ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวโอทู อินเตอร์เนชั่นแนล (OTWO International) : จับทิศตลาดสุขภาพความงามรุ่ง ปั้นแบรนด์ F2 จับตลาดคนรุ่นใหม่


โอทู พักสินค้าเกษตรช่วงฤดูแล้ง หันเอาดีสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ต่อยอดธุรกิจ โหมโรงแบรนด์ F2 นำร่อง หวังสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดจับกลุ่ม คนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพและความงาม เผยผลตอบรับดี ปลายปีเล็งจัดโอทู ก้าวสู่ปีที่ 9 อย่างยิ่งใหญ่

ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ผู้อำนวย- การและกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนการตลาดของ บริษัทในช่วงที่ผ่านมา คือการรุก ทำการตลาดสินค้าในกลุ่มเพื่อสุขภาพ และความงามสำหรับผู้หญิง เพื่อเป็น การสร้างแบรนด์ F2ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งบริษัทมองว่าตลาดเพื่อสุขภาพและ ความงามของผู้หญิงนั้นมีการแข่งขันกันสูงและมี ตัวแปรขับเคลื่อนกลไกการตลาดหลายปัจจัย หากจะ เข้ามารุกตลาดอย่างจริงจัง จำเป็นต้องมีการควบคุม ต้นทุนการผลิตและคุณภาพสินค้าที่ดีจึงจะสามารถ ครองตลาดได้

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงฤดูแล้งที่ เกษตรกรยังคงทำการเกษตรน้อย บริษัทจึงได้มองหา ผลิตภัณฑ์เพื่อเข้ามาช่วยส่งเสริมตลาด ด้วยการเน้น ทำตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพแบรนด์ F2 ที่สามารถ ทำการตลาดได้เป็นอย่างดี แต่ยังคงมีสัดส่วนยอดขาย ไม่สูง เท่ากับสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบันสินค้าแบรนด์ F2 มีสัดส่วนยอดขาย 3-5%

ขณะที่ตลาดสินค้าเกษตรของบริษัทยังคงมี อัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทยังคงเน้นไปที่ สินค้าเพื่อการเกษตรมากกว่า ซึ่งหลังจากเดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ก็จะผ่านฤดูเก็บเกี่ยวไปแล้ว บริษัทจะมี แคมเปญออกมากระตุ้นยอดขายให้ตลาดคึกคัก มากขึ้น โดยบริษัทมีแผนการสร้างผู้ประสบความ สำเร็จอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะได้ขึ้นเวทีเกียรติยศ ในงานใหญ่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่ เมืองทองธานี โดยจะจัดงานฉลองสู่ปีที่ 9 ของโอทู

ปัจจุบันเรามีสมาชิกเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเป็นการแสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ดีเพราะหลุ่มยังเจนเนอเรชั่นได้เห็นกลุ่มคนรุ่นพ่อแม่ทำแล้วประสบ- ความสำเร็จ จึงมีความเชื่อมั่นในตัวสินค้า ส่งผล ให้กลุ่มดังกล่าวสนใจเข้าร่วมธุรกิจเป็นจำนวนมาก ขวัญชัย กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

'โอทู (OTWO International)' ใช้แผนรบ ‘เอฟ-ทู (F2)’ กินขาด ตลาดภายในผู้หญิง 3 เดือน ทุ่มฟรีทีวี 70 ล้าน แบงก์ร้านค้า 3 หมื่นรายร่วม


