ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวดีเน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวดีเน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : 'ดี เน็ทเวิร์ค' เดินหน้าลุยตลาดภูธรเปิดสาขาเพชรบูรณ์ ล็อกเป้า 10 ลบ./ด.







คุณสาคร-ใสกมล (Mobile)

 


"ดี เน็ทเวิร์ค" เดินหน้ารุกกระจายสาขา ล่าสุดจัดการเปิดสาขา จ.เพชรบูรณ์ ตั้งเป็นสาขาที่ 3 เหตุเพราะความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดในพื้นที่ วางเป้าโกย 10 ล้านบาทต่อเดือน ชี้เดือน ธ.ค. นี้ เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีกในต่างประเทศ เปิดกัมพูชานำร่อง หลังจากช่วง ก่อนหน้านี้เริ่มนำสินค้าเข้าไปทดลองขายแล้ว พร้อมฟุ้ง! สิ้นปี 56 รายรับแตะ 1 พันล้านบาทแน่


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดศูนย์สาขาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ถือเป็นสาขาที่ 3 ต่อจากสาขามีนบุรีและสาขาสาทร โดยทางบริษัทวางแผนในการเปิดสาขาที่เชียงใหม่ และประเทศกัมพูชาเป็นสาขาต่อไป


"การที่เราตัดสินใจเปิดสาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฐานผู้บริโภคผลิตภัณฑ์โกเรจินส์เป็นจำนวนมาก และมีสถานีวิทยุอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ที่สำคัญพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ คือคุณเขาทราย แกแล็คซี่ ซึ่งเป็นคนเพชรบูรณ์ ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ ได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งในวันเปิดสาขามีสมาชิกกว่า 1,000 คนที่เดินทางมาร่วมงาน"


อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ดี เน็ทเวิร์ค เปิด สาขาเพชรบูรณ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมาก และเป็นจังหวัดที่มีสมาชิก ของ ดี เน็ทเวิร์คที่มีรายได้หลักแสนอยู่เป็น จำนวนมาก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งภาคเหนือและอีสาน โดยคาดว่าสาขาเพชรบูรณ์ จะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 10 ล้านบาทต่อเดือน


ส่วนในเดือนธันวาคม ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะทำการเปิดศูนย์สาขาอย่างเป็นทางการในประเทศกัมพูชา โดยในปัจจุบันมีการทดลองจำหน่ายสินค้าผ่านสาขากัมพูชา ไปแล้ว และเริ่มมีการคิดคะแนนแล้ว เหลือ เพียงแต่การจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เท่านั้น


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาน้ำท่วมมีผลกระทบต่อ บริษัทบ้างแต่ไม่มาก โดยมีผลกระทบในพื้นที่ ภาคตะวันออก แต่ทางบริษัทคาดว่าหลังน้ำ ลดยอดขายจะดีดกลับมาเหมือนเคย แต่ในทางกลับกันยอดขายในภาคอีสานของบริษัทกลับเติบโตขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของ ดี เน็ทเวิร์ค ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด คาดว่าสิ้นปียอดขายของบริษัทจะแตะหลัก 1,000 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายในปัจจุบันหลังจากผ่านมา 9 เดือนกว่าๆ ทางบริษัทสามารถ สร้างยอดขายไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท


"เราเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลามในการทำตลาดขายตรง เนื่องจากเรานำเอาหลักการตลาดมาเสริมความแกร่งให้กับธุรกิจขายตรง เอาการตลาดมาผนวกกับ MLM อย่างลงตัว ถือเป็นนวัตกรรมทางการตลาดใหม่ ซึ่งในตอนนี้เราสามารถยกระดับธุรกิจสู่มวลชนได้สมบูรณ์แบบแล้ว ตอนนี้เราเพียงรอเวลาเพื่อให้คนรู้จักของคนทั่วประเทศเท่านั้น" สาคร กล่าวปิดท้าย


สาคร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันตลาดคนรักสุขภาพขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดใหญ่ในขณะนี้ ซึ่งผู้คนในปัจจุบันมองหาผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพป้องกันและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย


"ตลาดสุขภาพถือเป็นตลาดใหญ่มาก ในปัจจุบันทาง ดี เน็ทเวิร์ค จึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เบต้า-กลูแคน ผนวกกับเอ็นไซม์ชั้นเลิศ จากเห็ดชวียองซ์ ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน มาในรูปแบบผงชงดื่มมีรสชาติอร่อย"


ดี-กลูแคน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถ ดูดซึมได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำ สมัยลิขสิทธิ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกเหนือจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบต้า-กลูแคนและเอ็นไซม์ แล้วยังมีการ เพิ่มสารอาหารชั้นยอดอีก 5-6 ชนิดเพิ่มเสริม ภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายมีพลังในการกำจัด เชื้อโรคต่างๆ


"อันที่จริงแล้ว เราวางแผนที่จะเปิดผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่ติดที่การขอการอนุมัติจากทางสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา จนในที่สุดก็ได้ รับอนุญาต โดยเราคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะแรงไต่อันดับติด 1 ใน 3 สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท" โดยทางบริษัท ได้ทดลองเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ไปเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏว่าได้รับการตอบรับ จากสมาชิกอย่างล้นหลาม โดยสามารถจำหน่ายสินค้ากว่า 5,000 กล่อง ภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน


"การที่ผลิตภัณฑ์ ดี-กลูแคน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเรามั่นใจว่า สินค้าตัวนี้จะสร้างยอดขายได้สูงถึง 80,000-100,000 กล่องต่อเดือน"


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : "ดี เน็ทเวิร์ค" ดึงดาราปั้นแบรนด์สินค้า โฟกัสตลาดเกษตรโกยยอดขาย 3 เดือนท้าย







1069173_582345895163435_169662971_n (Mobile)

 


"ดี เน็ทเวิร์ค" รุกหนักตลาดเกษตร ผุดแคมเปญ แจกผลิตภัณฑ์บานเย็นฟรี 100,000 ซอง ให้ 100,000 ครอบครัว ได้นำไปทดลองใช้ เชื่อจะดันยอดขายถึงเดือนละ 100,000 กล่อง พร้อมเดินหน้าเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 3 หวังดันนักธุรกิจสู่เป้าหมาย 1,000 คน ให้เร็วที่สุด ล่าสุดดึง "สลา คุณวุฒิ" ครูเพลงชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค หลังประสบความสำเร็จจากการดึง "เขาทราย กาแล็คซี่" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการฝึกอบรมหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 1 ส่งผลให้บริษัทดำเนินการเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหารรุ่น 2 รุ่น 3" ไปควบคู่กัน


"เราเปิดหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 3 จำนวน 43 คนต่อเลย โดยจะทำการอบรมที่สาขาสาทรในวันพุธกับวันศุกร์ ส่วนวันอังคาร และวันพฤหัสบดี จะทำการอบรมหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 ที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งมีผู้ฝึกอบรม 127 คน ที่เราเปิด หลักสูตรเตรียมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องการสร้างนักธุรกิจระดับ Garnet ที่มีรายได้เฉลี่ยคนละ 150,000 บาทต่อเดือน ให้ครบ 1,000 คน อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"


สาครบอกว่า พื้นฐานของการทำขายตรงนั้นคือ เรื่องสินค้า นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด จะทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีกิจกรรม คือการแนะนำสินค้าเป็นหลัก เมื่อมีการบอกต่อแล้วมีการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง


"เมื่อเรานำเสนอสินค้าให้เขาได้ทดลอง ใช้จนเกิดการซื้อซ้ำแล้ว กิจกรรมต่อมาก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคให้มาเป็นนักขาย นี่คือ สิ่งที่ต้องทำ การทำขายตรงจะหวังเพียงชวน คนมาลงทุนอย่างเดียวคงไม่ได้ นี่มันเป็นเพียง วงจรสั้นๆ การเน้นสินค้าและชักชวนเขาเป็น นักธุรกิจนี่คือ หัวใจของการทำขายตรงให้เติบโต สังเกตให้ดีว่า บริษัทขายตรงที่อยู่ได้ในระยะยาวเขาจะเน้นเรื่องสินค้ามาเป็นอันดับแรก เมื่อทำแบบนั้นแล้วนับวันยิ่งจะแข็งแกร่งขึ้น หลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 เราได้ปูฐานเรื่องของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำตลาดสินค้าบานเย็น รากขาว นอกเหนือจากการฝึกอบรมในเรื่องการสร้างธุรกิจ ความรู้ด้านขายตรง การสปอนเซอร์ แต่เราจะเสริมในเรื่องการทำสินค้าบานเย็นเข้ามา เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง"


สาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยมี "เขาทราย กาแล็คซี่" แชมป์มวยโลกขวัญใจชาวไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น เดิมทีนั้นผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทต้องการให้โกเรจินส์เป็นสินค้าแบรนด์ต้นๆ ของเมืองไทย จึงมีการเสาะหาพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม จนในที่สุดมาสรุปที่ "เขาทราย กาแล็คซี่"


"เราต้องการกระจายโกเรจินส์สู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น เนื่องจากเราเจาะตลาดภาคกลางได้เป็นอย่างดีแล้ว เราต้องการกระจายกระแสโกเรจินส์สู่รากหญ้าให้มากที่สุด เราจึงเห็นว่าเรื่องมวยน่าจะเข้ากับชุมชน ได้ดี จึงเป็นที่มาของการโฆษณาผ่านรายการ มวย โดยเรามองไปที่สุดยอดตำนานมวยอย่าง เขาทรายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยหลังจากออกอากาศไปก็ได้รับการ ตอบรับอย่างล้นหลาม"


ล่าสุด ทาง ดี เน็ทเวิร์ค สร้างความฮือฮาสนั่นวงการด้วยการเซ็นสัญญาดึง "ครูสลา" ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ "ดี เบรม" และ "ดี คอนแทค" โดยจะทำการถ่ายทำหนังโฆษณาผ่านฟรีทีวี และสปอตรายการวิทยุ ครูสลาเป็นคนดังที่คนรู้จักทั่วประเทศ การที่เราได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จะทำให้ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าอีกไม่นานจะได้เห็นโฆษณาทั้งสองชุด


"ตอนนี้เรามีการเซ็นสัญญากับรายการ VRZO ให้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ Sweet Powder อีกทั้งกำลังมองหาดาราที่เหมาะสม ที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้อยู่ โดยคาดว่าไม่นานน่าจะลงตัว เราตั้งใจจะโปรโมต สินค้าหลักๆ 6 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกเรจินส์ ดี เท็น, ดี เบรม, ดี คอนแทค, บานเย็น สวีท พาวเดอร์ ซึ่งเราจะทำการโปรโมตอย่างหนักหน่วง นับตั้งแต่นี้ไป และเรายังวางโครงการระยะยาวในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ทั้ง 40 ตัวผ่านฟรีทีวี"


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อ ไปว่า ทางบริษัทมีโครงการ "100,000 ครอบครัว 100,000 ไร่" โดยทางบริษัทจะทำการแจกผลิตภัณฑ์ "บานเย็น" 100,000 ซอง โดยใช้ได้ซองละ 1 ไร่ มูลค่ากว่า 14.4 ล้านบาท ให้กับผู้สนใจ


"ตอนนี้เราเริ่มโครงการไปแล้ว ทำให้สมาชิกของเราตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โครงการ นี้จะเป็นการไปจัดประชุมตามชุมชนต่างๆ เราก็จะนำบานเย็นไปแจก ให้ผู้เข้าร่วมประชุม อันที่จริงแล้วเราอยากให้คนได้ทดลองใช้สินค้า ของเรา เรามั่นใจอย่างมากว่าถ้าสินค้าของเรา ตกถึงดิน 1 ซองรับรองเห็นผล โครงการนี้นักธุรกิจของเราก็ไปหาผู้นำชุมชน เพื่อให้รวม มวลชนเพื่อมาประชุม จะทำการแจกโบรชัวร์ มีการโปรโมตสินค้า แล้วทำการแจกสินค้าบานเย็นให้ได้ทดลองใช้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเรามีการคาดการณ์ว่า หลังจากเปิดโครงการนี้ไป เรา เชื่อว่ายอดขายของบานเย็นจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 กล่องต่อเดือน เป็นอย่างน้อย" คุณสาคร กล่าวปิดท้าย


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : D network รุกตลาดวัยรุ่น จับมือ ทายาทเจ้าของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์พันล้าน ผลักดันคนรุ่นใหม่วัยออนไลน์ให้ใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์







DSC_0783 (Mobile)

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท D Network worldwide จำกัด โดย อ.สาคร ใสกมล และคุณณัฐชัย เตชะวิเชียร กรรมการผู้จัดการบริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวนวัตกรรมใหม่ในวงการขายตรงชู D network book เป็น Online bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยเน้นเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดย อ.สาคร ใสกมล กล่าวถึงD network book ว่า ...


