ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเอมสตาร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเอมสตาร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : "เอาชนะอุปสรรคของหัวใจ เดินต่อไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคง" วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์







Capture (Mobile)


วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ ต้นแบบของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเอมสตาร์ เพียงแค่ 3 ปีที่ฉีกกรอบความคิกเก่าๆ ออกมามาแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในธุรกิจเครือข่ายโดยได้รับคำแนะนำจากมนุษย์เงินล้านคนแรกของเอมสตาร์ คือ ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และคุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ


สำหรับก้าวย่างความสำเร็จในวันนี้ของ วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย ทั้งคู่ได้เผยถึงแง่คิดดีๆ จากธุรกิจเอมสตาร์ว่า การสร้างธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคนั้น เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก สามารถสร้างรายได้มหาศาล และที่สำคัญสิ่งที่สร้างเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ให้ตลอดกาล และธุรกิจเอมสตาร์มีปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จได้นั้น มีครบทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำธุรกิจ (BUSINESS MODEL) ที่ให้ผลตอบแทนคนใหม่สูงสุดแทนห้างสรรพสินค้า อีกทั้งทางด้านสินค้า ด้วยแนวคิดการใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในระดับแนวหน้า (FRONTLINE INNOVATION) มาผลิตสินค้า ทำให้เครือข่ายมีการบริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็นความมั่นคง และปัจจัยสุดท้าย หุ้นส่วนทางธุรกิจแบบเอมสตาร์ เป็นบริษัทที่มีธรรมมาภิบาล ต้องการช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง และเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก


สิ่งที่โดดเด่นของเอมสตาร์ที่แตกต่างจากบริษัทเครือข่ายอื่นๆ คือ เรื่องของวัฒนธรรมการเรียนรู้ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงของเครือข่าย เธอตัดสินใจมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างธุรกิจภายใต้หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดีที่สุดคือ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด


การก้าวเข้ามาในธุรกิจเอมสตาร์ครั้งนี้ วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ทั้งคู่มองว่า เอมสตาร์จะเป็นธุรกิจที่เป็นกุญแจสู่คำว่า อิสรภาพให้ชีวิตของทั้งสองได้ เพราะเชื่อมั่นว่าด้วยแผนการตลาดที่ดีที่สุด และสินค้าที่ยอดเยี่ยมจะทำให้ทั้งคู่ถักทอเครือข่ายที่เป็นทรัพย์สิน (ASSET) สำเร็จแน่นอน จึงตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ โดยทางด้าน วชิราภรณ์ ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะปิดกิจการที่เป็นเจ้าของ คือบริษัท PROFESSIONAL SCAN ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบ ELECTRONIC DOCUMENT ที่สร้างรายได้ให้เธอมากกว่า 4 แสนบาทต่อเดือน เพื่อเธอจะลงมาทุ่มเทในธุรกิจ เอมสตาร์ ส่วนทางด้าน ปกรณ์ ก็มีธุรกิจบริษัท PROFESSIONAL SCAN และบริษัท INTERIOR DESIGN เขาคิดว่านี่ไม่ใช่คำตอบของชีวิต จนกระทั่งมาพบธุรกิจเอมสตาร์


วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจเอมสตาร์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 เปรียบเสมือนการสร้างตึกขนาดใหญ่จากเดือนแรกทั้งคู่มีเครือข่ายไม่ถึง 100 คน ด้วยการใช้ความจริงใจนำทางธุรกิจ ทำให้ทั้งคู่ไต่เต้าความสำเร็จสู่ตำแหน่งแพลทตินัมสตาร์ (PLATINUM STAR) ด้วยรายได้กว่า 30,000 บาท และการเติบโตต่อเนื่องไม่หยุด จนกลายเป็นปรากฏการณ์ รายได้ทั้งคู่พุ่งทะยาน ในเดือนที่ 2 ทั้งคู่จบตำแหน่ง รูบี้สตาร์ (RUBY STAR ) ด้วยรายได้ 100,000 บาท เดือนที่ 3 ขึ้นตำแหน่งแซฟไฟร์สตาร์ (SAPPHIRE STAR) ด้วยรายได้ 170,000 บาท ในเดือนที่ 4 ขึ้นตำแหน่งเอมเมอร์รัลด์สตาร์ (EMERALD STAR) ด้วยรายได้ 220,000 บาท ในเดือนที่ 5 ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ไดมอนด์สตาร์ (DIAMOND STAR) ด้วยรายได้ 340,000 บาท และรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด จนในเดือนที่ 13 พิชิตรายได้กว่า 1,000,000 บาท และทั้งสองก็ได้รับเกียรติเป็นมนุษย์เงินล้านคนที่ 8 ของเอมสตาร์ที่รวดเร็วที่สุดเพียงใช้ระยะเวลาแค่ 13 เดือน และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้รับเกียรติจากบริษัทอีกครั้งในตำแหน่งดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ (DOUBLE DIAMOND STARX) ณ ปัจจุบันรายได้รวมทั้งสิ้นตลอดระยะเวลา 3 ปี กว่า 50,000,000 บาท และในเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาทั้งคู่ได้พิชิตคุณสมบัติ ขึ้นสู่ตำแหน่งนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์ อีกด้วย


วชิราภรณ์ เผยถึงข้อคิดดีๆ กับการเริ่มต้นทำธุรกิจเอมสตาร์ว่า คนมักตั้งคำถามให้ชีวิตว่า หนึ่งชีวิตทำอย่างไรให้พบความสุข ตนเคยพยายามค้นหางานที่จะตอบโจทย์ชีวิต เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จในชีวิต คือ ความสามารถบนโอกาสที่ถูกต้อง


ไม่เพียงเท่านี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวกับธุรกิจเอมสตาร์กว่า 14 ประเทศ และต่อจากนี้ทั้งชีวิตตลอดไป เพราะเอมสตาร์ให้เกียรติมนุษย์เงินล้านทุกทริปการท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุด ทั้งคู่ยังช่วยเหลือเพื่อนที่ตามทั้งคู่มาให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ จำนวนกว่า 15 คนที่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาทต่อเดือน และกว่า 200 คนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน สิ่งนี้เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบว่า วันนี้ชีวิตคนธรรมดา 1 คน ช่างมีคุณค่าได้มากมาย เมื่อเราเจอเครื่องมือที่ชื่อธุรกิจเอมสตาร์ ธุรกิจที่เราสามารถหยิบยื่นคุณค่าของ 1 ชีวิตให้ผู้คนได้มากมาย


ตลอดเส้นทางแห่งความสำเร็จในธุรกิจ AIMSTAR มีบุคคลสองท่านที่ต้องขอกล่าวยิ่งกว่าคำว่าขอบคุณ ให้กับท่านทั้งสอง พญ.ลพา และ นพ.พนินท์ ที่เป็นเสมือนผู้ให้โอกาสและเป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่ดีเสมอมา จนมาในเวลานี้ เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในธุรกิจไม่ใช่แค่เพียงในเรื่องของการสร้างรายได้ท่านั้น ยังมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของคำว่าโอกาส เข้าใจความหมายของคำว่าแบ่งปัน เห็นความสำคัญของเวลาที่มีเหลืออยู่ และยังได้มีโอกาสทำสิ่งล้ำค่าที่สุดคือการได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่ของลูกอย่างแท้จริง และเข้าใจความหมายของคำว่าคุณค่าชีวิต





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์ บุกหนักตลาดนอก รุกเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งรวด









เอมสตาร์ โหมตลาดต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ลุยเปิดศูนย์บริการในประเทศเพิ่มอีก 20 แห่ง ตบเท้าขยายสาขาเอมสตาร์เพิ่ม 4 จังหวัด พร้อมเดินทัพสร้างแบรนด์ในลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา วาดเป้าขยายธุรกิจสู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ ฟุ้งเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ เปิดทำการในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ได้เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะลุยตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไป บริษัทตั้งเป้าเติบโตในประเทศ ขณะที่แผนระยะยาว 3-5 ปีนับจากนี้ มีเป้าหมายการวางขอบเขตและแผนงานเพื่อรองรับการเติบโต โดยแบ่งเป็นแผนงานภายในประเทศและแผนงานต่างประเทศ


ทั้งนี้ แผนงานภายในประเทศ บริษัทมีแผนเปิดศูนย์บริการสาขาเพิ่ม 20 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยในเดือนมีนาคมนี้บริษัทจะเปิดสาขาใหม่พร้อมกัน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ , ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์ และลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอย่างการจัดงานแสดงสินค้าเอมสตาร์ระดับภูมิภาค ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการจัดประกวดแอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 ในเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้


ขณะที่แผนขยายตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทได้เปิด บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สปป. ลาว) จำกัดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 ที่ นครหลวงเวียงจันทร์ ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน มีจำนวนสมาชิกสูงถึงกว่า 6,000 คน และสร้างยอดธุรกิจได้ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทจะมีการเพิ่มเติมกลุ่มผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางและถนอมผิวแอสนี่เพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งในวันที่ 17 มีนาคม 2556 นี้ บริษัทจะมีการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ สาขาสะหวันเขต ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว สามารถเชื่อมต่อกับ จ.มุกดาหาร ของประเทศไทยได้ทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว2


