ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) :ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ...สำหรับคนที่มีความเชื่อแล้วลงมือทำ









หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ขมขื่นกับ ธุรกิจขายตรง มาก่อนเช่นเดียวกับ อดีตหนุ่มและสาวโรงงาน อย่าง คุณธัญพิสิษฐ์ อุษากานต์ ศรีบาง ที่ประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในธุรกิจขายตรง มานับไม่ถ้วนจนต้องเมินหน้าหนีกับอาชีพนี้ไปหลายต่อหลายครั้งแต่มาวันนี้คำๆ นี้ จอย แอนด์ คอยน์ ทำให้ทั้งคู่กลับพบกับ ความสำเร็จ ในธุรกิจขายตรงจนลืมความล้มเหลวในอดีตไปได้อย่างน่าติดตามเพราะ จอย แอนด์ คอยน์สามารถสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเขาและเธอได้อย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้หลังจากตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจเมื่อกว่า 9 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญวันนี้ทั้งคู่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้างด้วยการส่งต่อและมอบความสำเร็จมากมายให้อีกหลายครอบครัวทีเดียว


อดีตเมื่อวันวาน กี่ ขายตรงก็ไม่สำเร็จ


คุณธัญพิสิษฐ์ เดิมเป็นคนศรีสะเกษ ส่วนคุณอุษากานต์เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมชาติ ทั้งคู่ได้เดินทางมาหางานทำที่กรุงเทพฯ และก็ได้รู้จักกันในโรงงานแหห่งหนึ่งในอำเภอพระประแดงและก็ได้คบหารู้จักกันตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ได้ทำงานอยู่ในโรงงานมาหลายปี


และต่อมาได้มีโอกาสรู้จักกับบริษัทขายตรงบริษัทหนึ่ง เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เจอแต่ความล้มเหลว จากบริษัทที่ 1 ก็ไปบริษัทที่ 2 และบริษัทที่ 3 ผ่านไป 2-3 บริษัททำอย่างไรทั้งคู่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงมองหาอาชีพใหม่และต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเรียนต่อและก็ทำงานไปด้วยเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนจนจบและมองหางานใหม่อื่นๆทำแทน


J&C เปลี่ยนความคิด ดึงคืนกลับขายตรง


คุณธัญพิสิษฐ์ เล่าถึงการกลับมาทำธุรกิจขายตรงกับจอย แอนด์ คอยน์ ว่าขณะที่ศึกษาต่อและทำงานขับรถส่งของเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วยนั้น มีคนรู้จักซึ่งเคยทำธุรกิจเครือข่ายมาด้วยกันและเราก็ให้ความนับถือในตัวเขามาตลอด ได้โทรศัพท์มาชักชวนและเล่าเรื่องราวของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งคือ บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C ให้ฟังเพื่อที่จะพาเรากลับไปทำขายตรงอีกครั้ง


แต่เราก็ได้ปฎิเสธอยู่หลายครั้ง จนวันเวลาผ่านไป 5 เดือน เราก็ตัดสินใจใหม่ซึ่งตอนนั้นบริษัทเพิ่งเปิดไปได้แค่หนึ่งปีและก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่เนื่องจากผู้ที่แนะนำเป็นคนที่เราเชื่อถือจนได้ไปร่วมฟังการบรรยายเปิดตัวบริษัทครบรอบ 1 ปี ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการได้เห็นและเปลี่ยนความคิดของเรา ประการแรกคือการใช้บ้านเป็นออฟฟิส และประการที่สองมีโรงงานผลิตยาและสินค้าเป็นของตัวเองทำให้เราเกิดความมั่นใจในตัวของบริษัทจึงเข้าไปร่วมทำตั้งแต่นั้นมา


ระบบประชุม เปลี่ยน...ชีวิตให้สำเร็จ


แรกๆก็เผชิญปัญหาต่างๆ เหมือนๆ กับบริษัทขายตรงอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ที่แนะนำและการแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จจากหลายๆ คนในห้องประชุมเริ่มทำให้เรากลับมาทบทวนตัวองใหม่ ว่าที่ผ่านมา เราไม่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวมาโดยตลอดนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะ ความคิดของตัวเราเอง ขึ้นชื่อว่าการทำธุรกิจในการทำงานเราต้องเจอกับอุปสรรคอยู่แล้ว ปัญหาแรกคือตัวของเราเองคืออุปสรรคเนื่องจากตัวเองเคยทำขายตรงมาก่อนแล้วไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ในตอนนั้นทำให้เราขาดความมั่นใจ ทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองให้ได้ก่อน พอเราเกิดความเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันดีจริง ทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้


คุณธัญพิสิษฐ์เล่าต่อว่า นอกจากนั้นยังสามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้จริงอีกด้วย เพียงแค่นี้เราก็สามารถเอาชนะความคิดตัวเองได้แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนความคิด และปัญหาใหญ่ของการขายตรงก็คือ การชักชวนผู้คนมาทำธุรกิจร่วมกับเรา ในการชักชวนคนก็พยายามพูดคุยกับเพื่อนสนิทอยู่หลายคนพาเข้าเยี่ยมชมบริษัทแต่ในช่วงแรกๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงนั้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงทุกคนต่างมองในแง่ลบ เมื่อเจอปัญหามากๆ ชักชวนคนไม่ได้ก็เกิดความท้อ ก็เลยหันหน้าพาตัวเองไปเข้าประชุม ฟังผู้สำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์ความสำเร็จให้ฟัง ทำให้เราเกิดความมั่นใจและทำให้เราเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


บริหารทีมงานสู่ความสำเร็จด้วยการ ตั้งเป้าหมาย


ด้านการบริหารทีมงานของเราจะทำงานภายใต้ระบบ FIVE STARS TEAM โดยได้รับการพัฒนาจากคนที่มีประสบการณ์นับสิบๆ ปีของทีมงานของเรา มารวบรวมประสบการณ์ต่างๆ จึงกลายเป็นเป็นระบบการทำงานสำหรับคนที่จะเริ่มเข้ามาทำธุรกิจขายตรงกับ J&C เพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบและประสบกับความสำเร็จ ในการฝึกอบรมจะมีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์และแบบรายเดือน


เป้าหมาย คือ เราต้องการสร้างเครือข่ายของเราให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ให้ได้ และก็สามารถเห็นผลได้ว่าเขาสำเร็จได้จริง ทำงานได้จริง โดยในตอนนี้มีหลายคนที่มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะระบบที่เราสร้างขึ้นมา FIVE STARS TEAM


สิ่งที่ได้จาก จอยแอนด์คอยน์


ตั้งแต่ทำงานธุรกิจเครือข่ายกับ จอย แอนด์ คอยน์ มาเป็นเวลา 9 ปี สิ่งแรกที่ได้คือมีโอกาสได้ไปซื้อที่ดินที่จังหวัดชัยภูมิ 100 กว่าไร่ ลงทุนปลูกยางพารา สัปปะรดและต้นยูคาลิปตัส ซื้อบ้าน 1 หลัง หมู่บ้านเพอร์เฟคมาสเตอร์พีช ราคารวมตกแต่งกว่า 10 ล้าน บาท ได้ซื้อรถเบนซ์ E 200 1 คัน และมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวพ่อแม่ของทั้งคู่ได้ท่องเที่ยวกับ จอย แอนด์ คอยน์ ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 ประเทศ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อตอกบัตรเข้าทำงานมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้นและอิสระทางการเงินตอนนี้รับรายได้หลายแสนบาทต่อเดือนจาก J&C และมีเครือข่ายภายใต้องค์กรหลายหมื่นคน


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจกับ J&C


ในความคิดของผมไม่มีอะไรที่ช้าไปกับการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง เพราะว่าตอนนี้บริษัทของเราได้พัฒนาไปเยอะมากเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว ในตอนนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในการบริหารงาน มีความมั่นคงและมีสินค้าที่ดีหลากหลายรายการ เปรียบเสมือนคนที่มาแรกเริ่มของบริษัทเหมือนเดินบนถนนลูกรัง แต่คนที่เข้ามาใหม่ในตอนนี้เหมือนเดินบนถนนลาดยาง เพราะเรามีระบบการทำงานที่ดีที่รองรับนักธุรกิจหน้าใหม่ เพื่อที่จะมาร่วมประสบความสำเร็จกับบริษัทได้เลยทันที


ขอบคุณ จอย แอนด์ คอยน์


สิ่งแรกที่อยากจะขอบคุณ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธาน บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ได้สร้างและออกแบบริษัทให้มีความแตกต่างให้มีทางเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เราได้เปลี่ยนชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ และขอบคุณผู้ที่เปิดโอกาสให้รู้จักกับจอยแอนด์คอยน์ คุณทองเพชร-สิตา มะลิงาม ตำแหน่ง Marketing President บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอณ์ปอเรชั่น จำกัด ที่ทำให้เราพบกับธุรกิจดีๆ อย่างจอย แอนด์ คอยน์ ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ในวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวซินเนอร์จี้ (Synergy WorldWide) : มอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์









มอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่ - พิชญุต์ม์ เจนอารีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ซินเนอร์จี้เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัดมอบกระเช้าผลิตภัณฑ์จากซินเนอร์จี้ ให้กับแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถานบันนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2556

ข่าวประชาสัมพันธ์อาวียองซ์ (Aviance Thailand) :เจ้าของสำนักงานตรวจสอบบัญชี จับมือคุณป้าวัย 70 ปี เผยความสำเร็จแบบหมดเปลือก กับธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลที่ลงทุนเพียง 600 บาท ในงาน GRE@T DAY เราทำได้ คุณทำได้









อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยม จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ นำโดย มนต์ชัย เดโชจรัสศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย และ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ - อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด สร้างความคึกคักต้อนรับศักราช 2013 ประเดิมจัดงานแรก GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ งานที่มอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่และเป็นโอกาสสำคัญที่คุณจะได้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ พร้อมให้คุณได้พบกับ 8 บุคคลต้นแบบที่ประสพความสำเร็จ นำทีมโดย นงลัคขษ์ ธัชสัมฤทธิ์ Area Executive Business Associate คุณป้าวัย 70 ปี ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงขายตรงที่มากประสบการณ์กว่า 40 ปี และ อภิวัชร์ วิบูลย์วัฒนกุล National Executive Business Associate เจ้าของสำนักงานตรวจสอบบัญชี ที่ไม่ต้องกังวลกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ที่ค้นพบอิสรภาพด้านการเงินและเวลาผ่านการสร้างธุรกิจมูลค่ามหาศาลแบบไร้พรมแดน มาร่วมบอกเล่าประสบการณ์การตัดสินใจครั้งสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ ด้วยการลงทุนเพียง 600 บาท ณ หอประชุมมหิศร ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า