“D-network ตระหนักดีว่ารากฐานของชาติคือคน รากฐานของคนคือการศึกษา องค์กรหรือชาติไหนมีบุคลากรที่มีความรู้องค์กรหรือชาตินั้นจะเจริญ ด้วยความรู้เราสามารถเพิ่มศักยภาพการทำงานและภาพลักษณ์ที่ดีต่อขององค์กรได้ วันนี้ D-network เริ่มเข้าสู้การเป็นองค์กรแห่งความเรียนรู้ หรือ Learning Organization ที่มีการสร้างช่องทางให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันภายในระหว่างบุคลากร ควบคู่ไปกับการรับความรู้จากภายนอก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและสร้างเป็นฐานความรู้ที่เข้มแข็ง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและสามารถต่อยอดความคิดได้ ด้วยเหตุนี้ D-networkbook จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้หนังสือเข้าถึงทุกคน โดยใช้การสื่อสารให้มีประโยชน์เพราะเราทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือ แทบเบล็ท และอินเตอร์เนตกันหมดแล้ว คนรุ่นใหม่ใช้เวลาออนไลน์กันมากขึ้น เราก็ใช้โอกาสตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ D-networkbook เป็นร้านหนังสือออนไลน์ขายตรงแห่งแรกที่คุณซื้อหนังสือแล้วส่งถึงบ้านฟรี และถ้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกและแนะนำให้คนอื่นมาซื้อหนังสือคุณก็ได้เงินรายได้ตามเงื่อนไขของ Dnetwork ด้วย D-networkbook สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุก อุปกรณ์พียงคุณมีอินเตอร์เนต จากมือถือหรือแทบเล็ทก็ได้คุณก็เช็ครายการหนังสือและสั่งซื้อได้ทันที นี่จะเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องมือไอทีในการทำตลาดขายตรงออนไลน์ได้”


 
ติดต่อ:


บริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด info@1sc.co.th


[gallery link="file" ids="20227,20228,20229,20230,20231,20232,20233,20234,20235,20236"]


 


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com


 


 

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คปลื้มยอดโกเรจินส์ทะลุ7หมื่นกล่อง ประกาศเร่งเครื่องวางรากฐานธุรกิจใหม่ครึ่งปีหลัง







5511 (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค เผยภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกธุรกิจโตเกินพิกัด หลังผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่อง พร้อมเตรียมเข็นสินค้าเพิ่มอีก 5 แสนกล่องช่วงเดือนกันยายนนี้...แย้มเตรียมพบโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ย่านร่มเกล้าเร็วๆ นี้ ลั่นเป้าสิ้นปีขอยอดแตะ 1,000 ล้าน


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาพร้อมกับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของยอดขายผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่องด้วยกัน พร้อมกันนี้ ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะนำผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ จำนวน 5 แสนกล่องเข้ามาวางจำหน่ายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกอีกด้วย


สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นับจากนี้นั้น ทางบริษัทฯ ยังได้สร้างโรงงานการผลิตสินค้าแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย ย่านร่มเกล้า โดยโรงงานดังกล่าวทางบริษัทฯ ได้มีการเตรียมงานไว้ถึง 2 ปีด้วยกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมที่จะซื้อที่ดินแถวถนนสุวินทวงศ์เนื้อที่ 3 ไร่ มูลค่า 40 ล้านบาท เพื่อเตรียมไว้สร้างตึกอาคารแห่งใหม่นี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าที่จะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นไม่ตำกว่า 150 ล้านบาท ด้วยกัน


นายสาครเผยอีกว่า สำหรับยอดขายของบริษัทฯ ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้คือ 600 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ตั้งเป้าไว้สูงกว่าเป้าเดิมเป็นเพราะปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายไปแล้ว 450 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขาย 1,000 ล้านบาท ที่ตั้งไว้น่าที่จะไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน


วันนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ ดี เน็ทเวิร์ค มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คือ มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจในตำแหน่ง บลูไดมอนด์ คือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ที่พิชิตรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท พร้อมกับยังคว้ารถยนต์เฟอร์รารี่ มูลค่า 26 ล้านบาท มาครอบครองอีกด้วย นายสาครกล่าวทิ้งท้าย





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : สูตรสำเร็จ นักธุรกิจเงินล้าน ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ตำเเหน่ง Blue Diamond บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด







IMG_0366 (Mobile)


ชีวิตของผู้หญิงแกร่งและเก่งนาม ภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ที่โลดเล่นบนเส้นทางเครือข่ายกว่า 10 ปี เปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้ระยะเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ เพื่อค้นหาผืนดินที่เหมาะสมกับตัวเอง จนกระทั่งเธอพบกับ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ซึ่งถือเป็นแผ่นดินที่เหมาะแก่การเพาะเมล็ดพันธุ์เมล็ดตัวแทนคุณภาพให้เจริญเติบโต เมื่อเจอบริษัทที่พร้อม แผนการตลาดดี บวกกับความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานจึงส่งผลให้ ภรัณธรณ์ สามารถพิชิตตำแหน่ง Blue Diamond รับรายได้กว่า 7 หลัก ด้วยความภาคภูมิใจ


การก้าวสู่เส้นทางเครือข่ายของ ภรัณธรณ์ คงไม่แตกต่างจากใครหลายคนที่เคยล้มเหลวจากธุรกิจนี้มาก่อน แต่ด้วยจิตใจที่กล้าแกร่ง และมีทัศนคติในด้านบวก ทำให้เธอต้องผลักดันตัวเองอีกครั้ง และเมื่อมองเห็นโอกาสที่ดี กับหลักสูตรที่ชื่อว่า NDS ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกที่ ดี เน็ทเวิร์ค มอบให้ สิ่งที่เธอได้รับกลับคืนมามันคือความคุ้มค่า ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่านธุรกิจขายตรงมาทำให้เธอรู้ว่า ถ้าต้องการประสบความสำเร็จเราต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเองรวมถึงเชื่อมั่นในบริษัทด้วย


ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค เพราะมีความเชื่อมั่นและมีความศรัทธาในแนวคิดที่ทำได้จริงของท่านประธาน อ.สาคร ใสกมล เนื่องจากเคยเป็นทีมงานของท่านมาก่อน 7 ปีแรก ในการทำธุรกิจเครือข่าย ทุกอย่างที่ท่านเคยพูดและเคยวางโปรเจ็กต์ไว้ ท่านสามารถทำได้ตามคำพูดทุกอย่าง และท่านก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ด้วยแนวคิดที่ว่าต้องการสร้างเครือข่ายน้ำดีขึ้นมาในประเทศไทย เพราะว่าเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงพอดีระหว่างจากเครือข่ายยุคเก่ามาเป็นเครือข่ายยุคปัจจุบันที่เป็นเมกะแมพ หากแนวคิดนี้ถูกปฏิบัติโดยมือเราแล้วถูกคิดโดยท่านประธน คิดว่ามันเกิดขึ้นจริงเลยตัดสินใจตั้งแต่บริษัทเริ่มก่อตั้งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นรุ่นบุกเบิกก็ว่าได้ หลายคนมองว่าทำเครือข่ายถ้าทำในยุคบุกเบิกถือว่าเหนื่อย แต่สำหรับดิฉันมองว่าถ้าเหนื่อยแบบม้วนเดียวจบก็ถือว่าคุ้ม


นักธุรกิจสาวยังได้แสดงทรรศนะว่า การสร้างบ้านเปรียบเหมือนผลลัพธ์ของความสำเร็จ ซึ่งสำคัญ 2 ส่วน คือ สถาปนิกและผู้ก่อสร้างบ้านทั้งหมด ผู้ที่เป็นสถาปนิกถ้าหากออกแบบผิด คำนวณบางอย่างผิดต่อให้ผู้สร้างดีแค่ไหน บ้านและตึกทั้งหมดก็พังลงมาได้เพราะการคำนวณผิด ฉะนั้นมองว่าความสำเร็จ การตัดสินใจ และการทำอย่างต่อเนื่อง ในการออกไปลุยภาคสนามถ้าเราให้วิธีการแล้วเราอาจจะทำให้ดูแค่ประมาณ 3-5 ครั้ง ในธุรกิจเครือข่ายถ้าเราต้องอุ้มชูเค้าตลอดเวลาคือปล่อยเดินเองไม่ได้เลยถือว่ากำลังทำลายเค้า แต่ธุรกิจนี้สิ่งที่มอบให้เค้าคือ ความคิด ละให้มองปัญหาเป็นโอกาสเสมอ สิ่งนี้คือสิ่งที่เรารับจากท่านประธานกับผู้ก่อตั้งก็คือการมอบความคิดที่ถูกต้องให้เรา ถ้ามอบความคิดที่ถูกต้องให้เราความสำเร็จของเราจะเป็นทรงที่สวยงามพอดี ที่เหลือคือเราลงมือทำมันเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ทำเอง


ภรัณธรณ์ ยังเผยถึงแนวคิดที่จะร่วมงานกับบริษัทเพราะเธอมองว่าวันนี้ก็เป็นเหมือนเจ้าของ ดี เน็ท เวิร์ค ในตัวอยู่แล้วโดยจะทำในเรื่องพัฒนาองค์กรและพัฒนาแนวคิดของคนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในลักษณะการเป็นมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับสูง โดยเฉพาะในธุรกิจ ดี เน็ท เวิร์ค ที่ตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรและคนที่เข้ามาประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ถ้าหาก ดี เน็ทเวิร์ค ยังเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรอยู่อย่างทุกวันนี้ เธอมองว่าขอเป็นบริษัทน้ำดีสัญชาติไทยบริษัทแรกที่มีศูนย์พัฒนาบุคลากรอย่างชัดเจน


ความภาคภูมิใจที่ ดี เน็ทเวิร์ค มอบให้ คือ ตั้งแต่เมทำ 15 วัน แรกก็มีรายได้หลักแสนเพราะเรามีองค์กรเข้ามาด้วย ทำให้ปีแรกมีรายได้ 4 แสนบาท และสามารถพิชิตรถ Mercedes Benz E250 มูลค่า 5 ล้าน บาท เป็นคนแรกของบริษัท ส่วนปีที่ 3 สามารถ ทำรายได้ก้าวกระโดมาเป็น 1.4 ล้านบาท รายได้ทั้งหมดนับเป็นต่อเดือนไม่ได้เป็นรายได้สะสม และปีที่ 3 นี่เองได้ตัดสินใจสร้างความสำเร็จสร้างแรงบันดาลใจด้วยการถอยรถ Ferrari F430 ป้ายแดงอีกหนึ่งคัน อีกหนึ่งความพิเศษสุดคือ การได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ทั้ง ฮ่องกง มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ ออสเตรเลีย แคนาดา อลาสก้า ส่วนเป้าหมายต่อไปคือการพิชิตรายได้ 14 ล้านบาท


ถ้าใครคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ชอบคุยกับคนแต่อยากประสบความสำเร็จอยากให้ท่านลองพาตัวเองเข้ามาทที ดี เน็ทเวิร์ค สักครั้งนึงมาดูหลักสูตรที่ชื่อว่า NDS อยากฝากหลักสูตรนี้ให้กับคนใหม่ของวงการเครือข่าย ส่วนผู้นำที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ ไม่ว่าท่านจะจัดอยู่ในกลุ่มคนที่กำลังประสบความสำเร็จหรือกำลังเป็นบุคคลที่กำลังเลือกมอองหาธุรกิจเครือข่ายอยู่หรือคนที่ที่ช้ำจากธุรกิจเครือข่ายใครก็ตามไม่อยากเอาประสบการณ์ในอดีตมาหยุดความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอนาคต อยากให้ท่านลองมารู้จัก ดี เน็ทเวิร์ค จากคนที่เค้าประสบความสำเร็จจริงๆ เชื่อว่าถ้าหากท่านเข้ามาสัมผัสจริงๆ จะรู้ดีว่า ดี เน็ทเวิร์ค คือ ธุรกิจที่ทุกท่านค้นหาจริงๆ





Credit By : Business Magazine V.13 NO.156 July 2013

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค จัดหนัก! เเจก เฟอร์รารี่ นักธุรกิจ บลู ไดมอนด์ มั่นใจ ! สิ้นปียอดขายเเตะหลัก 1,000 ล.







IMG_0356 (Mobile)


เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและบรรดาสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ห้องแกรนด์บอลลูม


คุณสาคร ใสกมล กุนซือ สมองเพชรแห่งวงการขายตรงไทย ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง คุณ ภูมิสนอง หล้าสุด และคุณอุทัย แจ่มฟ้า กล่าวเปิดงานและได้แถลงภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายของบริษัทเราแตกต่างจากปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด หกเดือนแรกของปี พ.ศ. 2556 เราทำยอดขายได้รวม กว่า 450 ล้านบาทจากกราฟตารางข้อมูลเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. 2555 ยอดขายของเราอยู่ที่ 12 ล้านบาท แต่ในเดือนเดียวกันปีนี้ (2556) ยอดขายของเราพุ่งไปหยุดอยู่ที่ 54 ล้านบาท ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทเราอย่างเห็นได้ชัดก็คือเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 เราสามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้าน


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมืองย่าน สาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตกแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทางดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ใน ราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้รถไฟฟ้ามีนบุรี ละที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็น ออฟฟิสที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ท เวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรก หมายถึงการใช้ 5D ในการเปิดตลาด ต่อมาคือ 5 เครือข่าย ในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่าย ต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิด สาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกโรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบที่สำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกโรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ปิดท้ายด้วยมีมินิคอนเสิร์ตศิลปินจากเวทีประกวด เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 9 เช่น ดี,แบมบี้,ดิวและคริส ทำเอาแขกผู้มีเกียรติภายในงานสนุกสนานปลาบปลื้มไปตามๆกัน และช่วงท้ายสุดของงานยังพิธีในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี ที่สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถสปอร์ตสุดหรู เฟอร์รารี่ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมยินดี



[gallery ids="18431,18432,18433,18434,18435,18436,18437,18438,18439,18440,18441,18442,18443,18444,18445" orderby="rand"]


วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คประกาศศักดา ทุ่มงบมหาศาล สร้างสำนักงานใหญ่ โรงงาน







สาคร ใสกมล (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค ผงาด 6 เดือนแรก สร้างยอดขายกว่า 450 ล้าน เติบโตขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่าตัว ทุ่มงบซื้อที่ดิน 3 ไร่ในทำเลทองศูนย์กลางการคมนาคมย่านมีนบุรี ราคา 40 ล้านบาท เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ตั้งเป้าสร้างเสร็จก่อนเปิด AEC พร้อมทุมงบอีก 100 ล้าน ในการสร้างโรงงานที่ทันสมัยเป็นโรงงานแนวตั้ง มีความคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดเดือนกรกฎาคม เริ่มเดินเครื่องทดสอบการผลิตได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ทางบริษัทยังมีการจัดงานประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท ที่พิชิต รถเฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรีขึ้น โดยภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการที่ดีมาก ในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้วกว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมือง ย่านสาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตบแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ในราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้โรงไฟฟ้ามีนบุรี และที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็นออฟฟิศที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


