ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thaimlmnews แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thaimlmnews แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทักษอร ภวนาคโสภณ ‘ความสุขของชีวิตที่แตกต่าง’







ทักษอร (Mobile)

สาวสวยบนหนทางอันแตกต่างกับชีวิตที่ไม่ต้องรอความสุขแค่ในวันเงินเดือนออก ด้วยบริษัทที่เลือกมาแล้วว่าจะนำไปสู่สิ่งที่เธอต้องการ “สุพรีเดอร์ม”


ทักษอร ภาวนาโสภณ ผู้บริหารการขายมงกุฎนพรัตน์ กับเส้นทางที่ออกแบบด้วยตนเอง ผ่านมุมมองที่เอื้อเฟื้อ “การทำงานมีเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ เป็นแค่เรื่องธรรมดา แต่การสร้าคนให้สำเร็จในเครือข่ายได้ คือ ความสำเร็จที่แท้จริง” จากปณิธานอันน่ายกย่องนี้ จึงทำให้ Hall of Fame จึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเธอให้ลึกซึ้ง และถ่องแท้กับความงาม ที่ไม่ได้ฉาบแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังส่องสว่างออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ


สู่ความสำเร็จที่แท้จริง


ในด้านการทำงานที่ผ่านมา ทักษอร ประกอบธุรกิจส่วนตัวทางด้านค้าขาย ซึ่งต้องลงทุนอยู่ตลอดเวลาเละสม่ำเสมอ จนเธอรู้สึกสะท้อนใจทุกครั้งที่ต้องควักเงินออกมาโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อได้เรียนรู้การทำงานในระบบเครือข่ายของ สุพรีเดอร์ม ที่เพียงมองในเรื่องของการลงทุนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อทำความเข้าใจ จะคิดได้ว่านี่คือธุรกิจในชีวิตประจำวัน ที่ทำได้ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ฯลฯ เพราะนี้คือสุดยอดธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการบริโภคสินค้าได้ตลอกเวลา ด้วยการเปลี่ยนเพียงแค่ของใช้ภายในบ้านก็จะทำให้มีรายได้ขึ้นมาอีกกระเป๋านึงทันที และยังสามารถทำกำไรก้อนโตเมื่อเปิดบิลเพื่อทำธุรกิจ ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันไม่ยอมอยู่เฉยจึงตัดสินใจทำโดยไม่สนรายได้ในระยะแรกๆ แต่จะมองไปถึงความมั่นคงในระยะยาว


ส่วนความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายที่เธอมุ่งหวังไว้นั้น คือ ความตั้งใจในการให้ความรู้ ความเข้าใจ สร้าง และพัฒนาคนให้มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ให้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายชัดเจนที่สุดของทักษอร โดยให้เหตุผลว่า “การทำงานมีเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ สำหรับดิฉันมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไป แต่การสร้างคนให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่ายมันท้าทายมากกว่า และเมื่อเราทำได้นั้นมันมายถึงความสำเร็จอย่างแท้จริงในอาชีพ”


 


เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า


สำหรับความแตกต่างของ สุพรีเดอร์ม กับที่อื่น ในมุมมองของเธอนั้น คือ การไม่เอารัดเอาเปรียบสมาชิก เพราะที่นี่เมื่อเติบโตก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ โดยจ่ายผลประโยชน์ให้สมาชิกเพิ่มขึ้น จากการรับคอมมิชชั่นธรรมดา ก็จะเริ่มมีการท่องเที่ยวทั้งในและต่างกระเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งหลักใหญ่ๆ ก็คือบริษัทจะมีการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้สมาชิกก้าวไปข้างหน้าได้อย่าง ที่ตั้งใจ “ สุพรีเดอร์ม มีสินค้าที่ดูว่าจะเหมือนที่อื่น แต่จริงๆแล้วไม่เหมือน เพราะพิถีพิถันในการผลิตมาก ทั้งในการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งชั้นนำต่างๆ มาเป็นส่วนประกอบที่หลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีซึ่งล้ำหน้ากว่าที่อื่น ทำให้ “สินค้าของ สุพรีเดอร์ม ของเรามี ในสิ่งที่คนอื่นไม่มี”


ความลับไปสู่ความสำเร็จของ ทักษอร คือ “ความสุข” ซึ่งการที่เธอเลือกเดินไปกับ สุพรีเดอร์ม นั้น เพราะตลอดเส้นทางในการทำธุรกิจ ไค้สร้างความสุขให้กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงิน สุขภาพ คุณภาพชีวิตที่ดี และสุขตลอดเวลาที่ได้พบเจอทีมงานที่ไม่ใช่เฉพาะแค่เงินเดือนออก นั่นจึงทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเธอเต็มเปี่ยม ความสำเร็จที่เข้ามาจึงไม่ยากเลย


และในการทำเครือข่าย ผู้ประสบความสำเร็จเกือบทุกคนจะต้องมีต้นแบบในการทำงาน ซึ่งสำหรับเธอนั้นเลือกที่จะทำตามท่านประธานบริษัท คือ พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ เพราะกว่า 10 ปี ในการทำธุรกิจสพรีเดอร์ม ทักษอร มองว่าท่านประธานมีแนวความคิดด้าน “นวัตกรรม” ซึ่งมักจะนำแนวทางใหม่ๆมาให้สมาชิกอย่างสม่ำเสมอในเรื่องของ “แผนใหม่ที่จ่ายเยอะขึ้น สินค้าใหม่ที่ล้ำหน้าและแนวทางการปฏิบัติเปิดตลาดให้ชวนคนได้ง่ายขึ้น” ทำให้ธุรกิจของ สุพรีเดอร์ม มีสีสัน ตอบโจทย์ให้แก่เธอที่เป็นคนชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของโลกที่ต้องมีวิวัฒนาการ และ “การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” ได้ เพราะความไม่ล้าหลังอยู่หับที่ถึงกับประกาศออกมาว่า “ไม่ว่าสุพรีเดอร์มจะเปลี่ยนอีกกี่หน อะไร ยังไง ดิฉันก็รัก สุพรีเดอร์ม และศรัทธาในตัวคุณหมอในความที่ท่านเป็น “คุณหมอนักพัฒนา” ของเราค่ะ”


“สุพรีเดอร์ม” ธุรกิจแห่งโอกาส


ด้านทัศนคติของคนที่มีต่อระบบนี้ ในเรื่องความชอบ หรือไม่ชอบนั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งเมื่อเราถามเธอในข้อนี้ ก็ได้แง่คิดที่ดีอย่างมากว่า “ต้องให้ความรู้ของธุรกิจเครือข่ายที่ถูกต้อง เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริง เราจึงต้องนำเสนอให้เค้ามองเห็นถึงเหตุและผลของธุรกิจว่ามันเนเรื่องจริง ในการทำงานคนเดียว (งานประจำ) กับการร่วมกันทำงาน 100 คน(เครือข่าย)มันแตกต่างกันยังไง ต้องให้เขาเข้าใจว่า ธุรกิจเครือข่าย คือ ธุรกิจกระจายความเสี่ยง และให้เค้ามองเห็นถึง ความสวยงามของธุรกิจ เพราะคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ไม่เข้าใจในระบบอย่างแท้จริง” และปัจจัยที่จะทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปสำหรับเธอ นั่นคือ “ความรู้” ซึ่งต้องรู้จริง ไม่ช่รู้แบบงูๆปลาๆ โดยหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ คือ ทำระบบให้เป็นต้องช่วยกันสร้างกำลังใจให้เกิดความต้องการ “คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก” พัฒนาคนให้มีความเป็นผู้นำให้รู้ว่านี่คือธุรกิจของคุณ และสิ่งสำคัญสำหรับ ทักษอร เธอมีสิ่งที่ยึดถือเป็นหลักในการดำรงชีวิตอยู่เสมอนั่นคือ “เราอยู่แล้วต้องมีความสุข เพราะความสุขเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่น”


“สุพรีเดอร์ม เป็นธุรกิจแห่งโอกาสจริงๆ ซึ่งคำว่า “โอกาส” มันลึกซึ้งและสวยงามเสมอ อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นและสามารับโอกาสที่มีให้ ที่นี่เรามีที่ประชุมฝึกอบรม โดยบริษัทซัพพอร์ตอย่างต่อเนื่องทุกเรื่อง เราจะดูดีขึ้น สวยขึ้น สุขภาพดีขึ้น มีความสุขกับการทำงานที่ได้ท่องเที่ยว สัมมนา มีสังคมที่ดี ทำไปนานๆ ก็จะมีเพื่อนมากมาย ทำให้เมื่อแก่ตัวเราก็ไม่ต้องทำงานแบบเฉาๆ และนี่จึงเป็นการช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นและงานอื่นอย่างสิ้นเชิง”


 


 


 


Credit by : เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 234 วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2556

เทวิน จันทร์โป๊ สุดยอดเส้นทางเงินล้าน!!!