บรรยากาศแห่งความสุขหลังปีใหม่ยังไม่จางหาย เห็นได้จากรอยยิ้มที่สดใสที่มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ หลายร้อยคน อาวียองซ์ยังได้สร้างเซอร์ไพรส์สำคัญด้วยการเปิดตัว อาวียองซ์ อีซี่ ชาแนล (aviance Easy Channel) ธุรกิจแห่งอนาคตกับช่องทางดิจิตอลที่หลากหลาย ที่จะทำให้ผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์พร้อมสำหรับการทำธุรกิจเปิดตลาดในต่างประเทศ หรือเปิดช่องทางใหม่ๆ ในการหาผู้มุ่งหวัง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมงาน และบริหารธุรกิจของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่อาวียองซ์พัฒนาขึ้นเพื่อให้การทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ง่าย..สบาย..สะดวก ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงานของผู้ร่วมธุรกิจและสมาชิกอภิสิทธิ์ www.aviancecyberoffice.com ที่สามารถดูคะแนนองค์กร สมัครเป็นสมาชิกใหม่ภายใต้การสปอนเซอร์ของสมาชิกปัจจุบัน สมัครเป็นลูกค้าปลีกภายใต้การสปอนเซอร์ของสมาชิก สั่งซื้อสินค้าในราคาสมาชิก เว็บไซต์ www.avianceinternational.com ที่สามารถติดตามโปรโมชั่น ข่าวสาร และกิจกรรม ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ ดูข้อมูลทางธุรกิจ ดูคลิปวิดีโอและพรีเซนเทชั่นต่างๆ ของบริษัท สมัครเปิดเว็บเพจผู้ร่วมธุรกิจ, เว็บเพจผู้ร่วมธุรกิจ Personal Website : aviance eBiz ที่จะเป็นอาวียองซ์ ช็อปของผู้ร่วมธุรกิจที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถสั่งซื้อสินค้าในราคาปลีก, iPad Apps ที่สามารถตรวจเช็คสภาพผิวพร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ คำนวณราคาและเต็มอิ่มกับแคตตาล็อคผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ใน aviance My Beauty Solutions หรือ aviance Slym แอพที่ช่วยคำนวณดัชนีมวลกาย วิเคราะห์ 9 รูปร่าง รวมถึงให้คำแนะนำในการลดน้ำหนักเหมือนมี Slym Expert อยู่เคียงข้าง และแนะนำผลิตภัณฑ์ Slym ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ และ Social Network กับเฟซบุ้คความงาม สุขภาพ และผลิตภัณฑ์ www.facebook.com/aviance.th ที่จะแชร์เกร็ดความงามและการดูแลสุขภาพ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ และร่วมสนุกกับกิจกรรม พร้อมกันนี้ยังมีสถานีวิดีโอ อาวียองซ์ www.youtube.com/avianceinternational ที่สามารถชมและแชร์คลิปวิดีโอธุรกิจและผลิตภัณฑ์ รีวิวผลิตภัณฑ์โดยบล็อกเกอร์ และยังสามารถเลือกคลิปที่ต้องการไปไว้ยังเว็บเพจของผู้ร่วมธุรกิจได้ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้เยี่ยมชมก่อนที่ประตูของงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ จะเปิดเพื่อให้พบกับ 8 บุคคลต้นแบบที่ประสพความสำเร็จมาร่วมแชร์ประสบการณ์การตัดสินใจครั้งสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์


1 ในบุคคลต้นแบบที่สร้างเสียงหัวเราะและพลังได้เป็นอย่างดี คือ นงลัคขษ์ ธัชสัมฤทธิ์ Area Executive Business Associate คุณป้าวัย 70 ปี ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงขายตรงที่มากประสบการณ์กว่า 40 ปี ที่มาเผยความสำเร็จในการตัดสินใจครั้งสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ จนได้พบกับความสำเร็จว่า เพราะเป็นลูกที่เกิดมาในครอบครัวที่ค้าขายมาตั้งแต่เด็ก จึงซึมซับและรักการค้าขายเป็นชีวิตจิตใจ กระทั่งโตเป็นสาวและได้แต่งงานตอนอายุ 19 ปี ชีวิตจึงมีเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข มีเงินใช้ไม่ขาดมือ และในอนาคตหากมีลูกสามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้โดยไม่ลำบาก จึงมองหาลู่ทางและได้พบกับธุรกิจเครือข่ายที่ในเวลานั้นตัวเองก็ทำได้ตามความตั้งใจ และก็ได้ผลตอบแทนงดงามเช่นเดียวกัน และทุกครั้งก่อนที่จะเดินทางไปพบลูกค้าดิฉันจะไปสวัสดีพ่อและขอพรจากท่าน และมีอยู่วันหนึ่งพ่อให้พรมาว่า อย่าคาดหวังว่าจะขายได้เสมอไป หากขายไม่ได้มันเป็นโอกาสที่จะให้เราได้สำรวจดูว่า เรานั้นรู้จักตัวเองดีแล้วหรือยัง หรือว่าเรานั้นได้ลงมือทำเต็มที่แล้วหรือยัง และเพราะคำอวยพรของพ่อนี่ล่ะค่ะ ที่เป็นเหมือนภูมิคุ้มกันให้ดิฉันไม่เคยท้อแท้หรือสิ้นหวังเลย กับเดินหน้าลุยในธุรกิจยังไม่เหน็ดเหนื่อย ในเมื่ออายุมากขึ้นจึงวางมือ จนวันหนึ่งเมื่อปี 2544 คุณเจอร์รี่ หลุย ได้ติดต่อมาหาว่ามีธุรกิจหนึ่งที่อยากให้ดิฉันเข้ามาศึกษา ซึ่งก็คือธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ด้วยความที่หลงรักในการทำธุรกิจเครือข่าย ดิฉันตัดสินใจทันทีเขียนใบสมัครพร้อมกับคุณเจอร์รี่ หลุย ด้วยสิ่งจูงใจที่มองเห็นโอกาสความสำเร็จในธุรกิจนี้ที่มีแบ็คอัพเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ มีแผนปันรายได้ที่แน่นอนและชัดเจน ยิ่งเวลานี้มีสิ่งที่การันตีด้วยผู้บริหารสโมสรเงินล้าน ที่แม้ว่าเพื่อนที่สมัครพร้อมกันในเวลานั้นคือ คุณเจอร์รี่ หลุย จะกลายเป็นผู้บริหารสโมสรร้อยล้าน แต่ดิฉันก็ไม่น้อยหน้ากับการได้เป็นผู้บริหารสโมสร 20 ล้านเช่นกัน และธุรกิจนี้ยังให้เราเปิดโลกกว้างได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ และนี่ก็คืออีกหนึ่งแรงจูงใจให้ดิฉันกรอกใบสมัคร ซึ่งในตอนนี้คือทริปท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา เพียง 1 เดือนดิฉันก็สามารถพิชิตทริปท่องเที่ยวอเมริกาได้สำเร็จ ผ่านมา 12 ปี เคล็ดลับความสำเร็จของดิฉันที่รักการขายเป็นชีวิตจิตใจคือการใช้สินค้าให้ตัวเรานั้นดูสวย ดูดี แล้วเอาตัวเองนี้ล่ะเป็นโชว์รูมเคลื่อนที่ เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอพอเห็นร้องทักไปทำอะไรมา บอกไปเลยค่ะ ว่าเพียง 600 บาทที่ทำให้เราดูสวย ดูดี และเพราะ 600 บาทนี้ที่ทำให้มีบ้าน มีรถ และสามารถส่งลูกชายคนที่ 3 เรียนจบปริญญาโทที่อเมริกาได้สำเร็จ ความสำเร็จมันไม่ยากเกินกว่าเอื้อมถึง หากเราตั้งเป้าหมายที่ไม่ต้องใหญ่มาก แล้วทำให้สำเร็จจะทำให้เรามีแรงและกล้าที่จะฝันให้ใหญ่ขึ้น ค่อยๆ คว้า ค่อยๆ ทำ เมื่อดิฉันในวัย 70 ยังทำได้ คุณก็ต้องทำได้เช่นกัน


ไฮไลท์เด็ดของงานในครั้งนี้คือ อภิวัชร์ วิบูลย์วัฒนกุล National Executive Business Associate เจ้าของสำนักงานตรวจสอบบัญชี ที่ไม่ต้องกังวลกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ที่ค้นพบอิสรภาพด้านการเงินและเวลา ผ่านการสร้างธุรกิจมูลค่ามหาศาลแบบไร้พรมแดน มาบอกเล่าถึงความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ว่า ผมอยากบอกว่าในชีวิตของคนเรานั้นเคยไหมครับที่ได้พบกับจุดคลิก (Click) ในชีวิต ในวัยเด็กของผมจุดคลิกของชีวิตคือเกิดมาเพียงไม่กี่วันพ่อก็เสียชีวิตลง มีเพียงแม่ที่คอยเลี้ยงดู และห้ามพูดคำว่า จน เพราะเดี๋ยวจะจนตามปาก ดังนั้นอยากได้อะไรต้องทำงานเก็บเงินซื้อเอา โดยที่บ้านมีอาชีพค้าขาย ผมจึงต้องช่วยค้าขายด้วยเช่นกัน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดต้องเดินทางไปช่วยป้าซึ่งขายอาหาร เวลานั้นแม่จะบอกผมเสมอว่าไม่มีสมบัติให้ มีเพียงการศึกษาเท่านั้นที่จะช่วยผม พอโตขึ้นมีโอกาสได้ทำงานในสำนักงานบัญชี และขยับขยายได้เข้าไปทำงานในธนาคารกรุงเทพ ที่มีเงินเดือนเพียง 3 พันกว่าบาท จุดคลิกของผมจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเพื่อนที่เข้าทำงานมาพร้อมกันประสบอุบัติเหตุไม่สามารถมาทำงานได้ ทางบริษัทไม่จ่ายเงินเดือน ทำให้ผมได้เรียนรู้และเริ่มค้นหาอาชีพสำรอง และได้พบกับธุรกิจเครือข่าย ผมเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายตั้งแต่ปี 2530 จนกระทั่งเกิดวิกฤติฟองสบู่แตกในปี 2540 จากนั้นไม่นานผมได้เปิดสำนักงานตรวจบัญชีขึ้น มีลูกค้า 30-40 บริษัท แต่มีรายได้ 3 เดือน อีก 9 เดือนว่างงานครับ แต่ผมต้องมีเงินทุนหมุนในการเลี้ยงดูพนักงานในระหว่าง 9 เดือนนั้น ทำให้ผมคิดทบทวนถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจกับธุรกิจเครือข่าย และพบว่าธุรกิจเครือข่ายนี้เองที่ใช้เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง และไม่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ ที่สำคัญมีอิสรภาพทางด้านเวลาและการเงิน สามารถไปไหนก็ได้โดยที่ไม่ต้องลาหรือขออนุญาตใคร มีเงินใช้จ่ายโดยที่ไม่ต้องลังเลในทุกครั้งของการซื้อ เพียงแต่เราต้องหาบริษัท หาทีมงานที่มีเคมีตรงกันกับเรา เหมือนเช่น 11 ปีที่แล้วกับธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ที่ผมได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ ที่ในตอนนั้นอาวียองซ์เปิด ช็อปที่สีลม ในความรู้สึกของผมมันดูเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่มาก และเมื่อได้พบกับผู้บริหารมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากเข้ามาเป็นส่วนหนี่งในธุรกิจนี้ เพราะวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อีกทั้งธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่มีขนาดตลาดใหญ่มาก โอกาสแห่งความสำเร็จเป็นไปได้อย่างแน่นอน และยิ่งตอนนี้คำว่า AEC ดังก้องอยู่ตลอดเวลา จะเห็นได้ว่ากระแส AEC ที่หลายคนตื่นตัว หลายคนจับตามองถึงการลงทุนในประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่อาวียองซ์เห็นมาก่อนหน้านั้นแล้วครับ ที่เวลานี้เราได้ขยายปักธงทำธุรกิจไปแล้วทั้งในมาเลเซีย กัมพูชา และอินเดียที่กำลังเร่งขยาย ดังนั้นภาพแห่งความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ เพียงเรามี 3 คำในใจว่า ฉันทำได้..ฉันทำได้ เพียงเท่านี้ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอน เมื่อผมทำได้คุณก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน


เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความสำเร็จจากผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ในงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ ที่มาร่วมแชร์แบ่งปันเส้นทางสู่ความสำเร็จ ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้พบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะอาวียองซ์เชื่อว่า เราทำได้ คุณทำได้ โดยก่อนจบงานอาวียองซ์ยังได้มอบโชค ด้วยการจับรางวัล iPad Mini มูลค่า 11,200 บาท 1 รางวัลให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานและได้เยี่ยมชมบูธ อาวียองซ์ อีซี่ ชาแนล (aviance Easy Channel) ได้ลุ้นกันอีกด้วย


[gallery columns="4" orderby="title"]


*******************************************************************


หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด


โทร.0-2619-0429 ถึง 30 สุจินดา, แสงนภา, ภัควลัญชญ์


วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์รวมพลังแบ่งปันโลหิต ครั้งที่ 25









บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม แอมเวย์รวมพลังแบ่งปันโลหิต ครั้งที่ 25


เพื่อรณรงค์ให้นักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก พนักงาน ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศ


ได้ร่วมกันทำความดีโดยบริจาคโลหิตเพื่อแบ่งปันให้แก่ผู้ป่วยและผู้ที่มีความจำเป็นต้องการโลหิตทั่วประเทศ


ตามรายละเอียด ดังนี้


เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (สำนักงานใหญ่ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ สุขุมวิท


ดอนเมือง ธนบุรี พระราม 2 และนนทบุรี) เปิดรับบริจาคโลหิต วันอังคารที่ 22 มกราคม 2556


เวลา 9.30 15.00 น. ณ ห้องริช แอนด์ เจย์ 3 ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ แอมเวย์


ผู้ประสงค์บริจาคโลหิต สามารถติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 20 มกราคม 2556


และในวันบริจาคโลหิต กรุณาเดินทางถึงสำนักงานใหญ่แอมเวย์เพื่อลงทะเบียนกรอกประวัติ


ภายในเวลา 09.00 - 13.00 น. (หากเกินกำหนดเวลา บริษัทขออนุญาตมอบคิวที่ท่าน


ได้สำรองไว้แก่ผู้บริจาคโลหิตท่านอื่นๆ)


ต่างจังหวัด เปิดรับบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลหรือหน่วยสภากาชาดประจำจังหวัด


ในพื้นที่ที่มีแอมเวย์ ช็อป เปิดให้บริการ ผู้ประสงค์บริจาคโลหิต สามารถติดต่อ


ลงทะเบียนล่วงหน้า ณ แอมเวย์ ช็อปทุกสาขา ได้ตั้งแต่วันที่ 1 19 ตุลาคม 2555


และท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศ ณ แอมเวย์ ช็อปทุกสาขา



ภาคเหนือ


วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556


เชียงใหม่ แอมเวย์ ช็อป เชียงใหม่ 14.00-16.00 น.


