ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พญ.นลินี ไพบูลย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พญ.นลินี ไพบูลย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

พญ.นลินี-ภคพรรณ-อิทธิศักดิ์แนะรับมือAEC ชี้!โอกาสธุรกิจทุกประเทศความน่าสนใจต่างกัน








Capture (Mobile)

เปิดมุมมอง 3 แนวคิดแผนตั้งรับตลาดเออีซี...ด้าน พญ.นิลินี ค่าย กิฟฟารีน เชื่อขณะนี้ทุกประเทศ เริ่มพัฒนาธุรกิจบ้างแล้ว พร้อมระบุตลาดประเทศลาวโอกาสธุรกิจขายตรงสดใส...ส่วน ภคพรรณ ค่าย นู สกิน เผยตลาดขายตรงเวียดนามกฎหมายค่อนข้างเข้มงวด ชี้ธุรกิจจะแจ้งเกิดได้ ต้องมีจุดแข็งหลายๆ ด้านที่เพียงพอสนับสนุน...ด้าน อิทธิศักดิ์ แนะวันนี้จุดอ่อนของคนไทยสู่ตลาดอาเซียนเรื่องของภาษาควรให้ความสำคัญ


นับได้ว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี เรียกได้ว่าเริ่มใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว กระแสการตื่นตัวของตลาดเออีซี ก็ยังเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ ธุรกิจเช่นเดียวกัน...เช่นเดียวกับทางด้าน ค่าย กิฟฟารีน-นู สกิน-คังเซน เอง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 นี้ด้วย


...โดยทางด้าน พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้ให้ความเห็นว่า วันนี้ หากให้มองถึงการพัฒนาธุรกิจถือว่าเกือบทุกประเทศค่อนข้าง ที่จะตื่นตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น เพราะฉะนั้นในแง่ของประโยชน์ที่จะได้รับกับเออีซีมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่ว่าในแต่ละบริษัทนั้น มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการรวมตัวตรงนี้ น่าที่จะช่วยให้ภาพรวมของตลาดขายตรงมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


เห็นได้อย่างประเทศลาว ที่ทางกิฟฟารีน ได้เข้าไปทำตลาดนั้น พบว่าประเทศดังกล่าวค่อนข้างที่จะมีความเชื่อมั่นในสินค้าของไทยเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ธุรกิจขายตรง ยังถือว่าเป็นธุรกิจที่คนในประเทศลาวค่อนข้างที่จะตื่นเต้นเป็นอย่างมากด้วย โดยประเทศลาวนั้นถือว่ามีข้อดีตรงที่ว่า สามารถพูดภาษาไทยได้ สื่อสารกันรู้เรื่อง ส่วนกำลังซื้อนั้น ก็จะมีทั้งคนที่มีเงินและไม่มีเงินเลย ทั้งนี้ ทางกิฟฟารีนเอง มองว่าก็ยังมีโอกาส ขณะเดียวกัน การเข้มงวดในเรื่องของกฎหมายที่ประเทศลาว ถือว่าค่อนข้างที่จะเข้มงวดมากเช่นเดียวกัน


วันนี้ตลาดเออีซี ที่กำลังจะเปิดนั้น ขอให้มองเป็น 2 ประเด็นสำหรับตัวแทนจำหน่าย คือ ประเด็นแรก วันนี้เออีซี จะเปิดแล้วขอให้มองใน 2 ประเด็นสำหรับตัวแทนจำหน่าย คือ ประเด็นแรก ในฐานะที่เราตั้งรับอยู่ที่ประเทศไทย สิ่งแรกคือ คนที่จะเข้ามาในประเทศ รวมถึงธุรกิจที่จะเข้ามาในประเทศ เขาอาจจะเข้ามาประกอบอาชีพหลาย ๆ อย่างในประเทศไทย ซึ่งทุกคนที่เข้ามานั้น ก็คือ ผู้ที่มุ่งหวัง เราเองต้องมีความเข้าใจด้วยว่า เราจะมีการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้อย่างไร ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษากลาง คือ ภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องสื่อสารได้ดีด้วย ประเด็นที่สอง การพัฒนาบุคลากรให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น ทั้งการรู้เขารู้เราในการทำตลาด ซึ่งการเตรียมความพร้อม คือ ต้องเข้าใจในพฤติกรรมของคนแต่ละประเทศด้วย รวมถึงต้องมีการปรับตัวให้ทัน


...เช่นเดียวกับทางด้าน ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม เผยว่า กระแสของตลาดเออีซี ช่วงนี้ถือว่าค่อนข้างฮอตฮิตอย่างมาก ซึ่งต้องบอกว่าคนจำนวน 70 กว่าล้านคนในประเทศไทยถือว่าค่อนข้างใหญ่แล้ว แต่ตอนนี้เราไม่มองเพียงแค่ 70 ล้านคนเท่านั้น แต่จะมองคนถึง 600 ล้านคนเลยทีเดียว ในจำนวน 10 ประเทศ ซึ่งวันนี้ตลาดขายตรง ถ้าคนเยอะขึ้นตลาดเครือข่ายก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ที่สำคัญมองว่าตลาดเออีซีนั้น จะเป็นการช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองของอุตสาห กรรมในการทำตลาดที่จะเติบโตอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน


สำหรับประเทศเวียดนาม ที่นู สกิน เข้าไปนั้น ถือว่าใช้ระยะเวลา 2 ปีกว่าที่จะเปิดได้ ประชากรที่ประเทศเวียดนามมีอยู่ 92 ล้านคน ถือว่าเป็นโอกาสที่น่าสดใสมาก อีกทั้งยังพบอีกว่า ประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศนี้ 25-50 ปี อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งคนที่นี้ค่อนข้างที่จะมีการตื่นเต้นอย่างมากสำหรับธุรกิจขายตรง โดยปัจจุบันบริษัทขายตรงที่เวียดนามนั้นมีทั้งหมด 88 บริษัทด้วยกัน โดยเป็นบริษัทของนักธุรกิจเวียดนามประมาณ 80% ส่วนบริษัทต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 20%


วันนี้การเตรียมความพร้อมกับตลาดเออีซีนั้น ต้องมองในหลาย ๆ ด้าน ในการเตรียมทีมผู้จำหน่าย โดยต้องดูว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเมือง กฎหมายขายตรงในประเทศที่เข้าไปนั้น มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ต้องรู้เขารู้เราในการทำธุรกิจ ต้องมีการวิเคราะห์ลูกค้าให้เจอด้วยว่าเป็นกลุ่มไหน พร้อมกันนี้ ต้องมีการวิเคราะห์บริษัท เราเองด้วยว่ามีจุดดีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไรบ้าง รวมถึงต้องเพิ่มศักยภาพบริษัทตัวเองด้วย


ภคพรรณ เผยต่ออีกว่า สำหรับความพร้อมของผู้ประกอบการนั้น ต้องบอกว่า เมื่อทุกโอกาสมาถึงแล้ว ต้องรีบคว้าเอาไว้ แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าเรานั้นมีการเตรียมความพร้อมไว้ขนาดไหน ซึ่งหากเตรียมความพร้อมดี โอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตก็ดีด้วย แต่ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจขายตรงเอง ก็ต้องใช้ระยะเวลานานด้วยเช่นกัน และอยากที่จะฝากว่าทุกทีนั้นถือว่ามีโอกาสโดยเฉพาะในประเทศไทย ขอให้ทำในประเทศให้เข้มแข็งก่อนแล้ว เชื่อว่าทุกอย่างก็จะขยายตัวดีตามลำดับด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ ต้องทำธุรกิจที่ถูกต้องด้วย


...ด้าน อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับตลาดอาเซียนต่อธุรกิจขายตรงอีกด้วยว่า ขณะนี้ตลาดอาเซียนทุกประเทศที่จะเข้าไปถือว่าเป็นโอกาส


สำหรับผู้ประกอบการทุกคนในเรื่องของการรวมตัว การขยายธุรกิจ รวมถึงการขยายโอกาส


เช่นเดียวกับ ตลาดอินโด นีเซีย ที่ขณะนี้ ทางคังเซนฯ เอง ได้เข้าไปทำตลาดแล้วเป็นปีที่ 16 ซึ่งถือว่าค่อนข้างที่จะใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าที่จะเข้าไปในประเทศอินโดนีเซียได้ ซึ่งที่นี่มีศักยภาพสูงมาก โดยจะเป็นในเรื่องของจำนวนประชากร ถึงแม้ว่ารายได้ต่อหัวอาจจะยังไม่สูงมากนัก แต่พบว่าพฤติกรรมการบริโภคของที่นี้ค่อนข้างดี รวมถึงคนยังให้ความสนใจในธุรกิจขายตรงดีอย่างมากด้วย


อิทธิศักดิ์ เสริมต่อว่า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการที่จะเข้าสู่ตลาดอาเซียนนั้น คือ ในเรื่องของภาษา ที่ถือเป็นจุดอ่อนของคนไทย ที่จำเป็นจะต้องเรียนรู้ แต่ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งข้อดีของประเทศไทยนั่นก็คือ จะเป็นในเรื่องของสินค้า โดยในแต่ละประเทศไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เป็นต้น ต่างมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทยเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การตลาดจึงง่ายขึ้น


นอกจากนี้ อิทธิศักดิ์ ยังฝากถึงทางภาครัฐอีกว่า ขอให้ภาครัฐสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจขายตรงให้มากขึ้น ซึ่งหากมองในความเป็นจริงแล้วจะพบว่า ในการเข้าสู่ตลาดเออีซีนั้น จะต้องมีการเตรียมความพร้อม ที่สำคัญ ควรมีในเรื่องของการผ่อนปรนภาษี และเชื่อว่าภาครัฐน่าที่จะช่วยสนับสนุนสินค้าดีที่เรามีไปสู่ตลาดต่างประเทศได้แน่นอน เพราะขณะนี้ ภาครัฐถือว่าเป็นกลไกหลักที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจนั่นเอง


...นับได้ว่า วันนี้ การที่จะเข้า ไปสู่ตลาดเออีซีได้นั้น เรื่องของความพร้อมทั้งในส่วนของประกอบการเอง หรือแม้กระทั่งตัวนักธุรกิจเองก็ต้องมีความพร้อมอย่างมากเช่นกัน อีกทั้งในเรื่องของภาษา ยังถือว่ามีผลที่สำคัญในการสื่อสารกับนานาชาติที่ร่วมลงทุนด้วย เพราะหากสื่อสารรู้เรื่อง อนาคตของธุรกิจที่เข้าไปทำก็ย่อมสดใสด้วยเช่นกัน





