ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวยูนิไลฟ์ (Unilife) : ยิ้มออกครึ่งปีโต 10% อัดสินค้าล็อตใหม่วางขายคลำเป้า 500 ล.


ยูนิไลฟ์ ไปได้สวย 6 เดือนแรก ยอดขายเติบโตที่ 10% ตั้งเป้า ขอยอดรวม ปลายปีโต 15% เตรียมส่งสินค้าเพื่อการ เกษตรล็อตใหม่หลายรายการ เน้นเจาะตลาดภูธรเป็นสำคัญ เชื่อความต่างของสินค้าบริษัท พาไต่ฝันที่ตั้งมานานสำเร็จ คาดสิ้นปีกระทุ้ง 500 ล้านบาท แน่!


คุณปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการของยูนิไลฟ์ ในช่วง 6 เดือนแรกมีการ เติบโตขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วง เวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยทางบริษัท มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังทางบริษัทจะสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างแน่นอน


ในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา เราก็มีการเติบโตที่ดี แต่ในช่วงครึ่งปีหลังประเทศไทยก็ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ จึงทำให้ยอดขายของเราไม่เติบโตอย่างที่น่าจะเป็น แต่ในปีนี้หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราน่าจะสร้างยอดขายได้ ไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งหลัง ของปี โดยจะทำให้ยอดขายโดยรวมทั้งปีของเราเติบโตขึ้นราว 15 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้วเราปิดยอดขายที่ราว 480 ล้าน ปีนี้น่าจะปิดที่ 500 ล้านต้นๆ


ประธานกรรมการบริหาร ยูนิไลฟ์ กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบันทางบริษัทได้ทำ การขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่ไปแล้วกว่า 60 รายการ และทางบริษัททยอยขึ้นทะเบียน สินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับสินค้าที่ ทางบริษัทให้ความสำคัญนอกเหนือจากปุ๋ย แล้ว ในปัจจุบันก็ให้ความสำคัญในการทำตลาดสินค้ากลุ่มกำจัดวัชพืชด้วย


ในตอนนี้เรายังมีการเปิดสินค้าใหม่ แต่เรามองว่าในปีหน้าเราจะมีการเปิดสินค้า ใหม่หลายตัว สินค้าที่เราเล็งไว้ว่าจะเปิดคือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสารกำจัดแมลง ต่างๆ ซึ่ง ยังอยู่ในระหว่างการยื่นขอจดทะเบียน


อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดย จะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาใน สินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับ เป็นที่น่าพอใจ โดยในปัจจุบันยอดขายจาก สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของ บริษัท


นอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัทก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออก มา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหาก จะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้ วัตถุอันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนิน การตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึง รอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และ คาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาด ไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขาย ให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


เนื่องจากสินค้าของบริษัทมีความโดดเด่นและแตกต่างจากสินค้าในท้องตลาดไม่เหมือนใคร ทางบริษัทจึงไม่มีคู่แข่ง หากจะแข่งก็คงจะต้องแข่งกันตัวเอง ในปัจจุบันทางบริษัทมีสมาชิกทั้งสิ้นราว 100,000 รหัสและแอ็กทีฟกว่า 30,000 คน


ในปัจจุบันยอดขายของเราส่วนใหญ่มาจากภาคกลงและภาคอีสานก็มียอด ขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการขยับของยอด ขายที่ดี โดยยอดขายจากภาคกลางมาเป็น อันดับหนึ่งมีส่วนแบ่งทั้งหมดราว 50 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นยอดจากภาคอีสานและภาคเหนือ คุณปราณี กล่าวปิดท้าย


ทั้งนี้ นางปราณีได้กล่าวถึงการ เตรียม ตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 58 ตนมองว่า การเปิดเสรีดังกล่าว เป็นโอกาสดีโอกาสหนึ่งสำหรับธุรกิจยูนิไลฟ์ คือ ถ้าตลาดเปิดสินค้าของบริษัทก็สามารถ เข้าไปสู่ประเทศกลุ่มอาเซียนได้ทั้งหมด เนื่องจากการเพาะปลูกของประเทศในแถบ นี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งตอนนี้ตนก็กำลังศึกษาข้อมูลต่างๆ ของแต่ละประเทศ เช่น เรื่องกฎหมายว่าประเทศนั้นๆ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ส่วนกลยุทธ์สุดท้าย คือ โปรโมชั่นพิเศษเอาใจสมาชิก ซึ่งในปีนี้บริษัทมีโปรฯ ท่องเที่ยวหลายโปรแกรม โดยบริษัทจะจัดทุกๆ ไตรมาส ค่อยๆ ขยับ จากประเทศใกล้ ไปไกล เช่น ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น ดังนั้นจากแผนการดำเนินงานทั้งหมด ที่ผ่านมา ปีนี้บริษัทจึงตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท และสมาชิกต้องเพิ่มขึ้นอีก 2-3 หมื่นรหัส จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วกว่า 1 แสนรหัส


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1328 ประจำวันที่ 22-8-2012 ถึง24-8-2012

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) : ดีเดย์ 18 ก.ย. เปิด กิฟฟารีน ลาว (Giffarine Laos) หวั่นกองทัพมดขนสินค้าจากไทยตัดราคา


กิฟฟารีน กาปฏิทิน 18 ก.ย. เปิดศูนย์ธุรกิจประเทศลาว ชี้บริษัทลงทุนเองเต็ม 100% แต่ยังแอบหวั่น กองทัพมดขนสินค้าจากไทยข้ามชายแดนเข้าขาย เพราะภาษีนำเข้าลาวแพง สินค้าของศูนย์ใหม่อาจต้องปรับขึ้นตาม ส่งผล ผู้บริโภคแห่ซื้อของหนีภาษี พร้อมเผยตัวเลข เติบโตครึ่งแรกปี 55 ขยับที่ 7% บ่นตัวเลขยังน้อย เหตุจากน้ำท่วมกระทบ 3 เดือนแรก ผลิตสินค้าไม่เต็ม 100% เดินหน้าครึ่งหลังบุกหนักวางทุน 70 ล้านบาท อัดสินค้าใหม่ ทำสปอตโฆษณายิงทุกช่อง 2 ตัว กระตุ้นยอดขาย หวังไต่เป้าให้ทันสิ้นปี 6 พันล้าน

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ก.ย.ที่จะถึงนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเปิดศูนย์ธุรกิจของกิฟฟารีน ในประเทศลาว โดยที่ศูนย์ธุรกิจแห่งนี้ จะมีความแตกต่างจากศูนย์ธุรกิจในประเทศ อื่นๆ คือ ศูนย์กิฟฟารีน ลาว จะเป็นของบริษัท 100% ในการเข้าไปเปิดลงทุน

โดยทุนในช่วงแรกจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจาก ราคาค่าเช่าสถานที่ ค่อนข้างที่จะแพงเป็นอย่างยิ่ง ส่วนเรื่องของ งานขาย ประเทศลาวจะมีปัญหาเรื่องของภาษีที่แพงในการนำเข้า สินค้า ซึ่งอาจกระทบในส่วนของราคาสินค้าในการจำหน่ายในประเทศ หมอต้อย เผยการเปิดศูนย์ธุรกิจในลาว หมอต้อย ยังแสดงความเป็นห่วง ในเรื่องของสินค้าที่คนลาวอาจหิ้วเข้าไปขายในประเทศ โดยการ นำเข้าจากไทย และขนเข้าทางชายแดน โดยในส่วนของสาขาต่างประเทศของบริษัท ขณะนี้มียอดขายรวมแล้วประมาณ 200-300 ล้านบาท

นอกจากนี้ หมอต้อยยังกล่าวถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาว่า จากผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ทำให้โรงงานของเราที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครไม่สามารถ ผลิตสินค้าได้นานกว่า 3 เดือน แต่หลังจากที่เราได้กู้โรงงานสำเร็จและกลับมาเดินสายการผลิตใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถึงแม้บรรยากาศในช่วงต้นปีการจับจ่ายจะ ยังคงซบเซาสืบเนื่องมาจากผลกระทบน้ำท่วม จึงต้องใช้แผนการตลาดและแคมเปญที่เข้มข้นเข้ามาสนับสนุน ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายในครึ่งปีแรกเติบโตได้อย่างสวยงาม โดยมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรก ยังอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะบาโลน คอลลาเจน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ สกินแคร์

โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี คือ ม.ค.-มี.ค. ถึงแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง ไปมากแล้ว บริษัทสามารถเดินเครื่องกลับ มาผลิตสินค้าได้อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถ ผลิตสินค้าเต็ม 100% เนื่องจากความไม่พร้อมจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้บริษัท ทำการผลิตสินค้าได้เพียง 80% แต่ทางกิฟฟารีน ก็ได้ออกเป็น กิฟต์วอเชอร์ ให้กับนักขายแทน เพื่อเป็นการรับผิดชอบ หลังการสั่งซื้อสินค้าของนักขายไม่ได้ดังที่ควรจะเป็น

สำหรับกลยุทธ์การตลาดในไตรมาส ที่ 3-4 พิจารณาจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ในช่วงครึ่งปีแรก ที่ระมัดระวังในเรื่องการ จับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องในครึ่งปีหลังด้วย ทางเรา จึงมีแผนรับมือด้วยการทุ่มงบประมาณ 70 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งปี 100 ล้านบาท เพื่อทำตลาดในครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้า ยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท โดยจะเน้นกลุ่มเป้าหมายเดิมเป็นหลัก พร้อมทั้งขยายเครือข่ายและผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ และช่องทางต่างๆ ที่ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็น อย่างดี ซึ่งจะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งเป็นหลัก เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่นอกจากจะสนใจ เรื่องความสวยความงามแล้วเรื่องสุขภาพ ก็เป็นเทรนด์ที่มาควบคู่กันด้วย พ.ญ.นลินี กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทาง บริษัทได้ทำการออกสินค้าเสริมอาหารชนิด ดื่มมาอีกหนึ่งตัว โดยจะเป็นสินค้าที่มีสาร กลูต้าไธโอน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้บริโภคหนุ่มสาว ทั้งยังจะมีการออก โฆษณาผ่านสื่อทีวี เป็นช่องทางการสร้างการรับรู้หลักอีก 2 ตัว โดยจะเป็นสปอตโฆษณาทีวี 45 วินาที และ 15 วินาที เพื่อ ช่วยกระตุ้นงานขายของสินค้าตัวใหม่

สำหรับสินค้าชนิดดื่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่าง อะบาโลน คอลลาเจน นับเป็นสินค้าอีกหนึ่งรายการที่สร้างยอดขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งแต่สินค้าตัวนี้ลงสู่ตลาด สามารถสร้างยอดขายถึงปัจจุบันได้ถึง 12 ล้านขวด คิดเป็น แชร์จากยอดขายของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท เลยทีเดียว

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทางกิฟฟารีนจะรุกหนักในการทำตลาดทุกช่องทางทั้งภาพยนตร์โฆษณา การโฆษณาทางวิทยุ กิจกรรมทางการตลาดและรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ตามเทศกาล เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตลอดจนการพัฒนา อัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านกิฟฟารีน แชนแนลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มเครือข่าย และดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กิฟฟารีนยังเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ล่าสุด ชุด เลิฟ ซีน จ่อคิวออกอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวม่า ซี-อี ภายใต้คอนเซปต์ คู่รักโรแมนติก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกิฟฟารีนได้ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณาชุด อะบาโลน ซิตี้ ไปแล้ว และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมอีกด้วย อีกทั้งเพลงประจำโฆษณา กลายเป็นเพลงฮิตที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมากมาย

กิฟฟารีนยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค ตลอดจน กระบวนการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน จากทั่วทุกมุมโลก วันนี้กิฟฟารีนจึงเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล และเติบโตเคียงคู่สังคมไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชน ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน ทั้งหมด 112 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้บริการ เดลิเวอรี เพื่อบริการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันกิฟฟารีนมีสมาชิกแล้ว ประมาณ 6.2 ล้านรหัส คิดเป็นกลุ่มนักธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 3-5 แสนรหัส ที่เหลือ ก็จะเป็นกลุ่มสมาชิกผู้บริษัท และจากการ เปิด กิฟฟารีน แชนแนล ขึ้นเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นช่องรายการทีวี ผ่านสัญญาณดาวเทียม ทำให้ ยอดการสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทมากขึ้น อีกทั้งแบรนด์ของกิฟฟารีนก็เป็นที่รับรู้มากขึ้น ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในกลยุทธ์ต่างๆ ที่ทำในปีนี้ และเชื่อว่าตัวเลข 6 พันล้านที่วางในสิ้นปี ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1328 ประจำวันที่ 22-8-2012 ถึง24-8-2012

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวขายตรง (MLM) : แอมเวย์ (Amway Thailand) เอม สตาร์ (Aimstar Thailand) ประกวดชายผิวสวยชิงเค้ก 3 พันล.