“โอทู” ระเบิดเกมรบใหม่สั่นสะท้านค้าปลีก ขายตรงสะเทือน... “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ปรับสูตรการตลาดแนวใหม่ โดยนำระบบ “ขายตรง” ผสมพันธุ์กับ “ดีลเลอร์” ยกระดับผู้นำเป็นผู้จัดการบริหารร้านจำหน่าย! จับมือกับธนาคารระดับบิ๊กอำนวยความสะดวกด้านเม็ดเงินให้ร้านค้าจับจ่ายง่ายขึ้น ประเดิมยกแรก 30,000 กว่าร้านค้าเอาด้วย เห็นทางแจ่มใสมีแต่ได้ไม่มีเสีย 3 เดือน โชว์หน้าตักสินค้า “เอฟ-ทู” อยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 1,500,000 กล่องเป็นอย่างต่ำ จัดเต็มด้วยการทุ่มงบโฆษณา 70 ล้านบาท เสริมกำลังรบด้วยการยิงสปอตต่อเนื่อง 3 เดือนเต็ม พุ่งเป้าสร้างแบรนด์ให้ติดตาผู้บริโภคผ่านฟรีทีวีช่อง 3, 5, 7 และ 9 ดีเดย์ 1 มิถุนายนนี้ “6 เดือน” นับจากนี้ถึงสิ้นปี สินค้า “เอฟ-ทู” จะอยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 8 ล้านกล่อง นี่คือ การพลิกโฉมครั้งใหญ่ ถือเป็นแผนกินเรียบตลาดสินค้ามดลูกเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
ใครจะไปคิดล่ะว่า “เจ้าพ่อสินค้าเกษตรอินทรีย์” อย่าง บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะพลิกเกมการตลาดขายตรงเล่นแบบแรงๆ ชนิดที่ค่ายคู่แข่งยังต้องงงกับกลไกการตลาดดังกล่าว
ตกลง “โอทูฯ” จะเลิกขายสินค้าเกษตร แล้วหันมาเอาดีกับสินค้า “ภายในผู้หญิง” หรืออย่างไร นี่คือ คำถามจากคนเครือข่ายขายตรงที่คอยถามไถ่ถึงความเคลื่อนไหวของค่ายนี้
ก็ต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่ “บริษัท โอทูฯ” ได้ผลิตภัณฑ์ฟิตกระชับสำหรับผู้หญิงอย่าง “เอฟ-ทู” จากโรงงานเจ้าตำรับผลิต ภัณฑ์ทางด้านนี้มาทำตลาด ทำให้เกมการตลาดของค่ายโอทูฯ ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ใครจะไปเชื่อว่า ยักษ์สินค้าเกษตรอย่าง “โอทูฯ” กว่า 4 ปีที่หากินอยู่กับฐานชาวไร่-ชาวนา จะปรับกลยุทธ์การตลาดมาเป็นเรื่องความสวยความงามตามด้วยฟิตกระชับเรื่องภายในผู้หญิง 
“กลศึกนี้” ได้ก่อตัวตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัท โอทูฯ จัดเลี้ยงโต๊ะจีนเพื่อฉลองความสำเร็จให้กับสมาชิก และเกษตรกรทั้งประเทศมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยจำนวน 5,000 โต๊ะ หรือ 50,000 ที่นั่ง ณ อาคารชาเลนเจอร์เมืองทองธานี 
ปรากฏว่าในงานดังกล่าวมีคนมาร่วมงานกว่า 46,000 คน ซึ่งได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เอฟ-ทู” พร้อมแนะนำพรีเซ็นเตอร์ในงานนี้อย่างเป็นทางการ
นับจากนั้นมา บริษัท โอทูฯ ก็รุกตลาดสินค้ามดลูกหรือฟิตกระชับอย่างเอาจริงเอาจัง ควบคู่ไปกับการนำสินค้าเกษตร “โอทู พรีเมี่ยม” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ออกมาทำตลาดควบคู่กันไป
ทำให้กระแสตอบรับ “เอฟ-ทู” แรงเกินความคาดหมาย ที่ผ่านมามียอดขายเดือนละ 4-5 หมื่นกล่อง แต่ “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทูฯ ไม่ค่อยจะพึงพอใจกับยอดขายดังกล่าวมากนัก เพราะเคยตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องได้ 200,000-300,000 กล่องต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ
เมื่อแผนการตลาดที่ “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ได้วางยอดขายไว้สูงเฉียดฟ้าในเวลาอันสั้น พลาดเป้าหมายไปอย่างมากเช่นนี้ เล่นเอาเจ้าตัวนอนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว  
“ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้ชะตาชีวิต มีความพยายามที่จะดึงดันให้ยอด “เอฟ-ทู” ทะลุหลัก 200,000-300,000 กล่องต่อเดือนให้ได้ในเวลาอันสั้นจึงได้ระอุขึ้นอีกครั้ง 
เขาได้ระดมมันสมองของ “กุนซือ” เท่าที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การตลาดแนวใหม่ในหลายๆ มิติ เพื่อผลักดันให้ “เอฟ-ทู” เป็นเจ้าแม่ตลาดสินค้ามดลูกให้ได้ในเวลา 3-6 เดือน
แผนยึดตลาดสินค้า “มดลูก” แนวใหม่ ได้บทสรุปออกมาชนิดที่สามารถ “พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน” เลยก็ว่าได้ ซึ่งบริษัทเครือข่ายขายตรงในเมืองไทยยากที่จะนำ “แผนรบ” นี้ไปใช้ตามได้ในเวลาอันสั้น นี่คือการฉีกมิติการตลาดเครือข่าย-ขายปลีกแนวใหม่ที่ลงตัวที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


