ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดคัมภีร์บทใหม่ตลาดเครือข่าย เล่นกลยุทธ์ผ่านสื่อ ตอกย้ำแบรนด์ธุรกิจ









ซูมยุทธศาสตร์เหนือเมฆตลาดเครือข่าย หลังพบหลายค่ายปล่อยทีเด็ดออกอาวุธผ่านสื่อทีวี พร้อมเดินเกมแบบครบเครื่องด้วยการทุ่มงบการตลาดแบบสุดตัว-อัดแคมเปญแรง หวังกระทุ้งธุรกิจตื่น หมายสร้างแรงดึงดูด ดึงสมาชิกเข้าร่วมธุรกิจ เผยเตรียมพบเกมการแข่งขันในตลาดเครือข่ายนับจากนี้ เล่นบทบู๊-บทบุ๋น ครบทุกรส


การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะยุคไหน พ.ศ.ไหน เรื่องของ การทุ่มงบการตลาด นับเป็นของคู่กันกับทุกธุรกิจ และยิ่งมีสื่อที่ครบเครื่องด้วยแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งขีปนาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจอย่างมากทีเดียว นอกจากนี้ ในเรื่องของการโปรโมทประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่าน ภาพยนตร์โฆษณา เพื่อตอกย้ำการรับรู้ก็ถือว่าสำคัญด้วยเช่นกัน


จึงเรียกได้ว่า ทั้งในส่วนของ งบการตลาด-แคมเปญ-โฆษณา ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ทั้งในเรื่องของยอดขายและความอยู่รอดของบริษัทนั่นเอง...แต่ยอดขายจะถึงตามเป้าที่วางไว้หรือไม่นั้น การจัดสรรงบการตลาด เพื่อแบ่งไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นเพื่อยั่วน้ำลายผู้บริโภคก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน หากใครที่มีโปรโมชั่นที่โดนใจและกินใจย่อมชนะใจผู้บริโภคไปเกินครึ่งด้วยเช่นกัน


...เช่นเดียวกับ บริษัทขายตรง ที่หลาย ๆ ค่ายในธุรกิจนี้ ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากทีเดียว เห็นได้จากเริ่มต้นปี มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาเทงบการตลาดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว รวมถึงมีทั้งในส่วนของโปรโมชั่นที่หลากหลายออกมานำเสนอผู้บริโภคและสมาชิกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระทุ้งตอกย้ำแบรนด์ด้วย ภาพยนตร์โฆษณา


จับทิศภาพยนตร์โฆษณาขายตรง


ขีปนาวุธทรงพลังตอกย้ำธุรกิจ


...หากพูดถึงอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำตลาดในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าในเรื่องของการสื่อความหมายในเชิงของธุรกิจผ่านช่องทางทีวีถือว่าเป็นสื่อที่คนดูแล้วเข้าใจ ที่สำคัญ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วย...เช่นเดียวกับขายตรง นู สกิน ประเทศไทย ภายใต้การคุมทัพหน้าของ ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย และเวียดนาม ที่ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ชื่อว่า นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน


ซึ่งทางด้านภคพรรณเอง ได้กล่าวว่า นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย เลยก็ว่า ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภค โดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา มาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก ซึ่งได้มอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิว เอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพ ยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ


สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้นั้น เป็นการมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการสะท้อนผ่านจุดขาย เรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการของการล็อกอายุผิว ให้คงความอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ที่สอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคของ นู สกิน ที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จ และส่งเสริมยอดขาย ซึ่งทางด้าน นู สกินเอง ได้คาดหวังกับภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ว่า จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในเวลา 3 เดือนอีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์โฆษณาที่ทาง นู สกิน ต้องการที่จะตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านต้านความชรานั่นเอง


เช่นเดียวกับทางด้าน หมอเส็ง ที่ในเรื่องของการโฆษณาผ่านสื่อในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้น้อยหน้าเช่นกัน เห็นได้จากในปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มีการประเดิมขึ้นโฆษณาป้ายบิลบอร์ด และรถประจำทางยูโรทูเพื่อย้ำชื่อ หมอเส็ง พร้อมกับชูความโดดเด่นของสมุนไพร ว่านชักมดลูก เพื่อคุณผู้หญิงอีกด้วย


ซึ่งในปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า หมอเส็ง ได้มีการบุกตลาดแมส ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่าสิบล้าน ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อต้องการที่จะอาศัยกลยุทธ์สร้างความน่าเชื่อถือ และให้ความรู้ควบคู่กันไป ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงอาจจะพบเห็นป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของกรุงเทพฯ กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นป้าย LMB13 บริเวณถ.เพชรบุรีตัดใหม่ (สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ) ทิศทางมุ่งหน้าย่านทองหล่อ/เอกมัย/คลองตัน ป้าย LMB21 บริเวณถ.พระราม 9 มุมมองด้านจากมอเตอร์เวย์ ไปสู่ถนนพระราม 9 และ ป้าย LMB32 บริเวณสนามกีฬาสโมสรการท่าเรือฯ ทิศทางมุ่งหน้าถนนพระราม 4 และ ถนนพระราม 3 เป็นต้น


และนอกเหนือจากการส่งป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำแบรนด์หมอเส็งแล้ว ต้องบอกว่า หมอเส็ง เอง ยังมีการปล่อยภาพยนตร์โฆษณาผ่านทางฟรีทีวีเพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงแบรนด์หมอเส็งอีกด้วย โดยการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นตัวนำร่องในการสื่อสารให้กับผู้บริโภคนั่นก็คือ ยาบำรุง กวาวเครือขาว ตราหมอเส็ง และครีมบำรุงผิวหน้า ที่เป็นการถ่ายทอดผ่านทางพรีเซ็นเตอร์สาว บอกถึงคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ พร้อมกับตบท้ายด้วย เสียงคุณหมอเส็งที่พูดว่า... เรื่องสมุนไพรไว้ใจผม หมอเส็ง...


อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งภาพ ยนตร์โฆษณาที่ทาง คุณฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือ หมอเส็ง ได้ออกมาตอกย้ำธุรกิจด้วยตนเอง ด้วยการบอกว่า... คุณผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องของผิวพรรณบนใบหน้า ทั้งสิว ฝ้า หน้าด่างดำ หมองคล้ำ รูขุมขนใหญ่ ไม่กระชับ กร้านแห้ง ทาแป้งไม่ติด ถ้าท่านอยากได้ผิวหน้าขาวใส ภายใน 7 วัน โทรมาคุยกับผม.... ...ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำภาพของความสำเร็จในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหมอเส็งได้เป็นอย่างดีทีเดียว


...นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การนำทัพของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ที่ก็ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาชุดหนึ่ง เพื่อสื่อสารให้กับผู้ที่ต้องการมองหาอาชีพเสริมเช่นกัน ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้นั้น ทางด้านของดร.นพรุจเอง ต้องการที่จะสื่อสารกับทุกคนว่า หากเข้ามาสู่ ธุรกิจขายตรง แล้วสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ได้จริง


โดยภาพยนตร์ชุดนี้ ดร.นพรุจ ได้พูดว่า... บนเส้นทางธุรกิจขายตรงของคนไทย กว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้สร้างธุรกิจอิสระที่เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ผู้คนทุกระดับอย่างมากมาย เราตระหนักที่ว่า การสร้างธุรกิจขายตรงที่ดี และมั่นคงนั้น คือ รากฐานที่สำคัญ ในการมอบชีวิตที่ดีแก่สังคมไทย ด้วยรางวัลแห่งเกียรติยศ สาขาสร้างงาน สร้างอาชีพ และรางวัลคืนชีวิตใหม่ให้กับคนไทย 3 ปีซ้อน ผมขอขอบคุณพี่น้องทุก ๆ คน ที่ให้ความไว้วางใจธุรกิจขายตรงของคนไทย ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จเป็นอันดับหนึ่ง วันนี้เราพร้อมขยายธุรกิจนีโอไลฟ์ไปสู่อาเซียน ด้วยศักยภาพธุรกิจของคนไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่ความสำเร็จกับเรา... เรียกว่านี้คือ การออกมาตอกย้ำถึงความสำเร็จของธุรกิจนีโอ ไลฟ์ ในตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา กับความยั่งยืนของธุรกิจนี้นี่เอง ที่ทางดร.นพรุจ ต้องการที่จะสื่อสารในเรื่องนี้


ขายตรงเทกระจาดงบเพียบ


เร่งสร้างความแกร่งธุรกิจโต


...ณ ปัจจุบันนี้ หากจะพูดถึงในเรื่องของ งบประมาณการตลาด และ แคมเปญ สำหรับธุรกิจแล้วล่ะก็ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญ ในการทำธุรกิจเพื่อกระตุ้นยอด กระตุ้นกำลังการซื้อของผู้บริโภคให้เกิดขึ้นนั่นเอง เห็นได้อย่าง บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ มิสทิน ในต้นปีนี้ ก็ได้มีการจัดแคมเปญ Mistine I am ที่ถือเป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่น ที่มีการประกบแคมเปญด้วยกิจกรรมออนไลน์ควบคู่กันเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยที่ผู้บริโภคได้มีส่วนรวมกับสินค้า ด้วยการแจกตลับแป้งรูปหน้าตนเอง 1,000 ตลับ ผ่านการตกแต่งในเว็บไซต์ ทั้งออนไลน์/ดิจิตอล ที่จะมีไปควบคู่กับทุกแคมเปญของมิสทิน


นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ตลอดทั้งปีนี้ทาง มิสทิน เอง ยังจะมีแคมเปญเพื่อมากระตุ้นตลาดอีกกว่า 25-26 แคมเปญด้วยกัน ด้วยงบการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้งปีนี้ ที่ทาง มิสทิน เอง ตั้งไว้อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 20% โดยงบ 300 ล้านบาท จะเป็นสำหรับดิจิตอลแคมเปญ เฉลี่ยเดือนละ 2 แคมเปญด้วยกัน


ที่สำคัญ มินทิน ยังได้เตรียมลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่ย่านลาดหลุมแก้ว หรือ ชื่อโครงการ Better Land เพื่อเตรียมผันตัวเป็นเทรดดิ้งครบวงจร ทั้งผลิตสินค้า ทำการตลาด และจัดจำหน่าย โดยปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไป 50% ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้ได้อย่างเป็นทางการประมาณกลางปีนี้ ขณะเดียวกัน มิสทิน ยังมีแผนขยายธุรกิจขายตรงไปต่างประเทศอีกด้วย โดยเป็นลักษณะร่วมทุนกัน ซึ่งได้มีการเริ่มต้นไปแล้วที่ประเทศลาวและจะขยายต่อไปกัมพูชา และ อินโดนีเซียต่อไป


อีกทั้ง มิสทิน เอง ยังได้เตรียมจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่ได้มีการทดลองจำหน่ายกับสาวมิสทินก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสินค้าเครื่องสำอาง และ แค็ตตาล๊อก Friday เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ชอบเข้าโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยจะเริ่มใช้งานได้ประมาณช่วงปี 2557 นี้


...ส่วนอีกหนึ่งค่ายขายตรง มาบุญครอง ในปีนี้ ต้องบอกว่า เร่งเครื่องปลุกธุรกิจให้ตื่นตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว หลังจากที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินศิริชัยและ ศิริชัย ไบโอ พลัส เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลทำให้บริษัทฯ จึงได้มีการอัดงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นอีก จากเดิม 30 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท พร้อมกับจะมีการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือนอีกด้วย เพื่อให้นำไปทดลองใช้ทำแปลงสาธิต โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นไป ซึ่งการอัดฉีดทุ่มงบการตลาดดังกล่าวของค่ายมาบุญครองในครั้งนี้ ถือว่าจัดหนัก จัดเต็มเพื่อสมาชิกจริง ๆ


ซึ่งทางด้านเอ็มดีของค่าย มาบุญครอง ต่างมีความมั่นใจว่า การทุ่มงบในการสนับสนุนครั้งนี้ จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทฯ ให้ทะลุเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท และส่งผลให้มีผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจมาบุญครองเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


...เช่นเดียวกับทางด้าน บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ที่นำโดยนายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง ก็ได้ออกมาประกาศพร้อมที่จะเปิดเกมรุกเต็มอัตราศึกด้วยการ เตรียมมุ่งกิจกรรมทางด้านการตลาดในปีนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกับได้มีการวางนโยบายที่รัดกุม รวมถึงการจัดกิจกรรมในส่วนของการมอบของรางวัลในเรื่องของการกระตุ้นยอดขายสมาชิก ที่จะมีการแบ่งออกเป็นในแต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของโปรโมชั่นกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ในปีนี้ เอเชีย สุพรีม ได้กำหนดโปรโมชั่นทริปท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 2 ครั้ง และต่างประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และนิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปรโมชั่นรถยนต์อีกด้วย...ถือเป็นอีกหนึ่งแคม เปญที่เรียกได้ว่า ค่ายนี้ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกนั่นเอง


...ส่วนทางด้านค่าย ออริเฟรม ในปีนี้ ก็ทุ่มงบจัดแคมเปญแบบเร่าร้อนด้วยการแจก MAZDA 2 สำหรับผู้ที่สามารถขึ้นตำแหน่ง โกลด์ไดเร็คเตอร์ใหม่ ภายในปี 2556 มูลค่ากว่า 600,000 บาท


ด้านยักษ์ใหญ่ขายตรงอย่าง แอมเวย์ ปีนี้ ยังคงเน้นกลยุทธ์เดิม โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด พร้อมชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัยรุ่นและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองปัญหาหรือความต้องการเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ แอมเวย์เอง ยังเตรียมที่จะสานต่อการสื่อสารเชิงรุก ด้วยการสร้างแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้กระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าแอมเวย์ ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มจำนวนไลค์ของแฟนเพจรวม 4 แบรนด์ คือ แอมเวย์ อาร์ทิสทรี นิวทริไลท์ และอีสปริง มียอดไลค์ (like) ถึง 273,218 ไลค์ด้วยกัน อีกทั้งในปีนี้ แอมเวย์ยังคงเดินหน้าสร้างแอมเวย์ ช็อป ให้กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วย


อีกทั้งยังพบอีกว่า แผนงานหลักที่สำคัญ ของแอมเวย์ในปีนี้ ยังมีในส่วนของการสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมา แอมเวย์ ได้มีการตั้งแผนกใหม่ชื่อว่า แผนกส่งเสริมศักยภาพนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของนักธุรกิจแอมเวย์ผ่านการจัดฝึกอบรม สัมมนาอีกด้วย


...จะเห็นได้ว่า วันนี้ หากบริษัทขายตรงค่ายไหน ที่ความครบเครื่องในเรื่องของธุรกิจไม่เพียงพอ ต้องบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสร้างความโดดเด่นของธุรกิจให้เกิดโดยเร็ว เพราะปัจจุบันนี้เกมการแข่งขันในเชิงธุรกิจค่อนข้างที่จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว ซึ่งหากค่ายไหนที่มี ความเก๋าเกม มากพอ รวมถึงมี ความนิ่ง ของ องค์กร ที่แกร่งพอ เชื่อว่าเป้าหมายที่วางไว้ ก็ย่อมสำเร็จด้วยเช่นกัน....




