปี ผ่านการเป็น มนุษย์เงินเดือน มาหลากหลาย แต่ก็พอถึงจุดหนึ่งก็ได้ผันชีวิตที่ทำตรงนั้นมา


เพราะว่า...ด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ทำให้เขาได้เลือกที่จะต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต...จนกระทั่ง เข็มทิศชีวิต ได้พลิกผันให้เขาผู้นี้ได้มาสู่โลกของ ธุรกิจขายตรง


แต่โดยส่วนตัว ชาญ์ณรงค์ ผู้มีความใฝ่ฝันที่อยากจะรวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ลังเลใจที่จะกระโดดเข้ามาบนเส้นทางธุรกิจขายตรง


ชาญ์ณรงค์ บอกว่า...เพราะในตอนนั้นก็มีเรื่องของขายตรง กับสื่อวิทยุเข้ามา และทางผู้บริหาร ไทยเฮลท์ ได้ไปซื้อคลื่นเครือข่าย เลดิโอ โอเค ไป


ชาญ์ณรงค์ เลยได้เข้ามาบริหารคลื่นวิทยุตรงนี้ให้ เพราะจากประสบการณ์ที่บริหาร มาหลายปี และมีคลื่นวิทยุเป็นของตัวเอง จึงได้เริ่มมาตั้งแต่นั้น...จากจุดนี้ ชาญ์ณรงค์ ก็อยู่ในแวดวงการของสื่อมานาน จนได้เข้ามาและก็ได้เข้ามานั่งในตำแหน่ง GM ดูแลงานด้านสื่อเป็นหลัก


ชาญ์ณรงค์ มีความเชื่อมั่นว่า ไทยเฮลท์ มีระบบการบริหารงานที่แปลกใหม่ มีไอเดีย ที่สามารถนำวิทยุ กับขายตรงมาผสมผสานกัน ตรงนี้วิทยุน่าจะมีโพดักของตัวเอง มาขายเพื่อความอยู่รอด เพื่อเป็นฐานการทำวิทยุ เช่นเดียวกับการขายโฆษณา


จุดเริ่มต้น ไทยเฮลท์ มีสินค้าต้องการสื่อมาเสริม ส่วนทาง ชาญ์ณรงค์ มีสื่อ ก็ต้องการสินค้ามาเสริม เกิดความต้องการที่ตรงกัน และตกลงทำงานด้วยกัน!..


...นี่ก็เป็นโอกาสที่ได้พบกับธุรกิจแนวใหม่ที่แตกต่างจากขายตรงทั่วไป ที่เป็นทั้งเครือข่ายร้านค้า และเครือข่ายผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายสาขาได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม...


ชาญ์ณรงค์ บริหารสื่อคลื่นวิทยุของ ไทยเฮลท์ มา 1 ปีเต็ม ก็เกิดวิกฤติน้ำท่วมเข้ามา ทำให้มีอุปสรรค์ในการไปทำงาน เพราะในตอนที่ทำงานเป็น GM ท่านผู้บริหารไทยเฮลท์ ก็ได้ให้โอกาสทดลองโปรเจกต์ใหม่ ๆ กับ ชาญ์ณรงค์ คือเปิดเป็น ดีลเลอร์ ไปด้วย


ซึ่งอาจบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ที่นำพา ชาญ์ณรงค์ เข้ามา สู่อ้อมใจ ใน ธุรกิจเครือข่าย ของ ไทยเฮลท์ ได้โดย ละม่อง ซึ่งก็ได้เปลี่ยนความคิดจากที่ไม่เคยสนใจแต่ชีวิตได้พลิกผันเข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักการต่าง ๆ


เริ่มแรกของการทำงานเชิงดีลเลอร์ ที่จังหวัดลพบุรี และก็ขยายดีลเลอร์ออกไป กระจายอยู่หลายพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ ชาญ์ณรงค์ จะได้ดูแลทางภาคเหนือ และฐานลูกค้าที่ซื้อสินค้า ก็จะเป็นกลุ่มคนอายุ 40 ขึ้นไป และในกลุ่ม 30-20 ก็มีบ้างเป็นบางส่วน จุดนี้ ชาญ์ณรงค์ เน้นที่การขยายดีลเดลอร์ คือการซื้อคลื่นวิทยุให้คลอบคลุมทั่วประเทศ


ชาญ์ณรงค์ ก็มีทุนในการทำสถานี และต้องมีทุนในการทำสต๊อกสินค้า การสั่งสินค้าเป็นล็อต เพื่อให้ได้โปรโมชั่น ราคาถูกกว่าโปรโมชั่น เพื่อที่การแบ่งส่วนกำไรเยอะ และเรื่องของการลงทุนด้านพนักงาน ลงทุนด้านทรัพยากรในการบริหารจัดการ!...


ตรงนี้...คือรูปแบบการทำงานที่ต่างกัน มันเป็นภาพขายตรงจากไดเร็กมาเก็ตติ้ง แต่นั้นคือ MLM ส่วนลักษณะการทำงานของไทยเฮลท์จะไม่ได้เป็น MLM โดยตรง ไม่ได้ต้องมีแผน ไม่ต้องทำแผนงาน จึงทำให้ต้องตัดสินใจเลือกไทยเฮลท์...


ชาญ์ณรงค์ ไม่รอรี รีบกระโดดลงมาเป็นส่วนหนึ่ง ของ ธุรกิจไทยเฮลท์ ธุรกิจแห่งอนาคตทันที เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจย่ำแย่สักแค่ไหน ก็สามารถยืนหยัดได้


...หลังจากที่ ชาญ์ณรงค์ ได้ก้าวเท้าเข้ามายัง ธุรกิจไทยเฮลท์ ซึ่งเป็น ธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!...จากคนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเดินบนเส้นทาง


...นี่ถือได้ว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตเลยก็ว่าได้ แม้ว่าช่วงแรกจะทำงานไม่ค่อยเป็นเท่าใดนัก แต่ก็ไม่ลดล่ะควักกระเป๋า ลงทุนจัดสัมมนาตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งกระแสตอบรับดีเกินคาด และยังเปิดสถานีขยายงานไทยเฮลท์...


ตลอดระยะเวลา 2 ปีเต็มที่ได้สัมผัส ชาญ์ณรงค์ ได้รับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านราคาหลายล้านบาท รถยนต์คลาสสิค ที่ชอบสะสม พวกรถเก่า...ล้วนแล้วเกิดจากการทำธุรกิจ ไทยเฮลท์ ทั้งสิ้น...ปัจจุบันมีรายได้รวม 7 หลัก/ปี ถือว่าธุรกิจประสบความสำเร็จ และก็ให้ผลประกอบการที่ดี


ตรงนี้เองจึงเป็นเหตุให้ ชาญ์ณรงค์ โตขึ้น โตขึ้น และโตขึ้น จนกลายเป็นเบอร์หนึ่ง แห่งค่าย ไทยเฮลท์ ได้แบบชิว ๆ


...ชาญ์ณรงค์ มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นธุรกิจแห่งอนาคต เขาจึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อที่จะขยายงานอย่างไม่สะดุด เพราะกระบวนการฝึกอบรมจะเป็นลักษณะมุ่งเน้นที่จะให้ข้อมูล ธุรกิจไทยเฮลท์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ, ผลิตภัณฑ์ และการบริหารงาน...


ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง แต่เกิดขึ้นสำหรับทุกคนที่มีความตั้งใจ ที่จะทำในสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจ ซึ่งธุรกิจไทยเฮลท์ มีหลายหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่ผมจะให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้นักธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง


...ปัจจุบัน ชาญ์ณรงค์ มีรายได้จากที่นี้มากมาย แค่เพียงระยะเวลาประมาณ 2 ปี เท่านั้น ซึ่งเขาบอกว่า เขาไม่ใช่ว่าเป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่...ว่า ธุรกิจไทยเฮลท์ เติบโตด้วยคุณภาพของสินค้า ราคาเข้าถึงทุกกลุ่มทั่วไทย โดยจะไม่มีการมานั่งเขียนแผน แต่จะเป็นการแนะนำธุรกิจรูปแบบของการให้แนวคิด ปลูกฝังในเรื่องสื่อวิทยุชุมชนเพื่อกระจายไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ


ชาญ์ณรงค์ ยังบอกว่า...ในขณะที่เราเป็นดีลเลอร์ ผลประกอบการดี ก็มีมูลค่าการลงทุนที่เยอะ สามารถขยายสาขาเพิ่ม สามารถกล้าลงทุนในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้นอีกด้วย! ถือว่ารายได้ที่เข้ามานั้นพอที่จะเลี้ยงดูศูนย์แต่ละศูนย์ สามารถเอาเงิน ผลกำไร ไปขยายธุรกิจเพิ่มได้...ยามว่าง ๆ ก็ไปเล่นกอล์ฟ ตีกอล์ฟกับเพื่อน ๆ!!...


นี่คือ น้ำพัก น้ำแรง ที่เกิดจากความขยันและความอดทน มาจนถึงวันนี้...แน่นอนที่สุด เป้าหมาย คือสิ่งที่มีไว้ให้ทุกคนได้พุ่งชน...