ฟัดแหลก! แอม เวย์ เอม สตาร์ เปิดศึกตลาดสกินแคร์ชาย แย่งเค้ก 3 พันล้านบาท แอมเวย์ ดัน อาร์ทิสทรี เมน เข้าสนาม จัดประกวดผู้ชายผิวดีผ่านเฟซบุ๊ก ขุนยอด ขายสินค้ากลุ่ม อาร์ทิสทรี โต 30% ด้าน เอม สตาร์ ไม่น้อยหน้าส่ง แอสนี่ ไนท์ดีเฟ้นซ์ บำรุงผิวชายสู้ พร้อมเปิด เวทีประกวด แอสนี่ เกสต์ โมเดล หานายแบบ นางแบบ ปั้นชื่อสินค้ามั่นใจ หมากเดินด้วยสินค้า พาบริษัทติดท็อป


ด้านนางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อาร์ทิสทรีเป็นแบรนด์แห่งความสำเร็จและเป็นเครื่องสำอางชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคจนมียอดจำหน่ายทั้งเครื่องสำอางบำรุงผิวและสีสันติดอันดับ 1 ใน 5 ของกลุ่มเครื่องสำอางพรีเมี่ยมของโลก ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นได้ในคุณภาพที่อัดแน่นและคัดสรรมาสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ เบื้องหลังความสำเร็จมาจากความชำนาญและความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ของทีมงานนักวิทยาศาสตร์และ ผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายวิจัยและค้นคว้าอาร์ทิสทรี ซึ่งเน้นย้ำและให้ความสำคัญกับความแตกต่างทั้งด้านภูมิอากาศและสภาพ ผิวพรรณของผู้คนโดยเฉพาะกลุ่มชายชาว เอเชีย ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี เมน ผ่านการ พิสูจน์จากผู้ชายที่ทดลองใช้มากกว่า 3 ใน 4 บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วยคืนความชุ่มชื้นพร้อมควบคุมความมันได้อย่าง แท้จริง เราจึงมั่นใจว่าอาร์ทิสทรี เมน จะประสบความสำเร็จกลายเป็นสกินแคร์ในใจ ของหนุ่มชาวเอเชียในระยะเวลาอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับความสำเร็จของกลุ่มสกินแคร์ สำหรับผู้หญิง


อาร์ทิสทรี เมน สกินแคร์ที่ออกแบบ สำหรับผิวผู้ชายเอเชียโดยเฉพาะ ด้วยสูตร พิเศษ เดอร์มาซิงค์ คอมเพล็กซ์ (DermasyncTM Complex) ที่พร้อมควบคุมความมันและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้ชายเรื่องฮอร์โมน เทสโทสเตอโรนที่ทำให้ผิวหน้ามัน และมีสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในระดับต่ำกว่าผู้หญิง ทำให้ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมี ผิวมันและผิวแห้งในขณะเดียวกัน ชุดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสำหรับการดูแลผิวอย่างครบวงจร


สำหรับในประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างครบวงจร อาทิ การประกวด อาร์ทิสทรี เมน คอนเทสต์ (Artistry Men Contest) ร่วมค้นหาสุดยอดผู้ชายผิวดี ผ่านทางออนไลน์ เฟซบุ๊กอาร์ทิสทรี ลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 350,000 บาท นอกจากนั้น ยังมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้ชายเพื่อพัฒนา ตัวเองให้ดูดีจากภายในด้วยการปรับเปลี่ยน ทัศนคติเรื่องการดูแลตัวเอง บุคลิกภาพภายนอก เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างความสำเร็จและประสบความสำเร็จ ในชีวิตโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ บริษัทมั่นใจว่าการเปิดตัวอาร์ทิสทรี เมน จะเป็น ส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขายรวมของ อาร์ทิสทรีในปีนี้ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% นางรัตนากล่าว


> เอม สตาร์ ระเบิดเวทีนายแบบหาหนุ่มหน้าใส พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์


ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า ในส่วนของเรื่องสินค้าใหม่ของบริษัท ขณะนี้ทางบริษัทได้ทำการ เปิดตัวสินค้าชื่อ แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ ซึ่งเป็นสินค้าบำรุงผิวหน้าของผู้ชาย ซึ่งจะ อยู่ในกลุ่มสินค้า แอสนี่ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าสกินแคร์ของบริษัท โดยเอม สตาร์มีความต้องการที่จะใช้สินค้าในกลุ่มนี้เข้าไป เจาะตลาดผู้ชายมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มฐานการตลาดของบริษัทอีกทาง


อย่างไรก็ดี ในการออกสินค้าใหม่ของบริษัทในครั้งนี้ ทางบริษัทยังได้ใช้แคมเปญการประกวดเข้ามาเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้า อีกทั้งเป็น การทำตลาด อีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ และผ่านการบอก เล่าของนักขาย โดยบริษัทได้จัดให้มีการประกวด แอสนี่ เกสต์ โมเดล ขึ้น โดยกิจกรรมนี้จะเป็นการเฟ้นหานางแบบที่จะ เป็นพรีเซ็นเตอร์ของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้


ซึ่งการประกวดค้นหานางแบบเช่นนี้ บริษัทได้จัดมาอย่างต่อเนื่องถึง 6 ปี ซึ่งในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 7 โดยมีความพิเศษมาก ขึ้น คือ ในปีนี้ทางบริษัทได้จัดให้เป็นการประกวดทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เนื่องจากทาง บริษัทได้ออกสินค้าในกลุ่มสกินแคร์สำหรับ ผู้ชายขึ้น ทำให้เอม สตาร์ต้องหานายแบบ เพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าในรายการนี้


สำหรับการตอบรับของการประกวด นับว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมี ผู้สมัครเข้าร่วมประกวดถึง 1,030 คน จาก ทั่วประเทศ และมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจนกระทั่งเหลือผู้เข้าประกวดจำนวน 40 คน เป็นผู้หญิง 20 คน และผู้ชาย 20 คน โดยทั้ง 40 คนจะได้เข้าร่วมเก็บตัวในแคมป์ แอสนี่ 2 วัน 1 คืน ซึ่งในการเก็บตัวก็จะมีหลักสูตรอบรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอนเรื่องบุคลิกภาพ การฝึกเดิน การเรียน แต่งหน้า โดยผู้ที่ชนะเลิศการประกวดทั้งหญิงและชาย จะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท และยังมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยว ประเทศญี่ปุ่นกับบริษัทต่อไป


เราให้ความสำคัญกับตัวสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มไหน เราพยายามที่จะนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ท้องตลาด นี่เปรียบเสมือนแรงขับที่ทำให้ เราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง


โดยก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้ทำการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์โปรตีนตัวใหม่ ภายใต้ชื่อ Multi Pro ซึ่งถือเป็นสินค้าหัวหอกของทาง เอม สตาร์ในปีนี้ การที่ทางบริษัทเปิด ตัวสินค้า Multi Pro ในช่วงนี้สือเนื่องจากเป็นสินค้าที่กำลังอยู่ในกระแสนิยม Multi Pro เป็นสินค้ากลุ่มโปรตีน ซึ่ง กำลังอยู่ในความต้องการของประชาชน สินค้าตัวนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ เป็นโปรตีนล้ำสมัย มีแหล่งโปรตีนชั้นดีจาก 6 แหล่งใหญ่ และโปรตีนดังกล่าวสกัดจากเทคโนโลยีล้ำสมัย 3 ชนิด เป็นลิขสิทธิ์พิเศษในการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป ซึ่งเป็นผลจากกรดอะมิโนที่ทำหน้าที่ โดยเฉพาะ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1328 ประจำวันที่ 22-8-2012 ถึง24-8-2012

ข่าวพระราม9 เน็ตเวิร์ค(Param9 Network) เปิดตัวฐานทัพใหม่สุดอลังการสไตล์โมเดิร์น











บัดนี้ !!!! สำนักงานใหญ่ บริษัท พระราม9 เน็ตเวิร์คของเรา อาคารเลอคองคอร์ด (โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด) ห้อง 708 ชั้น 7 ถ.รัชดภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. 10310 ได้เปิดพร้อมให้บริการแก่สมาชิกทุกท่านแล้วนะคะ

 


ด้วยการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเหมาะกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง และด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง เราจึงได้เนรมิตห้องประชุมสัมมนา ที่จะจัดงาน POM (Praram9 Opportunity Meeting) หรืองานประชุมแนะนำโอกาสทางธุรกิจของบริษัทพระราม9เน็ตเวิร์ค ดังที่เราจัดขึ้นเป็นประจำ ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. นอกจากนั้น ยังมีโซน FEELLAN Skin Resort ที่ให้ท่านสามารถมาทดลองนวดหน้าด้วยเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลี แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง FEELLAN ได้ฟรีอีกด้วย


ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมาได้จัดงานอบรมคอร์สพื้นฐานสู่ความสำเร็จ (Basic To Success : BTS) ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีสำหรับการจัดประชุมครั้งแรกที่ออฟฟิตแห่งใหม่นี้ ที่ทุกท่านได้เรียนรู้เทคนิคเคล็ดลับการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จอย่างมืออาชีพที่ รวมไปถึง คุณ พงษ์กฤตย์ องค์ศิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ให้ความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจที่มาร่วมงานประชุม รวมไปถึงฝากเชิญชวนทุกท่านให้เข้ามาร่วมในงานประชุมในทุกทุกวันเสาร์ที่ บริษัทพระราม9เน็ตเวิร์ค และเราจะนำพาท่านไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จตามต้องการ ด้วยสโลแกนที่ว่า


"ก้าวไปข้างหน้า...ก้าวหาความสำเร็จ...ก้าวไปพร้อมกับเรา...พระรามเก้า เน็ตเวิร์ค"


