ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง และอย่าดูถูกความสามารถของคนรอบข้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จก็ได้ ปิยวัฒน์ วิจิตรบรรจง







34969_1336604978089_6458053_n (Mobile)

 


หลายคนสงสัยว่าทำไมคนที่เคยมีหน้าที่ทางการงานที่ดี มีเงือนเดือนที่มากพอที่จะใช้ได้ทั้งเดือนถึงต้องลาออกแล้วมาทำธุรกิจเครือข่ายอย่างเต็มตัว และการที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายเขามีวิธีการทำงานอย่างไรถึงประสบความสำเร็จ ต้องศึกษาจากผู้ชายคนนี้ ปิยวัฒน์ วิจิตรบรรจง


จากการที่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายกว่า 14 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเป็นวิศวกร ผมได้มองว่าธุรกิจนี้มีความสวยงามอยู่ในตัว เป็นธุรกิจที่ท้าทาย สามารถใส่ศักยภาพความสามารถของเราได้เต็มที่ เราเป็นเจ้าของธุรกิจและเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทแม่ บวกกับรายได้แบบไม่มีจำกัด ซึ่งมันแตกต่างจากการทำงานประจำที่ต้องมีคนมาคอยกำหนดให้ทำ และในบางครั้งแม้จะทำดีแค่ไหนแต่ถ้าเจ้านายไม่ชอบสิ่งที่ทำก็ไร้ค่า แต่ธุรกิจเครือข่ายยิ่งเราทำมากแค่ไหนเรายิ่งได้มากเท่านั้นไม่มีใครมาคอยกำหนดและเมื่อทำสำเร็จยิ่งทำให้ภาคภูมิใจเพราะเราทำมันด้วยความสามารถของเราเอง


ทั้งนี้ การที่เลือกมาทำธุรกิจกับ SNatur สิ่งแรก คือ ประวัติความเป็นมาของ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เพราะชื่อนี้คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก และมีความมั่นคงเพราะเป็นบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ บวกกับตัวผู้บริหาร คือ คุณสนั่น อังอุบลกุล ที่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอย่างมาก และในส่วนผู้บริหารที่ทาง SNatur โดยตรง ก็คือ คุณเศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ ที่มีประสบการณ์บริหารธุรกิจเครือข่ายมาหลายสิบปี บวกกับทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่มีการเมืองภายนอกภายใน และในส่วนของสินค้าเป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


เรื่องแผนการตลาดเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่เป็นที่น่าสนใจของ SNatur เป็นแผนการตลาดที่ทำได้และทำได้ง่าย จ่ายจริง ไม่มีโอเวอร์เปย์ และจุดขายก็คือโบนัสกองทุนจากยอดขายทั่วโลก คือโบนัสทั่วโลกจ่ายให้ระดับกลางๆ ไม่ต้องสูงมากซึ่งหลายๆ ที่ โบนัสตรงนี้ต้องสูงมากๆ และด้วยวัฒนธรรมแผนการตลาด สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการทำงานของคนในองค์กรการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่า หากทำธุรกิจที่นี่อย่างต่อเนื่อง 4 ปี จะสามารถแตะหลัก 5 ล้านต่อเดือนได้ ซึ่งจะเป็นได้จากการที่บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจเพียง 3 ปี แต่มีผู้ที่สำเร็จมีรายได้หลักล้านได้หลายรหัส


ส่วนวิธีการทำงานที่จะนำมาใช้ในการทำธุรกิจกับ SNatur คือ จะพยายามผลักดันสนับสนุนให้สมาชิกประสบความสำเร็จในขณะที่ตัวเองอาจจะประสบความสำเร็จช้ากว่าก็ได้แต่ผู้ที่เราพามานั้นต้องประสบความสำเร็จให้ได้เสียก่อน และต้องประสบความสำเร็จให้มากที่สุด โดยจะเน้นการลงพื้นที่ ทำงานพื้นฐานอย่างจริงจังและไม่กลัวการเดินทาง ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนผมและทีมงานจะลงไปช่วยและสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายอยู่ 2 แบบ


1.เป้าหมายกลุ่ม คือ ต้องการให้กลุ่มมียอดขายในช่วง 3 เดือนนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท


2.เป้าหมายส่วนตัวต้องการที่จะเกษียณกับธุรกิจ SNatur


อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง และอย่าดูถูกความสามารถของคนรอบข้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จก็ได้


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : เอสเนเจอร์ เร่งจัดทัพปีมะเส็ง วางหมากโต 40% ต่อไตรมาส








 


