ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ก (Aimstarnetwork) กับ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์







aimstar-leader (Mobile)










พูดถึงเรื่องบาปเรื่องบุญ ช่วงนี้ถ้าใคร ฮิตฮอตอินเทรนด์กับทัวร์ทำบุญล้างซวย เอ้ย... ทำบุญขอพร ก็คงต้องแห่ตามกระแส นิยม ไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า หรือ เรียกแบบอินเตอร์ๆ ว่า เมียนมาร์ ว่าแต่ถ้า ใครบังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปทำบุญแล้วเจอะเจอ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ แห่ง เอมสตาร์ ที่พม่า ก็ไม่ต้องฉงนสงสัยกันไป 4 สาว จะไขขอข้องใจให้ ณ บัดนาวว่า คุณหมอ ลพา ตอนนี้ไปเมียงๆ มองๆ ที่ทางที่ย่างกุ้ง เตรียมลงมือสร้างสาขาอีกหนึ่ง ประเทศแล้วเจ้าค่า คาดว่าภายในปีนี้ ได้เห็น เอมสตาร์ ณ เมียนมาร์ แน่ๆ ล่ะเจ้าคะ อิอิ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ขายตรงน้องใหม่ ค่าย iBio Network-ไอไบโอ เน็ตเวิร์ค กับ คุณปุ๊ก จุฬาลักษณ์ คันธนาลิต







Capture (Mobile)

 


 


 


 


 


 


 


 


ส่วนเจ้านี้ไม่ได้มีปัญหาที่บริษัท แต่ บอสสาวอย่าง คุณปุ๊ก-จุฬาลักษณ์ คันธนาลิต แห่ง ไอไบโอ ต้องเวียนเศียรปวด- เฮดกับการจับงานธุรกิจเครือข่ายอยู่เนืองๆ ไหนจะอิทธิฤทธิ์ผลิตภัณฑ์ตระกูล ซ ค ร ที่เคยโดนไปเมื่อคราวก่อน มาตอนนี้ โดน เล่ห์กลของผู้นำขายตรงที่ไม่ค่อยจะซื่อ ทั้งตรงทั้งบื้อรวมกัน ที่ดันออกโปรฯ มาเป็น ขายสินค้าบริษัทพ่วงสินค้าตัวเอง เสมือน คุณพี่ขายเหล้าพ่วงเบียร์เลยนะเจ้าคะ แหม...ทำไปได้ งานนี้เลยมา ตกหนักที่บิ๊กบอสอย่างคุณปุ๊กที่ต้องเดินหน้าลุยงานปราบปรามพวกนอกรีต ก่อนที่ ไอไบโอ จะเป๋ไปก่อน ยังไง 4 สาว ก็เอาใจช่วยนะเจ้าคะ สู้ๆ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายซินเนอร์จี้ (Synergy WorldWide) กับ คุณโอ ศุภพงศ์ จันทรวีระกุล







mlm7 (Mobile)












ตั้งแต่ต้นปีมาแทบจะไม่ได้เห็นหน้า ค่าตา คุณโอ-ศุภพงศ์ จันทรวีระกุล จีเอ็ม แห่ง ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ อืม... ก็เข้าใจ นะคะว่าคุณพี่ ยุ้ง ยุ่ง เห็นว่าตอนนี้เวิร์ก อยู่กับตลาดเวียดนามเป็นหลัก แทบจะ กินนอนเป็น Citizen ที่นั่นไปแล้ว แต่ ก็แหม... 4 สาว ก็อยากจะเตือนเบาๆ ด้วย ความหวังดีว่าอยากจะให้คุณพี่โอ สละเวลาบางส่วนมาเหลียวมองตลาดใน ไทยบ้างอะไรบ้าง ปล่อยให้ พี่เจน-พิชญุต์ม์ ฉายเดี่ยว โซโล่อยู่คนเดียว เดี๋ยวจะไม่ทั่วถึง กลัวว่าพอคุณพี่หันกลับมารุกตลาดไทย ผู้นำทั้งหลาย จะโดนคนอื่นเกี้ยวพาราสีไปซะแล้วซิเจ้าคะ จะหาว่าไม่เตือนไม่ได้น้า





