ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

MLM แห่ดึงดาราปั้นแบรนด์ จับนั่งพรีเซ็นเตอร์...ยันผู้บริหาร!







01697_zevoe (Mobile)

 


กลุ่มบริษัทขายตรง เทงบการตลาด แย่งดาราคนดังร่วมทัพตั้งแต่เป็นพรีเซ็นเตอร์ ยันผู้บริหาร "บีฮิบ" ดึง "ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช" นั่งแท่นซีอีโอ หลังภาพลักษณ์ติดหล่มตั้งแต่ปีก่อน "ไทยเฮลท์" ได้ "สมรักษ์ คำสิงห์" และ "สามารถ พยัคฆ์อรุณ" โฆษณาสินค้าใหม่ เดิมพัน 50 ล้านบาทสิ้นปี ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" เซ็นสัญญา 5 คนดังรวดเดียว จับเป็นพรีเซ็นเตอร์ 5 รายการสินค้า


การทำตลาดของวงการขายตรงในปัจจุบัน ไม่ต่างจากการทำตลาดในธุรกิจอื่น ที่บางครั้งต้องพึ่งดาราคนดังเพื่อเข้ามาเป็น พรีเซ็นเตอร์ สร้างการรับรู้ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิด ขึ้นกับบริษัท หรือสินค้าของตนเอง โดยในปีนี้นับว่าเป็นปีที่กลุ่ม บริษัทขายตรงมีการใช้งบในส่วนของการว่าจ้างคนที่มีชื่อเสียงเข้ามา ช่วยสร้างตลาดในจำนวนที่ไม่น้อย ซึ่งต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ได้ผลในระดับที่ดีในเรื่องของสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร


โดยล่าสุด "บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด" ได้จัดงาน BHIP Global Convention 2013 โดยมีการเปิดตัว "ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช" ดาราชื่อดัง มานั่งเป็น 1 ในผู้บริหารระดับ สูงของบริษัท ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นภาพลักษณ์ของบริษัทได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ปีก่อน บริษัท บีฮิบฯ ต้องโดนมรสุมด้านชื่อเสียง กลายเป็นเหตุทำให้ภาพลักษณ์ของ "บีฮิบ" ต้องถูกบั่นทอนลงไป


นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ "ไทยเฮลท์" ค่ายขายตรงน้องใหม่ที่เดินหน้าสร้างตลาดรูปแบบใหม่ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้มี การดึงคนมีชื่อเสียงในวงการกีฬา และบันเทิงอย่าง สมรักษ์ คำสิงห์ และสามารถ พยัคฆ์อรุณ มาร่วมขับเคลื่อนแบรนด์


โดยนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า บริษัท วางแผนรุกตลาดไตรมาสสุดท้ายด้วยการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำมันจมูกข้าว น้ำมัน รำข้าวญี่ปุ่น และน้ำมันจมูกข้าวสาลี ตรา ยูนิไรซ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดีจากผู้บริโภค หลังจากทดลอง จำหน่ายในตลาดเป็นระยะเวลา 3 เดือน มียอดขายแล้วกว่า 20 ล้านบาท นับได้ว่า เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว


ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยูนิไรซ์ มีจุดเด่นเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับดูแลสุขภาพโดยรวมเหมาะสำหรับทุกคน ในครอบครัว โดยมี สมรักษ์ คำสิงห์ และสามารถ พยัคฆ์อรุณ เป็นพรีเซ็นเตอร์ การันตีคุณภาพระดับแชมป์โลก โดยบริษัท ตั้งเป้าหมายยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยูนิไรซ์ ในปีนี้ประมาณ 50 ล้านบาท และมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริม อาหารยูนิไรซ์ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอด ขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของบริษัท รองจาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำเห็ดสกัด ตรา มัชรูม พลัส และซ้อเจ็ด เซ็ทคัพ


นอกจากนี้ ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ยังมีการ เติบโตในธุรกิจอีกขั้น หลังจากเป็นผู้กุมเครือข่ายสื่อวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ และขยายไปสู่สื่อวิทยุสถานีหลัก 12 คลื่นหลัก ในวันนี้ ไทยเฮลท์ ได้ซื้อกิจการคลื่นสถานีหลัก FM90 อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อดำเนินรายการ "โอเค ลูกทุ่ง 90FM" และขยายเครือข่ายการรับฟังได้ถึง 31 สถานีใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบกับช่องทางการฟังผ่านระบบดาวเทียม C Band และเว็บไซต์เรดิโอ โอเค และแอพพลิเคชั่นเรดิโอโอเค ทำให้รายการ "โอเค ลูกทุ่ง FM90" สามารถขยายเครือข่ายผู้ฟังไปได้ทั่วประเทศ ซึ่งเอื้อประโยชน์ในการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของบริษัทได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ด้านนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด แบรนด์ขายตรงอายุน้อย ก็เป็นอีกแบรนด์ ที่ใช้คนดังเข้ามาร่วมสร้างแบรนด์ โดยประธาน "ดีเน็ทเวิร์ค" เผยว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะทำให้สินค้าของทางบริษัทให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนให้มากที่สุด ล่าสุด ทางบริษัทได้เซ็นสัญญากับทางฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็นทางช่อง 5 7 9 11 และยังมีการติดต่อที่จะโปรโมตสินค้าผ่านช่อง 3 ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้


"เราต้องการยกระดับให้ ดี เน็ทเวิร์ค เข้าสู่มวลชนมากยิ่งขึ้น เราเลยตัดสินใจเซ็นสัญญากับพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นคนมีชื่อเสียงถึง 5 คน ในการนำเสนอ 6 ผลิตภัณฑ์ ของบริษัทให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น"


โดยเริ่มตั้งแต่ การโปรโมตสินค้าผ่าน รายการมวยอัศวินดำ เราจะแจกรางวัลให้ กับนักมวย 4 คู่ ซึ่งได้ "ปิยะ ตระกูลราษฎร์" ที่เป็นพิธีกรมวยชั้นแนวหน้า จะมีการโปรโมตสินค้าของเราให้ติดตลาด นอกเหนือจากการโปรโมตผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรแล้ว ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอต โฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และกลุ่มสินค้าอื่นๆ โดยจะออกอากาศผ่านทาง ฟรีทีวี โดยมีการเซ็นสัญญากับ "เขาทราย แกแล็คซี่" ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ดึง "ครูสลา คุณวุฒิ" ครูเพลงชื่อดัง "เก๋-กรรณิกา ขันแก้ว" ผู้คว้ารางวัลนางงามผิวสวยจากเวทีประกวด มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 และตำแหน่งรองอันดับสองจากการประกวด Miss World Next Top 2013 ที่ประเทศเลบานอน "ณัฐมน กฤษณคุปต์" รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2011 และเป็นผู้ประกวดติด 1 ใน 8 จากงานประกวดร้อง เพลง เวทีเดอะสตาร์ 5 เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าของบริษัท


ไม่เพียงแต่กลุ่มบริษัทเหล่านี้เท่านั้น ที่มีการดึงคนมีชื่อเสียงเข้ามาสร้างแบรนด์ แต่ที่เด่นชัดในปีนี้ ก็ยังมี "บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด" ที่มีการควักทุนเพื่อดึงตัว "เจมส์ มาร์" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งปีนี้นับว่า "กิฟฟารีน" ใช้กลยุทธ์ออกสื่อมากที่สุดปีหนึ่ง โดยรวมทุน งบตลาด รวมถึงงบการลงทุนด้านอื่นแล้ว ปีนี้ "กิฟฟารีน" ใช้งบกว่า 300 ล้านบาท เลยทีเดียว


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : 'ดี เน็ทเวิร์ค' เดินหน้าลุยตลาดภูธรเปิดสาขาเพชรบูรณ์ ล็อกเป้า 10 ลบ./ด.







คุณสาคร-ใสกมล (Mobile)

 


"ดี เน็ทเวิร์ค" เดินหน้ารุกกระจายสาขา ล่าสุดจัดการเปิดสาขา จ.เพชรบูรณ์ ตั้งเป็นสาขาที่ 3 เหตุเพราะความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดในพื้นที่ วางเป้าโกย 10 ล้านบาทต่อเดือน ชี้เดือน ธ.ค. นี้ เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีกในต่างประเทศ เปิดกัมพูชานำร่อง หลังจากช่วง ก่อนหน้านี้เริ่มนำสินค้าเข้าไปทดลองขายแล้ว พร้อมฟุ้ง! สิ้นปี 56 รายรับแตะ 1 พันล้านบาทแน่


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดศูนย์สาขาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ถือเป็นสาขาที่ 3 ต่อจากสาขามีนบุรีและสาขาสาทร โดยทางบริษัทวางแผนในการเปิดสาขาที่เชียงใหม่ และประเทศกัมพูชาเป็นสาขาต่อไป


"การที่เราตัดสินใจเปิดสาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฐานผู้บริโภคผลิตภัณฑ์โกเรจินส์เป็นจำนวนมาก และมีสถานีวิทยุอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ที่สำคัญพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ คือคุณเขาทราย แกแล็คซี่ ซึ่งเป็นคนเพชรบูรณ์ ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ ได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งในวันเปิดสาขามีสมาชิกกว่า 1,000 คนที่เดินทางมาร่วมงาน"


อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ดี เน็ทเวิร์ค เปิด สาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก และเป็นจังหวัดที่มีสมาชิก ของ ดี เน็ทเวิร์คที่มีรายได้หลักแสนอยู่เป็น จำนวนมาก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งภาคเหนือและอีสาน โดยคาดว่าสาขาเพชรบูรณ์ จะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน


ส่วนในเดือนธันวาคม ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะทำการเปิดศูนย์สาขาอย่างเป็นทางการในประเทศกัมพูชา โดยในปัจจุบันมีการทดลองจำหน่ายสินค้าผ่านสาขากัมพูชา ไปแล้ว และเริ่มมีการคิดคะแนนแล้ว เหลือ เพียงแต่การจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เท่านั้น


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาน้ำท่วมมีผลกระทบต่อ บริษัทบ้างแต่ไม่มาก โดยมีผลกระทบในพื้นที่ ภาคตะวันออก แต่ทางบริษัทคาดว่าหลังน้ำ ลดยอดขายจะดีดกลับมาเหมือนเคย แต่ในทางกลับกันยอดขายในภาคอีสานของบริษัทกลับเติบโตขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของ ดี เน็ทเวิร์ค ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด คาดว่าสิ้นปียอดขายของบริษัทจะแตะหลัก 1,000 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายในปัจจุบันหลังจากผ่านมา 9 เดือนกว่าๆ ทางบริษัทสามารถ สร้างยอดขายไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท


"เราเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลามในการทำตลาดขายตรง เนื่องจากเรานำเอาหลักการตลาดมาเสริมความแกร่งให้กับธุรกิจขายตรง เอาการตลาดมาผนวกกับ MLM อย่างลงตัว ถือเป็นนวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ซึ่งในตอนนี้เราสามารถยกระดับธุรกิจสู่มวลชนได้สมบูรณ์แบบแล้ว ตอนนี้เราเพียงรอเวลาเพื่อให้คนรู้จักของคนทั่วประเทศเท่านั้น" สาคร กล่าวปิดท้าย


สาคร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันตลาดคนรักสุขภาพขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดใหญ่ในขณะนี้ ซึ่งผู้คนในปัจจุบันมองหาผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพป้องกันและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย


"ตลาดสุขภาพถือเป็นตลาดใหญ่มาก ในปัจจุบันทาง ดี เน็ทเวิร์ค จึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เบต้า-กลูแคน ผนวกกับเอ็นไซม์ชั้นเลิศ จากเห็ดชวียองซ์ ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน มาในรูปแบบผงชงดื่มมีรสชาติอร่อย"


ดี-กลูแคน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถ ดูดซึมได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำ สมัยลิขสิทธิ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกเหนือจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบต้า-กลูแคนและเอ็นไซม์ แล้วยังมีการ เพิ่มสารอาหารชั้นยอดอีก 5-6 ชนิดเพิ่มเสริม ภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายมีพลังในการกำจัด เชื้อโรคต่างๆ


"อันที่จริงแล้ว เราวางแผนที่จะเปิดผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ติดที่การขอการอนุมัติจากทางสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา จนในที่สุดก็ได้ รับอนุญาต โดยเราคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะแรงไต่อันดับติด 1 ใน 3 สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท" โดยทางบริษัท ได้ทดลองเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ไปเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏว่าได้รับการตอบรับ จากสมาชิกอย่างล้นหลาม โดยสามารถจำหน่ายสินค้ากว่า 5,000 กล่อง ภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน


"การที่ผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเรามั่นใจว่า สินค้าตัวนี้จะสร้างยอดขายได้สูงถึง 80,000-100,000 กล่องต่อเดือน"