Capture2


 


 


 เปิดโลกทรรศน์ในมุมมองที่แปลกใหม่กับ แม็กซ์ เฮลท์ตี้ ซัพพลาย ด้วยเครือข่ายแบบ 3 ชั้น Triple Level Marketing (TLM) ทางเลือกใหม่ของธุรกิจ ที่จะพาคุณฉีกหนีออกจากกฎแห่งความจำเจ!!!


 


และนี่คือชายหนุ่มเลือดใหม่ หนึ่งใน Main Agent หลักที่กล้าท้าทายอย่างเหนือชั้นจุดไฟฝันให้ลุกโชติช่วงด้วยเวลาเพียง 1 ปี 4 เดือน รับรายได้ไปแล้วเกือบ 10,00,0000 บาท กับโปรโมชั่นสุดอลังการ Porsche Boxer เขาทำได้อย่างไรต้องมาติดตาม


 


เทวิน จันทร์โป๊ ที่เราพามาทำความรู้จักกันในวันนี้ ไม่เคยทำงานประจำ จับแต่เรื่องของธุรกิจเครือข่ายมาแล้วหลายค่าย จนประสบความสำเร็จมาพอสมควร แต่ด้วยความที่ถนัดทางด้านออนไลน์ และเก่งในเรื่องการโปรโมตทากกว่าการสร้างคน จึงเริ่มหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง ประจวบเหมาะกับที่ โอ๊ต-ประกาสิต เลิศมุกดา ซึ่งเคยทำงานร่วมกัน หันมาสร้างแบรนด์ใหม่ ด้วยความศรัทธาในแนวคิดและวิศัยทัศน์ของเขาคนนี้อยู่แล้ว ทำให้ เทวิน สนใจในธุรกิจ ของ แม็กซ์ เฮลท์ตี้ ซัพพลาย ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ชื่อว่า แม็กซ์ คอลลาเจน เป็นตัวเปิดตลาดเป็นอย่างมาก จึงขอเข้าร่วมธุรกิจโดยขอเป็นตัวแทนหลัก หรือ Main Agent ตั้งแต่วันแรกที่เปิดดำเนินการในทันที


 


แม็กซ์ เฮลท์ตี้ ซัพพลาย เป็นธุรกิจที่เปิดตลาดแบบ Single สร้างโมเดลเป็นการกระจายผลประโยชน์ถึง 3 ชั้น ซึ่งหลายบริษัทสามารถนำไปก๊อบปี้ได้ง่ายๆโดยมีการเลือกองค์กร หรือผู้นำ จากวิสัยทัศน์ในการบริหารของ ประกาศิต รวมถึงการจ่ายโปรโมชั่นและคอมมิชชั่น ที่ตรงสม่ำเสมอ หนำซ้ำยังเป็นหัวใจของนักสร้างแบรนด์ ที่เป็นแรงบันดาลใจของวัยรุ่น ในการทำเงินล้านได้เร็วที่สุด ส่วนในเรื่องของสินค้า นั้น เทวิน บอกว่า “เราจะทำสินค้าที่ Me Too ครับ ใครมีเรามี แต่มีเหนือกว่า และต้องดีกว่า ในเรื่องของการสร้างแบรนด์สินค้า เราก็มีการสร้างแบรนด์ที่แข้งแกร่ง เพราะว่าจริงๆแล้วสินค้า ของเราออกมาแต่ละตัว เราข้นอันดับ 1-3 ทุกตัว โดยการโปรโมตของ Main Age ทั้ง 9 คน”


 


ด้านระบบ Triplr Level Marketing (TLM) จะเน้นการสร้างแบรนด์ ต่างจากเครือข่ายที่สร้างคน ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า “ที่เราสร้างแบรนด์ เพราะว่าเครือข่ายตอนนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก อย่างเมื่อก่อนกาจจะโอเค แต่เดี๋ยวนี้มีหลายค่ายมากที่ผุดขึ้นมา และส่วนในแง่ของธุรกิจ Single เอง การสร้างแบรนด์ของบางตัวยังไม่แข็งแกร่ง และชัดเจน แต่แม็กซ์คอลลาเจน ทำได้ชัดเจนมาก ซึ่งผลลัพธ์ของการรับรายได้ก็จะแรงมาก และประสบความสำเร็จกว่าตอนที่ทำเครือข่าย ถึง 3-4 เท่า เพราะไม่ต้องมีการสร้างลูกทีม เราจะเน้นเข้าไปขายในร้านค้า และตัวแทนที่ทำออนไลน์เป็นค้าส่งใหญ่ ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เพราะตัวสินค้าก็ดังอยู่แล้ว จากการรีวิวของดารา คนจึงไม่แอนตี้ อีกอย่างเมื่อเรานำไปวางไว้ในร้าตัวแทนเค้าก็จะได้ผลตอบแทนอยู่แล้วใครขายมากได้มาก ขายน้อยได้น้อย เพราะเราแบ่งให้เป็นเปอร์เซ็นต์ นั่นจึงทำให้เราสร้าธุรกิจได้อย่างไม่มีสะดุดแน่นอน ”


 


เทวิน บอกกับเราอีกว่า “ผมมีรายได้กีบที่นี่ตอนนี้ประมาณ 500,000-600,000 บาทต่อเดือน และได้รับโปรโมชั่นจากที่นี่มา เรียบร้อยแล้ว โดยเปลี่ยนจากที่บริษัทแจกรถเบนซ์ C Coupe มาเป็นตัว Porsche รุ่น Boxer ที่จะทำการแจกในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งปผมอยากบอกตรงๆ เลยว่าที่นี่เค้าอยากแจก ถ้าขายได้ 20,000 กล่อง ก็รับไปเลยรถ เบนซ์ 1 คัน”


 


ความสำเร็จของเขาตนนี้นั้นมาจากการตั้งเป้าหมาย ซึ่งเด็กอายุ 27 ปีที่มีความฝันอย่างเขานั้น ก็สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ภายในระยะเวลา 1ปี 4เดือน ด้วยการรับรายได้รวมๆไปเกือบ 10,000,000 บาทกับตัวแม็กซ์ คอลลาเจน ของแม็กซ์ เฮลท์ตี้ซัพพลาย ด้วยการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ในเครือข่ายของเขา คือ เบิร์ด แม็กซ์ คอลลาเจน จากการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ก ให้เป็นประโยชน์ เพราะถ้าพูดกันจริงๆแล้ว เขาเติบโตมาจากการขายของผ่านออนไลน์ นั่นจึงเป็นแนวทางที่ถนัด และเมื่อนำมาต่อยอด ก็สามารถสร้างรายได้ให้เขาไดอย่างมหาศาล


 


ความประทับใจของเขาที่นี่มาจากคนๆเดียว ซึ่งเป็นทั้งไอดอลในการทำงานและผู้บริหารของที่นี่ ประกาศิต เลิศมุกดา ในการเป็นคนที่ใจกว้าง สร้างแบรนด์เก่ง รักลูกน้องให้ใจทีมงาน ช่วยเหลือทุกอย่าง “สำหรับผมแล้วต้องเป็นพี่โอ๊ตเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะก๊อบปี้ความสำเร็จของเขามาเลยครับ”และเป็นการที่ทำให้เค้าเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างสง่างาม ก็ด้วยประโยคที่อยู่ในใจเขาเสมอมา “จงทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะอาจไม่มีวันพรุ่งนี้ถ้าเราทำม่ดีพอ ”


 


“ขอให้ทุกคนมีความฝัน ซึ่งผมเองเป็นเด็กเพียงอายุ 27 ที่ประสบความสำเร็จได้อย่ารวดเร็ว เพราะเลือกเครื่องมือได้อย่างถูกต้องและสำหรับใครก็ตามที่มาอ่าน คอลัมน์นี้ในการถ่ายทอดความสำเร็จของผม ก็อยากให้นำไปสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็วให้ได้อย่างผม ที่ใช้ระยะเวลาเพียง 1 ปี 4 เดือน ก็ได้มาแล้วเกือบ 10,00,000 กับแม็กซ์คอลลาเจน หรือถ้าคัยสนใจก็นัดคุยกับผมได้เลย เพราะที่นี่มีคำตอบสำหรับคำถามของเพื่อนๆทุกคนครับ”


 


 


 


 


 


