ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มิลค์กี้เวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มิลค์กี้เวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค (Milkyway Network) : ผนึก 4 ผู้นำลุย มิลค์กี้ เวย์


ฮือฮา สันติศักดิ์ ประกาศอำลา เอปูเซ่ โผล่ซบขายตรงน้องใหม่ มิลค์กี้ เวย์ ตีตรามนุษย์เงินล้านคนที่ 4 ที่โดดร่วมวง มิลค์กี้ เวย์ จาก ก่อนหน้า ทั้ง บิ๊กแจ๊ก ธนนท์ และ ณิชานันทน์ 3 ผู้นำหลักจับมือลงสนาม ก่อนหน้า เจ้าตัวเผยสาเหตุที่ออกเป็นการตัดสินใจส่วนตัวและต้องการหาความท้าทายใหม่ ลั่น! มั่นใจบริษัทใหม่ ถูกที่ ถูกจังหวะ ธุรกิจเอื้อสร้างเงินด่วน อีกทั้งชื่นชอบตัว สินค้าราคาไม่เอาเปรียบผู้บริโภค แถมคุณภาพไม่แพ้ใคร ขณะที่ข่าววงในระบุมีมนุษย์เงินล้านอีกกว่า 3 ราย เตรียม เปิดตัวลุย มิลค์กื้ เวย์ เร็วๆ นี้

มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค ภายใต้การบริหารของ สุมิตร วชโรดมทรัพย์ นักธุรกิจส่งออกหนุ่มไฟแรง โดย บริษัทขายตรงน้องใหม่แห่งนี้กำลังได้ความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบัน

มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค ขายตรงน้องใหม่ที่เพิ่งเปิด ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยมี 3 ผู้นำหลักตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจตั้งแต่ บริษัทเพิ่งเริ่มตั้งไข่ อาทิ บิ๊กแจ๊ก-ณฐกร คงอัครฐากูล, ณิชานันทน์ ศรีหาจันทร์ และ ธนนท์-ไตรสิทธิ์ พิริยเมธนนท์ โดยทั้ง 3 ราย ถือเป็นผู้นำแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จใน ธุรกิจขายตรงแทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค นับจากวันที่เริ่มรันรหัส อย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้สามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วมากกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน และมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เดือนเศษมียอดรหัสเข้ามาเกือบ 4,000 รหัส อีกทั้ง ยังก้าว สู่บริษัทขายตรงน้องใหม่ที่ติดชาร์ตขายตรงมาแรงอันดับต้นๆ ของเมืองไทยในปัจจุบัน

และจากการเติบโตอย่างรวดเร็วดังกล่าว ส่งผลให้ ทางคณะบริหารของบริษัทมีแนวคิดที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ จากย่านพระราม 2 มาตั้งฐานอยู่บน ชั้น 4 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งปัจจุบันได้ขยายฐานบัญชาการเพิ่มเติมบนห้างฯ แห่งนี้เพื่อรองรับการเติบโต และเพิ่มความสะดวกในการใช้ บริการของสมาชิก

ในขณะเดียวกันเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค ยังได้ผู้นำเงินล้านเข้ามาเสริมทัพอีกราย ภายใต้ชื่อผู้นำเงินล้านที่ชื่อ สันติศักดิ์ ครุฑธามาศ ซึ่งอดีต เป็นผู้นำหมายเลขหนึ่งของ เอปูเซ่ (ประเทศไทย) โดย การขยับเข้ามาของ สันติศักดิ์ สร้างความฮือฮาให้กับคนใน วงการขายตรงไม่น้อย

การเข้ามาของ สันติศักดิ์ สร้างความแปลกใจให้ คนในวงการไม่น้อย เพราะ สันติศักดิ์ ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายออกจากบริษัทเก่ายังคงมียอดรายได้ที่สูงในบริษัทแห่งนี้ พอสมควร

สันติศักดิ์ ครุฑธามาศ เปิดใจกับ เดอะ พาว- เวอร์ เน็ตเวิร์ค หลังการตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจ มิลค์กี้ เวย์ ว่า ตัวเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับบริษัทเก่า เพราะการ ตัดสินใจในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจส่วนตัวเพื่อสานต่อ ความฝันที่ได้วางไว้ และต้องการหาประสบการใหม่ๆ ให้กับ ชีวิต โดยได้ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับ มิลค์กี้ เวย์ เมื่อ ต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่า บริษัทแห่งนี้มีโอกาส ที่ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะสินค้าที่จำหน่ายในราคา ที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ขณะที่แผนรายได้มีจุดเด่นในแผน มากมายให้ค้นหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่อยากพูดอะไรไป มากกว่านี้