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

‘ดี เน็ทเวิร์ค’-‘เอเชีย สุพรีม’เขย่าตลาดปลายปี เข็นสินค้าใหม่สู้ศึก/ขยายสาขาเพิ่มเสริมจุดแข็ง







dnet (Mobile)

 


จับทิศกลยุทธ์พิชิตยอด “ดี เน็ทเวิร์ค-เอเชีย สุพรีม”….ด้าน “ดี เน็ทเวิร์ค” ปรับทัพบุกตลาดคนรักสุขภาพ เปิดตัว “ดี-กลูแคน” เสริมความแกร่งธุรกิจ...ลั่นเป้าขอสร้างยอดขาย 100,000 กล่องต่อเดือน ล่าสุดเปิดศูนย์ใหม่แห่งที่ 3 จังหวัดเพชรบูรณ์ แย้มเป้าสิ้นปี 1 พันล้านยังเหมือนเดิม...ส่วน “เอเชีย สุพรีม” ชูธงสินค้าใหม่นำทัพปลายปี “I-Cally” เชื่อจะเป็นตัวกระตุ้นยอดขายแน่นอน แย้มเดือน ธ.ค. เตรียมพบสินค้าใหม่สกินแคร์จากประเทศเกาหลี...ด้าน “อ.สุธีร์” ยอมรับสิ้นปีขอปรับเป้าลดเหลือ 200 ล้าน


ปล่อยยุทธศาสตร์ช่วงปลายปีอีกหนึ่งหมัดเด็ดสำหรับ “บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด” ที่ออกมาเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ดี-กลูแคน” ออกมารับเทรนด์ ของตลาดสุขภาพที่กำลังมาแรงในขณะนี้...โดยทางด้าน “สาคร ใสกมล” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เผยว่า ปัจจุบันนี้


คนรักสุขภาพเริ่มมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และยังถือเป็นตลาดที่ใหญ่อีกด้วยในปัจจุบัน


และจากอัตราการเติบโตของตลาดสุขภาพที่มีมากขึ้นนี่เอง ทำให้ดี เน็ทเวิร์ค ได้เล็งเห็นโอกาสที่จะทำตลาดดังกล่าว ซึ่งล่าสุดได้มีการส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเครือข่ายภายใต้ชื่อว่า “ดี-กลูแคน” โดยมีความโดดเด่นที่เป็นผลิตภัณฑ์ เบต้า-กลูแคน ผนวกกับเอ็นไซม์ชั้นเลิศ จากเห็ดชวียองซ์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน มาในรูปแบบผงชงดื่ม


“ดี-กลูแคน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูดซึมได้ง่าย มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เป็นลิขสิทธิ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกเหนือจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบต้า-กลูแคนและเอ็นไซม์แล้ว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังมีการเพิ่มสารอาหารชั้นยอดอีก 5 - 6 ชนิดด้วยกัน”


นายสาคร กล่าวเสริมอีกว่า ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้มีการวางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ดี-กลูแคน” เมื่อ


2 ปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ติดที่การขอการอนุมัติจากทางสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา จนในที่สุดก็ได้รับอนุญาต ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้ ทางบริษัทฯ คาดหวังว่า น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มาแรง และสามารถไต่อันดับติด 1 ใน 3 สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัทเช่นกัน


ขณะนี้ ดี เน็ทเวิร์ค ได้มีการทดลองเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ “ดี-กลูแคน” ไปได้ระยะหนึ่ง ผลปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม โดยสามารถจำหน่ายสินค้ากว่า 5,000 กล่อง ภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน ซึ่งการที่ผลิตภัณฑ์ “ดี-กลูแคน” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทฯ มีความมั่นใจว่า สินค้าตัวนี้จะสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 80,000 - 100,000 กล่องต่อเดือนแน่นอน


...ส่วนอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของค่าย “ดี เน็ทเวิร์ค” ที่นอกเหนือจากการเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกแล้ว “ดี เน็ทเวิร์ค” ยังได้มีการเปิดศูนย์สาขาเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยสาขาดังกล่าวถือเป็นสาขาที่ 3 ต่อจากสาขามีนบุรี และสาขาสาทร พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่และประเทศกัมพูชาเป็นสาขาต่อไปอีกด้วย


“การที่บริษัทฯ ตัดสินใจเปิดสาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฐานผู้บริโภคผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ เป็นจำนวนมาก และมีสถานีวิทยุอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ที่สำคัญ พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ คือ คุณเขาทราย แกแล็คซี่ เป็นคนเพชรบูรณ์ ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ ได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งในวันเปิดสาขาที่ผ่านมา มีสมาชิกกว่า 1,000 คนที่เดินทางมาร่วมงาน เรียกว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจทีเดียว”


นายสาคร เสริมต่ออีกว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ดี เน็ทเวิร์ค เปิดสาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก และเป็นจังหวัดที่มีสมาชิกของ “ดี เน็ทเวิร์ค” ที่มีรายได้หลักแสนอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งภาคเหนือและ อีสาน โดยคาดว่าสาขาเพชรบูรณ์ จะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน


ส่วนในเดือนธันวาคมนี้ “ดี เน็ทเวิร์ค” จะทำการเปิดศูนย์สาขาอย่างเป็นทางการในประเทศกัมพูชา โดยในปัจจุบันมีการทดลองจำหน่ายสินค้าผ่านสาขากัมพูชาไปแล้ว และเริ่มมีการคิดคะแนนแล้ว เหลือเพียงแต่การจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น


สำหรับปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมานั้น นายสาคร กล่าวว่า มีผลกระทบต่อบริษัทบ้างแต่ไม่มาก โดยมีผลกระทบในพื้นที่ภาคตะวันออก แต่ทางบริษัทฯ คาดว่าหลังน้ำลดยอดขายจะดีดกลับมาเหมือนเคย แต่ในทางกลับกันยอดขายในภาคอีสานของบริษัทฯ กลับเติบโตขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของ “ดี เน็ทเวิร์ค” ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด โดยคาดว่าสิ้นปียอดขายจะแตะหลัก 1,000 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายในปัจจุบันหลังจากผ่านมา 9 เดือนกว่า ๆ ทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท


“เราเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการทำตลาดขายตรง เนื่องจากเรานำเอาหลักการตลาดมาเสริมความแกร่งให้กับธุรกิจขายตรง เอาการตลาดมาผนวกกับ MLM อย่างลงตัว ถือเป็นนวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ซึ่งขณะนี้ “ดี เน็ทเวิร์ค” สามารถยกระดับธุรกิจสู่มวลชนได้สมบูรณ์แบบแล้ว ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คนทั่วประเทศน่าที่จะรู้จักธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค มากขึ้นอย่างแน่นอน”


...เช่นเดียวกับทางด้าน “บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด” ภายใต้การนำทัพของ “อาจารย์สุธีร์ รัตนนาคินทร์” ประธานกรรมการ ก็ได้ออกมาเสริมทัพหน้าช่วงโค้งสุดท้ายของปลายปีนี้ ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ชื่อว่า ผลิต ภัณฑ์เสริมอาหาร “I-Cally” โดยทางด้านประธานบริษัทเอเชีย สุพรีม ได้มีความคาดหวังว่า สินค้าตัวใหม่นี้จะเป็นสินค้าตัวเด่นที่ขายดีในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน


ซึ่งในช่วงการทำตลาดของสินค้าใหม่นี้ อาจารย์สุธีร์ เผยว่า ทางบริษัทฯ จะมีการสร้างแบรนด์สินค้า “I-Cally” ผ่านตามสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า “I-Cally” คืออะไร และมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างไรบ้าง รวมถึงการส่งเสริมการตลาดด้วยการออกไปโรดโชว์ตามภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมกับสื่อทีวีที่บริษัทฯ มีอยู่ในขณะนี้ เป็นต้น


“วันนี้การที่เอเชีย สุพรีม จะออกสินค้าใหม่แต่ละตัวนั้น ต้องเป็นสินค้าที่สนองความต้องการของผู้บริโภคจริง ๆ ที่สำคัญต้องอยู่ในกระแสด้วย โดยสินค้า “I-Cally” ถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่อยู่ในกระแสด้วยเช่นกัน”


อาจารย์สุธีร์ เผยต่ออีกว่า ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 1 รายการ ในกลุ่มของสกินแคร์ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ซึ่งในทุก ๆ 3 เดือน เอเชีย สุพรีม จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อต้องการให้บริษัทมีสินค้าที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้


“การตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เรียกได้ว่า เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างมากในเรื่องของสินค้าสำหรับธุรกิจขายตรง พร้อมกับเชื่อว่าในเรื่องของโปรโมชั่นที่บริษัทฯ ได้มีการทำควบคู่กับสินค้าใหม่นี้ น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้ “I-Cally” ได้รับการยอมรับและได้รับการตอบสนองที่ค่อนข้างดีอย่างแน่นอน”


ส่วนภาพรวมธุรกิจเอเชีย สุพรีม ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมานั้น อาจารย์สุธีร์ เผยว่า ภาพรวมธุรกิจของ เอเชีย สุพรีม ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างเติบโตดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก แต่หากจะให้มองถึงการทำธุรกิจในอนาคตนับจากนี้ ต้องยอมรับว่าเหนื่อยแน่นอน เนื่องจากยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะมีปัจจัยลบอะไรมากระทบธุรกิจบ้าง


“ต้องบอกว่า ขณะนี้เอเชีย สุพรีม ถือว่าเดินทางมาได้ 70% ของเป้าหมายแล้ว ซึ่งสามารถประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของยอดขาย เป็นที่น่าพอใจ รวมถึงในเรื่องของฐานสมาชิก ปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานสมาชิกอยู่ที่ 17,000 รหัส โดยคาดว่าสิ้นปีตัวเลขสมาชิกน่าที่จะแตะอยู่ที่ 2 หมื่นรหัสด้วยเช่นกัน”


สำหรับเป้าหมายยอดขายสิ้นปีนี้นั้น อาจารย์สุธีร์ กล่าวยอมรับว่า เป้าหมายที่เคยประกาศไว้ที่จะมียอดขายสิ้นปีนี้อยู่ที่ 300 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการปรับเป้าลงมาที่ประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนหนึ่งที่ปรับเป้าลง เป็นเพราะความล่าช้าในเรื่องของการออกสินค้าใหม่ในบางกลุ่มนั่นเอง


ซึ่งปัจจุบันนี้ตลาดหลักของเอเชีย สุพรีม ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ต่างจังหวัดประมาณ 80% ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ที่ 20% ซึ่งภาคที่เอเชีย สุพรีม มีอัตราการเติบโตมากที่สุดอยู่ที่ภาคใต้ และกำลังมีแผนที่จะขยายตลาดไปในภาคเหนือ ส่วน


ปีหน้าคาดว่า จะขยายตลาดต่อไปในภาคอีสาน ซึ่งขณะนี้ เอเชีย สุพรีม มีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 3 สาขาด้วยกัน คือ หาดใหญ่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พร้อมกับการขยายตลาดไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย ลาว พม่า กัมพูชา อีกด้วย


อาจารย์สุธีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขณะนี้หลายคนอาจจะมีความกังวลใจในเรื่องของกำลังซื้อที่ถดถอย แต่ในทางกลับกัน บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคในธุรกิจขายตรงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมองว่าในภาวะเศรษฐกิจที่แย่ แต่สำหรับธุรกิจขายตรงแล้วกลับเติบโตขึ้นสวนกระแส เห็นได้จากปัจจุบันมีการเปิดตัวของธุรกิจขายตรงน้องใหม่เกิดขึ้นเยอะมากมายนั่นเอง”


...นับได้ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เรื่องของสินค้าถือเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กที่สำคัญของการทำธุรกิจเช่นเดียวกัน เพราะหากใครที่นำสินค้าออกมาโดนใจและถูกใจผู้บริโภคด้วยแล้ว เชื่อว่ายอดขายของแต่ละค่ายที่ตั้งไว้ก็น่าที่จะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับด้วยเช่นกัน


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM เปิดศึกงานใหญ่ กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย!!







handshake (Mobile)

 


กลุ่มบริษัทขายตรงโหมจัดงานใหญ่ปลุกกำลังซื้อช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี "นีโอไลฟ์" จัดเต็ม ประดับเข็มนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องทุกเดือน พร้อมอัดโปรโมชั่นใหม่ล่อใจท้ายปี ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" จุดพลุต้อนรับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัท อวดรถยนต์หรู "เฟอร์รารี่" เรียกเรตติ้ง ด้านค่าย "มาบุญครอง" เทหน้าตักจัดงานใหญ่ใช้การมอบโชคใหญ่เร่งปั้นแบรนด์


"นีโอไลฟ์" จัดงานใหญ่ถี่ เร่งขย่มเป้าท้ายปี


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานฉลองเกียรติยศความสำเร็จของบริษัทจะจัดขึ้นในทุกเดือน เพื่อเป็นการฉลองความ สำเร็จและเชิดชูเกียรติสมาชิกผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ


"การจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ บริษัท นีโอไลฟ์ฯ ได้เปิดดำเนินธุรกิจขึ้นมาในรูปแบบของธุรกิจการขายตรงแบบหลายชั้น โดยไม่จำหน่ายสินค้าผ่านระบบการขายทั่วไป แต่ได้จัดจำหน่ายสินค้าในระบบสมาชิกเพื่อเปิดโอกาสให้แก่พี่น้องประชาชนที่สนใจอยากมีธุรกิจหรือมีกิจการเป็นของตนเองแบบเครือข่ายให้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจหรือมีกิจกรรมเป็นของตนเองแบบเครือข่าย ให้ได้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจทั้งเป็นเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือเป็นสมาชิกผู้ใช้สินค้า ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทั้งเป็นอาชีพเสริมรายได้ หรือทำเป็นอาชีพหลักสร้าง รายได้ให้แก่บุคคลหรือครอบครัว อันเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่ ครอบครัวในสังคมได้อีกทางหนึ่ง อนึ่ง อาชีพการขายตรงในประเทศ ไทยในอดีตอาจจะไม่เป็นที่ต้องการหรือไม่เป็นที่น่าเชื่อถือแก่ผู้คนในสังคมเท่าที่ควร แต่อาชีพนี้นับเป็นอาชีพที่ดีอีกอาชีพหนึ่ง และเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศที่เจริญแล้ว"


ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความพร้อม ของธุรกิจ จากอดีตจนถึงปัจจุบันตลอดระยะ เวลาร่วม 13 ปีของการดำเนินงาน นีโอไลฟ์ฯ ได้สร้างนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนเฉลี่ยต่อปีไม่ต่ำกว่า 10,000 รหัสตำแหน่ง จึงจะเห็นได้ว่า นีโอไลฟ์ฯ เป็นบริษัท ที่มีการจัดงานมอบเข็มประจำตำแหน่งในทุกๆ เดือน


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้พัฒนาช่องทีวีดาวเทียมที่เปลี่ยนจากนีโอทีวี เป็น "สยามธุรกิจแชนแนล" เพื่อเป็นช่องข่าวสารสาระ บันเทิง วาไรตี้ธุรกิจที่เป็นประโยชน์แก่สังคม นอกจากนั้น ในด้านของการทำประโยชน์ร่วมกับสังคมด้านอื่นๆ นีโอไลฟ์ฯ ก็ได้มีโอกาส ทำงานร่วมกับสังคม ชุมชน วัดวาอารามต่างๆ รวมทั้งส่วนราชการ หรือมูลนิธิทางสังคมต่างๆ ตามสมควร


ที่ผ่านมา นีโอไลฟ์ฯ ยังได้มีโอกาสเป็น ผู้สนับสนุนรายการทีวีในช่องฟรีทีวี นั่นก็คือ ช่อง ททบ.5 ในรายการรัชกับดุ๊ก ออนทัวร์ รายการรัชนีวีไอพี ซึ่งเป็นรายการท่องเที่ยววาไรตี้ที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้แก่สังคม นีโอไลฟ์ฯ ได้รับเกียรติ จากกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมลงนาม MOU เพื่อร่วมทำรายการในการร่วมกันส่งเสริมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอท็อปกับผู้ว่าราชการจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการถ่ายทำไปแล้วถึงกว่า 20 จังหวัด


ทั้งนี้ ในปี 56 "นีโอไลฟ์" ต้องการสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มอีก 10% อีกทั้งบริษัทยังต้องการเน้นการสร้างคุณภาพของนักธุรกิจของบริษัท รวมทั้งการขยายสาขาออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งทั้งหมด ถือเป็นการต่อยอดความยิ่งใหญ่ของ "นีโอไลฟ์" ในการก้าวย่างสู่ปีที่ 13 ตามธีมความคิดในการสานต่อความสำเร็จในรูปแบบ "NEO LIFE SUCCESS TOGETHER" รวมทั้งในปีนี้ บริษัทยังต้องการที่จะทำให้เป็นปีแห่งการ ขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ต่อไป


"ดี เน็ทเวิร์ค" อวดแม่ทีมบลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท


ด้านนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทาง บริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


"ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการ ที่ดีมากในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้ว กว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาเราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขาย แตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้"


อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังได้จัดงานใหญ่ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัทคือ "ภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี" นักธุรกิจหญิง ซึ่งสามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถเฟอร์รารี่ของบริษัท โดยงานดังกล่าวได้จัดให้มีกิจกรรม ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบลู ไดมอนด์ ได้จัดไปเมื่อ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการ ท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม ทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 บริษัทมีโปรโมชั่นการ ท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก บริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง-มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยังอลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปท่องเที่ยวครั้งใหญ่ของบริษัท


 MBK เทหน้าตักจัดงานขนรางวัลแจกเพียบ


ด้าน บริษัท มาบุญครอง จำกัด นับเป็นอีกหนึ่งค่ายขายตรงแบรนด์ใหม่ที่ได้ทุ่มงบจัดงานใหญ่ ภายใต้ชื่อ "มาบุญครอง Let it Grow" ไปเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณผู้นำนักธุรกิจมาบุญครอง ต้นแบบแห่งความสำเร็จ การจุดประกายสานฝันและสร้างแรงบันดาลใจ


"มาบุญครอง" หรือ MBK ภายใต้การบริหารงานโดย "ศิริชัย บูลกุล" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด ยังได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล ดำเนินการแจกตัวอย่างผลิต-ภัณฑ์ทางด้านการเกษตร สารปรับปรุงดินศิริชัย (ชนิดเม็ด) และศิริชัยไบโอพลัส (ชนิดแคปซูล) ให้กับเกษตรกรและสมาชิกนักธุรกิจ มาบุญครองทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2556 กว่า 20,000 ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรไทย มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ปลอดสารพิษ ช่วยปรับปรุงพลิกฟื้นผืนแผ่นดินไทยให้ดินดีมีคุณภาพ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง ตามปณิธานของประธาน บริษัท ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ ธุรกิจเครือข่ายน้ำดี ให้มีความมั่นคง ช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าถึง เข้าใจ คนไทยในทุกระดับชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของมาบุญครอง ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ดินดี ผลิตผลดี เกษตรกร สุขภาพดี มีรายได้ที่มั่นคง


โดยในช่วงท้ายของงานยังมีมินิคอนเสิร์ตจากซูซี่ ดันดารา ทีมพิธีกร ดาว-อภิสรา นุตยกุล และเล็ก-เจษฎา ดารานักแสดงชั้นนำ ของประเทศ และพิเศษสุดๆ มาบุญครองมอบ โชคใหญ่ของรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท อาทิ รถกระบะ TOYOTA Vigo 9 คัน, รถจักรยานยนต์ Honda Wave 11 คัน, สร้อยคอทองคำ 23 รางวัล, iPhone, iPad, Notebook และรางวัลอื่นๆ


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : "ดี เน็ทเวิร์ค" ดึงดาราปั้นแบรนด์สินค้า โฟกัสตลาดเกษตรโกยยอดขาย 3 เดือนท้าย







1069173_582345895163435_169662971_n (Mobile)

 


"ดี เน็ทเวิร์ค" รุกหนักตลาดเกษตร ผุดแคมเปญ แจกผลิตภัณฑ์บานเย็นฟรี 100,000 ซอง ให้ 100,000 ครอบครัว ได้นำไปทดลองใช้ เชื่อจะดันยอดขายถึงเดือนละ 100,000 กล่อง พร้อมเดินหน้าเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 3 หวังดันนักธุรกิจสู่เป้าหมาย 1,000 คน ให้เร็วที่สุด ล่าสุดดึง "สลา คุณวุฒิ" ครูเพลงชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค หลังประสบความสำเร็จจากการดึง "เขาทราย กาแล็คซี่" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการฝึกอบรมหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 1 ส่งผลให้บริษัทดำเนินการเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหารรุ่น 2 รุ่น 3" ไปควบคู่กัน


"เราเปิดหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 3 จำนวน 43 คนต่อเลย โดยจะทำการอบรมที่สาขาสาทรในวันพุธกับวันศุกร์ ส่วนวันอังคาร และวันพฤหัสบดี จะทำการอบรมหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 ที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งมีผู้ฝึกอบรม 127 คน ที่เราเปิด หลักสูตรเตรียมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องการสร้างนักธุรกิจระดับ Garnet ที่มีรายได้เฉลี่ยคนละ 150,000 บาทต่อเดือน ให้ครบ 1,000 คน อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"


สาครบอกว่า พื้นฐานของการทำขายตรงนั้นคือ เรื่องสินค้า นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด จะทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีกิจกรรม คือการแนะนำสินค้าเป็นหลัก เมื่อมีการบอกต่อแล้วมีการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง


"เมื่อเรานำเสนอสินค้าให้เขาได้ทดลอง ใช้จนเกิดการซื้อซ้ำแล้ว กิจกรรมต่อมาก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคให้มาเป็นนักขาย นี่คือ สิ่งที่ต้องทำ การทำขายตรงจะหวังเพียงชวน คนมาลงทุนอย่างเดียวคงไม่ได้ นี่มันเป็นเพียง วงจรสั้นๆ การเน้นสินค้าและชักชวนเขาเป็น นักธุรกิจนี่คือ หัวใจของการทำขายตรงให้เติบโต สังเกตให้ดีว่า บริษัทขายตรงที่อยู่ได้ในระยะยาวเขาจะเน้นเรื่องสินค้ามาเป็นอันดับแรก เมื่อทำแบบนั้นแล้วนับวันยิ่งจะแข็งแกร่งขึ้น หลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 เราได้ปูฐานเรื่องของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำตลาดสินค้าบานเย็น รากขาว นอกเหนือจากการฝึกอบรมในเรื่องการสร้างธุรกิจ ความรู้ด้านขายตรง การสปอนเซอร์ แต่เราจะเสริมในเรื่องการทำสินค้าบานเย็นเข้ามา เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง"


สาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยมี "เขาทราย กาแล็คซี่" แชมป์มวยโลกขวัญใจชาวไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น เดิมทีนั้นผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทต้องการให้โกเรจินส์เป็นสินค้าแบรนด์ต้นๆ ของเมืองไทย จึงมีการเสาะหาพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม จนในที่สุดมาสรุปที่ "เขาทราย กาแล็คซี่"


"เราต้องการกระจายโกเรจินส์สู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น เนื่องจากเราเจาะตลาดภาคกลางได้เป็นอย่างดีแล้ว เราต้องการกระจายกระแสโกเรจินส์สู่รากหญ้าให้มากที่สุด เราจึงเห็นว่าเรื่องมวยน่าจะเข้ากับชุมชน ได้ดี จึงเป็นที่มาของการโฆษณาผ่านรายการ มวย โดยเรามองไปที่สุดยอดตำนานมวยอย่าง เขาทรายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยหลังจากออกอากาศไปก็ได้รับการ ตอบรับอย่างล้นหลาม"


ล่าสุด ทาง ดี เน็ทเวิร์ค สร้างความฮือฮาสนั่นวงการด้วยการเซ็นสัญญาดึง "ครูสลา" ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ "ดี เบรม" และ "ดี คอนแทค" โดยจะทำการถ่ายทำหนังโฆษณาผ่านฟรีทีวี และสปอตรายการวิทยุ ครูสลาเป็นคนดังที่คนรู้จักทั่วประเทศ การที่เราได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จะทำให้ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าอีกไม่นานจะได้เห็นโฆษณาทั้งสองชุด


"ตอนนี้เรามีการเซ็นสัญญากับรายการ VRZO ให้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ Sweet Powder อีกทั้งกำลังมองหาดาราที่เหมาะสม ที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้อยู่ โดยคาดว่าไม่นานน่าจะลงตัว เราตั้งใจจะโปรโมต สินค้าหลักๆ 6 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกเรจินส์ ดี เท็น, ดี เบรม, ดี คอนแทค, บานเย็น สวีท พาวเดอร์ ซึ่งเราจะทำการโปรโมตอย่างหนักหน่วง นับตั้งแต่นี้ไป และเรายังวางโครงการระยะยาวในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ทั้ง 40 ตัวผ่านฟรีทีวี"


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อ ไปว่า ทางบริษัทมีโครงการ "100,000 ครอบครัว 100,000 ไร่" โดยทางบริษัทจะทำการแจกผลิตภัณฑ์ "บานเย็น" 100,000 ซอง โดยใช้ได้ซองละ 1 ไร่ มูลค่ากว่า 14.4 ล้านบาท ให้กับผู้สนใจ


"ตอนนี้เราเริ่มโครงการไปแล้ว ทำให้สมาชิกของเราตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โครงการ นี้จะเป็นการไปจัดประชุมตามชุมชนต่างๆ เราก็จะนำบานเย็นไปแจก ให้ผู้เข้าร่วมประชุม อันที่จริงแล้วเราอยากให้คนได้ทดลองใช้สินค้า ของเรา เรามั่นใจอย่างมากว่าถ้าสินค้าของเรา ตกถึงดิน 1 ซองรับรองเห็นผล โครงการนี้นักธุรกิจของเราก็ไปหาผู้นำชุมชน เพื่อให้รวม มวลชนเพื่อมาประชุม จะทำการแจกโบรชัวร์ มีการโปรโมตสินค้า แล้วทำการแจกสินค้าบานเย็นให้ได้ทดลองใช้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเรามีการคาดการณ์ว่า หลังจากเปิดโครงการนี้ไป เรา เชื่อว่ายอดขายของบานเย็นจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 กล่องต่อเดือน เป็นอย่างน้อย" คุณสาคร กล่าวปิดท้าย


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : D network รุกตลาดวัยรุ่น จับมือ ทายาทเจ้าของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์พันล้าน ผลักดันคนรุ่นใหม่วัยออนไลน์ให้ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์







DSC_0783 (Mobile)

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท D Network worldwide จำกัด โดย อ.สาคร ใสกมล และคุณณัฐชัย เตชะวิเชียร กรรมการผู้จัดการบริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวนวัตกรรมใหม่ในวงการขายตรงชู D network book เป็น Online bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยเน้นเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดย อ.สาคร ใสกมล กล่าวถึงD network book ว่า ...


