ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดีเน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คปลื้มยอดโกเรจินส์ทะลุ7หมื่นกล่อง ประกาศเร่งเครื่องวางรากฐานธุรกิจใหม่ครึ่งปีหลัง







5511 (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค เผยภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกธุรกิจโตเกินพิกัด หลังผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่อง พร้อมเตรียมเข็นสินค้าเพิ่มอีก 5 แสนกล่องช่วงเดือนกันยายนนี้...แย้มเตรียมพบโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ย่านร่มเกล้าเร็วๆ นี้ ลั่นเป้าสิ้นปีขอยอดแตะ 1,000 ล้าน


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาพร้อมกับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของยอดขายผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 60 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7 หมื่นกล่องด้วยกัน พร้อมกันนี้ ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะนำผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ จำนวน 5 แสนกล่องเข้ามาวางจำหน่ายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกอีกด้วย


สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นับจากนี้นั้น ทางบริษัทฯ ยังได้สร้างโรงงานการผลิตสินค้าแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย ย่านร่มเกล้า โดยโรงงานดังกล่าวทางบริษัทฯ ได้มีการเตรียมงานไว้ถึง 2 ปีด้วยกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมที่จะซื้อที่ดินแถวถนนสุวินทวงศ์เนื้อที่ 3 ไร่ มูลค่า 40 ล้านบาท เพื่อเตรียมไว้สร้างตึกอาคารแห่งใหม่นี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าที่จะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นไม่ตำกว่า 150 ล้านบาท ด้วยกัน


นายสาครเผยอีกว่า สำหรับยอดขายของบริษัทฯ ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้คือ 600 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ตั้งเป้าไว้สูงกว่าเป้าเดิมเป็นเพราะปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายไปแล้ว 450 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขาย 1,000 ล้านบาท ที่ตั้งไว้น่าที่จะไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน


วันนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ ดี เน็ทเวิร์ค มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คือ มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจในตำแหน่ง บลูไดมอนด์ คือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสีห์รดี ที่พิชิตรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท พร้อมกับยังคว้ารถยนต์เฟอร์รารี่ มูลค่า 26 ล้านบาท มาครอบครองอีกด้วย นายสาครกล่าวทิ้งท้าย





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นรับใบสำคัญจดทะเบียนขายตรง







ภาพข่าวสังคม ดี เน็ทเวิร์ค (Mobile)

 


เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เข้าร่วมงานสัมมนา หัวข้อแนวทางการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยคุณจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมรับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง มอบโดยเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคุณวรเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้น

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค ส่ง6 Powder มั่นใจเจาะตลาดคนรุ่นใหม่







คุณสาคร ใสกมล


ดี เน็ทเวิร์ค บุกตลาดกลางใจเมือง เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ณ ตึก THAI CC ชั้น 7 ทุ่มงบตกแต่งให้ทันสมัย เอาใจคนรุ่นใหม่ เดินหน้าเจาะตลาดวัยรุ่นด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ 6 Powder เชื่อได้รับการตอบรับล้นหลาม ระบุ 4เดือน ยอดกระฉูดทะลุหลัก 270 ล้านบาทไปแล้ว สิ้นปีพร้อมทุบสถิติยอดขายสูงสุด


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ D10 Plus, Snowy Powder ,Refeat Powder ,Sweet Powder ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง , D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น


ดี เน็ทเวิร์ค เริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่าจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Candy, Seven Sweet Candy,Seven Seed,C-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์ แคลเซียมสกัดจากธรรมชาติ 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานนมถึง 5 แก้ว และ V-Mix Gummy ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากผักผลไม้ รับประทาน 1 เม็ดเทียบเท่ากับการรับประทานผักถึง 5 กิโลกรัม ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


คุณสาคร กล่าวว่า ดี เน็ทเวิร์คเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญในการสร้างฐานผู้บริโภค ปัจจุบันทางบริษัท มีฐานผู้บริโภคสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกับทางบริษัทก็โฟกัสการสร้างนักธุรกิจมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทกระจายถึงมือผู้บริโภคจำนวนมาก


เราเป็นบริษัทขายตรงมืออาชีพในการสร้างเครือข่าย สร้างคน สร้างผู้นำ และที่สำคัญเราเป็นบริษัทขายตรงที่เน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก เราเชื่อว่าหากเรามีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างฐานผู้บริโภคควบคู่กับการสร้างผู้นำมืออาชีพควบคู่กันไป ผมมองว่าในปัจจุบัน การทำขายตรงยุคใหม่ จะมีลักษณะกึ่งๆ ค้าปลีกเข้าไปทุกขณะ กล่าวคือ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านสื่อ ขายผ่านร้านค้า ขณะเดียวกันก็มีการสร้างเครือข่าย สร้างสายงานควบคู่กันไปนี่ถือเป็นจุดแข็งของ ดี เน็ทเวิร์ค


ผู้บริหารระดับสูง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม กล่าวคือ ในเดือนมกราคม ทางบริษัทปิดยอดขายที่ 50 ล้านบาท เดือนกุมภาพันธ์ ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท เดือนมีนาคม ยอดขาย 80 ล้านบาท และเดือนเมษายนปิดยอดขาย 80 ล้านบาท รวมยอดขาย 4 เดือนแรกของปี ทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 270 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดขายที่น่าพึงพอใจอย่างมาก


ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 ดี เน็ทเวิร์ค ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฉพาะ 15 วันแรกของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 40 ล้านบาท เราเชื่อว่า สิ้นปีเราจะบรรลุเป้าหมายยอดขายที่วางเอาไว้ได้อย่างแน่นอน


คุณสาคร คาดการณ์ว่า สถานการณ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ขายตรงอาจจะต้องสู้กันเหนื่อย เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยในการทำขายตรงหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ช่วงเปิดเทอมของนักเรียน-นักศึกษา


แต่เราเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ เนื่องจากเราเน้นสร้างฐานผู้บริโภคแนวกว้าง เน้นการกระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภค ลงสู่รากหญ้า ให้ทุกคนมีโอกาสได้บริโภคสินค้าของเรา เราจึงเชื่อว่าแม้สถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 จะไม่เอื้ออำนวย แต่เราเชื่อว่าเราจะรักษาระดับการเติบโตได้อย่างแน่นอน คุณสาคร กล่าว


คุณสาคร กล่าวว่า ในวันที่ 27 เมษายน 2556 ทางบริษัทได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการใจกลางเมือง ณ อาคาร THAI CC ชั้น 7 ย่านสาธร ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าของกรุงเทพมหานคร


เราจะได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ ในย่านกลางเมือง เป็นฐานบัญชาการในการเจาะตลาดคนวัยทำงานและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งสำนักงานแห่งใหม่เราทุ่มงบในการตกแต่งกว่า 3 ล้านบาท ให้เป็นออฟฟิศโมเดิร์น มีการสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ หากคนรุ่นใหม่กำลังมองหาบริษัทขายตรงที่เป็นมืออาชีพ อยากให้เลือก ดี เน็ทเวิร์ค เนื่องจากเป็นบริษัทที่แจ้งเกิดในวงการแล้ว และอยู่ในช่วงที่คนหลั่งไหลเข้าร่วมงาน มีความมั่นคง หากอยากแสวงหาความสำเร็จในชีวิตก็ก้าวเข้ามาสู่อาณาจักร ดี เน็ทเวิร์คด้วยกันประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ระบุปิดท้าย

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค สยายปีกปี 56 ส่งบานเย็นลุยตลาดเกษตร








ดี เน็ทเวิร์ค เปิดแผนปี 2556 เน้นสาธิตสินค้า ร่วมกันเจาะลึกกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด พร้อมนำสินค้า นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาด ลั่นจนถึงสิ้นปีวาดเป้า 600 ล้านบาท ล่าสุดส่ง บานเย็น รากขาวลงตลาดเพื่อ การเกษตร คาดภายในปี 2556 สามารถทำยอดขาย ได้ถึง 60 ล้านบาท อีกทั้งยังเปิดตัวหนังสือ Why D Network ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านเครือข่าย มาถ่ายทอดสู่สมาชิก
สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทจะยังคง สานต่อแผนเดิมจากปี 2555 ที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนา บุคลากรเป็นหลักและบริหารงานให้อยู่บนพื้นฐานของ สามเหลี่ยมคุณธรรม ที่ประกอบด้วย ผู้บริโภค นักธุรกิจ และบริษัท ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ จะต้องมีความสมดุล แต่จะมี การเข้าไปทำการตลาดที่เจาะลึกในกลุ่มผู้บริโภคใน ต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทจะเน้นให้สมาชิกออกไป สาธิตสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสิทธิภาพของ สินค้าอย่างแท้จริง พร้อมกับการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็น นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาจัดจำหน่ายในระบบ
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายสินค้า Koregins 300 ล้านบาท D-Braime 50 ล้านบาท D-10+Plus 50 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก Refeat 30 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร บานเย็น รากขาว 60 ล้านบาท และที่เหลือเป็นสินค้าในกลุ่มอื่น โดยผลิตภัณฑ์ Refeat และ บานเย็น รากขาว เป็นสินค้าที่จะเริ่มจัดจำหน่าย ในปีนี้ อีกทั้งบริษัทได้วางแผนที่จะออกสินค้าเพิ่มใหม่ 8 รายการ ในกลุ่มความงาม และในส่วนของสมาชิกปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่ 200,000 รหัส
ด้านผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถ ปิดยอดขายได้ 300 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ปิดยอดขายได้ 117 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา การเติบโตกว่า 100% ในส่วนของสมาชิกปัจจุบันมีจำนวน ทั้งสิ้นกว่า 50,000 รหัส เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีสมาชิก กว่า 30,000 รหัส หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 3% ขณะที่จำนวนสินค้าที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งสิ้น 27 รายการ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่จำหน่าย ในระบบทั้งสิ้น 37 รายการ
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อการเกษตร ภายใต้ชื่อ บานเย็น รากขาว ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการปรับปรุงสภาพดิน และบำรุงพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี โดยเหตุผลหลักที่บริษัทเลือก ไลน์สินค้าดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดสินค้า เกษตรยังเป็นตลาดที่กว้าง บวกกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งใน ส่วนของรูปลักษณ์และน้ำหนักที่เบา ซึ่งบริษัทคาดว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นตัวที่สามารถตอบโจทย์ ให้กับเกษตรกรที่ต้องการจะลดต้นทุนและเพิ่ม ผลผลิตได้เป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้บริษัทได้เปิดตัวหนังสือ ที่ชื่อ Why Network ที่เป็นการรวบรวมเรื่องราวเนื้อหา สาระเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายที่ถ่ายทอดจากความคิด และประสบการณ์ของผู้บริหารสู่นักธุรกิจ โดยจะมีวาง จำหน่ายในร้านหนังสือทั่วไป และร้านชั้นนำ เช่น ซีเอ็ดบุ๊ค B2S พร้อมกันนี้ยังวางจำหน่ายในระบบ และในเร็วๆ นี้ บริษัทคาดว่าจะมีเล่ม 2 ออกมาให้สมาชิกได้ติดตาม