Credit by : เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 234 วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2556

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA ย้ำจุดยืนกูรูขายตรงตัวจริง ชี้ไม่เกิน 3 ปี MLM ไทยแตะ 3 ล้าน







L_kr (Mobile)


TDSA จัดงานฉลองใหญ่ครบรอบ 30 ปี ชูนโยบายเป็นเสาหลักของธุรกิจขายตรง ยึด 4 ข้อ เสริมภาพลักษณ์-สมาชิกคุณภาพ-มีธรรมาภิบาล-ศูนย์กลางความรู้ด้าน MLM ด้าน กิจธวัช ฟันธงไม่เกิน 3 ปี มูลค่าตลาดรวมทะลุแสนล้านบาทหาก AEC เปิด เหตุมีกลุ่มทุนนอกไหลเข้าไทย ขณะที่ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลกระบุตลาดอาเซียนเนื้อหอมแค่ 6 ประเทศ มีมูลค่ารวมกันสูงถึงหมื่นล้านเหรียญ


กิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมได้ดำเนินงานมาครบรอบ 30 ปี ทางสมาคมฯ ได้จัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวหับธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างเป็นทางการประมาณ 380 บริษัท แต่ยีงมีบริษัทขายตรงที่ดำเนินธุรกิจแบบสุ่มเสี่ยงในลักษณะมันนี่เกม หรือแชร์ลูกโซ่ออกจำนวนมาก ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องการให้บุคคลทั่วไปสามมารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทไหนดำเนินธุรกิจในลักษณะใด


ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ยึดกลยุทธ์หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งประกอบด้วย 4 ข้อหลัก ได้แก่ 1.เสริมสร้างภาพลักษณ์ 2.สมาชิกคุณภาพ 3.ธรรมาภิบาล และ 4.ศูนย์กลางความรู้ ดังนั้น ด้วย ประสบการณ์ของบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 35 บริษัท ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ซึ่งมียอดขายรวมกันคิดเป็น 70 % ของตลาดรวม ดังนั้น หากภาครัฐและภาคประชาชนทั่วไปที่ต้องการอยากได้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง ทางสมาคมกล้าพอที่จะบอกว่าเราเป็นกูรูทางด้านขายตรงอย่างแท้จริง


กิจธวัช กล่าวอีกว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2016 มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยจะสูงถึง 1 แสนล้านบาทซึ่งหากมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาสนับสนุน เช่นการเปิด AEC ซึ่งจะมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาที่ตลาดไทยเพิ่มขึ้นดังนั้น เชื่อว่าแสนล้านบาทน่าจะไม่ถึง 3 ปี ตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ในปี 2012 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 6.87 หื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.48% ซึ่งเติบโตสูงกว่า GDP ของประเทศที่เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.76% ปัจจัยที่จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยเติบโตเพิ่มขึ้น มาจากบริษัทขายตรงทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น


โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับภาพรวมของอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น


กิจธวัช กล่าวในงานสัมมนาในหัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรมแดนสู่ AEC ที่จัดโดยสมาคม TDSA ว่า ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA) ได้ระบุว่า หลังจากที่กลุ่มประเทศในแถบอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงใน 6 ประเทศ ในแถบภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นกลุ่มประเทศที่น่าสนใจในอนาคต โดยในปี 2012 ที่ผ่านมา มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงทั้งหมด 6 ประเทศรวมกันมีมูลค่าสูงถึง 10372 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตรา การเติบโตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2009-2012 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.7%


โดยประเทศมาเลเซียมีมูลค่ารวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 4,667 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 16.4% อันดับ 2 ไทย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2,947 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 9.1% อันดับ 3 อินโดนีเซีย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 10.3% อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,011 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 22.9% อันดับ 5 สิงคโปร์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 367 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 6.4 % อันดับ 6 เวียดนาม มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 292 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 21.7%





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สงคราม MLM ครึ่งปีแรก "รัฐ-เอกชน-สมาคม" สลับกันเด่น พาวงการร้อน!!

 


 








network-marketing-opportunities (Mobile)

จับประเด็น 6 เดือนแรกปี 56 ภาครัฐอย่าง "สคบ." ได้ผลงานนโยบายรณรงค์ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." ผ่านฉลุย 29 บริษัทขายตรงผ่านสเป็ก รับมอบเรียบร้อย ด้านเอกชน "นีโอ ไลฟ์" จัดงานใหญ่ต่อเนื่อง พร้อมสานต่อ "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" เด็กมัธยมร่วมประกวดร้อง เต้น ชิงรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท "นู สกิน" เปิดตัวโฆษณาฟรีทีวีตัวแรก นับตั้งแต่ตั้งสาขาไทย "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหักจากคู่รัก เปลี่ยนเป็นคู่แค้น ฝั่งสมาคมขายตรงกลายเป็น 4 ก๊ก หลัง TDNA เปิดตัวหนุนรัฐแก้กฎหมาย ตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ ด้าน TDSA ชิงหาแนวร่วมตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" ตัดหน้า TSDA


+ สคบ. ยิ้มร่า 29 บ. น้อมรับ "ตราสัญลักษณ์"
"สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)" ดูจะอิ่มเอิบเป็นที่สุด ภายใต้การบริหารของ "จิรชัย มูลทองโร่ย" เลขาธิการคนปัจจุบัน จากนโยบายข้ามปีของหน่วยงาน รัฐนามนี้ว่าที่เรื่องการรณรงค์ให้ 26 ธุรกิจ เข้ามาขอรับ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." เพื่อการันตีคุณภาพของบริษัทนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการยกระดับวงการธุรกิจทั้ง 26 วงการ


โดยนโยบายดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 55 ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงตัวเลขาธิการ สคบ. จาก "นิโรธ เจริญประกอบ" ที่เกษียณตัวเองก่อนวัย มาเป็น "จิรชัย" ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามากุมอำนาจของ สคบ.แทน ซึ่งหลังจากที่ได้เลขาธิการ สคบ.คนใหม่ เรียบร้อย นโยบาย "ตรา สคบ." กลายเป็นนโยบายหลักของหน่วยงาน ซึ่งต้องทำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยธุรกิจขายตรงเป็น 1 ใน 26 ธุรกิจที่ต้อง เข้าขอรับตราดังกล่าว


เรื่องนี้ยืดเยื้อกินเวลานานหลายเดือน ในการหาข้อสรุปว่ากฎกติกาของการขอรับ จะต้องมีอะไร อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของ การทำประกันกับบริษัทประกัน เพื่อเป็นทุน ในการเยียวยาผู้บริโภค หากเกิดเหตุที่ผู้บริโภค ได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้า ซึ่งผู้ประกอบการของหลายบริษัทเห็นพ้องว่า เบี้ยประกันนั้นแพง อีกทั้งการจะทำประกันก็เป็นเรื่องเกินความจำเป็น สุดท้ายจากการ พูดคุยเสนอแนะหลายครั้ง ก็สรุปว่าบริษัท ส่วนใหญ่ยินยอมตามเงื่อนไขที่ สคบ.เปิดให้ธนาคารเข้ามาบริการตั้งกองทุนรับประกัน แทน และราคาของการตั้งกองทุนเยียวยาก็ถูกกว่า จนวันที่ 30 เม.ย. กลายเป็นวันดีของ สคบ.ที่ธุรกิจขายตรง 29 บริษัทได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าว


+ ค่ายใหญ่รุกลูกค้ากลุ่มใหม่/ "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหัก


หากจะว่าไปช่วงครึ่งปีแรกถือเป็น ช่วง Low Season ของวงการขายตรงก็ว่า ได้ จากการบอกเล่าของเหล่ากูรูผู้คลุกคลีกับ ขายตรง รวมทั้งบรรดาผู้ประกอบการระดับ หัวแถว ต่างก็ให้ความเห็นที่ไม่ต่างกันว่า ช่วงครึ่งปีแรกยอดขายจะไม่ดีเท่าช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของแต่ละ ปี จัดว่าเป็นช่วงโกยเงินที่บริษัทขายตรงจะ วัดกึ๋น วัดคม แชร์ตลาดกันอย่างเผ็ดร้อน


แต่ถึงกระนั้น หลายบริษัทก็อาศัยช่วง เวลานี้ในการโหมตลาด โดยไม่ทิ้งเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เริ่มตั้งแต่บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การกุมบังเหียนของ "ดร.นพรุจ เวชกุล" และ "ดร.รัชนี มหานิยม" ที่ยังคงโหมกิจกรรมในทุกสัปดาห์ ที่จะมีการอบรมประชุมสร้างนักธุรกิจมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้ ในทุกเดือนก็ยังมีในเรื่องของการมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเมืองไทย


นอกจากนี้ "นีโอ ไลฟ์" ยังได้จัดประกวด "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" ภายใต้ โครงการประกวดร้องเพลง และลีลาประกอบเพลงระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ชิงถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินสนับสนุน ครั้งที่ 1 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกิจกรรมการที่บริษัทจัดเพื่อสมาชิกได้ร่วมความบันเทิง ทั้งยังอาจส่งผลให้มีการ เดินเข้ามาของนักธุรกิจเลือดใหม่


ไม่เพียงแต่ "นีโอ ไลฟ์" ที่ขยับตัว อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ออกตัวในปีนี้ได้แรงไม่แพ้กัน โดยบริษัทได้ทำหนังโฆษณา 30 วินาที ผ่านสื่อฟรีทีวี เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัท โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่สินค้ากลุ่มชะลอริ้วรอย ซึ่งเป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท ผ่านงบประมาณที่บริษัทตั้งไว้คือ 20 ล้านบาท


จากข่าวดีมาถึงข่าวที่ไม่ค่อยดีบ้าง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด แตกหักกลายเป็น 2 จากการหย่าร้างกับภรรยาของ "สุมิตร วชโรดมทรัพย์" จนต้องมาตั้งบริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด และต้องเปลี่ยนสถานะจากคู่รัก กลายเป็นคู่ที่ต้องห้ำหั่นทางธุรกิจแทน


+ TDNA เปิดตัวดันแก้ ก.ม./TDSA เร่งตั้งสมาพันธ์ฯ


อีกประเด็นร้อนประจำครึ่งปีแรก คือ การเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการของ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" โดยในงานแถลงข่าวเปิดตัว ก็สร้างความฮือฮาด้วยการตั้งม็อบเรียกร้องให้ภาครัฐยกระดับวงการขายตรง โดยเน้นประเด็นหลักไปที่เรื่องของการแก้ไขกฎหมายขายตรงในหลายประเด็น รวมถึงผลักดันให้มีการ ตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามากำกับดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะ ไม่ใช่เพียงเป็นแผนกหนึ่งใน สคบ.ที่มีคนดูแลเพียง 6 คน อย่างปัจจุบัน


การเดินหน้าผลักดันนโยบายของ TDNA มาควบคู่กับการว่าจ้างให้ "มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย" ทำวิจัยวงการขายตรงในชนิดทุกมิติ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการรณรงค์การแก้ไขกฎหมายขายตรง รวมถึงไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป


ในส่วนของความเคลื่อนไหวของสมาคม ขายตรงที่มีอยู่ 4 สมาคมในปัจจุบัน ดูจะมีเพียง TDNA และ "สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)" เท่านั้นที่ขยับตัวเป็นประเด็นในช่วงนี้ โดยฝั่ง TDSA ก็เตรียมเดินหน้าตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของ AEC ซึ่งจะเป็นการ รวมสมาคมขายตรงของประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่ทุกสมาคมต้องอยู่ภายใต้ "สมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA)" โดยในการผลักดันตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ดูจะไปทับเส้นกับ "สมาคมพัฒนา การขายตรงไทย (TSDA)" ที่ต้องการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเช่นกัน


ทั้งนี้ จากประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกในปี 56 วงการขายตรงยังแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันของธุรกิจที่ร้อนระอุไม่เว้นช่วง ทำให้ตีความได้ชัดเจนว่า ธุรกิจขายตรงนี้ได้รับความนิยมมากมายเพียงใด

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรม J&C: Health&Beauty Expo 2013








Health&Beauty Expo 2013 "งานวันรักษสุขภาพ" ครั้งที่ 2 วัน อาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม 2556 ณ๊ โรงแรมรัชดาซิตี้ เวลา 9.00-17.00 น.

ข่าวขายตรง: ขายตรงไทยอ่วมต้านทานค่าแรง น้ำมัน ไม่ไหว หันปรับราคาขึ้น








 


แม้จะเลยเทศกาลปีใหม่มาไม่กี่เดือน ฝันร้ายที่บริษัทขายตรงน้อยใหญ่แทบทุกเจ้าต้องแบกรับคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวสวนกระแสข่าวที่บริษัทขายตรงหลายๆ บริษัทออกมาให้ข่าวเป็นมั่นเป็นเหมาะในช่วงปี 55 ที่ผ่านมาว่าธุรกิจเครือข่ายของตนเองไม่โดนผลกระทบแน่นอนและก็จะไม่ปรับราคาเพื่อยืนเคียงข้างสมาชิกและผู้บริโภคในสภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงถึง 13.7% เพียงแค่ในช่วงเวลาราวๆ ปีเศษที่ผ่านมา


โดยบริษัทขายตรงบางเจ้าจมูกไวชิงปรับราคาสินค้าก่อนที่จะเป็นข่าวคึกโครมพร้อมอัดโปรโมชั่นหนักๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินเกมส์ที่นับได้ว่าเนียนระดับไร้รอยต่อทีเดียว มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ออกมายอมรับว่าทนแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวจึงต้องทำการปรับราคาสินค้าขึ้นจากแต่ก่อน ส่วนขายตรงรายอื่นๆ ก็ทนกระแสไม่ไหวก็เรียงปรับราคาขายปลีกสินค้าแบบยกหน้ากระดานกันเลยทีเดียวเชียว ส่วนเจ้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มีการปรับราคาสินค้าก็คงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหน้าแปลกใจกันซักเท่าไหร่ด้วยทางกลไกลตลาดแล้วเป็นการยากมากที่จะยึดราคาค้าปลีกให้อยู่ในมาตรฐานเดิม ด้วยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นพนักงานฝ่ายผลิตก็เลือกงานอยากได้งานสบายๆ ได้ค่าแรงสามร้อยบาท เด็กจบใหม่ชงกาแฟกินเองยังไม่เป็นแต่กับเรียกเงินเดือนหมื่นห้ามีเดินย่ำหางานกันเกลื่อนถนน แถมค่าเชื้อเพลิงก็ทยอยขึ้นกันแทบตั้่งตัวไม่ทัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทางผู้ประกอบการก็ต้องแบกรับแบกสู้กันต่อไป


 


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com
ขอบคุณรูปภาพจาก www.dailynews.com

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย นีโอไลฟ์-Neolife กับ ดร.รัชนี มหานิยม
















วันก่อนคนวงการ เครือข่ายขายตรงเป็นต้อง ตะลึง!!...กับโอกาสฉลอง วันทำบุญคฤหาสน์หลัง อลังการของ ดร.รัชนี มหา นิยม รองปธ.แห่งค่าย นีโอ ไลฟ์ อะไร จะขนาดนั้นกับบ้านช่องห้องหอที่ต้องบอก คำเดียวว่า...หรูเริ่ดได้ระดับซะหาใคร เปรียบเชียว...ว่ากันว่าตกแต่งแล้วเสร็จก็น่าจะปาเข้าไปกว่า 60 ล้านบาทละมัง...เอา เป็นว่าใครเห็นเป็นต้องร้อง...โอ้วววว...ไป ตามๆ กันหละ...งานนี้แขกเหรื่อล้นหลาม จนเกือบงานเข้าทีเดียว...เพราะแทบจะปิด หมู่บ้านในโครงการกฤษดาแกรนด์ พาร์ค ย่านคลองหลวง ปทุมธานีกันเลยว่างั้น



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คิงส์เฮล์ทตี้ จัดกิจกรรมอบรมสมาชิกใหม่ ''พลังเเห่งศรัทธา''








บริษัท คิงส์เอนำโดย คุณนพธีรา ประสพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์ เฮล์ทตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คุณกฤษณ์ ศรีวะรมย์ รองประธานกรรมการ บริหาร และคุณธีรวัฒน์ ก่อเกียรติอนนท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จัดกิจกรรม อบรมผู้นำและสมาชิกใหม่ทุกคนเมื่อวันที่ 3-4 พ.ย. 55 ที่ผ่านมา เพื่อปลูกฝังการ รักในแบรนด์และตัวของบริษัทและในหมู่สมาชิก โดยมีสมาชิกเข้าร่วมงานกว่า 80 คน ภายในงานมีการ ร่วมร้องเพลง ศรัทธา และกิจกรรมมากมาย โดยมีอาจารย์สุริยา ชินวัฒน์ วิทยากร และ ใ น เ ดือ น ธัน ว า ค ม ประมาณวันที่ 24-25 จ ะ เ ป็น ก า ร จัด ง า น พลังแห่งศรัทธารุ่นที่ 2 ขึ้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กองปราบบุกจับ DCHL"ตะเกียงวิเศษ"ลวงโลก "แจ้งข้อหาแชร์ลูกโซ่!!!!!"