แผนรบ“โอทู”บ้(า)ดีเดือด!
โฟกัสยึดตลาดสินค้าผู้หญิง 
นายขวัญชัย ปิยะทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่เช็คความแข็งแกร่งของตลาดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ภายในผู้หญิงหรือสินค้ามดลูก พร้อมเก็บข้อมูลในเรื่องของดีลเลอร์เข้ามาเป็นสูตรผสมพิเศษในการทำตลาดขายตรงแนวใหม่ เมื่อเข้าไปสัมผัสทำให้ทราบว่า ระบบการขายผ่านดีลเลอร์ มีช่องว่างกับการทำธุรกิจขายตรงหลายๆ บริษัทที่ขายผ่านดีลเลอร์จึงไม่ค่อยสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากแนว ทางของธุรกิจขายตรง จะมุ่งสร้างคนและสร้างนักขาย ส่วนดีลเลอร์จะมุ่งไปที่ระบบและตัวแทนจำหน่าย 
“เมื่อเราลงไปสำรวจตลาด พบว่าช่องว่างของขายตรงและดีลเลอร์มีปัจจัยที่แตกต่างกันคือ การบริหารคนละแนวทาง เพราะแนวขายตรงมุ่งเน้นในการสร้างคนและสร้างนักขายมากขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่านักขายไม่สามารถนำสินค้ากระจายลงพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะส่วนใหญ่นักขายของบริษัทฯ จะติดอาชีพหลักของตัวเองที่ทำอยู่ ทำให้สินค้ากระจายไม่ถึงมือผู้บริโภคเท่าที่ควร แต่ในมุมกลับกันดีลเลอร์ ที่เป็นช่องทางกระจายสินค้าได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคนื้นที่มายาวนาน ตรงนี้ยังเป็นช่องว่างที่เราจะเข้าไปสอดแทรกในเชิงธุรกิจ ทำให้เราต้องลงพื้นที่ เพื่อไปสำรวจความต้องการของกลุ่มคนเหล่านี้ และแสวงหาวิธีดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการทำตลาด”