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : "อาวียองซ์" จัดงานรับแม่ทีมใหม่ แย้มนักธุรกิจคันมือทำเครือข่ายจีน







39381 (Mobile)


"อาวียองซ์" แบรนด์ขายตรง ภายใต้การบริหารของ "ยูนิลีเวอร์" เปิดเวที "U-Success Day คุณทำได้...เราทำได้" รับนักธุรกิจ Regional Executive Business Associate รหัสล่าสุด พร้อมเผย นักธุรกิจอยากลุยตลาดแผ่นดินใหญ่ ประเทศจีน หลังสาขามาเลเซียได้รับการตอบรับดี


สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เผยว่า "เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราชาวอาวียองซ์ได้มาร่วมแสดงความยินดีต้อนรับ REBA รหัสใหม่ล่าสุด และตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งแสดง ให้เห็นได้ถึงความสุข และความมีพลังของ พวกเราชาวอาวียองซ์ หลายครั้งที่ดิฉันมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับคุณไพโรจน์ REBA ของงานในครั้งนี้ โดยใช้ทั้งประสบการณ์มาช่วยให้ธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นั้นยิ่งเติบโต"


งาน U-Success Day ตัว U ที่เห็น นั้นจึงมีความหมาย ธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ นี้จะประสบความสำเร็จได้ ทุกท่านจะต้อง เป็นผู้ให้ที่ดีที่สุด U ตัวนี้จึงมีความหมายถึง ทุกคน ทุกท่าน ถ้าทุกท่านประสบความสำเร็จ U ตัวต่อมาจึงค่อยหมายถึง Uni-lever ท่านจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ก็ต่อเมื่อ ดาวน์ไลน์ท่านประสบความสำเร็จ ท่านจึงจะประสบความสำเร็จ โดยที่ท่านจะ ต้องตระหนักถึงบทบาทการเป็นอัพไลน์ ที่ดีที่สุด


"ซึ่งมีคนกล่าวไว้ว่า อัพไลน์ทั่วไปจะ บอกเล่า อัพไลน์ที่ดีจะอธิบาย อัพไลน์ที่ดีกว่านั้นจะสาธิตและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่อัพไลน์ที่ยิ่งใหญ่จะสร้างแรงบันดาลใจ เพราะฉะนั้นตำแหน่งสูงสุดในครั้งนี้เป็นอัพไลน์ที่มีทั้ง 4 อย่าง ผู้นำที่ประสบความ สำเร็จในธุรกิจเครือข่ายนี้ทำ 4 อย่างอยู่สม่ำเสมอ เราควรมองว่าคนที่ขึ้นมายืนอยู่ บนเวทีนี้เขาช่วยคนกี่คน สร้างคนกี่คนให้ประสบความสำเร็จ นี่คือตัวอย่างของคนที่มีเกียรติและสมควรยืนอยู่บนเวทีแห่งนี้ แล้วพบกันบนเวทีแห่งความสำเร็จแห่งนี้ค่ะ" สุชาดา กล่าว


จากนั้นบรรยากาศแห่งความสำเร็จ ได้เริ่มขึ้น เมื่อขบวนพาเหรดตั้งแถวเดินเรียงรายพร้อมธง U-Success Day โบกสะบัดต้อนรับ Regional Executive Business Associate รหัสใหม่ล่าสุด


