ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ต.ท.นพ. มั่น อุดมพาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พ.ต.ท.นพ. มั่น อุดมพาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ‘สุพรีเดอร์ม’ดันน้ำมันมะกอกปลุกธุรกิจ แย้มเป้าปี’57ขอยอดแตะ2หมื่นขวด/เดือน







su (Mobile)

 


“สุพรีเดอร์ม” ปล่อยทีเด็ดปลายปี ส่งสินค้าน้ำมันมะกอก ทั้งกลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอางลุยตลาดโค้งสุดท้าย พร้อมประกาศเป้ายอดขายเฉพาะสินค้าน้ำมันมะกอกปี’57 ขอยอดแตะ 2 หมื่นขวด/เดือน ระบุเร่งเดินเครื่องสร้างการรับรู้ช่วงแรกด้วยการสาธิตสินค้าให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับแก่สมาชิกและผู้บริโภคก่อน พร้อมเชื่อหากผู้บริโภคเข้าใจยอดขายโตตามเป้าแน่นอน


หลังจากเงียบหายไปนานสำหรับธุรกิจขายตรงอย่าง “บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ณ เวลานี้ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวของธุรกิจออกมาสู่สายตาคนเครือข่ายบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางด้าน “พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็ได้ออกมาเผยถึงการบุกตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เตรียมที่จะเน้นทำตลาดสินค้าใหม่ที่เป็นน้ำมันมะกอกจากประเทศสเปน ภายใต้ชื่อ “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” ให้มากขึ้น เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ในเรื่องของประโยชน์ของน้ำมันมะกอก


ซึ่งในการทำตลาดในช่วงแรกนั้น ทางบริษัทฯ จะเป็นการเน้นในส่วนของการสาธิตให้ผู้บริโภค และสมาชิกได้เห็นผลก่อนที่จะไปทำตลาด โดยการจัดอบรมให้สมาชิกได้รู้ถึงคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ โดยปัจจุบันต้องบอกว่ายังไม่มีบริษัทขายตรงค่ายไหนที่นำเข้ามาในระบบขายตรงเลย ซึ่งสุพรีเดอร์มเรียกว่าเป็นเจ้าแรกเลยก็ว่าได้ และหลังจากที่มีการทำตลาดไปแล้วประมาณเกือบ 2 เดือน พบว่า ค่อนข้างที่จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายในสินค้านี้ที่ 2 หมื่นขวดต่อเดือน


“วันนี้หากเทียบน้ำมันมะกอกกับน้ำมันรำข้าว เรียกว่าเหนือกว่าเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในเรื่องของกระบวนการผลิต ที่สำคัญน้ำมันรำข้าวในท้องตลาดทั่วไปก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก โดยบริษัทฯ จะเอาคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันมะกอกมาเป็นจุดเด่นในการขาย ด้วยการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกให้ผู้บริโภคได้เห็นอย่างชัดเจน”


สำหรับสินค้าใหม่น้ำมันมะกอก “เมอริเนี่ยน โอลีฟ” จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหนนั้น “พ.ต.ท.นพ.มั่น” เผยว่า ในช่วงแรกของการทำตลาดคงต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้แก่สมาชิกและผู้บริโภคระยะหนึ่งก่อน ซึ่งวันนี้พบว่า ตลาดน้ำมันปาล์มกับน้ำมันถั่วเหลืองถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก การที่จะแชร์ตลาดในกลุ่มนี้หันมาใช้น้ำมันมะกอกคงต้องใช้การอธิบายให้ความรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกก่อน ซึ่งเมื่อผู้บริโภครู้ และเห็นคุณค่าของน้ำมันมะกอกแล้ว เชื่อว่ายอดขายก็น่าที่จะขับเคลื่อนเองโดยธรรมชาติอย่างแน่นอน


ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายสินค้าของสุพรีเดอร์มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจะมียอดขายที่มากกว่ากลุ่มของเครื่องสำอางอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ กลุ่มอาหารเสริมมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% และกลุ่มเครื่องสำอางมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะให้ทั้ง 2 กลุ่มมีสัดส่วนยอดขายที่เท่ากัน คือ 50: 50 โดยจะเป็นการใช้น้ำมันมะกอกเป็นตัวดึงยอดในกลุ่มของเครื่องสำอางให้มีสัดส่วนที่เท่ากันกับกลุ่มอาหารเสริมในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งขณะนี้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกของสุพรีเดอร์มที่ออกมามี 9 รายการด้วยกัน อาทิ โลชั่นเช็ดหน้า ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก เป็นต้น ส่วนยอดขายสิ้นปีนี้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท


ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมต่อว่า สุพรีเดอร์มถือเป็นเจ้าแรกที่ได้มีการนำเอาน้ำมันมะกอกเข้ามาสู่ระบบขายตรง โดยการทำตลาดของสุพรีเดอร์ม นับจากนี้นั้น จะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเป็นธงรบในการทำธุรกิจนับจากนี้ ซึ่งสุพรีเดอร์มจะมีการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกเป็นหลัก


“สำหรับเป้าหมายยอดขายของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกนั้น ในปีหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนขวด หรือหากคิดเป็นยอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกเพียงอย่างเดียว น่าที่จะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทในปีหน้า ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของกลุ่มอาหารเสริมอยู่ที่ 50% กลุ่มความสวยงามอยู่ที่ 30% กลุ่มสินค้าเกษตร 10% ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะเป็นในกลุ่มของเครื่องใช้ในครัวเรือน”


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : ปลุกชีพนักขาย เปิดตัวสินค้าใหม่เจาะสุขภาพ







lhh (Mobile)

 


"สุพรีเดอร์ม" รับเป็นขายตรงเจ้าแรก นำเข้า เมอริเนี่ยน โอลีฟ ชูกระแสการรักสุขภาพ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 3 หมื่นขวด ส่วนสิ้นปีตั้งเป้าพันล้าน ส่งไลน์สินค้าใหม่ทำตลาด 9 รายการรวด หวังเพิ่มสัดส่วนอาหารเสริม/เครื่องสำอาง จากเดิม 70/30 เป็น 50/50 ภายในปีนี้ เร่งออกโปรโมชั่นกระตุ้นนักขายส่งท้ายปี


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ในไลน์สุขภาพ โดยเป็นเมอริเนี่ยน โอลีฟ น้ำมันมะกอกธรรมชาติไม่ผ่านกรรมวิธี เหมาะสำหรับ ทอด, ผัด, อบ, ทำสลัด, หมักเนื้อหรือผักเพื่อปิ้งย่าง โดยบริษัทถือว่าเป็นขายตรงเจ้าแรกที่นำเข้ามา โดยตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 30,000 ขวด


"เราเป็นเจ้าแรกในขายตรง ไม่มีคนนำเข้ามา เราขายถูกกว่าท้องตลาด ไดเรกต์เซลล์ มักจะแพงกว่า 2 ถึง 3 เท่า ตัวนี้คอมมิชชั่นน้อย เราก็บอกผู้นำเพราะต้องทำตลาด เราจะให้กระจายใช้ราคาถูกกว่าในห้างคุณภาพเหนือกว่าแน่นอน ไม่มียี่ห้อไหนที่จะทอดได้ ของเราเหมาะสำหรับทอด ผัด อบ ทำสลัด หมักเนื้อ ส่วนมากขายตรงทำตลาดน้ำมันรำข้าว ตรงนี้ความเข้าใจเรื่องน้ำมันมะกอก คนไม่เข้าใจว่ากระบวนการผลิตมีหลายแบบ พวกนี้การปลูกการดูแลประคบประหงมเต็มที่ เหนือกว่าน้ำมันรำข้าวที่ขายกันตามท้องตลาด"


ประธานบริษัทสุพรีเดอร์ม กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้นตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิชชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


"การกระตุ้นยอดเราเพิ่งออกผลิตภัณฑ์ได้เดือนกว่าๆ ต้องลองตลาด แต่เราพบว่าคนชอบ การตอบรับดี บางคนทดลองเอามาขัดผิวด้วย น้ำมันมะกอก แค่ล้างออกมันจะทำให้ผิวนุ่ม สำหรับการตลาดอันนี้เราเป็นซูเปอร์พรีเมียม แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลา กลุ่มคนส่วนใหญ่กินน้ำมันรำข้าว แต่ก็ไม่มาก ส่วนมากคือปาล์มกับถั่วเหลือง ในส่วนที่เป็นอาหารเสริมเราก็ใช้ได้อยู่ เพราเราพยายามทำให้เขาเข้าใจว่ามันไม่เหมือนท้องตลาด กระบวนการมันต่างกัน สายพันธ์ กระบวนการผลิต เราเป็นออแกนิกส์"