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


ลำปาง รพ.ลำปาง 9.00-16.00 น.


เพชรบูรณ์ รพ.เพชรบูรณ์ 9.00-16.00 น.


ตาก รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 9.00-16.00 น.


สุโขทัย รพ.สุโขทัย 9.00-16.00 น.


น่าน รพ.น่าน 9.00-15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


กำแพงเพชร รพ.กำแพงเพชร 9.00 - 15.00 น


พะเยา รพ.พะเยา 9.00 - 15.00 น.


อุตรดิตถ์ รพ.อุตรดิตถ์ 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


พิษณุโลก แอมเวย์ ช็อป พิษณุโลก 9.00 - 12.00 น.


แพร่ รพ.แพร่ 9.00-16.00 น.


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556


เชียงราย แอมเวย์ ช็อป เชียงราย 9.00 - 16.00 น.


วันพุธที่ 23 มกราคม 2556


นครสวรรค์ แอมเวย์ ช็อป นครสวรรค์ 9.00-12.00 น.



ภาคกลาง


วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556


กาญจนบุรี รพ.พหลพลพยุหเสนา 8.30-12.00 น.


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


สมุทรปราการ รพ.สมุทรปราการ 9.00-15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


ลพบุรี แอมเวย์ ช็อป ลพบุรี 13.30-16.30 น.


เพชรบุรี รพ.พระจอมเกล้าเพชรบุรี 9.00 - 16.00 น.


อยุธยา รพ.พระนครศรีอยุธยา 9.00-16.00 น.


สระบุรี รพ.สระบุรี 9.00-15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


สามพราน รพ.นครปฐม(นายกเหล่ากาชาด) 9.00 - 12.00 น.


วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2556


สุพรรณบุรี รพ.เจ้าพระยายมราช ชั้น 4 9.00-15.30 น.


ราชบุรี รพ.บ้านโป่ง 9.00 - 15.00 น.



ภาคใต้


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


สุราษฎร์ธานี รพ.สุราษฎร์ธานีิ์ 9.00 - 16.00 น.


ภูเก็ต สภากาชาดจังหวัดภูเก็ต 9.00 - 16.00 น.


นครศรีธรรมราช รพ.มหาราช 9.00 - 16.00 น.


ตรัง รพ. ตรัง 9.00 - 15.00 น.


ยะลา รพ.ยะลา 9.00 - 16.00 น.


ประจวบคีรีขันธ์ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ 9.00 - 15.00 น.


กระบี่ รพ.กระบี่ 9.00 - 12.00 น.


พัทลุง รพ.พัทลุง 9.00 - 15.00 น.


สตูล รพ.สตูล 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


หาดใหญ่ รพ.สงขลานครินทร์ 9.00 - 16.00 น.


ชุมพร รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 9.00 - 16.00 น.



ภาคตะวันออก


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


ปราจีนบุรี รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร 9.00 - 16.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


ระยอง รพ.ระยอง 9.00-16.00 น.


จันทบุรี รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี 9.00-16.00 น.


ชลบุรี รพ.ชลบุรี 9.00-16.00 น.


ฉะเชิงเทรา เหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา 9.00 - 12.00 น.



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


สุรินทร์ รพ.สุรินทร์ 9.00 - 16.00 น.


อุดรธานี รพ.ค่ายประจักศิลปาคม 9.00 - 16.00 น.


ร้อยเอ็ด รพ.ร้อยเอ็ด 9.00 - 16.00 น.


เลย รพ.เลย 9.00 - 16.00 น.


บุรีรัมย์ รพ.บุรีรัมย์ 9.00 - 15.00 น.


ชัยภูมิ รพ.ชัยภูมิ 9.00 - 15.00 น.


มหาสารคาม รพ.มหาสารคาม 9.00 - 15.00 น


กาฬสินธุ์ รพ.กาฬสินธุ์ 9.00 - 15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


นครราชสีมา เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา 9.00 - 15.00 น.


สกลนคร รพ.สกลนคร 9.00 - 16.00 น.


ศรีสะเกษ รพ.ศรีสะเกษ 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


ขอนแก่น รพ.ศรีนครินทร์ 9.00 - 16.00 น.


อุบลราชธานี รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ 10.00 - 16.00 น.


วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2556


หนองคาย รพ.หนองคาย 9.00-15.00 น.


กรุณาติดตามรายละเอียดวัน เวลา-สถานที่บริจาคได้ที่ประกาศของบริษัท


ทุกท่านสามารถแจ้งความประสงค์บริจาคล่วง หน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 20 มกราคม 2556


ณ แผนกบริการธุรกิจและแอมเวย์ ช็อป ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


คุณน้ำทิพย์ 0-2840-8000 ต่อ 8122


พิเศษ


สำหรับผู้บริจากคโลหิตทุกท่าน


รับ "สำลีแผ่นสำหรับทำความสะอาด


เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี เป็นที่ระลึก



คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต ตามระเบียบของสภากาชาดไทย


- อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์


- น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี


- ไม่มีประวัติเป็นโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง


- ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา และไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ ไอเรื้อรัง


- ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดชนิดต่างๆ โรคหอบหืด โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง


- โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์


- ไม่อยู่ในระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบในระยะ 7 วันที่ผ่านมา


- ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์และไม่มีประวัติติดยาเสพย์ติด


- งดการบริจาคโลหิตภายหลังการผ่าตัดหรือคลอดบุตร 6 เดือน


- สตรีไม่อยู่ระหว่างมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์


- ก่อนการบริจาคโลหิตล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารมาก่อนและเป็น


- อาหารที่ย่อยง่ายไม่มีไขมัน


- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนวันบริจาคโลหิต อย่างน้อย 6 ชั่วโมง


- ก่อนการบริจาคโลหิตล่วงหน้า 2 วัน ควรงดการรับประทานนิวทริไลท์ น้ำมันปลา นิวทริไลท์


พริมโรส พลัส และสมุนไพรขมิ้นชัน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำมันในเลือดสูง ตามระเบียบ


ของสภากาชาดไทย


หมายเหตุ


* แจ้งชื่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 1 20 มกราคม 2556 ณ แอมเวย์ ช็อป ในพื้นที่ของท่าน


* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณน้ำทิพย์ 0-2840-8000 ต่อ 8122



พิเศษ! สำหรับผู้บริจาคโลหิตทุกท่าน รับ ยาสีฟันกลิสเทอร์


มัลติ-แอ็คชั่นฟลูออไรด์ขนาดทดลอง เป็นที่ระลึก



แทนคำขอบคุณ สำหรับผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง


5 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และสเปรย์ระงับกลิ่นปาก กลิสเทอร์ รสมินท์


10 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และนิวทริไลท์ แอคทีฟ 8 มิกซ์ (เครื่องดื่ม) รสส้ม


15 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และนิวทริไลท์ สปิแนช พลัส


20 ครั้ง: รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และนิวทริไลท์ นิวทริ - โปรตีน

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค (Milkyway Network) : มิ้ลค์กี้ เวย์ เร่งตอกเข็มธุรกิจแดนอีสาน มุ่งสร้างจุดศูนย์กลางรับตลาดอาเซียน








 