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน สานฝันเยาวชนไทย มอบทุนการศึกษามูลค่ากว่า1.6 ล้านบาท







GFR 06.07.13 (377)777777_1 (Mobile)


เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความรู้และความคิดทางปัญญา แต่ยังมีเด็กและเยาวชนไทยอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน กิฟฟารีนเล็งเห็นความสำคัญ จึงจัดตั้ง "กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา" กองทุนที่สนับสนุนโอกาสทางการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าแก่เด็กกำพร้าให้ได้เล่าเรียนสูงสุดตามความสามารถ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 17 ปี จนถึงปัจจุบันรวมเป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท โดยในปีนี้ พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ให้เกียรติมอบทุนการศึกษาประจำปี 2556 ให้แก่นักเรียนใน กองทุนมงคล ปิยะสุพรรณกัลยา จำนวน 70 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีโอกาสทางการศึกษาที่ก้าวไกล และประกอบอาชีพในอนาคตตามที่ใฝ่ฝันจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงให้เกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ อาคารสิริพิชชา ถ.พระราม 6จากนั้นได้จัดกิจกรรมพาน้องๆ เข้าชมภาพยนตร์แอนนิเมชั่น 3D เรื่อง Despicabel Me 2 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด 2 ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema สาขา Central World งานนี้จึงเต็มอิ่มไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่นและประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบตลอดทั้งวัน


[gallery columns="2" ids="18531,18532,18533,18534"]

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ดีดยอดพุ่งโตเพิ่ม7.01% เล็งเป้าหมาย 6,500 ล้าน ! เขย่าตลาดปี56








กิฟฟารีนโชว์ตัวเลขเติบโตสำหรับปี 2555 ที่รับทรัพย์ทะลักกระเป๋า!!หลังปิดบัญชียอดขายได้สูงถึง 5,878 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 7.01 % ทั้งเตรียมเดินหน้าเขย่าตลาดปีมะเส็งเต็มพิกัดศึกตอกย้ำ 4 กลยุทธ์หลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตั้งเป้าโตเพิ่มอีก 7% หวังคว้ายอดขาย 6,500 ล้านบาทในปีนี้พร้อมเสริมทัพช่องทาง กิฟฟารีน แชนเนล เพิ่มความหลากหลาย โชว์สดแบบเรียลไทม์ (Real time) บนอินเตอร์เน็ต


พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยถึงผลประกอบการในปี 2555 ว่าการเติบโตของกิฟฟารีนในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจโดยสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้มากถึง 7.01% หรือคิดเป็นตัวเลขยอดขายโดยรวมในระดับ 5,878 ล้านบาท ซึ่งคาดเคลื่อนไปจากดกเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 6,000 ล้านบาท อันเนื่องมาจากผลพวงจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงในช่วงปลายปี 2554 ที่ทำให้สายการผลิตที่โรงงานได้ราบผลกระทบ จึงมีผลต่อยอดขายในไตรมาสแรก แต่ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดและแคมเปญต่างๆในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้สามารถตีตื้นยอดขายขึ้นได้


สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมในปี 2556 นี้ กิฟฟารีนตั้งเป้าไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยนโยบายหลักจะเน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ผ่านเครื่องมือทางการตลาดอย่าง กิฟฟารีน แชนเนล ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมายใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆตลอดจนการตอบแทนผลกำไรคืนสู่สมาชิกในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้น อาทิ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น (Fantastic Japan Awards) การมอบรางวัลทางธุรกิจ (Unilevel Awards) เป็นต้น


ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวเสริมถึงแผนการตลาดในปี 2556 ว่า การตลาดในปีนี้ จะเน้นหนักใน 4 กลยุทธ์เป็นสำคัญ ได้แก่ การฝึกอบรม (Training) แบ่งเป็นการอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการอบรมด้านธุรกิจ ที่มีการพัฒนาบุคลากรและหลักสูตรให้เข้าใจง่าย มีความทันสมัย เพื่อให้นักธุรกิจนำไปขยายงานได้ง่ายขึ้น การประชาสัมพันธ์และการใช้เครื่องมือทางการตลาดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มเครื่องมือที่ช่วยในการขยายช่องทางการตลาดมากขึ้น การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยบริษัทได้วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือน มีนาคมและกันยายน ที่จะถึงนี้ และสุดท้ายในส่วนของกิฟฟารีนแชนแนล ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกกิฟฟารีนกว่าแสนหลังคาเรือน รวมทั้งในปีนี้จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้ชมทั่วไป โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งเนื้อหาสาระและความบันเทิงแบบครบครัน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน-Giffarine : ฉลองยอด16ปี50,000ล้าน เดินเครื่องอัดแคมเปญสร้างยอดสิ้นปี


กิฟฟารีน เผยความสำเร็จธุรกิจ พร้อมฉลองยอดขาย 16 ปี 50,000 ล้าน...ล่าสุดจัดแคมเปญสุดพิเศษ Big Gifts Big Celebration แทนคำขอบคุณสมาชิก พร้อมงัดกลยุทธ์ CRM ด้วยบัตร Gifts Club บัตรสะสมคะแนนแบบใหม่เอาใจนักช้อป รับเทศกาลของขวัญวันปีใหม่ สร้างความคึกคัก เผยต้นปีหน้าเตรียมเร่งเครื่องขยายสาขาอินโดนีเซีย พร้อมมั่นใจเป้า 6,000 ล้านสิ้นปีไม่ใช่เรื่องยาก

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 16 ปี ที่กิฟฟารีน ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น กิฟฟารีนได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพรวม 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 รายการเพื่อผู้บริโภคชาวไทยตลอดมา พร้อมทั้งยังมอบโอกาสทางธุรกิจให้กับคนไทยอย่างแท้จริง ทำให้มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจกิฟฟารีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันกิฟฟารีนมีนักธุรกิจกว่า 50,000 รหัส และสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 6.3 ล้านรหัส ที่เป็นกำลังสำคัญ ในการผลักดันให้วันนี้กิฟฟารีนมียอดขายรวม 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
ที่สำคัญ หากจะมองถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของ กิฟฟารีนนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ที่ในวันนี้มีผลิต ภัณฑ์ที่โดดเด่น และสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาอันสั้น ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของ กิฟฟารีนในปีนี้ มีทั้ง เครื่องดื่มอะบาโลน คอลลาเจน เครื่องดื่มกลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี และชุดผลิตภัณฑ์เอดดัลไวส์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใส โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ขายดีที่สุด ของกิฟฟารีนขณะนี้
ส่วนกิจกรรมเฉลิมฉลองยอดขาย 50,000 ล้านบาท ทางกิฟฟารีนได้เปิดโอกาสให้นักธุรกิจ กิฟฟารีน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ด้วยการชนแก้วดื่มน้ำทับทิมเฉลิมฉลองทุกศูนย์ธุรกิจพร้อมกันทั่วประเทศ และบันทึกภาพ ถ่ายเหตุการณ์ครั้งนี้ลงในหนังสือ บ้านสีฟ้า 50,000 ล้าน เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จร่วมกันในครั้งนี้

พญ.นลินี กล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายยอดขายของบริษัทฯ ในสิ้นปีนี้ คาดว่าน่าที่จะถึง 6,000 ล้านบาทแน่นอน เนื่องจากในปีนี้เป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้ 5,000 ล้านบาท ได้ทะลุเป้าหมายไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผลพวงมาจาก ปีนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องของวิกฤติน้ำท่วมเหมือนปีที่ผ่านมานั่นเอง ส่วนเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทนั้น บริษัทฯ คงต้องรอดูก่อน เนื่องจากประเทศไทยยังมีปัจจัยลบหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่นิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความไม่นิ่งทางการเมือง ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหากถ้าไม่มี 2 ประเด็นนี้ ทาง บริษัทฯ เอง เชื่อว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไม่น่าที่จะเกินเอื้อมแน่นอน

ส่วนแผนธุรกิจปีหน้านั้น กิฟฟารีน มีแผนที่จะลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิต ภัณฑ์ใหม่ด้วยการทุ่มงบ 30 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายเติบโต 10% นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีหน้าจะเข้าไปทำตลาดในอินโดนีเซีย จากปัจจุบันเข้าไปทำตลาดในลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซียแล้ว และส่งผลทำให้มีรายได้จากต่างประเทศในปีนี้อยู่ที่ 150 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้กิฟฟารีน มียอดขายเติบโตในตลาดต่างประเทศถึง 150 ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เติบโตอย่างมาก ในแต่ละประเทศที่กิฟฟารีนเข้าไปทำตลาด โดยประเทศ ที่เติบโตอย่างมากของกิฟฟารีนอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผู้ที่ซื้อไลเซ่นของบริษัทเข้าไปทำค่อนข้างมากนั่นเอง จึงทำให้ยอดขายในมาเลเซียของกิฟฟารีนค่อนข้างเยอะ

พญ.นลินี กล่าวต่อว่า วันนี้ในเรื่องของคู่แข่งในต่างประเทศนั้น บริษัทฯ มองว่า คงไม่มีปัญหา และสินค้าไม่ไปชนกับค่ายอื่นแน่นอน เนื่องจากคู่แข่งของกิฟฟารีนจะเป็นในส่วนของเคาน์เตอร์แบรนด์มากกว่า พร้อมกับเชื่อว่า หากมีการเปิดตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ สัดส่วนยอดขายของบริษัทก็น่าที่จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนในเรื่องของกำลังการผลิต ขณะนี้นั้น กิฟฟารีน ก็มีการเตรียมความพร้อม สำหรับกำลังการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า จุดแข็งของกิฟฟารีนในการสร้างแบรนด์นั้น จะมีความโดดเด่น ตรงที่เน้นแบรนด์ของซีอีโอ ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งในเรื่องของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มนักธุรกิจอิสระและผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้กิฟารีน ยังมีการใช้สื่อ และช่องทางในการสื่อสารที่มีการพัฒนาตลอดเวลา เช่น กิฟฟารีนเดลิเวอร์รี่ กิฟฟารีน เฟสบุ๊คแฟนเพจ เว็บไซต์กิฟฟารีนไทยแลนด์ ตลอดจนสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมกิฟฟารีนแชนแนล เพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยจะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจและผู้บริโภค ให้สามารถขยายงานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมพิเศษทางการตลาดช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองยอดขาย 50,000 ล้านบาทนั้น นายพงศ์พสุ เผยว่า ขณะนี้กิฟฟารีนได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ Big Gifts Big Celebration แทนคำขอบคุณสมาชิก ที่ซื้อสินค้าด้วยรางวัลสุดพิเศษมากมาย นอกจากนี้ ยังขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ชุดผลิตภัณฑ์เอดดัลไวส์ ชุดกิฟฟารีนกลามอรัสบิวตี้ เป็นต้น พร้อมจัดแคมเปญเทศกาลของขวัญวันปีใหม่ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายในช่วงท้ายปี ให้ทะลุเป้า 6,000 ล้านบาทที่วางไว้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังใช้กลยุทธ์ CRM (การบริหารลูกค้าสัมพันธ์) ด้วยบัตร Gifts Club บัตรสะสมคะแนนแบบใหม่จากกิฟฟารีน ที่พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิกได้คุ้มค่าทุกการจับจ่าย โดยเริ่มเปิดรับสมัครเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีสมาชิกกิฟฟารีนให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากกว่า 30,000 คน
พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายชนิดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6 ล้านรหัส ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่าย ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศ 18 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกด้วย