ในที่สุดบริษัท DCHL ซึ่งทำธุรกิจจัดจำหน่ายตะเกียงและน้ำมันหอมระเหยชื่อดัง ซึ่งอาศัยช่องทางการขายตรงมาบังหน้า ด้วยการชักชวนสมาชิกให้เข้ามาลงทุนด้วยเงินเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมอบผลประโยชน์ตอบแทนกลับคืนให้อัตราที่สูงกว่ากฏหมายกำหนดหากหาสมาชิกรายใหม่มาร่วมลงทุนได้ เผยในรอบปีที่ผ่านมามีผู้เสียหายร้องเรียนกับ สคบ. มากเป็นประวัติศาสตร์ถึง 900 ราย เลยทีเดียว

เมื่อวัน 12 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยศักดิ์ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองปราบปรามกว่า 50 นายนำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัท ดิจิตอล คราวน์ โอลดิ้ง จำกัด หรือ (DCHL) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 338 อาคาร ดี ซี เอช แอล จำกัด ถ. พระราม9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพ ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นบริษัทขายตรงน้ำมันหอมระเหย และตะเกียง แต่มีผู้ใช้ร้องเรียนว่าบริษัทดังกล่าวดำเนินธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มีการชักชวนให้ร่วมลงทุน และหาสมาชิกเพิ่มหากหาสมาชิกใหม่มาได้ 5-6 คน ก็จะได้รับเงินปันผลเพิ่ม ถึง 21,000-26,000 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าตรวจค้นภายในบริษัทพบประชาชนซึ่งมานั่งรอสมัครสมาชิกใหม่กับทางบริษัทบริเวณชั้น 1 ไม่ต่ำกว่า 100 คน และพบสมาชิกเก่าเข้ามารับสินค้าและมาอบรมกับบริษัท โดยไม่ตื่นตกใจกับการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ยังคงนั่งรอสมัครสมาชิกและรับสินค้ากันตามปกติ จนเสร็จสิ้นการตรวจค้น


พ.ต.อ. นิรันดร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ออกหมายจับผู้ต้องหารวม 20 คนซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ 3 คนที่วสใสนถจับกุมได้แล้วคือนายฮวงเชียง เชียง ชาวไต้หวัน อายุ 43 ปี เป็นกรรมการผู้จัดการ น.ส.หว่อง คิน ซึ อายุ 36 ปี ชาวฮ่องกงและน.ส.เฉิน เป่า หยี อายุ 32 ปี ชาวฮ่องกง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นผู้ชักชวนสมาชิกเข้าร่วมลงทุนด้วยการล่อลวงให้ลงทุนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยและตะเกียงรายละ 190,000 บาทเพื่อให้ได้เงินปันผล 40,000 บาท แต่หากลงทุนเพียง 12,300 บาทจะยังไม่ได้รับเงินปันผลจนกว่าจะสามารถชักจูงสมาชิกมาร่วมลงทุนเพิ่มจึงได้แจ้งข้อหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน


พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า การตรวจค้นบริษัทดังกล่าวดีเอสไอได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายประมาณ 70 รายคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท โดยประชาชนที่ถูกหลอกมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภายคะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีการตั้งสาขาใหญ่อีก 1 แห่งที่จังหวัดนครราชสีมา โดยวิธีการหลอกลวงจะจัดอบรมตามโรงแรมหรูต่างๆ ซึ่งมีวิทยากรชักชวนให้ร่วมเป็นสมาชิกและเชิญชวนให้ซื้อสินค้าโดยโฆษณาชวนเชื่อว่าจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนสูง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะมีวิธีการพูดที่น่าเชื่อถือเจาะกลุ่มคนที่มีเงินน้อยซื้อน้อย มีเงินมากซื้อมากรวมถึงมีการโฆษณาชักชวนผ่านเว็บไซต์ และอ้างว่าเงินเป็นผลสามารถนำไปเป็นมรดกตกทอดถึงเครือญาติได้


"ในวันนี้จะรวบรวมหลักญานโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่มีรายละเอียดข้อมูลจำนวนลูกค้าและสินค้าเพื่อตรวจสอบยอดผู้เสียหาย รวมถึงดูบัญชีความเคลื่อนไหวทางการเงิน ซึ่งพบว่าเฉพาะวันนี้เพียงวันเดียวมียอดสั่งซื้อ 39 ล้านบาท และเพือนกันยายน 2555 มีกำไรกว่า 198 ล้านท ทั้งนี้จากการตรวจสอบยอดสมาชิกจาก สคบ. ปี 2554 มีสมาชิก 20,000 คน และเชื่อว่าขณะนี้มียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 40,000 คน ซึ่งสคบ.ได้สั่งปรับวันละ 10,000บาทรวมยอดค่าปรับถึงปัจจุบัน 600,000 บาท ส่วนการสั่งให้ยุติกิจการเป็นอำนาจของ สคบ." พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าว


อนึ่ง ก่อนหน้านี้(วีนที่ 4 ก.ค.) ที่กองปราบปราม กลุ่มสมาชิกนักธุรกิจเครือข่ายของบริษัทดิจิตอล คราวน์โฮลดิ้ง ย่านพระรามเก้า กว่า 30 คนเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป.เพื่อร้องทุกข์ขอให้ช่วยตรวจสอบการดำเนินกิจการของบริษัทนี้ว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ๋หรือไม่เนื่องจากขณะนี้มีผู้ใช้แรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบางส่วนตกเป็นเหยี่ต้องกู้หนี้ยืมสิน นำที่ดินของครอบครัวไปจำนองเพื่อนำเงินมาลงทุนในวจรธุรกิจลักษณะนี้รวมค่าเสียหายประมาณ 4,000 ล้านบาท


น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู หนึ่งในสมาชิกธุรกิจเครือข่ายของบริษัทแห่งนี้ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่โรงงานบริษัทรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ต่อมาได้มีเพื่อนซึ่งทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทนี้มาชักชวนให้ร่วมทำธุรกิจโดยบอกว่าลงทุนเล็กน้อยแต่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไปตลอดชีวิตจึงเกิดความสนใจเพราะต้องการช่วยเหลือครอบครัวหาเงินมาไถ่ถอนที่ดินกว่า 20 ไร่ที่ติดจำนองอยู่ จากนั้นเพื่อนคนดังกล่าวได้พามาเข้าอบรมที่อาคารสำนักงานย่านพระรามเก้า เสียค่าเข้ารับอบรม 300 บาท เมื่อเข้าอบรมบรัษทก็จะจัดคนที่ประสบความสำเร็จได้รายได้มากๆ มาพูดจูงใจ ซึ่งในการอบรมแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เท่ากัน แต่เมื่อฟังบ่อยๆ เข้าจะเหมือนถูกล้างสมอง และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้เพราะแต่ละคนที่มาเป็นสมาชิกนั้นก็เป็นคนใช้แรงงานหาเช้าินค่ำที่อยากจะมีฐานะดีขึ้น


น.ส.เอ กล่าวต่อว่าเมื่อหลงเชื่อเพื่อนที่เป็นอัพไลน์หรือพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดก็จะให้หาเงินมาลงทุน โดยวิธีการระดมทุนนั้นเขาจะแนะนำให้พูดคุยกับคนที่เรารักหรือคนในครอบครัว ซึ่งช่วงนั้นตนหลงเชื่อจึงนำที่ดินติดจำนองธนาคารไปจำนองกับนายทุนเงินกู้ได้เงินมา 4.4 แสน บาทแต่เสียดอกเบี้ยร้อยละ 5 เงินที่ได้มาส่วนหนึ่งก็นำไปใช้หนี้ธนาคารที่ก่อนหน้านี้จำนองที่ไว้ส่วนที่เหลือก็นำมาลงทุนในธุรกิจใช้เงินไป 212,300 บาทได้สินค้าเป็นตะเกียงมาหลายชุดดแต่สินค้าเหล่านี้ไม่ได้นำไปขายแต่ก็จะถูกแนะนำให้เก็บสินค้าไว้เพื่อนำไปขายให้คนที่เราชักชวนมาเป็นดาวน์ไลน์ในเครือข่ายเราตนทำงานนี้มาเกือบ 7 เดือน ต้องไปที่อาคารสำนักงานบริษัทที่พระรามเก้าและพระรามสองทุกวัน หยุดวันอาทิตย์วันเดียว และหาเครือข่ายได้เพียงรายเดียวเท่านั้นได้เงินกลับคืนมา 4 หมื่นกว่าบาท


