ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวนู สกิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวนู สกิน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวขายตรงโลก (MLM World) : ยก "ขายตรง" โมเดลด้านวิบากกรรม ศก.ยุโรป สินค้าตลาดแมสเวิร์ค! ปัจจัยบวก "ความต้องการเยอะ"


แบรนด์ขายตรงชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็น เอวอน , แมรี่เคย์ , ออริเฟลม , นู สกิน หรือแม้แต่นาทูร่าที่เปิดธุรกิจอยู่ในยุโรปท่ามกลางปัจจัยท้าท้ายจากภาวะเศรษฐกิจถดอยเห็นตรงกัน ธุรกิจขายตรงคือกุญแจที่จะต่อกรกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรปได้ เห็นได้จากผลประกอบการในภาคพื้นยุโรปของทุกบริษัทยังมีตัวเลขเติบโต

DirectSellingNews ฉบับเดือน สิงหาคมเปิดเผยรายงานของ วายสเตท ดอทคอม บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำที่ได้ รวบรวมผลประกอบการในภาคพื้นยุโรป ของบรรดาบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ของ โลกและเพิ่งนำออกเผยแพร่ระบุ บริษัท ขายตรงจำนวนมากมองแนวโน้มธุรกิจ ขายตรงในยุโรปยังคงเป็นบวกอยู่แม้ส ถาณการณ์ด้านเศรษฐกิจจะท้าทายอยู่ มากก็ตามและเห็นทิศทางการขยายตัว เพิ่มขึ้นด้วย

ฝรั่งเศส-เยอรมัน มหาอำนาจขายตรง ผลิตภัณฑ์ตลาดแมสแนวโน้มดี
วายสเตทดอทคอมเปิดเผยว่า ตลาดขายตรงที่มีผลการดำเนินงาน แข็งแกร่งมากในปีที่ผ่านมาคือฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยทั้งสองประเทศคือแหล่ง ผลิตรายได้สูงสุดในอุตสาหกรรมขายตรง ของยุโรป ขณะที่รัสเซียคือประเทศที่มี การจ้างงานขายตรงมากที่สุดของภูมิภาค ซึ่งในปีที่ผ่านมาธุรกิจขายตรงของรัสเซีย มียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขหลักเดียว เทียบกับปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังมีตลาดขายตรงใน กลุ่มประเทศทะเลบอลติคได้แก่ลิทัวเนีย, ลัตเวีย, เอสโตเนียและฟินด์แลน์ ที่เกิดขึ้น จากการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต หรือรัสเซียและเป็นประเทศสมาชิกน้อง ใหม่ในสหภาพยุโรป (อียู) ถูกมองว่ามี แนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 นี้เช่นกัน รวมไปถึงนอร์เวย์ และตุรกีซึ่งผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางและบำรุงผิวมียอดขายเพิ่ม ขึ้นมาก

สำหรับในปี 2555 ผลิตภัณฑ์ ที่ทำตลาดแมสอาทิ เครื่องสำอางและ แฟชั่นเป็นกลุ่มสินค้าที่จะมีศักยภาพใน การขยายตัวสูงโดยเฉพาะในประเทศ โปแลนด์ บริษัทที่ขายสินค้ากลุ่มนี้จะ ประสบความสำเร็จสูงมาก ขณะที่ยูเครน มีอัตราเติบโตมั่นคงมากเช่นกัน

เครื่องสำอาง-เพอร์ซันนัล แคร์ นำโด่ง ค่ายขายตรงอเมริกา/ยุโรปยังโตได้ดี
ผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุดใน ตลาดขายตรงยุโรปไม่ต่างจากภูมิภาค อื่นนั่นคือเครื่องสำอางและเพอร์ซันนัล แคร์ยังคงครองส่วนแบ่งตลาด(มาร์เก็ต แชร์) อันดับหนึ่ง รองลงมาคือผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับครัวเรือน ขณะที่เสริมอาหารมี อัตราเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับผลงานของค่ายขายตรงชั้นนำเริ่มจากเอวอนแม้ผลงานในภาพ รวมปีนี้จะมีผลกำไรลดลงมาก แต่สำหรับ ในยุโรปแล้ว เอวอนเป็นบริษัทที่ถูกมอง ว่ามีผลประกอบการดีที่สุดทำยอดขายได้ สูงสุดในภูมิภาคนี้ ส่วนแมรี่เคย์ มีผลงาน ที่ดีมากในประเทศยุโรปทั้ง 15 ประเทศ ที่แมรี่เคย์เปิดธุรกิจอยู่ ตลาดใหญ่คือ เยอรมนีมีนักขายอยู่มากกว่า 24,000 คน นอกจากนี้ยังมีออริเฟลม, นาทูร่า คอสเมติค, นู สกิน, เอมอร์ แปซิฟิกและมีนาร์ด เจแปน คอสเมติคซึ่งลล้วนมีผลงานใน ยุโรปดีเช่นกัน