เช่นเดียวกับ ชาญ์ณรงค์ ที่ได้ตั้งเป้าหมายนับจากนี้ไปว่า ขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกภาค...เพราะในปี2556 คงเกิดการถูกจำกัดให้สื่อนั้นเล็กลง จึงทำให้เกิดการแย่งสื่อมากขึ้น ก็จะทำให้ส่งผลต่อการแข่งขันทางด้านสินค้า การรับมือก็จะไม่ได้เกรงกลัว เพราะ ณ วันนี้เรามีลูกค้า มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ต่อไปก็จะเน้นเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาด การจัดโปรโมชั่นกับผู้บริโภค


AEC ที่จะเปิด ไทยเฮลท์ ก็มีการรองรับเรื่องของกำลังส่ง กำลังเครือข่าย คือการสร้างผู้ผลิตที่มีช่องทางการขายทางวิทยุ ให้เปรียบเหมือนร้านค้า และการเปิดช่องทางการทำสื่อต่าง ๆ การสร้างเป้าหมายให้เป็นคลื่นหลักในสื่อวิทยุ และพัฒนากลุ่มสินค้า เตรียมพร้อมรับเรื่องราวของ กสทช.


ไทยเฮลท์ เป็นธุรกิจขายตรงของคนไทย ที่ตอบสนองทั้งความรวย ความมั่นคง บารมี และสุขภาพ...เป็นธุรกิจที่สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต มีรายได้แน่นอน แค่เข้ามาเรียนรู้ระบบ และสินค้านั้นให้ความชัดเจน...เมื่อเรามีความเชื่อมั่น 100% แล้ว!ลุยเลย... และอยากจะฝากเรื่องของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เพราะในตอนนี้ยังไม่นิ่งนัก ก็อยากจะฝากว่าถ้าปัจจัยตรงนี้นิ่งก็จะทำให้ทุกอย่างลงตัวได้ดีที่สุด!!





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ไทยเฮลท์ รุกหนักภาคอีสาน ดึง ใบเตย พรีเซ็นเตอร์ ซ้อเจ็ดฯ







hmc01170156p1 (Mobile)


ไทยเฮลท์ ผนึกพันธมิตรรุกอีสาน หลังพบยอดขาย พุ่งกระฉูด รองรับ AEC ล่าสุด ควักเงินในกระเป๋ากว่า 7 หลัก ดึง ใบเตย อาร์สยาม ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ ซ้อเจ็ด เซทคัพ หวังสร้างกระแสแน่นอกทั่วอีสาน ระบุครึ่งปีหลัง โกยรายได้กว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็นเท่าตัวในปีถัดไป

พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมบริษัทในไตรมาสแรกของ ปี 2556 มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจาก บริษัทได้มุ่งเน้นทำตลาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เพื่อ เป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ใน อนาคตอันใกล้นี้ และเพื่อเป็นการขยายตลาดไปยังภาคอีสาน บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มวิทยุเครือข่าย รายใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วหลายราย

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาคอีสานเป็นภาคที่มียอดการ สั่งซื้อสินค้าสูงที่สุด เนื่องจากมีการขยายตัวของประชากร ประกอบกับประชากรมีกำลังซื้อสูงขึ้น ดังนั้น การร่วมมือกับ พันธมิตรครั้งนี้ จึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในภาคอีสานให้ มากขึ้น โดยบริษัทได้วางแผนที่จะเข้าไปขยายการทำสื่อวิทยุ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางพื้นที่ที่ยังครอบคลุมไม่ถึงพร้อมวางแผนปรับเนื้อหารายการให้เป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อ สื่อสารกับผู้บริโภคในภาคอีสานได้อย่างตรงจุด

พร้อมกันนี้บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มเสริมอาหาร บำรุงสุขภาพ และความงามสำหรับผู้หญิง ภายใต้ชื่อ ซ้อเจ็ด เซทคัพ เข้าไปทำการตลาดภาคอีสาน ซึ่งบริษัทได้ศึกษาจน มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสุภาพสตรีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บริษัทได้ทดลองทำการตลาด และพบว่ามี ผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคในภาคอีสานเป็นอย่างดี จึงมีความ มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ ซ้อเจ็ดเซทคัพ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น บริษัทได้ว่าจ้างนักร้องลูกทุ่ง ใบเตย อาร์สยาม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งการที่บริษัทได้ ตัดสินใจเลือก ใบเตย อาร์สยาม เนื่องจากเป็นนักร้องที่มาแรง จากเพลง แน่นอก และเพื่อสื่อสารคุณภาพผลิตภัณฑ์และ สร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคเป้าหมาย จึงว่าจ้างใบเตยครั้งนี้ ด้วยงบ 7 หลัก โดยมีสัญญาการทำงาน 1 ปี หรืออาจจะมีการ เพิ่มสัญญา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลตอบรับจากผู้บริโภคด้วย

นอกจากนี้บริษัทยังได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ออนไลน์ ทั้งแอพพลิเคชั่นเรดิโอ โอเค เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตา- แกรม โซเชียลแคม และช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพื่อสร้างการ รับรู้ต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ซึ่งบริษัทคาดหวังยอดขาย ซ้อเจ็ด เซทคัพ ในปีนี้มากกว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น เท่าตัวในปีถัดไป โดยปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบประมาณทางการ ตลาดไว้ที่ 70 ล้านบาท

พันธ์ยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีนี้บริษัทวางเป้ายอดขาย ไว้ที่ 500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ปิดยอดขายไปได้ 100 ล้านบาท โดยปัจจัยที่จะทำให้บริษัทไปถึงเป้าหมายได้ นั้น คือ การสร้างแบรนด์ด้วยการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การ ทำตลาดในเชิงรุก และการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด และ ในเร็วๆ นี้ บริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินใหม่ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพเช่นเดิม





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ไทยเฮลท์ คลื่นสุขภาพสู่โมเดลขายตรงยุคใหม่







03 (Mobile)


ขึ้นชื่อว่าธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเครือข่ายเชื่อว่ายังมีกลุ่มคนบางคนที่เพียงแค่ได้ยินสรรพนามธุรกิจนี้แล้วมีความรู้สึกแอนตี้ปิดใจ อุดหูที่จะรับฟังเรื่องราวต่อไปได้อีกเพราะมองเป็นธุรกิจขายฝันน่าเบื่อเพราะไม่ชอบให้ใครมาตื้อง้องอนขายสินค้า ส่วนตนเองก็ไม่ชอบไปตื้อใครให้ซื้อสินค้าเช่นกัน แต่บนเส้นขนานเส้นนี้ก็ยังมีกลุ่มคนมากมายที่เลือกปักหลักชีวิตทำอาชีพขายตรงและสานฝันให้กับใครหลากหลายคนกลายเป็นเศรษฐีใหม่ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว หากคนๆนั้นเปิดใจที่เรียนรู้และลงมือทำอย่างมีเป้าหมายชัดเจนภายในองค์กรหรือบริษัทที่ใสสะอาดเกิดมาเพื่อทำธุรกิจขายตรงออย่างแท้จริง!!!


แต่หากวันนี้ธุรกิจขายตรงไม่ใช่เส้นทางที่ฝันไว้ของใครหลายคนแต่คุณอยากทำธุรกิจที่ท้าทายสนุกละมีรายได้มั่นคง ปักษ์นี้ขอนำเสนอให้ท่านได้รู้จักกับ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่มีเครือข่ายครอบคลุมไปทั่วประเทศ นำทัพบริหารโดยคนวัยมันส์ คุณพันธ์ยศ อัครอมรพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยเฮลท์ จำกัด ที่ ได้พกพาความคิดที่แหวกแนวอย่างไม่รู้จบมาสานต่อธุรกิจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีที่สำคัญสามารถตอบโจทย์ความต้องการทางการตลาดและผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง


โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของผู้นำธุรกิจน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ ไทยเฮลท์ ปัจจุบันเปิดดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 4 เป็นบริษัทขายตรงลูกผสมสื่อ ที่ได้สร้างจุดแข็งทางการตลาดอย่างโดนใจผ่านเครือข่ายวิทยุชุมชนที่มีอยู่กว่า 300 สถานีครอบคลุมทั่วประเทศ และเพื่อเข้าถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น ไว้วางแผนรุกตลาดในปี 2556 ด้วยการขยายเครือข่ายสถานีวิทยุชุมชนไปสู่สถานีหลักได้ทั้งหมด 12 คลื่นหลัก และเพิ่มอีก 1 ช่องรายการโทรทัศน์ระบบดาวเทียมผ่านทางช่อง 80 ของระบบ C-Band (จานดำ) ในชื่อ สวัสดีเมืองไทย มาช่วยเสริมทัพความแข็งทางธุรกิจ


ส่วนรูปแบบการลงทุนของธุรกิจไทยเฮลท์ มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยเดเบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ


แบบที่1. ผู้ลงทุนที่มีคลื่นสถานีหรือสื่อวิทยุอยู่ในมือถือสามารถติต่อขอร่วมธุรกิจได้ทันที และแบบที่2 สำหรับนักธุรกิจมือใหม่ที่ต้องการก้าวมาเป็นผู้ประกอบการมรธุรกิจเป็นของตนเองลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท อยู่ในระดับผู้จัดการศูนย์สามารถเปิดช่องรายการวิทยุชุมชนได้ 1 สถานี บริษัทจะต้องรองรับด้วยระบบการทำงานรอบด้าน ฝึกอบรมดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ที่ถือเป็นกลยุทธ์กระชากใจให้ร่วมลงทุน ก็คือ การการันตีธุรกิจจากบริษัท หากตัวแทนจำหน่ายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้หรือสินค้าจำหน่ายไม่หมดบริษัทยินดีรับคืน และจากความใจป้ำที่แสดงถึงความโปร่งใสในการทำธุรกิจได้ผลักดันให้ยอดขายไทยเฮลท์เติบโตขึ้นเป็นลำดับ อย่างเช่นปีที่ผ่านมา (2555) มียอดขายสูงถึง 100 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และปีนี้ได้วางเป้าหมายใหญ่ในการเกี่ยวยอดขายที่ 500 ล้านบาท