“D-network ตระหนักดีว่ารากฐานของชาติคือคน รากฐานของคนคือการศึกษา องค์กรหรือชาติไหนมีบุคลากรที่มีความรู้องค์กรหรือชาตินั้นจะเจริญ ด้วยความรู้เราสามารถเพิ่มศักยภาพการทำงานและภาพลักษณ์ที่ดีต่อขององค์กรได้ วันนี้ D-network เริ่มเข้าสู้การเป็นองค์กรแห่งความเรียนรู้ หรือ Learning Organization ที่มีการสร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันภายในระหว่างบุคลากร ควบคู่ไปกับการรับความรู้จากภายนอก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและสร้างเป็นฐานความรู้ที่เข้มแข็ง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและสามารถต่อยอดความคิดได้ ด้วยเหตุนี้ D-networkbook จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้หนังสือเข้าถึงทุกคน โดยใช้การสื่อสารให้มีประโยชน์เพราะเราทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือ แทบเบล็ท และอินเตอร์เนตกันหมดแล้ว คนรุ่นใหม่ใช้เวลาออนไลน์กันมากขึ้น เราก็ใช้โอกาสตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ D-networkbook เป็นร้านหนังสือออนไลน์ขายตรงแห่งแรกที่คุณซื้อหนังสือแล้วส่งถึงบ้านฟรี และถ้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกและแนะนำให้คนอื่นมาซื้อหนังสือคุณก็ได้เงินรายได้ตามเงื่อนไขของ Dnetwork ด้วย D-networkbook สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุก อุปกรณ์พียงคุณมีอินเตอร์เนต จากมือถือหรือแทบเล็ทก็ได้คุณก็เช็ครายการหนังสือและสั่งซื้อได้ทันที นี่จะเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องมือไอทีในการทำตลาดขายตรงออนไลน์ได้”


 
ติดต่อ:


บริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด info@1sc.co.th


[gallery link="file" ids="20227,20228,20229,20230,20231,20232,20233,20234,20235,20236"]


 


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com


 


 

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

เจาะยุทธศาสตร์ดันยอดขายตรง2สัญชาติ ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ส่งโฆษณา/สินค้าใหม่สู้ศึก







992879_544732828924742_349171927_n (Mobile)


ผ่าแผนรบขายตรง ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ ไตรมาสที่ 3...หลังพบเริ่มเดินเครื่องทางธุรกิจเต็มอัตราศึก ด้าน ดี เน็ทเวิร์ค ทุ่มงบกว่า 20 ล้าน โปรโมททางผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว-โกเรจินส์ ผ่านสื่อฟรีทีวี มุ่งสร้างการรับรู้ พร้อมเซ็นสัญญาดึง เขาทราย กาแลคซี่ เพิ่มดีกรีความแรงโกเรจินส์...ส่วน ซินเนอร์จี้ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางหวังสร้างยอด หลังเปิดตัวแคมเปญแรงที่ภาคอีสาน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง 25% ภายในเดือนเดียว


ตลาดขายตรง ในชั่วโมงนี้ ยิ่งใกล้ปลายปีมากขึ้นเท่าไหร่ กระแสการทำธุรกิจของหลาย ๆ ค่าย ต่างเริ่มออกมาแผลงฤทธิ์ให้เห็นกันอย่างออกรส ออกชาติกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่ สร้างความต่างที่ออกมาฉีกหนี้เพื่อนร่วมธุรกิจด้วยการเอง การโหมโรงตีตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเรียกกำลังซื้อให้กับคืนมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หลาย ๆ ค่ายเริ่มทำกัน


แต่ในขณะเดียวกัน ต้องบอกว่า ในการปล่อยทีเด็ดของแต่ละค่าย ต่างก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับ ขายตรงทั้ง 2 ค่ายนี้ ที่จะขอนำเสนอนั่นก็คือ ขายตรงขั้วแรก ขายตรงสัญชาติไทย นั่นก็คือ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และขายตรงอีกหนึ่งขั้ว เป็น ขายตรงข้ามชาติ นั่นก็คือ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง 2 ค่ายนี้ ต่างก็มีจุดหมายเดียวกันคือ ต้องการเติบโตแบบยั่งยืนและถาวรนั่นเอง!!


ดี เน็ทเวิร์คอัดงบสร้างการรับรู้


ส่งโฆษณาผ่านฟรีทีวีปูทางธุรกิจ


...เริ่มต้นเปิดยุทธศาสตร์ความเฉียบคมของ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่นำโดย 3 แม่ทัพใหญ่อย่าง สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง ที่หลังจากเมื่อไม่อีกเดือนมานี้เอง ก็ได้ปล่อยยุทธศาสตร์การบุกตลาดเป็นว่าเล่นกันเลย...โดยล่าสุดก็ได้เตรียมที่จะประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านทางสื่อฟรีทีวีมากขึ้น เพื่อต้องการที่จะสร้างการรับรู้นั่นเอง


ทั้งนี้ ทางด้าน สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีสินค้าหลักอยู่ด้วยกัน 4 ตัว ที่หลาย ๆ คนต่างรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น โกเรจินส์ ,ดี เบรม, ดี คอนเทคและ D10 ส่งผลให้หลังจากนี้ ทางบริษัทฯ ต้องการที่จะสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ 5 ให้ติดตลาด ซึ่งทางบริษัทฯ จะมุ่งโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มต้นโปรโมทที่ช่อง 5 เวลา 5.00น. - 5.30 น.ทุกวันพุธ ผ่านรายการเกษตรไทยน่ารู้ รวมถึงการโปรโมทสินค้าในรายการมวยอัศวินดำทางช่อง 9 ด้วย


สำหรับการโปรโมทสินค้าผ่านรายการมวยอัศวินดำ เราจะแจกรางวัลให้กับนักมวย 4 คู่ โดยทางด้านคุณปิยะที่เป็นพิธีกรมวย จะมีการโปรโมทสินค้าของเราให้ติดตลาด โดยเชื่อว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าว น่าที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์บานเย็นของบริษัทฯ ติดตลาดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นปุ๋ยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หรือสีบรรจุภัณฑ์ ที่สร้างการจดจำได้ง่ายนั่นเอง


นอกเหนือจากการโปร โมทผลิตภัณฑ์บานเย็นแล้ว ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอร์ตโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ด้วย โดยจะออกอากาศผ่านทางฟรีทีวี ซึ่งมีการเซ็นสัญญากับคุณเขาทราย แกเลคซี่ ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมทสินค้าโกเรจินส์


โดยสปอร์ตโฆษณาชุดนี้ ทางบริษัทฯ จะนำไปโปรโมททางรายการเกษตรไทยน่ารู้ทางช่อง 5 และยังเอาสปอร์ตโฆษณาโกเรจินส์นำไปโฆษณาผ่านรายการมวยศึกอัศวินดำทางช่อง 9 ซึ่งเราเอง อยากที่จะให้สินค้าของบริษัทฯ ติดหูประชาชนมากขึ้น เราจึงได้มีการมอบรางวัลพิเศษให้กับนักมวยที่มีพลังอึด ชกเดินหน้าไม่หยุด พร้อมกันนี้ ยังจะคัดเอานักมวยพันธุ์ดุ โกเรจินส์พลังโสมอีกด้วย และเชื่อว่าเวลาหลังจากนี้ 1 ปี ทั้งบานเย็นและโกเรจินส์จะเป็นแบรนด์ที่ติดหูคนไทยอย่างแน่นอน


นายสาคร เผยต่ออีกว่า สเต็ปต่อไป ทางบริษัทฯ จะขยับไปช่อง 7 โดยทาง ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมเข้าไปสนับสนุน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ทำการจองไว้แล้วล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะถึงคิวของ ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมกับยังมีการจองรายการมวยช่อง 3 และรายการเกษตรช่อง 11 เป็นแผนในก้าวต่อไป ซึ่งในสเต็ปแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบไปกว่า 20 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


การโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีนั้น ในส่วนของผลิตภัณฑ์โกเรจินส์เราคาดหวังว่า จะทำให้เกิดกระแสใน 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่บริโภคอยู่แล้วก็จะบริโภคต่อเนื่อง กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะบริโภคดีหรือไม่ เมื่อได้ชมโฆษณา ก็ตัดสินใจซื้อ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ยังไม่รู้จัก เมื่อได้รับรู้และรู้จักผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผมคาดหวังว่า คนน่าที่จะรู้จักมากขึ้น สำหรับสินค้าบานเย็นนั้น เราก็คาดหวังว่า เกษตรกรไทยจะรู้จักผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพตัวนี้ และเมื่อครบปี ทางบริษัทฯ จะนำเอาเทปรายการเกษตรไทยน่ารู้ที่ออกอากาศไปแล้วราว 21 ครั้ง ให้ผู้นำที่มีรายการ มีสื่อของตัวเอง นำเอาไปเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ เพื่อให้สมาชิกดี เน็ทเวิร์ค ทำงานได้ง่ายขึ้น


นายสาคร เผยต่ออีกว่า ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องการฝึกอบรมอย่างมาก ซึ่งหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร รุ่นแรก ที่ต้องฝึกอบรมมายาวนานถึง 6 เดือนนั้น มีการฝึกอบรม 70 คนนั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกผ่านการอบรมที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Garnet เกินครึ่ง ถือว่าค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


ตอนนี้เราเริ่มฝึกอบรมในหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 มีผู้มีคุณสมบัติเข้าอบรม127 คน แต่คัดเลือกเหลือ 111 คน และมีการฝึกอบรมหลักสูตรยาวนานอีก 6 เดือน ผมเชื่อว่าด้วยความเข้มข้นของหลักสูตรนี้ จะทำให้ ดี เน็ทเวิร์คมีผู้ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่นักธุรกิจระดับ Garnet มาขึ้นเรื่อย ๆ โดยผมตั้งเป้าหมายว่าจะสร้าง Garnet ให้ได้ 1,000 คน ซึ่งตำแหน่งนี้ จะมีรายได้เฉลี่ยราว 150,000 บาทต่อเดือน


นายสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ ดี เน็ทเวิร์ค ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี การเช็คข้อมูลทางธุรกิจ หรือ เช็คคอมมิชชั่นและสายงาน การเช็คโปรโมชั่น และเช็ควันเวลาหลักสูตรการฝึกอบรม ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้สมาชิกของ ดี เน็ทเวิร์ค สามารถเช็คความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางโทรศัพท์ ผ่านทางหมายเลข 02 1054048 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งต่อไปขอมีเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็สามารถทำธุรกิจกับ ดี เน็ทเวิร์คได้ทันที


ซินเนอร์จี้ปรับกลยุทธ์สู้ศึกตลาด


นำเครื่องสำอางเพิ่มยอดขาย25%


...เช่นเดียวกับค่าย ซินเนอร์จี้ ที่ได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง Elemence และ TriAction มาใช้ควบคู่กับ Synergy Air Spray นวัตกรรมเพื่อความงามใน 20 นาที ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง


25% ภายในเดือนเดียวในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง


โดยทางด้านนายพิชญุต์ม์ เจนอารีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า เครื่องสำอางของซินเนอร์จี้ ถือว่ามีจุดเด่นในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานสูง ด้วยเทคโนโลยี Gen III และ Gen IV ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ซ่อมแซมและบำรุงผิวลึกถึงระดับ DNA และการผลักสารอาหารเข้าสู่ผิวด้วยเอนไซม์เฉพาะ และคุณภาพของวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้กับเครื่อง Synergy Air Spray จึงยิ่งทำให้เห็นผลเร็วยิ่งขึ้น


