ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : "ดี เน็ทเวิร์ค" ดึงดาราปั้นแบรนด์สินค้า โฟกัสตลาดเกษตรโกยยอดขาย 3 เดือนท้าย







1069173_582345895163435_169662971_n (Mobile)

 


"ดี เน็ทเวิร์ค" รุกหนักตลาดเกษตร ผุดแคมเปญ แจกผลิตภัณฑ์บานเย็นฟรี 100,000 ซอง ให้ 100,000 ครอบครัว ได้นำไปทดลองใช้ เชื่อจะดันยอดขายถึงเดือนละ 100,000 กล่อง พร้อมเดินหน้าเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 3 หวังดันนักธุรกิจสู่เป้าหมาย 1,000 คน ให้เร็วที่สุด ล่าสุดดึง "สลา คุณวุฒิ" ครูเพลงชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค หลังประสบความสำเร็จจากการดึง "เขาทราย กาแล็คซี่" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการฝึกอบรมหลักสูตร "เตรียมผู้บริหาร" รุ่น 1 ส่งผลให้บริษัทดำเนินการเปิดหลักสูตร "เตรียมผู้บริหารรุ่น 2 รุ่น 3" ไปควบคู่กัน


"เราเปิดหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 3 จำนวน 43 คนต่อเลย โดยจะทำการอบรมที่สาขาสาทรในวันพุธกับวันศุกร์ ส่วนวันอังคาร และวันพฤหัสบดี จะทำการอบรมหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 ที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งมีผู้ฝึกอบรม 127 คน ที่เราเปิด หลักสูตรเตรียมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพราะเราต้องการสร้างนักธุรกิจระดับ Garnet ที่มีรายได้เฉลี่ยคนละ 150,000 บาทต่อเดือน ให้ครบ 1,000 คน อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"


สาครบอกว่า พื้นฐานของการทำขายตรงนั้นคือ เรื่องสินค้า นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด จะทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีกิจกรรม คือการแนะนำสินค้าเป็นหลัก เมื่อมีการบอกต่อแล้วมีการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง


"เมื่อเรานำเสนอสินค้าให้เขาได้ทดลอง ใช้จนเกิดการซื้อซ้ำแล้ว กิจกรรมต่อมาก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคให้มาเป็นนักขาย นี่คือ สิ่งที่ต้องทำ การทำขายตรงจะหวังเพียงชวน คนมาลงทุนอย่างเดียวคงไม่ได้ นี่มันเป็นเพียง วงจรสั้นๆ การเน้นสินค้าและชักชวนเขาเป็น นักธุรกิจนี่คือ หัวใจของการทำขายตรงให้เติบโต สังเกตให้ดีว่า บริษัทขายตรงที่อยู่ได้ในระยะยาวเขาจะเน้นเรื่องสินค้ามาเป็นอันดับแรก เมื่อทำแบบนั้นแล้วนับวันยิ่งจะแข็งแกร่งขึ้น หลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 เราได้ปูฐานเรื่องของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำตลาดสินค้าบานเย็น รากขาว นอกเหนือจากการฝึกอบรมในเรื่องการสร้างธุรกิจ ความรู้ด้านขายตรง การสปอนเซอร์ แต่เราจะเสริมในเรื่องการทำสินค้าบานเย็นเข้ามา เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง"


สาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยมี "เขาทราย กาแล็คซี่" แชมป์มวยโลกขวัญใจชาวไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น เดิมทีนั้นผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทต้องการให้โกเรจินส์เป็นสินค้าแบรนด์ต้นๆ ของเมืองไทย จึงมีการเสาะหาพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม จนในที่สุดมาสรุปที่ "เขาทราย กาแล็คซี่"


"เราต้องการกระจายโกเรจินส์สู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น เนื่องจากเราเจาะตลาดภาคกลางได้เป็นอย่างดีแล้ว เราต้องการกระจายกระแสโกเรจินส์สู่รากหญ้าให้มากที่สุด เราจึงเห็นว่าเรื่องมวยน่าจะเข้ากับชุมชน ได้ดี จึงเป็นที่มาของการโฆษณาผ่านรายการ มวย โดยเรามองไปที่สุดยอดตำนานมวยอย่าง เขาทรายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ โดยหลังจากออกอากาศไปก็ได้รับการ ตอบรับอย่างล้นหลาม"