สำหรับสินค้ามี่ ไทยเฮลท์ นำมาจำหน่ายยังคงมุ่งเน้นสินค้าหลักกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นำร่องด้วยเห็ดสกัดเพื่อสุขภาพ มัชรูม พลัส (MushRoom Plus) ต้นตำหรับน้ำเห็ดสกัด ที่ถือเป็นสินค้าเรือธงในการเปิดตลาดสร้างรายได้หลักมากถึง 50 % นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้ขยับไลน์สู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เฉพาะกลุ่มได้แก่ วี-เอ็ม พลัส สำหรับผู้ชาย ยูเลดี้ สำหรับสตรี อีกทั้งในปีนี้บริษัทไทยเฮลท์ ยังได้เตรียมขยายตลาดสู่สินค้าใหม่ๆ อีกนับ 10 รายการ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายตลาดผู้สูงวัยมากกว่ากลุ่มอื่นๆ


การที่ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นเพราะว่า รูปแบบธุรกิจเป็นโมเดลการตลาดยุคใหม่ที่น่าสนใจ อีกทั้งมองว่าธุรกิจไดเร็คเซลล์ในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการทำงานในรูปแบบเดิมๆ ทำให้ ไทยเฮลท์ ได้ลุกขึ้นมาสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ ด้วยการสร้างเครือข่ายเน็ทเวิร์คผ่านสื่อยุคใหม่ ที่เสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนในแต่ละภูมิภาค ซั่งได้รับผลตอบรับดีมากเพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่ง่ายต่อการทำงาน และตัวสินค้าสามารถตอบโจทย์ด้านสุขภาพเห็นผลชัดเจน


ปัจจุบัน ไทยเฮลท์ มียอดผู้แทนจำหน่ายกว่า 1,000 รายการผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวและโบนัสพิเศษมากมาย ส่วนในปีนี้ได้วางแคมเปญ ไทยเฮลท์จัดเต็ม แจกรถ 9 คัน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และแคมเปญท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกหลายทริปด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงผลักดันและเป็นรางวัลให้กับตัวแทนจำหน่ายที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ


อย่างไรก็ตาม นอกจาก ไทยเฮลท์ จะใส่ใจสุขภาพกายด้วยผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสุขภาพหนึ่งเดียวในไทยแล้วยังได้สูบฉีดหัวใจสมาชิกผู้แทนจำหน่าย และผู้บริโภคคนรักษาสุขภาพทั้งหลาย ด้วยกิจกรรมสีสันตลาดที่เร้าใจตลอดทั้งปี อย่างเช่นล่าสุดกับ คอนเสิร์ตวัยรุ่นสุดแนว เรดิโอ โอเค คลื่นสถานีวิทยุสุดฮอต ในเครือบริษัทฯ จับมือค่ายเพลง บีลีฟเรคคอร์ด (Believe Records) จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ 25 Hours ภายใต้ชื่อ คอนเสิร์ต รถจักรยานยนต์ฮฮนด้า Present25hours Colour in Live by Believe Records & Radio OK และ 25Hours ได้ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ในวันเสาร์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมาได้กระแสตอบรับดีเกินคาด





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 224 ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2556


วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 ยอดทะลุเป้า100 ล้าน พร้อมปรับแผนรุกขยายตลาดเครือข่ายทั่วประเทศ









ไทยเฮลท์ ปลื้มยอดขายปีที่ผ่านมา ทะลุเป้า สูงถึง 100 ล้าน พร้อมประกาศปี56 ขอเติบโตกว่า 5 เท่า หรือยอดขายไม่น้อยกว่า 500 ล้าน ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 4 พร้อมชูกลยุทธ์การขยายเครือข่ายจากสื่อสถานีวิทยุชุมชน เข้าสู่สถานีวิทยุหลักจำนวน 12 สถานี และเพิ่มช่องรายการโทรทัศน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้กว้าง พร้อมพ่วงท้ายด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพใหม่อีก 5 รายการ เสริมจุดแข็งธุรกิจ

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เผยถึง ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาว่า ไทยเฮลท์ประสบความสำเร็จมียอดขายสูงสุดถึง 100 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่ง ไทยเฮลท์ถือเป็นบริษัทขายตรงลูกผสมสื่อ ที่มีจุดเด่นในการทำตลาดผ่านเครือข่ายวิทยุชมชนที่มีอยู่กว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ และจากยอดขายที่ประสบความ สำเร็จนี้ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่ง ยังมาจากแผนการตลาดที่มี ประสิทธิภาพ และศักยภาพอัน แข็งแกร่งของผู้แทนจำหน่ายด้วย
ต้องบอกว่า วันนี้ ไทย เฮลท์ มีความพร้อมในการทำ คอนเทนท์ต่าง ๆ มีทีมงานที่ทำ อยู่ตรงจุดนี้โดยเฉพาะ และก็มี เยอะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ เรดิโอ โอเค และก็ในส่วนของ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด พร้อมที่จะซัพพอร์ตตลอดเวลา แต่ละบริษัทนั้น ก็ถือว่าเป็น บริษัทในเครืออยู่แล้วเช่นบริษัท ไทยพลัส มีเดีย ก็เปิดเมื่อ ประมาณต้นปีที่แล้ว แต่ในส่วน ของ เรดิโอ โอเค ได้เปิดมานาน แล้วย่างเข้าสู่ปีที่ 6 ซึ่งความ พร้อมทุกอย่างของบริษัทฯ เรียก ได้ว่ามีครบถ้วนทีเดียว
นายพันธ์ยศ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของสื่อวิทยุ ถือว่า ไทย เฮลท์ มีความพร้อมอย่างมาก เพราะบริษัทฯ มีวิธีการที่จะ สื่อสารออกไป โดยการเอาโมเดล มาประยุกต์ใช้กับไดเร็คเซลล์ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก เนื่องจาก จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหา พันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ นั้นเอง ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ก็ใช้ โมเดลดังกล่าวประสบความ สำเร็จเกินคาดทีเดียว เรียกได้ว่า เป็นเจ้าแรกที่ทำในระบบขาย ตรงเลยก็ว่าได้
สำหรับในปี 2556 นี้ ไทย เฮลท์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ น้อยกว่า 5 เท่าตัว หรือมียอดขาย ประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อ เป็นการเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 นอกจากนี้ไทยเฮลท์ ยังประสบ ความสำเร็จ ในการขยายเครือ ขายสถานีวิทยุชุมชนไปสู่สถานี หลักได้ทั้งหมด 12 คลื่นหลัก และ เพิ่มอีก 1 ช่องรายการโทรทัศน์ใน ระบบดาวเทียมผ่านทางช่อง 80 ของระบบ C-Band (จานดำ) ใน ชื่อสวัสดีเมืองไทย มาช่วยเสริม ทัพให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่ได้ รับความนิยมจากผู้ชมทางช่อง รายการ สวัสดี ทีวี ในระบบ CBAND (จานดำ) ช่อง 69 ที่สำคัญ ไทยเฮลท์ ยังได้มีการขยาย สาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีก ด้วย ซึ่งคาดว่าในปีนี้ จะขยายไป ยังประเทศลาวต่อไป
การขยายเครือข่ายสถานี วิทยุชุมชนไปสู่สถานีหลักและ การเพิ่มช่องทางรายการโทรทัศน์ ใหม่ จะช่วยเพิ่มช่องทางการ สื่อสาร ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใน วงกว้างมากขึ้น พร้อมกับยังคาด ว่าจะสามารถขยายฐานผู้รับฟัง รายการวิทยุจาก 3 ล้านคน และ ขยายฐานผู้รับชมรายการทีวี จาก 6 แสนคน เพิ่มขึ้นอีกไม่ตํ่า กว่าเท่าตัวอีกด้วย ซึ่งนี่ก็คือ อีก หนึ่งในกลยุทธ์หลักที่แข็งแกร่ง ของไทยเฮลท์ ในการมองหาช่องทาง และวางแผนขยายเครือข่าย สื่ออย่างต่อเนื่องทุกปีนั่นเอง
สำหรับปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้ ไทยเฮลท์ สามารถ เติบโตแบบก้าวกระโดด ตรงตาม เป้าหมาย ส่วนหนึ่งก็มาจาก ผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์ ความต้องการของสมาชิกได้ อย่างยอดเยี่ยม อย่างล่าสุด ไทยเฮลท์ ได้มีการวางแผนที่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นกลุ่ม เป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าผู้สูง อายุและกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมกับการผลักดันกิจกรรมส่ง เสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดผู้ แทนจำหน่ายอีกด้วย
ซึ่งผู้ที่สนใจจะเข้ามาทำ ธุรกิจนี้ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ 1. รูปแบบที่มีสถานี หรือเป็นสื่อ อยู่แล้ว ก็เข้ามาร่วมธุรกิจกัน 2. รูป แบบที่สอง คือ ไม่รู้ ไม่เป็น แต่ อยากลงทุนเพราะเห็นช่องทางใน การทำธุรกิจที่ดี ในตรงนี้ บริษัทก็ จะมีการฝึกอบรมเรื่องของการ ทำสื่อให้ และทางบริษัทฯ ก็มี เจ้าหน้าที่ที่จะลงไปสอน ไปติดตั้ง ให้ คือเรียกว่า บริษัทฯ ซัพพอร์ต ทุกอย่าง แค่คุณมีเงินมาลงทุน คล้ายกับแฟรนไชส์เป็นส่วนหนึ่ง งบลงทุนก็แล้วแต่กำลัง ในส่วน การลงทุนเรื่องสินค้า ก็ไม่มีอะไร มากมาย และรูปแบบการโฆษณา บริษัทฯ จะเป็นผู้วางแผนให้ว่าจะ ต้องทำอย่างไร ซึ่งหากทุกคนมี ความพร้อมบริษัทฯ ก็สามารถ จัดการให้ทันที
ตอนนี้เราต้องการทำให้ สอดคล้องกับกฎหมายที่ทาง กสทช.ได้ออกมา และทาง ไทย เฮลท์ ก็ได้ทำการขอใบอนุญาต ไว้ค่อนข้างเยอะ ในหนึ่งใบ อนุญาตก็เท่ากับ 1 ร้านค้าที่เรา มีอยู่เพราะจะมีการเปิดร้านค้า โดยไม่มีขีดจำกัดไม่ได้ ตรงนี้ต้อง มีขีดจำกัด แต่ตรงนี้ใน ไทย เฮลท์ สามารถเปิดไปได้ทั่ว ประเทศ เพราะจังหวัดหนึ่งเรา สามารถเปิดได้หลายสถานี ตาม ที่มีใบอนุญาต ลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป
นายพันธ์ยศ กล่าวเสริมอีก ว่า ในปีนี้ ไทยเฮลท์ ได้วาง แคมเปญ ไทยเฮลท์จัดเต็ม แจก รถ 9 คัน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้าน บาท และแคมเปญท่องเที่ยวใน ประเทศ อีกหลากหลายทริป พร้อมด้วยแคมเปญท่องเที่ยวต่าง ประเทศ เพื่อเป็นแรงผลักดันและ เป็นรางวัลให้กับตัวแทนจำหน่าย ที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนิน ธุรกิจอีกด้วย จากปัจจุบันที่ ไทย เฮลท์มียอดผู้แทนจำหน่ายอยู่ที่ ประมาณ 1,000 ราย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : แจกทองสมาชิก 200 บาท








นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจากแหล่งผลิตทั่วทุกมุมโลก จัดกิจกรรมแจกทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 200 บาท มูลค่ากว่า 5,100,000 บาท ให้กับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายเพื่อเป็นของขวัญและกำลังใจในการทำงาน ณ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เมื่อเร็วๆนี้


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : รุกตลาดโค้งสุดท้ายเต็มสูบเปิดช่องทางใหม่แค็ตตาล็อกออนไลน์


ไทยเฮลท์ เขย่าตลาดโค้งสุดท้าย เปิดตัว สินค้าใหม่ วี เอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพท่านชาย หวังโกยเป้า 40% จากยอดขายรวม มองไกล 3-5 ปี ขึ้นสู่ผู้นำอันดับ 1 ตลาดสุขภาพชาย พร้อมกันนี้ยังผุด ช่องทางจำหน่ายใหม่ Ego หรือ แค็ตตาล็อก ออนไลน์ หวังทำกำไรจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบ ในความสะดวกสบาย

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า บริษัทพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพชาย มีชื่อว่า วี เอ็ม พลัส หลังจากเมื่อต้นปีได้ส่งผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสมุนไพรสกัด มัชรูม พลัส และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสตรี ยูเลดี้ ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วได้รับผลการตอบรับด้วยดี ซึ่งปัจจุบัน ถือว่าผลิตภัณฑ์ น้ำเห็ดสกัดของบริษัทเป็นเบอร์ 1 ในตลาดน้ำเห็ด หากเทียบสัดส่วนยอดขายสินค้าทั้งหมด ของบริษัท น้ำเห็ดสกัดมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 50%, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสตรี 10% ส่วนสินค้าใหม่ วี เอ็ม พลัส ตั้งเป้ายอดขายในช่วงปลายปีนี้ 40% จากยอดขายโดยรวม

ตนมั่นใจว่า เป้าหมายดังกล่าวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วี เอ็ม พลัส ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง เพราะจากการสำรวจตลาดพบว่าตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพผู้ชาย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี และมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท และในฐานะที่บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ วี เอ็ม พลัส จะสามารถสร้างยอดขาย 40% ของยอดขายรวมภายในปี 2555 นี้ได้แน่นอน

นายพันธ์ยศ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วี เอ็ม พลัส ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น หอยนางรม, กระเทียม, เห็ดหลินจือ, โสมไซบีเรีย มาพัฒนาโดยใช้วิทยาการและเทคโนโลยีในการผลิตสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับในการฟื้นฟูและป้องกันผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของตับและ ไต โดยปัจจุบันสินค้าดังกล่าวมีจำหน่าย 2 ขนาดด้วยกันคือ กล่องใหญ่ขนาดบรรจุ 20 แคปซูลในราคา 1,500 บาท และกล่องเล็ก ขนาดบรรจุ 2 แคปซูลในราคา 200 บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าสินค้าของบริษัท มีคุณภาพ และปลอดภัย 100% ทั้งนี้ในต้นปีหน้า บริษัทจะมีการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์เพื่อโปรโมตสินค้าดังกล่าวให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนมากขึ้น ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2556 น่าจะเห็นผลตอบรับที่ชัดเจนขึ้น โดยคาดหวังว่าอีก 3-5 ปี บริษัทจะก้าวเป็นผู้นำอันดับ 1 สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผู้ชาย

นอกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพชาย วี เอ็ม พลัส ที่จะเป็น เครื่องมือหลักในการกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายแล้ว ไทยเฮลท์ ยังมีทีเด็ด เพื่อบุกตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายอีกอย่างหนึ่ง คือ การจัดทำเครื่องมือการตลาดที่เรียกว่า Eco (อีโค) หรือ Electronic Cata-log ซึ่งเป็นแค็ตตาล็อกแสดงรายการสินค้า ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ สรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย ราคาผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย และการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น นอกจาก นี้ ยังมีส่วนของ Electronic Order ซึ่ง เป็นระบบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่ม ความสะดวกให้กับตัวแทนจำหน่ายและสมาชิกในการสั่งสินค้าที่ต้องการ

นอกจากบริษัทไทยเฮลท์จะมีสื่อหลักอย่างวิทยุชุมชนที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 สถานี และโทรทัศน์ระบบดาวเทียม ที่อยู่ในเครือ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย บริษัท แม่ของไทยเฮลท์ เป็นช่องทางจำหน่ายหลักแล้ว การเปิด Eco (อีโค) หรือ แค็ตตาล็อก ออนไลน์ ยังสามารถเพิ่มช่องทาง การตลาดขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นอีกด้วย

นายพันธ์ยศ ยังได้เปิดเผยตัวเลขงบลงทุนสำหรับการทำกิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ว่า บริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ครอบคลุมกิจกรรมทาง การตลาดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น รายการสินค้า ทริปท่องเที่ยวประจำปี การ ฝึกอบรม ระบบสนับสนุนงานขาย รวมถึง การเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงผู้แทน จำหน่ายและลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความ แข็งแกร่งและก้าวสู่ผู้นำตลาดในอนาคต


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : ชูธุรกิจขายตรงลูกผสมสื่อ กดปุ่มเขย่าเครือข่ายภูธร ด้วยสื่อวิทยุชุมชน-ทีวีดาวเทียม


ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่าเครือข่ายขายตรงในหลาย ๆ ค่าย ทั้ง เล็ก-กลาง-ใหญ่ ต่างออกอาวุธแบบครบเครื่องเพื่อหมายที่จะช่วงชิงความเหนือชั้นทางธุรกิจกันอย่างอึกทึกครึกโครมกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ หากใครที่ เจ๋งกว่า หรือ แน่กว่า ก็สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ใน สมรภูมิรบขายตรง ได้อย่างราชสีห์นั่นเอง!! ในขณะเดียวกัน ธุรกิจขายตรง เรื่องของชั้นเชิงทางธุรกิจ บวกกับความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญ กึ๋น ของ ผู้บริหาร ในการมองการณ์ไกล ก็มีส่วนสำคัญยิ่งในการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เพราะหากทุกอย่างพร้อม องค์กรก็จะพร้อมที่จะขับเคลื่อนตามแรงเหวี่ยงของธุรกิจที่มีด้วยเช่นกัน

เห็นได้อย่าง ธุรกิจขายตรงพันธุ์แท้ที่ชื่อ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด กับการก้าวสู่ธุรกิจขายตรงเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ก็เริ่มที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจคนเครือข่ายได้บ้างแล้วซึ่งต้องบอกว่า ไทยเฮลท์ เอง ถือเป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสกัดเพื่อสุขภาพ จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และคนเกือบทั่วประเทศรู้จักภายใต้ชื่อ น้ำเห็ดสกัดเพื่อสุขภาพ มัชรูมพลัส ภายใต้การบริหารงานของ นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด และบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ด้วยมุมมองของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความกล้าและความมุ่งมั่นในการทำงาน

