ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวจอยแอนด์คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวจอยแอนด์คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : Liberty of the seas บนเส้นทางแห่งความงามของเมดิเตอร์เรเนียน (สเปน – ฝรั่งเศส – อิตาลี)







viewImage2 (Mobile)

 


เมื่อ 18- 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้นำผู้จำหน่ายอิสระของบริษัทฯ ที่ผ่านการทำคุณสมบัติท่องเที่ยวกับเส้นทางแห่งความงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยเรือสำราญสุดหรู Liberty of the seas เหินฟ้าไปยังบาเซโลนา ประเทศสเปน เพื่อเช็คอินลงเรือ ภายใต้การนำของ ดร.สมชาย และ ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา และคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ โดยคณะได้เดินทางไปชมสถานที่สวยงามต่างๆ ภายในสเปน-ฝรั่งเศส-อิตาลี เช่นโบสถ์กราด้า แฟมิเลีย มหาวิหารนีโอ-โรมาเนสก์ จัตุรัสโอโม่ที่สร้างด้วยหินอ่อนขาว และหอระฆังที่มีอายุ 800 ปี จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ชื่อว่า “หอเอนเมืองปิซ่า” ชมน้ำพุเทรวี่ สัญลักษณ์แห่งกรุงโรม ก่อนเข้าชมโรมันฟอรัม ใจกลางอารยธรรมของกรุงโรม โคลอสเซี่ยม และนครรัฐวาติกัน เป็นต้น


เรียกได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้ครบรสจริงๆ เพราะนอกจากได้เพลิดเพลินกับสถานที่สำคัญต่างๆในประเทศแล้ว การอยู่ภายใต้เรือสำราญยังเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งโรงภาพยนตร์ สนามกีฬากลางแจ้ง ห้องอาหารนานาชาติ รับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่ Main Dining Room บนเรือ รวมถึงการซื้อของแบรนด์แนมมากมายในราคา duty free ผู้จำหน่ายอิสระ ที่ได้เดินทางไปในคณะครั้งนี้แต่ละท่าน ได้ใช้เวลาบนเรือกันอย่างคุ้มค่าสมกับที่ตั้งใจทำงาน เพื่อให้ผ่านโปรโมชั่นหรูและมาสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม จอยแอนด์คอยน์ ยังมีโปรแกรมการท่องเที่ยวระดับ first class อีกมากมายที่รอทุกท่านอยู่ เพียงแต่ท่านเข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับเรา “จอยแอนด์คอยน์ โอกาสดีๆ ที่เป็นไปได้ ทำง่ายและมั่นคง”


 


 


 


Credit By : Bisiness Owner


 

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : กล้าลอง กล้าทำ แล้วท่านจะพบความสำเร็จ วนิดา คำภา ตำแหน่ง M-Balance บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด







555 (Mobile)


เส้นทางสู่ความสำเร็จ ปักษ์นี้...จะขอหยิบเรื่องราวของ วนิดา คำภา ตั้งแต่แรกก้าวไปจนถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคน ว่าความสำเร็จไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากสองมือกับหนึ่งปัญญาของตัวเอง...เรื่องราวชีวิตเริ่มต้นกับ ธุรกิจขายตรง


เฉกเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ ในยุคหนึ่ง มักจะมีคำพูดอยู่เสมอว่า การที่คนจะทำอะไรซักอย่างนั้น ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ จะต้องคิดแปลก และต่างจากคนอื่น เพราะในยุคปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ถือได้ว่าเป็นยุคที่มาแรกที่สุด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างตอบสนองความต้องการของผู้คนได้ด้วย...


ปักษ์นี้ เป็นพื้นที่ของสาวแกร่ง ที่สามารถก้าวมาสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้น การคิดดี ทำดี พูดดี ก็ทำให้เธอผู้นี้ วนิดา คำภา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง M-Balance บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด ได้อย่างน่าชื่นชม!..เจ้าตัว บอกเล่าถึงความสำเร็จตัวเองว่า การที่เราขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ก็เพราะการที่ คิดดี พูดดี ทำดี เมื่อก่อนเธอเป็นคนไม่เอาใคร ไม่ค่อยคบเพื่อน แต่เมื่อเธอเข้ามาสู่ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ ทำให้ชีวิตของเธอนั้นเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน


วนิดา จึงตัดสินใจปิดกิจการ และหันมาลงทุนกับสินค้าของบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ นั้นคือตัว โหย่งเหิง ตอนนั้นที่เข้ามาก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ พอทานโหย่งเหิงก็เริ่มประทับใจในตัวสินค้า และด้วยความที่เป็นคนมีฝันที่ยิ่งใหญ่...นี่ก็เป็นโอกาสที่ได้พบกับธุรกิจแนวใหม่ที่แตกต่างจากขายตรงทั่วไป ที่เป็นทั้งเครือข่ายร้านค้า และเครือข่ายผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายสาขาได้...


ซึ่งอาจบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ที่นำพา วนิดา เข้ามา สู่อ้อมใจ ใน ธุรกิจเครือข่าย ของ J&C ได้โดย ละม่อง ซึ่งก็ได้เปลี่ยนความคิดจากที่ไม่เคยสนใจแต่ชีวิตได้พลิกผันเข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักการต่าง ๆ พร้อมนำผลิตภัณฑ์ไปใช้กับครอบครัว และก็มองเห็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ...


...หลังจากที่ วนิดา ได้ก้าวเท้าเข้ามายังธุรกิจ J&C ซึ่งเป็น ธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!...จากคนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเดินบนเส้นทางเครือข่าย แต่วันนี้เขาสามารถ สลัดความจน เพื่อมาเริ่มจัดการธุรกิจ J&C ของตนเอง


ตรงนี้เองจึงเป็นเหตุให้ วนิดา โตขึ้น โตขึ้น และโตขึ้น จนได้รับต่ำแหน่ง M-Balance ของบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด ได้แบบชิว ๆ วนิดา มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นธุรกิจแห่งอนาคต เธอจึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อที่จะขยายงานอย่างไม่สะดุด เพราะกระบวนการฝึกอบรมจะเป็นลักษณะมุ่งเน้นที่จะให้ข้อมูลธุรกิจ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ,ผลิตภัณฑ์ และการบริหารงาน


ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง แต่เกิดขึ้นสำหรับทุกคนที่มีความตั้งใจ ที่จะทำในสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจ ซึ่งธุรกิจ J&C มีหลายหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่ฉันจะให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้นักธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง


ซึ่งการเป็น ผู้นำจะต้องมีจิตใจแกร่งดัง หินผาศิลาแลง เพราะทุกวันนี้เขาต้องแก้ปัญหามีไว้ให้แก้ เพราะก่อนเข้าสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อก่อนเป็นคนนิสัยไม่เอาใคร ไม่คบเพื่อน และชอบอยู่ตัวคนเดียวเงียบ ๆ แต่พอเข้ามาสู่จุดนี้ใหม่ ๆ ทำให้ยากแก่การปรับตัวในช่วงแรก ตัวเธอเลยต้องปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองใหม่ค่อนข้างจะเยอะ เพื่อให้เข้ากับระบบของบริษัทที่วางไว้


ปัจจุบัน วนิดา มีรายได้จากที่นี้มากกว่า 6 หลัก และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยังได้ส่งลูกเรียนต่อสามารถใช้หนี้หมด มีที่ดินทำสวนยางพารา 1 แปลง และออกรถป้ายแดง 4 ประตู นอกจากนี้ แถมยังได้มีโอกาสทอง ได้เที่ยวที่สุดแสนจะสบายใจ เพื่อกำไลของชีวิต...แค่เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี เท่านั้น


ซึ่งเธอบอกว่า ไม่ใช่ว่าเป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่...ว่าธุรกิจ J&C เติบโตด้วยคุณภาพของสินค้า ราคาเข้าถึงทุกกลุ่มทั่วไทย


วันนี้ถือว่าชีวิตของฉันมีความสุขมาก จากการทำธุรกิจ J&Cเพราะได้ช่วยเหลือคนที่ยังขาดแคลนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้สอนให้รู้จักวิธีการทำงานต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไป และเราก็มีหน้าที่จัดประชุมให้กับทีมงาน และช่วยบรรยายข้อมูลต่าง ๆ เพราะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นธุรกิจของการพัฒนาคนให้ก้าวขึ้นมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


ธุรกิจเครือข่าย เปรียบเหมือน ถุงเงิน ถุงทอง ของผู้ที่ทุ่มเทลงทุนลงแรง และลงมือทำอย่างสุดกำลัง เพราะนี่คือธุรกิจของอนาคตของคนที่มองเห็นโอกาส และพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง...


วนิดา กล่าวทิ้งท้าย ความจำเป็นของการใช้สินค้า และความต้องการของผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำหลายธุรกิจเจอผลกระทบ และธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มียอดซื้อ แต่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตอบสนองใจเรื่องของสุขภาพด้วยแล้ว มักจะได้รับผลกระทบน้อย และ J&Cก็ถือเป็นธุรกิจแบรนด์หนึ่ง ที่ไม่หวั่นกับความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ประหยัดผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ตลอดเวลา ขยายธุรกิจได้ทุกที่ร่วมได้กับทุกธุรกิจ โดยไม่เสี่ยงต่อการขาดทุน จึงอยากให้ท่านที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมได้เข้ามาศึกษา ธุรกิจของ J&Cแล้วท่านจะรู้ว่าที่นี่ ดีแค่ไหนและรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอน...