*งานนี้ ใครที่อยากไปถึงฝั่งฝันเร็วๆ พลาดไม่ได้แล้ว!!!
แล้วพบกันทุกวันเสาร์ ที่บริษัทพระราม9เน็ตเวิร์ค

























ข่าวไอยรา (Aiyara Planet): เผยกลยุทธ์หลัก 4 จุดเด่น 4 เดือน สมาชิก 6,000 รหัส

กัมปนาท ยิ้มร่า ไอยรา แพลนเน็ต ไปได้สวยหลังเปิดธุรกิจอย่างเป็นทางการได้ 4 เดือนสมาชิกแห่ร่วมกว่า 6,000 คน



เผยกลยุทธ์หลัก 4 ตัวเด่น ระบบฝึกอบรม- สินค้า-แผนธุรกิจ-เทคโนโลยี ล่าสุดร่วมมือแบงก์ไทยพาณิชย์ให้บริการ บัตรเงินสด ตอบโจทย์ขยายฐานนักขาย 12 จุดยุทธศาสตร์ สิ้นปีวางเป้า 15,000 รหัสคาดยอดขายทะลุ 100 ล้านบาท

ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ ธุรกิจเครือข่าย ว่าหลังจากเปิดดำเนินธุรกิจเครือข่ายภายใต้แผนการตลาดแบบไบนารี่ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นับเป็นความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยมีสมาชิกใหม่เข้าร่วมธุรกิจกว่า 6,000 คนในระยะเวลาเพียง 5 เดือน และเริ่มฝึกอบรมวิทยากร 200 คนเพื่อเป็นคนช่วยขยายงานขายของบริษัทปัจจุบันภาพรวมสามารถทำยอดขายได้ 10 ล้านบาทต่อเดือน ส่วน 6 เดือนหลังของปี คาดว่าอัตราการเติบโตน่าจะอยู่ที่ 20 % ต่อเดือน

ที่สำคัญเพราะเรามีผลิตภัณฑ์พระเอกเป็นงาดำเซซามิน ทุกวันนี้ผมต้องพูดอย่างเต็มปากว่าไอยราแพลนเน็ต ยืนได้เพราะ เซซามิน ส่วนตัวอื่นเราก็มีครบ สุขภาพ ความงาม กระชับสัดส่วน และก็ตัวเกษตร ตัวเกษตรเป็นสินค้ากลยุทธ์ที่ตอบโจทย์เกษตรได้ก็โอเค แต่หัวใจหลักของที่นี่คืองาดำ ในระยะเวลาสั้นๆเพียง 4-5 เดือน ยอดขายกว่า 20,000 ขวดดร.กัมปนาทกล่าว และว่า

สำหรับจุดเด่นของไอยรา แพลนเน็ตประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1. สินค้าคุณภาพงาดำ 2.แผนของธุรกิจ ซึ่งเน้นตามสมัยนิยมเพื่อตอบโจทย์ของนักธุรกิจขายตรงแต่มีความแตกต่างเรื่องรายละเอียด ที่มีลูกเล่นในแผนมากกว่าไบนารี่อื่นในตระกูลไฮบริดทั้งหมด จุดเด่นก็คือเน้นความง่าย สปอนเซอร์เรียลอวอท

คือในการทำงานของคนขายตรงมันต้องแยกออก 2.โบนัสเงินรางวัล กับโบนัสเกียรติยศ ซึ่งมันถูกผสมผสานอยู่ในแผนการตลาด เรียลอวอทมันไม่ถูกโปรโมทย์อย่างชัดเจนเหมือนไบนารี่ แต่เรียลอวอทคือการกำหนดเป็น KPI เพื่อให้รู้ว่าคนไหนคือตัวจริง เรียกว่าโบนัสเกียรติยศ การจ่ายผลตอบแทนที่นี่เราจะจ่ายฟาสตาร์ท จ่าย 50 เปอร์เซ็น ตอบโจทย์คนใหม่อยู่ได้คนเก่าอยู่นานยิ่งคนทำงานจริงยิ่งได้เยอะ

และ 3. ระบบการจัดอบรม 4. คือตัวระบบเทคโนโลยี ที่บริษัทพัฒนาให้สามารถมีใบสมัครสมาชิกใหม่ได้ผ่านไอโฟน ไอแพด เน็ตบุ๊ค โน๊ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์ปลายทางอะไรก็ได้ที่รองรับอินเทอร์เน็ตทั้งหมดได้แล้ว โดยใช้เวลาสมัครเพียง 10 วินาที ระบบก็จะรองรับเสร็จสมบูรณ์ สมาชิกใหม่สามารถได้รับรหัสและล็อกอินประจำตัว เข้าสู่วิธีการสั่งซื้อออนไลน์จะจ่ายผ่านทุกสาขาร้านสะดวกซี้อเซเว่นอีเลเว่น 7,000 แห่งทั่วประเทศด้วยบาร์โคดที่บริษัทส่งให้เป็น sms ในโทรศัพท์มือถือของสมาชิก ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนั้น ดร.กัมปนาท ยังกล่าวต่อว่า สำหรับศูนย์จำหน่ายของไอยรา แพลนเน็ตจะมี 2 ฟังค์ชั่น 1. แบบผ่านโลจิสติกส์ 2. แบบเปเม้นท์ ก็คือ เซเว่นฯ ตั้งชื่อระบบว่า ไอสมาร์ท เป็นระบบของบริษัทเอง และล่าสุดได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะชำระผ่านตู้ ATM ธนาครไทยพานิชย์ทั่วประเทศ รูปแบบบริษัทจะเป็นผู้ออกบัตร แคชการ์ด ตราไอยรา แพลนเน็ต ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้สมาชิกสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรได้ทันที

แคชการ์ด บัตรกดเงินสด ของเราจะรุกตลาดแนวตะเข็บชายแดน เราทำบัตรเงินสดแบบแคชการ์ดกับธนาคารไทยพานิชย์บนบัตรจะมีรูปโลโก้ของธนาคารและโลโก้ของไอยรา ซึ่งสมาชิกกลุ่มนี้แม้เขาไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารได้เช่นตามแม่สอด แม่สาย แต่เขาสมัครกับเราแล้วได้บัตรแคชการ์ดเหมือนบัตรเอทีเอ็มของเขาเลยไม่ต้องเอาสมุดธนาครมา เริ่มใช้เมื่อเดือนกรกฏาคมแล้ว

ทั้งนี้ไอยรา แพลนเน็ตมีแผนยุทธศาสตร์ขยายพื้นหลักใน 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย ประกอบด้วยภาคภาคเหนือ เชียงใหม่ พิษณุโลก ภาคอีสาน ขอนแก่น หรือ อุบลราชธานี มุกดาหาร ใกล้กรุงเทพฯ คือ สิงห์บุรี หรือ อยุธยา สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ ตะวันออก คือ จันทบุรี ชลบุรี ภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี และภูเก็ตเป็นต้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

ข่าวคิงส์เฮล์ทตี้ (King Healthy) : แตกไลน์เปิดตัวน้ำหอม (Love to Love, Love all Love, Sweet Love และ Baby Love) หวังเสริมฐานธุรกิจขยายโตตามเป้า

นพธีรา รุกหนัก! ขยายผลิตภัณฑ์ คิงส์ เฮล์ทตี้ แตกไลน์เปิดตัวน้ำหอม 4 กลิ่น Love to Love, Love all Love, Sweet Love และ Baby Love



พร้อมพรีเซนเตอร์ พีเค ปิยวัฒน์ เข็มเพชร สมาชิกหน้าใหม่ หนุ่มนายแบบบ้านๆ แนวกระชากใจสาว หวังเพิ่มฐานสินค้ากว้างขึ้นกว่าเดิม

นางสาวนพธีรา ประสพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์ เฮลท์ตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมาบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่น้ำหอมนำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สำนักงานใหญ่ ถนนลาดพร้าว ทั้งหมด 4 กลิ่น 4 เสน่ห์ คือ Love to Love ความหอมแห่งรักไม่รู้คลายLove all Love ความหอมแห่งรักไม่รู้จบ Sweet Love และ Baby Love พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชรดีเจและพิธีกรชื่อดังด้วย

การเลือกพรีเซนเตอร์ ไม่ได้เลือกเพียงคนเดียว และตัวน้ำหอมก็ตั้งใจจะเปิดตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นเดือนแห่งความรักแล้ว


นางสาวนพธีรากล่าว และว่า สำหรับที่มาของน้ำหอม ทางบริษัทคิงส์ เฮล์ทตี้ จำหน่ายสินค้าด้านสุขภาพอยู่แล้ว ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่มีรูป รส กลิ่น เสียง รสชาติ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเริ่มต้นที่ผลิตภัณฑ์ ชา กาแฟ เสียงตอนนี้มีเพลงออกมา 2 เพลง และกลิ่นก็คือน้ำหอม

สำหรับน้ำหอม 4 กลิ่น 4 เสน่ห์ ประกอบด้วย Love to Love ความหอมแห่งรักไม่รู้คลาย ศาสตร์ของความรู้สึกสัมผัสกลิ่นไอควรค่าแก่การหลงใหล ด้วยกลิ่นไอความหอม หวาน ของบทเพลงแห่ง ความรัก จะทำให้ทุก ๆ ห้วงแห่งลมหายใจ ตราตรึงไว้ตราบนิรันดร์ สื่อสายสัมพันธ์มิรู้คลาย Love all Love ความหอมแห่งรักไม่รู้จบ แม้นแสงอาทิตย์จะร้อนแรงเพียงใด มิอาจหยุดยั้งความร้อนแรงแห่งความอบอุ่นแห่งชายเช่นคุณได้ เปลี่ยนความร้อนแรงดั่งไฟ หลงเหลือไว้แห่งความอบอุ่น ชวนฝัน ผสานเสน่ห์ความหอมแห่งชาย กระชากใจ สะกดสาว ๆ ให้ชวนหลงใหล

ส่วน Sweet Love หอมหวาน ของรักนิรันดร์ให้ทุกห้วงของลมหายใจ สะกดรักไว้ด้วยความหอมหวานของมวลดอกไม้ สะกดเหล่าภมรให้หลงใหล และเวียนวนมิห่างกาย เฝ้าดอมดมเก็บกลิ่นไว้ แม้ยามห่างไกล ความหอมหวานยังคงตราตรึงใจ ให้หวนหาทุกยามค่ำคืน และ Baby Love หอมสดใสแห่งวัยสาว ดรุณีแรกแย้มสดใส บริสุทธิ์ดุจน้ำค้างแรกแย้ม ละมุนละไมแห่งวัยเยาว์ คลุกเคล้ากลิ่นไอของธรรมชาติ แต่งเติมสีสันของกลิ่นไอ ยามลมพัดผ่านความหอมล่องลอยไกล พากลิ่นแห่งรักบริสุทธิ์ สดใสฝากไว้ให้ตามหา

ด้านนายปิยะวัฒน์ เข็มเพชร หรือพีเค ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่นางสาวนพธีรา กล่าวว่า จากการได้ร่วมงานกับคิงส์ เฮล์ทตี้หลายครั้งในฐานะพิธีกรก่อนหน้านี้ ส่งผลให้สนใจในธุรกิจเครือข่ายคิงส์ เฮล์ทตี้ มาอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดได้สมัครเป็นสมาชิกไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อทราบความประสงค์คิงส์ เฮล์ทตี้ กำลังคัดหานายแบบจึงได้แสดงความสนใจและได้รับคัดเลือกร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ดังกล่าว