การทำงานของผมจะไม่ย้อนกลับอดีต โดยเฉพาะ ที่เก่าที่สร้างโอกาส สร้างชีวิตที่ดีให้กับผมมากมาย แต่การ ตัดสินใจครั้งนี้ ขอยํ้าอีกครั้งว่า เป็นการตัดสินใจส่วนตัว เพราะอยากเปิดรับความท้าทายใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายทุบ สถิติการสร้างรายได้ให้กับตัวเองภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ เหนือกว่าประสบการณ์ที่เคยทำขายตรงมา นอกจากนั้นยังมี เป้าหมายหลักในการสร้างทีมงานใหม่ให้เกิดรายได้อย่าง รวดเร็ว ซึ่งตัวเองพร้อมที่จะให้บริการสมาชิกอย่างเต็มที่ นับจากนี้เป็นต้นไป สันติศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม กับบริษัทขายตรงน้องใหม่แห่งนี้ ยังมีกระแสข่าวออกมาว่า ขณะนี้ยังมีผู้นำเงินล้าน อีกประมาณ 3 ราย ที่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับ มิลค์กี้ เวย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่า จะเริ่มทยอย เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง บริษัทขายตรงน้องใหม่แห่งนี้ จะมีผู้นำเงินล้านเข้ามารวมตัวกันในเดือนหน้าไม่ตํ่ากว่า 7 ราย และจะสามารถเพิ่มกระแสความร้อนแรงทาง ด้านการแข่งขันให้กับวงการขายตรงเมืองไทยได้ไม่มาก ก็น้อย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

ขายตรง “มิลค์กี้เวย์" เปิดตัวสวย


จ่อทำเนียบขายตรงน้องใหม่มาแรง


            “สุมิตร" นักธุรกิจส่งออกรายใหญ่ เปิดคฤหาสน์หรูพันล้านย่ายชัยพฤกษ์ แถลงข่าว เปิดตัว "มิลค์กี้เวย์" ลงสนามขายตรงอย่างเป็นทางการ ตั้งงบก้อนแรกลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมส่งเสริมการตลาดกว่า 50ล้านบาท จับสินค้าไลน์เสริมอาหารและความสวย ความงาม หัวเจาะตลาด ชูแผนจ่ายผลตอบแทนสู้คู่แข่งได้ วางแผนผลักดันธุรกิจสู่ขายตรงทางเลือกภายใต้การจัดการมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ส่วนกลุ่มผู้นำทยอยเข้าร่วมคับคั่ง เตรียมเปิดอีกสำนักงานย่านรัชดา-พระรามเก้า และต่างจังหวัด รับรองให้บริการสมาชิกจากก่อนหน้าเปิดแล้วย่านพระรามสอง พร้อมวางเป้าเปิดสาขาเพิ่มทั่วทุกภูมิภาคใน 2 ปี คาดสิ้นปี'55ขอปิดยอดขาย 80-100 ล้านบาท เป็นการชิมลาง


            สุมิตร วชโรดมทรัพย์ กรรมการผู้จ้ดการบริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่าตนเองสนใจในธุรกิจขายตรงมานานแล้วว เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจนี้มีความท้าทาย และสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ สมาชิก และผู้บริโภคทั่วไปได้อย่างทั่วถึง


            “ดั้งเดิมของเราประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องหนังทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป และตะวันออกกลาง"


            ซึ่งธุรกิจที่ส่งออกที่ทำอยู่ทุกวันนี้ถือว่าลงตัวแล้ว จึงอยากขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ที่ท้าทาย จนมาพบธุรกิจขายตรง และได้ศึกษาธุรกิจนี้มาหลายปี ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อบริษัทว่า มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือหมายความว่า "ทางช้างเผือก" รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อ15 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการเตรียมการนานกว่า 6 เดือน สุมิตร กล่าวและว่า


            มิลค์กี้ เวย์ มีการลงทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า 25 ล้านบาท ทั้งสำนักงาน สินค้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยปัจจุบัน เรามีสำนักงานอยู่ที่พระราม2 และจะเปิดเพิ่มอีกเพื่อสนองความต้องการของสมาชิกย่านรัชดา-พระรามเก้า ภายในเดืิอนเมษายนนี้ และคาดว่าจะตกแต่งแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้น ก่อนหน้า บริษัทได้ไปขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเองล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วที่จังหวัดพิษณุโลก และกำลังมองการเปิดสาขาเพิ่มอีกในหัวเมืองหลักๆ จองแต่ละภูมิภาค ซึ่งคาดว่าไม่เกินปีหน้าจะเปิดได้ครบ