ไพโรจน์-จุฑามาศ ดิลกพัฒนมงคล เผยว่า "หลังจากที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับ ธุรกิจเครือข่าย จนกระทั่งได้เข้ามาทำธุรกิจ เครือข่ายอาวียองซ์จากการแนะนำของเพื่อน เพราะผมชอบบรรยากาศของการ ทำธุรกิจเครือข่าย และผมเชื่อว่าถ้าทุกท่านที่ได้ทำธุรกิจนี้และชอบบรรยากาศ ของการทำธุรกิจ ท่านก็เริ่มประสบความสำเร็จไปแล้ว 50% ผมมองว่าธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นี้เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยชีวิต ที่ให้เราได้เรียนรู้ ได้ศึกษา และยังให้เราได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น และยังส่งต่อเป็นมรดกให้แก่ครอบครัวอีกด้วย"


"ผมนั้นเคยบอกกับภรรยาว่า ถ้าผม เป็นอะไรไป ไม่ต้องห่วง เพราะธุรกิจเครือ ข่ายอาวียองซ์นี้จะดูแลคุณเอง ต้องบอกว่า ธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นี้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ เองครับ แต่ถ้าเมื่อคุณก้าวเข้ามา คุณจะรู้ว่าสิ่งเล็กๆ นี้อยู่ในความยิ่งใหญ่ของบริษัท ยูนิลีเวอร์ และโดยปกติแล้วธุรกิจเครือข่ายมักเกิดจากทางฝั่งอเมริกา ข้ามมายุโรป แล้วขยายต่อมาทางเอเชีย แต่ธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นั้นมีจุดกำเนิด ที่ประเทศไทย และเวลานี้เรากำลังขยายไปยังมาเลเซีย กัมพูชา เพียงแค่เปิดตัวครั้งแรกในมาเลเซีย มีคนแห่มาสมัครร่วม พันคน ลองคิดดูครับ หากในอนาคตอาวี-ยองซ์ขยายไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศ ที่ผมฝันอยากขยายธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ นี้ไปให้ได้ อาจมีสาวหมวยหนุ่มตี๋แห่มาสมัคร ร่วมแสนคนก็เป็นไปได้ครับ และรายได้ของ ท่านอาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า เพราะธุรกิจ นี้เปิดโอกาสให้คุณรับรายได้มหาศาล และ ยังเปิดโอกาสให้คุณได้ท่องเที่ยวในต่างแดน และครั้งนี้ที่ผมได้รับตำแหน่ง REBA"


"ธุรกิจนี้ยังเปิดโอกาสให้ผมได้ดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรู ที่เต็มไปด้วยเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี ปัจจุบันผมมีคอนโดฯ 2 แห่ง และเป็นเจ้าของที่ดินผืนงามเนื้อที่ 25 ไร่จากธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ผมมองว่า เราเกิดมาบนโลกใบนี้ที่ล้วนมีตำนาน และ ตำนานที่ถูกสร้างมาแล้วอย่างอาวียองซ์ที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แล้วทำไมเราไม่สานต่อตำนานนี้ต่อไป ให้เป็นตำนานที่สามารถ แบ่งปันเรื่องราว เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นได้ ดังนั้น เมื่อผมทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน"




Credit By :http://www.siamturakij.com

อีก 3 ปี "จีน" เปิด MLM!







china-flag (Mobile)


ถ้าวันหนึ่ง จีนเปิดประเทศให้ธุรกิจขายตรงได้เข้าไปทำมาหากินได้ วงการขายตรงโลกจะเป็นอย่างไร


นี่คือคำถามให้ชวนจินตนาการวาดฝันสวยหรู


สิ่งนี้กำลังจะเป็นจริงในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า ผ่านการบอกเล่าของ "อ.ภูสิต เพ็ญศิริ" รองประธานศูนย์อาเซียน สมาคมส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจกวางตุ้ง-ฮ่องกง ผู้ซึ่งมีความรู้ และคลุกคลีอยู่กับวงการเศรษฐกิจของประเทศจีน รวมถึงการ ล่วงรู้นโยบายเศรษฐกิจของจีนเป็นอย่างดี


ด้วยเนื้อที่ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร กับจำนวนประชากร กว่า 1.3 พันล้านคน จีนถูกวิเคราะห์เชิดชูให้เป็นมหาอำนาจของ โลกในเรื่องของเศรษฐกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย ในอนาคตอันใกล้