ส.ขายตรงชี้เทรนด์บวก ความต้องการเยอะ ศูนย์กลาง ฟื้นคนใช้จ่าย
Maurits Bruggink กรรมการ บริหารสมาคมการขายตรงยุโรปเชื่อว่า ธุรกิจขายตรงของยุโรปยังคงเติบโตเป็น บวกได้ตลอดปี 2555 บางประเทศจะ เติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งภูมิภาค ด้วยซํ้าโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาด เกิดใหม่ทั้งในแถบยุโรปตอนกลางและ โซนตะวันออกไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ยูเครน และประเทศทะเลบอลติค ขณะที่ตุรกียัง คงเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้

ปัจจัยบวกกระตุ้นการเติบโตของ กลุ่มประเทศเหล่านี้มีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อ คือ1.มีความต้องการมากในแถบยุโรป ตะวันตกโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีแบรนด์ อาทิ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เกี่ยว กับครัวเรือน 2.พัฒนาการของเศรษฐกิจ ที่มีอยู่ทั่วไปเป็นปกติทำให้ผู้บริโภคใช้ จ่ายมากขึ้น 3.ความกระตือรือร้นในการ ทำงานของเจ้าของธุรกิจรวมไปถึงการ เสริมสร้างความมั่งมี ยกระดับฐานะของ ตัวเองและ 4.การปรับปรุงกฎระเบียบ ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจ ขายตรง

แม้ประเทศในยุโรปตะวันตกและ ยุโรปตอนใต้บางประเทศจะได้รับผลก ระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเงิน แต่รวมๆ แล้วยังเติบโตได้อยู่เป็นตัวเลข หลักเดียว โดยเยอรมนียังคงเป็นตลาด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปอยู่และเริ่ม เก็บเกี่ยวประโยชน์จากการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจ ส่วนฝรั่งเศสและประเทศ แถบสแกนดิเนเวียยังคงมีมุมมองบวก อยู่เนื่องจากรัฐบาลแต่ละประเทศให้การ รับรองและเพิ่มมาตรการสนับสนุน เศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะที่อิตาลีซึ่งเป็นตลาดขายตรง ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับสองของอียูยังคงไม่แน่ไม่นอนเพราะไม่สามารถคาดเดา ได้ว่าวิกฤตการเงินจะก่อให้เกิดหนี้เสียใน ประเทศเพิ่มอีกมากน้อยแค่ไหน

ขายตรงยุโรปอันดับสามดลก ส่วนแบ่งตลาด 21% รองเอเชีย / อเมริกา
ส่วนในอังกฤษ พอล เซาธ์เวิร์ธ กรรมการสมาคมการขายตรงอังกฤษให้ ความเห็นว่า การกลับมามีชีวิตชีวาของ ธุรกิจขายตรงภายในประเทศส่วนหนึ่ง มาจากกฎกติกาในการกำกับดูแลธุรกิจที่มีการปรับปรุงใหม่และนำออกมาบังคับ ใช้เมื่อไม่นานมานี้รวมไปถึงโมเดลธุรกิจ ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น สื่อสังคมต่างๆ ที่ช่วย ให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น นักขายใหม่ๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่หันมาทำขายตรงมาก ขึ้นจากเดิมที่มีแต่ผู้หญิง ซึ่งในปีที่ผ่าน มาอุตสาหกรรมขายตรงของอังกฤษมี นักขายผู้ชายเพิ่มขึ้นถึง 26% เทียบกับปี 2553

ปัจจุบัน ธุรกิจขายตรงของ ยุโรปมียอดขายมากเป็นอันดับสามของโลก โดยในปี 2554 ตามข้อมูล ของสมาพันธ์สมาคมการขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association:WFDSA) ขายตรงของยุโรป ประกอบด้วยยุโรปตะวันตก, ตะวันออก และตอนกลาง มียอดขายรวม 32,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 21.31% นักขาย 20,118,985 คน เทียบ กับธุรกิจขายตรงทั่วโลกที่มียอดขาย ทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 31 บาท) นักขาย91,533 825 คน

ภูมิภาคที่ครองอันดับหนึ่งคือ เอเชีย แปซิฟิกมียอดขาย 66,871 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 44% นักขาย 52,007,014 คน รองลงมาคือ อเมริกา(รวมสหรัฐอเมริกา) มียอดขาย 60,429 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่ง ตลาด 39% นักขาย 26,744,908 คน