Credit By :http://www.taladvikrao.com/

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : J&C ขึ้นแท่นขายตรงอินเตอร์ คว้ารางวัล







p007_1_00 (Mobile)

 


J&C โชว์ศักยภาพขายตรงระดับอินเตอร์ คว้ารางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ณ ประเทศบรูไน ไม่หยุดนิ่งต่อยอดพัฒนาระบบ E-wallet ให้สามารถทำงานได้สะดวก ขึ้น ล่าสุด เตรียมเปิดตัว SMART MLM อย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ หวังดึงคนรุ่นใหม่แห่ร่วมธุรกิจ ด้าน ดร.สมชาย ฟันธงครึ่งแรกยอดโต ตามเป้า มั่นใจสิ้นปีโต 10% แน่นอน ซุ่มเงียบเกี่ยวแขนภาครัฐ ดอดเจรจาดูลู่ทางลงทุนในฟิลิปปินส์ และเวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหาประธานกรรมการบริหารบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C)เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทและการพัฒนาธุรกิจด้วย นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 บริษัทของประเทศไทย ประกอบด้วย ซีพี, เดลต้า และ จอย แอนด์ คอยน์ ให้เข้ารับ รางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศบรูไน นอกจากรางวัลดังกล่าว แล้ว บริษัทยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังอยู่ในระหว่าง การรอผลการคัดเลือกให้ไปรับรางวัล ซึ่งเป็นการการันตีถึง ความทุ่มเท และมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง


บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ยังได้พัฒนาระบบ E-wallet และ Software ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้นไป อีก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยให้สมาชิกสามารถ บริหารจัดการกับธุรกิจได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันบริษัท มีสมาชิกผู้ที่เปิดใช้ E-wallet แล้วกว่า 400 แอคเคาน์ ซึ่ง ทั้ง 400 แอคเคาน์นี้ สมาชิกสามารถบริหารงานได้เองและ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน


ระบบ E-wallet และ Software พัฒนาขึ้นมา เพื่อ ช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงานได้ง่ายขึ้น และสามารถทำงานได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลน์ ขณะเดียวกันบริษัทยังได้พัฒนา ระบบ Software ต่างๆ และ E-Wallet ให้มีประสิทธิภาพ ในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยระบบ E-Wallet เป็น ตัวช่วยในการทำงาน กล่าวคือ เพียงนักธุรกิจเติมเงินเข้าไป ใน E-Wallet ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถที่จะสั่งซื้อสินค้า และสั่งจ่ายได้ผ่านทางระบบ E-Wallet ได้ทันที


ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้วางแผนที่จะช่วย ให้นักธุรกิจมีความเป็นเจ้าของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ มากขึ้นผ่านระบบ SMART MLM โดยนักธุรกิจทุกคนสามารถ บริหารงาน และวิเคราะห์โครงสร้างองค์กรของตนเองได้ ผ่านทางระบบดังกล่าว คาดว่าระบบ SMART MLM จะ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่ง เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ตั้งแต่ 18-35 ปี เข้ามาใช้งานได้


สำหรับอัตราการเติบโตของ จอย แอนด์ คอยน์ ใน ครึ่งแรกของปี 2556 นั้น ดร.สมชาย กล่าวว่า ยังคงเติบโต เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคาดว่าทั้งปีนี้บริษัทจะมีอัตราการ เติบโตอยู่ที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนโครงการ ห้างสะดวกซื้อนั้น ขณะนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการจัดซื้อที่ดิน ตามจังหวัดใหญ่ๆ ไว้แล้วกว่า 20 จังหวัด โดยในแต่ละจังหวัด จะมีพื้นที่ประมาณ 2-3 ไร่ ทุกสาขาจะมีลักษณะอาคาร เป็นแบบกรีนบิวดิ้ง และในอนาคตจะซื้อที่ดินเพื่อขยายสาขา ของห้างสะดวกซื้ออีกแน่นอน


การที่บริษัทได้จัดทำเป็นห้างสะดวกซื้อ เพื่อตอบ- สนองความต้องการของผู้บริโภค และสมาชิกของ จอย แอนด์ คอยน์ ซึ่งภายในห้างสะดวกซื้อจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจะ เป็นที่จำหน่ายสินค้า และชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการจัดฝึก อบรมกับสมาชิก และผู้สนใจ ซึ่งห้างสะดวกซื้อในแต่ละที่ จะเป็นเหมือนศูนย์กระจายสินค้าตามจังหวัดต่างๆ และให้ E-wallet เป็นเหมือนสาขาเล็กๆ สินค้าที่วางจำหน่าย ภายในห้างฯ จะเป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้บริโภค เป็นหลัก


ด้าน ฐัช หัชลีฬหาผู้ช่วยประธานกรรมการและ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย และกัมพูชา ในอนาคต อันใกล้นี้มีวางแผนจะขยายไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทจะเข้าไปทำการสำรวจตลาด และเจรจา การค้ากับประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งการเข้าไป ในประเทศต่างๆ นั้น บริษัทจะร่วมเดินทางเข้าไปกับทาง ภาครัฐบาลในการเข้าไปเจรจาเพื่อหาช่องทางในการเข้าไป ลงทุนในประเทศเหล่านี้


วันนี้ J&C ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำธุรกิจ ขายตรงแบบสะดวกซื้อได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ซึ่งจะ เห็นได้จากในปัจจุบันมีนักธุรกิจอิสระได้ให้ความสนใจเข้ามา ทำธุรกิจใน J&C เป็นจำนวนมาก และนักธุรกิจมีความ หลากหลายของกลุ่มช่วงอายุ โดยมีตั้งแต่อายุ 18-70 ปี ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมดกว่า 1 ล้านรหัส และมี J&C Shop กว่า 70 สาขาเปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ ทั้งนี้ การ ที่บริษัทได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจอิสระเป็น อย่างมาก เนื่องจากการที่บริษัทได้สร้างเครื่องมือ และ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงาน อย่างสะดวกสบาย รวมไปถึงการมีสินค้าที่ครอบคลุมและตรง ต่อความต้องการของนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 8 กลุ่ม รวมกว่า 20,000 รายการ และ ยังมียาน้ำสมุนไพรจีนโหย่งเหิงเป็นสินค้าหลักด้วย


ขณะที่อาสา หัชลีฬหาผู้อำนวยการสถานี เจซี ทีวี และศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหารองผู้อำนวยการ เจซี ทีวี กล่าวว่า สถานี เจซี ทีวี เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ผลิตรายการ และนำเสนอเรื่องราว ข่าวสารต่างๆ ของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้แก่สมาชิกได้รับรู้ภายใต้คอนเซ็ปต์ แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน โดยสถานเี จซี ทีวี จะมีรายการให้ไดรั้บชมทั้งหมด 25 รายการ เป็นรายการที่ผลิตให้กับ จอย แอนด์ คอยน์ ได้แก่ The Key Man, JC Special Scoop, JC Travel และท้าลองท้ารวย สามารถรับชมได้ 3 ช่องทาง คือ เคเบิล ทีวี, อินเทอร์เน็ต ทีวี และเว็บไซต์ www.jctv.in.th


โดยในเว็บไซต์ www.jctv.in.th สมาชิกยังสามารถ ที่จะเข้าไปสืบหาข้อมูลของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้ ผ่านทาง เว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานีเจซี ทีวี ได้ เปิดดำเนินการมากว่า 10 เดือน ได้มีสมาชิก และผู้คนที่ให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีพันธมิตรให้ความ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) : 'จอยแอนด์คอยน์' มุ่งสู่ความเป็นซุปตาร์







Biz-JC (Mobile)

 


จอยแอนด์คอยน์ เผยแผน 5 ปี เดินหน้าพัฒนาไม่หยุดยั้ง ใช้แบรนด์สื่อสร้างขายตรงแนวใหม่ พัฒนาขายตรงแบบบูรณาการ ทั้งสินค้า ช่องทางจัดจำหน่าย สร้างโซลูชั่นใหม่ตอบโจทย์ขายตรงสะดวกซื้อ มุ่งสู่การเป็นธุรกิจติดดาว


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จากาการที่บริษัทเปิดดำเนินการมากว่า 11 ปี ได้ผ่านพ้นช่วงการพัฒนาธุรกิจในระบบต่างๆ มาแล้ว โดยใน 5 ปีแรก ถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และหลังจากที่แบรนด์เกิดความเข้มแข็งแล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้างมิติใหม่ในธุรกิจ นั่นคือ การพัฒนาสู่ขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สเต็ปต่อไปคือ การพัฒนาธุรกิจสู่การเป็นธุรกิจติดดาว โดยใช้ประโยชน์จากแบรนด์ และเน็ตเวิร์คที่มีความเข้มแข็ง เพื่อตอบโจทย์คำว่าขายตรงสะดวกซื้อ


"เฟสแรกคือการค้นหาตัวเอง ทำแบรนด์กว่าจะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งต้องใช้ระยะเวลา กว่าคนจะเกิดการรับรู้ แต่ขายตรงดีตรงที่มีระบบอยู่แล้วทำให้เราไปได้เร็ว ต่อมาเราเข้าตลาดใหม่ๆก็พยายามค้นหาตัวเอง จนเรารู้แล้วทำขายตรงแบบใหม่ การที่เราเป็นขายตรงแบบใหม่ เป็นคำถามว่าทำอย่างไร เป็นไปได้ไหม 5 ปีหลังคำถามเริ่มหมดไป ตอนนี้เริ่มเฟสแรกสู่การเป็นธุรกิจติดดาว นี่คือสิ่งที่กำลังพัฒนาอยู่ ทำอย่างไรให้เกิดการใช้ประโยชน์จากแบรนด์ การมีเน็ตเวิร์ค สร้างไป ทำไป รักษาไว้ แบรนด์เราไม่เหมือนใคร ขายตรงสะดวกซื้อ แนวคิดนี้ตอบโจทย์ลองเทอมได้"


ดร.สมชาย กล่าวว่า การที่จะก้าวสู่การเป็นธุรกิจติดดาวนั้น บริษัทต้องสามารถตอบคำถามต่างๆ ในธุรกิจได้ รวมไปถึงการล้างภาพเดิมๆ ของธุรกิจขายตรงสู่แนวคิดใหม่ ตลอดจนการสร้างความแตกต่างโดยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ จนกระทั่งเกิดเครื่องมือที่ต่อยอดการพัฒนาแบบองค์รวม


"ผมสำรวจว่าปัญหาของขายตรงมีอะไรบ้าง ตั้งแต่เรื่องขายตรงที่โอเวอร์เคลม ทำอย่างไรให้หมดไป ความไม่สะดวก ยุคแรกไม่มีเอาท์เล็ตทำอย่างไร หรือเรื่องคุณค่าที่ไม่คุ้มค่า เหล่านี้คือ ปัญหา ทั้งหมดนี้ทำให้เราพบโซลูชั่น ขายตรงสะดวกซื้อ การมีขายตรงที่มีความแตกต่าง สินค้าหลากหลาย ช่องทางการจัดจำหน่ายที่พัฒนามมาหลายช่องทาง มากกว่าเฟสทูเฟส ไม่ใช่แล้วทุกวันนี้มีโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค การคอมมูนิเคท พัฒนาตามการสื่อสาร เราค้นพบว่า ถ้าให้ตลาดโตอย่างต่อเนื่องต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เราอยู่ในช่วงการพัฒนา"