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน16ปีฉลอง5หมื่นล้าน คืน2.4หมื่นล้านหลายแสนบาท








 


หมอต้อย เตรียม ฉลองความสำเร็จ กิฟฟารีน ครั้งใหญ่ หลังดำเนินการ ครบ 16 ปีพบยอดรวมสูง ทะลุ 50,000 ล้านบาท มอบ รายได้คืน นักขาย หลาย แสนครอบครัวเป็นมูลค่า กว่า 24,000 ล้านบาท ด้วย สินค้าคุณภาพกว่า 2,000รายการ ยันสิ้นปียอดขายแตะ 6,000 ล้าน บาทตามเป้าหมายแน่นอน
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธาน กรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้เปิดแถลงข่าวความสำเร็จของบริษัท เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า หลัง จากกิฟฟารีนเปิดดาเนินธุรกิจเครือข่าย ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมาเป็น ระยะเวลามากกว่า 16 ปี (พ.ศ.2539-2555) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพกว่า 2,000 รายการ ออกสู่ครัวเรือนไทยตลอดมา นั้น ล่าสุดมีนักธุรกิจที่ประสบความสาเร็จจาก ธุรกิจกิฟฟารีนเป็นจานวนมาก ทำให้วันนี้ กิฟฟารีนมีผลประกอบการรวม 50,000 ล้าน บาท และมอบรายได้คืนสู่นักธุรกิจหลายแสน ครอบครัวเป็นมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท
ประธานกรรมการกิฟฟารีนฯ กล่าว ว่า ถือเป็นก้าวย่างของความสำเร็จแห่งความ ภาคภูมิใจครั้งประวัติศาสตร์ในโอกาสนี้ จะมี การฉลองผลประกอบการ 50,000 ล้านบาท ด้วย ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปี 2555 นี้ยอดขายรวม ประมาณ 6,000 ล้านบาท ด้วยแบ รนด์กิฟฟารีนได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนัก ธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กิฟฟารีนได้เปิดเผยข้อมูลบริษัทว่า กิฟฟารีนมี ศูนย์ธุรกิจทั่วโลกกว่า 150 สาขา ตั้งอยู่ใน ประเทศไทย รวม 112 สาขา และมียอด จำหน่ายตลอดระยะเวลา 16 ปี (ณ เดือน สิงหาคม 2555) ของการดำเนินธุรกิจรวม 45,234 ล้านบาท และมีสมาชิกกิฟฟารีน ทั้งสิ้น 6,000,000 รหัส โดยมอบเงินปันผล และรายได้อื่นๆ ให้แก่นักธุรกิจกิฟฟารีนไป แล้วกว่า 20,700 ล้านบาท
จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ทราบว่า อีก 3 เดือนต่อมาก่อนสิ้นปี 2555 นี้ กิฟฟารีน สามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง และสรุปตัวเลขรวมสูงขึ้นอีกเกือบ 5,000 ล้านบาท จากเดิม 45,234 ล้านบาท และมอบ รายได้คืนนักธุรกิจกิฟฟารีนโดยรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามความสำเร็จของ กิฟฟารีนครั้งนี้ มาจากการขยายงานทั้งทาง ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายพื้นที่การ ตลาดออกต่างประเทศอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ กิฟฟารีนได้ไปลงทุนการดำเนินธุรกิจใน ส.ป.ป.ลาวกว่า 6,250 ล้านกีบ (25 ล้านบาท) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าไปจำหน่ายได้ผ่านการ จดทะเบียนการค้าและได้รับการรับรอง อย. กระทรวงสาธารณะสุขของ ส.ป.ป.ลาว เรียบร้อยแล้วจำนวน 150 รายการ และยังนำ ผลิตภัณฑ์หลักของกิฟฟารีนที่ได้รับความ นิยมสูงสุดในเวลานี้อย่างเครื่องสำอางกลุ่ม ทันสมัยเทนชิ เครื่องดื่มอะบาโลน คอลลาเจน ไปร่วมจำหน่ายด้วย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน จัดงานครบรอบก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่








 


บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด นำโดย พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นพ. จักรพงศ์ ไพบูลย์ และ พญ.ใจทิพย์ ไพบูลย์ จัดงานครบรอบก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปท์ Champs of the Champs มอบรางวัลรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น E250 ให้แก่นักธุรกิจระดับสูงสุด ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่กว่า 10 รายการและมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา เมื่อเร็ว ๆ นี้

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : จัดงานครบรอบก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่


บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด นำโดย พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นพ. จักรพงศ์ ไพบูลย์ และ พญ.ใจทิพย์ ไพบูลย์ จัดงานครบรอบก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปท์ Champs of the Champs มอบรางวัลรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น E250 ให้แก่นักธุรกิจระดับสูงสุด ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่กว่า 10 รายการและมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา เมื่อเร็ว ๆ นี้

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ลั่นแชมป์ MLM แบรนด์ไทย ฉลองย่าง 17 ปีเปิดสินค้าพรีเมี่ยม 10 ตัว



กิฟฟารีน ฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก้าวสู่ปีที่ 17 ภายใต้แนวคิด Giffarine Champs of the Champs กิฟฟารีน ก้าวนำอย่างแตกต่างในทุกมิติ


ตอกย้ำความเป็นแชมป์ขายตรงแบรนด์ไทย จัดพิธีประดับเข็มเกียติยศ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดยอดนวัตกรรม ประกาศไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด เรือเอกสุรินทร์ ฉวีวรรณ ลอยสูง- สมบุญ ธัญชนก แดงรอด ท่วมกลาง สมาชิก กว่า 18,000 คน


พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของกิฟฟารีนที่เกิดขึ้นตลอด 16 ปีที่ผ่านมา เป็นผลให้กิฟฟารีนก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ไทยอันดับหนึ่ง ในธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM) โดยมีจุดแข็งอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งผ่านการวิจัยแล้วนำมาพัฒนาอย่างเหนือชั้นภายใต้การผลิตสุดยอดนวัตกรรมที่เต็มไปด้วยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจและผู้บริโภคจำนวนมาก พร้อมไปกับการขยายเครือข่ายนักธุรกิจ ด้วยการสร้างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี

เราเป็นบริษัทแม่ที่คอยดูแลและช่วยเหลือสนับสนุนนักธุรกิจทุกท่านที่เข้ามา ให้ทุกคนเป็นเจ้าของกิฟฟารีน ทุกคนเป็นเจ้าของบริษัทลูกที่สง่างาม งานของบริษัทลูกก็คือสานต่อไปสร้างความรู้สึกนี้และไปชวนคนมาร่วมกันอยู่ในทีมงานอยู่ในเครือข่ายและอยู่ในสายงาน ในฐานะเจ้าของกิฟฟารีนและในฐานะเจ้าของบริษัทเช่นเดียวกัน พญ.นลินีกล่าว และว่า
สำหรับแนวทางการเป็นแชมป์นั้นทุกคนที่จะประสบความสำเร็จหรือคนที่จะได้รับชัยชนะในธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีน ต้องยึดถือการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันประกอบด้วย 3 แนวทาง เริ่มจากต้องมีวิธีคิดที่ถูกต้อง ต้องมีวิธีการที่ถูกต้องและต้องมีแรงบัลดาลใจอยู่สม่ำเสมอรวมถึงการมีวินัยในการทำงานด้วย

ทั้งนี้กิฟฟารีนได้จัดงาน Giffarine Champs of the Champs : กิฟฟารีน ก้าวนำอย่างแตกต่างในทุกมิติ เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน ภายในงานมีการเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของสองผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด เรือเอกสุรินทร์ คุณฉวีวรรณ ลอยสูง และ คุณสมบุญ คุณธัญชนก แดงรอด พร้อมทั้งพิธีประดับเข็มเกียรติยศผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง

และมีการเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Sales Contest ครั้งที่ 10 และผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Fantastic Beijing Awards 2012 ผู้ชนะการแข่งขันท่องเที่ยวประเทศยุโรป (เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรีย) และผู้ชนะการแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งเปิดตัวการแข่งขันสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Giffarine Fantastic Kyoto-Osaka Awards และ Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศฮ่องกงด้วย
นอกจากนั้นยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมี่ยมว่า 10 รายการ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เอดดัลไวส์ (Edelweiss) สกัดจากดอกไม้สีขาวแสนสวยบนเทือกเขาแอลป์และหมู่พืชพรรณธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของสารที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใสแลดูสุขภาพดี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาร์ทิโชก แดนดี กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน ไฮยา ซีรั่ม อินเทนซ์ ฟอร์มูล่า และกิฟฟารีน กลามอรัส วันเดอร์ไลท์ คอนซีลเลอร์ คิท เซ็ท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ตอกย้ำความสำเร็จก้าวสู่ปีที่17 จัดงานยิ่งใหญ่โชว์ความแตกต่างในทุกมิติ


กิฟฟารีน จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จก้าวสู่ปีที่ 17 พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการด้าน พญ. นลินี ประกาศลั่นฮอลล์ ที่กิฟฟารีนประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ได้เพราะสมาชิก กิฟฟารีนทุกคนที่ช่วยกันสร้าง พร้อมแนะคนที่จะสำเร็จในธุรกิจได้ต้องยึดหลัก 3 แนวทาง