ล่าสุด ทาง ดี เน็ทเวิร์ค สร้างความฮือฮาสนั่นวงการด้วยการเซ็นสัญญาดึง "ครูสลา" ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ "ดี เบรม" และ "ดี คอนแทค" โดยจะทำการถ่ายทำหนังโฆษณาผ่านฟรีทีวี และสปอตรายการวิทยุ ครูสลาเป็นคนดังที่คนรู้จักทั่วประเทศ การที่เราได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จะทำให้ผลิตภัณฑ์ดี เบรม และ ดี คอนแทค เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าอีกไม่นานจะได้เห็นโฆษณาทั้งสองชุด


"ตอนนี้เรามีการเซ็นสัญญากับรายการ VRZO ให้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ Sweet Powder อีกทั้งกำลังมองหาดาราที่เหมาะสม ที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้อยู่ โดยคาดว่าไม่นานน่าจะลงตัว เราตั้งใจจะโปรโมต สินค้าหลักๆ 6 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโกเรจินส์ ดี เท็น, ดี เบรม, ดี คอนแทค, บานเย็น สวีท พาวเดอร์ ซึ่งเราจะทำการโปรโมตอย่างหนักหน่วง นับตั้งแต่นี้ไป และเรายังวางโครงการระยะยาวในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ทั้ง 40 ตัวผ่านฟรีทีวี"


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อ ไปว่า ทางบริษัทมีโครงการ "100,000 ครอบครัว 100,000 ไร่" โดยทางบริษัทจะทำการแจกผลิตภัณฑ์ "บานเย็น" 100,000 ซอง โดยใช้ได้ซองละ 1 ไร่ มูลค่ากว่า 14.4 ล้านบาท ให้กับผู้สนใจ


"ตอนนี้เราเริ่มโครงการไปแล้ว ทำให้สมาชิกของเราตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โครงการ นี้จะเป็นการไปจัดประชุมตามชุมชนต่างๆ เราก็จะนำบานเย็นไปแจก ให้ผู้เข้าร่วมประชุม อันที่จริงแล้วเราอยากให้คนได้ทดลองใช้สินค้า ของเรา เรามั่นใจอย่างมากว่าถ้าสินค้าของเรา ตกถึงดิน 1 ซองรับรองเห็นผล โครงการนี้นักธุรกิจของเราก็ไปหาผู้นำชุมชน เพื่อให้รวม มวลชนเพื่อมาประชุม จะทำการแจกโบรชัวร์ มีการโปรโมตสินค้า แล้วทำการแจกสินค้าบานเย็นให้ได้ทดลองใช้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเรามีการคาดการณ์ว่า หลังจากเปิดโครงการนี้ไป เรา เชื่อว่ายอดขายของบานเย็นจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 กล่องต่อเดือน เป็นอย่างน้อย" คุณสาคร กล่าวปิดท้าย


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

เจาะยุทธศาสตร์ดันยอดขายตรง2สัญชาติ ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ส่งโฆษณา/สินค้าใหม่สู้ศึก







992879_544732828924742_349171927_n (Mobile)


ผ่าแผนรบขายตรง ดี เน็ทเวิร์ค-ซินเนอร์จี้ ไตรมาสที่ 3...หลังพบเริ่มเดินเครื่องทางธุรกิจเต็มอัตราศึก ด้าน ดี เน็ทเวิร์ค ทุ่มงบกว่า 20 ล้าน โปรโมททางผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว-โกเรจินส์ ผ่านสื่อฟรีทีวี มุ่งสร้างการรับรู้ พร้อมเซ็นสัญญาดึง เขาทราย กาแลคซี่ เพิ่มดีกรีความแรงโกเรจินส์...ส่วน ซินเนอร์จี้ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ ขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางหวังสร้างยอด หลังเปิดตัวแคมเปญแรงที่ภาคอีสาน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง 25% ภายในเดือนเดียว


ตลาดขายตรง ในชั่วโมงนี้ ยิ่งใกล้ปลายปีมากขึ้นเท่าไหร่ กระแสการทำธุรกิจของหลาย ๆ ค่าย ต่างเริ่มออกมาแผลงฤทธิ์ให้เห็นกันอย่างออกรส ออกชาติกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่ สร้างความต่างที่ออกมาฉีกหนี้เพื่อนร่วมธุรกิจด้วยการเอง การโหมโรงตีตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเรียกกำลังซื้อให้กับคืนมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่หลาย ๆ ค่ายเริ่มทำกัน


แต่ในขณะเดียวกัน ต้องบอกว่า ในการปล่อยทีเด็ดของแต่ละค่าย ต่างก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับ ขายตรงทั้ง 2 ค่ายนี้ ที่จะขอนำเสนอนั่นก็คือ ขายตรงขั้วแรก ขายตรงสัญชาติไทย นั่นก็คือ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และขายตรงอีกหนึ่งขั้ว เป็น ขายตรงข้ามชาติ นั่นก็คือ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง 2 ค่ายนี้ ต่างก็มีจุดหมายเดียวกันคือ ต้องการเติบโตแบบยั่งยืนและถาวรนั่นเอง!!