            สุมิตร กล่าวต่อไปอีกว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมบริษัทต้องเร่งลงทุนไปก่อนทั้งๆที่ยังไม่เปิดดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการโยที่ยังไม่ได้ทราบว่า ธุรกิจจะได้รับการตอบรับดีหรือไม่ ประเด็นนี้ตัวเองมองว่า ที่เราจะทำอย่างนี้ เราต้องมีความมั่นใจพอสมควร และต้องมีต้นทุนที่มากพอ ถึงจะทำได้


            “เราไม่อยากเปนเหมือนธุรกิจขายตรงทั่วไปที่กอ่นเปิดบริษัทแม่ทีมต้องพร้อมก่อน หรือเปิดสาขาแต่ละสาขาก็ต้องรอแม่ทีมหรือสมาชิก ให้ชัดเจน ในขณะที่โครงสร้างต่างๆ ที่จะเข้ามารับรองการให้บริการยังไม่พร้อมเลย แสดงว่า เจ้าของธุรกิจนั้นๆ ไม่มั่นใจในการทำธุรกิจ และกลัวความเสี่ยง จึงผลักภาระไปตกกับแม่ทีมและสมาชิก ซึ่งมิลค์กี้ เวย์ ไม่ใช่อย่างนั้น" สุมิตรกล่าวและกล่าวต่อว่า


            สำหรับสินค้าของ "มิลค์กี้ เวย์" นั้น มีการนำเจ้ามาจัดจำหน่ายแล้วมากกว่า 10 รายการ ซึ่งเราลงทุนสินค้าไปแล้วกว่า 10ล้านบาท โดยสินค้าจะอยู่ในประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  และความสวย ความงาม เป็นหลัก ที่ตะเจ้ามาเป็นหัวเจาะในการเปิดตลาดของ "มิลค์กี้ เวย์" ซึ่งในอนาคตคาดว่า จะนำเข้ามาเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เพื่อสนองความต้องการ และเพิ่มความหลากหลายให้สมาชิกได้ซื้อ ได้ขาย


            ทั้งนี้บริษัทนอกจากจะมีแนวนโยบายในการเปิดสาขาของบริษัทรับรองการให้บริการแล้ว บริษัทยังมีเครือข่ายเซ็นเตอร์ และโมบาย ที่สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเอง คอยให้บริการสมาชิกและผู้บริโภคอีกด้วย โดยโมบายนั้น ลงทุนเข้าร่วมธุรกิจเร่ิมต้นแค่ 50,000 บาท ส่วนเซ็นเตอร์ ลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 300,000 บาท โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถขยายเซ็นเตอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 50 เซ็นเตอร์ ขณะที่โมบายเป้าการขยายตัวไว้ที่100-150 โมบาย


            สุมิตร กล่าวเสริมว่า ลักษณะการทำตลาดของ "มิลค์กี้ เวย์" จงใจใช้ลักษณะ "สินค้านำการตลาด" โดยบริษัทจะคอยส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาดให้กับสมาชิกในทุกรูปแบบ อาทิ โปรโมชั่น กิจกรรม และการส่งเสริมในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย


            นอกจากนั้น บริษัท ยังให้ความสำคัญกับระบบการให้บริการที่ดีและระบบแทรนนิ่งที่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะระบบเทรนนิ่งนั้น ทางบริษัทจะนำเข้าวิทยากรมืออาชีพที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาให้ความรู้ตามที่ระยยบริษัทได้วางไว้


            ขณะที่ในส่วนของระบบไอทีนีั้น บริษัทมั่นใจว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างระบบ โปรแกรมการให้บริการต่างๆแก่สมาชิกและ้วเสร็จและทันต่อการขยายตัวของธุรกิจอย่างแน่นอน


            “ตัวไอที นอกจากเว็บไซต์ แล้วสมาชิกยังมีความคาดหวังในเรื่องของการให้การบริการค่าตอบแทนที่เที่ยงตรง และตรงต่อเวลา อีกทั้งจะต้องเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด นอกจากนั้น ระบบไอที จะต้องมีขีดความสามารถใรการให้บริการแก่สมาชิกได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทย หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะ การสมัครสมาชิกออนไลน์ หรือแม้กระทั่ง One Code One World หรือ 1 รหัส ใช้ได้ทั่วโลก