...ออกตัวแรงกระทุ้งธุรกิจขายตรงให้คึกคักอีกแล้ว สำหรับขายตรงพันธุ์ไทยอย่าง กิฟฟารีน ที่ล่าสุดได้จัดงาน ฉลองความสำเร็จของธุรกิจในช่วงตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับการก้าวสู่ปีที่ 17 โดยงานนี้นอกเหนือจากจะเป็นการจัดงานเพื่อตอกย้ำความสำเร็จแล้ว ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมี่ยมว่า 10 รายการอีกด้วย ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจกิฟฟารีนในครั้งนี้นั้น พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีผ่านนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 18,000 คน ว่าความสำเร็จตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ผ่านมาของ กิฟฟารีน ที่เกิดขึ้นได้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกกิฟฟารีน ทุกคน ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง


วันนี้ต้องบอกว่ากิฟฟารีนเองได้สร้างองค์กรเครือข่ายที่เรียกว่าเป็นองค์กรเครือข่ายผู้ที่ใช้สินค้าที่แท้จริง โดยตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ตนเองตระหนักดีว่ากำลังก้าวเดินไปบนเส้นทางที่จะทำให้คนไทยทุกคนนั้นได้มีโอกาสเป็นเจ้าของโอกาสในสิ่งที่ตนเองสร้าง และได้มีโอกาสสร้างในสิ่งที่เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นภาพที่เราสร้างในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็เสมือนว่าบริษัทกิฟฟารีนจะเปรียบเสมือนเป็นบริษัทแม่ ผู้ที่จะคอยดูแลและสนับสนุนนักธุรกิจทุกท่าน ที่เมื่อก้าวเข้ามาแล้ว ทุกคนคือเจ้าของกิฟฟารีน ทุกคนคือเจ้าของบริษัทลูกที่สง่างาม โดยงานของบริษัทลูกก็คือ การสานต่อ สร้างความรู้สึกนี้และเชิญคนมาร่วมกันอยู่ในทีมงาน อยู่ในเครือข่าย และอยู่ในสายงานในฐานะเจ้าของ กิฟฟารีนและในฐานะเจ้าของบริษัทเช่นเดียวกัน


พญ. นลินี ยังกล่าวต่ออีกว่า วันนี้คนที่จะเป็นแชมป์และจะประสบความสำเร็จคนที่จะได้รับชัยชนะจากเครือข่าย กิฟฟารีนได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. มีวิธีคิดที่ถูกต้อง เพราะคนที่จะเป็นแชมป์นั้นจะต้องก้าวไปข้างหน้า และพร้อมที่จะให้คนที่อยู่ข้างหลัง เดินตามด้วยความศรัทธา ด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจ และสานต่อจากความคิดทั้งหมดที่มี เพราะฉะนั้นภาวะผู้นำควรที่จะต้องสร้างอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง 2. วิธีการทำงานในธุรกิจเครือข่ายที่ถูกต้อง ที่จำเป็นจะต้องมีความชัดเจนและสามารถส่งต่อให้กับเครือข่ายที่ทำได้ และ3. ต้องเป็นคนที่มีแรงบันดาลใจที่จะทำธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีวินัยในการทำงาน


วันนี้กิฟฟารีนได้ตระหนักดีว่า สิ่งที่ทุกท่านได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว สิ่งแรกที่ทุกคนต้องการคือ การมีรายได้ที่ดีในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงต้องมีรายได้ที่มั่นคงในระยะเวลาที่ยาวนานด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อทุกท่านได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ทุกสิ่งที่ท่านสร้าง จะเป็นสิ่งที่สามารถส่งต่อให้กับคนที่ท่านรักได้อย่างแท้จริงในอนาคต และสิ่งที่จะช่วยสร้างให้ทุกคนทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบสนับสนุนที่แข็งแรงด้วยเช่นกัน อย่างเช่นที่กิฟฟารีนก็ได้มีเครื่องมือที่จะนำพาทุกคนให้ทำงานง่ายขึ้นนั่นก็คือ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ชื่อ กิฟฟารีน แชนแนล นั่นเอง ที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสนับสนุนแผนการทำตลาดของกิฟฟารีน วันนี้และในอนาคต


...เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคำกล่าวที่ทาง พญ. นลินี ไพบูลย์ ได้ประกาศพร้อมที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคน ด้วยเครื่องมือสนับสนุนทางธุรกิจที่ทางหมอต้อยได้กล่าวไว้นั่นเอง...


ซึ่งในงานฉลองความสำเร็จของ กิฟฟารีน ในครั้งนี้นั้น กิฟฟารีน เอง ยังได้จัดให้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมี่ยมว่า 10 รายการ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่ทางกิฟฟารีนขอนำเสนอคือ ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เอดดัลไวส์ ที่จะช่วยใน
การฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใส แลดูสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ผลิต ภัณฑ์เสริมอาหาร อาร์ทิโชก แดนดี, กิฟฟารีน อะบาโลน


คอลลาเจน ไฮยา ซีรั่ม อินเทนซ์ ฟอร์มูล่า และกิฟฟารีน กลามอรัส วันเดอร์ไลท์ คอนซีลเลอร์ คิท เซ็ท
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ ที่สำคัญของงานฉลองความสำเร็จของกิฟฟารีนในปีนี้นั้นก็คือ การเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ 2 ผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด คือ เรือเอกสุรินทร์-คุณฉวีวรรณ ลอยสูง และ คุณสมบุญ-คุณธัญชนก แดงรอด พร้อมกับการมอบรถเบนซ์ E250 จำนวน 2 คัน ให้กับ 2 ผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์อีกด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น กิฟฟารีน เอง ยังได้เปิดตัวผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Sales Contest ครั้งที่ 10 ผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Fantastic Beijing Awards 2012 ผู้ชนะการแข่งขันท่องเที่ยวประเทศยุโรป (เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรีย) และผู้ชนะการแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งเปิดตัวการแข่งขันสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Giffarine Fantastic Kyoto-Osaka Awards และ Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศฮ่องกง


พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้ายต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายชนิดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6 ล้านรหัส โดยปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวม 49,045 ล้านบาท และตอบแทนเป็นรายได้กลับคืนสู่ครอบครัวไทยหลายแสนครอบครัวไปแล้วกว่า 24,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 112 สาขา และต่างประเทศ 18 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จึงเชื่อว่าด้วยความพร้อมในหลาย ๆ ด้านที่บริษัทฯ มีน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้นักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคนประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่329 ประจำวันที่1 - 15 ตุลาคม 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) : เป้า 10,000 ล้าน ยังห่างไกล เตรียมแผนเชิงรุก - ตั้งรับโครงสร้างอาเซียน (AEC)


กิฟฟารีน แจงยอดขายครึ่งปีโตแค่ 7% ต้นเหตุเพราะน้ำท่วมหนักปลายปีตรึงทุกอย่างชะงักงันแต่เป้าสิ้นปียังคาดหวังโตที่ 10% เช่นเดิม...ยืนกรานทำธุรกิจอย่าอิงฝันไกลเป้า 10,000 ล้าน.ยังอยู่ไกลเกินเอื้อม...เตรียมแผนการผลิตล่วงหน้าหากเจอน้ำท่วมอีกรอบอาจไม่สะดุดเฉกเช่นที่ผ่านมา

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ถึงยอดขายในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาและเป้าก่อนสิ้นปีว่า หลังจากที่โรงงานโดนน้ำท่วมมาอย่างหนัก เราก็พยายามที่จะทำโรงงานของเราให้สามารถรันได้เต็มที่ 100% เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าควันหลงที่มาหลังจากน้ำท่วม นั่นก็คือ ในช่วงของไตรมาสแรกของปีนี้ ยังมีสินค้าหลายรายการเหมือนกันที่เราขาด เพราะว่ามันหยุดพักการทำงานไปร่วม 1 เดือนครึ่ง ถึงแม้ว่าจะทำการผลิตที่ชั้น 2 ได้บ้าง แต่ว่าสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ ก็ต้องทำการผลิตชั้นล่าง ซึ่งเป็นผลให้การผลิตสินค้านับตั้งแต่ เดือนมกราคม มีนาคม เรามีสินค้าประมาณ 80% ที่ขาดยังไม่สามารถดำเนินการได้ คงเหลือประมาณ 20% เริ่มแก้ปัญหาได้ภายในสิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา

เมื่อเจอกับภาวะดังกล่าว บริษัทจึงเพิ่มกลยุทธ์ด้วยการแจก Gift Voucher ให้กับลูกค้ารายใหม่ ๆ นั่นก็หมายความว่า ให้นักธุรกิจของเราซื้อ Gift Voucher ไปเป็นของขวัญและนำมาแลกสินค้าได้ในไตรมาสแรก เพราะความฉุกละหุกในไตรมาสแรกยังมีอยู่ แต่ว่าทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อย และในไตรมาสที่ 2 ค่าเฉลี่ยของผลประกอบการในเดือนที่แล้วกับเดือนนี้ ต้องบอกว่าดีมากเลย คือในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว เอาตัวเลขครึ่งปีของปีที่แล้ว นำมาเทียบกับครึ่งปีของปีนี้ โดยตัวเลขที่ออกมาโตกว่าของปีที่แล้วโตถึง 13% แต่อาจจะมีช่วงชะงักในไตรมาสแรกอย่างที่กล่าวให้ทราบในเบื้องต้น ก็เลยทำให้ผลประกอบการของ กิฟฟารีน โดยรวมครึ่งปีโตประมาณ 7%

แต่ในส่วนครึ่งปีหลังนี้ คิดว่าเราจะน่าเร่งให้ทันก่อนสิ้นปีนี้ โดยจะพยายามโตให้ได้ 10% ของยอดขาย เมื่อเทียบปีที่แล้ว ดังนั้น กิจกรรมที่อัดลงในกลยุทธ์ครึ่งปีหลังก็จะคึกคัก เพราะคิดว่าน้ำไม่น่าจะท่วม หรือว่าถ้าท่วมก็คงจะไม่มากนัก ซึ่งกิจกรรมที่เราเตรียมใน 2 รอบเดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน - กรกฎาคม) จะเป็นภาพยนตร์โฆษณา อะบาโลน คอลลาเจน ซึ่งในขณะนี้ทำยอดขายไปได้ 12 ล้านขวดแล้ว ภายใต้ภาพยนตร์โฆษณาชุด อะบาโลน ซิตี้ ที่ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี ผู้บริโภคที่ดูแล้วจะชอบเพลงประกอบ เพราะเรื่องราวจะถูกเซ็ตให้ดูสวยงามสดใส กับเรื่องของ 2 สาวที่พูดคุยกัน เราก็ทำเนื้อหามาจากนักธุรกิจที่มาเล่าให้ฟังมาผลิต โดยนำข้อมูลคนที่ชื่นชอบดื่มเมื่อทานไปแล้วเค้าชอบพูดอะไรกันบ้าง