นวัตกรรม Synergy Air Spray ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ให้ผลดีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง อาจไม่ได้สร้างยอดขายหลักให้กับเรา เพราะเราได้ไปเน้นเรื่องของสุขภาพ แต่วันนี้อยากให้ทุกท่านทราบว่า ซินเนอร์จี้เอง มีผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางที่มีคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้ใคร และจากที่เราได้ปล่อยแคมเปญนี้ออกมา ก็ทำให้ยอดขายเราเติบโตมากขึ้น และยังมีส่วนทำให้เกิดนักธุรกิจหน้าใหม่ สูงถึง 25% เลยทีเดียว


นอกจากนี้ ซินเนอร์จี้ ยังได้เปิดอบรมเทรนเนอร์ การใช้เครื่อง Synergy Air Spray กับผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction มาแล้ว 3 รุ่น โดยมีเทรนเนอร์ทั้งหมด 47 คนด้วยกัน ทั้งนี้ได้เปิดให้บริการทำทรีตเมนต์ด้วยเครื่อง Synergy Air Spray กับสมาชิกและผู้ที่สนใจสินค้าอีกด้วย


เราได้เปิดโอกาสให้สมาชิกนักธุรกิจของเรามีโอกาสใช้เครื่องมือนี้ก่อน เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเราได้เปิดการอบรมการใช้เครื่อง Synergy Air Spray และเปิดให้บริการทรีตเมนต์กับผู้ที่สนใจ โดยผู้ที่ซื้อสินค้าจะได้รับคูปองเพื่อขอรับบริการฟรี ที่ผ่านมามีผู้เข้ารับบริการแล้วมากกว่า 100 คน


นายพิชญุต์ม์ ทิ้งท้ายอีกว่า หลังจากที่บริษัทฯ เพิ่งเปิดตัวแคมเปญนี้ที่ภาคอีสานไปไม่นาน พบว่า มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction เพิ่มสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก


...จะเห็นได้ว่า การเปิดฉากเกมรุกทางธุรกิจของ 2 บริษัท ทั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ต่างฝ่ายต่างก็มีทีเด็ดในการสร้างการรับรู้ เพื่อสร้างยอดขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ต้องดูว่าทางฝั่งของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่ได้ใช้การรุกตลาดผ่านสื่อทีวีนั้น จะเห็นผลสัมฤทธิ์หรือไม่!!...ในขณะเดียวกัน ทาง ซินเนอร์จี้ เอง ที่โชว์ในเรื่องของนวัตกรรมทางด้านสินค้าที่ก้าวล้ำเป็นตัวสร้างจุดขาย จนเรียกว่ายอดขายเติบโตเป็นที่น่าพอใจ...ก็ต้องมาติดตามกันดูต่อไปว่า กลยุทธ์ของทั้ง 2 ค่ายนี้ จะสามารถกระชากใจคนเครือข่ายได้นานแค่ไหน หรือว่าเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง!!





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คปลื้มยอดโกเรจินส์ทะลุ7หมื่นกล่อง ประกาศเร่งเครื่องวางรากฐานธุรกิจใหม่ครึ่งปีหลัง







5511 (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค เผยภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกธุรกิจโตเกินพิกัด หลังผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่อง พร้อมเตรียมเข็นสินค้าเพิ่มอีก 5 แสนกล่องช่วงเดือนกันยายนนี้...แย้มเตรียมพบโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ย่านร่มเกล้าเร็วๆ นี้ ลั่นเป้าสิ้นปีขอยอดแตะ 1,000 ล้าน


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาพร้อมกับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของยอดขายผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่องด้วยกัน พร้อมกันนี้ ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะนำผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ จำนวน 5 แสนกล่องเข้ามาวางจำหน่ายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกอีกด้วย


สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นับจากนี้นั้น ทางบริษัทฯ ยังได้สร้างโรงงานการผลิตสินค้าแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย ย่านร่มเกล้า โดยโรงงานดังกล่าวทางบริษัทฯ ได้มีการเตรียมงานไว้ถึง 2 ปีด้วยกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมที่จะซื้อที่ดินแถวถนนสุวินทวงศ์เนื้อที่ 3 ไร่ มูลค่า 40 ล้านบาท เพื่อเตรียมไว้สร้างตึกอาคารแห่งใหม่นี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าที่จะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นไม่ตำกว่า 150 ล้านบาท ด้วยกัน


นายสาครเผยอีกว่า สำหรับยอดขายของบริษัทฯ ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้คือ 600 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ตั้งเป้าไว้สูงกว่าเป้าเดิมเป็นเพราะปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายไปแล้ว 450 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขาย 1,000 ล้านบาท ที่ตั้งไว้น่าที่จะไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน


วันนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ ดี เน็ทเวิร์ค มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คือ มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจในตำแหน่ง บลูไดมอนด์ คือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ที่พิชิตรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท พร้อมกับยังคว้ารถยนต์เฟอร์รารี่ มูลค่า 26 ล้านบาท มาครอบครองอีกด้วย นายสาครกล่าวทิ้งท้าย





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : สูตรสำเร็จ นักธุรกิจเงินล้าน ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ตำเเหน่ง Blue Diamond บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด







IMG_0366 (Mobile)


ชีวิตของผู้หญิงแกร่งและเก่งนาม ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ที่โลดเล่นบนเส้นทางเครือข่ายกว่า 10 ปี เปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้ระยะเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ เพื่อค้นหาผืนดินที่เหมาะสมกับตัวเอง จนกระทั่งเธอพบกับ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ซึ่งถือเป็นแผ่นดินที่เหมาะแก่การเพาะเมล็ดพันธุ์เมล็ดตัวแทนคุณภาพให้เจริญเติบโต เมื่อเจอบริษัทที่พร้อม แผนการตลาดดี บวกกับความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานจึงส่งผลให้ ภรัณธรณ์ สามารถพิชิตตำแหน่ง Blue Diamond รับรายได้กว่า 7 หลัก ด้วยความภาคภูมิใจ


การก้าวสู่เส้นทางเครือข่ายของ ภรัณธรณ์ คงไม่แตกต่างจากใครหลายคนที่เคยล้มเหลวจากธุรกิจนี้มาก่อน แต่ด้วยจิตใจที่กล้าแกร่ง และมีทัศนคติในด้านบวก ทำให้เธอต้องผลักดันตัวเองอีกครั้ง และเมื่อมองเห็นโอกาสที่ดี กับหลักสูตรที่ชื่อว่า NDS ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกที่ ดี เน็ทเวิร์ค มอบให้ สิ่งที่เธอได้รับกลับคืนมามันคือความคุ้มค่า ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านธุรกิจขายตรงมาทำให้เธอรู้ว่า ถ้าต้องการประสบความสำเร็จเราต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเองรวมถึงเชื่อมั่นในบริษัทด้วย


ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค เพราะมีความเชื่อมั่นและมีความศรัทธาในแนวคิดที่ทำได้จริงของท่านประธาน อ.สาคร ใสกมล เนื่องจากเคยเป็นทีมงานของท่านมาก่อน 7 ปีแรก ในการทำธุรกิจเครือข่าย ทุกอย่างที่ท่านเคยพูดและเคยวางโปรเจ็กต์ไว้ ท่านสามารถทำได้ตามคำพูดทุกอย่าง และท่านก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ด้วยแนวคิดที่ว่าต้องการสร้างเครือข่ายน้ำดีขึ้นมาในประเทศไทย เพราะว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงพอดีระหว่างจากเครือข่ายยุคเก่ามาเป็นเครือข่ายยุคปัจจุบันที่เป็นเมกะแมพ หากแนวคิดนี้ถูกปฏิบัติโดยมือเราแล้วถูกคิดโดยท่านประธน คิดว่ามันเกิดขึ้นจริงเลยตัดสินใจตั้งแต่บริษัทเริ่มก่อตั้งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นรุ่นบุกเบิกก็ว่าได้ หลายคนมองว่าทำเครือข่ายถ้าทำในยุคบุกเบิกถือว่าเหนื่อย แต่สำหรับดิฉันมองว่าถ้าเหนื่อยแบบม้วนเดียวจบก็ถือว่าคุ้ม


นักธุรกิจสาวยังได้แสดงทรรศนะว่า การสร้างบ้านเปรียบเหมือนผลลัพธ์ของความสำเร็จ ซึ่งสำคัญ 2 ส่วน คือ สถาปนิกและผู้ก่อสร้างบ้านทั้งหมด ผู้ที่เป็นสถาปนิกถ้าหากออกแบบผิด คำนวณบางอย่างผิดต่อให้ผู้สร้างดีแค่ไหน บ้านและตึกทั้งหมดก็พังลงมาได้เพราะการคำนวณผิด ฉะนั้นมองว่าความสำเร็จ การตัดสินใจ และการทำอย่างต่อเนื่อง ในการออกไปลุยภาคสนามถ้าเราให้วิธีการแล้วเราอาจจะทำให้ดูแค่ประมาณ 3-5 ครั้ง ในธุรกิจเครือข่ายถ้าเราต้องอุ้มชูเค้าตลอดเวลาคือปล่อยเดินเองไม่ได้เลยถือว่ากำลังทำลายเค้า แต่ธุรกิจนี้สิ่งที่มอบให้เค้าคือ ความคิด ละให้มองปัญหาเป็นโอกาสเสมอ สิ่งนี้คือสิ่งที่เรารับจากท่านประธานกับผู้ก่อตั้งก็คือการมอบความคิดที่ถูกต้องให้เรา ถ้ามอบความคิดที่ถูกต้องให้เราความสำเร็จของเราจะเป็นทรงที่สวยงามพอดี ที่เหลือคือเราลงมือทำมันเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ทำเอง


ภรัณธรณ์ ยังเผยถึงแนวคิดที่จะร่วมงานกับบริษัทเพราะเธอมองว่าวันนี้ก็เป็นเหมือนเจ้าของ ดี เน็ท เวิร์ค ในตัวอยู่แล้วโดยจะทำในเรื่องพัฒนาองค์กรและพัฒนาแนวคิดของคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในลักษณะการเป็นมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับสูง โดยเฉพาะในธุรกิจ ดี เน็ท เวิร์ค ที่ตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรและคนที่เข้ามาประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ถ้าหาก ดี เน็ทเวิร์ค ยังเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรอยู่อย่างทุกวันนี้ เธอมองว่าขอเป็นบริษัทน้ำดีสัญชาติไทยบริษัทแรกที่มีศูนย์พัฒนาบุคลากรอย่างชัดเจน


ความภาคภูมิใจที่ ดี เน็ทเวิร์ค มอบให้ คือ ตั้งแต่เมทำ 15 วัน แรกก็มีรายได้หลักแสนเพราะเรามีองค์กรเข้ามาด้วย ทำให้ปีแรกมีรายได้ 4 แสนบาท และสามารถพิชิตรถ Mercedes Benz E250 มูลค่า 5 ล้าน บาท เป็นคนแรกของบริษัท ส่วนปีที่ 3 สามารถ ทำรายได้ก้าวกระโดมาเป็น 1.4 ล้านบาท รายได้ทั้งหมดนับเป็นต่อเดือนไม่ได้เป็นรายได้สะสม และปีที่ 3 นี่เองได้ตัดสินใจสร้างความสำเร็จสร้างแรงบันดาลใจด้วยการถอยรถ Ferrari F430 ป้ายแดงอีกหนึ่งคัน อีกหนึ่งความพิเศษสุดคือ การได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ทั้ง ฮ่องกง มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ ออสเตรเลีย แคนาดา อลาสก้า ส่วนเป้าหมายต่อไปคือการพิชิตรายได้ 14 ล้านบาท


ถ้าใครคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ชอบคุยกับคนแต่อยากประสบความสำเร็จอยากให้ท่านลองพาตัวเองเข้ามาทที ดี เน็ทเวิร์ค สักครั้งนึงมาดูหลักสูตรที่ชื่อว่า NDS อยากฝากหลักสูตรนี้ให้กับคนใหม่ของวงการเครือข่าย ส่วนผู้นำที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ ไม่ว่าท่านจะจัดอยู่ในกลุ่มคนที่กำลังประสบความสำเร็จหรือกำลังเป็นบุคคลที่กำลังเลือกมอองหาธุรกิจเครือข่ายอยู่หรือคนที่ที่ช้ำจากธุรกิจเครือข่ายใครก็ตามไม่อยากเอาประสบการณ์ในอดีตมาหยุดความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอนาคต อยากให้ท่านลองมารู้จัก ดี เน็ทเวิร์ค จากคนที่เค้าประสบความสำเร็จจริงๆ เชื่อว่าถ้าหากท่านเข้ามาสัมผัสจริงๆ จะรู้ดีว่า ดี เน็ทเวิร์ค คือ ธุรกิจที่ทุกท่านค้นหาจริงๆ





Credit By : Business Magazine V.13 NO.156 July 2013

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค จัดหนัก! เเจก เฟอร์รารี่ นักธุรกิจ บลู ไดมอนด์ มั่นใจ ! สิ้นปียอดขายเเตะหลัก 1,000 ล.







