ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MIRขายตรงสินค้านับ1,000!21ธันวา!จุดระเบิดไฮบริดรุก600ล.คน









MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ห้างดังยุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมัน รำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้ผมผลิตสินค้าต่างๆ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกามานาน ก็เลยหันกลับมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าว และว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดทั้งค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศไทยในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริดนั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภคครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด แห่งนี้เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 30,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถ


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็น น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บริติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MIR WORLDWIDE (เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์) : ขายตรงน้องใหม่ ดันสินค้านับ 1,000 สินค้า 21 ธันวาคม จุดระเบิด ไฮบริด รุก 600 ล้านคน


MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ห้างดังฟุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์ พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน


ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์ โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้มีผลิตสินค้าต่างผ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกากิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์มานาน ก็เลยหันมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าวแล้วว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงมากหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรง เอ็มแอลเอ็ม (MLM) ได้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงน้องใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริด นั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขั้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภค ครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือนและเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้ที่มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงน้องใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัท ชื่อบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัดแห่งนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตราฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลกและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 300,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถที่จะทำได้จริง


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็ฯ น้ำมันรำข้าว ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิม ของบริษัท ไออาร์ บิวติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงน้องใหม่ : " MIR (เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์) " จุดพลุเตรียมแจ้งเกิด ลั่น!ระฆังพร้อมรบมุ่งเป้าใหญ่ตลาดอาเซียน (AEC)


ล้วงกึ๋นขายตรงน้องใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ หรือ MIR หลังชิมรางเปิดตัวเพียง 1 เดือน เริ่มเนื้อหอมผู้นำหลากค่ายพุ่งตรงหวังซบอก ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 22 ธ.ค.นี้...ด้าน ภก.ดร.พิศาล บอสใหญ่ประกาศยุทธศาสตร์ช่วงแรกขอเน้นสร้างฐานธุรกิจด้วยระบบฝึกอบรมเติมองค์ความรู้ให้สมาชิกสู่ความเป็นมืออาชีพ พ่วงท้ายแผนธุรกิจที่ทำได้ทั่วโลก...พร้อมประเดิมส่งสินค้า 2 รายการ น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน นำทัพธุรกิจ...แย้มเป้าใหญ่เตรียมบุกตลาดอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน


...เกมการแข่งขันใน ธุรกิจขายตรง ชั่วโมงนี้ ต้องบอกว่าเริ่มที่จะเห็นการออกหมัดทางธุรกิจของบริษัทเครือข่ายหลาย ๆ แห่ง เปิดฉากออกมาสู้ศึกกันบ้างแล้ว หลังจากที่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า การออกมากระตุ้นตลาดยังคงนิ่ง ไม่หวือหวาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังดูช่วงจังหวะที่เหมาะสมก็เป็นได้


อย่างล่าสุด พบว่ามีบริษัทน้องใหม่ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เริ่มที่จะผุดตัวขึ้นมา เพื่อหวังที่จะร่วมแบ่งแชร์ตลาดใน ธุรกิจขายตรง บ้างแล้ว เห็นได้อย่าง บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด เครือข่ายน้องใหม่เฉพาะชื่อ แต่หากล้วงลึกถึงเบื้องหลังของธุรกิจขายตรงค่ายนี้แล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะมีผู้บัญชาเกมรบที่มากด้วยประสบการณ์นั่นคือ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ที่นั่งบอสใหญ่คุมเกมทางธุรกิจของที่นี้


...ซึ่งจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาเป็น บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด นั้น ตลาดวิเคราะห์ ได้รับการเปิดเผยจาก ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ว่า ในช่วงก่อนที่จะเปิดบริษัทขายตรงในนาม เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ นั้น เมื่อช่วง 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ต่อมาก็ได้ใช้ชื่อว่า บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด จนมาถึงทุกวันนี้ โดยปัจจุบันไออาร์ บิวติน่า ก็ยังดำเนินธุรกิจนี้อยู่ แต่จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แตกต่างจากบริษัท MIR ที่แยกไลน์ออกมาทำธุรกิจในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง


สาเหตุที่บริษัทเปิดบริษัทขายตรงขึ้นมาใหม่โดยแยกออกมากจากบริษัทไออาร์บิวติน่านั้น เป็นเพราะว่าในช่วงที่ 9 ปีที่ผ่านมา แผนการตลาดของบริษัทฯ ยังไม่โดนใจกลุ่มสมาชิกเท่าที่ควร ที่สำคัญ


ยังประจวบเหมาะกับว่าทางบริษัทฯ เอง มีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจเครือข่ายไปสู่อาเซียนด้วย ส่งผลทำให้บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นมาใหม่อีก 1 บริษัทคือ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ โดยมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐาน ด้วยเป้าหมายเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก พร้อมกับรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558นี้


...ภก.ดร.พิศาล เผยต่ออีกว่า ขายตรง MIR ได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยใช้แผนการตลาดแนวใหม่ที่จะเน้นทั้งในส่วนของระบบค้าปลีก ระบบไบนารี และระบบยูนิเลเวล ซึ่งจะเป็นการเอาแผนการตลาดจากทั่วโลกมาเฉลี่ยกัน เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ ในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ ทางบริษัทฯ เตรียมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแกรนด์ โอเพ่นนิ่ง ที่สโมสรทหารบก พร้อมกับคาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานประมาณ 50,000 คนด้วยกัน


แผนธุรกิจของ MIR นั้น เราต้องการที่จะสร้างธุรกิจในระดับโลก ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นแผนดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการศึกษาแผนการตลาดทุกระบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการดูว่าบริษัทขายตรงระดับโลกนั้น เขาทำกันอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังได้มองไปถึงอาเซียน+3 และอาเซียน+6 ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจของเรา เพราะเป้าหมายของบริษัทฯ ที่วางไว้คือ ต้องการเติบโตในระดับสากลนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนการตลาดที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก


ภก.ดร.พิศาล เสริมต่ออีกว่า เรื่องแผนการตลาดในระบบขายตรงนั้น ผมเองได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดี ซึ่งพอที่จะรู้ว่าแผนไหนเหมาะสม แผนไหนไม่เหมาะสมกับการทำธุรกิจของเมืองไทยและทั่วโลก ซึ่งเราเชื่อว่าการผสมผสานแผนการตลาดแนวใหม่ของ MIR น่าที่จะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมธุรกิจได้อย่างแน่นอน สำหรับสินค้าที่จะเป็นตัวชูโรงในการทำตลาดของ MIR นั้น ภก.ดร.พิศาล บอกว่า มีอยู่ 2 รายการด้วยกันที่จะใช้เป็นตัวนำทัพหน้าคือ ผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปู่จิงตัน จากปัจจุบันที่บริษัทฯ มีสินค้าอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือ 1. กลุ่มเสริมอาหาร 2. กลุ่มเครื่องสำอาง และ3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ครัวเรือน


สาเหตุที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 2 รายการในการทำตลาดก่อน เนื่องจากต้องการอยากที่จะให้สมาชิกของเรา ได้เข้าใจในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการให้ถ่องแท้ก่อน เพื่อที่จะสามารถอธิบายผลิต ภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ให้กับลูกค้าได้เข้าใจ และเมื่อสมาชิกทุกคนเข้าใจแล้ว หลังจากนั้นบริษัทฯ ถึงจะเริ่มทยอยเปิดตัวสินค้าอื่น ๆ ต่อไป ส่วนเป้าหมายใหญ่ของ MIR ที่ทางบอสใหญ่ค่ายนี้ ได้ประกาศว่า...ต้องการที่จะบุกตลาดต่างประเทศในอนาคตอันใกล้นี้นั้น ภก.ดร.พิศาล เผยว่า คงจะต้องเริ่มสร้างรากฐานของธุรกิจเครือข่าย MIR ในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง ก่อน หลังจากที่เครือข่ายในประเทศเข้มแข็งแล้ว ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะรุกตลาดต่างประเทศอย่างแน่นอน โดยในระยะสั้นคงจะบุกไปที่กลุ่มประเทศในแถบอาเซียนก่อน