จากนั้น กิฟฟารีน ตอกย้ำความสำเร็จรุกตลาดครึ่งปีหลัง ด้วยการเปิดตัวโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี ภายใต้คอนเซ็ปต์ เลิฟ ซีน ที่เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นสมัยใหม่ ที่สนใจความสวยความงาม ขาว ใส พร้อมสุขภาพดี ส่วนผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งที่เห็นในโฆษณาตามป้ายที่จำหน่ายได้ 10 ล้านขวด ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ กิฟฟารีน นำมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางด้วย ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์ อะบาโลน คอลลาเจน ก็จะมาอยู่ในหมวดของเครื่องสำอางด้วย เพราะว่าโรงงานของเราจะทำการผลิตและออกวางจำหน่ายใน วันที่ 15 กันยายน 2555 ก้าวไปพร้อม ๆ กับการจัดงานครบรอบ 16 ปีครึ่ง

ส่วนผลิตภัณฑ์ กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี เป็นผลิตภัณฑ์ที่เริ่มจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในบรรดาสินค้าที่ออกมาใหม่ทั้งหมด กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี ก็เป็นสินค้าที่มียอดขายมากที่สุด นับตั้งแต่วางจำหน่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ เดือน และผลตอบรับจากผู้บริโภคก็ได้รับความถึงพอใจเป็นอย่างดี เดิมทีเรามีสินค้าตัวเดิมของเราอยู่แล้ว นั่นก็คือ กลูต้าไธโอนหรือผลิตภัณฑ์แอคทีไวท์ ที่มาในรูปของเม็ด แต่วันนี้ออกมาในฟอร์มของเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่อ ออกซิไดท์ กลูต้าไธโอน ที่ไม่มีกลิ่น เพราะว่ากลูต้าไธโอนที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปจะมีกลิ่น เพราะตอนที่พัฒนาสูตรยังไม่ดีนัก ถ้ารับประทานเข้าไปแล้วจะรู้สึกว่า มีกลิ่นคล้าย ๆ สารซัลเฟอร์ หรือที่ชาวบ้านเค้าเรียกว่า แก๊สไข่เน่า ก็จะทำให้ทานยากนิดนึง

โดยผลิตภัณฑ์ กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี เป็นการออกซิไดท์ที่คิดค้นมาจากการวิจัยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาโครงสร้างหลักของกลูต้าไธโอนแล้วแยกตัวซัลเฟอร์ออกได้สำเร็จ โดยยังคงประสิทธิภาพของกลูต้าไธโอนอย่างครบถ้วน อีกอย่างหนึ่งที่เราได้เติมเต็มตามที่ อย.กำหนดไม่เกิน 250 มิลลิกรัม ฉะนั้น นักธุรกิจกิจของเราจึงสามารถขยายงานด้วยสินค้า กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี ร่วมกับผลิตภัณฑ์แอคทีไวท์ที่เป็นโปรดักส์เดิมที่เป็นเม็ดอยู่แล้วได้ ต้องเรียกว่าเค้าชอบกันมาก และก็มีความสุขในการขยายงานในช่วงนี้

จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโฆษณาชิ้นนี้ เพราะโฆษณาชิ้นนี้เราต้องการที่จะสื่อให้คนดูหรือผู้ชมเข้าใจว่า กลูต้าไธโอน จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้อย่างไร ในการนำเสนอก็ต้องมีวิธีการที่จะทำให้เรื่องราวสนุกสนาน สิ่งที่สะท้อนความในใจของผู้หญิงทุกคน ซึ่งผู้หญิงทุกคนก็อยากที่จะผิวพรรณดี ผู้หญิงที่อายุประมาณนี้แล้วก็อยากจะได้แฟนที่มีทุกอย่างเหมือนกับพระเอกในโฆษณา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำให้นางเอกของเราชนะใจพระเอกได้ ก็คือ การดูแลตัวเองให้ดีขึ้นนั่นเอง ซึ่งการดูแลตัวเองให้ดีขึ้น ก็เป็นผลมาจากการทาน กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี ซึ่งเป็นภาพยนตร์ตัวแรกที่เรานำเสนอมีชื่อว่า เลิฟ ซีน ความรักที่ถูกมองเห็น ส่วนโฆษณาตัวที่ 2 นางเอกที่ชื่อลูกแก้วความยาว 0.15 วินาที ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราใช้ระยะเวลาในการออนแอร์ 2 เดือน คิดว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอีกเช่นเดียวกัน

นายพงษ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด กิฟฟารีน กล่าวเสริมต่อว่า สินค้าที่เรามี 2 ตัว นั่นก็คือ อะบาโลน คอลลาเจน และ กลูต้าไธโอน จะแยกออกเป็นคนละตัวกัน เพราะอะบาโลนจะเป็นการสกัดคอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อ หลักการก็คือจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย โดยโครงสร้างโมเลกุลจะคล้าย ๆ กับโครงสร้างโมเลกุลจริง ๆ ในร่างกาย เพราะการทำอะบาโลนคอลลาเจนไม่ผ่านความร้อนแต่จะสกัดเย็นที่ 4 องศา

ส่วน กลูต้าไธโอน การพัฒนาสูตรในยุคแรก ๆ มุ่งหวังจะเอามาเพื่อดูแลตับ บังเอิญค้นพบเพิ่มเติมว่า คนไข้ที่ได้รับกลูต้าไธโอน นอกจากการทำงานของตับดีขึ้นแล้วยังมีผิวพรรณที่กระจ่างใสขึ้นมาด้วย นับว่าเป็นผลพลอยได้ จึงมีการนำมาใช้กันเยอะแยะมากมาย ซึ่งบางประเทศก็อาจถึงขั้นฉีดเข้าผิวหนังกันเลย แต่การที่ฉีดกลูต้าไธโอนค่อนข้างที่จะอันตราย เพราะมีรายงานว่าคนที่แพ้มาก ๆ อาจจะมีอาการไตวายเกิดขึ้นได้ ซึ่งทาง อย.ไทยจึงไม่ยอมให้มีการฉีดกันเกิดขึ้น จะอนุญาตเฉพาะการรับประทานเท่านั้น และเมื่อไม่นานมานี้อาจารย์ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ทำการวิจัยเรื่องการทานกลูต้าไธโอนวันละ 500 มิลลิกรัม ตอนเช้า 250 มิลลิกรัม เย็น 250 มิลลิกรัม แต่ไม่ได้บอกว่าทานยี่ห้อไหน ผลออกมาว่าเมื่อทานกลูต้าไธโอนเป็นชนิดเม็ดไปแล้ว ผู้ที่เป็นอาสาสมัครนักศึกษานิสิตแพทย์ทั้งหมดของจุฬาฯ จำนวน 60 คน ทำแบบ double line study จะแบ่งเป็นกลุ่มแรก 30 คน กลุ่มที่สอง 30 คน นักศึกษานิสิตแพทย์ทั้งหมด ก็ไม่รู้ว่ากำลังรับประทานกลูต้าไธโอนหรือไม่รู้ว่ากำลังรับประทานแค่เบส ก็มาวัดสีผิวหลังจากที่ผ่านการทดลองไปแล้ว 4 อาทิตย์ก็พบว่า คนที่รับประทานกลูต้าไธโอนมีความขาวขึ้นอย่างมีนัยสัมพันธ์กัน คุณหมอเองจึงส่งรายละเอียดงานตีพิมพ์ไปให้น้อง ๆ ตามหลัง แต่ก็ไม่ได้เป็นการวิจัยเกี่ยวกับ กิฟฟารีน อาจารย์วิจัยเพื่อประโยชน์ทางวิชาการอย่างแท้จริง ตอนนี้เราจึงเน้นเรื่องโฆษณาที่นักธุรกิจและผู้บริโภคชื่นชอบ ก็จะเริ่มออกอากาศ 15 กันยายนนี้ เป็นต้นไป เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ที่เด่นมาก ๆ และคาดว่าจะเป็นดาวดวงเด่นของ กิฟฟารีน และจะมีการผลิตไลน์สินค้าเพิ่มตามมาอีกอย่างน้อย 2 - 3 รายการ

ส่วนความเคลื่อนไหวในตลาดอาเซียน วันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เปิดศูนย์ที่ประเทศลาว เป็นการลงทุนเอง 100% ส่วนที่กัมพูชา มาเลเซีย และพม่า จะเข้าไปในรูปแบบของไลเซ่น โดยลาวเป็นที่แรกที่มีการลงทุน 100% ที่พม่าก็เป็นการลงทุน 70 ต่อ 30 มาเลยเซีย ก็ยังไม่รับอนุญาต ซึ่งมองว่าหากจะต้องลงทุน ก็อาจจะมีการขัดแย้งกัน เพราะหากประเทศไหนที่ไม่อนุญาตให้เราลงทุนได้ 100% ก็จะให้นักธุรกิจที่นั่นลงทุนเองดีกว่า โดยยอดขายในอาเซียนกวาดรายได้ปีละประมาณ 200- 300 ล้านบาท ซึ่งนักธุรกิจที่มาซื้อธุรกิจของเราไปบริหารจัดการภายใต้นโยบายของ กิฟฟารีน และปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าจะเปิดสาขาที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศถัดไป แต่จะเป็นลักษณะของไลเซ่นเช่นเดียวกัน ก็จะเป็นการดำเนินธุรกิจแบบมัลติเลเวล มาร์เก็ตติ้ง สำหรับทวีปอื่น คุณหมอใจทิพย์ จะเป็นผู้ดูแลในนามแบรนด์ แพทรีน่า และผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ แพทรีน่า นั่นคือ ในเรื่องของสปาที่ส่งไปขายในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

หากจะพูดถึงการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน ก็มองว่าหลาย ๆ ประเทศในอาเซียน ยังงงอยู่ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คาดหวังไว้ มันต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ วัฒนธรรม กฎหมาย และก็ความคิดเห็นของผู้นำในประเทศนั้น ๆ และจะมีข้อจำกัดในสินค้าบางกลุ่มด้วย แต่ว่าผลิตภัณฑ์ในส่วนของเครื่องสำอางหรืออาหารเสริม ยังไม่มีการนำมาพูดอย่างชัดเจน เพราะทุกประเทศต่างก็จะมีกำแพงภาษีมาขวางกั้น พอลงลึกในภาคปฏิบัติอย่างจริง ๆ จัง ๆ การเปิดเสรีประชาคมอาเซียนจึงไม่ง่ายอย่างที่คิดกันไว้ สำหรับเป้ายอดขายของตัวสินค้า อะบาโลน คอลลาเจน ก็อยู่ประมาณ 5 - 10% ยอดขายก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนผลตอบรับของการเปิดช่อง กิฟฟารีน ชาแนล ผู้แทนจำหน่ายมียอดขายเติบโตขึ้นมาก สมาชิกเติบโตขึ้นมาก และสามารถดึงนักธุรกิจจากที่เคยเป็นแค่ฐานผู้บริโภคหันมาสนใจทำธุรกิจ กิฟฟารีน มากขึ้น เพราะคนที่อยู่ห่างไกลสามารถรับรู้ข่าวสารของ กิฟฟารีน มากขึ้น ปัจจุบันเมมเบอร์ทั้งหมดจึงอยู่ที่ 6.2 ล้านรหัส แต่ที่เป็นนักธุรกิจจริง ๆ ประมาณ 3 - 5 แสนรหัส ที่รับรายได้จาก กิฟฟารีน

พญ.นลินี กล่าวเสริมอีกว่า ส่วนการปรับแผนรับมือน้ำท่วมในปีนี้ ทางนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ก็ทำเขื่อนรอบ ๆ นิคม ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ไปชมการทดสอบประสิทธิภาพของเขื่อนกั้นน้ำ ส่วนโรงงาน กิฟฟารีน ก็ทำรั้วสูง 3 เมตร โดยตอกเสาเข็มลึกไปอีก 7 เมตร ก็ทำฝังชิพไปโดยรอบ ซึ่งเราก็สร้างฐานมั่นคงกว่าเดิมมาก ส่วนเรื่องกำลังการผลิตตอนนี้มีแผนรองรับไว้ทั้งหมด ซึ่งมีการวางแผนตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำหรับสินค้าที่วางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ตุลาคม ขณะนี้ผลิตเสร็จหมดแล้ว และไปเช่าโกดังเก็บสินค้าไว้ที่บ้านฉาง หากเกิดภาวะฉุกเฉินในเดือนตุลาคม ก็มีสินค้ารองรับไว้แล้วในระหว่างที่น้ำไม่ท่วม ก็ทำไปล่วงหน้าไปถึงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม

ดังนั้น แผนงานในตอนนี้จึงเน้นเรื่องของการสร้างบรรยากาศภายในทีมงานมากที่สุด จึงได้ผลิตหลักสูตรการเทรนนิ่งผ่านช่อง Giffarine channel เพราะว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิด อยู่ที่วิธีของคนที่เป็นผู้นำ วิธีคิดที่เป็นบวกสามารถจะชนะอุปสรรคและความท้อถอย ฉะนั้น ในเดือนกันยายนจะมีโปรดักส์ใหม่เข้ามาเสริม ซึ่งต้องยอมรับด้วยว่า 16 ปีครึ่งที่ผ่านมานักธุรกิจของเรามีการส่งมอบรุ่นสู่รุ่นแล้ว โดยเฉพาะผู้นำที่อยู่กับเราตอนที่เปิดบริษัทลูกจะมีอายุแค่ 10 ขวบ ตอนนี้ลูกมีอายุปาเข้าไป 26 ปีแล้ว วันนี้รุ่นคุณพ่อ - คุณแม่ก็ส่งไม้ต่อให้ลูก ๆ กลับมาทำงานอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเรียนรู้จากพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่

ส่วนเรื่องของการเปิดตลาดอาเซียน หมอก็อยากแนะนำให้กับผู้ประกอบการว่า ต้องเรียนรู้ธุรกิจด้วยตัวเอง ที่สำคัญต้องสร้างแบรนด์ในประเทศไทยให้แข็งแรงก่อน ขณะเดียวกันก็ไปศึกษาในประเทศที่สนใจ คือต้องตอบตัวเองก่อนว่า เมื่ออาเซียนเปิด เราจะอยู่ในฐานะตั้งรับหรือว่าเป็นผู้รุก ถ้าคิดว่าเราจะตั้งรับไม่ไปไหนแต่จะทำเฉพาะที่เมืองไทย เราก็ต้องรู้ว่าธุรกิจที่คล้ายคลึงกับเราหรือสินค้าที่คล้ายคลึงกับที่ไหลเข้ามา เราพอที่จะสู้เขาได้บ้างหรือไม่ และจะตั้งรับอย่างไร วางแผนเชิงรุกอย่างไร หากจะขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ต้องศึกษาทั้งวัฒนธรรม ศึกษาเรื่องกฎหมาย ข้อดีข้อเสียให้พร้อมก่อน ถึงจะดำเนินการต่อไป

พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้ายกับเป้าในปีนี้ว่า โดยสรุปในครึ่งปีแรกยอดขายโตเพียง 7% สิ้นปีจึงตั้งเป้าจะกวาดยอดขายกว่า 6,000 ล้านบาท ส่วนจะก้าวสู่ 10,000 ล้านบาท เมื่อไหร่นั้น ยังไม่ตั้งเป้า 10,000 ล้านบาท เหตุผลเพราะในประเทศไทย อย่าไปตั้งเป้าเยอะถึงขนาดนั้น เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกหลายปี ก็ต้องดูสถานการณ์หรือว่าความเป็นไปมากกว่า เพราะถ้าจะก้าวกระโดดขนาดนั้น ต้องดูหลายอย่างเป็นองค์ประกอบที่มาเป็นตัวแปร โดยสรุปอีกหลายปีถึงจะก้าวเดินไปถึง ณ จุดนั้น

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) : "กิฟฟารีนลาว" งบ 6,250 ล้านกีบ "หมอต้อย" เข้ารับ "ดร.ม.พระนคร"


หมอต้อย ได้ฤกษ์ 18 ส.ค.55 ลั่นฆ้องเปิด กิฟฟารีนลาว ลงทุนเอง 100% รองนายกรัฐมนตรีลาวสมสะหวาด เล่งสะหวัด ควงแขน รมต.สาธารณสุข ลาว-อดีตรมต.ไทย-ท่าน ฑูตฯ แขกผู้ใหญ่ 2 ประเทศ ร่วมพิธีกดปุ่มเปิดประตู โชว์รูมกิฟฟารีน เผยจัด งบอีก 70 ล้านบาท กระตุ้น ครึ่งปีหลัง พร้อมรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย ราชภัฎพระนคร สาขาการจัดการ เทคโนโลยี


พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธาน กรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมาได้เปิดบริษัท กิฟฟารีนลาว จำกัด ขึ้นด้วยเงินลงทุน 25 ล้านบาท เป็นการลงทุน โดยกิฟฟารีน 100% หรือ 6,250 ล้านกีบด้วย รูปแบบโชว์รูม เบื้องต้นมีนักธุรกิจลาวให้ ความสนใจเข้าร่วมกว่า 3,000 คน โดยได้นำ ผลิตภัณฑ์ไปรองรับการดำเนินธุรกิจสปป.ลาว ในครั้งนี้มากกว่า 2,000 รายการ ซึ่งการขยาย ธุรกิจเครือข่ายไปที่ลาวครั้งนี้คาดว่าทำให้ ผลงานรวมตลาดต่างประเทศทั้งปีน่าจะ ประมาณ 300 ล้านบาท


ที่ประเทศลาวเขาให้ใช้คำว่าโชว์รูม กิฟฟารีน แทนคำว่าศูนย์กิฟฟารีน ซึ่งเป็นไป ตามกฏหมายของเขา เนื่องจากเขายังมีความ กลัวว่าเมื่อเราเข้าไปประเทศเขาแล้ว เขาจะ เสียประโยชน์ไหม จะไปหลอกลวงคนของเขา ไหม และเขาไม่ชอบการปลุกระดมปลุกเร้า ผู้คนว่าจะรวย เขาไม่ชอบ นั่นถือว่าเป็นการ ทำผิดกฏหมายทำไม่ได้ พญ.นลินีกล่าวและว่า


สำหรับผลิตภัณฑ์หลักที่นำไป รองรับการขยายตลาดที่สปป.ลาวจะเหมือน สินค้าในไทยทุกอย่าง แต่ราคาจะแพงกว่า ประเทศไทย เพราะภาษีที่สปป.ลาวแพงกว่า เริ่มตั้งแต่ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และ ผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือน โดยมีผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับความนิยมอาทิ เครื่องสำอางกลุ่ม ทันสมัย เทนชิ เครื่องดื่ม อะบาโลน คอลลา เจน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจาก กลุ่มผู้บริโภคชาวลาว และมียอดขายที่ดีอย่าง ต่อเนื่อง


สำหรับการเปิดโชว์รูมกิฟฟารีนแห่ง ใหม่ ณ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้นได้รับเกียรติ จากนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายก รัฐมนตรีจาก สปป.ลาว นายบุญกอง สีหะวงศ์ รองรัฐมนตรีสาธารณสุข จากสปป.ลาว นาย วิทวัส ศรีวิหค เอกอัคราชทูตไทยประจำสปป. ลาว น.พ.กระแส ชนะวงศ์ นายกสภา มหาวิทยาลัยนเรศวรอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ได้รับรางวัล รามอน แมกไซไซ สาขาผู้นำชุมชน และนาย นิวรณ์ เนียวสายคำ หัวหน้ากรมส่งเสริม บรรยากาศการลงทุน จากสปป.ลาว ร่วม แสดงความยินดี ณ โรงแรม ลาวพลาซ่า เวียงจันทน์ ด้วย


พญ.นลินี เผยต่อว่า สำหรับผล ประกอบการในไตรมาสแรก ผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาส่งผล ต่อการผลิตสินค้า ทำให้สินค้าบางตัวที่ได้ รับความนิยมนั้นขาดตลาด ทำให้ผลประกอบ การครึ่งปีแรกโตประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าสิ้นปีหากไม่มีน้ำท่วมหรืออะไรที่ รุนแรง ยอดขาดทั้งหมดน่าจะเกือบ 6,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีหลังยังคงเน้นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องและมีแผนรับมือด้วย การทุ่มงบ 70 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งปี 100 ล้านบาท เพื่อทำตลาดด้วย


ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้ อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวเสริม ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทางกิฟฟารีน จะรุกหนักในการทำตลาดทุกช่องทาง ทั้ง ภาพยนตร์โฆษณา การโฆษณาทางวิทยุ และ จะเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ล่าสุด ชุด เลิฟซีน จ่อคิวออกอากาศอย่างต่อเนื่อง โดย นำเสนอผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวม่า ซี - อี ภายใต้คอนเซ็ปต์ คู่รักโรแมนติก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกิฟฟารีนได้ออกอากาศภาพยนตร์ โฆษณาชุด อะบาโลน ซิตี้ ไปก่อนหน้านี้แล้ว


ล่าสุดนายถนอม อินทรกำเนิด อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ให้เกียรติมอบครุยวิทยฐานะ ปริญญาดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยราชภัฎ พระนคร มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขา การจัดการเทคโนโลยี ให้ กับ พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 235วันที่ 1- 15 กันยายน พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ปักธงลุยตลาด AEC "หมอต้อย (พญ.นลินี ไพบูลย์)" วอนรัฐดูภาษี-6ด.โต7%

หมอต้อย โดดขึ้นเวทีเสวนา Innovation : A New Era of AEC ร่วม แบงก์ กรุงไทย แชร์ประสบการณ์สร้าง กิฟฟารีน



ด้วยใจถึงใจดูแลกว่า 300,000 คน บนพันธกิจบริหารความคาดหวัง พนง.-นักขาย-ผู้บริโภค เผยเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนพร้อมรับมือลุยล่วงหน้านำรองแล้ว 4 ประเทศ เล็ง เวียดนาม-อินโดฯ ต่อวอน รัฐ สร้างความเป็นธรรมมาตรการภาษีสินค้าแข่งเพื่อนบ้าน แจง 6 เดือนไปโลดโต 7% คาดสิ้นปีแตะ 6,000 ล้านบาท

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยภายในงานเสวนาหัวข้อ Innovation : A New Era of AEC นวัตกรรมนำไทยกล้า...ท้า เออีซี เพื่อเผยแพร่แนวคิดและเส้นทางพุ่งทะยานสู่ความเป็น 1 ใน AEC ที่ธนาคารกรุงไทยจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันดูแลคนอยู่ 2 กลุ่ม 1 คือฝ่ายผลิตในโรงงานกิฟฟารีนประมาณ 1,000 คน และกลุ่มพนักงานประจำ 600 คน กับนักธุรกิจอิสระกิฟฟารีนอีกประมาณ 300,000 คน


ที่โรงงานก็จะประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และเภสัชกร ประมาณ 100 คน ที่เหลือฝ่ายผลิตทั้งหมด ในส่วนของการตลาดก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน เช่นกัน พนักงานประจำ 600 คน อีกส่วนหนึ่ง คือ นักธุรกิจอิสระ ประมาณ 300,000 คน ที่คอยกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ประมาณ 5 ล้านคน ทุกวันนี้หมอคิดว่าหมอไม่ได้เป็นนักธุรกิจ แต่หมอคิดว่าหมอเป็นครูที่มีหน้าที่คอยบริหารความคาดหวังของพนักงาน และคอยบริหารความมั่นคงกับนักธุรกิจอิสระ และก็บริหารความคาดหวังของผู้บริโภค พญ.นลินีกล่าว และว่า

ทั้งหมดนี้มาจากกลไกที่ต้องทำงานทั้งหมดอยู่ 3 อย่างคือ 1.ต้องสร้างแรงบัลดาลใจตลอดเวลา 2.ต้องทำให้คนของกิฟฟารีนทั้งหมาดมีวิธีคิด 3.ต้องมีวิธีการ โดยเฉพาะเรื่องราวของการดูแลจิตใจคนเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดที่ผู้บริหารสูงสุดซึ่งทำตัวเป็นเหมือนครูต้องคอยเล่าประสบการณ์ให้ทีมงานฟัง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยประสบการณ์และต้องเรียนรู้อยู่ตลอด

สำหรับการเตรียมตัวกับการเปิดประชาเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community) นั้น พญ.นลินีกล่าวย้ำว่า หลังเปิด AEC จะมีบริษัทขายตรงจากต่างประเทศแห่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทขายตรงคนไทยก็จะรุกเข้าไปในต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน โดยแต่ละบริษัทจะชูจุดเด่นของตัวเองเป็นกลยุทธ์สำคัญ

เราจะต้องเรียนรู้ประเทศที่เราจะไปให้มากที่สุดก่อนการตัดสินใจออกไป สำหรับภาครัฐอยากจะขอความเป็นธรรมว่า เวลาที่เราเปิดประเทศการที่เรามีคู่ค้าในประเทศอาเซียนทั้งหมด บางรายการบางสินค้ามันขาดความยุติธรรม เช่นสินค้าแบบเดียวกันของเขาเข้ามาหาเราภาษี 0% แต่เราไปในประเทศเขายังไม่ 0% ปรากฏแต่ละประเทศนี่ยังไม่ใช่เพราะว่าประเทศเขายังจนอยู่เขายังรับระเบียบทั้งหมดไม่ได้ สุดท้ายก็อย่าคิดไปพึ่งใครพึ่งตัวเองดีที่สุด คนไทยจะต้องไม่แพ้ใครทั้งนั้นแต่ถ้าจะแพ้ก็คือแพ้ใจตัวเอง

ทั้งนี้ พญ.นลินี ยังเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ธุรกิจเครือข่ายถึงการรับมือกับประชาเศรษฐกิจคมอาเซียนของบริษัทกิฟฟารีนว่า บริษัทมีนโยบายเตรียมรองรับไว้แล้ว และกำลังขยายธุรกิจไปสู่ทุกๆประเทศในอาเซียน ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกโตของปีนี้ก็โตประมาณ 7 เปอร์เซ็น และคาดว่าสิ้นปีหากไม่มีน้ำท่วมหรืออะไรที่รุนแรง ยอดขาดทั้งหมดน่าจะเกือบ 6,000 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังยังคงเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง และการแทรนนิ่งนักธุรกิจอิสระพร้อมเตรียมออกผลิตภัณธ์ใหม่ในเดือนกันยายนนี้

ซึ่งเรามองว่าเรามีความเป็นต่อ เพราะว่าเรามีโครงสร้างของเครือข่ายผู้ใช้สินค้า และเราก็มีสินค้าที่คิดว่า ประเทศในอาเซียนจะมีอากาศคล้ายๆกัน ผิวพรรณคล้ายๆกัน สินค้าของเราที่ขายดีในประเทศไทย ก็น่าจะทำตลาดที่ประเทศในอาเซียนได้ไม่อยากอยู่แล้ว

สำหรับแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียนของกิฟฟารีนนั้น ก่อนหน้านี้ พญ.นลินีเคยให้สัมภาษณ์ว้าว่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558โดยปัจจุบันบริษัทสามารถนำธุรกิจเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ แล้ว 4 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา พม่าและมาเลเซียขณะที่สิ้นปี 2555 นี้มีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในอินโดนีเซีย และปี 2556 จะขยายเข้าไปในเวียดนาม

ทั้งนี้การขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มประเทศอาเซียน บริษัทจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไปปีละ 1 ประเทศโดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้จากตลาดต่างประเทศที่ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีรายได้ 100 ล้านบาท เนื่องจากราคาสินค้าที่จำหน่ายในต่างประเทศสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง ได้และกำแพงภาษีมีการปรับลดลงซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าเท่ากับราคาที่ขายในไทย ขณะที่ภาพรวมรายได้ของบริษัทในสิ้นปี 2555 คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า7% จากปี 2554 ที่มีรายได้ 5,488 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : Top 25 Women CEO "พญ.นลินี ไพบูลย์"


หนึ่งในผู้ถูกจัดอยู่ในทำเนียบผู้หญิงเก่งแน่นอนต้องมีชื่อของ พญ.นลินี ไพบูลย์ หรือ หมอต้อย ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ที่ผันชีวิตตัวเองหันมาเป็น นักธุรกิจขายตรง สร้างอาณาจักร กิฟฟารีน จากยอดขายปีแรกเพียง 384 ล้านบาท ไต่เพดาสสู่ยอดขายกว่า 5,000 ล้านบาท ภายในเวลา 16 ปี จนกลายเป็นหลุ่มบริษัทขายตรงชั้นนำของโลกที่มีผลประกอบการสูงติดหนึ่งในร้อยบริษัท ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Direct Selling News ในสหรัฐ


พญ.นลินี เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจดำเนินธุรกิจกิฟฟารีน เมื่อปี 2539 ว่า เป็นเพราะเคยมีประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงมาก่อนทว่าก่อนที่จะเริ่มต้นธุรกิจ เธอต้องแก้โจทย์ 3 ข้อให้ได้ก่อน
ข้อแรกคือ ต้องทำให้คนไทยเชื่อมั่นในแบรนด์กิฟฟารีน
ข้อที่สอง คุณภายสินค้าต้องมาก่อน
ข้อสุดท้าย ภายที่คนมองธุรกิจขายตรง ยังมีความไม่เข้าใจอยู่มาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นงานที่ไปกดดันคนอื่น ไปบังคับหรือเปล่าจึงต้องออกแบบวิธีการทำงานให้สะดวกใจคนไทยมากที่สุด


กฏเหล็กเจ้าแม่กิฟฟารีน


- คิดต่าง เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง


- เชื่อมั่นในตนเอง ทว่าพร้อมเปิดใจเรียนรู้


- ทุ่มเท สนุกสนาน ยึดหยุ่น ไม่ยึดติด


- เป็นนักวางแผนที่ดี


นิสัยคนไทยไม่ชอบงานขาย แต่มีความต้องการที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า ดังนั้นการปรับเปลี่ยนนิสัยคนไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย การเชิญให้มาเป็นเจ้าของร่วมกันซึ่งน่าจะทำได้ง่ายกว่าเพียงแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่นและจริงใจต่อกัน


โดยเธอจะบอกนักธุรกิจอยู่เสมอว่า ธุรกิจนี้ ไม่ได้ขายของ แต่เป็น การสร้างเครือข่ายผู้ใช้ เพราะฉะนั้นการออกแบบธุรกิจของกิฟฟารีนจะเป็นโครงสร้างที่ทำให้นักขายรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของบริษัทลูก


คุณหมอ นลินี บอกว่า ภารกิจปั้นแบรนด์กิฟฟารีนสำเร็จเกินความคาดหมาย เพียงปีแรกยอดขายพุ่ง 384 ล้านบาท ก่อนก้าวกระโดด เป็น 1,500 ล้านบาทในปีที่ 2 เติบโตถึง 4-5 เท่าตัว จนสินค้าขาดตลาด ทำให้เกิดวิกฤติการขายอย่างหนัก จนปีที่สาม สี่ ธุรกิจจึงตั้งหลักได้


จนทุกวันนี้ กลายเป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบให้แบรนด์อื่นๆ เดินตามรอย


อย่างไรก็ตามธุรกิจใช่ว่าจะไร้อุปสรรค!!