มิ้ลค์กี้ เวย์ ปีมะเส็ง เดินเครื่องเต็ม แรง ประกาศบุกอีสาน ล่าสุดเล็งจังหวัด อุดรธานี เตรียมตั้งเป็นฐานบัญชาการรบ ใหม่ หวังเชื่อมโยงธุรกิจรับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ด้ว ยการทุ่ม งบกว่า 100 ล้าน สร้างศูนย์คอนเวนชั่นฮอลล์ บนพื้นที่ 5 ไร่ เชื่อหากศูนย์ดังกล่าวเสร็จเมื่อไหร่ ธุรกิจ มิ้ลค์กี้ เวย์ เติบโตทะยานฟ้าเทียบชั้นยักษ์ ใหญ่เบอร์ 1 แน่นอน พร้อมเผยภาพรวม ธุรกิจที่ผ่านมา โตดีเป็นที่น่าพอใจ
เปิดศึกรับศักราชใหม่สำหรับขายตรง มิ้ลค์กี้ เวย์ ที่ต้องบอกว่า นาทีนี้ ค่ายนี้กำลัง เร่งเครื่องธุรกิจแบบเต็มแรงกันเลยทีเดียว ด้วยเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ต้องการที่จะอยู่ในแถวหน้าของธุรกิจขายตรงเมืองไทย ทั้งนี้ หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ มิ้ลค์กี้ เวย์ แล้วจะทราบว่า การเดินเกมของ ค่ายนี้ เริ่มที่จะออกมาเป็นรูป เป็นร่างบ้างแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากดูถึง ความเคลื่อนไหวของธุรกิจ มิ้ลค์ กี้ เวย์ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทาง ด้าน นายสุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิรค์ จำกัด ได้เปิด เผยว่า ตลอดระยะเวลาในการ ดำเนินธุรกิจของมิ้ลค์กี้ เวย์ ใน ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ภาพโดย รวมของธุรกิจเรียกได้ว่าเป็นที่น่า พอใจ เห็นได้จาก ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่น รหัสด้วยกัน ถือว่าเป็นการ เติบโตที่รวดเร็วกว่าที่บริษัทฯ ตั้ง เป้าหมายไว้เสียอีก อย่างล่าสุด เมื่อไม่นาน บริษัทฯ ก็ได้มีการ เปิดสาขาใหม่ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งถือว่าเป็นอีกจุด ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของบริษัทฯ ในการที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้า หมายที่ตั้งไว้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ นายสุมิตร ยังกล่าว ต่ออีกว่า ในส่วนของแผนการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นับ จากนี้ต่อไปนั้น ได้เตรียมที่จะ ผุดศูนย์คอนเวนชั่นฮอลล์ ที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อหวังที่จะ สร้างเป็นศูนย์รวมทางธุรกิจ ของอาเซียน โดยศูนย์ดังกล่าว นั้น จะมีทั้งศูนย์อบรมสัมมนา ห้องเทรนนิ่ง ที่ใช้งบประมาณ ในการลงทุนกว่า 100 ล้านบาท การเปิดศูนย์คอนเวน ชั่นฮอลล์ดังกล่าว ถือเป็นแผน งานในระยะยาวที่บริษัทฯ ได้ วางไว้ เพื่อเป็นการเปิดรับกับ ตลาดอาเซียนที่จะมีขึ้นใน อนาคตอันใกล้นี้ โดยขณะนี้ได้ มีการสำรวจพื้นที่ก่อสร้างเพื่อ เรื่องดำเนินการไปแล้ว ซึ่งจะใช้ พื้นที่ในการก่อสร้างประมาณ 5 ไร่ พร้อมกับคาดว่าจะเปิดใช้ได้ ในช่วงปี 2556 นี้แน่นอน นายสุมิตร เผยต่ออีกว่า เป้าหมายของ มิ้ลค์กี้ เวย์ ไม่ ได้หยุดเพียงแค่นี้ เพราะสิ่งที่ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้คือ ต้องการเป็นที่ 1 ในตลาดเครือ ข่ายเมืองไทย ซึ่งเป้าหมาย อันดับ 1 ในที่นี้นั้น คือ บริษัทฯ จะต้องสานนโยบายและแผน ปฏิบัติการให้สามารถแข่งขัน กับเบอร์ 1 อย่างค่ายแอมเวย์ให้ ได้ ที่สำคัญ บริษัทฯ มีความ เชื่อมั่นและมีความมั่นใจว่า มิ้ลค์กี้ เวย์ ในอนาคตจะต้องมา แทนแอมเวย์ให้ได้ หากนโยบาย เป็นไปตามแผนงานที่บริษัทฯ วางไว้ สิ่งที่ทำให้ มิ้ลค์กี้ เวย์ มี ความเชื่อมั่นว่าจะเป็นเบอร์ 1 ของเมืองไทยให้ได้นั้น เนื่องจากนโยบายของบริษัทฯ ที่มีความ ชัดเจน รวมถึงฐานลูกค้าของ บริษัทฯ ที่มีอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงวอลุ่ม การส่งออกไปต่าง ประเทศ ซึ่งขณะนี้ ต้องบอกว่า มิ้ลค์กี้ เวย์ มีความชัดเจนอย่าง มาก ในเรื่องของตลาดส่งออก ทั้งหมด และยิ่งในอนาคตอัน ใกล้นี้ ที่บริษัทฯ เชื่อว่า จะมีอีก หนึ่งเครื่องมือที่ช่วยผลักดัน ธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโต อย่างรวดเร็วนั่นก็คือ สินค้า นั่นเอง พร้อมกับระบบการฝึก อบรมที่เรียกว่า 4+1 ที่จะช่วย ให้สมาชิกทุกคนที่อยู่ที่มิ้ลค์กี้ เวย์ ได้ประสบความสำเร็จ ความพร้อมของมิ้ลค์กี้ เวย์ ในขณะนี้เรียกว่า มีความ พร้อมเกือบทุกด้าน และยิ่งใน เรื่องของการลงทุนต้องบอกว่า ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน พร้อม กันนี้ บริษัทฯ ยังได้มีแผนที่จะ ออกสินค้าใหม่ เพื่อมาตอบ สนองความต้องการของสมาชิก และผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีก ด้วย นายสุมิตร กล่าวต่ออีกว่า หากเมื่อโมเดลของธุรกิจมิ้ลค์กี้ เวย์ เมืองไทยประสบความ สำเร็จ และมีระบบที่ชัดเจน โดย เฉพาะที่จังหวัดอุดรธานี ที่ถือ เป็นอีกหนึ่งยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญ ของการทำธุรกิจเมื่อไหร่ เชื่อว่า โอกาสที่มิ้ลค์กี้ เวย์ จะสามารถ ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในประเทศไทยก็ ไม่ยากด้วยเช่นกัน แต่หากถาม ว่า จะใช้ระยะเท่าไหร่นั้น คงยัง ไม่สามารถที่จะตอบได้อย่าง ชัดเจน แต่สามารถที่จะบอกได้ ว่า หากเมื่อไรก็แล้วแต่ ที่โมเดล ที่อุดรธานีประสบความสำเร็จ และสร้างเสร็จ ซึ่งจะใช้เวลา ไม่เกิน 2 ปี น่าที่จะช่วยดัน ธุรกิจของมิ้ลค์กี้ เวย์ สู่ความ เป็นเบอร์ 1 ของเมืองไทยได้ด้วย เช่นกัน
ผมยังมีโมเดลที่จะต้อง ทำให้ได้อีกอย่างน้อย 85% ซึ่ง วันนี้เราประสบความสำเร็จแล้ว เพียงแค่ 15% จากเป้าหมายที่ เรานั้น จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 โดยยัง เหลืออีก 85% ที่จะต้องสานต่อ ดังนั้นถนนเส้นนี้ ยังคงต้องเดิน อีกไกลมาก ๆ แล้วถามว่า โอกาสที่เรานั้นจะพลาดพลั้ง ที่ จะล้มในวันข้างหน้าเป็นเช่นไร คิดว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก แต่หากจะมีในเรื่องของผลกระ ทบคงเกิดจาก 2 เรื่อง คือ สิ่ง ที่มากระทบทั้งภายใน และ ภายนอก โดยผลกระทบจาก ภายใน ถือว่าเราควบคุมได้ แต่ ผลกระทบภายนอกนั้น อาจจะ ตอบไม่ได้ แต่ทั้งนี้เราเองก็ต้อง ทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง อย่างแน่นอน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) :ยูนิซิตี้ ปีมะเส็งเดินเครื่องแรง เร่งเขย่าเครือข่าย3ประเทศรับอาเซียน









ยูนิซิตี้ เผยภาพรวมธุรกิจปี55 ยังเติบโตไม่ตรงเป้า แจง ธุรกิจยูนิซิตี้เมืองไทยโตดีเกินคาด พร้อมประกาศบุกตลาดอาเซียน เต็มพิกัด หลังเตรียมชิมลาง 3 ประเทศ ลาว-เวียดนาม-อินโดนีเซีย เสริมเคี้ยวเล็บธุรกิจ...ด้าน มร.คริสโตเฟอร์ ประกาศแผนปี56 เตรียมเร่งเครื่องขยายตลาดให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมหว่านยาหอมที่ยูนิซิตี้เติบโตมาได้เพราะผู้นำแย้ม ต้นปี56 เตรียมพบสินค้าใหม่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควบคุมนํ้าหนัก มั่นใจเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะผลักดันยอด ขายโตต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในเกาหลีมาแล้ว
มร.คริสโตเฟอร์เฮยนสึ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ประจำภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัทยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของยูนิซิตี้ ในปี 2555 ว่า หาก มองดูถึงตัวเลขการเติบโตแล้ว พบว่า ยังไม่เป็นไปตามเป้า หมายที่วางไว้ ส่วนการเติบโต ของตลาดยูนิซิตี้ ประเทศไทย นั้น เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งใน ประเทศที่โตเร็วที่สุด โดยมี อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อเทียบกับยูนิซิตี้ในหลาย ๆ ประเทศ พร้อมกับคาดว่าในปี นี้ ยูนิซิตี้ก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
ส่วนแผนงานของยูนิซิตี้ ในปี 2556 นั้น เตรียมที่จะ ขยายตลาดเพิ่มขึ้นอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว,อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน จากปัจจุบันที่ ยูนิซิตี้ มีศูนย์กระจายสินค้าอยู่ที่ 73 แห่งทั่วประเทศไทย และ มากกว่า 70 ศูนย์ที่เป็นศูนย์ กระจายสินค้า เหตุผลที่ยูนิซิตี้ ได้รุก เข้าไปทำตลาดใน 3 ประเทศ นั้น เนื่องจากเล็งเห็นถึง ศักยภาพของประเทศดังกล่าว ว่า มีแนวโน้มตลาดที่สดใส เพราะเห็นได้จากเริ่มที่จะมีนัก ธุรกิจในประเทศนั้น ๆ เกิดขึ้น บ้างแล้ว ซึ่งหากยูนิซิตี้ บุก ตลาดทั้ง 3 ประเทศนี้อย่าง จริงจังเมื่อไหร่ เชื่อว่าโอกาสที่ ธุรกิจจะเติบโตก็มีสูงเช่นกัน ใน ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ทำให้ยูนิ ซิตี้เติบโตมาได้พร้อมกับกล้าที่ จะขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีผู้นำที่ ดี พร้อมกับมีระบบที่ดี ในการ ขับเคลื่อนคนและองค์กรสู่ ความสำเร็จนั่นเอง
มร.คริสโตเฟอร์ เผย ต่อว่า อีกหนึ่งเป้าหมายของยูนิ ซิตี้ในปี 2556 นี้ คือ การตั้งเป้า หมายที่จะมีศูนย์กระจาย สินค้า 100 แห่ง และในแต่ละ จังหวัด อยากที่จะเห็นศูนย์ กระจายสินค้าอยู่ที่2-3 แห่ง ต่อ 1 จังหวัดอีกด้วย พร้อมกันนี้ มี แผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ใน ช่วงเดือนมกราคมนี้อีกด้วย อยู่ ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร ที่ควบคุมนํ้าหนัก โดย สินค้านี้เคยสร้างยอดขายที่ ประเทศเกาหลีมาแล้ว และ คาดว่า หากนำเข้ามาทำตลาด ในเมืองไทย ก็น่าที่จะได้รับการ ตอบรับที่ดีเช่นกัน รวมถึงในปี 2556 นี้ทางยูนิซิตี้ก็จะมีสินค้า ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วย ในปี 2556 นี้ ยูนิซิตี้ พร้อมที่จะเปิดเกมรุกทางธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย การ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อ ต้องการที่จะผลักดันให้ผู้นำ และนักธุรกิจได้เติบโตอย่าง รวดเร็ว ไปพร้อม ๆ กับบริษัท นั่นเอง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์เปิดโลกการเรียนรู้สู่เด็กไทย จัดคาราวาน ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทย









แอมเวย์ เดินเครื่อง กิจกรรมเพื่อสังคม จัด คาราวานส่งมอบความรู้ ครั้งใหญ่ ห้องสมุด เคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย แก่โรงเรียนทั้ง 114 โรงเรียน ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการ ขยายโอกาสทางความรู้ ของเยาวชนไทยให้กว้างขึ้น อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมเชื่อโครงการดัง กล่าว เยาวชนจะได้รับ ประโยชน์จากต้นแบบ คลัง ความรู้เคลื่อนที่ นี้มากกว่า 22,000 คนทั่วประเทศ
ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทย คือ ต้นฉบับคลัง ความรู้เคลื่อนที่ครั้งแรกของ ประเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อ ตอบแทนบุญคุณของสังคม โดยจัดขึ้นในโอกาสฉลองการ ดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปีของ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และยังได้รับความ ร่วมมือจากสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้ให้คำปรึกษาใน การจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่ ภายใต้นโยบายของกระทรวง ศึกษาธิการ ห้องสมุด 3 ดี คือ 1. หนังสือดี 2. บรรยากาศ ดี 3. บรรณารักษ์ดี โดยโครงการ นี้ เพื่อเยาวชนไทยจะได้มีสื่อ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และช่วย ส่งเสริมพฤติกรรมรักการอ่าน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการ พัฒนาสติปัญญาต่อไป พร้อม เติบโตเป็น ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ในอนาคต
โดยทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึง ห้องสมุด เคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย ถือว่าเป็นโครงการสร้างต้นแบบ คลังความรู้เคลื่อนที่ เพื่อเปิด โลกกว้างให้แก่เด็กไทย โดยตั้ง เป้าส่งมอบให้ 77 โรงเรียนในทุก จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยงบ ประมาณรวมกว่า 10 ล้านบาท พร้อมเปิดโอกาสให้นักธุรกิจ แอมเวย์ พนักงานและผู้สนใจ ร่วมบริจาคเงินจัดทำห้องสมุด เคลื่อนที่เพิ่ม และเนื่องในโอกาสที่ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 25 ปี จึง ได้ มีการจับมือสำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาของไทย โดย แอมเวย์ ได้เปิดตัวโครงการ ใหญ่แห่งปี ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย ต้นแบบคลัง ความรู้เคลื่อนที่ รวบรวม หนังสือสารานุกรมและเสริม ทักษะความรู้รวม 100 เล่ม พรอ้มอุปกรณ์การเรียนรู้เพื่อ ส่งมอบไปทุกจังหวัดทั่วไทย หวังตอบแทนบุญคุณของ สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับสมัคโรงเรียน ที่ต้องการห้องสมุดเคลื่อนที่ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีโรงเรียนตอบรับ มากกว่า 744 แห่ง ทำให้ต้องคัดเลือกโรงเรียนที่เหมาะสม และขาดแคลนห้องสมุดจริง ๆ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนในภูมิ ภาคต่าง ๆ ดังนี้ ภาคเหนือ 25 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30 แห่ง ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 33 แห่ง และ ภาคใต้ 22 แห่ง ร่วมทั้งสิ้น 114 โรงเรียน ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทย ได้รับการ สนับสนุนอย่างดียิ่งจากทุก ภาคส่วน อันได้แก่ สพฐ. โรงเรียนทั่วประเทศ
มูลนิธิ แอมเวย์เพื่อสังคมไทย นักธุรกิจแอมเวย์ พนักงาน และประชาชนทั่วไป ที่ต่างมี บทบาทสำคัญในการผลักดัน กิจกรรมนี้ให้เป็นที่รู้จัก และได้ รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้เยาวชนไทยและชุมชน ในพื้นที่ได้รับประโยชน์ทาง ความรู้สูงสุดนั้น เอง ซึ่งโครงการนี้ ยังจะมีต่อ เนื่อง และก็เน้นเรื่องการศึกษา เด็ก และโครงการต่อเนื่อง ก็ยังคงทำทุกโครงการและห้อง สมุดก็ยังคงเปิด เป็นห้อง สมุดใหญ่ แต่ส่วนห้องสมุด เคลื่อนที่ ก็ถือเป็นกิจกรรม พิเศษครบรอบ 25 ปีแอมเวย์ และก็จะมีการประเมินผลดู การตอบรับ เพราะถ้าถือว่าเป็น ประโยชน์อย่างมาก ก็จะอยาก เป็นหนึ่งในความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถไปเอื้อประโยชน์ต่อ สังคมได้
ในโครงการห้องสมุด เคลื่อนที่ บริษัทฯ จะมีการ พิจารณา แต่ว่าตัวโครงการ ใหญ่ ๆ ก็ยังคงอยู่ และใน โครงการ 114 โรงเรียนนั้น ก็ได้ มีการเริ่ม ไปแล้วเมื่อวันพุธที่19 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา โดย เป็นคาราวานส่งมอบของขวัญ ปีใหม่ให้น้องๆที่อยู่ห่างไกล และประเดิมส่งมอบที่โรงเรียน บ้านบ่อตาโล่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรี อยุธยา เป็น ที่แรก ต่อจากนั้น ก็จะกระจาย ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ
ส่วนเรื่องการส่งมอบนั้น ทางบริษัทฯ ก็จะส่งมอบหน้าที่ นี้ให้กับทางโรงเรียนเป็นผู้ บริหารจัดการ เพราะขั้นตอน ในการสมัคร โรงเรียนแต่ละ โรงเรียนก็ต้องบอกรายละเอียด มาว่า จะนำห้องสมุดนี้ไปใช้ แบบไหน อย่างไร อย่างเช่น เหมือนกับการให้โรงเรียนใกล้ เคียง ได้ใช้ประโยชน์ด้วย และประโยชน์ที่ใช้ไปก็มอง จากจำนวนนักเรียน พร้อมกับ ห้องสมุดนั้น จะต้องมีกิจกรรม ส่งเสริม เพื่อให้เด็กรักการอ่าน ด้วย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