ขณะที่เป้าหมายภายใน 4-5 ปี ของจอยแอนด์คอยน์ คือ พัฒนาโครงสร้างที่มีอยู่แล้วให้สมบูรณ์แบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นดาวของธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแบบบูรณาการที่มีองค์ประกอบครบถ้วน เป็นห้างขายตรงแนวใหม่ ผสมผสานโมเดิร์นเทรด เริ่มจากสาขาใหญ่ๆ จากนั้นก็ต่อยอดทำธุรกิจออนไลน์ได้ โดยปลูกฝังความรู้สึกการเป็นเจ้าของธุรกิจสู่ผู้นำผ่านระบบที่เรียกว่าอีวอทเล็ต ซึ่งมีผู้เข้าร่วมขณะนี้กว่า 400 รหัส


"เราจะทำระบบซื้อขายแบบครบถ้วน จะซื้อจะขาย เติมเงิน จ่ายบิล เอาระบบเปิดท้ายขายของเข้ามา จะเห็นในอีก 3-6 เ ดือนข้างหน้า ทั้งหมดนี้เพื่อให้อยู่ภายใต้ความสะดวกนั่นเอง" ดร.สมชาย กล่าว


 


 


 


Credit By :http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) : J&Cฉลองความสำเร็จ11ปีแห่งความมั่นคง ประกาศเดินหน้าสร้างธุรกิจ มุ่งสู่ บริษัทมหาชน







Biz-JC (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศความยิ่งใหญ่ จัดงานประกาศเกียรติคุณผู้ประสบความสำเร็จ ประจำปี2556 เผยเวลานี้ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทสู่AECและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ(MAI) เป็น บริษัทมหาชนล่า สุด ทุ่มงบกว่า 364ล้านบาท กว้านซื้อที่ดิน หวังสร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัว เมืองใหญ่ๆ ในแต่ภูมิภาค รองรับการเติบโต...พร้อม ปลื้มธุรกิจเติบโตมาจนถึงวัน นี้ได้เพราะด้วยการวาง รากฐานของธุรกิจอย่างมี ระบบ


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือ เผยถึง ความสำเร็จในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัด มากขึ้นทุกปีกับการเติบโตของ ธุรกิจ J&C ที่เรียกว่ามีความ แตกต่างค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะด้วยระบบที่มีการ ออกแบบเป็นโครงสร้าง และมีการ จัดทำให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาเรื่องการเก็บ ฐานข้อมูลด้วยการทำ (ERP) แบบสมบูรณ์แบบเพื่อมาพัฒนา เรื่องการตลาด พัฒนาระบบ ด้วย การพัฒนาเป็นระบบมินเลอร์ ให้ กระจายไปทุกที่โดยสามารถที่จะ ทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์


นอกจากนี้ ทางด้าน ดร.สมชาย ยังประกาศอีกว่า สำหรับในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเต รียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้า กับการขับเคลื่อนบริษัทสู่ AEC และการเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เป็น บริษัทมหาชน พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้มี การทุ่มทุนกว้านซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 364 ล้านบาท เพื่อรองรับ แผนการลงหลักปักฐาน สร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัวเมือง ใหญ่ ๆ ในแต่ละภูมิภาคอีกด้วย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ หลายจังหวัด ที่มีสนามบินขึ้นลง เนื่องจากมองว่า จะมีจำนวนประชากรหนาแน่น และมีกำลัง ซื้ออย่างมาก ส่วนจังหวัดเล็ก ๆ ทางบริษัทฯ ก็จะมีแผนที่จะเข้าไป เปิดสาขาด้วยเช่นกันแต่จะอยู่ใน พื้นที่ขนาด 2-3 คูหาเท่านั้นก่อน


ส่วนในอนาคตนับจากนี้ หลังจากที่ระบบทั้งหมดประสบ ความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับ แล้ว ทางบริษัทฯ จะเปิดโอกาส ให้กับผู้ที่มีความสนใจต้องการที่ จะซื้อแฟรนไซส์ สามารถซื้อได้ โดยผู้ที่จะซื้อแฟรนไซส์นั้นจะ ต้องลงทุนในรูปแบบของร้านที่มี ขนาดใหญ่ทั้งหมด เนื่องจาก ต้องการที่จะมีการคัดกรองนัก ธุรกิจที่อยากจะลงทุนจริง ๆ ในเฟสแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว พร้อมกับ ได้มีการซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัด หาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, นครศรี ธรรมราช , ตรัง และสาขาที่กำลัง จะซื้อเพิ่มก็มีจะภูเก็ต และมีทาง ภาคเหนือที่จังหวัดพิษณุโลก, เชียงใหม่, แพร่, น่าน ส่วนทาง ภาคอีสานก็จะมีที่ อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น และมหา สารคาม ส่วนภาคกลางจะมีที่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ ที่อยู่ที่ สุขาภิบาล 3 พร้อมกับมีแผนที่ จะสร้างในเฟสต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ


ดร.สมชาย ยังเผยอีกว่า ขณะนี้ ตนเองได้เตรียมที่จะผลัก ดันทายาทเจนเนอเรชั่นใหม่ เข้า มาเติมเต็มความแข็งแกร่งของ ธุรกิจในการพัฒนาธุรกิจและ การตลาดของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้สามารถสร้างแต้มต่อ ทางธุรกิจในก้าวต่อ ๆ ไปได้ วันนี้ต้องบอกว่าความ สำเร็จของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ค่อนข้างเติบโตดีอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ในส่วนของ จำนวนสมาชิกนักธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใน แต่ละปี เห็นได้จาก ผู้ที่เข้ารับ รางวัลเกียรติยศในปีนี้ที่มีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยมีจำนวน รวมทั้งสิ้น 392 ท่านด้วยกันบอสใหญ่ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ ยังกล่าวเสริมอีก ว่า สิ่งที่ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ยืนยันมาถึงวันนี้ได้ เชื่อว่าเกิด จากการที่บริษัทฯ มีการกำหนด กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่าง ชัดเจน คือ การเป็นขายตรง สะดวกซื้อ มีความสมบูรณ์ขึ้นมา เป็นลำดับ และในระยะเวลา 2 ปี จะเห็นสาขาของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่สมบูรณ์แบบกว่า 10 สาขา โดยเป็นห้างที่มีสินค้า ที่หลากหลาย


ในขณะเดียวกัน จอย แอนด์ คอยน์ ยังมีจุดเด่นตรงที่ มีนวัตกรรมขายตรงแบบใหม่ ที่ ผสมผสานกันระหว่างขายตรง กับโมเดิร์นเทรด และอีกสิ่งหนึ่ง ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ นั่นก็คือ เรา ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการนำ เสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ ยังตอบโจทย์ความมั่นคงของ ชีวิตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย


ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน จอย แอนด์ คอยน์ มี ผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มธุรกิจขายตรงและทั่วไป ทั้งสิ้นกว่าหมื่น รายการ โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ สินค้าในหมวดขายตรงภายใต้ แบรนด์ J&C, ผลิตภัณฑ์สินค้า จากกลุ่มพันธมิตรอีก 88 บริษัท จำนวนกว่า 1,000 รายการ และ ผลิตภัณฑ์สินค้าในจอยมาร์ท อีกประมาณหมื่นกว่ารายการ นอกจากนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ยังรองรับการให้บริการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมวดประกัน ชีวิต พ.ร.บ. ต่อทะเบียนรถที่ จอยมาร์ท มีมากกว่าทั่วไป เรียกได้ว่ากลายเป็น One Stop Service มาร้านเดียว มีครบทุก สิ่งให้คุณเลือกสรร และด้วย ความโดดเด่น ที่หลากหลายนี้ จะช่วยให้นักธุรกิจอิสระสามารถ สร้างเครือข่ายได้ง่าย และกว้าง ขวางมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับ นโยบายการตลาดที่ว่า สินค้า คุณภาพดีราคาเหมาะสมเพื่อ สร้างความพึงพอใจของสมาชิก ผู้นำนักธุรกิจอิสระและผู้บริโภค ...และจุดนี้เอง ที่ถือเป็น จุดเริ่มต้นของ จอย แอนด์ คอยน์ที่มุ่งจะพัฒนาธุรกิจขาย ตรงให้กลายมาเป็น ห้างสรรพ สินค้าขายตรงหรือขายตรงโม เดิร์นเทรดระดับแสนล้านหนึ่ง เดียวในสยาม มาโดยตลอด


จะเห็นได้ว่า จากความ เหนือชั้นของธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ ที่ได้เพิ่มเสริมเข้าไป ทั้ง จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า ให้มีความหลากหลาย เข้าสู่ ระบบนับหมื่นรายการ ทั้งจาก การพัฒนาระบบการบริหารจัดการมารองรับ โดยผนวกรวม จุดแข็งของธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และ ธุรกิจขายตรง ที่มีระบบ การฝึกอบรมที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุ นี้เองที่ทำให้ธุรกิจขายตรงอย่าง จอย แอนด์ คอยน์ จึงสามารถ ยืนหยัดอยู่ในสนามขายตรง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) : รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2012









เป็นข่าวดีของบริษัทจอยแอนด์คอยน์อีกครั้ง เมื่อมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(มสวท.) ได้ทำการประกาศเกียรติคุณ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบุคคลคุณภาพแห่งปี 2012 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งการจัดงานของ มสวท. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นที่ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยดร. สมชายได้รับเกียรติเข้ารับ รางวัลบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2012 ด้านธุรกิจของใช้ส่วนตัว และเวชภัณฑ์ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3ที่ท่านประธานของเราได้เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และรางวัลดังกล่าวได้พิสูจน์ให้พวกเราชาวจอยแอนด์คอยน์ได้เห็นแล้วว่าท่านประธานของเราเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถในทุกๆด้านอย่างแท้จริง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 333

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดการประชุม MDP สัญจรครั้งที่ 5








เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม 2555 บริษัทจอยแอนด์คอยน์ได้จัดการประชุมสัญจรขึ้นที่ โรงแรมฮอลิเดย์ อิน์ ชอำ โดยในครั้งนี้ได้นำนักธุรกิจอิสระจอยแอนด์คอยน์ในระดับ MDP ไปทั้งสิ้นกว่า 500 คน การประชุมดังกล่าวได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของการพัฒนาตนเอง การสร้างทีมหรือองค์กรให้มั่นคง รวมถึงการใช้เงินที่เกิดจากการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผู้ที่ให้เกียรติมาให้ความรู้กับทัพ MDP นั้นเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทบริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด รวมทั้ง พล.ต. สุชาติ กาญจน วิเศษ ที่มานำเสนอเรื่องของกฎจรรยาบรรณ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวทายาทรุ่นที่ 25 ของ บริษัท จอยแอนด์คอยน์ ถึง 2 คนอีกด้วย คือ คุณอาสา และคุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา ซึ่งตอนนี้เข้ามารับผิดชอบดูแลบริษัทเจ ซี บรอดคาสท์ จำกัด (JC TV) ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีอย่างเต็มตัว และคุณ ฐัช หัชลีฬหา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น ทั้งสามท่านได้นำเสนอผลงานที่ได้ทำลงไปและงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแม่ทีมของ จอยแอนด์คอยน์ ให้เห็นถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เรียกได้ว่า ความสามารถไม่แพ้ประธานบริษัทของเราเลยทีเดียว
เรียกได้ว่าการเดินทางมาชะอำครั้งนี้ นอกจาก MDP ทุกคนจะได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้นแล้ว ยังพกเอาความรู้ดีๆ กลับไปพัฒนาองค์กรของตนเองอีกด้วย แล้วความสุขและความสำเร็จแบบนี้จะมีที่ไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่ที่จอยแอนด์คอยน์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับที่ 154


วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอนย์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา

 









 


 


 


 


 


 


 


 


สำหรับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสใหญ่แห่งขายตรงสะดวกซื้อ J&C ก็ชีพจรลงเท้าไม่ต่างกัน เริ่มจาก ต้นเดือนสัมมนาที่พัทยา ต่อด้วยไป ดูงานขอนแก่น กลางเดือนพาสมาชิก หลายร้อยชีวิตไปหลั่นล้าที่เมืองจีน กลับมาต่อด้วยไปดูงานที่พม่า ปิดท้าย ของเดือนด้วยสัมมนาที่พัทยา Again แล้วเริ่มต้นเดือนด้วยงานของ สมาคม- พัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) นี่ยังไม่รวมทริปท่องเที่ยวอเมริกา กับสมาชิก J&C ตอนคริสต์มาส อีกนะเจ้าคะ โอ้ว...มายก็อด ตาราง แน่นได้อีกนะเจ้าคะ ว่าแต่ได้มองหาตัวช่วยไว้บ้างมั้ยเอ่ย เพราะ เห็นสาวๆ รอสมัครเป็นผู้ช่วยส่วนตั๊ว ส่วนตัว ของลูกชายท่าน ดร.กันใหญ่ เลยล่ะเจ้าค่ะ...อิอิ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 



วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) : " วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2555 "

 


ในโอกาสที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้จัดงาน วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี โดยมี ฯพณฯ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งภายในงานมีการแสดงนิทรรศการ ออกบูธ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงาน พร้อมกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยังจัดให้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับองค์กร หน่วยงาน และสื่อมวลชนต่างๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยดีตลอดมา ซึ่งสมาคมพัฒนาการขายตรงไทยได้รับเกียรติในการประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ด้วย โดยดร. สมชาย หัชลีฬหา เลขาธิการสมาคมฯ เป็นตัวแทนขึ้นรับโล่จากนายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมดังกล่าวอีกด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:บริษัท จอย แอน์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(J&C)

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) : เปิดหลักสูตรติวเข้มคอร์สพิเศษ "นักขายตรงมืออาชีพ"

[gallery link="file"]


เมื่อวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดให้มีการอบรมหลักสูตรพิเศษ นักขายตรงมืออาชีพ ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารจอยมาร์ท สำนักงานสาขารัชดาภิเษก โดยเจ้าของหลักสูตรในครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านประธานใหญ่แห่ง J&C ดร.สมชาย หัชลีฬหา นั่นเอง โดยมีนักธุรกิจอิสระ J&C ได้รับคัดเลือกให้เข้าอบรมเพียง 200 ท่านเท่านั้น ในงานนี้นอกจากนักธุรกิจอิสระ J&C จะได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจการทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามจรรยาบรรณ และ How to be นักขายตรงมืออาชีพตลอด 2 วันเต็มแล้ว นักธุรกิจอิสระ J&C ทุกท่านยังได้รับความสนุกสนานรื่นเริงสอดแทรกไปในช่วงต่างๆ ของการอบรม และกิจกรรมที่สร้างพลังแห่งความเชื่อมั่นในธุรกิจ J&C ให้กับทุกๆ ท่าน ก็คือ กิจกรรมปลุกพลัง โดยแม่ทัพใหญ่ของ Power Leader จบจากหลักสูตรนี้มั่นใจได้เลยว่า ต่อไปนี้นักธุรกิจอิสระ J&C ทุกท่านจะรู้ถึงวิธีการในการสร้างยอดขาย J&C ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพุ่งขึ้นถึง2,500ล้าน ตามเป้าหมายที่ท่านประธานใหญ่วางไว้อย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:บริษัท จอย แอน์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(J&C)

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) : งานประกาศผลรางวัลภาพข่าวสื่อมวลชนยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2554/ 2555

[gallery link="file"]


สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศ ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัล วันช่างภาพสื่อมวลชนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 16 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ซึ่งภายในงานมีสื่อมวลชนจากทุกสำนักสื่อ นักการเมือง และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมงานอย่างมากมาย ในโอกาสนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ขึ้นรับ รางวัลนักธุรกิจดีเด่น ปี 2555 นอกจากนี้ ดร. สมชาย ยังได้รับโหวตจากช่างภาพสื่อมวลชน ให้เป็น บุคคลดีเด่น ในสายตาช่างภาพสื่อมวลชน ประจำปี 2555 อีกหนึ่งรางวัล สำหรับรางวัล บุคคลดีเด่น นั้น จะพิจารณาจากผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ จะต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย และเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อองค์กรของตัวเอง ต่อสังคม ต่อประชาชนและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ ที่สำคัญยังต้องเปิดโอกาสให้ช่างภาพสื่อมวลชนเข้าพบและหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ่าย รวมถึงยังต้องปฏิบัติตนทั้งต่อหน้าและลับหลังด้วยอัธยาศัยไมตรีที่เป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังต้องให้เกียรติต่อการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งกันและกัน โดยให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ แก่บรรดาช่างภาพสื่อมวลชน และสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนฯอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 2 รางวัลนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของชาว J&C ทุกคนที่องค์กรของพวกเรามีผู้นำที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับทั้งในแวดวงขายตรงและแวดวงธุรกิจ จนได้รับรางวัลการันตีความสามารถจากสมาคมช่างภาพสื่อมวลชน จึงนับได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของ J&Cจริงๆ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:บริษัท จอย แอน์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(J&C)

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ธัญพิสิษฐ์ - อุษากานต์ ศรีบาง เปิดม่าน...บ้านหลังงาม 10 ล้าน. กับ ธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ - Join & Coin (J&C)


เปิดม่าน...บ้านหลังงามมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทภายใต้ ตระกูลศรีบาง 2 สามี - ภรรยาผู้ปลุกปั้นความสำเร็จที่สัมผัสได้ในธุรกิจขายตรงไทยนาม...ธัญพิสิษฐ์ - อุษากานต์ศรีบาง


