ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าว 4ไล้ฟ์ (4life ) : '4 ไลฟ์' ไม่หวั่นการเมืองป่วนอัดโปรฯ เที่ยวดันยอดขายเพิ่ม 20%







SteveApple (Mobile)

 


"4 ไลฟ์" ขายตรงเลือดมะกัน ไม่หวั่นการเมืองร้อนฉ่า เร่งปรับกลยุทธ์รับศึก ฟุ้ง ปีที่แล้วยอดขายเติบโต 30% วางเป้าปีนี้โตอีก 20% พร้อมเร่งอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอด ขายโค้งสุดท้าย จัดทริปท่องเที่ยวดูดใจสมาชิก ส่วนปีหน้าวางหมากดันสินค้าเพิ่ม หลังสินค้าเรือธง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "4 ไลฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์" ได้รับการตอบรับสูง


มร.สตีฟ แอปเปิ้ล รองประธาน ส่วนธุรกิจนานาชาติ บริษัท 4 ไลฟ์ สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของ บริษัท 4 ไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินธุรกิจตลอดระยะ เวลา 7 ปีที่ผ่านมาว่า ปีนี้บริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาในประเทศไทย ครบรอบ 7 ปีพอดี และยังเป็นการฉลองความสำเร็จกับรายได้ 1,000 พันล้านเหรียญสหัรฐ ที่ได้จากสาขาทั่วโลก โดยในเดือนกันยายน และตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการทำยอดขายสูงสุดของโลก มีการทำลายสถิติใน 2 เดือนที่ผ่านมา


ในส่วนการขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ซึ่งอนาคต บริษัทวางแผนว่าจะเปิดตลาดสินค้าของ 4 ไลฟ์ เพิ่มในแถบอาเซียน เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคนี้ จากการเปิดตัวเสรีการค้าอาเซียน ส่วนเป้าหมายยอดขาย 4 ไลฟ์ ประเทศไทยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วอีก 20%


"ตลอดระยะเวลา 15 ปี บริษัทสามารถทำยอดขายได้ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถจ่ายเงินโบนัสให้แก่สมาชิกเกิน 50% ซึ่งไม่มีบริษัทไหนทำกัน อีกทั้งส่วนของสาขาในประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าจะเติบโตทุกๆ ปี 20% อย่างปีที่แล้วก็เติบโตไปถึง 30%"


โดยกลยุทธ์การตลาดนั้น จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด ซึ่งบริษัทมีสินค้าทั้งหมด 17 รายการ ที่จำหน่ายอยู่ในเมืองไทย และแต่ละปีจะมี สินค้าออกมาใหม่จำนวน 2 รายการเท่านั้น แต่หากเป็นที่สาขาใหญ่ที่อเมริกาจะมีทั้งหมด 70 รายการ และสินค้าชูโรง คือ พาส, แอดว๊านส์ และริโอวิด้า สามารถใช้ทำการตลาดได้ทั่วโลก ซึ่งมีกว่า 22 สาขา และสมาชิกก็ได้กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ อีกกว่า 70 สาขา


ทั้งนี้ "4 Life" เตรียมขยายสาขาไปที่โซนอเมริกาใต้ คือ ประเทศบราซิล โดย ที่นั่นมียอดขายที่เติบโตพอสมควร ทำให้ต้องรีบเข้าไปตีตลาด และจะเปิดสาขาที่นั่นในปีหน้าแน่นอน อีกทั้งในอนาคตบริษัทยังได้ตั้งเป้าจะทำยอดขายขึ้นไปติด 1 ใน 5 ของโลกให้ได้ โดยปัจจุบันอยู่อันดับที่ 45 ของโลก แต่เบื้องต้นจะพยายามเข้าไปติด 1 ใน 10 ให้ได้ภายในปีหน้านี้ก่อน ซึ่งยอดขายสูงสุดในเวลานี้ คือ สหรัฐอเมริกา รองลงมาเป็นมาเลเซียที่มียอดที่เติบโตในทวีปเอเชียสูงที่สุด


ปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จเกิดจากเน้นมาตรฐานสำคัญ 3 ประการ คือ วิทยาศาสตร์, บริการ, และความสำเร็จในส่วนของวิทยาศาสตร์ คือ การเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 4 ไลฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ที่เป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่ยา อาหารเสริม หรือ สมุนไพร แต่เป็นสารสกัดจากน้ำนมวัวที่ช่วย สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และที่สำคัญ 4 ไลฟ์ ไม่มีคู่แข่งในผลิตภัณฑ์


ขณะที่ฐานสมาชิกในเวลานี้ ส่วนใหญ่ มีประมาณ 90% ที่ย้ายจากบริษัทอื่นๆ เข้า มาทำธุรกิจกับบริษัท และอีก 10% มาจากที่ประเทศอื่นๆ ซึ่งบริษัทยังมีกิจกรรมการ ประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ เพื่อให้เกียรติผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ส่วนผู้นำในประเทศ ไทย บริษัทได้มีกิจกรรมสุดพิเศษ คือการจัด ทริปท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการทำงาน โดย ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่บริษัท 4 ไลฟ์ มอบสิทธิพิเศษนี้


อย่างไรก็ตาม "นายสตีฟ" ได้กล่าวถึงวิกฤติทางการเมืองในเวลานี้ว่า ภาพรวม ในเมืองไทยที่มีเรื่องของการเมืองเข้ามา คาดว่า อาจทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า แต่ก็จะดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ เชื่อว่า ทุกอย่างจะคลี่คลายลงในสิ้นปีนี้ หากมีการยืดเยื้อไปถึง ปีหน้าจริงๆ บริษัทก็ไม่หวั่น เนื่องจากเคย เจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว และก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง


ย้อนไปก่อนหน้านี้ บริษัทเคยเจออุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ตอนนั้นต้องปิด ดำเนินธุรกิจเป็นเวลา 2 เดือน แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือ สมาชิกและผู้นำทุกคนช่วยกันทำงาน แม้น้ำจะท่วมแต่ก็ได้พายเรือไปส่งสินค้าและทำธุรกิจ ทำให้บริษัทยังมียอด ขาย ต่อเนื่อง แม้ช่วงนั้นจะไม่สูงมาก แต่ก็ได้รู้ว่า สมาชิกภายในองค์กรมีความสามัคคีกันมาก


"สถานการณ์ทางการเมืองในวันนี้มีผลกระทบกับทุกธุรกิจ แต่ธุรกิจขายตรงนี้เราสามารถทำงานที่บ้าน ศึกษาเองที่บ้านได้ เราต้องปรับวิธีการเรียนรู้เอาเองปรับวิธีการ ทำตลาดและกลยุทธ์ให้สอดคล้อง ตลอดจนวิธีการเทรนนิ่งก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้อง มีการปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพการณ์" มร.สตีฟ กล่าวทิ้งท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แม่ทีมแหกค่ายพ่นพิษ! 'กูรู-ผู้ค้า' ถามหา ก.ม.ลงโทษ







followership (Mobile)

 


จากความเคลื่อนไหวของการย้ายค่ายย้ายบริษัท ของกลุ่มแม่ทีมระดับสูง ซึ่งเป็นที่หวงแหนของบริษัทขาย ตรง จนกลายเป็นประเด็นที่สื่อขายตรงหลายสำนักนำขึ้น มาเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือ จนกลายเป็นที่พูดถึงกันใน วงการอย่างหนาหูในเวลานี้


เริ่มตั้งแต่ข่าวช็อกของ "บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" เมื่อ "นิติ สว่างทรัพย์" แม่ทีมเงินล้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้ "เอเจล" หรือ "อาเจล" โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อ 4-5 ปีก่อน ได้ประกาศเก็บข้าวของย้ายที่ทำมาหากินใหม่