"ตลอดเวลาที่ทำงานเครือข่ายนั้นก็จะถูกพูดกรอกหูให้หาทุนหาเครือข่ายอยู่ตลอดเวลา และได้ทราบจากคนอื่นที่หลงเชื่อมาเป็นเครือข่ายว่าต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนคนละ 200,000 บาท เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในระบบธุรกิจนี้ ซึ่งส่วนใหญ่สมาชิกกว่าสองหมื่นคนเป็นผู้ใช้แรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี และนครราชสีมา ที่ขณะนี้กำลังเดือดร้อนพราะหนี้สินที่ไปกู้ยืมมาลงทุนโดยเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลตอบแทนจริงตามที่บริษัทมีการกล่าวอ้างจึงไม่อยากให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีกจึงมาร้องทุกข์ดังกล่าว" นางสาวเอกล่าว


สำหรับการร้องเรียนถึงพฤติกรรมการทำธุรกิจของบริษัท DCHL ที่เข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนนั้นตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีการร้องเรียนเพื่อให้ตรรวจสอบบริษัทนี้ถึง 900 คน เลยทีเดียวแต่ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าจากคำแถลงของ พ.ต.อ.นิรันดร์ ที่รุบุว่า สคบ. มีคำสั่งปรับบริษัท DCHL ถึงวันละ 10,000 บาท และในขณะนี้มียอดการปรับสูงถึง 600,000 บาทคิดเฉลี่ยแล้วบริษัท DCHL ถูก สคบ.ปรับมาเป็นระยะเวลา 2 เดือนแล้ว ซึ่งจากจุดนี้เองประชาชนหลายรายที่ได้เห็นข่าวตามหน้าจอทีวีและหนังสือพิมพ์รายวันที่นำเสนอข่าวการจับกุมในครั้งนี้ได้สอบถามกันมาที่กองบรรณาธิการข่าว "หนังสือพิมพ์ LEADER TIME รายปักษ์" ว่า สคบ. สั่งปรับเงินบริษํทนี้ในข้อหาอะไรซึ่งถ้าเป็นข้อหาทำธุรกิจไม่ตรงตามที่ได้ยื่นแจ้งไว้กับสคบ. ทำไม สคบ.ถึงไม่ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้าและจะได้ระมัดระวังตัวเพื่อไม่ให้เข้าไปทำธุรกิจกับบริษํทนี้อีกแถมยังปล่อยให้บริษัทนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปถึง 2 เดือนจนกระทั่งมาถูกจับกุมในวันนี้


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวหนังสือพิมพ์ Leader Time ปีที่ 9 ฉบับที่ 200 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): สปีดสิ้นปีคาดผลงาน 100 ล.โอ่!ครึ่งปียอดโตตามเป้าดันธุรกิจสู่อาเซียน









ไอยรา แพลนเน็ต ส่ง อิม-มูล่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากงาดำ โกยยอดครึ่งปีแรกมากกว่า 50 ล้านบาท เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 กลุ่ม ทั้งการเกษตร และสินค้ากระชับสัดส่วน พร้อมเร่งอัดหลักสูตรอบรมนักขาย วาดฝันสิ้นปียอดสมาชิกแตะ 1.5 หมื่นรหัส ด้านรายรับขอ 100 ล้านบาทและหวังขยับสู่ตลาดอาเซียน


นายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวในช่วงต้นปี และได้ส่งสินค้า เรือธงอย่าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิมมูล่า สารสกัดจากงาดำที่ได้รับการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย ครึ่งปีแรกบริษัทปิดยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้าน บาทอย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกคาดว่า สิ้นปีอาจถึงเป้า 1.5 หมื่นรหัส เนื่องจากปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 8 พันรหัส


ในส่วนของนักวิจัยผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพให้กับบริษัทนั้น กัมปนาท เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งคิดค้นงานวิจัยสาร สกัดงาดำ และนำผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารโลก มาร่วมเป็นทีมผู้บริหารระดับ สูงของบริษัทอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ปัจจุบันไอยราได้ถือสิทธิบัตรงานวิจัย 1 ใน 5 ใบ ซึ่งเป็นเซซามีน ผลิตภัณฑ์งาดำชั้น 1 โดยผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารสกัดจากงาดำตัวนี้ของบริษัท มีชื่อว่า อิมมูล่า


นอกจากสินค้าเรือธงอย่างผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารอิมมูล่าแล้ว บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการด้วยกัน โดยอาจจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่ม สุขภาพ, ความงาม, การเกษตร, และกลุ่ม กระชับสัดส่วน ซึ่งสินค้าที่บริษัทวางแพลน จะให้เป็นสินค้าเรือธงตัวที่สอง คือ กลุ่มการเกษตร เนื่องจากมองว่าสินค้าทางการ เกษตรเป็นสินค้ามวลชน เพราะประชากร ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีอาชีพ ทำไร่ ทำสวน หากบริษัทต้องการให้ประชากร กลุ่มนี้หันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท ก็จำเป็นต้องมีสินค้าทางการเกษตรเป็นใบเบิกทาง ให้ชื่อของบริษัทไอยราได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชากรเหล่านี้ และเมื่อพวกเขารับรู้ว่าบริษัทคัดสรรแต่สิ่งที่ดีมานำเสนอ เขาก็จะหันมาสนใจสินค้าอื่นๆ ของบริษัทนั่นเอง


ส่วนครึ่งปีหลังบริษัทได้วางกลยุทธ์ลงภาคสนาม เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ นอกจากนั้น บริษัท กำลังเร่งดำเนินการในเรื่องของระบบการ ฝึกอบรม โดยดึงอาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรม มาร่วมผนึกกำลังเสริมความแกร่งให้กับบริษัท ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ กล่าวว่า การอบรมจะแบ่งเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.คนที่เริ่มทำธุรกิจ จะอบรมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติมเต็ม 2.การพัฒนาบุคลากรในสถาบันอบรม ให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจคืออะไร สินค้าคืออะไร 3.วิถีผู้นำไอยรา ภาวะผู้นำ 4.หลักสูตรผู้บริหาร และ 5.ชื่อคอส ว่า We are Aiyara ทุกคนคือไอยรา


ทั้งนี้ ในส่วนของหลักสูตรการฝึกอบรมวิทยากร หรือผู้นำนั้น บริษัทได้มีการ จัดฝึกอบรมไปแล้ว 4 รุ่น รุ่นละ 25 คน รวมทั้งหมด 100 คน ซึ่งเหตุที่บริษัทหันไป เน้นหลักสูตรนี้มากขึ้น เนื่องจากมองว่า วิทยากรจะเป็นเหมือนกระบอกเสียง หรือ ผู้ที่สามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้กับผู้บริโภค และนักธุรกิจรายใหม่ได้ โดยที่ผ่านมาจัดอบรมไปแล้ว 4 รุ่นจำนวน 100 คน และมีแผนจะเปิดการอบรมอีก 4 รุ่น จำนวน 100 คนเช่นเดิม ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นบริษัทก็จะมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้กับบริษัทถึง 200 คนด้วยกัน


กัมปนาท ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อีกว่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ บริษัทจะจัดงานเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในงานครั้งนี้จะได้มีการประดับเข็มเกียรติยศ แก่นักธุรกิจระดับ โกลด์ สตาร์ ถึง 100 คน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น กว่า 1,200 คน โดยงานดังกล่าวถือเป็น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจในอีกระดับหนึ่ง ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบริษัท คาดว่าจะจัดขึ้น ประมาณเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งหลังจากบริษัทเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อมั่นว่าไอยราจะเติบโตยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะก้าวสู่ถนน AEC

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวคังเซน เคนโก(Kangzen Kenko) โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี เริ่ม 10 ต.ค - 31 ต.ค 2555

โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี เริ่ม 10 ต.ค - 31 ต.ค 2555

เงื่อนไขการสมัครสมาชิก
1.ผู้สมัครต้องมาสมัครด้วยตนเองที่สาขาของบริษัทฯ
2.โปรโมชั่นสมัครสมาชิกฟรี สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะสมาชิกที่สมัครทำธุรกิจหลักในประเทศไทยเท่านั้น