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

ข่าวมิสทีน (Mistine) : มิสทินเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่มาช่า วัฒนพานิชคู่สินค้าใหม่ เมลาเคลียร์









มิสทิน เข็นสินค้าใหม่ เมลา เคลียร์ ไวท์ เมลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม กลุ่มบำรุงผิวหน้า สู้ศึกตลาด ความงาม พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอม บาสเดอร์คนใหม่ มาซ่า วัฒนพา นิช ตอกยํ้าผลิตภัณฑ์ มั่นใจสินค้า ตัวใหม่กระแสตอบรับจะดีไม่แพ้ตัว อื่นเช่นกัน เผยปีนี้เตรียมเข็นสินค้า ใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง


มิสทิน หลังจากเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์ใหม่ 5 สาว ซึ่งนำโดย ญาญ่า- อุรัสยา สเปอร์บันด์, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตร วงศ์ทอง, ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก, มีน-พีชญา วัฒนามนตรี และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ กับคอลเลคชั่นใหม่ มิสทิน ไอ แอม คอลเลคชั่น ไปได้ไม่นาน ล่าสุดทางด้าน มิสทิน เอง ยังได้มีการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อีกด้วย นั่น ก็คือ มาซ่า วัฒนพานิช พร้อมกับการเปิดตัวผลิต ภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มบำรุงผิวที่ ชื่อ เมลาเคลียร์ ไวท์ เมลาส มา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม
ซึ่งการเปิดตัวสินค้า ใหม่ เมลาเคลียร์ ในครั้งนี้ นั้น ทางด้านนายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า สินค้าใหม่ เมลาเคลียร์ จะ เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ตอบสนอง ความต้องการของสุภาพสตรี อย่างแท้จริง ที่ต้องการ ใบหน้าที่กระจ่างใส อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมแห่ง การปกป้องและดูแลผิวอย่าง ลํ้าลึกเพื่อประสิทธิภาพใน การลดรอยด่างดำของฝ้า กระทั่งลบเลือนความไม่ สมํ่าเสมอของสีผิวอย่างเห็น ผลได้ชัด พร้อมกับราคาที่ ย่อมเยาว์อยู่ที่ 119 บาท เท่านั้น และนอกจาก มิสทิน จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ แล้ว ทาง มิสทิน เอง ยังได้ มีการเปิดตัวแบรนด์แอม บาสเดอร์คนใหม่อีกด้วย ซึ่ง ได้รับเกียรติจากทาง มาช่า วัฒนพานิช ที่จะมาเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ ด้วย
การเลือกแบรนด์แอม บาสเดอร์ของเมลาเคลียร์นั้น ทาง มิสทิน จะเลือกจาก ปัจจัยหลัก คือ นอกจากเป็น ผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่อง ของหน้าที่การงานและมี ความงดงามแล้ว ยังต้องเป็น ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราด้วย ตัวเองจริง ๆ ซึ่งคุณมาช่า ก็เป็นผู้ที่ได้ทดลองใช้และ พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของ เมลาเคลียร์ด้วยตัวเอง ทั้งยัง เป็นผู้ที่รู้จักและมีความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง ด้วย
คุณดนัย กล่าวเสริมอีก ว่า ปัจจุบันนี้ ความต้องการ ของสุภาพสตรีในเรื่องของ ผลิตภัณฑ์ความงามค่อนข้าง มีความหลากหลายแตกต่าง กันไป เช่นเดียวกับสินค้าของ มิสทินเอง ก็มีความหลาก หลายที่แตกต่างกันไปด้วย และยังสามารถตอบโจทย์ ความต้องการของกลุ่มผู้ บริโภคทั้งในส่วนของเครื่อง สำอางที่เน้นสีสัน และเครื่อง สำอางบำรุงใบหน้าสำหรับ สุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีด้วย โดยตลอดปีนี้บริษัทฯ ก็จะเข็น สินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ผู้บริโภค อย่างต่อเนื่องด้วย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556


วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

เปิดโปงเกมล่าหัวคิวคนรวยร่วมธุรกิจล่อเป้า เปิดศูนย์-แจกเบนซ์ เสียทรัพย์เป็นล้าน









แฉเกมดูดคนรวยร่วมธุรกิจ หลังพบอีกหนึ่งกลยุทธ์ดึงคนโลภ... พร้อมเปิดโปงขบวนการล่าหัวคิว คนรวยให้ลงทุนเปิดศูนย์อาจเสีย ทรัพย์เป็นล้าน...ด้านแคมเปญ ยั่วยวนใจ แจกรถเบนซ์-แจกรถ เฟอร์รารี่ หรือ1 ปี แจก 10 คัน นั้นเข้าข่ายแผนลวงโลก โกหกทั้งเพ!..ส่วน ข้อความที่โพสต์ผ่านเว็บบางค่าย... มีรายได้เดือนละ 1-2 ล้านบาท นั้น ขอยํ้าเตือน! ถือเป็นการ ล่อแมงเม่า บินเข้ากองไฟเท่านั้น


...หากให้พูดถึงวิวัฒนาการของการ แข่งขันใน ธุรกิจขายตรง จากอดีตจนถึง ปัจจุบันนี้ คงต้องบอกว่า เกมการแข่งขัน ค่อนข้างที่จะมี ความเฉียบคม และมีลูก เล่นใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างของ ธุรกิจออกมาให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เห็นกันเป็น ระลอกทั้ง ด้านดี และ ด้านไม่ดีเห็นได้จาก เกมหักเหลี่ยมโหด ชนิดที่ว่าชิงไหวชิงพริบกันเลยทีเดียว ใน สมรภูมิรบขายตรง ที่หากสังเกตกันให้ ดีแล้ว จะพบว่า ยุทธวิธีการดูดคนเข้ามา ร่วมธุรกิจ ในธุรกิจนี้ ค่อนข้างที่จะมี ความหลากหลาย และครบเครื่อง จน บางครั้ง บางคนอาจจะตามไม่ทันด้วยเช่นกัน ซึ่ง เกมหักเหลี่ยม ที่ว่านี้ นั่นก็ คือ การล่าหัวคนรวย เข้าร่วมธุรกิจด้วย การ เปิดศูนย์ ทำธุรกิจ เพียงแค่มีเงิน ลงทุนไม่กี่ล้าน ก็สามารถมีธุรกิจเป็นของ ตัวเองได้!!...
ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีหลาย ๆ ค่าย ในบริษัทขายตรงที่ทำตลาดในเมืองไทย ต่างออกมางัดกลยุทธ์ทีเด็ดแบบนี้ออก มาสูตลาดอย่างมากมาย ด้วยการหลอก ล่อคนรวยนำเงินมาลงทุนเปิดศูนย์กัน อย่างมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เชื่อว่า เกม ล่าหัวคนรวย มาลงทุนเช่นนี้ หากเป็น ผู้ที่เข้าใจในธุรกิจเครือข่าย เชื่อว่าน่าที่จะ เกิดผลดีต่อบุคคลที่มาลงทุนอย่างแน่นอน แต่หากเป็นคนรวยที่ไม่มีความ รู้ในเรื่องของการทำธุรกิจขายตรงแล้วล่ะ ก็ อาจจะมีสิทธิ์ล้มหมอนนอนเสื่อหมด ท่าก็เป็นได้ใครจะไปรู้!!... ...ปักษ์นี้ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้มีโอกาสพบเห็น กรณีของการลงทุน เปิดศูนย์ในธุรกิจขายตรง ที่ปัจจุบันเริ่ม มีอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองนั่นก็คือ การเชิญชวนให้ผู้ที่มีเงิน เข้ามาลงทุนใน ธุรกิจด้วยการเปิดศูนย์ ซึ่งตรงนี้ต้องบอก ว่า การที่มีเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวคง ไม่พอ เพราะคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต้องรู้ลึก รู้จริงในธุรกิจนี้ด้วย เพราะหาก ไม่มีความรู้ในธุรกิจนี้จริง เงินที่ท่าน ลงทุนไปก็อาจจะสูญเปล่าได้ด้วยเช่น กัน!!..


เปิดแผนธุรกิจล่าคนรวยเปิดศูนย์ ลงทุนเป็นล้านอาจได้กลับมาเป็นศูนย์


...จากกรณีที่ในช่วงที่ผ่านมา จน มาถึงปัจจุบันนี้ เชื่อว่าคงต้องมีหลายๆ คน ในแวดวงธุรกิจขายตรงคงทราบกัน ดีว่า อีกหนึ่งแผนกลยุทธ์การลวงนัก ลงทุนที่กระเป๋าหนักๆ มาร่วมลงทุนใน ลักษณะของการเปิดศูนย์ธุรกิจก็ยังไม่ หมดเสียทีจากธุรกิจนี้ โดยทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้เคยไต่ถามกรณีนี้ จากกูรูผู้ที่อยู่ในธุรกิจขายตรงท่านหนึ่ง ซึ่งก็ได้ให้ความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว นี้ว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ ถือเป็น ประเด็นที่ยังแก้ไม่ตกเหมือนเช่นในอดีต ซึ่งตรงนี้ไม่ได้จะเหมารวมบริษัทฯ ขาย ตรงทั้งหมด ซึ่งมีเฉพาะบางค่ายเท่านั้น ที่มีการนำเสนอธุรกิจสำหรับคนรวยด้วย การนำเงินมาลงทุนเปิดศูนย์ธุรกิจเช่นนี้ โดยต้องบอกว่า คนที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ในการเปิดศูนย์ของธุรกิจขายตรงได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรง มากพอ อีกทั้งคนที่ลงทุนเปิด ศูนย์นั้น เขาต้องมีลูกทีมหรือ ว่าองค์กรในการขยายตลาดที่ มากพอด้วย ซึ่งหากไม่มี โอกาสที่จะขาดทุนก็มีได้ด้วย เช่นกัน
...เชื่อว่า! คงต้องมี หลายคน ในที่นี้อาจจะเคย พบเห็น บริษัทขายตรงข้าม ชาติแห่งหนึ่ง ที่มีการจัด แคมเปญเชิญคนมาลงทุน ด้วยการเปิดศูนย์จำหน่าย หรือคลังสินค้ากันบ้างแล้ว ด้วยเม็ดเงินครั้งละเป็นล้าน หลอกล่อคนที่อยากรวย โดยที่ไม่ต้องออกแรง หรือรู้ เท่าไม่ถึงการณ์นำเงินมา ลงทุน พร้อมกับมีการการันตี อีกด้วยว่า เมื่อนำเงินมาลงทุน แล้ว บริษัทมีลูกค้าให้ รอรับ ผลกำไรเพียงอย่างเดียว... เรียกได้ว่า กลยุทธ์ในการดึง ดูดคนให้หันเข้ามาสู่ธุรกิจ ของค่ายดังกล่าว อาจจะใช้ได้ ผล สำหรับผู้ที่ไม่รู้เกี่ยวกับ ธุรกิจขายตรง แต่เชื่อว่า สำหรับผู้ที่ผ่านสนามรบใน ขายตรงแล้วล่ะก็ คงน่าที่จะ อ่าน เกมนี้ออกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ยังมีแคมเปญที่ยั่วยวนใจผู้นำ หลายคนให้เข้ามาสู่ธุรกิจนั่น ก็คือ การ แจกรถเบนซ์-แจก รถเฟอร์รารี่ 28 ล้านฟรี หรือ 1 ปี แจก 10 คัน นั้นถือว่า ค่อนข้างที่จะเข้าข่ายกลุ่ม เสี่ยงเช่นกัน ซึ่งพบว่า มีบาง ค่ายที่นำเอาชื่อที่ว่า กองทุน รถยนต์ เข้ามาเกี่ยวเนื่อง ในธุรกิจ โดยอาจจะมีการ พบเห็นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ นั่นเอง ทั้งนี้ จากที่ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้พูดคุยกับ บรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจ ขายตรงถึงประเด็นนี้ ต่าง บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กรณีของการ แจกรถเบนซ์- แจกรถเฟอร์รารี่ฟรี นั้น ส่วน ใหญ่จะเป็นการหลอกลวง ทั้งเพ ไม่จริง ซึ่งด้วยความเป็น จริงแล้ว นั่นคือ แผนลวงโลก ให้คนมาติดกับนั่นเอง โดยไม่ ได้มีการ แจกรถเบนซ์ ให้ เป็นกรรมสิทธิ์ครอบครอง จริงๆ แต่เป็นการดาวน์ให้ เท่านั้นเอง โดยเป็นการที่บริษัทได้มีการสร้างเงื่อนไข ให้กับแม่ทีมว่า จะต้องได้ยอด ขายในแต่ละเดือนติดต่อกัน หลายสิบล้านให้ได้ตาม เงื่อนไขของบริษัท ซึ่งตาม หลักความเป็นจริงแล้ว ต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะมี น้อยมากที่จะมีใครทำ ได้ อย่างนั้น จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ เริ่มที่จะเห็นมีการชวนคนเข้า มาสู่ธุรกิจแบบหลากหลายรูป แบบ ซึ่งนอกเหนือจากการ เชิญคนมาลงทุนด้วยเงินเป็น หลักล้านแล้ว ยังพบว่า มีการ ออกแคมเปญเพื่อหลอก ล่อคนเข้ามาทำเครือข่าย มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำ เอารถเบนซ์มาเป็นตัวล่อว่า แจกอย่างนั้น แจกอย่างนี้บ้าง เป็นต้น ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อ ธุรกิจขายตรงอย่างยิ่ง ซึ่ง ธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องตาม กฎหมายต้องเป็นสินค้าที่ซื้อ มาแล้วขายไปเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการเขียน ข้อความที่ว่า มีรายได้เดือน ละ 1-2 ล้านบาทนั้น ถือ เป็นการ ล่อแมงเม่า เข้ากอง ไฟเท่านั้น ซึ่งหากเป็นรายได้ที่ เกิดขึ้นจริง ก็ต้องบอกว่าเป็น เรื่องที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน หากเป็นรายได้ที่ผิดกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลเสีย ที่อาจจะเกิดในธุรกิจขายตรง แบบไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเช่นกัน ธุรกิจขายตรงในวันนี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่น่าจับตามองทีเดียว แต่ใน ขณะเดียวกัน ธุรกิจจะเติบโต ได้ สินค้าถือเป็นส่วนที่สำคัญ อย่างยิ่ง ในการขับเคลื่อน ธุรกิจด้วย ซึ่งคนที่จะเข้ามาสู่ ธุรกิจขายตรงนี้ได้ จะต้องมี การพิจาณาและไตร่ตรอง อย่างถี่ถ้วน มิฉะนั้น ท่านอาจ จะต้องเป็นเหยื่อของเกมอัน แยบยลของพวกที่คิดไม่ซื่อ กับคุณก็ได้เช่นกัน


