ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค (D Network Worldwide) : ดี เน็ทเวิร์ค เข็นระบบ4-3-2-1 สู้ศึกเครือข่าย แย้มเตรียมพบสินค้าใหม่เขย่าตลาด มิ.ย.นี้








ดี เน็ทเวิร์ค เผยธุรกิจต้นปีโตแรงกว่า 500% พร้อมวางเป้าเตรียมสร้างผู้นำ 1,000 คน สู่นักบริหาร ใช้ระยะเวลาอบรม 6 เดือน หลังรุ่นแรกสำเร็จไปแล้ว 72 คน... พร้อมเข็นระบบสร้างธุรกิจใหม่ 4-3-2-1 ด้วยการใช้ 11 ผลิตภัณฑ์ มุ่งสร้างยอดขาย พร้อมเตรียมบุกตลาด AECล่าสุดปิ๊งไอเดีย เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เขย่าวงการโปรตีน เมืองไทยเดือนมิถุนายนนี้


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ท เวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยถึงผลประกอบการในช่วงต้น ปีนี้ว่า ยอดขายเติบโตดีเป็นที่น่าพอใจ โดยในเดือน มกราคม บริษัทฯ สามารถปิดยอดขายได้สูงถึง 50 ล้าน บาท ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ปิดยอดขายที่ 60 ล้านบาท ถือว่ายอดขายในช่วงต้นปีของ ดี เน็ทเวิร์ค ที่เติบโตขึ้น กว่า 500 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันใน ปี 2555


ปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯเติบโตอย่างมากในปีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถ ตอบโจทย์ สนองความต้องการ ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สร้าง ความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจและผู้ บริโภคได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ สินค้าทุกตัวราคาสามารถจับ ต้องได้ โดยสินค้าที่มาแรงในช่วง ต้นปีคือ ผลิตภัณฑ์ D 10 ซึ่งมี ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว จากเดิมในปี 2555 ผลิตภัณฑ์ดัง กล่าวมียอดขายอยู่ที่ 800,000 บาท และในช่วงต้นปีนี้ สามารถ มียอดขายทะลุ 10 ล้านบาทไป แล้ว


สำหรับแผนการบุกตลาด ในปีนี้ของดี เน็ทเวิร์ค นั้น พบว่า จะใช้สูตร 4-3-2-1 โดยใช้ ผลิตภัณฑ์ กาแฟ โอลีฟ เป็น ผลิตภัณฑ์หลักให้สมาชิกซื้อเพื่อ รักษายอด และจะใช้ 4 ผลิตภัณฑ์ เด่นในการตั้งรับ ซึ่งประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ Gastolax, ผลิตภัณฑ์ BANYEN, ผลิตภัณฑ์ D- Berry และผลิตภัณฑ์ D-BONE พร้อม กันนี้ ก็จะมีในส่วนของผลิตภัณฑ์ Refeat, ผลิตภัณฑ์ Snowy Powder และผลิตภัณฑ์ D10 Plus 3 ที่จะเข้ามาเจาะฐานลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ก็จะมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ คือ D Braime และผลิตภัณฑ์ D- Contact ที่จะเป็นสินค้าอีกตัว ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ส่วนอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หัวหอกที่ ทางบริษัทฯ คาดว่าจะสร้างยอด ขายเป็นอันดับหนึ่งของบริษัท คือ Koregins


ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้ง 11 รายการของดี เน็ทเวิร์คนั้น ทาง ด้านนายสาคร เผยว่า จะถูก โหมโรงและโปโมทอย่างหนักใน ช่วงปีนี้อย่างแน่นอน พร้อมกับ เตรียมที่จะเข็นสินค้าดังกล่าวบุก ตลาด AEC ในอนาคตอันใกล้นี้ อีกด้วย นอกจากนี้ อีกหนึ่งแผน งานในการสร้างฐานธุรกิจให้ แกร่งของดี เน็ทเวิร์ค ในปีนี้ ยังพบอีกว่า ค่ายนี้ จะหันมา ให้ความสำคัญกับการสร้าง บุคลากร ด้วยการเริ่มดำเนินการ สร้างผู้นำอย่างจริงจัง พร้อมกับ ตั้งเป้าหมายว่าที่จะสร้างผู้นำให้ ได้ 1,000 คน ซึ่งในปัจจุบันมีการ อบรมเพื่อสร้างผู้นำรุ่นแรก ใน หลักสูตร เตรียมผู้บริหารแล้ว 72 คน โดยหลักสูตรดังกล่าว จะ ต้องใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือน ด้วยกัน


เนื้อหาของหลักสูตร เตรียมผู้บริหาร ผมจะสอนเรื่อง แนวคิด วิธีการดำเนินธุรกิจให้ ประสบความสำเร็จ การพูดการ บรรยายแบบมืออาชีพ วิธีการ ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรนี้ จะอัดแน่นด้วย เนื้อหา กินเวลายาวนานถึง 6 เดือนกว่าจะจบหลักสูตร แต่ ถือว่าคุ้มค่าเนื่องจากผู้ที่จบ หลักสูตรจะก้าวขึ้นสู่การเป็น ผู้นำ ในธุรกิจขายตรงอย่าง สมบูรณ์แบบ นายสาคร ยังกล่าวเสริม อีกว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้เล็ง เห็นโอกาสในการทำ ตลาด โปรตีนในประเทศไทย โดยได้ ทำ การศึกษา และได้พบว่า ผลิตภัณฑ์โปรตีนที่วางจำหน่าย ในท้องตลาดเกือบ100เปอร์เซ็นต์จะสกัดมาจากนมหรือ ถั่วเหลือง ส่งผลให้ทางบริษัทฯ จึงอยากที่จะฉีกแนวผลิตภัณฑ์ โปรตีนที่มีอยู่ในท้องตลาด ด้วย การมุ่งสู่ตลาดบูลโอเชี่ยนโดยจะ นำผลิตภัณฑ์โปรตีนที่สกัดจาก ไข่ขาว เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก ประเทศเดนมาร์คมาจำหน่าย ซึ่ง ประเทศเดนมาร์คถือเป็นเจ้าแห่ง การสกัดโปรตีน


โดยบริษัทฯ ได้สั่งซื้อ เครื่องจักรของเดนมาร์ค มาผลิต สินค้าเอง เนื่องจากเมืองไทยไข่ ขาวราคาไม่แพง ด้วยเหตุนี้ ทาง บริษัทฯ จึงปิ๊งไอเดียขี้นมา โดย การจะสกัดผลิตภัณฑ์ออกมา เป็นผง หากรับประทานปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จะเทียบเท่าการรับ ประทานไข่ขาวมากถึง 20 ฟอง เลยทีเดียว และนี่ถือเป็น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ ดี เน็ทเวิร์คเพียงผู้เดียวใน ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ ทาง บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยคาดว่า ไม่ เกินเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะเปิด ตัวอย่างเป็นทางการได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : เปลือยความสำเร็จนักขาย จอยแอนด์คอยน์ อุษากานต์ ศรีบาง จากนักสู้ธรรมดาสู่ผู้นำมืออาชีพ









ถึงแม้ว่าจะพบอุปสรรคในการทำงานบ้าง เนื่องจากในช่วงเวลานั้น อาจจะเรียกว่าเป็นรุ่นแรก ของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะ ยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ ตนเองก็ไม่รู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่า ยิ่งทำงาน หนักมากขึ้นเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็ว เท่านั้น ซึ่งหากถามว่า ปัญหาและอุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ) แต่วันนี้ขอให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่า ปัญหา-เหนื่อย-ท้อ มา เป็นความสำเร็จจะดีกว่า


...เหตุเพราะ ไม่เชื่อ จึงไมมี่ใครจะชักชวนให้เข้ามาร่วมธุรกิจ ขายตรงสักเท่าใด ก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ และไม่เคยเปิดใจ หรือตัดสิน ใจในการเข้าร่วมวงจรธุรกิจขายตรงเลยสักครา...แต่ว่า เมื่อครั้นเห็น เพื่อนสนิท สามารถแปรเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคน ที่ไม่เคยมีทรัพย์สินอะไรเลย สู่การมีทรัพย์สิน เงินทอง มีบ้าน มีรถ... จากคนที่ไม่มีรายได้ กลับกลายเป็นคนมีรายได้หลักแสน ทำให้ความ คิด ไม่เชื่อ ที่มีในอดีต กลับต้องมาค้นหาความจริง ณ ปัจจุบัน...นี่ คือความคิดของนักขายที่ชื่อ อุษากานต์ ศรีบาง (ซ้าย) หญิงแกร่ง บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด!..


ต้องบอกว่าเธอผู้นี้ไม่เคยเชื่อมั่นมาตั้งแต่ตอนต้นว่าธุรกิจ ขายตรง จะสามารถทำให้ รํ่ารวย ได้จริง...แต่ปัจจุบัน เธอเอง ก็ได้รับรู้ว่า ธุรกิจขายตรง สามารถ รวยได้ชั่วลูกชั่วหลาน เนื่องจากเห็นเพื่อน ๆ เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นจากธุรกิจนี้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เริ่มหันมาทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง ทั้งนี้ หากย้อนดูถึงจุดเริ่มต้นของชีวิต อุษากานต์ ก่อนที่ จะเจอคำว่า สำเร็จ นั้น นักขายท่านนี้เรียกได้ว่า เคยลำบากมา ก่อน ที่จะสบายเช่นเดียวกับนักขายท่านอื่น ๆ เพราะการศึกษา น้อย...แต่แล้วชีวิต อุษากานต์ ก็ต้องเปลี่ยนไป จากการที่มี รุ่นพี่ได้มามอบโอกาสให้นั่นคือ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ต่อมาจึงได้ตัดสินใจออกจากงานประจำที่ทำมากว่า 10 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน นั่นเอง มีรายได้ ประจำอยู่เพียงหมื่นต้น ๆ ค่าใช้จ่ายไม่พอกับรายได้ ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เธอจึงตัดสินใจมองหาอาชีพเสริม ที่เปรียบเสมือนเป็นอาชีพ เสริมหลักนั่นก็คือ ธุรกิจขายตรง นั่นเอง!!... สิ่งที่ตนเองสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเริ่มของ จอยแอนด์คอยน์ นั่น ก็คือ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองของทั้งท่านประธานและ สมาชิกทุกคน รวมถึงสินค้าที่มีคุณภาพ


อุษากานต์ บอกว่า กว่าที่เธอจะเดินทางจนมาถึงวันนี้ได้ นั้น ต้องปาดเหงื่อ ทุ่มเททั้ง แรงกาย และ แรงใจ มาตลอด เกือบทั้งชีวิต...ที่สำคัญ พบว่า วันนี้คนจน คนรวย ไม่สามารถเลือก เกิดได้ ในขณะเดียวกัน คนเราอาจจะต่างกันที่ความคิด พอเราคบ คนที่สำเร็จ เราก็จะรู้วิธีการว่าเขาเดินไปแบบไหน เดินอย่างไร และ เราเอง ต้องปฏิบัติแบบนั้น หากทำได้ เชื่อว่าความสำเร็จก็จะมาถึง อย่างแน่นอน วันนี้ตนเองใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี พบว่า ความ สำเร็จได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เนื่องจากยึดหลักที่ว่า ทำงานขาย ตรงให้เปรียบเสมือนงานประจำ ทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อสำเร็จแล้วก็ ต้องถ่ายทอดเทคนิคทั้งหมดให้ทีมงาน ถึงแม้ว่า จะพบอุปสรรคในการทำงานบ้า ง เนื่องจากในช่วงเวลา นั้นอาจจะเรียกว่าเป็นรุ่น แรกของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ตนเองก็ไมรู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่ายิ่งทำงานหนักมากขึ้น เท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วเท่านั้นซึ่งหากถามว่าปัญหาและ อุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ ) แต่วันนี้ขอ ให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่าปัญหา-เหนื่อ ย-ท้อ มาเป็น ความสำเร็จจะดีกว่า


...ความสำเร็จของ อุษากานต์ และความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ที่จะทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จของเธอผู้นี้ก็เกิดขึ้นเหมือนฝัน นั่นคือ การก้าวขึ้นตำแหน่งระดับสูงสุดของบริษัทซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง รางวัลที่มีค่าสำหรับเธอ นอกจากนี้ สิ่งที่เธอได้รับจากธุรกิจเครือ ข่าย จอยแอนด์คอยน์ ก็คือ การมีเงินเก็บและซื้อที่ดิน 100 กว่า ไร่ ซื้อบ้านหลังงามมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซื้ออาคารชุด 3 ล้าน กว่า ซื้อรถเบนซ์ 1 คัน พร้อมกับเอาเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มีเงินสดเก็บในบัญชี มีรายได้ต่อเดือน 6 แสนกว่าบาท ที่สำคัญ สิ่งที่เธอมีความภูมิใจอย่างมากนั่นก็คือ การได้ดูแลผู้มีพระคุณ...