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประมวลช็อตเด็ดขายตรงปี55 ร้อนระอุทุกอณูตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี


ซูมภาพธุรกิจขายตรงปี55 พบคลื่นความแรงปะทุตั้งแต่ต้นปี หลังหลายค่ายยอดขายพุ่งสวนวิกฤติ เผยไตรมาสที่ 1 ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น ทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยโฆษณา-สื่อทีวี-โปรโมชั่น พร้อมระบุครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก...ส่วนครึ่งปีหลังตลาดขายตรงร้อนระอุ หลังหน่วยงานรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีดดิ้นไม่หลุด

หากจะให้พูดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในธุรกิจขายตรง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน คงจำเรื่องราวของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ คน จำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ยังจำเหตุการณ์เรื่องราวในธุรกิจขายตรงไม่ได้แบบเต็มร้อยเสียทีเดียว
โดยปักษ์นี้ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอมาประมวลภาพรวม ธุรกิจขายตรง ออกมาให้ทุกท่านได้ ย้อนรำลึก ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2555 ที่ผ่านมาอีกครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะจำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างล้วนแล้ว น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งทีเดียว


Q1ขายตรงยอดขายร้อนฉ่า
ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น
...ต้องบอกว่า เริ่มต้นปี 2555 นั้น พบว่า หลาย ๆ ค่ายในบริษัทขายตรง ต่างออกอาวุธหมัดเด็ด ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจอย่างเมามันทีเดียว เห็นได้จาก เมื่อจบไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เริ่มตั้งแต่พี่ใหญ่อย่าง แอมเวย์ เอง ที่ยังคงยึดเก้าอี้แชมป์ยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยสามารถมียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% เช่นเดียวกับทางด้าน ซูเลียน ที่มียอดขายในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของค่าย กิฟฟารีน ที่มีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ 10% ในช่วงไตรมาสที่ 1 รวมถึงเอม สตาร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่ายหมอเส็ง มีตัวเลขในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เติบโตอยู่ที่ 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมา...เรียกได้ว่าขายตรงแต่ละค่าย ต่างมียอดขายที่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเจอวิกฤติในเรื่องของภาวะน้ำท่วมลากยาวมาถึงต้นปีนี้ก็ตามที

ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของยอดขายในไตรมาสที่ 1 ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาปล่อยทีเด็ดเพื่อกระตุ้นธุรกิจกันอย่างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านค่าย โกลด์แคทส์ ก็ได้ออกมาอัดกลยุทธ์แบบครบเครื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 ทายาทนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ไปพร้อม ๆ กับการเตรียมแผนบุกตลาดเต็มร้อย ด้วยการทุ่มทุนสร้างสื่อทีวีดาวเทียมช่อง GIFT Channel ลุยตีตลาดในวงการขายตรงแบบครบเครื่อง

ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค ออกมาประกาศรุกตลาดด้วย 7 จุดยุทธศาสตร์ พร้อมกับการเข็นสินค้าใหม่สู้ศึกอย่างมากมาย โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 นั้น สินค้าที่ทาง ดีเน็ทเวิร์ค นำออกมาตีตลาด คือ สินค้าสำหรับท่านชาย Seven Zeed จากประเทศไต้หวัน...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมากทีเดียว
ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน คงพอที่จะจำกันได้เป็นอย่างดี ในกรณีของค่าย ไทยเฮลท์ ที่มีข่าวฉ่าวออกมาว่า มีตัวแทนขายโอเวอร์เคลม อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านเว็บจนทิ่มตา อย. เข้า...ซึ่งเรื่องนี้ถูกกลายเป็นประเด็น ที่ถูกจับจ้องรับปีมังกรทองกันเลย จนทางด้าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องออกมาร่อนออกข่าวประชาสัมพันธ์เตือน! ผู้บริโภค อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาที่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ที่ตัวแทนขายโอเวอร์เคลมสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง...!!.ซึ่งในเวลานั้น ทางด้านเอ็มดีใหญ่ของค่าย ไทยเฮลท์ ก็ออกมาโต้ว่า นโยบายโฆษณาบริษัทฯ อยู่ในกรอบควบคุมของทาง อย. ไม่คิดที่จะออกนอกลู่ นอกทาง แถมที่ผ่านมา ไม่เคยโฆษณาขายสินค้าผ่านเว็บไซต์แต่อย่างใด ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน ต่างเฝ้าดูความคืบหน้าของเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิดทีเดียว

เช่นเดียวกับทางด้านขายตรงน้องใหม่เอง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ก็พบว่า หลาย ๆ ค่ายต่างส่งไม้เด็ดออกอาวุธครบมือเพียบ ทั้งในส่วนของ สินค้า-แผนการตลาด-โปรโมชั่น เรียกได้ว่ามีการเปิดเกมรบหมดหน้าตัก หวังเขย่าธุรกิจเพื่อต้องการแจ้งเกิดกันเลย

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีสำหรับค่าย นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ นั่นก็คือ การตอกย้ำบริษัทชั้นนำระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัล การันตีคุณภาพความสำเร็จ จากการจัดอันดับของ อินเวสเตอรส์ บิสซิเนส เดลี่ หรือ ไอบีดี ให้เป็น1 ใน 100 บริษัทที่ดีที่สุดประจำปี 2011 และเป็น 1 ใน 1,000 บริษัทมหาชน ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกจาก ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส ไทมส์ หรือไอบีทีอีกด้วย

ต่อกันด้วยค่าย หมอเส็ง ที่ออกมาประกาศรุกฆาต กางตำราทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลุยสื่อเต็มอัตราศึก เพื่อหวังที่จะปูทางให้สมาชิก พิชิตความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการโฆษณาผ่าน 3,5,7,9 ซึ่งนับว่าหมากเกมนี้ ทางด้านคุณหมอเส็ง วางหมากเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้กับสมาชิกได้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความคึกคักให้กับสมรภูมิรบขายตรงได้ไม่น้อย นั่นก็คือ การเปิดศึกช่วงชิงพื้นที่ความยิ่งใหญ่ในตลาดเครือข่ายขายตรงของค่ายใหญ่หลาย ๆ ค่าย ที่ออกมาเดินเกมได้อย่างน่ากลัวเริ่มจาก ...แอมเวย์ ที่นำร่อง ปรับผลตอบแทนอีกรอบ หวังที่จะดึงสมาชิกไม่ให้ปันใจหนีไปค่ายอื่น แถมยังมุ่งเน้นรุกตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ กิฟฟารีน ก็ไม่น้อยหน้า กางตำราเพิ่มอินเทนซีฟ 2 เท่า พร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษ เอาใจสมาชิกตลอดทั้งปี ส่วน คังเซน-มิสทีน-เอสเนเจอร์ ก็ออกมางัดลูกเล่นใหม่สารพัด หลังจากที่โดนขายตรงหน้าใหม่ รุกประชิดติดหน้าประตูบ้าน ด้วยการออกอาวุธแบบครบเครื่องกันเลยทั้งในส่วนของโฆษณาประชา สัมพันธ์ สินค้าที่โดนใจ


ครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ
ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก
...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งข่าวดัง ที่ประโคมข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ นั่นก็คือ ผู้บริหารโอทูฯ เดือด หลังถูกบริษัทขายตรงจอมลวงโลก 2 ค่าย แอบอ้างโรงงานการผลิต มาจากแหล่งเดียวกันกับ โอทู ฟลาโวเจน พร้อมกับมีการนำภาพโฆษณาขึ้นเว็บหรา ขนาดเว็บช่อง intv.co.th ยังเข้ามาล้วงคองูเห่า โชว์โลโก้โอทูฯ แต่คลิกดูเนื้อหาข้างในกลับเป็นคนละบริษัท