ในส่วนของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด ที่ได้เปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มต้นจากคูหาเล็กๆ และเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เอมสตาร์ (กัมพูชา) ได้ฉลองเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ทันสมัยบนชั้น 3 ของอาคารพนมเปญทาวเวอร์ กรุงพนมเปญ และยังเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่ได้เริ่มการรับสมัครผู้เข้าประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 นี้อีกด้วย โดยมีกำหนดการประกวดรอบตัดสินกลางคืนของวันที่ 24 มีนาคม 2556 โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกัน จะเป็นงานเอ็กซ์โปแสดงสินค้าเอมสตาร์ประจำปี 2556 ที่ กัมพูชา ส่วนการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ เพิ่มเติมในเมืองอื่นๆ ของกัมพูชา กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ


ทญ.ลพา กล่าวต่อว่า บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (ญี่ปุ่น) จำกัด ที่เปิดดำเนินธุรกิจไปแล้ว เมื่อปี 2551 โดยเริ่มแรกเป็นเพียงพื้นที่ 35 ตร.ม.บนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ย่านคินซีโจว กรุงโตเกียว ต่อมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ โดยย้ายมาตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ด้วยขนาดพื้นที่ 359 ตร.ม. ของอาคารคูคิยา ย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว และได้มีการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีนในปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแอสนี่อีกด้วย


อย่างไรก็ดี การขยายตลาดต่างประเทศไปยัง สหรัฐอเมริกา ภายใต้ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สหรัฐอเมริกา) จำกัด เปิดทำการไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2554 ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวลัจมูกข่าวไวทอลสตาร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีน โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัลติโปร และกลุ่มสินค้าแอสนี่ที่โดเด่น โดยเฉพาะ แอสนี่ คอนเซนเทรตมาสก์ และแอสนี่ ไบรท์เทนนิ่ง สครับ เป็นต้น


สำหรับการขยายธุรกิจเอมสตาร์สู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีการขยายไปในแต่ละประเทศโดยเฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ สำหรับในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ คาดว่าจะเปิดทำการในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า และตามด้วยเวียดนาม ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าสนใจ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เป็นต้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง...เพื่ออนาคต แต่จงกลัว...อนาคตที่จะไม่เปลี่ยนแปลง ธเนศ ลีลาภรณ์ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์









อนาคตที่ดีเริ่มต้นที่เอมสตาร์


อนาคตเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้เคยได้ยินไหมครับที่เขาบอกว่าอนาคตอีก 3-5 ปี ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ 3 สิ่ง คือ 1.หนังสือที่อ่าน 2.เพื่อนที่คบ 3.สังคมที่อยู่ ผมเชื่อว่าตอนนี้ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่คุณทำได้แล้ว 1 ใน 3 ข้อแล้วอย่างน้อยคุณเป็นคนส่วนน้อยในสังคมที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการสรางงานสร้างอาชีพ ไม่ใช่อ่านหนังสือเพื่อคความบันเทิงเพียงอย่างเดียว อ่านบทความนี้ให้จบแล้วลองทำอีก2ข้อ คือ หาเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรที่เขาจะนำพาโอกาสดีๆในชีวิตมามอบให้คุณและนำพาคุณไปสู่กิจกรรมหรือสังคมในการสร้างชีวิตของคุณ ดังเช่นผมเมื่อ 5 ปีก่อนนิตยสารที่ชื่อว่า วันเวิลด์ ของ ธุรกิจเอมสตาร์ ฉบับเดือนมกราคม 2550 ที่มีเรื่องราวความสำเร็จของ ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ ได้นำพาผมเข้ามาสังคมที่ดี สังคมในธุรกิจเครือข่ายที่ชื่อเอมสตาร์ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 5 ปีชีวิตผมก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งครอบครัว ต้องขอบคุณ ภก.ธนะสิทธิ์ และสังคมเอมสตาร์


เพราะฝันของฉันใหญ่พอ...ที่จะทำได้ทุกวัน


ตลอดระยะเวลา 5 ปีในธุรกิจนี้ ผมเริ่มต้นธุรกิจจากบ้านเกิดคือที่อำเภอหาดใหญ่ จากเดือนแรกมีกลุ่มเล็กๆ 10 กว่าคน มีรายได้ 6,000 บาทต่อเดือนและค่อยๆเริ่มขยายธุรกิจมาที่กรุงเทพฯ จน เวลาผ่านมา 1 ปีมีองค์กร 1,000 กว่าคน และมีรายได้ 100,000 บาท ปีที่ 2 เริ่มขยายธุรกิจตามภาคต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ โคราช ภูเก็ต ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 500,000 บาท เข้าปีที่ 3 ผมได้พัฒนาวิธีการ และระบบการขยายธุรกิจให้เรียนรู้และลอกเรียนแบบได้ง่ายขึ้น จนทำให้กลุ่มเติบโตมากขึ้น เพียง 36 เดือนในธุรกิจนี้ผมก็สามารถมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือน ผ่านมา 5 ปี กว่า ผมรับรายได้รวมทั้งหมดจากธุรกิจเอมสตาร์ 60 ล้านบาท และมีเครือข่ายอยู่ในองค์กรมากกว่า 100,000 คนทั่วประเทศ ปัจจุบันผมได้ใช้ชีวิตตามความฝันและทำธุรกิจควบคู่กันด้วยความสุข พร้อมๆกับได้เห็นเพื่อนๆประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นๆในทุกๆเดือนๆ


ชีวิตจะไม่ไปไหน...หากเป็นคนฝันใหญ่แต่ทำอะไรแบบเดิมๆ


ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย ขยันถูกที่ปีเดียวก็รวยได้ คำพูดนี้จริงเสมอ หากเปรียบเทียบการใช้เวลาในการทำอะไรสักอย่างในเวลาที่เท่ากัน 5 ปีก่อนที่ผมจะมาทำธุรกิจเอมสตาร์ ผมได้ทำธุรกิจเครือข่ายบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ 5 ปี ผลลัพธ์คือ


ผมมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท มีองค์กรอยู่แค่ 500 คน มีทีมงานเพียง 2 คนที่มีรายได้เกิน 10,000 บาท มีบางคนเคยมีรายได้แต่สุดท้ายก็เลิกทำเพราะรายได้ที่ไม่มั่นคงแน่นอน ส่วนตัวผมได้ท่องเที่ยวต่างประเทศเพียงคนเดียว 5 ครั้ง ไม่เคยมีใครในทีมงานของผมได้ไปเที่ยวกับผมเลย


แต่ 5 ปีในธุรกิจเอมสตาร์ของผม ผมมีรายได้เดือนละมากกว่า 1 ล้านบาท มีองค์กรธุรกิจมากกว่า 100,000 คน มีทีมงานมากกว่า 100 คนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่า 20 ครั้ง และมีทีมงานมากกว่า 300 คน ที่ได้ไปท่องเที่ยวด้วยกันกับเอมสตาร์ ผมว่าผมโชคดีที่ตัดสินใจ กล้าเปลี่ยน โดยไม่เสียดายเวลา 5 ปี ที่สูญเสียไปในธุรกิจเครือข่ายเดิม จึงทำให้ผมได้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า กับชีวิตที่เหลืออยู่อีกตั้ง 40-50 ปีนับต่อจากนี้ไป และทำให้ผมได้เข้าใจกับคำว่า ความสามารถหากปราศจากซึ่งโอกาสก็ไร้ความหมาย นั้นเป็นเช่นไร


ข้อแตกต่างของ 2 ธุรกิจ คือแผนรายได้ที่สร้างความเป็นไปได้ที่แตกต่างกัน บางคนอาจบอกว่าเอมสตาร์ไม่มั่นคง ผมกลับมองว่า อย่าถามหาความมั่นคงในธุรกิจนี้ หากเรายังไม่สามารถช่วยให้คนที่ตามมาประสบความสำเร็จ และมีรายได้ตามที่เขาต้องการต่างหาก ดังนั้นวันนี้เราอย่าหลอกตัวเองว่า เรากำลังมั่นคงเพียงเพราะอยู่ในบริษัทที่มั่นคง เราควรดูที่องค์กรของเราต่างหากว่ามีความมั่นคงหรือไม่


วิถีชีวิตเหนือระดับ...ที่สัมผัสได้


ธุรกิจนี้อาจไม่ใช่งานในฝนของใครหลายๆคน แต่ความฝันของหลายๆคนเป็นจริงได้ในธุรกิจนี้ วันนี้ต้องบอกว่าสิ่งที่ผมได้จากธุรกิจเอมสตาร์นี้ มากกว่าสิ่งที่ผมเคยฝันไว้จริงๆเสียอีก ผมได้รถในฝันเป็นของตัวเองคือ BMW Z4 ปีต่อมาน้องชายผม ก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ สามารถซื้อ Audi TTs ได้อีก 1 คัน ถัดมาอีก 2 ปี ผมก็ซื้อเมอร์ซิเดสเบนซ์ Benz CLS ให้คุณพ่อและคุณแม่ไว้ใช้อีก 1 คัน และสำหรับคนบ้ากีฬาฟุตบอลอย่างผม ทำให้ในเดือนกรกฎาคม 2010 รายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ ผมก็ได้เดินทางไปเชียร์ถึงสนามแข่งจริงๆและในเดือนตุลาคม 2012 ฟุตบอล Premier League ที่ประเทศอังกฤษ ผมก็ได้ไปเชียร์ ถึงสนามการแข่งขันอีกเช่นกัน ทุกครั้งที่ผมไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเดินทางไป 5 วัน 10 วัน หรือ 20 วันแต่เมื่อกลับมา รายได้จากธุรกิจเอมสตาร์ของผมก็ยังมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนทุกๆเดือน จนวันนี้ผมมีทั้งอิสรภาพทั้งการเงินและเวลา ผมได้เป็นเจ้าของชีวิตของผมจริงๆ


