ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แซนสยาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แซนสยาม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แซนสยาม เปิดโพรสแนทรุกตลาดชาย!








 


แซนสยาม ตอกย้ำฐานเริ่มมั่นเปิดออฟฟิศทำบุญใหญ่ฉลอง 5 ปี งัดทีเด็ด โพรสแนท์ ผลิตภัณฑ์เพื่อฮอร์โมนชายสู้ตลาดโค้งสุดท้าย


ก่อนสิ้นปีหวังดันยอดขายเป็นไปตามเป้า 700 ล้าน ก่อนกางแผนใหญ่รุกตลาดอาเซียน หลังประเดิม ลาว ช่วยเพิ่มยอดได้ 10% เล็ง มาเลย์ กัมพูชา ต่อก่อนจบปี 2555 เห็นภาพสาขาใหม่เพิ่มใน 2 ประเทศเพื่อนบ้าน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่า บริษัทแซนสยามได้จัดให้ทำบุญสำนักงานใหม่อีกครั้งหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และโอกาสที่แซนสยามครบรอบ 5 ปีโดยดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคง


ที่ผ่านมาเราใช้เครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า เครือข่ายของผู้บริโภค ด้วยสินค้าคุณภาพทำให้องค์กรของเราแน่น และเป็นบริษัทร่วมทุนไทยกับออสเตรเลีย เพื่อเอาประสบการณ์เอาความสามารถของแต่ละส่วนมารวมกัน แล้วเป็นบริษัทแซนสยามจนทุกวันนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งเราคิดว่า สร้างฐานของสมาชิก สร้างยอดมากขึ้น ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาผลประกอบการดีมาตลอด ยังรอประเมินผล 3 เดือนหลังที่เป็นช่วงพีคของบริษัท สิ้นปีคาดว่าสิ้นปีจะได้ 700 ล้านบาทแน่นอน นายปธิกรกล่าวและ ว่า


สังคมของคนไทยและคนทั่วโลก เริ่มเข้าสู่ยุคของผู้สูงวัย สัดส่วนของผู้สูงวัยจะมีมากขึ้น ในขณะที่คนเกิดขึ้นใหม่จะน้อยลง ดังนั้นบริษัทจึงจะเน้นกลยุทธ์ให้ตลาดรู้จักสินค้ามากขึ้น โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยรู้จักแค่แซนสยามเป็นน้ำมังคุด ว่าจริงแล้วสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพที่จะสามารถนำมาดูแลตัวเองได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและผู้มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ซึ่งการกระจายสินค้าจึงไปทางกลุ่มลูกค้าเก่าก่อนเป็นหลัก


นายปธิกรกล่าวว่า แซนสยามได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้ชายที่มีชื่อว่า โพรสแนท และเปิดตัวอย่างเป็นทางขึ้นในวันทำบุญบริษัทครั้งนี้ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวสินค้าดูแลผู้หญิง เฟโมล่า เพื่อดูเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิง ผลิตภัณฑ์ใหม่โพรสแนทนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ


ปัญหายังไม่จบ ผู้ชายก็มีปัญหาเหมือนกัน เมื่ออายุ 40-50 ขึ้นไป จะมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเหมือนกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต เป็นไปตามสัดส่วนของอายุ ทำให้เรามองเห็นว่ายังไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนาตลาดกลุ่มนี้ เราจึงออกผลิตภัณฑ์โพรสแนทออกตามมา นายปธิกรกล่าว


สำหรับการเข้าสู่ตลาดอาเซียนนั้น บริษัทมีการวางแผนรอไว้แล้ว โดยมีน้ำมังคุดเป็นตัวนำ ในเมืองไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตด้วยสินค้าเพียงตัวเดียว จึงลองตลาดกับประเทศใกล้เคียงคือประเทศลาว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากว่าคนลาวมีลักษณะใกล้เคียงกันกับคนไทย ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีต่างๆ สื่อสารกันง่าย ยอดขายที่ลาว ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า จึงมียอดขาย 5% ของประเทศไทย


นอกจากนั้นได้เข้าไปศึกษาตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศในอาเซียนเพิ่มอย่างเช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้การตอบรับสินค้าไทยเป็นอย่างดี สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในบางประเทศสินค้าที่เห็นสินค้าเป็นภาษาไทยก็ตัดสินใจซื้อทันที ดังนั้นในโซนเอเชียเป็นโอกาสที่ดีกับธุรกิจเครือข่ายที่จะเปิดตลาดใหม่นอกจากประเทศตัวเอง แซนสยามมองถึงโอกาสในส่วนนี้ โดยหลังศึกษาแล้วเสร็จในประเทศต่อไปที่เปิดสาขาเพิ่มคือ มาเลเซีย กัมพูชา คาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดได้ภายในสิ้นปีนี้


ทั้งนี้ปัจจุบันแซนสยาม มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ มีสาขาในภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ โดยตลาดหลักยังเป็นอีสาน เหนือ ใต้ กลาง ตามลำดับ และมีศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง รวมถึงศูนย์สมาชิกกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เปิดแล้ว! ออฟฟิศใหม่ แซนสยาม-Xansiam


ออฟฟิศใหม่ แซนสยาม-Xansiam 10 ล้านบามเปิดแล้ว! บนถนนรัชดาติดสถานีรถไฟฟ้า ใต้ดิน สุทธิสาร วางเป้าดึง คนกรุงเทพ ร่วมธุรกิจมากขึ้นหลังกระจายบุกตลาดภูธรมานานพร้อมส่งสินค้าใหม่ เพาเวอร์-แซน ลงลุยตลาดเพิ่ม หวังดันยอดขายสิ้นปีแตะ 700 ล้านบาท


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดผยว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งได้ตกแต่งด้วยมูลค่าร่วม 10 ล้านบาทเพื่อให้เป็นออฟฟิศทันสมัยและตอบสนองไฟล์สไตล์ของคนรุ่นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างจังหวัดเป็นหลัก


สถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่นี้ จะสะดวกในการเดินทางของสมาชิกมากขึ้นเพราะขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสารมาก็เดินเข้าออฟฟิศได้ทันที ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเดิมของออฟฟิศเก่าเราก่อนหน้านี้ด้วย


โดยก่อนหน้านี้บริษัท แซนสยามฯ ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ เพาเวอร์-แซน เครื่องดื่มเสริมสุขภาพสรรพคุณคล้ายเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมที่สำคัญคือ อาซาอิเบอร์รี่ จากประเทศบราซิล ที่มีส่วนผสมของมะขามป้อมช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้อวัยวะข้างในของร่างกายได้ทำงานได้อย่างเป็นปกติมากขึ้น


นายสมชายกล่าวว่านอกจากการเปิดออฟฟิศใหม่ไปแล้ว บริษัทมีสาขาเป็นลักษณะโมบายกระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของสมาชิกเดิมๆ อยูแล้วประมาณ 200 โมบาย และกำลังมีแผนที่จะเปิดเพิ่มในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งบริษัทเล็งเห็นว่าเป็นพื้นที่ธุรกิจขายตรงกำลังได้รับความนิยมสูงมากขึ้นในปัจจุบัน


รวมไปถึงแผนการขยายสู่ต่างประเทศซึ่งปัจจุบันในประเทศลาวบริษัทได้ขยายออกไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว และมีศูนย์โมบายสาขาถึง 50 จุด จากแผนงานทั้งหมดในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าจะทำยอดขายปีให้ถึง 700 ล้านบาท จากปี 2554 ทำยอดขายได้ประมาณ 300 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 231 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฏาคม 2555

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แซนสยาม-XanSiam ทุ่มงบ 10 ล.เนรมิตออฟฟิศใหม่จุดประกายภาพลักษณ์ดูดนักขายกทม. ปั่นรายรับ 700 ล.


แซนสยาม ทุ่มงบ 10 ล้านบาท ตั้งออฟฟิศหลังใหม่ตามแผนงานเจาะตลาดคนกรุงเทพฯ พร้อมส่งสินค้าใหม่ตัวที่ 4 ของบริษัท เพาเวอร์-แซน หมายมั่นทำเงินกับคนหนุ่มสาว เรียกเรตติ้งหวังสมาชิกใหม่ตบเท้าร่วมงาน ชี้ไม่เพียงแต่กทม.เท่านั้น แต่ยังเล็งเปิดสาขาภาคใต้รับกระแส ยุคทองขายตรงแดนสะตอ ฝันยอดขาย 700 ล้านบาทสิ้นปี!



นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานแห่งใหม่ของบริษัทได้ตกแต่งเสร็จพร้อมให้บริการแก่สมาชิกแล้ว ซึ่งสำนักงานแห่งนี้มีห้องประชุมซึ่งสมาชิกสามารถใช้ห้องดังกล่าวในการจัดประชุมได้ ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้ามาใช้พื้นที่ อีกทั้งสถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่นี้ สะดวกในการเดินทางของ สมาชิก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเดิมของออฟฟิศ เก่าของบริษัท

โดยการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทได้ ใช้เงินทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าตกแต่งและปรับปรุงในส่วนของออฟฟิศ ด้านพื้นที่ตั้งของออฟฟิศใหม่นี้จะอยู่ไม่ไกล จากออฟฟิศเดิมของบริษัท ซึ่งบริษัทต้องการที่จะทำให้สาขาของออฟฟิศใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อ เป็นการสอดรับกับเรื่องของแผนงาน ซึ่งบริษัทต้องการที่จะรุกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการเปิดตัวออฟฟิศใหม่ในครั้งนี้ ยังเป็นเพียงการเปิดตัวเพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสเข้ามา เห็นรูปลักษณ์ของสำนักงานใหญ่ใหม่ก่อน ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น บริษัทได้ตั้งไว้ว่าวันที่ 22 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เป็น ฤกษ์ดี ในการเปิดตัวต่อสมาชิกของบริษัท ต่อไป

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ทางบริษัท แซนสยามฯ ยังได้ถือโอกาส เปิดตัว สินค้าใหม่ของบริษัทชื่อ เพาเวอร์แซน ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพคล้ายเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมที่สำคัญคือ อาซาอิเบอร์รี่ จากประเทศบราซิล ทั้งยังมี ดกจิ เบอร์รี่ และ มะขามป้อม ซึ่งมีรสชาติดีชวนดื่ม ทำให้มีความสดชื่นมีกำลัง อีกทั้งยังมีในเรื่องของการช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้อวัยวะข้างในของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ สมชาย กล่าวถึงสินค้าใหม่ของบริษัท

เพาเวอร์แซน ถือเป็นสินค้าสำหรับคนหนุ่มคนสาว ซึ่งบริษัทต้องการใช้สินค้า ตัวนี้ เป็นสินค้าที่เจาะตลาดกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีส่วนผสมของ สมุนไพรกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท โดยขนาดบรรจุจะอยู่ที่ 100 มล.ต่อขวด ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1 กล่องมี 16 ขวด ราคาสมาชิกอยู่ที่ 990 บาท ราคา ขายปลีกอยู่ที่ 1.3 พันบาท

การเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทในครั้งนี้ บริษัทได้มีการทดลองการทำตลาด ไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งจากเดิม เพาเวอร์แซน ไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่ต้น แต่บริษัทได้ใช้ชื่อ เพาเวอร์ เอ็กซ์ ซึ่งทำให้ทางหน่วยงานรัฐอย่าง อย. ต้องการให้เปลี่ยนชื่อ เนื่อง จากความที่ชื่อที่ลงท้ายด้วยคำว่า เอ็กซ์ ดูจะไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิด ความเข้าใจผิด ทางบริษัทจึงต้องเปลี่ยนชื่อ ทำให้สินค้าตัวนี้ล่าช้ากว่าเดิม จากที่คาดจะทำการเปิดตัวในช่วงก่อนหน้า

เพาเวอร์แซน มีขนาดขวดที่เล็กสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งมีความเหมาะสม กับคนหนุ่มสาวที่ต้องการความสดชื่นหลังการดื่ม โดยในช่วงที่ทำการทดลองตลาด บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบ ปากต่อปาก อีกทั้งบริษัทยังได้คิดหาช่องทางทำตลาดในอีกหลายช่องทาง เพื่อ เป็นการสร้างความหลากหลายในการรับรู้ ต่อไป สมชาย เผย

สินค้าใหม่ที่บริษัทได้ออกมาใหม่นี้ ถือเป็นสินค้าตัวที่ 4 ของแซนสยาม ซึ่ง สมชาย ได้กล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นในสินค้าของบริษัททุกตัว เพราะจาก ที่ทราบถึงแม้บริษัทจะมีสินค้าเพียง 3 รายการในช่วงก่อนหน้า จนมาถึงตัวที่ 4 นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจรูปแบบขายตรง โดยสิ่งที่เกิด ถือเป็นการตอบข้อสงสัยในเรื่องของคุณภาพสินค้าได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการลุยตลาดต่อไปในอนาคต บริษัทต้องการที่จะเจาะกลุ่มคนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทได้เน้นไปที่การทำตลาดใน ส่วนของต่างจังหวัดเป็นสำคัญ ใช้กลยุทธ์ ป่าล้อมเมือง ซึ่งก็ได้ผลดี ทำให้ทีมผู้บริหาร ลงความเห็นที่จะมุ่งทำการตลาดในกรุงเทพฯ ต่อไป โดยใช้การเปิดออฟฟิศใหม่ บนถนนรัชดาเป็นตัวสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้คนในกรุงเทพฯ ได้เห็นแบรนด์ในใจกลางแหล่งเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะได้ผล

การเปิดออฟฟิศใหม่ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการเจาะตลาดคนเมืองของบริษัท ที่สำคัญ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า ต่อไปจะมีผู้เดิน เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันยอดสมาชิกของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นรหัสทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้ามากกว่า กลุ่มที่ทำธุรกิจ ผู้บริหารแซนสยาม กล่าว

โดยนอกจากในเรื่องของการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทยังได้กล่าวถึงเรื่องโมบายสาขาของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว ประมาณ 200 โมบายทั่วประเทศ ซึ่งบริษัท ยังต้องการขยายเพิ่มต่อไป ซึ่งบริษัทได้วางพื้นที่ในภาคใต้ในการเปิดสาขาเพิ่มของ บริษัท ตามความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจของภาค ซึ่งขายตรงนับเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี

นอกจากการตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังมีในเรื่องของการขยายสู่ต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งมีประเทศลาวที่บริษัทได้ขยายออกไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งปัจจุบัน มีศูนย์โมบายสาขาในลาวแล้วถึง 50 จุด ซึ่งถือเป็นยอดขายที่ดีในการเสริมเข้ามาในประเทศในส่วนของยอดขาย บริษัทได้ตั้งเป้า ที่จะทำยอดขายในปีนี้ให้ถึง 700 ล้านบาท จากเดิมปี 54 บริษัทปิดยอดขายไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจากกลยุทธ์การรุกเข้าสู่เมืองบริษัทมีความมั่นใจในเป้า ของตัวเลขที่กล่าวมาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ แซนสยาม เปิดดำเนินธุรกิจ มาแล้วร่วม 7 ปี ในการอยู่ในวงการธุรกิจขายตรง ซึ่งจากเดิมใช้ชื่อ บริษัท โอท็อป เน็ทเวิร์คฯ ในช่วง 2 ปีแรก ก่อน ที่จะเปลี่ยนมาเป็น แซนสยาม ตามชื่อสินค้าตัวเอกของบริษัท โดยมีผู้บริหารหลัก 4 คน ได้แก่ มร.แฟรงค์ กัวรา และมร.แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ ซึ่งเป็น 2 ผู้บริหารชาวต่างชาติ อีกทั้งมีผู้บริหาร ของไทยอีก 2 อย่าง สมชาย อินทิราวรนนท์ และปธิกร โยทองยศ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012 ถึง19-6-2012

‘แซนสยาม-XanSiam’ ทุ่มงบ 10 ล.เนรมิตออฟฟิศใหม่จุดประกายภาพลักษณ์ดูดนักขายกทม. ปั่นรายรับ 700 ล.


“แซนสยาม” ทุ่มงบ 10 ล้านบาท ตั้งออฟฟิศหลังใหม่ตามแผนงานเจาะตลาดคนกรุงเทพฯ พร้อมส่งสินค้าใหม่ตัวที่ 4 ของบริษัท “เพาเวอร์-แซน” หมายมั่นทำเงินกับคนหนุ่มสาว เรียกเรตติ้งหวังสมาชิกใหม่ตบเท้าร่วมงาน ชี้ไม่เพียงแต่กทม.เท่านั้น แต่ยังเล็งเปิดสาขาภาคใต้รับกระแส ยุคทองขายตรงแดนสะตอ ฝันยอดขาย 700 ล้านบาทสิ้นปี!



นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานแห่งใหม่ของบริษัทได้ตกแต่งเสร็จพร้อมให้บริการแก่สมาชิกแล้ว ซึ่งสำนักงานแห่งนี้มีห้องประชุมซึ่งสมาชิกสามารถใช้ห้องดังกล่าวในการจัดประชุมได้ ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้ามาใช้พื้นที่ อีกทั้งสถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่นี้ สะดวกในการเดินทางของ สมาชิก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเดิมของออฟฟิศ เก่าของบริษัท

โดยการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทได้ ใช้เงินทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าตกแต่งและปรับปรุงในส่วนของออฟฟิศ ด้านพื้นที่ตั้งของออฟฟิศใหม่นี้จะอยู่ไม่ไกล จากออฟฟิศเดิมของบริษัท ซึ่งบริษัทต้องการที่จะทำให้สาขาของออฟฟิศใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อ เป็นการสอดรับกับเรื่องของแผนงาน ซึ่งบริษัทต้องการที่จะรุกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการเปิดตัวออฟฟิศใหม่ในครั้งนี้ ยังเป็นเพียงการเปิดตัวเพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสเข้ามา เห็นรูปลักษณ์ของสำนักงานใหญ่ใหม่ก่อน ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น บริษัทได้ตั้งไว้ว่าวันที่ 22 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เป็น ฤกษ์ดี ในการเปิดตัวต่อสมาชิกของบริษัท ต่อไป

“การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ทางบริษัท แซนสยามฯ ยังได้ถือโอกาส เปิดตัว สินค้าใหม่ของบริษัทชื่อ “เพาเวอร์แซน” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพคล้ายเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมที่สำคัญคือ “อาซาอิเบอร์รี่” จากประเทศบราซิล ทั้งยังมี “ดกจิ เบอร์รี่” และ “มะขามป้อม” ซึ่งมีรสชาติดีชวนดื่ม ทำให้มีความสดชื่นมีกำลัง อีกทั้งยังมีในเรื่องของการช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้อวัยวะข้างในของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ” สมชาย กล่าวถึงสินค้าใหม่ของบริษัท

เพาเวอร์แซน ถือเป็นสินค้าสำหรับคนหนุ่มคนสาว ซึ่งบริษัทต้องการใช้สินค้า ตัวนี้ เป็นสินค้าที่เจาะตลาดกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีส่วนผสมของ สมุนไพรกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท โดยขนาดบรรจุจะอยู่ที่ 100 มล.ต่อขวด ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1 กล่องมี 16 ขวด ราคาสมาชิกอยู่ที่ 990 บาท ราคา ขายปลีกอยู่ที่ 1.3 พันบาท 

การเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทในครั้งนี้ บริษัทได้มีการทดลองการทำตลาด ไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งจากเดิม “เพาเวอร์แซน” ไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่ต้น แต่บริษัทได้ใช้ชื่อ “เพาเวอร์ เอ็กซ์” ซึ่งทำให้ทางหน่วยงานรัฐอย่าง อย. ต้องการให้เปลี่ยนชื่อ เนื่อง จากความที่ชื่อที่ลงท้ายด้วยคำว่า “เอ็กซ์” ดูจะไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิด ความเข้าใจผิด ทางบริษัทจึงต้องเปลี่ยนชื่อ ทำให้สินค้าตัวนี้ล่าช้ากว่าเดิม จากที่คาดจะทำการเปิดตัวในช่วงก่อนหน้า

“เพาเวอร์แซน มีขนาดขวดที่เล็กสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งมีความเหมาะสม กับคนหนุ่มสาวที่ต้องการความสดชื่นหลังการดื่ม โดยในช่วงที่ทำการทดลองตลาด บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบ ปากต่อปาก อีกทั้งบริษัทยังได้คิดหาช่องทางทำตลาดในอีกหลายช่องทาง เพื่อ เป็นการสร้างความหลากหลายในการรับรู้ ต่อไป” สมชาย เผย

สินค้าใหม่ที่บริษัทได้ออกมาใหม่นี้ ถือเป็นสินค้าตัวที่ 4 ของแซนสยาม ซึ่ง “สมชาย” ได้กล่าวว่า “บริษัทมีความเชื่อมั่นในสินค้าของบริษัททุกตัว เพราะจาก ที่ทราบถึงแม้บริษัทจะมีสินค้าเพียง 3 รายการในช่วงก่อนหน้า จนมาถึงตัวที่ 4 นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจรูปแบบขายตรง โดยสิ่งที่เกิด ถือเป็นการตอบข้อสงสัยในเรื่องของคุณภาพสินค้าได้เป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการลุยตลาดต่อไปในอนาคต บริษัทต้องการที่จะเจาะกลุ่มคนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทได้เน้นไปที่การทำตลาดใน ส่วนของต่างจังหวัดเป็นสำคัญ ใช้กลยุทธ์ ป่าล้อมเมือง ซึ่งก็ได้ผลดี ทำให้ทีมผู้บริหาร ลงความเห็นที่จะมุ่งทำการตลาดในกรุงเทพฯ ต่อไป โดยใช้การเปิดออฟฟิศใหม่ บนถนนรัชดาเป็นตัวสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้คนในกรุงเทพฯ ได้เห็นแบรนด์ในใจกลางแหล่งเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะได้ผล

“การเปิดออฟฟิศใหม่ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการเจาะตลาดคนเมืองของบริษัท ที่สำคัญ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า ต่อไปจะมีผู้เดิน เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันยอดสมาชิกของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นรหัสทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้ามากกว่า กลุ่มที่ทำธุรกิจ” ผู้บริหารแซนสยาม กล่าว

โดยนอกจากในเรื่องของการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทยังได้กล่าวถึงเรื่องโมบายสาขาของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว ประมาณ 200 โมบายทั่วประเทศ ซึ่งบริษัท ยังต้องการขยายเพิ่มต่อไป ซึ่งบริษัทได้วางพื้นที่ในภาคใต้ในการเปิดสาขาเพิ่มของ บริษัท ตามความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจของภาค ซึ่งขายตรงนับเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี

นอกจากการตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังมีในเรื่องของการขยายสู่ต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งมีประเทศลาวที่บริษัทได้ขยายออกไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งปัจจุบัน มีศูนย์โมบายสาขาในลาวแล้วถึง 50 จุด ซึ่งถือเป็นยอดขายที่ดีในการเสริมเข้ามาในประเทศในส่วนของยอดขาย บริษัทได้ตั้งเป้า ที่จะทำยอดขายในปีนี้ให้ถึง 700 ล้านบาท จากเดิมปี 54 บริษัทปิดยอดขายไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจากกลยุทธ์การรุกเข้าสู่เมืองบริษัทมีความมั่นใจในเป้า ของตัวเลขที่กล่าวมาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ แซนสยาม เปิดดำเนินธุรกิจ มาแล้วร่วม 7 ปี ในการอยู่ในวงการธุรกิจขายตรง ซึ่งจากเดิมใช้ชื่อ บริษัท โอท็อป เน็ทเวิร์คฯ ในช่วง 2 ปีแรก ก่อน ที่จะเปลี่ยนมาเป็น แซนสยาม ตามชื่อสินค้าตัวเอกของบริษัท โดยมีผู้บริหารหลัก 4 คน ได้แก่ มร.แฟรงค์ กัวรา และมร.แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ ซึ่งเป็น 2 ผู้บริหารชาวต่างชาติ อีกทั้งมีผู้บริหาร ของไทยอีก 2 อย่าง สมชาย อินทิราวรนนท์ และปธิกร โยทองยศ

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012  ถึง 19-6-2012   

‘แซนสยาม-XanSiam’ ทุ่มงบ 10 ล.เนรมิตออฟฟิศใหม่จุดประกายภาพลักษณ์ดูดนักขายกทม. ปั่นรายรับ 700 ล.


“แซนสยาม” ทุ่มงบ 10 ล้านบาท ตั้งออฟฟิศหลังใหม่ตามแผนงานเจาะตลาดคนกรุงเทพฯ พร้อมส่งสินค้าใหม่ตัวที่ 4 ของบริษัท “เพาเวอร์-แซน” หมายมั่นทำเงินกับคนหนุ่มสาว เรียกเรตติ้งหวังสมาชิกใหม่ตบเท้าร่วมงาน ชี้ไม่เพียงแต่กทม.เท่านั้น แต่ยังเล็งเปิดสาขาภาคใต้รับกระแส ยุคทองขายตรงแดนสะตอ ฝันยอดขาย 700 ล้านบาทสิ้นปี!



นายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานแห่งใหม่ของบริษัทได้ตกแต่งเสร็จพร้อมให้บริการแก่สมาชิกแล้ว ซึ่งสำนักงานแห่งนี้มีห้องประชุมซึ่งสมาชิกสามารถใช้ห้องดังกล่าวในการจัดประชุมได้ ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้ามาใช้พื้นที่ อีกทั้งสถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่นี้ สะดวกในการเดินทางของ สมาชิก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเดิมของออฟฟิศ เก่าของบริษัท

โดยการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทได้ ใช้เงินทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าตกแต่งและปรับปรุงในส่วนของออฟฟิศ ด้านพื้นที่ตั้งของออฟฟิศใหม่นี้จะอยู่ไม่ไกล จากออฟฟิศเดิมของบริษัท ซึ่งบริษัทต้องการที่จะทำให้สาขาของออฟฟิศใหญ่ในกรุงเทพฯ มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อ เป็นการสอดรับกับเรื่องของแผนงาน ซึ่งบริษัทต้องการที่จะรุกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการเปิดตัวออฟฟิศใหม่ในครั้งนี้ ยังเป็นเพียงการเปิดตัวเพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสเข้ามา เห็นรูปลักษณ์ของสำนักงานใหญ่ใหม่ก่อน ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น บริษัทได้ตั้งไว้ว่าวันที่ 22 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เป็น ฤกษ์ดี ในการเปิดตัวต่อสมาชิกของบริษัท ต่อไป

“การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ทางบริษัท แซนสยามฯ ยังได้ถือโอกาส เปิดตัว สินค้าใหม่ของบริษัทชื่อ “เพาเวอร์แซน” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเสริมสุขภาพคล้ายเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมที่สำคัญคือ “อาซาอิเบอร์รี่” จากประเทศบราซิล ทั้งยังมี “ดกจิ เบอร์รี่” และ “มะขามป้อม” ซึ่งมีรสชาติดีชวนดื่ม ทำให้มีความสดชื่นมีกำลัง อีกทั้งยังมีในเรื่องของการช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้อวัยวะข้างในของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ” สมชาย กล่าวถึงสินค้าใหม่ของบริษัท

เพาเวอร์แซน ถือเป็นสินค้าสำหรับคนหนุ่มคนสาว ซึ่งบริษัทต้องการใช้สินค้า ตัวนี้ เป็นสินค้าที่เจาะตลาดกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีส่วนผสมของ สมุนไพรกว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท โดยขนาดบรรจุจะอยู่ที่ 100 มล.ต่อขวด ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1 กล่องมี 16 ขวด ราคาสมาชิกอยู่ที่ 990 บาท ราคา ขายปลีกอยู่ที่ 1.3 พันบาท 

การเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัทในครั้งนี้ บริษัทได้มีการทดลองการทำตลาด ไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งผลตอบรับที่ได้ก็ดีเป็นอย่างมาก ซึ่งจากเดิม “เพาเวอร์แซน” ไม่ได้ชื่อนี้ตั้งแต่ต้น แต่บริษัทได้ใช้ชื่อ “เพาเวอร์ เอ็กซ์” ซึ่งทำให้ทางหน่วยงานรัฐอย่าง อย. ต้องการให้เปลี่ยนชื่อ เนื่อง จากความที่ชื่อที่ลงท้ายด้วยคำว่า “เอ็กซ์” ดูจะไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิด ความเข้าใจผิด ทางบริษัทจึงต้องเปลี่ยนชื่อ ทำให้สินค้าตัวนี้ล่าช้ากว่าเดิม จากที่คาดจะทำการเปิดตัวในช่วงก่อนหน้า

“เพาเวอร์แซน มีขนาดขวดที่เล็กสามารถพกพาได้สะดวก ซึ่งมีความเหมาะสม กับคนหนุ่มสาวที่ต้องการความสดชื่นหลังการดื่ม โดยในช่วงที่ทำการทดลองตลาด บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบ ปากต่อปาก อีกทั้งบริษัทยังได้คิดหาช่องทางทำตลาดในอีกหลายช่องทาง เพื่อ เป็นการสร้างความหลากหลายในการรับรู้ ต่อไป” สมชาย เผย

สินค้าใหม่ที่บริษัทได้ออกมาใหม่นี้ ถือเป็นสินค้าตัวที่ 4 ของแซนสยาม ซึ่ง “สมชาย” ได้กล่าวว่า “บริษัทมีความเชื่อมั่นในสินค้าของบริษัททุกตัว เพราะจาก ที่ทราบถึงแม้บริษัทจะมีสินค้าเพียง 3 รายการในช่วงก่อนหน้า จนมาถึงตัวที่ 4 นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจรูปแบบขายตรง โดยสิ่งที่เกิด ถือเป็นการตอบข้อสงสัยในเรื่องของคุณภาพสินค้าได้เป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการลุยตลาดต่อไปในอนาคต บริษัทต้องการที่จะเจาะกลุ่มคนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทได้เน้นไปที่การทำตลาดใน ส่วนของต่างจังหวัดเป็นสำคัญ ใช้กลยุทธ์ ป่าล้อมเมือง ซึ่งก็ได้ผลดี ทำให้ทีมผู้บริหาร ลงความเห็นที่จะมุ่งทำการตลาดในกรุงเทพฯ ต่อไป โดยใช้การเปิดออฟฟิศใหม่ บนถนนรัชดาเป็นตัวสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้คนในกรุงเทพฯ ได้เห็นแบรนด์ในใจกลางแหล่งเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะได้ผล

“การเปิดออฟฟิศใหม่ ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการเจาะตลาดคนเมืองของบริษัท ที่สำคัญ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า ต่อไปจะมีผู้เดิน เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัทเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันยอดสมาชิกของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นรหัสทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคสินค้ามากกว่า กลุ่มที่ทำธุรกิจ” ผู้บริหารแซนสยาม กล่าว

โดยนอกจากในเรื่องของการเปิดออฟฟิศใหม่นี้ บริษัทยังได้กล่าวถึงเรื่องโมบายสาขาของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว ประมาณ 200 โมบายทั่วประเทศ ซึ่งบริษัท ยังต้องการขยายเพิ่มต่อไป ซึ่งบริษัทได้วางพื้นที่ในภาคใต้ในการเปิดสาขาเพิ่มของ บริษัท ตามความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจของภาค ซึ่งขายตรงนับเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี

นอกจากการตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังมีในเรื่องของการขยายสู่ต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งมีประเทศลาวที่บริษัทได้ขยายออกไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งปัจจุบัน มีศูนย์โมบายสาขาในลาวแล้วถึง 50 จุด ซึ่งถือเป็นยอดขายที่ดีในการเสริมเข้ามาในประเทศในส่วนของยอดขาย บริษัทได้ตั้งเป้า ที่จะทำยอดขายในปีนี้ให้ถึง 700 ล้านบาท จากเดิมปี 54 บริษัทปิดยอดขายไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจากกลยุทธ์การรุกเข้าสู่เมืองบริษัทมีความมั่นใจในเป้า ของตัวเลขที่กล่าวมาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ แซนสยาม เปิดดำเนินธุรกิจ มาแล้วร่วม 7 ปี ในการอยู่ในวงการธุรกิจขายตรง ซึ่งจากเดิมใช้ชื่อ บริษัท โอท็อป เน็ทเวิร์คฯ ในช่วง 2 ปีแรก ก่อน ที่จะเปลี่ยนมาเป็น แซนสยาม ตามชื่อสินค้าตัวเอกของบริษัท โดยมีผู้บริหารหลัก 4 คน ได้แก่ มร.แฟรงค์ กัวรา และมร.แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ ซึ่งเป็น 2 ผู้บริหารชาวต่างชาติ อีกทั้งมีผู้บริหาร ของไทยอีก 2 อย่าง สมชาย อินทิราวรนนท์ และปธิกร โยทองยศ

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012  ถึง 19-6-2012   

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม(xansiam)’ ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบควัก 10 ล.เปิดบ้านใหม่/เข็นสินค้าลงสนามเพียบ


“แซนสยาม” ลั่น เป้าสิ้นปีขอโต 4-5 เท่า ฝันยอดขาย 1,000 ล้าน ล่าสุดควักงบ 10 ล้าน เนรมิตออฟฟิศใหม่ ย่าน รัชดา สร้างภาพลักษณ์รุกตลาดคนเมือง พร้อมเข็นสินค้าเด็ด 3 รายการเสริมทัพ คาดอาจสร้างไลน์สินค้าอื่นเพิ่ม ส่วนตลาด ต่างประเทศเตรียมรุกเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงดันธุรกิจ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าในปี 2554 บริษัทแซนสยามมีอัตราการ เติบโตประมาณ 3 เท่าจากปีก่อน หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และ ปัจจุบันมียอดสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท เติบโตได้อย่างน่าพอใจเช่นนี้ เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น คือ น้ำสกัดจาก เปลือกมังคุด สินค้ารายการเดียวที่สร้างยอด ขายเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา


“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา สินค้าถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สุดของ บริษัทแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค ตนเชื่อมั่น ว่าแซนสยามยังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”


สำหรับการทำตลาดในปี 2555 นั้นบริษัทจะเตรียมงัดกลยุทธ์เด็ดรุกตลาดผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตอีก 4-5 เท่า หรือสร้างยอดขาย ได้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้บริษัทได้ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิมเกือบ 3 เท่าตัว บนถนนรัชดาภิเษกติดกับสถานีรถ ไฟฟ้าสุทธิสาร และยังไม่ไกลจากสำนักงาน เก่ามากนัก โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 1 พัน ตารางเมตร มี 2 ชั้น และมีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมาก ยิ่งขึ้น โดยใช้งบในการลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท


ทั้งนี้ นายปธิกรได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นการขยายพื้นที่รองรับการเติบโตของบริษัทแล้ว ยังถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ ของบริษัทได้เป็นที่รู้จักกันโดยกว้าง โดยเฉพาะในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ เริ่มเปิดตัวบริษัท เราจะเน้นการทำตลาดใน แถบภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เพราะดูจากจำนวนพลเมืองสูงสุด ในปัจจุบันเมื่อตลาดแถบนั้นมีความมั่นคงสูง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายที่เติบโตกว่า 50% ทำให้ในปีนี้บริษัทจึงหันมารุกตลาดในภาคอื่นๆต่อไป โดยเฉพาะในส่วนกรุงเทพฯ และภาคกลางที่มีสัดส่วนยอดขายน้อยมาก คือ ประมาณ 10% เมื่อเทียบจากทั่วประเทศ


“ที่ผ่านมาบริษัทเน้นกลยุทธ์ทำตลาด แบบ “ป่าล้อมเมือง” รุกจากตลาดต่างจังหวัด เข้าสู่เมืองหลวง โดยปัจจุบันมียอดขายมาก ที่สุดจากภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคใต้และ ภาคเหนือ และภาคกลางมียอดขายน้อยที่สุด ในปีนี้จึงตั้งเป้าขยายเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัท มีสำนักงานสาขาทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น และปีนี้เตรียมจะเปิดสาขาแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ อีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” นายปธิกร กล่าว


ด้านการรุกตลาดต่างประเทศ นายปธิกรเปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้เข้าไปเปิด สาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทน์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก และในปีนี้บริษัทจะเตรียมบุกตลาดประเทศในโซนเอเชีย อีกประมาณ 3-4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย, อินโดนีเชีย เป็นต้น เพราะธุรกิจเครือข่ายในพื้นที่นี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก และยิ่งจะมีการเปิดเสรีอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวใน การขยายงาน ขยายเครือข่ายมากกว่าเดิม ตนจึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสเติบโตของบริษัท แซนสยามได้ต่อไป”


นายปธิกร เผยต่อว่า นอกจากแผน การรุกตลาดในพื้นที่ต่างๆ แล้วในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเพิ่มสินค้าใหม่อีก 3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิง โดยมีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียว-กู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัด ลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและ สมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะเป็นตัวเสริมทัพ สร้างกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้กับบริษัท โดย ตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายจากรายการสินค้าเหล่านี้ประมาณ 20%


อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายบริษัทอาจผลิตสินค้ารายการอื่นๆ เข้ามาเจาะตลาดผู้บริโภคอีกประมาณ 5-10 รายการ ซึ่งยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพอยู่ แต่ในช่วงปีต่อๆ ไปอาจจะมีการขยายสร้างไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่อง สำอาง สินค้าลดน้ำหนัก เป็นต้น ซึ่งคงต้อง ดูอัตราการเติบโตของบริษัทต่อไป


นอกจากนี้ ปี 2555 บริษัทแซนสยาม ยังได้มีโปรโมชั่น ปลุกพลังสร้างสมาชิกเพิ่ม อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายการแคมเปญมอบโชคยกลัง เพื่อ ให้สมาชิกและลูกค้าของบริษัทมีสิทธิ์ลุ้นรับโชค โดยแคมเปญดังกล่าว ได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก ต่อไปทางบริษัทคาดว่า จะมีการจัด แคมเปญดีๆ นี้อีก ส่วนรางวัลสำหรับการขึ้นตำแหน่ง บริษัทก็มีรางวัลให้อีกมากมาย เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รับรถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1304 ประจำวันที่ 30-5-2012 ถึง 1-6-2012   

‘แซนสยาม(xansiam)’ ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบควัก 10 ล.เปิดบ้านใหม่/เข็นสินค้าลงสนามเพียบ


“แซนสยาม” ลั่น เป้าสิ้นปีขอโต 4-5 เท่า ฝันยอดขาย 1,000 ล้าน ล่าสุดควักงบ 10 ล้าน เนรมิตออฟฟิศใหม่ ย่าน รัชดา สร้างภาพลักษณ์รุกตลาดคนเมือง พร้อมเข็นสินค้าเด็ด 3 รายการเสริมทัพ คาดอาจสร้างไลน์สินค้าอื่นเพิ่ม ส่วนตลาด ต่างประเทศเตรียมรุกเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงดันธุรกิจ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าในปี 2554 บริษัทแซนสยามมีอัตราการ เติบโตประมาณ 3 เท่าจากปีก่อน หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และ ปัจจุบันมียอดสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท เติบโตได้อย่างน่าพอใจเช่นนี้ เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น คือ น้ำสกัดจาก เปลือกมังคุด สินค้ารายการเดียวที่สร้างยอด ขายเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา


“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา สินค้าถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สุดของ บริษัทแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค ตนเชื่อมั่น ว่าแซนสยามยังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”


สำหรับการทำตลาดในปี 2555 นั้นบริษัทจะเตรียมงัดกลยุทธ์เด็ดรุกตลาดผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตอีก 4-5 เท่า หรือสร้างยอดขาย ได้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้บริษัทได้ เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิมเกือบ 3 เท่าตัว บนถนนรัชดาภิเษกติดกับสถานีรถ ไฟฟ้าสุทธิสาร และยังไม่ไกลจากสำนักงาน เก่ามากนัก โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 1 พัน ตารางเมตร มี 2 ชั้น และมีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมาก ยิ่งขึ้น โดยใช้งบในการลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท


ทั้งนี้ นายปธิกรได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้นอกจากจะเป็นการขยายพื้นที่รองรับการเติบโตของบริษัทแล้ว ยังถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ ของบริษัทได้เป็นที่รู้จักกันโดยกว้าง โดยเฉพาะในแถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ เริ่มเปิดตัวบริษัท เราจะเน้นการทำตลาดใน แถบภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เพราะดูจากจำนวนพลเมืองสูงสุด ในปัจจุบันเมื่อตลาดแถบนั้นมีความมั่นคงสูง ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายที่เติบโตกว่า 50% ทำให้ในปีนี้บริษัทจึงหันมารุกตลาดในภาคอื่นๆต่อไป โดยเฉพาะในส่วนกรุงเทพฯ และภาคกลางที่มีสัดส่วนยอดขายน้อยมาก คือ ประมาณ 10% เมื่อเทียบจากทั่วประเทศ


“ที่ผ่านมาบริษัทเน้นกลยุทธ์ทำตลาด แบบ “ป่าล้อมเมือง” รุกจากตลาดต่างจังหวัด เข้าสู่เมืองหลวง โดยปัจจุบันมียอดขายมาก ที่สุดจากภาคอีสาน รองลงมาคือ ภาคใต้และ ภาคเหนือ และภาคกลางมียอดขายน้อยที่สุด ในปีนี้จึงตั้งเป้าขยายเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัท มีสำนักงานสาขาทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น และปีนี้เตรียมจะเปิดสาขาแห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ฯ อีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” นายปธิกร กล่าว


ด้านการรุกตลาดต่างประเทศ นายปธิกรเปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้เข้าไปเปิด สาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทน์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก และในปีนี้บริษัทจะเตรียมบุกตลาดประเทศในโซนเอเชีย อีกประมาณ 3-4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย, อินโดนีเชีย เป็นต้น เพราะธุรกิจเครือข่ายในพื้นที่นี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก และยิ่งจะมีการเปิดเสรีอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวใน การขยายงาน ขยายเครือข่ายมากกว่าเดิม ตนจึงเชื่อว่าจะเป็นโอกาสเติบโตของบริษัท แซนสยามได้ต่อไป”


นายปธิกร เผยต่อว่า นอกจากแผน การรุกตลาดในพื้นที่ต่างๆ แล้วในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเพิ่มสินค้าใหม่อีก 3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิง โดยมีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียว-กู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัด ลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและ สมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะเป็นตัวเสริมทัพ สร้างกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้กับบริษัท โดย ตั้งเป้าสัดส่วนยอดขายจากรายการสินค้าเหล่านี้ประมาณ 20%


อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายบริษัทอาจผลิตสินค้ารายการอื่นๆ เข้ามาเจาะตลาดผู้บริโภคอีกประมาณ 5-10 รายการ ซึ่งยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มสุขภาพอยู่ แต่ในช่วงปีต่อๆ ไปอาจจะมีการขยายสร้างไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่อง สำอาง สินค้าลดน้ำหนัก เป็นต้น ซึ่งคงต้อง ดูอัตราการเติบโตของบริษัทต่อไป


นอกจากนี้ ปี 2555 บริษัทแซนสยาม ยังได้มีโปรโมชั่น ปลุกพลังสร้างสมาชิกเพิ่ม อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป นอกจากนี้ ยังมีรายการแคมเปญมอบโชคยกลัง เพื่อ ให้สมาชิกและลูกค้าของบริษัทมีสิทธิ์ลุ้นรับโชค โดยแคมเปญดังกล่าว ได้รับการตอบรับ ที่ดีมาก ต่อไปทางบริษัทคาดว่า จะมีการจัด แคมเปญดีๆ นี้อีก ส่วนรางวัลสำหรับการขึ้นตำแหน่ง บริษัทก็มีรางวัลให้อีกมากมาย เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รับรถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา


  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1304 ประจำวันที่ 30-5-2012 ถึง 1-6-2012   

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"แซนสยาม (XAN SIAM)" เข็นสินค้าลงสนามเพิ่ม


“แซนสยาม” จับรางวัลบิ๊กเบิ้มรอบสุดท้าย ในโครงการ “แจกโชคยกลัง” สมาชิกสาวชัยภูมิบุญหล่นทับ คว้า “รถนิสสันนาวาร่า” กลับไปขับเล่น ล่าสุดใกล้เปิดตัวออฟฟิศใหม่ไฉไลกว่าเดิม เข็นสินค้าเด็ดอีก 3 รายการเสริมทัพ วางเป้าปีนี้ขอคว้าชัย 1,000 ล้านบาท


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่าจากกลยุทธ์ทุกอย่างรวมถึงการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านของบริษัทตลอดปีนี้ ทำให้มั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายสิ้นปีนี้ได้อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ปีก่อนปิดยอดไปได้เกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%


ในส่วนของแผนธุรกิจในไตรมาส ที่ 2 นี้ บริษัทฯจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่เข้ามาอีกประมาณ 3 รายการอีกด้วย ได้แก่ 1. เจียวกู่หลาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงประสาทและสมอง 2.เฟโมลา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมฮอร์โมนสุภาพสตรี และ 3. เพาเวอร์แซน เครื่องดื่มช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น


ทางด้านนายสมชาย อินทิรา วรนนท์ กรรมการบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังจะเปิดออฟฟิศใหม่อย่าง เป็นทางการที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานสมาชิกเดิมมั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิมอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ภายใต้งบการลงทุนเบื้องต้นขณะนี้ประมาณ 5 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “แซนสยาม แจกโชค ยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท ได้รับเกียรติ จากมร.แฟรงค์ กัวรา ประธานบริษัท จับคูปองชิงโชคครั้งที่ 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้โชคดีที่คว้ารางวัล รถกระบะนิสสันนาวารา คือ คุณสุกฤตา จันทร์จับเมฆ สมาชิกจากจ.ชัยภูมิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

"แซนสยาม (XAN SIAM)" เข็นสินค้าลงสนามเพิ่ม


“แซนสยาม” จับรางวัลบิ๊กเบิ้มรอบสุดท้าย ในโครงการ “แจกโชคยกลัง” สมาชิกสาวชัยภูมิบุญหล่นทับ คว้า “รถนิสสันนาวาร่า” กลับไปขับเล่น ล่าสุดใกล้เปิดตัวออฟฟิศใหม่ไฉไลกว่าเดิม เข็นสินค้าเด็ดอีก 3 รายการเสริมทัพ วางเป้าปีนี้ขอคว้าชัย 1,000 ล้านบาท


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่าจากกลยุทธ์ทุกอย่างรวมถึงการรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านของบริษัทตลอดปีนี้ ทำให้มั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายสิ้นปีนี้ได้อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ปีก่อนปิดยอดไปได้เกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10%


ในส่วนของแผนธุรกิจในไตรมาส ที่ 2 นี้ บริษัทฯจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่เข้ามาอีกประมาณ 3 รายการอีกด้วย ได้แก่ 1. เจียวกู่หลาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงประสาทและสมอง 2.เฟโมลา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเสริมฮอร์โมนสุภาพสตรี และ 3. เพาเวอร์แซน เครื่องดื่มช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น


ทางด้านนายสมชาย อินทิรา วรนนท์ กรรมการบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังจะเปิดออฟฟิศใหม่อย่าง เป็นทางการที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานสมาชิกเดิมมั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิมอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ภายใต้งบการลงทุนเบื้องต้นขณะนี้ประมาณ 5 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “แซนสยาม แจกโชค ยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท ได้รับเกียรติ จากมร.แฟรงค์ กัวรา ประธานบริษัท จับคูปองชิงโชคครั้งที่ 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้โชคดีที่คว้ารางวัล รถกระบะนิสสันนาวารา คือ คุณสุกฤตา จันทร์จับเมฆ สมาชิกจากจ.ชัยภูมิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 225 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2555       

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม’ทุ่มงบ5ล.เปิดบ้านหลังใหม่ เติมเต็มภาพลักษณ์องค์กรสู่ความยั่งยืน

 


 


“แซนสยาม” เผยผลประกอบการปี’54 ตรงตามเป้า หลังยอดแตะไปเกือบ 300 ล้าน ชี้!เหตุยอดเติบโตดีเกิดจากแคมเปญมอบโชคยกลัง ที่กระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมลั่นเป้าหมายสิ้นปีขอโตประมาณ 4-5 เท่าหรือ 1,000 ล้าน แจงเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงธุรกิจแจ้งเกิด...ล่าสุดปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก เนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้าน พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เผยแผน Q2 เตรียมเข็นสินค้าใหม่แจ้งเกิด 3 รายการ พร้อมอัดโปรโมชั่นล่อใจสมาชิกเพียบ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ซึ่งถือว่าตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยปิดยอดไปเกือบ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อพอใจนั้น เป็นเพราะด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นนั้นเอง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้วางเป้าหมายในปีนี้ที่จะสร้างรายได้มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เท่าตัวหรือ 1,000 ล้านบาทอีกด้วย รวมถึงการรุกตลาดในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะขยายอีก 5 ประเทศด้วยกัน



“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา บอกได้เลยว่าสินค้าถือเป็นจุดแข็งของเรา ที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตจนถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา เราไม่เน้นการทำธุรกิจที่หวือหวา โดยจะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืนมากกว่า อีกทั้งผู้นำของที่นี้ ยังเป็นผู้นำจริงๆ รวมถึงมีกลุ่มผู้บริโภคจริงๆ ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งเป็นผู้นำจริงๆ อยู่ที่ประมาณหลักร้อย และเป็นในส่วนของผู้บริโภคสินค้าอยู่ที่หลักพัน โดยตลาดส่วนใหญ่ของเรานั้น จะเติบโตอยู่ที่ต่างจังหวัดเสียมากกว่า”


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมที่จะปรับภาพลักษณ์ของธุรกิจแซนสยามใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้าง โดยจะมีพื้นที่ทำการอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น รวมเนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้


“วันนี้ต้องบอกว่า หากใครที่ได้เข้ามาสัมผัสที่ธุรกิจแซนสยาม ก็จะรู้ว่าเรามีมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของสินค้าที่มีความโดดเด่น แผนการตลาดที่ยอดเยี่ยม และมีคนที่ทำรายได้ได้จริง ประสบความสำเร็จจริง ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีคนหันมาสนใจในธุรกิจแซนสยามมากขึ้น”


นายปธิกร เผยต่อว่า ไตรมาสที่ 2 ปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีก 2-3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิงโดยเฉพาะ มีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล


รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียวกู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัดลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลส เตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและสมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” เป็นต้น


...ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายแล้วนั้น ทางแซนสยามยังได้ มีโปรโมชั่นการขึ้นตำแหน่งและมีรางวัลอีกมากมายสำหรับสมาชิก เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา และจะมารับรถในเดือนมิถุนายนนี้


พร้อมกันนี้ แซนสยามยังได้มีรางวัลพิเศษ เป็นรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศให้อีกปีละ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย ยังได้กล่าวถึง รายการแคมเปญมอบโชคยกลัง ในช่วงที่ผ่านมาว่า แคมเปญดังกล่าว ถือได้ว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยต่อไปทางบริษัทฯ คาดว่า จะมีการจัดแคมเปญดีดีให้อีก ซึ่งอาจจะจัดให้ได้ทุกๆ ปี เพื่อให้สมาชิกและลูกค้าของเรามีสิทธิ์ลุ้นรับโชค ซึ่งถือว่าเป็นการกสร้างความพึงพอใจและให้ความสำคัญแก่สมาชิกของเรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012       

‘แซนสยาม’ทุ่มงบ5ล.เปิดบ้านหลังใหม่ เติมเต็มภาพลักษณ์องค์กรสู่ความยั่งยืน

 


 


“แซนสยาม” เผยผลประกอบการปี’54 ตรงตามเป้า หลังยอดแตะไปเกือบ 300 ล้าน ชี้!เหตุยอดเติบโตดีเกิดจากแคมเปญมอบโชคยกลัง ที่กระตุ้นกำลังซื้อ พร้อมลั่นเป้าหมายสิ้นปีขอโตประมาณ 4-5 เท่าหรือ 1,000 ล้าน แจงเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอีก 5 ประเทศหวังสร้างแรงเหวี่ยงธุรกิจแจ้งเกิด...ล่าสุดปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก เนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้าน พร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เผยแผน Q2 เตรียมเข็นสินค้าใหม่แจ้งเกิด 3 รายการ พร้อมอัดโปรโมชั่นล่อใจสมาชิกเพียบ