ทุ่มสื่อฟรีทีวี3เดือน70ล้าน
ปรับสมาชิกเป็นผู้จัดการลุย 
นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า เมื่อบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายฐานธุรกิจไปยังดีลเลอร์ เพื่อเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าสู่มือลูกค้ามากยิ่งขึ้น จึงหันกลับมามองความพร้อมของบริษัทฯ ตั้งแต่ในเรื่องรายละเอียดของแผนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่บริษัทฯ มีแผนการตลาดที่สามารถปรับจูนเข้ากลับระบบดีลเลอร์ หรือร้านค้าทั่วไป ทำให้มีจุดแข็งในเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด 
โจทย์ต่อไปที่สำคัญ หากต้องการขายผ่านดีลเลอร์แล้วประสบความสำเร็จคือ การโฆษณาสินค้า “เอฟ-ทู” ผ่านรายการฟรีทีวี ซึ่งจะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และตรงตามความต้องการของเหล่าดีลเลอร์ ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจทุ่มงบโฆษณาลงสื่อทีวี 70 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อสร้างแบรนด์ “เอฟ-ทู” ให้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยมากขึ้น โดยมีช่องทีวีดาวเทียมเป็นตัวเสริมอีกทางหนัก  
“เรามองว่า สินค้าที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก ส่วนใหญ่จะเน้นโฆษณาผ่านฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็น ชา สบู่ ผงซักฟอก ล้วนแต่โฆษณาผ่านรายการฟรีทีวีแทบทั้งสิ้น และเมื่อเราต้องการที่จะบุกตลาดวางช่องทางการขายผ่านดีลเลอร์อย่างจริงจัง เราก็ต้องรุกทางด้านฟรีทีวีเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในเรื่องโปรโมชั่นต่างๆ เรื่องของสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ที่วางเอาไว้คือ การเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดอุปโภค-บริโภคที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี ด้วยสินค้าคุณภาพอย่างเอฟ-ทู ถ้าสินค้าไม่ดีจริงเราไม่กล้าทุ่มทุนสร้างมากอย่างนี้ และยังมีสินค้าอีกหลายรายการรอเสริมทัพอยู่”
ส่วนการเปลี่ยน แปลงในระบบเครือข่ายของบริษัทฯ สำหรับสมาชิกซึ่งเป็นนักขายจะถูกเปลี่ยนจากผู้นำมาเป็น “ผู้จัดการ” เพื่อดูแลพื้นที่ต่างๆ ที่ตนเองดูแล ซึ่งมีลูกค้าเป็นดีลเลอร์อยู่ 4 – 5 ราย คอยนำสินค้าไปส่งให้กับร้านค้าอย่างครบถ้วน และดูแลบริการเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นการฉีกมิติใหม่ในวงการขายตรงไทยก็ว่าได้


ร้านค้า30,000รายเอาด้วย
แบงก์ยักษ์ส่งแรงหนุนเต็มที่ 
“หมัดเด็ดจริงๆ เราไม่ได้อยู่ทีการกระจายสินค้า แต่เราสามารถดึงเม็ดเงินการลงทุนจากร้านค้ากว่า 30,000 ร้านค้าในเบื้องต้น มาร่วมเกมรบครั้งนี้ที่วงการขายตรงจะต้องตะลึง ภายใน 3 เดือนจะมียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 1,500,000 กล่อง และนับจากนี้ไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นปี “เอฟ-ทู” จะอยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 8 ล้านกล่อง เพื่อเดินแผนรบให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารระดับบิ๊กแห่งหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนให้กับลูกค้า ถ้าคุณภาพสินค้าตอบโจทย์ไม่ได้ชัดเจน ผมไม่กล้าเล่นเกมหนักอย่างนี้แน่ แผนถัดไปเราจะทยอยส่งสินค้าใหม่ๆ ไหลตามมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกมีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงอย่างเอฟ-ทูเท่านั้นมาทำตลาดขายตรงรูปแบบใหม่ สมาชิกทำงานง่ายกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า...
ที่แน่ๆ ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมเรื่องของสินค้าอื่นๆ เพื่อที่จะเข้ามาแชร์ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น สบู่ก็ดี ผงซักฟอก หรือแม้แต่สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นฐานเดิมของเราอยู่แล้วก็จะเข้าสู่กลไกการตลาดแนวใหม่นี้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าให้ครบวงจร พร้อมการจัดโปรโมชั่นขายผ่านทีวีเข้าไประหว่างรายการสนับสนุนผู้ขายและผู้ซื้อให้ตัดสินใจซื้อมากขึ้น เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้มีทางเลือกมากขึ้น”นายขวัญชัยกล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555        

'โอทู (OTWO International)' ใช้แผนรบ ‘เอฟ-ทู (F2)’ กินขาด ตลาดภายในผู้หญิง 3 เดือน ทุ่มฟรีทีวี 70 ล้าน แบงก์ร้านค้า 3 หมื่นรายร่วม