ดี เน็ทเวิร์คอัดงบสร้างการรับรู้


ส่งโฆษณาผ่านฟรีทีวีปูทางธุรกิจ


...เริ่มต้นเปิดยุทธศาสตร์ความเฉียบคมของ บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ที่นำโดย 3 แม่ทัพใหญ่อย่าง สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง ที่หลังจากเมื่อไม่อีกเดือนมานี้เอง ก็ได้ปล่อยยุทธศาสตร์การบุกตลาดเป็นว่าเล่นกันเลย...โดยล่าสุดก็ได้เตรียมที่จะประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านทางสื่อฟรีทีวีมากขึ้น เพื่อต้องการที่จะสร้างการรับรู้นั่นเอง


ทั้งนี้ ทางด้าน สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีสินค้าหลักอยู่ด้วยกัน 4 ตัว ที่หลาย ๆ คนต่างรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น โกเรจินส์ ,ดี เบรม, ดี คอนเทคและ D10 ส่งผลให้หลังจากนี้ ทางบริษัทฯ ต้องการที่จะสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ 5 ให้ติดตลาด ซึ่งทางบริษัทฯ จะมุ่งโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ บานเย็น รากขาว โดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มต้นโปรโมทที่ช่อง 5 เวลา 5.00น. - 5.30 น.ทุกวันพุธ ผ่านรายการเกษตรไทยน่ารู้ รวมถึงการโปรโมทสินค้าในรายการมวยอัศวินดำทางช่อง 9 ด้วย


สำหรับการโปรโมทสินค้าผ่านรายการมวยอัศวินดำ เราจะแจกรางวัลให้กับนักมวย 4 คู่ โดยทางด้านคุณปิยะที่เป็นพิธีกรมวย จะมีการโปรโมทสินค้าของเราให้ติดตลาด โดยเชื่อว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าว น่าที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์บานเย็นของบริษัทฯ ติดตลาดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นปุ๋ยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หรือสีบรรจุภัณฑ์ ที่สร้างการจดจำได้ง่ายนั่นเอง


นอกเหนือจากการโปร โมทผลิตภัณฑ์บานเย็นแล้ว ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอร์ตโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์โกเรจินส์ด้วย โดยจะออกอากาศผ่านทางฟรีทีวี ซึ่งมีการเซ็นสัญญากับคุณเขาทราย แกเลคซี่ ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมทสินค้าโกเรจินส์


โดยสปอร์ตโฆษณาชุดนี้ ทางบริษัทฯ จะนำไปโปรโมททางรายการเกษตรไทยน่ารู้ทางช่อง 5 และยังเอาสปอร์ตโฆษณาโกเรจินส์นำไปโฆษณาผ่านรายการมวยศึกอัศวินดำทางช่อง 9 ซึ่งเราเอง อยากที่จะให้สินค้าของบริษัทฯ ติดหูประชาชนมากขึ้น เราจึงได้มีการมอบรางวัลพิเศษให้กับนักมวยที่มีพลังอึด ชกเดินหน้าไม่หยุด พร้อมกันนี้ ยังจะคัดเอานักมวยพันธุ์ดุ โกเรจินส์พลังโสมอีกด้วย และเชื่อว่าเวลาหลังจากนี้ 1 ปี ทั้งบานเย็นและโกเรจินส์จะเป็นแบรนด์ที่ติดหูคนไทยอย่างแน่นอน


นายสาคร เผยต่ออีกว่า สเต็ปต่อไป ทางบริษัทฯ จะขยับไปช่อง 7 โดยทาง ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมเข้าไปสนับสนุน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ทำการจองไว้แล้วล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะถึงคิวของ ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมกับยังมีการจองรายการมวยช่อง 3 และรายการเกษตรช่อง 11 เป็นแผนในก้าวต่อไป ซึ่งในสเต็ปแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบไปกว่า 20 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


การโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีนั้น ในส่วนของผลิตภัณฑ์โกเรจินส์เราคาดหวังว่า จะทำให้เกิดกระแสใน 3 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่บริโภคอยู่แล้วก็จะบริโภคต่อเนื่อง กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะบริโภคดีหรือไม่ เมื่อได้ชมโฆษณา ก็ตัดสินใจซื้อ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ยังไม่รู้จัก เมื่อได้รับรู้และรู้จักผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผมคาดหวังว่า คนน่าที่จะรู้จักมากขึ้น สำหรับสินค้าบานเย็นนั้น เราก็คาดหวังว่า เกษตรกรไทยจะรู้จักผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพตัวนี้ และเมื่อครบปี ทางบริษัทฯ จะนำเอาเทปรายการเกษตรไทยน่ารู้ที่ออกอากาศไปแล้วราว 21 ครั้ง ให้ผู้นำที่มีรายการ มีสื่อของตัวเอง นำเอาไปเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ เพื่อให้สมาชิกดี เน็ทเวิร์ค ทำงานได้ง่ายขึ้น


นายสาคร เผยต่ออีกว่า ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องการฝึกอบรมอย่างมาก ซึ่งหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร รุ่นแรก ที่ต้องฝึกอบรมมายาวนานถึง 6 เดือนนั้น มีการฝึกอบรม 70 คนนั้น ปรากฏว่ามีสมาชิกผ่านการอบรมที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Garnet เกินครึ่ง ถือว่าค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


ตอนนี้เราเริ่มฝึกอบรมในหลักสูตรเตรียมผู้บริหารรุ่น 2 มีผู้มีคุณสมบัติเข้าอบรม127 คน แต่คัดเลือกเหลือ 111 คน และมีการฝึกอบรมหลักสูตรยาวนานอีก 6 เดือน ผมเชื่อว่าด้วยความเข้มข้นของหลักสูตรนี้ จะทำให้ ดี เน็ทเวิร์คมีผู้ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่นักธุรกิจระดับ Garnet มาขึ้นเรื่อย ๆ โดยผมตั้งเป้าหมายว่าจะสร้าง Garnet ให้ได้ 1,000 คน ซึ่งตำแหน่งนี้ จะมีรายได้เฉลี่ยราว 150,000 บาทต่อเดือน


นายสาคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ ดี เน็ทเวิร์ค ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี การเช็คข้อมูลทางธุรกิจ หรือ เช็คคอมมิชชั่นและสายงาน การเช็คโปรโมชั่น และเช็ควันเวลาหลักสูตรการฝึกอบรม ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้สมาชิกของ ดี เน็ทเวิร์ค สามารถเช็คความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางโทรศัพท์ ผ่านทางหมายเลข 02 1054048 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งต่อไปขอมีเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็สามารถทำธุรกิจกับ ดี เน็ทเวิร์คได้ทันที


ซินเนอร์จี้ปรับกลยุทธ์สู้ศึกตลาด


นำเครื่องสำอางเพิ่มยอดขาย25%


...เช่นเดียวกับค่าย ซินเนอร์จี้ ที่ได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง Elemence และ TriAction มาใช้ควบคู่กับ Synergy Air Spray นวัตกรรมเพื่อความงามใน 20 นาที ส่งผลให้ยอดขายเติบโตและมีนักธุรกิจหน้าใหม่สูง


25% ภายในเดือนเดียวในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง


โดยทางด้านนายพิชญุต์ม์ เจนอารีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า เครื่องสำอางของซินเนอร์จี้ ถือว่ามีจุดเด่นในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานสูง ด้วยเทคโนโลยี Gen III และ Gen IV ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ซ่อมแซมและบำรุงผิวลึกถึงระดับ DNA และการผลักสารอาหารเข้าสู่ผิวด้วยเอนไซม์เฉพาะ และคุณภาพของวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้กับเครื่อง Synergy Air Spray จึงยิ่งทำให้เห็นผลเร็วยิ่งขึ้น


นวัตกรรม Synergy Air Spray ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ให้ผลดีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง อาจไม่ได้สร้างยอดขายหลักให้กับเรา เพราะเราได้ไปเน้นเรื่องของสุขภาพ แต่วันนี้อยากให้ทุกท่านทราบว่า ซินเนอร์จี้เอง มีผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางที่มีคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้ใคร และจากที่เราได้ปล่อยแคมเปญนี้ออกมา ก็ทำให้ยอดขายเราเติบโตมากขึ้น และยังมีส่วนทำให้เกิดนักธุรกิจหน้าใหม่ สูงถึง 25% เลยทีเดียว