โชคดีส่งต่อได้ไม่รู้จบ


เคล็ดลับที่ไม่ลับในความสำเร็จของผม คือตลอด 5 ปี ผมคิดตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรให้คนที่มีความฝันสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริงมากที่สุด ผมจึงให้ความสำคัญกับระบบการเรียนรู้เป็นอันดับหนึ่งเสมอและด้วยสโลแกนนี้มักใช้เป็นแนวทางในการส่งมอบโอกาสที่ดีของธุรกิจเอมสตาร์ให้กับทุกๆคนก็คือ ใครเจอเราคนนั้นโชคดี รอยยิ้ม มิตรภาพ และ กำลังใจที่เราต่างส่งมอบให้กัน และความตั้งที่เราผมก็พยายามอย่างเต็มที่ต่อการสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ในธุรกิจเอมสตาร์ คือ การส่งความโชคดี ให้เก่ชีวิตของทุกๆคนด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเอมสตาร์อย่างต่อเนื่องในเดือนธันวาคม 2555 นี้ ผมก็ได้ก้าวสู่ตำแหน่ง นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเบิ้ลไดมอนด์สตาร์


สุดท้ายนี้ ผมขอฝากถึงทุกๆตนเราอาจจะไม่เคยเจอหน้ากันเลย แต่เรากำลังคุยกันผ่านตัวหนังสือเหล่านี้ ในขณะที่คุณได้อ่านบทความนี้ ผมอยากส่งกำลังใจให้คุณนะครับ และขอให้คุณตั้งใจนะครับที่คุณอาจจะต้องตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง เพราะนี่อาจเป็นความพยายามครั้งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณก็ได้ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าธุรกิจเอมสตาร์คือธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิตของผม ชีวิตของทุกคนในครอบครัวของผม และทุกชีวิตในองค์กรธุรกิจของผมและของเอมสตาร์โดยรวมเช่นกัน ขอให้คุณพบโชคดีที่คุณสร้างด้วยตัวคุณเองและส่งต่อไปให้คนที่คุณรักต่อไปนะครับ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์...ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ ธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์









เอมสตาร์ โอกาสก้าวสำคัญของชีวิต


ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์เดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบการศึกษาได้รับราชการเป็นเภสัชกรประจำสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อปี 2547 ในตอนนั้นรับเงินเดือนเพียงแค่ 7,960 บาท ทำให้ ภก.ธนะสิทธิ์ มองหาโอกาสและช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มโดยที่คิดว่าอยากจะเปิดร้านขายยาเป็นของตัวเอง


แต่เนื่องจากไม่มีเงินลงทุนในการเปิดจึงมองหาวิธีในการสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนในการเปิดร้านขายยา และในขณะนั้นก็ได้รับการแนะนำให้มารู้จักกับธุรกิจเอมสตาร์ ซึ่งเบื้องต้นคิดว่าจะหาเงินสักก้อนไปเป็นทุนในการเปิดร้านขายยาเนื่องจากธุรกิจเอมสตาร์ลงทุนน้อย แค่สมัครเพียง 300 บาท และใช้ความขยันส่วนตัวเพื่อสร้างรายได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา วุฒิการศึกษา หรืออายุจึงได้ตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ แล้วเริ่มทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง


คุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะบัญชีและการเงินการธนาคาร จากมหาวิทยาลัยพายัพ และเข้าทำงานประจำในสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ แต่ด้วยความฝันอยากมีสำนักงานบัญชีเป็นของตัวเอง จึงได้รู้จักธุรกิจเอมสตาร์จาก ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และเมื่อเข้ามาศึกษาก็เห็นโอกาสของธุรกิจเอมสตาร์ ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ลงทุนน้อย ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่เคยดูแลทางด้านบัญชีมาก่อน ที่ต้องลงทุนสูง ความเสี่ยงสูง ยุ่งยากเรื่องลูกจ้างและยังมีปัญหาต่างๆ อีกมากมาย จึงตัดสินใจทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจังร่วมกัน


เอมสตาร์ กับระบบสู่ความสำเร็จ


แม้ว่า ภก.ธนะสิทธิ์ จะไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายมาก่อน แต่ก็มีความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ และพบว่า เอมสตาร์ไม่ใช่เพียงแค่เปิดบริษัทขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังมีระบบการเรียนรู้ที่สามารถสนับสนุนความเข้าใจในการสร้างธุรกิจเอมสตาร์ให้แก่นักธุรกิจเอมสตาร์อีกด้วย เอมสตาร์มรคอร์สการเรียนรู้ ที่ถ่ายถอดแนวคิดการสร้างธุรกิจเอมสตาร์อย่างถูกต้องและมั่นคง เช่น คอร์ส The Winner,Ruby Star Forurm Meeting,Diamond Star Forum Meeting และอื่นๆอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง


เอมสตาร์ ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม


ทั้งสองใช้เวลาเพียง5เดือนก็สามารถประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับรูบี้สตาร์ ที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะทำงานประจำหรือทำธุรกิจส่วนตัว ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีรายได้มากกว่า 100,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนด้วย ศักยภาพของนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ไร้ขีดจำกัด ภายในเดือนที่ 13 ทั้งสองสามารถมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือนจากธุรกิจเอมสตาร์และธุรกิจก็ยังเติบโตต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จมากขึ้น ทีมงานที่เข้ามาร่วมธุรกิจก็ยิ่งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไป เริ่มจากที่ทั้งสองมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน แต่ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจเอมสตาร์ของทั้งสองได้มีนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นรวมถึง 5 รหัส และและมีเพื่อนๆ อีก 60 กว่ารหัสที่มีรายได้มากกว่า 300,000 บาท ต่อเดือน ถ้านับรายได้เดือนละ 100,000 บาท ก็มีมากกว่า 400 รหัส


ทั้งสองกล่าวว่า...ในเวลาเพียง 6 ปีกว่ากับเอมสตาร์ เราไม่ได้สำเร็จคนเดียว ซึ่งแตกต่างกับการเปิดธุรกิจส่วนตัวแล้วประสบความสำเร็จเพียงตัวเราคนเดียว แต่ความสำเร็จในเอมสตาร์คือการส่งมอบโอกาส และดูแลกันจนเพื่อนๆ ของเราประสบความสำเร็จ เราจึงประสบความสำเร็จ นับเป็นธุรกิจที่สวยงามและมีคุณค่าอย่างยิ่ง เราคงไม่มีโอกาสรู้ถึงความสวยงามในธุรกิจนี้หากวันแรกเราไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับเอมสตาร์จริงๆ


เอมสตาร์ โอกาสสู่การท่องโลกกว้างอย่างมีระดับ


ไม่เพียงแค่นี้ เราทั้งสองยังมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกกับเอมสตาร์กว่า 30 ประเทศ ฟรีๆ และเอมสตาร์ได้ให้การรับรองนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม และประทับใจ เราเดินทางด้วยเครื่องบินชั้น Business Class กับโรงแรมระดับ 5 ดาว ขึ้นไป ด้วยห้องพักพิเศษระดับผู้นำ เรามีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในชีวิต ทุก ๆ ครั้งที่เดินทางท่องโลกกว้างกับเอมสตาร์ เช่น ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มีรถลีมูซีนคันยาวมารับรองการเดินทาง มีรถคลาสสิคมารับไปช้อปปิ้ง เป็นต้น ในการเดินทางท่องเที่ยวกับเอมสตาร์ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทรงคุณค่า และเรายังสามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวกับเอมสตาร์ได้อีกด้วย


เอมสตาร์กับรางวัลชีวิต


รางวัลชีวิตที่เราได้รับจากการลงมือทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง วันนี้เรามีรถในฝัน ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถในฝัน เรามีรถ Mercedes Benz 3 คัน ที่เราได้รับจากการทำเอมสตาร์ มีบ้านหลังใหม่ และมีคอนโดหรูใจกลางเมืองที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ที่ไหน ในวันไหนที่เราสะดวก


ยิ่งกว่านั้นเพื่อนๆ คณะเภสัชศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาด้วยกัน จนเราชวนมาทำธุรกิจเอมสตาร์ ก็สามารถพลิกชีวิต มีบ้านหลังใหม่ มีรถคันใหม่ จนหลายๆคนก็สามารถปลดหนี้สินเก่าๆ ที่เคยมีมาก่อนให้หมดสิ้นไปได้และชีวิตวันนี้ก็เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ธุรกิจเอมสตาร์ เป็นความสวยงามของธุรกิจที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ว่า เอมสตาร์... ธุรกิจเดียวสามารถพลิกชีวิตของเราและเพื่อนๆของเราได้พร้อมๆกันและยังทำให้เพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้เจอกันหลังเรียนจบ เพราะมัวแต่ทำงานหาเงินกัน กลับมาเจอกัน พบปะสังสรรค์กันได้ในทุกๆวันเรียกว่าทุกวันคือวันศุกร์ วันที่ทุกคนมักรอคอย แต่วันนี้เราไม่ต้องรอคอยอีกต่อไปพวกเรามีอิสรภาพทางการเงินและเวลา เรามีเพท่อนใหม่ ที่รู้จักกันในเอมสตาร์ พวกเรามีวิถีชีวิตที่พิเศษกว่าคนอื่น พวกเราสามารถไปเลือกซื้อรถยุโรปด้วยกัน พวกเราไปเลือกซื้อบ้านและคอนโดด้วยกัน จากรายได้ที่เราได้รับจากธุรกิจเอมสตาร์ในเวลาเพียง1-3 ปี พวกเราสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ คนที่เรารัก ทุกครั้งที่กลับบ้านเราให้เงินพ่อแม่ เรามีเวลาให้พ่อแม่ ไม่ใช่ขอเงินพ่อแม่แล้วเอาเวลาไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัว


ขอขอบคุณ ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ขอบคุณ นพ. พนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ กรรมการผู้จัดการ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร แต่ท่านทั้งสองยังเป็นครูผู้ประสิทธ์ประสาทวิชาการสร้างชีวิตด้วยธุรกิจเอมสตาร์ให้เราและเพื่อนๆ ทีมงานของเราประสบความสำเร็จพลิกหน้าประวัติศาสตร์ชีวิตของเรา ให้มีแต่ความสุขความสำเร็จ ความมั่นคงและรอยยิ้มเป้าหมายต่อไปคือการเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับ Crown Diamond Star และแบ่งปันโอกาสนี้ไปยังผู้คนทั้งใน AEC และต่างประเทศที่เอมสตาร์ไปดำเนินธุรกิจ เราชื่อว่าเอมสตาร์จะส่งมอบความสุข ความสำเร็จให้ผู้คนได้ทั่วโลก




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว เอมสตาร์ (Aimstar) : ยืนยันไม่ปรับราคาตามกระแส อัดเทรนนิ่ง-เปิดตัวสินค้ารุกตลาดผู้ชายในครึ่งปีหลัง


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ บิ๊กบอสเอมสตาร์ ยันไม่ตื่นตระหนกกับวิกฤติน้ำท่วม และ มาตรการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของรัฐย้ำชัดไม่กระทบกำไรบริษัท เพราะสั่งผลิตสินค้าปริมาณสูง เดินเครื่องตามแผนรุกเทรนนิ่งหวังฉีดวัคซีนเสริมภูมินักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ให้เป็นทิศทางเดียวกัน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รุกตลาดผู้ชายส่ง แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ นำร่องเขย่าตลาด


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของบริษัทในภาคธุรกิจต่างๆ ได้เริ่มปรับราคาสินค้าขึ้นตามมาตรการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ต่อวันและผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี่เนื่องจากว่าโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับเอมสตาร์รอดพ้นจากภัยพิบัติในครั้งนั้น และอีกปัจจัยสำคัญคือ เอมสตาร์ผลิตสินค้าในปริมาณที่สูงจึสมดุลกับราคาในขณะนี้ทำให้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และบริษัทไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภคและสมาชิกเป็นผู้แบกรับ


เรามองว่าในวันนี้บริษัทอาจจะแบกรับในเรื่องของต้นทุนไว้เอง เราต้องการให้สมาชิกใช้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ และมีความสุขกับการทำธุรกิจเอมสตาร์ เพราะเราเชื่อว่าสินค้าสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้ เปลี่ยนจากรายจ่ายให้เป็นรายได้และเกิดการต่อยอดเครือข่ายผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น


ส่วนทางด้านแผนการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ ทญ.ลพา ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องขององค์ความรู้ทางด้านธุรกิจเช่นเดิม โดยย้ำว่า การที่บริษัทยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการเครนนิ่งเป็นหลัก เพราะในธุรกิจนี้มีทั้งคนเก่าคนใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้บริษัทต้องติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจอยู่ตลอดเวลา เพราะตนเชื่อว่าคนที่จะสามารถขึ้นเป็นผู้นำระดับสูงได้นั้นจะต้องหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ


อย่างไรก็ตามสำหรับการพิชิตเป้าหมายหมื่นล้านบาทนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเอมสตาร์ เพราะทุกวันนี้อุตสาหกรรมธุรกิจขายตรงในประเทศไทย มีการขยายตัวของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นระดับมหาภาค แต่ทันี้การที่เรามีอัตราการเติบโตในระดับนี้ หลายๆคนสงสัว่าเราอยู่ได้อย่างไร เพราะจริงๆ แล้วเราอยู่บนความสำเร็จของนักธุรกิจเอมสตาร์จำนวนมาก ที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี นั้นเอง เพราะนักธุรกิจเอมสตาร์ที่แม้ว่าจะประสบความสำเร็จแล้ว ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไปเรื่อยๆย่อมก้าวขึ้นไปสู่จุดหมายที่วางไว้ได้เร็วและสูงขึ้นเรื่อยๆ


นอกจากนี้ บริษัทเอมสตาร์ ยังได้มีการเปิดตัผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ แอสนี่ ฟอร์ เมน ขึ้นเป็นครั้งแรกในงานประกวด ASNI MAN & WOMAN 2012 ณ สยามพารากอน เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนำร่องผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ เป็นตัวแรก โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ได้ไม่ยาก โดยตั้งเป้าในส่วนนี้ 10,000 กล่องต่อเดือน จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆไตรมาสอีกด้วย


การเปิดตัสินค้าผู้ชายในครั้งนี้ เนื่องจากว่าบริษัทมองเห็นโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดสินค้าสำหรับผู้ชาย ที่มีอัตราการเติบโตที่สูงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะผู้ชายในยุคปัจจุบันมีการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น และให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ซึ่งมองว่าการมีผิวพรรณที่ดีจะส่งผลให้บุคลิกภาพดีขึ้นด้วย แต่เนื่องจากว่าสภาพผิวของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน ทำให้ต้องมีผลิตภัณฑ์ในการดูแลที่เหมาะสม อีกทั้งนักธุรกิจเอมสตาร์ที่เป็นผู้ชายต่างก็ให้การตอบรับในผลิตภัณฑ์กลุ่มแอสนี่ค่อนข้างสูง จึงมองว่า แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่แจ้งเกิดได้ไม่ยาก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

ข่าว : บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด (Aim Star Network)


แทบไม่น่าเชื่อ ว่าจากบริษัท SME เล็กๆที่มีทุนจดทะเบียน เพียง 20,000,000 บาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มียอดธุรกิตรวมสูงกว่า 11,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) และยิ่งไปกว่านั้นเพียงระยะเวลา 6 ปี กับการเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนข้ามชาติมาแล้วถึง 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น (ทุนจดทะเบียน 50,000,000 เยน, ประเทศสหรัฐอเมริกา (500,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ ประเทศ กัมพูชา (200,000,000 เรียล) ตามลำดับ


หัวใจสำคัญที่ทำให้ เอมสตาร์ ประสบความสำเร็จคือ



  1. เราทำในสิ่งที่เรามีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนที่มองว่าธุรกิจเครือข่าย เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดจำหน่ายสินค้า นั่นเขามองแบบพ่อ ค้า เขาก็คือพ่อค้า แต่เรามองว่าธุรกิจเครือข่ายคือโอกาสที่เปิดกว้างให้ผู้คนสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตไปด้วยกัน นั้นคือความยิ่งใหญ่ของธุรกิจเครือข่ายที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป งานๆนี้ จึงเปี่ยมคุณค่าและทรงเกียรติ เป็นงานอุดมการณ์ เราจึงตั้งใจทำทุกอย่าง ให้ออกมาดีที่สุด

  2. เรายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ เพราะนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่พระองค์ท่านได้กลั่นออกมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิต เพื่อสอนเราด้วยความห่วงใย เราค่อยๆ สร้างธุรกิจเอมสตาร์จากเล็กไปใหญ่ด้วยความสุขุม รอบคอบ กับการดำเนินธุรกิจด้วยเงินสด ไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินใดๆ แม้แต่บาทเดียว และนั้นทำให้ธุรกิจเอมสตาร์มีความมั่นคง สามารถเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับครอบครัวของนักธุรกิจเอมสตาร์ได้อย่างแท้จริง

  3. เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ชั้นสูง โดยเฉพาะระบบปฏิบัตการ ONE CODE ONE WORLD ของบริษัทฯ ที่มีความโดดเด่นสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ครอบคลุมทั่วโลกในหลากหลายภาษา และหลากหลายสกุลเงิน สามารถรองรับเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในรูปแบบเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีเฉพาะบางรายการสินค้าของแต่ละรัฐ การชำระเงินค่าสินค้า การคำนวณค่าจัดส่ง ฯลฯ เป็นต้น


การขายธุรกิจเอมสตาร์เข้าไปสู่ประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เรามองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก ล้วนแต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เรามีความพร้อมที่จะขยายสู่ทุกๆประเทศแต่สิ่งที่อาจจะเป็นตัวกำหนดลำดับก่อนหลัง คงเป็นเรื่องระบบงานราชการ ที่อาจจะยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ง่ายนักของในแต่ละประเทศ ที่ผ่านมาเราจึงพบว่าการเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ชัดเจนและง่ายกว่ามาก หากหน่วยงานภาครัฐของไทยจะสามารถสนับสนุนและส่งเสริมตรงจุดนี้ให้ภาคเอกชนได้มากขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น


วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จับตา ข่าวขายตรง "แอมเวย์ กิฟฟารีน เอมสตาร์ นีโอไลฟ์" : สมรภูมิขายตรง สร้าง สังคมคนรุ่นใหม่


ช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ธุรกิจขายตรง ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทย ต่างโหมยุทธศาสตร์ สร้างชุมชน หรือ สังคมชุมชน (Community) ให้กับ คนรุ่นใหม่ เฉพาะกลุ่ม ช่วยนำแบรนด์ไปสู่อนาคต โดยเฉพาะกลุ่ม GEN M ที่มีอายุระหว่าง 15 -25 ปี และ Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 22 -32 ปี ผ่านความหลากหลายรูปแบบการประกวดบนเวที ให้ คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ก่อนสานฝันที่เป็นจริงในอนาคตต่อไป