เอวอน (AVON)เผยภาพรวมธุรกิจปี55โตเกินเป้าลั่น!ปีมะเส็งเร่งเสริมทัพหน้าสินค้านวัตกรรมใหม่








 


เอวอน แจงภาพรวมธุรกิจปี55 เติบโตเป็นที่น่าพอใจ หลังได้รับแรงส่ง จากสินค้า-กิจกรรมการตลาดผลักดัน ธุรกิจเฟื่อง ด้าน ศุภราภรณ์ปลื้มยอด เอนิว จีนิคส์ แรงเกินคาดจนยอดขาย ทะลุเป้า...ล่าสุดเปิดแผนบุกตลาดปี มะเส็งเตรียมส่งสินค้านวัตกรรมใหม่ กลุ่มสกินแคร์ยั่วน้ำลายผู้บริโภค พร้อม เชื่อยอดขายไม่แพ้กันเหมือนผลิตภัณฑ์ เอวอนที่ผ่านมาแน่ ประกาศยํ้า! ขอก้าว สู่ผู้นำด้านความงามในตลาดขายตรง
ศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเมติคส์ ประเทศไทย จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจเอวอนในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมาว่า ภาพรวม ของธุรกิจเอวอนค่อนข้างน่าพอใจ โดยสามารถมียอดการเติบโตมากกว่าที่บริษัทฯ ตั้งเป้า หมายไว้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ เอวอนเติบโต ส่วนหนึ่งมาจาก การสร้างแม่ทีมให้มีความเป็น มืออาชีพมากขึ้น เห็นได้จาก นักธุรกิจเอวอนเพิ่มจำนวน มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยในเรื่องของการจัด กิจกรรมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
การจัดกิจกรรมของ เอวอนในแต่ละเดือนนั้น จะมี ขึ้นอยู่ตลอดประมาณ 14-15 จังหวัดต่อเดือน ซึ่งกิจกรรม ดังกล่าวได้เริ่มทำมาแล้ว ประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่ง เป็นกิจกรรมที่ทางเอวอน เข้าไปร่วมด้วย นอกจากนี้ ยัง มีในส่วนของกิจกรรมที่ทางนัก ธุรกิจเอวอนจัดขึ้นเองเพื่อ สร้างความแข็งแกร่งภายใน ทีมงานอีกด้วย ศุภราภรณ์ เผยต่ออีก ว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เอวอน เติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ คง หนีไม่พ้นในเรื่องของผลิต ภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น มี คุณภาพ โดยในกลุ่มผลิต ภัณฑ์ของเอวอนที่เรียกว่า สร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ อยู่ในขณะนี้คือ ผลิตภัณฑ์ เอ นิว จีนิคส์ นั่นเอง สำหรับในปี 2556 นี้ เอวอนมีแผนที่จะเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ถือว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ยังไม่ เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเป็นใน กลุ่มของสกินแคร์ซึ่งขณะนี้ได้ มีการนำเสนอให้กับทางนัก ธุรกิจได้ลองสัมผัสบ้างแล้ว และนักธุรกิจเอวอนทุกคนต่าง ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โดย ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ได้มีการเปิด ตัวไปแล้วที่ยุโรป สหรัฐอเมริกา และในช่วงต้นปี 2556 นี้ ก็จะ มีการเปิดตัวที่ประเทศไทย โดยทางเอวอนเอง เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่จะออกมา ในตลาดปี 2556 นี้ น่าที่จะได้ รับการตอบรับที่ดี เหมือนเช่น เดียวกับผลิตภัณฑ์ เอนิว จี นิคส์ ที่ขณะนี้ สามารถสร้าง ยอดขายให้กับเอวอนได้อย่าง มากทีเดียว
การบุกตลาดของเอ วอนในปี 2556 ยังคงมุ่งเน้น การทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครื่องมือที่บริษัทฯ มี 2 อย่าง คือ 1. เรื่องของแผนการ ตลาด และ 2. เรื่องของ ผลิตภัณฑ์ทีมีคุณภาพ ซึ่ง บริษัทฯ เชื่อว่า หากแผนธุรกิจ ของบริษัทฯ เป็นที่น่าดึงดูด และพอใจแล้ว ในเรื่องของ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพก็ต้องมี การสนับสนุนด้วย และเมื่อทั้ง 2 ส่วนมีการผนึกรวมกันโอกาสที่จะมีการซื้อซํ้าก็จะมี มากขึ้นด้วย
ศุภราภรณ์ กล่าวทิ้ง ท้ายต่อว่า เป้าหมายของเอวอนนับจากนี้ คือ ต้องการมี ยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อ เนื่องทุกปี รวมถึงอยากที่จะ เป็นผู้นำทางด้านความงามใน ตลาดขายตรงด้วย แต่ทั้งนี้ ก็ ต้องสร้างความโดดเด่นของ ธุรกิจเอวอนให้กับผู้บริโภค ให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น พร้อมกับต้องมีการพัฒนา สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ตรงตามความ ต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เอวอนเดินมาถูกทางแล้ว และ ยิ่งในปี 2556 จะมีสินค้าใหม่ เข้ามาเสริมทัพธุรกิจด้วยแล้ว เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรง เหวี่ยง ให้ธุรกิจเอวอนเติบโต อย่างก้าวกระโดดแน่นอน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

ข่าวโมรินดา (Morinda) : โมรินดาตอกยํ้าผู้นำสินค้าเสริมอาหาร ชูอิริดอยส์โชว์จุดขายสร้างความต่าง









โมรินดา รุกตลาดต่อเนื่อง ชู อิริดอยส์ เป็นจุดขายสร้างความแตกต่างเหนือ คู่แข่ง พร้อมตอกย้ำความเป็น ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบน้ำ ด้วยการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านนวัตกรรมอันลํ้าสมัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์และนัก โภชนาการผู้เชี่ยวชาญ ประกาศเตรียมตั้งเป้า สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนปีมะเส็ง
มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ ประธานบริษัท โมรินดา กล่าวถึง ความสำเร็จของโมรินดาในปี 2555 ที่ผ่านมาว่า จาก 77 ประเทศ ทั่วโลก โดยเฉลี่ยพบว่า แนว โน้มของธุรกิจเป็นไปในทิศทาง ที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก สำหรับตลาดในกลุ่มภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย เฉพาะประเทศไทยเอง มีการ เปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างต่อ เนื่องใน 3 ปีที่ผ่านมา โดยพบ ว่า มีอัตราการขยายตัวของ ยอดขายและยอดสมาชิกที่ สมัครเข้ามาใหม่ รวมทั้ง สมาชิกเก่า ที่ได้มีการขยับตัว มากขึ้น ส่วนสำคัญมองว่า เกิด จากการบริหารจัดการที่ดี และ การเข้ามาของผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สามารถตอบสนองความ ต้องการทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ ทำธุรกิจ ให้สามารถทำงานได้ ง่ายขึ้น รวมไปถึงแผนรางวัล การจ่ายผลตอบแทนที่ IPC สามารถทำได้จากหลากหลาย ช่องทาง อาทิ ส่วนลดราย บุคคล, กำไรจากการขายปลีก, ฟาสท์สตาร์ทโบนัส, แมทชิ่ง โบนัส, ยูนิเลเวลโบนัส เป็นต้น
สิ่งที่โมรินดาให้ความ สำคัญมาเป็นอันดับแรก คือ เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่จะต้องมี คุณภาพ โดยเรามีการวิจัยและ พัฒนาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอิ ริดอยส์สารอาหารที่มีอยู่มาก ที่สุดในโนนิ พืชสมุนไพรที่เป็น วัตถุดิบหลักในผลิตภัณฑ์ทุก ชนิดของโมรินดา อิริดอยส์ มี คุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูล อิสระ ที่จะเข้าสู่ร่างกายทำให้ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น
มร.จอห์น วาดส์เวิร์ธ กล่าวต่ออีกว่า ล่าสุดโมรินดา ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา อีก 1 รายการ ซึ่งบางประเทศ ได้วางจำ หน่ายไปเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว และสร้างการตอบรับได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ MAX ผลิตภัณฑ์ที่รวมเอาอิริ ดอยส์จากแหล่งวัตถุดิบชั้น เยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นนางพญา อย่างโนนิ และพืชตระกูลเบอร์ รี่ทั้งหมดที่มีอิริดอยส์หลาก หลายชนิดมารวมกันจนกลาย เป็น MAX ที่มี 2 แบบด้วยกัน คือ MAX 120 และ MAX 360
ทั้งนี้ ทางด้าน วิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำ ประเทศไทย ยังได้กล่าวเพิ่ม เติมว่า สำ หรับ MAX ประเทศไทยคาดว่า จะสามารถ Pre launch ได้ตรงตามเป้า หมายที่วางไว้และสามารถวาง จำหน่ายได้ ในไตรมาสแรกของ ปี 2556 แน่นอน โดยความแตก ต่างของคุณประโยชน์ในผลิต ภัณฑ์ MAX คือ สารอิริดอยส์ที่ มีปริมาณมากถึง 120 ต่อ 1 Server ดังนั้นผู้บริโภคก็จะได้ รับประโยชน์มหาศาล ในขณะ เดียวกัน ด้วยความที่มีส่วนผสม ของพืชตระกูลเบอร์รี่ทำให้กลิ่น และรสชาติของ MAX ท่านง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย การเผยโฉมเครื่องดื่ม MORINDA MAX นั้น เป็นการ เข้ามาเพื่อชิงส่วนแบ่งการ ตลาดในกลุ่มฟังก์ชั่นนัลดริ๊ง ที่ เป็นมากกว่าซุปเปอร์ ฟรุ๊ต เพราะอุดมไปด้วยสารอาหาร ที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบที่คัด สรรมาเป็นอย่างดี มีความโดด เด่นในเรื่องของการต้านสาร อนุมูลอิสระที่เรียกว่า อิริ ดอยส์ แล้ว ยังมีสินค้ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างที่จะเข้า มาเขย่าวงการมากกว่า 5 รายการ ในขณะเดียวกัน ก็จะ มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ เข้ามาเพิ่มด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ มีการจัดโปรโมชั่น กระตุ้นยอด ขายอย่างต่อเนื่องทุกเดือน รวม ทั้งการจัดโปรแกรม Leadership Training ต่างจังหวัด โดย วิทยากรมืออาชีพ ที่จะเน้นทั้ง การสร้างบันดาลใจในการ ทำงาน, เทคนิคการทำงานเป็น ทีม สู่การเป็นองค์กรที่มี คุณภาพ และการให้ความรู้ด้าน คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งงานวิจัยและเครื่องมือ ส่งเสริมการขายต่าง ๆ ที่ที่ ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระ หรือ IPC สามารถจะนำไปใช้ในการ ทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
วิภารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย ต่อว่า ในส่วนโปรโมชั่นที่ใช้ทั่ว โลกร่วมกันทั้งหมด 77 สาขา นั้น ทางโมรินดา ก็ยังคงเดิน หน้าต่อไปเหมือนเดิม ซึ่งงาน ประชุมใหญ่ที่ในทุก ๆ ปี จะมี IPC มากกว่า 1 พันชีวิตเข้าร่วม งานก็คือ การประชุมระดับ ผู้นำนานาชาติ หรือ International Leadership Conference :ILC ซึ่งในปี 2556 จะ จัดขึ้นที่ Honolulu, Hawaiiระหว่างวันที่ 10-14 เมษายน 2556 นี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

