ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อย. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อย. แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

อย. ยกเครื่องงานด้านสินค้าสุขภาพ ลดขั้นตอนตรวจสอบรับนโยบาย รมว.สธ.







news_img_475383_1 (Mobile)


อย. เดินหน้าผลักดันนโยบาย "น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์" รมว.สธ. ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หวังประชาชนได้รับความปลอดภัยจากการบริโภค สินค้า เปิดแนวรุกเน้นการดำเนินงานที่มีคุณภาพ รวดเร็ว โปร่งใสตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตการ ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ และขั้นตอนการขออนุญาต มีการกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ปรับปรุงกฎระเบียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค และผู้ประกอบการ พร้อมจัดทำประกาศการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในขณะเดียวกันยังคง เคร่งในเรื่องการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคด้าน ผลิตภัณฑ์สุขภาพ


น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายการดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค และเยี่ยมชมการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) ทั้งในส่วนของศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ และศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ


โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายในการพัฒนากระทรวงสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยลดขั้นตอนการทำงาน ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนให้เสริมสร้างธรรมาภิบาล รวมทั้งความโปร่งใสในระบบงาน จัดให้มีระบบข้อมูลเพื่อเผยแพร่แก่ประชาชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ได้รับรู้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง มีจิตสำนึกในการยึดถือบริการประชาชนเป็นหลัก


น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวต่อว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย. ได้ตอบสนองโดยนำมาปรับกระบวนการดำเนินงาน ทั้งในเรื่องปรับวิธีการทำงานให้รวดเร็วขึ้น และการสร้างความมั่นใจ ในเรื่องของความโปร่งใส


ทั้งนี้ อย.ได้จัดทำยุทธศาสตร์การปรับ เปลี่ยนการดำเนินงานจากเดิมใหม่ มุ่งหวังให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ และความปลอดภัย พร้อมกับส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่าย เช่น อาหาร OTOP ให้มีคุณภาพมาตรฐาน Primary GMP เน้นรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดดุลพินิจ The right to say "NO" ในการพิจารณาคำขออนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยต้องปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตามคู่มือวิธีขั้นตอนการขอ อนุญาตขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ (SOP) หากพิจารณาอนุญาตสามารถดำเนินการได้ เลย แต่หากพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เสนอ รองเลขาธิการฯ อย. เพื่อพิจารณาในการไม่อนุญาต


พร้อมกันนี้ อย. ยังได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง "การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดีŽ โดยจัดทำคู่มือสำหรับ ประชาชน เกี่ยวกับการขออนุญาตการจดแจ้งการขึ้นทะเบียน การรับพิจารณาเอกสาร การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารกับผู้ยื่นขอการพิจารณาเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด การแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดเวลา และการแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จตามเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเร็ว ที่สำคัญสามารถตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้


เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายถึง การปฏิบัติงานอย่างโปร่งใสว่า การดำเนินงานการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ เจ้าหน้าที่ อย. ทำงานด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน จนทำให้ อย. ได้รับรางวัลการจัดทำ และประเมินมาตรฐานความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ 3 ปีซ้อน (พ.ศ.2554-2556)


นอกจากนี้ อย.ยังได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่ผ่านการประเมินดัชนีความโปร่งใสของหน่วยงานของรัฐประจำปี 2554 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)


ในส่วนของการคุ้มครองความปลอดภัย ของผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. มิได้ละเลย ยังคงมุ่งมั่นการพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เพิ่มช่องทางใหม่ให้ผู้บริโภคเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Oryor Smart Application อีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากช่อง ทางอื่นๆ ที่ อย.มี ขณะนี้ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลด Oryor Smart Application ได้ฟรี โดยระบบ IOS เข้าไปที่ App store หรือระบบ Android ให้เข้าไปที่ Play store แล้วค้นหาคำว่า "ORYOR" เลือกและติดตั้งได้ทันที เพื่อติดตามความรู้ข้อมูลข่าว สารและการร้องเรียน ดังนั้น ขอให้ผู้บริโภค และผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของ อย.ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อย. ไล่ทุบสินค้าสุขภาพขี้โม้ ขู่! ใครผิดซ้ำซากเพิ่มโทษทวีคูณ







อย (Mobile)