นอกจากนี้ ซินเนอร์จี้ ยังได้เปิดอบรมเทรนเนอร์ การใช้เครื่อง Synergy Air Spray กับผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction มาแล้ว 3 รุ่น โดยมีเทรนเนอร์ทั้งหมด 47 คนด้วยกัน ทั้งนี้ได้เปิดให้บริการทำทรีตเมนต์ด้วยเครื่อง Synergy Air Spray กับสมาชิกและผู้ที่สนใจสินค้าอีกด้วย


เราได้เปิดโอกาสให้สมาชิกนักธุรกิจของเรามีโอกาสใช้เครื่องมือนี้ก่อน เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเราได้เปิดการอบรมการใช้เครื่อง Synergy Air Spray และเปิดให้บริการทรีตเมนต์กับผู้ที่สนใจ โดยผู้ที่ซื้อสินค้าจะได้รับคูปองเพื่อขอรับบริการฟรี ที่ผ่านมามีผู้เข้ารับบริการแล้วมากกว่า 100 คน


นายพิชญุต์ม์ ทิ้งท้ายอีกว่า หลังจากที่บริษัทฯ เพิ่งเปิดตัวแคมเปญนี้ที่ภาคอีสานไปไม่นาน พบว่า มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ Elemence และ TriAction เพิ่มสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก


...จะเห็นได้ว่า การเปิดฉากเกมรุกทางธุรกิจของ 2 บริษัท ทั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และ บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ต่างฝ่ายต่างก็มีทีเด็ดในการสร้างการรับรู้ เพื่อสร้างยอดขายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ต้องดูว่าทางฝั่งของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่ได้ใช้การรุกตลาดผ่านสื่อทีวีนั้น จะเห็นผลสัมฤทธิ์หรือไม่!!...ในขณะเดียวกัน ทาง ซินเนอร์จี้ เอง ที่โชว์ในเรื่องของนวัตกรรมทางด้านสินค้าที่ก้าวล้ำเป็นตัวสร้างจุดขาย จนเรียกว่ายอดขายเติบโตเป็นที่น่าพอใจ...ก็ต้องมาติดตามกันดูต่อไปว่า กลยุทธ์ของทั้ง 2 ค่ายนี้ จะสามารถกระชากใจคนเครือข่ายได้นานแค่ไหน หรือว่าเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง!!





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค จัดหนัก! เเจก เฟอร์รารี่ นักธุรกิจ บลู ไดมอนด์ มั่นใจ ! สิ้นปียอดขายเเตะหลัก 1,000 ล.







IMG_0356 (Mobile)


เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าวภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและบรรดาสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ห้องแกรนด์บอลลูม


คุณสาคร ใสกมล กุนซือ สมองเพชรแห่งวงการขายตรงไทย ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง คุณ ภูมิสนอง หล้าสุด และคุณอุทัย แจ่มฟ้า กล่าวเปิดงานและได้แถลงภาพรวมของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกและกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง ว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายของบริษัทเราแตกต่างจากปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด หกเดือนแรกของปี พ.ศ. 2556 เราทำยอดขายได้รวม กว่า 450 ล้านบาทจากกราฟตารางข้อมูลเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ. 2555 ยอดขายของเราอยู่ที่ 12 ล้านบาท แต่ในเดือนเดียวกันปีนี้ (2556) ยอดขายของเราพุ่งไปหยุดอยู่ที่ 54 ล้านบาท ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทเราอย่างเห็นได้ชัดก็คือเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 เราสามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้าน


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมืองย่าน สาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตกแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทางดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ใน ราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้รถไฟฟ้ามีนบุรี ละที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็น ออฟฟิสที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ท เวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรก หมายถึงการใช้ 5D ในการเปิดตลาด ต่อมาคือ 5 เครือข่าย ในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่าย ต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิด สาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกโรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบที่สำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกโรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ปิดท้ายด้วยมีมินิคอนเสิร์ตศิลปินจากเวทีประกวด เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 9 เช่น ดี,แบมบี้,ดิวและคริส ทำเอาแขกผู้มีเกียรติภายในงานสนุกสนานปลาบปลื้มไปตามๆกัน และช่วงท้ายสุดของงานยังพิธีในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี ที่สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถสปอร์ตสุดหรู เฟอร์รารี่ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมยินดี



[gallery ids="18431,18432,18433,18434,18435,18436,18437,18438,18439,18440,18441,18442,18443,18444,18445" orderby="rand"]


วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์คประกาศศักดา ทุ่มงบมหาศาล สร้างสำนักงานใหญ่ โรงงาน