IMG_0356 (Mobile)


เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและบรรดาสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ห้องแกรนด์บอลลูม


คุณสาคร ใสกมล กุนซือ สมองเพชรแห่งวงการขายตรงไทย ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง คุณ ภูมิสนอง หล้าสุด และคุณอุทัย แจ่มฟ้า กล่าวเปิดงานและได้แถลงภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายของบริษัทเราแตกต่างจากปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด หกเดือนแรกของปี พ.ศ. 2556 เราทำยอดขายได้รวม กว่า 450 ล้านบาทจากกราฟตารางข้อมูลเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. 2555 ยอดขายของเราอยู่ที่ 12 ล้านบาท แต่ในเดือนเดียวกันปีนี้ (2556) ยอดขายของเราพุ่งไปหยุดอยู่ที่ 54 ล้านบาท ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทเราอย่างเห็นได้ชัดก็คือเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 เราสามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้าน


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมืองย่าน สาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตกแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทางดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ใน ราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้รถไฟฟ้ามีนบุรี ละที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็น ออฟฟิสที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ท เวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรก หมายถึงการใช้ 5D ในการเปิดตลาด ต่อมาคือ 5 เครือข่าย ในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่าย ต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิด สาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกโรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบที่สำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกโรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ปิดท้ายด้วยมีมินิคอนเสิร์ตศิลปินจากเวทีประกวด เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 9 เช่น ดี,แบมบี้,ดิวและคริส ทำเอาแขกผู้มีเกียรติภายในงานสนุกสนานปลาบปลื้มไปตามๆกัน และช่วงท้ายสุดของงานยังพิธีในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี ที่สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถสปอร์ตสุดหรู เฟอร์รารี่ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมยินดี



[gallery ids="18431,18432,18433,18434,18435,18436,18437,18438,18439,18440,18441,18442,18443,18444,18445" orderby="rand"]


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ (D Network Worldwide) กับ ท่านประธานสาคร ใสกมล














ipeQRgCKEYiv1 (Mobile)

 


 


 


 


 


 


 


 


 


ด้านขายตรงไทยดาวรุ่งอย่าง ดี เน็ทเวิร์ค ก็กำลังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ หลังรุกเปิดสาขา ณ ย่านใจกลางธุรกิจไปแล้ว ก็ลั้นลาพาผู้นำ ไปดื่มด่ำอิ่มหนำสำราญกับทริปหรูที่อลาสก้า ก็ไม่รู้ว่าไปเติมพลังชาร์จแบตกันตอนขึ้น เครื่องบิน ฤ ป่าว พอกลับมาผู้นำทั้งหลายเลย เวิร์กแบบสู้ตายถวายหัว จนตอนนี้ได้มีผู้นำ ประสบความสำเร็จขึ้นตำแหน่ง บลู ไดมอนด์ เป็นคนแรก พิชิตรางวัลรถ Ferrari สีแดง รุ่น F430 มูลค่า 26 ล้าน ได้แก่ คุณแซน- ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี โอ๊ะโอ...สำเร็จขนาดนี้ จะดีใจ เงียบๆ เชียบๆ ได้อย่างไร อาจารย์สาคร ใสกมล บิ๊กบอส เลยจัดใหญ่แบบเต็มๆ เพื่อฉลองแบบอลังการ งานสร้าง ในวันที่ 7 ก.ค. 56 ที่ มิราเคิล แกรนด์ เจ้าค่า ว่าแต่ให้ 4 สาว ลอง Test Drive Ferrari ก่อนก็ได้นะเจ้าคะ อิอิ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 226 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2556

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คประกาศศักดา ทุ่มงบมหาศาล สร้างสำนักงานใหญ่ โรงงาน







สาคร ใสกมล (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค ผงาด 6 เดือนแรก สร้างยอดขายกว่า 450 ล้าน เติบโตขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่าตัว ทุ่มงบซื้อที่ดิน 3 ไร่ในทำเลทองศูนย์กลางการคมนาคมย่านมีนบุรี ราคา 40 ล้านบาท เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ตั้งเป้าสร้างเสร็จก่อนเปิด AEC พร้อมทุมงบอีก 100 ล้าน ในการสร้างโรงงานที่ทันสมัยเป็นโรงงานแนวตั้ง มีความคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดเดือนกรกฎาคม เริ่มเดินเครื่องทดสอบการผลิตได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ทางบริษัทยังมีการจัดงานประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท ที่พิชิต รถเฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรีขึ้น โดยภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการที่ดีมาก ในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้วกว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมือง ย่านสาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตบแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ในราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้โรงไฟฟ้ามีนบุรี และที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็นออฟฟิศที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


เท่านี้ยังไม่พอ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังได้ดำเนินการสร้างโรงงานของตัวเอง โยใช้คอนเซ็ปต์การสร้างโรงงานของทางฝั่งยุโรป อเมริกาและไต้หวัน มีการออกแบบโรงงานให้เป็นแนวตั้ง มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีการฆ่าเชื้อทุกๆ 15 นาที โดยใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาทในการสร้างโรงงาน โดยในปัจจุบันมีการดำเนินการก่อสร้างๆไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าในเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จะเริ่มทดสอบการผลิตได้


คุณสาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรกหมายถึง การใช้ 5D ในการเปิดตลาด 5 ต่อมาคือ 5 เครือข่ายในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่ายต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิดสาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบสำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ทางบริษัทยังมีการจัดงานใหญ่ ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถ เฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรี งานดังกล่าวจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบูล ไดมอนด์ จะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2556 ณ โรงแรมมิลาเคิล แกรนด์


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยว ปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม มีทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นการท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก ทางบริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยัง อลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์


02-9074314-7


วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Beauty Network สวย เริ่ด เชิด รวย







matthew-shave-photography-1-600x400 (Mobile)


ผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดขายตรงมากที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่ง คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือ เครื่องสำอาง ในอดีตที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ความงาม อาจเป็นเพียง นางรอง ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ นางเอก ที่สร้างยอดขายได้ถล่มทลาย แต่ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ความงาม มียอดขายเติบโตอย่างมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จนมียอดขายเทียบเคียง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และในอนาคตไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ อาจมียอดขายแซงหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ก็เป็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ บริษัทขายตรง ต่างเสาะหางานวิจัยดีๆ เพื่อนำมาสร้างเป็น ผลิตภัณฑ์ความงาม ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

สงครามแห่งความงามจึงอุบัติขึ้น โดยมี ตลาดขายตรง เป็นสมรภูมิ ที่ต่างฝ่ายต่างนำเสนอสินค้าดีๆ ให้ผู้บริโภคได้พิจารณากันท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สินค้าของใครโดดเด่นกว่า นวัตกรรมทันสมัยมากกว่า ย่อมได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ ใครมีสินค้าดีกว่า แปลกกว่า ทันสมัยกว่า จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทนั้นๆ เติบโตเป็นเงาตามตัวเมื่อบริษัทขายตรง ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความงาม จึงทำให้ตลาดดังกล่าวเกิดกระแสนิยม ทุกบริษัทต่างหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ความงาม ทุ่มงบไม่อั้นในการซื้องานวิจัยเพื่อหวังจะนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ


เชื่อเหลือเกินว่า ในอนาคตอันใกล้ ผู้บริโภคในตลาดขายตรงจะมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามดีๆ ที่มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหวซึ่งแต่ละ แบรนด์ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร


ล่าสุด แอมเวย์ส่งผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ สินค้าเพื่อผิวกระจ่างใสโดย คุณรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทวางงบในการทำตลาดไว้ที่ 120 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้ากลุ่มดังกล่าว ให้สามารถเติบโตจากที่ปีก่อนที่สินค้ากลุ่มนี้ปิดยอดขายที่ 400 ล้านบาท


ในปีนี้ บริษัทต้องการให้เพิ่มขึ้นมาอีก 50 ล้าน เป็น 450 ล้านบาท รวมไปถึงการสร้างยอดขายทั้งกลุ่มของ อาร์ทิสทรี ให้ได้รวม 3,100 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการนำนวัตกรรมของการสื่อสารที่เรียกว่า Layer เข้ามาสร้างการรับรู้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการตอบโจทย์กลยุทธ์หาลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้อย่างทันท่วงที


คังเซน เคนโก เดินเกมรุก เนรมิตสถาบันความงามครบวงจร


คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทคังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คริสติน โคคูล นอริช ครีม (Kristine Ko-Kool Pearl Norish Cream) หรือครีมไข่มุก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มียอดขายติดอันดับ 1 ของคังเซนฯ มาตลอดระยะเวลา 19 ปี


คริสติน โคคูล เพิร์ล ซีรีส์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่ผสานคุณค่าแห่งข่มุกและสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อผลลัพธ์อันทรงประสิทธิภาพสูงสุดอย่างครบวงจร (ตั้งแต่ขั้นตอน Remove/ Cleanser/Toner/Serum/Cream/Sun/Protection/Mask) โดยการคิดค้นของ มิสเตอร์ เลี่ยว เหลียง จู้ (Mr.Liao Liang Chu) ประธานบริษัท สี่หลิงเหมิน เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านผลิตภัณฑ์ความงามมายาวนานกว่า 38 ปี เป็นสูตรลับพิเศษของไข่มุก ราชินีแห่งความงาม ที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ


คุณอิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดตลาดใหม่อีกบริษัท ภายใต้ชื่อ เบอร์รี่ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นธุรกิจสถาบันความงามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัทได้สำรวจตลาดมาแล้วว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าตลาดรวมเป็น 10,000 ล้านบาท และยังเป็นธุรกิจที่เอื้อกันกับธุรกิจคังเซนได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจเปิดสาขา เบอร์รี่ เฮาส์ สาขาแรกที่ซีคอนสแควร์


เบอร์รี่ เฮาส์ เน้นวัตถุดิบจาก เบอร์รี่ ซึ่งทางบริษัทได้ส่งไปตรวจสอบที่สถาบันชั้นนำ แน่นอนว่าต้นทุนของการทำธุรกิจนี้สูงมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการในสถาบันความงามเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพสูง และยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสูง แต่ทางบริษัทพร้อมที่จะลงทุน


ดี เน็ทเวิร์ค เปิดฉากบุกตลาด โฟกัสผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ กล่าวด้วยว่า ทางบริษัทยังทำการเปิดตัวที่สุดแห่งนวัตกรรมดูแลผิวหน้าใหม่ล่าสุดของโลกคือ SIMILE COSMETOLOGY ซึ่งมีส่วนผสมของ Growth Factor มากถึง 8 ชนิด


ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนผสมของ Growth Factor ซึ่งเป็นการนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพระดับนาโน มาใช้ในการเพิ่มจำนวนของ Growth Factor ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติพัฒนาจนได้สูตรของ Growth Factor ที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาอ่อนเยาว์ อีกครั้ง Growth Factor ที่ผสม จะนำมาจาก Growth Factor และสารที่เป็นโปรตีน Peptide หลายชนิดทำงานร่วมกัน โดยผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ถึงประสิทธิภาพของการฟื้นฟูผิวหนังในระดับเซลล์


คุณสาคร กล่าวว่า การเปิดตัว SIMILE COSMETOLOGY เนื่องจากทางบริษัทอยากทำให้สินค้าในการบำรุงผิวหน้าครบวงจรต้องการการทำความสะอาด การป้องกัน การบำรุง ซึ่งดี เน็ทเวิร์คมีสินค้าอยู่แล้ว ส่วน SIMILE COSMETOLOGY จะเข้ามาเป็นการรักษา ซึ่งจะทำให้สินค้าในกลุ่มความงามของบริษัทครบวงจร


เราเชื่อว่า SIMILE COSMETOLOGY จะสามารถตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีปัญหาเรื่องผิว ลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายลดเวลา เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมสูง ในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และแน่นอนสินค้าตัวนี้ต่อสู้ในตลาดเอเชียได้และเราเป็นเจ้าของลิขสิทธ์แต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย


SIMILE COSMETOLOGY เป็นสินค้าที่ถือเป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรม มาตรฐานยุโรป บรรจุภัณฑ์ทำมาจากหนังปลา ซึ่งการใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก ส่วนราคานั้นสามารถจับต้องได้ ไม่แพง ราคาข้างกล่อง 3,900 บาท ราคานักธุรกิจ 3,000 บาท เกรดสินค้าอย่างนี้ ราคาอย่างนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ ดี เน็ทเวิร์ค