ซึ่งได้นำเครือข่ายวิทยุชุมชน มาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้บริหารบริษัทและผู้บริหารเครือข่ายวิทยุไปพร้อม ๆ กัน และในปัจจุบันมีเครือข่ายสถานีวิทยุกว่า 200 สถานีทั่วประเทศ และด้วยความที่เป็นคนกล้าบวกกับความเข้าใจในการบริหารเครือข่ายวิทยุเป็นอย่างดี จึงได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจในตลาดของสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงได้รวบรวมสื่อดังกล่าวไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด สื่อของคนไทยที่ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด!!...ในปัจจุบันนี้

สำหรับภาพรวมความสำเร็จของธุรกิจไทยเฮลท์ในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร ตลาดวิเคราะห์ ได้รับการเปิดเผยจากนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงผลปรากฏว่า ธุรกิจ ไทยเฮลท์ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากคนเครือข่าย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไทยเฮลท์เป็นธุรกิจที่ทำง่ายนั่นก็คือ ไม่ต้องศึกษาแผนการตลาดมากมาย ลงทุนก็ไม่มาก ที่สำคัญ ความพร้อมทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ทีมงานมืออาชีพ รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ที่ครบวงจรทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน สื่อทีวีดาวเทียม ที่ทำให้ไทยเฮลท์สามารถสร้างการรับรู้ให้แก่คนเครือข่ายได้เป็นอย่างดีและรวดเร็วนั่นเอง

วันนี้ ต้องบอกว่า ธุรกิจขายตรงค่อนข้างเป็นธุรกิจที่มีมนต์เสน่ห์อย่างมากทีเดียว ที่สำคัญ ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ด้วยเหตุนี้เอง ส่งผลให้ไทยเฮลท์ จึงได้มีการปรับยุทธวิธี

ในการทำการตลาดเพื่อให้เข้ากับการตลาดในยุคปัจจุบัน ผสมผสานกับวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ที่มียุทธศาสตร์แบบขายตรงลูกผสมสื่อ
โดยนายพันธ์ยศ ได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า การทำธุรกิจของ ไทยเฮลท์ ในปัจจุบันนี้ จะดำเนินการตลาดในรูปแบบใหม่คือ ระบบขายตรงลูกผสมสื่อ ที่ใช้จุดแข็งในด้านช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงและกระจายสู่กลุ่มผู้บริโภค ผ่านสื่อหลักอย่าง วิทยุชุมชน ที่มีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 200 สถานี มากกว่า 60 จังหวัด ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าในเครือของบริษัท ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการควบรวมธุรกิจกับคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค อีกกว่า 90 สถานี ประกอบด้วย คลื่นโอเค ลูกทุ่ง, โอเค ฮุค, โอเค เลิฟ และรายการข่าวยอดฮิต โอเค นิวส์ ซึ่งรวมกันแล้วมากกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ ที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนของธุรกิจไทยเฮลท์นั่นเอง

ที่สำคัญ นอกจาก ขีปนาวุธ ที่ทรงพลังอย่าง สื่อทีวีดาวเทียม และ สื่อวิทยุชุมชน ที่ทาง ไทยเฮลท์ มีพร้อมรบแล้ว อีกหนึ่งความพร้อมและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ร่วมธุรกิจนั่นก็คือ การมีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นของตัวเอง โดยเบื้องต้นพบว่านิคมอุตสาหกรรมโรจนะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ทางไทยเฮลท์พุ่งเป้าไปว่าจะสร้างโรงงานที่นี่ด้วยการวางงบการลงทุนไว้ถึง 100 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยจะเป็นการร่วมทุนกับผู้ประกอบการในญี่ปุ่นและไต้หวัน

ส่วนแผนงานในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของ ไทยเฮลท์ ในปีนี้นั้น นายพันธ์ยศ เผยว่า ทางบริษัทฯ ได้เตรียมทุ่มงบในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อสร้างการรับรู้ไว้ที่ 20 ล้านบาท โดยจะเป็นการตอกย้ำแบรนด์สินค้าทั้ง 4 รายการของไทยเฮลท์นั่นก็คือ
1. น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม
2. น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง
3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชายวีเอ็มพลัส และ
4. สำหรับผู้หญิงยูเลดี้ รวมถึงการจัดกิจกรรมชิงรางวัลเพื่อกระตุ้นยอดขายอีกด้วย

สำหรับโปรโมชั่นต่าง ๆ ของบริษัทไทยเฮลท์ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นในการทำธุรกิจนั้น ก็จะมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ โดยการพาผู้จัดจำหน่าย หรือคนที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงสมาชิกที่อยู่กับเรามานาน ไปท่องเที่ยวตามโปรโมชั่นที่ทางบริษัทได้จัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฮ่องกง เป็นต้น เรียกได้ว่าการจัดทริปแต่ละครั้ง เราจะใส่ใจอย่างมาก เนื่องจากต้องการอยากที่จะดูแลสมาชิกทุกคนให้อยู่กับเรานาน ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ก็จะมีโปรโมชั่นอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากโปรโมชั่นท่องเที่ยว ออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายพันธ์ยศ เผยต่ออีกว่า ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีมูลค่า 30,000-50,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเห็ดมูลค่า 1,000 ล้านบาท และเชื่อว่าหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตลาดในส่วนของผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิมและน้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้งแบบเชิงรุก ด้วยการเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 ปีขึ้นไป คาดว่าในปีนี้ ยอดขายของบริษัทฯ น่าที่จะเติบโตอยู่ที่ 10% ด้วยเช่นกัน

...จะเห็นได้ว่า วันนี้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเครือข่าย เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของรูปแบบการทำตลาดที่ต้องเข้าใจ เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ที่สำคัญ ต้องสามารถจับต้องได้ ซึ่งวันนี้ขายตรงที่ชื่อ ไทยเฮลท์ ก็ได้เริ่มแสดงแสนยานุภาพทางธุรกิจที่พร้อมรบมีอาวุธครบมือออกมาให้เห็นบ้างแล้ว
เห็นได้อย่าง การที่มีนโยบายใหม่ด้วยการดำเนินแผนการตลาด ในรูปแบบใหม่คือ ระบบขายตรงลูกผสมสื่อ เข้ามาสร้างจุดต่างจากบริษัทขายตรงทั่วไป ด้วยช่องทางการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ผ่าน สื่อวิทยุชุมชน รวมถึง สื่อทีวีดาวเทียม นั่นก็หมายความว่า ธุรกิจขายตรงไทยเฮลท์นับจากนี้ จะเป็นอีกหนึ่ง
บริษัทขายตรงที่น่าจับตามองอย่างมากทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยความพร้อมที่มีอยู่ครบเครื่องนั่นเอง แต่ต้องบอกว่าธุรกิจจะแรงแบบกระชากใจพี่น้องคนเครือข่ายมากน้อยแค่ไหน คงต้องจับให้ตรงจุดด้วยเช่นกัน ซึ่งหากจับตรงจุดถูกจุดเมื่อไหร่รับรองได้ว่าธุรกิจที่ท่านทำก็จะมีแรงขับเคลื่อนตามแรงเหวี่ยงที่วางไว้อย่างแน่นอน!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่329 ประจำวันที่1 - 15 ตุลาคม 2555

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : จุดพลุขายตรง ลูกผสมสื่อ นำทัพเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ


ไทยเฮลท์ รุกตลาดเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยระบบการตลาดรูปแบบใหม่ ขายตรงลูกผสมสื่อ ชูจุดแข็งระบบเครือข่ายสื่อวิทยุชุมชนและคลื่นวิทยุในเครือเรดิโอ โอเค กว่า 300 สถานี พร้อมเคเบิลทีวี เผยแพร่ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย ส่งสินค้านำร่อง 4 รายการ หวังผลักดันยอดขายสิ้นปี 100 ล้านบาท

พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ไทยเฮลท์ เป็นบริษัท ที่เปิดดำเนินธุรกิจด้วยวัตถุประสงค์เพื่อต้องการที่จะผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่อง ดื่มบำรุงสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ไทยเฮลท์ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

อีกทั้งในการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้ทำการตลาดในรูปแบบใหม่ คือเป็นธุรกิจแบบ ลูกผสมสื่อ ที่นำ ระบบขายตรงมาผสมกับการใช้สื่อในการจำหน่ายสินค้า โดยการใช้จุดแข็งในด้านช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึง และกระจายสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านสื่อวิทยุชุมชน ที่ปัจจุบันมีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 200 สถานี มากกว่า 60 จังหวัด ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าในเครือตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการควบรวมธุรกิจ กับคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค อีกกว่า 90 สถานี ซึ่งประกอบด้วย คลื่นโอเค ลูกทุ่ง, โอเค ฮุค, โอเค เลิฟ และรายการข่าว ยอดฮิต โอเค นิวส์ ซึ่งรวมกันแล้วมากกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ เฉลี่ยมีจำนวนผู้ฟังไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

พร้อมกันนี้บริษัทยังใช้ช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ในระบบดาวเทียม (เคเบิลทีวี) ทางช่อง รายการ สวัสดี ทีวี เผยแพร่ผ่านระบบ C-BAN ช่อง 69 และระบบ KU-BAND ช่อง 22 โดยมียอดผู้ชมรายการ ทั้งสิ้นกว่า 600,000 คน ภายใต้การดูแลของ บริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยเฮลท์ ภายใต้ สโลแกน สื่อของคนไทยให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด!!! พร้อมกับเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ กว่า 1,000 ราย

