ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

อ.ย.เฮี๊ยบเข้มขายตรงผ่านสื่อ เปิดศักราชใหม่ก้าวสู่ตลาดเสรี








 


ต้องยอมรับว่าช่องทางการขายสินค้าในปัจจุบันมีมากมายที่ถูกส่งตรงถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็วบางครั้งไม่ได้รับการคัดกรองก่อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สุขภาพจำนวนมากยังมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อมัลตีมีเดียโดยมุ่งหวังยอดขายเพียงอย่างเดียว


แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะมีนโยบายเกี่ยวกับการคุมเข้มสื่อโฆษณาเกี่ยวกับยาและอาหารผ่านสื่อ โดยเฉพาะโฆษณาที่ออกอากาศในสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุท้องถิ่น และเว็บไซต์ ตลอดจนโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ


ปัจจุบัน ก็ยังพบว่ามีผู้กระทำผิด และถูกจับกุมดำเนินคดีไปหลายต่อหลายราย โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีมากกว่า 11,450 ราย ยึดของกลางได้กว่า 3,248 รายการ และในจำนวนคดีนี้มีคดีที่ยึดของกลางมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ถึง 15 ครั้ง


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจก็คือการโฆษณายาและอาการที่อวดอ้างสรรพคุณทางยาที่ผิดกฎหมาย อาทิ อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ช่องทางตามเสียงวิทยุท้องถิ่น หรือแทรกในรายการเคเบิ้ลทีวีและโทรทัศน์ดาวเทียม ที่มีมากจนเข้าขั้นน่าวิตก ทั้งนี้ ยังไม่นับช่องทางสื่อสารผ่านเว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยโฆษณาและอาหารหลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยอมรับว่าอุปสรรคและปัญหาสำคัญของอย. คือเรื่องกำลังคนกับปริมาณงานไม่าสอดคล้องกัน กล่าวคือ โดยปัจจุบันอย.มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการประมาณ 700-800 คน นอกนั้นเป็นลูกจ้างในขณะที่ปริมาณผลิตภัณฑ์สุขภาพ การซื้อขายของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนักวิชาการได้เข้ามาทำการศึกษาแล้วว่า อย. ต้องการคนอีกประมาณ 200-400 คน ที่จะทำให้ครบและครอบคลุมกับงานที่ดูแลทั้งหมดได้


แต่อย่างไรก็ตามในปี 2556 อย. ได้กำหนดทิศทางในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยในปีนี้ปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จะต้องเร่งแก้ไข คือ อาหารและยาจำพวกอาหารเสริมและยาสมุนไพรนั่นเอง


โดยพบว่าปัจจุบัน มีการโฆษณาเกินจริง และมีช่องทางโฆษณาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางหนังสือ นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ ฟรีทีวี โดยเฉพาะทางช่องเคเบิ้ลทีวีหรือ ทีวีดาวเทียม และทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งพบว่าจะมีการโฆษณาเยอะมาก


ส่วนการโฆษณาเครื่องสำอางนั้น น.พ.บุญชัย บอกว่า ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่จะมีปัญหาเรื่องการผลิตและขายโดยที่ไม่แจ้งรายละเอียดของผลิตภัณฑ์กับ อย. ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปขายในตลาดล่าง พวกตลาดเคลื่อนที่ ตลาดเร่ หรือตลาดนัด เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม อย. กำลังเร่งแก้ไขปัญหา การโฆษณาเกินจริงโดยได้เซ็นข้อตกลงร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้


น.พ.บุญชัย กล่าวต่อว่า เมื่อไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะมีการเปิดการค้าเสรี ทำให้มีการไหลเข้ามาของสินค้าจากประเทศในอาเซียนค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ในการเตรียมความพร้อมของทาง อย. จะมีหลายเรื่องด้วยกัน อาทิเช่น การเข้าไปร่วมกับประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียน ในการกำหนดกฎหมาย กฎระเบียบในการขออนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ กฎระเบียบในการที่จะระบุเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ร่วมกัน ให้มีความเข้าใจกับคำว่า "คุณภาพและความปลอดภัย" ที่ตรงกันเพื่อให้เป็นมาตรฐานของอาเซียน ซึ่งจะเป็นหลักประกันได้ว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งในประเทศไทยและในอาเซียนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด


นอกจากนี้ อย.ยังต้องช่วยในเรื่องของการเตรียมความพร้อมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ หรือที่ผลิตในชุมชนขนาดเล็ก ให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และยังมีเรื่องของการเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ออกสู่ท้องตลาดและเข้ามาในประเทศไทยแล้ว โดยจะสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ ถ้าพบว่ามีปัญหาก็จะทำการ ยึด อายัด ทำลาย และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป


"อย.กำหนดให้มีจุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ในด่านสำคัญๆ ทั่วประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีประมาณ 40 จุด โดยขณะนี้กำลังพยายามพัฒนาด่านเหล่านี้ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการทำงานร่วมกับกรมศุลกากร และทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบไอที ช่วยให้การตรวจสินค้าและการปล่อยสินค้ามีความรวดเร็วขึ้น เกิดประโยชน์ต่อทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการที่จะนำเข้าสินค้าด้วย"


 


 


Credit By :http://www.ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

อย.จับมือตำรวจบุกจับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม เตือนหากกระทำผิดอีกพร้อมดำเนินคดีอย่างเข้มงวด









อย. ร่วมกับ ตำรวจ บก.ปคบ. บุกทลายสถานที่เก็บผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม ย่านปากเกร็ด และลาดพร้าว พบของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม พร้อมดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม หลังรับเรื่องร้องเรียน อย. ได้ประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ดำเนินการสืบสวนโดยทำการล่อซื้อผลิตภัณฑ์ และได้นัดหมายสถานที่ส่งของ ซึ่งผู้ส่งของได้นำส่งสินค้าตามสถานที่ที่ได้นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนทราบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีสถานที่เก็บสินค้าจำนวน 2 แห่งด้วยกัน


ดังนั้น อย. และ ตำรวจ บก.ปคบ. จึงเข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านนนท์ทิวาการ์เด้น เลขที่ 72/75 ซอย 3 ย่านปากเกร็ด และบ้านเลขที่ 6 แยก 1-4 โชคชัย 36 ย่านลาดพร้าว จากการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำเร็จรูปจำนวนหนึ่ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รอบรรจุกล่อง และกล่องเปล่าสำหรับบรรจุผลิต ภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมด และดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดในข้อหา ขายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท


โดยทางด้านเลขาธิการ ฯ อย. ยังได้กล่าวอีกว่า ขอเตือนผู้ประกอบการทุกราย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะได้รับอนุญาตจาก อย. แล้วก็ตาม ก็ต้องผลิตให้ตรงตามที่ขออนุญาตด้วย การเติมยาแผนปัจจุบันหรือสารห้ามใช้ก็มีความผิดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การแสดงเครื่องหมาย อย. บนฉลาก ต้องขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อน อย่าได้ปลอมเลขทะเบียนหรือเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นเป็นอันขาด


ซึ่งหากตรวจพบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอเตือนผู้บริโภค อย่าได้หลงเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่มีสรรพคุณในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรคใดๆ นอกจาก จะต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เสียโอกาสในการรักษาโรคที่ถูกวิธีอีกด้วย จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อ หากไม่แน่ใจ หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย หรือพบเห็นการโฆษณาเกินจริงหลอกลวงผู้บริโภค เช่น อ้างสรรพคุณอาหารว่า สามารถรักษาโรค/ลดความอ้วน


มีฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน ไม่มีภาษาไทย และคาดว่าจะผิดกฎหมาย ขอให้ร้องเรียนที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 ทันที




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556