สำหรับฝรั่งเศสและเยอรมนีซึ่งจัด เป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลในแวดวงขาย ตรงของยุโรปนั้นติดกลุ่มตลาดขายตรง ที่มียอดขายมาก 10 อันดับ(ท็อปเทน) ของโลกด้วย โดยฝรั่งเศสอยู่อันดับเจ็ด กระโดดขึ้นมาจากอันดับสิบในปี 2553 ด้วยยอดขาย 5,139 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 114.39% หรือกว่าเท่าตัว ส่วน แบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 3% นัก ขาย 480,000 คน ขณะที่เยอรมนีหล่น จากอนั ดบั เจด็ ไปอยอู่ นั ดบั แปดยอดขาย 3,743 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1% ส่วน แบ่งตลาดลดลงจาก 3% เหลือ 2% นัก ขาย 284,906 คน

ส่วนรัสเซียหล่นจากอันดับเจ็ดไป อยู่อันดับเก้าด้วยยอดขาย 3,589 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.06% ส่วนแบ่ง ตลาดลดลงจาก 3% เหลือ 2% นักขาย 4,077,181 คน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวนู สกิน (NU SKIN THAILAND) : ตอกย้ำผู้นำตลาดสินค้าชะลอชราส่งอุปกรณ์ "เอจล็อค กัลวานิค (ageloc Galvanic)" โกยยอดครึ่งปีหลัง


นู สกิน รุกหนักตลาดต้านชรา ส่งนวัตกรรมใหม่ เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III อุปกรณ์กระชับสัด ส่วนเพื่อหุ่นฟิตเฟิร์ม บอกได้รับเกียรติจาก บริษัท แม่ เปิดตัวที่ไทยเป็นประเทศแรก หลังนำมาวางจำหน่าย แบบ Pre-Sales เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้ถึง 200 ล้านบาท

นางวิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดของบริษัทในครึ่งปีหลัง 2555 จะมีการดำเนินงานใน 2 กิจกรรมหลักๆ คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III หรืออุปกรณ์กระชับสัดส่วนที่ใช้เทคโนโลยีกระแสกัลวานิค แบบรูปคลื่น และกิจกรรม โรดโชว์ ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัท และสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งตนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมทั้งสองของบริษัท จะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากบรรดาสมาชิก และประชาชนทั่วไป ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดสำคัญที่บริษัทตั้งใจในการจัดเตรียมเพื่อพิชิตยอดขายในครึ่งปีหลัง

โดยผลิตภัณฑ์ เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III จะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่บริษัทจะเปิดตัวในปีนี้ เนื่องจากนู สกิน ประเทศไทย ตั้งใจ และคาดหวังกับอุปกรณ์กระชับสัดส่วนเครื่องนี้เป็น อย่างมาก เพราะเราถือได้ว่าเป็นประเทศ แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเกียรติให้จัดวางจำหน่ายสินค้านวัตกรรมใหม่เครื่องนี้ และที่สำคัญไปกว่านั้น จากการที่บริษัทได้นำอุปกรณ์เครื่องนี้มาจำหน่าย ในลักษณะ Pre-Sales เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อดูกระแสการตอบรับ ปรากฏว่า การตอบรับจากบรรดาสมาชิกเกิน ความคาดหมาย บริษัทสามารถจำหน่าย อุปกรณ์เครื่องนี้ในช่วง Pre-Sales ได้รับรายได้ถึง 200 ล้านบาท

บริษัทแม่จึงให้ความไว้วางใจ ให้เกียรติประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะได้เปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้า เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III ซึ่งตนเองมั่นใจว่า ด้วยวิถีชีวิตปัจจุบันที่ผู้คนสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะรูปร่างที่ต้องการความกระชับ ดูสมส่วน เพื่อความมั่นใจในการใช้ชีวิต สินค้าชนิดนี้จะได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับที่ดี จากประชาชนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งบริษัท นู สกิน ตั้งเป้ายอดขายสำหรับสินค้าตัวนี้ไว้สูงมาก

นางวิภาดาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยว กับสินค้าดังกล่าว ว่า ผลิตภัณฑ์เอจล็อค กัลวานิค ได้รับการพัฒนาขึ้นจาก วิทยาการ เอจล็อค ซึ่งเป็นองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของบริษัท นู สกิน ที่สามารถแยกแยะกลุ่มยีน (พันธุกรรม) ที่ส่งผลต่อ กระบวนการเสื่อมชราของร่างกายได้ ซึ่งเราเรียกกลุ่มยีนกลุ่มนี้ว่า กลุ่มยีนแห่งความอ่อนเยาว์ (Youth Gene Clusters) หรือ YGC บริษัทได้มุ่งเน้นให้ส่วนประกอบ ในผลิตภัณฑ์เอจล็อคไปออกฤทธิ์ทำงานที่กลุ่มยีนกลุ่มนี้โดยตรง เพื่อผลลัพธ์ในการ ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง

เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ ซิสเต็ม III เป็นอุปกรณ์กระชับสัดส่วนที่ใช้เทคโนโลยีกระแสกัลวานิค แบบรูปคลื่น ที่จะส่งประสิทธิภาพสารเอจล็อคเข้าสู่ผิวกายได้มากกว่าวิธีการกระชับสัดส่วนแบบปกติถึง 10 เท่า คือ ตัวอุปกรณ์ที่มีกระแสในแบบ รูปคลื่น จะตรงเข้าจัดการที่ต้นเหตุของความเสื่อมชราของผิวกายพร้อมกับลดการก่อตัวของไขมัน และเซลลูไลต์ พร้อมทำให้ผิวกายเรียบเนียน ดูผอมเพรียว และสีผิวเนียนเรียบสม่ำเสมอ โดยตัวเครื่องมีเทคโนโลยีที่สามารถปรับ กระแสไฟได้ภายในตัวเอง ผู้ใช้สามารถ ใช้งานได้โดยสะดวก และด้วยตัวเอง แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน อาจเรียกได้ว่า เป็นการทำสปาง่ายๆ ได้ที่บ้าน ภายใต้คอน เซปต์ สปา แอท โฮม

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดงานเปิดตัวสินค้า ดังกล่าวภายในงาน นู สกิน โรดโชว์ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม ภายใต้คอนเซปต์ Live Young by Nu Skin โดยภายในงานมีกิจกรรมออกบูธ ต่างๆ ของบริษัท โดยเฉพาะการสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งบรรดาสมาชิกและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง มียอดการสั่งซื้อสินค้านี้แล้วจำนวนหลายเครื่อง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1331 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง4-8-2012

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนูสกิน (Nuskin Thailand) : นูสกิน เปิดรหัสลับ 2.0 ทั่วโลกดันเป้า 5,000 ล้านเหรียฐปี 2558


นู สกิน เดินแผนรบพร้อมกันทั่วโลก กับปฏิบัติการ 2.0 ทำเป้ายอดขายให้ได้ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 58 หลัง ขยับเป้าจากปี 63 ขึ้นมา ด้วยการ ชูนวัตกรรมใหม่ เทคโนโลยีเฉพาะ ของนูสกินกับสินค้า เอจล็อค นวัติกรรมการต่อต้านความเสื่อม- ชราตอบรับกระแสตลาดโลก ที่สาวๆ หันมาให้ความสนใจกับสินค้าลดเลือน ริ้วรอยมากขึ้น

ทรูแมน ฮันท์ ประธาน บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์- ไพร์ส อิงค์ อเมริกา เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับพันธกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ นู สกิน 2.0 โดยมีเป้าหมายการสร้างยอดขายของ นูสกินทั่วโลกให้ได้ 5,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายใน ปี 2563 จากปัจจุบันมียอดขายรวมกว่า 1,700 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้แทนจำหน่าย ที่สร้างยอดขายระดับ 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 2,500 คน จากปัจจุบันที่มีผู้แทนจำหน่ายที่สร้างยอดขาย ระดับ 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 805 คน แบ่งเป็นการจ่ายผลตอบแทนประมาณ 2,000 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันจ่ายอยู่ที่ 751 ล้านเหรียญดอลลาร์ สหรัฐ และจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ หลังจากบริษัท ตั้งเป้าการเป็นผู้นำในสินค้ากลุ่มต่อต้านความเสื่อมชรา ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะประเทศในแถบ เอเชีย รวมถึงตลาดจีน ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขาย ให้เป็นไปตามเป้าได้ในปี 2558

ในปีที่ผ่านมาภาพรวม นู สกิน ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 27% เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด คือประเทศสิงคโปร์ เติบโต 56% รองลงมาคือ อินโดนีเซีย เติบโต 42%, มาเลเซีย 30%, ฟิลิปปินส์ 29%, บรูไน 18% และประเทศไทย 12% และในไตรมาสแรกของปี 2555 นู สกิน ภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 72% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับความมั่นใจที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมายนั้น เนื่องจากที่ผา่ นมา นู สกิน ได้มีเป้าหมายการขึ้นเป็นผ้นู ำตลาด กลุ่มสินค้าต่อต้านความเสื่อมชรา ซึ่ง นู สกิน เป็นรายเดียวที่มี การพัฒนานวัตกรรมเอจล็อคที่ได้เริ่มรุกตลาดอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ นู สกิน มีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้น จากยอดขายกว่า 30,000 ล้านบาท ทั่วโลก หรือ 1.3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 1,500 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2553 และเพิ่มขึ้นเป็น 1,700 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2554 ที่ผ่านมา และปีนี้บริษัทตั้งเป้า ยอดขายของ นู สกิน ทั่วโลกอยู่ที่ระดับ 2,000 ล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโต 12.8% จากปีก่อน