แอมเวย์ ไม่พลาดปลุกกระแส สังคมคนรุ่นใหม่



เริ่มจาก บริษัทขายตรงเบอร์ 1 ของ เมืองไทยอย่างบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM (Multi-level marketing) เปิดเวทีประกวด อาร์ทิสทรี เมน คอนเทสต์ (Artistry Men Contest) เฟ้นหา สุดยอดผู้ชายผิวดี กับ ผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี เมน (Artistry Men) ที่ มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ผ่านช่องทางการ รับสมัครที่ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ ของ คนรุ่น ใ ห ม่ ที่ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับ เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต คือ เฟซบุ๊ค อาร์ทิสทรี หรือ Social network ของ แอมเวย์ โดยผู้ชนะ สุดยอดผู้ชายผิวดี จะได้ รับการผลักดันออกไปยังเวทีถ่ายโฆษณาแฟชั่น ร่วมกับนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง เมย์-พิชญ์นาฎ พร้อมกับลงนิตยสารแพรวและ GM ซึ่งถือเป็น การต่อยอดและสานฝันให้กลุ่ม คนรุ่นใหม่ ก้าวไปสู่ฝันที่เป็นจริง


หลังจากก่อนหน้านี้ แอมเวย์ เน้นสร้างแบรนด์สู่อนาคตโดยเฟ้นหา แอมบาสเดอร์ จากผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ อยู่แล้วมาเป็น พรีเซ็นเตอร์ สินค้าชนิดรายตัวเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้าไปยังลูกค้า อาทิ พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ กวาง- กมลชนก และนุติ เขมะโยธิน, เกรซ มหา ดำรงกุล, อู๋- ธนากร โปษยานนท์ และล่าสุด ดึงนักแสดงสาวฉายาเจ้าหญิงแห่งซีรี่ส์เกาหลี ยุน อึน เฮ มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ ให้กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ อาทิสทรี เพียวไวท์ เป็นตัวเชื่อมต่อสินค้ามายังกลุ่มผู้บริโภค


กิฟฟารีน ชู Sales Contest
ปลุกกระแสรุกฆาต



แต่หากมองมาที่ บริษัท กิฟฟารีน สกาย ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM เบอร์ 2 เมื่อปลายปี 2551 ก็ได้เฟ้นหา คนรุ่นใหม่ จากภายในองค์กรเองและเป็น สาวกตัวจริง ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารแบรนด์ไป สู่ คนรุ่นใหม่ เช่นกัน คือ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มานานกว่า 3 ปี ถือเป็น พรีเซ็นเตอร์ 2 คนแรก ที่ถูกสร้างขึ้นมาดึง ความเชื่อมั่นในทุกผลิตภัณฑ์


รวมถึงการสร้าง สังคมคนรุ่นใหม่ จาก นักธุรกิจกิฟฟารีน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมชื่อ Giffarine Sales Contest หรือ นักธุรกิจมือทอง โดยมีเป้าหมายปลายทาง สู่ฝันที่เป็นจริงเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่าง สูง เป็นภาพที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่งที่แสดงให้ เห็นว่า กิฟฟารีน มีเป้าหมายเจาะตลาด คน รุ่นใหม่ มาอย่างต่อเนื่องผ่านนักธุรกิจของ ตนเองที่ประสบความสำเร็จ


เอม สตาร์ รุกตลาด ผู้ชาย รอบุก AEC



ส่วนอีก 2 ธุรกิจขายตรง ที่ปรากฏ ภาพชัดเจนในการดึง คนรุ่นใหม่ มาสร้าง แบรนด์คือ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กับ บริษัทนีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM


กล่าวสำหรับ เอม สตาร์ นั้นเริ่ม จัดกิจกรรมประกวด นางแบบ นับตั้งแต่ เปิดตัวบริษัท คือกิจกรรม ASNI GUEST MODEL CONTEST ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ เอม สตาร์ เจาะตลาด วัยรุ่นสาว ที่เป็น นักธุรกิจเอม สตาร์ และมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นนางแบบ อายุระหว่าง 18-30 ปี โดยนางแบบ ที่ชนะการประกวด นอกจาก ได้เป็น พรีเซ็นเตอร์ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนออกสู่เวทีที่มากกว่าภายใน


อย่างปี 2554 ที่ผ่านมาได้ นางแบบ ที่ชนะเข้าประกวดก็ถูกส่งเข้าชิงตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส และสามารถคว้ารางวัลที่ 1 ได้สำเร็จ และความสำเร็จครั้งนี้ได้นำพา ภาพลักษณ์และ แบรนด์ เอม สตาร์ ติดไปกับเวที มิสยูนิเวิร์ส ด้วย


ล่าสุด เอม สตาร์ ขยายการประกวด น า ย แ บ บ ผู้ช า ย เป็นครั้งแรก เพื่อส่ง สัญญาณ ชายหนุ่ม นำพาแบรนด์ไปสู่ คนรุ่นใหม่ ในอนาคตบุกตลาด ผู้ชาย ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ แอสนี่ ฟอร์ เมน : ไนท์ ดีเฟ้นซ์ และก็ถือว่าเวทีการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ประสบความ สำเร็จอย่างสูง กระแสการตอบรับแรง มากกว่าทุกปี


ซึ่ง ทพ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธาน ผู้ก่อตั้ง เอม สตาร์ ย้ำตลอดว่า การเพิ่ม ประกวดนายแบบเป็นปีแรกนี้ เพื่อเป็น ตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ หากได้ เชื่อมต่อกิจกรรมไปอีกหลายๆ ประเทศใน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC (ASEAN Economics Community) ตลาด เอม สตาร์ จะไม่อยู่ที่ประชากร 60 ล้านคน หากจะเป็น 600 ล้านคน ดังนั้นกิจกรรมรองรับปลายปี 2555 นี้ จึงได้เตรียมการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเดียวกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี


นีโอไลฟ์ ผุด Neo Star Contestก่อนไป AEC



ขณะ นีโอไลฟ์ เปิดตัวโครงการ ประกวด Neo Star Contest ครั้งที่ 1 กำหนดสเปก คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ทั่ว ประเทศทั้งที่เป็นสมาชิก ของ นีโอ ไลฟ์ หรือ ลูกหลานของสมาชิกนีโอ ไลฟ์ ที่มี อายุระหว่าง 15-25 ปี มาสมัครเข้าร่วม โครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับการสนับสนุน ออกสู่สังคมภายนอกผ่านสื่อของ นีโอไลฟ์ ที่มีอยู่ครบวงจร ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ ธุรกิจ ราย 3 วัน ทีวี ดาวเทียมนีโอไลฟ์ ที่วันนี้ กำลังรุกตลาดผ่านทีวีมหาชนมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ ดร.นพรุจ เวชกุล ที่ไม่ มองแค่ประชาชน 62 ล้านคนหากแต่มอง ไกลข้ามไปถึงประชากรในกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ซึ่งมีรวมกว่า 600 ล้านคน


ฉะนั้นการสร้างโอกาสให้เยาวชน หนุ่มสาวผู้มีฝัน และสานฝันที่เป็นจริง ได้มี เวทีแสดงออกถึงความสามารถ ความกล้า ได้แสดงออกผ่าน สังคมคนรุ่นใหม่ ที่ นีโอไลฟ์ สร้างขึ้นมา เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ องค์กรไปสู่ตลาดในอนาคต


จะเห็นได้ว่า การจุดประกายสร้าง สัง ค ม ค น รุ่น ใ ห ม่ ผสมผสานกับสิ่งที่ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ได้ช่วยตอบโจทย์ ทางการตลาดให้กับบริษัทขายตรงชั้นนำใน การเจาะตลาด คนรุ่นใหม่ ตรงนี้ได้ในระดับ หนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปนอกเหนือจาก สังคมหรือชุมชน หรือ Community แล้ว จะลงลึก ถึง คนรุ่นใหม่ ให้อินในความรู้สึกของ แบรนด์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้า ผ่านต่อไปในตลาดอนาคตโดยเฉพาะ ตลาด AEC ที่ 10 ประเทศอาเซียนจะเริ่ม พร้อมกันปี 2558 ได้สำเร็จหรือไม่ แค่ไหน ต้อง จับตาดูกันต่อไป !!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งอั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ขายตรง (MLM) พาเหรดขึ้นราคาสินค้า


 


แบรนด์ขายตรงครวญวัตถุดิบสินค้าขยับขึ้นราคาไม่หยุด บีบหลายบริษัทแบกภาระต้นทุนไม่ไหว ปรับราคาสินค้าขึ้นพรวด กิฟฟารีน ปรับขึ้น 10% ใน 10 รายการสินค้า แอมเวย์ ขอขึ้น 6% มิสทิน บอกขอทยอยปรับ ด้าน เอสเนเจอร์ ขอตรึงราคา หลังบริษัทแม่ ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ขึ้นราคาไปแล้ว เอมสตาร์ เพิ่มการผลิตกินกำไรน้อยลงเพื่อเรตติ้ง คังเซน-เคนโก นับถอยหลังจ่อปรับปลายปี