ต้องบอกว่า อุษากานต์ ไม่ได้แค่สร้างความรวยกระจุกไว้ ที่ตัวเองเท่านั้นแต่ยังกระจายความรวยไปสู่สมาชิกภายใต้สายงาน จนพวกเขามีบ้านในฝัน มีทีมงานซื้อบ้านประมาณ 3-4 หลังต่อปี... และนี่คือ ความภาคภูมิใจเพราะเราสามารถช่วยให้น้อง ๆ หลาย คน ที่เขาไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ สามารถสร้างบ้านหลัง งาม ๆ อยู่ได้ แถมยังพาพ่อพาแม่ พาลูกพาหลาน มาอยู่ด้วยกัน อย่างมีความสุข ได้ส่งลูกเรียนต่อที่โรงเรียนดี ๆ เสมือนได้สืบทอด ความรํ่ารวยต่อยอดกันไปเรื่อย ๆ


ที่สำคัญอุษากานต์ ยังถือได้ว่า เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยเหลือ ประเทศชาติให้ผู้คนได้อยู่ดีกินดี ช่วยขจัดปัญหาความยากจน ความไม่มีอาชีพและสร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างให้เขารวย มีที่ อยู่ ที่กิน สามารถจับจ่ายใช้สอยสะดวกมือ นี่คือ ความสวยงาม ของธุรกิจเครือข่ายที่เธอบอกว่า คิดไม่ผิดที่เลือกทำเครือ ข่าย!!...เพราะ ธุรกิจเครือข่าย นอกจากจะสร้างให้ผู้คนร่ำรวย แล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนจน ๆ ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างแดน รวม ถึงมีโอกาสเปิดโลกกว้าง สู่การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เรียนรู้เกร็ด ในการใช้ชีวิตให้สู่ความสำเร็จอีกด้วย ซึ่งเธอผู้นี้ยังได้บอกกับทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า วันนี้...คนที่รํ่ารวย คนที่สำเร็จ ในธุรกิจนี้ต่างมีมาก และก็ไม่ได้ ต่างอะไรจากเรา ในเมื่อตัวเราก็มีความสามารถไม่ต่างกัน และเราจะไปกลัวอะไรกับอุปสรรคที่มีอยู่ตรงหน้าเพราะหากเราสามารถ ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคตรงนี้ไปได้ เชื่อว่าทุกอย่างที่เป็น ปัญหาย่อมผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า ระบบของเรา สามารถ เปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ แถมยังพ่วงความ มั่นคง มอบเป็นมรดกได้ชั่วลูกชั่วหลานอีกต่างหาก


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อุษากานต์ กล้าพูดได้เลยว่า มนต์เสน่ห์ของธุรกิจขายตรง สามารถสร้างคนจนให้รํ่ารวยได้ ด้วย พลังเครือข่ายจริงๆและนี่ก็เป็นความสำเร็จ ความรู้สึกที่ดี ๆ ที่ เธอบอกว่า ถือเป็นกำไรชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ เพราะที่ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ แห่งนี้ สามารถสร้างให้เธอหยิบจับเงินตั้งแต่ หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเชื่อว่า ทุกคนก็สามารถทำอย่างนี้ได้ ขอเพียงมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำมันเท่านั้นพอ! ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของ อุษากานต์นั้นไม่ได้จับ เพียงแค่ต้องการเอาเงินทองมากองไว้หน้าบ้านตัวเองอย่างเดียว แต่ ต้องการสร้างความรํ่ารวยไปยังทีมงานใต้สายงานและคนอื่นๆ ด้วย.. วันนี้ ภารกิจที่สำคัญ ของตนเอง คือ ต้องการปั้นทีมงาน ให้สามารถมีรายได้หลักแสนต่อเดือนอยู่ที่ 200 คน ภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มต้น จากการพัฒนาระบบคน จากคนธรรมดาสู่มืออาชีพ ให้สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวได้ ตามนโยบายบริษัท แล้วเดินทาง ไปด้วยกัน ภายใต้ทีม ไฟว์ สตาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ น่าที่จะสำเร็จเช่นกัน


....นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงอยากที่ จะมีเช่นเดียวกับเธอผู้นี้อย่างแน่นอน และวันนี้ต้องบอกว่าเส้นทางสู่ ความรวย เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นผู้ที่จะสามารถปั้นได้นั่นก็คือ ตัวคุณ เท่านั้นเอง!...เหมือนเช่นดั่งหญิงเก่งผู้นี้ อุษากานต์ ศรีบาง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : เวิลด์ เวนเจอร์ ผีดิบขายตรง สาวกโวยถูกบีบออกล่า เหยื่อ









เวิลด์ เวนเจอร์ ปรากฏตัวสู่ธุรกิจขายตรงเมืองไทย ด้วยรูปแบบ การขายผ่านอินเตอร์เน็ต เน้นการขายบริการท่องเที่ยว ที่มีการ โฆษณาว่า ถูกที่สุดในโลก ปรนเปรอสมาชิกด้วยเงื่อนไขที่เห็นแล้ว ต้องตื่นตาตื่นใจ แต่วันนี้อาณาจักรขายตรงที่อวดอ้างว่ายิ่งใหญ่แห่ง อเมริกา กำลังถูกมองว่าเป็นอาณาจักรแวมไพร์ ที่บังคับให้ เหล่า สาวก ต้องออกล่าเหยื่อเพื่อความอยู่รอด จนร้อนถึง สคบ.เบื้องหน้า เบื้องหลังเป็นอย่างไรกัน


มีเรื่องร้องเรียนมากมาย ในวงการธุรกิจขายตรง ที่หลั่ง ไหลเข้าสู่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบางเรื่องสามารถตกลงกัน ได้ สร้างความเข้าใจกันได้ เนื่องจากเป็นปัญหาระหว่าง บุคคลต่อบุคคล
แต่กรณีการร้องเรียนใน บางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่ มาก จนหลายคนมีความรู้สึก ว่า กำลังถูกหลอกลวง หรือ ฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบ ไม่เป็น ธรรม เรื่องอย่างนี้คงมีความ จำเป็นจะต้องเข้ามาตรวจสอบ กันอย่างเข้มข้น
ในเอกสารการร้องเรียน ฉบับหนึ่ง ที่ ตลาดวิเคราะห์ ได้รับมาล่าสุด เป็นเอกสารที่ เขียนโดยนักธุรกิจขายตรงคน หนึ่ง ระบุว่า.... ตนต้องการร้อง เรียน กรณีบริษัทขายตรง การท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า เวิลด์ เวนเจอร์ ที่เน้นการ ระดมทุนหาสมาชิกเข้ามาเป็น เครือข่าย ซึ่งมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง คือ นายกฤษณะ กฤตมโนรถ ในฐานะผู้นำธุรกิจเครือข่าย

เนื้อหาของจดหมายฉบับ นี้ ระบุว่า มีบุคคลที่ได้หลงเชื่อ เข้ามาร่วมธุรกิจเครือข่ายกับ บริษัทแห่งนี้ เป็นจำนวนมาก ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการ สูญเสียเงิน เนื่องจากทาง บริษัทฯ ได้มีการเรียกเก็บค่า รักษาสถานภาพสมาชิกเป็น รายเดือน โดยอาศัยการหักเงิน ผ่านบัตรเครดิตของสมาชิก การสมัครสมาชิกแรกเข้า ทางบริษัทฯ จะเรียกเก็บที่ 360 เหรียญสหรัฐ หรือ 10,800 บาท แต่หลังจากเป็นสมาชิกแล้ว ทางบริษัทฯ จะมีการตัดเงิน ผ่านบัตรเครดิต อีกเดือนละ 60 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,800 บาท โดยข้อความที่ผู้เสียหาย ระบุก็คือ เป็นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นเป็นไปในลักษณะที่ ผู้สมัครสมาชิกไม่ได้ยินยอม จากการสืบค้นข้อมูล ของบริษัท เวิลด์ เวนเจอร์ ประการแรก กิจการแห่งนี้ ไม่ ปรากฏที่ตั้งสำนักงานชัดเจน เป็นกิจการที่มีลักษณะการ สร้างเครือข่ายขายตรง ผ่าน ช่องทางอินเตอร์เน็ต สินค้า หลัก คือ การให้บริการด้านการ ท่องเที่ยว การให้บริการจอง ที่พัก จองเที่ยวบิน ที่บริษัทอ้าง ว่ามีขอบข่ายธุรกิจกว้างไกล ทั่วโลก มีคำโฆษณา ที่ปรากฏใน หน้าเว็บไซต์ ระบุชัดเจนว่า สมาชิกสามารถซื้อบริการที่พัก โรงแรมระดับ 2-3 ดาว แต่จะได้ บริการที่สูงเลอเลิศเทียบเท่า ระดับ 5 ดาว เข้าลักษณะ กินฟรี เที่ยว ฟรี แถมมีเงินใช้อีกต่างหาก !!! ขอเพียงแต่ มาสมัครเป็น สมาชิกกับ เวิลด์ เวนเจอร์ เท่านั้น


เวิลด์ เวนเจอร์ ประกาศ ตัวผ่านสื่อสาธารณะ ด้วยการ ฉายภาพความยิ่งใหญ่ของ ตนเอง ว่าเป็นกิจการชั้นนำติด อันดับ 74 ของบริษัทขายตรงทั่ว โลก โดยมียอดขายรวมทั่วโลก ถึง 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชน ที่เติบโตเร็วที่สุดในจำนวน 5,000 บริษัท ในสหรัฐอเมริกา ทำเอาบริษัทขายตรงชั้น นำในประเทศ อย่างแอมเวย์ หรือเอวอน ที่มีดีกรีกิจการขาย ตรงระดับโลกต่างจ้องมองกัน ตาแทบถลน ทั้งที่ กิจการแห่งนี้ก่อตั้ง เมื่อปี 2548 มีอายุเพียงแค่ 7 ปี เท่านั้นเอง
จากข้อมูลที่ปรากฏใน เว็บไซต์ ระบุว่าเวิลด์ เวนเจอร์ ถือกำเนิด ที่เมืองดัลลัส เท็กซัส อเมริกา โดยผู้ร่วมก่อตั้งคือ เมค์ แอซคิว และ เวนน์ นูเจ้น ปี 2553 ได้รับรางวัล ผู้ประกอบการแห่งปี จากสำนัก บัญชีชื่อดังของโลก Ernst &Young ปี 2554 ได้รับรางวัล megellan Awards ด้านธุรกิจ ท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรางวัล ระดับโลก นอจากนี้ ยังได้เข้าไป เทคโอเว่อร์ กิจการของ โรเวีย ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจรับจองการ เดินทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ในอเมริกา เข้ามาร่วมผนวกกับ กิจการ การเริ่มต้นบุกตลาดขายตรงในประเทศไทย เวิลด์ เวน เจอร์ สร้างความฮือฮา ด้วย แคมเปญ ที่กระชากใจนัก ท่องเที่ยว จนบริษัททัวร์ ยักษ์ ใหญ่หลายค่าย ต่างหวั่นไหวไป ตาม ๆ กัน เริ่มจากการริเริ่มโครง การ ดรีมทริป เพื่อเปิดประตูสู่ การเดินทาง ด้วยส่วนลดที่ พิเศษสุด สำหรับโปรแกรมการ พักผ่อน ที่ใครต่อใครใฝ่ฝัน รวมไปถึง การเชื้อเชิญ นักท่องเที่ยว นักเดินทาง หรือ นักธุรกิจอิสระ เข้าร่วมเครือข่าย ด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะคลับของ ดรีมทริปส์ ไลฟ์ เป็นสิ่งที่สร้าง แรงบันดาลใจให้กับมวลหมู่ สมาชิกเป็นอย่างมาก อาทิการ ได้รับสิทธิ VIP สำหรับการพัก ผ่อนระดับ 4-5 ดาว ในราคา 2-3 ดาว ความสนุกสนานไปกับ ดรีมทริปส์กว่า 100 แห่งทุก เดือน และทุกปี ที่ทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟฟริกา จนถึงเอเชีย แปซิฟิก รวมไปถึงสมาชิกใน ครอบครัว จะได้รับส่วนลด พิเศษเช่นกัน รวมไปถึงแขกรับ เชิญด้วย