อย. เผย โฆษณาสินค้าสุขภาพอวดอ้าง โม้สรรพคุณยังระบาดหนักทางสื่อต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ชี้ ก.พ.ที่ผ่านมา สรุปตัวเลขดำเนินคดีผู้กระทำผิด รวม 105 ราย เงินค่าปรับรวมกว่า 9 แสน บาท พร้อมเตือนผู้ประกอบการ หากกระทำผิดซ้ำซากจะได้รับโทษทวีคูณ สำหรับผู้บริโภคหากพบเบาะแสการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งที่ อย.หรือ สำนักงานสาธารณ-สุขจังหวัด หวังล้างบางจอมโม้ให้สิ้น


ภ.ญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความ ผิดตามพระราชบัญญัติต่างๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ได้แก่ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 จำนวน 53 ราย พระ-ราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 จำนวน 41 ราย พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 จำนวน 6 ราย พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 จำนวน 4 ราย และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 จำนวน 1 ราย รวมทั้งสิ้น 105 ราย คิดเป็นมูลค่า 959,800 บาท


รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า จาก การดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอาหาร ได้ เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดในกรณีต่างๆ เช่น กรณีอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ พบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์-กาโนคลอรีนในส้มสด และกลุ่มไพรีทอยด์ในองุ่นสด ซึ่งมีคุณภาพมาตรฐานไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินคดีในข้อหานำเข้าเพื่อจำหน่ายอาหารผิดมาตรฐาน


นอกจากนี้ ยังพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ อาหาร ยาเครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ทางสื่อต่างๆ ได้แก่ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยพบโฆษณาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง และไม่ได้ขออนุญาตโฆษณา เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อ้างช่วยทำให้ ผอม ขาว และระบบ ขับถ่ายดี กระชับผิว บางผลิตภัณฑ์อ้างช่วย ปรับฮอร์โมนกระชับภายใน ฟื้นฟูสมอง ช่วย ให้ความจำดี ช่วยทำให้โรคเบาหวาน ภูมิแพ้ ดีขึ้น บรรเทาโรคมะเร็งปอด หอบหืด เนื้อ-งอกในมดลูก เป็นต้น ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตและเข้าข่ายหลอกลวงโอ้อวดเกินจริงทั้งสิ้น เพราะผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่ยา ไม่สามารถอวดอ้างรักษาโรคได้


ในส่วนของผลิตภัณฑ์ยา พบโฆษณาทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในลักษณะทำให้หายใจสะดวกขึ้น หลับลึกเสียงนอนกรนลดลง โดยมีผู้ดำเนินรายการและผู้ร่วม รายการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นการขายยาโดยแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จ มีการรับรองหรือ ยกย่องสรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น มีการโฆษณาสรรพคุณบำรุงหัวใจ ปอด สมอง และรักษาโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคตับ โรคไต เป็นต้น ซึ่งเป็นการขายยาโดยแสดงสรรพคุณ อันเป็นเท็จ เป็นการโฆษณาขายยาโดยแสดง สรรพคุณยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรืออาการของโรคที่ห้ามโฆษณา


อย่างไรก็ดี ยังพบการนำเข้ายาโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านนำเข้า พบการขายยาแผนปัจจุบันไม่ตรงตามประเภทใบอนุญาตโดยมียาอันตรายไว้เพื่อจำหน่าย อีกทั้งไม่จัดทำ บัญชีการซื้อและขายยา และขายยาอันตราย ในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่


ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พบการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิต-ภัณฑ์เครื่องสำอาง พบการโฆษณาโดยใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เช่น ช่วยปรับ สีผิวบริเวณหัวนมและปานนมที่ดำคล้ำ ทำให้ ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่นนุ่มเนียน แลดูเป็นสี ชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเนรมิตให้คุณ กลับมาสวยอย่างวัยแรกสาวได้อีกครั้ง อ้าง ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยที่สะสมตลอด 1 ปี ได้ภายในเวลา 6 สัปดาห์ เป็นต้น


อย. ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด อย่างต่อเนื่อง และหากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซากก็จะเพิ่มโทษทวีคูณ ทั้งนี้ขอแนะนำผู้บริโภคให้เลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ สุขภาพ อย่างปลอดภัย โดยอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งและอย่าหลงเชื่อการโฆษณาผลิต-ภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดเกินจริง อาหารไม่ใช่ยาจะต้องไม่โฆษณาในทางยา เช่น ต้องไม่อ้างรักษาโรค หรือลดความอ้วน ส่วนผลิตภัณฑ์ ยาต้องไม่โฆษณาว่าสามารถรักษาโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานอัมพฤกษ์ อัมพาต ให้หายขาด