            สุมิตร กล่าวต่อไปอีกว่า ในอนาคตเรามองตลาดต่างประเทศแน่นอน เพราะเป็นตลาดที่เราถนัดและมีสายป่านอยู่มากพอสมควร ดังนั้นในระยะยาว บริษัทมีแผนที่จะสร้างคนไทยเป็น UP โดยให้คนต่างประเทศนั้นอยู่ใต้สายงานของคนไทยทั้งหมด ซึ่งคาดว่า แผนการขยายธุรกิจ "มิลค์กี้ เวย์" ไปยังต่างแดนไม่ยากที่จะทำได้ และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต


            อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขายตรง "มิลค์กี้ เวย์ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดดำเนินกิจการ และก่อนหน้ามีการเปิดดำเนินการอย่างเงียบๆ มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว แต่ถือว่า มีสมาชิกให้คสามสนใจเข้าร่วมธุรกิจไม่น้อย ถึงปัจจุบันมีรหัสแล้วกว่าพันรหัส และคาดว่าหลังตากเปิดตัวอย่างเป็นทางการนับจากนี้เป็นต้นไป จะมีรหัสสมาชิกใหม่ๆเกิดขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000รหัส


            “ปีนี้เราให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาสร้างโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้แข็งแกร่ง อาทิ ระบบสำนักงานสาขา ระบบการให้บริการ ระบบไอที ระบบพัฒนาสมาชิก ไปพร้อมๆกับการเร่งประชาสัมพันธ์แบรนด์บริษัท และแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงการขายตรงเมืองไทย"


            "มิลค์กี้ เวย์ จะเป็นอีกหนึ่งขายตรงทางเลือกของคนขายตรงที่ต้องการมีรายได้อย่างรวดเร็ว และมีสุขภาพที่ดีจากการใช้สินค้าของบริษัท ภายใต้การบริหารจัดการที่ยึดหลัก "สินค้านำการตลาด" และหลัก "คุณธรรมนำธุรกิจ" เป็นที่ตั้ง เชื่อว่าในปีนี้ บริษัทแห่งนี้จะได้รับความนิยม จากกลุ่มขายตรงไม่น้อย และจะเป็นขายตรงน้องใหม่มาแรงอย่างแน่นอน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 80-100 ล้านาท ซึ่งจะเป็นยอดที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 8 เดือนเท่านั้น " สุมิตรกล่าวทิ้งท้าย

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

ขายตรง “มิลค์กี้เวย์" เปิดตัวสวย


จ่อทำเนียบขายตรงน้องใหม่มาแรง


            “สุมิตร" นักธุรกิจส่งออกรายใหญ่ เปิดคฤหาสน์หรูพันล้านย่ายชัยพฤกษ์ แถลงข่าว เปิดตัว "มิลค์กี้เวย์" ลงสนามขายตรงอย่างเป็นทางการ ตั้งงบก้อนแรกลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมส่งเสริมการตลาดกว่า 50ล้านบาท จับสินค้าไลน์เสริมอาหารและความสวย ความงาม หัวเจาะตลาด ชูแผนจ่ายผลตอบแทนสู้คู่แข่งได้ วางแผนผลักดันธุรกิจสู่ขายตรงทางเลือกภายใต้การจัดการมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ส่วนกลุ่มผู้นำทยอยเข้าร่วมคับคั่ง เตรียมเปิดอีกสำนักงานย่านรัชดา-พระรามเก้า และต่างจังหวัด รับรองให้บริการสมาชิกจากก่อนหน้าเปิดแล้วย่านพระรามสอง พร้อมวางเป้าเปิดสาขาเพิ่มทั่วทุกภูมิภาคใน 2 ปี คาดสิ้นปี'55ขอปิดยอดขาย 80-100 ล้านบาท เป็นการชิมลาง


            สุมิตร วชโรดมทรัพย์ กรรมการผู้จ้ดการบริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่าตนเองสนใจในธุรกิจขายตรงมานานแล้วว เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจนี้มีความท้าทาย และสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ สมาชิก และผู้บริโภคทั่วไปได้อย่างทั่วถึง


            “ดั้งเดิมของเราประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องหนังทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป และตะวันออกกลาง"


            ซึ่งธุรกิจที่ส่งออกที่ทำอยู่ทุกวันนี้ถือว่าลงตัวแล้ว จึงอยากขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ที่ท้าทาย จนมาพบธุรกิจขายตรง และได้ศึกษาธุรกิจนี้มาหลายปี ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อบริษัทว่า มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือหมายความว่า "ทางช้างเผือก" รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อ15 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการเตรียมการนานกว่า 6 เดือน สุมิตร กล่าวและว่า