เอสเนเจอร์ ประกาศกร้าวปี 2556 วาดเป้าเติบโตไตรมาสละ 30-40% เผยปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ เน้นนวัตกรรม และ สินค้าที่ยังไม่มีมาก่อนในท้องตลาด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรที่จะ ปั้นให้เป็นสินค้าดาวเด่น รวมถึงการเร่งเพิ่มฐานตลาดในกลุ่มเจนวายมากขึ้น


เศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดปี 2556 เอสเนเจอร์วางเป้าการเติบโต 30-40% ทุกไตรมาส รวมทั้งวางแผนการเติบโตในตลาด ต่างประเทศ ทั้งประเทศพม่า และ สปป.ลาว ให้เติบโตอยู่ใน ระดับเดียวกันกับประเทศไทย ซึ่งปัจจัยที่จะสร้างการเติบโต ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น มาจากการเปิดตัวสินค้า ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ เน้นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีนวัตกรรม และเป็นสินค้าที่มีความแตกต่างซึ่งมีจำหน่าย ที่เอสเนเจอร์เท่านั้น หรืออาจจะมีที่เอสเนเจอร์ที่เดียวในโลก และจะเร่งการขยายฐานตลาดด้วยการเพิ่มสินค้าในกลุ่ม Gen Y เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน เอสเนเจอร์มีแผนการเปิด สาขาเพิ่ม เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของหุ้นส่วนธุรกิจ พร้อมผุดโครงการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการศูนย์เอสแมท- ทริกซ์ 1 ศูนย์ 1 อำเภอ ทั่วประเทศ เพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์ ทางการเกษตร โครงการร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ ในการ ออกบัตรสมาชิกเอสเนเจอร์ซึ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม และบัตร เดบิต วีซ่า ในบัตรเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีแผนการ จัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว การจัดประชุมฝึกอบรมให้กับสมาชิก อย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบ


สินค้าดาวเด่นในปี 2556 จะเน้นสินค้าในกลุ่ม นวัตกรรมการเกษตร รวมถึงสินค้าชุดถนอมผิวที่ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยค้นคว้ายักษ์ใหญ่ในเกาหลี และยังมีสินค้าที่คิดค้น โดยแพทย์แผนไทย บุณยพร ยี่มี เจาะกลุ่มผู้ชายในกลุ่ม นาโนเจล เกี่ยวกับความสวยงามเพื่อเจาะตลาด Gen Y อีกด้วย
นอกจากนี้ เอสเนเจอร์มีแผนการลงทุนขยายตลาด ในเฟสแรก 6 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย ขณะนี้เปิดไปแล้วที่ย่างกุ้ง ประเทศ พม่า และเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งประเทศที่เหลือมีแผน จะเปิดแล้วเสร็จภายในอีก 3 ปี โดยเป้าหมายต้องการให้ แต่ละประเทศมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ ประเทศไทย ทั้งนี้ เอสเนเจอร์ได้วางแนวทางในการสร้าง ความน่าเชื่อถือ ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ นักธุรกิจที่ประกอบไปด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การตอกย้ำ การก่อตั้งธุรกิจเอสเนเจอร์ให้เป็นหน่วยงานหนึ่งของ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ให้ทุกคนเห็นว่า เอสเนเจอร์ใช้ชื่อเสียงของศรีไทยฯ ที่สั่งสมมาเกือบ 50 ปี เป็นประกัน 2.การใช้ทรัพยากรบางอย่างร่วมกันกับศรีไทยฯ ในการขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งเช่นการปรับปรุง สาขาของ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ไดเร็กเซลส์ ให้มีส่วนบริการ ของธุรกิจเอสเนเจอร์


ขณะที่แผนตอกย้ำความแข็งแกร่งข้อที่ 3 คือ การ ใส่ข้อมูลของศรีไทยฯ และ สนั่น อังอุบลกุล ไว้ในการพูด อธิบายธุรกิจให้คนใหม่ฟัง โดยทุกๆ ครั้งที่มีการอธิบาย ธุรกิจเอสเนเจอร์ จะมีการกล่าวถึงภาพความแข็งแกร่งและ ชื่อเสียงของศรีไทยฯ 4.การจัดงานกิจกรรมหลายๆ ด้าน ของธุรกิจเอสเนเจอร์โดยใช้สถานที่ของศรีไทยฯ เช่น ห้อง ประชุมที่โรงงานศรีไทยฯ ถนนสุขสวัสดิ์ ห้องประชุมที่ โรงงานศรีไทยฯ ที่โคราช และ 5.การจัดกิจกรรมโดยใช้ สถานที่ซึ่งอยู่ในเครือข่ายครอบครัวคุณสนั่น เช่น การจัด งานเอสเนเจอร์ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ หรือที่ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน เป็นต้น