พันธ์ยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลยุทธ์การตลาดบริษัทจะมุ่งขยายเครือข่ายสถานีวิทยุ และจานดาวเทียม ให้ครอบคลุมพื้นที่การรับชมและรับฟังมากขึ้น พร้อมกับการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย เพิ่มขึ้นประมาณ 20- 30% รวมถึงการผลิตคอนเท้นต์รายการที่โดนใจผู้บริโภคตามกลุ่มเป้าหมายของสินค้าแต่ละรายการ โดยจะมีทีมงาน จากคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค มาเป็นกำลังหลักในการผลิต ซึ่งสามารถรับฟังได้ผ่านจานดาวเทียมระบบ C-Band, FM ทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.radiook.co.th รวมถึงแอพพลิเคชั่น บนโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้บริษัทจะเข้าไปทำการตลาดในส่วนของการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมฮุคเฟรชชี่, เลิฟแรลลี่, ลูกทุ่งประลองไมค์ และของรางวัลพิเศษภายใต้แคมเปญ เรดิโอ โอเค ใจป้ำ ที่จะกระตุ้นกลุ่มผู้ฟังในรายการให้ ติดตามรายการและซื้อสินค้าของบริษัทตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ อาทิ จีน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, อลาสก้า ฯลฯ รวมไปถึงการแจกของรางวัลอีกมากมาย เช่น นิวไอแพด ไอโฟน เป็นต้น ที่จะใช้งบการตลาด ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ในปีนี้

ปัจจุบัน บริษัท มีสินค้าจำหน่าย 4 รายการ ได้แก่ 1. น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม มัชรูม พลัส 2. น้ำเห็ดสกัด ผสมน้ำผึ้ง 3. วีเอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับผู้ชาย และ 4. ยูเลดี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับ ผู้หญิง โดยในปีนี้ซึ่งเป็นการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำเห็ดสกัดผสม น้ำผึ้ง ด้วยคุณประโยชน์ของเห็ดสายพันธุ์ดีผสานกับส่วนผสมอันล้ำค่าจากธรรมชาติอย่างน้ำผึ้ง ช่วยส่งเสริม สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 100 ล้านบาท คาดการณ์สัดส่วนยอดขายมาจากน้ำเห็ด สกัด มัชรูม พลัส 50% วีเอ็ม พลัส 25% และยูเลดี้ 25%


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) ชูกลยุทธ์สื่อโกยยอด ธุรกิจรันไปได้สวย - สิ้นปีลั่นเป้าโต 100 ล้าน.


ไทยเฮลท์เปิดยุทธการสื่อพันธุ์ผสมปูทางMLMประตูสู่ความร่ำรวยสู่การสร้างแบรนด์ที่ดีที่สุด...แค่ปีเศษผลตอบรับดีเกินคาดแม้เจอวิกฤติน้ำท่วมก็ไม่หวั่นยังถอยตั้งหลักได้ดีระดมวิทยุชุมชนกว่า1,000สถานีลุยยอดสิ้นปีเสริมด้วยเคเบิ้ลทีวีปูทาง...อีกไม่นานจะก้าวสู่ความยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบ

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยกลยุทธ์การบุกตลาดในงานแถลงข่าว ว่า ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้นำร่องทดลองตลาด ด้วยการแนะนำองค์กรและผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค พบว่า ปัจจัยความสำเร็จมาจากความแข็งแกร่งของระบบเครือข่ายสื่อของบริษัทฯ ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ด้วยการมุ่งเน้นโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้และสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ พร้อมกับความแข็งแกร่งของตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาคที่ช่วยกระจายสินค้า และขยายเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ยังสอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศ ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีไม่ต่ำ 10%


สำหรับกลยุทธ์การตลาดของบริษัทฯ จะมุ่งขยายเครือข่ายผ่านสถานีวิทยุและจานดาวเทียมให้ครอบคลุมพื้นที่การรับชมและรับฟังมากขึ้น พร้อมกับการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% รวมถึงการผลิตคอนเทนท์รายการที่โดนใจผู้บริโภคตามกลุ่มเป้าหมายของสินค้าในแต่ละรายการ


โดยได้ทีมงานจากคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค มาเป็นกำลังหลักในการผลิต ซึ่งสามารถรับฟังได้ผ่านจากดาวเทียมระบบ C-Band, FM ทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.radiook.co.th รวมถึงทางแอพพลิเคชั่น (Application) ผ่านโทรศัพท์มือถือในรูปแบบระบบปฏิบัติการ iOS (iPhone, iPod touch, iPad และ Apple TV), แอนดรอยด์ (Android), แบล็คเบอรี่ (Blackberry) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone) พร้อมกับการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาด ได้แก่ กิจกรรมฮุคเฟรชชี่, เลิฟแรลลี่, ลูกทุ่งประลองไมค์ และของรางวัลพิเศษภายใต้แคมเปญ เรดิโอ โอเค ใจป้ำ ที่จะกระตุ้นกลุ่มผู้ฟังในรายการให้ติดตามรายการและสินค้าของบริษัทฯ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ อาทิ จีน, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, อลาสก้า ฯลฯ รวมไปถึงการแจกของรางวัลอีกมากมาย เช่น นิวไอแพด และ ไอโฟน เป็นต้น โดยใช้งบการตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ในปีนี้


ไทยเฮลท์ มีนโยบายที่จะผลักดันคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นตัวน้ำเห็ดสกัด ภายใต้แบรนด์ ไทยเฮลท์ โดยมีปณิธานและความมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ด้วยการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพเยี่ยม เพื่อจะดึงเอานวัตกรรมในต่างประเทศให้มีความก้าวหน้า ก็มีการศึกษาในเรื่องนี้ เพื่อมาพัฒนาสูตรและก็นำมาจำหน่ายในบ้านเรา พร้อมจะนำพาบริษัทฯ ก้าวไปสู่ บริษัทชั้นนำด้านอาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ บนมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการทดลองตลาดมาโดยตลอด และพยายามหาข้อมูลกับผู้ที่ทดลองทานว่า ผลเป็นอย่างไร ก็ปรากฏว่าประชาชนคนไทยนั้นให้ความสนใจเป็นอย่างดี และในปีนี้บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะเริ่มวางแผนอย่างจริงจัง เพราะผ่านการทดสอบและทดลองมาแล้วทุกขั้นตอน ก็ได้ผลตอบรับที่ดีมาก ๆ
ตอนนี้นโยบายของเราจะจับเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน ทำให้ธุรกิจเราเป็นธุรกิจที่เป็นพันธุ์ผสม ไทยเฮลท์ ได้ดำเนินการตลาดในรูปแบบใหม่ ระบบขายตรงลูกผสมสื่อ ซึ่งเราก็มีความชัดเจนเลยว่า นโยบายการทำตลาดของเราไม่เหมือนกับสื่ออื่น ๆ ที่ใช้จุดแข็งในด้านช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงและกระจายสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านสื่อหลักอย่าง วิทยุชุมชน เรามีการผสมผสานกันและก็พัฒนาทั้งตัวระบบการทำธุรกิจ รวมไปถึงระบบของการผลิตสื่อ ซึ่งในช่วงแรกเราก็นำเอากลุ่มของวิทยุชุมชนเข้ามาเป็นเสมือนหนึ่งสถานี หนึ่งร้านค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และก็สถานีวิทยุชุมชนในประเทศไทยที่ลงทะเบียนเอาไว้ที่มีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 200 สถานี และมีที่ยังไม่ลงทะเบียนไว้อีกค่อนข้างเยอะ


ทำให้เรามองเห็นตรงจุดนี้ว่า จะสามารถขยายสาขาของบริษัทฯ ออกไปได้ไม่ยาก เพราะมีการซัพพอร์ตในเรื่องของการทำคอนเทนท์ดี ๆ และยังมีคลื่นวิทยุ ก็คือ เรดิโอเพลงอีกประมาณ 90 สถานี และก็มีเคเบิ้ลทีวีจานเหลือง ทำให้สมาชิกของเราเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็ได้เพิ่มในส่วนตรงนี้ที่เป็นสื่อทีวีและเป็นสถานีวิทยุด้วย ซึ่งเราก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่มีการกระจายสินค้าได้เหมือนกัน