โดยในช่วงนั้นทางด้าน กัญจนา ผู้จัดการโรงงานผลิตโอทู ฟลาโวเจน ก็ได้ออกมากล่าวว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ค่ายอื่น ยังให้ความไว้วางใจบริษัท โอทูฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับทางด้าน ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ก็ออกมาเคลียร์ใจจับมือโรงงานลุยตลาดเกษตรเหมือนเดิม พร้อมกับเตรียมเปิดตัวโอทูขวดเล็กหวังบุกตลาดล่างกลุ่มเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกรณีค่าย ซัน คลาร่า สินค้าฟิตกระชับที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ก็เกิดปัญหาเช่นกัน โดยในช่วงนั้น ค่าย สตาร์ ซันไชน์ ที่นำโดย โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า คลาร่า พลัส พร้อมกับจ้างโรงงานอื่นผลิตสินค้าให้ และไม่ใช้บริการ บริษัท เนเชอรัล เฮิร์บ อินดัสทรี จำกัด เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ทางสมาชิกในช่วงเวลานั้น เกิดความสับสนหวั่นสูตรเพี้ยนคุณภาพไม่เหมือนเดิม จนผลสุดท้ายทางด้าน ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ผู้ผลิต ซัน คลาร่า สูตรฟิตกระชับเจ้าตำรับ ก็ได้ออกมาประกาศว่าในกลางเดือนเมษายนนี้ พร้อมที่จะออกผลิต ภัณฑ์ใหม่ชื่อ ซัน คลาร่า พลัส เลขที่ อย. 11-1-03654-1-0005 ที่สำคัญ ยังประกาศอีกว่า หาก สตาร์ ซันไชน์ ไปใช้บริการจากโรงงานผลิตอื่น บริษัทฯ จำเป็นต้องมอบแบรนด์นี้ ให้ค่ายขายตรงรายอื่นทำตลาดต่อไป...เรียกว่ากระแสของผลิตภัณฑ์ ซัน คลาร่า ค่อนข้างที่จะร้อนแรงอย่างมากทีเดียวในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

...นับได้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกระแสของผลิตภัณฑ์ภายในสำหรับสุภาพสตรีค่อนข้างมาแรงอย่างมากทีเดียว หลังจากที่ ซัน คลาร่า ออกมาสร้างกระแสจนดังเปรี้ยงป้าง จนส่งผลให้หลาย ๆ ค่าย ต่างกระโดดเข้ามาร่วมแชร์ในตลาดนี้ เห็นได้จาก ค่าย แอมริช ขายตรงคลื่นลูกใหม่ ที่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ ออไรท์ ใช่เลย เพื่อภายในผู้หญิง สูตรดั้งเดิม พร้อมกับทุ่มงบ 80 ล้าน ลงสื่อทีวีดาวเทียม ควบคู่กับวิทยุชมชนกว่า 1,200 สถานี จนวันนี้เรียกว่าผลิตภัณฑ์ ออไรท์ กำลังอยู่ในกระแสของตลาดและหลาย ๆ คนเริ่มที่จะรู้จักกันอย่างมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับทาง โอทู ก็ได้ออกสินค้า ภายในผู้หญิง ที่ชื่อว่า เอฟ-ทู มาเขย่าตลาดเช่นกัน
เช่นเดียวกับข่าวของทางด้านอดีตมือปราบแชร์ลูกโซ่อย่าง พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ที่ถูก นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง พร้อมกับมีหนังสือย้ายฟ้าผ่าจากผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลาย ๆ คน ได้อย่างมากทีเดียว และจากนั้นไม่นาน ทางด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ เอง ก็ได้ โบกมืออำลาสื่อ เออรี่ตัวเองก่อนเกษียณ พร้อมกับปิดฉากมือปราบแชร์ลูกโซ่ขายตรงลงทันที


ตลาดขายตรงครึ่งปีหลังระอุ
หน่วยรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีด
...เช่นเดียวกับ ข่าวร้อนมาแรงในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง ที่ทำให้ทางผู้ประกอบการขายตรงต่างเครียดขึ้นสมองหลังกันเลย หลังจากที่ถูก วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้มีใบสั่งให้สคบ. บีบคอ บริษัทขายตรง ให้ซื้อประกันสินค้ากับ ทิพยประกันภัย โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยร้อยละ 0.1 0.5 จากยอดขายแต่ละปี เพื่อเป็นการเยียวยาให้แก่ผู้บริโภค โดยเอา ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นตัวล่อ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาผู้ประกอบการหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาโต้ว่า ถือเป็นการแบกภาระที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากบริษัทขายตรงทุกค่าย ต่างมีระบบประกันคุณภาพสินค้าอยู่แล้ว...ซึ่งเป็นข่าวที่หลาย ๆ ฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองกันอย่างมากที่เดียวว่าจะหาทางออกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการอย่างไร

ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวนั่นก็คือ การเปิดตัวเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คนใหม่ที่ชื่อ จิรชัย มูลทองโร่ย โดยเลขาฯ คนใหม่ท่านนี้ ต้องบอกว่า เป็นผู้ที่ถูกสื่อวิจารณ์หนัก พรอมกับเป็นเลขาฯสคบ.คนแรก ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากที่สุดด้วย

และหลังจากที่ได้รับตำแหน่งใหม่ได้ไม่นาน เรียกได้ว่า ช่วงนั้นมีข่าวมาว่า เลขาฯ สคบ.ท่านนั้น ค่อนข้างฟิตจัดอย่างมากทีเดียว ด้วยการออกหมัดแรก จี้ผู้ประกอบการขายตรงทำประกันสินค้า เพื่อรับ ตราสัญลักษณ์สคบ. รับสนองนโยบาย รมต.วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล พร้อมกับบอกว่า ไม่สนซ้ำซ้อนกฎหมายขายตรงที่ว่าด้วย การรับคืนสินค้ามาตรา ๓๖ ...เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่ง แอ็ค ชั่นแรก ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย จะต้องลงมือเดินเครื่องเต็มสูบ นั่นก็คือ การขับเคลื่อน ตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อให้บริษัทขายตรงนำไปเป็นโลโก้แห่งความเป็นมาตรฐาน อย่างล่าสุดก็มีข้อสรุปแล้วว่า ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ สคบ. นั้น จะต้องปฏิบัติ 3 แนวทาง ด้วยกัน คือ 1.ให้ทางธนาคารค้ำประกัน ตามวงเงินความเสี่ยงที่มี 2. ต้องมีการตั้งกองทุนขึ้นมา และ 3. การทำประกัน
...ส่วนอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่ส่งท้ายปีนี้ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การปิดบัญชีดำขายตรง DCHL ที่ทางด้าน สคบ. DSI กองปราบฯ ได้ร่วมมือกัน บุกจับตัวการใหญ่ DCHL ที่ย่านพระราม 9 หลังจาก ที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่า สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมกับสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเลยก็ว่าได้

...จะเห็นได้ว่า ข่าวต่าง ๆ ที่ทาง นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ได้นำเสนอมานี้ คือ หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ใครหลายคนที่อยู่วงการขายตรง คงพอที่จะจำกันได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งทาง ทีมข่าวตลาดวิเคราะห์ ได้หยิบยกออกมาให้ทุกท่านได้ทราบเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมานี้ ธุรกิจขายตรง หรือ ธุรกิจไหน ๆ ต่างก็คงที่จะเจอสารพัดปัญหาเข้ามารุมเร้าในธุรกิจอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าธุรกิจนั้นจะเจอปัญหามากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง...ลองมาจับตากันดูต่อไปว่าในปี 2556 ที่กำลังจะคืบคลานมาถึงนี้ จะมีสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาในธุรกิจมากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานคงรู้กันแน่!!!...


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : เร่งอัดแผนโค้งสุดท้าย ฟุ้งสิ้นปียอด ดีเบรม(D-Braime) แตะล้านกล่อง


ดี เน็ทเวิร์ค เดินหน้าผลักดันความร่วมมือรัฐบาลอินเดีย วิจัยพืชพรมมี สินค้าหัวหอกดีเบรมที่วาดเป้าสิ้นปียอดขาย 1 ล้านกล่อง คาดใน 3 ปียอดขาย 1 ล้านกล่องต่อเดือน รุกจัดกิจกรรมสร้งแบรนด์ดีเบรม กับการบริจากสินค้า 8,000 กล่อง ให้องค์กรต่างๆ พร้อมงัดแผนบุกตลาดโค้งท้ายปีกับแผนลุยทุกสื่อ บุกตลาดชั้นเดียว ควบจัดอบรมให้สมาชิก ชูยอดขาย 9 เดือนฟัน 170 ล้านบาท


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด กล่าวถึงแผนความร่วมมือกับรัฐบาลอินเดียในการทำวิจัย และพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่ได้สารสกัดจากพืชพรมมี ว่า หลังจากบริษัทเปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 นั้บริษัทได้รับการอนิมัติจากรัฐบาลอินเดียในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 5 ประเทศในตลาด AEC ได้แก่ ไทย , สปป.ลาว , กัมพูชา , เวียดนาม และพม่า ดังนั้น แผนการตลาดจากนี้ไปคือการประชาสัมพันธ์เสริมอาหารดีเบรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะการนำผลวิจัยต่างๆ ที่ได้รับไปอ้างอิงในการทำตลาด