สำหรับน้ำหอมผู้ชายตัวหนึ่ง คุณนพธีราย้ำบอกต้องการนายแบบแบบบ้านๆด้วยความที่ร่วมงานกันบ่อยมาก ถ้าจะโพสต์ท่าแบบนี้ คงต้องเป็นผมแล้ว เป็นตัวแทนของน้ำหอมผู้ชาย เลิฟ ออล เลิฟ ผมเองเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกใหม่ด้วย ในฐานะพิธีกรด้วย ได้เห็นความสำเร็จของสมาชิกคิงส์ เฮล์ทตี้ที่เพิ่มมากขึ้นตลอด ขอแค่ขยันและถามคนรุ่นก่อนๆ หนทางที่คุณอยากได้ ชีวิตที่คุณอยากได้ ผมว่าคุณมีได้จากที่คิงส์ เฮล์ธตี้อย่างแน่นอนครับ พีเค กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neolife) : "นพรุจ-รัชนี" โชว์ "ลัมโบร์กินี (Lamborghini)" ปลุกพลังเลือดใหม่ขยายธุรกิจ

ดร.นพรุจ-ดร.รัชนี โหมหนัก นีโอ ไลฟ์ จัดพิธีมอบเข็มเกียรติยศความสำเร็จประจำเดือนกรกฎาคม บนเวทีโชว์รถหรู ลัมโบร์กินี มูลค่า 24 ล้านบาท



ปลุกใจสมาชิกนักขายให้ฮึกเหิมแบบคุณทำได้!พร้อมเปิดตัวหนุ่มสาวนีโอ สตาร์ โปรเจค 1รอบแรกแห่สมัครคับคั่ง มุ่งหวังสู่การเป็นนีโอ ไลฟ์ - ดิ ไอดอล

ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการนีโอ สตาร์ โปรเจค 1 ว่า หลังจากบริษัทได้เปิดรับสมัครหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่าน ซึ่งถือเป็นการเปิดรับสมัคร นีโอ สตาร์ โปรเจค 1 รอบแรกได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยมีสมาชิกนีโอไลฟ์หนุ่มสาวและบุตรหลานเข้าสมัครเป็นจำนวนมากถึง 194 คน


ดร.นพรุจ กล่าวย้ำถึง วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมความสามารถเชิงสร้างสรรค์ของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่เป็นสมาชิก นีโอ ไลฟ์ ว่า เพื่อทุกคนจะได้แสดงออกถึงความสามารถอีกเวทีหนึ่ง และได้พัฒนาตัวเองในการกล้าแสดงออก โดยโครงการนีโอ สตาร์ จะเป็นเวทีแห่งความฝัน รวมไปถึงการเป็นดารา นักร้อง ศิลปิน หรือเป็นผู้ประกาศข่าว นีโอ ไลฟ์

สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในรอบต่าง ๆ ก็จะผลักดันให้เข้าร่วมการฝึกอบรมต่าง ๆ ในหลักสูตรนักธุรกิจขายตรงทุกระดับชั้นร่วมกับทางบริษัท และคอยแนะนำให้คำปรึกษา เพื่อให้ขึ้นตำแหน่งสูงสุดของบริษัท และเพื่อเป็น นีโอ ไลฟ์ - ดิ ไอดอล
ต่อไปด้วย ดร.นพรุจกล่าว และว่า

สำหรับคนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จของ นีโอ ไลฟ์ ในแต่ละรอบเดือน แต่ละปี หรือผู้ที่เข้าประกวดจะต้องมีคุณสมบัติ ตามกฎระเบียบและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท อายุ 15 - 25 ปี คือผู้ที่เกิด พ.ศ2530 2540สามารถสมัครได้ รูปร่างหน้าตาดีหรือไม่ดีก็ได้ มีบุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถ มีความเชื่อมั่น มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี กล้าแสดงออก ผู้สมัครต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดี ต้องไม่มีภาระผูกพันกับสังกัดหน่วยงานหรือองค์กรอื่นใด

หากสมัครไม่ทันในรอบแรก สามารถสมัครได้ในรอบที่สองวันที่ 28 สิงหาคม และรอบสุดท้ายในวันที่ 26 กันยายน สามารถยื่นกรอกใบสมัครได้บริเวณหน้างานเกียรติยศ ณ อิมแพค เมืองทองธานี และจะมีการคัดเลือกไปจนถึงเดือนสิงหาคม - ธันวาคม 2555 และจะมีการตัดสินในเดือนมกราคม 2556

โดยผู้ที่ชนะการประกวด นีโอ สตาร์ โปรเจค 1 รางวัลที่ 1 จะได้รับ เงินสด 300,000 บาท พร้อมรถยนต์ มาสด้า 2 จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 2 ได้รับเงินสด 200,000 บาท รางวัลที่ 3 ได้รับเงินสด 100,000 บาท รางวัลที่ 4 ได้รับเงินสด 70,000 บาท รางวัลที่ 5 ได้รับเงินสด 50,000 บาท อันดับที่ 1 - 5 จะได้รับการเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท ในการเซ็นสัญญา 2 - 3 ปี รวมถึงรับกิ๊ฟเซ็ทผลิตภัณฑ์ เพียวเซ็นเต้ และจะผลักดันให้เข้าสู่วงการบันเทิงหรือเป็นดาราในสถานี นีโอทีวี ผู้ประกาศข่าว และรายการทีวีทาง ททบ.5 ส่วนสำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการประกวด สามารถเข้าไปดูรายระเอียดเกี่ยวกับระเบียบการประกวดต่าง ๆ ได้ทางช่อง นีโอ ไลฟ์ และที่ www.NeoTV.co.th

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดงานพิธีมอบเข็มเกียรติยศความสำเร็จสมาชิกนีโอไลฟ์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกได้ร้องเพลงเปิดงาน พร้อมโชว์รถยนต์สปอร์ตสุดหรู ลัมโบร์กินี มูลค่า 24 ล้านบาท เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้สมาชิกนีโอ ไลฟ์ทุกคนในการสร้างผลงานต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ปักธงลุยตลาด AEC "หมอต้อย (พญ.นลินี ไพบูลย์)" วอนรัฐดูภาษี-6ด.โต7%

หมอต้อย โดดขึ้นเวทีเสวนา Innovation : A New Era of AEC ร่วม แบงก์ กรุงไทย แชร์ประสบการณ์สร้าง กิฟฟารีน



ด้วยใจถึงใจดูแลกว่า 300,000 คน บนพันธกิจบริหารความคาดหวัง พนง.-นักขาย-ผู้บริโภค เผยเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนพร้อมรับมือลุยล่วงหน้านำรองแล้ว 4 ประเทศ เล็ง เวียดนาม-อินโดฯ ต่อวอน รัฐ สร้างความเป็นธรรมมาตรการภาษีสินค้าแข่งเพื่อนบ้าน แจง 6 เดือนไปโลดโต 7% คาดสิ้นปีแตะ 6,000 ล้านบาท

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยภายในงานเสวนาหัวข้อ Innovation : A New Era of AEC นวัตกรรมนำไทยกล้า...ท้า เออีซี เพื่อเผยแพร่แนวคิดและเส้นทางพุ่งทะยานสู่ความเป็น 1 ใน AEC ที่ธนาคารกรุงไทยจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันดูแลคนอยู่ 2 กลุ่ม 1 คือฝ่ายผลิตในโรงงานกิฟฟารีนประมาณ 1,000 คน และกลุ่มพนักงานประจำ 600 คน กับนักธุรกิจอิสระกิฟฟารีนอีกประมาณ 300,000 คน


ที่โรงงานก็จะประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และเภสัชกร ประมาณ 100 คน ที่เหลือฝ่ายผลิตทั้งหมด ในส่วนของการตลาดก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน เช่นกัน พนักงานประจำ 600 คน อีกส่วนหนึ่ง คือ นักธุรกิจอิสระ ประมาณ 300,000 คน ที่คอยกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ประมาณ 5 ล้านคน ทุกวันนี้หมอคิดว่าหมอไม่ได้เป็นนักธุรกิจ แต่หมอคิดว่าหมอเป็นครูที่มีหน้าที่คอยบริหารความคาดหวังของพนักงาน และคอยบริหารความมั่นคงกับนักธุรกิจอิสระ และก็บริหารความคาดหวังของผู้บริโภค พญ.นลินีกล่าว และว่า

ทั้งหมดนี้มาจากกลไกที่ต้องทำงานทั้งหมดอยู่ 3 อย่างคือ 1.ต้องสร้างแรงบัลดาลใจตลอดเวลา 2.ต้องทำให้คนของกิฟฟารีนทั้งหมาดมีวิธีคิด 3.ต้องมีวิธีการ โดยเฉพาะเรื่องราวของการดูแลจิตใจคนเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดที่ผู้บริหารสูงสุดซึ่งทำตัวเป็นเหมือนครูต้องคอยเล่าประสบการณ์ให้ทีมงานฟัง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยประสบการณ์และต้องเรียนรู้อยู่ตลอด

สำหรับการเตรียมตัวกับการเปิดประชาเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community) นั้น พญ.นลินีกล่าวย้ำว่า หลังเปิด AEC จะมีบริษัทขายตรงจากต่างประเทศแห่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทขายตรงคนไทยก็จะรุกเข้าไปในต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน โดยแต่ละบริษัทจะชูจุดเด่นของตัวเองเป็นกลยุทธ์สำคัญ

เราจะต้องเรียนรู้ประเทศที่เราจะไปให้มากที่สุดก่อนการตัดสินใจออกไป สำหรับภาครัฐอยากจะขอความเป็นธรรมว่า เวลาที่เราเปิดประเทศการที่เรามีคู่ค้าในประเทศอาเซียนทั้งหมด บางรายการบางสินค้ามันขาดความยุติธรรม เช่นสินค้าแบบเดียวกันของเขาเข้ามาหาเราภาษี 0% แต่เราไปในประเทศเขายังไม่ 0% ปรากฏแต่ละประเทศนี่ยังไม่ใช่เพราะว่าประเทศเขายังจนอยู่เขายังรับระเบียบทั้งหมดไม่ได้ สุดท้ายก็อย่าคิดไปพึ่งใครพึ่งตัวเองดีที่สุด คนไทยจะต้องไม่แพ้ใครทั้งนั้นแต่ถ้าจะแพ้ก็คือแพ้ใจตัวเอง

ทั้งนี้ พญ.นลินี ยังเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ธุรกิจเครือข่ายถึงการรับมือกับประชาเศรษฐกิจคมอาเซียนของบริษัทกิฟฟารีนว่า บริษัทมีนโยบายเตรียมรองรับไว้แล้ว และกำลังขยายธุรกิจไปสู่ทุกๆประเทศในอาเซียน ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกโตของปีนี้ก็โตประมาณ 7 เปอร์เซ็น และคาดว่าสิ้นปีหากไม่มีน้ำท่วมหรืออะไรที่รุนแรง ยอดขาดทั้งหมดน่าจะเกือบ 6,000 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังยังคงเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง และการแทรนนิ่งนักธุรกิจอิสระพร้อมเตรียมออกผลิตภัณธ์ใหม่ในเดือนกันยายนนี้