เท่านี้ยังไม่พอ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังได้ดำเนินการสร้างโรงงานของตัวเอง โยใช้คอนเซ็ปต์การสร้างโรงงานของทางฝั่งยุโรป อเมริกาและไต้หวัน มีการออกแบบโรงงานให้เป็นแนวตั้ง มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีการฆ่าเชื้อทุกๆ 15 นาที โดยใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาทในการสร้างโรงงาน โดยในปัจจุบันมีการดำเนินการก่อสร้างๆไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าในเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จะเริ่มทดสอบการผลิตได้


คุณสาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรกหมายถึง การใช้ 5D ในการเปิดตลาด 5 ต่อมาคือ 5 เครือข่ายในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่ายต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิดสาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบสำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ทางบริษัทยังมีการจัดงานใหญ่ ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถ เฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรี งานดังกล่าวจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบูล ไดมอนด์ จะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2556 ณ โรงแรมมิลาเคิล แกรนด์


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยว ปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม มีทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นการท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก ทางบริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยัง อลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์


02-9074314-7


วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นรับใบสำคัญจดทะเบียนขายตรง







ภาพข่าวสังคม ดี เน็ทเวิร์ค (Mobile)

 


เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อแนวทางการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยคุณจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมรับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง มอบโดยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคุณวรเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ส่ง6 Powder มั่นใจเจาะตลาดคนรุ่นใหม่







คุณสาคร ใสกมล


ดี เน็ทเวิร์ค บุกตลาดกลางใจเมือง เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ณ ตึก THAI CC ชั้น 7 ทุ่มงบตกแต่งให้ทันสมัย เอาใจคนรุ่นใหม่ เดินหน้าเจาะตลาดวัยรุ่นด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ 6 Powder เชื่อได้รับการตอบรับล้นหลาม ระบุ 4เดือน ยอดกระฉูดทะลุหลัก 270 ล้านบาทไปแล้ว สิ้นปีพร้อมทุบสถิติยอดขายสูงสุด


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ D10 Plus, Snowy Powder ,Refeat Powder ,Sweet Powder ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง , D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น


ดี เน็ทเวิร์ค เริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่าจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Candy, Seven Sweet Candy,Seven Seed,C-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์ แคลเซียมสกัดจากธรรมชาติ 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานนมถึง 5 แก้ว และ V-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากผักผลไม้ รับประทาน 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานผักถึง 5 กิโลกรัม ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


คุณสาคร กล่าวว่า ดี เน็ทเวิร์คเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญในการสร้างฐานผู้บริโภค ปัจจุบันทางบริษัท มีฐานผู้บริโภคสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกับทางบริษัทก็โฟกัสการสร้างนักธุรกิจมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทกระจายถึงมือผู้บริโภคจำนวนมาก


เราเป็นบริษัทขายตรงมืออาชีพในการสร้างเครือข่าย สร้างคน สร้างผู้นำ และที่สำคัญเราเป็นบริษัทขายตรงที่เน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก เราเชื่อว่าหากเรามีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างฐานผู้บริโภคควบคู่กับการสร้างผู้นำมืออาชีพควบคู่กันไป ผมมองว่าในปัจจุบัน การทำขายตรงยุคใหม่ จะมีลักษณะกึ่งๆ ค้าปลีกเข้าไปทุกขณะ กล่าวคือ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อ ขายผ่านร้านค้า ขณะเดียวกันก็มีการสร้างเครือข่าย สร้างสายงานควบคู่กันไปนี่ถือเป็นจุดแข็งของ ดี เน็ทเวิร์ค


ผู้บริหารระดับสูง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม กล่าวคือ ในเดือนมกราคม ทางบริษัทปิดยอดขายที่ 50 ล้านบาท เดือนกุมภาพันธ์ ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท เดือนมีนาคม ยอดขาย 80 ล้านบาท และเดือนเมษายนปิดยอดขาย 80 ล้านบาท รวมยอดขาย 4 เดือนแรกของปี ทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 270 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดขายที่น่าพึงพอใจอย่างมาก


ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฉพาะ 15 วันแรกของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 40 ล้านบาท เราเชื่อว่า สิ้นปีเราจะบรรลุเป้าหมายยอดขายที่วางเอาไว้ได้อย่างแน่นอน


คุณสาคร คาดการณ์ว่า สถานการณ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ขายตรงอาจจะต้องสู้กันเหนื่อย เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยในการทำขายตรงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ช่วงเปิดเทอมของนักเรียน-นักศึกษา


แต่เราเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ เนื่องจากเราเน้นสร้างฐานผู้บริโภคแนวกว้าง เน้นการกระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภค ลงสู่รากหญ้า ให้ทุกคนมีโอกาสได้บริโภคสินค้าของเรา เราจึงเชื่อว่าแม้สถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 จะไม่เอื้ออำนวย แต่เราเชื่อว่าเราจะรักษาระดับการเติบโตได้อย่างแน่นอน คุณสาคร กล่าว


คุณสาคร กล่าวว่า ในวันที่ 27 เมษายน 2556 ทางบริษัทได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการใจกลางเมือง ณ อาคาร THAI CC ชั้น 7 ย่านสาธร ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าของกรุงเทพมหานคร


เราจะได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ ในย่านกลางเมือง เป็นฐานบัญชาการในการเจาะตลาดคนวัยทำงานและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งสำนักงานแห่งใหม่เราทุ่มงบในการตกแต่งกว่า 3 ล้านบาท ให้เป็นออฟฟิศโมเดิร์น มีการสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ หากคนรุ่นใหม่กำลังมองหาบริษัทขายตรงที่เป็นมืออาชีพ อยากให้เลือก ดี เน็ทเวิร์ค เนื่องจากเป็นบริษัทที่แจ้งเกิดในวงการแล้ว และอยู่ในช่วงที่คนหลั่งไหลเข้าร่วมงาน มีความมั่นคง หากอยากแสวงหาความสำเร็จในชีวิตก็ก้าวเข้ามาสู่อาณาจักร ดี เน็ทเวิร์คด้วยกันประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ระบุปิดท้าย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค เข็นระบบ4-3-2-1 สู้ศึกเครือข่าย แย้มเตรียมพบสินค้าใหม่เขย่าตลาด มิ.ย.นี้








ดี เน็ทเวิร์ค เผยธุรกิจต้นปีโตแรงกว่า 500% พร้อมวางเป้าเตรียมสร้างผู้นำ 1,000 คน สู่นักบริหาร ใช้ระยะเวลาอบรม 6 เดือน หลังรุ่นแรกสำเร็จไปแล้ว 72 คน... พร้อมเข็นระบบสร้างธุรกิจใหม่ 4-3-2-1 ด้วยการใช้ 11 ผลิตภัณฑ์ มุ่งสร้างยอดขาย พร้อมเตรียมบุกตลาด AECล่าสุดปิ๊งไอเดีย เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เขย่าวงการโปรตีน เมืองไทยเดือนมิถุนายนนี้


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงผลประกอบการในช่วงต้น ปีนี้ว่า ยอดขายเติบโตดีเป็นที่น่าพอใจ โดยในเดือน มกราคม บริษัทฯ สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 50 ล้าน บาท ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท ถือว่ายอดขายในช่วงต้นปีของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่เติบโตขึ้น กว่า 500 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันใน ปี 2555


ปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯเติบโตอย่างมากในปีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถ ตอบโจทย์ สนองความต้องการ ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สร้าง ความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจและผู้ บริโภคได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ สินค้าทุกตัวราคาสามารถจับ ต้องได้ โดยสินค้าที่มาแรงในช่วง ต้นปีคือ ผลิตภัณฑ์ D 10 ซึ่งมี ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว จากเดิมในปี 2555 ผลิตภัณฑ์ดัง กล่าวมียอดขายอยู่ที่ 800,000 บาท และในช่วงต้นปีนี้ สามารถ มียอดขายทะลุ 10 ล้านบาทไป แล้ว


สำหรับแผนการบุกตลาด ในปีนี้ของดี เน็ทเวิร์ค นั้น พบว่า จะใช้สูตร 4-3-2-1 โดยใช้ ผลิตภัณฑ์ กาแฟ โอลีฟ เป็น ผลิตภัณฑ์หลักให้สมาชิกซื้อเพื่อ รักษายอด และจะใช้ 4 ผลิตภัณฑ์ เด่นในการตั้งรับ ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ Gastolax, ผลิตภัณฑ์ BANYEN, ผลิตภัณฑ์ D- Berry และผลิตภัณฑ์ D-BONE พร้อม กันนี้ ก็จะมีในส่วนของผลิตภัณฑ์ Refeat, ผลิตภัณฑ์ Snowy Powder และผลิตภัณฑ์ D10 Plus 3 ที่จะเข้ามาเจาะฐานลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ก็จะมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ คือ D Braime และผลิตภัณฑ์ D- Contact ที่จะเป็นสินค้าอีกตัว ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ส่วนอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หัวหอกที่ ทางบริษัทฯ คาดว่าจะสร้างยอด ขายเป็นอันดับหนึ่งของบริษัท คือ Koregins


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้ง 11 รายการของดี เน็ทเวิร์คนั้น ทาง ด้านนายสาคร เผยว่า จะถูก โหมโรงและโปโมทอย่างหนักใน ช่วงปีนี้อย่างแน่นอน พร้อมกับ เตรียมที่จะเข็นสินค้าดังกล่าวบุก ตลาด AEC ในอนาคตอันใกล้นี้ อีกด้วย นอกจากนี้ อีกหนึ่งแผน งานในการสร้างฐานธุรกิจให้ แกร่งของดี เน็ทเวิร์ค ในปีนี้ ยังพบอีกว่า ค่ายนี้ จะหันมา ให้ความสำคัญกับการสร้าง บุคลากร ด้วยการเริ่มดำเนินการ สร้างผู้นำอย่างจริงจัง พร้อมกับ ตั้งเป้าหมายว่าที่จะสร้างผู้นำให้ ได้ 1,000 คน ซึ่งในปัจจุบันมีการ อบรมเพื่อสร้างผู้นำรุ่นแรก ใน หลักสูตร เตรียมผู้บริหารแล้ว 72 คน โดยหลักสูตรดังกล่าว จะ ต้องใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือน ด้วยกัน


เนื้อหาของหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร ผมจะสอนเรื่อง แนวคิด วิธีการดำเนินธุรกิจให้ ประสบความสำเร็จ การพูดการ บรรยายแบบมืออาชีพ วิธีการ ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรนี้ จะอัดแน่นด้วย เนื้อหา กินเวลายาวนานถึง 6 เดือนกว่าจะจบหลักสูตร แต่ ถือว่าคุ้มค่าเนื่องจากผู้ที่จบ หลักสูตรจะก้าวขึ้นสู่การเป็น ผู้นำ ในธุรกิจขายตรงอย่าง สมบูรณ์แบบ นายสาคร ยังกล่าวเสริม อีกว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เล็ง เห็นโอกาสในการทำ ตลาด โปรตีนในประเทศไทย โดยได้ ทำ การศึกษา และได้พบว่า ผลิตภัณฑ์โปรตีนที่วางจำหน่าย ในท้องตลาดเกือบ100เปอร์เซ็นต์จะสกัดมาจากนมหรือ ถั่วเหลือง ส่งผลให้ทางบริษัทฯ จึงอยากที่จะฉีกแนวผลิตภัณฑ์ โปรตีนที่มีอยู่ในท้องตลาด ด้วย การมุ่งสู่ตลาดบูลโอเชี่ยนโดยจะ นำผลิตภัณฑ์โปรตีนที่สกัดจาก ไข่ขาว เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก ประเทศเดนมาร์คมาจำหน่าย ซึ่ง ประเทศเดนมาร์คถือเป็นเจ้าแห่ง การสกัดโปรตีน


โดยบริษัทฯ ได้สั่งซื้อ เครื่องจักรของเดนมาร์ค มาผลิต สินค้าเอง เนื่องจากเมืองไทยไข่ ขาวราคาไม่แพง ด้วยเหตุนี้ ทาง บริษัทฯ จึงปิ๊งไอเดียขี้นมา โดย การจะสกัดผลิตภัณฑ์ออกมา เป็นผง หากรับประทานปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จะเทียบเท่าการรับ ประทานไข่ขาวมากถึง 20 ฟอง เลยทีเดียว และนี่ถือเป็น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ ดี เน็ทเวิร์คเพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ ทาง บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยคาดว่า ไม่ เกินเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะเปิด ตัวอย่างเป็นทางการได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงQ1พาเหรดเปิดตัวสินค้าใหม่ ชูความโดดเด่นพรึ่บหวังกระทุ้งยอดต้นปีตื่น !