จากเดิมที่หลายบริษัทออกมาประกาศยอมแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าในท้องตลาด รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าปรับราคาขึ้น จากเศรษฐกิจที่ผันผวน และอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ข้าวของปรับราคา มาวันนี้หลายบริษัทดูจะต้องยอมออกมายกธงขาว หลังต้องเลิกแบกภาระที่หนักอึ้ง จนต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการของบริษัท


> กิฟฟารีน-แอมเวย์-มิสทิน กอดคอขึ้นราคาสินค้า


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย ว่า บริษัทได้จัดโปรโมชั่นจำหน่ายจานดาวเทียมในราคาพิเศษแก่นักธุรกิจและสมาชิก สำหรับเป้า หมายในช่วง 1 ปีต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และในระยะยาวคาดว่าจะมีนักธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 10-20% ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้า โต 10-12% จากรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท แต่ต้องในกรณีที่ไม่มีน้ำท่วม ส่วนผลประกอบการ 5 เดือนเติบโต 10% พร้อมกันนี้ยังได้รองรับภาวะ น้ำท่วมด้วยการทุ่มงบทำกำแพงป้องกันน้ำท่วม สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วม 90% ส่วนนิคมอุตสาหกรรมนวนครก็ได้สร้างกำแพงกันน้ำท่วมคืบหน้าไปแล้ว 40% คาดว่าเดือนสิงหาคมแล้วเสร็จ


พ.ญ.นลินีกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% จำนวน 10 รายการจากจำนวนสินค้าทั้งหมด 2,000 รายการ เพราะวัตถุดิบและแพ็กเกจจิ้งสูงขึ้น ส่วนปลายปีนี้จะเปิด ตัวสินค้าใหม่ช่วงเดือนกันยายน 7-10 รายการ ส่วนกรณี กสทช.จะออกมาควบคุมเกี่ยวกับเนื้อ หาการนำเสนอของโทรทัศน์ดาวเทียม เชื่อว่าจะ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สำหรับกิฟฟารีนมีนโยบายการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องไม่เกินความเป็นจริงแก่ผู้บริโภคอยู่แล้ว ขณะที่การรวมตัวของกลุ่มขาย ตรงเพื่อเป็นสมาพันธ์ขายตรง ต้องมีการพิจารณาหรือหารือร่วมกัน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มธุรกิจขายตรงมีด้วยกัน 3 สมาคม


บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศ นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการของ บริษัทก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น


เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้า ของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุนในการ บริหารจัดการหลายอย่างของบริษัทก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคา สินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง


นอกจากในส่วนของแอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ มิสทิน โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่าแรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงใน กลุ่มสกินแคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุน ค่าแรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์ เพิ่มขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคา ที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาดอยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556


> คังเซน-เคนโก จ่อปรับขึ้นตาม


ด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น บริษัทจะพิจารณา จากหลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการ หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมันโลก ที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด


> เอมสตาร์ ยอมกินกำไรน้อยผลิตให้มากแทน


ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ผ่านมาร่วม 6 เดือนของการทำธุรกิจประจำปีมังกรทองนี้ ทางบริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดี และเป็นไปตาม เป้ายอดขายที่บริษัทได้กำหนด ซึ่งนับเป็น เรื่องที่ดี เนื่องจากในปีนี้สถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ


โดยหากมองย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุมหาอุทกภัยเกิดขึ้นมานั้น โรงงานของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบอะไร ทำให้ยอดขายในปีนี้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของการขึ้นราคาสินค้าที่หลายบริษัทเริ่มปรับขึ้นนั้น เอม สตาร์ยังไม่ได้มีแผนที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นตาม ซึ่งถึง แม้สินค้าบางตัวจะมีวัตถุดิบที่ราคาขยับขึ้นก็ตาม แต่ทว่าบริษัทยังมีสินค้าชนิดอื่นที่ผลิตอยู่ และราคาต้นทุนยังเหมือนเดิม ทำ ให้บริษัทนำสินค้าเหล่านี้มาหักลบกับสินค้าที่มีวัตถุดิบที่ขยับตัวแพงขึ้น ซึ่งนำมาเฉลี่ยทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะขยับตัวสูงขึ้น


> เอสเนเจอร์ ยังตรึง หลังบริษัทแม่ปรับไปก่อน


นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และเจ้าของธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ เอสเนเจอร์ เผยว่า สำหรับการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ที่จะถึง ในปี 2558 นี้ นอกจากการพัฒนาคุณภาพ สินค้าแต่ละตัวให้ชัดเจนแล้ว ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือด้านบุคลากร ซึ่งบริษัทจะต้องมีการพัฒนาทักษะ (skill) ของพนักงานให้เป็นผู้มีความรู้ ความ ชำนาญ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบุคลากร ในระดับ ผู้จัดการระดับกลางจนถึงระดับสูงให้รู้จักบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ


ส่วนประเด็นการขึ้นค่าแรงงานนั้น ประธานใหญ่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ยอมรับว่า ในส่วนของบริษัท ต้องแบกค่าแรงเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านบาท/เดือน หรือ 200 ล้านบาท/ปี หลังจากที่มีการปรับค่าแรงงาน 300 บาท/วัน/คนทั่วประเทศ ทำให้ต้นทุน ค่าแรงงานพุ่ง 40-45% บริษัทต้องปรับตัวโดยเน้นการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีชั้นสูง (High technology & Capital Intensive) อีกทั้งการพัฒนา automation process เพื่อลดและเลี่ยงการใช้แรงงานคน และเพิ่มผลผลิต (optimize productivity) นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีแผน ปรับเพิ่มราคาสินค้าในผลิตภัณฑ์พลาสติก ประมาณ 5% สินค้าเมลามีนอีก 10% ภาย ในเดือนพฤษภาคม


สำหรับธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ (S Natur) นั้น ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด โดยปัจจุบัน S Natur มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ 15 แห่ง และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศ คือ ลาว และพม่า และในปีนี้บริษัทจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซีย และกัมพูชา เพื่อสามารถรองรับกับความต้องการและใกล้ชิดกับผู้บริโภคในตลาด AEC ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1316 ประจำวันที่ 11-7-2012 ถึง13-7-2012

ข่าว เอมสตาร์-Aimstar พับแผนสร้าง โรงงาน อมตะนคร จีบคู่ค้าแดนมะกันผลิตนํ้ามันรำข้าว


 


เอมสตาร์ ยันแผนชะลอการสร้างโรงงาน ผลิตนํ้ามันรำข้าว เรื่องจริง หลังจากหา พาร์ตเนอร์อเมริกาได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้ดีกว่า ไทย และเทคโนโลยีทีดี่กว่า ลั่นโรงงาน อมตะนครยังคงเดินหน้าสร้างต่อ แต่จะเป็น แผนในอนาคต รองรับตลาด AEC เล็งแผนเปิด ตลาดลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย ต่อ ขณะที่แผนครึ่งหลัง ส่งสินค้าใหม่เอาใจหนุ่ม เจ้าสำอาง

นับเป็นประเด็นข่าวที่แพร่สะพัดมาระยะ หนึ่งแล้วกับกรณีชะลอการก่อสร้างโรงงานผลิต นํ้ามันรำข้าวและจมูกข้าวตราไวทอลสตาร์ มูลค่า โครงการ 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 33 ไร่ ที่ โรงงานอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ของ บริษัท เอมสตาร์ฯ ส่งผลให้ผู้นำต่างไม่พอใจ และ ทยอยออกไปอยู่บริษัทขายตรงแห่งใหม่กัน เป็นจำนวนมาก

เรื่องนี้ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ท- เวริค์ จำกัด เปดิ เผยถงึ ประเด็นดังกล่าวว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดตลาดเครือข่าย ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีการเจรจาและ พูดคุยเกี่ยวกับการว่าจ้าง

ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งปรากฏว่าการเจรจาเป็นผล บริษัทจึงชะลอแผนการก่อสร้างโรงงานอมตะนครไว้ก่อน และ ได้ว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ให้กับบริษัท เนื่องจากการผลิตนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่า อีกทั้งโรงงานที่ สหรัฐอเมริกายังมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยสามารถผลิตน้ำมันรำข้าวได้ 20 ล้านเม็ดต่อวัน

ทั้งนี้ แผนการก่อสร้างโรงงานที่อมตะนครที่จังหวัดชลบุรี นั้น บริษัทได้ชะลอไปก่อน และคาดว่าโรงงานดังกล่าวจะเป็น แผนงานสเตปต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นโรงงานผลิตสินค้าของบริษัท ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คาดว่าตลาด จะเปิดกว้างมากขึ้น และจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น บริษัท จึงเตรียมรับมือกับการแข่งขันด้วยการวางระบบไอทีที่สามารถ เชื่อมต่อกันได้ทั่วโลกให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งได้จัดเตรียม ภาษาต่างๆ เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในส่วนของกระแสข่าวการชะลอการสร้างโรงงานนั้น