อย่างไรก็ดี การวางพันธกิจ นู สกิน 2.0 เป็นสิ่งที่บริษัท วางเป้าหมายไว้ โดยมีทีมบริหารช่วยกันระดมสมอง เพื่อ ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และสร้างความ มั่นใจให้กับนักธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์หลัก 2 ด้าน ประกอบ ด้วย เทคโนโลยีเอจล็อค ที่สามารถต่อยอดพัฒนาสินค้าใน กลุ่มต่อต้านความเสื่อมชรา และการได้รับความร่วมมือจาก นักธุรกิจ พร้อมทั้งการเตรียมความพร้อมของบริษัทที่จะ ให้การสนับสนุนนักธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อให้นักธุรกิจ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด นู สกิน ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ใน กลุ่มต่อต้านความชรา ประกอบด้วย เอจล็อค กัลวานิค บอดี้ สปา ผลิตภัณฑ์สปา แอท โฮม และเอจล็อค อาร์ สแควร์ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหาร ที่สามารถสร้าง ยอดขายได้สูงถึง 4,500 ล้านบาท จากการเปิดตัวให้กับผู้แทน จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน ที่ได้สั่งจองสินค้าล่วงหน้าไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ถือเป็นการรองรับการ เติบโตของตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อต้านความชราที่มี การเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการพัฒนานวัตกรรมเอจล็อค ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมียอดขายของผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มดังกล่าวทั่วโลกกว่า 30,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้ นู สกิน ได้เปิดตัวสินค้าในงานประชุมระดับภูมิภาคเอเชียตะวัน- ออกเฉียงใต้ ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพในปี 2555 และ ถือเป็นการฉลองความสำเร็จของผู้แทนจำหน่ายด้วย โดย มีนักธุรกิจเข้าร่วมงานกว่า 6,000 ราย ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนูสกินโลก (Nu Skin) : ลุ้น 3 ปี โต 5,000 ล้าน "มร.ทรูแมน" เปิดสาขาใหม่เวียดนาม


นู สกิน กลุ่ม 6 ประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ประชุมระดมกลยุทธ์ผลักดันยอดขาย นู สกินโลก ปีนี้โตแตะ 2,000 ล้าน US วางเป้าอีก 3 ปีโต 5,000 ล้าน US พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เอจล็อค ชุดใหม่ อาร์สแควร์ (R2) - กัลวานิค บอดี้ สปา กลุ่มต่อต้านความชราเพิ่ม ความอ่อนเยาว์ เผยจองพุ่ง 4,500 ล้านบาท ทรูแมน ฮันท์ ประธานใหญ่บินแจมสิงคโปร์เผยล่าสุดเปิดสาขาใหม่ เวียดนาม ลำดับ 53 แล้ว


เมื่อวันที่ 19-20 ก.ค. 55 นู สกิน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเจ้าภาพ จัดงานการประชุมระดับภูมิภาคประจำปี 2555 ภายใต้แนวคิด Nu Generation Regional Convention ณ รีสอร์ท เวิล์ด เซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มเอจล็อค และเผยถึงความสำเร็จใน ด้านต่างๆ ของ นู สกินภูมิภาคนี้ พร้อมเผยถึง ยอดจองผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ทะลุยอด 4,500 ล้านบาท มีตัวแทนเข้าร่วมงานในครั้งนี้ร่วม 6,000 รายจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไนและอินโดนีเซีย


มร.ทรูแมน ฮันท์ ประธานบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส กล่าวว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมา มูลค่าทางการตลาดของนู สกิน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค เติบโตสูงถึง 27 เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับปี 2553 นู สกิน ภูมิภาคนี้เติบโตสูงขึ้น 72 เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีเดียวกันของ ปีที่ผ่านมา รู้สึกพึงพอใจมากกับความสำเร็จนี้ ซึ่งสำหรับภูมิภาคนี้เคยเห็นตัวเลขความสำเร็จ เช่นนี้มาก่อนแล้ว ทำให้บริษัทตื่นเต้นมากกับ อนาคตที่สดใสของภูมิภาคนี้


นู สกินภูมิภาคนี้ที่ประสบความ สำเร็จได้ เนื่องจากการวางกลยุทธ์ที่แม่นยำ ของผลิตภัณฑ์เอจล็อคที่ตอกย้ำการเป็น ผลิตภัณฑ์ต่อต้านความชราในระดับซุปเปอร์ คลาส และหยิบยื่นโอกาศทางการตลาดที่ ทรงพลังอย่างยิ่งให้กับเหล่าตัวแทนจำหน่าย โดยในงานประชุมครั้งนี้ นู สกินได้เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม เอจล็อค ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร อาร์สแควร์ (R2) และผลิตภัณฑ์ ดูและผิวพรรณ กัลวานิค บอดี้ สปา ซึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่อต้านความชราโดย เฉพาะที่เคยสร้าความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ให้กับ นู สกิน ทั่วโลกมาแล้วด้วยยอดขาย มากกว่า 30,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ภายในงานยังได้ปิดเผย การดำเนินงานของ นู สกิน สาขาใหม่ ที่ ประเทศเวียดนามซึ่งนับเป็นสาขาประเทศที่ 53 ของ นู สกิน ทั่วโลกซึ่งการเปิดในครั้งนี้จะ เป็นการช่วยผลักดันโอกาศทางธุรกิจใหม่ๆ ให้ กับคนในภูมิภาคนี้