การที่บอกว่า เราใช้กลยุทธ์การตลาดในรูปแบบขายตรงพันธุ์ผสม คือเราจะนำเอาข้อดีของขายตรง ด้วยการนำเอากระบวนการทางความคิดที่มุ่งเน้นสร้างแรงจูงใจผู้ขายและผู้บริโภค มาผนึกกับผลผลิตที่เกิดจากการใช้สื่อนำไปออนแอร์ ซึ่งคุณภาพเราเทียบเท่ากับคลื่นที่มีอยู่ ตรงนี้กลายเป็นปัจจัยความสำเร็จค่อนข้างมาก เพราะสินค้าของเรามีจุดเด่นและมีความชัดเจนมาโดยตลอด สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดสกัดชนิดนี้
ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ มีสินค้าจำหน่ายแล้ว 4 รายการ ได้แก่
1. น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม มัชรูม พลัส
2. น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ให้ผลไม่แพ้ตัวเดิม
และมีส่วนผสมน้ำผึ้งลงไป รสชาติก็จะมีความเป็นน้ำผึ้งผสมกับตัวเห็ดผสานกันอย่างกลมกล่อมมากขึ้น
3. วีเอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับผู้ชาย เป็นคุณประโยชน์ที่ใช้ในเรื่องของสุขภาพผู้ชายที่มุ่งเน้นในเรื่องของสมุนไพรโดยเฉพาะ เรื่องการบำรุงสุขภาพของท่านชายที่เสื่อมสภาพ หรือในเรื่องของตับไต และผู้ที่มีความเสี่ยงในเรื่องของมะเร็งต่อมลูกหมาก จากผลงานวิจัยก็ให้ผลดีทางด้านนี้ และ
4. ยูเลดี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับผู้หญิง ขึ้นทะเบียนเป็นยาประจำบ้านช่วยดูแลสุขภาพของสตรี สำหรับสุภาพสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ รอบเดือนให้เป็นปกติ ขับน้ำคาวปลา ก็จะเป็นสินค้าผู้หญิง ซึ่งเป็นหมวดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งหมด
และปีนี้บริษัทฯ จะมีการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้ากวาดยอดขายกว่า 100 ล้านบาท โดยคาดการณ์สัดส่วนยอดขายมาจากน้ำเห็ดสกัด มัชรูม พลัส 50% วีเอ็ม พลัส 25% และยูเลดี้ 25% พร้อมกับอัดกิจกรรมทางด้านการตลาดเหมือนเช่นที่ผ่านมา ก็เป็นการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวผ่านสื่อต่าง ๆ ในทริปล่าสุดเราก็ไปที่ญี่ปุ่น ประเทศจีนที่มณฑลซีอาน ไปดูสวนสัตว์ฮ่องเต้ ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค รวมถึงแฟนรายการ โดยใช้งบประมาณทั้งปีกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ก็ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท เพราะว่ามีการรันในเรื่องของโปรโมชั่นไปจนถึงปลายปีนี้


หากถามถึงจำนวนสมาชิกสถานีวิทยุเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการก็ประมาณ 200 สถานี และจะมีสถานีที่เข้าร่วมโครงข่ายกับเราอีก 600 สถานี ที่มาจากทั่วประเทศไทย และกำลังจะเพิ่มขึ้นปลายปีนี้อีกไม่น่าจะน้อยกว่า 1,000 สถานี ดังนั้น ตัวเลขเฉพาะกลุ่มหรือสาขาตอนนี้เรามีอยู่ 200 สถานี แบ่งเป็นสถานีวิทยุชุมชนอีก 400 สาขา ดังนั้น ความชัดเจนของการเติบโตในปลายปีนี้ ก็น่าจะบอกได้เลยว่าดีกว่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ทดลองทำตลาด ยังประสบกับปัญหาอุทกภัยอีกด้วย


ส่วนการขายปลีกเราก็จะขายผ่านดีลเลอร์ และผู้ค้ารายย่อย และคงไม่มีปัญหาเรื่องการตัดราคา เนื่องจากราคาสินค้าเป็นผู้กำหนดกลไกทางการตลาด หากดีลเลอร์มีการขายตัดราคาเราก็จะทราบ เพราะมีการลงทะเบียนไว้กับบริษัท คงเหลือแต่ดีลเลอร์รายย่อยที่ไม่มีการลงทะเบียน
ส่วนเรื่องการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุเกี่ยวกับตัวสินค้าว่า โอเว่อร์เคลมหรือไม่ ขณะนี้เรากำลังแก้ปัญหากันอยู่ ก็มีการทำหนังสือตักเตือนออกไป และประกาศผ่านหน้าเว็บไซต์ ประกาศผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อแสดงเจตนาว่า ทางบริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องสปอตและแอดโฆษณา เราก็ผลิตออกจากบริษัทฯ โดยตรง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่325 ประจำวันที่1- 15 สิงหาคม 2555

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) ขายตรงลูกผสมสื่อหลัง 100 ล้าน


ไทยเฮลท์ ประกาศรุกตลาดอาหารเสริมสุขภาพ ด้วยการตลาดรูปแบบใหม่ ขายตรง ลูกผสมสื่อ ชูจุดแข็งระบบเครือข่ายผ่านสื่อวิทยุชุมชน-คลื่นวิทยุในเครือเรดิโอโอเค กว่า 300 สถานีพร้อมเคเบิ้ลทีวี เผยแพร่ครอบคลุมทั่วประเทศ ส่งสินค้านำร่อง 4 รายการ น้ำเห็ดสกัด มัชรูม พลัส-น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง, วีเอ็ม พลัส-ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย-ยูเลดี้สำหรับผู้หญิง ยันเดินหน้าเต็มสูบขยายเครือข่ายตัวแทน ตั้งเป้า 100 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดบริษัทไทยเฮลท์ครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งองค์กรเพื่อผลิต จัด จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ไทย เฮลท์ โดยมีปณิธานและความมุ่งมั่นที่จะช่วย ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ด้วยการบริโภค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพเยี่ยมจากแหล่ง ผลิตทั่วทุกมุมโลก พร้อมนำพาบริษัทฯ ก้าว ไปสู่ บริษัทชั้นนำด้านอาหารเสริมและเครื่อง ดื่มเพื่อสุขภาพ บนมาตรฐานความปลอดภัย ระดับสากล


นายพันธ์ยศกล่าวว่า สำหรับการ ดำเนินการตลาดจะเป็นรูปแบบใหม่ ระบบ ขายตรงลูกผสมสื่อ ที่ใช้จุดแข็งในด้าน ช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงและกระจายสู่ กลุ่มผู้บริโภคผ่านสื่อหลักอย่าง วิทยุชุมชน ที่มีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 200 สถานี มากกว่า 60 จังหวัด ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของ ประเทศไทย โดยดำเนินการโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าในเครือของบริษัทฯ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการควบรวม ธุรกิจกับคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค อีกกว่า 90 สถานี ประกอบด้วย คลื่นโอเค ลูกทุ่ง, โอเค ฮุค, โอเค เลิฟ และรายการข่าวยอดฮิต โอเค นิวส์ ซึ่งรวมกันแล้วมากกว่า 300 สถานี ทั่วประเทศ เฉลี่ยจำนวนฐานผู้ฟังไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน


และยังใช้ช่องทางการจำหน่ายสินค้า ผ่านสื่อโทรทัศน์ในระบบดาวเทียม (เคเบิ้ลทีวี) ทางช่องรายการ สวัสดี ทีวี เผยแพร่ผ่าน ระบบ C-BAND (จานดำ) ช่อง 69 และระบบ KU-BAND (จานเหลือง) ช่อง 22 โดยมียอด ผู้ชมรายการทั้งหมดกว่า 600,000 คน ภาย ใต้การดูแลของบริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยเฮลท์ ภายใต้สโลแกน สื่อของคนไทยให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด พร้อมกับเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย


ก่อนหน้านี้บริษัทได้นำร่องทดลอง ตลาด ด้วยการแนะนำองค์กรและผลิตภัณฑ์ ให้กับผู้บริโภค พบว่า ปัจจัยความสำเร็จมา จากความแข็งแกร่งของระบบเครือข่ายสื่อ ของบริษัทฯ ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ โดยตรง โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นโฆษณาประชา สัมพันธ์เพื่อให้ความรู้ และสร้างความเชื่อมั่น ในผลิตภัณฑ์ พร้อมกับความแข็งแกร่งของ ตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาคที่ช่วย กระจายสินค้า และขยายเครือข่ายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของ บริษัทฯ ยังสอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ในประเทศที่มีมูลค่าตลาดสูงประมาณ 20,000- 30,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโต อย่างต่อเนื่องทุกปีไม่ต่ำ 10% นายพันธ์ยศ กล่าว


สำหรับกลยุทธ์การตลาดของ บริษัทฯนั้นนายพันธ์ยศกล่าวย้ำว่า จะมุ่ง ขยายเครือข่ายสถานีวิทยุ และจานดาวเทียม ให้ครอบคลุมพื้นที่การรับชมและรับฟังมากขึ้น พร้อมกับการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% รวมถึงการผลิต คอนเทนต์รายการที่โดนใจผู้บริโภคตามกลุ่ม เป้าหมายของสินค้าแต่ละรายการ โดยได้ทีม งานจากคลื่นวิทยุ เรดิโอ โอเค มาเป็นกำลัง หลักในการผลิต ซึ่งสามารถรับฟังได้ผ่าน จากดาวเทียมระบบ C-Band, FM ทั่วประเทศ รวมทั้งสื่ออื่นๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วโดยจะใช้งบ การตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ในปีนี้


ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้มีสินค้าจำหน่าย แล้ว 4 รายการ ได้แก่ 1) น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม มัชรูม พลัส 2) น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง 3) วีเอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับผู้ชาย และ 4) ยูเลดี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับ ผู้หญิง โดยในปีนี้ซึ่งเป็นการเปิดตัวบริษัทอย่าง เป็นทางการ บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง ด้วยคุณประโยชน์ของ เห็ดสายพันธ์ดีผสานกับส่วนผสมอันล้ำค่าจาก ธรรมชาติอย่างน้ำผึ้ง ช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี อย่างยั่งยืน บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท โดยคาดการณ์สัดส่วนยอดขายมา จากน้ำเห็ดสกัด มัชรูม พลัส 50% วีเอ็ม พลัส 25% และยูเลดี้ 25%


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-16 สิงหาคม 2555

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไทยเฮลท์ ฟื้นแผนลงทุนร่วมญี่ปุ่น100ล.