เงื่อนไขผลประโยชน์ ที่ เวิลด์ เวนเจอร์ ได้ออกแบบเอา ไว มุ่งเน้นการขยายเครือข่าย ในลักษณะ Member Get Member โดยสมาชิกทุกคน จะมีรายได้ตามแผนการตลาด 8 ช่องทาง คือ หนึ่ง.ค่าแนะนำ 600 บาท สอง.โบนัสส่วนตัว 7,500 บาท/รอบ เป็นรายได้ที่เกิดจาก การแนะนำสมาชิกใหม่เข้ามา ครบ 6 ราย ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ สาม. ผลจากการที่ สมาชิกสามารถสร้างรายได้ จากข้อ 2 ทางบริษัท ยังจะให้ สิทธิประโยชน์ค่าจัดอบรมเทรน นิ่ง 3,000 บาท/เดือน สี่ ค่าบริหารองค์กรจับคู่ ตามแผนไบนารี่ คู่ละ 2,000 บาท โดยจะจับครั้งละ 3 คู่ (6,000 บาท) หากคะแนนข้าง ใดข้างหนึ่งเหลือก็ยกยอดสะสม เอาไว้ คำนวณในรอบถัดไป เพราะฉะนั้น หาก สมาชิกสามารถแนะนำคน เข้ามาสู่สายงานของตนเอง ข้างละ 3 รหัส ก็จะมีรายได้รวม ทั้งสิ้น 20,100 บาท ห้า กองทุนการท่องเที่ยว จะเป็นการเก็บเงินสะสมเอาไว้ สำหรับการจับคู่ทุก ๆ 6 คู่ มูลค่า 6,000 บาท /รอบ โดยจะมีการสะสมไปเรื่อย ตั้งแต่ เข้าสู่รอบ 12 คู่ 18 คู่ หรือ 24 คู่ เป็นต้นหากมีเงินสูงมากพอ ก็ใช้สิทธิในการท่องเที่ยวได้ ตามจำนวนเงินที่สะสมเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องรอบริษัท อนุมัติ หก.รายได้จากค่าประจำ ตำแหน่ง จะประกอบด้วย 6 ตำแหน่งด้วยกัน เริ่มจากตำแหน่ง SR (ตัวแทนอาวุโส) รับรายได้ต่อ เดือน 15,000 บาท ตำแหน่ง DR (ผู้อำนวย การ) ได้รับรายได้ต่อเดือน 60,000 บาท ตำแหน่ง MD (ผอ.การ ตลาด) ได้รับรายได้ 150,000/ เดือน ตำแหน่ง RMD (ผอ.การ ตลาดภูมิภาค) ได้รับรายได้ 300,000 บาท/เดือน ตำแหน่ง NMD (ผอ.การ ตลาดแห่งชาติ) ได้รับรายได้ 600,000 บาท/เดือน ตำแหน่ง IMD (ผอ.การ ตลาดนานาชาติ) ได้รับรายได้ 1,500,000 บาท/เดือน เจ็ด. กองทุนรถยนต์ จะมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน ใน 3 ตำแหน่งเท่านั้น คือ ตำแหน่ง RMD , NMD และตำแหน่ง IMD โดยใน 2 ตำแหน่งแรก บริษัทจะ ช่วยค่าผ่อนรถจำนวน 30,000 บาท/เดือน ส่วนตำแหน่งหลัง จะช่วยค่าผ่อนรถจำนวน 45,000 บาท/เดือน แปด. กองทุนบ้าน ผู้ที่ได้ รับสิทธิดังกล่าว จะต้องมี ตำแหน่ง IMD เท่านั้น โดยจะ ได้รับเงินช่วยค่าผ่อนบ้าน 90,000 บาท/เดือน ผู้ที่สมัครเป็นตัวแทน เวิลด์ เวนเจอร์ และสมาชิกคลับ ดรีมทริปส์ไลฟ์ จะเสียค่า สมัคร 360.91 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,800 บาท รวมทั้งค่ารักษาสิทธิการเป็น สมาชิกจำนวน 60.97 เหรียญ สหรัฐ หรือประมาณ 1800 บาท/เดือน



โดยสมาชิกจะได้ รับการสนับสนุนจากบริษัทฯ หลายด้าน อาทิ การทำวีดีโอนำ เสนอแบบมืออาชีพเพื่ออธิบาย เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และธุรกิจ นอกจากนี้ยังให้การ สนับสนุนในเรื่องการอบรม แบบออนไลน์ การสื่อสาร และ การบริหารธุรกิจ ในระบบข้อมูล ทั่วโลกบนเว็บไซต์ของสมาชิก เอง โดยเว็บไซต์ จะมีทั้งการ บริหารธุรกิจ และการจองตั๋ว และการท่องเที่ยว แผนการตลาดของ เวิลด์ เวนเจอร์ ถูกกำหนดเป็นกึ่ง บังคับให้สมาชิกต้องเร่งแนะนำ สมาชิกใหม่อย่างต่อเนื่อง โดย สมาชิกแต่ละคนจะต้อง แนะนำ สมาชิกใหม่เข้ามาอย่างน้อย 6 รายต่อเดือน

หากสมาชิกสามารถ ปฏิบัติตามแผน ก็จะมีรายได้ ค่าแนะนำรวมถึงรายได้ตาม แผนการตลาดดังที่กล่าวข้าง ต้น หากไม่สามารถปฏิบัติตาม แผนได้ สมาชิกทุกคนจะต้อง ชำระเงินเพื่อรักษาสถานะของ ตนเองเอาไว้จำนวน 60 เหรียญ สหรัฐ หรือ 1,800 บาท/เดือน ด้านการบริหารเครือข่าย บริษัทกำหนดให้สมาชิก จะต้อง เข้าไปช่วยเครือข่ายในสายงาน ของตนเอง โดยการช่วยให้ สมาชิก 4 คน ในสายงาน หา สมาชิกเพิ่มอีก 4 คน เพื่อให้ สมาชิกใต้สายงานมีรายได้ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับ คือ โร เวียบัคส์ หรือสิทธิการท่องเที่ยวในวงเงิน 600 เหรียญสหรัฐ หรือ 18,000 บาท หรือเงินสด 300 เหรียญสหรัฐ (9,000 บาท) หรือโบนัสค่ารถรายเดือน 600 เหรียญสหรัฐ (18,000 บาท) และที่สำคัญ บริษัทฯ ได้กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ว่า สมาชิกในกลุ่มจะต้องรักษา ยอดขายทุกเดือน ไม่ตํ่ากว่า 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 150,000 บาท มิเช่นนั้น อาจจะเสียสิทธิ ประโยชน์บางอย่าง รวมถึงจะ ต้องเสียเงินเพื่อรักษายอดใน วงเงิน 1,800 บาท/เดือน

จากการสอบถาม สมาชิก ใน เวิลด์ เวนเจอร์ แม้สมาชิก บางกลุ่มจะให้ความสนใจกับ บริการส่วนลดจองเที่ยวบิน ที่พักโรงแรม ที่เป็นไปใน ลักษณะราคาขายส่ง แต่การที่ เข้ามาเป็นสมาชิกในองค์กรของ บริษัทแห่งนี้ กลับได้รับแรง กดดันเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมา จาก เงื่อนไขบางข้อ ที่กำหนด ให้สมาชิกจะต้องรักษายอด ขายในแต่ละเดือนของตนเอง ให้ไม่ตํ่ากว่า 150,000 บาท หรือรวมไปถึงจะต้องหาสมาชิก ใหม่เข้ามาเติมเต็มอย่างน้อย 6 ราย มิเช่นนั้น ก็จะต้องถูกหัก เงินจากบัตรเครดิตเดือนละ 1,800 บาท ดังนั้นการเข้ามาเป็น สมาชิกใน เวิลด์ เวนเจอร์ จึงไม่ ต่างอะไรกับการ ขึ้นหลังเสือ ที่จะต้องเดินหน้าไล่ล่าสมาชิก ใหม่เข้ามาสู่องค์กรอย่างต่อ เนื่อง ด้านหนึ่ง ต้องเสียค่า สมัครแรกเข้า ในวงเงินสูงถึง 10,800 บาท ซึ่งสมาชิกส่วน ใหญ่ก็หวังจะใช้สิทธิในการรับ ส่วนลดในการจองเที่ยวบินหรือ ที่พัก ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ


ตามที่ เวิลด์ เวนเจอร์ ได้กล่าว อ้าง ประการต่อมา หากไม่ สามารถขยายองค์กรของ ตนเองออกไปได้ ก็เท่ากับว่า จะ ต้องประสบความเสียหายซํ้า ซ้อน ทั้งเงินที่ไปจากค่าสมัคร สมาชิกแรกเข้า รวมไปถึงเงินที่ จะต้องถูกหักรายเดือน อย่าง ไม่มีสิ้นสุด ในข้อตกลงระหว่าง บริษัทกับสมาชิก ที่มีต่อกัน แม้ จะมีการระบุเอาไว้ในเว็บไซต์ ของบริษัท แต่เท่าที่สอบถาม จากคนที่เข้าไปร่วมธุรกิจกับ กิจการแห่งนี้ มีจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ทราบด้วยซํ้าไปว่า เงื่อนไข ในการรักษายอด หรือการหา สมาชิกขั้นตํ่า/เดือน หากไม่ สามารถทำได้ จะมีการหักเงิน ในบัญชีบัตรเครดิตทุกเดือน ตอนแรก ที่สมัครบอก แต่เพียงว่า เสียค่าสมัครแค่ 360 เหรียญหรือประมาณ 10,800 บาท แต่เมื่อสมัครสมาชิกผ่าน ไปเดือนหนึ่งกลับมีการตัดเงิน ทางบัตรเครดิต

หนึ่งในสมาชิก เวิลด์ เวนเจอร์ ออกมายืนยัน อย่างหนักแน่นว่า การสมัคร สมาชิก ไม่ได้มีการแจ้งเงื่อนไข การรักษายอด หรือหาสมาชิก ขั้นตํ่าเอาไว้ เพราะฉะนั้น หาก สมาชิกที่ไม่ทราบเงื่อนไข ดังกล่าวมาก่อน แล้วปล่อยให้ บริษัทฯ หักบัญชีบัตรเครดิต ออกไปอย่างต่อเนื่อง ก็เท่ากับ ว่า สมาชิกที่เข้าร่วมขบวนการ มีฐานะที่ไม่ต่างอะไรกับ ลูก หนี้ ที่จะต้องผ่อนส่งรายเดือน กับบริษัทดังนั้น สมาชิกส่วนใหญ่ จึงอยู่ในสภาพที่ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เนื่องจากบางกลุ่ม ยังมีความรู้สึกเสียดายเงินที่ได้ นำมาลงทุนเอาไว้ 10,800 บาท ซึ่งมีลักษณะเหมือนซื้อ แฟรน ไชส์ ที่ได้เพียงสิทธิ แต่ไม่มีตัว สินค้ารองรับ แม้กฎหมาย พ.ร.บ.ขาย ตรงและการตลาดแบบตรง จะ มีการระบุเอาไว้ ในเรื่องของการ กำหนดระยะเวลาคืนสินค้าได้ ภายใน 7 วัน โดยเพียงแค่แจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษรไปยัง บริษัท ฯ หากบริษัทฯ ไม่ยอมรับ คืน ก็สามารถรักษาสินค้าเอาไว้ ได้ จนกว่าสินค้าจะครบเวลา 21 วัน โดยบริษัท ฯ จะต้องมีการ คืนเงินในการซื้อสินค้าตาม จำนวนที่สมาชิกได้จ่ายไป แต่สำหรับกรณี ของเวิลด์ เวนเจอร์ กลับเป็นการเสียเงิน ค่าสมัครสมาชิก ในอัตราที่สูง มิได้เป็นการซื้อสินค้าเพื่อเพิ่ม ตำแหน่งหรือรักษาตำแหน่งเฉก เช่นบริษัทขายตรงทั่วไป ผลก็ คือ ทำให้ไม่สามารถเรียกร้อง เงินคืนได้ ปัญหาที่ต้อง ติดตามกัน ต่อไป ก็คือ ว่ารูปแบบการทำ ธุรกิจของ เวิลด์ เวนเจอร์ แม้จะ สร้างภาพว่าเป็นกิจการยิ่งใหญ่ คับฟ้ามาจากไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญ จะต้องไม่ ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมขบวนการขาย ตรงได้รับความเสียหาย รวมทั้ง จะต้องไม่มีการเอาเปรียบจน ทำให้สมาชิกได้รับความเดือด ร้อน ทุกอย่างจะต้องสิ้นสุด โดยที่ไม่ทำให้รูปแบบการขาย ตรงผิดเพี้ยนไป จนทำให้ทุกคน ที่เข้ามาร่วมองค์กรรู้สึกว่านี่คือ รูปแบบการระดมเงินมากกว่า ที่ จะมาขายสินค้าหรือบริการ เพราะฉะนั้น