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ศรีไทยฯ" เร่งเครื่องต่อยอดปักธงต่างแดน ลั่น!รายได้สิ้นปีแตะ8,000ล้านเกินเป้าหมาย


ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ออกตัวแรง!...ประกาศขยายกำลังการผลิตเพิ่ม ทั้งผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก-เมลามีน พร้อมแย้มรายได้สิ้นปีนี้มีลุ้นแตะ 8,000 ล้านแน่...เผยเตรียมเร่งต่อยอดธุรกิจขยายอาณาเขตปักธงรบตลาดต่างประเทศ หวังหนุนรายได้ปี56 พุ่ง 9,000 ล้าน ระบุแบรนด์ขายตรง S Natur ยังคงเดินหน้าไม่ถอยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ประมาณการรายได้รวมอยู่ในระดับ 8,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าระดับเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 7,800 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมากจากดีมานด์ความต้องการ ใช้ในกลุ่มภาชนะบรรจุภัณฑ์พลาสติกอาหาร และเครื่องดื่ม ขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่ขยายตัวเพิ่มในอนาคต
ในปีนี้ยอดขายของบริษัทฯ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ระดับ 8,000 ล้านบาท จากเป้าเดิม 7,800 ล้านบาท เนื่องจากดีมานด์ความต้องการใช้ในกลุ่มภาชนะบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะเห็นได้จากในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีความสามารถในการทำรายได้ไปแล้วกว่า 4,094 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้น บริษัทฯ จะมุ่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนาม และกลุ่ม AEC พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นสินค้าเพื่อรองรับธุรกิจ logistic อาทิ ลัง และพาเลทพลาสติก รวมถึงการเพิ่มสายการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ที่โรงงานโคราชเพิ่มเติม เพื่อขยายตลาดในภาคอีสาน, ลาว และกัมพูชา

การพิจารณารับคำสั่งซื้อสินค้านั้น บริษัทฯ จะคำนึงถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่เหมาะสม ต่อบริษัทฯ อย่างสูงสุด ขณะ เดียวกันบริษัทฯ มีแผนที่จะลดการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนของบริษัท นายสนั่น กล่าว

ส่วนธุรกิจเมลามีนนั้น บริษัทฯ เพิ่มยอดการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งปีนี้คาดว่ายอดขายจะเพิ่มจากปีก่อน 7% ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% โดยมีแผนการเพิ่มโรงงานผลิตอีกหนึ่งแห่งในเวียดนาม

ในขณะที่ ธุรกิจซื้อมาขายไป ภายใต้แบรนด์ S Natur นั้น นายสนั่น กล่าวว่า บริษัทฯ ได้มีการทำการตลาด S Natur อย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ผ่านสาขา 16 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการขยายตลาดไปยัง เมียน มาร์ , ลาว และกัมพูชา และมีแผนการเปิดอีก 1 สาขาภายในปี 2556
บริษัทฯ มีแผนที่ขยายการลงทุน โดยตั้งแต่ปี 2555 บริษัทฯ ตั้งเป้าการลงทุนไว้ 900 ล้านบาท ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท และในปี 2556 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ระดับ 9,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยลงทุนในเครื่องจักรและแม่พิมพ์เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 บริษัทฯ จะก่อตั้งครบ 50 ปี ซึ่งจะทำการรีแบรนด์ดิ้ง และมีแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ของปี 2556-2558 โดยจะมุ่งเน้นในการนำนวัตกรรมมาใช้ในการผลิต โดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทฯ มีแผนจะขยายฐานการผลิตโดยสร้างโรงงานในอินเดีย อินโดนีเซียและเมียนมาร์ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่16 - 31 ตุลาคม 2555 ฉบับ330

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเอสเนเจอร์ (Snatur) : ปั้นสินค้าเกษตรลงสนามครึ่งหลัง เอสเนเจอร์ ลุยยกระดับสมาชิก


เอสเนเจอร์ อัดแผนครึ่งปีหลัง ส่งสินค้าเกษตร เอส-แมททริกซ์ ต่อยอด ล่าสุดส่งสูตร 4 ครอบคลุม อาหารพืช พร้อมเดินหน้าจัด กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ชูแผน ยกระดับสมาชิกให้เกิดการซื้อซ้ำ หวังดันเป้าการเพิ่มสมาชิกใหม่ 3,000 คนต่อเดือน

บัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผ้จู ดั การด้านธรุ กิจ เครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในช่วงครึ่งแรกของ ปี เติบโตแบบไม่หวือหวา ขณะที่เอสเนเจอร์กลับมียอดขาย เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนก่อน หรือมีอัตราการเติบโต 25% จากปกติที่เติบโต 10-15% ต่อเดือน