จะว่าไปแล้วไม่ใช่เราไม่มีอุปสรรค เรามีมาตลอด เหนื่อยมากเพราะตอนนั้นเป็นสินค้าใหม่ แบรนด์ก็ยังไม่เป็นที่รู้จัก และยังเป็นของคนไทยด้วย ความเชื่อมั่นไม่ค่อยมีก็ต้องสร้างกำลังใจให้กับนักขายค่อข้างมาก ปีแรกเรามีปัญหาเรื่องการโตเร็ว แย่มากๆ ตรงที่เราเตรียมสินค้าไม่ทัน แต่ในที่สุดปัญหาก็ลุล่วงไปได้ คุณหมด นลินีกล่าว


สำหรับเธอแล้ว หลักการบริหารที่ทำให้ กิฟฟารีน มีวันนี้เกิดจากการวางโมเดลธุรกิจที่มีรูปแบบ แตกต่าง-โดนใจ ตกผลึกมาจากประสบการณ์ และวิธีคิดแบบผู้ที่อยู่ในอาชีพหมอโดยเฉพาะการตีโจทย์ความต้องการผู้บริโภอย่างลึกซึ่ง การวางโปรดักซ์ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และมีระบบผลตอบแทนตัวแทนขาย เช่น เดียวกับผู้ถือหุ้นบริษัท ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ


ธุรกิจขายตรง ยังมีความแตกต่างไปจากธุรกิจอื่นๆ มีอะหรมากกว่า รายได้-กำไร เพราะเป็นงานที่ทำแล้วได้ความสุขที่เกิดจากการหยิบยื่นให้กับลูกค้าผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์


เราได้หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้กับใครๆ ฟังล้วเหมือนนิยาย แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นงานที่ได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน ตอนที่เปิดกิฟฟารีนในใจมีความรู้สึกอยากจะสอน อยากจะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ที่มีให้คนไทยที่อยากจะเป็นเจ้าของกิจการ ให้เขามีโอกาสเป็นเจ้าของในสิ่งที่เข้าสร้าง พญ.นลินี กล่าว


ดังนั้น ความสำเร็จที่แท้จริงของหมอต้อยจึงไม่ได้วัดที่ตัวเลขเพียงอย่งเดียว แต่วันจากคนหลายแสนครอบครัวที่อยู่กับกิฟฟารีนแล้วมความสุข เหมือนรางวัลชีวิตที่มาหาเราทุกวินาที


เธอบอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเหนื่อย หรือท้อกับการบริหารคนจำนวนมาก โดยมองว่าการที่ได้รู้จักคนมากๆ เหมือนการอ่านหนังสือที่แตกต่างกันลักษณะการทำงานของเธอยังต่างจากซีอีโออื่นๆ ตรงที่ต้องดูแลคนสองกลุ่มที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กลุ่มแรกคือพนักงานประจำ ก็จะหมือนซีอีโอ ท่านอื่นๆที่ดูแลสตาฟฟ์ในบริษัทตนเอง กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ ดูแลนักธุรกิจอิสระที่ชวนเข้ามาเป็นเจ้าของบริษัทลูก โดยเขาไม่ใช่ลูกจ้างเรา ไม่ได้รับเงินเดือนหรือรายได้จากเรา แต่เขามาสร้างกิจการของเขาเอง ก็ช่วยเหลือดูแล


งานของเธอเปรียบไปก็เหมือนการเป็นทั้งครูที่ต้องให้ความรู้ ให้กำลังใจคน และยังต้องเจอปัญหาหลายๆ แบบ เจอคนหลายๆ ลักษณะบนพื้นฐานที่ต้องทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือนักธุรกิจแต่ละคนก็เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่เหมือนกันเลย ถือเป็นความท้าท้ายที่สนุก


ถ้าเราคิดจะท้อกับการเจอคน จะทำงานแบบนี้ไม่ได้เลย เพราะงานแบบนี้คืองานที่ต้องเจอคนตลอดเวลา เธอบอก


ขณะที่หลักการทำงานของเธอ คือต้องเชื่อมั่นในตัวเองและเรียนรู้ในงาน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะนิสัที่เป็นคนไม่ยึดติด ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่คนเก่ง แต่การที่จบหมอแล้วมาทำธุรกิจ ทำให้ค่อนข้างจะ zero based คือมีใจที่จะมองทุกอย่างอยู่ตรงกลาง และพร้อมจะเริ่มต้นจากศูนย์


อะไรที่เราไม่รู้ เราต้องเรียนรู้ เราก็ต้องไปฟังไปอ่าน เพราะไม่ได้เรียนมาทางนี้ เพราะฉะนั้นความไม่ยึดติดตรงนี้ทำให้เราเป็นคนที่มีความยึดหยุ่น มีความคล่องตัวสูงที่จะปรับตัวที่จะยอมรับคนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ


เธอยังเป็นคนที่ใช้ใจทำงาน และเป็นคนที่สนุกสนาน ไม่เก็บความทุกข์มาไว้ในใจมากมาย มองว่าเวาลานอนก็ต้องวางภาระ แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องดูแลสิ่งที่ได้เตรียมมาอย่างดีที่สุดต้องวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ว้าองทำอะไรก่อนหลัง


ขายตรงยังเป็นงานสนุกถ้าเรารักมัน แต่เป็นงานที่เหนื่อย เพราะจะไม่มีวันพักผ่อน เสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องออกไปต่างจังหวัด ถามว่ามีเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิตไหม มี เราจะเจอคนไม่ดีไหม มี แต่ถ้าเราผ่านไปได้ นั้นหมายความว่าต่อไปนี้ อะไรที่ง่ายกว่านี้เราทำได้หมด เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวถนนของคนเก่งต้องเป็นถนนของคนที่ผ่านอุปสรรคมามากพอสมควร แต่ว่าล้มแล้วก็ต้องลุกให้เป็นแล้วก็วิ่งเลย


สำหรับหมอต้อยแล้ว เธอบอกว่าความยิ่งใหญ่ของกิฟฟารีนในวันนี้ มาเกิดกว่าความฝันแล้ว แต่ต้องเดินต่อไป เดินต่อไปวันนี้คงไม่ใช่ความฝันของตัอง แต่เป็นการเดินเพื่อสานต่อความฝันของผู้อื่นที่เข้ามาอยู่ในกิฟฟารีนมากกว่า ต้องดูแลบริษัทให้เติบโตต่อไป เพราะว่าทุกคนมีความคาดหวัง


พนักงานก็อยากมีโบนัส มีสวัดิการเพิ่มขึ้น นักธุรกิจที่เข้ามาก็อยากมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะฉะนันเราจึงเติบโต


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) รับรางวัล "อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2555"

[gallery link="file" columns="2"]


พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ในนามบริษัท สกายไลน์ เฮลท์แคร์ จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้แบรนด์ กิฟฟารีน รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2555 รางวัลสถานประกอบการที่โดดเด่นด้านกระบวนการผลิตและจริยธรรมในสถานประกอบการ ในประเภทผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมี นพ. สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติมอบรางวัล ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ เมื่อเร็วๆ นี้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

กิฟฟารีน เปิดอบรม ธุรกิจขายตรง



พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานบริหารบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด เป็นประธานเปิดการอบรมธุรกิจขายตรง บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด จัดโดย บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด โดยมี วิเชียรวงศ์สุระไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเส้นหมี่ เหรียญไทย จำกัด, อ.สุรศักดิ์ ศิวะนาวินทร์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทกิฟฟารีฯ, สุรพล บุญญะวรรณกุล ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการจัดประชุม บริษัทฯ, เอกกมล บุญญาภิสันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัทฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมการอบรม ที่ห้อง แกรนด์บอลรูมโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com


 

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

ข่าวขายตรง กลยุทธ์กิฟฟารีน

ข่าวกิฟฟารีน
กรุงเทพฯ--17 ม.ค.--โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานบริหาร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เป็นประธานเปิดงานสัมมนากลยุทธ์ การทำธุรกิจกิฟฟารีน ปี 2554 จัดโดย บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด โดยมี สุรศักดิ์ศิวะนาวินทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทฯ, พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารการตลาด บริษัทฯและคณะผู้บริหาร บริษัทฯ เข้าวร่วมการสัมมนา ที่ห้อง แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์  www.newswit.com

 

วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง และ นักธุรกิจกิฟฟารีน ร่วมสังสรรค์ ใน เทศกาลต้อนรับปีใหม่ ที่ โรงแรมอินทรา

พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจกิฟฟารีน ร่วมสังสรรค์ในเทศกาลต้อนรับปีใหม่ ที่โรงแรมอินทรา เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมสนุกสนาน มีทั้งการแสดงและเกมส์ต่างๆ อาทิ สอยดาว ช้อนไข่ ไข่มหาสนุก ชิงของรางวัลมากมายมีทั้ง LCD TV เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองน้ำ ตุ๊กตา และผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ยิ่งไปกว่านั้นไฮไลท์ของงานอยู่ที่โชว์ชุดต่างๆ จากนักธุรกิจกิฟฟารีน ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ปิดท้ายด้วยการแสดงสุดประทับใจจากขวัญใจตลอดการของชาวกิฟฟารีน พญ.นลินี ไพบูลย์ ที่มาร่วมขับร้องเพลงไพเราะ พร้อมด้วยนักธุรกิจกิฟฟารีนจากทั่วทุกภูมิภาค ปีกระต่ายปีนี้...กิฟฟารีนคึกคักตั้งแต่ต้นปี หวังกระโดดสูงคว้ายอด 5,500 ล้านให้ได้...งานนี้สิ้นปีมีลุ้น....จะฟันธงหรือคอนเฟิร์ม









ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.giffarinethailand.com/