ทางด้าน เมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ประธานภูมิภาคแปซิฟิคและเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ กล่าวว่านับตั้งแต่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เอจล็อคตัวแรกเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มทาง การตลาดได้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อ ต้านความชราที่คิดค้นขึ้นมา ได้รับการตอบรับ ของผู้แทนจำหน่ายและผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดนี้เป็นอย่างดี


ดร.โจเซฟ แชง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ วิทยาศาสตร์และรองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า เชื่อว่านู สกิน ยังค้นคว้าเกี่ยวกับศักยภาพของวิทยาการ เอจล็อคได้อีกไกล สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดคุณภาพผลิตภัณฑ์ ที่ถือว่าเป็นระดับ ซุปเปอร์คลาสของผลิตภัณฑ์ต่อความเสื่อมชรา ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเละผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทีเดียว


สำหรับเป้าหมายในปีนี้ นู สกินโลก ระดมสมองทีมบริหารเพื่อหาแนวทางที่จะทำให้ บริษัทก้าวไปข้างหน้า พร้อมการวางแผน กลยุทธ์ในปีนี้ให้บรรลุเป้าโตที่วางไว้ 2,000 ล้านเหรียญ และในอีก 3 ปีข้างหน้าต้องมีผล กำไร 5,000 ล้านเหรีญ โดยจะโตขึ้นอีกปีละ 1,000 ล้านเหรีญ โดยผู้บริหารนู สกินมีความ มั่นใจขนาดนี้เพราะเชื่อว่าในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และประเทศจีน มีการเติบโต แบบก้าวกระโดด


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-16 สิงหาคม 2555

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนูสกิน (Nuskin Thailand) โหมอัดกิจกรรมหวังตุนยอด ส่ง "เอจล็อก (ageLOC)" ต้านชรา-ลดน้ำหนักจับคนกลัวแก่


นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลประกอบการครึ่งแรกโต 20% มาจากการตลาดเชิงรุกตั้งแต่ต้นปีเนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางธรรมชาติ ส่วนครึ่งปีหลังก็จะมีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มต่อต้านความชรา "เอจล็อก" เพื่อดันรายได้สิ้นปีให้โตตามเป้า 20% จากปีก่อนมีรายได้ 2,200 ล้านบาท โต 15%

นอกจากนี้ เดือนกันยายนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณเอจล็อก กัลวานิค สปา บอดี้ ซิสเต็ม จับกลุ่มผู้ชายและผู้หญิงอายุ 25-65 ปี ที่ต้องการให้รูปร่างกระชับ อ่อนกว่าวัย และเดือนสิงหาคมจะพรีเซลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอจล็อก อาร์สแควร์ ซึ่งทั้ง 2 รายการเปิดตัวปี 2554 ในสหรัฐ ภายในปีนี้ถึงต้นปี 2556 จะกระจายทั่วเอเชีย

ปัจจุบันกลุ่มเอจล็อกทำรายได้หลักให้บริษัท มีสัดส่วน 70% เคยสร้างความสำเร็จให้นู สกินทั่วโลกด้วยยอดขาย 30,000 ล้านบาท เร็ว ๆ นี้จะเปิดตัวสินค้าดังกล่าวในงานประชุมระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2555 และตอนนี้มียอดจองเป็นมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสินค้าของบริษัทแม่ ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเอจล็อกมาต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะมีออกมาทุก 2 ปี โดยปี 2556 มีแผนขยายไลน์สินค้ากลุ่มเอจล็อกไปยังผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักที่จะมีสินค้า 4 รายการ และเดือนตุลาคมจะเปิดตัวศูนย์นู สกิน อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ใช้งบฯลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายทรูแมน ฮันต์ ประธานบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้ นู สกินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เติบโตถึง 72% จากปี 2554 ที่โต 27% ส่วนรายได้จากภูมิภาคอาเซียนปี 2554 โต 29% แบ่งเป็น สิงคโปร์โต 56% อินโดนีเซีย 42% มาเลเซีย 30% ไทย 12% ฟิลิปปินส์ 19% บรูไน 18% ถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ และมีอนาคตที่สดใส ล่าสุดเตรียมเปิดตลาดที่เวียดนามเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

ผู้บริหารนู สกินกล่าวถึงทิศทางการเติบโตนู สกินทั่วโลกมาจากการพัฒนานวัตกรรมกลุ่มเอจล็อกและเปิดตัวสินค้าไลน์ใหม่ ๆ รวมถึงการรีครูตผู้แทนจำหน่ายและอบรมให้มีประสิทธิภาพ และคาดหวังแต่ละประเทศมีผลกำไรเติบโต ซึ่งแผนปี 2563 ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็น 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ทั่วโลก 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทมีแผนระยะยาวในการรุกธุรกิจขายตรง

โดยมีพันธกิจสำคัญประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ 1.เป็นธุรกิจขายตรงที่พัฒนาตัวแทนขายให้เติบโตขึ้น 2.ใช้นวัตกรรมเอจล็อกขับเคลื่อนธุรกิจ และ 3.ผลักดันอัตรากำไรในแต่ละประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ยอดขายรวมในปี 2012 จะอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 12.8% ต่อเนื่องจากปี 2009 หรือปี 2552 หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์เอจล็อกเข้าทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเป็นสินค้าหลักมีสัดส่วนยอดขาย 70% และปีนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เอจล็อกเข้าทำตลาดเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม "อาร์สแควร์" และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ "กัลวานิค บอดี้ สปา"


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ข่าวนู สกิน (Nuskin Thailand) คืนชีวิตใหม่สู่หัวใจดวงน้อย สร้าง Nu Skin Children Cardio Ward ช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด


กรุงเทพฯ--17 ก.ค.--สยามพีอาร์

บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางเมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ประธาน นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประจำภูมิภาคแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ นพ. พีระพัฒน์ มกรพงศ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น สานต่อโครงการพลังแห่งความดี สร้างห้องพักฟื้นผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ Nu Skin Children Cardio Ward เพื่อใช้เป็นห้องพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจหลังจากที่ได้เข้ารับการผ่าตัด พร้อมจัดกิจกรรมศิลปะบำบัด 6th Art for Heart by Nu Skin ให้เด็กๆร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบ DIY เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กให้กลับมาแข็งแรงเป็นปกติ ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น

ข่าวนู สกิน (Nuskin Thailand) อาเซียนยอดพุ่ง รับ AEC แตกไลน์สินค้าชะลอแก่ "เอจล็อก (ageLOC)"


นู สกิน อาเซียนกอดคอโต สิงคโปร์ขยายตัวมากสุด 52% ไทย 12% ส่วนครึ่งแรกปี 55 สาขาอาเซียนสร้างการเติบโตรวม 72% เดินหน้าชักธงสินค้ากลุ่มชะลอแก่ เอจล็อก ขย่มตลาดลากยาว ตั้งเป้าอีก 8 ปี ยอดขายรวมทั่วโลกแตะ 1.5 แสนล้าน บาท ด้านสาขาไทย ปีนี้ขอโตเพิ่ม 20%


มร.ทรูแมน ฮันท์ ประธาน บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงสร้าง ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยในปี 2554 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดของ นู สกิน ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกเติบโต สูงถึง 27% เมื่อเทียบกับปี 2553 และในไตรมาสแรกของปี 2555 นู สกิน ภูมิภาคนี้เติบโตสูงขึ้น 72% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความรู้สึก พึงพอใจมากกับความสำเร็จนี้ ซึ่งสำหรับภูมิภาคนี้เราเคยเห็นตัวเลขความสำเร็จเช่นนี้มาก่อนแล้ว มันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับอนาคตที่สดใสของภูมิภาคนี้


ความสำเร็จของอาเซียน ส่วนหนึ่งมาจากการวางกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์เอจล็อก ที่ตอกย้ำการเป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านความชรา ในระดับพรีเมี่ยม และหยิบยื่นโอกาสทาง การตลาดที่ทรงพลังอย่างยิ่งให้กับเหล่า ผู้แทนจำหน่ายของบริษัท โดยในงานประชุม Nu Generation Regional Convention นู สกิน ยังได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม เอจล็อก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาร์ สแควร์ (R2) และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ กัลวานิค บอดี้ สปา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มต่อต้านความชราโดยเฉพาะ ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับนู สกิน ทั่วโลกมาแล้ว ด้วยยอดขายกว่า 30,000 ล้านบาท


อย่างไรก็ดี มร.ทรูแมน ยังได้กล่าวถึงตัวเลขการเติบโตของบริษัทในสาขาอาเซียนว่า ในปีที่ผ่านมา สาขาในมาเลเซีย โต 30%, อินโดนีเซีย โต 42%, ฟิลิปปินส์ 19%, สิงคโปร์ 52%, บรูไน 18% และไทย 12%


โดยบริษัทได้วางเป้าหมายว่า ในปี 2020 หรืออีกประมาณ 8 ปีข้างหน้า บริษัท จะต้องทำยอดขายจากทั่วโลกรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.5 แสนล้านบาท อีกทั้งจะต้องมีนักธุรกิจที่ติดทำเนียบเงินล้าน 2.5 พันคน โดยจะเน้นการทำงานไปที่ 3 ส่วนหลักคือ 1.ผลักดันสินค้ากลุ่ม เอจล็อก ให้เป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท 2.ขยายไลน์สินค้ากลุ่ม เอจล็อก และ 3.ขยายยอดสมาชิกนักธุรกิจของบริษัท ซึ่งทาง นู สกิน มีความมั่นใจว่า หาก 3 ส่วน นี้ ขยายได้ตามเป้า ก็จะทำให้เป้าหมายของ บริษัทปี 2020 เกิดขึ้นจริง