            มิลค์กี้ เวย์ มีการลงทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า 25 ล้านบาท ทั้งสำนักงาน สินค้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยปัจจุบัน เรามีสำนักงานอยู่ที่พระราม2 และจะเปิดเพิ่มอีกเพื่อสนองความต้องการของสมาชิกย่านรัชดา-พระรามเก้า ภายในเดืิอนเมษายนนี้ และคาดว่าจะตกแต่งแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้น ก่อนหน้า บริษัทได้ไปขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเองล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วที่จังหวัดพิษณุโลก และกำลังมองการเปิดสาขาเพิ่มอีกในหัวเมืองหลักๆ จองแต่ละภูมิภาค ซึ่งคาดว่าไม่เกินปีหน้าจะเปิดได้ครบ


            สุมิตร กล่าวต่อไปอีกว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมบริษัทต้องเร่งลงทุนไปก่อนทั้งๆที่ยังไม่เปิดดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการโยที่ยังไม่ได้ทราบว่า ธุรกิจจะได้รับการตอบรับดีหรือไม่ ประเด็นนี้ตัวเองมองว่า ที่เราจะทำอย่างนี้ เราต้องมีความมั่นใจพอสมควร และต้องมีต้นทุนที่มากพอ ถึงจะทำได้


            “เราไม่อยากเปนเหมือนธุรกิจขายตรงทั่วไปที่กอ่นเปิดบริษัทแม่ทีมต้องพร้อมก่อน หรือเปิดสาขาแต่ละสาขาก็ต้องรอแม่ทีมหรือสมาชิก ให้ชัดเจน ในขณะที่โครงสร้างต่างๆ ที่จะเข้ามารับรองการให้บริการยังไม่พร้อมเลย แสดงว่า เจ้าของธุรกิจนั้นๆ ไม่มั่นใจในการทำธุรกิจ และกลัวความเสี่ยง จึงผลักภาระไปตกกับแม่ทีมและสมาชิก ซึ่งมิลค์กี้ เวย์ ไม่ใช่อย่างนั้น" สุมิตรกล่าวและกล่าวต่อว่า


            สำหรับสินค้าของ "มิลค์กี้ เวย์" นั้น มีการนำเจ้ามาจัดจำหน่ายแล้วมากกว่า 10 รายการ ซึ่งเราลงทุนสินค้าไปแล้วกว่า 10ล้านบาท โดยสินค้าจะอยู่ในประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  และความสวย ความงาม เป็นหลัก ที่ตะเจ้ามาเป็นหัวเจาะในการเปิดตลาดของ "มิลค์กี้ เวย์" ซึ่งในอนาคตคาดว่า จะนำเข้ามาเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เพื่อสนองความต้องการ และเพิ่มความหลากหลายให้สมาชิกได้ซื้อ ได้ขาย


            ทั้งนี้บริษัทนอกจากจะมีแนวนโยบายในการเปิดสาขาของบริษัทรับรองการให้บริการแล้ว บริษัทยังมีเครือข่ายเซ็นเตอร์ และโมบาย ที่สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเอง คอยให้บริการสมาชิกและผู้บริโภคอีกด้วย โดยโมบายนั้น ลงทุนเข้าร่วมธุรกิจเร่ิมต้นแค่ 50,000 บาท ส่วนเซ็นเตอร์ ลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 300,000 บาท โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถขยายเซ็นเตอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 50 เซ็นเตอร์ ขณะที่โมบายเป้าการขยายตัวไว้ที่100-150 โมบาย


            สุมิตร กล่าวเสริมว่า ลักษณะการทำตลาดของ "มิลค์กี้ เวย์" จงใจใช้ลักษณะ "สินค้านำการตลาด" โดยบริษัทจะคอยส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาดให้กับสมาชิกในทุกรูปแบบ อาทิ โปรโมชั่น กิจกรรม และการส่งเสริมในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย


            นอกจากนั้น บริษัท ยังให้ความสำคัญกับระบบการให้บริการที่ดีและระบบแทรนนิ่งที่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะระบบเทรนนิ่งนั้น ทางบริษัทจะนำเข้าวิทยากรมืออาชีพที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาให้ความรู้ตามที่ระยยบริษัทได้วางไว้


            ขณะที่ในส่วนของระบบไอทีนีั้น บริษัทมั่นใจว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างระบบ โปรแกรมการให้บริการต่างๆแก่สมาชิกและ้วเสร็จและทันต่อการขยายตัวของธุรกิจอย่างแน่นอน


            “ตัวไอที นอกจากเว็บไซต์ แล้วสมาชิกยังมีความคาดหวังในเรื่องของการให้การบริการค่าตอบแทนที่เที่ยงตรง และตรงต่อเวลา อีกทั้งจะต้องเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด นอกจากนั้น ระบบไอที จะต้องมีขีดความสามารถใรการให้บริการแก่สมาชิกได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทย หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะ การสมัครสมาชิกออนไลน์ หรือแม้กระทั่ง One Code One World หรือ 1 รหัส ใช้ได้ทั่วโลก