ไม่ได้ส่งผลกระทบกับสมาชิกและผู้นำของบริษัทแต่อย่างใด โดย บริษัทยังคงเดินตามแผนงานที่วางไว้ในช่วงครึ่งหลังของปีด้วยการ เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย ภายใต้ชื่อ แอสนี่ ฟอร์เมน ไนท์ ดีเฟ้นซ์ รวมถึงการจัดเทรนนิ่งให้กับผู้นำ เพื่อ เป็นการสนับสนุนให้ผู้นำได้ประสบความสำเร็จในการสร้างองค์กร การเรียนรู้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัด ประกวด แอสนี่ เกสต์ โมเดล ค้นหาสุดยอดสาวงามที่จะมาเป็น นางแบบให้กับผลิตภัณฑ์แอสนี่ ที่ปีนี้บริษัทได้จัดประกวดเป็น ครั้งที่ 7 ที่มีการรับสมัครนายแบบผู้ชายนอกเหนือจากผู้หญิง ชิงรางวัลเงินสดคนละ 100,000 บาท โดยโครงการดังกล่าว บริษัท ได้จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ถือเป็นหนึ่งในแผนงานที่ประสบ- ความสำเร็จเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้บริษัทยังได้ย้ายสาขาเดิมที่กรุงพนมเปญ ไปยัง สถานที่แห่งใหม่ แต่ยังอยู่ที่กรุงพนมเปญเหมือนเดิม ขณะที่ แผนการขยายตลาดเครือข่ายเอมสตาร์ไปยังต่างประเทศ บริษัท กำลังเล็งเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศดังกล่าว ผู้นำมีความพร้อมในการทำธุรกิจ เครือข่าย

ถามว่าเราจะปรับราคาสินค้าหรือไม่ เรายังไม่ปรับเพิ่ม ตอนนี้ราคาสินค้าเรายังเอาอยู่ และมันก็มีผลกระทบน้อยมาก เพราะเรายังสามารถควบคุมต้นทุนในการผลิตได้ ดังนั้น เราก็ยังไม่มีแผนการปรับราคาสินค้าเพิ่มในตอนนี้ ทญ.ลพา กล่าว__


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ประกาศผลการคัดเลือก นักเรียนทุนเอมสตาร์



นักเรียนทุนเอมสตาร์ระดับปริญญาโทต่อเนื่องถึงปริญญาเอกในต่างประเทศ รุ่นที่ 2 ประจำปี 2554 จำนวน 1 ทุน

ได้แก่ นายเคน อรรถเวชกุล วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เอมสตาร์ เล่นของใหญ่ ปักธงสหรัฐ ดีดตัวติด ท็อปสากล



“เอม สตาร์” เดินหน้าไต่บันไดฝัน ข้ามทวีปจัดการปักธงขยายสาขาเข้าเมืองลุงแซม ใช้แคลิฟอร์เนียเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่วนอินเดียยังต้องรอพิกัดตั้งสาขา ด้านโรงงาน ไทยยังมีปัญหาขีดเส้นต้องเสร็จทันปลายปี เป้าหมายยอดขาย ยังเสียงแข็ง ปีนี้ต้อง 1.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้เอมสตาร์ได้ทำการเปิดสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รัฐแคลิฟอร์เนียโดยมีการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกสามารถสั่งซื้อสินค้า หรือสมัครสมาชิกได้ จากสาขานี้ได้เลย และกระแสการตอบรับ ถือว่าดีมาก เพราะเมื่อเปิดทำการวันแรกสินค้าของเอมสตาร์ขายหมดเกลี้ยง
สำหรับทุนการจดทะเบียนบริษัทที่อเมริกาอยู่ที่ 5 แสนเหรียญ โดยสินค้าที่ไปวางจำหน่ายตัวแรกคือ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว สินค้าตัวต่อไปที่จะนำเข้ามา คือ สินค้ากลุ่ม แอสนี่ สกินแคร์ และกลุ่ม เพอร์ซันนอลแคร์ โดยสมาชิกสามารถโทร. สั่งซื้อสินค้า หรือสั่งทางระบบออนไลน์ได้ เพราะมีการเชื่อมโยงระบบและสามารถจัดส่งได้ทั่วอเมริกา แต่ต้องขึ้นอยู่กับระเบียบ การจัดส่งของแต่ละรัฐ
“ในส่วนของเรื่องแม่ทีม บริษัทยังให้ ความสำคัญกับผู้ที่เป็นคนไทย โดยอัพไลน์ ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น เพราะเอมสตาร์มองว่าแม้ตลาดจะใหญ่แค่ไหน แต่ต้องมีต้นไม้หลักแค่ต้นเดียว อีกทั้งยังมองว่าตลาดที่อเมริกาถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ในการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะว่าโครงสร้าง สามารถรองรับได้ทั่วโลก และประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองว่าเขาทำได้ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของเรา คือ คุณ ลิขิตชีวิตคุณเอง โดยประชาชนที่อเมริกาตั้งเป้าหมายว่าเขาต้องอยู่ในระดับไดมอนด์ สตาร์เท่านั้น หรือต้องมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 3 แสนบาทต่อเดือน” หมอลพา กล่าว
ขณะเดียวกัน เอมสตาร์มองเป้าหมาย ในการเปิดสาขาที่อเมริกาว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะขับเคลื่อนให้ธุรกิจเอมสตาร์ก้าวเข้า สู่ท็อปเทนของตลาดโลก ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าประชาชนที่นั่นมีอยู่สองกลุ่มคือ กลุ่ม ที่เกลียดธุรกิจเครือข่าย กับกลุ่มที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จ โดยเอมสตาร์ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเข้ามาทำธุรกิจนี้แล้วสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากอย่างที่คิด
“อย่างไรก็ดี การขยายสาขาในต่าง ประเทศย่อมมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน อย่างเราเข้าไปเปิดสาขาที่ญี่ปุ่นกับอเมริกา ก็มีความแตกต่างกัน เพราะฐานประชาชน คนไทยที่อเมริกามีจำนวนมากกว่าที่ญี่ปุ่น อีกทั้งภาษาในการสื่อสารที่ญี่ปุ่นถือเป็นอุปสรรคในการเข้าไปขยายกลุ่มลูกค้า และ อัตราการเติบโตที่อเมริกาค่อนข้างโตได้ง่ายกว่าที่ญี่ปุ่น”
สำหรับสาขาที่ญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้าที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะนี้สถานการณ์ ที่ญี่ปุ่นอยู่ในสถานการณ์ปกติ โดยขณะนี้เอมสตาร์ได้ทำการขยายสำนักงานไปยัง ชิบูย่า แม้ประชาชนที่ญี่ปุ่นยังมีความเครียด และความกังวลกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวสึนามิที่ผ่านมา
ส่วนการขยายสาขาที่อินเดียยังอยู่ในขั้นตอนการจัดหาสถานที่ เพื่อจัดทำเป็น สำนักงาน โดยใช้เงินการลงทุนจดทะเบียน ประมาณ 40 ล้านรูปีหรือ 30 ล้านบาท
อีกทั้งยังมีในส่วนของสาขาพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจาก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และขณะนี้กำลังหาสถานที่เพื่อขยายสำนักงานใหม่ที่สามารถรองรับสมาชิกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเอมสตาร์ยังต้องการขยายสาขาเข้าไปยังจีน ซึ่งเราต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะธุรกิจขายตรงของคนไทย ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในจีน
ดังนั้น จึงต้องเอาภาพความสำเร็จจากอเมริกา และญี่ปุ่นไปเป็นภาพประกอบ แม้การสั่งซื้อสินค้าในต่างประเทศจะเป็น การสั่งออนไลน์ หรือการโทร.สั่งสินค้าเป็น ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังต้องมีการอบรมสมาชิกเช่นเดียวกับสมาชิกในไทย
ด้านผลประกอบการในไทยยังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยขณะนี้มีสมาชิกระดับ ไดมอนด์ สตาร์ อยู่ประมาณเกือบ 100 รหัส ซึ่งจากการเติบโตดังกล่าว จะเป็นการตอกย้ำ ถึงจุดยืนว่าบริษัทจะต้องสามารถทำเป้าหมายได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายใหญ่ของเอมสตาร์ คือ ในปี 2558 เอมสตาร์จะขึ้นเป็นท็อปเทนของโลก ซึ่งตอนนี้เอมสตาร์อยู่อันดับที่ 60 กว่าของตลาดสากล ซึ่งถ้าต้องการขึ้นเป็นท็อปเทน อย่างน้อยต้องมีรายได้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี เอมสตาร์ได้มีโครงการขยายโรงงานให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับกลุ่มสินค้าที่กำลังจะเพิ่มเข้ามาใหม่ รองรับเครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และพัฒนาสินค้า ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลังคาอีก นิดหน่อย โดยคาดว่าปลายปีนี้น่าจะเสร็จสมบูรณ์
สำหรับผลกระทบที่จะมีการเปิดตลาดการค้าเสรี หรือ AEC ที่จะเข้ามาใน ปี 2558 เรามองว่าไม่มีผลกระทบต่อเอมสตาร์ และเห็นว่าเป็นผลดีกับเรามากกว่า เพราะทำให้มีการส่งออกที่ง่ายขึ้น และสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นทำให้ ตลาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีความอิสระในการ ลงทุน โดยลดต้นทุนในส่วนของภาษี
อนึ่ง เอมสตาร์นับเป็นบริษัทของคนไทยที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง ท.ญ.ลพา มักกล่าวถึงตัวเลขหมื่นล้านเสมอ ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่สามารถ ทำได้ตามที่กล่าวก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีนั้น ก็สร้างความวิตกให้คู่แข่งได้ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาที่มีข่าวลือว่าบริษัทสามารถเดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ชาวเอมสตาร์ ขอส่งข้าวหอมมะลิ ไวทอลสตาร์ 34,000 กิโลกรัม (17,000 ถุง)

ข่าวเอมสตาร์

ชาวเอมสตาร์ ขอส่ง ข้าวขาวหอมมะลิไวทอลสตาร์ 34,000 กิโลกรัม (17,000 ถุง) เพื่อช่วยเหลือพี่น้องไทยชาวภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ Power Network ปักษ์แรก พฤษภาคม 2554