ซึ่งเรามองว่าเรามีความเป็นต่อ เพราะว่าเรามีโครงสร้างของเครือข่ายผู้ใช้สินค้า และเราก็มีสินค้าที่คิดว่า ประเทศในอาเซียนจะมีอากาศคล้ายๆกัน ผิวพรรณคล้ายๆกัน สินค้าของเราที่ขายดีในประเทศไทย ก็น่าจะทำตลาดที่ประเทศในอาเซียนได้ไม่อยากอยู่แล้ว

สำหรับแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียนของกิฟฟารีนนั้น ก่อนหน้านี้ พญ.นลินีเคยให้สัมภาษณ์ว้าว่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558โดยปัจจุบันบริษัทสามารถนำธุรกิจเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ แล้ว 4 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา พม่าและมาเลเซียขณะที่สิ้นปี 2555 นี้มีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในอินโดนีเซีย และปี 2556 จะขยายเข้าไปในเวียดนาม

ทั้งนี้การขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มประเทศอาเซียน บริษัทจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไปปีละ 1 ประเทศโดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้จากตลาดต่างประเทศที่ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีรายได้ 100 ล้านบาท เนื่องจากราคาสินค้าที่จำหน่ายในต่างประเทศสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง ได้และกำแพงภาษีมีการปรับลดลงซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าเท่ากับราคาที่ขายในไทย ขณะที่ภาพรวมรายได้ของบริษัทในสิ้นปี 2555 คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า7% จากปี 2554 ที่มีรายได้ 5,488 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : "บิ๊กจิ๋ว" โดดร่วม "โดกุดามิ" ส่งหลานสาว "น้ำผึ้ง" คุม CSR-ตลาด

โพรแลค-โดกุดามิ จัดงานฉลองเกียรติยศนักขายยิ่งใหญ่ พล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธานเปิดงาน-มอบรางวัลสมาชิก อัศวิน



เผยดึงตัว น้ำผึ้ง หลานสาว บิ๊กจิ๋ว ช่วยดูแลงาน CSR-ตลาดในไทยแทน หลังเจ้าตัวเบนเข็มเน้นหนักเดินสายลุยเจาะตลาดต่างประเทศนำ น้ำพลูคาวสกัด ตีตรากระฉ่อนโลกต่อ แจง ลาออก นายกสมาคมอุตฯ เป็นแบบอย่างให้ ขายตรงควบรับผลิต ได้คิด! แย้มขาใหม่ชวนตั้ง สมาคมใหม่ ภาคสอง! นายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของกลุ่มช่วงครึ่งปีหลังนี้ว่า จะยังคงเน้นให้ความสำคัญกับการเจาะขยายฐานตลาดนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์โดกุดามิ หรือน้ำพลูคาวสกัดได้รับความเชื่อถือในสรรพคุณจนได้ รับรางวัลในระดับนานาชาติหลายรางวัลมาแล้ว จึงต้องเดินหน้าเพื่อพัฒนาศักยภาพภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกต่อไป


นายอัศวินกล่าวต่อว่า ด้วยภาระหน้าที่ในการขยายตลาดต่างประเทศจึงมีเวลาในการดูแลส่วนงานด้านสังคมและอื่นๆ ในประเทศไทยลดน้อยลงจึงได้เชิญ คุณน้ำผึ้ง หลานสาว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ บิ๊กจิ๋ว อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 มาเป็นผู้รับหน้าที่ประสานงานดูแลผู้ป่วยหรือลูกค้าและสมาชิกในประเทศไทยแทน ทั้งนี้ได้รับการตอบรับร่วมงานจากคุณน้ำผึ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผมจะส่งต่อหน้าที่ให้คุณน้ำผึ้ง หลานสาวท่าน พล.อ เชาวลิต ยงใจยุทธ ที่จะเข้ามาสานต่อด้านซีเอสอาร์ของบริษัท ซึ่งได้ถามคุณน้ำผึ้งว่ามีเวลาไหม ช่วยดูแลผู้ป่วยแทนหน่อยได้ไหม คุณน้ำผึ้งก็ตอบตกลง และงานส่วนที่คุณน้ำผึ้งดูแลคือ เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย ประสานงานกับโรงพยาบาล เป็นการช่วยกัน เป็นตัวแทนของบริษัท เป็นงานการกุศล นายอัศวินกล่าว และว่า

นอกจากการเดินหน้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์โดกุดามิสินค้าคุณภาพที่โพรแลคเป็นผู้ผลิตภายใต้การวิจัยและพัฒนาด้วยภูมิปัญญาไทย ผสมผสานกับนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านไบโอเทคโนโลยีและพันธุวิศวกรรมจนได้รับความน่าเชื่ออย่างต่อเนื่องในประเทศแล้วจนส่งผลให้กลุ่มสามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเยอรมันสำเร็จอย่างดีเมื่อที่ผ่านมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามกลุ่มโพรแลคและโดกุดามิได้จัดงานมหัศจรรย์ความสำเร็จ Miracle of Success เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยมีพล.อ ดร.บัณฑิต พิริยาสัยสันติ ประธานที่ปรึกษาและคณะกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและแสดงวิสัยทัศน์

และในงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และแสดงปาฐกถาพิเศษร่วมด้วย ก่อนจะมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณผู้จำหน่ายตรงระดับเพชร รางวัล Blue Diamond, รางวัลผู้จำหน่ายตรงระดับเพชร ด้านวิริยะอุตสาหะ รางวัลศูนย์บริการดีเด่น ระดับจังหวัด และรางวัลนักขายดีเด่น
ทั้งนี้นายอัศวินได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเหล่านายทหารใหญ่โดยเฉพาะ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ว่า เป็นเพราะอดีตเคยเป็นสื่อมวลชนสารทหารมาก่อน จึงมีความสนิทกับนายทหารชั้นผู้ใช้หลายคน และเมื่อมาทำธุรกิจก็ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องด้วยการมาร่วมเป็นผู้ใช้สินค้าและคอยให้ความแนะในการทำธุรกิจด้านต่างๆ มาด้วยดีตลอด จึงเป็นที่มาของการเชิญนายทหารมาร่วมในองค์กรธุรกิจของตัวเองและการร่วมเป็นประธานในงานสำคัญของบริษัท

ผมได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้ใหญ่มานานในฐานะสื่อมวลชน ทำข่าวสายทหารตั้งแต่ปี 2516 ทำให้สนิทกับทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน เมื่อเราพ้นจากการเป็นสื่อมวลชน ทำธุรกิจก็มีทหารหลายท่านเรื่องจากได้รับความไว้วางใจ ด้วยเจตนารมณ์ของผม คือการสร้างเอกลักษณ์สินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยที่เอาผลิตภัณฑ์ของเราเป็นต้นแบบแล้วเราก็จะลงไปช่วยยกระดับด้านโอท็อปให้เกิดความก้าวหน้าในการผลิตมากขึ้น ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ท่านก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ด้วย


อย่างไรก็ตามนายอัศวิน ได้กล่าวย้ำถึงการลาออกจากการเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมการขายตรงไทยอีกครั้งหนึ่งว่า ได้ลาออกจริงโดยลาออกทั้งตัวบุคคลและบริษัทต้นสังกัดด้วย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับบริษัทขายตรงอื่นๆ ที่ยังเป็นสมาชิกสมาคมฯ หากบริษัทใดไม่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วเปลี่ยนตัวเองไปเป็นบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ควรเป็นสมาชิกสมาคมฯ ต่อไป

นายอัศวินกล่าวตอนท้ายอีกว่า หลังจากลาออกจากสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงมาแล้ว ล่าสุดได้มีกลุ่มบริษัทขายตรงกลุ่มหนึ่งเชิญชวนให้ร่วมก่อตั้งสมาคมขายตรงใหม่ขึ้นอีก แต่ได้ปฏิเสธไปเป็นที่เรียบร้อยอีกเช่นกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน มาเลเซีย (Giffarine Malaysia) : จัดงาน Opened House

ข่าวกิฟฟารีน กัมพูชา (Giffarine Cambodia) : จัดคอร์สอบรมแก่สมาชิก


กิฟฟารีน กัมพูชา มีการจัดอบรมแก่สมาชิกขึ้น โดยการจัดหลักสูตรอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะให้คำแนะนำ และแนะแนวทางแก่สมาชิกที่ต้องการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระยะเวลาที่แน่นอน เช่น การเป็นนักธุรกิจระดับ GS ภายในระยะเวลา 3 เดือน และการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับ PD ภายในสิ้นปีนี้ เป็นต้น โดยในการอบรมเน้นให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ ธุรกิจเครือข่ายและแผนการตลาดแก่สมาชิก โดยประกอบไปด้วยผู้เข้าอบรมจำนวน 30 ท่าน มีระยะเวลาในการอบรม 6 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมได้มีการนำสมาชิกพร้อมด้วยพนักงานไปเที่ยว Udong Mountain ซึ่งทั้งสมาชิกและพนักงานทุกคนต่างสนุกสนานกับกิจกรรมและเกมส์ตลอดการเดินทาง

ข่าวสคบ. ครอบคลุมทุกมิติ 360 องศา ภายใต้ปีก "นายจิรชัย มูลทองโร่ย" เลขาธิการคนใหม่


คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้ นายจิรชัย มูลทองโร่ย ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สคบ.มีพันธกิจ เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค 360 องศา สานต่อการดำเนินงานตามนโยบายของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ และอดีต เลขาธิการคนเดิม นายนิโรธ เจริญประกอบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีอนุมัติแต่งตั้ง นายจิรชัย มูลทองโร่ย ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ทางด้าน นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองเลขาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ.พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อมีหลายเรื่อง แต่หลักๆ มีดังนี้ เรื่องแรก คุณสมบัติ ของผู้ประกอบการที่จะได้ตราสัญญลักษณ์ มีอยู่ 3 ข้อ 1.ผู้ประกอบ การต้องปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย 2.จะต้องปฏิบัติถูกต้องตาม กฎหมายอื่นที่ธุรกิจนั้นๆ จะต้องปฏิบัติตาม 3.การแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค หากผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือใช้บริการแล้วเกิดความ เสียหาย หรือไม่พึงพอใจ ต้องมีมาตรการเยียวยาชดเชยการเสียหาย ซึ่งสินค้าบริการ 26 รายการ กำลังอยู่ระหว่างการทำความเข้าใจต่อผู้ประกอบการว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ทางสคบ.ก็พยายามเร่งรัด อยู่ เช่น มีหลายบริษัทเข้าใจผิดว่าจะต้องทำประกันกับบริษัทนั้นบริษัทนี้ กรณีนี้มีมติเปิดกว้างแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องทำประกันกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็แล้วแต่บริษัทนั้นๆ ว่าจะเห็นชอบหรือเห็นสมควรอย่างไร หรือไม่ทำก็ได้ ทางสคบ.เปิดกว้างในการแสดงความรับผิดชอบเยียวยาความเสียหาย และต้องแสดงความรับผิดชอบของตนเองให้ชัดเจน