สงครามขายตรงปีมะเส็งยังแดงเดือด เหล่ากูรูฟันธงธุรกิจดุไม่เลิกแต่สดใส









4 ผู้ประกอบการขายตรงฟันธงธุรกิจปีมะเส็ง ยังเติบโตดีไร้กังวล หลัง พบหลายเหตุผลดันธุรกิจเฟื่อง ทั้งคนว่างงาน ค่าแรง 300 บาท ที่ทำให้ กลุ่มคนพวกนี้หันมาสนใจธุรกิจขายตรงมากขึ้น...พร้อมฟันธงรายเล็กอยู่ ยาก หากไม่รู้จริงเรื่องเครือข่าย บวกเงินทุนไม่หนาพอ...แนะวิธีการทำ ตลาดยุค 2013 ควรรบเร็ว-รุกเร็ว ด้วยแผนการตลาด-สินค้านำ ยํ้า! การ ทำตลาดต้องอย่าประมาท พร้อมเสิร์ฟความต่างที่โดนใจ
เปิดฉากศักราชใหม่ปี 2556 หรือ ปีมะเส็ง เชื่อว่าหลาย ๆ ธุรกิจ คงต่างเร่ง เตรียมรับ-เตรียมรุก เพื่อหวังที่จะเบิก ฤกษ์ธุรกิจ ด้วยยอดขายที่ดีแบบเอาฤกษ์ เอาชัยนั่นเอง ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ในช่วง ต้นปีของทุก ๆ ปี ที่แต่ละค่ายต่างโหมโรง ออกอาวุธ ที่เรียกได้ว่า ครบมือออกมา สร้างความน่าสนใจของธุรกิจ เพื่อหวัง ดึงดูดทั้งสมาชิกใหม่ และสมาชิกเก่าให้อยู่ กับองค์กรของตัวเองอย่างเหนี่ยวแน่นและ มั่นคง
...จะเห็นได้ว่า วันนี้เส้นทางของ ธุรกิจก็เปรียบเสมือนหนทาง ที่พิสูจน์คน กล้าที่มีฝีมือนั่นเอง หาก ใครที่นิ่ง-ฐาน องค์กรมั่นคง เส้นทางธุรกิจที่ว่ายาก ก็ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเช่นกัน...เช่นเดียวกับ สนามหิน ใน ธุรกิจขายตรง ที่ตอนนี้ เหล่า ผู้ประกอบการ ทั้ง หน้าใหม่ และ หน้าเก่า ต่างออกขีปนาวุธทางธุรกิจ แบบ เย้ยฟ้าท้าดิน กันเลยทีเดียว ด้วย เป้าหมายเดียวกันคือ ความเป็นหนึ่ง ใน ยุทธ์จักรขายตรง พร้อมกับขุมกำลังที่เหนี่ยวแน่น และมั่นคงที่เรียกว่าผู้นำมือ อาชีพ
แต่ในขณะเดียวกัน ฟากของ เหล่า ผู้นำ เอง ใน ห้วงเวลา ที่สำคัญ ต้นปีนี้เช่นนี้ ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ ท่าน ต่างมองหาแหล่งที่พักพิงใหม่ที่ดีกว่าและแรง กว่าที่เดิมอย่างแน่นอน แต่ค่ายไหนล่ะ!... ที่จะเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าสมาชิก หลาย ๆ คนบ้าง ก็อยู่ที่ว่าค่ายนั้นจะมี แรงดึงดูดที่มากกว่านั่นเอง!!
ที่สำคัญ หากจะให้พูดถึงทิศทาง ของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ พบว่า มี หลาย ๆ กูรูชั้นเซียน ต่างออกมาแสดง นานาทัศนะต่าง ๆ มากมาย เกี่ยวกับธุรกิจ ขายตรงในปี 2556 ว่าจะเป็นปีที่ธุรกิจ เติบโตแบบก้าวกระโดด บางท่านก็บอกว่า เป็นปีแห่งการปราบเซียน หากใครที่ไม่แน่ จริง มีสิทธิ์ที่จะหลุดวงโคจรนี้ได้ด้วยเช่น กัน...ปักษ์นี้ ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ มี โอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการขาย ตรงที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงว่า มี ความคิดเห็นอย่างไรบ้างกับธุรกิจขายตรง ในปี 2556 ซึ่ง เหล่า ผู้ประกอบการ แต่ละ ท่าน ต่างให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจดังนี้



กูรูขายตรงฟันธงปีมะเส็ง ชี้!หลายค่ายเปิดวูดธุรกิจแรง


ด้าน ศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเม ติคส์ ประเทศไทย จำกัด ได้เผยถึงทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 ว่า จะมีอัตราการ เติบโตที่มากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในเรื่อง ของค่าแรง 300 บาทที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี จนทำให้คนเริ่มที่จะว่างงาน มากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ส่งผล มาถึงธุรกิจขายตรงที่จะเป็น อีกหนึ่งธุรกิจที่จะตอบโจทย์ให้ กับบุคคลกลุ่มนี้ได้ และเชื่อ ว่า จะมีคนเข้า มาสู่ธุรกิจขายตรง มากขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าการแข่งขันของ ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นี้ จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เริ่มมีธุรกิจเครือข่ายที่เกิดขึ้น เยอะ จึงเกิดการชิงดีชิงเด่นกัน ค่อนข้างมาก ด้วยกลยุทธ์ ต่าง ๆ ที่แต่ละค่ายมีออกมานำ เสนอ ซึ่งอยู่ที่ค่ายไหนจะใช้ กลยุทธ์ที่โดนใจเท่านั้นเอง ใน ขณะเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งปีที่ คาดว่า ค่ายไหนที่เป็นของจริง ก็จะอยู่รอดในธุรกิจเครือข่าย ได้ แต่หากค่ายไหนที่ยังไม่ ชัดเจนหรือยังไม่พร้อม ก็จะ เริ่มหลุดลอยหายไปจากระบบ เครือข่ายได้ด้วยเช่นกัน ...เช่นเดียวกับทางด้าน สุเทพ บุญภักดี ประธาน กรรมการ บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ เผยถึงทิศทางธุรกิจขายตรงใน ปี 2556 ว่า ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น โดยส่วนตัวมองว่า บริษัทรายเล็กในชั่วโมงนี้ ถือว่ารอดยาก เนื่องจากในช่วง ที่ผ่านมา พบว่า มีหลายๆ บริษัทฯ จะพบปัญหาในเรื่อง ของแม่ทีมผิดใจกันเอง และ หันมาเปิดบริษัทใหม่กัน ผล สุดท้ายก็ไปไม่รอด แต่ทั้งนี้ ยัง เชื่อว่าในปี 2556 นี้ บริษัทขาย ตรงค่ายใหม่ ๆ ก็น่าที่จะเกิด ขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งค่าย ไหนจะอยู่รอด หรือไม่รอดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง จุดเด่น และจุดขายของตัวเอง ให้ได้ หากทำไม่ได้โอกาสที่จะ มีการปิดตัวก็มีสูงเช่นกัน วันนี้ ต้องบอกว่า ใน เรื่องของการทำการตลาดแบบ วิธีการเดิม ๆ นั้น ควรที่จะปรับ เปลี่ยนได้แล้ว ควรที่จะลองหัน มาใช้วิธีการทำการตลาดแบบ ใหม่ ๆ เนื่องจากวันนี้ นักธุรกิจ ยุคเดิม ๆ ค่อนข้างที่จะไม่มี บทบาท และคนรุ่นใหม่ๆ เริ่ม ที่จะเข้ามาแทนที่ มีการพัฒนา ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหาก ค่ายไหน ที่ยังทำตลาดแบบ เดิมโอกาสที่จะเติบโตก็คงน้อย แน่นอน สุเทพ เผยต่อว่า การ แข่งขันของธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า จะเริ่มมีการ แข่งขันกันในเชิงของยุทธ ศาสตร์มากขึ้น รวมถึงวิธีการ ทำงานจะเริ่มมีความหลาก หลายมากขึ้นด้วย ในเชิงของ การสร้างความแตกต่างทั้งใน เรื่องของสินค้า แผนการตลาดในขณะเดียวกัน ค่ายไหนที่มี ทุนเยอะก็จะได้เปรียบในเรื่อง ของการทำธุรกิจ ส่วนค่ายไหน ที่ทุนน้อยก็จะเสียเปรียบใน การแข่งขัน ...นอกจากนี้ มร.คริสโต เฟอร์ เฮยนสึ คิม ประธาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำ ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิก บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า สำหรับทิศทาง ธุรกิจขายตรงในปี 2556 นั้น มองว่า ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเป็นธุรกิจ ที่สดใส สำหรับทุกคนที่กำลัง มองหาโอกาส ในขณะเดียวกัน เกมการแข่งขันทางธุรกิจก็คงดุ เดือดมากขึ้นเช่นกัน อีกทั้ง เชื่อว่า หลาย ๆ บริษัทฯ คงมี กลยุทธ์ต่างๆ ออกมาสู้ศึกกัน อย่างมากมาย ทั้งนี้ หากมองโดยรวม ของธุรกิจแล้ว น่าที่จะมีความ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ เป็นของจริง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีคนเริ่มที่ จะเข้ามาสู่ธุรกิจ ขายตรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก มีความเชื่อว่าอาชีพนี้ จะ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดี ขึ้นได้ เพราะจากที่ผ่านมา มี คนที่ประสบความสำเร็จจาก ธุรกิจขายตรงเกิดขึ้นเยอะ ทำให้เชื่อว่าธุรกิจขายตรงในปี 2556 จะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ตาม ลำดับ ...ด้าน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR เปิดเผยว่า สำหรับ ธุรกิจขายตรงในชั่วโมงนี้แล้ว ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น 1. เป็นธุรกิจที่ สร้างอาชีพให้คนทุกเพศ ทุก วัย ทุกระดับชั้น 2. เป็นธุรกิจ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดใน ห่วงโซ่อุปทาน 3. สามารถเป็น มรดกให้กับลูกหลานได้ 4. ลงทุนน้อย ความเสี่ยงตํ่า 5. เป็นธุรกิจที่สร้างคน สร้าง องค์กรให้มีคุณภาพ และ 6. เป็นธุรกิจที่สร้างฝันให้กับคนที่ ต้องการมีฝัน ต้องการที่จะมี ชีวิตความเป็น อยู่ที่ดีขึ้น ได้จริง ...นับได้ว่า การที่จะยิ่ง ใหญ่ในยุทธจักรขายตรงได้นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ และ ความชำนาญเข้าช่วยด้วยเช่น กัน ยิ่งปัจจุบันนี้ อาจจะเรียก ได้ว่า เป็นอีกหนึ่งยุคของการ ปราบเซียนเลยก็ว่าได้ หากใคร ที่ไม่แข็งแกร่งพอ รับรองว่า มี แต่ ตาย กับ ตาย อย่าง แน่นอน ขณะเดียวกัน ด้วย ภาวะวิกฤติเช่นนี้ จำเป็นอย่าง ยิ่ง ที่ทุกธุรกิจจะต้องมี คือ ความพร้อมในการรับมือกับ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ได้ ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ท่านจะมอง ว่า โอกาสของธุรกิจขายตรง จะยังเติบโตอยู่กับที่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ประมาทในการทำ ธุรกิจด้วยเช่นกัน!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1-15 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 335

เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ตอกย้ำความสำเร็จ จัดงาน Grand Opening ณ สโมสรทหารบก !! พร้อมบทสัมภาษณ์ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัทฯ








ขายตรงน้องใหม่บริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ของประธาน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี มาแรงเเบบฉุดไม่อยู่ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้จัดงาน Grand Opening ขึ้นที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยภายในงานได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม ซึ่งทางเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ถึงเรื่องราวข่าวสารต่างๆให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน


การเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะและสื่อมวลชนของบริษัท MIR WORLDWIDE


ประธานบริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี กล่าวถึงสาเหตุที่เราเลือกสโมสรทหารบกในการจัดงานเพราะเรามีฝันว่าเราจะสร้างระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยและของคนไทยเราไปสู่ระบบสากลไปสู่ตลาดโลก เพราะผมมีโอกาสเข้ามาทำตลาดขายตรงเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราก็พบว่าตลาดขายตรงบ้านเราจะถูกครอบครองโดยตลาดขายตรงต่างชาติกว่า 50 % ในฐานะที่ผมเป็นคนผลิตเครื่องสำอางและสินค้าดูแลบุคคล ที่ได้ส่งออกไปทั่วโลกมายาวนานกว่า 24 ปี แล้ว ส่งไปยังประเทศต่างๆที่เจริญกว่าเรา เราก็เลยมีแนวคิดว่า เราส่งสินค้าออกไปยังตลาดทั่วโลกได้ แล้วทำไมเราจึงไม่สามารถส่งธุรกิจของเราไปยึดตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน และเราจะเปลี่ยนธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสีขาวเราจะทำให้ธุรกิจสีขาวนี้เข้ากับธรรมชาติของธุรกิจขายปลีกอื่นๆได้ทั้งหมด เราจะไม่ไปแบบหนามทุเรียนที่หลายท่านก็อาจจะเคยทราบมาว่าธุรกิจขายตรงในประเทศเราเราก็มีหนามทุเรียนอยู่ หรืออาจจะถึงขั้นเป็นลัทธิต่างๆ จึงทำให้เราอยู่ในส่วนเล็กๆ เช่นธุรกิจขายปลีกมียอดอยู่ 1.4 ล้านๆบาท เราก็อยู่ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท


แต่เรายังยืนยันว่า "ธุรกิจขายตรงนั้นเป็นธุรกิจที่มีสเน่ห์" อย่างน้อย 6 ด้านด้วยกัน คือ


1. เป็นการสร้างอาชีพ


2. เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน


3. เป็นมรดกให้ลูกหลานได้


4. เป็นการลงทุนน้อย ความเสี่ยงต่ำ


5. เป็นการสร้างองค์กร สร้างบุคคลให้มีคุณภาพ


6. เป็นการสร้างฝัน จากการขับเคลื่อนขององค์กร และบุคคล


ท่านประธานได้กล่าวเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจขายตรงต้องทำให้เป็นธรรมชาติ


Soft Opening MIR WORLDWIDE


จากการ Soft Opening มา 4 เดือน ยอดของบริษัทเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอบโบนัส 2 อาทิตย์ หลัง 4 เดือนที่ผ่านมา เกือบ 3 ล้าน จ่ายโบนัสออกไปประมาณ 2 ล้าน สิ้นปี 2555 ก็น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


แผนธุรกิจของ MIR WORLDWIDE ในปีหน้า


เรื่องแผนธุรกิจในปลายปี 2556 หรืออาจะ 2557 เรามีแผนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สำหรับในประเทศพม่าเราคิดว่ายังไม่มีแผนในการดำเนินธุรกิจเพราะคิดว่าข้อมูลยังช้าไปหน่อย


ท่านประธานย้ำว่า ทุกๆธุรกิจมีโอกาสของตัวมันเอง ถ้าจะเป็นธุรกิจแบบเก่าๆ เดิมๆ ก็คงไม่ได้ อาจจะต้องเป็นธุรกิจแบบใหม่ เช่น Online Network คือผู้บริโภคต้องเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และสินค้าของเราต้องดีจริง พวกปลุกปั่นข้อมูลหรือสร้างลัทธิเพื่อมาขาย คงไม่ได้ เพราะว่าผู้บริโภค ณ ปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้น ยุคต่อไปคือถ้าไม่ดีจริงอยู่ไม่ได้ ต้องทำธุรกิจให้เข้ากับยุคของเวลาที่เปลี่ยนไป


สำหรับแผน ในตลาด AEC ที่กำลังจะมาถึง


เนื่องจากว่าเราเป็นบริษัทที่เน้นสินค้าในการผลิต ว่าสินค้าเราต้องดีจริง มีราคาถูกจริงและต้นทุนในการผลิตต้องต่ำ ที่สามารถสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคได้ เงินที่ผู้บริโภคจ่ายออกไปจะต้องน้อยกว่ามูลค่าที่เขาได้รับมายกตัวอย่างเช่นเดินทางไปทำการรักษาฝ้าที่โรงพยาบาลหมดค่าใช้จ่ายไปเป็นหลักแสน แต่พอมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราหมดค่าใช้จ่ายไปไม่กี่พันก็หายแล้ว เป็นต้น ส่วนในเรื่องของการกระจายสินค้าเรามีจุดกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง จนมาถึงเรื่องการฝึกอบรมในองค์กร ไม่มีใครเป็นลูกจ้าง คือเราต้องมีวิธีการว่าเราจะทำอย่างไร ให้เขามีจิตรที่จะสู้มีจิตที่จะทำ เราจะต้องเน้นในเรื่องของการสร้างองค์กรของเรา เพราะระบบธุรกิจขายตรงของเราไม่ใช่ระบบโฆษณาต้องใช้ระบบคนขับเคลื่อนสินค้า


 


โดยสำหรับในงานนี้ ทาง MIR WORLDWIDE ได้เปิดตัว 7 ผลิตภัณฑ์ MIR เพื่อความอ่อนเยาว์ของผิวระดับเซลล์ Trace Elements


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE & EYE MAKE UP REMOVER (For all skin type) ทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า ลำคอและดวงตาอย่างล้ำลึก


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE WASH GEL (For all skin type)


ชำระล้างความมัน เครื่องสำอางที่ตกค้างและสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับมลภาวะ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY&NIGHT SERUM (For all skin type)


ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY CREAM SPF 60 PA++ (For all skin type)


ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่า 60 เท่า ของผิวปกติ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS NIGHT CREAM (For all skin type)


สำหรับผิวปกติถึงผิวแห้ง ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS EYE CREAM (For all skin type)


ช่วยลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย รอบดวงตา ถุงใต้ตา และรอยคล้ำ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS MITONUTRIENTS NECK CREAM (For all skin type)


เพื่อการดูแลผิวบริเวณลำคอให้คงความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน


ทั้งนี้ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากอาจารย์สมคิด ลวางกูร กับหัวข้อการบรรยายพิเศษ ชื่อเรื่องว่า "กู เกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่"
กับ สมคิด ลวางกูร


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


[gallery columns="4"]

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด กอดคอ ธนชาติ คลอดบัตร เดบิต มาสเตอร์ นักธุรกิจแอมเวย์ใช้คล่อง !!








เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ ห้องธาราวดี เจเจ มอลล์ ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด กับ บริษัท มีนทอง จำกัด ได้ถือฤกษ์เปิดตัวโครงการพรีเทรดโฮม (ที่อยู่อาศัยเพื่อสมาชิก) และ พิธีลงนามข้อตกลงการใช้บัตร Thanachart CO-OP D Card ระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด กับ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)


สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด ก่อตั้งโดย นายแพทย์วัชรา ทรัพย์สุวรรณ ซึ่งเป็นสหกรณ์ของนักธุรกิจการตลาดระบบเครือข่าย ตาม พ.ร.บ. ขายตรง ที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทางการเงินของตัวเอง เพื่อความมั่นคงทางการเงินและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยระบบสหกรณ์ จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อ วันที่ 9 กรกฎาคม 2547 โดยเฉพาะเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด หน้าที่หลักๆ คือช่วยบริหารทางการเงิน ดูแลเงิน และเน้นการออมของสมาชิกนักธุรกิจแอมเวย์ จึงเกิดสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด ขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่กว่า 6,000 สมาชิกด้วยกัน โดย สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด กับ บริษัท มีนทอง จำกัด ได้ทำพิธีลงนามทำ MOU ร่วมกัน ซึ่งมีชื่อว่า Free Trade Home บ้านหลังแรกของสมาชิก และ พิธีลงนามข้อตกลงการใช้บัตร Thanachart CO-OP D Card ระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฟรีเทรด จำกัด กับ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) มีการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันร่วมมือกับทางธนาคารธนชาติ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกเมื่อต้องการถอนเงินจากสหกรณ์ สามารถใช้บัตร เอทีเอ็ม ของธนาคารธนชาติ ถอนเงินได้ทันที ทำธุรกรรมสหกรณ์ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารธนชาติ นอกจากการถอนออมทรัพย์แล้ว ถ้าทางสมาชิกมีความจำเป็นต้องใช้เงิน มีวงเงินกู้กับสหกรณ์ ก็ไม่ต้องมาถอนหรือรับเงินกู้ผ่านสหกรณ์ สามารถถอนที่หน้าตู้ เอทีเอ็ม ได้เลย บัตรใบนี้นอกจากจะใช้ได้ภายในประเทศแล้วเนื่องจากเป็นบัตร เดบิต มาสเตอร์ ซึ่งสามารถใช้ในประเทศต่างได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งในเรื่องของโครงการ Free Trade Home คุณเอกชัย สหะศักดิ์มนตรี ผู้จัดการใหญ่ฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ ว่า ได้มีทางบริษัทที่ทำบ้านจัดสรร ได้เล็งเห็นศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์(Amway) ก็ได้มาทำสัญญาให้เราทำตลาดให้ ซึ่งเราก็ตอบตกลง แล้วเราก็เปิดโอกาสให้ทางสมาชิกได้รับสิทธิ์ซื้อในราคาพิเศษของที่อยู่อาศัย ซึ่งรับประกันความคุ้มค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยของจำนวนเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ขอเพียงแค่คุณมีบัตรสมาชิกของทางสหกรณ์คุณก็จะได้รับสิทธิพิเศษ
หากสมาชิกท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ 02-735-2290-1


[gallery]

ข่าวประชาสัมพันธ์อาวียองซ์ (Aviance Thailand) :อาวียองซ์ชวนเลี้ยงจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ รับปีงูเล็ก 2013 เพื่อชีวิตที่ดียิ่งกว่า








 


เริ่มต้นปี 2013 ด้วยการมีสุขภาพที่ดีกันเถอะ...สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี โดย ภก. ดร. พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ จึงไม่รีรอที่จะชวนคุณๆ มาเลี้ยงจุลินทรีย์สุขภาพ อัศวินผู้พิทักษ์ลำไส้กัน เพราะหากลำไส้ของคนเราไม่ได้รับการดูแล จะนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ


ภก. ดร. พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี เผยว่า เชื่อหรือไม่ว่าการดูแลสุขภาพของลำไส้ ส่งผลสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีสุขภาพดี คนรักสุขภาพส่วนใหญ่พยายามรับประทานอาหารให้ครบหมู่ กินวิตามินเสริม ออกกำลังกาย แต่กลับละเลยระบบขับถ่าย ซึ่งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่เป็นอวัยวะภายในที่สำคัญมาก เพราะในลำไส้มีต่อมน้ำเหลืองอยู่มากมาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เพราะเป็นจุดย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเพื่อไปสร้างเสริมซ่อมแซมส่วนสึกหรอในร่างกาย และกำจัดของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย หากสุขภาพของลำไส้แย่จึงส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารไม่ดี การขับถ่ายที่ไม่สม่ำเสมอก่อให้เกิดการหมักหมมของเสีย จุลินทรีย์ก่อโรค และสารพิษตกค้างในร่างกาย เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยหลายอย่างรวมไปถึงโรคมะเร็ง หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตก โรคผิวหนังต่างๆ อย่างโรคสะเก็ดเงิน โรคเอสแอลอี