หากมอง ภาพรวมในธุรกิจของ เวิลด์ เวน เจอร์ คงต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก คงต้องมอง ไปที่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ก่อน ว่า มีรูปแบบหรือการทำธุรกิจ จริงจังขนาดไหน โดยเฉพาะ การประกาศเชื้อเชิญ คนทั่วไป เข้าร่วมสโมสรหรือคลับ ระดับ VIP ที่มีการการันตีค่าบริการว่า ถูกที่สุดในโลก บริการที่ได้ รับจะดีเสมอเหมือนกับคน ทั่วไปที่จ่ายค่าบริการในราคา สูงหรือไม่ ประเด็นที่สอง การที่ เวิลด์ เวนเจอร์ กล้า รับประกัน ราคาที่ถูกที่สุด ถึงขนาดยอม จ่ายเงินสินบนให้กับ คนที่ สามารถพิสูจน์ได้ว่า ค่าบริการ ของกิจการอื่นราคาถูกกว่า ถึง 150 % จะปฏิบัติได้จริงอย่าง ที่พูดหรือไม่ ประเด็นที่สาม สาเหตุที่ เวิลด์ เวนเจอร์ ขายบริการด้าน การท่องเที่ยวในราคาที่ถูกกว่า คนอื่น แม้ว่าภาพของกิจการจะ ดูยิ่งใหญ่ เป็นที่เชื่อถือในระดับ นานาชาติ แต่การบริหารต้นทุน ที่ตํ่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะต้องมี การนำรายได้จากช่องทางอื่น เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะในช่องทาง ธุรกิจขายตรง จะเห็นได้ชัดเจน ว่า สมาชิกที่เข้าร่วมองค์กร ไม่ ได้สินค้าอะไรติดมือกลับไป มี เพียงแต่ได้สิทธิประโยชน์บาง อย่างในการที่จะเข้ามาใช้ บริการกับ เวิลด์ เวนเจอร์ ดังนั้น รายได้หลักที่หลั่ง ไหล เข้าสู่กิจการ จึงไม่ใช่รายได้ ที่มาจากการขายบริการด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากการ กำหนดราคาที่ตํ่าอย่างเหลือ เชื่อ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ สมาชิกรายใหม่เข้ามาร่วม กิจกรรม ไม่น่าจะเป็นช่องทาง ที่ทำให้บริษัทมีผลกำไร แม้จะมี ลูกค้ามาซื้อบริการเป็นจำนวน มากก็ตาม ผลกำไรที่แท้จริง หรือราย ได้ ที่ทำให้กิจการแห่งนี้รํ่ารวย มั่งคั่งขึ้นมา จึงเป็นรายได้มา จากการ ระดมเงินผ่านระบบ สมาชิกขายตรงเสียมากกว่า

ณ วันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเข้าร่วมธุรกิจกับ เวิลด์ เวนเจอร์ มีทั้งคนได้ และคน เสีย เนื่องจาก หากสมาชิก ที่สามารถสร้างองค์กรเติบโต ขึ้นมาถึงระดับหนึ่ง แม้จะมี สมาชิกบางคนถอดใจ ไม่ สามารถเดินหน้าต่อไป แต่ก็ยัง มีสมาชิกคนอื่น ๆ คอยเป็นแรง สนับสนุน หาคนใหม่เข้ามาเติม อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาที่น่าห่วง ก็คือ สมาชิกรายใหม่ ที่ไม่ได้รับรู้ ข้อมูลหรือเงื่อนไขบางอย่างของ เวิลด์ เวนเจอร์ อย่างครบถ้วน เมื่อถลำตัวเข้ามาแล้ว ไม่ สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ก็จะต้องตกอยู่ในสภาพ ที่ไม่ ต่างอะไรกับ ผีดิบ ที่จะต้องหา เหยื่อ มาป้อน แดรกคูร่า แผ่ ขยายอาณาจักรแวมไพน์ให้ เติบใหญ่ต่อไป...




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

ข่าวซินเนอร์จี้ (Synergy WorldWide) : Synergy Success Seminar จบไตรมาสแรกด้วยนักธุรกิจเงินล้าน 8 รหัส









จบลงอย่างสวยงามกับไตรมาสแรก เปิดตัวสมาชิกสโมสรเงินล้าน 8 รหัส และผู้สำเร็จใหม่กว่า 300 ท่าน


Synergy Success Seminar งานประกาศเกียรติคุณนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค มีผู้ประสบความสำเร็จกว่า 300 ท่าน ตั้งแต่ระดับ Star Bronze Silver Gold Team Leader และ Team Manager โดยนายศุภพงศ์ จันทรวีระกุล ผู้จัดการทั่วไป ซินเนอร์จี้ประเทศไทยและเวียดนาม และคณะผู้บริหาร ได้มอบเข็มประกาศเกียรติคุณ และร่วมแสดงความยินดีกับสมาชิกสโมสรเงินล้านใหม่ทั้ง 8 รหัส ได้แก่ คุณประภาวัลย์-คุณวณัฐพงศ์ อาชาพงศ์วัฒนา นักธุรกิจตำแหน่ง Team Elite คุณปณมพร ธาราธนกุล นักธุรกิจตำแหน่ง Team Director คุณสุชัย ศรีพงษ์พันธุ์กุล นักธุรกิจตำแหน่ง Team Elite คุณสุพิชญาณัฐ ณัฐศศิกัญญา นักธุรกิจตำแหน่ง Team Director คุณศรินรัตน์ เต็มสุขอนันท์ นักธุรกิจตำแหน่ง Team Director คุณพณวรรธน์ ลาภสัมพันธ์ นักธุรกิจตำแหน่ง Pearl Executive คุณกัมพล ปรีชาสิริโชค นักธุรกิจตำแหน่ง Team Director และคุณแก้วคคนาง เนียมสาขา-คุณวชิรวรรษ ประกอบพร นักธุรกิจตำแหน่ง Team Director ในงานยังมีการเสวนาเส้นทางสู่ทางสำเร็จโดยผู้นำสายเลือดใหม่ อีกทั้งเปิดแคมเปญร่วมการประชุมระดับโลกที่ประเทศเกาหลีใต้เดือนกันยายน และช่วงหัวค่ำยังได้มีการจัดงาน Synergy Night เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จให้กับสมาชิกนักธุรกิจทุกท่านด้วย


[gallery order="DESC"]


 


ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : อาวียองซ์รวมพลกว่า 300 ชีวิต ฉลองความสำเร็จในความมุ่งมั่น ประเดิมทริปแรกของปี พาตะลุยฮ่องกง เซิ่นเจิ้น 4 วัน 3 คืน









อาวียองซ์ แบรด์ความงามระดับพรีเมี่ยม ภายใต้การดูแลโดยยูนิลีเวอร์ นำโดย สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ฉลองความสำเร็จในความมุ่งมั่นของผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์กว่า 300 คน บินลัดฟ้าพาช้อปปิ้งสุดมัน ชมทิวทัศน์แสนงดงาม และสักการะเหล่าทวยเทพอันศักดิ์สิทธิ์ กับทริปแรกของปี ฮ่องกง เซิ่นเจิ้น 4 วัน 3 คืน


รางวัลทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คูลซีฟแสนสนุกสนาน ที่เหล่าบรรดาผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ต่างรอคอยได้เริ่มขึ้น เมื่ออาวียองซ์นัดรวมพลผู้ร่วมธุรกิจกว่า 300 คน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อบินลัดฟ้าเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง Chek Lap Kok เมื่อเดินทางถึงสนามบิน และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมเริ่มต้นทริปด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันต้อนรับบรรดาผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ พร้อมพาชมวิวบนเขา วิคตอเรียพีค (Victoria Peak) ที่สามารถมองเห็นความสวยงามอันเลื่องลือไปทั่วโลกของอ่าวฮ่องกง จากนั้นพาชมความงามของฮ่องกงต่อที่ รีพัลส์เบย์ (Repulse Bay) อ่าวน้ำตื้นที่ได้ชื่อจากเรือรบอังกฤษ เมื่อครั้งมาจอดรักษาการณ์ โดยอีกด้านหนึ่งของอ่าว เป็นที่ตั้งของวัดประดิษฐานพระพุทธรูปและเหล่าเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ไว้มากมายตามความเชื่อถือศรัทธา ทำเอาเหล่าผู้ร่วมธุรกิจต่างสักการะขอพรเสริมความรวย ความเฮงกันถ้วนหน้า จากนั้นพารับประทานอาหารค่ำ พร้อมเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยสำหรับเที่ยวกันต่อในวันรุ่งขึ้น


วันรุ่งขึ้นของการเดินทาง ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการเดินทาง ที่ผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ใจจดจ่อ เพราะจะได้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ โดยเดินทางออกจากฮ่องกงมุ่งหน้าสู่ เมืองเซิ่นเจิ้น พร้อมชมทัศนียภาพของธรรมชาติตลอด 2 ข้างทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการเดินทาง เมื่อมาถึงให้เหล่าผู้ร่วมธุรกิจกว่า 300 ชีวิตได้เติมพลังกับอาหารเที่ยงรสเลิศ ก่อนพาทุกท่านเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม และเข้าสู่อิสระแห่งการช้อปปิ้งที่ หล่อหวูเซ็นเตอร์ นับเป็นมาบุญครองเซิ่นเจิ้น ที่เหล่าผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย อาวียองซ์นั้นลืมคำว่า เมื่อย กันไป เพราะฟิตกำลังขาเพื่อมาช้อปกันเป็นอยางดี จากนั้นเดินทางต่อสู่ Splendid of China เพื่อชมการแสดงพื้นเมืองที่น่าประทับใจในความงดงามของการแสดงที่รวบรวมนักแสดงมากกว่าร้อยชีวิต พร้อมระบบแสง สี สุดตระการตา พร้อมรับประทานอาหารค่ำ ก่อนเข้าพักผ่อนที่โรงแรมเป็นการปิดท้ายค่ำคืนที่ 2 ของทริปฮ่องกง เซิ่นเจิ้น


ความสนุกสนานและความตื่นตายังไม่หมดลง เพราะวันที่ 3 ของการเดินทาง ยังได้พาผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย อาวียองซ์เดินทางสู่ Window of the World เมืองจำลองที่จำลองประติมากรรมต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกไว้ได้อย่างวิจิตรสวยงามมากมาย อาทิ หอไอเฟลแห่งฝรั่งเศส, ทัชมาฮาลแห่งอินเดีย, พีรามิดแห่งอียิปต์, ภูเขาไฟฟูจิแห่งญี่ปุ่น และอีกมากมาย ที่ให้เหล่าผู้ร่วมธุรกิจแอ็คชั่นถ่ายภาพเป็นที่ระลึกประหนึ่งไปเที่ยว ทุกมุมโลก ก่อนเดินทางกลับมาช้อปปิ้งที่ฮ่องกงอย่างจุใจ พร้อมพาชม ซิมโฟนี่ ออฟ ไลท์ (Symphony of Lights) การแสดงแสงและสีอันตระการตายามค่ำคืน ก่อนนำทุกท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อออมแรงเที่ยวกันต่อในวันรุ่งขึ้น


ความสนุกยังไม่จบลง ก่อนเดินทางกลับในวันสุดท้าย เหล่าผู้ร่วมธุรกิจยังได้ย้อนวันวานกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง กับเครื่องเล่นต่างๆ และชมความน่ารักของการแสดงสัตว์อันแสนรู้ที่ โอเชี่ยน พาร์ค (Ocean Park) ที่มีทั้ง หมีแพนด้ายักษ์ อันอันและเจียเจีย ดาวเด่นของที่นี่ รวมทั้งยังได้ท่องไปในแดนยุคไดโนเสาร์ที่แปซิฟิคเพียร์ พร้อมชมความอะเมซิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปจจุบันของลุ่มแม่น้ำอะเมซอน และชมพิพิธภัณฑ์ประการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงพิพิธภัณฑ์ปลาฉลาม ที่มีอุโมงชมวิวใต้น้ำที่ทอดยาวถึง 11.5 เมตร เพลิดเพลินไปกับการแสดงโลมาแสนรู้และสิงโตทะเลที่โอเชี่ยน เธียเตอร์ ปิดท้ายก่อนกลับด้วยการขึ้นกระเช้าชมวิวฮ่องกง 360 และยังให้สนุกกันต่อกับเครื่องเล่นมากมายก่อนบินตรงเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ


ทริปท่องเที่ยวแห่งความสนุก ความประทับใจ รางวัลแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มีที่ อาวียองซ์


[gallery order="DESC" columns="4"]

ข่าวออกาโน่ โกลด์ (Organo Gold ) : Xclusive interview ภูเชษฐ์ เผดิมปราชญ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จี จี แฺฮปปี้เนส จำกัด









หากจะกล่าวถึง จี จี ฟิคชั่น แฮปปี้เนส คงมีน้อยคนที่รู้จักและได้ยินกับชื่อดังกล่าว แต่ถ้ากล่าวถึงชื่อ ออกาโน่ โกลด์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเพียงแค่เวลาไม่กี่เดือนที่เข้ามาในประเทศไทยก็มีกระแสต่างๆ ออกมาให้ได้ยินกันอย่างหนาหูไม่เว้นแต่ละวัน จนผู้บริหารอย่าง ภูเชษฐ์ เผดิมปราชญ์ ทนไม่ไหวต้องออกมาชี้แจงให้กับสื่อได้ทราบถึงต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร


จริงหรือไม่ที่บอกว่า ออกาโน่ โกลด์ เปิดดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สคบ.


ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบว่า ออกาโน่ โกลด์ ที่เปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยไม่ได้ใช้ชื่อ ออกาโน่ โกลด์ แต่ใช้ชื่อ บริษัท จี จี ฟิคชั่น แฮปปี้เนส จำกัด ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ช่วงแรก ออกาโน่ โกลด์ เข้ามาจึงถูกวิจารณ์ว่าเป็นบริษัทที่เปิดดำเนินการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. เพราะคนส่วนใหญ่จะเข้าไปค้นชื่อ ออกาโน่ โกลด์ และไม่พบรายชื่อว่าเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินธุรกิจขายตรง จึงเป็นที่มาว่าบริษัทเปิดดำเนินธุรกิจอย่างไม่ถูกต้อง และที่ผ่านมาบริษัทได้ขอจดทะเบียนกับ สคบ . แล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555


ขณะนี้บริษัทได้เริ่มทำประชาสัมพันธ์ออกไปแล้วว่าได้ใช้ชื่อ บริษัท จี จี แฮปปี้เนส จำกัด และเมื่อเข้าไปค้นหาชื่อจะพบว่าบริษัทดังกล่าวนั้น ได้จดทะเบียนขออนุญาตดำเนินธุรกิจขายตรงกับ สคบ . อย่างถูกตองเรียบร้อยและในส่วนของออกาโน่ โกล์ด ในประเทศไทยไม่ถือว่าเป็นบริษัทขายตรง หากแต่เป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของสินค้าและแผนธุรกิจ โดยมี บริษัท จี จี แฮปปี้เนส จำกัดเ เป็นผู้ทำหน้าที่ดำเนินงานด้านการตลาดในธุรกิจขายตรงให้


จากกระแสข่าวบอกว่า ออกาโน่ โกลด์ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่กำลังเป็นที่น่าจับตาจากหลายๆ บริษัทจริงหรือไม่

อาจจะเป็นเรื่องจริงเพราะขณะนี้่ออกาโน่ โกลด์เป็นบริษัทที่เปิดดำเนินธุรกิจเพียง 4 ปี แต่มีสมาชิกทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจขายตรงจากทั่วโลกซึ่งเป็นอันดับที่ครองคู่กับ นู สกิน อีกทั้งบริษัทได้มีการปรับแผนธุรกิจที่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้สู.ถึง 9,000,000 บาทต่อเดือน และแผนนี้ก็ได้รับการรับรอง จาก สคบ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


บริษัทใช้แผนธุรกิจแบบใด


แผนของของบริษัทเป็นแผนแบบไบนารี่ เป็นแผนการดำเนินธุรกิจแบบเดียวกันกับ ออกาโน่ โกลด์ ทั่วโลก แต่ในส่วนของราคาสินค้าอาจจะแตกต่างกันบ้าง เนื่องจากแต่ละประเทศมีเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ราคาสินค้าจะแตกต่างกันแต่คะแนนการขึ้นตำแหน่งยังเหมือนกันทั่วโลก จึงเห็นได้ว่าบางประเทศที่ออกาโน่ โกลด์ เพิ่งเข้าไปเปิดกลับมีสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ มากกว่าบางประเทศที่เปิดดำเนินธุรกิจมาก่อน และปัจจับัน ออกาโน่ โกลด์ ทั่วโลก มีสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ทั้งสิ้น 200 คน และในเอเชียมีเพียงฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และ ไต้หวัน ที่มีสามชิกอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว และบริษัทคาดหวังว่าในเร็วๆนี้ จะมีสมาชิกจากประเทศไทยขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าวได้
อีกทั้งในเรื่องของการจ่ายค่าคอมมิสชั่นบริษัทได้ยึดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นค่าเงินที่ ออกาโน่ โกลด์ ทั่วโลกจะใช้เหมือนกันหมด และสำหรับในประเทศไทยถ้านำมาคิดเป็นเงินบาทจะตกอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และจะมีในส่วนของการหักค่าธรรมเนียมการโอนด้วย



บริษัทพร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไร


บริษัทได้แบ่งการเติบโตออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ลงทะเบียนสมาชิกซึ่งได้เริ่มเปิดรับสมัครแล้ว โดยมีค่าสมัครที่ 600 บาทต่อรหัส และขณะนี้มีผู้สนใจเข้ามาสมัครสมาชิกแล้วกว่า 1,800 รหัส โดยสมาชิกที่เข้ามาล้วนเป็นคนใหม่ที่ๆไม่เคยร่วมงานกับ ออกาโน่ โกลด์ มาก่อน ซึ่งถือเป็นจำนวนสมาชิกที่น่าพอใจและเนื่องจากสมาชิกเป็นคนใหม่ทั้งหมด ดังนั้น บริษัทจึงมีแม่ทีมจากมาเลเซียมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการทำธุรกิจ ส่วนการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการนั้น บริษัทขอเคลียร์ปัญหาด้านสายงานของสมาชิกให้ลงตัวก่อน คาดว่าจะสามารถเคลียร์ให้จบได้ในเร็วๆนี้ ดังนั้น ในระยะนี้จึงใช้วิธีเปิดรับสมาชิกเข้ามาก่อน


บริษัทมีวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร


การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบริษัทได้เรียกแต่ละทีมเข้ามาพูดคุยข้อตกลงร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร หากต้องการที่จะอยู่เพื่อทำธุรกิจร่วมกันกับบริษัท ซึ่งบริษัทก็พร้อมที่จะร่วมงานแต่หากคุยแล้วไม่ต้องการที่จะร่วมงานก็สามารถออกได้ และในส่วนที่มีการซื้อแม่ทีมในสายงานอื่นมาร่วมงานโดยใช้โปรโมชั่นต่างๆ นั้น ขณะนี้บริษัทได้ตรวจเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังแล้ว และขอเตือนว่า การแจ้งโปรโมชั่น ในลักษณะนั้นออกไปแสดงว่าไม่ได้รับการอนุญาตจากบริษัท


ใครก็ตามที่มีโปรโมชั่นต่างๆ เช่น มีโปรโมชั่นแจกไอแพด โปรโมชั่นท่องเที่ยว หรืออะไรก็ตามที่ได้ยินมา บริษัทขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ว่าไม่ใช่โปรโมชั่นที่มาจากบริษัท หากพิสูจน์ได้ว่าแม่ทีมคนใดเคยอยู่ทีมไดแล้วถูกซื้อตัว และรู้ว่าใครเป็นคนออฟเฟอร์ผลประโยชน์ คงต้องใช้มาตรการเด็ดขาด ขณะนี้บริษัทได้รับรายงานจากโอเวอร์ซีหลายคนว่ามีแม่ทีมของบริษัทถูกซื้อตัวไป


ช่วงแรกๆ การดำเนินธุรกิจค่อนข้างมาแรง กลัวไหมที่การดำเนินธุรกิจต่อไปจะแผ่วปลาย


มองว่าการที่บางบริษัทเข้ามาแล้วมาแรงในระยะสั้น และหายไปนั้นขึ้นอยู่กับผู้นำ เช่น บางบริษัท มีการบริหารที่เน้นที่ผู้นำหลักเพียงคนเดียวจึงทำให้มีกระแสแรงเพียงชั่วระยะหนึ่ง แต่สำหรับ ออกาโน่ โกลด์ ไม่มีปัญหาในทำนองนี้ เนื่องจากการบริหารของบริษัท และผู้นำหลักที่ไม่มีใครโดดเด่นกว่ากว่าใคร แต่ทุกคนจะเด่นเท่าๆกัน แต่ละคนก็มีความถนัดในแต่ละด้านที่ต่างกันไม่ยึดติดกับผู้นำเพียงคนเดียวซึ่งสมาชิกสามารถจะเลือกได้ว่าต้องการที่จะทำงานร่วมกับใคร


สินค้าของบริษัทมีกลุ่มใดบ้างและมีทั้งสิ้นกี่รายการ


ขณะนี้บริษัทมีสินค้าเพียงกลุ่มเดียว คือ กาแฟ ที่มีทั้งสิ้น 5 รายการ ซึ่งทั้งหมดได้รับการรับรองจาก สำนักงานคระกรรมการอาหารและยา เรียบร้อยแล้วและสินค้าทั้ง 5 รายการ จะมีส่วนผสมของเห็ดหลินจือทุกรายการ และในบางรายการจะมีส่วนผสมของโสม ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการผลิต โดยการผลิตสินค้านั้นได้ผลิตที่ประเทศมาเลเซีย และในอนาคตบริษัทมีแผนนำสินค้ารายการใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้าที่จะนำเข้ามานั้นจะยึดตามมาตรฐานสหรัฐอเมริกาทุกรายการ และในช่วงกลางปีนี้จะมีสินค้าใหม่เพิ่มเข้ามา



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ข่าวสมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค (Smart International Network) : สมาร์ท โว Q แรกฟันยอด 20 ล. ลั่น !! ท้ายปีเปิดตัวเต็มรูปแบบ









เปิดไตรมาสแรก สมาร์ท โตตามเป้า ยอดทะลุ 20 ล้านบาท พร้อมวางแผนผลักดันเป้าสิ้นปี 56 ให้ได้ 100 ล้าน ด้วยขบวนสินค้าที่จะนำเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำคอลลาเจนเจาะกลุ่มวัยรุ่น ดึงทีวีออนไลน์ 24 ชั่วโมง สร้างแบรนด์ พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่นกระตุ้นยอด เล็งขยาย ตลาดพม่าที่แรก


นวรัตน์ สัมพันธ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในไตรมาสแรกของปี 2556 ว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกนั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยบริษัทสามารถทำยอดขายได้ 20 ล้านบาท และในส่วนของสมาชิกมีผู้นำที่มีรายได้หลักแสนต่อเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดกว่า 40,000 รหัสในขณะที่เป้าหมายรวมของปีนี้ บริษัทได้ตั้งเป้ายอดการขายไว้ที่ 100 ล้านบาท และตั้งเป้ามีสมาชิกเพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 รหัส


ในส่วนของปัจจัยหลักที่ผลักดันให้บริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย คือ สินค้า ที่ปีนี้บริษัทเน้นสินค้าในกลุ่มเสริมอาหาร ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นตัวนำของบริษัท โดยในไตรทาส 3 ของปีนี้ จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มคอลลาเจน ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าสินค้าดังกล่าวจะสามารถเจาะเข้าไปในตลาดวัยรุ่นได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 2 บริษัทได้วางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าในกลุ่ม อุปโภค บริโภค ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวกลางเดือนพฤษภาคมนี้


นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมแผนทำทีวีออนไลน์ สมาร์ท 3 จี ออนไลน์ ที่จะออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมออกอากาศอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ โยการจัดทำสถานีดังกล่าวจะเป็นการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันสมาชิกของบริษัทจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงคนทำงานทั่วไป อีกทั้งสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยในการสื่อสารการรับรู้ต่อแบรนด์ให้กับผู้บริโภคได้รู้จักบริษัทมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้บริษัทยังได้อัดฉีดโปรโมชั่นต่างๆเพื่อดึงดูดสมาชิกทั้งเก่าและใหม่ เช่น ทริปการท่องเที่ยว ที่เร็วๆ นี้ บริษัทจะจัดทริปท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ หากสมาชิกสามารถทำคะแนนได้ตามเป้าได้สำเร็จ และปลายปีนี้บริษัทยังได้จัดทริปใหญ่ประจำปีไปประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งรายชื่อผู้ที่จะได้ไปท่องเที่ยวเกาหลีใต้นั้นจะประกาศรายชื่อภายในงานเปิดตัวบริษัทที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้