ส่วน 26 รายการสินค้าหรือบริการนั้นแบ่งเป็น 8 บท ก็กำลังจะเร่งรัดให้เร็ว ที่สุดสาเหตุที่ต้องแสดงตราสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายบริษัท ที่ตัวสินค้า หรือบริการ เพราะระยะเวลาอันใกล้เพื่อรองรับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนด้วย ทางด้านผู้ประกอบ การจะต้องปรับปรุงคุณภาพของสินค้า หรือบริการของตัวเองด้วย เพื่อรองรับการ แข่งขันของต่างประเทศเข้ามา หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบการออกไปขายยังต่างประเทศด้วย เราควรจะปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของเรา บริการที่เป็นธรรมก็จะทำ ให้ธุรกิจของเราเติบโต
ส่วนเรื่องที่ 2 สคบ.รับนโยบายจาก รัฐมนตรี และประธานกรรมการผู้บริโภคให้คุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ ที่ผลกระทบ เหล่านั้นจะมีต่อผู้บริโภค เช่น ทางสคบ. ร่วมกับทางกรมวิชาการเกษตร ไปตรวจสอบคุณภาพของปุ๋ย เพราะมีข้อมูลว่าเกษตรกรถูกเอาเปรียบในการซื้อปุ๋ยปลอม ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นว่าจะร่วมมือกับ สคบ.เพื่อบูรณาการกันช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้โครงการ เจอปลอม จับจริง ดำเนินการตรวจจับหลายที่แล้ว เช่น ที่ อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ไปยึดปุ๋ยไม่มีคุณภาพมา 6,500 ตัน และที่ อ.พระพุทธบาตร จ.สระบุรี เจอปุ๋ยไม่มีคุณภาพอีกเกือบ 10,000 ตัน

เราได้ข้อมูลจากเกษตรกรแจ้งเบาะแสมาทางสายด่วนสคบ.1166 ที่เป็นจุดหนึ่งที่ทางรัฐมนตรี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ให้เปิดรับแจ้งปุ๋ยไม่มีคุณภาพ มันเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกษตรกรไปซื้อปุ๋ยปลอมมาแล้วทำให้เสียหายต่อการลงทุนที่ไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา นายจิรชัย กล่าว

เรื่องที่ 3 เร่งรัดเรื่องการทำสัญญา รับปลูกสร้างบ้าน ยังมีปัญหาจนถึงปัจจุบัน มีการไปจ้างช่างเพื่อปลูกบ้าน ช่างเบิกเงิน ไปแล้ว ทำไปไม่เท่าไหร่ก็ทิ้งงานหนีไป เรื่อง นี้ ทางสคบ.ก็แก้ปัญหาปลายเหตุมาระยะ หนึ่งแล้ว จากนี้ไปจะแก้ปัญหาต้นเหตุโดย การให้เป็นธุรกิจควบคุม โดยทำสัญญาการ ว่าจ้างที่รัดกุมขึ้นมา ซึ่งทางสมาคมรับสร้าง บ้านเขาขานรับแล้ว และพร้อมที่จะให้ความ ร่วมมือเพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาสำหรับ ชุมชนเมือง กล่าวคือ เดี๋ยวนี้เป็นครอบครัว เดี่ยว มีสามีภรรยา มีลูกก็ไม่มีเวลาเลี้ยง ก็ไปว่าจ้างพนักงานมาเลี้ยงที่บ้าน หรือว่า จ้างมาดูแลคนป่วยที่บ้าน ก็มีปัญหาเข้ามา ค่อนข้างเยอะ 2-3 เดือนมานี้มีมาร้องเรียน ที่สคบ.เดือนละ 20-30 ราย มีปัญหาเหมือน เดิมคือมาปฏิบัติงาน 1-2 วันแล้วก็กลับไป แล้วก็ไม่มาอีก ให้คนมาแทนก็ไม่มา เรียก เงินคืนก็ไม่คืนเงิน สคบ.จึงจะมาจัดระเบียบ โดยเปิดรับลงทะเบียนว่าใครทำธุรกิจนี้ ให้ มาลงทะเบียนที่สคบ.โดยสคบ.จะประสาน หน่วยงานที่จัดฝึกอบรม ถึงวิธีการดูแลคนป่วย ดูแลเด็กทำอย่างไร ผู้บริโภคท่านใดที่จะมาว่าจ้างพนักงานไปดูแลลูกหรือคนชราก็ให้มาติดต่อที่ สคบ.ก่อน เป็นต้น

แม้จะมีประกาศจากทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ ธุรกิจจัดจ้างไปดูแล คนป่วยคนชราหรือเด็กเป็นธุรกิจที่อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิต มีการประกาศออก มาแล้ว แต่ท้องถิ่นยังไม่ได้นำไปดำเนินการ เลย ท้องถิ่นต้องออกข้อบัญญัติ ข้อบังคับ เรื่องเหล่านี้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเยอะ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว เราได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบจากการไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ เรือยนต์ เจ็ตสกี นักท่องเที่ยวถูกเรียกกรรโชก ทรัพย์ ที่จะต้องชดใช้กรณีรถ เรือ ได้รับความเสียหายจากการเช่า หลายต่อหลาย เรื่องมาก ซึ่งทางสคบ.ไปคุยกับทางตำรวจ เมืองพัทยาแล้ว ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่แต่ไม่ทราบว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ เรื่อง นี้ สคบ.และตำรวจเมืองพัทยาจะไปเจรจา กับผู้ประกอบการเมืองพัทยาทั้ง 16 แห่ง วันที่ 21 สิงหาคมนี้ อย่างน้อยเป็นการบันทึกความตกลงร่วมกันว่าจะดูแลผู้บริโภค ที่เป็นนักท่องเที่ยวอย่างไรที่จะสร้างความเป็นธรรม ควรจะมีป้ายประชาสัมพันธ์สถาน ที่ให้เช่าเรือยนต์ ควรจะต้องบอกข้อมูลให้กับผู้เช่า ว่าอัตราค่าเช่าชั่วโมงละเท่าไหร่ มีค่าบริการชั่วโมงละเท่าไหร่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน รวมถึงข้อควรระวังในการใช้บริการแต่ละประเภท รวมถึงการแจ้งเบาะแสของการถูกเอาเปรียบของ ผู้บริโภคว่าจะแจ้งได้ที่ไหนต้องมีข้อมูล แสดงให้นักท่องเที่ยวทราบ ซึ่งเท่าที่มีข้อมูลนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบแทบทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ เกาะสมุย เกาะภูเก็ต ก็มี เมื่อเกิดปัญหาแล้วนักท่องเที่ยวเขาก็ไม่พอใจ ไปโพสต์ในอินเตอร์เน็ต ในเฟซบุ๊ก ทำให้เมืองไทยเสื่อมเสีย

นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนเรื่องอัตราค่าเช่าค่าบริการที่พัก รีสอร์ต ที่ควร จัดระเบียบ สคบ.เราก็ดำเนินการดูแล ผู้บริโภคทุกมิติ ซึ่งพนักงานสคบ.มีเพียง 226 คน จะไปทำทุกเรื่องคงไม่สามารถดำเนินการได้หมด ฉะนั้น ต้องประสานความร่วมมือจากภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน ซึ่งภาคประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองตนเองก่อน จะไปซื้อสินค้าก็ต้องดูแลตนเองในเบื้องต้น ก่อน อย่างไปหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องเป็น นักสังเกต หากถูกเอาเปรียบก็อย่านิ่งเฉย ให้มาแจ้งกับสคบ.ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ไม่ว่าจะร้านสะดวกซื้อใกล้เทศบาล และเรามีเครือข่ายที่ไปฝากไว้กับทางชมรมคุ้มครอง ผู้บริโภคในโรงเรียน ในโรงเรียสปถ. ศูนย์ การศึกษานอกโรงเรียนประจำตำบล 7,409 ตำบลทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1327ประจำวันที่ 18-8-2012 ถึง21-8-2012

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ปลื้มได้ตัวมือทองนักขายเมืองเพชรคว้าชัย Sales Contest 10


กิฟฟารีน สานต่อแคมเปญ Giffarine Sales Contest ครั้งที่ 10 สร้างแรงจูงใจให้นักขาย ประชันความเป็นสุดยอดนักธุรกิจมือทอง คัดเลือกนักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ กว่า 5,000 คน เหลือเพียง 19 คนสุดท้าย เข้าชิงตำแหน่ง นักธุรกิจมือทองระดับประเทศ คว้ารางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท นักขายสาวจาก จ.เพชรบุรี เข้าป้าย คว้ามงกุฎ


การแข่งขัน Giffarine Sales Contest ครั้งที่ 10 เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเฟ้นหาผู้ที่มีคะแนน สูงสุดจากการทดสอบข้อเขียนในด้านธุรกิจ และผลิตภัณฑ์พร้อมกันทั่วประเทศกว่า 5,000 คน เพื่อคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด ในแต่ละภูมิภาครวมกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรม Giffarine Sales Contest Camp เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ณ โรงแรม อมารี ออร์คิด พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมประลองฝีมือในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค คัดเลือกภูมิภาคละ 3 คน นับเป็นด่านที่ต้องใช้ความ สามารถรอบตัวในการแนะนำธุรกิจและผลิตภัณฑ์อย่างมีเทคนิค


การแข่งขันดำเนินมาถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ซึ่งก่อนที่การแข่งขัน จะเริ่มต้นขึ้น ก็ได้รับเกียรติจากอาจารย์ช้าง-ทศพล ศรีตุลา สุดยอดนักโหราศาสตร์ชื่อดังในเมืองไทย มาให้ความรู้เรื่อง ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์คนเพื่อความสำเร็จในธุรกิจ หลังจากนั้นการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเข้มข้น ด้วยการนำเสนอกลยุทธ์เฉพาะตัวของแต่ละคนตอบโจทย์ที่ได้รับ เพื่อทดสอบทุกทักษะในด้านการดำเนินธุรกิจเครือข่ายอย่างมืออาชีพของผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน เพราะนอกจากจะต้อง ใช้ปฏิภาณไหวพริบตอบโจทย์ที่ได้รับแล้ว ยังต้องบริหารเวลาบนเวทีที่มีอย่างจำกัดให้คุ้มค่าอีกด้วย


ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ, ดร.นารี สุทธปรีดา รองกรรมการ ผู้จัดการ, อาจารย์สุรศักดิ์ ศิวะนาวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการ, คุณวิเชียร วงษ์สุรไพฑูรย์ ที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์อาหาร, คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมด้วย ดร.โอภาส กิจกำแหง คณบดีคณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม


การแข่งขันดำเนินไปอย่างกระชับและรวดเร็ว สร้างความตื่นเต้น เร้าใจแก่ผู้เข้าแข่งขันและกองเชียร์กว่า 1,000 คน เป็นอย่างมาก และเมื่อผู้เข้าแข่งขันท่านสุดท้ายก้าวลงจากเวที บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นก็เริ่มขึ้น เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ตลอดช่วงเวลาของการประกาศผลผู้ชนะ เลิศ และจบลงด้วยเสียงปรบมือกึกก้องให้ กับผู้ชนะเลิศทั้ง 3 อันดับ ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ คุณใยผกา เพียรศรีวัชรา ศูนย์เพชรบุรี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณปิติพงษ์ เลาหพงศ์ศิริ ศูนย์ลำพูน รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณณัฐตรี กุศลเพิ่มพูน ศูนย์ปิ่นเกล้า และ คุณสูเรีย โต๊ะหลง ศูนย์สตูล และที่พิเศษในปีนี้ด้วยการเพิ่มรางวัลขวัญใจกรรมการซึ่งมีผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ คุณณัฐธยาน์ เพชรผสมทอง ศูนย์ลำพูน และคุณนิธิศ เกศดี ศูนย์รามคำแหง


ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัล ดังต่อไปนี้


ชนะเลิศ จะได้รับรางวัลเงินสด 120,000 บาท โทรทัศน์สี Toshiba และเครื่องฟอกอากาศ Bionair


รองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับรางวัลเงินสด 60,000 บาท และเครื่องฟอกอากาศ Bionair


รองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท และเครื่องฟอกอากาศ Bionair


โดยทั้ง 3 รางวัลนี้ จะได้รับโล่เกียรติยศ และได้ท่องเที่ยวประเทศเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรียรางวัลขวัญใจกรรมการ จะได้รับรางวัลเงินสด 10,000 บาท ท่องเที่ยว ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และ เครื่องกรองน้ำเอ็กซ์ตร้า เพียว


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การแข่งขัน Sales Contest ในครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมีความสามารถมาก สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี และมีพัฒนาการขององค์ความ รู้ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม ถือได้ ว่าทุกคนชนะใจกรรมการ ซึ่งการแข่งขัน ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 10 และเป็นครั้งที่ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจทั่วประเทศเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าบรรลุวัตถุประสงค์ ของการจัดแข่งขันนักธุรกิจมือทองในทุกภูมิภาค นอกจากองค์ความรู้ของผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์การขยายงานอย่างเหนือชั้นแล้ว การดูแลดาวน์ไลน์ด้วยหัวใจและสร้าง ให้พวกเขามีรายได้อย่างเหมาะสม จึงเป็น สิ่งที่อยากจะฝากไว้ในการทำงานของ นักธุรกิจทุกท่าน พ.ญ.นลินี กล่าวเสริม


การแข่งขันในครั้งนี้ปิดฉากลงอย่าง ภาคภูมิใจทั้งผู้เข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งอัพไลน์ และดาวน์ไลน์ที่ขนกองเชียร์มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ การแข่งขันในครั้งนี้ ดูจะเป็นเรื่องที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนภูมิใจในรางวัลที่ได้รับ เพราะ ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้พัฒนาฝีมือในการดำเนินธุรกิจ ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้น จากกูรูที่มาช่วยแนะแนวทางเพื่อนำพาทุกคนมุ่งสู่ความสำเร็จที่รออยู่ไม่ไกล


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1327ประจำวันที่ 18-8-2012 ถึง21-8-2012

ข่าวโมรินดา (Morinda) : อุบยอดขายครึ่งปีอัดสินค้าเพิ่มลุ้นตลาดโค้งสุดท้าย


โมรินดา คึกคัก เตรียมจัดงานฉลอง 12 ปีของสาขาไทย ส่วนยอดขาย ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมายังอุบ บอกแต่เพียงว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ในครึ่งปีหลังเดินหน้าอัดสินค้าเพิ่มเข้าตลาด หวังทำให้การทำงานของสมาชิกง่ายขึ้น พร้อมเตรียมขนงานวิจัยช่วยหนุนผลิตภัณฑ์


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า โมรินดาได้เดินทางมาสู่ปีที่ 12 แล้ว นับว่าเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายๆ อย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณ ที่ดีและตอกย้ำให้เห็นว่าโมรินดา เป็นบริษัทที่มีความมั่นคง เรามีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นมีจุดขายเหนือกว่าคู่แข่งตามท้องตลาด ในขณะเดียวกันเรามีฐานผู้บริโภคและผู้ทำธุรกิจที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์อยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้มียอดขายที่หวือหวาเหมือนกับช่วงที่เริ่มต้นเปิดกิจการที่ประเทศไทย แต่เราเชื่อมั่นว่า โมรินดามีความมั่นคง มีผลิตภัณฑ์ที่ดี มีแผนการจ่ายผลตอบแทนที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนทั่วโลกได้ และที่สำคัญคือเรามีผู้นำที่แข็งแกร่ง บางคนอยู่กับเราตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่ง ปัจจุบัน บางคนแม้จะเคยจากเราไปก็ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าโมรินดาสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน


ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโมรินดาได้มีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วนเพื่อสนับสนุน การทำงานของบริษัทและหุ้นส่วน ซึ่งเราหมายถึงที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระ (IPCs) ให้สามารถเติบโตไปพร้อมๆ กัน เพราะธุรกิจของเราคงจะเดินหน้าต่อไปได้ไม่ดีนัก ถ้าขาดซึ่งการสนับสนุนหุ้นส่วนที่นับได้ว่าเป็นทัพหน้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นทูตเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตาฮิเตียน โนนิ และโอกาส ทางธุรกิจที่ไร้พรมแดนให้กับผู้คนทั่วโลก


ในส่วนของงานฉลองครบรอบ 12 ปี ของโมรินดาในปีนี้ได้เปลี่ยนคอนเซปต์การ จัดงานมาไว้ในช่วงกลางคืน โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ ที่ 22 กันยายน ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนี่ยม สุขุมวิท กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ 12 th Anniversary Morinda Gala Night ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป และได้รับเกียรติ จากรองประธานฝ่ายการตลาด MR.JEFF WASSDEN ที่จะบินตรงมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ


ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำ หางบัตรร่วมชิงรางวัลต่างๆ จำนวนมาก อาทิ The New Ipad, รางวัลรับสิทธิ์ดื่มผลิตภัณฑ์ตาฮิเตียน โนนิ ฟรี ติดต่อกัน 5 เดือน และรางวัลใช้ผลิตภัณฑ์ดีไฟร์พร้อม บริการนวดหน้า ฟรี ติดต่อกัน 5 เดือน นอกจากนี้ ยังมีรางวัลที่น่าสนใจอีกมากร่วม 100 รางวัลสำหรับการจัดงานในครั้งนี้


ส่วนกิจกรรมภายในงานจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม BIOACTIVE อีก 3 รายการ นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธี เชิดชูเกียรติผู้นำ การแสดงดนตรีสด และ โชว์บนเวทีจากเหล่านักแสดงมืออาชีพที่พร้อมจะมาสร้างสีสันให้บรรยากาศภายใน งานครึกครื้น พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มที่จะมาในรูปแบบ Western Set ที่เราได้คัดสรรเมนูชั้นเลิศที่ให้ทั้งประสบการณ์ อันแปลกใหม่และความอร่อย การันตีด้วย ฝีมือจากเชฟโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่คุณไม่ควรพลาด คุณวิภารัตน์ กล่าว


โดยในส่วนของการทำงานในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา วิภารัตน์ ได้กล่าวว่า ครึ่งปีแรกเราประสบผลสำเร็จมากพอสมควร ครึ่งปีหลังในแผนงานของเราภายในเดือนกันยายนเราจะจัดงานครบรอบอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 ตัว ได้แก่ ใบโอแอ็ก-ทีฟ สีม่วง สีส้ม สีเทา คาดหวังว่าไตรมาสที่ 3 นี้ จะสามารถวางตลาดได้ โดยในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่นี้ ทางบริษัทมีความมั่นใจว่า จะทำให้บรรดานักขายของ บริษัททำงานได้ง่ายขึ้น


โดยในครึ่งปีหลังนี้ นอกจากจะมีสินค้าตัวใหม่ที่เข้ามาแล้วยังมีงานวิจัยเพิ่ม ขึ้น โดยในเดือนสิงหาคมนี้กิจกรรมของเรา จะมีเพิ่มขึ้นทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งจะเป็น เรื่องของการประชุมงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์จากทั่วโลก โดยจะมีการนำเสนอผลงานเชิงวิชาการ ซึ่งงานทางด้านวิจัยที่จะออกมาจะเป็นตัวที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักกับสินค้าของบริษัทมากขึ้น


ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทาง บริษัท โมรินดา เวิร์ลไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำประเทศไทยและทีมบริหาร ของบริษัท ผู้นำระดับสูง และสื่อมวลชนได้ยกทัพขนผลิตภัณฑ์ตาฮิเตียน โนนิ มูลค่า กว่า 107,500 บาท และข้าวสารกว่า 200 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุบ้านบางแคพร้อมกับเลี้ยงอาหารกลางวันผู้สูงอายุทั้งหมดที่พักอาศัยอยู่ ณ บ้านบางแค ราว 270 คน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บริษัทเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในเดือนสิงหาคมนี้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1327ประจำวันที่ 18-8-2012 ถึง21-8-2012

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวหมอเส็ง (Morseng) : คนจนรุ่นสุดท้าย ภายใต้บ้านหลังใหญ่หมอเส็ง (บุญเลิศ - จิราวรรณ ช่อเกตุ)


บุญเลิศ - จิราวรรณช่อเกตุ 2 สามีภรรยาคู่นี้...เป็นลูกชาวสวนพื้นเพเมืองเพชรบุรีทำงานรับเหมา
ทุกอย่างสารพัดสารพันเพื่อพลิกฟื้นชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสมดั่งใจหวังเพราะชีวิตมีแต่หนี้สินล้นพ้นตัว
บุญเลิศ-จิราวัณ จึงล้มเลิก หันมาเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างมาประมาณ 20 กว่าปี หวังว่าการเป็นพ่อค้าขายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาทั่วไป จะทำให้มีชีวิตที่ดีกว่าวันวาน จึงฝันอยากจะเปลี่ยนจากร้านค้าเล็ก ๆ ให้กลายเป็นร้านค้าที่ใหญ่โตประจำอำเภอ และมีชื่อเสียงโด่งดังให้ผู้คนมาใช้บริการข้ามอำเภอ แต่ด้วยเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างน้อยนิด ก็ไม่สามารถลิขิตความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ การต่อยอดไปสู่ความฝัน...จึงต้องพังครืนลงมาอีกครั้ง...

...พวกเขาทั้ง 2 จึงเบนเข็มชีวิตอีกครั้ง คราวนี้หันเหมาสู่วงการเครือข่ายขายตรง เครือข่ายที่หลายคนคุยนักคุยหนาว่า...จะเปลี่ยนชีวิตจากดินสู่ดาว และโกยความร่ำรวยอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

ทั้ง 2 จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการเครือข่ายขายตรงค่ายหนึ่ง ที่คิดว่าขายตรงทำแล้วรวยเร็วแน่ ๆ ตามคำคุยของคนที่มาชักชวน...และอาชีพเครือข่ายนี่แหละ จะสามารถสร้างเม็ดเงินก้อนโตให้กับพวกเราได้

วันแล้ว วันเล่า ที่เฝ้ารอ...นาทีแล้ว นาทีเล่าที่เฝ้าติดตาม...บวกกับจิตใจจดจ่ออยู่กับธุรกิจขายตรง...ตั้งหน้าตั้งตา ขยันแล้วขยันเล่า วนไปเวียนมา สุดท้ายมาตายกับคำว่า จะต้องรักษายอดทุกเดือน เม็ดเงินที่มีร่อยหรออยู่แล้ว ก็ถูกขายตรงดูดออกไปเพื่อการรักษายอด

เมื่อเม็ดเงินมีไม่พอจุนเจือ...ทางออกสุดท้าย ก็กู้...จนเจอภาวะหนี้สินที่ยืมมาจนล้นพ้นตัว จากหนี้ก้อนเล็ก ๆ ก็เริ่มพอกพูนเป็นก้อนโต ๆ เพื่อจะเอามา รักษายอด แค่เพียงไม่กี่คำ แต่ทำให้เรา 2 คนหมดตัว ก้าวไปสู่ภาวะ ชักหน้าไม่ถึงหลัง อีกระลอก...และเป็นระลอกที่หนักที่สุดในชีวิต
จึงแอบสัญญากับตัวเอง ว่า...นับจากนี้ไป จะเลิกทำธุรกิจขายตรงเด็ดขาดและห้ามเอาธุรกิจนี้เข้ามาในบ้านอีก