ส่วนความพร้อมในเรื่องของศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR ในปัจจุบันนี้นั้น ภก.ดร.พิศาล เผยว่า ศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR นั้น สามารถดำเนินธุรกิจควบคู่กับศูนย์จำหน่ายสินค้าไออาร์ได้ เนื่องจากขณะนี้ศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR ยังไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบที่แน่ชัด จึงต้องใช้ศูนย์จำหน่ายสินค้าไออาร์ควบคู่กันไปก่อน ซึ่งคาดว่าภายใน 1 ปีนี้ น่าที่จะมีศูนย์จำหน่ายสินค้า MIR อย่างแน่นอน ที่สำคัญ บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศอีกด้วย โดยที่กำลังพิจารณาอยู่คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และมาเลเซีย


...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความพร้อมในเรื่องของการเทรนนิ่งเพื่อสร้างผู้นำให้ประสบความสำเร็จของ MIR นั้น ก็ได้รับการเปิดเผยจาก ณัฐพัชร์ ธนาทิพวรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ว่า หากดูถึงระบบการเทรนนิ่งของบริษัทขายตรงโดยทั่ว ๆ ไปนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของการโมติเวทเป็นหลัก คือ เน้นการขาย ขยาย และเป้า แต่สำหรับการเทรนนิ่งของ MIR แล้วจะเน้นการเรียน ปฏิบัติ และถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้จริง โดยจะเรียนแบบ 100% ในเชิงของการให้แนวคิดทางธุรกิจ ซึ่งที่นี้จะเน้นการพัฒนาบุคลากรสู่ตลาด ด้วยการพัฒนาเรื่องของคุณภาพ ที่ไม่เน้นปริมาณ โดยภายในระยะเวลา 6 เดือน ทุกคนจะได้ทราบว่า ตัวเองจะมีทิศทางของธุรกิจไปในรูปแบบไหน


ต้องบอกว่า การเทรนนิ่งของ MIR ระบบทุกอย่างที่อบรมจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีจิตใจที่ดี สามารถนั่งอยู่ในใจคนได้ รวมถึงต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาคนที่ยังไม่สำเร็จให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ


ภก.ดร.พิศาล กล่าวเสริมว่า ในการเทรนนิ่งสำหรับสมาชิกใหม่นั้น ผมจะเป็นผู้ที่ขึ้นอบรมเอง ซึ่งใครที่ไม่เคยเจอผม ก็จะได้เจอในหลักสูตรนี้ เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรปฐมนิเทศเลยก็ว่าได้ ที่สมาชิกใหม่ ที่เข้ารับการอบรมจะได้รู้ถึงแนวทางในการทำธุรกิจขายตรง รวมถึงระบบแผนธุรกิจของ MIR เป็นอย่างไร ในขณะเดียวกัน จะรวมไปถึงในเรื่องของวัฒนธรรมในองค์กรด้วย เพื่อที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน


...นับได้ว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR ถือเป็นอีกหนึ่งขายตรงน้องใหม่ที่น่าจับตามองเช่นกัน และยิ่งด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจของนักบริหารธุรกิจมืออาชีพอย่าง ภก.ดร.พิศาล


จันทฤทธิรัศมี ที่ออกโรงมาเล่นบทบู้แบบประกาศที่จะบุกตลาดเครือข่ายทั่วโลกด้วยแล้ว...ต้องบอกว่าค่ายนี้ น่าที่จะมีอะไรดี ๆ อย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายและแนวทางของธุรกิจที่ขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้ได้วางไว้จะสัมฤทธิ์ผลตรงตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่นั้น เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ ภาพความชัดเจนของธุรกิจ MIR น่าที่จะชัดเจนมากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่329 ประจำวันที่1 - 15 ตุลาคม 2555