โดย "นิติ สว่างทรัพย์" กลายเป็นโลโก้ของ "อาเจล" ไปโดยปริยายกับความสำเร็จที่เขามอบให้บริษัทสัญชาติอเมริกันนามนี้ และความจงรักภักดีที่มีให้บริษัทมาโดยตลอด เพราะเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน "เอเจล" ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทในยุครุ่งเรือง ต้องมาเจอวิกฤติทั้งภายในและภายนอก กลายเป็นเรื่องที่ทำให้กลุ่มแม่ทีมระดับสูงของบริษัทแตกกระเจิง ย้ายค่ายไปคนละทิศคนละทาง จะเหลือเพียงก็แต่ "นิติ สว่างทรัพย์" ผู้ที่ประกาศในตอนนั้นว่าจะปักหลักอยู่กับ "อาเจล" (ชื่อใหม่) ต่อไป


แต่เมื่อชื่อของ "บริษัท อีพิค (ประเทศไทย) จำกัด" เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานสูงสุด โดย "มร.เกล็น เจนเซ่น" อดีตนายหัว "เอเจล" ก็กลายเป็นเหตุให้ "นิติ สว่างทรัพย์" ต้องสละเรือเก่าแล้วย้ายเข้า โดยหวังว่าจะมาร่วมงานกับบริษัท ใหม่ที่มีนายเก่าเป็นผู้บริหาร


นอกจาก "นิติ สว่างทรัพย์" แล้ว ก็ยังมี "ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์" กับ "ธเนศ ลีลาภรณ์" 2 แม่ทีมเงินล้าน ที่วันนี้กลายเป็นอดีตกับ "บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด" โดยได้ยื่นใบลาออกเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาต่อ "เอมสตาร์" เพื่อหันหน้าไปร่วมงานกับแบรนด์ขายตรงไทยชื่อใหม่อย่าง "บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด"


ไม่เพียงเท่านี้ "บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิร์ดไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด" ขายตรงอเมริกัน ก็โดนพิษจากเทศกาลย้ายค่ายของแม่ทีม โดยบริษัทต้องเสีย "ดนุ วงศ์ประเสริฐ" แม่ทีมฝีมือดี ไปให้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อยังไม่คุ้นหูอย่าง "ซิจา"


จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ปัญหาการย้ายค่ายของแม่ทีมคนสำคัญ ส่งผล กระทบโดยตรงต่อบริษัทที่กลายเป็นอดีตต้นสังกัด ซึ่งหลายครั้งสร้างผลกระทบใหญ่หลวงจนถึงขั้นบริษัทนั้นๆขาดทุนจนต้องปิดบริษัทก็มี ในเรื่องนี้หลายฝ่ายก็เป็นห่วง และแสดงความเห็นว่า จะทำอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะหลายครั้งเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบ ไปถึงภาพลักษณ์ของทั้งวงการขายตรง


บริษัท MLM ต้องปรองดองแก้ปัญหา


เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.ประสิทธิ์ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสาร องค์กร มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการขายตรงไทย ได้เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า หากถามในความรู้สึกส่วนตัวต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ถ้านักธุรกิจระดับผู้นำคนนั้นมีการย้ายค่าย ย้ายบริษัท แล้วไม่สร้างผลกระทบให้กับบริษัท ด้วยการขนลูก-ทีมของเขาหนีไป นั่นเป็นสิ่งที่เขาสามารถ ทำได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของเขา


"ในกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มนักธุรกิจระดับแม่ทีมที่ย้ายบริษัท โดยสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้น ด้วยการชักจูงลูกทีมในสายของบริษัทไปด้วย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับบริษัท ซึ่งในเรื่องนี้จะสร้างผลกระทบไปถึงภาพลักษณ์ของวงการขายตรง ทำให้เสีย อัตลักษณ์ของวงการธุรกิจ" ดร.ประสิทธิ์ กล่าว


การย้ายบริษัทของกลุ่มผู้นำหลาย คน ก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่มองหรือห่วงเรื่องอื่น ที่จะสร้างผลกระทบ ต่อใครก็ตาม ซึ่งกลุ่มนักธุรกิจเหล่านี้ จะ ย้ายบริษัทไปเรื่อย ที่ไหนได้ผลประโยชน์ ที่สูงกว่า กลุ่มแม่ทีมเหล่านี้ก็จะไปโดย เอาลูกทีมของตัวเองไปด้วย


ในส่วนของหนทางการแก้ไข "ดร.ประสิทธิ์" เผยว่า "ก็ต้องมองที่เรื่องของกฎหมาย เมื่อกฎหมายในปัจจุบันไม่สามารถเอาผิดในเรื่องนี้ได้ ก็ต้องมีการกำหนดข้อบังคับระหว่างบริษัทกับนักธุรกิจ หรืออาจต้องไปมอง ถึงตัวบุคคล ที่ต้องสร้างจิตสำนึกความ จงรักภักดีกับบริษัทให้เกิดขึ้น เพื่อให้นักธุรกิจทำธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ"


นอกจากนี้ "ดร.ประสิทธิ์" ยังกล่าวต่อว่า "บริษัทขายตรงคงต้องร่วมมือกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากในปัจจุบันยังมีความแตกแยกระหว่างบริษัท รวมถึงความแตกแยกของสมาคมขายตรงที่ปัจจุบันมีถึง 4 สมาคม ด้วยจุดยืน ที่ต่างกันตรงนี้กลุ่มบริษัทขายตรงรวมถึง สมาคมขายตรงทุกสมาคม อาจต้องมีการเจรจาหาความร่วมมือเพื่อปิดปัญหา การย้ายค่ายของแม่ทีม โดยขนลูกทีมของตัวเองไปด้วย เพราะหากจะหวังพึ่งกฎหมาย เข้ามาช่วยคงเป็นไปได้ยาก"


 ผู้ค้าร้องหา ก.ม.เล่นงานแม่ทีมที่ชอบย้ายค่าย


ด้านนายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เผยว่า "ปัจจุบันปัญหาแม่ทีมย้ายค่ายมีเยอะมาก ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะบริษัท จ่ายเงินไม่ชัดเจน หรือทำอะไรผิด ตนคิดว่า แม่ทีมควรจะเข้าไปคุยกับบริษัทก่อน อยู่ๆ ก็ย้ายไปดื้อๆ หรือว่า บริษัท ใหม่ให้เงินเยอะกว่า แต่ก็คงจะเป็นเรื่องผลประโยชน์อีกนั่นแหละ หากมีกฎข้อบังคับเล่นงานแม่ทีมที่ย้ายค่ายบ่อยๆ ได้บ้างก็คงจะดี ไม่เช่นนั้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจก็จะเสียหาย ขาดทุน และต้องปวดหัวกับการสร้างแม่ทีมใหม่อยู่ตลอด เวลา"


"ในส่วนของการป้องกันปัญหาแม่ทีมย้ายค่าย เท่าที่ตนมองดูบริษัทที่ ประกอบกิจการขายตรงควรจะมีเงินก้อนใหญ่ไว้สำรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะจะได้ป้องกันไม่ให้บริษัทได้รับผลกระทบ โดยตนเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ตลาด AEC ทุกบริษัทจะต้องจัดสรรเงินมารองรับปัญหานี้ เพราะหากบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนที่มากพอก็จะทำให้ป้องกันปัญหา แม่ทีมย้ายค่ายได้ เพราะแม่ทีมเหล่านี้จะ ไม่ไปไหน เนื่องจากองค์กรมีความมั่นคง และตอบโจทย์รายได้อย่างไร้ขีดจำกัด อีกทั้งแม่ทีมจะทำงานให้บริษัทเติบโตอย่างจงรักภักดี" สุธีร์ กล่าว


