ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวคังเซนฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวคังเซนฯ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข่าวคังเซนฯ (Kangzen-Kenko) : เขย่าตลาดเครือข่ายปลายปี ลุยโฆษณาฟรีทีวี/เพิ่มศูนย์ความงาม


คังเซน-เคนโก เดินเครื่องธุรกิจโค้งสุดท้าย เข็นสินค้าใหม่ คริสติน โคคูล เพิร์ล ซีรีส์ นำทัพ พร้อมอัดงบกว่า 40 ล้าน ผลิตโฆษณาผ่านช่องฟรีทีวี สร้างการรับรู้แบรนด์...เผยสบช่องธุรกิจใหม่ด้านความงามด้วยการเปิด เบอรี่เฮา คลินิก หวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่คนรักสวยรักงาม...ประกาศเตรียมบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศรองรับ AEC

นายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงแนวโน้มธุรกิจขายตรงในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ว่า จะยังคงมีบรรยากาศที่คึกคักและขยายตัวได้ประมาณ 5 - 10% จากปกติ เพราะถือเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมากขึ้น

ขณะที่นักธุรกิจขายตรงต่างก็เร่งทำยอดขาย เพื่อปิดยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงสิ้นปี เช่นเดียวกับ คังเซนฯ ก็ได้เตรียมจัดกิจกรรมอบรมนักธุรกิจ ตลอดจนตัวแทนจำหน่ายอิสระถี่ขึ้นทุกเดือน พร้อมกับการจัดโรดโชว์ไปยังต่างจังหวัด เพื่อให้ข้อมูลความรู้ในการจำหน่ายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หวังจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาร่วมธุรกิจ

ซึ่งล่าสุด คังเซนฯ ได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ชื่อ คริสติน โคคูล เพิร์ล ซีรี่ส์ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานแห่งใหม่ ที่เพิ่งจะเริ่มลงทุนกับทางไต้หวันก็เปิดมาได้ประมาณ 2 เดือน ผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวจะเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียว ที่ผสมผสานคุณค่าแห่งไข่มุกและสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ล ที่ได้นำมาผสมผสานรวมกัน จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ชุด โคคูล เพิร์ล ซีรี่ส์

บริษัทฯ ค่อนข้างมีความมั่นใจในสินค้าตัวนี้อย่างมาก เนื่องจากได้มีการทดลองตลาดมาแล้วถึง 2 ปี กระแสตอบรับจากสมาชิกเรียกว่าดีอย่างมาก ที่สำคัญได้วางงบประชาสัมพันธ์ตรงนี้ไว้ที่ 40 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ในสินค้าดังกล่าวอีกด้วย โดยได้ผลิตโฆษณาผ่านช่องฟรีทีวีด้วย เพราะเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ขับเคลื่อนยอดขายให้กับบริษัทฯ ได้ด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว คังเซนฯ ยังได้เปิดตัวทีมบริหารของโรงงานใหม่ที่เรียกว่า Biorg Max Biotechnology อีกด้วย โดยเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในใจกลาง New Taipei ประเทศไต้หวัน รวมถึงยังได้มีการเปิดตัวบริษัทในเครือใหม่ คือ เบอรี่เฮา คลินิก อีกด้วย

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า ตลาดความสวยความงามค่อนข้างจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของการทำศัลยกรรม ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ และก็ได้เปิดตัวบริษัทใหม่ในเครือขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการต่อยอดธุรกิจนั่นเอง

โดยสาขาต้นแบบ เบอรี่เฮา คลินิก สาขาแรกนั้น อยู่ที่ซีคอนสแควร์ โดยจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลเรื่องการฉีดโบท็อก การฉีดฟิวเลอร์ และเรื่องของการบริการนวดหน้า พร้อมกับการบริการเรื่องความงามต่าง ๆ ในการเปิดเป็น เบอรี่เฮา คลินิก ส่วนแผนงานในอนาคตบริษัทฯ มีแผนที่ขยายสาขาที่โคราช, อุดรธานี, เชียงใหม่, สุราษฎร์ ธานี และหาดใหญ่ พร้อมกับมีแผนที่จะขยายไปยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะตลาด AEC ก็จะขยายให้ครอบคลุมทั้งหมด 10 กว่าประเทศ รวมถึงอีกหลายประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

นายอิทธิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ในปีนี้อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของธุรกิจ คังเซนฯ นั่นก็คือ การ Re-design Logo ขึ้นใหม่ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ Kristine Ko-kool เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น โดยมีการออกแบบโลโก้ให้ร่วมสมัย และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผู้ค้าวอน "จิรชัย มูลทองโร่ย" ตั้งกรมขายตรงผลักดัน พ.ร.บ.ตัวใหม่ ยกระดับธุรกิจ


หลังจากที่คณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้งให้ นายจิรชัย มูลทองโร่ย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และได้มีการวางแผนงานสำคัญ ด้วยการออกพันธกิจ เร่งเดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค 360 องศา เพื่อสานต่อการดำเนินงานตาม นโยบาย ของ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการคนเดิม นายนิโรธ เจริญประกอบ

ซึ่งในส่วนของธุรกิจขายตรง รัฐบาลก็ได้ให้ความสนใจ เร่งออกนโยบายสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคของกลุ่มธุรกิจนี้ ดังนั้นทีมข่าวสยามธุรกิจ จึงไม่รอช้าสอบถามไปยังผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง ว่าในยุคของ จิรชัย มูลทองโร่ย อยากให้รัฐบาลรีบเร่งรัด ดำเนินการในเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจขายตรงไทย

> กิฟฟารีน เสนอเพิ่มบุคลากร

แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธาน กรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยกับสยามธุรกิจว่า จริงๆ แล้วตนเองไม่มีข้อเรียกร้องให้หน่วยงาน สคบ.เร่งรัดการดำเนินงานเรื่องใดเป็นกรณีพิเศษ เพราะที่ผ่านมาตนเชื่อว่าเลขาฯ สคบ.ทุกท่าน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติ งานอย่างดีที่สุดแล้ว โดยเฉพาะการดำเนินงานเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงก็ได้มีการประสานงานด้วยดีกันมาโดยตลอด มีการปรึกษาพูดคุย รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ดี อาจจะมีปัญหาบ้างตรงที่ สคบ.อาจขาดแคลนบุคลากร ทำให้การ ทำงานต่างๆ มีความล่าช้าไปบ้าง ตรงส่วน นี้ตนจึงอยากเสนอให้มีการเลือกสรร บุคลากรที่จะมาทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานต่างๆ ให้มากขึ้น ส่วนกระแส ความต้องการที่อยากจะให้สคบ.มีการ จัดตั้งหน่วยงาน ซึ่งเทียบเท่ากรมขึ้นมาดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะ ในเรื่อง ดังกล่าวตนก็เห็นด้วย หากสามารถดำเนิน การได้จริง แต่ในความคิดเห็นส่วนตัว การ จัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวอาจจะมีความยุ่งยาก และต้องใช้ระยะเวลานาน และนัยยะสำคัญของการจัดตั้งกรมธุรกิจขายตรง ก็เพื่อให้มีบุคลากรกลุ่มหนึ่งก้าวขึ้นมาดูแลธุรกิจนี้อย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง ฉะนั้นอาจไม่จำเป็นต้องมีกรมใดเกิดขึ้นก็ได้ แต่ขอให้มีบุคลากรที่เข้ามาดูแลงานในส่วนธุรกิจขายตรงให้มากขึ้น

> คังเซนฯ บอกเร่งออก พ.ร.บ. ขายตรง

นายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับสยามธุรกิจ ว่า ท่านเลขาฯ จิรชัย มูลทอง-โร่ย ถือเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความรู้ ความ เข้าใจในธุรกิจขายตรงเป็นอย่างดี เพราะในฐานะที่ท่านเคยเป็นอดีตรองเลขาฯ สคบ.ก็ได้เข้ามาดำเนินงานดูแลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงมาโดยตลอด ตนจึงเชื่อว่า ภายใต้การดูแลของคุณจิรชัย จะสามารถ ยกระดับมาตรฐานธุรกิจขายตรงให้เข้าสู่สากล และธุรกิจนี้จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ต่อไป

โดยสิ่งที่ตนในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง อยากให้คณะทำงานของเลขาฯ สคบ.คนใหม่ รีบเร่งรัดดำเนินการมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องพ.ร.บ.ขายตรง ที่ปัจจุบันยังไม่เป็นรูปธรรม โดยอยากให้ยุคของคุณจิรชัย พยายามรีบเร่งดำเนินการตรงนี้ร่วมกับคณะกรรมการร่างพ.ร.บ. ขายตรง จัดทำตัวบทกฎหมายขายตรงให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพราะตนเชื่อว่า หากกฎหมายดังกล่าวสำเร็จเป็นรูปธรรมจะนำประโยชน์มาสู่วงการธุรกิจเครือข่ายได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะประโยชน์ต่อผู้บริโภค ที่พวกเขาจะมีหลักประกันความเสี่ยง ซึ่งสามารถจับต้องได้