ไทยเฮลท์ ฟื้นแผนลงทุนโรงงานร่วมญี่ปุ่น ไต้หวัน มูลค่า 100 ล้านบาท หลังน้ำซัดทำแผนเลื่อน


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไทยเฮลท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริมยี่ห้อ มัชรูม พลัส เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น และไต้หวันอีกครั้ง เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำเห็ดสกัด มูลค่า 100 ล้านบาท หลังโครงการดังกล่าวระงับการลงทุน เนื่องจากเตรียมตั้งโรงงานบริเวณนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา



ทั้งนี้บริษัทเตรียมเสนอพื้นที่แห่งใหม่ ในแถบภาคตะวันออก เช่น จ.ชลบุรี ระยอง คาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จช่วงปลายปีนี้ พร้อมก่อสร้างโรงงาน ขยายการผลิตรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งกระแสการรักษาสุขภาพคนไทยและต่างชาติมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหันมาบริโภคเห็ดสกัด คนไทยรับรู้ถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับ


นอกจากนี้บริษัทเตรียมใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ปีนี้กว่า 30 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านสื่อครบวงจร โดยผ่านช่องทางการจำหน่ายแบบขายตรง ผ่านวิทยุชุมชน เคเบิ้ลท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกกว่า 600 สถานี ปีนี้คาดว่าจะขยายเครือข่ายเพิ่มเป็น 1,000 สถานีทั้งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นยอดขายในปีนี้เท่ากับปีที่ผ่านมา 100 ล้านบาท ขณะที่การเดินกำลังการผลิต รวมถึงสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่องในปีนี้ คาดว่าปีหน้ายอดขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประมาณ 500 ล้านบาท


ปีที่ผ่านมาบริษัทเสียโอกาสทางการตลาดช่วงน้ำท่วม ทำให้ส่งสินค้าไม่ได้ รวมถึงเห็ดที่ต้องนำเข้าจากไต้หวัน มีปัญหาเรื่องผลผลิต ซึ่งได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไว้รองรับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกนายพันธ์ยศกล่าว


ปัจจุบันได้วางจำหน่ายสินค้ามัชรูม พลัส จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ น้ำเห็ดสูตรดั้งเดิม 2 น้ำเห็ดผสมน้ำผึ้ง 3 วีเอ็ม พลัส ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสำหรับผู้ชาย และ4 ยูเลดี้ ลิตภัณฑ์บำรุงร่ายกายสำหรับผู้หญิง ซึ่งแผนระยะสั้น 3 ปี คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ด้านดูแลรักษาสุขภาพกว่า 10 ประเภท


สำหรับแนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปีนี้ มีมูลค่าตลาด 3-5 หมื่นล้านบาท สัดส่วนน้ำเห็ดเฉลี่ย 10% ประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 10% โดยเห็นได้ว่าผู้เล่นรายใหญ่ อย่างแบรนด์ ได้วิจัยตลาดเกี่ยวกับการนำเห็ดมาผสมกับซุปไก่สกัด เป็นต้น


นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ด้านแผนการขยายสินค้าออกสู่ตลาดอาเซียน ได้เตรียมวางจำหน่ายบริเวณเขตการค้าชายแดน ผ่านร้านค้าปลอดภาษี(ดิวตี้ฟรี) เช่น ดิวตี้ฟรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พม่า รวมถึงเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซียด้วย

ข่าวไทยเฮลท์ ปั้นแบรนด์ผ่านวิทยุโฆษณา 1 พันช่อง แลกรายรับ 500 ล.


ไทยเฮลท์ ตั้งตัวเป็นแบรนด์ขายตรงผสมสื่อ วางงบ 30 ล้านบาท เน้น ทำตลาดผ่านวิทยุ ตั้งเป้าภายในปีนี้ ประชาสัมพันธ์ 1 พันช่องรายการวิทยุ เตรียมเดินหน้าหาความร่วมมือจับบริษัท ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ตั้งโรงงานที่ชลบุรี ตั้งงบ 100 ล้านบาท คาดอีก 3 ปีเพิ่มสินค้าเข้า ตลาด 10 รายการ ส่วนยอดขายขอไม่เกิน ปีหน้ารายรับแตะ 500 ล้านบาท

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทไทยเฮลท์ จัดตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ไทยเฮลท์ โดยมีสินค้าเรือธงตัวแรกอย่าง เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ Mushroom Drink น้ำเห็ดสมุนไพรจีน-ญี่ปุ่น ที่รวมเห็ด 6 สายพันธุ์ มาอยู่ในสูตรเดียวกัน ซึ่งในช่วง ที่ผ่านมาปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับ การตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี หลายคนเริ่มที่จะให้ความสนใจและรู้จักบริษัทในฐานะเจ้าตลาดน้ำเห็ดสกัด

ส่วนแผนการตลาด บริษัทไทยเฮลท์ดำเนินการตลาดในรูปแบบที่เรียกว่า ระบบ ขายตรงลูกผสมสื่อ คือนำแนวคิดของแผนสแตร์สเต็ปในระบบขายตรง มาผสมผสานกับการใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อวิทยุ โดยเฉพาะคลื่นวิทยุเรดิโอ โอเค ซึ่งเป็นบริษัท แม่ของไทยเฮลท์ ที่มีมากกว่า 90 สถานี นอกจากนั้นบริษัทยังได้ขยายเครือข่ายการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ไปยังวิทยุชุมชน กว่า 200 สถานี ทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทมีฐานสถานีวิทยุกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ และมีฐานผู้ฟังไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

ธุรกิจเครือข่าย ไทยเฮลท์ มีรูปแบบ การดำเนินงานคล้ายกับบริษัทขายตรงอื่นๆ ทั่วไป แต่เริ่มต้นบริษัทจะใช้จุดแข็งด้าน ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อวิทยุ ซึ่งเป็นอาวุธ สำคัญที่เรามี เพื่อดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าในเครือของบริษัทไทยเฮลท์ ตลอด 24 ชั่วโมง เสมือนกับสถานีวิทยุ 1 สถานี คือ 1 สาขาของบริษัท จุดนี้เชื่อว่าจะทำให้แฟนรายการวิทยุจำนวนมาก ให้ความสนใจเกี่ยวกับสินค้าต่างๆ ของเรา และกลายเป็นฐานผู้บริโภคที่สำคัญต่อไป

นายพันธ์ยศ เปิดเผยต่อว่า ปลายปีนี้บริษัทจะขยายฐานสถานีวิทยุให้ครบ 1,000 สถานี ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวไม่ยากเกินไป เพราะปัจจุบันจากข้อมูล การจดทะเบียนสถานีวิทยุ พบว่ามีสถานีที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกว่า 7 พันสถานี นอกจากนั้นบริษัทจะมีการใช้ช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อทีวีดาวเทียม ทางช่อง รายการ สวัสดี ทีวี ภายใต้การดูแลของบริษัท ไทยพลัส มีเดีย จำกัด บริษัทในเครือ ของไทยเฮลท์โดยจะมีการเผยแพร่ภาพผ่านระบบ C-BAND ช่อง 69 และระบบ KU-BAND ช่อง 22 ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ชมรายการทั้งหมดกว่า 6 แสนคน

ปีนี้บริษัทได้วางงบไว้สำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าของบริษัทไทยเฮลท์ ไว้ประมาณ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทมีสินค้าคุณภาพในกลุ่มเสริมอาหารทั้งหมด 4 รายการด้วยกัน ได้แก่ 1.น้ำเห็ดสกัดสูตรดั้งเดิม 2.น้ำเห็ดสกัดผสมน้ำผึ้ง 3.ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารสำหรับผู้ชายวีเอ็มพลัส และ 4.สำหรับผู้หญิงยูเลดี้ และวางแผนระยะ สั้น 3 ปี จะมีผลิตภัณฑ์ด้านดูแลสุขภาพมากกว่า 10 รายการ โดยปีนี้บริษัทไทยเฮลท์ ตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมายอดขายลดลง 50% เนื่องจาก ในช่วงปลายปีประสบภัยน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้า และคาดว่าปีหน้ายอดขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาจปิด ได้กว่า 500 ล้านบาท

นายพันธ์ยศ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น และไต้หวันอีกครั้ง เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำเห็ดสกัด หลังจากโครงการดังกล่าวถูกระงับ การลงทุน เนื่องจากพื้นที่เตรียมจัดตั้งบริเวณ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี ที่ผ่านมา

คาดว่าโรงงานดังกล่าวอาจใช้งบลงทุนถึง 100 ล้านบาท ทั้งนี้แผนการสร้าง โรงงานกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องสถานที่ เนื่องจากนิคมอุตฯ โรจนะ มีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ดังนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง เบื้องต้นอาจจะเปลี่ยนเป็นภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตาม การร่วมทุนในครั้งนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ทั้งจากญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยจะสรุปความชัดเจนได้อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของตลาด ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในปีนี้ พันธ์ยศก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารมีมูลค่า 30,000-50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดน้ำเห็ดเฉลี่ย 10% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาทและคาดว่า ตลาดน้ำเห็ดจะมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 10% ทุกปี เพราะจะเห็นได้จากผู้ค้ารายใหญ่อย่าง แบรนด์ ได้วิจัยตลาดเกี่ยวกับการนำเห็ดมาผสมกับซุปไก่สกัด เป็นต้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง3-8-2012