บนถนนเส้นรัตนาธิเบศร์ กลายเป็นฐานปฏิบัติการใหญ่ของที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขายตรงค่ายจอยแอนด์คอยน์หรือเรียกสั้น ๆ ว่าJ&Cส่วนอีกฟากฝั่งถนนที่อยู่มิไกลกันมากนัก เราจะเห็นป้ายโครงการเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซตั้งเด่นเป็นสง่าไม่แพ้กัน หรือถ้าเรียกกันในภาษา J&C...โครงการแทบจะทั้งโครงการ ล้วนเป็นเป้าที่ผู้นำจอยแอนด์คอยน์ต้องการซื้อไว้เป็นที่พำนัก เพราะมองรอดรั้วไปฝั่งตรงข้าม ก็จะเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ J&C ส่วนด้านหลังโครงการจะเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจอยแอนด์คอยน์ที่เอื้ออำนวยทั้งความสะดวกในโครงการมาสเตอร์พีซและบริเวณรอบนอก
โดยภายในตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 90 ตารางวา รวมทรัพย์สินพร้อมตกแต่ง ก็มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
...เมื่อเดินย่างกรายเข้าไปในบริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ก็ได้สัมผัสกับความร่มรื่นของหมู่มวลแมกไม้ ที่จัดสวนไว้อย่างสวยงาม...ขยับเท้าย่างเข้าไปในตัวบ้าน ทุกจุด ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องน้ำ...ได้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
...เหลียวมองไปเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน เกิดแสงจรัสวูบวาบ เพราะเป็นสีทองนวลแทบทั้งหลัง...สีทอง นั่นหมายถึง สีในความเป็นตัวตนของจอยแอนด์คอยน์และบ่งบอกความหรูหราของเจ้าของบ้าน โดยมีแม่บ้านอุษากานต์คอยเป็นผู้กำกับและตกแต่งด้วยตนเอง
และที่สำคัญ...ยังมีห้องพระ เพราะบอสใหญ่ดร.สมชายหัชลีฬหาผู้นำทัพ เป็นนักแสวงบุญ เพราะฉะนั้นผู้นำแถวหน้าของค่ายนี้ ก็จะเดินตามรอยบุญบอสใหญ่กันแทบทั้งสิ้น
ห้องพระจะเป็นห้องที่เรา2คนชอบไปนั่งสมาธิเวลาที่เครียดก็จะทำเราจิตใจเราสบายขึ้นก็ต้องบอกว่าเป็นห้องโปรดของเราทั้งคู่เลย... อุษากานต์และธัญพิสิษฐ์กล่าวถึงความชอบที่มีเหมือน ๆ กัน
และ 2 คนนี้ ไม่ได้สร้างความรวยกระจุกไว้ที่ตัวเอง แต่ยังกระจายความรวยไปสู่สมาชิกภายใต้สายงาน จนพวกเขามีบ้านในฝัน โดยซื้อบ้านที่โครงการหมู่บ้านพิมพ์ภัสสรสนนราคาประมาณ 5 ล้านกว่า ๆ ตั้งเด่นอยู่ตรงแยกบางบัวทอง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ปี ๆ หนึ่งจะมีทีมงานซื้อบ้านประมาณ 3-4 หลังต่อปี หรือไม่ก็จะเป็นแถวบางพลีอีก 4-5 หลัง
นี่คือความภาคภูมิใจเพราะเราสามารถช่วยให้น้องหลายคนที่เขาไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์สามารถสร้างบ้านหลังงามอยู่ได้แถมยังพาพ่อพาแม่พาลูกพาหลานมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ส่งลูกเรียนต่อที่โรงเรียนดีเสมือนได้สืบทอดความร่ำรวยต่อยอดกันไปเรื่อยทั้งคู่กล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม - แจ่มใส
ในปีหนึ่ง ๆ เรามีโอกาสไปขึ้นบ้านใหม่ของทีมงาน 3 - 4 หลัง พอมากปีเข้า ก็ลืมไปว่าบ้านใคร อยู่ที่ไหน... เพราะมัวแต่ไปขึ้นบ้านหลังใหม่ทุก ๆ ปี จนมึน...
ที่สำคัญ...เราได้เป็นแกนหนึ่งที่ช่วยเหลือประเทศชาติให้ผู้คนได้อยู่ดี...กินดี ช่วยขจัดปัญหาความยากจน ความไม่มีอาชีพ...เราเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างให้เขารวย มีที่อยู่ที่กิน สามารถจับจ่ายใช้สอยสะดวกมือ นี่คือ ความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายเพียงเสี้ยวหนึ่ง
เพราะธุรกิจเครือข่าย นอกจากจะสร้างให้ผู้คนร่ำรวยแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนจน ๆ ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างแดน ได้มีโอกาสเปิดโลกกว้าง สู่การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เรียนรู้เกร็ดในการใช้ชีวิต การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัย
ฉะนั้น...การได้ขึ้นเที่ยวบินครั้งแรก ก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ...โอ้โห เราได้ขึ้นเครื่องแล้วหรือนี่ เราดีใจมาก...ครั้งแรก ยังแอบคิดว่าเป็นตัวเราเหรอเนี่ยที่ได้มาท่องเที่ยวต่างประเทศ... ที่ผ่านมาตัวเราทำอะไรอยู่คนที่ร่ำรวยคนที่สำเร็จในธุรกิจนี้ก็มีมาก และก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเรา ในเมื่อตัวเราก็มีความสามารถไม่ต่างกัน แล้วเราจะไปกลัวอะไร...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า ระบบของเรา สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
แถมยังพ่วงความมั่นคง มอบเป็นมรดกได้ชั่วลูกชั่วหลานอีกต่างหาก...นี่หรือที่เขาบอกว่ามนต์เสน่ห์ขายตรงที่สร้างคนจนให้ร่ำรวยได้ด้วยพลังเครือข่ายเพียงหยิบมือ...
...ก็เป็นความสำเร็จ ความรู้ที่ดี ๆ ในจิตใจ และมันเป็นกำไรชีวิต ที่ไม่สามารถประเมินคุณค่าได้
และไม่น่าเชื่อว่าที่จอยแอนด์จอยน์แห่งนี้ จะสามารถผลิตเงินหลักหมื่นในปีแรก ส่วนปีถัดไปขยับ 2 - 3 แสนบาท/เดือน สุดท้ายรายได้วิ่งไปชนหลักล้านเพียงไม่กี่ปี...ซึ่งมนุษย์อย่างเรา ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำได้และได้สัมผัสกับเงินล้านจริง ๆ ในธุรกิจขายตรงไทย
เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของทั้งคู่...ไม่ได้จบแค่เอาเงินทองมากองไว้หน้าบ้านตัวเองอย่างเดียว แต่ต้องไปกองไว้ที่บ้านหลังอื่นด้วย
ฉะนั้น ภารกิจนับจากนี้ ทั้ง 2 จึงต้องการปั้นทีมงานให้แตะยอดหลักแสน/เดือน ราว ๆ 200 คน ภายใน 2 ปี
โดยจะเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบคน จากคนธรรมดาสู่มืออาชีพ ให้สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวได้ ตามนโยบายบริษัท แล้วเดินทางไปด้วยกัน ภายใต้ทีมไฟว์สตาร์เราจะส่งแพ็คเกจสำเร็จรูปให้กับทุก ๆ ท่าน...แล้วก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จพร้อม ๆ กัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่324 ประจำวันที่16 - 31 กรกฏาคม 2555

ข่าว "จอยแอนด์คอยน์ : Join & Coin (J&C) " เป้าใหม่ ไต่ยอด 5,000 ล้าน. บอสใหญ่ "ดร.สมชาย" ตอกเสาเข็มสยายปีกห้างสรรพสินค้าทุบยอด


จับยุทธศาสตร์ จอยแอนด์คอยน์ โฟกัสเป้า5,000 ล้าน. อีก 2 - 3 ปี ดร.สมชาย เดินเครื่องรบเต็มสูบชูห้างสรรพสินค้า จอยมาร์ท เป็นคีย์สำคัญในการเดินแต้มผนวกด้วยเทคโนโลยี - ออนไลน์ - สื่อฟรีทีวี - นสพ. - นิตยสาร - บิลบอร์ดนำร่องสร้างแบรนด์..จับมือ เป็ดเชิญยิ้ม เปิดประตูสู่ช่อง 3...ล่าสุดเซ็นสัญญาร่วมเป็นพันธมิตร โตเกียวมารีน ปั้นยอดเพิ่มแต้มประกันชีวิตอีกทาง...ปี 2556 ได้เวลา จอยแอนด์คอยน์ สยายปีกผู้นำ 1 ใน 5 วงการขายตรงไทย


ดูเหมือนการแข่งขันที่ร้อนแรงในวงการขายตรงไทย ปี 2555 ภายหลังฟื้นจากสภาวะน้ำท่วม ค่ายขายตรงระดับกลาง ขยับปีกบิน วางเป้าไต่ยอด 5,000 ล้าน.กันแทบทั้งสิ้น บอสใหญ่ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ก็คือหนึ่งในขายตรงองค์กรระดับกลาง ที่วาดฝันนำองค์กรไต่ยอด 5,000 ล้าน.เทียบยอดที่นางพญา กิฟฟารีน หรือ หมอต้อย - นลินี ได้บินก้าวผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ปีที่ผ่านมา และครองตำแหน่งเบอร์ 2 ของวงการขายตรงไทย ไว้อย่างเหนียวแน่น

โจทย์นี้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้ตั้งเป้าไว้อีก 2 - 3 ปี จะบินไปให้ถึง..!!
เมื่อทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ลองมากางตำราวิเคราะห์ ถึงจุดด้อย - จุดเด่น ในความเป็น จอย แอนด์ คอยน์ ก็พบประเด็นที่น่าสนใจ กับการเดินบนเส้นทางสู่เป้าหมาย 5,000 ล้านบาท

ด้วยความเป็นนักธุรกิจที่นำสมัย ทั้งทางด้านเทคโนโลยี - และความคิด ทำให้ ดร.สมชาย โดดเด่นขึ้นมาในเวทีขายตรงได้ไม่ยาก และเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ ดร.สมชาย ผุดนวัตกรรมร้านสะดวกซื้อ + ขายตรง แห่งแรกในประเทศไทย

ด้วยความคิดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ดร.สมชาย ผ่านการลองผิด - ลองถูก กับระบบ กับสมาชิก กับกระบวนการ ภายใต้แบรนด์ร้านสะดวกซื้อ จอยมาร์ท อย่างฉลุย ซึ่งกว่าจะฝ่าด่านอรหันต์และพบจุดสำเร็จอย่างแท้จริง 1-2 ปี แรก ต้องเจอแต่ปัญหาและความวุ่นวาย...ย่างสู่ปีที่ 3 ระบบทดลองเริ่มรันเกือบเต็มระบบ พอสู่ปีที่ 4 ในปี 2555 นี้...

ร้านสะดวกซื้อ จอย มาร์ท กลายเป็นจุดที่ผู้คนในวงการขายตรงกล่าวขวัญถึง อยากเป็น อยากทำ อยากเหมือนกับค่าย จอย แอนด์ คอยน์ ที่นำสินค้า 1 หมื่นรายการมาฝากขาย จนกลายเป็นแหล่งศูนย์รวมสินค้า ตัวเอก ของทุกค่ายมาไว้ใน จอยมาร์ท
ณ จุดเดียวที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค - บริโภค มากที่สุด ด้วยการจับมือกับซัพพลายเออร์มากที่สุด
ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับธุรกิจประกันภัยค่าย โตเกียว มารีน ออกกรมธรรม์เงินออมให้กับสมาชิก มุ่งเน้นการออมระยะสั้นให้ผลตอบแทนสูง หรือที่เรียกว่า Happy Cash 15/8 ชำระเบี้ยประกันเพียง 8 ปี ให้ความคุ้มครอง 15 ปี รวมผลตอบแทนตลอดสัญญา 912% และรูปแบระยะยาว เรียกว่า Pension Choice ที่ให้ความคุ้มครองถึง 90 ปี เสมือนเงินบำนาญข้าราชการผู้สูงอายุ...จับมือพันธมิตรขึ้นเชลฟ์ห้างสะดวกซื้อ เป็นรายล่าสุด
...ณ จุดเดียวที่จำหน่ายสินค้าขายตรงที่เป็น พระเอก - นางเอก มากที่สุดในวงการขายตรงไทย
เดิมที ดร.สมชาย ตั้งใจจะไปปะมือกับจ้าวตำรับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 eleven ของกลุ่มยักษ์ใหญ่ ซี.พี. แต่ความยิ่งใหญ่ของ ซี.พี. หาได้สนใจในธุรกิจเครือข่ายขายตรงไม่..

ดร.สมชาย ได้มานั่งคิดพินิจพิเคราะห์และนั่งตีโจทย์ร้านสะดวกซื้อ ภายใต้กรอบและแนวคิดของตัวเอง จนเป็นที่มาของคำว่า จอยมาร์ท ร้านสะดวกซื้อรายแรกที่พ่วงระบบขายตรงมาปันผลตอบแทนในประเทศไทย

หากเปรียบคู่ฟัดโดย ตรงของ จอย แอนด์ คอยน์ ไปประชิด แอมเวย์ ที่มีคลังสินค้าในรูปแบบร้านสะดวก ก็ถือว่า ใช่ แต่หากเทียบยอดขาย ด้วย พ.ศ.เกิดอันน้อยนิด ก็มิอาจเทียบรัศมีอย่างพี่ใหญ่ แอมเวย์ ได้...แต่หากจะย่อแล้วมองระหว่าง จอยมาร์ท และ คลังสินค้า หรือ ร้านสะดวกซื้อแอมเวย์ ก็ต้องบอกว่า จอยมาร์ท มีแต้มต่อ...