ด้านนางเมลิซ่า ทันโทโกะ คีอาโน่ ประธานภูมิภาคแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส เผยว่า แนวโน้มการตลาดได้สอดคล้องกับ ผลิตภัณฑ์กลุ่มต่อต้านความชราที่เราคิดค้น ขึ้นมา และเราดีใจกับการตอบรับของผู้แทน จำหน่ายและผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ โดยนับตั้งแต่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เอจล็อกตัวแรกเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ กลุ่มต่อต้านความชราสามารถสร้างความสำเร็จให้กับนู สกิน ทั่วโลก


โดยดร.โจเซฟ แชง หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และรองประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า วิทยาการเอจล็อก ต้องการไปแก้ปัญหาความเสื่อมชราของผู้คนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสถิติยอดขายก็ช่วยพิสูจน์แล้วว่าผู้บริโภคประทับใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราเชื่อว่าเราจะค้นคว้าเกี่ยวกับศักยภาพของวิทยาการ เอจล็อกได้อีกไกล สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดคุณภาพผลิตภัณฑ์ ที่เราถือว่าเป็นระดับซูเปอร์คลาสของผลิตภัณฑ์ต่อความเสื่อมชรา ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร


นอกจากนี้ ภายในงานประชุม บริษัท ยังได้ประกาศเปิดการดำเนินงานของนู สกิน สาขาใหม่ ในประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นตลาดที่ 53 ของ นู สกิน ทั่วโลก ซึ่งการเปิดตลาดใหม่นี้จะเป็นการช่วยผลักดันโอกาส ทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้คนในภูมิภาคนี้


ด้านนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทางสาขาในประเทศไทย จะได้รับสินค้าใหม่นี้เข้ามาจำหน่ายเพียง 2 หมื่นเซ็ตเท่านั้นในช่วงแรก เนื่องจากออเดอร์ทั่วโลกมีมาก และผลิตไม่ทัน โดยการเปิดตัวในไทยจะทำ อย่างเป็นทางการในปีหน้า


โดยในส่วนยอดขายของบริษัทในไทย กว่า 70% เป็นของกลุ่มสินค้าเอจล็อก ซึ่งถือเป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท ซึ่งในส่วนของยอดขายของบริษัทสาขาไทยที่ได้ตั้งเป้าไว้คือ 20% ในการเติบโต โดยในปีที่ผ่านมาโตอยู่ที่ 12% ปิดที่ 2.2 พันล้านบาท สำหรับยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทสาขาไทยมียอดขายเติบโตที่ 20%


ทั้งนี้ ในงานการประชุมของบริษัท ยังคงมีกิจกรรมเกี่ยวกับการตอบแทนสู่สังคม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาคมาโดยตลอดผ่านโครงการพลังแห่งความดี (Nu Skin Force for Good Foundation) โดยภูมิภาคนี้ได้จัดทำ กองทุนผ่าตัดหัวใจเด็กระดับภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนการช่วยชีวิตเด็กด้อยโอกาสที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ส่งผลให้ในปี 2554 บริษัท สามารถช่วยเด็กให้ได้รับการผ่าตัดถึง 439 ราย ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะช่วยเหลือให้ได้ 1 ชีวิตต่อ 1 วัน หรือ 365 ราย ใน 1 ปี โดยตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนในปี 2541 กองทุนนี้สามารถช่วยชีวิตเด็กไปแล้วกว่า 4,500 ราย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง3-8-2012

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ภาพข่าว: "นู สกิน (Nuskin)" ตอกย้ำคุณภาพ รับเครื่องหมาย "Q-Mark" จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


กรุงเทพฯ--8 ก.พ.--Siam PR

บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงชั้นนำในประเทศไทย โดยนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร เข้ารับเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน Q-Mark ในด้านภาคการค้าและการบริการจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง (ที่ 3 จากขวา) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นเครื่องการรันตีคุณภาพของบริษัทฯ ที่ได้รางวัลดังกล่าวติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในฐานะที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพจนได้รับการยอมรับและคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักมาโดยตลอด อีกทั้งยังยึดหลักบรรษัทภิบาลในการจัดการที่มีความรับผิดชอบต่อผู้แทนจำหน่ายและผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม รวมทั้งได้ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และได้รับอนุญาตให้ติดตราสัญลักษณ์ Q-Mark ลงบนฉลากของทุกผลิตภัณฑ์ ณ ห้องวิมานสุริยา โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