ล่าสุด บริษัทได้มอบผลิตภัณฑ์ดีเบรมจำนวน 2,000 กล่องมูลค่า 2 ล้านบาท ให้กับองค์กรศาสนา รวมถึงการเชิญชวนให้นักธุรกิจ ดี เน็ทเวิร์ค ร่วมทำบุญในครั้งนี้ นอกจากนี้บริษัทได้รับบริจาคผลิตภัณฑ์ดีเบรมให้กับสำนักจุฬาราชมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วงานสาธารณสุข ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคความจำเสื่อมเบื้องต้นบริษทได้เตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อการบริจากครั้งนี้จำนวน 6,000 กล่อง


ที่ผ่านมาเราได้จัดประชุมเชิงวิชาการเป็นครั้งที่ 3 สำหรับสินค้าดีเบรมและครั้งล่าสุด Dr Hemant kiumar Singh นักวิจัยผู้ค้นคว้าและพัฒนาสินค้าดีเบรม ที่เป็นผู้วิจัยสินค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับยีน และ ระบบเซลล์พันธุกรรม และในอนาคตจะมีผลวิจัยใหม่ ออกมาสู่ตลาดอีกครั้ง


อย่างไรก็ดี ภายหลังบริษัทได้เปิดตัวเสริมอาหารดีเบรมไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมียอดขายกว่า 100,000 กล่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 20-30% เป็นอันดับ 2 รองจากผลิตภัณฑ์โสม โกเรจินส์ ดี ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของบริษัท ดังนั้น จนถึงสิ้นปีบริษัทตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องและตั้งเป้ายอดขายดีเบรมให้ได้ 1 ล้านกล่องต่อเดือน ในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป


สาคร กล่าวต่อไปว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่างหนัก ด้วยการรุกด้านการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อวิทยุชุมชน สื่อเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียม รวมถึงการทำตลาดผ่านช่องทางไทเกอร์ช้อปปิ้ง และการจัดอบรมให้กับนักธุรกิจ ที่เน้นอบรมในด้านการทำธุรกิจ การนำเสนอ ซึ่งแผนดังกล่าวบริษัทถือว่าเป็นองค์ประกอบการทำตลาดที่ครอบคลุม เพราะนอกจากบริษัทจะมีสินค้าดี และมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าที่ดีมีคุณภาพออกสู่ตลาดแล้ว บริษัทยังรุกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ด้วยการผสมผสานผ่านการตลาดแบบหลายชั้น และแบบชั้นเดียวที่บริษัทเริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 ที่ผ่านมา


สำหรับเหตุผลหลักของการมองเห็นโอกาสของตลาดชั้นเดียว เนื่องจกที่ผ่านมาบริษัทมีสมาชิกหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะเภสัชกร ที่เปิดร้านขายยา ซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทด้ว ยดังนั้บริษัทจึงนำเสริมอาหารเข้าไปจำหน่ายในช่องทางร้านขายยาด้วยอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีในอนาคตบริษัทเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเด็กซึ่งคาดว่าจะเป็นเสริมอาหารเยลลี่ บำรุงสายตา


ภาพรวม ดี เน็ทเวิร์ค ปัจจันมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 40,000 รหัส แบ่งสัดส่วนเป็นจำนวนนักธุรกิจและสมาชิกที่มีอยดสั่งซื้อสินค้าประจำประมาณ 20% ฉะนั้น จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจำนวนสมาชิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 รหัส ขณะที่ยอดขายของ ดี เน็ทเวิร์ค ในปีที่ผ่านมา ปิดยอด 110 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราทำยอดขายไปได้ 170 ล้านบาท สาคร กล่าว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (Dnetwork) : ฉีกแนวขายตรง ทำเครือข่ายผ่านร้านขายยา


ดี เน็ทเวิร์ค รุกตลาดครึ่งหลัง ลุยวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีท้องถิ่น และ ร้านขายยา แต่ยังคงเน้นตลาด เครือข่าย และจัดงาน The Power Leader สร้างความ แข็งแกร่งแก่ผู้นำปีละ 2 ครั้ง ดึงนวัตกรรมใหม่จากไต้หวัน เสริมทัพ รองรับการเปิดตลาด AEC ปี 2558


สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท- เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางการตลาด ครึ่งหลังของปีว่า บริษัทจะรุกเข้าไปทำการตลาดผ่าน สื่อวิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่นมากขึ้น รวมไปถึงการ สง่ เสริมใหส้ มาชิกนำ สินค้า เข้าไปวางจำหน่ายผ่านร้าน ขายยา โดยบริษัทจะเน้นการให้คำแนะนำกลุ่มดังกล่าวให้เข้ามาเป็นสมาชิกมากกว่าการเป็นตัวแทน จำหน่าย


ทั้งนี้ การรุกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มดังกล่าว มากขึ้น บริษัทพบว่าผู้ประกอบการในธุรกิจกลุ่ม ดังกล่าวได้ให้ความสนใจกับธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น และบริษัทได้มองเห็นโอกาสในการเป็นแนวทางใหม่ สำหรับธุรกิจ โดยจะให้สมาชิกเป็นเสมือนศูนย์ขายส่ง สินค้า แต่ใช้แผนธุรกิจแบบเครือข่าย และการเข้าไป ทำตลาดในกลุ่มร้านขายยาจะเป็นการดำเนินงานของ สมาชิก


นอกจากนี้บริษัทจะยังเน้นการประชุมสัมมนา ให้กับสมาชิก ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานประชุมขึ้นที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย- จุฬาภรณ์ โดยใช้ชื่องานประชุมว่า The Power Leader เป็นการจัดการประชุมระดับผู้นำ เพื่อต้องการ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ การแจ้งข่าวสาร ของบริษัท การเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการพบปะ ระหว่างผู้นำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่ง งานดังกล่าวจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในส่วนของการจัด งานดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ D-CONTACT ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา ผลงานวิจัย ล่าสุดจากสถาบันวิจัยประเทศไต้หวัน หนึ่งในแผนการ ตลาดของบริษัทที่ต้องการนำสินค้านวัตกรรมใหม่ ที่มี ความหลากหลาย เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างแท้จริง


การที่เราเลือกสินค้าดังกล่าวเข้ามาทำตลาด ในประเทศไทย มองว่ามูลค่าทางการตลาดของสินค้า กลุ่มนี้ค่อนข้างสูงหรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,000- 6,000 ล้านบาท บวกกับในปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีปัญหา ทางด้านสายตาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังไม่มี บริษัทใดให้ความสนใจที่จะทำสินค้าในกลุ่มนี้อย่าง จริงจัง เราจึงคาดหวังว่า D-CONTACT จะสามารถ ขายได้ 30,000 กล่องภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะออกสินค้า ใหม่ เกี่ยวกับการบำรุงสายตาในรูปแบบเจล พร้อมรับ ประทาน สำหรับผู้บริโภคในกลุ่มเด็ก ซึ่งบริษัทมองว่า เด็กในทุกวันนี้ใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้นและทำให้ สายตาเสื่อมเร็ว ดังนั้น การนำสินค้าเกี่ยวกับการบำรุง สายตามาทำตลาด บริษัทคาดว่าจะได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเลือกนำเข้าสินค้า กลมุ่ นวัตกรรมใหม่ เนื่องจากการเตรียมความพร้อม รองรับการแข่งขันของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งบริษัทมองว่าเมื่อเปิด ตลาด AEC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สินค้าของบริษัท ต้องเป็นสินค้าที่สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ ได้ ดังนั้น สินค้าจึงจำเป็นต้องเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และเป็นสินค้าที่เห็นผลได้จริง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (DNetwork) : 3 เกลอร่วมสร้าง "ดี เน็ทเวิร์ค (D Network)" สืบทอดทายาท 2 ปีสำเร็จ - กลับทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่คืนถิ่น


3 นักบริหารขายตรงมืออาชีพวางผังบริหาร ดีเน็ทเวิร์ค เฉียบหลังผ่านงานบริหารขายตรงมากว่า 22 ปี...2 ปีที่ซุ่มเงียบสร้างรังวัดเดินในตลาดขายตรงได้สวยพร้อมเปิดอาณาจักรยิ่งใหญ่ต้อนรับ...ต่อยอดความฝันสร้างขายตรงเป็นมรดกตกทอดได้จริงภายใต้นวัตกรรมสินค้าใหม่แกะกล่องอิงกระแสผู้นำแต่ไม่ขอตามเทรนด์อีกไม่นานขอทวงความยิ่งใหญ่คืนสู่เหย้าวงการขายตรงไทย 2 ปีเศษ...ที่ซุ่มเงียบ ภายใต้บ้านหลังใหม่ ดี เน็ทเวิร์ค ซึ่งนำทัพโดย สาคร ใสกมล ผู้สร้างตำนานขายตรงให้รวยมานับไม่ถ้วน จากน้ำมือบริหารของเขาผู้นี้ หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตกาล 12 กว่าปีที่ผันผ่าน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักมือบริหารท่านนี้ เพราะได้สร้างตำนานขายตรงให้สำเร็จไปแล้วหลายบริษัท แต่ทุก ๆ หนทางที่ร่วมสร้าง กลับไม่ใช่เป้าที่ตั้งใจคิด...