ถามว่าเป็นเพราะอะไร.. ก็เพราะคลังสินค้า แอมเวย์ มีแต่สินค้าภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ จำหน่ายเกือบ 90% ส่วนสินค้าฝากขายมีเพียง 10%...เมื่อเทียบกับร้านสะดวกซื้อ จอยมาร์ท ที่มีสินค้าอุปโภค - บริโภคเทียบชั้นกับห้างสรรพสินค้าทั่วไป สินค้า จอยมาร์ท มีเพียง 10% แต่สินค้าอุปโภค - บริโภค ที่เปรียบเสมือนซูเปอร์ มาร์เก็ตห้างหนึ่งกลับมีสินค้ากว่า 90% วางจำหน่าย

นี่คือ จุดสำคัญที่ทำให้ยุทธศาสตร์ จอย แอนด์ คอยน์ แค่เพียงตั้งรับอย่างเดียว ก็โกยสมาชิกเข้ามาสังกัดไม่อั้น ถามว่าทำไม.. ถึงเป็นอย่างนี้ เพราะ จอยมาร์ท แปลงรูปแปลงร่างให้เป็นเสมือน เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส มีสถานที่จอดรถสบาย โอ่โถง สร้าง 2 - 3 ชั้นต่อสาขา
ที่สำคัญยังแปลงรายจ่าย - ให้เป็นรายรับ หากผู้บริโภคทั่วไป ถ้าเข้ามาช้อปที่ จอย มาร์ท ถ้ามาช้อปอย่างเดียวไม่สมัครสมาชิกก็ซื้อสินค้าได้ในราคาปกติ แต่ถ้าสมัครสมาชิกเมื่อใดก็สามารถสะสมแต้มและซื้อสินค้าในราคาลดได้ เปรียบกับการเข้าไปซื้อของใน 7 Eleven ก็สามารถรับแสตมป์เพื่อไปแลกซื้อของได้เช่นเดียวกัน

นี่คือ กลยุทธ์ที่แยบยล ที่สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกเข้าต้นสังกัดได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง
ณ วันนี้การตลาด จอย มาร์ท ถูกพัฒนาและสยายปีกไปอีกกว่า 10 สาขา นับรวมของเก่าก็เท่ากับ 40 กว่าสาขา หากขยายไปครอบคลุมทั่วประเทศเมื่อใด เมื่อนั้นเราจะเห็น จอย แอนด์ คอยน์ ผงาดในทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ทั่วไทย เพราะมีทั้งคลังสินค้าหรือสาขา จอยมาร์ท ขนาดเท่า เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เข้าไปเติมเกมรบได้อย่างสมบูรณ์...

ด้วยเกมรบและการตลาดที่ไม่โฉ่งฉ่างในปี 2555...เพราะกำลังเตรียมความพร้อมในการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ว่ากันว่า...ดร.สมชาย ได้กว้านซื้อที่ดินที่เป็นทรัพย์มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท นับรวม 40 สาขา ทั้งเก่าและใหม่ เพื่อปรุงโฉมทั้งสาขาเก่า - ใหม่ ให้อยู่ในรูปแบบสากล หากพร้อมเดินเครื่อง 100% เมื่อไหร่ ต้องบอกว่า...จอย แอนด์ คอยน์ ก็มีสิทธิ์เข้าชิงตำแหน่ง 1 ใน 5 วงการขายตรงไทย และจะขย้ำคู่แข่งได้อย่างไม่ออมแรงอีกต่อไป
แม้ว่า...เส้นทาง จอย มาร์ท ของค่าย จอย แอนด์ คอยน์ วันนี้ยอดขายยังไม่แผลงฤทธิ์เต็มรูปแบบ แต่เชื่อเหลือเกินว่า การเดินตามพี่ใหญ่อย่าง แอมเวย์ และ กิฟฟารีน แล้วหาจุดขายเป็นของตนเอง...การเดินทาง

นับจากนี้ หาก จอย แอนด์ คอยน์ พร้อม ก็จะชี้ชัดในเวทีใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เพราะการเดินแต้มตลาดของ ดร.สมชาย ก็คล้าย ๆ การเดินแต้มของ กิฟฟารีน ที่คอยตามประกบสาขาพี่ใหญ่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ว่าสาขา แอมเวย์ อยู่ที่ไหน กิฟฟารีน ก็อยู่ใกล้ชิดไม่ไกลห่าง หากสาขา แอมเวย์ ปรับโฉมหรู กิฟฟารีน ก็จัดหรูตาม เรียกว่าตามประชิดติดทุกฝีก้าว...ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันที่ จอย แอนด์

คอยน์ น้องเล็กเดินตามพี่ใหญ่...ยังงัยยังงั้น
แต่เกมของ จอย แอนด์ คอยน์ ยังคงล่าช้าในการสร้างแบรนด์ให้อินเตอร์ เพื่อตอกย้ำแบรนด์ผ่านจอฟรีทีวี ที่จะออกมาอัดโฆษณาอย่างเต็มอัตราศึก หลังรุกสื่อทีวีดาวเทียมมากว่า 2 ปี...เพื่อต้องการสร้างแบรนด์ให้ติดตาภายในเร็ววัน...เหตุผลเพราะเหตุใด.. หากมองย้อนไปที่ จอย แอนด์ คอยน์ ก็จะพบคำตอบที่ว่า จอย แอนด์

คอยน์ เร่งวันเร่งคืนเพื่อสร้างสาขาให้ครบครัน ก่อนระเบิดศึกใหญ่ผ่านฟรีทีวีเร็ว ๆ นี้...เพราะถ้าทุ่มงบไปตอนที่สาขายังไม่พร้อม ก็เท่ากับเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่ จอย แอนด์ คอยน์ เวลานี้พร้อมรบระดับหนึ่ง ฟรีทีวีคือ เป้าหมายต่อไป..!!
ที่สำคัญการสร้างแบรนด์ จอย แอนด์ คอยน์ ต้องสร้างไปพร้อม ๆ กับแบรนด์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ก้าวเดินไปด้วยกัน ถึงจะเรียกว่า คุ้มทุน...เป็นที่สุด
แต่สำหรับทีวีจอเล็ก สื่อใหญ่ - สื่อน้อย ดร.สมชาย โหมโรงตลอดเวลา โดยเฉพาะช่องทีวีดาวเทียมเสียบลงไปกว่า 2 -3 ช่อง - บิลบอร์ด - สื่อนิตยสาร - นสพ.- สื่อออนไลน์... จอย แอนด์ คอยน์ รุกคืบครบเครื่อง

ความคืบหน้าล่าสุด ดร.สมชาย เตรียมแผนจะผลิตรายการทีวี สู่ช่องฟรีทีวีอีกหลายช่อง เพื่อสร้างแบรนด์ สร้างคาแรคเตอร์ในความเป็น จอย แอนด์ คอยน์ ออกสู่เวทีใหญ่สาธารณชน เพื่อตอกย้ำแบรนด์ให้อินเตอร์และก้าวไกลในเวทีอาเซียน ประเดิมช่องแรกที่ช่อง 3 ด้วยการจับมือกับผู้ผลิตอย่าง เป็ด เชิญยิ้ม ส่วนหน้าตาจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันในช็อตต่อไป

ส่วนช่อง ทีวีดาวเทียม ดร.สมชาย ได้ปรับยุทธ ศาสตร์ใหม่ แทนที่จะหันไปทุ่มเม็ดเงินลงทุนด้วยตนเอง ก็ปรับมาใช้วิธีกระจายแบรนด์สู่ช่องทีวีดาวเทียมต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลังจากเข้าไปใช้บริการแล้ว 2 - 3 ช่อง ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และจะเข้าไปปรับรูปแบบรายการใหม่ ด้วยรูปโฉมที่อินเตอร์มากขึ้น โดยดึงดารา - นักแสดงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างชื่อ จอย แอนด์ คอยน์ ให้ติดหู ติดตา ทั่วทั้งตลาดอาเซียนต่อไป
หากกลศึกที่วางไว้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ด้วยอาวุธที่ครบเครื่อง และเฟื่องไปด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ ที่จับมาแมทซ์ประสานเป็นหนึ่งเดียว ก็น่าจะเห็น จอย แอนด์ คอยน์ นำหน้าจ่าฝูงต้น ๆ ในวงการขายตรงในปี 2556 นี้...แน่นอน

ยุทธศาสตร์ที่ จอย แอนด์ คอยน์ วางแผนไว้ ที่จะทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ มียอดขายไปสู่เป้า 5,000 ล้าน. วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มียอดขายกว่า 2,000 ล้าน. แต่ในระยะเวลา 2 หรือไม่เกิน 3 ปี เราเชื่อหรือเกินว่า เราจะไปสู่ตรงนั้นด้วยเหตุผลที่ว่า ด้วยโครงสร้าง ด้วยกลยุทธ์ที่จะเป็นขายตรงสะดวกซื้อ ด้วยนวัตกรรมทางการตลาดที่เอาทุกศาสตร์มารวมกัน เราเชื่อเหลือเกินว่า ด้วยความหลากหลายก็ดี ด้วยเรื่องการตลาดที่เราออกแบบมาแล้วแตกต่างก็ดี แล้วปรับเป็นห้างฯ สะดวกซื้อที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สำหรับเป้าหมายนี้เรามั่นใจ

ซึ่งปีนี้ดำเนินการก่อ สร้างอยู่หลายสาขา คาดว่าปีหน้าจะมีสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา เปรียบสาขาแต่ละสาขาไม่ต่างอะไรกับห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ เสมือน เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ในต่างจังหวัด ซึ่งแตกต่างกันตรงที่พื้นที่ใช้สอยเรามีมากกว่าจำนวน 2 - 3 ชั้น และมีเรื่องของการจัดอบรบ มีหลักสูตรการสอนแก่ผู้ที่ไม่เข้าใจให้มีความรู้ และได้เอาสิ่งที่มีคุณค่านี้ไปถ่ายทอด ไปบอกต่อ เพราะด้วยคอนเซ็ปต์ขายตรงนี้ที่รับทราบกันมาก่อนว่า ทำอย่างไรให้ผู้ที่ไปบอกต่อบอกอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ฉะนั้น การที่เรามีโครงสร้าง มีสาขารองรับ มีวิธีการอบรมนั้น ก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ดร.สมชาย ได้ขยายความถึงยุทธศาสตร์การผลักดันยอดขายก้าวสู่ 5,000 ล้าน. และยังกล่าวต่ออีกว่า