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้าวของ ราคาพุ่ง! – เอมสตาร์ Aimstar สวนกระแส ตรึงราคา น้ำมันรำข้าว


ผู้ค้าหวั่นฉุดการซื้อ

ค่ายขายตรงน้อยใหญ่ ก้มหัวรับกระแสการเลือกตั้งใหม่ ชี้อะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยไป แต่เรื่องราคาข้าวของแพง ส่งผลกระทบ เอม สตาร์ เริ่มขยับราคาสินค้าบางรายการ แต่สินค้าหลักยังคงตัวเลขเดิม 2 มิ.ย. ดีเดย์เปิดอเมริกา ด้าน TNI บ่นอุบเงินบาทแข็งทำกำไรลด ส่วนแบรนด์ ็เอสเนเจอร์ิ ยอมรับผู้บริโภคหันสนใจสิ่งของจำเป็นก่อน พักเรื่องอื่นไว้ทีหลัง

ต้องยอมรับว่า กระแสการเมืองถูก ยกขึ้นเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังมีเรื่องของราคาของกิน ของใช้ ที่ขยับราคา ขึ้นต่อเนื่อง ทำเอาหลายภาคธุรกิจออกมา บ่นกันอุบ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ต้องทนเก็บ ออมมากขึ้น เพราะรายได้เท่าเดิม แล้วขาย ตรงละ จะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้ มากน้อยเพียงใด

> เอม สตาร์ิ ขยับราคาสินค้าบางกลุ่ม ท.ญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยสยามธุรกิจว่า เรื่องของการเมืองเป็นสิ่งที่บริษัทไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่ง เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการ ควบคุม ถึงแม้กระแสหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ประเทศไทย เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย การเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และชัดเจนว่าคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น และบริษัทคงไม่ สามารถที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ิ

โดยในส่วนของราคาข้าวของที่มีการปรับราคาขึ้นนั้น คงต้องปล่อยให้เป็น ไป เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อเวลาที่เปลี่ยน ไปมากเท่าใดก็ตาม วัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสิ่งใดก็ย่อมที่จะหมดไป ยกตัวอย่างน้ำมัน ที่มีการขยับราคาอย่าง ต่อเนื่อง ก็เพราะกลไกตลาดที่ย่อมมีการขยับราคา เมื่อคนใช้มาก สิ่งนั้นย่อมลดลง เรื่อยๆ การขยับราคาย่อมเป็นเรื่องปกติ

ส่วนสินค้าของบริษัทจะยังคงไว้เช่นเดิม เนื่องจากยังไม่ต้องการที่จะขยับราคา แต่ก็มีสินค้าบางรายการ ที่เอม สตาร์ ต้องปรับขึ้นอย่างเช่น สำลี ส่วนสินค้าตัว หลักๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรำข้าว หรือ สินค้า กลุ่ม ็แอสนี่ิ ก็ยังคงราคาไว้เช่นเดิม

เอม สตาร์ นับเป็นบริษัทที่อยู่ในกระแสขายตรงบ้านเราอย่างต่อเนื่อง นับ ตั้งแต่ที่เอม สตาร์ ถือกำเนิดขึ้น โดยสามารถ ทำยอดขายในชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดดในทุกๆ ปี และกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของบรรดาบริษัทขายตรงในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เอม สตาร์ ยังได้มีการวางแผน ที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศ ในชนิดที่เรียกว่าข้ามน้ำ ข้ามทะเลไปเปิดเลยทีเดียว ซึ่งในวันที่ 2 มิถุนายน เอม สตาร์จะได้เปิด สาขาที่ สหรัฐอเมริกา ประเทศที่บริษัทตั้ง ความหวังที่จะสามารถทำรายได้ให้บริษัทได้อีกมาก จากการที่มีการเตรียมงานมา ระยะหนึ่ง ทั้งยังมีในส่วนของอินเดียที่บริษัทเตรียมเปิดเพิ่มภายในปีนี้อีกด้วย

ส่วนตลาดในไทย บริษัทก็ยังเดินหน้า ขยายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เอม สตาร์ ได้รุกไปที่ภาคเหนือ พื้นที่ล่าสุดของบริษัท โดยใช้เมืองใหญ่ อย่างเชียงใหม่ เป็นฐาน หลักในการรุกตลาด

อย่างไรก็ตาม เอม สตาร์ ได้ตั้งความ หวังที่จะเติบโตในส่วนของยอดขายในปีนี้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท จากที่ปี 53 ปิดตลาดอยู่ที่ 4,901 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 3 เท่าตัว

> เงินบาทแข็ง TNI แบกภาระนางวิภารัตน์ รัตนพรหมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน-โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยสยามธุรกิจว่า ปัจจุบันข้าวของมีราคาที่แพงขึ้น ยกตัวอย่างไข่ไก่ที่ปัจจุบันขยับราคา ไปถึงฟองละประมาณ 5 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อบรรดา ประชาชนผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่ข้าวของราคาขยับขึ้น แต่ในส่วนของ TNI เองยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก เนื่องจากผู้ที่เป็น สมาชิกยังคงมีความต้องการในการใช้ และซื้อสินค้าของบริษัทอย่างต่อเนื่อง แต่หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ก็ไม่แน่เหมือนกัน ว่า ผู้ที่เป็นสมาชิกอาจลดการซื้อลงได้

ปัจจุบันบริษัทต้องแบกรับภาระในส่วนของสินค้าเนื่องจาก TNI เป็นบริษัท ข้ามชาติ เพราะไม่ต้องการขึ้นราคาตามสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในตลาด และยิ่งในช่วงก่อนหน้าที่ราคาค่าเงินของไทยขยับแข็งตัวขึ้น บริษัทก็ยิ่งได้รับผลกระทบ เนื่อง จากการจ่ายโบนัสยังเป็นในแผนเดิม บริษัท ส่งสินค้าเข้ามาขาดทุนเพราะเงินบาทที่แข็งค่าิ

อย่างไรก็ดี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่นายกรัฐมนตรีจะมีการประกาศยุบสภา TNI มองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เหมือนกัน เนื่องจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น มานั้นอาจมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหากมีการประท้วงที่รุนแรงเมื่อไหร่ ความเสียหายย่อมส่งผลมาถึงบริษัท

เรื่องการเมือง เป็นสิ่งที่บริษัทไม่ต้องการที่จะไปยุ่งมากนัก เพราะเป็นสิ่งที่ อยู่เหนือการควบคุม สิ่งเดียวที่จะทำได้คง เป็นการภาวนาให้การเลือกตั้ง เป็นไปอย่าง ราบรื่น ไม่มีความรุนแรงทั้งก่อน และหลัง การเลือกตั้งิ

ทั้งนี้ บริษัท ตาฮิเตียน เป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติที่มีฐานแม่อยู่ที่สหรัฐ อเมริกา เข้ามาในประเทศไทยกว่า 10 ปี มี สินค้าเรือธงอย่าง ็น้ำซุปเปอร์ฟลุต โนนิิ ในช่วงต้น ตาฮิเตียนนับเป็นบริษัทขายตรง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยกระแส ที่ลดลงทำให้ชื่อของตาฮิเตียนก็ลดลงตาม ไป แต่ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ตาฮิเตียน หรือ TNI ก็เริ่มมีการขยับ เพื่อหวังที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ ของสินค้าน้ำผลไม้ เสริมอาหารอีกครั้ง และดูจะได้ผลไม่น้อย เลยทีเดียว

เอสเนเจอร์ิ หวั่นลูกค้าลดการซื้อนายบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่าย เอส-เนเจอร์ิ เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เรื่องการเมืองปัจจุบันนับเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของ ราคาของกินของใช้ในปัจจุบันที่มีการขยับ ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการที่ข้าวของมีราคาอัพขึ้นมา นั้น เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม แต่ว่า จะส่งผลกระทบอะไรต่อบริษัทนั้น ยังไม่มีให้เห็นเป็นที่เด่นชัดมากนัก เนื่องจากเอส-เนเจอร์ยังไม่มีการขยับราคาที่จะเป็นการสร้างภาระให้ผู้บริโภค และสมาชิก แต่ต่อไป คงได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้บริโภคคงหันไปหาสิ่งที่มีความจำเป็นก่อน ที่จะหันหาการทำธุรกิจิ

ส่วนการเลือกตั้งนั้น ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรืออะไรก็ตาม ธุรกิจของเอสเนเจอร์ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง คงเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม

อนึ่ง เอสเนเจอร์ เป็นแบรนด์เครือข่ายที่อยู่ภายใต้บริษัทใหญ่อย่าง บมจ. ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ โดยเอสเนเจอร์ได้รุกเข้าธุรกิจขายตรงอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ตัว ็บัญชา เหมินทคุณิ มากุมบังเหียน และผ่านไปหนึ่งไตรมาสของปี เอสเนเจอร์มีการขยับตัว ถึง 200% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เรื่องของการเมืองที่เป็น กระแสอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาสินค้าที่ ขยับตัว ยังเป็นเรื่องที่บริษัทขายตรงต้องก้มหน้ายอมรับ เฉกเช่นธุรกิจอื่นๆ เนื่องจาก เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทเหล่านี้ ก็คงต้องมีแผนรับมือกับ สิ่งที่เกิด และกำลังจะเกิดต่อไป

ขอบคุณ: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1197 ประจำวันที่ 30-4-2011 ถึง 3-5-2011