สมรภูมิรบขายตรงร้อนระอุ!...หลังหลายค่ายเข็นสินค้าใหม่ออก มาสู้ศึกเพียบพร้อมโชว์ความโดดเด่นทางด้านสินค้าที่มีคุณภาพ มี โนวฮ์าวล้ำสมัย...ระบุสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงาม ยังเป็นสินค้ากลุ่ม ฮอตฮิตในตลาดเครือข่ายพ่วงท้ายด้วยสินค้ากลุ่มเกษตร เผยเตรียม พบสินค้าใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอีกเพียบเร็วๆนี้ทั้งค่าย เล็ก-กลาง-ใหญ่


ผ่านพ้นไปแล้ว 2 เดือน เกมการแข่งขัน ใน ธุรกิจขายตรง ก็ยังคงทวีความร้อนแรง แบบไม่มีขีดสุด และยิ่งจะเพิ่มอุณหภูมิแบบ ร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับ อุณหภูมิ ความเดือดของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ของ ธุรกิจขายตรง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ ที่สำคัญในการทำตลาดเช่นกัน...เพราะยิ่งหากค่ายไหนเข็นสินค้าใหม่ออกมาเย้ายวน ใจผู้บริโภคได้มากแค่ไหน เชื่อว่าก็น่าที่จะมี ภาษีทางธุรกิจที่ดีกว่าเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สินค้า ใหม่ที่ออกมา ก็ต้องโดนใจทั้งผู้บริโภคและ สมาชิกด้วย
...ปักษ์นี้ ตลาดวิเคราะห์ ขอซูม ความเคลื่อนไหวของค่ายขายตรงในช่วงต้น ปีว่า มีค่ายไหนบ้าง ที่ปล่อยสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดกันบ้าง และสินค้าแต่ละตัวนั้น มีความโดดเด่นเป็นอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียด ให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้


Q1สินค้าใหม่เปิดตัวเพียบ ชูความโดดเด่นด้านนวัตกรรม


...เริ่มต้นเปิดศักราชใหม่ของปีนี้ หาก ใครที่พอจำกันได้ดี กับสินค้าใหม่ของค่าย ยู นิซิตี้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ชื่อ LC ที่ค่ายนี้ ส่งตรงเข็นออกมา เพื่อต้องการ ตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ เรียกได้ว่า เป็นการตอบรับกระแสเทรนด์รัก สุขภาพที่ปีนี้กำลังมาแรงนั่นเอง
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LCDietary Supplement Product) ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผง สำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับ ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณ ของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดี และยังมี ส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก ในผู้ที่มีน้ำหนักตัว เกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีน เมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีน สกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโต เด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือ แร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา
ซึ่งต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ ยูนิซิตี้ เติบโตและมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง มาได้ นั้น สินค้า ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที เดียว โดยทางด้าน มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก เอง เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซีตัวใหม่ ก็น่าที่ จะสร้างยอดขายที่ดีและผู้บริโภคให้การตอบ รับด้วยเช่นกัน
...มาดูกันอีกหนึ่งค่ายที่ขอบอกว่าเป็น เจ้าพ่อเปิดตัวสินค้าใหม่ เลยก็ว่า นั่นก็คือ ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค ที่ในปีนี้ เบิกฤกษ์เปิดตัว สินค้าใหม่ ด้วยการเข็นสินค้าทางการเกษตร ออกมาบุกตลาดเครือข่ายภายใต้ชื่อ บานเย็น ซึ่งเป็น สารบำรุงสมองพืช โดย สินค้าในกลุ่มนี้มีอยู่ 3 ตัว ด้วยกัน คือ ตัวแรก บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็น การเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจาก ซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่ม ผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรม สารเสริมพืชแห่งยุค โดยสินค้าเกษตรดัง กล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ ที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
โดยสินค้ากลุ่มบานเย็น นี้ ทางด้าน ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค เอง มีความมั่นใจว่า จะ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าขายดีในลำดับ ต้น ๆ ของทางบริษัทอีกด้วย โดยในช่วงที่ ผ่านมา พบว่า ค่ายนี้ ได้มีการทดลองแจก สินค้าดังกล่าวไปแล้วกว่า 200 ชุดด้วยกันเพื่อให้เกษตรกรได้ทดลอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะถ้า หากสินค้ามีการใช้ดีและเห็นผล จริงนั่นก็หมายความว่า การทำ ตลาดของสินค้ากลุ่มนี้ก็จะง่าย ขึ้นตามมาด้วย ที่สำคัญ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เอง ยังตั้งเป้าหมาย ยอดขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไว้ที่ 60 ล้านบาทในปีนี้อีกด้วย ซึ่งก็ต้อง มาติดตามกันดูว่าจะบรรลุตาม เป้าหมายหรือไม่
...ข้ามฝากมาที่ค่าย พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค กันบ้าง ที่ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีแผนที่ จะเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นกาแฟ รันส์คอฟฟี่ 44 โดยเป็นกาแฟ สำหรับผู้ชาย ที่จะเปิดตัวในช่วง เดือนมีนาคมนี้ หลังจากที่ผ่าน มา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เอง ได้มีการเปิดตัวสินค้า M9 Coffiee ที่เป็นกาแฟผสมคอลาเจน จากประเทศฝรั่งเศสสำหรับ สุภาพสตรี โดยค่ายนี้บอกว่า กระแสตอบรับค่อนข้างที่จะดี อย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ใน ช่วงเดือนกลางปีนี้ เตรียมที่จะ เปิดตัวสินค้าใหม่ประเภท ปศุสัตว์หรืออาหารสัตว์สำหรับ สุนัขและแมวอีกด้วย ซึ่งถือเป็น อาหารสัตว์ตัวใหม่ที่ พระราม เก้าเน็ตเวิร์ค เอง ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการทำการวิจัยร่วมกัน พร้อม กับมีแผนที่จะขยายไลน์ของ สินค้าประเภทยาสมุนไพรเพิ่ม อีก โดยมีเป้าหมายที่จะออก ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในรูปแบบ ของยาเม็ดบำรุงร่างกาย ที่มีส่วน ผสมของกระดูกเสือ มีสรรพคุณ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งคาดว่า จะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
...ด้านค่าย นิว ไลฟ์ ก็ไม่ น้อยหน้าเช่นกัน ซึ่งก็ได้เริ่ม ทยอยออกสินค้าใหม่เพื่อตอบ สนองความต้องการของสมาชิก และผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งสินค้าที่ จะชิมลางออกมาในช่วงไตรมาส แรกปีนี้นั้น มีอยู่ 3 รายการด้วย กัน คือ สินค้าตัวแรกชื่อว่า ลูทีน พลัส เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร บำรุงสายตา เหมาะ สำหรับผู้ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน สินค้าตัวที่ 2 ผลิต ภัณฑ์คอลลาเจน และสินค้าตัว ที่ 3 เป็นพวกแชมพู ยานวด เจล อาบนํ้า
ส่วนค่าย มาบุญครอง ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ก็ออกมา เข็นสินค้าใหม่ 2 รายการสู่ตลาด เครือข่ายเช่นกัน นั่นก็คือ SB-2 โค เอน ไซม์ คิวเท็นตราศิริชัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพสตรี และ D 1 (ดี1) ตรา ศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อการ ล้างพิษทั่วร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ ใหม่ทั้ง 2 รายการนี้ ทางมาบุญ ครองเอง ได้บอกว่าค่อนข้างที่จะ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจ เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกับมี แผนที่จะเข็นสินค้าใหม่ๆออก มาสู่ตลาดในปีนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นกัน
เช่นเดียวกับค่าย คัง เซน-เคนโก ที่มีข่าวแว่วมาว่า เตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่ ยิ่งใหญ่แห่งปีกันเลยทีเดียวใน วันที่ 24 มีนาคม 2556 นี้ ที่อา คารคังเซน เพลส นั่นก็คือ Kangzen PROGENE โปรจีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณให้ กระจ่างใส กระชับกล้ามเนื้อ ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ อย่างแท้จริง พร้อมเสริมด้วยสาร SOD ที่ต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวย และสุขภาพดี และผลิตภัณฑ์ คังเซน เฟล็กซิ คอลลาเจน ที่ จะช่วยบำรุงผิวพรรณเช่นกัน... เรียกว่าน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของสุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีที เดียว
ด้าน บริษัท ไอยรา แพลน เน็ต จำกัด อีกหนึ่งบริษัทขาย ตรงน้องใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ใน ขณะนี้ ก็ได้มีการเปิดตัวสินค้า ใหม่ประมาณ 4 รายการด้วยกัน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ไม่ว่า จะเป็น เครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ผลิตภัณฑ์อาหารผิว ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งทางด้าน ไอยราเอง มีความคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ที่จะมีการ เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ น่า ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้ กับบริษัทได้เป็นอย่างดีทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ธุรกิจขายตรง เลยก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหน ที่มีสินค้าที่ โดดเด่น และสามารถสร้างจุด ขายให้กับผลิตภัณฑ์นั้นสำเร็จ เชื่อว่าในเรื่องของยอดขายก็จะ ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องมา ติดตามกันดูว่า ในไตรมาสที่ 2 ที่ กำลังจะมาถึงนี้ จะมีค่ายไหนที่ เข็นสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสร้าง สีสันให้กับธุรกิจบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค สยายปีกปี 56 ส่งบานเย็นลุยตลาดเกษตร








ดี เน็ทเวิร์ค เปิดแผนปี 2556 เน้นสาธิตสินค้า ร่วมกันเจาะลึกกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด พร้อมนำสินค้า นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาด ลั่นจนถึงสิ้นปีวาดเป้า 600 ล้านบาท ล่าสุดส่ง บานเย็น รากขาวลงตลาดเพื่อ การเกษตร คาดภายในปี 2556 สามารถทำยอดขาย ได้ถึง 60 ล้านบาท อีกทั้งยังเปิดตัวหนังสือ Why D Network ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านเครือข่าย มาถ่ายทอดสู่สมาชิก
สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทจะยังคง สานต่อแผนเดิมจากปี 2555 ที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนา บุคลากรเป็นหลักและบริหารงานให้อยู่บนพื้นฐานของ สามเหลี่ยมคุณธรรม ที่ประกอบด้วย ผู้บริโภค นักธุรกิจ และบริษัท ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ จะต้องมีความสมดุล แต่จะมี การเข้าไปทำการตลาดที่เจาะลึกในกลุ่มผู้บริโภคใน ต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทจะเน้นให้สมาชิกออกไป สาธิตสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสิทธิภาพของ สินค้าอย่างแท้จริง พร้อมกับการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็น นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาจัดจำหน่ายในระบบ
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายสินค้า Koregins 300 ล้านบาท D-Braime 50 ล้านบาท D-10+Plus 50 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก Refeat 30 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร บานเย็น รากขาว 60 ล้านบาท และที่เหลือเป็นสินค้าในกลุ่มอื่น โดยผลิตภัณฑ์ Refeat และ บานเย็น รากขาว เป็นสินค้าที่จะเริ่มจัดจำหน่าย ในปีนี้ อีกทั้งบริษัทได้วางแผนที่จะออกสินค้าเพิ่มใหม่ 8 รายการ ในกลุ่มความงาม และในส่วนของสมาชิกปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่ 200,000 รหัส
ด้านผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถ ปิดยอดขายได้ 300 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ปิดยอดขายได้ 117 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา การเติบโตกว่า 100% ในส่วนของสมาชิกปัจจุบันมีจำนวน ทั้งสิ้นกว่า 50,000 รหัส เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีสมาชิก กว่า 30,000 รหัส หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 3% ขณะที่จำนวนสินค้าที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งสิ้น 27 รายการ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่จำหน่าย ในระบบทั้งสิ้น 37 รายการ
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อการเกษตร ภายใต้ชื่อ บานเย็น รากขาว ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการปรับปรุงสภาพดิน และบำรุงพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี โดยเหตุผลหลักที่บริษัทเลือก ไลน์สินค้าดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดสินค้า เกษตรยังเป็นตลาดที่กว้าง บวกกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งใน ส่วนของรูปลักษณ์และน้ำหนักที่เบา ซึ่งบริษัทคาดว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นตัวที่สามารถตอบโจทย์ ให้กับเกษตรกรที่ต้องการจะลดต้นทุนและเพิ่ม ผลผลิตได้เป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้บริษัทได้เปิดตัวหนังสือ ที่ชื่อ Why Network ที่เป็นการรวบรวมเรื่องราวเนื้อหา สาระเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายที่ถ่ายทอดจากความคิด และประสบการณ์ของผู้บริหารสู่นักธุรกิจ โดยจะมีวาง จำหน่ายในร้านหนังสือทั่วไป และร้านชั้นนำ เช่น ซีเอ็ดบุ๊ค B2S พร้อมกันนี้ยังวางจำหน่ายในระบบ และในเร็วๆ นี้ บริษัทคาดว่าจะมีเล่ม 2 ออกมาให้สมาชิกได้ติดตาม




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ไขความลับ 5D เเห่ง "ดี เน็ทเวิร์ค" ที่สุดพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน








 


กำเนิดที่สุดแห่งองค์ประกอบ 5 D สุดยอดปัจจัยสร้างการเติบโตยั่งยืน


จากประสบการณ์และความสำเร็จในอุตสาหกรรมขายตรงกว่า 20 ปี ทำให้ 3 ผู้ก่อตั้งแห่ง บริษัทขายตรงน้ำดีสัญชาติไทย ดี เน็ทเวิร์ค ประกอบด้วย สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง อุทัย แจ่มฟ้า และภูมิสนอง หล้าสุด ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เห็นซึ้งและเข้าใจปัญหาใหญ่ที่คอยฉุดรั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมขายตรงไทยนั้นมีปัญหา 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. แผนการตลาดที่ยากเกินไป 2.บริษัทไม่เติบโต ไม่ประสบความสำเร็จ และ 3.สมาชิกไม่ประสบความสำเร็จ


ก่อนที่จะเปิด ดี เน็ทเวิร์ค เรามองว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วยกัน จากการนำประสบการณ์กว่า 20 ปีของพวกเรามากลั่นกรอง จนตกผลึกทางความคิด เราจึงมองว่าองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมขายตรงอย่างยั่งยืน ต้องประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ หรือที่เราเรียกองค์ประกอบทั้ง 5 ว่า 5D ที่กำลังโด่งดังอย่างมากในปัจจุบัน


องค์ประกอบแรกคือ บริษัทดี ขายตรงที่ดีต้องมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายที่สุด การจัดการทุกอย่างต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญเทคโนโลยีต่างๆต้องทันสมัยและต้องทำงานแบบรวดเร็วทันใจ และมีการวางกลยุทธ์ต่างๆที่ชัดเจน


ต่อมา คือ สินค้าดี สินค้าที่จะทำให้บริษัทเติบโตต้องเป็นสินค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ ต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม เป็นลิขสิทธิ์ของดี เน็ทเวิร์ค ขนส่งต้องง่าย และต้องมีสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุม ที่สำคัญจะต้องแข่งขันในเวทีอาเซียนได้