ทั้งนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้อง ไม่โฆษณาว่าสามารถเปลี่ยนสีผิวให้ขาวกว่า ธรรมชาติ ไม่อวดอ้างรักษาสิว แก้ฝ้า และไม่โอ้อวดว่าสามารถขยายทรวงอกได้ ซึ่งหากพบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือพบการโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค ขอให้ร้องเรียนมายังสายด่วน อย. โทร. 1556 เพื่อ อย. จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รองเลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อย.คล้องแขน วช.เซ็น MOU หนุนสินค้าสุขภาพไทยแข่ง ตปท.







FB8EBA4540C34F8C86EDE0F6EE354A21 (Mobile)

 


อย. จับมือ วช. ลงนาม MOU ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถแข่งขันกับต่างชาติ เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้บริโภค อย. จับมือสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือในการพัฒนาและดำเนินงานยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการผลิตยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างครบวงจร หวังผลให้เกิดการส่งเสริมการ ศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยี เพื่อผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจรทั้งระบบ ย้ำประชาชนและประเทศ จะได้ประโยชน์ทั้งด้านความปลอดภัย การแข่งขันในธุรกิจยากับต่างชาติ และ สร้างรายได้ให้ประเทศ


น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา และศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพร จิตต์-มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัย แห่งชาติ แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กับสำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า


ตามที่ อย. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท สำคัญในการควบคุม กำกับ และติดตามยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการส่งเสริมการศึกษา วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อ ผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย จึงเล็งเห็นความสำคัญของระบบการวิจัยและพัฒนาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในทุกมิติ ทุกระดับ อย.จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแล และกำกับทิศทางงานวิจัยของชาติเพื่อ การพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อพัฒนาและดำเนินงานยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาด้านการผลิตยาและผลิตภัณฑ์ สุขภาพอย่างครบวงจรขึ้น


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ให้ทันต่อสถานการณ์โลกและความต้องการของประเทศ รวมทั้งเพื่อเสนอนโยบายยุทธศาสตร์และข้อมูลต่อฝ่ายบริหาร/รัฐบาล องค์การต่างๆ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเกิดการพัฒนา วิทยาการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องด้วย ตลอดจนเพื่อพัฒนาความร่วมมือแบบบูรณาการในการพัฒนาและดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาด้าน ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ ต่อไป


น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า การร่วมลงนามในบันทึก ข้อตกลงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ อย. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอุตสาหกรรมการผลิตยา อาหาร เครื่องมือ แพทย์ เครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ที่ผลิตขึ้นในประเทศ จะเกิดการวิจัยพัฒนาในเชิงลึก ทั้งด้านคุณสมบัติ ด้านคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิผล ตลอดถึงกระบวนการในการขึ้นทะเบียน การควบคุม กำกับ และติดตามก่อนและออกสู่ตลาด สามารถดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมและสัมฤทธิผล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และให้ประชาชน ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ที่สำคัญเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง อย.กับ วช. ซึ่งเป็นองค์กร ที่สนับสนุนและพัฒนาความสามารถของ ผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพด้วย


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

อย.ไล่หวดสินค้าสุขภาพ 61 ราย โฆษณาครอบจักรวาลแชมป์กระทำผิด







art_41902171 (Mobile)

 


อย. เชือดอีก 61 ราย สินค้า สุขภาพ เครื่องสำอางยังครอง แชมป์ อวดอ้างสรรพคุณโอเวอร์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ระบุข้อความ "white" ใต้ชื่อ ให้ผู้บริโภคเข้าใจ ผิดในสาระสำคัญของอาหาร พบโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อ้างช่วยยับยั้งการ สร้างเม็ดสีเมลานินที่ดำคล้ำ บ้าง อ้างเพิ่มขนาดหน้าอก อ้างสลาย ไขมัน อ้างลดคอเลสเตอรอล ไม่เสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน เป็นต้น โฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการรับรองยกย่อง สรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น รวม ค่าปรับเบาๆ กว่า 6 แสนบาท


ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติต่างๆ ในช่วงเดือนมกราคม 2556 ได้แก่ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 จำนวน 28 ราย พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 จำนวน 29 ราย พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2531 จำนวน 2 ราย และพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 จำนวน 2 ราย รวมทั้งสิ้น 61 ราย คิดเป็นมูลค่า 604,200 บาท


โดยรองเลขาธิการฯ กล่าวว่า จากการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอาหาร ได้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด ในกรณีต่างๆ ซึ่งพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ทางสื่อต่างๆ ได้แก่ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ที่มี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยโฆษณาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง และไม่ได้ขออนุญาตโฆษณา เช่น ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร โฆษณาในลักษณะอ้างว่าช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ดำคล้ำ ทำให้ผิวขาวเปล่งปลั่ง อ้างว่าช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก ยกกระชับ อวด อ้างลดความอ้วน ลดไขมัน กระชับสัดส่วน ลดคอเลสเตอรอลไม่เสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน เป็นต้น


อีกทั้งยังพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ไม่แสดงข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นประจำ" บางผลิตภัณฑ์มีการระบุคำว่า "white" ไว้ใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของ อาหารว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทำให้ผิวขาวได้ ซึ่งเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตและเข้าข่ายหลอกลวงโอ้อวดเกินจริงทั้งสิ้น เพราะผลิตภัณฑ์อาหารต้องไม่โฆษณาสรรพคุณในทางยาดังที่โฆษณา และในส่วนของผลิตภัณฑ์ยา โฆษณาในลักษณะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดสรรพคุณครอบจักรวาล และโฆษณาขายยาโดยมีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น


นอกจากนี้ ยังพบการขายยาอันตรายในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พบการโฆษณาร้อยไหมโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบข้อความ ร้อยไหม ยกกระชับ สวยสั่งได้ ถือเป็นการโฆษณา โดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โฆษณาโดยใช้ข้อความ ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เช่น อ้างช่วยลบเลือนฝ้า-จุดด่างดำ ลดริ้วรอยแห่งวัยที่สะสมตลอด 1 ปี ได้ภายในเวลา 6 สัปดาห์ เป็นต้น


กรณีอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ พบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาฟอสฟอรัสในบล็อกโคลี และกลุ่มคาร์บาเมตในผักกาดขาว ซึ่งมีคุณภาพมาตรฐานไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินคดีในข้อหานำเข้าเพื่อจำหน่ายอาหารผิดมาตรฐาน


อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชน อย่าได้ซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้ขออนุญาตจาก อย. ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และอย่าหลงเชื่อการโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองเงินทองโดยไม่ได้ผลตามที่โฆษณาอวดอ้าง มิหนำซ้ำยังอาจ ได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้น หรือเสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง


ทั้งนี้ อย. ได้มีการดำเนินคดีเปรียบ เทียบปรับผู้กระทำผิดตามพระราช-บัญญัติต่างๆ ในความรับผิดชอบของ อย.เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้กระทำผิดพร้อมรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th คลิก "ผลการดำเนินคดี" เพื่อเป็นข้อมูลในการเฝ้าระวัง และหากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ต้องขออนุญาตจาก อย. แต่ไม่ขออนุญาต หรือพบการโฆษณาหลอกลวง ผู้บริโภคขอให้ร้องเรียนมายังสายด่วน อย. โทร.1556 เพื่อ อย. จะได้ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

อย.จับมือตำรวจบุกจับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม เตือนหากกระทำผิดอีกพร้อมดำเนินคดีอย่างเข้มงวด









อย. ร่วมกับ ตำรวจ บก.ปคบ. บุกทลายสถานที่เก็บผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม ย่านปากเกร็ด และลาดพร้าว พบของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม พร้อมดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอม หลังรับเรื่องร้องเรียน อย. ได้ประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ดำเนินการสืบสวนโดยทำการล่อซื้อผลิตภัณฑ์ และได้นัดหมายสถานที่ส่งของ ซึ่งผู้ส่งของได้นำส่งสินค้าตามสถานที่ที่ได้นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนทราบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีสถานที่เก็บสินค้าจำนวน 2 แห่งด้วยกัน


ดังนั้น อย. และ ตำรวจ บก.ปคบ. จึงเข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านนนท์ทิวาการ์เด้น เลขที่ 72/75 ซอย 3 ย่านปากเกร็ด และบ้านเลขที่ 6 แยก 1-4 โชคชัย 36 ย่านลาดพร้าว จากการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำเร็จรูปจำนวนหนึ่ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รอบรรจุกล่อง และกล่องเปล่าสำหรับบรรจุผลิต ภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมด และดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดในข้อหา ขายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท


โดยทางด้านเลขาธิการ ฯ อย. ยังได้กล่าวอีกว่า ขอเตือนผู้ประกอบการทุกราย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะได้รับอนุญาตจาก อย. แล้วก็ตาม ก็ต้องผลิตให้ตรงตามที่ขออนุญาตด้วย การเติมยาแผนปัจจุบันหรือสารห้ามใช้ก็มีความผิดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การแสดงเครื่องหมาย อย. บนฉลาก ต้องขออนุญาตให้เรียบร้อยก่อน อย่าได้ปลอมเลขทะเบียนหรือเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นเป็นอันขาด


ซึ่งหากตรวจพบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอเตือนผู้บริโภค อย่าได้หลงเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเป็นยารักษาโรคต่าง ๆ เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่มีสรรพคุณในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรคใดๆ นอกจาก จะต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เสียโอกาสในการรักษาโรคที่ถูกวิธีอีกด้วย จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการเลือกซื้อ หากไม่แน่ใจ หรือพบเห็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย หรือพบเห็นการโฆษณาเกินจริงหลอกลวงผู้บริโภค เช่น อ้างสรรพคุณอาหารว่า สามารถรักษาโรค/ลดความอ้วน


มีฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน ไม่มีภาษาไทย และคาดว่าจะผิดกฎหมาย ขอให้ร้องเรียนที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 ทันที




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อย.เผาจริงสินค้าสุขภาพเถื่อนชั่งน้ำหนักรวม 3 หมื่นกก.มูลค่ากว่า 200 ล้าน


ปิดฉากอาหารปลอม ยาเถื่อน เครื่องสำอางอันตราย เครื่องมือแพทย์ผิดกฎหมาย 4 พ.ค.55 ฤกษ์ดี เผาและบดทำลาย ผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางผิดกฎหมาย ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ของกลางที่เผาทำลายน้ำหนักประมาณ 30,733 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 221 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้นำยาซูโดอีเฟดรีนกว่า 200 กิโลกรัม 

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุข มอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติงานเชิงรุกร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ซึ่งนำทีมโดย พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. ในการกวาดล้างผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, ยา เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ โดยในรอบปีที่ผ่านมาสามารถจับกุม ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้จำหน่าย ที่กระทำผิดจำนวนกว่า 42 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1,500 รายการ น้ำหนักประมาณ 17,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 180 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีของกลางที่ได้มาจาก การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย. ในการเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ออกสู่ท้องตลาด และคดีขายและครอบครองวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน ได้ของกลางน้ำหนักประมาณ 13,733 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อขจัดผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคให้หมดสิ้นไป จึงจัดให้มีการทำลายผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางในวันนี้ ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมมูลค่าของกลางที่นำมาเผาและบดทำลายทั้งสิ้นกว่า 221 ล้านบาท น้ำหนักรวม 30,733 กิโลกรัม 

สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางที่นำมาทำลาย แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 