3.ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ทางบริษัทฯสามารถติดต่อได้
4.ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิก กรณีหลังการสมัครหากบริษัทฯ ตรวจสอบพบว่าข้อมูลและเอกสารการสมัครไม่ถูกต้องหรือขัดต่อระเบียบจรรยาบรรณของบริษัทฯ
5.ขอสงวนสิทธิ์คืนเงิน กรณีมีการยื่นเอกสารลาออกกับทางบริษัทฯ
6.รหัสสมาชิกมีอายุ 1ปี เมื่อครบกำหนด สมาชิกต้องเสียค่าธรรมเนียมต่ออายุประจำปี เป็นเงิน 250 บาท
7.โปรโมชั่นนี้ขอสงวนสิทธิ์การให้ชุดคู่มือการสมัคร

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์พระรามเก้า เน็ตเวิร์ค: เปิดวิสัยทัศน์กับ คุณพงษ์กฤตย์ องค์ศิริวัฒนา และ คุณนัทธวัฒน์ ธีระวาณิชย์ ธีระวาณิชย์











 


สัมภาษณ์พระรามเก้า เน็ตเวิร์ค คุณพงษ์กฤตย์ องค์ศิริวัฒนา และคุณคุณนัทธวัฒน์ธีระวาณิชย์ธีระวาณิชย์ ขายตรงน้องใหม่มาแรงลุยตลาดสุขภาพเติมตัวด้วยสมุนไพรจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน


1.ก่อนอื่นทางเว็บไซต์ ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ อยากทราบก่อนเลยว่าทางพระรามเก้า มีความเป็นมาอย่างไรบ้างครับ


บริษัทพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 โดยมีการเปิดตัวบริษัทพร้อมด้วยสินค้าหลัก 3 กลุ่มด้วยกัน ตัวกลุ่มหลักของเราคือสินค้าสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพ ส่วนที่สองคืออาหารเสริม และส่วนสุดท้ายคือเครื่องสำอาง โดยเป้าหมายหลักของเรา ทางท่านประธานเสกข์สรร ธีระวาณิชย์ มีความมุ่งหวังอย่างแท้จริงเพื่อให้คนไทยได้รู้จักสมุนไพรจีนกว้างขวางมากขึ้น แล้วที่ท่านประธานมาทำธุรกิจเครือข่ายเพราะว่าทางท่านประธานมีสูตรสมุนไพรจีนโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวดซึ่งเป็นแพทย์อยู่ในราชวงศ์จีนของท่านประธานแต่จริงๆ แล้วสูตรยาสูตรนี้ได้รับการปรุงมาอย่างยาวนานในราชวงศ์จีนและได้รับสืบทอดกันมาเป็นรุ่นต่อรุ่นที่มีอายุมากกว่า 500 ปี ซึ่งส่วนผสมต่างๆ ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วและธุรกิจขายตรงเหมาะที่สุดในการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคและได้รับรายละเอียดอย่างแท้จริง


 


2.ตรงนี้ทางเราอยากทราบคุณสมบัติของสมุนไพรจีนของทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คหน่อยครับว่ามีคุณสมบัติอะไรบ้างแล้วมีความเป็นมาอย่างไร


สินค้าในกลุ่มสมุนไพรจีนตัวแรกที่แนะนำคือ ยาน้ำสมุนไพรจีน ปาซินสุ่ย เป็นสมุนไพรจีนที่ล้ำค่า สกัดตามสูตรจากราชวงค์จีนโบราณ สมุนไพรที่เป็นส่วนสำคัญคือ ปักคี ตังกุย ตังเซียม นำมาผสมผสานด้วยกัน รับประทานง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงผลิตภัณฑ์กลุ่มยาบำรุงต้นตำรับจากประเทศจีนสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนผสมผสานจากสมุนไพรหลายชนิดเพื่อดูแลสุขภาพให้ดีจากภายใน แถมสินค้าตัวนี้ได้รับการรับรองจาก อย. ว่าสามารถช่วยบำรุงหัวใจได้เป็นตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สรรพคุณ นี้ติดไว้ข้างกล่องได้


ส่วนที่สองคือยาน้ำสมุนไพรจีนบำรุงร่างกาย ซินแปะฮ้อ สกัดตามสูตรจากราชวงศ์จีนโบราณ สรรพคุณสมุนไพรที่เป็นส่วนสำคัญ เช่น กระวาน กฤษณา กระเจี๊ยบแดง รวมถึงตัวยานำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน รับประทานง่ายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็นยำบำรุงร่างกายสำหรับสุภาพสตรีประจำเดือน มดลูกไม่ปกติ สร้างเสริมพลังงาน สร้างภูมิต้านทาน ช่วยลดอัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ซินแป๊ะฮ้อ เครื่องดื่มรสสมุนไพรที่สกัดมาจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%


 


3.ทำไมไม่นำสินค้าเหล่านี้สู่การตลาดในรูปแบบอื่นแทนที่จะเป็นธุรกิจขายตรงครับ


ซึ่งปัจจุบันทางเรามีบริษัทที่ผลิตในการตลาดแบบซิงเกิ้ลอยู่แล้วแต่เพียงเราแตกลายออกมาในธุรกิจขายตรงของเรานั่นเองแต่ในส่วนนี้ผลิตภัณฑ์นั้นสินค้าของเราจะเป็นคนละสูตรกับที่ขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วๆไป ซึ่งหากเป็นสินค้าตัว ปาซินสุ่ย และซินแปะฮ้อของเราได้ใช้ส่วนประกอบที่คัดเกรดคุณภาพมาอย่างพิถีพิถันอย่างแท้จริงซึ่งส่วนนี้ทำให้ค้าสินค้าของเรานั้นมีราคาสูงตามไปด้วยพูดง่ายๆ เปรียบดั่ง Premium Product นั่นเอง


 


4.ทาง พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค ตั้งเป้ายอดไว้ที่ปีแรกที่เท่าไหร่ครับ


ปีนี้บริษัทเราตั้งเป้าไว้ที่ 50 ล้านบาทครับ และตอนนี้หากสังเกตจากอัตราการเจริญเติบโตตามไตรมาสแล้วโตขึ้นทุกๆ เดือน ซึ่งตอนนี้ผ่านมาได้ 8 เดือนแล้ว ยอดของทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คใกล้จะเลยจุด 20 ล้านบาทแล้วซึ่งหากให้มองว่าปีนี้สามารถทำได้ตามยอดไหมทางเรามองว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ซึ่งทีมงานของเราเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจุดการตลาดของเรามีอยู่ 2 จุดคือทางฝั่งกรุงเทพ และส่วนอีสาน ที่เป็นกำลังให้กับเราในตอนนี้อยู่


 


5.แผนการตลาดของทางพระรามเก้าเป็นอย่างไรบ้างครับที่จะใช้ช่วยกระตุ้นยอดขายในส่วนนี้


ซึ่งปีหน้าเรามองเพิ่มว่าเราจะลุยตลาดออนไลน์ ซึ่งทางลูกค้าสามารถสั่งซื้อสิ้นค้าได้เองพร้อมระบบการบริหารการจัดเก็บสินค้าส่วนปีนี้เราเน้นไปการสร้างรากฐานให้มั่นคงซึ่งทำอย่างไรก็ได้ที่ให้สมาชิกใหม่และเก่ารู้จักเราและได้รับการบอกต่อในกระแสสังคม ซึ่งแผนที่เราเน้นหนักและมั่นใจมากๆ คือทางเราอยากให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราก่อนเพราะทางพระรามเก้า มีความมั่นใจในตัวสินค้าของเรามากๆ หากได้ทดลองใช้ดูจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อกันปากต่อปาก ซึ่งหากการสังเกตปีนี้เราได้ออกบู๊ธตามงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้สินค้าและเป็นสมาชิกของเราเป็นดาราก็มียกตัวอย่างเช่นคุณปุ๊ก สมาพร คุณปอ ปุณยวีร์ ส่วนทางเรามีแผนการตลาดอื่นๆ ตอนนี้เรามีโครงการหัวใจพระรามเก้า คือบริษัทเรามุ่งหวังจริงๆ ในส่วนนี้เพื่อที่จะมอบประโยชน์ที่เราได้รับตอบแทนสู่สังคมและมุ่งหวังให้สังคมธุรกิจขายตรงดีขึ้นโดยเราคอนเซ็ปของเราคือ พระเก้าเน็ตเวิร์คเป็นขายตรงสีขาว โดยเราจะมอบให้แก่มูลนิธิเด็กที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งตรงเป้าหมายของเราคือสมุนไพรเราสามารถช่วยบำรุงหัวใจได้โดยตรงอยู่แล้ว โดยทางเราไม่หวังที่จะได้กำไรก่อนที่จะช่วยเหลือสังคมแต่พวกเราอยากช่วยเหลือสังคมจริงๆ ซึ่งวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ ทางเราจะมีงานเปิดตัวคืองาน Im number 9 พร้อมกับบริจาคเงินให้ในวันงานนี้อีกด้วย พร้อมมีการเชิญแพทย์มาให้ความรู้พร้อมกับศาสตร์แผนจีนมารวมในที่นี้อีกด้วย