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ซึ่งถือว่าตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยปิดยอดไปเกือบ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อพอใจนั้น เป็นเพราะด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นนั้นเอง พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้วางเป้าหมายในปีนี้ที่จะสร้างรายได้มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เท่าตัวหรือ 1,000 ล้านบาทอีกด้วย รวมถึงการรุกตลาดในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะขยายอีก 5 ประเทศด้วยกัน



“ตั้งแต่แซนสยามดำเนินธุรกิจขายตรงมา บอกได้เลยว่าสินค้าถือเป็นจุดแข็งของเรา ที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตจนถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา เราไม่เน้นการทำธุรกิจที่หวือหวา โดยจะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืนมากกว่า อีกทั้งผู้นำของที่นี้ ยังเป็นผู้นำจริงๆ รวมถึงมีกลุ่มผู้บริโภคจริงๆ ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งเป็นผู้นำจริงๆ อยู่ที่ประมาณหลักร้อย และเป็นในส่วนของผู้บริโภคสินค้าอยู่ที่หลักพัน โดยตลาดส่วนใหญ่ของเรานั้น จะเติบโตอยู่ที่ต่างจังหวัดเสียมากกว่า”


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย อินทิราวรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้เตรียมที่จะปรับภาพลักษณ์ของธุรกิจแซนสยามใหม่ด้วยการมีสำนักงานแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตกแต่งก่อสร้าง โดยจะมีพื้นที่ทำการอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น รวมเนื้อที่ 600 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุนเกือบ 5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้


“วันนี้ต้องบอกว่า หากใครที่ได้เข้ามาสัมผัสที่ธุรกิจแซนสยาม ก็จะรู้ว่าเรามีมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของสินค้าที่มีความโดดเด่น แผนการตลาดที่ยอดเยี่ยม และมีคนที่ทำรายได้ได้จริง ประสบความสำเร็จจริง ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีคนหันมาสนใจในธุรกิจแซนสยามมากขึ้น”


นายปธิกร เผยต่อว่า ไตรมาสที่ 2 ปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่อีก 2-3 รายการอีกด้วย คือ “เฟโมลา” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชนิดแคปซูลเพื่อความสมดุลของผู้หญิงโดยเฉพาะ มีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นไฟโตเอสโตรเจน ช่วยให้มีสุขภาพดีและมีฮอร์โมนที่สมดุล


รวมถึงผลิตภัณฑ์ “เจียวกู่หลาน” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเครียด แก้หวัดลดไข้ ต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลส เตอรอล ลดความดันเลือด ลดอาการเสี่ยงของโรคหัวใจ ลดอาการหอบหืด บำรุงประสาทและสมอง และเครื่องดื่มฟื้นฟูกำลัง “เพาเวอร์แซน” เป็นต้น


...ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายแล้วนั้น ทางแซนสยามยังได้ มีโปรโมชั่นการขึ้นตำแหน่งและมีรางวัลอีกมากมายสำหรับสมาชิก เช่น ใครที่สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุด Crown Diamond ก็จะได้รถ Mercedes-Benz รุ่น C-Class มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ตำแหน่ง Emerald ได้รับรถนิสสันนาวารา โดยในปีนี้ มีผู้ทำสำเร็จขึ้นตำแหน่ง Emerald แล้ว คือ อ.บุญเลิศ วิเศษ เป็นผู้นำสมาชิก จ.นครราชสีมา และจะมารับรถในเดือนมิถุนายนนี้


พร้อมกันนี้ แซนสยามยังได้มีรางวัลพิเศษ เป็นรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศให้อีกปีละ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดแซนสยามได้นำคณะสมาชิกไปประเทศเกาหลีเมื่อวันที่ 27-31 มีนาคม ที่ผ่านมา และปลายปีนี้ได้เตรียมวางโปรแกรมพาสมาชิกไปเที่ยวประเทศเวียดนามในลำดับต่อไป


นอกจากนี้ ทางด้านนายสมชาย ยังได้กล่าวถึง รายการแคมเปญมอบโชคยกลัง ในช่วงที่ผ่านมาว่า แคมเปญดังกล่าว ถือได้ว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยต่อไปทางบริษัทฯ คาดว่า จะมีการจัดแคมเปญดีดีให้อีก ซึ่งอาจจะจัดให้ได้ทุกๆ ปี เพื่อให้สมาชิกและลูกค้าของเรามีสิทธิ์ลุ้นรับโชค ซึ่งถือว่าเป็นการกสร้างความพึงพอใจและให้ความสำคัญแก่สมาชิกของเรา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012       

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

‘แซนสยาม’ทุ่มแจกรถ-ทองคำซุ่มเนรมิตออฟฟิศเปิดเม.ย.นี้



“แซนสยาม” งัดกลยุทธ์สู้ศึกขายตรง ทุ่ม 10 ล้านบาท! เปิดออฟฟิศใหม่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัวติดถ.รัชดา ทุ่มงบอีกกว่า 1 ล้านบาท

จัดแคมเปญแจกทองทุกเดือน แถมเดือนสุดท้ายได้ลุ้นรางวัลใหญ่ “รถกระบะ นิสสันนาวารา” คาดสิ้นปีนี้ดันยอดขายทะลุ 1,500 ล้านบาท

นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย “ธุรกิจเครือข่ายฯ” ว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาแม้หลายบริษัทจะประสบกับปัญหาอุทกภัย แต่ในส่วนของบริษัทแซนสยามมีอัตราการเติบโตประมาณ 3 เท่าตัว หรืออยู่ที่ตัวเลขประมาณเกือบ 300 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 30,000 รหัส ระดับผู้นำ 10 % ส่วนปี 2555 นี้บริษัทจะเปิดแนวรุกมากขึ้น ยกระดับมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายในสิ้นปีคือเติบโตมากกว่า 5 เท่าตัว หรือสร้างตัวเลขได้ที่ 1,500 ล้านบาท

“5 ปีที่ผ่านมาแซนสยามสะสมความสำเร็จมาโดยตลอด เราไม่มีอะไรหวือหวานัก เพราะเน้นการเติบโตแบบมั่นคงยั่งยืนมากกว่า ซึ่งเราเชื่อว่าคนทำธุรกิจเครือข่ายจะเลือกทำธุรกิจที่บริษัทมีความมั่นคงมากกว่าบริษัทเปิดใหม่ อีกทั้งแม้ตอนนี้จะมีผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดในท้องตลาดออกมาใหม่มากมาย แต่สำหรับคุณภาพและการตอบรับจากผู้โภค เรายังคงครองมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

และขณะนี้เราเองก็กำลังเตรียมการที่จะเปิดออฟฟิศใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่าตัว พื้นที่รวมประมาณ 1 พันตารางเมตร 2 ชั้น มีห้องประชุมในตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกมากยิ่งขึ้น สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะฐานเรามั่นคงแล้ว โดยจะย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปไม่ไกลจากที่เดิม และอยู่ติดถนนรัชดาภิเษกเช่นเดิม คาดว่าจะสามารถเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนเมษายนนี้ ภายใต้งบการลงทุนร่วม 10 ล้านบาท”

สำหรับการทำตลาดของบริษัทนั้น จะเน้นกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” โดยปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดมากที่สุดอยู่ที่ภาคอีสานและภาคใต้ รองลงมาคือภาคเหนือ และภาคกลางตามลำดับ มีสาขา 2 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ และ ขอนแก่น ศูนย์เซ็นเตอร์อีกประมาณ 100 จุด ช่วยในการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ

“นอกจากนี้ล่าสุด บริษัทได้เข้าไปเปิดสาขาในประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นลักษณะการลงทุนของบริษัทเอง เมื่อช่วงกลางปี 2554 ที่นครเวียงจันทร์ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก เน้นความอบอุ่นในการทำธุรกิจ มากกว่าการเร่งให้ยอดสมาชิกเติบโตแบบรวดเร็ว ส่วนประเทศอื่นๆที่จะบุกเข้าไปเปิดเพิ่มเติมนั้น คงจะมองประเทศในโซนเอเชีย เพราะธุรกิจเครือข่ายในโซนนี้มีอัตราการเติบโตสูงมาก ประจวบเหมาะกับประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ เบื้องต้นคงจะมีสัก 3 – 4 ประเทศ อาทิ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเชีย เป็นต้น” นายปธิกรกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขายในปีนี้ บริษัทยังคงมีกิจกรรมเด็ดต่อเนื่องจากปีก่อนนั่นคือ “แซนสยาม แจกโชคยกลัง” ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2554 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมังคุด 1 ลัง สมาชิกและผู้ซื้อจะได้รับคูปองชิงโชค เพื่อลุ้นรางวัลทองคำ 50 สตางค์จำนวน 6 เส้นทุกเดือน และในครั้งสุดท้ายคือ ครั้งที่ 6 จะจับรางวัลใหญ่เป็น “รถกระบะ นิสสันนาวารา” 1 คัน รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น กว่าหนึ่งล้านบาท
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 223 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2555