จากที่ทราบกันดีว่า จีนปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์มาหลายยุคหลายสมัย แต่ก็ไม่ใช่ว่าความหมายของคอมมิวนิสต์ จะทำให้ประเทศนี้หยุดพัฒนา หรือเป็นประเทศปิดแต่อย่างใด


ตรงกันข้าม จีนกลับมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน ภายใต้ การบริหารแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สืบทอดการปกครองโดยพรรค การเมืองเพียงพรรคเดียว การสานต่องานด้านต่างๆ จึงทำได้อย่างไหลลื่นไร้รอยต่อ


จีนถูกจัดเป็นประเทศใหญ่ ถึงแม้ว่าวันนี้จีนจะถูกจัด เป็นประเทศหนึ่งในมหาอำนาจของโลก แต่ก็ใช่ว่าทุกสิ่งจะหยุด ภายใต้การเป็นประเทศที่เจริญแล้ว


แต่ก็ตรงกันข้ามอีกนั่นแหละ เพราะด้วยพื้นที่ ประชากร ที่นับวันก็ยิ่งมีอำนาจซื้อ จีนยิ่งถูกจับตามองจากวงการธุรกิจต่างๆ ที่จ้องเข้าไปทำการค้า และลงทุน


ขายตรงเป็นวงการธุรกิจหนึ่งที่จ้องจะเข้าไปในจีน รวมถึงวงการขายตรงไทย


แต่ที่ผ่านมาก็ต้องเข้าไปดำเนินธุรกิจในรูปแบบค้าปลีก เพราะด้วยกฎหมายที่มองเห็นขายตรงเหมือนการล้างสมอง และการสุ่มเสี่ยงในอำนาจรัฐ รวมถึงธุรกิจ MLM ยังมีต้นกำเนิด จากสหรัฐอเมริกาประเทศมหาอำนาจคู่ปรับด้วยแล้ว ก็ทำให้จีน ต่อต้านธุรกิจขายตรงมาโดยตลอด


วันนี้สังคมในประเทศจีนเปลี่ยนไป กลุ่มประชาชนมีอิสระ ทางความคิดมากขึ้น การเปิดรับวัฒนธรรมต่างประเทศของ รัฐบาล มีให้เห็นการเปลี่ยนตัวผู้นำจาก "หู จิ่นเทา" มาเป็น "สี จิ้นผิง" นโยบายเศรษฐกิจเริ่มมีการปรับ


จากการคลุกวงในของ "อ.ภูสิต เพ็ญศิริ" ทำให้เรารู้ว่าอีก 3 ปี จีนจะเริ่มนำร่อง เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจขายตรงต่างชาติเข้าไป ทำตลาดในรูปแบบ MLM อย่างเต็มตัว


โดยพื้นที่ที่จะเปิดนี้ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ที่ "อ.ภูสิต" เล่าว่า นี่เป็น 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่จีนจะใช้เชื่อมต่อเศรษฐกิจ ทั่วเอเชีย


3 จุดยุทธศาสตร์จะมี 1.มาเก๊า, เสิ่นเจิ้น, จูไห่ และฮ่องกง มีประชากรรวมประมาณ 100 ล้านคน และที่นี่ถือเป็น ดงขายตรงเลยทีเดียว 2.คุนหมิง และสิบสองปันนา ประตูของวงการขายตรงไทย ด้วยพื้นที่ไม่ไกลจากชายแดนภาคเหนือ ของไทย นี่น่าจะเป็นจุดที่สะดวกที่สุดของวงการขายตรงไทย และ 3.ซัวเถา เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน


"อ.ภูสิต" ให้ความเห็นว่า หากสิ่งที่ว่านี้เกิดขึ้น เศรษฐกิจ ของ 3 จุดยุทธศาสตร์ที่ว่า จะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว


หากทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ วงการขายตรงไทย รวมถึงวงการขายตรงโลกจะกลายเป็นกลุ่มวงการธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลอย่างที่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


ธุรกิจ MLM จะเติบโตกว่าที่เป็นอยู่มากมายหลายเท่าตัว...