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานบริหาร บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยว่า การทำธุรกิจขาย ตรงทุกวันนี้ต้องทำตามแบบธรรมชาติถึงจะยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ว่าทุกวันนี้ขายตรง ยังหลงกับภาพการโมติเวตที่เกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทีมบางกลุ่มที่หวัง แต่ผลประโยชน์ของตัวเอง โลภมาก การ สร้างกระแสต่างๆ เหมือนกับล่อแมงเม่า เข้าสู่กองไฟ สุดท้ายความเสียหายก็ตก อยู่ที่คนข้างล่าง ส่วนคนที่อยู่บนหรือแม่ทีมใหญ่ๆ ก็อยู่ได้ไม่นาน ย้ายค่ายไป ที่ใหม่แต่ยังทำพฤติกรรมแบบเดิมๆ ทำ ให้เป็นวังวนของขายตรง สุดท้ายภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงก็เป็นสีดำ


"นายเทวัญ" กล่าวต่อว่า แนว ทางการแก้ไขนั้น หลักสำคัญคือการดูแล คนทำธุรกิจแบบจริงๆ ไม่มีการสร้างกระแส ขณะที่คนทำงานบริษัทก็ให้การ สนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำธุรกิจตามธรรมชาติ ดูแลสมาชิกข้างล่าง แม่ทีมก็อยู่สบาย ส่วนแม่ทีมเมื่อเจอบริษัทที่ใช่ก็ควรปักหลัก บริษัทที่ใช่ในที่นี้คือ มีสินค้าที่ใช่ แผนการตลาดที่ใช่ อย่าหลอก กัน พูดแต่เรื่องจริง เท่านี้ก็สำเร็จได้อย่าง ยั่งยืนได้แน่นอน


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

แก้ ก.ม.ขายตรง ผลดีเศรษฐกิจชาติ







1506682_701888919845501_53719388_n (Mobile)

 


ธุรกิจขายตรงในปัจจุบันจัดเป็นธุรกิจหนึ่งที่ทำให้คนในประเทศมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ด้วย ข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ยังทำให้วงการขายตรงไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่อง กฎระเบียบข้อบังคับที่ดูจะ ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการยกระดับธุรกิจ ทำให้หลายฝ่าย มองว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง


นางเพ็ญทิพย์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องตัวบทกฎหมายถือเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากอีก 2 ปี การรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเกิดขึ้น ซึ่งถึงวันนั้นจะมีการค้าเสรีระหว่าง 10 ประเทศในอาเซียน ที่จะเดินทางข้ามไปข้ามมาโดยไม่ต้องเสียภาษีในหลายส่วน ทำให้การลงทุนในธุรกิจขายตรงจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล โดยประเทศไทยหากมีกฎหมายขายตรงที่แข็งแรงก่อนใคร จะทำให้ได้เปรียบมากขึ้นแน่นอน


ปัจจุบันบริษัทขายตรงในเมืองไทยมีจำนวนมาก และทุกบริษัทก็ต่างแข่งขันที่จะทำให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอด ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ก็จะได้เปรียบ เนื่องจากมีศักยภาพมากกว่า ทั้งความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงทาง การเงิน และการยอมรับในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ไม่เหมือน กับบริษัทขายตรงขนาดเล็กที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือเปิดมาได้ ไม่เกิน 2 ปี ที่ค่อนข้างจะเสียเปรียบ ทำตลาดยากขึ้น หาก AEC เริ่มเมื่อไรคาดว่า บริษัทใหญ่จะอยู่รอด แต่บริษัทเล็กจะอยู่ยาก


"เพ็ญทิพย์" ยังกล่าวต่อว่า การแก้ไขกฎหมายขายตรง ตนอยากจะให้มีการดึงผู้ที่ทำธุรกิจขายตรงเข้า ไปช่วยร่างกฎหมาย ด้วยเนื่องจากจะมีความเข้าใจดีกว่า หน่วยงานภาครัฐ หรือไม่ก็ควรจะมีการเปิดระดมความคิดว่าจะแก้ไขกันในเรื่องใดบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เพราะกฎหมายขายตรงฉบับปัจจุบันยังเอื้อต่อธุรกิจบางประเภท แต่บางประเภทก็ยังเอื้อเฉพาะผู้บริโภค จึงอยากให้มีการปรับแก้ไขให้มีครอบคลุมมากกว่านี้


"หากมีการแก้ไขกฎหมายขายตรงแล้ว เชื่อว่าสิ่งที่จะตามมาต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชาติแน่นอน เพราะจะทำให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของธุรกิจขายตรง ที่หลายๆ ประเทศในแถบอาเซียนจะต้องเข้ามาศึกษาข้อมูล และเอาไปใช้เป็นแบบอย่าง เพราะมีกฎหมาย ขายตรงที่แข็งแรง ถือเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจขายตรงไทยด้วย" ผู้บริหาร "โซล" กล่าวปิดท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

ข่าว 4ไล้ฟ์ (4life ) : "กล้าแลกกับความสำเร็จ" ภูวเนตุ บุวรรณ์ กับ จินตนา ภัทรลังลอง นักธุรกิจคู่รหัส ระดับ "อินเตอร์เนชั่นแนล ไดมอนด์" จาก บริษัท 4 ไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด

 








1468613_1377607079157524_875957749_n (Mobile)

 


"กุญแจสู่ความสำเร็จ" ...ขอทำหน้าที่นำเรื่องราวดีๆ จากนักขายตรงชั้นนำ ของเมืองไทย มานำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบ ถึงเส้นทางความเป็นมาของนักธุรกิจอิสระ ที่ขึ้นชื่อว่าประสบความสำเร็จบนถนนของธุรกิจเครือข่าย ซึ่งครั้งนี้เป็นคิวของ "ภูวเนตุ บุวรรณ์" กับ "จินตนา ภัทรลังลอง" นักธุรกิจคู่รหัส ระดับ "อินเตอร์เนชั่นแนล ไดมอนด์" จาก บริษัท 4 ไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด


 


นักธุรกิจคู่รักคู่รหัส 2 คนนี้ เคย ทำงานธนาคาร ก่อนที่จะออกมาเพื่อทำ ธุรกิจประกันภัย ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ด้วย ความเป็นไปของสังคม รวมถึงการ ยอมรับของผู้คนที่มีต่อวงการขาย ตรง ที่ทำให้พวกเขาทั้ง 2 คนเลือกที่จะลองเข้ามาในธุรกิจเครือข่าย โดยหวังที่จะไขว่คว้าความสำเร็จที่มากกว่า รวมถึงเวลาในการสร้างความสุขของชีวิตคู่


โดยที่ "ภูวเนตุ" เป็นผู้เล่าให้ฟังผ่านคำถามสู่ความสำเร็จ ว่า


จุดเปลี่ยนอะไร...ทำให้เข้ามาทำธุรกิจ MLM


"เริ่มแรกมาจากคำแนะนำของพี่สาว คือ คุณนุช บุวรรณ์ ที่ได้ เข้ามาเปิดโอกาสทางธุรกิจ แรกๆ ยัง ไม่เชื่อ แต่พอได้ตามเข้ามาฟังแผนการ ตลาด ซึ่งได้เห็นถึงความเป็นไปได้ และสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกระดับชั้น จึงได้สนใจเข้ามาเรียนรู้และศึกษาอย่างจริงจัง โดยทำใหม่ๆ ยังทำแบบไม่เต็มตัว แต่พอเริ่มมีรายได้เข้ามามากๆ ทำให้ลาออก จากงานเข้าลุยเต็มตัวทันที ส่วนแฟนสาวผมนั้น ที่ตัดสินใจทำเพราะชอบในผลิตภัณฑ์ และอยากมีเวลาความสุข หลังจากแต่งงาน กันแล้ว ก็ออกมาช่วยผมทำธุรกิจเครือข่าย ยึดเป็นอาชีพหลักทันที"


ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจกับ "4 ไลฟ์"


"เกิดจากที่ได้เห็นแผนการตลาดที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งในตลาดยังไม่มีคู่แข่งที่ไหนมีผลิตภัณฑ์เหมือนของเรา รวมถึงระบบที่เรียนรู้ง่าย มีการจ่ายเงินที่ยุติธรรม สามารถเกษียณตัวเองได้ และยัง มีเวลาอิสระ ไม่ต้องไปตอกบัตรทุกวัน อีกทั้งสุขภาพร่างกายก็แข็งแรง ทำให้ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมธุรกิจที่นี่ เพราะเชื่อว่าจะเติบโต ไปพร้อมกับบริษัทได้แน่นอน"


เวลาเจออุปสรรคเคยท้อบ้างไหม


"ใหม่ๆ ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ถอย ซึ่งเราสองคนก็พยายามให้กำลังใจตัวเองทุกครั้ง โดยมองที่เป้าหมายเป็นสำคัญ เพราะเมื่อ คนที่ประสบความสำเร็จ ก็เคยผ่านช่วงยาก ลำบากเช่นกัน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ อยาก ให้ทุกคนที่กำลังท้อแท้มองการปฏิเสธเป็น สถิติ หรือเป็นรายละเอียดของงานมากกว่า เพราะใน 10 คน มีทำจริงจังคนเดียวก็คุ้ม แล้ว ยิ่งค้นหามากเท่าไร เดี๋ยวก็เจอคนที่ใช่เอง โดยต้องมีความอดทน และยืนหยัด ให้นานพอด้วย"


ชีวิตเปลี่ยนไปแค่ไหน


"อันดับแรกคงเป็นเรื่องของความสุข ทางใจ ที่มาจากการที่ลูกค้าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ แล้วมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น อีกทั้งธุรกิจนี้สามารถตอบโจทย์ด้านความต้องการในเรื่องอิสรภาพทางด้านเวลา สามารถกำหนดเวลาทำงานได้ ไม่ต้องตื่นเช้ารีบไป ทำงานที่ต้องทนรถติดเหมือนแต่ก่อน และ ยังมีรายได้ไร้ขีดจำกัด ยิ่งขยายเครือข่ายมากก็ทำให้มีรายได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกวันนี้มีทั้งบ้านหลังใหญ่ รวมถึงรถเบนซ์ ในฝัน พร้อมทั้งยังได้สิทธิ์ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศด้วย ถือเป็นกำไรชีวิตอีกอย่าง หนึ่งที่ได้จากธุรกิจนี้"


 ทำธุรกิจขายตรงมากี่ปี่...เป้าหมายคืออะไร


"ที่จริงได้เปิดรหัสไว้ตั้งแต่ปี 2549 ช่วงแรกๆ ยังไม่ได้ทำเต็มตัว เพราะยังไม่ได้เปิดใจอย่างเต็มที่ แต่พอนานเข้าสายงาน ที่ขยายไว้เริ่มทำให้เราทั้งคู่มีรายได้มากขึ้น จึงได้มาเน้นลุยธุรกิจจริงๆ จังๆ ในปี 2555 ถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 ปีเศษๆ ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของสาขาในประเทศไทย คือ "อินเตอร์เนชั่นแนล ไดมอนด์" มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 6 หลักขึ้นไป ซึ่ง เป้าหมายได้วางแผนจะเกษียณอายุ จากการทำงานนี้ตอนอายุ 50 ปี ถึงเวลานั้นต้องการมีเงินเก็บขั้นต่ำ 50 ล้านบาท แต่ ก่อนจะถึงวันนั้นภายใน 3 ปี เราสองคนตั้งใจจะมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือนให้ได้ก่อน"


ทำไมหลายคนจึงไม่ประสบความสำเร็จในการทำขายตรง


"คงเป็นเรื่องของความอดทนที่น้อย เกินไป เพราะธุรกิจขายตรง คุณจะต้องยืนหยัดให้นานพอ และถูกวิธีด้วย ไม่ใช่ทำเองโดยไม่ปรึกษาแม่ทีมเลย เพราะจะทำให้ล้มเหลวแน่นอน ระบบทุกบริษัทคิดมาให้แล้ว เพียงแค่เดินตาม และตั้งใจก็พอ อีกทั้งคนที่ล้มเลิกกลางคัน มักจะมีข้อแม้ เยอะ รวมถึงคนทั่วไปไม่ค่อยกล้าที่จะแลก กับความสำเร็จ"


มีวิธีการอย่างไร...ทำให้เดินมาอยู่ในความสำเร็จนี้ได้


"ขอแค่มีความเชื่อและศรัทธาในธุรกิจนี้ก่อน ทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าใจเชื่อ ถ้าคุณเชื่อว่าคุณสำเร็จ แล้วมันก็จะสำเร็จ เพราะการที่เรามีเป้าหมายอย่างเดียวคงไม่พอ เราต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง และลงมือจริงจังอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะการมีข้อแม้เยอะมักจะทำอะไรสำเร็จยาก สำคัญจะต้องมีทัศนคติในด้านบวกเข้าไปด้วย เพื่อเหมือนเป็นพลังให้ตัวเอง"


สิ่งหนึ่งที่นักธุรกิจของเราในวันนี้ได้เอ่ยถึง และน่าสนใจ คือ "ความกล้าแลกกับความสำเร็จ" สิ่งนี้อาจทำให้หลายคนนึกย้อนว่า ที่ผ่านมาเรากลัวอะไร ถ้ามีความเชื่อว่ามันจะสำเร็จ ความกลัวไม่ได้ช่วยอะไร ในทางกลับกันมันมักจะปิดกั้นเราใน หลายเรื่อง แต่ความกล้าต่างหากที่จะนำมา ซึ่งสิ่งที่เราต้องการ เพราะที่สุดแล้วความ สำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่ การไม่ทำไม่ใช่คำตอบ การได้ทำต่างหากที่จะทำให้เรารู้ว่ามันดีหรือไม่ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ลอง...


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

จัสมินฯ ไปไม่ถึงฝัน เบนเข็มเปิดขายตรงออนไลน์







KUD 6 (Mobile)

 


จัสมินอินเตอร์ฯ ยกธงขาวหลังยื้อ 4 ปี ยอมรับไปไม่ถึงดวงดาว ตั้งลำใหม่เปิดขายตรงออนไลน์เต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อ บริษัท คัดสรร อินเตอร์เทค จำกัด ชูสินค้าสเต็มเซลล์พืช จากสวิตเซอร์แลนด์ ส่งลุยตลาดเต็มพิกัด ดึงมือดีขายตรงอีคอมเมิร์ชร่วมทีม เร่งพัฒนาระบบขนส่งสินค้า ถึงมือสมาชิกรวดเร็ว ตั้งเป้าปีหน้า 200 ล้านบาท


นายวิศว์วิชัย นำทรัพย์เจริญ ประธานบริหาร บริษัท คัดสรร อินโนเทค จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงที่ผ่านมา โดยเป็นผู้บริหารบริษัทขายตรงหลายชั้นภายใต้ชื่อ จัสมิน อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจได้มีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปไม่ได้ตามความคาดหมาย แม้ว่าที่ผ่านมาตนจะพยายามแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมด จึงตัดสินใจพลิกโฉมธุรกิจใหม่ทั้งหมด โดยก่อตั้งบริษัท คัดสรร อินเตอร์เทคฯ ดำเนินธุรกิจขายตรงในรูปแบบออนไลน์เกือบ 100%