จะลงทุนเปิดศูนย์ได้ความพร้อมต้องมี ชี้! ความรู้เรื่องธุรกิจต้องรู้จริงถึงเปิดได้


...ต่อประเด็นที่ว่า เรื่อง ของการเปิดศูนย์ธุรกิจนั้น มี ความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่าคนที่จะ เปิดศูนย์ลงทุนได้นั้น จำเป็นที่ จะต้องดูว่าโครงสร้างธุรกิจ ของธุรกิจที่เขานั้นจะไปลงทุน มีความแข็งแรงพอหรือไม่ ซึ่ง ธรรมชาติของธุรกิจขายตรง แล้ว ส่วนมากระบบที่ไม่แข็งแรงพอนั้น มักที่จะหาหุ้นส่วน ผู้จำหน่ายให้มาเปิดศูนย์ แต่ ก็ไม่ใช่เกือบทุกค่ายเลยที เดียว วันนี้ ต้องบอกว่า ข้อดี ของการเปิดศูนย์นั้น ถือ เป็นการกระจายสินค้าที่ทำให้ สะดวกและรวดเร็วนั่นเอง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่การ บริหารการจัดการที่จะไม่ เป็นกลางแก่ทุกฝ่ายในองค์กร นั้น อีกทั้งเท่าที่เห็นที่ผ่านๆ มา โอกาสที่จะมีปัญหาใน การให้บริการค่อนข้างสูง ด้วย อีกทั้งหากโครงสร้างของ การบริหารจัดการของบริษัท ไม่ดีพอ ปัญหาก็จะเกิดใน ระยะกลางและในระยะยาว ได้ด้วย
ในขณะเดียวกัน นอก เหนือจากกรณีของการลงทุน เปิดศูนย์แล้ว เรื่องของการ ออกแคมเปญ แจกรถเบนซ์- แจกรถเฟอร์รารี่ฟรี แล้ว หาก มองอีกมุมหนึ่งสำหรับข้อดี สำหรับผู้ประกอบการแล้วนั่น ก็คือ โดนใจคนที่ต้องการ อยากที่จะมีรถ โดนใจคนโลภ แต่ในขณะเดียวกัน แคมเปญ ดังกล่าวก็ถือว่ามีจุดอ่อนตรง ที่ เมื่อมีคนหลั่งไหลเข้ามาสู่ ธุรกิจจำนวนมาก ก็จะทำให้ เกิดปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน นั่นคือ อาจจะไม่สามารถให้ สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการได้ เป็นต้น และส่งผลกระทบ ต่อผู้ที่ตามมาทีหลังอย่าง มากมาย นั่นคือ การเป็นหนี้ เป็นสินมากขึ้นกว่าเดิมหลาย เท่าสำหรับผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจ เพื่อหวังที่จะต้องการรถฟรี เท่านั้น นอกจากนี้ แหล่งข่าว รายหนึ่งยังได้เผยกับ ตลาด วิเคราะห์ อีกว่า ตนเอง อยากที่จะให้แนวทางในการ เลือกทำธุรกิจสักแห่ง สำหรับ คนที่กำลังจะเดินเข้ามาสู่ ธุรกิจขายตรงว่า สิ่งแรกเลย คือ 1. ต้องดูถึงวิสัยทัศน์ของ ท่านประธานบริษัท 2. ดูถึง ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ บริษัทนั้นว่าตอบสนองต่อ ความต้องการของผู้บริโภค จริงหรือไม่ 3. โครงสร้างผล ตอบแทนเป็นเช่นไร 4. แนว โน้มเทรนด์ของสินค้าเป็น อย่างไร ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย หรือเปล่า 5. จังหวะและเวลา ที่เข้าไปทำธุรกิจดังกล่าว 6. ทีมงานต้องมีความรู้และมี จรรณยาบรรณที่ดี และ7.บุคลากรในองค์กรต้องมี ความน่าเชื่อถือ... กูรูขายตรงแนะคิดลงทุนหลักล้าน ลองทบทวนหันมาขายปลีกดีกว่า จะเห็นได้ว่า ธุรกิจ ขายตรง ในวันนี้ มีหลายๆ คนบางกลุ่มมองว่า ขณะนี้ ธุรกิจขายตรงเริ่มเพี้ยน เริ่มที่ จะไม่ใช่ธุรกิจขายตรงอีกต่อ ไปแล้ว...ซึ่งก็สอดคล้องกับ แหล่งข่าวท่านหนึ่งที่บอกกับ ตลาดวิเคราะห์ ถึงประเด็น การเชิญคนรวยให้มาลงทุน เปิดศูนย์จำหน่ายนั้นว่า เป็น แผนกลยุทธ์ที่ค่อนข้าง แยบยลอย่างมาก หากใครที่ ไม่ได้รู้ในธุรกิจนี้ อาจจะหลง ตกเป็นเหยื่อนี้ ได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ ต้องถามคนที่จะเข้า มาลงทุนในธุรกิจนี้ด้วยว่า เขา เข้าใจธุรกิจขายตรงหรือไม่ หากไม่มีความเข้าใจในขาย ตรงบอกได้เลยว่าจบ เพราะ การลงทุนเป็นล้านเยอะขนาด นี้ ค่อนข้างที่จะเสี่ยงด้วยเช่น กัน ซึ่งหากใครคิดที่จะทำสู้ไป ทำขายปลีกจะดีกว่า ง่ายกว่า เยอะ หากคิดจะลงทุนอย่าง นั้น ส่วนกรณีที่มีแคมเปญ แจกรถเบนซ์-แจกรถเฟอร์รา รี่ฟรี นั้น แหล่งข่าวรายนี้ บอก อีกว่า แคมเปญดังกล่าวค่อน ข้างตลก เป็นการสร้างภาพ มากกว่า ซึ่งการที่มีแคมเปญ แจกรถเบนซ์นี้เกิดขึ้นนั้น ต้อง ถามว่าแจกทำไม ทำไมต้อง แจก แล้วที่แจกมีเงื่อนงำอะไร บ้างอย่างที่ซ่อนเร้นไว้หรือไม่ เพราะวันนี้เท่าที่เห็นบริษัท ไหนที่มีการแจกรถยนต์เห็น เอาคืนก็เยอะ ซึ่งการที่มี แคมเปญตรงนี้ นับเป็นการ สะกิดต่อมโลภของคนโลภอยู่ แล้ว นอกจากนี้ ในกรณีของ การโพสต์ข้อความไว้ที่หน้า เว็บไซต์ว่า...ทำเครือข่าย แล้วจะมีรายได้ 1-2 ล้านบาท ต่อเดือน นั้น นักขายท่านนี้ กล่าวด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น และฟังชัดว่า ผมสงสารคนที่ มีความรู้มาก ๆ ยิ่งเป็นคนที่มี ความรู้แล้วโดนหลอกด้วย แล้ว ยิ่งเสียดายความรู้ที่ได้ เรียนรู้มาอย่างมาก ผมอยาก ที่จะย้อนถามว่า หากสินค้า ในหน้าเว็บมีการปิดเว็บขึ้นมา แล้วคุณจะติดตามได้หรือ เปล่า ผมว่าตามไม่ได้ หลอก...
...ทั้งนี้ ต้องยอมรับ อย่างหนึ่งว่า ที่ผ่านมา คน ไทยไม่ค่อยที่จะเข็ดกับเรื่องนี้ ยิ่งเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างนี้ ด้วยแล้ว คนยิ่งต้องการอยาก จะได้เงิน และน่าที่จะส่งผล เสียมาถึงธุรกิจเครือข่ายได้ ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ ปัจจุบัน นี้ การที่จะเลือกทำธุรกิจขาย ตรงสักแห่ง คุณต้องเดินไปดู ที่บริษัทนั้นแบบตรงๆ เลยว่า บริษัทเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร แล้วเจ้าของบริษัทมีความ เข้าใจในธุรกิจขายตรงหรือ เปล่า หากไม่รู้เกี่ยวกับธุรกิจ ก็มีอันต้องขาดทุนได้ด้วยเช่น กัน รวมถึงแผนการตลาดเป็น อย่างไร มีระบบที่ได้มาตรฐาน รองรับหรือไม่...
ทั้งหมดนี้ เรียกได้ ว่า เป็นอีกหนึ่งบทวิเคราะห์ถึง วิวัฒนาการในการดึงคนเข้า มาร่วมธุรกิจของธุรกิจขาย ตรง ที่เริ่มมีออกมาให้เห็นใน หลากหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งการเชิญคนเข้ามาร่วม ธุรกิจในรูปแบบการ ลงทุน เปิดศูนย์-แจกรถฟรี นั้น ถึง แม้หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น กันมานานแล้ว แต่ใช่ว่าใน ปัจจุบันนี้จะหมดไปเสียที เดียว ซึ่งก็ต้องคิดไตร่ตรองให้ ดี ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วม ธุรกิจว่า สิ่งที่บริษัทนั้น บริษัท นี้ ประกาศผ่านสื่อต่าง ๆ มัน จริงหรือลวงโลก!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

ล้างบาง ขายตรงนอกรีต ปิดฉาก สหกรณ์กำมะลอ









เปิดโปง ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค สังเวยกระบี่ ดีเอสไอ เป็นรายล่าสุด หลังพบพฤติกรรมซ่อนเร้น เปิดกิจการสหกรณ์บังหน้า ก่อนผันแปรสู่ธุรกิจขายตรงเต็มรูปแบบ ชี้ปมหายนะ ที่ดึงดูด แมงเม่า บินเข้ากองไฟ เหตุเพราะหลงคำโฆษณาชวนเชื่อภายใต้ แคมเปญ ตื่น-ตาย กู้ได้เงินแสนแต่สุดท้ายจบลงด้วยการ เบี้ยว ตามฟอร์ม สมาชิกนับพันดาหน้าร้องทุกข์กล่าวโทษ คาดเสียหาย กว่า 12,000 ราย



บทเรียนที่ยากจะจดจำ ปัญหา โลกแตกคนขายตรง


ปฏิบัติการกวาดล้าง ขายตรง เถื่อน ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ หยุดยั้ง ตราบใดที่สังคมไทยยังเต็ม ไปด้วยความ โลภ การบังคับ กฎหมายไร้ประสิทธิภาพ การที่ใคร สักคนจะหลุดเข้าไปติด กับดักแห่ง ผลประ โยชน์ ก็ยังคงจะต้องเกิดขึ้น อยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิวัฒนาการของการนำเอา ธุรกิจขายตรงมาเป็นฉากบังหน้า กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เนื่องจากมาตรฐานด้านกฎหมาย รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ยังขาด ประสิทธิภาพ รวมทั้งยังขาดองค์กรที่รับผิด ชอบอย่างเต็มรูปแบบเข้ามาดำเนิน การ ในการกำกับและตรวจสอบอย่าง จริงจัง ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา นับเป็นห้วงเวลาแห่ง หายนะในวงการธุรกิจขายตรง เนื่องจากมีการกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อ เจ้าพนักงาน เป็นจำนวนมาก รวมทั้ง ยังมีการร้องเรียนไปยังสำนักงาน คณะกรรมการคุ้ม ครองผู้บริโภคหรือ สคบ.อีกจำนวนไม่น้อย แต่การที่ดำเนินการเอาผิดเอา โทษต่อขบวนการเหล่านี้ กลับอยู่ใน สภาพที่ไม่ต่างอะไรกับ ผีถึงป่าช้า เนื่องจากกว่าจะมีการดำเนินการ ก็ เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว 25 มกราคม 2556 มีผู้เสีย หายจากภาคเหนือ จำนวน 880 คน ได้ทยอยเข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ หลังจากนั้นในเวลาต่อมา ดี เอสไอ รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ปฏิบัติ การกวาดล้าง บริษัทขายตรงเถื่อน ได้เริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ประสานงาน กับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เหนือ จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบสวน ตัวแทนผู้เสียหายกว่า50 คน ผลการสอบสวนเบื้องต้น นายสุประดิษฐ์ ปัญญาสุริยะโชติ หนึ่งในผู้เสียหายให้การว่า...ในเดือน พฤษภาคม 2555 ตนและผู้เสียหาย รายอื่น ๆ ในภาคเหนือ ได้ถูกชักชวน ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสหกรณ์ แห่งหนึ่งมีชื่อว่า... สหกรณ์ออม ทรัพย์ธนธรรมไทย มีสำนักงานใหญ่ อยูที่ 23/10 หมูที่ 4 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี สหกรณ์แห่งนี้ มีวิธีการปรน เปรอผลประโยชน์หลายรูปแบบ ภาย ใต้สโลแกนสวยหรู สามระบบ สยบ ความจน รวมทั้งโครงการ ตื่น-ตาย- กู้ได้เงินแสน ที่ฟังแล้วกระชากใจ ชาวรากหญ้ายิ่งนัก ในจดหมายชี้ชวนที่ปลิวว่อน ไปทั่วอินเตอร์เน็ต มีการกล่าวอ้างว่า สหกรณ์ ฯ แห่งนี้ ได้มีการจดทะเบียน กับชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย และได้รับอนุญาตจากกรมส่งเสริม สหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ อย่างถูก ต้องตามกฎหมายทุกอย่าง รูปแบบการดำเนินกิจการ มี การวางบทบาทของตนเองเอาไว้ 2 สถานะด้วยกัน สถานะที่ 1 ก็คือ การเป็น แหล่งระดมเงินออมจากมวลหมู่ สมาชิก โดยมีการกำหนดอัตรา ดอกเบี้ยผลตอบแทนสำหรับผู้ออม เงินสูงกว่าระบบธนาคารพาณิชย์ ทั่วไป อยูที่2.5-5% ขณะเดียวกันทางด้านเงินกู้ สมาชิกของสหกรณ์ สามารถใช้สิทธิ ในการกูยืมเงินได้ โดยเสียดอกเบี้ย ในอัตรา 12% ต่อปี หรือร้อยละ 1 บาท/ เดือน กำหนดวงเงินกู้เอาไว้ไม่ เกิน 80,000 บาท/ราย โดยไม่ต้องนำ เอาหุ้นมาคํ้าประกันหรือถ้าจะฝาก หุ้นก็สามารถกู้ได้ จำนวน 3 เท่าของ หุ้น สถานะที่ 2 ก็คือ แม้ว่า สหกรณ์ฯ แห่งนี้ จะออกตัวว่าไม่ได้ เป็นบริษัทประกันชีวิต แต่ก็มีการ ดำเนินการที่ไม่ได้แตกต่างไปจาก บริษัทประกันชีวิตแต่อย่างใด กล่าวคือ ในเงื่อนไขการเข้า เป็นสมาชิกสหกรณ์ มีการระบุว่า หากเป็นสมาชิกครบ 3 เดือน แล้วเสีย ชีวิต สมาชิกก็จะได้รับสิทธิการ คุ้มครองในวงเงินช่วยเหลือ 100,000 บาท/ราย โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิดัง กล่าว ไม่จำกัดอายุ ไม่ต้องตรวจโรคใด ๆ หรือแม้แต่มีโรคประจำตัว หรือ กำลังป่วย ก็สามารถได้รับสิทธิการ คุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน หากเป็นสมาชิกครบ 6 เดือน ไม่เสียชีวิต ก็สามารถใช้สิทธิในการกู้ เงินก่อนตายหรือที่เรียกว่า เงินใน อนาคต มาใช้ก่อนได้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขการรับสมัคร สมาชิก มีการกำหนดเอาไว้ว่าผู้ที่จะ สามารถใช้สิทธิดังกล่าว จะต้องมา สมัครสมาชิกภายในเดือนสิงหาคม 2555 เท่านั้น โดยหากพ้นช่วงเวลาดังกล่าว ไปแล้ว ทางสหกรณ์ฯ ก็จะใช้หลัก เกณฑ์ปกติทั่วไป นั่นคือ หากสมาชิก สมัครครบ 90 วัน หากเสียชีวิต ก็จะ ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 30,000 บาท หากสมัครครบ 180 วัน หากเสีย ชีวิตก็จะได้รับ 50,000 บาท หรือถ้า สมัครครบ 1 ปี หากเสียชีวิต ก็จะได้ รับเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งผู้ที่ ได้รับสิทธิดังกล่าว จะมีการตีกรอบ เอาไว้ว่าจะต้องอายุไม่เกิน 80 ปี ช่วงระยะเวลาเริ่มต้นของการ ก่อตั้งสหกรณ์ มีรายงานตัวเลขจาก ฝ่ายบริหารว่า ระยะเวลา 3 เดือน มี สมาชิกทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ แล้วไม่ตํ่ากว่า 4,000 พันคน โดยใคร ที่มีความต้องการเงินตั้งต้นชีวิต สามารถยื่นกู้ได้ง่ายๆไม่ต้องมีงานทำ ไม่ต้องมีเครดิต หรือแม้แต่ติด แบล็ค ลิสต์ ก็สามารถกู้ได้ เพียงแต่เป็น สมาชิกให้ครบกำหนดระยะเวลา เท่านั้น นี่คือ คำบอกเล่าเบื้องต้น ถึง วิธีการในการสร้างเงื่อนไขผล ประโยชน์ที่ดูจะตรงใจคนรากหญ้า เป็นอันมาก เนื่องจากสังคมชนบท ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน การที่มีใคร สักคนเสียชีวิต มักจะประสบปัญหา เรื่องเงินค่าทำศพ สุดท้ายก็ต้องไปกู้ หนี้ยืมสินจากนายทุน