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหากต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ผู้ลูกค้ามีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็นการกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่าบริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสุพรีเดอร์ม (Suprederm) : สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







Capture (Mobile)


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คณุหมอมั่นและผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะ ทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมาคุณหมอเองก็ได้เดิน สายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอจะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


ในห้วงเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ที่บริษัทขายตรงพันธุ์ไทยแท้ อย่าง บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของ พ.ต.ท.นพ. มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ และแม่ทัพใหญ่คู่ใจอย่าง ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ นับวันยิ่งโตวันโตคืน เพราะเพียงแค่ครึ่งปีแรก 2556 เข้าเป้าตามที่วางไว้ และเชื่อว่าภายใน สิ้นปีนี้น่าจะทำเป้าหมายทะลุ 1,000 ล้านบาท วันนี้หนังสือพิมพ์ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้รับเกียรติจาก ธรรมนูญ สมบูรณ์สิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับภาพรวมของสุพรีเดอร์มหลังจากกลับมา ใช้ชื่อเดิม


ทำไมเปลี่ยนจากนูทริเดอร์ม มาเป็นสุพรีเดอร์ม


หลังจากปี 2553 ที่เราเปลี่ยนชื่อจากสุพรีเดอร์ม มาเป็น นูทริเดอร์ม ซึ่งใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ แต่การที่เราไม่มี ประสบการณ์ในการทำแผนการตลาดแบบไบนารี่ และสมาชิกส่วนใหญ่ ของเราไม่มีความถนัดในแผนการตลาดแบบดังกล่าว จึงทำให้ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มีความถนัด แผนการตลาดในแบบสแตร์สเตปมากกว่า ทำให้เราเปรียบเหมือน ปลาผิดน้ำ ซึ่งแม้จะมีแม่ทีมที่ถนัดขยายธุรกิจแบบไบนารี่เข้ามา แต่ด้วยถูกจำกัดจากโครงสร้างของแผน จึงทำให้ไม่ค่อยเติบโต เท่าที่ควร ดังนั้น ในปี 2555 ที่ผ่านมา ทางคุณหมอมั่นจึงตัดสินใจ กลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์ม และกลับมาใช้แผนสแตร์สเตปเหมือนเดิม


หลังกลับมาใช้ชื่อสุพรีเดอร์มแล้วเป็นอย่างไรบ้าง


ค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิก โดยในช่วง ที่บริษัทเปลี่ยนแผนเป็นไบนารี่ ได้มีสมาชิกบางส่วนหยุดทำธุรกิจไปแต่พอเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม และใช้แผนแบบเดิมทำให้สมาชิกเหล่านั้น ค่อยๆ ทยอยกลับเข้ามาทำใหม่กว่า 80% จากทั้งหมดที่หยุดไป ซึ่ง ปัจจุบันมีฐานสมาชิกทั้งหมดประมาณ 80,000 รหัส โดยมีจำนวน สมาชิกที่มีความเคลื่อนไหว (Active) ประมาณ 20,000 รหัส


ปัจจัยที่ทำให้สมาชิกกลับเข้ามาทำธุรกิจต่อคืออะไร


สมาชิกมีความเชื่อมั่นภายในตัว บริษัท สุพรีเดอร์มฯ คุณหมอ มั่น และผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะตัวคุณหมอที่จะทำอะไรมักจะทำด้วยใจ และด้วยความปรารถนาดีทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ซึ่งที่ผ่านมา คุณหมอเองก็ได้เดินสายพบปะกับสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อสร้างความ มั่นใจให้กับสมาชิก โดยเฉพาะทุกวันพุธที่มีรอบการประชุม คุณหมอ จะไปพบกับสมาชิกทุกครั้ง


อัตราการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง


ตัวเลขการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย ปีนี้น่าจะแตะที่ ระดับ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2555 ที่ปิดตัวเลข ยอดขายที่ 600 ล้านบาท โดยปัจจัยที่จะทำให้ตัวเลขยอดขายเติบโต ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่มีในตลาดขายตรงเมืองไทย, การจัดประชุม เพื่อฝึกอบรมให้กับสมาชิก และการจัดทริปโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่าง- ประเทศ ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติทริปท่องเที่ยวประเทศ เกาหลีแล้วกว่า 600 รหัส นอกจากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2556 นี้ บริษัทได้จัดงานเกียรติยศสุพรีเดอร์มให้กับสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่งระดับ ยอดมงกุฎนพรัตน์ คือ ชัยยศ แท่นทอง


มองการแข่งขันธุรกิจขายตรงในเมืองไทยอย่างไร


การแข่งขันในธุรกิจขายตรงถือว่าค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันของสินค้าในกลุ่มการเกษตร ซึ่งแม้ สุพรีเดอร์ม จะมีสินค้าในกลุ่มดังกล่าวแต่มีสัดส่วนไม่มาก เนื่องจากจุดแข็งของสุพรีเดอร์ม จะเน้นไปที่ตลาดกลุ่ม เสริมอาหาร และสกินแคร์ ประกอบกับปัจจุบันตลาด ใหญ่ของบริษัทยังคงอยู่ในแถบกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ประมาณ 50% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 20% และภาคใต้ 10%


บริษัทขายตรงเมืองนอกเข้ามา ตีตลาดมีผลกระทบกับบริษัท ขายตรงในประเทศหรือไม่


ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก เพราะ บริษัทขายตรงจากต่างประเทศไม่ได้มีความเข้าใจ หรือรู้ใจคนไทยเท่ากับคนไทยด้วยกันเอง และการที่คุณหมอมั่น เป็นคนไทย ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกอยู่ตลอดว่า ต้องการอะไร แบบไหน ตรงกันข้ามกับบริษัทขายตรงต่างประเทศ นอกจากจะไม่ค่อยเข้าใจคนไทยแล้ว บางครั้งการจะปรับเปลี่ยน นโยบายอะไรใหม่ๆ ต้องส่งเรื่องไปที่บริษัทแม่ก่อน กว่าจะทราบเรื่อง ได้ต้องใช้เวลานาน แต่บริษัทขายตรงของคนไทยสามารถปรับ หรือ เปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่สิ่งหนึ่ง ที่บริษัทขายตรงต้องปรับตัว เพื่อให้แข่งขันกับต่าง- ชาติได้ คือ ผลิตภัณฑ์ ต้องดี มีคุณภาพ ไม่ใช่สุกเอาเผากิน แบบนั้นแข่งกับ ต่างชาติไม่ได้


สุพรีเดอร์มมี นโยบายรุกตลาด AEC อย่างไร


ขณะนี้สุพรีเดอร์มถือว่ามีความ พร้อมมากในการ ออกไปรุกตลาดต่างประเทศ เพราะด้วยศักยภาพของผู้บริหาร และแหล่งเงินทุน แต่ ตอนนี้บริษัทต้องการปูฐานตลาดภายในประเทศให้แน่นก่อน เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีให้ขยายได้อีกมาก โดยเฉพาะตลาด สินค้าที่เป็นอุปโภค-บริโภค เมื่อตลาดในประเทศแน่นแล้ว หลังจากนั้นค่อยไปขยายตลาดต่างประเทศ


มีมุมมองอย่างไรต่อธุรกิจแชร์ลูกโซ่


ปัจจุบันการปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ถือเป็นเรื่องยาก มากขึ้น เนื่องจากรูปแบบของธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น มาใน รูปแบบของกองทัพมด ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการ ปราบปรามได้ ดังนั้น ประชาชนเองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง วิเคราะห์ด้วยตัวเองว่าเป็นธุรกิจประเภทไหน เช่น ธุรกิจขายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ได้คือ การให้ความรู้ กับประชาชนเกี่ยวกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง และภาครัฐ ต้องชัดเจนในการเร่งดำเนินการ หากสืบทราบว่าบริษัทนั้นเข้าข่าย แชร์ลูกโซ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับคนหมู่มาก





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556