"สมัยที่เป็นจัสมินฯ เรามีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งแผนการตลาด และบุคลากร ทำให้ไปไม่ถึงดวงดาว ไม่สามารถไปให้ถึงจุดที่ต้องการได้ ผมมองว่าติดขัดที่ศักยภาพของทีมงาน ขาดแนวร่วม ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เหมือนเราแก้ไขปัญหาเรื่องหนึ่งก็เกิดปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง ก็เลยรู้สึกว่าต้องแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยการลอกคราบเลย จากจัสมิน เป็นคัดสรร อินเตอร์เทค เรื่องแผนการตลาด สินค้า ออฟฟิศ ใหม่ทั้งหมด"


ทั้งนี้ บริษัท คัดสรรฯ ดำเนินธุรกิจในระบบออนไลน์ โดยมีบุคคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจนมีประสบการณ์ด้านการทำตลาดออนไลน์โดยเฉพาะมาร่วมงาน ทำให้ 3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และมียอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ


"ช่วงที่เป็นจัสมินฯ ไม่เป็นทีมเวิร์ค แต่พอเป็นคัดสรรฯ เรามีพลังของทีม เราเริ่มโปรเจกต์คัดสรรฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 3 เดือน มียอดขาย 3 แสนซอง หรือประมาณ 30 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนแรกเรามียอดขาย 9.4 ล้านบาท เดือนที่ 2 13 ล้านบาท และเดือนที่ 3 คาดว่า 15 ล้านบาท เราไม่ได้เติบโตแบบพุ่งทยานแล้วหยุด ไม่ได้โตเหมือนถั่วงอก แต่เติบโตแบบแน่นๆ ผ่านการเทรนด์คน ส่งผ่านความสำเร็จโดยคน จะสังเกตว่า 3 เดือนที่ผ่านมา เราจัดการประชุมหรือแคมป์ 2 ครั้งด้วยกัน เป็นทีมงานที่น่าพอใจมาก"


ขณะที่สินค้า ผลิตภัณฑ์ ไฟโต เอสซี (phyto sc stemcell) คือ


สเต็มเซลล์ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในกระแสของตลาดในขณะนี้ ซึ่งนักธุรกิจต้องทำความเข้าใจกับสินค้าควบคู่กับแผนการตลาดและเดินไปพร้อมกัน ดังนั้น คัดสรรฯ จะมี 3 ส่วนที่ประสานกันคือสินค้า แผนการตลาดและสมาชิก


นายวิศว์วิชัย กล่าวว่า บริษัทมีแผนรองรับการเติบโตในปี 2557 โดยเตรียมความพร้อมเอาไว้ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสินค้า ที่จะมีเพิ่มเข้ามาอีก 2 รายการ ซึ่งจะเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงาม ส่วนแผนการตลาดยังคงใช้แผนไบนารี่ แต่ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ โดยเน้นระบบออนไลน์ ขณะที่ช็อปจะไม่ใช่ออฟฟิศขนาดใหญ่


"โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไป เราทำตัวให้เล็ก ใช้พาร์ตเนอร์ให้เยอะ กำไรเราจะมากขึ้น อีกไม่เกิน 2 ปี จะมีคนทำเหมือนคัดสรรฯ การจัดระบบออนไลน์เราใช้อีวอลเลท โดยใช้สกุลเงินของเราเองคือ เคอี โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินไทยอยู่ที่ 35 บาท ไม่อิงค่าเงินสกลุลดอลลาร์ เพราะมีปัญหาเยอะ"


ด้านสมาชิก ปัจจุบันมี 1,300 รหัส มียอดจำหน่าย 2 แสนซองต่อเดือน บริษัทมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด และรองรับการเติบโตในปีหน้าอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปี 2557 ที่ 200 ล้านบาท


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

'เกรสเทสกู๊ดส์' ใส่เกียร์ห้า เดินเกมส์ลุยธุรกิจขายตรง







DSC_0391 (Mobile)

 


เป่าเค้กครบรอบ 1 ปี น้องใหม่ขายตรง เกรสเทสกูดส์ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นสมาชิก เจอพิษการเมือง มันนี่เกม ยอมรับไม่ถึงเป้า แต่ก็ปิดยอดเป็นที่น่าพอใจ ตั้งลำใหม่ลุยศึกปีหน้า อัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง รุกสร้างแบรนด์ผ่านสื่อ เพิ่มไลน์สินค้า เชื่อมั่นถึงเป้าหมาย 500 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2557


 น.ส.ณภัทร รัตนาภรพิศ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เกรทเทสกูดส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจจะครบรอบการดำเนินธุรกิจครบ 1 ปี ในวันที่ 9 มกราคม 2557 ที่จะถึงนี้ โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการเมือง สำหรับภาคธุรกิจเองก็มีเรื่องมันนี่เกม ทำให้บั่นทอนความน่าเชื่อถือ กระทบการเติบโตของธุรกิจ สำหรับเกรสเทสกูดส์เองถือว่ากระทบพอสมควรและทำยอดไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าพอใจที่สามารถฟันฝ่าช่วงวิกฤตมาได้ด้วยดี


"เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อน ตอนนั้นบริษัทที่ทำอยู่ประสบปัญหา ช่วงที่เป้นกระแสอยู่ก็คุยกับทีมงาน ไปดูบริษัทขายตรงต่างๆ แต่เราพบว่าบางที่สินค้าดีแต่แผนการตลาดไม่ได้ บางที่แผนการตลาดดีแต่สินค้าไม่ตอบโจทย์ ทำให้ตัดสินใจเปิดบริษัทเองโดยร่วมกับทีมงานหลายคน พอดีเราได้สินค้าดีมาจากญี่ปุ่น เราใช้แผนการตลาดคล้ายกับบริษัทเดิมที่เราทำอยู่เพราะตอบโจทย์เรื่องรายได้ แต่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม"


ปัจจุบัน เกรสเทสกูดส์ มีสินค้าทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารเสริม 2.ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน 3.ผลิตภัณฑ์เพื่อ


การเกษตร และ 4.สกินแคร์ โดยสินค้าหลักเป็นกลุ่มดุแลรักษาสุขภาพ ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มสกินแคร์และคัลเลอร์ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 20 รายการ


น.ส.ณภัทร กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับรุกตลาดในปี 2557 ที่จะถึงนี้ โดยเน้นที่การสร้างฐานผู้บริโภคให้มีความแข็งแกร่ง ปัจจุบันมีสมาชิก 10,000 รหัส จะขยายให้เป็น 200,000 ในอนาคตอันใกล้ซึ่งมองว่าใช่เรื่องยากเพราะระบบบริษัทสมัครสมาชิกได้ฟรีอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรให้สมาชิกที่เข้ามามีความแอ็กทีฟ ไม่ใช่แค่สมัครลมๆ แล้งๆ นั่นเป็นโจทย์ที่บริษัทต้องตีให้แตก "ปัจจุบันเราอยากรุกตลาดในกรุงเทพและภาคกลางก่อน เพราะใกล้กับสำนักงานใหญ่ สะดวกต่อการเดินทางและค่าใช้จ่ายไมสูง ส่วนภาคอื่นก็มีทางอีสานและตะวันออก แม่ทีมที่นี่มีน้อยมาก ส่วนมากเป็นผู้บริโภค บางคนมีผู้แนะนำให้ใช้สินค้าแล้วเขาชอบ มาซื้อถึงบริษัทเลย แผนการตลาดเราแบบแนะนำ 5 ชั้น ต่อไปเรื่อยๆ เป็นแผนธุรกิจแบบใสๆ เลย ถ้ามาแบบธุรกิจจ๋า ไม่มี แต่เรามีฐานผู้บริโภคที่แน่นมาก"