เพราะเป้าใหญ่ที่วางไว้ มันไม่ใช่เงินตรา แต่มันเป็นขายตรงที่ต้องสืบทอดมรดกให้กับทายาทที่สัมผัสได้จริง แต่กับสิ่งที่เคยบริหาร เคยเห็น เคยกระทำ และเคยสัมผัส บอกได้คำเดียวว่า มันไม่ใช่เมื่อเล่นบท มือปืนรับจ้าง จนเปลืองมือ และไม่สำเร็จสมหวังดังตั้งใจ สาคร จึงหันหลังกลับให้กับวงการ แต่การหันหลังกลับครั้งนี้ ไม่ใช่หายแล้วหายลับ แต่เป็นการกลับไปนั่งตรึกและไตร่ตรองใหม่ เพราะบนเส้นทางขายตรงที่เหยียบย่ำมานานแสนนานกว่า 22 ปี มันกลับไม่มีอะไรดีขึ้น..


ประจวบเหมาะกับเพื่อนเกลอ 2 คน ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับวงการขายตรง ถึงแม้ว่าจะยอมรับว่าขายตรงมี มนต์เสน่ห์ แต่ไม่เคยมีค่ายไหน ตอบโจทย์ให้กับคนทั้งคู่ได้อีกเช่นเดียวกัน...ขณะที่เพื่อนผองน้องพี่ที่ร่วมต่อสู้กันมา ต่างได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า


เมื่อ 3 เกลอที่พบแต่ความอกหัก...ถึงจะวางมือ แต่ใจยังไม่เคยหยุดพัก...เพราะทุกคนต่างอยากสร้างขายตรงในฝันบนถนนนวมินทร์ตัดใหม่ (สุวินทวงศ์)...จึงกลายเป็นฐานที่มั่นของ 3 เกลอที่จะร่วมสร้างตำนานขายตรงในฝัน เพื่อต้องการให้ขายตรงสืบทอดสู่รุ่นทายาทได้อย่างแท้จริง...บัดนี้ เวลาก้าวล่วงมานาน 2 ปี ถึงแม้จะไม่สำเร็จอย่างเต็มใบ แต่ก็สามารถก่อร่างสร้างตัว เป็นองค์กรขายตรงตามที่ใฝ่ฝันได้สำเร็จไปแล้วเปราะหนึ่ง


ย้อนรอยตำนาน 3 เกลอ
ล้วนผ่านงานบริหารยิ่งใหญ่
ตำนานแรกที่จะกล่าวถึง นั่นคือ สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่บ่มเพาะประสบการณ์ในวงการขายตรงมากว่า 22 ปี ได้กล่าวย้อนอดีตผ่านรายการ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ชีวิตเริ่มต้นจากการเข้าสู่วงการขายตรงมานานหลายปี เป็นทั้งผู้นำ เป็นทั้งผู้บริหาร จึงตกผลึกทางความคิดว่า เสน่ห์ของขายตรงมันดี แต่ด้วยที่ว่า เราเป็นคนเครือข่ายโดยอาชีพ มองว่าบริษัทขายตรงที่โดนใจพอที่จะให้แม่ทีมเกษียณได้จริง ๆ ยังไม่มีในระยะเวลา 22 ปีที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้


และมันยังไม่ถึงที่สุดของชีวิต วันนี้ เราต้องการจะสร้างบริษัท ที่เรียกได้ว่า เป็นต้นตำนาน จึงเริ่มจากการสร้างบุคลากรขายตรง สร้างคนขึ้นมา เพราะมองว่าบุคลากรขายตรงที่เป็นมืออาชีพจริง ๆ ยังมีไม่เยอะ ทีมเราจึงต้องการจะปักหลัก เริ่มจากการสร้างคน สร้างศูนย์รวมบุคลากรมืออาชีพ นี่คือความคิดแรกของที่มาคำว่า ดี และต้องดีทุกอย่างด้วย ทั้งบริษัท สินค้า แผน ซึ่งโดยรวมแล้วเราเรียกว่า เป็นเครือข่ายที่ดีนั่นเอง ผลตอบรับในภาคสนามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ถือว่าดีมาก ๆ


หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด ย้อนถึงอดีต 21 ปีที่ผันผ่าน ณ จุดเริ่มต้นก่อนจะมีไอเดียตรงนี้ออกมา เริ่มมาจากงานคิดก่อนว่า องค์กรของเราถ้าจะประสบความสำเร็จมีมูลค่าเป็นพันล้าน หรือว่าหมื่นล้าน มันควรจะดีไซน์หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องมีให้ครอบคลุมถึง 5 ส่วนใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์, บริษัท, แผนการตลาด หรือระบบการพัฒนาบุคลากร และก็เรื่องบุคลากรที่เลือกมาให้เกี่ยวข้องกับงาน ว่าแต่ละส่วนนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไร เพราะเราต้องการหล่อหลอมสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ภายใต้ บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด


สิ่งที่ผ่านมาในอดีต เราเดินไปพบบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ตัวเราไปได้ไม่ไกล เพราะสเต็ปที่มีรายได้แล้วประสบความสำเร็จอยู่ที่จำนวน 6 หลัก ตอนนั้นผมอายุแค่ 20 ต้น ๆ แต่สุดท้ายบริษัทก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ต้นเหตุเพราะไม่ประสบความสำเร็จนั่นเอง เราจึงพยายามหาวิธีการ และสร้างทีมงานที่มีความมุ่งมั่นมาตลอด โดยแต่ละที่ผมยืนปักหลักเป็น 10 ปี เพื่อร่วมสร้างบุคลากร สร้างทีมงาน สร้างระบบการอบรม สร้างให้เป็นหัวใจหลัก


แต่ก็มีปัญหาอยู่ 2 ข้อที่ไม่สำเร็จ เพราะ 1. แผนการตลาดยาก ปัญหาที่ 2 คือเราประสบความสำเร็จ เพราะว่าแผนมันง่าย แต่ว่าบริษัทอยู่ได้ไม่นาน เราจึงต้องการสร้างบริษัทที่เราสำเร็จและสมาชิกก็สำเร็จด้วยกัน ซึ่งเป็นบริษัทที่เราร่วมสร้างกันมา ภายใต้ชื่อที่บังคับอยู่แล้ว ว่า ต้อง ดี ตามชื่อที่เราตั้ง


ผู้ร่วมก่อตั้งท่านสุดท้าย อุทัย แจ่มฟ้า ที่ผาดโผนในยุทธจักรขายตรงมา 22 ปี มีจุดยืนภายใต้โจทย์เดียวกันคือ เมื่อคุณทำเครือข่าย คุณต้องเกษียณที่นี่ได้จริง ๆ เพราะโดยปกติคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่าย ทุกคนคิดเหมือนกันว่า ทำแล้วต้องเกษียณ ทำแล้ววันหนึ่งสามารถหยุดพักแล้ว และเป็นมรดกตกทอดให้กับทายาทได้ ฉะนั้น ตอนที่เราเริ่มต้นสร้าง เราก็มีความฝันกันอย่างนั้นจริง ๆ


จากอดีตเราเคยอยู่ในบทบาทของนักธุรกิจ บทบาทของผู้นำ ก็เคยพูดมาตลอดว่า ธุรกิจเครือข่ายมันเป็นมรดกตกทอดได้ แต่พอเราทำไปสักระยะหนึ่ง มรดกมันหายไปไหน ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง มันก็เหมือนกับว่า จากที่เราเคยพูด หลายคนก็สงสัยว่ามรดกในเครือข่ายมีจริงไหม นี่คือเหตุผลและความตั้งใจที่จะสร้าง ดี เน็ทเวิร์ค ให้คนเครือข่ายได้เข้าใจและเชื่อมั่นว่า ดี เน็ทเวิร์ค จะเป็นมรดกให้กับทายาทของท่านได้จริง ๆ


โดยเราตั้งใจที่จะสร้างธุรกิจนี้ ให้เป็นธุรกิจขายตรงเป็นตำนาน อย่างที่ท่านประธานสาครได้กล่าวไว้ จะไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่เดินทางไปสู่รุ่นหลานและส่งต่อไปอีกอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยแนวคิดนี้ จึงกลายเป็นแนวคิดที่มีคุณค่าจากประสบการณ์ที่เพาะบ่มมากว่า 20 และเป็นประสบการณ์แห่งความสำเร็จด้วย เพราะถูกหล่อหลอมและต้องการตกผลึกทางความคิด ก่อกำเนิดเป็นบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค ขึ้นมา


ชูนวัตกรรมใหม่ล้วนๆ
ไม่เน้นสินค้าตามกระแส
บอสผู้นำทัพ สาคร ได้กล่าวถึงการเซ็ตยุทธศาสตร์ ภายหลังจากการดรีมทีมลงตัวว่า สิ่งที่ต้องทำต่อไป นั่นคือ การเฟ้นหาผลิตภัณฑ์หลักที่จะชักนำองค์กรก้าวสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้า ดี เน็ทเวิร์ค ก่อตั้งขึ้นมา ภายใต้นวัตกรรมที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ข้อแรก คือ 1. เป็นนวัตกรรมสินค้าใหม่ 2. นวัตกรรมด้านการตลาดหรือแผนการตลาด ภายใต้นโยบาย 6 ข้อดังนี้คือ