            สุมิตร กล่าวต่อไปอีกว่า ในอนาคตเรามองตลาดต่างประเทศแน่นอน เพราะเป็นตลาดที่เราถนัดและมีสายป่านอยู่มากพอสมควร ดังนั้นในระยะยาว บริษัทมีแผนที่จะสร้างคนไทยเป็น UP โดยให้คนต่างประเทศนั้นอยู่ใต้สายงานของคนไทยทั้งหมด ซึ่งคาดว่า แผนการขยายธุรกิจ "มิลค์กี้ เวย์" ไปยังต่างแดนไม่ยากที่จะทำได้ และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต


            อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขายตรง "มิลค์กี้ เวย์ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดดำเนินกิจการ และก่อนหน้ามีการเปิดดำเนินการอย่างเงียบๆ มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว แต่ถือว่า มีสมาชิกให้คสามสนใจเข้าร่วมธุรกิจไม่น้อย ถึงปัจจุบันมีรหัสแล้วกว่าพันรหัส และคาดว่าหลังตากเปิดตัวอย่างเป็นทางการนับจากนี้เป็นต้นไป จะมีรหัสสมาชิกใหม่ๆเกิดขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000รหัส


            “ปีนี้เราให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาสร้างโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้แข็งแกร่ง อาทิ ระบบสำนักงานสาขา ระบบการให้บริการ ระบบไอที ระบบพัฒนาสมาชิก ไปพร้อมๆกับการเร่งประชาสัมพันธ์แบรนด์บริษัท และแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงการขายตรงเมืองไทย"


            "มิลค์กี้ เวย์ จะเป็นอีกหนึ่งขายตรงทางเลือกของคนขายตรงที่ต้องการมีรายได้อย่างรวดเร็ว และมีสุขภาพที่ดีจากการใช้สินค้าของบริษัท ภายใต้การบริหารจัดการที่ยึดหลัก "สินค้านำการตลาด" และหลัก "คุณธรรมนำธุรกิจ" เป็นที่ตั้ง เชื่อว่าในปีนี้ บริษัทแห่งนี้จะได้รับความนิยม จากกลุ่มขายตรงไม่น้อย และจะเป็นขายตรงน้องใหม่มาแรงอย่างแน่นอน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 80-100 ล้านาท ซึ่งจะเป็นยอดที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 8 เดือนเท่านั้น " สุมิตรกล่าวทิ้งท้าย

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

เปิดตัวขายตรงน้องใหม่ทุนหนา “มิลค์กี้เวย์” คาดปั้นยอดปีแรกโตทะลุ 100 ล้าน


นักธุรกิจส่งออกเครื่องหนังรายใหญ่! ทุ่มร่วม 50 ล้านบาท ส่ง “มิลค์กี้เวย์” ลงสนามขายตรง เตรียมรุกหัวเมืองใหญ่ทั่วไทย ชูผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามนำทัพภายใต้แผนการตลาดแบบผสมผสาน คาดสิ้นปี 2555 โกลยอด 100 ล้านบาท

นาย สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการยริหาร พร้อมด้วยนางฐิติพร วชโรดมทรัพย์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงการตัดสินใจรุกเข้าสู่ธุรกิจขายตรงว่า เดิมทีธุรกิจของครอบครัวคือธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องหนังทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป และ ตะวันออกกลาง กระทั่งช่วงปลายปีที่ผ่านมาเริ่มเข้ามาศึกษาธุรกิจขายตรง เนื่องจากเทรนด์ธุรกิจวันนี้ 1 ใน 6 ของธุรกิจที่น่าจับตามองคือ MLM เพราะเป็นธุรกิจที่มีความท้าทาย และสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว สร้งโอกาสได้อย่างทั่วถึง

สำหรับชื่อของบริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หมายความว่า “ทางช้างเผือก” ใช้แผนการตลาดแบบผสมผสาน ได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 หลังจากที่ได้เตรียมการมามากกว่า 6 เดือน

นายสุมิตรกล่าวว่า “บริษัทได้ ลงทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า 25 ล้านบาททั้งสำนักงาน สินค้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยปัจจุบันเรามีสำนักงานอยุ่ที่ พระราม 2 และจะเปิดเพิ่มอีกเพื่อสนองความต้องการของสมาชิกที่ย่านรัชดา – พระราม 9 ภายในเดือนเมษายนนี้ และคาดว่าจะตกแต่งแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม”