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอสเนเจอร์เติบโต มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่าง ต่อเนื่อง และอีกหนึ่งปัจจัย คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สินค้าดาวเด่น The Star ออกสู่ตลาด กลุ่มนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร เอส-แมททริกซ์ อาหารพืช ออร์แกนิก ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด และถือเป็นตัวหลักที่ ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตเป็นอย่างสูง

สินค้าตัวนี้ เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความ ต้องการของประเทศไทย เพราะไทยเป็นแหล่งเกษตรกรรม อย่างที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่จะเลือกใช้ปุ๋ยเคมี และ เข้าใจว่าอาหารพืชที่สร้างการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ มากนั้น มาจากสาร N P K แท้จริงแล้วการเติบโตของพืชและ การให้ผลผลิตจากงานวิจัยพบว่า มาจากตัวคาร์บอน และ ผลิตภัณฑ์ เอส-แมททริกซ์ เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ได้อย่าง ครบถ้วน

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เอสเนเจอร์ ได้ เปิดตัวสูตร 4 ซึ่งเป็นสูตรใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการของ เกษตรกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบัน เอส-แมททริกซ์ มีด้วยกัน 3 สูตร ได้แก่ สูตร 1 ช่วยปรับสภาพดิน และ สิ่งแวดล้อม สูตร 2 ทดแทนปุ๋ย สูตร 3 ป้องกันโรคพืช และ เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และสูตร 4 ใช้ในการป้องกันแมลง คุมไม่ให้ไข่ของแมลงเจริญเติบโต ควบคุมแมลงไม่ให้ กินอาหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์เกษตรทั้งหมดเป็นสินค้าออร์แกนิก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

นอกจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้รับการตอบรับ ที่ดีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างยอดขาย ให้เติบโต คือกาแฟควบคุมน้ำหนัก เซเว่นเดย์ สลิม ที่ครอง ยอดขายเป็นอันดับ 1 มาหลายเดือนติดต่อกัน ซึ่งการทำ ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี จะเน้นรุกผลิตภัณฑ์เกษตรกลุ่ม The Star เพื่อเป็นการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ จะมีการ เปิดตัวสินค้าใหม่ 2-3 รายการ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดูแลสุขภาพมาเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจ อีกด้วย

บัญชา กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ นักธุรกิจเอสเนเจอร์เตรียมแผนการทำธุรกิจด้วยการสร้าง รายได้ให้กับสมาชิกอย่างยั่งยืน และรักษาฐานสมาชิกให้ อยู่กับเอสเนเจอร์ให้นานที่สุด โดยจะเน้นยกระดับสมาชิก จากระดับ C Class สมาชิกที่เข้ามาทดลองใช้สินค้า ก้าวสู่ ระดับ S Class กลุ่มสมาชิกที่พร้อมในการเริ่มทำธุรกิจอย่าง จริงจัง

ขณะเดียวกัน เอสเนเจอร์ จะกระต้นุ ให้สมาชิกในกล่มุ S Class มียอดการสั่งซื้อทุกเดือนโดยจะมีการออก Program เพื่อให้สมาชิกมีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีโปรแกรม เฉพาะให้สมาชิกสามารถสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าทุกเดือน และ เมื่อถึงเวลาจะทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าถึงบ้าน ถือเป็น มิติใหม่ในการจำหน่ายสินค้า โดยที่สมาชิกไม่ต้องกังวลว่า จะไม่ได้รับสินค้า

อย่างไรก็ดี จากแผนดังกล่าว หลังจากที่ได้ทดลองทำ มาแล้วปรากฏว่าได้รับผลการตอบที่ดีจากสมาชิก จากปกติ ที่มีสมาชิกใหม่เข้ามาในระบบประมาณ 2,000 คนต่อเดือน เพิ่มเป็น 2,500 คนในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา และ เอสเนเจอร์มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสมาชิกใหม่เข้า 3,000 คน ต่อเดือน นับจากนี้ไป

ที่ผ่านมาเอสเนเจอร์ ได้ปรับกลุ่มสินค้าใหม่ เพื่อ สานต่อแนวคิดการผลิตสินค้านวัตกรรม Greenovative โดยสินค้าที่ปรับแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่ม เสริมอาหาร, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, กลุ่ม เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อสุขภาพ, กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาและ เวชภัณฑ์, กลุ่มเพื่อความงาม, กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน, และกลุ่มสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ ที่ถือเป็นตัวสร้างสีสัน และยอดขายสูงสุด คือ กลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อ การเกษตร เพื่อสร้างความชัดเจนของสินค้ามากขึ้น บัญชา กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555