ยา : จำนวนของกลาง 1,085 รายการ 264 คดี น้ำหนัก 8,000 กิโลกรัม มูลค่า 10 ล้านบาท อาหาร : จำนวนของกลาง 21 รายการ 9 คดี น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่า 1 ล้านบาท เครื่องสำอาง : จำนวนของกลาง 256 รายการ 12 คดี น้ำหนัก 5,000 กิโลกรัม มูลค่า 20 ล้านบาท เครื่องมือแพทย์ : จำนวนของกลาง 14 รายการ น้ำหนัก 40 กิโลกรัม มูลค่า 70,000 บาท คดีรวมทั้ง อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ที่ ศปป. อย. ดำเนินการจับกุมร่วมกับ บก.ปคบ.จำนวนของกลาง 1,500 รายการ 42 คดี น้ำหนัก 17,000 กิโลกรัม มูลค่า 180 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างคดีสำคัญที่สิ้นสุดและศาลมีคำพิพากษาเปรียบเทียบปรับและจำคุก จากการจับกุมของ อย.และ บก.ปคบ. เช่น คดีจับกุมแหล่งเก็บเครื่องมือแพทย์ ยา เครื่องสำอาง ผิดกฎหมาย ย่านบางกะปิ ยึดของกลางมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท, คดีจับกุม “พงศ์ศักดิ์คลินิก” สำนักงานใหญ่ จ.ระยอง สาขาห้วยขวาง และอนุสาวรีย์ชัย พบยาฉีดเสริมความงาม ผิดกฎหมาย ยึดของกลางมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท, คดีจับกุมโรงงานลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายยาปลอมรายใหญ่ ย่าน บางแคและมีนบุรี พบยาทำแท้ง กว่าแสน เม็ด และยาผิดกฎหมายจำนวนมาก ยึดของกลางมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท และคดี จับกุมแหล่งจำหน่ายและเก็บเครื่องสำอาง ผสมสารห้ามใช้ ย่านมีนบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เป็นต้น รวมถึงคดี เกี่ยวกับการจับกุมเว็บไซต์ผิดกฎหมายหลากหลายเว็บไซต์ ที่โฆษณาจำหน่ายยา วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ไม่ได้ขออนุญาต อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงต่างๆ เช่น ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยรักษาโรคร้ายสารพัดโรค ช่วยทำให้ผิวขาว ใส ช่วยในการลดน้ำหนัก ที่สำคัญยังจับกุม เว็บไซต์ที่โฆษณาจำหน่ายยาฉีดเสริมความ งามผิดกฎหมาย เช่น ยาฉีดกลูตาไธโอน ยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ พร้อมโฆษณา รับบริการฉีดยาต่างๆ เหล่านี้ โดยผู้ฉีดมีทั้งที่เป็นแพทย์และไม่ใช่แพทย์ อีกทั้งยังได้นำของกลางที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ เช่น ที่นอนแม่เหล็ก, ผ้าห่มโปรตอน, ผ้าห่ม ไฟฟ้า, โคมไฟอินฟราเรด ร่วมทำลายด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบ ให้ อย.สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. สืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพมาดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เพื่อให้ประชาชน ผู้บริโภคไม่ตกเป็นเหยื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ไม่ได้มาตรฐาน 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง   ฉบับที่ 1300 ประจำวันที่ 16-5-2012  ถึง 18-5-2012      

อย.เผาจริงสินค้าสุขภาพเถื่อนชั่งน้ำหนักรวม 3 หมื่นกก.มูลค่ากว่า 200 ล้าน


ปิดฉากอาหารปลอม ยาเถื่อน เครื่องสำอางอันตราย เครื่องมือแพทย์ผิดกฎหมาย 4 พ.ค.55 ฤกษ์ดี เผาและบดทำลาย ผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางผิดกฎหมาย ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ของกลางที่เผาทำลายน้ำหนักประมาณ 30,733 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 221 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้นำยาซูโดอีเฟดรีนกว่า 200 กิโลกรัม 

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุข มอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติงานเชิงรุกร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ซึ่งนำทีมโดย พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ. ในการกวาดล้างผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, ยา เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ โดยในรอบปีที่ผ่านมาสามารถจับกุม ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้จำหน่าย ที่กระทำผิดจำนวนกว่า 42 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1,500 รายการ น้ำหนักประมาณ 17,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 180 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีของกลางที่ได้มาจาก การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย. ในการเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ออกสู่ท้องตลาด และคดีขายและครอบครองวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน ได้ของกลางน้ำหนักประมาณ 13,733 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อขจัดผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคให้หมดสิ้นไป จึงจัดให้มีการทำลายผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางในวันนี้ ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมมูลค่าของกลางที่นำมาเผาและบดทำลายทั้งสิ้นกว่า 221 ล้านบาท น้ำหนักรวม 30,733 กิโลกรัม 

สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลางที่นำมาทำลาย แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 