1. การเลือกเฟ้นสินค้าต้องมีนวัตกรรม 2 . ต้องเห็นผลลัพธ์ บางครั้งนวัตกรรมดี แต่ว่าไม่มีผลลัพธ์ไม่ได้ เพราะว่าตลาดขายตรงในประเทศไทย สินค้าต้องตอบโจทย์ทันที คือทานแล้วเห็นผลเพียงไม่กี่วัน แต่หลาย ๆ เดือนคงจะไม่ได้ 3. เมื่อขายดีแล้วลิขสิทธิ์ต้องเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว เพื่อเอื้อให้นักธุรกิจของเราตลอดไป และไม่ทำให้แบรนด์เสียหายหรือเสียไปให้คนอื่น 4. ที่สำคัญสินค้าต้องเบาด้วย เพราะจะสะดวกต่อการขนส่ง 5. นั่นคือ เรื่องของราคา ต้องเอื้อกับลูกค้า สินค้าดีต้องราคาไม่แพง 6. นวัตกรรมต้องรองรับตลาดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นภายในอนาคต เป็นนวัตกรรมที่จะแข่งกับคู่แข่งในตลาดอาเซียนที่จะเข้ามาได้


ถามว่า ทำไมต้องเน้นสินค้าที่เป็นนวัตกรรม เพราะว่าเรามองสินค้าในธุรกิจเครือข่ายมีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ที่บริษัทไม่มุ่งเน้นทำ นั่นคือ สินค้าทั่ว ๆ ไป เพราะเราต้องทำแข่งกับขายปลีก และต้องทำแข่งกับขายตรงด้วยกัน มันก็จะเหนื่อย สินค้ากลุ่มที่ 2 ก็คือ สินค้าตามกระแส หากสินค้าตัวไหนขายดี เพียงแค่ก็อบปี้เพิ่มสูตรนิด ๆ หน่อย ๆ หากเขาเป็นจ้าวตลาด เราตามไม่ทันอยู่แล้ว


ดี เน็ทเวิร์ค จึงเลือกสินค้ากลุ่มที่ 3 นั่นคือ สินค้าที่นำกระแส เพื่อต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ ที่สำคัญต้องเป็นสินค้าที่ไม่มีในท้องตลาด ถึงจะเรียกว่า ดีมานด์สูงซัพพลายต่ำ นั่นถึงจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของท้องตลาดได้ ฉะนั้น ต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมและ เลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ อัตลักษณ์ของ ดี เน็ทเวิร์ค บุคลิกของเราต้องเป็นเช่นนี้


เมื่อคิดโจทย์ได้ดังนี้ เราจึงวางแผนโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แต่ต้องบอกก่อนว่าการทำพีอาร์ผ่านสื่อเหมือนเป็นการรบทางอากาศ ซึ่งตอนนี้มีนักธุรกิจของเรากระจายสินค้าผ่านสื่อต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่ยังไม่เป็นตลาดแมส นับจากนี้เป็นต้นไป เราจะนำสินค้าผ่านสื่อมากขึ้น จากเดิมที่เราใช้ระบบปากต่อปาก 1 ต่อ 1 เสมือนว่าเรารบบนบกอยู่แล้ว เมื่อเราใช้สื่อก็เป็นการรบในการทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น


ภูมิสนอง กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นการเลือกเฟ้นสินค้าว่า ด้วยภาวการณ์ตอนนี้ผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สินค้าเพื่อสุขภาพมีการเติบโตขึ้นทุกปีประมาณ 20% เค้กถูกแบ่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ครึ่งหนึ่งจากอาหารเสริม


และในยุคของอาหารเสริมแบ่งออกเป็น 3 ยุค นั่นคือ ยุคที่ 1. เรียกว่ายุคของการฟื้นฟูเซลล์ ยุคนี้เป็นยุคประมาณปี 90 หรือว่า 200 ปีที่แล้ว ซึ่งสินค้าประเภทนี้ถือว่าเป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ยุคที่ 2. เรียกว่า ลุคยัง คืออ่อนกว่าวัย เมื่อทานสินค้าแล้วดูอ่อนเยาว์ลง ส่วนยุคที่ 3. เรียกว่า ยุค feel young ที่แปลว่าความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกของเรากลับมา ไม่ใช่เพียงแค่หน้าตา คือทานสินค้าไปแล้วคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาวกลับมา นี่คือสเต็ปของอาหารเสริม ต้องบอกว่าเทรนด์ของเราอยู่ในยุคที่ 3 ฉะนั้น จะต้องทำการบ้านให้ดีและอย่างหนัก


ดังนั้น สินค้าที่เริ่มต้นก็จะเป็น โกเรจินส์ เป็นตัวแรกที่นำเข้ามาตีตลาดมีสรรพคุณอยู่ 7 อย่าง ซึ่งขณะนั้นโสมตลาดยังไม่ตาย เพราะมันเป็นราชาสมุนไพร เป็นนวัตกรรมที่นำเข้ามาจากเยอรมัน มีการผสมผสานระหว่างหยินและหยาง คือปกติถ้าทานหลายเม็ดจะร้อน แต่ตัวโกเรจินส์ไม่เป็นไร ตัวนี้จะขายดีมาก เพราะว่าโสมปลูกที่เกาหลี แต่ได้นวัตกรรมจากเยอรมัน แล้วนำมาประกอบที่บ้านเราที่มีส่วนผสม 7 อย่าง นี่ถือว่าเป็นสินค้าพระเอกของเรา ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่มีการผสมโสมหยินและหยางรวมกัน ที่เป็น 1 เดียวด้วย


และสินค้าอีกตัวหนึ่งที่เรากำลังโปรโมทหนัก นั่นก็คือ สินค้า ดี - เบลม (D-BARIME) หรือมาจากคำว่า Brain ที่แปลว่าสมอง บวกกับคำว่า Memory เอา 2 คำนี้มารวมกัน นั่นก็หมายความว่า สมองดีมาก ความจำดีมาก ซึ่งหากจะมองในส่วนของดีมานด์และซัพพลาย ตอนนี้ตลาดให้ความสนใจมากในเรื่องของสมอง ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยทำงาน หรือ วัยผู้ใหญ่ ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้


สิ่งที่สำคัญสินค้าตัวนี้มีงานวิจัยจากทางรัฐบาลอินเดีย มี CDRI ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าของรัฐบาลอินเดีย เป็นสินค้าระดับสากล CDRI ย่อมาจาก the Central Drug Research Institute เปรียบเสมือน องค์การเภสัชบ้านเรา เป็นองค์การส่วนกลางที่มีมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็มาทำวิจัยด้วย ดังนั้น เป้าหมายที่มีการนำสินค้าตัวนี้เข้ามา ก็คือ ต้องการที่จะพัฒนาไอคิว ความจำในการเรียนให้สูงขึ้น ซึ่งเรามีการทดลองก่อนที่จะนำมาจำหน่าย ผลจากการเทสต์กับเด็ก พบว่ามีผลการเรียนที่ดีขึ้น บางคนที่เรียนได้เกรด 2 ก็ขยับเป็นเกรด 4 กันเกือบทุกวิชา เหตุผลเพราะการทานอาหารเสริมตัวนี้ และในวัยทำงานที่หลง ๆ ลืม ๆ เครียด ทำงานมาก พักผ่อนน้อย สินค้าตัวนี้จะทำให้ปลายประสาทผ่อนคลายสำหรับวัยทำงาน 1 วัน สามารถทานได้ 6 เม็ด หรือแม้กระทั่งคนที่อายุมากหรือความจำเสื่อม ก็สามารถฟื้นความจำกลับมาได้


นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่เป็นเยลลี่ กัมมี่ บรรจุสารอาหารที่เด็ก ๆ ไม่ชอบทานแคปซูลหรือเม็ด ก็ทำการผลิตในรูปแบบเยลลี่แทน สารอาหารอีกตัวหนึ่งจะเป็นอาหารเสริมในรูปแบบของลูกอมไว้สำหรับเคี้ยว สามารถซึมใต้ลิ้นได้ เพราะมีสารอาหารเข้มข้นสูงมาก และยังมีสินค้าอีกหลากหลายรายการที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิก ภายใต้สินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นจุดยืน


ส่วนตัวเลขความเคลื่อน ไหวกับอัตราการเติบโตของสมาชิก อุทัย กล่าวต่อว่า สมาชิกให้การตอบรับที่ดีมาก ตอนนี้มีการสมัครประมาณ 40,000 สมัคร 1 คน 1 รหัส ซึ่งจะเป็นครอบครัว สามี - ภรรยาได้ก็นับเป็นรหัสเดียว เพราะธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจของครอบครัว โดย 1 รหัสสามารถทำงานได้ทั่วโลก ด้วยศักยภาพแผนการตลาดของเรา สามารถทำธุรกิจแบบ ONE CODE ONE WORLD ได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องการ


นอกจากการสร้างนวัต กรรมใหม่ในส่วนของผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มาอยู่กับเราจะต้องสำเร็จได้ จึงมีการสร้างความสำเร็จด้วยระบบหลักสูตร สร้างคนรุ่นใหม่ ซึ่งตอนนี้เรามีทั้งหมด 28 หลักสูตร ถือว่าไม่เยอะ หลังสัมผัสหลักสูตรเครือข่ายมานานกว่า 22 ปี ความรู้ในธุรกิจเครือข่ายยังต้องศึกษาอีกเยอะ จึงอยากให้คนที่เข้ามาอยู่กับเราแล้วมีความรู้ ซึ่งความรู้นี่สำคัญมาก เราต้องการให้คนที่มั่นใจในอาชีพนี้ เพราะยิ่งถ้ามีความรู้มากเท่าใด ก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะเห็นว่าธุรกิจนี้มีความสวยงาม