แผนการตลาดดี แผนการตลาดที่ดีในวงการขายตรงนั้นจะต้องมี 3 เชิง ประกอบด้วย เชิงตัวเลข แผนๆ นั้นต้องเป็นแผนที่ทำง่ายและไม่โอเวอร์เปย์ เชิงพฤติกรรม แผนการตลาดนั้นๆ ต้องเป็นแผนที่ส่งเสริมการทำงานของสมาชิก เชิงสุดท้ายคือ เชิงโอกาส แผนๆ นั้นต้องเป็นแผนที่ยุติธรรม มาทีหลังก็สามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่าและเร็วกว่า อีกทั้งต้องมีการส่งเสริมการสร้างทีมในระยะยาว ส่งผลต่อความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว


การฝึกอบรม ที่ ดี เน็ท เวิร์ค มีหลักสูตรการฝึกอบรมมากถึง 27 หลักสูตร ซึ่งแต่ละหลักสูตรเน้นการสร้างผู้นำให้เป็นผู้นำจริงๆ เป็นมืออาชีพจริง ซึ่งต้องมีการอบรมเรียนรู้ยาวนานถึง 6 เดือน ถึง 1 ปี ถึงจะเป็นมืออาชีพ


ผู้ประกอบการดี ผู้ประกอบการต้องมีประสบการณ์ในวงการขายตรง ซึ่งพวกเราเข้าสู่วงการขายตรงตั้งแต่อายุ 19 อายุ 20 ก็สมัครเป็นนักธุรกิจอิสระ อายุ 21 ปีสร้างรายได้เดือนละ 200,000 บาท เป็นวิทยากร พออายุ 22 ก็เป็นอาจารย์สอนวิทยากร เราสร้างผู้นำให้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 5 อย่างนี้ ที่ ดี เน็ทเวิร์ค มีครบถ้วน จึงส่งผลให้ ดี เน็ท เวิร์ค ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในวงการเครือข่ายเมืองไทย


ดี เน็ทเวิร์ค ยานพาหนะชั้นเลิศ พร้อมนำพาสมาชิกสู่ความสำเร็จ


คุณสาคร เล่าว่า การเดินทางไปสู่ความสำเร็จนั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การขับรถ นั่งเรือ แต่หากเปรียบกับโลกของขายตรงแล้ว ขายตรงเป็นอาชีพ เป็นยานพาหนะ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายในชีวิตได้รวดเร็วมาก บางคนอาจจะใช้เวลาเพียง 2 3 ปี ก็สามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ต้องเลือกยานพาหนะที่ดีและสมบูรณ์ด้วย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ซึ่งทาง ดี เน็ทเวิร์ค ถือเป็นยานพาหนะชั้นเลิศที่พร้อมจะนำพาทุกท่านไปสู่ความสำเร็จที่ทุกท่านคาดหวังไว้


ส่วนกุญแจที่สร้างความสำเร็จให้กับ ดี เน็ท เวิร์ค คือ การคอนโทรลกรุ๊ป คอนโทรลทีมให้เป็นเหมือเป็น แม่ทัพบัญชาการ 1 บริษัท ต้องเป็น 1 ทีม สมาชิกทุกคนต้อเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นี่คือกุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จ บริษัทใดที่สามารถทำแบบนี้ได้ เชื่อเหลือเกินว่าบริษัทนั้นๆ จะประสบความสำเร็จในวงการขายตรงได้แน่นอน


กุญแจแห่งความสำเร็จในการทำธุรกิจขายตรงอยู่ที่เราสามารถคอนโทรลกรุ๊ปได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้บริษัทเติบโต การคอนโทรลกรุ๊ป ก็เปรียบเหมือนกับการที่เราเป็นแม่ทัพในการบัญชาการศึก 1 บริษัท จะต้องมี 1 ทีม ต้องสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
เน้นการบริหารงานแบบผู้นำ พร้อมดูแลเอาใจใส่สมาชิกเป็นอย่างดี


สาคร บอกว่า เขาเป็นผู้บริหารแบบผู้นำ ไม่ได้บริหารแบบหัวหน้า ลูกน้อง การทำงานแบบผู้นำนั้นทำงานหนักกว่า ทุ่มเทเอาจริงเอาจังกว่า ตนบริหารงานไม่ได้ใช้สไตล์แบบนายจ้าง ผู้บริหารต้องใส่ใจลูกน้อง


เราต้องรักลูกน้องก่อน ดูแลเขาก่อน เมื่อเราทำแบบนี้ วันข้างหน้าเขาจะดูแลเรา เราดูแลสมาชิก เป็นอย่างดี วันข้างหน้าสมาชิกก็จะดูแลธุรกิจ ดูบริษัทให้กับเรา ผู้บริหารสไตล์ผู้นำก็เหมือนนักรบ เราจะต้องทำสิ่งดีๆ เป็นตัวอย่าง จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้คนทำตาม


จากประสบการณ์กว่า 20 ปี ของ คุณสาคร คุณอุทัยและคุณภูมิสนอง นั้นได้ทุ่มเทให้กับ ดี เน็ทเวิร์คจนหมดสิ้น นี่คือพาหนะที่ดีที่สุดในงวงการขายตรง โดยพวกเขาตั้งเป้าจะสร้าง ดี เน็ทเวิร์ค ให้เป็นตำนานบทใหม่ในขายตรงไทย
และนี่คือ ดี เน็ท เวิร์ค พาหนะที่ดีที่สุดในวงการขายตรงยุคปัจจุบัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์เเรก ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 155

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดี เน็ทเวิร์ค ฉีกกฎขายตรงเกษตร เนรมิต บานเย็น นวัตกรรมสารเสริมพืชแห่งยุค








ดี เน็ทเวิร์ค ฉีกแนวทางธุรกิจขายตรงเกษตร เนรมิต สารบำรุงสมองพืช ภายใต้ชื่อ บานเย็น ที่สุดแห่งเทคโนโลยีทำให้หาอาหารเก่งขึ้น ทำการปรับสภาพดิน เป็นนวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ทดลองแจกไป 200 ชุด ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับแจกไปนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ คาดสินค้ากลุ่ม บานเย็น จะก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีในลำดับต้นๆ ของทางบริษัทในอนาคตอันใกล้ เตรียมจัดงานใหญ่ฉลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ ครบ 50 ล้านเม็ด ต้นปีหน้าพร้อมตั้งเป้าบุกตลาดเวียดนามเป็นที่แรก


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยทำการฉีกแนวในการทำธุรกิจเกษตรอย่างสิ้นเชิง ด้วยการออกสินค้า สารบำรุงสมองพืช ภายใต้ชื่อ บานเย็น


ผลิตภัณฑ์บานเย็นหรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า บานเย็นรากขาวจะมีแพ็ตเกจเป็นสีบานเย็นทำให้คนเห็นแล้วจำได้เลย นี่ถือเป็นการฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ว่าทำไมสินค้าเกี่ยวกับเกษตรต้องสีเขียวเท่านั้น โดยสารบำรุงสมองพืชของเราถือเป็นที่สุดของนวัตกรรมทำให้หาอาหารเก่งขึ้น ทำการปรับสภาพดิน เป็นเทคโนโลยี่จากสวิตเซอร์แลนด์สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์


สินค้าในกลุ่มนี้มี3ตัว ตัวแรกคือ บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจากซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่มผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมสารเสริมพืชแห่งยุค
การที่เราโดเข้ามาร่วมทำธุรกิจขายตงเกษตรสืบเนื่องจากสินค้าของเราเข้ากับคอนเซ็ปต์ของ ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวคือ เป็นสินค้าที่ดีมีนวัตกรรม เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน เนาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ขนส่งง่าย ราคาเอื้อต่อผู้บริโภค และสามารถแข่งขันในตลาด AEC ได้ ที่สำคัญสินค้ากลุ่มเกษตรของ ดี เน็ทเวิร์ค ทุกตัวล้วนแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและโลก
คุณสาคร กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ตนเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำ 3 เดือนสร้างยอดขาย ได้สูงถึง 20 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่จำหน่ายเป็นสูตรเดียวกันกับ สารบำรุงสมองพืชบานเย็น ตนจึงมีความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ ดี เน็ทเวิร์คจะสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรได้เป็นอย่างดี
ทางบริษัทคาดหวังว่าสินค้ากลุ่ม บานเย็น จะก้าวขึ้นเป็นสินค้าขายดีในลำดับต้นๆ ของทางบริษัท และจากการได้ทำการทดลองแจกไป 200 ชุด ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับการแจกไปนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 27 มกราคม 2556 ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะมีการจัดงานใหญ่เฉลิมฉลองยอดขายโกโรจินส์ 50 ล้านเม็ด และมีการประดับเข็มให้กับสมาชิกที่ประสบความสำเร็จในทุกตำแหน่ง
งานใหญ่ของเราจะจัดขึ้นที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คนจากทั่วประเทศ นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและการประดับเข็มแล้ว เรายังมีโปรแกรมการแข่งขันท่องเที่ยวยังประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นการศึกษาตลาด AEC ไปในตัว เนื่องจากทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะบุกตลาดเวียดนามเป็นประเทศแรก
ความพร้อมในการบุกตลาดเวียดนามนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียม ความพร้อม ในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าก็อยู่ในระหว่างการขอจด อย. อยู่ซี่งโปรโมชั่นการท่องเที่ยวยังประเทศเวียดนามนี้ สร้างความคึกคักในหมู่สมาชิก ดี เน็ทเวิร์ค เป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะมีผู้ผ่านคุณสมบัติการท่องเที่ยวในครั้งนี้ถึง 400 คน โดยโปรโมชั่นดังกล่าวเริ่มเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2555 ถึง 5 มกราคม 2556 เดินทางในเดือน พฤษภาคม 2556


การที่เราเลือกบุกตลาดเวียดนามก่อน สืบเนื่องจากคนเวียดนามเป็นคนที่ขยันขันแข็งเป็นออย่างมาก อีกทั้งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา พวกเขากำลังแสวงหาโอกาสในชีวิตซึ่งผมมองว่าเหมาะอย่างมากกับการทำอาชีพขายตรง เราจึงตัดสินใจบุกตลาดเวียดนามเป็นประเทศแรก คุณสาคร ระบุปิดท้าย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : เร่งอัดแผนโค้งสุดท้าย ฟุ้งสิ้นปียอด ดีเบรม(D-Braime) แตะล้านกล่อง


ดี เน็ทเวิร์ค เดินหน้าผลักดันความร่วมมือรัฐบาลอินเดีย วิจัยพืชพรมมี สินค้าหัวหอกดีเบรมที่วาดเป้าสิ้นปียอดขาย 1 ล้านกล่อง คาดใน 3 ปียอดขาย 1 ล้านกล่องต่อเดือน รุกจัดกิจกรรมสร้งแบรนด์ดีเบรม กับการบริจากสินค้า 8,000 กล่อง ให้องค์กรต่างๆ พร้อมงัดแผนบุกตลาดโค้งท้ายปีกับแผนลุยทุกสื่อ บุกตลาดชั้นเดียว ควบจัดอบรมให้สมาชิก ชูยอดขาย 9 เดือนฟัน 170 ล้านบาท


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวถึงแผนความร่วมมือกับรัฐบาลอินเดียในการทำวิจัย และพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่ได้สารสกัดจากพืชพรมมี ว่า หลังจากบริษัทเปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 นั้บริษัทได้รับการอนิมัติจากรัฐบาลอินเดียในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 5 ประเทศในตลาด AEC ได้แก่ ไทย , สปป.ลาว , กัมพูชา , เวียดนาม และพม่า ดังนั้น แผนการตลาดจากนี้ไปคือการประชาสัมพันธ์เสริมอาหารดีเบรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะการนำผลวิจัยต่างๆ ที่ได้รับไปอ้างอิงในการทำตลาด


ล่าสุด บริษัทได้มอบผลิตภัณฑ์ดีเบรมจำนวน 2,000 กล่องมูลค่า 2 ล้านบาท ให้กับองค์กรศาสนา รวมถึงการเชิญชวนให้นักธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค ร่วมทำบุญในครั้งนี้ นอกจากนี้บริษัทได้รับบริจาคผลิตภัณฑ์ดีเบรมให้กับสำนักจุฬาราชมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วงานสาธารณสุข ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคความจำเสื่อมเบื้องต้นบริษทได้เตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อการบริจากครั้งนี้จำนวน 6,000 กล่อง


ที่ผ่านมาเราได้จัดประชุมเชิงวิชาการเป็นครั้งที่ 3 สำหรับสินค้าดีเบรมและครั้งล่าสุด Dr Hemant kiumar Singh นักวิจัยผู้ค้นคว้าและพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่เป็นผู้วิจัยสินค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับยีน และ ระบบเซลล์พันธุกรรม และในอนาคตจะมีผลวิจัยใหม่ ออกมาสู่ตลาดอีกครั้ง


อย่างไรก็ดี ภายหลังบริษัทได้เปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมียอดขายกว่า 100,000 กล่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 20-30% เป็นอันดับ 2 รองจากผลิตภัณฑ์โสม โกเรจินส์ ดี ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของบริษัท ดังนั้น จนถึงสิ้นปีบริษัทตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องและตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องต่อเดือน ในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป


สาคร กล่าวต่อไปว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่างหนัก ด้วยการรุกด้านการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อวิทยุชุมชน สื่อเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียม รวมถึงการทำตลาดผ่านช่องทางไทเกอร์ช้อปปิ้ง และการจัดอบรมให้กับนักธุรกิจ ที่เน้นอบรมในด้านการทำธุรกิจ การนำเสนอ ซึ่งแผนดังกล่าวบริษัทถือว่าเป็นองค์ประกอบการทำตลาดที่ครอบคลุม เพราะนอกจากบริษัทจะมีสินค้าดี และมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพออกสู่ตลาดแล้ว บริษัทยังรุกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ด้วยการผสมผสานผ่านการตลาดแบบหลายชั้น และแบบชั้นเดียวที่บริษัทเริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 ที่ผ่านมา


สำหรับเหตุผลหลักของการมองเห็นโอกาสของตลาดชั้นเดียว เนื่องจกที่ผ่านมาบริษัทมีสมาชิกหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะเภสัชกร ที่เปิดร้านขายยา ซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทด้ว ยดังนั้บริษัทจึงนำเสริมอาหารเข้าไปจำหน่ายในช่องทางร้านขายยาด้วยอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีในอนาคตบริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเด็กซึ่งคาดว่าจะเป็นเสริมอาหารเยลลี่ บำรุงสายตา