น.ส.ณภัทร กล่าวต่อไปว่า บริษัทได้รับใบอนุญาตจาก สคบ.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้รับเอกสารฉบับจริงภายในอาทิตย์หน้า ซึ่งเป็นความล่าช้าขอนขั้นตอนตามกฎหมายและมีปัญหาด้านการเมือง ส่วนภาพรวมธุรกิจขายตรงในปีนี้ มีความร้อนแรงมาก มีการสลับสับเปลี่ยนกันไป แต่บริษัทเกรทเทสกูดส์ยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสิ้นปี 2557 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตกว่า 500 ล้านบาท


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวซัคเซสมอร์ (Successmore) : สองผู้ก่อตั้งและผู้บริหารซัคเซสมอร์ ยิ้มออกผลการทำโฟกัสกรุ๊ปชี้ว่าตลาดและนักธุรกิจยอมรับในความเป็นมืออาชีพ







smm (Mobile)

 


นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันท์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท และนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการขับเคลื่อนซัคเซสมอร์ด้วยการลุยทำงานหนักมาตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา อย่างเข้าใจธุรกิจ เข้าใจนักธุรกิจและการบริหารงานอย่างมืออาชีพ จนถึงวันนี้ การทุ่มเททุกอย่างเริ่มออกดอกออกผล โดยใช้ตัวชี้วัดจากความสำเร็จและความสุขของนักธุรกิจและลูกค้าเป็นตัวอ่านค่า ซึ่งทั้งนักธุรกิจเครือข่ายผู้มากประสบการณ์ทุกระดับและและคนใหม่เอี่ยมถอดด้าม ที่เข้ามาร่วมธุรกิจด้วย ต่างยอมรับในฝีมือการบริหารว่าเป็นมืออาชีพที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งทั้งนี้ ข้อมูลความมั่นใจดังกล่าว ได้มาจากการทำโฟกัสกรุ๊ปกับนักธุรกิจซัคเซสมอร์ที่มีพื้นฐานตั้งแต่คนใหม่ในวงการไปจนถึงนักธุรกิจที่เคยเป็นมนุษย์เงินล้านในเครือข่ายมาก่อน ซึ่งจากโฟกัสกรุ๊ปดังกล่าว ได้ข้อสรุปปัจจัยหลักที่หนุนให้พวกเขาประสบความสำเร็จกับซคเซสมอร์ได้ 7 ปัจจัย ดังนี้


1.เจ้าของผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเป็นคนๆเดียวกัน มีความทุ่มเท มีความเข้าใจธุรกิจและมีความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการสูง อีกทั้งสัมผัสได้ถึงเจตนาการสร้างธุรกิจระยะยาว


2.มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและมีเรือธงที่ช่วยให้เปิดใจคนง่าย เพราะตรงความต้องการ ให้ผลลัพธ์เกิดคาดและคุ้มค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ชื่อ More Collagen ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ลำไส้ที่ชื่อ Phytovy ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูเซลล์ที่ชื่อ Nutrigaและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณที่ทำให้หน้าเด้งกระชับภายใน 5 นาที ที่ชื่อ S’Mone


3. มีซัคเซสมอร์ลีดเดอร์ชิพอคาเดมี ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาผู้นำระดับสากล ที่ออกแบบหลักสูตรต่างๆกว่า 25 หลักสูตรเป็นการเฉพาะเจาะจง รวมทั้งการสอนที่เข้าถึง ทำให้ตัวเองและคนที่ตามมามีความรู้ความเข้าใจและมีพลังมากพอที่จะสร้างความสำเร็จในธุรกิจ


4.มีแผนการจ่ายโบนัสทางธุรกิจที่ไม่ซับซ้อน จ่ายสูง เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายและรักษายอดต่ำ ส่งผลให้หาคนเข้าใหม่ง่ายและรักษาคนเก่าได้


5.มีนโยบายการขยายสาขาเพื่อรองรับการเติบโต เปิดมา 8 เดือน มี 5 สาขา ได้แก่ สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ หาดใหญ่ อุดรธานี เชียงใหม่และประเทศพม่า และที่ชอบมากคือเป็นสาขาที่เป็นทั้ง เซอร์วิสเซ็นเตอร์ เทรนนิ่งเซ็นเตอร์และช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ไปในตัว


6.มีความเข้มข้นในการรักษากฎจรรยาบรรณ และตระหนักในเรื่องของการไม่ให้เกิดการตัดราคาสินค้า โดยบริษัทไม่มีนโยบายการตลาดในการลดแลกแจกแถมและไม่มีการเปิดโค้ดสูงเพื่อเร่งยอดขายในปัจจุบัน เพราะการตัดราคาถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของความสำเร็จที่ยั่งยืน


7.มีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียว ที่มุ่งเน้นค่านิยมการทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในสังคมนี้ มีความสุขและสบายใจ


นอกจากนี้ นพ.สิทธวีร์และนายนพกฤษฏิ์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า บริษัท ซัคเซสมอร์ จะแข่งกับตัวเอง ด้วยการจดจ่อทำแต่สิ่งที่ช่วยให้นักธุรกิจและลูกค้า มีความสุขและความสำเร็จยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าปีหน้าจะมีทีเด็ดที่จะทำให้เป็นปีแห่งการเติบโตของซัคเซสมอร์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆที่คัดสรรโดยคุณหมอเอง และการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ซัคเซสมอร์ให้เป็นบริษัทเครือข่ายคนไทย มาตรฐานสากล


 

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวคังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) : คังเซน-เคนโก Millionaire Night Party 2013

 








1474589_694290940595732_537895519_n (Mobile) (Mobile)

บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงาน Millionaire Night Party 2013 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และเชิดชูเกียรตินักธุรกิจคลังเซนฯ ที่อยู่ใน Millionaire Club (สโมสรผู้บริหารเงินล้าน) ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสุชาดา อำพันยุทธ์ ประธานกิตติมศักดิ์ มาร่วมงาน คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร ขึ้นมอบรางวัล ให้กับ Gold Class, Silver Class โดยมี แจ๊ค AF4 และ เบน ชลทิศ ร่วมแสดงความยินดี และสร้างสีสันให้กับงาน ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพ


 


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

ข่าวคังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) : คังเซน-เคนโก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไฮยาลอส”

 








131028005 (Mobile)

อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานบริษัทคังเซน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดตัว “ไฮยาลอส” ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการเติมเต็มความชุ่มชื้นที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย คริสติน โคคูล ไฮยาลอส อควาคริสตัล ฟิลเลอร์ ซีรั่ม สำหรับบำรุงผิวหน้า ให้เรียบเนียน กระชับ เต่งตึง คงความชุ่มชื้น ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม และคริสติน โคคูล ไฮยาลอส อควาคริสตัส ออร่า สเปรย์ น้ำแร่ธรรมชาติ จากหมู่เกาะ French Polynesia ช่วยชาร์ตความสดชื่นให้ผิวหน้าคุณทันที โดยมี แพง ภิชาภัช ศรีสำราญ มาร่วมงานด้วย ณ ไบเทค บางนา


 


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556


 

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : “เฮิร์บ วีก้า” ค่าย “นีโอไลฟ์” สัดส่วนยอดขาย 20%







23-7-2555 21-06-57 (Mobile)

 