ส่วนช่องทางในการทำตลาดสำหรับ SIMILE COSMETOLOGY เราจะเน้นการทำตลาดแบบปากต่อปาก ใช้ดีแล้วบอกต่อ เราเชื่อว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าพระเอกในกลุ่มสกินแคร์ หลังจากทดลองตลาดมาเป็นเวลา 5-6 เดือนสินค้าตัวนี้ได้รับการตอบรับที่ดีในเบื้องต้นเราวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่เดือนละ 500-1,000กล่อง


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวด้วยว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ผลิตภัณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ความงามจากภายใน ประกอบด้วย D10 Plus, Snowy Powder, Refeat Power,Sweet Power ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง, D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น


เราเริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่ายจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Camdy, Seven Sweet CANDY, SevenSeed, C-Mix Gummy ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


เมลาเคลียร์ ทุ่มงบกว่า 40 ล้าน ตอกย้ำผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์กระจ่างใส


คุณดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ผลิตภัณฑ์


แบรนด์ เมลาเคลียร์ ภายใต้การบริหารและการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางขายตรงว่า เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับผิวหน้าของผู้หญิงที่ประสบปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส กลับใสดั่งปรารถนา


โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณภาพของสินค้า เมลาเคลียร์ ได้รับการพิสูจน์จนเห็นถึงผลลัพธ์ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ ส่งผลให้แบรนด์เมลาเคลียร์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำความเชี่ยวชาญด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย สามารถแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดอย่างปลอดภัย


สำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมลาเคลียร์ คนล่าสุดเราได้รับเกียรติจากคุณมาช่า วัฒนพานิช ซึ่งมีบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยภาพลักษณ์นี้ จะส่งผลให้แบรนด์ เมลาเคลียร์ มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยคุณมาช่าเอง ก็ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์เมลาเคลียร์ ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ ที่เรากล้าท้าพิสูจน์ผลลัพธ์นั่นเอง


สำหำรับภาพยนตร์โฆษณา เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ภายใต้ชื่อ Keep the Face นำแสดงโดย คุณมาช่า วัฒนพาณิช เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของบริษัท แอล แอนด์ อาร์ มีเดีย จำกัด ความยาว 30 วินาที ซึ่งได้กำหนดแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทุกช่องแล้ววันนี้ โดยแคมเปญชุดนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 40 ล้านบาท


คุณดนัย กล่าวด้วยว่า เมลาเคลียร์ ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อความกระจ่างใส ตอบโจทย์ผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่อง ฝ้า กระ จุดด่างดำ หมองคล้ำ ด้วยประสิทธิภาพจากสารสกัดและนวัตกรรมเพื่อนำสมสู่ผลลัพธ์ จึงส่งผลให้ เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ในใจสำหรับผู้หญิงไทยทั่วประเทศตลอดมา


ล่าสุด เราได้เปิดตัว เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ท้าพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงลงใน 11 วัน นี่ถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ของอาร์บูตินในระดับนาโน ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เข้มข้นถึง 2 เท่า พร้อมด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ดูแลกระบวนการสร้างเม็ดสีอย่างเป็นธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการใช้สินค้า คุณดนัย กล่าวปิดท้าย


นู สกิน สร้างปรากฎการณ์ เปิดภาพยนตร์โฆษณาเรื่องแรก


คุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า การเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคโดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภํณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรามาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก โดยมอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด นูสกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักโดยสะท้อนผ่านจุดขายเรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการล็อคอายุผิวให้คงความอ่อนเยาวว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ซึ่งสอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอ็จล็อคที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จและส่งเสริมยอดขาย บริษัทฯคาดการณ์ว่าหลังจากภาพยนตร์ชุดนี้ออกอากาศจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อแดละชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้น 50 %


แนวคิดของภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน ต้องการเน้นให้เดแบรนด์และชื่อสินค้าเป็นที่จดจำของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบ 360 องศา โดยแบ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบ Below the line ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ อีเว้นท์ การจัดประชุมสัมมนา และโปรแกรมโบนัสท่องเที่ยว และ Above the line จะเน้นการใช้สื่อ (Mass media) ที่หลากหลายขึ้น โดยจะใช้ภาพยนตร์โฆษณษชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ สื่อโทรมทัศน์ สิ่งพิมพ์และบิลบอร์ด เพื่อเป็นการแนะนำแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักในวงกกว้างและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกรูปแบบมากขึ้น


ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของ นู สกิน ประเทศไทยปี 2556 บริษัทฯ มีการวางแผนและแบ่งกลยุทธ์ออกเป็นด้านต่างๆๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจขององค์กร พร้อมเตรายมปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมเพื่อให้สอดรับกับภาพยนตร์โฆษณาและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงใช้กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่โดยเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity) เพื่อขยายฐานของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ทำธุรกิจให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ


โดยยังคงจุดยืนที่มุ่งเน้นการชูนวัตกรรมแห่งการชะลอวัยผ่านผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพภายใต้เทคโนโลยี


เอจล็อค เพื่อย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การต่อต้านความชรา ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯมีแผนเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เอจล็อค อารร์สแควร์ (AgeLocr2) และเอ็จล็อค ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์อัลตร้า (ageLOC TRU FACE ESSENCE ULTRA) เพื่อชิงผู้นำตลาดแอนไทเอจจิ้ง พร้อมทำการตลาดแนวรุกเพิ่มช่องทางการสื่อสาร Mass Communication ภายใต้แนวคิด Live Young, Fell Young เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป


เป้าหมายความสำเร็จ นู สกิน ประเทศไทยปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 20 % และมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ยืนยันได้จากตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงความท้าทายอีกขั้นที่จะทำให้นู สกิน ก้าวสู่ความสำเร็จพิชิตยอดขายที่ 5,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าตามที่ได้เคยประกาศไว้ โดยอาศัยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างกับคู่แข่งจำนวนผู้ทำธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนทิศทางการขยายฐานผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าในด้านธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมตามปณิธานที่มุ่งมั่นมาตลอด 15 ปี ในการให้ความช่วยเหลือองค์กรและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงให้ความช่วยเหลือการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กโรงพยาบาลราชวิถีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าปัจจัยบวกต่างๆ นี้จะส่งเสริมให้นู สกิน เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แน่นอน คุณภคพรรณ ระบุปิดท้าย





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.อินมาร์เก็ตติ้ง ฉบับที่ 166 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เกาะเทรนด์สินค้าขายตรงหน้าร้อน พาวเดอร์ดริ๊งค์มาแรง







Cancer Prevention Energy Drink (Mobile)


ปีนี้สินค้าขายตรงกลุ่มเสริมสุขภาพยังคงมาแรง หากแต่รูปแบบอาจแตกต่างกันออกไป สำหรับหน้าร้อนนี้ พาวเดอร์ดริ๊งหรือสินค้าเพื่อสุขภาพแบบชงดื่ม เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ อย่างเช่นน้องใหม่ขายตรงดีเน็ทเวิร์คสบช่อง เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบชงดื่ม 6 รายการรวด เน้นสร้างฐานผู้บริโภคด้วยอัตราการซื้อซ้ำสูง เดินเครื่อง MLM 5 เครือข่ายใช้สินค้าขับเคลื่อนธุรกิจ มั่นใจสิ้นปีแตะ 600 ล้านบาท


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ท เวิร์คเวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากบริษัทได้มีการเปิดตัว


สำนักงานแห่งใหม่อยู่ใจกลางเมืองคือ บริเวณชั้น 7 อาคารไทยซีซี ย่านสาทร ซึ่งเป็นแหล่งที่มีคนวัยทำงาน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่ กระจุกตอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เปิดตัวผลิจภัณฑ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการทำตลาดกลุ่มใหม่ของบริษัท โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ชนิดผงชงดื่ม 6 รายการพร้อมกัน ได้แก่ Sweet Powder ,Refeat , Snowy Powder,D Berry fiber, D10 Plusและ Oleef Coffee


"เราเริ่มมีการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่าจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ D10 Plus, Snowy Powder, Refeat Powder, Sweet Powder ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง, D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น"

สาคร กล่าวว่า กลยุทธ์หลักของบริษัทคือ การสร้างฐานผู้บริโภคที่มั่นคง ดังนั้นการทำตลาดจึงมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์จะต้องมีคุณภาพ ใช้แล้วหมดไป ผู้บริโภคใช้แล้วเห็นผล เกิดการซื้อซ้ำ โดยจะสร้างสัดส่วนผู้บริโภคให้ได้ถึง 70% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีแผนงานจะจัดทำโครงการกว่า 14 โครงการในการผลักดันสินค้าสู่ผู้บริโภ ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีกว่า 600 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มียอดเข้ามา 60 ล้านบาท สมชิกปัจุบัน 6 หมื่นรหัส มียอดซื้อเฉลี่ย 1,000 บาทต่อหัว


4ไล้ฟ์ ใช้นักกีฬาดังโปรโมทสินค้าชงดื่ม


กิจภูเบศ ธนกิจสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท 4ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นูทราสตาร์ท เครื่องดื่มโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองและโปรตีนเวย์ รสช็อกโกแลต เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานพร้อมมีสารอาหารที่ครบถ้วนเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย มีส่วนประกอบของโปรตีนทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง เคลวิน จอลลี่ รองประธานฝ่ายการสื่อสาร 4ไล้ฟ์ รีเสิร์ช สหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดตัว Team 4Life คือทีมนักกีฬาระดับโลกที่ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ ประเทศไทยได้รับเกียรติจาก 2 โปรกอล์ฟชื่อดังที่เป็นสมาชิกใน Team 4Life คือ โปรเผ่าสิงห์ นิสสัยสุข (Senior Professional Golfer, Golf Instructor) และโปรฐิติพงษ์ ณ สงขลา (Thailand PGA Golf Instructor)ในฐานะเป็น Team 4Life 2 คนแรกในทวีปเอเซีย


"นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของบริษัท คือกลุ่มอาหารเสริม ไม่ว่าจะเป็นไตร แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า พลัสไตร แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า และทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ คือ มีโปรตีนจากธรรมชาติช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและดูแลซ่อมแซม ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าด้านความงาม เครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งทีมวิจัยของบริษัทอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา และกำลังจะมีสินค้าต่างๆ ออกมาตอบสนองความต้องของสมาชิกให้ได้มากที่สุด"


สำหรับภาพรวมในปีที่ผ่านมา บริษัท 4ไล้ฟ์ มีผลประกอบการน่าพอใจ เติบโตถึง 30% นับเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้ ในปี 2556 นี้ บริษัทมีความตั้งใจหวังจะเติบโต สูงไปอีก 30% เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 3 ปี ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 แสน รหัส แต่เวลานี้มีอยู่ที่ 4 หมื่นกว่ารหัส และ มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ

ยูนิซิตี้ ส่งแอลซี ลุยตลาดขายตรง


คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LC-Dietary Supplement Product) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผงสำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดีและยังมีส่วนช่วย ควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีนเมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีนสกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโตเด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือแร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา


"แผนการตลาดปีนี้บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ LC เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ซึ่งบริษัทได้ทดลองวางสินค้าเพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี ดังจะเห็นได้จากจำนวนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงนักธุรกิจที่สามารถทำยอดขายจำนวน 673 คน" คริสโตเฟอร์ กล่าว




Credit by :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

ดี เน็ทเวิร์คเวิลด์ไวด์(D Network ) เปิดสำนักงานใหม่ใจกลางสาทรหวังกระทุ้งยอด 600 ล้าน







D network

 


เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2556 บริษัท ดีเน็ท เวิร์คเวิลด์ไวด์ จำกัด ขายตรงน้ำดีสัญชาติไทยได้เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ บนชั้น 7 อาคาร ไทยซีซี ทาวเวอร์ เนื้อที่กว่า 220 ตารางเมตร ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิดเปิดตลาดสู่กรุงเทพชั้นใน พร้อมทั้งภายในงานได้ประกาศเปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โดยความร่วมมือกับ คุณ ณัฐชัย เตชะวิเชียร กรรมการผู้จัดการริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด ทายาทโรงพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ตั้งเป้าให้เป็น Online bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขานรับนโยบายเมืองหนังสือโลก


โดย อ.สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง คุณภูมิสนอง หล้าสุด และ คุณอุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง พร้อมทีมงานครบทีม ถือฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีทางศาสนาพุธเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเช้า จากนั้นจึงได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Six Powder อาหารเสริมสุขภาพครบวงจรภายในกล่องเดียว หวังกระตุ้นยอดธุรกิจทะลุ 600 ล้านบาท จากนั้นได้เปิดตัวบ้านหลังใหม่ พร้อมประกาศความร่วมมือกับทายาทพันล้านนักธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โปรเจค Online Bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซื้อหนังสือพร้อมได้รับ PV หวังลุยตลาดผู้ที่รักการอ่านโดยมีหนังสือกว่าหนึ่งพันหัวเรื่องในปัจจุบัน