จับจุดอ่อนสังคมไทยมาเป็นจุดขาย


สรรหาสารพัดปรนเปรอ เงื่อนไขการเป็นสมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์ ธนธรรมไทย มี หลัก ๆ อยู่ 3 ข้อด้วยกัน คือ 1.เงื่อนไขการสมัครเพื่อ รับสิทธิในด้านเงินค่าทำศพ โดย สมาชิกจะเสียเงินสมาชิกแรกเข้า จำนวน 350 บาท 50 บาท คือ ค่าทำ บัตรสมาชิก ส่วนอีก 300 บาท คือค่า ช่วยเหลือศพล่วงหน้า 3 เดือน จะว่าไปแล้ว ก็เหมือนกับการ เก็บเบี้ยประกันชีวิตนั่นเอง เพียงแต่ วิธีคิดของสหกรณ์แห่งนี้ เป็นการเก็บ ครั้งเดียวเพื่อจ่ายครั้งเดียวในกรณี ตายเท่านั้น ที่น่าสนใจและดูจะเกินเลยไป จากระบบประกันชีวิตทั่วไป ก็คือ การ เสียเงินค่าสมัครสมาชิกดังกล่าว นอกเหนือจากการให้เงินค่าทำศพแก่ ตัวเองแล้ว หากแต่ยังมีการให้สิทธิ ประโยชน์ในการจ่ายค่าทำศพแก่ สมาชิกในครอบครัวทั้งหมดด้วย ไม่ ว่าจะเป็น พ่อ แม่ บุตร สามี ภรรยา พี่ น้อง โดยจะได้รับเงินค่าทำศพ ราย ละ 30,000 บาท และถ้าหากเป็นสมาชิกครบ 6 เดือน ก็จะได้ศพละ 50,000 บาท หรือ ถ้าเป็นสมาชิกครบ 1 ปี ก็จะได้รับศพ ละ 100,000 บาท อย่างไรก็ดี แม้เงินค่า ทำ ศพ จะอาศัยการเก็บเงินค่า สมาชิกมาเป็นแรงสนับสนุน แต่ทาง สหกรณ์แห่งนี้ ก็มีการเรียกเก็บเงิน สมทบเพิ่มเติมจากเพื่อนสมาชิกทั้ง มวลศพละ 10 บาท แต่ไม่เกิน 100 บาทในแต่ละเดือน 2. เงื่อนไขการ สมัครสมาชิกสหกรณ์ ออมทรัพย์ โดย ผู้สมัคร จะเสียค่าใช้จ่ายดังนี้


หนึ่ง .สมาชิกแรกเข้ 300 บาท สอง.ค่าเปิดบัญชี 100 บาท


3. ค่าฝากเงินเริ่มแรก 100 บาท ซึ่งสมาชิกสามารถฝากเพิ่มได้ โดยจะได้รับดอกเบี้ย3.5-5.5ตาม เงื่อนไขที่สหกรณ์กำหนด 4. ค่าซื้อหุ้นเริ่มต้น100 บาท หรือ จำนวน 10 หุ้นๆ ละ 10 บาท โดยสมาชิกสามารถซื้อเพิ่มได้ตาม กำลังทรัพย์ของแต่ละคน 3. เงื่อนไข การเป็นสมาชิกในโครงการ ตื่นได้ เงินแสน มีรายละเอียดดังนี้ ประการแรก ผู้สมัครสมาชิก จะเสียค่าสมัครแรกเข้าจำนวน 1,500 บาท โดยเสียเพียงครั้งเดียวตลอด ชีวิต ประการที่สอง สมาชิก สามารถได้สิทธิในการร่วมสร้างรายได้กับสหกรณ์ เริ่มต้นวันละประมาณ 200 บาท ขึ้นไป แบบง่าย ๆ ผ่าน ระบบเครือข่าย โดยทางสหกรณ์จะ วางระบบขยายงานผ่านเว็บไซต์ให้ ถือเป็นโบนัสพิเศษสำหรับสมาชิก ที่ แทบไม่ต้องออกไปตระเวนหาลูกค้า ให้เหนื่อย เพราะฉะนั้น ดูจากเงื่อน ไขใน การรับสิทธิประโยชน์ จะเห็นว่า โครงการ ตื่น-ตาย-กู้ได้เงินแสน หากถอดรหัสออกมา จะเห็นว่า มีช่องทางรองรับผลประโยชน์มากกว่า สโลแกนที่บริษัทที่ประกาศออก ไปด้วยซํ้า เริ่มจากจุดแรก ก็คือ ช่องทาง ผ่านการรับสิทธิเงินค่าทำศพ จะเห็น ว่า การชำระเงินเพียง 350 บาท เพียง ครั้งเดียว ไม่เพียงแต่จะได้รับสิทธิ เฉพาะตัวเองเท่านั้น หากแต่ยัง มีการ เอื้อประโยชน์ไปยังญาติพี่น้องทั้ง ตระกูล ยกตัวอย่าง หากมีลุงแก่ ๆ คน นึง มีลูก 5 คน มีภรรยาแก่ ๆ อีก 1 คน หากสถานภาพการเป็นสมาชิกใคร คนใดคนหนึ่งยังคงอยู่ไม่มีวันสิ้นสุด โอกาสที่ลูก ๆ หรือภรรยา ของลุงท่าน นี้ จะได้ใช้สิทธิในการรับเงินค่าทำศพ ทุกคน ย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะในโลกนี้ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า สรุปง่าย ๆ ก็คือ หากครอบ ครัวของลุงท่านนี้ มี 7 คน หากวัน ใดวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตายพร้อม ๆ กัน หรือตายต่างวาระกัน ยังไง ๆ เสีย สหกรณ์ ฯ ก็จะต้องเสียเงินค่าทำศพ ไม่ตํ่ากว่า 7 แสนบาท อย่างแน่นอน นี่คือ สิ่งที่ใครต่อใครหลายคน ต่างสงสัยกัน ว่าสหกรณ์ ธนธรรมไทย ทำได้อย่างไร มันจะเป็นวิธีการระดม ทุนอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า นี่คือ คำถามที่แพร่ผ่านกระทู้ในหลาย เว็บไซต์ ในประเด็นต่อมา หากมาดู เงื่อนไขในการระดมเงิน ผ่านการออก หุ้นของสหกรณ์ฯแห่งนี้ แม้การเป็น สมาชิกแรกเข้าจะใช้เงินไม่มากนัก แต่ถ้าหากมีการให้สิทธิประโยชน์ จูงใจในเรื่องเงินปันผลที่สูง มันก็น่า จะเป็นช่องทางในการระดมทุนที่ สำคัญอีกช่องทางหนึ่ง ประเด็นสุดท้าย กรณีการ สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิในการทำ ธุรกิจร่วมกับสหกรณ์ แม้จะมีการกา รันตีรายได้ขั้นตํ่าที่ 200 บาท/วัน แต่ ก็ต้องใช้เงินในการสมัครสมาชิกสูง ประมาณ 1,500 บาท ตรงนี้เท่าที่ตรวจสอบดู พบว่า ได้รับความสนใจน้อยกว่าในทุก ๆ ช่องทาง เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ ให้ความสนใจในเรื่องเงินค่าทำศพ และสิทธิในการกูเงินเสียมากกว่า ใน 3 ช่องทาง ทางสหกรณ์ ไม่ ได้มีการบังคับ ให้มีการสมัครทั้งหมด คนทั่วไปที่สนใจ สามารถเลือกที่จะ สมัครสมาชิกประเภทใดประเภทหนึ่ง ก็ได้ ดังนั้นหากแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วม เป็นสมาชิกของสหกรณ์แห่งนี้ จะเห็นว่า ช่องทางที่ 1 จะมีคน จำนวนมากเลือกที่จะสมัครเป็น สมาชิก ขณะที่ช่องทางสุดท้าย จะ เป็นกลุ่มที่สนใจมาทำ ธุรกิจกับ สหกรณ์อย่างจริงจัง ซึ่งเหตุแห่ง หายนะของสหกรณ์แห่งนี้เป็นอย่างไร เดี๋ยวจะกล่าวในภายหลัง