ภาพรวม ดี เน็ทเวิร์ค ปัจจันมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 40,000 รหัส แบ่งสัดส่วนเป็นจำนวนนักธุรกิจและสมาชิกที่มีอยดสั่งซื้อสินค้าประจำประมาณ 20% ฉะนั้น จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 รหัส ขณะที่ยอดขายของ ดี เน็ทเวิร์ค ในปีที่ผ่านมา ปิดยอด 110 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราทำยอดขายไปได้ 170 ล้านบาท สาคร กล่าว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (Dnetwork) : ฉีกแนวขายตรง ทำเครือข่ายผ่านร้านขายยา


ดี เน็ทเวิร์ค รุกตลาดครึ่งหลัง ลุยวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีท้องถิ่น และ ร้านขายยา แต่ยังคงเน้นตลาด เครือข่าย และจัดงาน The Power Leader สร้างความ แข็งแกร่งแก่ผู้นำปีละ 2 ครั้ง ดึงนวัตกรรมใหม่จากไต้หวัน เสริมทัพ รองรับการเปิดตลาด AEC ปี 2558


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท- เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการตลาด ครึ่งหลังของปีว่า บริษัทจะรุกเข้าไปทำการตลาดผ่าน สื่อวิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่นมากขึ้น รวมไปถึงการ สง่ เสริมใหส้ มาชิกนำ สินค้า เข้าไปวางจำหน่ายผ่านร้าน ขายยา โดยบริษัทจะเน้นการให้คำแนะนำกลุ่มดังกล่าวให้เข้ามาเป็นสมาชิกมากกว่าการเป็นตัวแทน จำหน่าย


ทั้งนี้ การรุกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มดังกล่าว มากขึ้น บริษัทพบว่าผู้ประกอบการในธุรกิจกลุ่ม ดังกล่าวได้ให้ความสนใจกับธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น และบริษัทได้มองเห็นโอกาสในการเป็นแนวทางใหม่ สำหรับธุรกิจ โดยจะให้สมาชิกเป็นเสมือนศูนย์ขายส่ง สินค้า แต่ใช้แผนธุรกิจแบบเครือข่าย และการเข้าไป ทำตลาดในกลุ่มร้านขายยาจะเป็นการดำเนินงานของ สมาชิก


นอกจากนี้บริษัทจะยังเน้นการประชุมสัมมนา ให้กับสมาชิก ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานประชุมขึ้นที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย- จุฬาภรณ์ โดยใช้ชื่องานประชุมว่า The Power Leader เป็นการจัดการประชุมระดับผู้นำ เพื่อต้องการ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ การแจ้งข่าวสาร ของบริษัท การเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการพบปะ ระหว่างผู้นำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่ง งานดังกล่าวจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในส่วนของการจัด งานดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ D-CONTACT ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา ผลงานวิจัย ล่าสุดจากสถาบันวิจัยประเทศไต้หวัน หนึ่งในแผนการ ตลาดของบริษัทที่ต้องการนำสินค้านวัตกรรมใหม่ ที่มี ความหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างแท้จริง


การที่เราเลือกสินค้าดังกล่าวเข้ามาทำตลาด ในประเทศไทย มองว่ามูลค่าทางการตลาดของสินค้า กลุ่มนี้ค่อนข้างสูงหรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000- 6,000 ล้านบาท บวกกับในปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีปัญหา ทางด้านสายตาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังไม่มี บริษัทใดให้ความสนใจที่จะทำสินค้าในกลุ่มนี้อย่าง จริงจัง เราจึงคาดหวังว่า D-CONTACT จะสามารถ ขายได้ 30,000 กล่องภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะออกสินค้า ใหม่ เกี่ยวกับการบำรุงสายตาในรูปแบบเจล พร้อมรับ ประทาน สำหรับผู้บริโภคในกลุ่มเด็ก ซึ่งบริษัทมองว่า เด็กในทุกวันนี้ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้นและทำให้ สายตาเสื่อมเร็ว ดังนั้น การนำสินค้าเกี่ยวกับการบำรุง สายตามาทำตลาด บริษัทคาดว่าจะได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเลือกนำเข้าสินค้า กลมุ่ นวัตกรรมใหม่ เนื่องจากการเตรียมความพร้อม รองรับการแข่งขันของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งบริษัทมองว่าเมื่อเปิด ตลาด AEC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สินค้าของบริษัท ต้องเป็นสินค้าที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ ได้ ดังนั้น สินค้าจึงจำเป็นต้องเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และเป็นสินค้าที่เห็นผลได้จริง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (DNetwork) : 3 เกลอร่วมสร้าง "ดี เน็ทเวิร์ค (D Network)" สืบทอดทายาท 2 ปีสำเร็จ - กลับทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่คืนถิ่น


3 นักบริหารขายตรงมืออาชีพวางผังบริหาร ดีเน็ทเวิร์ค เฉียบหลังผ่านงานบริหารขายตรงมากว่า 22 ปี...2 ปีที่ซุ่มเงียบสร้างรังวัดเดินในตลาดขายตรงได้สวยพร้อมเปิดอาณาจักรยิ่งใหญ่ต้อนรับ...ต่อยอดความฝันสร้างขายตรงเป็นมรดกตกทอดได้จริงภายใต้นวัตกรรมสินค้าใหม่แกะกล่องอิงกระแสผู้นำแต่ไม่ขอตามเทรนด์อีกไม่นานขอทวงความยิ่งใหญ่คืนสู่เหย้าวงการขายตรงไทย 2 ปีเศษ...ที่ซุ่มเงียบ ภายใต้บ้านหลังใหม่ ดี เน็ทเวิร์ค ซึ่งนำทัพโดย สาคร ใสกมล ผู้สร้างตำนานขายตรงให้รวยมานับไม่ถ้วน จากน้ำมือบริหารของเขาผู้นี้ หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตกาล 12 กว่าปีที่ผันผ่าน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักมือบริหารท่านนี้ เพราะได้สร้างตำนานขายตรงให้สำเร็จไปแล้วหลายบริษัท แต่ทุก ๆ หนทางที่ร่วมสร้าง กลับไม่ใช่เป้าที่ตั้งใจคิด...


เพราะเป้าใหญ่ที่วางไว้ มันไม่ใช่เงินตรา แต่มันเป็นขายตรงที่ต้องสืบทอดมรดกให้กับทายาทที่สัมผัสได้จริง แต่กับสิ่งที่เคยบริหาร เคยเห็น เคยกระทำ และเคยสัมผัส บอกได้คำเดียวว่า มันไม่ใช่เมื่อเล่นบท มือปืนรับจ้าง จนเปลืองมือ และไม่สำเร็จสมหวังดังตั้งใจ สาคร จึงหันหลังกลับให้กับวงการ แต่การหันหลังกลับครั้งนี้ ไม่ใช่หายแล้วหายลับ แต่เป็นการกลับไปนั่งตรึกและไตร่ตรองใหม่ เพราะบนเส้นทางขายตรงที่เหยียบย่ำมานานแสนนานกว่า 22 ปี มันกลับไม่มีอะไรดีขึ้น..


ประจวบเหมาะกับเพื่อนเกลอ 2 คน ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับวงการขายตรง ถึงแม้ว่าจะยอมรับว่าขายตรงมี มนต์เสน่ห์ แต่ไม่เคยมีค่ายไหน ตอบโจทย์ให้กับคนทั้งคู่ได้อีกเช่นเดียวกัน...ขณะที่เพื่อนผองน้องพี่ที่ร่วมต่อสู้กันมา ต่างได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า


เมื่อ 3 เกลอที่พบแต่ความอกหัก...ถึงจะวางมือ แต่ใจยังไม่เคยหยุดพัก...เพราะทุกคนต่างอยากสร้างขายตรงในฝันบนถนนนวมินทร์ตัดใหม่ (สุวินทวงศ์)...จึงกลายเป็นฐานที่มั่นของ 3 เกลอที่จะร่วมสร้างตำนานขายตรงในฝัน เพื่อต้องการให้ขายตรงสืบทอดสู่รุ่นทายาทได้อย่างแท้จริง...บัดนี้ เวลาก้าวล่วงมานาน 2 ปี ถึงแม้จะไม่สำเร็จอย่างเต็มใบ แต่ก็สามารถก่อร่างสร้างตัว เป็นองค์กรขายตรงตามที่ใฝ่ฝันได้สำเร็จไปแล้วเปราะหนึ่ง


ย้อนรอยตำนาน 3 เกลอ
ล้วนผ่านงานบริหารยิ่งใหญ่
ตำนานแรกที่จะกล่าวถึง นั่นคือ สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่บ่มเพาะประสบการณ์ในวงการขายตรงมากว่า 22 ปี ได้กล่าวย้อนอดีตผ่านรายการ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ชีวิตเริ่มต้นจากการเข้าสู่วงการขายตรงมานานหลายปี เป็นทั้งผู้นำ เป็นทั้งผู้บริหาร จึงตกผลึกทางความคิดว่า เสน่ห์ของขายตรงมันดี แต่ด้วยที่ว่า เราเป็นคนเครือข่ายโดยอาชีพ มองว่าบริษัทขายตรงที่โดนใจพอที่จะให้แม่ทีมเกษียณได้จริง ๆ ยังไม่มีในระยะเวลา 22 ปีที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้


และมันยังไม่ถึงที่สุดของชีวิต วันนี้ เราต้องการจะสร้างบริษัท ที่เรียกได้ว่า เป็นต้นตำนาน จึงเริ่มจากการสร้างบุคลากรขายตรง สร้างคนขึ้นมา เพราะมองว่าบุคลากรขายตรงที่เป็นมืออาชีพจริง ๆ ยังมีไม่เยอะ ทีมเราจึงต้องการจะปักหลัก เริ่มจากการสร้างคน สร้างศูนย์รวมบุคลากรมืออาชีพ นี่คือความคิดแรกของที่มาคำว่า ดี และต้องดีทุกอย่างด้วย ทั้งบริษัท สินค้า แผน ซึ่งโดยรวมแล้วเราเรียกว่า เป็นเครือข่ายที่ดีนั่นเอง ผลตอบรับในภาคสนามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ถือว่าดีมาก ๆ


หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด ย้อนถึงอดีต 21 ปีที่ผันผ่าน ณ จุดเริ่มต้นก่อนจะมีไอเดียตรงนี้ออกมา เริ่มมาจากงานคิดก่อนว่า องค์กรของเราถ้าจะประสบความสำเร็จมีมูลค่าเป็นพันล้าน หรือว่าหมื่นล้าน มันควรจะดีไซน์หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องมีให้ครอบคลุมถึง 5 ส่วนใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์, บริษัท, แผนการตลาด หรือระบบการพัฒนาบุคลากร และก็เรื่องบุคลากรที่เลือกมาให้เกี่ยวข้องกับงาน ว่าแต่ละส่วนนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไร เพราะเราต้องการหล่อหลอมสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ภายใต้ บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด


สิ่งที่ผ่านมาในอดีต เราเดินไปพบบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ตัวเราไปได้ไม่ไกล เพราะสเต็ปที่มีรายได้แล้วประสบความสำเร็จอยู่ที่จำนวน 6 หลัก ตอนนั้นผมอายุแค่ 20 ต้น ๆ แต่สุดท้ายบริษัทก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ต้นเหตุเพราะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง เราจึงพยายามหาวิธีการ และสร้างทีมงานที่มีความมุ่งมั่นมาตลอด โดยแต่ละที่ผมยืนปักหลักเป็น 10 ปี เพื่อร่วมสร้างบุคลากร สร้างทีมงาน สร้างระบบการอบรม สร้างให้เป็นหัวใจหลัก


แต่ก็มีปัญหาอยู่ 2 ข้อที่ไม่สำเร็จ เพราะ 1. แผนการตลาดยาก ปัญหาที่ 2 คือเราประสบความสำเร็จ เพราะว่าแผนมันง่าย แต่ว่าบริษัทอยู่ได้ไม่นาน เราจึงต้องการสร้างบริษัทที่เราสำเร็จและสมาชิกก็สำเร็จด้วยกัน ซึ่งเป็นบริษัทที่เราร่วมสร้างกันมา ภายใต้ชื่อที่บังคับอยู่แล้ว ว่า ต้อง ดี ตามชื่อที่เราตั้ง


ผู้ร่วมก่อตั้งท่านสุดท้าย อุทัย แจ่มฟ้า ที่ผาดโผนในยุทธจักรขายตรงมา 22 ปี มีจุดยืนภายใต้โจทย์เดียวกันคือ เมื่อคุณทำเครือข่าย คุณต้องเกษียณที่นี่ได้จริง ๆ เพราะโดยปกติคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่าย ทุกคนคิดเหมือนกันว่า ทำแล้วต้องเกษียณ ทำแล้ววันหนึ่งสามารถหยุดพักแล้ว และเป็นมรดกตกทอดให้กับทายาทได้ ฉะนั้น ตอนที่เราเริ่มต้นสร้าง เราก็มีความฝันกันอย่างนั้นจริง ๆ


จากอดีตเราเคยอยู่ในบทบาทของนักธุรกิจ บทบาทของผู้นำ ก็เคยพูดมาตลอดว่า ธุรกิจเครือข่ายมันเป็นมรดกตกทอดได้ แต่พอเราทำไปสักระยะหนึ่ง มรดกมันหายไปไหน ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง มันก็เหมือนกับว่า จากที่เราเคยพูด หลายคนก็สงสัยว่ามรดกในเครือข่ายมีจริงไหม นี่คือเหตุผลและความตั้งใจที่จะสร้าง ดี เน็ทเวิร์ค ให้คนเครือข่ายได้เข้าใจและเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะเป็นมรดกให้กับทายาทของท่านได้จริง ๆ


โดยเราตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจนี้ ให้เป็นธุรกิจขายตรงเป็นตำนาน อย่างที่ท่านประธานสาครได้กล่าวไว้ จะไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่เดินทางไปสู่รุ่นหลานและส่งต่อไปอีกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยแนวคิดนี้ จึงกลายเป็นแนวคิดที่มีคุณค่าจากประสบการณ์ที่เพาะบ่มมากว่า 20 และเป็นประสบการณ์แห่งความสำเร็จด้วย เพราะถูกหล่อหลอมและต้องการตกผลึกทางความคิด ก่อกำเนิดเป็นบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นมา


ชูนวัตกรรมใหม่ล้วนๆ
ไม่เน้นสินค้าตามกระแส
บอสผู้นำทัพ สาคร ได้กล่าวถึงการเซ็ตยุทธศาสตร์ ภายหลังจากการดรีมทีมลงตัวว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไป นั่นคือ การเฟ้นหาผลิตภัณฑ์หลักที่จะชักนำองค์กรก้าวสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้า ดี เน็ทเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นมา ภายใต้นวัตกรรมที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ข้อแรก คือ 1. เป็นนวัตกรรมสินค้าใหม่ 2. นวัตกรรมด้านการตลาดหรือแผนการตลาด ภายใต้นโยบาย 6 ข้อดังนี้คือ


1. การเลือกเฟ้นสินค้าต้องมีนวัตกรรม 2 . ต้องเห็นผลลัพธ์ บางครั้งนวัตกรรมดี แต่ว่าไม่มีผลลัพธ์ไม่ได้ เพราะว่าตลาดขายตรงในประเทศไทย สินค้าต้องตอบโจทย์ทันที คือทานแล้วเห็นผลเพียงไม่กี่วัน แต่หลาย ๆ เดือนคงจะไม่ได้ 3. เมื่อขายดีแล้วลิขสิทธิ์ต้องเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เพื่อเอื้อให้นักธุรกิจของเราตลอดไป และไม่ทำให้แบรนด์เสียหายหรือเสียไปให้คนอื่น 4. ที่สำคัญสินค้าต้องเบาด้วย เพราะจะสะดวกต่อการขนส่ง 5. นั่นคือ เรื่องของราคา ต้องเอื้อกับลูกค้า สินค้าดีต้องราคาไม่แพง 6. นวัตกรรมต้องรองรับตลาดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคต เป็นนวัตกรรมที่จะแข่งกับคู่แข่งในตลาดอาเซียนที่จะเข้ามาได้


ถามว่า ทำไมต้องเน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรม เพราะว่าเรามองสินค้าในธุรกิจเครือข่ายมีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ที่บริษัทไม่มุ่งเน้นทำ นั่นคือ สินค้าทั่ว ๆ ไป เพราะเราต้องทำแข่งกับขายปลีก และต้องทำแข่งกับขายตรงด้วยกัน มันก็จะเหนื่อย สินค้ากลุ่มที่ 2 ก็คือ สินค้าตามกระแส หากสินค้าตัวไหนขายดี เพียงแค่ก็อบปี้เพิ่มสูตรนิด ๆ หน่อย ๆ หากเขาเป็นจ้าวตลาด เราตามไม่ทันอยู่แล้ว


ดี เน็ทเวิร์ค จึงเลือกสินค้ากลุ่มที่ 3 นั่นคือ สินค้าที่นำกระแส เพื่อต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ ที่สำคัญต้องเป็นสินค้าที่ไม่มีในท้องตลาด ถึงจะเรียกว่า ดีมานด์สูงซัพพลายต่ำ นั่นถึงจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของท้องตลาดได้ ฉะนั้น ต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและ เลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ อัตลักษณ์ของ ดี เน็ทเวิร์ค บุคลิกของเราต้องเป็นเช่นนี้


เมื่อคิดโจทย์ได้ดังนี้ เราจึงวางแผนโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แต่ต้องบอกก่อนว่าการทำพีอาร์ผ่านสื่อเหมือนเป็นการรบทางอากาศ ซึ่งตอนนี้มีนักธุรกิจของเรากระจายสินค้าผ่านสื่อต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่ยังไม่เป็นตลาดแมส นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะนำสินค้าผ่านสื่อมากขึ้น จากเดิมที่เราใช้ระบบปากต่อปาก 1 ต่อ 1 เสมือนว่าเรารบบนบกอยู่แล้ว เมื่อเราใช้สื่อก็เป็นการรบในการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น


ภูมิสนอง กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นการเลือกเฟ้นสินค้าว่า ด้วยภาวการณ์ตอนนี้ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สินค้าเพื่อสุขภาพมีการเติบโตขึ้นทุกปีประมาณ 20% เค้กถูกแบ่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ครึ่งหนึ่งจากอาหารเสริม


และในยุคของอาหารเสริมแบ่งออกเป็น 3 ยุค นั่นคือ ยุคที่ 1. เรียกว่ายุคของการฟื้นฟูเซลล์ ยุคนี้เป็นยุคประมาณปี 90 หรือว่า 200 ปีที่แล้ว ซึ่งสินค้าประเภทนี้ถือว่าเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ยุคที่ 2. เรียกว่า ลุคยัง คืออ่อนกว่าวัย เมื่อทานสินค้าแล้วดูอ่อนเยาว์ลง ส่วนยุคที่ 3. เรียกว่า ยุค feel young ที่แปลว่าความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกของเรากลับมา ไม่ใช่เพียงแค่หน้าตา คือทานสินค้าไปแล้วคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาวกลับมา นี่คือสเต็ปของอาหารเสริม ต้องบอกว่าเทรนด์ของเราอยู่ในยุคที่ 3 ฉะนั้น จะต้องทำการบ้านให้ดีและอย่างหนัก


ดังนั้น สินค้าที่เริ่มต้นก็จะเป็น โกเรจินส์ เป็นตัวแรกที่นำเข้ามาตีตลาดมีสรรพคุณอยู่ 7 อย่าง ซึ่งขณะนั้นโสมตลาดยังไม่ตาย เพราะมันเป็นราชาสมุนไพร เป็นนวัตกรรมที่นำเข้ามาจากเยอรมัน มีการผสมผสานระหว่างหยินและหยาง คือปกติถ้าทานหลายเม็ดจะร้อน แต่ตัวโกเรจินส์ไม่เป็นไร ตัวนี้จะขายดีมาก เพราะว่าโสมปลูกที่เกาหลี แต่ได้นวัตกรรมจากเยอรมัน แล้วนำมาประกอบที่บ้านเราที่มีส่วนผสม 7 อย่าง นี่ถือว่าเป็นสินค้าพระเอกของเรา ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่มีการผสมโสมหยินและหยางรวมกัน ที่เป็น 1 เดียวด้วย


และสินค้าอีกตัวหนึ่งที่เรากำลังโปรโมทหนัก นั่นก็คือ สินค้า ดี - เบลม (D-BARIME) หรือมาจากคำว่า Brain ที่แปลว่าสมอง บวกกับคำว่า Memory เอา 2 คำนี้มารวมกัน นั่นก็หมายความว่า สมองดีมาก ความจำดีมาก ซึ่งหากจะมองในส่วนของดีมานด์และซัพพลาย ตอนนี้ตลาดให้ความสนใจมากในเรื่องของสมอง ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยทำงาน หรือ วัยผู้ใหญ่ ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้


สิ่งที่สำคัญสินค้าตัวนี้มีงานวิจัยจากทางรัฐบาลอินเดีย มี CDRI ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าของรัฐบาลอินเดีย เป็นสินค้าระดับสากล CDRI ย่อมาจาก the Central Drug Research Institute เปรียบเสมือน องค์การเภสัชบ้านเรา เป็นองค์การส่วนกลางที่มีมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็มาทำวิจัยด้วย ดังนั้น เป้าหมายที่มีการนำสินค้าตัวนี้เข้ามา ก็คือ ต้องการที่จะพัฒนาไอคิว ความจำในการเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งเรามีการทดลองก่อนที่จะนำมาจำหน่าย ผลจากการเทสต์กับเด็ก พบว่ามีผลการเรียนที่ดีขึ้น บางคนที่เรียนได้เกรด 2 ก็ขยับเป็นเกรด 4 กันเกือบทุกวิชา เหตุผลเพราะการทานอาหารเสริมตัวนี้ และในวัยทำงานที่หลง ๆ ลืม ๆ เครียด ทำงานมาก พักผ่อนน้อย สินค้าตัวนี้จะทำให้ปลายประสาทผ่อนคลายสำหรับวัยทำงาน 1 วัน สามารถทานได้ 6 เม็ด หรือแม้กระทั่งคนที่อายุมากหรือความจำเสื่อม ก็สามารถฟื้นความจำกลับมาได้


นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่เป็นเยลลี่ กัมมี่ บรรจุสารอาหารที่เด็ก ๆ ไม่ชอบทานแคปซูลหรือเม็ด ก็ทำการผลิตในรูปแบบเยลลี่แทน สารอาหารอีกตัวหนึ่งจะเป็นอาหารเสริมในรูปแบบของลูกอมไว้สำหรับเคี้ยว สามารถซึมใต้ลิ้นได้ เพราะมีสารอาหารเข้มข้นสูงมาก และยังมีสินค้าอีกหลากหลายรายการที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิก ภายใต้สินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นจุดยืน


ส่วนตัวเลขความเคลื่อน ไหวกับอัตราการเติบโตของสมาชิก อุทัย กล่าวต่อว่า สมาชิกให้การตอบรับที่ดีมาก ตอนนี้มีการสมัครประมาณ 40,000 สมัคร 1 คน 1 รหัส ซึ่งจะเป็นครอบครัว สามี - ภรรยาได้ก็นับเป็นรหัสเดียว เพราะธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจของครอบครัว โดย 1 รหัสสามารถทำงานได้ทั่วโลก ด้วยศักยภาพแผนการตลาดของเรา สามารถทำธุรกิจแบบ ONE CODE ONE WORLD ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ


นอกจากการสร้างนวัต กรรมใหม่ในส่วนของผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มาอยู่กับเราจะต้องสำเร็จได้ จึงมีการสร้างความสำเร็จด้วยระบบหลักสูตร สร้างคนรุ่นใหม่ ซึ่งตอนนี้เรามีทั้งหมด 28 หลักสูตร ถือว่าไม่เยอะ หลังสัมผัสหลักสูตรเครือข่ายมานานกว่า 22 ปี ความรู้ในธุรกิจเครือข่ายยังต้องศึกษาอีกเยอะ จึงอยากให้คนที่เข้ามาอยู่กับเราแล้วมีความรู้ ซึ่งความรู้นี่สำคัญมาก เราต้องการให้คนที่มั่นใจในอาชีพนี้ เพราะยิ่งถ้ามีความรู้มากเท่าใด ก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะเห็นว่าธุรกิจนี้มีความสวยงาม


หลังจากที่เราใช้ระบบสร้างความสำเร็จ ทำให้วันนี้เราเห็นชัดเจนสำหรับสมาชิกที่สำเร็จมีรายได้ร่วม ๆ หลักแสนขึ้นไป มีกว่า 20 รหัส ที่สำคัญยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสหรือทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนมีมากถึง 60% เลยทีเดียว ฉะนั้น คนรุ่นเก่าที่ตามมาก็จะสำเร็จได้ง่าย


จริง ๆ แล้วเราต้องการจะเปิดโอกาสให้กับคนทุกรุ่น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ คือต้องการแก้ไขปัญหาที่หลายคนกังวลว่า สามารถทำธุรกิจเครือข่ายรวยได้จริงหรือ ก็จะมีคนหลาย ๆ คนที่ไม่มั่นใจ นี่คือการแก้โจทย์ที่เห็นภาพในส่วนนี้ และแผนการตลาดของเราต้องเอื้อและเป็นไปตามธรรมชาติด้วย จากนั้นก็จะซัพพอร์ตผ่านโปรโมชั่นต่าง ๆ แล้วเติมด้วยกลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ซึ่งเหมาะกับบุคลิกของคนไทย จึงสามารถทำตลาดให้ตรงกับความต้องการของคนไทยมากที่สุด


ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้เน้นย้ำเรื่องนี้เหมือนกับหลาย ๆ บริษัท เพราะโดยธรรมชาติการท่องเที่ยวต้องล้อไปกับอาชีพเครือข่ายอยู่แล้ว เนื่องจากคนที่ทำเครือข่ายบางคนชอบท่องเที่ยว เพราะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวฟรี ที่ผ่านมาเราได้ท่องเที่ยวไปแล้ว 3 ประเทศด้วยกัน คือ 1. ฮ่องกง มาเก๊า 2. มาเลเซีย 3. เวียดนาม และเร็ว ๆ นี้จะไปเที่ยวที่คุนหมิงประเทศจีน ส่วนปลายเดือนพฤศจิกายนจะไปแถบทวีปยุโรป อาทิ อิตาลี ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งการทำงานเพียงแค่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก แล้วก็ทำผลงานตามที่บริษัทกำหนด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ยาก ขณะนี้มีสมาชิกที่พิชิตโปรโมชั่นคุนหมิงกว่า 60 คน ส่วนโปรโมชั่นไปยุโรปก็มีประมาณ 10 ท่าน และที่สำคัญยังสามารถเก็บคะแนนลุ้นรางวัลท่องเที่ยวได้อย่างไม่มีลิมิต


ล่าสุด บริษัทได้จัดงานรวมพลรวมพลังจากผู้นำทั่วประเทศรวมกัน 100 กว่าท่าน เพื่อจะทำธุรกิจในเชิงรุก รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ท่าน การจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นการจัดนอกสถานที่ โดยปกติจะจัดที่บริษัทกลุ่มย่อย 100 -150 คน แต่การจัดครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานใหญ่สุดเป็นครั้งแรกที่เปิดหลักสูตร Power leader ณ ศูนย์วิจัยสถาบันจุฬาภรณ์ ถือเป็นการรวมผู้นำ เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโต พลังคนคือจุดสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ


ขณะนี้ฐานผู้นำเรากระจายอยู่ทุกภาคทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ ใต้ และกลาง มีทั้งผู้นำเก่าและใหม่ที่เข้าสู่ธุรกิจก็สำเร็จระดับหนึ่ง มีรายได้จากหลักหมื่นสู่หลักแสนบาท ฉะนั้น การจัดหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการสร้างแรงบันดาลใจกับนักธุรกิจที่เป็นแกนนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อกระจายข่าวสารต่าง ๆ ออกไป


รวมถึงการเปิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อีก 1 ตัว นั่นคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงสายตา ซึ่งเราได้เชิญตัวแทนจากต่างประเทศชาวแคนนาดา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ D contact ซึ่งมีศูนย์วิจัยตั้งอยู่ในหลายประเทศด้วยกัน อาทิ ฝรั่งเศส, แคนนาดา, สวิตเซอร์แลนด์, และ ไต้หวัน นี่คือ 4 สาขาศูนย์วิจัยของไต้หวัน เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงกระจกตา สายตาสั้น และสายตายาว เป้าหมายสิ้นปี 30,000 กล่องขึ้นไป พ่วงด้วยกลยุทธ์การบุกตลาดวิทยุชุมชน เพื่อต้องการกระจายข่าวสาร ตอนนี้มี 500 สถานีที่ตอบรับกลับมา


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network World Wide) ฟุ้งครึ่งแรกโต 200% ดึงกูรูช่วยสร้างภาพสินค้าตั้ง "ดี เบรม (D Braime)" เป็นหอก


ดี เน็ทเวิร์ค ฟุ้ง 6 เดือนแรก เติบโต 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา วางแผนครึ่งปีหลัง อัดสินค้าเพิ่มวางตลาดอีก 40 รายการ มีทั้งสินค้าไทยและสินค้าอิมพอร์ตจากต่างประเทศ เน้น ดี เบลม สินค้าเสริมอาหารเกี่ยวกับการทำงานของสมอง จัดงาน สัมมนา วิชาการโครงการเสริมสร้างสมองดีด้วย ดี เบลม ดึงกูรูร่วมสร้างภาพลักษณ์สินค้า ตั้งตัวเป็นแบรนด์ด้านสมอง


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ทางบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรก ของปี 2555 ดี เน็ทเวิร์คมีการเติบโตขึ้นถึง 200 เปอร์เซ็นต์เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา


การที่ ดี เน็ทเวิร์คได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก สืบเนื่องมาจากสินค้าของเรา ได้รับการยอมรับจากสมาชิกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีความโดดเด่น เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย ในปัจจุบันคนตื่นเต้นกับสินค้าของเราเป็นอย่างมาก ปัจจัยต่อมาคือ ระบบการพัฒนาฝึกอบรมของบริษัท คือ ระบบ D Network System ที่มีความเข้มข้น ทำให้เราสร้างผู้นำได้จำนวนมาก นี่ถือเป็น 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้เราเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าว ต่อไปว่า สำหรับกลยุทธ์ในช่วง 6 เดือนหลังนั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะทำการเปิดตัวสินค้าเพิ่มอีก 40 รายการ ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์จากเมืองไทยและผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่นำเข้าจากต่างประเทศ


ตอนนี้เราได้ทำการเจรจากับทางซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ เราคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีเราจะทำการเปิดสินค้าไทยราว 35 รายการ ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในกลุ่มเพอร์ซันนอล แคร์ และสินค้าจากต่างประเทศอีกราว 14 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ากลุ่มเสริม อาหารและสกิน แคร์


นอกจากนี้ ทางบริษัทได้โหมหนักในการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม โดยมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรม ตามโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ทาง ดี เน็ทเวิร์ค มีการจัด สัมมนาวิชาการโครงการเสริมสร้างสมองดีด้วย ดี เบลม โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการเสริมสร้างความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม แก่นักวิชาการระดับประเทศและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองโดยเฉพาะ


เรามีการเชิญนักวิชาการกว่า 400 คน เข้ามาฟังเนื้อหาทางวิชาการของผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม โดยวิทยากร เป็นผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ดี เบลม บินตรง จากอินเดียมาบรรยายให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา


คนที่เข้ามาฟังก็เป็นนักวิชาการระดับประเทศ มีทั้งแพทย์ นักวิจัย นักธุรกิจ เภสัชกร ต่างให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม เราคาดหวังว่าผู้ที่เข้า ร่วมสัมมนาในครั้งนี้ จะนำเอาสินค้าดีๆ อย่าง ดี เบลม ไปแนะนำต่อ หากกลุ่มคน ที่เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักวิชาการ ระดับประเทศนำไปบอกต่อ จะทำให้ผู้คนเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ดูแลสมองดี เบลมเป็นอย่างมาก แล้วจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับประเทศ


สาคร กล่าวต่อไปว่า ตลาดสมอง ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และคนมีปัญหาด้านสมองก็มีทุกเพศทุกวัย ดี เบลม จึงเป็น ผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องสมอง ได้เป็นอย่างดี และสามารถเจาะได้ทุกกลุ่ม เป้าหมาย ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มผู้บริหารสถาบันการศึกษา ผู้มีความรู้ระดับดอกเตอร์ เข้ามาเป็นสมาชิกและนำผลิตภัณฑ์ ดี เบลม ไปเผยแพร่


ในปัจจุบันยอดขายดี เบลมเติบโตเป็นเท่าตัวจากเดิมที่มียอดขายเดือนละ 5,000 กล่อง ถีบตัวสูงขึ้นเป็นเดือนละ 10,000 กล่องแล้วในปัจจุบัน และกระแสตอบรับยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง ผลตอบรับ ดีมาก


นอกจากนี้ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการจัดตั้งหลักสูตรการอบรมขึ้นมาใหม่อีก 1 หลักสูตร คือ หลักสูตร นวัตกรรม กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเริ่มจัดสัมมนาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม เป็นต้นไป ซึ่งสัมมนาดังกล่าวจะเป็นการเจาะลึกใน เรื่องสินค้าขายดี 6 รายการของ ดี เน็ทเวิร์คว่าแต่ละสินค้ามีจุดเด่นอะไรบ้าง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012 ถึง10-8-2012

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network) : เยือนบ้านหลังสวย คุณ รณกฤษ สมจิต (เฮียหมู) และ คุณ พิมพ์วิไล ภาต่อมวงค์ (ซ้อน้อง)


หมู่บ้านวราบดินทร์ตั้งอยู่.ลำลูกกา.ปทุมธานีวันนี้ทีมงานเยือนบ้านนักขายขนกล้องแบกขาแบกไฟมาไกลถึงปทุมธานีเพื่อมาเยือนบ้านนักขายคนเก่งหลังงามภายหลังจากทั้งคู่ได้เดินทางมาพบรักพบกับความร่ำรวยไม่รู้จบที่แห่งนี้ดีเน็ตเวิร์ค

...รณกฤษสมจิต(เฮียหมู)และพิมพ์วิไลภาต่อมวงค์(ซ้อน้อง)สองสามี - ภรรยา ที่เชื่อมั่นในอาชีพขายตรงที่ทำมาโดยตลอด ก็มีความฝันว่า สักวันหนึ่ง จะต้องวางอนาคตที่ดีไว้ให้ลูก ๆ จึงผันเปลี่ยนชีวิตจากคนที่เคยรับซื้อของเก่า กลายมาเป็นเศรษฐีตัวน้อย ๆ ในบัดดล

พอย่างเข้าภายในรั้วบ้าน กวาดสายตามองดูรอบ ๆ คาดว่าจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 30 ตารางวา หากนับรวมทรัพย์สินพร้อมตกแต่งแล้วมูลค่าบ้านหลังนี้ราคาพุ่งกว่า 3 ล้านเศษ

...เมื่อเดินย่างเข้าไปในบริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ก็สัมผัสกับสวนเล็ก ๆ ที่มีการจัดวางอย่างลงตัว มีโต๊ะวางไว้สำหรับนั่งเล่น หรือนั่งทานข้าว เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศออกมานั่งทานข้าวยามเย็น ยามลมพัดหวิวกิ่งไม้ไหว รู้สึกเหมือนได้สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติอย่างเต็มปอดกับต้นไม้ที่ร่มรื่น ถือเป็นมุมส่วนตัวอีกมุมหนึ่งก็ว่าได้ ส่วนบริเวณข้างบ้านยังประดับประดาไปด้วยสวนหย่อมและน้ำตกเล็ก ๆ ให้มองอย่างชื่นใจและสบายตา โดยสวนถูกเนรมิตในสไตล์โมเดิร์น มีปลาคาร์พ ปลาที่ลูกชายสุดรักของทั้งคู่ เลี้ยงเอาไว้ดูเล่น เพื่อความสวยงาม...

เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้าน...ทุกจุด ทุกมุม ก็บ่งบอกถึงบุคลิกและนิสัยของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี...เพราะสไตล์ภรรยาเรียบง่าย และซ่อนความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้ในตัว...โทนสีของบ้านจึงถูกทาไว้ด้วยสีสบายตา...บ้านหลังนี้จึงดูโปร่งโล่งสบาย และน่าอยู่...เหลือบมองไปเห็นการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ที่แมทซ์กับผ้าม่านโทนสีน้ำตาล ดูแล้วเรียบง่ายสไตล์ไทย ๆ เพราะมีแม่บ้านอย่าง พิมพ์วิไล ที่ค่อยเป็นผู้กำกับและออกแบบสไตล์การตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ก็มองเห็นวิวสวนเล็ก ๆ น้ำตกน้อย ๆ ที่มองลอดไปที่ริมรั้วบ้านได้

ส่วนพ่อบ้านอย่างรณกฤษก็ทำหน้าที่ออกแบบและลงมือจัดสวนเอง ฉะนั้น ทุกซอกทุกมุม จึงมีการแบ่งแยก และจัดเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว ครัว ห้องรับแขก ห้องน้ำ...ที่พิเศษไปกว่านั้น แม่บ้านพิมพ์วิไลได้ลงมือการทำอาหารที่มีฝีมือเหนือชั้น คอยผูกใจสามีและลูก ๆ กลับมาทานอาหารที่บ้านทุกมื้อ ทั้งยามเช้า - ค่ำ...

...ก้าวขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 ห้องนอน ห้องน้ำ ถูกแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน โดยเฉพาะห้องนอนของลูกชายทั้ง 2 ถูกจัดสรรตกแต่งเป็นพิเศษ สไตล์เด็ก ๆ น่ารักๆ แล้วแยกส่วนห้องพระไว้นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม พักผ่อนยามคลายเครียด เพื่อให้จิตใจเราสบายขึ้น ส่วนห้องนอนของ 2 คน ตกแต่งสไตล์ไทย ๆ ตามความชอบ...เมื่อห้องทุกห้องถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัวบ้านที่เราใช้อาศัยตลอดชีวิต ก็จะกลายเป็นบ้านที่น่าอยู่...ทุกครั้งที่หมดภารกิจประจำวัน บ้านหลังนี้ก็พร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคน เข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หากย้อนไปในอดีตรณกฤษและพิมพ์วิไล... 2 ผู้ยิ่งใหญ่ มักจะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเสมอ และไม่เคยพลาดที่จะสัมผัสกับผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ ยิ่งมาเจอดีเน็ทเวิร์คยิ่งสตาร์ทเครื่องปร๋อ เพราะเจอ 3 สิงห์ผู้ก่อตั้ง นักสู้ผู้ไม่ย่อท้อต่อปัญหา ก็เท่ากับเป็นการเสริมภูมิปัญญา คว้าโอกาสความสำเร็จได้โดยง่าย เพราะเพียงตัดสินใจและลงมือทำ แค่นี้ก็สำเร็จ ภายใต้รอบรั้วดีเน็ทเวิร์ค

จากบัดนั้น จนถึงบัดนี้...ระยะเวลาเพียงแค่ 5 เดือน ก็ส่งทั้งคู่ขึ้นสู่สวรรค์แห่งความสำเร็จ สามารถซื้อบ้านได้ 1 หลัง รถ camry ป้ายแดง 1 คัน...เท่านี้ก็สุขสมรื่นรมอุราแล้วในวันนี้

สิ่งที่สามารถตอบโจทย์การเติมเต็มให้กับชีวิตได้...อยู่ที่การไขว่คว้าโอกาสเพราะนี่คือสิ่งที่สามารถเติมเต็มให้กับชีวิตเราได้ดีที่สุด...ภายใต้ธุรกิจเครือข่ายดีเน็ทเวิร์คแห่งนี้

...เป้าหมายของทั้งคู่ จึงไม่ได้ถูกวางเป็นเป้าเล็กอย่างแน่นอน เพราะการจะเข็นให้ทีมงานสำเร็จตามความฝัน มันก็ยากเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่กลับกลายไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา 2 คน เพราะทั้งคู่พึงรำลึกเสมอว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากคน 2 คน แต่มาจากทีมงานที่แข็งแกร่งต่างหาก นั่นคือคำตอบที่ถูกที่สุด
ฉะนั้น ภายใต้ทีมงานใต้ล่าง เราจะสำเร็จแค่คน 2 คน ไม่ได้...จำเป็นต้องดึงความสำเร็จแล้วก้าวไปสู่อนาคตความยิ่งใหญ่พร้อม ๆ กัน นี่คือ ความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าของคนทั้งคู่ ท้ายสุดนี้รณกฤษและพิมพ์วิไลฝากคำทิ้งท้ายสวย ๆ ไว้ให้คิด... วันนี้หากใครอยากทำธุรกิจน้ำดีของไทย เชิญมาที่บริษัทดีเน็ทเวิร์คจำกัดเพราะแต่ก่อนเรารีไซเคิลขยะ

แต่ตอนนี้เราหันมารีไซเคิลคนให้มีรายได้ ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ว่าคุณจะล้มเหลวจากที่ไหน เราทั้งคู่ก็พร้อมช่วยเหลือ เพราะเรา 2 คนชอบทำบุญ ขอแค่ให้ท่านเปิดใจ เข้ามาเรียนรู้ เข้ามาศึกษา บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขยันและลงมือทำ ก็จะประสบความสำเร็จได้ ณ ตรงจุดนี้...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่325 ประจำวันที่1- 15 สิงหาคม 2555