นอกจากนี้บริษัทยังได้ไปขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเองไว้ก่อนหน้าแล้วที่จังหวัดพิษณุโลกและกำลังมองการเปิดสาขาเพิ่มอีกในหัวเมืองหลักๆ ของแต่ละภูมิภาค คาดว่าไม่เกินปีหน้าจะสามารถเปิดได้ครบตามเป้าหมาย

“หลายคนสงสัยว่าทำไมบริษัท ถึงกล้าลงทุนไปก่อน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดดำเนินธุรกิจอย่างเป้นทางการ ยังไม่รู้ถึงผลตคอบรับที่จะเกิดขึ้น จุดนี้เนื่องจากเราไม่อยากเป็นเหมือนธุรกิจขายตรงทั่วไปที่ก่อนเปิดตัว แม่ทีมต้องพร้อมก่อน หรือจะเปิดสาขาจะต้องรอแม่ทีมหรือสมาชิกให้ชัดเจนก่อน ในขณะที่โครงสร้างต่างๆ ยังไม่พร้อมแสดงว่าเจ้าของธุรกิจนั้นไม่มั่นใจในการทำธุรกิจ ซึ่งมิลค์กี้เวย์ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน” นายสุมิตรกล่าว

ในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นบริษัทมีการลงทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท มีการนำสินค้าเข้ามาจัดจำหน่ายประมาณ 10 รายการ ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ความสวยความงามเป็นหลัก ภายใต้ราคาที่เหมาะสมไม่แพงจนเกินไป

ทั้งนี้นอกจากบริษัทจะมีแนวนโยบายเปิดสาขาของบริษัทรองรับการให้บริการแล้ว บริษัทยังมีเครือข่าย เซ็นเตอร์ และโมบาย ที่สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเอง คอยให้บริการสมาชิกและผู้บริโภคอีกด้วย โดยโมบายนั้นลงทุนเข้าร่วมธุรกิจเริ่มต้น 50,000 บาท เซ็นเตอร์ 300,000 บาท โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถขยายเซ็นเตอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 50 เซ็นเตอร์ ขณะที่โมบายตั้งเป้าการขายไว้ที่ 100-150 โมบาย

สำหรับระบบสนับสนุนนักธุรกิจนั้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับระบบการให้บริการที่ดี และระบบเทรนนิ่งที่มีมาตรฐาน ทางบริษัทจะนำวิทยากรมืออาชีพที่เขี่ยวชาฐเฉพาะทางเข้ามาให้ความรู้ตามระบบที่บริษัทได้วางไว้

“ในส่วนของระบบไอที ยังคงเป็นอีกเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญ ต้องมีระบบที่แม่นยำตรงเวลา มีขีดความสามารถได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ โดยเฉพาะการสมัครออนไลน์ ที่มีลักษณะแบบ One Code One World หรือ 1 รหัสใช้ได้ ทั่วดลก เนื่องจากในอนาคตเราจะบุกตลาดต่างประเทศแน่นอน โดยเริ่มจากฐานลูกค้าเก่าของธุรกิจเดิมที่เรามีอยู่” นายสุมิตรกล่าว

ปัจจุบัน มิลค์กี้เวย์ เปิดดำเนินการแบบเงียบๆ มาประมาณ 4-5 เดือน สร้างฐานสมาชิกได้มากกว่า 1,000 รหัส คาดว่าหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครั้งนี้จะทำให้มีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 รหัส สร้างยอดขายได้ 80-100 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2555 นี้

อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 226 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มีนาคม 2555
 

เปิดตัวขายตรงน้องใหม่ทุนหนา “มิลค์กี้เวย์” คาดปั้นยอดปีแรกโตทะลุ 100 ล้าน


นักธุรกิจส่งออกเครื่องหนังรายใหญ่! ทุ่มร่วม 50 ล้านบาท ส่ง “มิลค์กี้เวย์” ลงสนามขายตรง เตรียมรุกหัวเมืองใหญ่ทั่วไทย ชูผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามนำทัพภายใต้แผนการตลาดแบบผสมผสาน คาดสิ้นปี 2555 โกลยอด 100 ล้านบาท

นาย สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการยริหาร พร้อมด้วยนางฐิติพร วชโรดมทรัพย์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงการตัดสินใจรุกเข้าสู่ธุรกิจขายตรงว่า เดิมทีธุรกิจของครอบครัวคือธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเครื่องหนังทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป และ ตะวันออกกลาง กระทั่งช่วงปลายปีที่ผ่านมาเริ่มเข้ามาศึกษาธุรกิจขายตรง เนื่องจากเทรนด์ธุรกิจวันนี้ 1 ใน 6 ของธุรกิจที่น่าจับตามองคือ MLM เพราะเป็นธุรกิจที่มีความท้าทาย และสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว สร้งโอกาสได้อย่างทั่วถึง