เมื่อแผนถูกเปิดโกง จุดเปลี่ยนสู่ธุรกิจขายตรง


ในแผนการการตลาดที่ทาง สหกรณ์ได้วางเอาไว้ ได้กำหนดให้ พื้นที่ภาคเหนือตอนบน เป็นโครงการ ต้นแบบ โดยส่วนใหญ่จะประกอบ ด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และ ลำพูน โดยผู้นำในเครือค่าย ได้มี การโหมโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ รวม ทั้งมีการรีครูทคนในแถบจังหวัดภาค เหนือ เข้ามาร่วมโครงการอย่างต่อ เนื่อง มีการประมาณกันว่า ในช่วง เดือนสิงหาคม-กันยายน 2555 มี สมาชิก เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ตํ่ากว่า 7,000-8,000 คน ด้วยเหตุที่ส่วนหนึ่ง มาจากแรงจูงใจในด้านผลประโยชน์ รวมทั้งความเชื่อมั่นว่า สหกรณ์ฯ แห่งนี้ เป็นสหกรณ์ที่จดทะเบียนถูก ต้องตามกฎหมาย
แต่ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่เดือน พฤศจิกายน 2555 ลางร้ายของ สหกรณ์แห่งนี้ ก็เริ่มสั่นคลอนความ เชื่อมั่นสมาชิก เนื่องจากมีข้อความ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ปรากฏในเว็บไซต์บางเว็บไซต์ โดยมีการแจ้ง ไปยังชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่ง ประเทศไทย(ชสอ.) ผ่านสำนักงาน สหกรณ์จังหวัดนนทบุรีว่า มีกลุ่มบุคคลได้ดำเนินการ ประชาสัมพันธ์ เปิดรับสมัครสมาชิก ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยใช้ชื่อว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ธนธรรมไทย จำกัด มีที่ตั้งสำนักงานเลขที่23/10 หมูที่ 4 ตำบลคลองสอง อำเภอคลอง หลวง จ.ปทุมธานี ชสอ.ขอแจ้งให้ให้ ทราบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ธนธรรม ไทย จำกัด ตามที่กลุ่มบุคคลแอบอ้าง ใช้นั้น ยังมิได้รับการจดทะเบียนจัด ตั้งเป็นนิติ บุคคลสหกรณ์ ตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ.2552 ปัจจุบันมีกลุ่ม บุคคลดำเนินการขอจดทะเบียนจัด ตั้งสหกรณ์อยู่ในขั้นตอนการประชุม ผู้ซึ่งประสงค์จะเป็น สมาชิกในจังหวัด ปทุมธานีเท่านั้น ตามรายละเอียด หนังสือที่แนบมาแล้วนี้ ทาง ชสอ.ขอ เรียนให้สหกรณ์สมาชิกทราบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ธนธรรมไทย จำกัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออม ทรัพย์ ที่ชสอ.จัดตั้งขึ้นแต่อย่างใด นี่คือ หลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ เริ่มทำให้สมาชิกจำนวนมากเริ่มหูตา สว่างมากขึ้น แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว จากการสอบถามกับสมาชิกรายหนึ่ง ของสหกรณ์แห่งนี้ บอกกับ ตลาด วิเคราะห์ ว่า เรื่องนี้ทางผู้บริหาร ของสหกรณ์ รู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะมีออกใบ อนุญาตให้ ในช่วงนั้น เข้าใจว่าจะเป็น ช่วงเดือนกันยายน ซึ่งผู้บริหารทุกคน ทราบดีว่า การที่จะจัดตั้งสหกรณ์ ออมทรัพย์ เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรูป แบบและวิธีการ ล้วนแต่ขัดกับ กฎหมายทั้งสิ้น แหล่งข่าวรายหนึ่ง กล่าว จนกระทั่งต่อมาในระยะหลัง ในช่วงปลายปี 2555 นางณกนกภ์ ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกการก่อตั้ง สหกรณ์แห่งนี้ จึงได้เบนเข็มหันมา เปิดบริษัทขายตรงขึ้น โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค ซึ่ง จากการตรวจสอบไม่ปรากฏหลัก ฐานว่ากิจการแห่งนี้จะไปจดทะเบียน ประกอบธุรกิจขายตรงกับทางสคบ. แต่อย่างใด
การพลิกสถานการณ์เข้าสู่ การเป็นบริษัทขายตรงเต็มรูปแบบ ดู จะเป็นทางเลือกทางเดียว ที่นาง ณกนกภ์ จะยังคงรักษาฐานสมาชิก รวมทั้งรักษาสถานภาพของกิจการให้ เดินต่อไปได้ เนื่องจากเงื่อนไขหรือ พันธะที่ทำเอาไว้กับสมาชิกในยุคที่ ยังเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ จำเป็นจะ ต้องสานต่อ เพื่อแสวงหารายได้มา จ่ายให้แก่สมาชิกที่เสียชีวิต รวมไปถึง สิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ ทั้งด้าน การลงทุนในรูปแบบหุ้น หรือรวม ไปถึงการร่วมธุรกิจกับบริษัท ที่จะ ต้องปรับวิธีทางการตลาด รวมทั้ง เงื่อนไขผลประโยชน์ให้สอดคล้อง ไม่ ให้เกิดอาการสะดุด การเรียกความเชื่อมั่น จาก กรณีปัญหาการดำเนินกิจการของ สหกรณ์สะดุด นางณกนกภ์ ได้ให้ เหตุผลต่อคณะกรรมการสหกรณ์ที่ ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากสมาชิกว่า มีความจำเป็นจะต้องยุบสหกรณ์ เป็นบริษัทจำกัด เนื่องจากการบริหาร งานในรูปแบบสหกรณ์เป็นอุปสรรค ทำให้การดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ ล่าช้า นอกจากนี้ข้อดีของการเป็น บริษัทจำกัด ทำให้ตนสามารถใช้ สิทธิของการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามในการอนุมัติการปล่อยกู้ให้ กับสมาชิกได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะเป็นผล ดีต่อการทำธุรกิจระยะยาว
ขณะเดียวกัน ปัญหากรณี ที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่อนุมัติการจด ทะเบียน กลับไม่ได้มีการชี้แจง เหตุผล หรือพูดความจริง ให้กับคณะ กรรมการหรือมวลหมู่สมาชิกให้รับ ทราบแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ นางณกนกภ์ ก็ทราบ ดีมาตั้งแต่ต้นว่า การดำเนินกิจการใน รูปสหกรณ์ ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ ว่า ได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริม สหกรณ์ ล้วนแต่เป็นเท็จทั้งสิ้น นี่คือ ประเด็นหนึ่ง ที่หลายคน มองว่า นางณกนกภ์ มีการปกปิด อำพราง สมอ้างสถานะของกิจการ เพื่อหวังที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการ ระดมเงินเข้ามาสนับสนุนกิจการต่อไปครั้นเมื่อเริ่มมีกระแสข่าวจาก ทางราชการแพร่สะพัดออกไป ตาม เว็บไซต์ต่าง ๆ จึงเริ่มหาทางเปลี่ยน บทบาทจากสหกรณ์มาเป็นกิจการ ขายตรง โดยครั้งนี้ มีการเปิดเผยหลักฐานการเข้ารับการจดทะเบียนธุรกิจ ขายตรง ที่ได้รับการอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้ บริโภค (สคบ.) ที่ระบุเอาไว้วันที่ 6 ธันวาคม 2556 โดยในเบื้องต้น แม้จะส่งผล กระทบกับสมาชิกรายใหม่ที่กำลัง ตัดสินใจจะเข้าร่วมธุรกิจด้วย แต่ สำหรับสมาชิกเก่า คงไม่มีทางเลือก อะไรที่มากไปกว่าการที่จะต้องร่วม หัวจมท้ายกับบริษัทฯ ต่อไป เนื่องจาก เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป ยัง หวังที่จะได้ผลตอบแทนตามที่ได้มี การตกลงกันเอาไว้ บริษัท ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค อาศัย หจก.ตื่นได้เงินแสน ซึ่งมีนาย พรศิลป์ อินตานันท์ เป็นหัวหอกใน การบริหารเครือข่าย เข้ามาปลุก กระแส เพื่อหวังที่จะสร้างเครือข่ายให้ เติบใหญ่ต่อไป
โดยรูปแบบการทำธุรกิจ เป็น รูปแบบของการทำตลาดแบบขาย ตรง ที่มองดูจากภายนอก ก็ไม่ต่าง กับบริษัทขายตรงทั่วไป คือ มีการ กำหนดแผนการตลาดแบบไบนารี่ เป็นลักษณะ ทีมอ่อน-ทีมแข็ง ด้านสินค้า ก็มีตัวตนสัมผัสได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์นํ้ามันรำข้าว รวมไป ถึงผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพอื่น ๆ อีก หลายประเภท การพลิกบทบาทจากสหกรณ์ มาเป็น ธุรกิจขายตรงเต็มรูปแบบ อาศัยการต่อยอดทางธุรกิจ จากฐาน สมาชิกเก่า จำนวนหนึ่งที่ยังมีความ เชื่อมั่นในองค์กร ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ยัง คงเป็นกลุ่มลูกค้าในกลุ่มจังหวัดภาค เหนือตอนบน 3-4 จังหวัด บริษัท ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค จำกัด เริ่มเดินหน้าทำธุรกิจขายตรง อย่างจริงจัง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2555 โดยยังคงมีการโฆษณาชวนเชื่อ ให้สมาชิกเดินหน้าสร้างเครือข่าย ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ รวมทั้งการ จัดอบรมสัมมนาในโรงแรมต่าง ๆ ทั่ว ภาคเหนือ มีการเชิญเจ้าหน้าที่จาก สหกรณ์จังหวัด เข้าไปร่วมบรรยาย จนทำให้ชาวบ้าน มีความเชื่อ เข้ามา สมัครเป็นสมาชิกมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ โดยมีการกำหนดอัตราการ เป็นสมาชิกในวงเงินสูงประมาณ 2,650 บาท/รหัส ซึ่งในวงเงินดังกล่าว ทางบริษัท ฯ ยังคงรักษาจุดขายที่ มั่นคงของตนเองเอาไว้ นั่นก็คือ การ ดูแลสมาชิกที่เสียชีวิต รวมทั้งวงเงิน กู้ในอัตราสูงสุด 1 แสนบาท/คน โดย สมาชิกสามารถเลือกที่จะซื้อสิทธิดัง กล่าวหรือไม่ซื้อก็ได้ โดยเงื่อนไข ยัง คงเหมือนเดิม ไม่ต่างกับเมื่อครั้งที่ สถานะของกิจการยังเป็นสหกรณ์ ซึ่ง อัตราค่าซื้อสิทธิการคุ้มครอง ยังคง อยู่ที่ 350 บาท
สิ่งที่ บริษัท ธนธรรมไทย เน็ท เวิร์ค ได้วางรูปแบบการขยายเครือ ข่าย จะว่าไปแล้วก็เป็นรูปแบบที่ไม่ ต่างกับบริษัทขายตรงอื่น ๆ โดยมีทั้ง การสร้างเครือข่ายในรูปแบบสมาชิก ทั่วไป และสมาชิกที่เป็นจุดจำหน่าย จุดบริการ หรือ Mobile ต่างกันก็ตรงชื่อ ที่บริษัท ฯ แห่งนี้ จะเรียกว่า Stock Kits Stock Kits นอกจากจะเป็น ลักษณะคล้าย Mobile แล้ว ยังมี ตำแหน่งรองรับคือ หัวหน้าสายงาน ที่ผู้สมัครจะต้องเปิดวงเงินเอาไว้กับ บริษัท ฯ เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานใน การส่งสินค้า รวมไปถึงการแจงยอด ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งกับสาขาของ บริษัทฯ ซึ่งหากสมาชิกทั่วไปจะยก ระดับตัวเองขึ้นมาก็สามารถ ลงทุนใน ลักษณะการซื้อหุ้นในอัตราหุ้นละ 10 บาท โดยแต่ละรายสามารถเลือกเปิด ในระดับที่ 30,000 บาท หรือ 50,000 บาท ตามแต่กำลังของตนเอง แต่สิ่งที่น่าสังเกต สำหรับ การ เปิด Stock Kits หรือ Mobile ของ กิจการนี้ จะไม่มีการนำสินค้าของ บริษัท ฯ เข้าไปสต็อกเพื่อรองรับกับ การสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า หากแต่ เป็นเพียงการวางเงินหรือลงทุนเพื่อ ซื้อสิทธิ์ในการกินเปอร์เซนต์จากยอด ขายที่ผ่านจุดบริการของตนเอง เท่านั้น จุดดี ก็คือ หาก Stock Kits ไม่ประสงค์จะทำธุรกิจกับบริษัทฯ ก็ สามารถไปถอนเงินลงทุนออกมาในจำนวนที่ได้ลงทุนไปได้ โดยไม่ต้องไป เคลียร์เรื่องการคืนสินค้า แต่จุดเสีย ก็คือ หากสมาชิก ทำธุรกิจระยะยาว นั่นก็เท่ากับว่า นำ เงินลงทุนไปให้บริษัทฯ หมุน ว่าไป แล้วก็ถือเป็นระดมเงินวิธีหนึ่ง ที่ หลายกิจการขายตรงในปัจจุบันนี้ นิยมทำกัน ปัญหาในด้านการทำธุรกิจ ขายตรง เท่าที่ ตลาดวิเคราะห์ ได้ สอบถามไปยังแม่ทีมบางคน หลาย คนมองว่าการดำเนินธุรกิจขายตรง ยังสามารถเดินหน้าได้ต่อไปเนื่อง
จากรายได้จากช่องทางต่าง ๆ ยัง ทำงานได้ดี การจ่ายผลประโยชน์ ตอบแทน ยังอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ บริษัท ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค ต้องประสบ ปัญหาอย่างรุนแรง ก็คือ ปัญหา ในด้านการจ่ายเงินแก่สมาชิกที่เสีย ชีวิต เพราะก่อนหน้าที่ธนธรรม ไทยฯ จะเปลี่ยนบทบาท จากสหกรณ์ มาเป็น บริษัทขายตรง ยังมีสมาชิก จำนวนนับหมื่นรายที่หลั่งไหลเข้าสู่ กิจการ อันเป็นผลมาจากการเปิดโปร โมชั่น ในช่วงแรก ที่ไม่มีการกำหนด อายุ ผู้สมัครสมาชิก ไม่มีการตรวจ สอบโรค หรือสุขภาพเฉกเช่นบริษัท ประกันชีวิตทั่วไป ทำให้ต้องแบกรับ ภาระความเสี่ยงจากการตายเป็น จำนวนมาก ประการที่สอง การให้สิทธิ คุ้มครอง ไม่เพียงแต่ตัวผู้สมัคร สมาชิก แต่มีความหมายครอบคลุม ไปถึงญาติพี่น้องในครอบครัว ก็มี ส่วนสำคัญที่บริษัทฯ ต้องแบกรับ ภาระเช่นกัน ประการที่สาม แม้จะพ้นโปร โมชั่นมาแล้ว แต่การเปิดรับบริษัทฯ ยังคงที่จะเดินหน้ารับอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ได้หันเหมาซื้อ สิทธิการคุ้มครองการตายมากเป็น ทวีคูณ ประการที่สี่ในการให้สิทธิ ประโยชน์คุ้มครองกรณีการตายของ สมาชิก มิได้มีการคำนวณตามหลัก คณิตศาสตร์ประกันชีวิตอย่างถูกวิธี ทำให้ไม่สามารถบริหารความเสี่ยง ให้สอดคล้องตามหลักสถิติอัตราการ ตายของประชากร ด้วยเหตุนี้ ปัญหาจึงเริ่ม ลุกลามบานปลาย เพิ่มพูนมากขึ้น ๆ จนบรรดาสมาชิกที่ได้รับความเสีย หายต่างเดินหน้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ จนกลายเป็นชนวนแห่งหายนะ ที่ กิจการแห่งนี้จำต้องปิดตัวลงในที่สุด ดูมูลฐานความผิด ก่อนคิดทำ ขายตรงเถื่อน รายงานจากดีเอสไอ เปิดเผย ว่ามีกลุ่มผู้เสียภายใน 3 จังหวัดภาค เหนือ ประมาณ 880 คน ที่เข้าร้องทุกข์ กล่าวโทษผู้บริหาร จากจำนวนกว่า 12,000 คน โดยความเสียหายเบื้อง ต้นมีมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท มูลฐานความผิดเข้าองค์ ประกอบของกฎหมาย มีหลาย ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ในด้านการ ดำเนินธุรกิจขายตรง แม้กิจการแห่ง นี้ จะมีการจดทะเบียนทำธุรกิจขาย ตรง อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ ก็เป็นการดำเนินธุรกิจขายตรงที่ผิด กฎหมายอยูดี ประเด็นที่สอง แม้จะมีการ แปรสภาพจากการเป็นสหกรณ์ มา เป็น บริษัทขายตรง แต่ก็เป็นการจด ทะเบียนที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้มี การกระทำความผิดแล้ว ด้วยเหตุที่ ไม่ได้มีการจัดตั้ง ในรูปแบบสหกรณ์ตามกฎหมาย รวม ทั้งไม่มีการจ่ายเงินตามที่โฆษณา ชวนเชื่อ อันเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ ปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ได้ตกลงไว้ ประเด็นที่สาม ในการดำเนิน การตามขั้นตอนทางกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดี พิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 (1) ประกอบกับท้ายพระราชบัญญัติ การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 (1) ใน ฐานความผิด ที่ประกอบด้วย 1. การกู้ยืมเงินที่เป็นการ ฉ้อโกงประชาชน ตามพระราช กำหนด การกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4 และ 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000-1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ ฝ่าฝืน2. การฉ้อโกงประชาชน ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากจะพิจารณา ในการดำเนินธุรกิจ ของกิจการแห่งนี้ จะเห็นว่า มีการระดมเงินเพื่อปล่อย กู้ ทำเสมือนหนึ่งกับสถาบันการเงิน ก็เข้าข่ายความผิดว่าด้วยพ.ร.บ. สถาบันการเงิน ประการหนึ่ง ประการที่สอง การที่บริษัท รับเงินจากสมาชิกในวงเงิน 350 บาท เพื่อให้ความคุ้มครองชีวิต ในวงเงิน สูงสุดถึง 100,000 บาท ก็น่าจะเข้า ข่ายความผิด ว่าด้วยพ.ร.บ.ธุรกิจ ประกันชีวิต การปิดฉาก ของ ธนธรรมไทย เน็ทเวิร์ค นับเป็นกรณีศึกษาที่ดีกรณี หนึ่ง สำหรับธุรกิจขายตรง ที่แม้ กิจการแห่งนี้จะพลิกสถานะจาก สหกรณ์กำมะลอ แปรสภาพมา เป็นบริษัทและสามารถจดทะเบียน ประกอบการธุรกิจขายตรงอย่างถูก ต้องตามกฎหมาย แต่นั่นก็ไม่ได้ หมายความว่า การดำเนินธุรกิจที่ ผิดแผกแหวกแนวไปจากมาตรฐาน การทำธุรกิจขายตรงทั่วไปจะต่อลม หายใจให้ยืดยาวออกไปได้
หากการทำธุรกิจ มุ่งแสวงหา ผลประโยชน์ตนเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่ คำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ร่วม ดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าแผนการตลาดจะ เหนือเมฆขนาดไหน สุดท้าย ก็ต้อง จบลงด้วยการพังทลายของกิจการ ที่จะต้องมีผู้คนมากมายนับหมื่นนับ แสนที่ได้รับความเสียหาย ตำนานขายตรงนอกรีต ยัง คงถูกเขียนขึ้นซํ้าแล้วซํ้าเล่า ที่แม้วัน นี้ ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่า อีกเมื่อไรจะ หมดสิ้นไปจากวงการ ตราบใดที่จุด อ่อนของสังคมไทย ยังมีพื้นฐานมา จากความยากจน และการขาดความ รู้ธุรกิจขายตรง ก็ยังจะต้องเป็น สี เทา ในสายตาคนทั่วไปอีกนานแสน นาน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

