ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวอ.ย. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวอ.ย. แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

อย.ร่วมมือหน่วยงาน ‘กสทช.’ เดินสายตรวจสินค้าอวดสรรพคุณ







Capture

 


อย. เดินเครื่องต้นปี’57 เตรียมประสานงานหลายฝ่ายปราบผู้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ และเครื่องสําอางทางสื่อต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต และโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ล่าสุดร่วมมือทาง “กสทช.” สกัดกั้นโฆษณาผิดกฎหมายหวังคุ้มครองผู้บริโภค ระบุ หากพบกระทำผิดจริง เตรียมลงดาบแน่นอน


ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำลังได้ดําเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการโฆษณาที่ไม่ได้ขออนุญาตหรือมีการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหลอกลวงผู้บริโภคให้เข้าใจผิดในสาระสําคัญ จะมีการดําเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ทั้งการเปรียบเทียบปรับ ดําเนินคดี และแจ้งให้เจ้าของผลิตภัณฑ์และสื่อโฆษณาระงับการโฆษณาทันที


พร้อมทั้ง จะมีการส่งข้อมูลให้สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยบูรณาการการทํางานร่วมกัน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สําหรับในส่วนภูมิภาคมอบให้สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดดําเนินการ


ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม -พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา ทางอย. เอง ได้มีการดําเนินคดีเกี่ยวกับการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตภัณฑ์อาหารจำนวน 144 คดี ผลิตภัณฑ์ยา จำนวน 40 คดี ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ จำนวน 13 คดี และเครื่องสําอาง 7 คดี รวมจำนวนทั้งสิ้น 204 คดี ส่วนมากพบการโฆษณาทางนิตยสาร โทรทัศน์ดาวเทียม และเว็บไซต์ โดยพบโฆษณาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง และไม่ได้ขออนุญาตโฆษณา ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร


อาทิ “โฆษณาอ้างทําให้ขาวอ่อนเยาว์เร็วกว่า” อ้างทําให้ผิวขาวใส สร้างความยึดหยุ่นของผิว บํารุงสายตาและผม ทําให้ผิวหน้าเนียนใส ลดรอยสิวฝ้า กระ ลดการเกิดริ้วรอย บํารุงเส้นเลือด หัวใจ ตับ ช่วยลดคอเลสเตอรอล “อ้างทําให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็ง, อาการปวดเข่าดีขึ้น , รักษาอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ชะลอความเสื่อมของร่างกาย, อ้างทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็ง


ซึ่งข้อความโฆษณาเหล่านี้ ล้วนเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต และเข้าข่ายหลอกลวงโอ้อวดเกินจริงทั้งสิ้น เพราะผลิตภัณฑ์อาหารไม่ใช่ยา ไม่สามารถอวดอ้างรักษาโรคได้ สําหรับผลิตภัณฑ์ยา พบการโฆษณาขายยาโดยแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ โฆษณาขายยาโดยมีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณโดยบุคคลอื่น และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พบการโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ลดอายุใบหน้าด้วยไหมทองคํา กําจัดไขมันทุกส่วนครั้งเดียวเห็นผล เป็นต้น


ภก.ประพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ทางอย.จะไม่หยุดนิ่งในการตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ


ทางสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี วิทยุธุรกิจชุมชน หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ เพื่อมิให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์โอ้อวดเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค โดยดําเนินงานร่วมกับ กสทช. และ บก.ปคบ. อย่างใกล้ชิด และดําเนินคดีกับผู้โฆษณาและเจ้าของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค


“อยากที่จะขอเตือนมายังผู้บริโภค ควรไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใด ๆ ก็ตาม ที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารอวดอ้างรักษาโรค ผลิตภัณฑ์ยาอ้างรักษาโรคที่รัฐมนตรีประกาศห้ามโฆษณา เช่น มะเร็ง เอดส์ อัมพาต โฆษณาอวดอ้างว่าเป็นยาบํารุงกาม ไม่ว่าจะเป็นข้อความโฆษณา หรือการนําบุคคลมีชื่อเสียงมาอ้างอิงว่าใช้แล้วได้ผล อย่ารีบด่วนตัดสินใจซื้อ ควรศึกษาข้อมูล สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะอาจได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขออนุญาต และอาจมีสารอันตรายเป็นส่วนผสม ทำให้ได้รับผลข้างเคียงต่อร่างกาย ขาดโอกาสในการรักษาที่ถูกต้องได้” ภก.ประพนธ์ กล่าวทิ้งท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

อ.ย.เฮี๊ยบเข้มขายตรงผ่านสื่อ เปิดศักราชใหม่ก้าวสู่ตลาดเสรี








 


ต้องยอมรับว่าช่องทางการขายสินค้าในปัจจุบันมีมากมายที่ถูกส่งตรงถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็วบางครั้งไม่ได้รับการคัดกรองก่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพจำนวนมากยังมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อมัลตีมีเดียโดยมุ่งหวังยอดขายเพียงอย่างเดียว


แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะมีนโยบายเกี่ยวกับการคุมเข้มสื่อโฆษณาเกี่ยวกับยาและอาหารผ่านสื่อ โดยเฉพาะโฆษณาที่ออกอากาศในสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุท้องถิ่น และเว็บไซต์ ตลอดจนโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ


ปัจจุบัน ก็ยังพบว่ามีผู้กระทำผิด และถูกจับกุมดำเนินคดีไปหลายต่อหลายราย โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีมากกว่า 11,450 ราย ยึดของกลางได้กว่า 3,248 รายการ และในจำนวนคดีนี้มีคดีที่ยึดของกลางมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ถึง 15 ครั้ง


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจก็คือการโฆษณายาและอาการที่อวดอ้างสรรพคุณทางยาที่ผิดกฎหมาย อาทิ อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ช่องทางตามเสียงวิทยุท้องถิ่น หรือแทรกในรายการเคเบิ้ลทีวีและโทรทัศน์ดาวเทียม ที่มีมากจนเข้าขั้นน่าวิตก ทั้งนี้ ยังไม่นับช่องทางสื่อสารผ่านเว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยโฆษณาและอาหารหลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยอมรับว่าอุปสรรคและปัญหาสำคัญของอย. คือเรื่องกำลังคนกับปริมาณงานไม่าสอดคล้องกัน กล่าวคือ โดยปัจจุบันอย.มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการประมาณ 700-800 คน นอกนั้นเป็นลูกจ้างในขณะที่ปริมาณผลิตภัณฑ์สุขภาพ การซื้อขายของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนักวิชาการได้เข้ามาทำการศึกษาแล้วว่า อย. ต้องการคนอีกประมาณ 200-400 คน ที่จะทำให้ครบและครอบคลุมกับงานที่ดูแลทั้งหมดได้


แต่อย่างไรก็ตามในปี 2556 อย. ได้กำหนดทิศทางในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยในปีนี้ปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จะต้องเร่งแก้ไข คือ อาหารและยาจำพวกอาหารเสริมและยาสมุนไพรนั่นเอง


โดยพบว่าปัจจุบัน มีการโฆษณาเกินจริง และมีช่องทางโฆษณาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางหนังสือ นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ ฟรีทีวี โดยเฉพาะทางช่องเคเบิ้ลทีวีหรือ ทีวีดาวเทียม และทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งพบว่าจะมีการโฆษณาเยอะมาก


ส่วนการโฆษณาเครื่องสำอางนั้น น.พ.บุญชัย บอกว่า ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่จะมีปัญหาเรื่องการผลิตและขายโดยที่ไม่แจ้งรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กับ อย. ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปขายในตลาดล่าง พวกตลาดเคลื่อนที่ ตลาดเร่ หรือตลาดนัด เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม อย. กำลังเร่งแก้ไขปัญหา การโฆษณาเกินจริงโดยได้เซ็นข้อตกลงร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้


น.พ.บุญชัย กล่าวต่อว่า เมื่อไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะมีการเปิดการค้าเสรี ทำให้มีการไหลเข้ามาของสินค้าจากประเทศในอาเซียนค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ในการเตรียมความพร้อมของทาง อย. จะมีหลายเรื่องด้วยกัน อาทิเช่น การเข้าไปร่วมกับประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียน ในการกำหนดกฎหมาย กฎระเบียบในการขออนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ กฎระเบียบในการที่จะระบุเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ร่วมกัน ให้มีความเข้าใจกับคำว่า "คุณภาพและความปลอดภัย" ที่ตรงกันเพื่อให้เป็นมาตรฐานของอาเซียน ซึ่งจะเป็นหลักประกันได้ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งในประเทศไทยและในอาเซียนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด


นอกจากนี้ อย.ยังต้องช่วยในเรื่องของการเตรียมความพร้อมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ หรือที่ผลิตในชุมชนขนาดเล็ก ให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และยังมีเรื่องของการเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ออกสู่ท้องตลาดและเข้ามาในประเทศไทยแล้ว โดยจะสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ ถ้าพบว่ามีปัญหาก็จะทำการ ยึด อายัด ทำลาย และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป


"อย.กำหนดให้มีจุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ในด่านสำคัญๆ ทั่วประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีประมาณ 40 จุด โดยขณะนี้กำลังพยายามพัฒนาด่านเหล่านี้ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการทำงานร่วมกับกรมศุลกากร และทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบไอที ช่วยให้การตรวจสินค้าและการปล่อยสินค้ามีความรวดเร็วขึ้น เกิดประโยชน์ต่อทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการที่จะนำเข้าสินค้าด้วย"


 


 


Credit By :http://www.ryt9.com