ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MIR WORLDWIDE (เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์) : ขายตรงน้องใหม่ ดันสินค้านับ 1,000 สินค้า 21 ธันวาคม จุดระเบิด ไฮบริด รุก 600 ล้านคน


MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ห้างดังฟุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์ พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน


ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์ โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้มีผลิตสินค้าต่างผ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกากิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์มานาน ก็เลยหันมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าวแล้วว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงมากหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรง เอ็มแอลเอ็ม (MLM) ได้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงน้องใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริด นั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขั้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภค ครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือนและเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้ที่มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงน้องใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัท ชื่อบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัดแห่งนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตราฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลกและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 300,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถที่จะทำได้จริง


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็ฯ น้ำมันรำข้าว ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิม ของบริษัท ไออาร์ บิวติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเปิดตัวขายตรงน้องใหม่ : เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ "MIR" ผู้ผลิตก้าวสู่ผู้ขายโตเบาๆ 50 ล้าน


เปิดบริษัทขายตรงใหม่แกะกล่อง เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ เจ้าของ ภก.ดร.พิศาล เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ตลาดจัดแผนใหม่ ไบนารี่-ยูนิเลเวล ย้ำด้วยประสบการณ์ กว่า 30 ปี เชื่อตอบโจทย์ นักขาย เตรียมงานใหญ่แกรนด์ โอเพนนิ่ง 21 ธันวาคมนี้ ประเดิมสินค้าหลัก น้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน คาดหวัง 6 เดือนแรก ดึง นักธุรกิจอิสระ ร่วม 5 หมื่นคน ยอดแตะ 50 ล้านบาท

ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ถึงการเปิดบริษัท ขายตรงใหม่ว่า หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทฯ เป็นตัวแทนผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารให้กับบริษัทขายตรงและส่งออก ต่างประเทศ แล้วได้เห็นระบบขายตรงมากว่า 30 ปี จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงเองขึ้น ใหม่ ต่อไปนี้บริษัทจะเป็นทั้งผู้ขายและผลิต เอง ซึ่งจะทำให้ราคาถูกกว่าการสั่งผลิตจาก ต่างชาติ

ภก.ดร.พิศาลกล่าวต่อว่า ก่อนที่จะ จัดตั้งบริษัทขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์ วายด์นี้ เมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัท ขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการ ตลาดที่ขัดกับสิ่งที่ตั้งใจ เนื่องจากมีเสียง เรียกร้องจากกลุ่มที่ได้รับประโยชน์และกลุ่มที่ เสียประโยชน์เข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงตัดสิน ใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ดำเนิน ธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐาน เพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และ รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้

ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจาก สินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งมีเจ้าของคนเดียวกัน ส่วน แผนการตลาดนั้นได้เลือกใช้แผนการตลาด ระดับโลก หลังจากทีมงานได้ศึกษามากว่า 3 ปี โดยมีหลายระบบรวมกัน ทั้งระบบค้าปลีก ให้ผลตอบแทนแบบทั่วไป มีส่วนลด ซื้อมาก ได้ส่วนลดมาก และระบบไบนารี่ ให้ผล ตอบแทนฟาร์ส-สตาร์ท โบนัส 5 ชั้น ทีมโบนัส หากทำให้ลูกทีมได้ตำแหน่งสตาร์ ก็จะได้ สตาร์ทเมกเกอร์ โบนัส เพิ่มอีก และระบบ ยูนิเลเวลให้ 7 เจเนอเรชั่น เป็นการเอา แผนการตลาดจากทั่วโลกมาเฉลี่ยกัน เพื่อให้ เข้ากับสถานการณ์ในเมืองไทย

การจ่ายผลตอบแทนลักษณะนี้ ได้การตอบรับจากสมาชิกรุ่นแรก 500 คน เป็นอย่างดี สินค้าหลักคือน้ำมันรำข้าว- ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บิวติน่า อีกกว่า 40 รายการ ทำให้มีสินค้ารวม มากพอที่จะรองรับฐานผู้บริโภคในช่วงแรก แม้จะเป็นบริษัทก่อตั้งขึ้นใหม่ แต่สินค้า และกลุ่มผู้บริโภคยังเป็นของ ไออาร์ บิวติน่า อยู่ ภก.ดร.พิศาลกล่าว

ภก.ดร.พิศาล ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เอ็มไออาร์ สามารถสร้างความไว้วางใจ สินค้า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลบุคคล ผลิตภัณฑ์ดูแลครัว เรือน ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง มีความหลาก หลาย แต่ยังไม่มีสินค้าเกษตร แต่อาจจะมีใน อนาคต ในตอนนี้เน้นเรื่องสุขภาพและความ งาม และจะพัฒนาไปสู่อาหารเพื่อสุขภาพ และยาสมุนไพร ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวและ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแกรนด์ โอเพ่น นิ่ง วันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ คาดหวังจะ สร้างนักขาย 50,000 คน ตั้งเป้ายอดขายครึ่ง ปีแรก 50 ล้านบาท

ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วน การจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับ อนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 235วันที่ 1- 15 กันยายน พ.ศ. 2555