Credit By :http://www.siamturakij.com

โฮมช็อปปิ้งเดือด "ทีวี ไดเร็ค" ฮึดสู้!!! เพิ่มหน้าตัก...รับมือต่างชาติยึดอาเซียน







ทรงพล-ชัญมาตรกิจ (Mobile)

 


"ทีวี ไดเร็ค" หรือ TVD เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2555-2560) 4 ข้อ 1.เสริมรายได้ 2.หาทุนสร้างความแกร่งด้านการเงิน 3.สร้างความ ยั่งยืน และ 4.ดันการเติบโต ตั้งเป้าปี 2560 ยอดขายแตะ 5,555 ล้านบาท เตรียมกลยุทธ์ ระดมทุน หวังเพิ่มอาวุธสู้บริษัทโฮมช็อปปิ้งต่างชาติ หลังตัวเลขชี้ชัด แบรนด์นอกเฮโลปักธงใช้ไทยเป็นฐานลุยอาเซียน


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Mar-keting) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์องค์กรขึ้นในช่วงก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และล่าสุดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2556-2560) ของบริษัทได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะครอบคลุม 4 ด้าน คือ 1.เสริมสร้างรายได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่อง คือ เน้นการขยายฐานการตลาด และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 500,000 ราย ผ่านทางสื่อต่างๆ อาทิ Free TV, Satellite TV, Cable TV 2.เสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและการจัดหาแหล่งเงินทุน จากทิศทางธุรกิจ ที่มีการขยายตัวสูง บริษัทจึงมีการเจรจา กับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงหลายราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มความ หลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และเพื่อนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น


ส่วนแผนยุทธศาสตร์ประการที่ 3 จะเน้นการเสริมสร้างความยั่งยืนของ บริษัท ส่วนนี้จะเน้นหนักด้านการสนับสนุน เบื้องหลัง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต และ 4.สร้างการเติบโต โดยการร่วมทุนกับพันธมิตรและการรวมกิจการ โดยบริษัทมีการเจรจากับพันธมิตรหลายราย และล่าสุด บริษัท ได้ร่วมกับ Fuji TV และผู้ประกอบการทีวี ช็อปปิ้งจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลี เพื่อร่วมกันผลิตรายการ เอเชีย ช็อปปิ้งคิงส์ ถือเป็นการเปิดตลาดและสร้างโอกาสการขายสินค้าที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไปสู่สายตาลูกค้าในเอเชีย


"เมื่อกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาจะทำให้ ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันกลุ่มทุนเหล่านี้ก็จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการเข้าสู่อาเซียน ทำให้ตลาดยังเติบโตได้อีกมาก และในฐานะ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 13 ปี นับว่ามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งผู้บริหารและพนักงานจะได้นำไปปฏิบัติ ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์ ดังกล่าวมีเป้าหมายว่า ในปี 2560 บริษัทจะมียอดขายแตะระดับ 5,555 ล้านบาท"


"คงจำกันได้ว่า ย้อนไปเมื่อปีก่อน บริษัทประสบปัญหาไฟไหม้โกดังเก็บสินค้า ทำให้เสียหายไปกว่า 82 ล้านบาท แต่เมื่อปีที่แล้ว บริษัทก็พัฒนาจนมียอดขายอยู่ที่ 2,237 ล้านบาท ทำให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เติบโตที่ 29.84% และเป้าหมายปีนี้จะเน้นหนักไปที่ Home shopping กับ TV shop-ping คือเราจะเน้นการบริการ, ยอดขาย และลดต้นทุนรวม ส่วนธุรกิจการส่งของ Home Delivery ถือว่าประสบความสำเร็จ ดีมาก มีการโตถึง 84% ซึ่งจะเดินหน้าต่อไป"