“โอทู” ระเบิดเกมรบใหม่สั่นสะท้านค้าปลีก ขายตรงสะเทือน... “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ปรับสูตรการตลาดแนวใหม่ โดยนำระบบ “ขายตรง” ผสมพันธุ์กับ “ดีลเลอร์” ยกระดับผู้นำเป็นผู้จัดการบริหารร้านจำหน่าย! จับมือกับธนาคารระดับบิ๊กอำนวยความสะดวกด้านเม็ดเงินให้ร้านค้าจับจ่ายง่ายขึ้น ประเดิมยกแรก 30,000 กว่าร้านค้าเอาด้วย เห็นทางแจ่มใสมีแต่ได้ไม่มีเสีย 3 เดือน โชว์หน้าตักสินค้า “เอฟ-ทู” อยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 1,500,000 กล่องเป็นอย่างต่ำ จัดเต็มด้วยการทุ่มงบโฆษณา 70 ล้านบาท เสริมกำลังรบด้วยการยิงสปอตต่อเนื่อง 3 เดือนเต็ม พุ่งเป้าสร้างแบรนด์ให้ติดตาผู้บริโภคผ่านฟรีทีวีช่อง 3, 5, 7 และ 9 ดีเดย์ 1 มิถุนายนนี้ “6 เดือน” นับจากนี้ถึงสิ้นปี สินค้า “เอฟ-ทู” จะอยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 8 ล้านกล่อง นี่คือ การพลิกโฉมครั้งใหญ่ ถือเป็นแผนกินเรียบตลาดสินค้ามดลูกเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
ใครจะไปคิดล่ะว่า “เจ้าพ่อสินค้าเกษตรอินทรีย์” อย่าง บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะพลิกเกมการตลาดขายตรงเล่นแบบแรงๆ ชนิดที่ค่ายคู่แข่งยังต้องงงกับกลไกการตลาดดังกล่าว
ตกลง “โอทูฯ” จะเลิกขายสินค้าเกษตร แล้วหันมาเอาดีกับสินค้า “ภายในผู้หญิง” หรืออย่างไร นี่คือ คำถามจากคนเครือข่ายขายตรงที่คอยถามไถ่ถึงความเคลื่อนไหวของค่ายนี้
ก็ต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่ “บริษัท โอทูฯ” ได้ผลิตภัณฑ์ฟิตกระชับสำหรับผู้หญิงอย่าง “เอฟ-ทู” จากโรงงานเจ้าตำรับผลิต ภัณฑ์ทางด้านนี้มาทำตลาด ทำให้เกมการตลาดของค่ายโอทูฯ ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ใครจะไปเชื่อว่า ยักษ์สินค้าเกษตรอย่าง “โอทูฯ” กว่า 4 ปีที่หากินอยู่กับฐานชาวไร่-ชาวนา จะปรับกลยุทธ์การตลาดมาเป็นเรื่องความสวยความงามตามด้วยฟิตกระชับเรื่องภายในผู้หญิง 
“กลศึกนี้” ได้ก่อตัวตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัท โอทูฯ จัดเลี้ยงโต๊ะจีนเพื่อฉลองความสำเร็จให้กับสมาชิก และเกษตรกรทั้งประเทศมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ด้วยจำนวน 5,000 โต๊ะ หรือ 50,000 ที่นั่ง ณ อาคารชาเลนเจอร์เมืองทองธานี 
ปรากฏว่าในงานดังกล่าวมีคนมาร่วมงานกว่า 46,000 คน ซึ่งได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เอฟ-ทู” พร้อมแนะนำพรีเซ็นเตอร์ในงานนี้อย่างเป็นทางการ
นับจากนั้นมา บริษัท โอทูฯ ก็รุกตลาดสินค้ามดลูกหรือฟิตกระชับอย่างเอาจริงเอาจัง ควบคู่ไปกับการนำสินค้าเกษตร “โอทู พรีเมี่ยม” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ออกมาทำตลาดควบคู่กันไป
ทำให้กระแสตอบรับ “เอฟ-ทู” แรงเกินความคาดหมาย ที่ผ่านมามียอดขายเดือนละ 4-5 หมื่นกล่อง แต่ “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทูฯ ไม่ค่อยจะพึงพอใจกับยอดขายดังกล่าวมากนัก เพราะเคยตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องได้ 200,000-300,000 กล่องต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ
เมื่อแผนการตลาดที่ “ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ได้วางยอดขายไว้สูงเฉียดฟ้าในเวลาอันสั้น พลาดเป้าหมายไปอย่างมากเช่นนี้ เล่นเอาเจ้าตัวนอนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว  
“ขวัญชัย ปิยะทัศน์” ผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้ชะตาชีวิต มีความพยายามที่จะดึงดันให้ยอด “เอฟ-ทู” ทะลุหลัก 200,000-300,000 กล่องต่อเดือนให้ได้ในเวลาอันสั้นจึงได้ระอุขึ้นอีกครั้ง 
เขาได้ระดมมันสมองของ “กุนซือ” เท่าที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การตลาดแนวใหม่ในหลายๆ มิติ เพื่อผลักดันให้ “เอฟ-ทู” เป็นเจ้าแม่ตลาดสินค้ามดลูกให้ได้ในเวลา 3-6 เดือน
แผนยึดตลาดสินค้า “มดลูก” แนวใหม่ ได้บทสรุปออกมาชนิดที่สามารถ “พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน” เลยก็ว่าได้ ซึ่งบริษัทเครือข่ายขายตรงในเมืองไทยยากที่จะนำ “แผนรบ” นี้ไปใช้ตามได้ในเวลาอันสั้น นี่คือการฉีกมิติการตลาดเครือข่าย-ขายปลีกแนวใหม่ที่ลงตัวที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