นวัตกรรมทางการขาย - การตลาดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ เรื่องของเทคโนโลยี โดยรวบรวมเอาเรื่องทุกเรื่องมารวมกัน ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีที่ออกแบบใหม่ มาทำในรูปแบบแอพสโตร์ (App Store - Application Store เว็บที่รวบรวมโปรแกรม หรือ Application ในการใช้งานร่วมกับโทรศัพท์บนมือถือ) ที่จะทำให้ผู้คนนี้ไปบอกต่อ แม้เขาไม่บอกด้วยตนเอง ก็ให้เทคโนโลยีไปบอกต่อ ทำให้เขาเก่งในการบอก เพราะมีเครื่องมือเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย แล้วก็บอกอย่างมีประสิทธิภาพ การบอกโดยใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีความแม่นยำถูกต้อง มีเรื่องของสื่อมีเดียเข้าไปช่วย ก็จะทำให้ผู้คนที่รับการบอกต่อรับรู้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเข้าใจ สามารถนำสิ่งดี ๆ นี้ไปบอกต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

การตลาดที่มีการขยายตัว ผนวกกับการใช้เครื่องมือสื่อสารที่ดี บวกกับสิ่งที่จับต้องได้แม่นยำ ตลอดจนเรื่องสาขาที่จับต้องได้ การมีสินค้าหลากหลายนับหมื่นรายการ มีการจัดกิจกรรม การจัดอบรมที่ดี เรื่องของการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณา ต่าง ๆ ไม่ว่าเป็น บิลบอร์ด โซเชียล- มีเดีย ทีวี อาทิ แซทเทิ้ลไลท์ ทีวี หรือ ทีวีดาวเทียม รวมถึงฟรีทีวี บวกกับพวกแอดโฆษณาตามแมกกาซีนต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เรามีอยู่อย่างครบถ้วน

ฉะนั้น การทำส่วนผสมทางการตลาดที่เราทำค่อนข้างครบ ไม่ว่าเรื่องของสินค้า เรื่องโปรโมชั่น เราก็ชูในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละปีมีโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างประเทศ 6 - 7 ประเทศ รวมถึงการจัดช่องทางการตลาดที่เรามีความหลากหลายในหลายช่องทาง เพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ซื้อผ่านจากตัวแทนเท่านั้น แต่ยังสามารถซื้อผ่านสาขาหรือผ่านระบบที่ e-wallet (หรือกระเป๋าเงินออนไลน์) เป็นนวัตกรรมการตลาดตัวใหม่ที่ทำให้สมาชิก จอย แอนด์ คอยน์ ของเราไปขยายงานอย่างไร้ขีดจำกัด จะขายที่ไหนหรือขายได้ 24 ชั่วโมง ถ้าเขาสามารถใช้ระบบนี้ขายผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีซอฟต์แวร์เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของขายเอง ด้วยการใช้ระบบที่มีอยู่นำเสนอผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำในเรื่องของการโปรเซสคน ผ่านระบบการฝึกอบรม การจัดสถานีที่ที่มีความน่าประทับใจ ทุกสถานที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ต่างอะไรกับห้างสรรพสินค้า นี่คือสิ่งที่เรากำลังกระทำ ซึ่งห้างสรรพสินค้าในแต่ละที่ จะมีห้องรับรองลูกค้า มีการทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ บวกกับความมั่นใจ และระบบการฝึกคนให้ประสบความสำเร็จได้ ตรงนี้แหละ ที่เราเชื่อว่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนคนไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก นี่เป็นกลยุทธ์ทั้งหมดที่เชื่อเหลือเกินว่า ผู้คนที่ประสบความสำเร็จ จะนำมาซึ่งยอดขายที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในที่สุดยอดจะเดินไปสู่ 5,000 ล้าน.ได้ไม่ยาก นี่คือ สิ่งที่ผมอยากบอกกับทุกท่านครับ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่324 ประจำวันที่16 - 31 กรกฏาคม 2555

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

จอยแอนด์คอยน์ ย้อนรอยความสำเร็จ 3 เศรษฐีเงินล้าน

ย้อนรอยความสำเร็จ3เศรษฐีเงินล้าน
‘ณัฎฐ์ชุดา-อนันตโชติ-นิรชา’
ผู้นำหัวใจแกร่งแห่ง’จอย แอนด์ คอยน์’


ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป”…เป็นคำกล่าวที่ยังคงความคลาสสิกในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทำทุกวิถีทางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี บางคนเลือกเดินเข้าสู่ถนนขายตรง ด้วยความหวังอยากมีรายได้ที่มากขึ้น แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้เสียเมื่อไหร่ มีไม่น้อยที่ล้มแล้วไม่ลุก แต่คงไม่ใช่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” และ “อนันตโชติ – นิรชา ชัยปรีชา” นักสู้และนักขายมืออาชีพจากค่าย “จอย แอนด์ คอยน์” เป็นแน่!

เพราะเขาเหล่านี้ต่างก็ต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกคลับเงินล้านชั้นแนวหน้าในวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ต้องเอาชนะความท้อแท้ สิ้นหวัง แล้วแปรเปลี่ยนเป็นพลัง
เพื่อลุกขึ้นเดินต่อ ทว่าวันนี้พวกเขาทำสำเร็จ มีทุกสิ่งอย่างที่ใจปรารถนา ซึ่งต้องบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากอย่างแสนสาหัส หากไม่เคยล้มก็คงไม่รู้วิธีลุกขึ้นสู้ใหม่ นี่คือแนวคิดที่ใช้ปลุกปลอบใจตัวเองในยามเหนื่อยล้า และเป็นที่มาของเรื่องราว “คลับเงินล้าน” ในปักษ์นี้

เริ่มต้นกันที่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ที่เข้าสู่วงการเครือข่ายเนื่องจากต้องการหารายได้เสริม เพราะลำพังเงินเดือนครูบวกกับเงินเดือนสามีที่รับราชการทหาร ไม่สามารถตอบสนองค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เต็มที่ ลูกๆ ทั้งสองคนก็อยู่ในวัยกำลังเรียน ดังนั้น สองสามีภรรยาจึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เริ่มจากการทำเครือข่ายกับค่ายยักษ์ใหญ่ แต่ด้วยความคิดไกลฝันไกล จึงได้กู้หนี้ยืมสินมาทำธุรกิจอย่างอื่นเพิ่มเติม

แต่แล้วความฝันว่าจะรวยก็ต้องพังทลายลงไปต่อหน้า เมื่อวันหนึ่งสามีเดินมาบอกว่าธุรกิจที่ทำล้มเหลว ทุกอย่างที่ลงทุนไปมีค่าเท่ากับศูนย์ เหลือเพียงหนี้ก้อนโตไว้ให้ดูต่างหน้า “ณัฎฐ์ชุดา” จึงต้องยอมละทิ้งความฝันในวัยเยาว์ด้วยการลาออกจากอาชีพครู ด้วยหวังจะหางานอย่างอื่นทำเพื่อปลดหนี้ 3 ล้านบาท แต่เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะเธอลาออกมาโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไร เงินลงทุนก็ไม่มีสักบาท จึงต้องไปทำงานรับจ้างล้างถ้วยกาแฟ และทอดปาท่องโก๋ข้างๆ โรงเรียนที่เคยสอน ที่เจ็บปวดที่สุดคือ ต้องทนเห็นสายตาดูถูกจากเพื่อนครูและคนรอบข้าง

น่าอัศจรรย์ใจที่เธอสามารถอดทนเพื่อเงินวันละ 150 บาท ให้ลูกๆ ได้มีค่าขนมไปโรงเรียน จนในที่สุดเธอรวบรวมเงินทุนได้ก้อนหนึ่ง เพื่อขายส้มตำ ไก่ย่าง แต่ชีวิตก็ยังคงอยู่ในมุมมืด เมื่อต้องหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าหนี้ที่คอยมาทวงเงิน

เคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัดอีกครั้ง!…เมื่อ “ณัฎฐ์ชุดา” ล้มป่วยเป็นกระดูกทับเส้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก เธอนอนอยู่โรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพอยู่เป็นเดือนๆ เนื่องจากไม่สามารถเดินได้ ชีวิตที่ถูกเส้นบางๆ ขีดคั่นไว้ระหว่างความเป็นกับความตาย ทำให้หนี้ 3 ล้านบาทกลายเป็นเรื่องเล็ก เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้หายจากการเจ็บป่วย และจากนี้เธอจะสู้ สู้กับอุปสรรคทุกอย่างไม่มีถอย ต้องปลดหนี้และมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้

ดูเหมือนเทวดาจะได้ยินคำอธิษฐาน เมื่อเธอหายป่วยและกลับมาเดินได้อีกครั้ง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือต้อง “รวย” ด้วยการทำเครือข่าย เพราะเธอเคยสัมผัสธุรกิจนี้มาก่อนและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ความสวยงามของเครือข่ายยังอยู่ในใจเสมอ เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเดินเข้าไปหาค่ายใด บ้านหลังไหนที่จะเติมเต็มความปรารถนาให้เป็นจริง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นกับชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเพื่อนเก่าได้ชักชวนให้เธอและสามีรู้จัก “เจริญโอสถ” หรือ “จอย แอนด์ คอยน์” ในปัจจุบัน สองสามีภรรยาไปนั่งฟังแผนการตลาดด้วยหัวใจที่พองโต มองเห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า ด้วยหวังจะฝากชีวิตไว้กับที่นี่

4 ปีแรกกับ “จอย แอนด์ คอยน์” นั่น “ณัฎฐ์ชุดา” ยอมรับว่ายังห่างไกลกับคำว่า “สำเร็จ” เพราะทำงานแบบสะเปะสะปะ ไม่มีข้อมูล ไม่มีที่ปรึกษา แม้จะไม่เป็นหนี้เพิ่ม แต่ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด เธอจึงกลับลำตั้งตัวใหม่ด้วยการเดินเข้าไปหา ประธานบริษัท “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ขอคำปรึกษาการทำธุรกิจเครือข่าย แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อได้แนวคิดทฤษฎีกลยุทธ์มากมายมาปรับใช้ในการทำงาน กลายเป็นที่มาของการพัฒนาคนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ

“ณัฎฐ์ชุดา” สร้างผู้นำขึ้นมาคนแล้วคนเล่า ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้นำภายใต้องค์กรช่วยเหลือตัวเองได้ รู้ลึกรู้จริงเรื่องเครือข่าย จัดตั้งระบบการทำงานเข้ามารองรับ จากอดีตที่ใช้ยุทธวิธีรุก ทำทุกอย่างให้สินค้าถึงลูกค้า แต่มาวันนี้เธอตั้งรับ ให้ลูกค้ามีช่องทางเข้ามาติดต่ออย่างสะดวกสบาย จนพัฒนามาเป็นการสร้างวิธีดึงผู้คนเข้ามาสู่ธุรกิจได้ง่ายที่สุด

เธอวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรกไว้อย่างน่าสนใจว่า ผิดพลาดที่ไปชักชวนคนที่เขาไม่มีแรงจูงใจที่จะรวย เพราะชีวิตของพวกเขาสุขสบายอยู่แล้ว ทำให้เสียงตอบรับที่ต้องการร่วมธุรกิจมีน้อย การขยายเครือข่ายจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ทันทีที่เธอเปลี่ยนวิธีคิด โดยการหันไปชักชวนคนที่มีหนี้สินและอยากรวยเหมือนกับเธอ กลายเป็นว่าไม่มีใครปฏิเสธที่จะร่วมธุรกิจ เพราะมันเป็นความหวังเดียวที่จะพลิกชีวิตได้

กลยุทธ์ต่อมาของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ การเดินสายโมติเวท และไปพบปะผู้นำทุกจังหวัด เมื่อเดินมาบนหนทางที่ถูกต้อง ในที่สุดรายได้ก็ตามมาโดยอัตโนมัติ ไม่มากไม่น้อยแค่เดือนละ “ล้านเศษๆ” เท่านั้นเอง

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเธอและสามีสามารถปลดหนี้ได้ ภารกิจต่อไป คือ สร้างทรัพย์สินไว้ให้ลูกด้วยการซื้อบ้าน 4 หลัง คอนโดที่หาดป่าตองอีก 2 ยูนิต รถยนต์อีก 3 คัน ต่อด้วยโปรเจ็กต์ถอยเบนซ์ป้ายแดง พ่วงด้วยรางวัลชีวิตที่ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศมาแล้วกว่า 30 ประเทศ

วันนี้ “ณัฎฐ์ชุดา” ได้แต่ขอบคุณธุรกิจขายตรง “จอย แอนด์ คอยน์” และ ท่านประธาน “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มองการณ์ไกลและวางโครงสร้างทุกอย่างเอาไว้อย่างดี หากเธอไม่ได้รับโอกาสคงไม่สามารถจะก้าวมาสู่ ณ จุดนี้ได้ อาชีพเครือข่ายช่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่แพ้อาชีพสุจริตอื่นใดในโลกนี้เลย

งานต่อไปของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ ทำอย่างไรให้คนภายใต้องค์กร หรือคนที่คาดหวังกับที่นี่ประสบความ
สำเร็จ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายและอาจจะมีปัญหาอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่เธอสัญญา
ว่าต้องดำเนินภารกิจนี้ให้ลุล่วงแน่นอน พร้อมกับเสนอทางเลือกให้กับคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน และต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต นั่นคือ การเดินเข้ามาบนถนนสายเครือข่าย เพราะเธอมีวันนี้ได้ก็เพราะยอมรับโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “จอย แอนด์ คอยน์” แห่งนี้ ได้สร้างปาฏิหารย์และเปลี่ยนชีวิตชนิดเหนือความคาดหมายมาแล้ว

…ผ่านไปแล้วกับมนุษย์เงินล้านท่านแรก มาต่อกันที่อีกหนึ่งคู่ คือ “อนันตโชติ–นิรชา ชัยปรีชา” ที่ผ่านอุปสรรคขวากหนามมาอย่างโชกโชนเช่นกัน กว่าที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อนันตโชติ” แม้จบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 6 แต่ในโรงเรียนขายตรงนั้น เขาจบชั้นปริญญาเอก เป็นดุษฎีบัณฑิตเลยก็ว่าได้

หนุ่มพิจิตรคนนี้ผ่านงานรับจ้างมาสารพัด ทั้งเป็น คนรับใช้ เด็กท้ายรถสิบล้อ ช่างเจียระไนพลอยก็เป็นมาแล้ว แม้รายได้จะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีงาน ไม่มีเงิน นี่คือ การรู้จักไขว่คว้าหาโอกาส

“อนันตโชติ” วิ่งเข้าหาโอกาสอีกครั้งกับอาชีพเครือข่าย เพราะรู้ตัวดีว่าข้อจำกัดเรื่องคุณวุฒิการศึกษา ทำให้เขาเสียเปรียบกว่าคนอื่นๆ แม้ประสบการณ์การทำงานจะมีมาก แต่เมื่ออยู่ในสังคมที่ยังตัดสินกันที่ประกาศนียบัตร เขาจึงต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองทัดเทียมกับผู้อื่น

เมื่อเป็นเช่นนี้ “อนันตโชติ” จึงพยายามศึกษาหาความรู้กับสิ่งที่สนใจทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพเครือข่าย เพราะมันคือ ความหวังและความฝันของชายผู้มีการศึกษาเพียงชั้นประถม 6 คนนี้ เขาเข้าไปคลุกคลีกับงานขายตรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จบ้าง เขาจึงเข้าๆ ออกๆ วงการเครือข่ายอยู่หลายต่อหลายครั้ง บางช่วงก็เข้าไปทำงานในสายประกัน แต่ที่แน่ๆ คือ มีหนี้สินติดตัวอยู่ 6 แสนกว่าบาทก่อนที่จะมาเจอ “จอย แอนด์ คอยน์”

กลางปี พ.ศ.2545 “อนันตโชติ” ตัดสินใจก้าวเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง โดยเลือกร่วมงานกับ “จอย แอนด์ คอยน์” จากนั้นเขาได้กู้เงินมา 2 หมื่น เพื่อเริ่มธุรกิจครั้งใหม่ และตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องปลดหนี้ทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 ปี มีบ้านซักหลัง รถมือสอง 1 คัน แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไปชักชวนคนรอบข้างแต่กลับถูกปฏิเสธและอวยพรให้เขาเอาตัวเองให้รวยก่อน ถ้ารวยแล้วค่อยมาชวนใหม่

จากประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ “อนันตโชติ” รู้ว่าคนใกล้ตัวจะไม่ชอบฟังสิ่งที่เขานำไปเสนอ หากแต่พวกเขาจะคอยดูว่าธุรกิจขายตรงมันทำแล้วประสบความเร็จจริงหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้าเขาเอาไปบอกต่อให้คนที่ไม่รู้จักฟัง ก็จะพบว่าคนกลุ่มนี้จะฟังและวิเคราะห์ว่า มีประโยชน์กับเขาอย่างไร เมื่อบรรลุความจริง ณ จุดนี้ เขาจึงเดินหน้าล่าเครือข่ายตามยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้อย่างดี

เพียงแค่ปีเดียวก็สามารถปลดหนี้ได้ 7 แสนบาท แถมปลูกบ้านราคาหลายล้านอีก 1 หลัง และซื้อรถป้ายแดงมา 1 คัน แต่เขาก็ไม่หยุดความสำเร็จไว้เพียงเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งเดินหน้าสร้างเครือข่ายต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งได้มาเจอ “นิรชา ชัยปรีชา” ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจที่ “จอย แอนด์ คอยน์” เช่นกัน “นิรชา” เล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความฝัน แต่เดี๋ยวนี้มีความฝันที่รอคอย “อนันตโชติ” เนรมิตให้กลายเป็นความจริง ซึ่งเธอก็ได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ รวมถึงบ้านหลังใหม่ราคากว่า 30 ล้าน ที่ “อนันตโชติ” มอบให้เป็นของขวัญ พร้อมรถเบนซ์ป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุด

เคล็ดลับความสำเร็จตลอด 9 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะทุ่มเทให้กับงานโดยไม่สนใจปัญหา เพราะหากนึกถึงแต่เป็นปัญหาจะทำให้มองไม่เห็นเป้าหมาย และที่สำคัญคือ ต้องรู้จริง เข้าใจจริง ตัดสินใจทำให้เป็นจริง หากคิดว่า นี่คือโอกาสของเรา “อนันตโชติ” กล่าว

เพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ “อนันตโชติ” ยังคงมุมานะกับธุรกิจเครือข่ายต่อไป แล้วธุรกิจขายตรงทุกวันนี้ง่ายกว่าสมัยบุกเบิกมาก เพราะมีเครื่องมีอคอยสนับสนุน เช่น สื่อวิทยุ ทีวีดาวเทียม เพียงแต่ต้องใช้ให้เป็น เมื่อมีสื่อแล้วก็ต้องทำงานต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เคยเต็มแก้ว เพื่อพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ๆ เข้ามา สำคัญที่สุดต้องมีระบบรองรับคนที่หลั่งไหลเข้าสู่องค์กร การเดินตามคนสำเร็จ หรือที่เรียกว่าก็อปปี้ก็ทำให้รวยได้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าลืมตัว หากทำได้ตามนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ในธุรกิจขายตรงไปได้อีกนาน

จากปีแรกที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 7 ล้าน ปีต่อๆ มา รายได้ก็ค่อยขยับขึ้นไปจนปีหนึ่งๆ รับเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ทรัพย์สินต่างๆ งอกเงยขึ้นมาเป็นลำดับ “อนันตโชติ” บอกว่างานเครือข่ายสามารถตอบสนองได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ เพราะนี่คือ อาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่ทำง่าย รายได้มั่นคง หากรู้จักทำ

คนเราเมื่อขาดและเสาะแสวงหาโอกาส อยากให้ลองมองมาที่อาชีพเครือข่าย เปิดใจศึกษาดูให้ดี คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นงานที่ไม่มีหลัก ใครทำก็ดูเหมือนคนนั้นจะเป็นคนว่างงานหรือไม่มีความรู้ อีกทั้งรายได้ก็ไม่แน่นอน…แต่ “อนันตโชติ” มองในมุมที่แตกต่าง โดยบอกว่า “ไม่มีอาชีพใดที่จะทำให้คนที่แย่ที่สุด กลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนอาชีพขายตรง” ตัวเขาเองก็เช่นกัน แม้ความรู้จะน้อยนิด แต่เมื่อรู้จักหยิบฉวยโอกาสดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนผันไปในทางที่ดีขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลยทีเดียว

และนี่ก็คือ เรื่องราวความสำเร็จของมนุษย์เงินล้านแห่ง “จอย แอนด์ คอยน์” จะเห็นว่าแต่ละคนล้วนเคยผ่านบทเรียนที่เจ็บปวดจากความจนมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น แต่การไขว่คว้าหาโอกาสและใช้มันให้เป็น ก็ทำให้พวกเขากลับมามีที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง และบทเรียนความล้มเหลวอันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ น่าจะเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่กำลังท้อแท้ได้เป็นอย่างดี….

ที่มา : หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 291 ประจำวันที่ 16 – 28 กุมภาพันธ์ 2554