ข่าวลาชูเล่ (Lachule Asia) : มอบทุนทรัพย์และสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน)








 


อุทิศตนเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา มูลนิธิลาชูเล่เพื่อสังคมไทยและผู้ด้อยโอกาส ในนาม บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ นำโดย ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมเดินทางไปมอบทุนทรัพย์และสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) มูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์


วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): สำราญ ศรีวรภัทร ทุกอย่างเป็นไปได้ ชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ณ ไอยรา แพลนเน็ต








 


จากหนุ่มวิศวกร มาสู่การเป็น นักธุรกิจเครือข่าย ชีวิตนี้ได้ผ่านการ ทำงานมาหลายอย่างเเต่ก็ไม่พบกับ คำว่าอิสระซักที คุณสำราญ เดิม เป็นคนจังหวัดภูเก็ต แล้วได้เข้ามาเรียน ต่อ ที่กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า พระนครเหนือ แล้วก็มาทำงานเป็น วิศวกรและเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับการทำงานประจำไปด้วย รายได้ก็ดีพอสมควรแต่มีปัญหาเรื่องลูกน้อง ที่พอเราฝึกให้มีความชำนาญแล้วก็ออก ไปกันหมดทำให้เราต้องหาอาชีพอื่นมา สำรองโดยหันมาทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าขายให้นักท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ในช่วงแรกรายได้ เป็นหลักหมื่นบาทต่ออาทิตย์ แต่เนื่อง จากเกิดซึนามิเมื่อปี 2547 เลยทำให้เศรษฐกิจโดยรวมโดนผลกระทบธุรกิจเสื้อผ้า ก็เลยได้รับผลกระทบไปด้วย


ตัดสินใจเลือกไอยรา


ก่อนที่จะเข้ามาทำกับไอยรา แพลนเน็ต ผมเคยสัมผัสกับธุรกิจขายตรง มาบริษัทหนึ่งและถือว่าประสบความ สำเร็จพอสมควรและถือว่ามีรายได้เลี้ยง ชีพเราได้เลย แต่ก็พบว่ายังไม่มีอิสรภาพ ด้านเวลา จึงไปลองทำกับอีกหลายบริษัท ก็ไม่เคยพบกับคำว่าสำเร็จอย่างแท้จริง ในอาชีพขายตรง จึงหันหลังกลับแล้วคิด ทบทวนตัวเองว่าเราจะเลือกอาชีพ อะไรดี แต่ต้องขอบคุณ ดร.กัมปนาท บุญราศรี ที่ตัดสินใจ เปิดบริษัทเป็นของตนเอง ด้วยความรัก และศรัทธาในตัว ท่าน ผู้ที่เป็นทั้งครูบาอาจารย์และเข็มทิศ ชีวิตของผม จึงไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจ เข้าร่วมงานกับ ไอยรา แพลนเน็ตแต่ ด้วยความเกรงใจและท่านก็เคยมี พระคุณต่อเรา จึงทำให้เรามาทำกับ ไอยราในที่สุด


เทคโนโลยีกับ ไอยรา แพลนเน็ต


ไอยราแพลนเน็ตเราจะสร้าง มาตรฐานเเละอาชีพขายตรงด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราได้มี นักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมทำงานวิจัยด้วย และใช้ระยะเวลาเพียง 1 ถึง 2 เดือนเราก็ เห็นผลของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เเละระบบการเงินที่เรามีบัตรกดเงินสดที่ สามารถกดเงินได้ทั่วประเทศกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ เเละเรายังมีระบบการจ่าย เงินผ่าน เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศอีก ด้วย


ไอยราเป็นทั้งบ้านเเละธุรกิจของผม


ในระบบของการทำงานเราโชคดีที่ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์อย่างอาจารย์ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิที่ท่านมีประสบการ ทางการทำประกันชีวิตกว่า 20 ปี ท่าน สร้างระบบมาดีอยู่ ผมเพียงเเค่พาสมาชิกเข้ามาเรียนรู้ และคอยดูเเล อนุบาลสมาชิก เเละก็ส่งสมาชิก เข้าสู่ระบบการ เรียนรู้ไอยราอคาเดมี่เท่านี้เราก็จะ ได้นักธุรกิจที่มี คุณ ภ า พ แ ล ะ ประสิทธิภาพ


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดีไม่ต้องมีอะไร มากมาย เพียงมีคำเดียวอยู่ในหัวใจคือ ซื่อสัตย์ คำเดียว ผมเชื่อว่าทุกอย่างขึ้น อยู่กับคำว่าซื่อสัตย์เเละการทำตามหน้าที่ เราก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต และ บริษัทของเราพยายามสร้างธุรกิจให้เป็น ธุรกิจสีขาว เพื่อ สร้างมาตรฐานของ ธุรกิจขายตรงใน ประเทศไทย


มองธุรกิจเครือข่าย


ธุรกิจเครือ ข่ายทุกวันนี้มี มากมายเกือบ 1,000 บริษัท ผม มองว่าเป็นโอกาส สำหรับอีกหลายคน ที่สามารถจะไขว่คว้าเเละก็ลงทุนขึ้นอยู่ กับว่าเราจะเลือกบริษัทที่ถูกหรือเปล่า และทุกวันนี้ธุรกิจทางด้านขายตรงมีการ แข่งขันสูงจึงทำให้หลาย บริษัทมีมาตรฐานที่ดีขึ้นกว่ายุคสมัยแรก ๆ


ช้าไปหรือเปล่าที่จะเข้าร่วมธุรกิจ


ผมว่าไม่ช้าไปนะถ้า จะมาร่วมกับไอยราใน ตอนนี้เพราะว่าไอยรา ออกเเบบมาเพื่อการ รองรับอนาคตอยู่แล้ว เราสามารถที่จะ ขยายธุรกิจของเราสู่ทั่วโลกได้ ถ้าเข้ามา ร่วมธุรกิจกับเราตอนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่ร่วม สร้างบ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วยกัน เเต่ถ้าเข้ามา ตอนที่บริษัทมีอายุครบ 10 ปี เปรียบ เสมือนว่าเรามาร่วมใช้บ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วย กัน และจะประสบความสำเร็จด้วยกัน


สิ่งที่ได้จากไอยราแพลนเน็ต


ผมคิดว่าผมได้มาในที่ที่ไม่เคยมา และได้ยืนในที่ที่ไม่เคยยืน ณ ตอนนี้อยู่ตำเเหน่งโกลด์สตาร์ เเละมีเครือข่ายกว่า 8,000 คน รับเงินจากไอยราเดือนละ 3 เเสนบาท ตั้งแต่เริ่มทำกับไอยรามาเป็น เวลา 8 เดือน เเละรับเงินรวมไปเเล้ว 1.2 ล้านบาท เเละได้รับความสุขจากไอยรา เเพลนเน็ตที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา


ขอบคุณไอยราแพลนเน็ต


ขอบคุณท่านประธานของเรา ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ ที่ทำให้ผมมีวันนี้และเป็นเเบบนี้ได้ ที่สร้างเเละเป็นต้นเเบบที่ดีของ เรา ขอบคุณ คุณเมย์ลดา บุญราศรี ผู้ อำนวยการบริหารทั่วไป ที่ช่วยสอนว่า ความซื่อสัตย์นั้นเป็นอย่างไร ขอบคุณคุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุธ รองประธาน กรรมการ ที่มีระบบเรียนรู้ช่วยสอนให้ เรามีความรู้เรื่องเเผนธุรกิจและรู้จัก ธุรกิจดียิ่งขึ้นขอบคุณ รศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ที่ปรึกษาด้านการวิจัย ผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ดีให้ กับทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี ประสิทธิภาพเเละขอบคุณผู้นำทุกคน ว่าเราจะร่วมสร้างเเละเดินหน้าสู่คูวามสำเร็จไปด้วยกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิ พาหาญ การทำงานกับคนจำนวนมาก ให้ประสบความสำเร็จ นั่นคือ...บทพิสูจน์ความสำเร็จของเรา









ย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยเรียนจบ ใหม่ ๆ สมัยนั้นอาชีพรับราชการ เป็นเป้าหมายหลักที่ทุกคนต่างถวิลหา และอาชีพครูก็เป็นอาชีพที่ สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิพาหาญ เลือกที่จะเป็นเพราะ คิดว่าชีวิตในอนาคตการรับราชการนั้น มั่นคง ทั้งคู่เป็นคนราชบุรีโดยกำเนิดรับ ข้าราชการครูอยู่ 10 กว่าปี แต่ก็ยังไม่ ค่อยจะประสบความสำเร็จในชีวิตสัก เท่าไหร่ ในระหว่างนั้นก็ได้ประกอบ ธุรกิจส่วนตัวควบคู่กับการรับราชการ


เริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายกับ J&C


และในช่างเวลาประมาณ 20 ปี ที่แล้ว ได้มองหาเละมีโอกาสได้เข้ามา ศึกษาเรื่องระบบเครือข่าย ในตอนแรก ก็ยังไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เพราะ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ ในตอนนั้นมี สินค้าเพียงตัวเดียว เราก็เลยคิดว่าคง เป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโต แต่เมื่อเข้ามาได้ พบกับท่านประธาน ดร.สมชาย ก็เลย รู้สึกประทับใจ เมื่อได้ฟังวิสัยทัศน์ และ แนวทางการทำงานของท่าน และเป็นบริษัทของคนไทยด้วยก็เลยตัดสินใจ ลงมือทำ หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษา แผนการตลาดของบริษัทอย่างจริงจัง


อุปสรรคในการทำธุรกิจเครือข่าย


การเริ่มเข้ามาทำ ขายตรงกับ J&C ในช่วง แรกก็ยังไม่ ได้ทำ อย่าง จริงจังเพราะ ครอบครัวและ ญาติพี่น้อง ไม่ยอมรับที่ จะให้เราทำ ธุรกิจในด้าน นี้ เพราะเรา เ ค ย ทำ ม า หลายบริษัท แล้วไม่ประสบ ความสำเร็จในระยะแรก ๆ นั้นมีปัญหากับครอบครัว มากแต่ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาได้ ใน ช่วงนั้นพอเข้ามาทำอย่างจริงจังแล้ว ก็ เลยชวนคนนั้นคนนี้แต่ไม่มีใครที่จะยอม เปิดใจกับธุรกิจขายตรง จนมาเจอกับคน ที่ยอมเปิดใจกับเรา แล้วหลังจากนั้นเรา ก็เริ่มมีเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ก็เจอ อุปสรรคด้านการไปช่วยลูกทีมแต่ละ จังหวัดเพราะว่าต้องเดินทางไกลมาก และบ่อยมาก


การบริหารทีมงานสู่ความสำเร็จ


เราเน้นการบริหารทีมงานโดยใช้ คอร์สการเรียนรู้ที่เป็นระบบแนวทาง เดียวกันเน้นให้ทีมงานรู้จักกับระบบของ บริษัท สอนให้ทีมงานมีการตั้งเป้าและมุ่ง ไปให้ถึงเป้ าหมายที่ตั้งเอาไว้ และการออกไปในแต่ละจังหวัดเพื่อคอยช่วยเหลือ ทีมงาน


การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


ในส่วนตัวเราเองมองว่าการเป็นนัก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ต้องมุ่งสร้างองค์กรของ เราให้ประสบความสำเร็จและเราก็จะ ประสบความสำเร็จไปด้วย และช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จเหมือนกับเราให้ได้


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจ กับ J&C


ในความคิดของเราว่าไม่ช้าไปเพราะว่าประเทศไทยยังมีคนอีกเยอะ มากที่ยังไม่รู้จัก กับธุรกิจเครือข่าย และ ถ้ามาเข้าร่วมกับจอยแอนด์คอยน์ในตอน นี้ ที่เปิดดำเนินการมาเป็นปีที่ 11 ซึ่งท่าน ประธานบริษัทสร้างความมั่นคงให้กับ พวกเรา มามีส่วนร่วมช่วยกันให้บริษัทมี ความมั่นคงร่วมกัน และที่นี่เรามีระบบ การเรียนรู้เตรียมพร้อมให้ทุกอย่างอยู่ แล้ว เพียงท่านเปิดใจและเข้ามาร่วม ธุรกิจกับเรา


สิ่งที่ได้จากจอยแอนด์คอยน์


เราทั้งคู่ทำ ธุรกิจขายตรงกับจอยแอนด์คอยน์มาเป็นเวลา 9 ปี มี โอกาสได้ซื้อบ้านและคอนโด ซื้อรถให้ตัว เองและลูกๆทกุ คน ได้ส่งลูกไปศึกษา ที่ต่างประเทศ และมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับริษัททุกโปรโมชั่นในตอนนี้ รับรายได้จากจอยแอนด์คอยน์ 6 หลัก ต่อเดือน และมีคนภายใต้องค์กรหลาย หมื่นคน และสายงานของเราสามารถ ตกทอดเป็นมรดกแก่ลูกของเราได้โดย ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่อย่างใด


ขอบคุณ J&C


อยากจะขอบคุณท่านประธานดร. สมชายหัชลีฬหา ประธานกรรม การบริษัทฯ ท่านเป็นผู้ที่เปิดใจให้เข้า มาร่วมธุรกิจ และสร้างความเชื่อมัน และความมั่นคงให้กับพวกเราทุก คนใน J&C ท่านเป็นเหมือนกับอาจารย์ ที่คอยสอนคอยบอกและให้พวกเรา ปฏิบัติตามและเกิดการเรียนรู้ และ ขอบคุณผู้ที่แนะนำให้รู้จักกับจอย แอนด์คอยน์ทำให้เราประสบความ สำเร็จจนทุกวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

มาเลย์คลอดโรดแม็ปขายตรง 8 ปี เป้ารายได้8.6แสนล้าน/กู้ภาพลักษณ์MLM









มาเลเซียประกาศแผนแม่บทขายตรง (โรดแม็ป) ระยะ 8 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2020 หรือ พ.ศ.2556-2563 กำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงของประเทศอย่างมีแบบแผน สะท้อนภาพลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับขายตรงและต้องการส่งเสริมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดาโต๊ะ เสรี อิสเมล ซาบรี ยาค๊อบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภค เผย โรดแม็ปอุตสาหกรรมขายตรงถูกดีไซน์ ขึ้นมาเพื่อสร้างศรัทธา ความมั่นใจและ ไว้วางใจจากประชาชนต่อ บริษัทขายตรง ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น