แผนรบ“โอทู”บ้(า)ดีเดือด!
โฟกัสยึดตลาดสินค้าผู้หญิง 
นายขวัญชัย ปิยะทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่เช็คความแข็งแกร่งของตลาดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ภายในผู้หญิงหรือสินค้ามดลูก พร้อมเก็บข้อมูลในเรื่องของดีลเลอร์เข้ามาเป็นสูตรผสมพิเศษในการทำตลาดขายตรงแนวใหม่ เมื่อเข้าไปสัมผัสทำให้ทราบว่า ระบบการขายผ่านดีลเลอร์ มีช่องว่างกับการทำธุรกิจขายตรงหลายๆ บริษัทที่ขายผ่านดีลเลอร์จึงไม่ค่อยสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากแนว ทางของธุรกิจขายตรง จะมุ่งสร้างคนและสร้างนักขาย ส่วนดีลเลอร์จะมุ่งไปที่ระบบและตัวแทนจำหน่าย 
“เมื่อเราลงไปสำรวจตลาด พบว่าช่องว่างของขายตรงและดีลเลอร์มีปัจจัยที่แตกต่างกันคือ การบริหารคนละแนวทาง เพราะแนวขายตรงมุ่งเน้นในการสร้างคนและสร้างนักขายมากขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่ว่านักขายไม่สามารถนำสินค้ากระจายลงพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะส่วนใหญ่นักขายของบริษัทฯ จะติดอาชีพหลักของตัวเองที่ทำอยู่ ทำให้สินค้ากระจายไม่ถึงมือผู้บริโภคเท่าที่ควร แต่ในมุมกลับกันดีลเลอร์ ที่เป็นช่องทางกระจายสินค้าได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคนื้นที่มายาวนาน ตรงนี้ยังเป็นช่องว่างที่เราจะเข้าไปสอดแทรกในเชิงธุรกิจ ทำให้เราต้องลงพื้นที่ เพื่อไปสำรวจความต้องการของกลุ่มคนเหล่านี้ และแสวงหาวิธีดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการทำตลาด”