พร้อมกันนี้บริษัทยังได้วางแผนที่จะเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลกฎหมายขายตรง รวมถึงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ คาดว่าในปี 2557 บริษัทจะสามารถเข้าไปดำเนินกิจการในต่างประเทศได้อย่างเต็มตัวทั้งนี้ บริษัทได้เล็งพม่าไว้เป็นประเทศแรกที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจ


นวรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ภาพรวมตลาดขายตรงปีนี้จะไม่แตกต่างจากทุกๆปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดยังคงแข่งขันกันสูง อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะมีการแข่งขันสูงแต่บริษัทไม่ได้มีความต้องการที่จะแข่งขันกับใครแต่ต้องการที่จะแข่งขันกับตัวเองโดยการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556


ข่าวนิวเวย์ส (Neways) : นิวเวย์ส ซุ่มบุกตลาดไทย ฤกษ์ปักหมุดสิ้นมีนาคมนี้









นิวเวย์ส ขยับฐานปักธงสาขาไทยแห่งที่ 30 ของโลก เตรียมแผนบุกไทยเต็มพิกัดหลังเห็นศักยภาพตลาดไทยดี ด้วยตัวเลขนักขายตรงที่มาถึง 16 ล้านคน ยัน 30 มีนาคมนี้ เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ตึกไซเบอร์เวิลด์ และเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ ชี้งานเปิดตัวครั้งนี้มีหลายชาติจ่อคิวร่วมงาน เผยการทำตลาดเบื้องต้นเตรียมผุดสินค้านวัตกรรมใหม่ทั้งสุขภาพและความงามสู้ศึก ระบุ ดันแผนจัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่อีกครั้งปลายปี


โรเบิร์ต คอนลี ประธานบริหาร นิวเวย์ส กล่าวว่า จากนโยบายการขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคเอเชีย ขณะนี้นิวเวย์สกำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยจะกลายเป็นตลาดลำดับที่ 30 ของโลก โดยในวันที่ 21 มีนาคมที่จะถึงนี้ นิวเวย์ส ประเทศไทย พร้อมที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชั้นนำ และจะเริ่มเปิดรับสมัครผู้จำหน่ายอิสระรายใหม่ ในวันที่ 30 มีนาคมนี้


ทั้งนี้ จะมีการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้เช่นเดียวกัน โดยรูปแบบของงานจะเป็นพิธีการตัดริบบิ้น การนำเสนอสื่อต่างๆ โดยบุคคลสำคัญของบริษัท การติดเข็มประกาศเกียรติคุณผู้จำหน่ายอิสระ การจับฉลากของรางวัล และอื่นๆ อีกมากมาย โดยผู้ร่วมงานจะประกอบด้วยผู้จำหน่ายอิสระจากประเทศออสเตรเลีย ยุโรป มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกงและญี่ปุ่น


นอกจากนี้ นิวเวย์ส ยังได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่ชั้น 35 ตึกไซเบอร์เวิลด์ ขณะนี้ได้ตกแต่งเสร็จแล้ว ยังคงเหลือขั้นตอนสุดท้ายในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตัวในประเทศไทยซึ่งการเปิดตัวนิวเวย์สครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม และสินค้าที่ใช้ในครัวเรือน โดย นิวเวย์ส จะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มีมากกว่า 25 ปี มาให้คนไทยได้ร่วมสัมผัสในครั้งนี้


สำนักงาน นิวเวย์ส ประเทศไทย แห่งใหม่ จะเป็นโชว์รูมพิเศษที่มีการนำเสนอสินค้าใหม่ล่าสุด การจัดแสดงกลุ่มสินค้าและการสร้างแบรนด์นิวเวย์สที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เรามีความตื่นเต้นเป็นที่สุดกับการตลาดในประเทศไทย เพราะปัจจุบันไทยมีนักขายตรงเกือบ 16 ล้านคน และชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชาชนเห็นคูณค่าของโอกาสและการเป็นผู้ประกอบการอย่างแท้จริง


สำหรับสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวในเบื้องต้น ประกอบไปด้วย สินค้ายอดนิยมหลายชนิด ได้แก่ สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันและกลุ่มดูแลผิว และปลายปีนี้นิวเวย์สจะจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทจะแนะนำสินค้า Maximol Solution ให้กับตลาดในประเทศไทยอีกด้วย


อนึ่ง นิวเวย์ส ได้ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1987 โดยนิวเวย์สได้ทุ่มเทช่วยเหลือครอบครัวหลายต่อหลายครอบครัวในการเปลี่ยนแปลงครอบครัวเหล่านั้นให้เป็นครอบครัวสุขภาพ ด้วยความปลอดภัยอย่างสู.ของสินค้าเสริมอาหารและสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ที่มีประสิทธิภาพปราศจากส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่ง นิวเวย์ส ได้มุ่งมั่นเพื่อที่จะสร้างโลกให้เป็นโลกแห่งสุขภาพ โดยเริ่มจากบ้านทีละหลัง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : BwL ยันไม่ท้อไปไม่ถึงฝัน กัดฝันลุยจัดงานใหญ่กลางปี









BwL เดินหน้าแผนธุรกิจ 56 แม้ปีที่แล้วจะไม่บรรลุเป้าหมาย แต่คาดปีนี้ต้องดักว่า งัดกลยุทธ์สู้ศึกเน้นออกโรดโชว์ดึงสมาชิกใหม่ ล่าสุดออกงานบางกอกเอ็กซ์โป ที่ได้รับผลตอบรับดีเกินคาด ชี้ปีนี้ทยอยนำเสริมอาหารเข้าระบบอีกหลายรายการ ส่วนกลุ่มอื่นเล็งศึกษาความต้องการของตลาดก่อน พร้อมจองพื้นที่อิมแพ็คเตรียมจัดงานประชุมใหญ่ประจำปีที่จะเกิดขึ้นกลางปีนี้

ชาญสถิต เขมะวิชานุรัตน์ รักษาการประจำประเทศไทย บริษัท บีดับเบิ้ลยูแอล (ประเทศไทย) จำกัด (BwL) เปิดเผยว่า ปีนี้ บีดับเบิ้ลยูแอล ประเทศไทย ตั้งเป้าอัตราการเติบโตที่ 30 % แม้ในปีที่ผ่านมาจะไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์เติบโตที่น่าพอใจ และปัจจัยที่จะส่งผลให้ไปถึงเป้าได้นั้น บริษัทเตรียมแผนงานจัดงานใหญ่ประจำปี ซึ่งเป็นงาน ที่รวบรวมสมาชิกของบริษัททั้งหมด และงานนี้นับเป็นอีกหนึ่งงานที่จะดึงให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง


ทั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้บริษัทเติบโต นั้นคือ แผนการจัดโรดโชว์ การออกบูธเพื่อหาสมาชิกใหม่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ล่าสุด บริษัทได้ออกงานบางกอก เอ็กซ์โปร์ ที่ได้ร่วมออกบูธแสดงสินค้าในทุกๆปี และปีนี้บริษัทจัดบูธขนาดใหญ่กว่าทุกปีได้รับความสนใจจากผู้ที่มาเดินในงานเป็นอย่างมาก อีกทั้งในเรื่องของการจัดประชุมสัมมนานักธุรกิจที่บริษัทได้จัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน


สำหรับสินค้าใหม่บริษัทยังคงเน้นกลุ่มเสริมอาหารที่จะเปิดตัวอีกประมาณ 5 รายการ จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 10 รายการ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่สินค้าทั้ง 5 รายการ บริษัทจะทยอยออกทีละรายการและในส่วนของสินค้ากลุ่มอื่นบริษัทจะศึกษาถึงแนวโน้มของตลาดก่อนว่าเป็นอย่างไร หากตลาดมีความต้องการสินค้ากลุ่มใด บริษัทก็จะทำการตลาดสำหรับสินค้ากลุ่มนั้น


ในส่วนของสมาชิดปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 20,000 รหัส ซึ่งสมาชิกกว่า 80% จะเริ่มจากการเป็นผู้บริโภคสินค้าก่อนและเริ่มผันตัวมาเป็นสมาชิกแบบเต็มตัว และกลุ่มของสมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ผู้เกษียณอายุ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มคนที่ทำธุรกิจส่วนตัว แต่ยังต้องการมีรายได้เสริม


อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าในปีนี้ตลาดธุรกิจเครือข่ายยังคงเติบโตสูง เพราะมองว่าธุรกิจขายตรงยังเป็นธุรกิจที่มีผู้สนใจไม่น้อย แต่ก็ยังไม่มีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรงขึ้นในทุกปี รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆ อีกหลายเรื่อง


ชาญสถิต กล่าวต่อไปว่า งานประชุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2556 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะจัดเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงบ่าย และช่วงค่ำ ที่จะมีหารมอบรางวัลเกียรติยศให้กับสมาชิกที่ประสบความสำเร็จในระดับต่างๆ พร้อมกับผู้บริหารขึ้นแสดงวิสัยทัศน์แก่สมาชิก และในช่วงกลางคืนจะเป็นงานปาร์ตี้มีการจัดแสดงโชว์จากสมาชิกประเทศต่างๆ และแจกรางวัลแก่สมาชิก ซึ่งรางวัลใหญ่ในงาน คือ รถ นิสสัน มาร์ช รวมถึงการจัดมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินคนดัง โดยการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานจาก 10 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีสมาชิกเข้าร่วมงาน มากกว่า 2,000 คน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวเพอร์เฟค รีซอร์สเซส ประเทศไทย (Perfect Resources Thailand) : เพอร์เฟค ปั้นแบรนด์ 3-5 ปี ขึ้นแท่นขายตรงของเอเชีย









เพอร์เฟค เร่งปั้นแบรนด์ หวังขึ้นตำแหน่ง ขายตรงของชาวเอเชียวางแผนรุกตลาด 3-5 ปี จับเสริมอาหารและความงาม เน้นพัฒนาศักยภาพผู้นำธุรกิจ พร้อมทั้งวางแผนเชื่อมโยงคะแนนจากทุกสาขาทั่วโลกเอาใจสมาชิก ขณะที่แผนรุกตลาดในปี 56 เพิ่มงบรุกตลาด 2-3 เท่าตัว เพื่อดันยอดขายพุ่ง 15%


เต้ เพีย เซง กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพท่อเป็นการผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโต อย่างมั่นคง ดังนั้นนับจากนี้ไป 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพสินค้า และศักยภาพของผู้นำธุรกิจ โดยจะโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ความงามมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเพอร์เฟคมีจุดเด่นในด้านสินค้าที่ได้รับมาตรฐานและมีคุณภาพระดับสากลจากยุโรป


ทั้งนี้ บริษัทยังเน้นการฝึกอบรม เพื่อต้องการพัฒนาทักษะของนักธุรกิจ โดยบริษัทจะสนับสนุนส่งเสริมศักยภาพให้นักธุรกิจมีความเป็นมืออาชีพ และประสบความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจเครือข่าย ประกอบด้วย การติดอาวุธความรู้ให้นักธุรกิจ เช่น การจัดโปรแกรมอบรมอย่างเป็นระบบ โดยจัดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกสามารถนำเสนอธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น นำร่องรุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑืความงามที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย


นอกจากนี้ยังเน้นสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้า ในเรื่องแผนการจ่ายผลตอบแทนที่เป็นแผนไม่ซ้ำกับใครและซื่อตรงอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้ผู้จำหน่ายรายใหม่ รวมถึงสมาชิกรายเดิมได้รับผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการเลืทอกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เอง หรือตัดสินใจสร้างธุรกิจผ่านการทำงานหนักด้วยความมุ่งมั่นในระยะยาว



เต้ เพีย เซง กล่าวต่อว่า บริษัทได้รับรู้ถึงแนวโน้มของโลกไร้พรมแดน ทั้งเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้เพอร์เฟคได้รองรับผลตอบแทนแบบสากล โดยวางแผนเชื่อมโยงคะแนนจากทุกสาขาทั่วโลกไปยังเครือข่ายที่มีการคำนวณผลตอบแทนเสมือนหนึ่งคำนวณเพียงที่เดียว ด้วยวิธีการที่ไม่ซ้ำ ทำให้ผู้จำหน่ายบริษัทสามารถพัฒนาเครือข่ายธุรกิจได้ทั่วโลก และได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น ดังนั้นไม่ว่าสมาชิกต้องการที่จะเพิ่มรายได้,สร้างธุรกิจ หรือวางแผนสำหรับรายได้,แผนการตลาดของเพอร์เฟคสามารถทำฝันของสมาชิกให้เป็นจริงได้