หลังจากที่เราใช้ระบบสร้างความสำเร็จ ทำให้วันนี้เราเห็นชัดเจนสำหรับสมาชิกที่สำเร็จมีรายได้ร่วม ๆ หลักแสนขึ้นไป มีกว่า 20 รหัส ที่สำคัญยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสหรือทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนมีมากถึง 60% เลยทีเดียว ฉะนั้น คนรุ่นเก่าที่ตามมาก็จะสำเร็จได้ง่าย


จริง ๆ แล้วเราต้องการจะเปิดโอกาสให้กับคนทุกรุ่น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ คือต้องการแก้ไขปัญหาที่หลายคนกังวลว่า สามารถทำธุรกิจเครือข่ายรวยได้จริงหรือ ก็จะมีคนหลาย ๆ คนที่ไม่มั่นใจ นี่คือการแก้โจทย์ที่เห็นภาพในส่วนนี้ และแผนการตลาดของเราต้องเอื้อและเป็นไปตามธรรมชาติด้วย จากนั้นก็จะซัพพอร์ตผ่านโปรโมชั่นต่าง ๆ แล้วเติมด้วยกลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ซึ่งเหมาะกับบุคลิกของคนไทย จึงสามารถทำตลาดให้ตรงกับความต้องการของคนไทยมากที่สุด


ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้เน้นย้ำเรื่องนี้เหมือนกับหลาย ๆ บริษัท เพราะโดยธรรมชาติการท่องเที่ยวต้องล้อไปกับอาชีพเครือข่ายอยู่แล้ว เนื่องจากคนที่ทำเครือข่ายบางคนชอบท่องเที่ยว เพราะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวฟรี ที่ผ่านมาเราได้ท่องเที่ยวไปแล้ว 3 ประเทศด้วยกัน คือ 1. ฮ่องกง มาเก๊า 2. มาเลเซีย 3. เวียดนาม และเร็ว ๆ นี้จะไปเที่ยวที่คุนหมิงประเทศจีน ส่วนปลายเดือนพฤศจิกายนจะไปแถบทวีปยุโรป อาทิ อิตาลี ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งการทำงานเพียงแค่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก แล้วก็ทำผลงานตามที่บริษัทกำหนด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ยาก ขณะนี้มีสมาชิกที่พิชิตโปรโมชั่นคุนหมิงกว่า 60 คน ส่วนโปรโมชั่นไปยุโรปก็มีประมาณ 10 ท่าน และที่สำคัญยังสามารถเก็บคะแนนลุ้นรางวัลท่องเที่ยวได้อย่างไม่มีลิมิต


ล่าสุด บริษัทได้จัดงานรวมพลรวมพลังจากผู้นำทั่วประเทศรวมกัน 100 กว่าท่าน เพื่อจะทำธุรกิจในเชิงรุก รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 ท่าน การจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เป็นการจัดนอกสถานที่ โดยปกติจะจัดที่บริษัทกลุ่มย่อย 100 -150 คน แต่การจัดครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานใหญ่สุดเป็นครั้งแรกที่เปิดหลักสูตร Power leader ณ ศูนย์วิจัยสถาบันจุฬาภรณ์ ถือเป็นการรวมผู้นำ เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจจะเติบโต พลังคนคือจุดสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ


ขณะนี้ฐานผู้นำเรากระจายอยู่ทุกภาคทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ ใต้ และกลาง มีทั้งผู้นำเก่าและใหม่ที่เข้าสู่ธุรกิจก็สำเร็จระดับหนึ่ง มีรายได้จากหลักหมื่นสู่หลักแสนบาท ฉะนั้น การจัดหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการสร้างแรงบันดาลใจกับนักธุรกิจที่เป็นแกนนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อกระจายข่าวสารต่าง ๆ ออกไป


รวมถึงการเปิดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อีก 1 ตัว นั่นคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงสายตา ซึ่งเราได้เชิญตัวแทนจากต่างประเทศชาวแคนนาดา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ D contact ซึ่งมีศูนย์วิจัยตั้งอยู่ในหลายประเทศด้วยกัน อาทิ ฝรั่งเศส, แคนนาดา, สวิตเซอร์แลนด์, และ ไต้หวัน นี่คือ 4 สาขาศูนย์วิจัยของไต้หวัน เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงกระจกตา สายตาสั้น และสายตายาว เป้าหมายสิ้นปี 30,000 กล่องขึ้นไป พ่วงด้วยกลยุทธ์การบุกตลาดวิทยุชุมชน เพื่อต้องการกระจายข่าวสาร ตอนนี้มี 500 สถานีที่ตอบรับกลับมา


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network World Wide) ฟุ้งครึ่งแรกโต 200% ดึงกูรูช่วยสร้างภาพสินค้าตั้ง "ดี เบรม (D Braime)" เป็นหอก


ดี เน็ทเวิร์ค ฟุ้ง 6 เดือนแรก เติบโต 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา วางแผนครึ่งปีหลัง อัดสินค้าเพิ่มวางตลาดอีก 40 รายการ มีทั้งสินค้าไทยและสินค้าอิมพอร์ตจากต่างประเทศ เน้น ดี เบลม สินค้าเสริมอาหารเกี่ยวกับการทำงานของสมอง จัดงาน สัมมนา วิชาการโครงการเสริมสร้างสมองดีด้วย ดี เบลม ดึงกูรูร่วมสร้างภาพลักษณ์สินค้า ตั้งตัวเป็นแบรนด์ด้านสมอง


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ทางบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรก ของปี 2555 ดี เน็ทเวิร์คมีการเติบโตขึ้นถึง 200 เปอร์เซ็นต์เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา


การที่ ดี เน็ทเวิร์คได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก สืบเนื่องมาจากสินค้าของเรา ได้รับการยอมรับจากสมาชิกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีความโดดเด่น เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย ในปัจจุบันคนตื่นเต้นกับสินค้าของเราเป็นอย่างมาก ปัจจัยต่อมาคือ ระบบการพัฒนาฝึกอบรมของบริษัท คือ ระบบ D Network System ที่มีความเข้มข้น ทำให้เราสร้างผู้นำได้จำนวนมาก นี่ถือเป็น 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้เราเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าว ต่อไปว่า สำหรับกลยุทธ์ในช่วง 6 เดือนหลังนั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะทำการเปิดตัวสินค้าเพิ่มอีก 40 รายการ ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์จากเมืองไทยและผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่นำเข้าจากต่างประเทศ


ตอนนี้เราได้ทำการเจรจากับทางซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ เราคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีเราจะทำการเปิดสินค้าไทยราว 35 รายการ ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในกลุ่มเพอร์ซันนอล แคร์ และสินค้าจากต่างประเทศอีกราว 14 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ากลุ่มเสริม อาหารและสกิน แคร์


นอกจากนี้ ทางบริษัทได้โหมหนักในการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม โดยมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรม ตามโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ทาง ดี เน็ทเวิร์ค มีการจัด สัมมนาวิชาการโครงการเสริมสร้างสมองดีด้วย ดี เบลม โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการเสริมสร้างความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม แก่นักวิชาการระดับประเทศและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองโดยเฉพาะ


เรามีการเชิญนักวิชาการกว่า 400 คน เข้ามาฟังเนื้อหาทางวิชาการของผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม โดยวิทยากร เป็นผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ดี เบลม บินตรง จากอินเดียมาบรรยายให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา


คนที่เข้ามาฟังก็เป็นนักวิชาการระดับประเทศ มีทั้งแพทย์ นักวิจัย นักธุรกิจ เภสัชกร ต่างให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ดูแลสมอง ดี เบลม เราคาดหวังว่าผู้ที่เข้า ร่วมสัมมนาในครั้งนี้ จะนำเอาสินค้าดีๆ อย่าง ดี เบลม ไปแนะนำต่อ หากกลุ่มคน ที่เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักวิชาการ ระดับประเทศนำไปบอกต่อ จะทำให้ผู้คนเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ดูแลสมองดี เบลมเป็นอย่างมาก แล้วจะทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับประเทศ


สาคร กล่าวต่อไปว่า ตลาดสมอง ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และคนมีปัญหาด้านสมองก็มีทุกเพศทุกวัย ดี เบลม จึงเป็น ผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องสมอง ได้เป็นอย่างดี และสามารถเจาะได้ทุกกลุ่ม เป้าหมาย ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มผู้บริหารสถาบันการศึกษา ผู้มีความรู้ระดับดอกเตอร์ เข้ามาเป็นสมาชิกและนำผลิตภัณฑ์ ดี เบลม ไปเผยแพร่


ในปัจจุบันยอดขายดี เบลมเติบโตเป็นเท่าตัวจากเดิมที่มียอดขายเดือนละ 5,000 กล่อง ถีบตัวสูงขึ้นเป็นเดือนละ 10,000 กล่องแล้วในปัจจุบัน และกระแสตอบรับยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง ผลตอบรับ ดีมาก


นอกจากนี้ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการจัดตั้งหลักสูตรการอบรมขึ้นมาใหม่อีก 1 หลักสูตร คือ หลักสูตร นวัตกรรม กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเริ่มจัดสัมมนาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม เป็นต้นไป ซึ่งสัมมนาดังกล่าวจะเป็นการเจาะลึกใน เรื่องสินค้าขายดี 6 รายการของ ดี เน็ทเวิร์คว่าแต่ละสินค้ามีจุดเด่นอะไรบ้าง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012 ถึง10-8-2012

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network) : เยือนบ้านหลังสวย คุณ รณกฤษ สมจิต (เฮียหมู) และ คุณ พิมพ์วิไล ภาต่อมวงค์ (ซ้อน้อง)