ยา : จำนวนของกลาง 1,085 รายการ 264 คดี น้ำหนัก 8,000 กิโลกรัม มูลค่า 10 ล้านบาท อาหาร : จำนวนของกลาง 21 รายการ 9 คดี น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่า 1 ล้านบาท เครื่องสำอาง : จำนวนของกลาง 256 รายการ 12 คดี น้ำหนัก 5,000 กิโลกรัม มูลค่า 20 ล้านบาท เครื่องมือแพทย์ : จำนวนของกลาง 14 รายการ น้ำหนัก 40 กิโลกรัม มูลค่า 70,000 บาท คดีรวมทั้ง อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ที่ ศปป. อย. ดำเนินการจับกุมร่วมกับ บก.ปคบ.จำนวนของกลาง 1,500 รายการ 42 คดี น้ำหนัก 17,000 กิโลกรัม มูลค่า 180 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างคดีสำคัญที่สิ้นสุดและศาลมีคำพิพากษาเปรียบเทียบปรับและจำคุก จากการจับกุมของ อย.และ บก.ปคบ. เช่น คดีจับกุมแหล่งเก็บเครื่องมือแพทย์ ยา เครื่องสำอาง ผิดกฎหมาย ย่านบางกะปิ ยึดของกลางมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท, คดีจับกุม “พงศ์ศักดิ์คลินิก” สำนักงานใหญ่ จ.ระยอง สาขาห้วยขวาง และอนุสาวรีย์ชัย พบยาฉีดเสริมความงาม ผิดกฎหมาย ยึดของกลางมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท, คดีจับกุมโรงงานลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายยาปลอมรายใหญ่ ย่าน บางแคและมีนบุรี พบยาทำแท้ง กว่าแสน เม็ด และยาผิดกฎหมายจำนวนมาก ยึดของกลางมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท และคดี จับกุมแหล่งจำหน่ายและเก็บเครื่องสำอาง ผสมสารห้ามใช้ ย่านมีนบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เป็นต้น รวมถึงคดี เกี่ยวกับการจับกุมเว็บไซต์ผิดกฎหมายหลากหลายเว็บไซต์ ที่โฆษณาจำหน่ายยา วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ไม่ได้ขออนุญาต อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงต่างๆ เช่น ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยรักษาโรคร้ายสารพัดโรค ช่วยทำให้ผิวขาว ใส ช่วยในการลดน้ำหนัก ที่สำคัญยังจับกุม เว็บไซต์ที่โฆษณาจำหน่ายยาฉีดเสริมความ งามผิดกฎหมาย เช่น ยาฉีดกลูตาไธโอน ยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ พร้อมโฆษณา รับบริการฉีดยาต่างๆ เหล่านี้ โดยผู้ฉีดมีทั้งที่เป็นแพทย์และไม่ใช่แพทย์ อีกทั้งยังได้นำของกลางที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ เช่น ที่นอนแม่เหล็ก, ผ้าห่มโปรตอน, ผ้าห่ม ไฟฟ้า, โคมไฟอินฟราเรด ร่วมทำลายด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบ ให้ อย.สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. สืบสวนสอบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพมาดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เพื่อให้ประชาชน ผู้บริโภคไม่ตกเป็นเหยื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ไม่ได้มาตรฐาน 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง   ฉบับที่ 1300 ประจำวันที่ 16-5-2012  ถึง 18-5-2012      

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

อย. สั่งผู้ค้าจดแจ้งสินค้าก่อนนำเข้าเน้นสุขภาพ/ความงาม ดีเดย์ 1 พ.ค. รับ AEC


 


อย.แนะขั้นตอนเตรียมความ พร้อมแก่ผู้ประกอบการในการดำเนินการ ยื่นแจ้ง รายละเอียดเครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพ เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้า (Licence per invoice) ก่อนการนำเข้า เพื่อให้การดำเนินการในการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่ม 1 พ.ค. เป็นต้นไป

น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากร เพื่อ รองรับการดำเนินงานตาม “ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของ อาเซียน (Agreement to Establish and Implement The ASEAN Single Window)”

ซึ่งจะดำเนินการเปิดใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางผ่านระบบ National Single Window อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 จึงมีผลให้ผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องสำอางทุกรายต้องยื่นแจ้งรายละเอียด เครื่องสำอาง เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Licence per invoice) ก่อนการนำเข้าทุกครั้ง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอ ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการดังกล่าว ดังนี้

-ศึกษาการยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ ก่อนการนำเข้า ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์สำนักด่านอาหารและยา http:// logistics.fda.moph.go.th หัวข้อ “บริการ ข้อมูล” หัวข้อย่อย “การยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า (Licence per invoice)”

-การขอ Activation code เพื่อยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า จะต้องติดต่อขอ Activa-tion code ที่สำนักงานด่านอาหารและยา โดยยื่นเอกสารประกอบการขอฯ ได้แก่ หนังสือจากบริษัทคำขอเข้าใช้งานระบบสารสนเทศลอจิสติกส์ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือในกรณีมีผู้กระทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท

-ตรวจสอบพิกัดและรหัสสถิติเครื่องสำอาง โดยดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง http://e-cosmetic.fda.moph.go.th หัวข้อ “การขออนุญาตเกี่ยวกับเครื่องสำอาง” หัวข้อย่อย “พิกัด และรหัส สถิติผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” หรือหัวข้อย่อย “วิธีการเข้าไปบันทึกรหัสพิกัดสถิติเครื่องสำอาง”

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการเตรียมความ พร้อมในการยื่นแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอาง เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Licence per invoice) ก่อน การนำเข้า ตามขั้นตอนข้างต้นจะสามารถ ช่วยให้การดำเนินการมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า หากผู้ประกอบการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ตามกรณี ดังนี้ กรณีการยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักด่านอาหารและยา โทร.0-2590-7361,             0-2590-7318       หรือด่านอาหารและ ยาทุกแห่ง กรณีการขออนุญาตเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ตรวจสอบพิกัดและรหัส สถิติเครื่องสำอางสอบถามได้ที่กลุ่มควบคุม เครื่องสำอาง โทร.0-2590-7275 และกรณีการขอ Activation code สอบถาม ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โทร.0-2590-7224,             0-2590-7064       ในวัน เวลาราชการ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1298 ประจำวันที่ 9-5-2012 ถึง 11-5-2012       

อย. สั่งผู้ค้าจดแจ้งสินค้าก่อนนำเข้าเน้นสุขภาพ/ความงาม ดีเดย์ 1 พ.ค. รับ AEC


 


อย.แนะขั้นตอนเตรียมความ พร้อมแก่ผู้ประกอบการในการดำเนินการ ยื่นแจ้ง รายละเอียดเครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพ เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้า (Licence per invoice) ก่อนการนำเข้า เพื่อให้การดำเนินการในการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่ม 1 พ.ค. เป็นต้นไป

น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากร เพื่อ รองรับการดำเนินงานตาม “ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของ อาเซียน (Agreement to Establish and Implement The ASEAN Single Window)”

ซึ่งจะดำเนินการเปิดใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางผ่านระบบ National Single Window อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 จึงมีผลให้ผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องสำอางทุกรายต้องยื่นแจ้งรายละเอียด เครื่องสำอาง เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Licence per invoice) ก่อนการนำเข้าทุกครั้ง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงขอ ให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการดังกล่าว ดังนี้

-ศึกษาการยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ ก่อนการนำเข้า ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์สำนักด่านอาหารและยา http:// logistics.fda.moph.go.th หัวข้อ “บริการ ข้อมูล” หัวข้อย่อย “การยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า (Licence per invoice)”

-การขอ Activation code เพื่อยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า จะต้องติดต่อขอ Activa-tion code ที่สำนักงานด่านอาหารและยา โดยยื่นเอกสารประกอบการขอฯ ได้แก่ หนังสือจากบริษัทคำขอเข้าใช้งานระบบสารสนเทศลอจิสติกส์ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือในกรณีมีผู้กระทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท

-ตรวจสอบพิกัดและรหัสสถิติเครื่องสำอาง โดยดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง http://e-cosmetic.fda.moph.go.th หัวข้อ “การขออนุญาตเกี่ยวกับเครื่องสำอาง” หัวข้อย่อย “พิกัด และรหัส สถิติผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” หรือหัวข้อย่อย “วิธีการเข้าไปบันทึกรหัสพิกัดสถิติเครื่องสำอาง”

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการเตรียมความ พร้อมในการยื่นแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอาง เพื่อรับใบรับแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Licence per invoice) ก่อน การนำเข้า ตามขั้นตอนข้างต้นจะสามารถ ช่วยให้การดำเนินการมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า หากผู้ประกอบการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ตามกรณี ดังนี้ กรณีการยื่นแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการนำเข้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักด่านอาหารและยา โทร.0-2590-7361,             0-2590-7318       หรือด่านอาหารและ ยาทุกแห่ง กรณีการขออนุญาตเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ตรวจสอบพิกัดและรหัส สถิติเครื่องสำอางสอบถามได้ที่กลุ่มควบคุม เครื่องสำอาง โทร.0-2590-7275 และกรณีการขอ Activation code สอบถาม ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โทร.0-2590-7224,             0-2590-7064       ในวัน เวลาราชการ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1298 ประจำวันที่ 9-5-2012 ถึง 11-5-2012