อย่างไรก็ดีจากแผนการรุกตลาด บริษัทต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นบริษัทขายตรงของชาวเอเชียที่ใหญ่ที่สุด ที่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศตะวันออกและผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศตะวันตก ขณะที่แผนการรุกตลาดในปี 2556 บริษัทมีนโยบายที่จะสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มงบการรุกตลาดจากเดิม 2-3 เท่าตัว จากปกติที่จะใช้งบประมาณ 8-9% ของยอดขายเพื่อขยายธุรกิจ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การเพิ่มการอบรมและการจัดประชุมเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าตัว หรือจากการจัดประชุม 2-3 ครั้งต่อเดือนเพิ่มเป็น 10 ครั้งต่อเดือน เพื่อให้ความรู้กับสมาชิกในการขยายธุรกิจ และการพัฒนาเครือข่ายมากขึ้น ภายใต้หลักสูตร Back to Basic ซึ่งหลักสูตรดังหกล่าวจะให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการดำเนินธุรกิจ การบริหารสายงานธุรกิจ วิธีการขยายธุรกิจ รวมทั้งจุดเน้นความเข้มข้นของหลักสูตร Leadership Training ที่เน้นการพัฒนาเครือข่ายมากขึ้น ด้วยการเตรียมความพร้อมจัดประชุมครั้งใหญ่ที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน Perfect International Convention ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากประเทศต่างๆ ทั้งไทย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม ประมาณ 5,000-6,000 คน


สำหรับภาพรวมตัวปริษัทในปี 2555 ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโต 8-9% ซึ่งเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการแข่งขันของธุรกิจที่สูงขึ้นแต่จากการวางแผนการรุกตลาดในปี 2556 นี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 15 % และเพิ่มจำนวน 3-4 เท่าตัว จากปัจจุบันที่มีจำนวนสมาชิกประมาณ 50,000-60,000 คนซึ่งในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นผู้ซื้อสินค้าเป็นประจำและผู้ที่ทำธุรกิจประมาณ 30 %




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ข่าวออริเฟลม (Oriflame) : ออริเฟลม ปรับทัพครั้งใหญ่ จัดทัวร์ลุยภูธรทั่วประเทศ









ออริเฟลม เผยแผนปี 56 ลุยปรับโครงสร้างบริหารทั้งยวงลงสมรภูมิด้วยกลยุทธ์ Glow Together Tour, Car Program และ Brand Communication social media สร้างการเติบโตที่ดีให้กับองค์กร จัดบัสทัวร์ลงพื้นที่หวังดูดสมาชิกใหม่ พร้อมสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ผ่านสื่อแบบสร้างสรรค์เปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ไดเร็กเตอร์ด้วย Oriflame Opportunity Presentation


โจฮัน วิคลันด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สิ่งแรกที่บริษัทได้ทำในปีนี้ คือ การ ปรับเปลี่ยนทีมบริหารใหม่ ทั้งผู้จัดการฝ่ายการเงิน ผู้จัดการฝ่ายขาย รวมถึงกรรมการผู้จัดการใหม่โดยผู้บริหารที่เข้ามาร่วมบริหารในชุดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายเป็นอย่างดี และบางคนเป็นผู้ที่เคยร่วมงานและรู้จักออริเฟลมเป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารครั้งนี้จะสามารถนำบริษัทไปสู่ความสำเร็จได้ และสิ่งสำคัญที่บริษัทโฟกัสในปีนี้มี 3 สิ่ง คือ Glow Together Tour, Car program และ Brand Communication social media


ทั้งนี้ Glow Together Tour คือ กิจกรรมการตลาดที่ทำผ่านทัวร์บัส เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ โดยกิจกรรมออกไปตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เน้นการเข้าไปในย่านศูนย์การค้า สถาบันศึกษามหาวิทยาลัย หรือเป็นย่านที่มีคนอยู่จำนวนมากบริษัทก็จะเข้าไปทำการตลาดทันที ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการจัดโชว์แสดงสินค้าของบริษัทให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้ การจัดโปรโมชั่นพิเศษรวมถึงการเปิดโอกาสทางธุรกิจและวิธีการทำงานของบริษัทให้แก่ผู้ที่สนใจได้เข้ามาสัมผัสและในส่วนของ Car Program บริษัทใช้นิตยสารเข้ามาช่วยในการโปรโมต


นอกจากนี้บริษัทยังจัดฝึกอบรมแผนการจ่ายผลตอบแทน ซึ่งในส่วนของการฝึกอบรมได้จัดโปรแกรมพิเศษที่จะสร้างความสนใจและดึงดูดใจให้กับสมาชิกได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจัดคอร์สดังกล่าวจะทำให้สมาชิก ออริเฟลม ประเทศไทย ก้าวไปสู่เป้าหมายการเป็น โกลด์ ไดเร็กเตอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งต้นๆ ของบริษัทได้อย่างแน่นอน


ในส่วนของแผนการจ่ายผลตอบแทน บริษัท มีโปรแกรมหลักที่จะสามารถสร้างให้สมาชิกประสบความสำเร็จได้ กล่าวคือ บริษัทมีวิธีการที่จะทำให้สมาชิกประสบความสำเร็จได้ กล่าวคือ บริษัทมีวิธีการที่จะทำให้สมาชิกสามารถประสบความสำเร็จในตำแหน่ง ไดมอนด์ ไดเร็กเตอร์ หรือเอ็กเซ็กคูทีฟ ไดเร็กเตอร์ ได้เป็นจำนวนมาก และสามารถขึ้นตำแหน่งได้เร็ว ขณะเดียวกันโปรแกรมนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนให้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจเน็ทเวิร์กได้มากขึ้น


ขณะเดียวกัน บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเน้นการสร้างสรรค์การสื่อสารเรื่องแบรนด์ โดยบริษัทได้สร้างสรรค์คาร์โปรแกรมขึ้นมา ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคู่ไปกับ บัสโปรแกรม เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการสื่อสารแบรนด์ รวมถึงการใช้ Social Media และสื่อสิ่งพิมพ์ร่วมด้วย ซึ่งบริษัทได้ใช้สื่อต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน


พร้อมกันนี้บริษัทยังพัฒนา Oriflame Opportunity Presentation ที่บริษัทใช้ในงานสัมนาระดับไดเร็กเตอร์และสูงกว่าได้นำไปใช้เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ และเดินไปในทางที่ถูกต้องของออริเฟรม ไม่ใช่แค่เพียงแต่โฟกัสไปที่สินค้าแต่ยังเน้นถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ไดเร็กเตอร์จะได้รับจากออริเฟรม และ Oriflame Opportunity Presentation นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของบริษัท


ที่น่าสนใจคือการจัดประชุมที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในงานคอนเฟอเรนต์อย่างปีนี้เพิ่งจัดงานสัมมนาระดับไดเร็กเตอร์ (Launch Director Seminar) ที่เราตั้งเป้าเติบโตให้กับไดเร็กเตอร์ที่เปรียบเสมือนอยู่บนเรือลำเดียวกันในมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนไม่ว่าจะเป็นที่ สเปน อิตาลี หรือ ฝรั่งเศส บริษัทอยู่บนเรือที่หรูหรามาก ๆ เหมือนกันหมดทั่วทั้งโลก และสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากที่อื่นๆ วิคลันด์ กล่าว




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์ บุกหนักตลาดนอก รุกเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งรวด









เอมสตาร์ โหมตลาดต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ลุยเปิดศูนย์บริการในประเทศเพิ่มอีก 20 แห่ง ตบเท้าขยายสาขาเอมสตาร์เพิ่ม 4 จังหวัด พร้อมเดินทัพสร้างแบรนด์ในลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา วาดเป้าขยายธุรกิจสู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ ฟุ้งเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ เปิดทำการในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ได้เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะลุยตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไป บริษัทตั้งเป้าเติบโตในประเทศ ขณะที่แผนระยะยาว 3-5 ปีนับจากนี้ มีเป้าหมายการวางขอบเขตและแผนงานเพื่อรองรับการเติบโต โดยแบ่งเป็นแผนงานภายในประเทศและแผนงานต่างประเทศ


ทั้งนี้ แผนงานภายในประเทศ บริษัทมีแผนเปิดศูนย์บริการสาขาเพิ่ม 20 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยในเดือนมีนาคมนี้บริษัทจะเปิดสาขาใหม่พร้อมกัน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ , ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์ และลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอย่างการจัดงานแสดงสินค้าเอมสตาร์ระดับภูมิภาค ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการจัดประกวดแอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 ในเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้


ขณะที่แผนขยายตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทได้เปิด บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สปป. ลาว) จำกัดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 ที่ นครหลวงเวียงจันทร์ ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน มีจำนวนสมาชิกสูงถึงกว่า 6,000 คน และสร้างยอดธุรกิจได้ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทจะมีการเพิ่มเติมกลุ่มผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางและถนอมผิวแอสนี่เพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งในวันที่ 17 มีนาคม 2556 นี้ บริษัทจะมีการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ สาขาสะหวันเขต ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว สามารถเชื่อมต่อกับ จ.มุกดาหาร ของประเทศไทยได้ทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว2


ในส่วนของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด ที่ได้เปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มต้นจากคูหาเล็กๆ และเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เอมสตาร์ (กัมพูชา) ได้ฉลองเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ทันสมัยบนชั้น 3 ของอาคารพนมเปญทาวเวอร์ กรุงพนมเปญ และยังเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่ได้เริ่มการรับสมัครผู้เข้าประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 นี้อีกด้วย โดยมีกำหนดการประกวดรอบตัดสินกลางคืนของวันที่ 24 มีนาคม 2556 โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกัน จะเป็นงานเอ็กซ์โปแสดงสินค้าเอมสตาร์ประจำปี 2556 ที่ กัมพูชา ส่วนการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ เพิ่มเติมในเมืองอื่นๆ ของกัมพูชา กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ


ทญ.ลพา กล่าวต่อว่า บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (ญี่ปุ่น) จำกัด ที่เปิดดำเนินธุรกิจไปแล้ว เมื่อปี 2551 โดยเริ่มแรกเป็นเพียงพื้นที่ 35 ตร.ม.บนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ย่านคินซีโจว กรุงโตเกียว ต่อมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ โดยย้ายมาตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ด้วยขนาดพื้นที่ 359 ตร.ม. ของอาคารคูคิยา ย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว และได้มีการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีนในปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแอสนี่อีกด้วย


อย่างไรก็ดี การขยายตลาดต่างประเทศไปยัง สหรัฐอเมริกา ภายใต้ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สหรัฐอเมริกา) จำกัด เปิดทำการไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2554 ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวลัจมูกข่าวไวทอลสตาร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีน โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัลติโปร และกลุ่มสินค้าแอสนี่ที่โดเด่น โดยเฉพาะ แอสนี่ คอนเซนเทรตมาสก์ และแอสนี่ ไบรท์เทนนิ่ง สครับ เป็นต้น


สำหรับการขยายธุรกิจเอมสตาร์สู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีการขยายไปในแต่ละประเทศโดยเฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ สำหรับในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ คาดว่าจะเปิดทำการในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า และตามด้วยเวียดนาม ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าสนใจ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เป็นต้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : อาวียองซ์วาง 4 ยุทธศาสตร์เดินหน้าขยายตลาดอาเซียน









อาวียองซ์ พุ่งเป้าขยายตลาดอินเตอร์เดินหน้าแผนการเติบโตไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนและทวีปเอเชียผลักดัน 4 ยุทธศาสตร์หลัก กำหนดแผนตามเป้า ทั้งการสร้างเบ้าหลอมของแก่นธุรกิจที่แข็งแกร่ง คุณภาพของผู้ร่วมธุรกิจ ระดับผู้นำ การพัฒนาศักยภาพผู้ร่วมธุรกิจอย่างเป็นระบบ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ พร้อมเร่งสร้างระบบมาตรฐานการจำหน่ายและจ่ายผลตอบแทนเดียวกันทั่วโลก


สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า นล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์สู่ตลาดสากล เนื่องจากที่ผ่านมา อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กำเนิดในประเทศไทยเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาและได้ขยายตลาดไปในประเทศมาเลเซีย กัมพูชา และอินเดีย ดังนั้นใน 3-5 ปีนนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะทำให้ อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นธุรกิจเครือข่ายที่กำเนิดในประเทศไทย เติบโตไปยังประเทศในกลุ่มอ้เซียน และขยายครอบคลุมประเทศในทวีปเอเชียในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้อาวียองซ์ เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคนไทยที่จะเป็นอัพไลน์ต้นสายโลก มีเครือข่ายองค์กรในประเทศต่างๆ ที่บริษัทจะขยายการดำเนินงาน โดยมีคนไทยป็นอัพไลน์สูงสุด


ทั้งนี้ การเติบโตที่ผ่านมาของ อาวียองซ์ อยู่บนโฟกัสของ Great People,Great Brand ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน และนวัตกรรมของแบรนด์ ซึ่งยังคงเป็นกลยุทธ์ที่จะนำพาให้บริษัทไปถึงเป้าหมายข้างหน้าที่ตั้งใจไว้ ซึ่งประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ 1.เน้นการสร้างเบ้าหลอมของแก่นธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อให้อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในทุกๆประเทศมีวัฒนธรรมองค์กร มีการให้คุณค่าเดียวกัน เป็นสังคมระดับโลกที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 2.เน้นคุณภาพของผู้ร่วมธุรกิจระดับผู้นำ เพราะผู้นำคืออัพไลน์ต้นสายโลกที่จะเป็นตัวแทนในการไปเปิดตลาดในประเทศต่างๆ รวมทั้งเป็นตัวอย่างให้กับดาวน์ไลน์ทั่วโลกทั้งในเรื่องการทำธุรกิจคุณลักษณะ และภาวะผู้นำ


ในส่วนของกลยุทธ์ที่ 3 เน้นการพัฒนาศักยภาพผู้ร่วมธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่วันแรกที่สมัครเป็นผู้ร่วมธุรกิจกับอาวียองซ์ บริษัทได้วางหลักสูตรอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่จะช่วยให้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ภายใน 3 ปี


และ 4.เน้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับนวัตกรรมที่มีอยู่ทั่วโลกของยูนิลีเวอร์ ทำให้มีสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและให้ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง


จากแผนการรุกตลาดดังกล่าว อาวียองซ์มีเป้าหมายให้ผู้บริโภคคิดถึงแบรนด์อาวียองซ์ให้นึกถึงคุณภาพ คุณภาพของคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพราะคนทำธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่ จะห่วงและกังวลว่าเข้ามาทำธุรกิจแล้ว จะสามารถประสบความสำเร็จได้จริงหรือ ดังนั้น อาวียองซ์จึงได้สร้างระบบความพร้อมในการพัฒนาคนร่วมกับกลุ่มผู้นำและสถาบันอาวียองซ์ อะคาเดมี เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าใครเข้ามาร่วมธุรกิจกับเราคนนั้นจะต้องมีโอกาสในการประสบความสำเร็จที่สูงกว่า คือ ถ้าถามถึงบริษัทขายตรงที่มีอัตราของผู้ประสบความสำเร็จที่สูงที่สุดให้นึกถึงเรา


นอกจากนี้สิ่งที่จะเร่งดำเนินการ คือ การสร้างธุรกิจในทุกประเทศให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ซึ่งที่ผ่านมาอาวียองซ์ในอินเดีย ได้แยกการบริหารกับประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยมีสินค้าบางรายการที่จำหน่ายแตกต่างกัน รวมถึงแผนการจ่ายผลตอบแทนก็ใช้แตกต่างเช่นกัน เนื่องจากในช่วง 10 ปี ที่เริ่มธุรกิจ อาวียองซ์ ประเทศไทยและอินเดีย ได้เริ่มธุรกิจเครือข่ายพร้อมกัน แต่แยกการบริหารให้แต่ละประเทศรับผิดชอบ ซึ่งหลังจากรวมเข้ามาใน อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แล้ว แผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจะเป็นรูปแบบเดียวกันกับประเทศไทยและใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2556




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

จิรชัย โยนหินถามทาง ผลักดัน ก.ม. ขายตรงไทย แยกขายตรงไร้เงาประเภท 2









เลขา สคบ. เดินหน้าเชิงรุก สอบขายตรงแท้ หลังผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตเพิ่มทุกปี แต่ทำจริงมีเพียง 300 บริษัท ยันมีอีกหลายรายไม่ยื่นหนังสือกลับมา ต้องสรุปเป็นแบบที่ 2 ที่ไม่มีการทำธุรกิจระบุอยากถอนใบอนุญาตแต่ติดด้วยกฎหมายด้าน 300 บริษัทที่แสดงตัวเตรียมมอบใบทะเบียนให้ใหม่ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมขายตรงต่อไป ขณะที่กฎหมายขายตรงฉบับแก้ไขยังไม่คืบ รอ 2 แนวทางแบบเร่งด่วนและระยะยาวที่ต้องศึกษากฎหมายยุโรปและอเมริกาก่อน ยื่นเรื่องเสนอแก้ไขกฎหมายควรแยก สคบ. ส่วนงานขายตรง


จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่าหลัง สคบ. ได้กำหนดนโยบายในการตรวจสอบบริษัทขายตรงที่ขึ้นทะเบียนกับ สคบ. จำนวน 855 บริษัท ตั้งแต่ต้นปี 2556 ด้วยการแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน คือ1.ส่งหนังสือหลับไปยังผู้ประกอบการทั้งหมด 2.ให้ผู้ประกอบการตอบรับภายในเวลาที่กำหนดคือ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา และ 3.หากผู้ประกอบการได้รับหนังสือที่ สคบ. แจ้งไป และไม่ตอบกลับมา สคบ. ก็จะมีมาตรการขั้นถัดไป


ทั้งนี้ จากแนวนโยบายดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงยื่นหนังสือตอบรับกลับมายัง สคบ. ว่า ยังดำเนินธุรกิจอยู่ประมาณ 300 บริษัทนอกจากนี้ผู้ประกอบการที่ยกเลิกกิจการประมาณ 34-35 บริษัท และอยู่ระหว่างรอรายงานเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง โดยส่วนที่เหลือยังไม่มีการตอบรับหนังสือกลับมาแต่อย่างใด สคบ. จึงได้สรุปผู้ประกอบการที่ไม่ตอบรับกลับมา ให้เป็นผู้ประกอบการประเภทที่ 2คือไม่มีการดำเนินธุรกิจ ส่วนประเภทที่ 1 คือผู้ประกอบการที่ตอบรับกลับมาและยังดำเนินธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน


ในส่วนของผู้ประกอบการจำนวน 300 บริษัท ที่ส่งหนังสือตอบรับกลับมา สคบ. จะมีการเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาร่วมเสวนาเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจขายตรงในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญ สคบ. จะมอบใบจดทะเบียนผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงให้ใหม่ โดยใช้ข้อมูลเดิมของผู้ประกอบการ


ผู้ประกอบการที่ สคบ. ได้ส่งหนังสือแจ้งไป ส่วนใหญ่ยังคงเงียบ ตรงนี้ไม่รู้เป็นเพราะเหตุผลอะไรและถ้าถามว่า สคบ. จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการแยกประเภทบริษัทขายตรงเป็นประเภทที่ 2 ด้วยการเพิกถอนใบทะเบียน ตรงนี้ สคบ. ยังไม่สามารถทำได้ เพราะติดในเรื่องกฎหมายขายตรง


นอกจากนี้ สคบ. ยังเข้มงวดการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจาก สคบ. เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวออกมาว่าบริษัทขายตรงที่ยื่นขอใบอนุญาตมายัง สคบ. จะต้องจ่ายเงิน เรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับ สคบ. เป็นอย่างมากดังนั้น การทำงานจากนี้ไป สคบ. จะมีมาตรการที่เคร่งครัดมากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. แล้ว จะต้องพบกับเลขา สคบ. ก่อน เพื่อทำการสัมภาษณ์ 3 คำถาม คือ 1.การขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจขายตรงครั้งนี้เสียเงินให้กับเจ้าหน้าที่หรือไม่ 2.ขายสินค้าอะไร และ 3.มีการโฆษณาผ่านสื่อใดบ้าง


อย่างไรก็ดี การทำงานของ สคบ. ถือเป็นไปตามนโยบายเชิงรุกที่แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.การปรับทะเบียน 2.การติดตามประเมินผล และ 3.การปราบปรามบริษัทขายตรงที่กระทำการไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้มีการสานต่อหลังจากได้รับตำแหน่งเลขา สคบ. เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา


จิรชัย กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าของกฎหมายขายตรงฉบับแก้ไขปี 2545 ขณะนี้ สคบ.ได้มอบหมายนักวิชาการด้านกฎหมายทำการศึกษากฎหมายขายตรงว่ากฎหมายฉบับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงธุรกิจอย่างไร โดยศึกษากฎหมายขายตรงที่ยุโรปและอเมริกาว่าธุรกิจขายตรงมีความก้าวหน้าอย่างไร จากนั้นได้มีหารเสนอให้แก้ไขกฎหมายเป็น 2 ส่วนคือ 1.ระยะเร่งด่วนภายใน 90 วัน 2.ระยะยาว คือ การปรับกฎหมายว่าควรปรับอย่างไร


สำหรับการแก้ไขกฎหมายขายตรง มีการเสนอประเด็นการจดทะเบียนผู้จำหน่ายอิสระจะมีการจดทะเบียนเหมือนกับสำนักคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หรือไม่ และองค์การของ สคบ. ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรกับงบประมาณ ดังนั้จะมีความเป็นไปได้หรือไม่หาก สคบ. จะแยกการทำงานในส่วนขายตรงออกเป็นเอกเทศเหมือนกับ คปภ.




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์: WHY D NETWORK อ่านก่อนรวยก่อนแจกทองมูลค่ากว่า 150,000 บาท


สุดยอดหนังสือดี ที่คุณอ่านแล้วเหมือนได้ทอง! แจกจริง....ลุ้นรับทองคำมูลค่า กว่า 150,000 บาท เพียงคุณชื้อหนังสือเล่มนี้แล้วเก็บรหัสหนังสือเอาไว้ หาซื้อได้แล้วที่นายอินทร์ ทุกสาขา


หนังสือดีที่จะ"บอกแนวทาง สร้างแนวคิด ให้ท่านได้พิชิตความสำเร็จ"ซึ่งให้ผู้อ่านได้เรียนรู้แบบแผนแล้วทำตามจากผู้ที่ประสบความความสำเร็จ เพื่อให้ท่านประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหนังสือทำไมต้องธุรกิจเครือข่ายผู้เขียนทั้งสามท่านก็มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับท่านผู้อ่านก็คืออยากให้ท่านได้มีเครือข่ายไว้ครอบครอง เหมือนมีเงินทองในครอบครัวหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านแล้วท่านก็จะ "พบความสำเร็จ"ไม่ยากเย็นนัก อย่าลืมนะครับว่า "ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"เพียงแต่ "ลงมือกระทำ"อย่างมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จที่รอคอยเราก้าวขึ้นสู่แป้นของผู้พิชิตก็คือตัวท่านนั่นเอง


วิธีการร่วมสนุก และกติกา
1. ผู้ร่วมสนุกจะต้องซื้อหนังสือที่มีเลขรหัสตรงปกหลังด้านใน เพื่อนำมายืนยันการรับรางวัลของบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด
2. รางวัลมีทั้งหมด 24 รางวัล เป็นทองคำ1 สลึง ต่อ1 รางวัล
3. ผู้ร่วมสนุกสามารถทราบการประกาศผลรางวัลได้ทาง http://d-nww.com และ. Dnetworkbook Fan Page
4. หลังจากประกาศผลรางวัล ผู้ร่วมสนุกจะต้องนำหลักฐานมายืนยันภายในสองสัปดาห์ มิเช่นนั้นแล้วรางวัลที่ท่านได้รับจะถือเป็นโมฆะ
5. ทีมงานขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง กฎกติกาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


จับรางวัล ณ. บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด
54/4-5 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทร. 0-2907-4314-6 แฟกซ์. 0-2907-4319
www.d-nww.com


ประกาศผลรางวัล
รอบแรก วันที่ 30 เมษายน 2556 จำนวน 12 รางวัล
รอบที่สอง วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 จำนวน 12 รางวัล
ประกาศผลรางวัลทาง http://d-nww.com และ Dnetworkbook Fan Page
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมฝ่ายประชาสัมพันธ์ 02-950-9118


[gallery columns="2"]