แต่สุดท้ายก็อดไม่ไหวเมื่อ บุญเลิศ ถูกชักชวนจากคนใกล้ตัวคุณมาโนช ผิวขำ มาชวนไปทำขายตรง (อีกแล้ว) บุญเลิศ เปรยถึงนาทีวิกฤติครั้งนั้น ซึ่งทั้งคู่ยังจำกันได้ดีว่า ขายตรง คือธุรกิจที่ชักนำวิกฤติเข้ามาในตัวบ้าน เพราะเคยบาดเจ็บหนักที่สุดมากกว่าครั้งไหน ๆ ในชีวิต

บุญเลิศ ก็ได้แอบคิดในใจว่า แหมเราเคยโดนหลอกมาแล้ว จะโดนหลอกให้ไปฟังอีกครั้งจะเป็นไรไป จึงเดินไปหาอีกครั้งตามคำชักจูง...โดยเข้าไปฟังแผนและสินค้าตัวหนึ่งที่เป็นสินค้าเกี่ยวกับว่านชักมดลูก ในวันนั้นคุณหมอ (หมอเส็ง) ก็ได้บรรยายสรรพคุณของตัวยาเอง เห็นเขาบอกว่า ดีนักดีหนา จึงได้ตัดสินใจซื้อมา ตอนเอาเข้ามาในบ้านครั้งแรก บอกกับภรรยาว่า เป็นเหล้านอก เพราะภรรยาบอกแล้วว่า อย่าเอาของพวกนี้เข้าบ้านอีก

วันหนึ่งลูกน้องมีอาการตกเลือดและเจ็บท้อง เลยลองให้เขาทาน ปรากฏว่า อาการก็เริ่มดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จิราวรรณ ผู้เป็นภรรยาเห็นและรับทราบ เธอจึงตัดสินใจมาศึกษาสรรพคุณและก็ทานยานี้ด้วยตัวเอง แล้วก็ทานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้หรอกว่า ตัวเองรู้สึกดีขึ้น...เพราะเดินไปทางไหน ก็มีแต่คนทักว่า ไปทำอะไรมา ทำไมถึงดูดีขึ้น

จิราวรรณ ก็เริ่มสำรวจตัวเองและมองไปรอบตัว มองไปถึงลูกน้องที่เคยให้ทานยาว่านชักมดลูกตัวนี้...ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันว่า ดูดีขึ้น...เธอก็เริ่มแปลกใจ เอ๊ะ!! ยาว่านชักมดลูกสรรพคุณมันเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงมีแต่คนร้องทักว่า ดี

...เธอจึงตัดสินใจชวนสามีลองไปฟังอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ ในวันนั้นที่ไปพบ คุณหมอก็มาบรรยายด้วยตัวเอง เราฟังแล้วตัวยามีประโยชน์หลายอย่าง จึงเปิดใจเข้าร่วมทำธุรกิจกับ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด

ซึ่ง บุญเลิศ-จิราวรรณ ได้บอกถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จว่า การทำงานเครือข่ายให้สำเร็จ เราต้องเริ่มต้นด้วยตัวเอง ด้วยการเอาสินค้าไปใช้เองก่อน เพื่อให้ทราบถึงคุณสมบัติจริง ๆ จากนั้นค่อยขยับขยายไปตามเพื่อนฝูง แล้วแต่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเขาที่ได้สัมผัสเอง แล้วผลักตัวเองเข้าไปสู่ระบบการอบรม เมื่อแน่นเรื่องอบรมก็สู่ประสบการณ์การเรียนรู้จากภาคสนามจริง เพื่อต่อยอดให้สมาชิกหรือสายงาน แล้วค่อย ๆ เดินก้าวสู่ความสำเร็จในที่สุด

ณ ปัจจุบัน บุญเลิศ - จิราวรรณ พำนักอยู่ที่ชายคาบ้าน หมอเส็ง ร่วมระยะเวลา 9 ปีกว่า ๆ เขาทั้งคู่มีสมาชิกใต้สายงานกว่า 50,000 คน ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และก็ใต้ ปัจจุบันทั้งคู่ก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุด นั่นคือ คุณวุฒิฉัตรเพชร มีรายได้แตะหลักล้านต่อเดือน
...สามารถสร้างความฝันในอดีต สร้างให้เป็นความจริงได้ในวันนี้
ด้วยการขยับขยายร้านวัสดุก่อสร้าง กลายเป็นอาณาจักรหลายคูหา กลายเป็นร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดประจำอำเภอ ภายใต้ชื่อร้าน ส.เกตุแก้ว
เป็นบ้านหลังงาม ๆ กลายเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่รายล้อมรอบตัว เพื่อไว้รองรับสมาชิกที่มาเยี่ยมเยือน...
พร้อมสร้างรีสอร์ทแสนสวย ให้กับลูกสาวสุดที่รักและหวงแหนไว้คอยดูแล

หมอเส็ง ทำให้เรามีชีวิตดีขึ้นทุกอย่าง ทั้งบ้าน รถ ที่ดิน ทรัพย์ทุกอย่างที่อยากได้ก็สามารถเนรมิตได้เหมือนดั่งฝัน และได้แปรเปลี่ยนความคิดมา ตกหลุมรัก ขายตรงอีกครั้ง และไม่จำเป็นต้องรักษายอดให้เปลืองเงินอีกต่อไป ความฝันความสำเร็จที่เป็นจริง สัมผัสได้ที่องค์กร หมอเส็ง หากคุณรักที่จะทำและตั้งใจจริง

ทีมงาน...จึงขอเปิดประตูบ้านในฝันหลังแรก เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายคูหา ที่ถูกสร้างมาด้วยเงินสด ชั้นแรกถูกจัดให้เป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ในแต่ละห้องถูกแบ่งออกเป็นโซน ๆ เพราะที่นี่จะขายทุกอย่างที่เป็นอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจะมาซื้อที่นี่ที่เดียวแล้วได้ของกลับไปครบมือ โซนถัดไป ก็จะเป็นพวกสีทาบ้านทุกชนิด พ่วงด้วยอุปกรณ์ครบครัน

เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้าน บุญเลิศ และ จิราวรรณ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้านหลังนี้มีสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย โดยลูกสาวคนเก่งเป็นสถาปนึก คือ นึกอะไรได้ก็ทำไป บ้านจึงถูกจัดแบบเรียบง่าย สบาย ๆ เหมาะกับโทนสีของบ้านที่เป็นสีสันมองดูแล้วสบายตา โล่ง โปร่ง และน่าอยู่เป็นยิ่งนัก

...ชะเง้อมองตรงไปที่ส่วนครัว ก็ถูกจัดไว้อย่างกว้างขวาง มีการจัดแยกเป็นสัดส่วน...แม่บ้านอย่าง จิราวรรณ จึงถือโอกาสแสดงฝีมือการทำอาหารของชาวเพชรบุรีแท้ ๆ มาให้ทีมงานได้ลองลิ้มชิมรส...

จิราวรรณ บอกกับเราเพิ่มว่า บ้านหลังนี้พึ่งสร้างมาได้ไม่กี่เดือนและเพิ่งจะขึ้นบ้านหลังใหม่ไปเมื่อตอนเมษายนที่ผ่านมาบ้านหลังนี้บางครั้งก็เอาไว้สำหรับให้สมาชิกที่มาเยี่ยมเยือนมาพักได้...

ส่วนชั้นสองของตัวบ้าน มุมหนึ่งถูกจัดไว้ให้ลูกสาวแปะรูปสวย ๆ ติดไว้ข้างฝาผนัง ไว้คอยอวดความสวยของลูกสาว และหลานชาย - หลานสาวสุดที่รัก ถูกจัดเป็นมุมเล็ก ๆ ไว้ดูเล่น เพราะถ้าหากขึ้นบันไดมา ก็จะเห็นรูปเรียงรายเด่นเป็นสง่าอยู่ที่มุมของบ้าน...และทุกจุดทุกมุมของบ้าน จะเห็นสัญลักษณ์สีแดง ๆ ไว้ทุกมุม ทำตามคำร้องทักของซินแสที่คอยทำพิธีให้กับ คุณหมอเส็ง ท่านก็จะบอกว่า จัดบ้านแบบไหน มุมไหน ดูที่ฮวงจุ๊ยว่าดีหรือไม่ดี พอเราได้ทำตามเคล็ดก็รู้สึกสบายใจ บ้านเราจึงอยู่กันอย่างร่มเย็น เป็นสุข สบายตา และสบายใจ...

...บริเวณชั้น 2 ยังถูกแบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับห้องนอนลูกสาวคนสวย และหลานชาย - หลานสาว คนละห้อง ส่วนห้องของสองตา - ยาย ก็อยู่เป็นห้องถัดไป และต่อมาก็จะเป็นระเบียงที่ให้สมาชิกมาจัดประชุม ทำกิจกรรมอะไรกันตรงนี้ได้ เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งก็เอื้อไว้ให้กับสมาชิก บุญเลิศ กล่าวเสริมว่า...เพราะจัดที่นี่ดีกว่าไปเสียเงินค่าเช่าโรงแรมให้เปลืองสตางค์ เรามาทำตรงนี้ จัดที่นี่ดีกว่า ประหยัดกว่ากันเยอะ

ถัดมาก็เป็นชั้นสามของตัวบ้าน ก็จะมีห้องโถง มองเข้าไปข้างใน ก็จะเป็นห้องพระ เพราะมีการอันเชิญพระเกจิดัง ๆ จากหลายที่มารวมไว้ในที่เดียวกัน...โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีทีมงานมาเยือน ก็จะพกเอาพระเกจิดัง ๆ มาฝากติดไม้ติดมือด้วยส่วนถัดไป ก็จะเป็นดาดฟ้าและมุมด้านหลังของบ้าน เหตุที่เลือกตรงนี้เพราะต้องการให้มองวิวด้านหลังของบ้าน ที่เป็นทิวเขาสวยงามมาก ๆ มีลมเอื่อย ๆ พัดโชยเย็นสบายชื่นใจ จิราวัณ กล่าวเสริมว่า...

สำหรับมุมนี้สร้างเอาไว้รับลมเย็นๆในช่วงที่เราทำงานมาเหนื่อยๆสามารถขึ้นมารับลมเย็นๆมานั่งเล่นมาจัดงานเลี้ยงหรือนอนดูดาว...ใครที่สนใจก็สามารถมาเที่ยวได้มีที่พักฟรีกินฟรีและได้ความรู้ดีๆจากผลิตภัณฑ์ หมอเส็ง กลับไปอีกด้วย

ท้ายสุดนี้ บุณเลิศ และ จิราวรรณ ยังฝากวลีงาม ๆ ทิ้งท้ายไว้เป็นข้อคิด หากใครที่ยังไม่มีงานทำหรือยังไม่ได้ลงทุนทำอะไรให้ลองเข้ามาศึกษาในธุรกิจขายตรงนี้ของ หมอเส็ง เพราะที่นี่ทุกคนประสบความสำเร็จได้ก็เริ่มต้นชีวิตมาจากรากหญ้าแค่เรามีความขยันซื่อสัตย์อดทนตรงนี้ถ้าใครอยากเดินเข้ามาเราพร้อมที่จะให้ความรู้กับทุกๆท่านแล้วเดินทางไปสู่ความสำเร็จพร้อมๆกัน