ขายตรงยักษ์ใหญ่ไบนารี่ “บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ทีได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทขายตรงที่มีผู้นำประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะที่นี่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะสินค้าที่มีให้เลือกหลากหลายรายการ แต่หากเป็นสินค้าที่เพิ่มความคึกคักให้กับท่านชาย สร้างชื่อเสียงให้กับ “นีโอไลฟ์” ก็ต้องยกให้กับสมุนไพร “เฮิร์บ วีก้า” (Herb Vika) ชนิดแคปซูล ที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับคุณสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสินค้ารือธงแต่ก็ได้สร้างกระแสความเชื่อมั่นในคุณภาพนำไปบอกต่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสูการต่อยอดธุรกิจให้แก่สมาชิก นีโอ ไลฟ์ ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นราวม้าผยศนี้ ผลักให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่กล่าวขวัญ บนความต้องการของตลาด ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร “เฮิร์บ วีก้า” นี โอไลฟ์ สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทในสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 20 %


อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งของปัจจัยสำคัญที่คอยกระตุ้นให้ยอดขายเติบโตมาจากสุดยอดแผนการตลาดด้วยการจัดโปรโมชั่นแพ็คเกจ จำหน่ายในราคาพิเศษอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในหนึ่งแพ็คเกจอาหารเสริม 3 กระปุก ก็จะมีผลิตภัณฑ์สมุนไพร “เฮิร์บ วีก้า” รวมอยู่ด้วย โดยกลยุทธ์ดังกล่าวนับว่าได้รับการตอบรับจากตลาดค่อนข้างดี สามารถสร้างความจดจำในผลิตภัณฑ์อีกด้วย


ส่วนคุณสมบัติพิเศษของ “เฮิร์บ วีก้า” นั้น เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยจีน ที่สามารถช่วยให้อาการของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศดีขึ้นอย่างน่าพอใจ สมุนไพรที่สำคัญได้แก่ โสมจีน สรรพคุณ บำรุงอวัยวะทั้ง5 คือ หัวใจ ตับ ปอด ม้าม ไต เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงเลือด กระตุ้นระบบประสาท ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นยาช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ


เขากวางอ่อน ช่วยบำรุงเลือด บำรุงกำลัง เจริญอาหาร เสริมสมรรถภาพทางเพศ โด่ไม่รู้ล้ม ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ แก้อักเสบ ขับน้ำเหลืองเสีย บำรุงกำหนัด กวาวเครือแดง บำรุงสุขภาพ เป็นยาอายุวัฒนะ กระชายดำ ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงกำหนัด ม้าน้ำ บำบัดอาการกามตายด้าน ปัสสาวะบ่อย ปวดเอว กำลังวัวเถลิง บำรุงโดหิต บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร แก้ปวดเมื่อย


 


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

ข่าวลาชูเล่(La Chul Cosmetics Thailand) : “ลาชูเล่ ”โชว์ “บราบาร่า” คับใหญ่ แน่นอก ยอดดีไม่มีตก 30,000 กล่อง/ไตรมาส







maxresdefault (Small) (Mobile)

 


บริษัทขายตรงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ลาชูเล่” (lachule) ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้ามาร่วมแชร์ตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดย “ดูษศิดา ภาคาเดช ” กรรมการผู้จัดการบริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด และ บริษัท ลาชูเล่ ( เอเชีย ) จำกัด ระบุว่า สินค้าเฉพาะกลุ่มของลาชูเล่ มีการเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการตอบรับดีเวลานี้คือ ผลิตภัณฑ์ บราบาร่า (Brabara) สินค้าจากประเทศเยอรมัน อาหารเสริมเหมาะสำหรับคุณผู้หญิงเท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับคุณผู้ชายยังอยู่ในขั้นตอนการลงรายละเอียดต่างๆ คาดว่าภายในปีหน้าจะได้ยลโฉมสินค้าตัวใหม่นี้อย่างแน่นอน


“เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทขายตรงหลายค่ายเปิดตัวผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สรรพคุณคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ยี่ห้อและบริษัทผู้ผลิต กลายเป็นสงครามมดลูกในวงการตลาดขายตรงเมืองไทย ที่ต่างฝ้ายต่างงัดกลยุทธ์ปล่อยทีเด็ดหมัดต่อหมัดเพื่อแย่งชิงกลุ่มผู้บริโภคสินค้าชนิดนี้กันอย่างดุเดือด แต่สุดท้าย บราบาร่าก็สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเข้ามายืนตรงจุดนี้ได้ เพราะผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง หลายคนกลับมามองว่า บราบาร่าดียังไง ปลอดภัยไหม ไม่ใช่แค่เน้นสรรพคุณเสริมจุดนั้นจุดเดียว คือทั้งภายนอกและภายใน เรื่องผิวขาวเนียนใส อกใหญ่ เต่งตึง มดลูกกระชับ ลดอาการปวดประจำเดือนให้ดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้ปกติ ซึ่งตอนนี้ขายควบคู่กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โอราล่า สริมส์ สินค้าลดน้ำหนัก ออกใหม่ และผลตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินคาด เพราะโดยส่วนใหญ่ประมาณ 70 % เป็นผู้หญิง ที่ทำให้การออกผลิตภัณฑ์เฉพาะผู้หญิงเป็นเรื่องง่ายในการขยายตลาด ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ไม่มีการโฆษณาออกสื่อทั่วไปแบบครบวงจร แต่อาศัยการโฆษณาแบบปากต่อปาก เน้นคุณภาพ ใช้ดียอกต่อ วิธีโบราณชาวบ้านๆแต่ผลตอบรับที่ได้กลับดีเยี่ยม”


ส่วนแผนการกระตุ้นตลาดปี 2557 บริษัทจะเริ่มดำเนินการโฆษณาผลิตภัณฑ์เฉพาะ กลุ่มควบคู่กันทั้งสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ผ่านระบบ “เรดิโอ มาร์เก็ตติ้ง” สื่อวิทยุเพื่อขยายกลุ่มผู้บริโภค ในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฟังวิทยุส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ซึ่งเป็นเอนไซม์เรื่องของฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ผลตอบรับในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ผลิตภัณฑ์ราบาร่าจะมาเป็นอันดับ1


“ผลิตภัณฑ์ราบาร่า ปัจจุบันมียอดขายที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยในแต่ละไตรมาสขายได้ประมาณ 30,000 กล่อง ราคาสำหรับสมาชิกกล่องละ 1,200 บาท ที่สำคัญยอดขายไม่เคยตก ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปีจนถึงปัจจุบัน เพราะสินค้าเราดีจริง ใช้แล้วเห็นผล ส่วนตลาดต่างประเทศ อย่างประเทศกัมพูชา ต้องบอกว่า บราบาร่าขายดีมาก ผลตอบรับดีเกินคาดจริงๆ ในอนาคตถ้ามีการขยายสาขา ก็ต้องฝึกอบรมเรื่องธุรกิจขายตรงให้ผู้นำ เพื่อให้เขาสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามนโยบายบริษัท


 


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง







rok (Mobile)

 


พ.ศ.2545 หมวด7 บทกำหนดโทษดังนี้


 มาตรา 45 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ ตาม มาตรา 16 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา 46 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 19 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท


มาตรา 47 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 20 หรือ มาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่


มาตรา 48 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท


มาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 22 หรือ มาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


มาตรา 50 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 23 หรือ มาตรา 25 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท


มาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 26 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 37 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท


มาตรา 52 ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงใดไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงแผนการจ่ายผลตอบแทนให้นายทะเบียนทราบ ตาม มาตรา 38 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท


มาตรา 53 ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิด ต่อพระราชบัญญัตินี้อีก ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น


มาตรา 54 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคลให้กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น


มาตรา 55 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีตาม มาตรา 46 ให้คณะกรรมการมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และในการนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนิน การเปรียบเทียบได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไข ประการใดๆ ให้แก่ผู้ได้รับมอบหมายตามที่เห็นสมควรก็ได้


ภายใต้บังคับของบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ในการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องมายังคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง ภายในเจ็ดวันนับ แต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ


เมื่อผู้กระทำความผิดได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

Celebrating our successes ก้าวผ่านประตูความสำเร็จในไทย







1493385_259396920883713_186641632_o (Mobile)

“ปฐมบทสู่ความสำเร็จครั้งใหม่แห่งวงการธุรกิจเน็ตเวิร์คไทย ภายใต้รูปแบบบริหารจัดการธุรกิจชั้นนำจากกรุงโซล ทีผสมผสานกลยุทธ์ตลาดด้านความงามคู่กับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพระดับ พรีเมี่ยมเพื่อเนรมิตอาชีพนักธุรกิจอิสระรุ่นใหม่ ให้มีความมั่นใจและก้าวไกลไปพร้อมกับธุรกิจรูอัน ด้วยนิยามนักธุรกิจ Healthy & Smart Business Look” ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของทีมผู้บริหารรูอัน เวิล์ด (ประเทศไทย) จำกัด ที่เราพร้อมเติมเต็มทุกความฝันให้เป็นจริงและผลักดันศักยภาพนักธุรกิจไทย ก้าวสู่ความเป็นนักธุรกิจระดับโลกต่อไป


บริษัทรูอัน เวิล์ด (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.เจมส์ ลี ( Mr.James Lee) ประธานบริหาร และ มร.เมียง วัน คิม (Mr.Myung Wan Kim) กรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ มร.พาร์ค อิน ชอน (Mr.Park In Cheon) ประธานบริษัทรูอัน เกาหลี จำกัด จัดงาน “ Celebrating Our Successes ” เพื่อเปิดตัวสำนักงานอย่างเป็นทางการ โดยมีนักธุรกิจรูอัน เวิล์ด ให้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ในโอกาสการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจของทางบริษัทรูอัน เวิล์ด (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารสำนักงานห้องเลขที่ 240/38 ชั้น 19 อาคาร อโยธยาทาวเวอร์ แขวง/เขต ห้วยขวาง กรุงเทพ ฯ ในวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556


นอกจากนี้ทางบริษัทรูอัน เวิล์ด (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับลมหนาว “MONGNIS Photo Contest” เพื่อชิงรางวัลบัตรท่องเที่ยวประเทศเกาหลีและชุดผลิตภัณฑ์จากทางบริษัทอีกมากมาย สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RUAN World ( Thailand ) Call Center 092-610-4474 หรือ Click! www.ruanworldinter.com พร้อมทั้งสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/ruanworld และ instagram : @ruanworld


 


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : 'เอเชีย สุพรีม' จับมือเมืองโสมขนเครื่องสำอางลุยขายอาเซียน

 








67617n_1l (Mobile)

"เอเชีย สุพรีม" ก้าวไปอีกขั้น จับมือบริษัทชั้นนำแดนกิมจิ "Amaranth Cosmetics" แตกไลน์เครื่องสำอาง นำร่อง 5-7 รายการลุยตลาดขายตรงอาเซียน


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีความแข็งแกร่ง มาจากการมีพันธมิตรคู่ค้าต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และบริษัทมี นโยบายการเปิดสาขาในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งปัจจุบันขยายเข้าไปแล้วในประเทศเพื่อบ้าน คือ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา


นอกจากนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น บริษัทได้นำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเข้ามาจำหน่าย โดยปัจจุบันมีสินค้าจากนิวซีแลนด์ อเมริกา และมาเลเซีย ล่าสุดบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ในเกาหลี และอมรัน เป็น 1 ใน 5 มาตรฐานโลก ผู้นำตลาดเกาหลี และระดับสากล 20 ประเทศที่มีสินค้าขายอยู่


"เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น บริษัทพยายามมองหาสินค้าที่มีนวัตกรรม นอกจากวันนี้เรามีคอสตูม จากนิวซีแลนด์และมีสินค้าหลายตัวจากอเมริกา หลายตัวมาจากมาเลเซีย นอกจากนี้ สกินแคร์ เครื่องสำอาง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาหลี โดดเด่นมากในระดับโลก"


ล่าสุด บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amaranth Cosmetics ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านคอสเมติกส์จากประเทศเกาหลี ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 มาตรฐานโลกและมีการจำหน่ายสินค้าไปสู่ 20 ประเทศทั่วโลก โดยเอเชีย สุพรีมจะเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว


"สำหรับ Amaranth เป็นทั้งผู้ผลิตที่มีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีทิศทางการทำธุรกิจไปในแนวทางเดียวกันกับเอเชียสุพรีม ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปเยี่ยมเยียนที่เมืองปูซาน เพื่อทำแนวทางธุรกิจร่วมกัน อย่างแรกคือการสนับสนุน โดยคัดเอาสินค้าที่เด่นที่สุด จำนวน 3 กลุ่ม 5-7 รายการ มาออกตลาดในไทย"


นายสุธีร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้บริษัทได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางของ Amanranch แต่เพียงผู้เดียวในไทยและในอาเซียนอีก 10 ประเทศ โดยคาดว่ายอดขายปีแรกน่าจะไม่ต่ำกว่า 100-120 ล้านบาท ทั้งนี้ช่องทางการทำตลาดไม่ได้จำกัดแค่ MLM แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่จะพัฒนาต่อไปคือ ซิงเกิ้ล แฟรนไชส์ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคนี้ในรูปแบบ OEM ได้อีกด้วย


"เอเชีย สุพรีมถือเป็นประตูเพื่อกระจายสินค้าไปสู่อาเซียน นอกจากนี้ยังถือเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าจากเดิมที่เน้นขายกลุ่มเสริมอาหารเป็นหลัก การจับมือกับ Amanranch จะเป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทั้ง มาเลเซีย เขมร ลาว และพม่า ที่จะเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยหลังจากนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะส่งผลให้ปี 2557 บริษัทจะทำรายได้ถึง 500 ล้านบาท จากรายได้ในสิ้นปีนี้น่าจะปิดที่ 160 ล้านบาท" นายสุธีร์ กล่าว


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

ข่าวมิสทีน (Mistine) : 'มิสทิน' ลุยปั้นแบรนด์รับเออีซี

 








69732n_03_L (Mobile)

นายดนัย ดีโรจน์วงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือขายตรง "มิสทิน" เปิดเผยว่า ธุรกิจขายตรงโดยรวมปีนี้ไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการจับจ่าย ขณะที่รายได้ต่อครัวเรือนลดลง มาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงขึ้น ภาคการเกษตรและการผลิตลดลง รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ต่อเนื่องถึงสถานการณ์การเมือง


นายดนัย กล่าวถึงแผนการทำตลาดต่างประเทศว่า ได้ร่วมกับบริษัท นาริส คอสเมติกส์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ตั้งบริษัท ฟาริส ไทยแลนด์ จำกัด เพื่อร่วมกันขยายตลาดเครื่องสำอางฟาริส บาย นาริส ในภูมิภาคอาเซียน รองรับการเปิดเออีซี จากเดิมมีจำหน่ายเฉพาะในไทย โดยขณะนี้ได้ทยอยเข้าไปทำตลาดในพม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม ผ่านช่องทางรีเทลและขายตรง และได้ตั้งโรงงานที่เวียดนาม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า


ส่วนการทำตลาดต่างประเทศของมิสทิน ได้ร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่นตั้งสำนักงานในพม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย ซึ่งปี 2557 จะให้น้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับได้ง่าย โดยล่าสุดการได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมจากเวทีประกวดเครื่องสำอางระดับโลก เมืองมิลาน อิตาลี ก็จะช่วยให้สื่อสารแบรนด์ที่มีความเป็นโกลบอลไลซ์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการหรือเอ็กซ์คลูซีฟจำหน่ายเฉพาะแต่ละประเทศ


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com