ทั้งนี้บริษัทยังได้จัดงานประชุมขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 9 ตึก ไทยซีซี ทาวเวอร์โดยมีพวกเข้าร่วมงานกว่า 500 ท่าน เพื่อรับฟัง วิสัยทัศน์ แนวคิดดีๆ จาก 3 ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด อีกทั้งไฮไลท์ในงานสำหรับผู้ที่ซื้อพ็อกเก็ตบุ๊ค ทำไมต้อง ดีเน็ทเวิร์ค (Why D Network) ลุ้นทองถึง มูลค่ากว่า 150,000 บาท จำนวน 12 เส้น พร้อมแจกผู้โชคดีในงานอีก 1 ท่าน เรียกได้ว่างานนี้เล่นเอาสมาชิกหลายท่านได้เฮกันอย่างสนุกสนาน


[gallery ids="16481,16482,16483,16484,16485,16486,16487,16488,16489,16490,16491,16492,16493,16494,16495,16496,16497,16498,16499,16500,16501,16502,16503,16504,16505,16506,16507,16508,16509,16510,16511,16512,16513,16514,16515,16516,16517,16518,16519,16520,16521,16522,16523,16524,16525"]

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นรับใบสำคัญจดทะเบียนขายตรง







ภาพข่าวสังคม ดี เน็ทเวิร์ค (Mobile)

 


เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อแนวทางการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยคุณจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมรับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง มอบโดยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคุณวรเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ส่ง6 Powder มั่นใจเจาะตลาดคนรุ่นใหม่







คุณสาคร ใสกมล


ดี เน็ทเวิร์ค บุกตลาดกลางใจเมือง เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ณ ตึก THAI CC ชั้น 7 ทุ่มงบตกแต่งให้ทันสมัย เอาใจคนรุ่นใหม่ เดินหน้าเจาะตลาดวัยรุ่นด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ 6 Powder เชื่อได้รับการตอบรับล้นหลาม ระบุ 4เดือน ยอดกระฉูดทะลุหลัก 270 ล้านบาทไปแล้ว สิ้นปีพร้อมทุบสถิติยอดขายสูงสุด


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ D10 Plus, Snowy Powder ,Refeat Powder ,Sweet Powder ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง , D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น


ดี เน็ทเวิร์ค เริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่าจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Candy, Seven Sweet Candy,Seven Seed,C-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์ แคลเซียมสกัดจากธรรมชาติ 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานนมถึง 5 แก้ว และ V-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากผักผลไม้ รับประทาน 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานผักถึง 5 กิโลกรัม ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


คุณสาคร กล่าวว่า ดี เน็ทเวิร์คเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญในการสร้างฐานผู้บริโภค ปัจจุบันทางบริษัท มีฐานผู้บริโภคสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกับทางบริษัทก็โฟกัสการสร้างนักธุรกิจมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทกระจายถึงมือผู้บริโภคจำนวนมาก


เราเป็นบริษัทขายตรงมืออาชีพในการสร้างเครือข่าย สร้างคน สร้างผู้นำ และที่สำคัญเราเป็นบริษัทขายตรงที่เน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก เราเชื่อว่าหากเรามีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างฐานผู้บริโภคควบคู่กับการสร้างผู้นำมืออาชีพควบคู่กันไป ผมมองว่าในปัจจุบัน การทำขายตรงยุคใหม่ จะมีลักษณะกึ่งๆ ค้าปลีกเข้าไปทุกขณะ กล่าวคือ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อ ขายผ่านร้านค้า ขณะเดียวกันก็มีการสร้างเครือข่าย สร้างสายงานควบคู่กันไปนี่ถือเป็นจุดแข็งของ ดี เน็ทเวิร์ค


ผู้บริหารระดับสูง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม กล่าวคือ ในเดือนมกราคม ทางบริษัทปิดยอดขายที่ 50 ล้านบาท เดือนกุมภาพันธ์ ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท เดือนมีนาคม ยอดขาย 80 ล้านบาท และเดือนเมษายนปิดยอดขาย 80 ล้านบาท รวมยอดขาย 4 เดือนแรกของปี ทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 270 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดขายที่น่าพึงพอใจอย่างมาก


ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฉพาะ 15 วันแรกของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 40 ล้านบาท เราเชื่อว่า สิ้นปีเราจะบรรลุเป้าหมายยอดขายที่วางเอาไว้ได้อย่างแน่นอน


คุณสาคร คาดการณ์ว่า สถานการณ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ขายตรงอาจจะต้องสู้กันเหนื่อย เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยในการทำขายตรงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ช่วงเปิดเทอมของนักเรียน-นักศึกษา


แต่เราเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ เนื่องจากเราเน้นสร้างฐานผู้บริโภคแนวกว้าง เน้นการกระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภค ลงสู่รากหญ้า ให้ทุกคนมีโอกาสได้บริโภคสินค้าของเรา เราจึงเชื่อว่าแม้สถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 จะไม่เอื้ออำนวย แต่เราเชื่อว่าเราจะรักษาระดับการเติบโตได้อย่างแน่นอน คุณสาคร กล่าว


คุณสาคร กล่าวว่า ในวันที่ 27 เมษายน 2556 ทางบริษัทได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการใจกลางเมือง ณ อาคาร THAI CC ชั้น 7 ย่านสาธร ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าของกรุงเทพมหานคร


เราจะได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ ในย่านกลางเมือง เป็นฐานบัญชาการในการเจาะตลาดคนวัยทำงานและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งสำนักงานแห่งใหม่เราทุ่มงบในการตกแต่งกว่า 3 ล้านบาท ให้เป็นออฟฟิศโมเดิร์น มีการสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ หากคนรุ่นใหม่กำลังมองหาบริษัทขายตรงที่เป็นมืออาชีพ อยากให้เลือก ดี เน็ทเวิร์ค เนื่องจากเป็นบริษัทที่แจ้งเกิดในวงการแล้ว และอยู่ในช่วงที่คนหลั่งไหลเข้าร่วมงาน มีความมั่นคง หากอยากแสวงหาความสำเร็จในชีวิตก็ก้าวเข้ามาสู่อาณาจักร ดี เน็ทเวิร์คด้วยกันประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ระบุปิดท้าย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค เข็นระบบ4-3-2-1 สู้ศึกเครือข่าย แย้มเตรียมพบสินค้าใหม่เขย่าตลาด มิ.ย.นี้








ดี เน็ทเวิร์ค เผยธุรกิจต้นปีโตแรงกว่า 500% พร้อมวางเป้าเตรียมสร้างผู้นำ 1,000 คน สู่นักบริหาร ใช้ระยะเวลาอบรม 6 เดือน หลังรุ่นแรกสำเร็จไปแล้ว 72 คน... พร้อมเข็นระบบสร้างธุรกิจใหม่ 4-3-2-1 ด้วยการใช้ 11 ผลิตภัณฑ์ มุ่งสร้างยอดขาย พร้อมเตรียมบุกตลาด AECล่าสุดปิ๊งไอเดีย เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เขย่าวงการโปรตีน เมืองไทยเดือนมิถุนายนนี้


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงผลประกอบการในช่วงต้น ปีนี้ว่า ยอดขายเติบโตดีเป็นที่น่าพอใจ โดยในเดือน มกราคม บริษัทฯ สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 50 ล้าน บาท ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท ถือว่ายอดขายในช่วงต้นปีของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่เติบโตขึ้น กว่า 500 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันใน ปี 2555


ปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯเติบโตอย่างมากในปีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถ ตอบโจทย์ สนองความต้องการ ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สร้าง ความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจและผู้ บริโภคได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ สินค้าทุกตัวราคาสามารถจับ ต้องได้ โดยสินค้าที่มาแรงในช่วง ต้นปีคือ ผลิตภัณฑ์ D 10 ซึ่งมี ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว จากเดิมในปี 2555 ผลิตภัณฑ์ดัง กล่าวมียอดขายอยู่ที่ 800,000 บาท และในช่วงต้นปีนี้ สามารถ มียอดขายทะลุ 10 ล้านบาทไป แล้ว


สำหรับแผนการบุกตลาด ในปีนี้ของดี เน็ทเวิร์ค นั้น พบว่า จะใช้สูตร 4-3-2-1 โดยใช้ ผลิตภัณฑ์ กาแฟ โอลีฟ เป็น ผลิตภัณฑ์หลักให้สมาชิกซื้อเพื่อ รักษายอด และจะใช้ 4 ผลิตภัณฑ์ เด่นในการตั้งรับ ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ Gastolax, ผลิตภัณฑ์ BANYEN, ผลิตภัณฑ์ D- Berry และผลิตภัณฑ์ D-BONE พร้อม กันนี้ ก็จะมีในส่วนของผลิตภัณฑ์ Refeat, ผลิตภัณฑ์ Snowy Powder และผลิตภัณฑ์ D10 Plus 3 ที่จะเข้ามาเจาะฐานลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ก็จะมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ คือ D Braime และผลิตภัณฑ์ D- Contact ที่จะเป็นสินค้าอีกตัว ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ส่วนอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หัวหอกที่ ทางบริษัทฯ คาดว่าจะสร้างยอด ขายเป็นอันดับหนึ่งของบริษัท คือ Koregins


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้ง 11 รายการของดี เน็ทเวิร์คนั้น ทาง ด้านนายสาคร เผยว่า จะถูก โหมโรงและโปโมทอย่างหนักใน ช่วงปีนี้อย่างแน่นอน พร้อมกับ เตรียมที่จะเข็นสินค้าดังกล่าวบุก ตลาด AEC ในอนาคตอันใกล้นี้ อีกด้วย นอกจากนี้ อีกหนึ่งแผน งานในการสร้างฐานธุรกิจให้ แกร่งของดี เน็ทเวิร์ค ในปีนี้ ยังพบอีกว่า ค่ายนี้ จะหันมา ให้ความสำคัญกับการสร้าง บุคลากร ด้วยการเริ่มดำเนินการ สร้างผู้นำอย่างจริงจัง พร้อมกับ ตั้งเป้าหมายว่าที่จะสร้างผู้นำให้ ได้ 1,000 คน ซึ่งในปัจจุบันมีการ อบรมเพื่อสร้างผู้นำรุ่นแรก ใน หลักสูตร เตรียมผู้บริหารแล้ว 72 คน โดยหลักสูตรดังกล่าว จะ ต้องใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือน ด้วยกัน


เนื้อหาของหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร ผมจะสอนเรื่อง แนวคิด วิธีการดำเนินธุรกิจให้ ประสบความสำเร็จ การพูดการ บรรยายแบบมืออาชีพ วิธีการ ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรนี้ จะอัดแน่นด้วย เนื้อหา กินเวลายาวนานถึง 6 เดือนกว่าจะจบหลักสูตร แต่ ถือว่าคุ้มค่าเนื่องจากผู้ที่จบ หลักสูตรจะก้าวขึ้นสู่การเป็น ผู้นำ ในธุรกิจขายตรงอย่าง สมบูรณ์แบบ นายสาคร ยังกล่าวเสริม อีกว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เล็ง เห็นโอกาสในการทำ ตลาด โปรตีนในประเทศไทย โดยได้ ทำ การศึกษา และได้พบว่า ผลิตภัณฑ์โปรตีนที่วางจำหน่าย ในท้องตลาดเกือบ100เปอร์เซ็นต์จะสกัดมาจากนมหรือ ถั่วเหลือง ส่งผลให้ทางบริษัทฯ จึงอยากที่จะฉีกแนวผลิตภัณฑ์ โปรตีนที่มีอยู่ในท้องตลาด ด้วย การมุ่งสู่ตลาดบูลโอเชี่ยนโดยจะ นำผลิตภัณฑ์โปรตีนที่สกัดจาก ไข่ขาว เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก ประเทศเดนมาร์คมาจำหน่าย ซึ่ง ประเทศเดนมาร์คถือเป็นเจ้าแห่ง การสกัดโปรตีน


โดยบริษัทฯ ได้สั่งซื้อ เครื่องจักรของเดนมาร์ค มาผลิต สินค้าเอง เนื่องจากเมืองไทยไข่ ขาวราคาไม่แพง ด้วยเหตุนี้ ทาง บริษัทฯ จึงปิ๊งไอเดียขี้นมา โดย การจะสกัดผลิตภัณฑ์ออกมา เป็นผง หากรับประทานปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จะเทียบเท่าการรับ ประทานไข่ขาวมากถึง 20 ฟอง เลยทีเดียว และนี่ถือเป็น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ ดี เน็ทเวิร์คเพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ ทาง บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยคาดว่า ไม่ เกินเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะเปิด ตัวอย่างเป็นทางการได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556