จริงๆ แล้วในลำไส้ใหญ่ของคนเรามีจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอาศัยอยู่หลายชนิด ทั้งชนิดที่ดีต่อสุขภาพและชนิดที่ก่อโรค มากน้อยขึ้นอยู่กับสุขภาพลำไส้ของแต่ละคน จุลินทรีย์ชนิดดีหรือจุลินทรีย์สุขภาพมีอยู่ตามธรรมชาติอาศัยอยู่ในลำไส้ของคน เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacilli) มีหน้าที่ช่วยย่อยสารอาหารในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเกลือแร่ เช่น วิตามินเค วิตามินบี ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก ไปใช้ได้ และยังเป็นเสมือนอัศวินผู้พิทักษ์ลำไส้ โดยจะสร้างกรดไขมันที่มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อของลำไส้กลายเป็นมะเร็ง และช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย เมื่อลำไส้มีจุลินทรีย์สุขภาพจำนวนมากจะช่วยป้องกันเชื้อก่อโรคอื่นไม่ให้เพิ่มจำนวนในลำไส้ได้ด้วย ดังนั้นการมีจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้มาก ก็ยิ่งการันตีสุขภาพที่ดีให้กับเรา


ภก. ดร. พงศกรพัฒน์ กล่าวเสริมอีกว่า ดังนั้นหนึ่งในวิธีการที่จะสามารถเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้คือการรับประทานใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น อินูลิน ซึ่งมีอยู่มากในหัวของผักที่ชื่อว่า ชิโครี่ และมีพบบ้างใน กล้วยหอม หัวหอม กระเทียม ปัจจุบันจึงมีการสกัดอินูลินจากชิโครี่และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเม็ดเคี้ยว ที่สะดวกและเข้มข้น เมื่อเรารับประทานใยอาหารอินูลินเข้าไป นอกจากจะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายซึ่งช่วยคนที่มักท้องผูก ให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการสะสมสารพิษในลำไส้แล้ว อินูลินยังจัดเป็นอาหารอันโอชะของเหล่าจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ทำให้มันแข็งแรงและเพิ่มจำนวนได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพลำไส้ และภูมิต้านทาน มีงานวิจัยให้กินอินูลินต่อเนื่อง 15 วันพบว่าช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ชนิดดีผู้พิทักษ์สุขภาพลำไส้ บิฟิโดแบคทีเรีย ได้ถึง 400% ส่งผลให้ปริมาณเชื้อก่อเกิดโรคลดลงด้วย ใยอาหารละลายน้ำจึงเป็นทางเลือกสุขภาพที่ปลอดภัยและรับประทานได้ทุกวัน


รู้อย่างนี้แล้วต่อไปคนรักสุขภาพเวลามองหาวิตามินเสริมรับประทาน ก็อย่าลืมมองหาอินูลินให้กับจุลินทรีย์ ผู้พิทักษ์ลำไส้ได้กินด้วยนะ เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดปี 2013


 


[gallery]


***********************************************************


หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด


โทร.0-2619-0429 ถึง 30 สุจินดา, แสงนภา, ภัควลัญชญ์


 

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

แอมเวย์ (Amway Thailand) จัดคาราวานส่งมอบ "ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย"


แอมเวย์จัดคาราวานส่งมอบ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย
เปิดโลกแห่งการเรียนรู้สู่เด็กไทยใน 114 โรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ


แอมเวย์ฉลองส่งท้ายปีแห่งการดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปี จัดงานคาราวานส่งมอบความรู้ครั้งใหญ่ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย แก่ 114 โรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางความรู้ของเยาวชนไทยให้กว้างขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งเป้าเด็กๆ ได้รับประโยชน์จากต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่นี้กว่า 22,000 คนทั่วประเทศ


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยเป็นโครงการสร้างต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่ เพื่อเปิดโลกกว้างให้แก่เด็กไทย โดยตั้งเป้าส่งมอบให้ 77 โรงเรียนในทุกจังหวัดทั่วประเทศด้วยงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านบาท พร้อมเปิดโอกาสให้นักธุรกิจแอมเวย์ พนักงานและผู้สนใจร่วมบริจาคเงินจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพิ่ม โดยล่าสุด มีผู้บริจาคอีก 37 ชุด ทำให้สามารถส่งมอบห้องสมุดรวมได้ทั้งสิ้น 114 ชุด ซึ่งบริษัทพร้อมดำเนินการส่งมอบได้ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะมีเด็กไทยได้รับประโยชน์มากกว่า 22,000 คน


เนื่องในโอกาสที่แอมเวย์ประเทศไทยดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปีในปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหญ่แห่งปีห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเปิดรับสมัครโรงเรียนที่ต้องการห้องสมุดเคลื่อนที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า มีโรงเรียนตอบรับมากกว่า 700 แห่ง ทำให้ต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมและขาดแคลนห้องสมุดจริงๆ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนในภูมิภาคต่างๆ ดังนี้ ภาคเหนือ 25 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30 แห่ง ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 33 แห่ง และภาคใต้ 22 แห่ง รวมทั้งสิ้น 114 โรงเรียนนายกิจธวัชกล่าวถึงที่มาโครงการ


ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน อันได้แก่ สพฐ. โรงเรียนทั่วประเทศ มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย นักธุรกิจแอมเวย์ พนักงาน และประชาชนทั่วไป ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกิจกรรมนี้ให้เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้เยาวชนไทยและชุมชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ทางความรู้สูงสุดนั่นเอง นายกิจธวัช กล่าวในที่สุด


นายสุชาติ ไชยสาร รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กล่าวว่า สพฐ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทย ซึ่งเปรียบเสมือนแม่แบบที่จะกระตุ้นให้หน่วยงานอื่นๆ หันมาให้ความสนใจช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษามากยิ่งขึ้น โดยในอนาคตหากแอมเวย์มีโครงการดีๆ ทางด้านการศึกษาไทยอีก ทางสพฐ. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แน่นอน เนื่องจากแอมเวย์มีนโยบายด้านการศึกษาเดียวกับวัตถุประสงค์ของสพฐ. ในการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้านการศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


นายประจบ จันทะเวช ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านบ่อตาโล่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า โรงเรียนบ้านบ่อตาโล่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลชั้นปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 163 คน ครู 11 คน และปัจจุบันยังไม่มีห้องสมุด มีเพียงมุมหนังสือเท่านั้น เนื่องจากห้องสมุดเดิมโดนน้ำท่วมเสียหาย ดังนั้นโรงเรียนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนมีแหล่งค้นคว้าหาความรู้เพิ่มขึ้น อีกทั้งช่วยให้นักเรียนมีโอกาสอ่านหนังสือเสริมทักษะเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น รวมทั้งได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยโรงเรียนจะนำห้องสมุดเคลื่อนที่มาใช้ในการจัดกิจกรรมระหว่างกลุ่มนักเรียน และสลับหมุนเวียนห้องสมุดเคลื่อนที่นี้ไปในแต่ละชั้นเรียน เพื่อที่นักเรียนจะได้หยิบอ่านหนังสือได้อย่างทั่วถึง และใช้ประโยชน์จากห้องสมุดเคลื่อนที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : จับมือรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย สานต่อโครงการ "Gifts for all" การให้...... เพื่อให้ต่อ ปีที่ 3


กิฟฟารีนจับมือรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย สานต่อโครงการ Gifts for all การให้...... เพื่อให้ต่อ ปีที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวโครงการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีพิเศษที่ พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมกับคุณวู้ดดี้ มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง เปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านส่งเรื่องราวที่อยากจะมอบความรู้สึกดีๆ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นไม่กล้าบอก ซึ่งในปีนี้มีผู้นำเรื่องราวดีๆ มาร่วมบอกต่อกันมากมาย
ซึ่งในปีนี้ทีมงานต้องระดมสมอง เพื่อทำการคัดเลือกเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ เพื่อส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษมากที่สุด จนในที่สุดเรื่องราวที่ประทับใจพ.ญ. นลินี ไพบูลย์ คุณวู้ดดี้และทีมงานมากที่สุด คือ เรื่องราวของคุณนุ๊ก ที่ได้ส่งคลิปมายังรายการ เพื่อต้องการที่จะขอโทษ และขออภัยจากคุณพ่อและคุณแม่ ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปและไม่กล้ากลับมาหาท่านนานถึง 10 ปี พร้อมทั้งอยากให้ท่านได้รู้จักคุณแฟรงค์ และน้องแองจี้ ซึ่งเป็นสามีและลูกสาวสุดที่รัก พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ คุณวู้ดดี้และทีมงานตัดสินใจที่จะทำความฝันของเขาให้สำเร็จ
การปฏิบัติภารกิจ Gifts for all ปีที่3 จึงได้เริ่มขึ้นโดยทางทีมงานได้วางแผนให้คุณพ่อ คุณแม่และน้องชายเดินทางมาที่ร้านอาหารโดยที่ทั้ง 2 ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสที่จะได้พบกับลูกสาว ซึ่งเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ครอบครัวนี้ไม่เคยได้อยู่พร้อมหน้ากัน หลังจากที่ทีมงานพาคุณพ่อและคุณแม่มาพบกันระหว่างนั้นทีมงานได้เปิดตัวคุณนุ๊ก คุณพ่อและคุณแม่ต่างดีใจ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้เห็นคุณนุ๊ก โดยคุณนุ๊กได้มีโอกาสกล่าวคำขอโทษ และอยากให้ท่านทั้ง 2 พบกับคุณแฟรงค์ สามีของเธอ และขอให้ท่านให้อภัยในสิ่งที่เคยผิดพลาดไป ท่ามกลางกองเชียร์กว่า 500 คน ที่เฝ้ารอคอยเป็นกำลังใจ จนในที่สุดคุณพ่อและคุณแม่ก็บอกกับคุณนุ๊กว่ายังรักและให้อภัยเสมอ บรรยากาสต่างเต็มไปด้วยรอยยี้มและน้ำตาของความสุข ของทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของคุณนุ๊กได้หลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันและมีความสุขร่วมกันอีกครั้ง
คุณนุ๊กได้มีโอกาสที่จะแนะนำคุณพ่อและคุณแม่ได้พบกับ และน้องแองจี้ หลานสาวทั้ง 2 ท่านต่างตื่นเต้นที่จะได้เจอ ทีมงานเปิดตัวคุณวู้ดดี้ พาน้องแองจี้ เดินมาหาคุณพ่อคุณแม่ของคุณนุ๊ก และแสดงความยินดีที่วันนี้ทุกคนในครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้า พร้อมกล่าวถึงคุณนุ๊กที่ได้ส่งเรื่องราวมาร่วมรายการกับโครงการ Gifts for all การให้...... เพื่อให้ต่อในปีที่ 3 เพื่อขอโอกาสที่จะขอโทษ และขอให้คุณพ่อ และคุณแม่ให้อภัยคุณนุ๊ก และครอบครัว โดยโครงการดีๆ ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับโอกาสจาก คุณหมอต้อย-พญ. นลินี ไพบูลย์ แห่งกิฟฟารีน โดยคุณหมอต้อย ได้ ร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวของคุณนุ๊ก และให้กำลังใจคุณนุ๊กด้วยข้อคิดดีๆ 3 ข้อว่า ข้อแรก ไม่มีใครรักเราและปรารถนาดีกับเราเท่าคุณพ่อคุณแม่ ผู้ซึ่งเลี้ยงดูเรามา ข้อที่สอง ไม่มีใครทำอะไรถูกไปซะทุกอย่าง และข้อสุดท้าย ให้กล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำพลาดไป และเดินกลับมาขออภัย กลับมาหาคนที่เรารัก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ที่ทำให้ทั้งคุณหมอต้อย คุณวู้ดดี้ และทีมงานทุกคนมีความสุขที่ ได้มอบของขวัญดีๆ ที่ทำให้ครอบครัวนี้ ได้มีโอกาสสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้สำเร็จ