ปี63ขายตรงปั๊มรายได้8.6แสนล้านโต 6-12 % ต่อปีล้อเศรษฐกิจ


ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศฉบับที่ 10 ระหว่างปี ค.ศ.2011- 2015 หรือพ.ศ.2554- 2558 รัฐบาลตั้ง เป้าหมายธุรกิจขายตรงสร้างรายได้ให้ กับเศรษฐกิจของประเทศ 54,500 ล้าน ริงกิตหรือประมาณ 545,000 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 86,000 ล้านริงกิตหรือ ประมาณ 860,000 ล้านบาทตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ระหว่างปีค.ศ. 2016-2020 หรือพ.ศ.2559-2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภคของ มาเลเซียกล่าวว่า มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจขายตรงมาเลเซียจะเติบโตประมาณ 6-12% ต่อปีและจะเป็นภาคธุรกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนของประเทศ กระตุ้นรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นล้อไป กับการเติบโตของเศรษฐกิจจนถึงปี 2563


ผนึกดัน 3 พันธกิจยกค่าทุนมนุษย์ สร้างธุรกิจเข้มแข็ง-กู้ภาพลักษณ์


ภายใต้แผนแม่บทขายตรงกำหนด ให้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล สมาคมการขายตรงมาเลเซีย (Direct Selling Association of Malaysia : DSAM) และสมาคมผู้จำหน่ายแบบ ตรงมาเลเซีย (Malaysian Direct Distributor Association : MDDA) เพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมขายตรงของประเทศ โดย แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส เฟส แรกตั้งแต่ปี 2556-2558 เฟสสองตั้งแต่ปี 2559-2561 และเฟสสามปี 2562-2563 อิสเมล ซาบรีกล่าวว่า การมีแผนแม่บท ขายตรงจะทำให้เป้าหมาย 3 ข้อประสบ ความสำเร็จประกอบด้วยการยกระดับ คุณภาพของทุนมนุษย์หรือคุณค่าทาง เศรษฐกิจของคนให้สูงขึ้น สร้างระบบขาย ตรงและกฎหมายให้เข็มแข็งเพื่อส่งเสริม ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของธุรกิจรวมไปถึง การสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่ ดีเยี่ยมเพื่อให้ธุรกิจขายตรงเติบโตอย่าง แข็งแกร่งและยั่งยืนตามเป้าหมายของรัฐบาล ขายตรงเป็นอุตสาหกรรมที่มี ความพิเศษมากเพราะเป็นแนวทางที่ ทรงประสิทธิภาพในการสร้างชุมชน การค้าขึ้นในภูมิภาคและส่งเสริม ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อส่งเสริม ธุรกิจนี้ในปี 2556 นี้รัฐบาลจะมีการ มอบรางวัลขายตรง (Direct Selling Award) เป็นเครื่องยืนยันถึงการ ยอมรับธุรกิจขายตรงมีบทบาทอย่าง มากต่อประเทศกำลังพัฒนาอิสเมล ซาบรียํ้าว่า ธุรกิจขาย ตรงถือกำเนิดขึ้นในมาเลเซียมากว่า 30 ปีก็จริงถ้าเปรียบเป็นคนก็เป็นผู้ใหญ่ แล้ว ดูเหมือนจะอิ่มตัวเพราะเติบโตเต็ม ที่แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต ได้ตลอด เป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับ บริหารที่มีประสบการณ์สูงและเครือ ข่ายจัดจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับ ประเทศ ซึ่งการกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ ธุรกิจมามีมาตรฐานส่งเสริมการขยายตัว


ปี54ขายตรงมาเลย์พุ่ง 11% บริษัทต่างชาติทุนขั้นต่ำ 50 ล้าน


ตามสถิติของสมาพันธ์สมาคม การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association:WFDSA) ในปี 2554 ขายตรงมาเลเซียมียอดขาย ประมาณ 8,900 ล้านริงกิต (2,908 ล้าน ดอลลาร์) หรือประมาณ 89,000 ล้าน บาทเพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปี 2253 นัก ขาย 7.4 ล้านคน อยู่อันดับ 11 ของโลกที่ มียอดขายทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท นักขาย 91 ล้านคนและอันดับ 4 ในเอเชีย แปซิฟิก รองจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซีย ร่วมมือกับ 2 สมาคมออกจรรยาบรรณ ขายตรงแห่งชาติหรือแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อ กำกับดูแลธุรกิจขายตรงภายในประเทศ เพื่อให้ล้อไปกฎหมายใหม่ที่ประกาศ ใช้เมื่อปี 2553 โดยจรรยาบรรณเปรียบ เหมือนกฎหมายย่อยๆ ฉบับหนึ่งที่นำมา บังคับใช้กับบริษัทขายตรงระบบ MLM ทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือธุรกิจ ขายตรง ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ บริโภคสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยว กับขายตรงถูกกฎหมาย และขายตรงผิด กฎหมายหรือ ปิระมิด สำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง ในมาเลเซียกรณีการลงทุนตั้งแต่ 2.5 ล้าน ริงกิตขึ้นไป (ประมาณ 25 ล้านบาทขึ้น ไป) สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้ โดยผู้ลงทุนควรตัดสินใจว่าจะลงทุน เองทั้งหมดหรือจะร่วมลงทุนกับท้อง ถิ่นหลังจากนั้นจัดทำรายงานข้อเสนอ โครงการพร้อมหลักฐานการลงทุนมายื่น ต่อMalaysia Industrial Development Authority (MIDA) เพื่อขอรับการส่งเสริม การลงทุนจะพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน เมื่อได้รับอนุมัติต้องยื่นแบบฟอร์มเพื่อจดทะเบียนชื่อบริษัทจะใช้เวลาในการ พิจารณาราว12 วันเมื่อผ่านการอนุมัติผู้ ลงทุนต้องจัดทำตราบริษัทและส่งเอกสาร ให้ CCM ออกใบรับรองเพื่อนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป
สิทธิประโยชน์จากโครงการที่ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กรณี อุตสาหกรรมทั่วไปจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 30 เป็นเวลา 5 ปี กรณีกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี การนำเข้าสินค้าทุนสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 60 เป็นเวลา 5 ปี มาเลเซียเพิ่งประกาศใช้พระ ราชบัญญัติธุรกิจขายตรง ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ซึ่งเป็นฉบับใหม่ที่แก้ไขจาก กฎหมายเดิม ค.ศ 1993 (พ.ศ. 2536) ส่วน ใหญ่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้อง สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคและบริษัท ขายตรงถูกกฎหมาย ขณะที่กฎหมาย หลักๆ ยังใช้ของเดิมได้แก่การดำเนิน ธุรกิจขายตรงจะต้องขออนุญาต โดย บริษัทที่เป็นของคนท้องถิ่น ของภูมิบุตรา หรือของชาวต่างชาติก็ได้ กรณีดำเนินธุรกิจโดยชาวต่าง ชาติจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านริงกิต (ประมาณ 50 ล้านบาท) ใน จำนวนนี้จะต้องกันหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ให้แก่ผู้ร่วมทุนที่เป็นภูมิบุตรา สินค้าที่อนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ ขายตรง ได้แก่สินค้าที่มีเครื่องหมาย รับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO, GMP, เครื่องหมายรับรอง Halal, สินค้าอาหาร เพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ยาแผนโบราณ ที่ผ่านการรับรองส่วนสินค้าเครื่องสำอาง จะต้องขึ้นทะเบียนกับ Pharmaceutical Service Division, Ministry of Health




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

ข่าว เอวอน คอสเมติคส์(Avon Cosmetic) : เอวอนคาดยอดขายมาเลย์โต2หลัก ธุรกิจจีนย่ำแย่ลุยปิดสาขากว่า 10 แห่ง









เอวอน มาเลเซีย มองยอดขายในปีนี้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอีก แม้จะค่อนข้างท้าทาย เพราะปีที่ผ่านมายอดขายเพิ่มขึ้น 20 ล้านริงกิตหรือประมาณ200 ล้านบาท
แคโรลีน นูร์ อมีร่า ลี กรรมการ ผู้จัดการ เอวอน มาเลเซีย กล่าวว่า เป็น สิ่งสำคัญอย่างมากกับบริษัทที่จะต้อง รุกในช่วงที่โมเมนตั้มการเติบโตยังมี แรงเหวี่ยงสูงโดยบริษัทจะเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่เกือบ 10 ตัวเสริมการ ขยายธุรกิจในปีนี้
เราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ในกลุ่มบล็อคบัสเตอร์หลาย อย่างรวมไปถึงกลุ่มดูแลผิวด้วย ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ภายในบ้านจะ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องครัวและ ผลิตภัณฑ์เก็บรักษาอาหารตัวใหม่ นอกจากนี้ยังจะมีเครื่องแต่งกาย ใหม่เฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่คาดว่าจะ เป็นสินค้ายอดนิยมด้วย
ทั้งนี้ เอวอน มาเลเซียมีร้าน เอวอนบูติกประมาณ 200 ร้านทั่ว ประเทศ ผู้จัดการเขต 42 คนที่จะให้คำ แนะนำและคำปรึกษาแก่สมาชิกของ พวกเขา ลี บอกว่า สิ่งสำคัญสำหรับเอวอน คือความท้าทายที่จะต้องอยู่ใน ระดับเดียวกับบริษัทขายตรงรายอื่นๆ ใน ตลาดให้ได้
เราต้องอยู่ในระดับเดียวกัน กับคู่แข่งเพื่อที่จะเปลี่ยนรสนิยมของ ผู้บริโภคและนักขายของเรา สิ่งสำคัญ คือเราต้องนำเสนอในสิ่งที่ผู้บริโภค ต้องการให้ได้และต้องการแข่งขันกับ คู่แข่งให้ได้ด้วยการประชุมแผนงาน กับนักขายของเรา
ปีที่ผ่านมา เอวอน มาเลเซียทุ่ม เงินถึง 7 ล้านริงกิตหรือประมาณ 70 ล้าน บาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนและโบนัสให้กับ นักขายราว 40 คน
ขณะที่กิจการในมาเลเซียกำลัง เติบโต แต่ธุรกิจของเอวอนในจีนกลับ สวนทางเมื่อได้ปิดสาขาไปถึง 10 แห่ง หลังจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เอวอนมี รายได้จากธุรกิจในจีนลดลงต่อเนื่องจาก 2,400 ล้านหยวนหรือประมาณ 12,000 ล้านบาท ในปี 2546 เหลือไม่ถึง 1,000 ล้านหยวนหรือประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2555
ทั้งนี้ บริษัทขายตรงเครื่องสำอาง จากสหรัฐฯ อย่างเอวอน มีแผนที่จะเลิก จ้างพนักงาน 1,500 คนทั่วโลกและถอน ธุรกิจออกจากเกาหลีใต้ และเวียดนาม ซึ่ง แหล่งข่าวในเอวอนกล่าวว่าบริษัทฯจะปิด สาขาในจีนมากกว่า 10 แห่งเพื่อยุติธุรกิจ ขายตรงและเปิดเป็นแฟรนไชส์แทน
เอวอนเริ่มทำธุรกิจในจีนในปี 2533 ด้วยการตั้งบริษัทและมีการปรับตัว อยู่ 3 ช่วงเพื่อให้เข้ากับตลาดจีน โดยใน ปี 2541 ถูกรัฐบังคับให้หันไปทำธุรกิจค้า ปลีกและเปิดแฟรนไชส์มากกว่า 100 แห่ง ทั่วประเทศจีน หลังธุรกิจขายตรงถูก รัฐบาลจีนแบนต่อมาในปี 2549 ซึ่งเป็นปี ที่ได้รับใบอนุญาตขายตรงเป็นรายแรก จากรัฐบาลจีน บริษัทก็เดินธุรกิจผ่านแผน ไฮบริด หรือการขายผ่านร้านค้าควบคู่ กับขายผ่านตัวแทนแต่ทั้งจำนวนร้านค้า และยอดขายลดลงเนื่องจากบริษัทเรียก เก็บค่าธรรมเนียมแพง
ปี 2551 บริษัทต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวการติดสินบนและยอดขายที่ยิ่ง แย่ลงก่อนที่เดือนเมษายนปี 2553 ทาง เรเน ออร์โดเนซ ผู้จัดการเอวอนประเทศ จีนหันมาขยายธุรกิจขายตรงภายใต้รูป แบบการขายแบบผสมทำให้เอวอน ขาดทุนต่อเนื่องและอีกไม่กี่ปีจากนั้น เขาก็บอกว่าถึงเวลาที่บริษัทจะต้องหนี จากประเทศจีน
จนกระทั่งมีนาคมปีที่ผ่านมา จอห์น หลิน ผู้บริหารใหม่ที่เพิ่งได้รับ การแต่งตั้งได้นำการปฏิรูปมาสู่เอวอน ประเทศจีนซึ่งเป็นช่วงที่ 4 ของการปรับ เปลี่ยน โดยเอวอนยกจีนเป็นหนึ่งใน ตลาดสำคัญ มุ่งให้ความสำคัญไปที่ การขายผ่านร้านค้า ลดบทบาทขายตรง ลง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวผู้เชี่ยวชาญมอง ว่า ไม่ดีนักเพราะถึงแม้เอวอนจะเข้ามา ในจีนกว่า 20 ปีแต่ก็ยังไม่ได้นำโมเดล นี้ไปปรับใช้กับตลาดจีนอย่างแท้จริง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์จับมือกสิกรไทย เปิดตัว I'm Smart บริการช้อปสะดวก ทุกที่ ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน









นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และ นายอภิวัฒน์ ศิริสัมพันธ์ ผู้จัดการบริหารลูกค้าอาวุโส วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย ร่วมเปิดตัว Im Smart บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน Im Smart และ K-Merchant on Mobile เพิ่มความสะดวก ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ในการขายสินค้าและบริการแบบไร้ขีดจำกัดได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมส่งเอสเอ็มเอส หรืออีเมลแจ้งยืนยันทุกรายการใช้จ่าย นับเป็นธุรกิจเครือข่ายรายแรกและรายเดียวที่เปิดให้บริการ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจเครือข่ายอันดับ 1 ของไทย และท่านที่สนใจสามารถเข้าชม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.amwayshopping.com

กิจกรรมกิฟฟารีน(Giffarine) : 17 ปีแห่งความมหัศจรรย์ กิฟฟารีนสร้างสุขนิรันดร์ดั่งเทพนิยาย








อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ขอเชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลอง 17 ปีแห่งความมหัศจรรย์กิฟฟารีนสร้างสุขนิรันดร์ดั่งเทพนิยาย


พบกับ 7 มหัศจรรย์แห่งความสุขดั่งฝันพร้อมชมคอนเสิร์ต 4 ศิลปินชั้นนำจาก GMM Grammyมอส ปฏิภาณ - ไอซ์ ศรัณยู - คริสติน่า - ใหม่ เจริญปุระ


บัตรราคา 200 / 400 / 600 บาทจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทุกสาขา

La Chul Cosmetics Thailand วันแห่งศักดิ์ศรี เวทีแห่งเกียรติยศ ประจำปี 2555








 


วันแห่งศักดิ์ศรี เวทีแห่งเกียรติยศ ประจำปี 2555 ใน วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. 19.00 น. ณ ชั้น 4 ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ


ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับ มหกรรมแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพความงาม และ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ไจก้า ลาชูเล่ อาหารเสริมพืช ดินและน้ำ นำเข้าจากประเทศอิสราเอล ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่หาดูได้ยาก พิธีทำขวัญข้าว สืบสานตำนานพระแม่โพสพ นำโดยศิลปินแห่งชาติ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ตำนานแม่เพลงพื้นบ้านและเพลงอีแซวอันดับหนึ่งของประเทศไทย พร้อมโซนนิทรรศการซึ่งประกอบไปด้วย หมู่บ้านนักธุรกิจเกษตรกรรม ตื่นตากับพืชผลที่ใหญ่ที่สุด จากการใช้ ไจก้า ลาชูเล่ มหัศจรรย์แห่งการเกษตรยุคใหม่ ร่วมพูดคุยกับเกษตรกรผู้ใช้จริงทั่วทุกภาคของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด สัมผัสประสบการณ์จริงและเห็นถึงผลลัพธ์จากการทาน ไบโอ เอนไซม์ ไลฟ์ พลัส อาหารเสริมนำเข้าจากเยอรมัน ทานทุกวันต้านโรคร้าย ร่วมชม Hall of Frame ทำเนียบเกียรติยศผู้บริหารการขายระดับสูง ที่ประสบความสำเร็จของลาชูเล่ กรุ๊ป ช่วงพิธีการในห้องวายุภักษ์พบกับ Speaker Motivation ปลุกไฟนักธุรกิจ จากท่านรองประธาน ดร.วรวุฒิ เจริญศรีพรพงศ์ ลุ้นระทึกกับช่วงจับ แจก ลุ้นรับรางวัลใหญ่มูลค่ากว่า 500,000 บาท ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจาก ตำนานเพลงเพื่อชีวิต คาราบาว พิเศษสุดร่วมเซอร์ไพร้ส์ตัดเค้กฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 54 ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริหาร ลาชูเล่ กรุ๊ป และบริษัทในเครือ

ข่าวซินเนอร์จี้ (Synergy WorldWide) : ซินเนอร์จี้อาสา ปีที่ 2 กับโครงการแบ่งปันความสุขเพื่อน้อง









กิจกรรมดี ๆ ที่ชาวซินเนอร์จี้ส่งมอบให้กับน้อง ๆ ในโครงการจิตอาสา ปีที่ 2 ต่อยอดความช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์และสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ณ โรงเรียนบ้านบ้องตี้ล่าง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นำทีมอาสาโดยคุณศุภพงศ์ จันทรวีระกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัทซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง ประเทศไทยและเวียดนาม คณะผู้บริหาร พนักงาน และกลุ่มนักธุรกิจ ได้แก่ คุณภาวิตา อินทศิริ นพ.สุเทพ ปุณณะตระกูล คุณประภา อภิพัฒนา ทั้งนี้ทางบริษัทได้รวบรวมเงินบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ อาทิ เสื้อผ้า และจัดซื้อชุดเครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 450,000 บาท โดยทางคณะได้นำไปมอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน โดยมี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ้องตี้ล่าง อาจารย์แสงระวี สุขประเสริฐ เป็นผู้รับมอบของในครั้งนี้

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว จี พินนาเคิ้ล จำกัด (G Pinnacle Co.,Ltd.) : กิจกรรมรักล้นใจ แจกเต็มๆ








เมื่อวันอาทิตย์ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา บริษัท จี พินนาเคิ้ล จำกัด (G Pinnacle Co.,Ltd.) ได้มีการจัดกิจกรรม รักล้นใจ แจกเต็มๆ ณ บริษัท จี พินนาเคิ้ล จำกัด(สำนักงานใหญ่) อาคารชัยพิทักษ์ 83/167 ถนนงามวงศ์วาน หมู่ 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพโดยมี คุณ ศุภกร รักษ์บุญยวง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งอัดโปรโมชั่นดีๆอีกมายมายภายในงาน อาทิเช่น Top Sponsor รับไปเลย โทรศัพท์มือถือ LG Touchscreen 1 เครื่อง , เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ลดน้ำาหนัก เลอแอน 2 กล่อง แลกซื้อ กาแฟมายด์พลัส ได้ในราคาเพียง 49 บาท เท่านั้น ฯลฯ โปรโมชั่นสมนาคุณพิเศษเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้มีการแนะน าผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย เช่น โปรไบโอเฮริ์บ ชมพู , โปรไบโอเฮริ์บ เขียว , คอลลาเจน , ดิวตี้พลัส และอื่นๆอีกมากมาย บรรยากาศภายในงานโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งงาน มีกิจกรรมเล่นเกมส์ต่างๆ การร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะจากท่านสมาชิก ท าให้งานนี้ครึกครื้นยิ่งนัก ส าหรับผู้ที่พลาดมาในงาน รักล้นใจ แจกเต็มๆ สามารถสอบถามผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ได้ที่ บริษัท จีพินนาเคิ้ล จ ากัด โทร 02-580-9906 หรือ www.gpinnacle.co.th


 


[gallery]

สัมภาษณ์หัวเรือใหญ่ ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) คุณสาริณี เสฐียรภัคกุล ธุรกิจที่วงการขายตรงไทยต้องสะเทือน








ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทขายตรงที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพระดับแนวหน้าของโลก โดยสำนักงานใหญ่ได้ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัญอเมริกา รัฐยูทาห์ ซอลท์ เลค ซิตี้ ซึ่ง ยูซานา ได้สู่ตลาดหุ้นของ NASDAQ Stock Market หรือตลาดหลักทรัพย์ในปี 1996 ปัจจุบันได้ทำตลาดอยู่ 18 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และ จีน


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2555 บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์(ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเปิดตัว ที่โรงละครสยามนิรมิต อย่างเป็นทางการโดยมีผู้บริหาร แขกผู้เกียรติ ผู้นำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงนักธุรกิจยูซานาเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นประเทศที่ 16 โดยผ่านบริษัท BabyCare, Ltd. ที่ USANA เป็นเจ้าของในประเทศจีน ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการจับตามองจากเหล่านักธุรกิจขายตรงมากมายด้วยความเป็นธุรกิจขายตรงน้ำดีจากประเทศสหรัฐอเมริกามีรางวัลการันตีความสำเร็จมากมายหากจะให้กล่าวแล้วก็คงไม่หมดภายในคอลัมน์นี้ ซึ่งวันนี้ทีมงานไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ได้มีโอกาสเข้ามาสัมภาษณ์ คุณสาริณี เสถียรภัคกุล ผู้นั่งแท่นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย ที่จัตุรัสจามจุรี สแควร์


คุณสาริณี เสฐียรภัคกุลหัวเรือใหญ่ของยูซานาประเทศไทย ได้เข้ามาร่วมงานกับยูซานาในฐานะผู้จัดการทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ซึ่งถือว่าเป็นผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยเป็นคนแรก โดยคุณสาริณีได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด โดยคุณสาริณี ได้จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ โครงการปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์ที่ผ่านมาดำรงตำแหน่ง Account Marketing Director ในแผนกโฆษณา บริษัทขายตรงชั้นเดียวสัญชาติอเมริกันซึ่งติดอันดับท็อปเท็นของโลกแห่งหนึ่ง จากนั้นได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง Corporate Affairs Director โดยดูแลการดำเนินงานทั่วไปของบริษัทฯ รวมถึงภาพลักษณ์ การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ของบริษัทการตลาดแบบเครือข่ายในเครือ


ทั้งนี้คุณสาริณีได้กล่าวถึงจุดแข็งของทางยูซานาอีกว่า เนื่องจากบริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลในเชิงองค์ความรู้เกี่ยวกับแผนการตลาดแบบไบนารี่และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ซอลท์ เลค ซิตี้ รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดจำหน่ายมาเป็นเวลา 20 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากสถาบันต่างๆ ในความมีประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อันดับ 1 เหรียญทอง 5 ดาวจากสหรัฐอเมริกาจากการจัดอันดับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกว่า 1,500 แบรนด์ทั่วทวีปอเมริกาเหนือและยังได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมในระดับโลกมากมาย รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่มีแผนการจ่ายผลตอบแทนดีที่สุดจาก MLM Insider Awards ทำให้ลูกค้าและนักธุรกิจยูซานา รวมถึงนักธุรกิจใหม่ทุก ๆ รายเกิดความเชื่อมั่นและยอมรับในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีความโดดเด่นและมีการการันตีว่ามีคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด รวมถึงแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ดีที่สุด


โดยกลยุทธ์ที่ใช้ในการสร้างแบรนด์ของยูซานาทางคุณสาริณี ได้มุ่งเน้นจัดกิจกรรมและส่งเสริมการขายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรม Road Show ไปตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น ชุมพร สงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี จันทบุรี นครราชสีมา พะเยาและระยอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นให้เกิดยอดขายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ รวมถึงการจัดรายการส่งเสริมการขายในส่วนของการจัดชุดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การแจกของพรีเมี่ยม การส่งเสริมการเพิ่มจำนวนนักธุรกิจอิสระให้เดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเปิดตัวเป็นทางการได้ 6 เดือน เราก็สามารถมีนักธุรกิจอิสระในระดับโกลด์ไดเร็กเตอร์ร่วมเดินทางไปฉลองตำแหน่งที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ได้ถึง 6 ท่าน เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะมีนักธุรกิจ และผู้นำที่จะเดินทางไปร่วมงาน Asia Pacific Convention 2013 ที่ฮ่องกง ในกลางเดือนมีนาคมนี้ อีกเกือบ 100 คน










นอกเหนือจากนี้ทางยูซานานั้นให้การสนับสนุนทางผลิตภัณฑ์ แก่นักกีฬาชื่อดังทั่วโลกทั่วโลกอย่างมากมายส่วนในประเทศไทย ก็มีแชมป์มวยสากลขวัญใจคนไทย ไอ้รถถัง พูลสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม แชมป์ PABA รุ่นแบนตั้มเวทและ อดีตแชมป์ WBA ซูเปอร์แบนตั้มเวท และ ถิรชัย กระทิงแดงยิม เจ้าของแชมป์ แชมป์ PABA รุ่นเวลเตอร์เวท ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงสินค้าที่ได้คุณภาพและปราศจากสารกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น


คุณสาริณีหมายมั่นปั้นมือ ยูซานา ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลาง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประเทศไทย ถือเป็น Rising Star และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีในด้านการทำตลาด กิจกรรมและโปรโมชั่นต่าง ๆ ทยอยออกมาให้นักธุรกิจยูซานาและผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความความหวังว่า ประเทศไทยจะสามารถเติบโตและมียอดขายเพิ่มขึ้นทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้าและได้รับความสำเร็จเป็นอย่างสูง เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งยูซานาได้เปิดสำนักงานเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคและนักธุรกิจยูซานาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกงและผ่านบริษัทเบบี้แคร์ ลิมิเต็ด ที่ยูซานาเป็นเจ้าของในประเทศจีน รวม 18 สาขาทั่วโลก


โดยสถิติที่ผ่านมา ยูซานาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ได้มีการโหมเปิดตลาดใหม่ จึงเป็นตัวชี้วัดได้ว่า ยูซานาสามารถเติบโตในตลาดเดิมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงว่ามีผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายของยูซานาอยู่ที่การเข้าถึงและพัฒนาสุขภาพ และคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวต่างๆ ทั่วโลก


จากการประกาศผลประกอบการในปี 2555 ของมร.เดฟ เวนทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ ที่ซอลท์เลค ซิตี้ สหรัฐอเมริกา บ่งบอกว่า ยูซานามียอดขายกว่า 648.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 11.5% จากช่วงเดียวกันของปี 2554 โดยมีกำไรสุทธิ 66.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้มีผลมาจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นและการลดค่าใช้จ่ายการบริหารต้นทุน โดยกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 36.5% อยู่ที่ 4.45 ดอลลาร์ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.26 ดอลลาร์ต่อหุ้น เหตุผลสำคัญของการเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อเมริกาเหนือและยุโรป โดยคาดการณ์ว่ายอดขายสุทธิในปี 2556 จะเพิ่มขึ้นเป็น 700 720 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 5.10 5.25 ดอลลาร์


ส่วนในประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของจำนวนสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยเป้าหมายในปี 2556 จะมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกที่มีการทำธุรกิจและสั่งซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ บริษัทฯ มีฐานนักธุรกิจยูซานาและลูกค้าที่บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มั่นคงและมีนักธุรกิจใหม่สนใจสมัครเข้ามาร่วมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 70% หลังจากงานเปิดตัวบริษัทฯ อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับเหตุผลที่คนเข้ามาร่วมธุรกิจกับยูซานาเนื่องจาก ระบบไบนารี่ สามารถตอบโจทย์ให้กับนักธุรกิจยูซานาในการดูแลคนในองค์กรแค่ 2 คน ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจากการวิจัยของสมาคมขายตรงแห่งสหรัฐอเมริกาพบว่า บุคคลทั่วไปสามารถดูแลองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เพียง 2.5 สายงานเท่านั้น ซึ่งแผนไบนารี่สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ และมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทำง่าย จ่ายเร็ว ทำให้นักธุรกิจใหม่ ๆ ที่เข้ามาร่วมธุรกิจมีรายได้เร็วขึ้นและทำให้ทั้งองค์กรมีรายได้ที่เสถียร รวมถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดระดับโลกตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งยูซานา ได้รับการโหวตจากนักธุรกิจอิสระให้เป็นบริษัทที่น่าร่วมทำธุรกิจด้วยเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันทุกปี มาตั้งแต่ปี 1997 จากนิตยสาร Network Marketing & The MLM Insider Magazine ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครือข่ายชุมชนของผู้ทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก









โดยผลิตภัณฑ์ยูซานาแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ ซึ่งสัดส่วนยอดขายที่เกิดขึ้นจะมาจากกลุ่มอาหารเสริมเป็นหลัก จากตัวเลขยอดขายประมาณการของบริษัทอยู่ที่ 645 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 10.8% ในปีนี้ สัดส่วนยอดขายหลักประมาณ 80% มาจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวหลักของบริษัท ได้แก่ เอสเซนเชียลส์(วิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ, โปรฟาวานอล 30(สารสกัดจากเมล็ดองุ่น), แอคทีฟ แคลเซียมและไบโอเมก้า(น้ำมันปลาบริสุทธิ์) โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในปี 2556 นี้ เพื่อเป็นการขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของนักธุรกิจยูซานาและผู้บริโภค


ทั้งนี้ทางคุณสาริณีได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ยูซานานั้นมีพื้นฐานในการทำงานเป็นครอบครัวร่วมมือร่วมใจกันในก่อให้เกิดความสำเร็จที่แท้จริง ทำจริงได้จริง สินค้าได้คุณภาพ ซึ่งหากใครกำลังมองหา ครอบครัวที่จะมอบความสุข คุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีความมั่นคง พร้อมทั้ง อิสรภาพในการใช้ชีวิต ยูซานา นั้นคือคำตอบสุดท้ายสำหรับโจทย์เหล่านี้


จัดทำและเรียบเรียง www.thaimlmnews.com