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ปรับ ครม.ขายตรงหน่าย พ.ร.บ. ฉบับใหม่รอต่อไป



การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ล่าสุด จากที่มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเปลี่ยนผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในส่วนดูแลวงการขายตรง ทำให้ผู้บริหารหลายท่านเกิดความวิตกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ การเติบโตของธุรกิจเครือข่ายถูกชะงักหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งจากที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขณะนี้ วงการขายตรงกำลังเฝ้ารอ พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรงฉบับใหม่ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนแผน การตลาดให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่กำลังจะออก เพื่อที่จะมุ่งไปที่การทำงานรอรับการเปิดประชาคมการค้าเสรีอาเซียนในปี 58 แต่เหมือนกับว่า สิ่ง ที่เฝ้ารอต้องสะดุด เนื่องจากรัฐมนตรีที่ดูแลมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งผู้บริหารหลายฝ่ายเกรงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ธุรกิจขายตรงต้องเดิน ไปข้างหน้าแบบพะวงข้างหลัง ไม่ทราบว่า เมื่อไหร่กฎหมายใหม่จะออก และเมื่อกฎใหม่ถูกบังคับใช้ บริษัทแต่ละแห่งต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

>> ‘อีซี่ ฟาร์แมกซ์’ วอนรัฐกระตุ้นภาพลักษณ์

นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ว่า ผลกระทบในแง่หนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนตัวคณะรัฐมนตรี คงจะเป็นเรื่องความต่อเนื่องของการจัดร่าง พ.ร.บ.การขายตรงใหม่ที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าไป แต่อย่างไรก็ดี การ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ตนมองว่าก็ยังคง ขึ้นอยู่กับความจริงใจของคณะรัฐบาล ชุดนี้ ว่ามีความจริงใจในการดำเนิน งานในธุรกิจขายตรงเพียงใด

“ดังนั้น ภาพรวมในขณะนี้ตนมองว่าการเปลี่ยน ครม.ชุดใหม่ยังไม่ มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานในธุรกิจเครือข่ายมากนัก เพราะผู้ที่จะมาทำหน้าที่ดูแลในส่วนพ.ร.บ. ขายตรงยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมา ซึ่งส่วนนี้เราผู้เกี่ยวข้องทุกคนจึงยังคงต้องช่วยกันจับตามองต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากให้ครม. ชุดใหม่ที่เข้ามา พยายามเร่งพัฒนาวิชา ชีพขายตรงให้เป็นที่ยอมรับของผู้คนใน วงกว้าง เพราะตนคิดว่าธุรกิจเครือข่ายเป็น อีกอาชีพหนึ่งที่ส่งเสริมรายได้ให้ผู้คนในหลายระดับ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าธุรกิจ นี้ยังคงเป็นสีเทาอยู่ เช่น ผู้ที่ไม่เข้าใจงาน เครือข่ายอย่างแท้จริง แล้วไปบิดเบือนเจตนา ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจติดลบ ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นหากรัฐบาลใช้การบังคับ กฎหมายให้ทุกอย่างมีความชัดเจน ให้ทุกคนปฏิบัติตามกติกา หรืออยู่ในกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจนี้สูงขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาร่วมงานกับเรา

>> “ดีเน็ทเวิร์ค” เร่งพ.ร.บ. ชูธุรกิจ

ด้านนายสาคร ใสกมล ประธาน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในประเด็นที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนโผ ครม.ชุดใหม่ ซึ่งทำให้รัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านธุรกิจเครือ ข่ายต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตนมอง ว่า ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบไป ในรูปแบบใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับตัวบุคลากร ที่เข้ามาทำหน้าที่บริหาร คือ หากบุคลากร คนใหม่ที่เข้ามาให้ความใส่ใจในธุรกิจขายตรงมากขึ้น ก็ย่อมทำให้ธุรกิจขายตรงก้าว เข้าสู่ยุคที่ 4 หรือยุคซึ่งแยกธุรกิจสีขาวและ ดำได้อย่างชัดเจนเร็วขึ้นเท่านั้น

เนื่องจากในมุมมองของตน คิดว่าธุรกิจนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ยุคหลักๆ ยุคแรก คือ ยุคผูกขาด ถือเป็นช่วงเริ่มแรก ของวงการเครือข่ายไทย ซึ่งจะมีไม่กี่บริษัท ยุคที่ 2 คือ ยุคของการแข่งขัน ที่มีนายทุน ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม จนก่อให้เกิดความ เสียหายมากมาย ยุคที่ 3 คือยุคปัจจุบัน ที่ถือเป็นยุคของมืออาชีพ ซึ่งผู้ทำธุรกิจเครือ ข่ายทุกคนต้องมีความเป็นมืออาชีพ ธุรกิจ จึงจะเติบโต และอยู่รอดได้ และยุคที่ 4 เป็น ยุคที่สามารถแยกธุรกิจสีขาวและดำได้ชัดเจน คือ ประชาชนทั่วไปสามารถแยกแยะ ด้วยตนเองได้ว่าธุรกิจเครือข่ายค่ายนี้ดำเนินตามกรอบของกฎหมาย เป็นธุรกิจที่เชื่อถือได้จริงหรือไม่

ทั้งนี ในกรณีที่ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น เมื่อมีการเปลี่ยนครม.ใหม่ ก็อาจจะมีผลให้ เกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากเมื่อมีคนใหม่ ก็ต้องเข้ามานั่งศึกษาใหม่ เรียนรู้ใหม่ หรือ จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในการพิจารณา ดังนั้นตนจึงอยากจะให้ครม.ชุดใหม่นี้ เร่งออกกฎหมายขายตรงให้เร็วที่สุด เพราะว่าขายตรงในยุคที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ในธุรกิจนี้มาก

>> “แซน สยาม” หวั่นเปลี่ยนครม.บ่อยขายตรงโตช้า.

นายปธิกร โยทองยศรองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวกับ “สยามธุรกิจ” ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ตนมองว่าในปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปเริ่มที่จะเข้าใจในระบบเครือข่ายมากขึ้น ฉะนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะมี การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลก็ไม่น่าจะมีผลเสีย และไม่น่าจะส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายดีขึ้นกว่าเดิม เพราะตนมั่นใจว่าธุรกิจนี้จะ ดีขึ้นก็ด้วยตัวของธุรกิจเอง ด้วยโอกาสที่บริษัทขายตรงต่างๆ จะรีบเข้าไปดำเนินการดึงประชาชนที่เดือดร้อน จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากกว่า” นายปธิกร กล่าว

นอกจากนี้ แม้ครม.ชุดเก่ากำลังดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.ขายตรงใหม่อยู่นั้น ตนก็ยังมองว่าการเปลี่ยนแปลงครม.ใหม่ก็ไม่น่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจขายตรงมี ปัญหา เพราะแม้ตัวบทกฎหมายจะมีความ สำคัญ แต่เราก็ต้องหันกลับมามองด้วยว่า พ.ร.บ.ใหม่จะออกมาในรูปแบบไหน ถ้า พ.ร.บ.ที่ออกมาใหม่เป็นไปในทางบวก หรือ ช่วยส่งเสริม รักษาสิทธิให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในธุรกิจเครือข่าย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีไป แต่หากจัดทำพ.ร.บ.ใหม่แล้วยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าก็มีค่าเท่ากัน

ทั้งนี้ ตนก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลต่อ การปรับเปลี่ยนครม.ชุดใหม่ว่า อยากให้มีรัฐมนตรีที่เข้าใจในธุรกิจเครือข่ายเข้าดูแลเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจนี้ได้พัฒนาไป ในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนมากขึ้น คือ รัฐบาลควรสรรหารัฐมนตรีที่เข้าใจในระบบเครือข่ายเข้ามาดูแล เพราะ รัฐมนตรีถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีหน้าที่ในการดูแล ควบคุม ตรวจสอบธุรกิจเครือข่าย โดยภาพรวม ดังนั้น หากได้คนที่เข้าใจในธุรกิจนี้มาบริหารงาน ก็จะทำให้ขายตรงไทยสามารถพัฒนาก้าวสู่ความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับของประชาชนในประเทศ และต่างประเทศ และประการสำคัญคือจะ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศชาติ เนื่องจากจะเห็นได้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว หลายๆ ประเทศ ธุรกิจเครือข่ายก็เป็นอีก ธุรกิจหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศชาติของเขาได้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