นอกจากนี้ ตนยังอยากให้ สคบ.ได้มีการออกกฎระเบียบสำหรับการลงโทษผู้กระทำความผิดธุรกิจขายตรงให้มีความรัดกุม และชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อควบคุมหลายบริษัทขายตรงที่ยังคงหาช่องว่างทางระเบียบ จรรยาบรรณ เอาเปรียบ ผู้บริโภคอยู่ ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจนี้ปราศจากบริษัทสีดำหรือสีเทา ตนจึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไข ออกกฎระเบียบการ ลงโทษผู้กระทำความผิดต่อผู้บริโภคในธุรกิจนี้ให้มีความเด็ดขาด หรือชัดเจนมากกว่านี้

และเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ตนอยากเสนอให้เลขาฯ สคบ.คนใหม่ พิจารณา คือ การจัดตั้งกรมธุรกิจขายตรงที่จะเข้ามา ควบคุมดูแลธุรกิจนี้โดยเฉพาะ เสมือนกับ ธุรกิจประกันฯ ที่มีกรมการประกันภัยเป็น หน่วยงานหลักในการดูแลธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่อง ดังกล่าวจะช่วยลดภาระของรัฐบาลไปได้อย่างมาก

จริงๆ แล้ว แนวคิดที่อยากจะให้รัฐบาลมีการจัดตั้งหน่วยงานหลักที่เข้ามา ควบคุมดูแลธุรกิจขายตรงนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งหลายฝ่ายเห็นด้วยว่าเราจำเป็นต้องมี กรมธุรกิจขายตรง แต่ตนก็เข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่ค่อนข้างยุ่งยาก และต้องใช้เวลาในการดำเนินงานพอสมควร อย่างไรก็ดี หากหน่วยงานนี้สามารถเป็นไปได้จริงๆ เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายได้จริงๆ

> โมรินดา แนะตั้งกรมธุรกิจ ขายตรง

นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิร์ลไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า สิ่งที่ตนต้องการให้ยุคของ คุณจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สคบ. คนใหม่ เร่งดำเนินการมากที่สุด มีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ เรื่องแรก คือการเร่งผลักดัน พ.ร.บ.ขายตรงให้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเร็วที่สุด เพราะตนมีความเห็นว่า หาก ธุรกิจขายตรงมีบทกฎหมายที่ชัดเจน เป็น รูปธรรมจะสามารถช่วยควบคุมหรือคัดสรร บริษัทขายตรงที่เป็นสีเทาให้ออกไปจากธุรกิจนี้ได้อย่างจริงจังเสียที

ตนในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจขายตรง รอคอยความชัดเจนในเรื่องตัวบทกฎหมายขายตรงมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมา ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวค่อนข้างที่จะผ่านมือเลขาฯสคบ.มาหลายคนแล้ว ฉะนั้นในยุคของคุณจิรชัย ตนเองจึงมีความคาดหวัง ว่า พ.ร.บ.ตัวนี้จะมีความเป็นรูปธรรม ที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้โดยเร็วที่สุด

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ตนอยากเสนอให้เลขาฯ สคบ.คนใหม่รับไว้พิจารณา คือ การ จัดตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามาควบคุมดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะ โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับกรมการประกันภัย เพราะตนมองว่า ในปัจจุบันธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าทางการตลาดมหาศาล ปัจจุบันมีตัวเลขผลประกอบการโดยรวมทั้งอุตสาหกรรมหลายหมื่นล้านบาท มีบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับทาง สคบ. แล้วกว่า 800 บริษัท และจะยิ่งเพิ่มจำนวน มากขึ้นเรื่อยๆ

จากภาพรวมของธุรกิจที่มีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจอาชีพขายตรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงมองว่าการที่เรามีหน่วยงานที่เทียบเท่ากรมขึ้นมาสักหน่วยงานหนึ่งเพื่อดูแลอุตสาหกรรมขายตรงโดยเฉพาะ จะสามารถช่วยลดภาระการทำงานของรัฐบาล และที่สำคัญจะช่วยให้ การดำเนินงาน คัดสรรบริษัทขายตรงที่ดีมีความเป็นไปได้สูง สิ่งดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ต่อไป วิภารัตน์กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1329 ประจำวันที่ 25-8-2012 ถึง28-8-2012