สำหรับชื่อของบริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หมายความว่า “ทางช้างเผือก” ใช้แผนการตลาดแบบผสมผสาน ได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 หลังจากที่ได้เตรียมการมามากกว่า 6 เดือน

นายสุมิตรกล่าวว่า “บริษัทได้ ลงทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า 25 ล้านบาททั้งสำนักงาน สินค้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยปัจจุบันเรามีสำนักงานอยุ่ที่ พระราม 2 และจะเปิดเพิ่มอีกเพื่อสนองความต้องการของสมาชิกที่ย่านรัชดา – พระราม 9 ภายในเดือนเมษายนนี้ และคาดว่าจะตกแต่งแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม”

นอกจากนี้บริษัทยังได้ไปขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเองไว้ก่อนหน้าแล้วที่จังหวัดพิษณุโลกและกำลังมองการเปิดสาขาเพิ่มอีกในหัวเมืองหลักๆ ของแต่ละภูมิภาค คาดว่าไม่เกินปีหน้าจะสามารถเปิดได้ครบตามเป้าหมาย

“หลายคนสงสัยว่าทำไมบริษัท ถึงกล้าลงทุนไปก่อน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดดำเนินธุรกิจอย่างเป้นทางการ ยังไม่รู้ถึงผลตคอบรับที่จะเกิดขึ้น จุดนี้เนื่องจากเราไม่อยากเป็นเหมือนธุรกิจขายตรงทั่วไปที่ก่อนเปิดตัว แม่ทีมต้องพร้อมก่อน หรือจะเปิดสาขาจะต้องรอแม่ทีมหรือสมาชิกให้ชัดเจนก่อน ในขณะที่โครงสร้างต่างๆ ยังไม่พร้อมแสดงว่าเจ้าของธุรกิจนั้นไม่มั่นใจในการทำธุรกิจ ซึ่งมิลค์กี้เวย์ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน” นายสุมิตรกล่าว

ในส่วนของผลิตภัณฑ์นั้นบริษัทมีการลงทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท มีการนำสินค้าเข้ามาจัดจำหน่ายประมาณ 10 รายการ ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ความสวยความงามเป็นหลัก ภายใต้ราคาที่เหมาะสมไม่แพงจนเกินไป

ทั้งนี้นอกจากบริษัทจะมีแนวนโยบายเปิดสาขาของบริษัทรองรับการให้บริการแล้ว บริษัทยังมีเครือข่าย เซ็นเตอร์ และโมบาย ที่สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเอง คอยให้บริการสมาชิกและผู้บริโภคอีกด้วย โดยโมบายนั้นลงทุนเข้าร่วมธุรกิจเริ่มต้น 50,000 บาท เซ็นเตอร์ 300,000 บาท โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถขยายเซ็นเตอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 50 เซ็นเตอร์ ขณะที่โมบายตั้งเป้าการขายไว้ที่ 100-150 โมบาย

สำหรับระบบสนับสนุนนักธุรกิจนั้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับระบบการให้บริการที่ดี และระบบเทรนนิ่งที่มีมาตรฐาน ทางบริษัทจะนำวิทยากรมืออาชีพที่เขี่ยวชาฐเฉพาะทางเข้ามาให้ความรู้ตามระบบที่บริษัทได้วางไว้

“ในส่วนของระบบไอที ยังคงเป็นอีกเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญ ต้องมีระบบที่แม่นยำตรงเวลา มีขีดความสามารถได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ โดยเฉพาะการสมัครออนไลน์ ที่มีลักษณะแบบ One Code One World หรือ 1 รหัสใช้ได้ ทั่วดลก เนื่องจากในอนาคตเราจะบุกตลาดต่างประเทศแน่นอน โดยเริ่มจากฐานลูกค้าเก่าของธุรกิจเดิมที่เรามีอยู่” นายสุมิตรกล่าว

ปัจจุบัน มิลค์กี้เวย์ เปิดดำเนินการแบบเงียบๆ มาประมาณ 4-5 เดือน สร้างฐานสมาชิกได้มากกว่า 1,000 รหัส คาดว่าหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครั้งนี้จะทำให้มีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 รหัส สร้างยอดขายได้ 80-100 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2555 นี้

อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ฉบับที่ 226 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มีนาคม 2555