 


6.ตอนนี้มีแผนที่จะขยายคลังสินค้าหรือ center ไปยังส่วนไหนบ้างครับ


ตอนนี้เรามีแผนจะเปิด Center ภายในปีหน้านี้ ซึ่งในส่วน สต๊อคคิทเราก็จะเปิดรับภายในปีนี้ด้วย ซึ่งเราอยากได้ผู้มุ่งหวังเข้ามาร่วมกับเราจริงๆ ซึ่ง มีสวัสดิการต่างๆ มากมาย ไม่ว่าค่าจัดอบรม ค่าน้ำมัน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทางเราจะมุ่งเน้นไปทางภาคหลักก่อนๆ


 


7.มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมไหมครับ


แน่นอนครับปีหน้าเราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย เราจะแบ่งเป็นสองภาคส่วนนะครับส่วนแรกทางเรามีการเซ็นสัญญา MOU กับทางมหาวิทยาลัย มหิดลในการค้นคว้าทดลองสินค้าตัวใหม่ๆ ของเรา ในส่วนที่สองทางเราจะร่วมมือกับทางบริษัทในเครือของเราคือบริษัท ไมโครอินโนแวทีฟ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทที่นักลงทุนร่วมมือกับทาง สวทช. ซึ่งจะร่วมมือกันเป็น 3 ภาคส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราตอนนี้ได้ทำการค้นคว้าอยู่หากสินค้าเราพร้อมคลอดออกมาเมื่อไหร่เรามั่นใจเลยว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าเบอร์หนึ่งในตลาดขายตรงอย่างแน่นอนส่วนรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ขออุบไว้เป็นความลับก่อนครับ


 


8.ในปี 2558 ประเทศไทยเราจะเข้าร่วมกับสมาคมอาเซียน ทางพระรามเก้ามีวางแผนการในอนาคตระยะยาวตรงส่วนนี้ไว้บ้างแล้วหรือยังครับ


แน่นอนครับซึ่งทางสินค้าใหม่ที่ทางเราเกริ่นไปข้างต้นนั้นจะตอบรับกับ AEC เลยเปรียบเหมือนหมัดเด็ดเราที่จะเข้าไปลุยในตลาดภูมิภาคครับ ซึ่งหากสินค้าออกสู่ตลาดแล้วทางเราวางแผนที่ประชาสัมพันธ์ผ่านสมาคมอาเซียนด้วย ซึ่งทางท่านประธาน เสกข์สรร ธีระวาณิชย์ เล่งเห็นถึงส่วนนี้แล้วพร้อมรับมืออย่างชัดเจนโดยหากสังเกตบรรจุภัณฑ์ของเราจะมีภาษาต่างชาติหลากหลายภาษาอาทิเช่น จีน เวียดนาม มาเลเซีย และภาษาอังกฤษอีกด้วยซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคในแถบอาเซียนอย่างมากๆ แล้วเรามองว่าหา AEC เกิดขึ้นแล้วเราจะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้อย่างแน่นอนและเป็นโอกาสกับนักลงทุน


 


9.มีสินค้าตัวไหนที่จะแนะนำเพิ่มเติมบ้างไหมครับ


ในนี้เราจะมีส่วนของอาหารเสริมอีกครับได้แก่ตัว เร จีม (Re Gime)ซึ่งช่วยควบคุมน้ำหนักและก็กระชับสัดส่วนอีกด้วยแถมเพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย และความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกด้วย ส่วนตัวที่สองได้แก่ ไทม์ ล็อค (Time Lock) ซึ่งสรรพคุณช่วยให้สุขภาพดีสะท้อนออกมาภายนอก สร้างความเปล่งปลั่งให้แก่ผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและ อิลาสตินให้กับผิวได้อย่างรวดเร็ว แถมช่วยยกกระชับผิวหน้าไม่ให้แก่อีกด้วยครับ ส่วนสินค้าอีกประเภทหนึ่งของเราคือ FEELLAN กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง บำรุงผิวซึ่งสินค้าตัวนี้เราทำสัญญาร่วมทุนกันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลีในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งสินค้าตัวนี้ได้ขยายเข้าไปจัดจำหน่ายในหลายๆ ประเทศแล้ว ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น


 


10.อยากทราบครับว่าทำไมแม่ทีมต่างๆ หรือผู้ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตถึงต้องมาก้าวเดินร่วมกับทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คครับ


พระรามเก้าเน็ตเวิร์คขอแบ่งออกเป็นให้องค์ประกอบหลักเลยได้แก่



  1. เราคือบริษัทที่มั่นคง เพราะเรามีบริษัทในเครือที่ประสบความสำเร็จและมั่นคงโดยตัวท่านประธานเสกข์สรร ธีระวาณิชย์ อยู่แวดวงธุรกิจมามากกว่า 40 ปี และประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างมากมาย

  2. เรามีที่ปรึกษาที่มากด้วยความสามารถ ได้แก่ท่าน ดิลก มหาดำรงศ์กุล ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมโรงแรมสวิสโฮเต็ลเลอ คองคอร์ดท่านที่สองคือว่าที่ร้อยตรี ฉลอง ทองแผ่ เป็นที่ปรึกษาทางภาคส่วนควบคุมอาหารและยา ท่านที่สาม ท่านชาลี โสภณพนิช

  3. ทางเรามีระบบที่สนับสนุนงานของแม่ทีมไม่ว่าจะเป็นการ opp ระบบออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ หรือระบบบริหารงานที่เป็นส่วนกลางของเราเอง

  4. แผนการตลาดของเราทันสมัยจ่ายแบบสมเหตุสมผลไม่มีการจ่าย over pay อย่างแน่นอนซึ่งแผนการตลาดของเราคือการทำตลาดระยะยาวไม่ใช่ธุรกิจที่ฉาบฉวย

  5. ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเรา พระรามเก้าเน็ตเวิร์คเราชูเรื่องของคุณภาพสินค้าเป็นหลักก่อนเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำกับผู้บริโภค และผู้บริโภคใช้แล้วกล้าที่จะนำไปบอกต่อว่าผลิตภัณฑ์เรานั้นมีคุณภาพ


ซึ่งนี่คือ 5 ปัจจัยขององค์ประกอบหลักหากผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพระรามเก้าเน็ตเวิร์คนั้นอยากจะก้าวร่วมไปกับเราเจริญเติบโตไปกับเราห้ามพลาด โอกาสที่ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้นำของเรา


 


11.ทางพระรามเก้าเน็ตเวิร์คมีอะไรที่อยากจะฝากทิ้งท้ายกับ www.thaimlmnews.com บ้างครับ


ก้าวไปข้างหน้า ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ก้าวไปพร้อมกับเรา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เหตุผลที่เราใช้สโลแกนนี้และชื่อบริษัทพระรามเก้า เน็ตเวิร์ค เพื่อความก้าวหน้าทุกท่านที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา เราจะให้ความก้าวหน้า พร้อมความมั่นคง หรือจะเป็นอสิรภาพทางการเงินและ สุขภาพที่ดี พร้อมอนาคตที่ยั่งยืนไปกับเราพระรามเก้าเน็ตเวิร์ค


 


Credit by www.thaimlmnews.com


 


 


 


 

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวประชาสัมพันธ์ มิ้ลค์กี้ เวย์ (Milkyway Planet) OPP เปิดโอกาสธุรกิจ

[gallery link="file"]


มิ้ลค์กี้ เวย์ OPP เปิดโอกาสธุรกิจ


แจก ฟีโน่ พร้อมจัดโปรโมชั่นเสริมการขาย


บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด บริษัทขายตรงคลื่นลูกใหม่มาแรง จัดงานประชุม เปิดโอกาสทางธุรกิจ มีคณะผู้นำ และมวลสมาชิกหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานกว่า 200 คน โดยมี สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ขึ้นกล่าวตอกย้ำแนวนโยบายความมั่นคงของบริษัทฯ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักขายมืออาชีพที่เข้ามาร่วมเป็น สำหรับบรรยากาศภายในงานมีการจับฉลากของรางวัลผลิตภัณฑ์มากมาย และรางวัลใหญ่ รถจักรยานยนต์ ฟีโน่ 1 คัน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ประกาศโปรโมชั่นเพื่อส่งเสริมการขายให้กับสมาชิกอีกมากมาย ซึ่งการจัดงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ เช็นเตอร์ ชั้น 4 ห้างอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว เมื่อเร็วๆ นี้