สาคร ใสกมล (Mobile)


ดี เน็ทเวิร์ค ผงาด 6 เดือนแรก สร้างยอดขายกว่า 450 ล้าน เติบโตขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่าตัว ทุ่มงบซื้อที่ดิน 3 ไร่ในทำเลทองศูนย์กลางการคมนาคมย่านมีนบุรี ราคา 40 ล้านบาท เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ตั้งเป้าสร้างเสร็จก่อนเปิด AEC พร้อมทุมงบอีก 100 ล้าน ในการสร้างโรงงานที่ทันสมัยเป็นโรงงานแนวตั้ง มีความคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดเดือนกรกฎาคม เริ่มเดินเครื่องทดสอบการผลิตได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ทางบริษัทยังมีการจัดงานประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท ที่พิชิต รถเฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรีขึ้น โดยภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทางบริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการที่ดีมาก ในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้วกว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขายแตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ทางบริษัทเปิดสำนักงานแห่งใหม่กลางใจเมือง ย่านสาทร โดยมีการใช้เงินลงทุนตบแต่งไปราว 4 ล้านบาทนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยในเดือนแรก ก็สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 7 ล้านบาท


ส่วนการเตรียมที่ดินในการสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองนั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์คได้ตั้งเป้าหมายใช้เวลา 3 ปีในการเตรียมที่ดี ซึ่งในที่สุดทางบริษัทก็ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้ซื้อที่ดินขนาด 3 ไร่ ในราคา 40 ล้านบาท ย่านมีนบุรี เพื่อสร้างสำนักงานใหญ่ของตัวเองขึ้นมา


ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่ดีมาก เป็นที่รวมรถไฟฟ้า 3 สาย ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ใกล้โรงไฟฟ้ามีนบุรี และที่สำคัญใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของกรุงเทพ โดยเราจะสร้างเป็นออฟฟิศที่ทันสมัย มีศูนย์การฝึกอบรม ซึ่งสำนักงานใหญ่ของเราตั้งใจจะเปิดก่อนการเปิด AEC โดยใช้งบประมาณในการสร้างสำนักงานใหญ่อยู่ที่ 100 ล้านบาท


เท่านี้ยังไม่พอ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค ยังได้ดำเนินการสร้างโรงงานของตัวเอง โยใช้คอนเซ็ปต์การสร้างโรงงานของทางฝั่งยุโรป อเมริกาและไต้หวัน มีการออกแบบโรงงานให้เป็นแนวตั้ง มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีการฆ่าเชื้อทุกๆ 15 นาที โดยใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาทในการสร้างโรงงาน โดยในปัจจุบันมีการดำเนินการก่อสร้างๆไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าในเดือนกรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จะเริ่มทดสอบการผลิตได้


คุณสาคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเตรียมการเพื่อบุกตลาด AEC นั้น ทาง ดี เน็ทเวิร์ค มีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยทางบริษัทจะทำการบุกตลาด AEC ด้วย กลยุทธ์ 5-5-11-10 ซึ่ง 5 ตัวแรกหมายถึง การใช้ 5D ในการเปิดตลาด 5 ต่อมาคือ 5 เครือข่ายในการเจาะตลาดประกอบด้วย เครือข่ายแบบปากต่อปาก เครือข่ายร้านค้า เครือข่ายสื่อ เครือข่ายออนไลน์ และสุดท้ายคือเครือข่ายต่างประเทศ 11 คือ การที่ทางบริษัทจะเปิดสาขาให้ครบ 11 สาขาในปี 2558 ส่วน 10 ก็คือ การเปิดสาขาใน 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครบ


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ที่ครองผลิตภัณฑ์ยอดขายเป็นอันดับ 1 เมื่อก่อนผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบสำคัญ 7 อย่าง แต่ในปัจจุบันเพิ่มส่วนประกอบสำคัญเป็น 9 อย่าง ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดือนเดียว โกเรจินส์ สร้างยอดขายได้สูงถึง 50 ล้านบาท


ทางบริษัทยังมีการจัดงานใหญ่ ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ บูล ไดมอนด์ คนแรกของบริษัทคือ คุณภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี สามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถ เฟอร์รารี่ อย่างสมศักดิ์ศรี งานดังกล่าวจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบูล ไดมอนด์ จะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2556 ณ โรงแรมมิลาเคิล แกรนด์


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยว ปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม มีทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นการท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก ทางบริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยัง อลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์


02-9074314-7