หมู่บ้านวราบดินทร์ตั้งอยู่.ลำลูกกา.ปทุมธานีวันนี้ทีมงานเยือนบ้านนักขายขนกล้องแบกขาแบกไฟมาไกลถึงปทุมธานีเพื่อมาเยือนบ้านนักขายคนเก่งหลังงามภายหลังจากทั้งคู่ได้เดินทางมาพบรักพบกับความร่ำรวยไม่รู้จบที่แห่งนี้ดีเน็ตเวิร์ค

...รณกฤษสมจิต(เฮียหมู)และพิมพ์วิไลภาต่อมวงค์(ซ้อน้อง)สองสามี - ภรรยา ที่เชื่อมั่นในอาชีพขายตรงที่ทำมาโดยตลอด ก็มีความฝันว่า สักวันหนึ่ง จะต้องวางอนาคตที่ดีไว้ให้ลูก ๆ จึงผันเปลี่ยนชีวิตจากคนที่เคยรับซื้อของเก่า กลายมาเป็นเศรษฐีตัวน้อย ๆ ในบัดดล

พอย่างเข้าภายในรั้วบ้าน กวาดสายตามองดูรอบ ๆ คาดว่าจะมีพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 30 ตารางวา หากนับรวมทรัพย์สินพร้อมตกแต่งแล้วมูลค่าบ้านหลังนี้ราคาพุ่งกว่า 3 ล้านเศษ

...เมื่อเดินย่างเข้าไปในบริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ก็สัมผัสกับสวนเล็ก ๆ ที่มีการจัดวางอย่างลงตัว มีโต๊ะวางไว้สำหรับนั่งเล่น หรือนั่งทานข้าว เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศออกมานั่งทานข้าวยามเย็น ยามลมพัดหวิวกิ่งไม้ไหว รู้สึกเหมือนได้สัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติอย่างเต็มปอดกับต้นไม้ที่ร่มรื่น ถือเป็นมุมส่วนตัวอีกมุมหนึ่งก็ว่าได้ ส่วนบริเวณข้างบ้านยังประดับประดาไปด้วยสวนหย่อมและน้ำตกเล็ก ๆ ให้มองอย่างชื่นใจและสบายตา โดยสวนถูกเนรมิตในสไตล์โมเดิร์น มีปลาคาร์พ ปลาที่ลูกชายสุดรักของทั้งคู่ เลี้ยงเอาไว้ดูเล่น เพื่อความสวยงาม...

เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้าน...ทุกจุด ทุกมุม ก็บ่งบอกถึงบุคลิกและนิสัยของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี...เพราะสไตล์ภรรยาเรียบง่าย และซ่อนความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้ในตัว...โทนสีของบ้านจึงถูกทาไว้ด้วยสีสบายตา...บ้านหลังนี้จึงดูโปร่งโล่งสบาย และน่าอยู่...เหลือบมองไปเห็นการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ที่แมทซ์กับผ้าม่านโทนสีน้ำตาล ดูแล้วเรียบง่ายสไตล์ไทย ๆ เพราะมีแม่บ้านอย่าง พิมพ์วิไล ที่ค่อยเป็นผู้กำกับและออกแบบสไตล์การตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ก็มองเห็นวิวสวนเล็ก ๆ น้ำตกน้อย ๆ ที่มองลอดไปที่ริมรั้วบ้านได้

ส่วนพ่อบ้านอย่างรณกฤษก็ทำหน้าที่ออกแบบและลงมือจัดสวนเอง ฉะนั้น ทุกซอกทุกมุม จึงมีการแบ่งแยก และจัดเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว ครัว ห้องรับแขก ห้องน้ำ...ที่พิเศษไปกว่านั้น แม่บ้านพิมพ์วิไลได้ลงมือการทำอาหารที่มีฝีมือเหนือชั้น คอยผูกใจสามีและลูก ๆ กลับมาทานอาหารที่บ้านทุกมื้อ ทั้งยามเช้า - ค่ำ...

...ก้าวขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 ห้องนอน ห้องน้ำ ถูกแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน โดยเฉพาะห้องนอนของลูกชายทั้ง 2 ถูกจัดสรรตกแต่งเป็นพิเศษ สไตล์เด็ก ๆ น่ารักๆ แล้วแยกส่วนห้องพระไว้นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม พักผ่อนยามคลายเครียด เพื่อให้จิตใจเราสบายขึ้น ส่วนห้องนอนของ 2 คน ตกแต่งสไตล์ไทย ๆ ตามความชอบ...เมื่อห้องทุกห้องถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัวบ้านที่เราใช้อาศัยตลอดชีวิต ก็จะกลายเป็นบ้านที่น่าอยู่...ทุกครั้งที่หมดภารกิจประจำวัน บ้านหลังนี้ก็พร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคน เข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หากย้อนไปในอดีตรณกฤษและพิมพ์วิไล... 2 ผู้ยิ่งใหญ่ มักจะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเสมอ และไม่เคยพลาดที่จะสัมผัสกับผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ ยิ่งมาเจอดีเน็ทเวิร์คยิ่งสตาร์ทเครื่องปร๋อ เพราะเจอ 3 สิงห์ผู้ก่อตั้ง นักสู้ผู้ไม่ย่อท้อต่อปัญหา ก็เท่ากับเป็นการเสริมภูมิปัญญา คว้าโอกาสความสำเร็จได้โดยง่าย เพราะเพียงตัดสินใจและลงมือทำ แค่นี้ก็สำเร็จ ภายใต้รอบรั้วดีเน็ทเวิร์ค

จากบัดนั้น จนถึงบัดนี้...ระยะเวลาเพียงแค่ 5 เดือน ก็ส่งทั้งคู่ขึ้นสู่สวรรค์แห่งความสำเร็จ สามารถซื้อบ้านได้ 1 หลัง รถ camry ป้ายแดง 1 คัน...เท่านี้ก็สุขสมรื่นรมอุราแล้วในวันนี้

สิ่งที่สามารถตอบโจทย์การเติมเต็มให้กับชีวิตได้...อยู่ที่การไขว่คว้าโอกาสเพราะนี่คือสิ่งที่สามารถเติมเต็มให้กับชีวิตเราได้ดีที่สุด...ภายใต้ธุรกิจเครือข่ายดีเน็ทเวิร์คแห่งนี้

...เป้าหมายของทั้งคู่ จึงไม่ได้ถูกวางเป็นเป้าเล็กอย่างแน่นอน เพราะการจะเข็นให้ทีมงานสำเร็จตามความฝัน มันก็ยากเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่กลับกลายไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา 2 คน เพราะทั้งคู่พึงรำลึกเสมอว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากคน 2 คน แต่มาจากทีมงานที่แข็งแกร่งต่างหาก นั่นคือคำตอบที่ถูกที่สุด
ฉะนั้น ภายใต้ทีมงานใต้ล่าง เราจะสำเร็จแค่คน 2 คน ไม่ได้...จำเป็นต้องดึงความสำเร็จแล้วก้าวไปสู่อนาคตความยิ่งใหญ่พร้อม ๆ กัน นี่คือ ความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าของคนทั้งคู่ ท้ายสุดนี้รณกฤษและพิมพ์วิไลฝากคำทิ้งท้ายสวย ๆ ไว้ให้คิด... วันนี้หากใครอยากทำธุรกิจน้ำดีของไทย เชิญมาที่บริษัทดีเน็ทเวิร์คจำกัดเพราะแต่ก่อนเรารีไซเคิลขยะ

แต่ตอนนี้เราหันมารีไซเคิลคนให้มีรายได้ ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ว่าคุณจะล้มเหลวจากที่ไหน เราทั้งคู่ก็พร้อมช่วยเหลือ เพราะเรา 2 คนชอบทำบุญ ขอแค่ให้ท่านเปิดใจ เข้ามาเรียนรู้ เข้ามาศึกษา บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขยันและลงมือทำ ก็จะประสบความสำเร็จได้ ณ ตรงจุดนี้...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่325 ประจำวันที่1- 15 สิงหาคม 2555


 

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย "ดีเน็ทเวิร์ค - D-Network" กับ อ.สาคร ใสกมล


น่าชื่นใจแทน อ.สาคร ใสกมล ณ D-Network ที่ตอนนี้เครือข่ายขยายแบบ ทะลุทะลวงไปทั่วทุกสารทิศ จนเตรียมขยาย ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แบบไม่หลุด เทรนด์ AEC กับเค้าเลย แหม...ก็ตอนนี้ D-Braime ผลิตภัณฑ์บำรุงสมองจากอินเดีย สร้างยอดขายแบบถล่มทลาย ก็ของเค้า ดีจริงๆ หนิเจ้าคะ กินแล้วเห็นผล ได้ข่าวว่า บำรุงสมอง ทำให้ไอคิวอัพขึ้น แหะๆ แบ่งมา ให้ 4 สาว ลองบ้างก็ดีนะเจ้าคะ อยากฉลาดกับเค้าบ้างอะไรบ้าง คริ..คริ ผลตอบรับดีขนาดไหนก็ดูจากยอดขายที่ตอนแรกเปิดตัวมาตั้งเป้าไว้ ปีละล้านกล่อง มาตอนนี้บอกว่าเป้าจะเปลี่ยนเป็นเดือนละล้านกล่องแล้ว ล่ะเจ้าค่ะ โอ้ว...ว้าวววว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555