ทุ่มสื่อฟรีทีวี3เดือน70ล้าน
ปรับสมาชิกเป็นผู้จัดการลุย 
นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า เมื่อบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายฐานธุรกิจไปยังดีลเลอร์ เพื่อเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าสู่มือลูกค้ามากยิ่งขึ้น จึงหันกลับมามองความพร้อมของบริษัทฯ ตั้งแต่ในเรื่องรายละเอียดของแผนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่บริษัทฯ มีแผนการตลาดที่สามารถปรับจูนเข้ากลับระบบดีลเลอร์ หรือร้านค้าทั่วไป ทำให้มีจุดแข็งในเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด 
โจทย์ต่อไปที่สำคัญ หากต้องการขายผ่านดีลเลอร์แล้วประสบความสำเร็จคือ การโฆษณาสินค้า “เอฟ-ทู” ผ่านรายการฟรีทีวี ซึ่งจะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และตรงตามความต้องการของเหล่าดีลเลอร์ ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจทุ่มงบโฆษณาลงสื่อทีวี 70 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อสร้างแบรนด์ “เอฟ-ทู” ให้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยมากขึ้น โดยมีช่องทีวีดาวเทียมเป็นตัวเสริมอีกทางหนัก  
“เรามองว่า สินค้าที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก ส่วนใหญ่จะเน้นโฆษณาผ่านฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็น ชา สบู่ ผงซักฟอก ล้วนแต่โฆษณาผ่านรายการฟรีทีวีแทบทั้งสิ้น และเมื่อเราต้องการที่จะบุกตลาดวางช่องทางการขายผ่านดีลเลอร์อย่างจริงจัง เราก็ต้องรุกทางด้านฟรีทีวีเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในเรื่องโปรโมชั่นต่างๆ เรื่องของสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ที่วางเอาไว้คือ การเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดอุปโภค-บริโภคที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี ด้วยสินค้าคุณภาพอย่างเอฟ-ทู ถ้าสินค้าไม่ดีจริงเราไม่กล้าทุ่มทุนสร้างมากอย่างนี้ และยังมีสินค้าอีกหลายรายการรอเสริมทัพอยู่”
ส่วนการเปลี่ยน แปลงในระบบเครือข่ายของบริษัทฯ สำหรับสมาชิกซึ่งเป็นนักขายจะถูกเปลี่ยนจากผู้นำมาเป็น “ผู้จัดการ” เพื่อดูแลพื้นที่ต่างๆ ที่ตนเองดูแล ซึ่งมีลูกค้าเป็นดีลเลอร์อยู่ 4 – 5 ราย คอยนำสินค้าไปส่งให้กับร้านค้าอย่างครบถ้วน และดูแลบริการเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นการฉีกมิติใหม่ในวงการขายตรงไทยก็ว่าได้


ร้านค้า30,000รายเอาด้วย
แบงก์ยักษ์ส่งแรงหนุนเต็มที่ 
“หมัดเด็ดจริงๆ เราไม่ได้อยู่ทีการกระจายสินค้า แต่เราสามารถดึงเม็ดเงินการลงทุนจากร้านค้ากว่า 30,000 ร้านค้าในเบื้องต้น มาร่วมเกมรบครั้งนี้ที่วงการขายตรงจะต้องตะลึง ภายใน 3 เดือนจะมียอดจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 1,500,000 กล่อง และนับจากนี้ไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นปี “เอฟ-ทู” จะอยู่ในมือผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 8 ล้านกล่อง เพื่อเดินแผนรบให้บรรลุเป้าหมาย บริษัทฯ ได้ร่วมกับธนาคารระดับบิ๊กแห่งหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนให้กับลูกค้า ถ้าคุณภาพสินค้าตอบโจทย์ไม่ได้ชัดเจน ผมไม่กล้าเล่นเกมหนักอย่างนี้แน่ แผนถัดไปเราจะทยอยส่งสินค้าใหม่ๆ ไหลตามมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกมีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงอย่างเอฟ-ทูเท่านั้นมาทำตลาดขายตรงรูปแบบใหม่ สมาชิกทำงานง่ายกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า...
ที่แน่ๆ ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมเรื่องของสินค้าอื่นๆ เพื่อที่จะเข้ามาแชร์ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น สบู่ก็ดี ผงซักฟอก หรือแม้แต่สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นฐานเดิมของเราอยู่แล้วก็จะเข้าสู่กลไกการตลาดแนวใหม่นี้ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าให้ครบวงจร พร้อมการจัดโปรโมชั่นขายผ่านทีวีเข้าไประหว่างรายการสนับสนุนผู้ขายและผู้ซื้อให้ตัดสินใจซื้อมากขึ้น เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้มีทางเลือกมากขึ้น”นายขวัญชัยกล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555