"ส่วนธุรกิจด้านแซตเทลไลต์ บริษัท เรามีสถิติ ข้อมูลการตลาดเพียงแห่งเดียว ทำให้บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาด TV shopping ในเมืองไทย เพราะถือเป็นตลาด ที่น่าสนใจ ทำให้ TV Direct มีจุดแข็งตรงที่ มีข้อมูล สถิติ ตัวเลข ทำให้หลายบริษัทต่าง-ชาติต้องมาขอข้อมูลจากเราไปทำตลาด อาทิ True GS, GMM CJ และ Shop Global ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทได้นำสินค้าชุดชั้นใน Genie Bra มาจำหน่ายและขายได้ถึง 270,000 ตัว ทำให้ปีนี้บริษัทเตรียมจะสร้าง แบรนด์ในเมืองไทย พร้อมทั้งปีนี้เราจะเน้นการทำประชาสัมพันธ์สินค้ามากขึ้น เพราะเท่าที่ผ่านมา เราประชาสัมพันธ์แต่ในองค์กร เท่านั้น"


ในส่วนของการร่วมทุน "ทรงพล" เผยว่า "โดยการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติครั้งนี้ เราจะถือหุ้นอย่างน้อย 70% ซึ่งเป็น การรองรับการเติบโตของบริษัท อีก 5 ปีข้างหน้าในส่วนของธุรกิจ ทีวี ดาวเทียม นั้น คงต้องรอดูว่า กสทช. จะออกกฎหมายอะไร ออกมากำกับ เราจึงจะค่อยปรับให้ไปด้วยกัน ได้ และฐานลูกค้าเรามีอยู่ประมาณ 2.1 ล้านคน ที่ซื้อสินค้าจาก ทีวี ไดเร็ค ขณะที่ สัดส่วนของรายได้ยอดขายบริษัททั้งหมดมาจากทีวี 45% คอลเซ็นเตอร์ 25% ค้าปลีก 25% และอื่นๆ 5%Ž"


ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ ดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในการประชุมก่อนหน้านี้จึงมีมติให้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 376 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตรา ไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 188 ล้านบาท เป็น 493.50 ล้านหุ้น มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นค่า 246.75 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 117.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในจำนวนนี้จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 94 ล้านหุ้น ในสัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.50 บาท


สำหรับหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 23.5 ล้าน หุ้น จะรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ที่บริษัทจะจัดสรรให้ผู้ที่ใช้สิทธิ ซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยได้รับวอร์แรนต์ในอัตรา ส่วน 4 หุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ โดย วอร์แรนต์ดังกล่าว มีอายุ 3 ปี สามารถใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญปีละ 2 ครั้ง ในอัตราส่วน 1 วอร์แรนต์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาหุ้นละ 3.50 บาท ซึ่งจะทำให้บริษัท ได้รับเงินเพิ่มทุนรวมทั้งหมด 505.25 ล้านบาท เพียงพอในการนำไปลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี





Credit By :http://www.siamturakij.com

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ไทยแลนด์)







184535_543223325697099_2111146342_n (Mobile)









ส่วนนี่ก็กำลังหัวหมุน วุ่นวาย เรื่องการ จัดงานเช่นกัน สำหรับ คุณเต้ เพีย เซง จีเอ็มหนุ่ม แห่งขายตรงแดนมังกร อย่างเพอร์เฟครีซอร์ส- เซส ที่มีคิวการจัดงานคอนเวนชั่นใหญ่ในเดือนมิถุนายนของปีนี้เช่นกัน ก็แหม... ปีนี้ เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ไทยแลนด์) ได้เป็น เจ้าภาพจัดงานฉลองความสำเร็จสำหรับผู้นำเพอร์เฟคทั่วโลก คุณเต้เลยต้อง คร่ำเคร่งเตรียมเนรมิตงานใหญ่ให้เลิศเลอเพอร์เฟก สมชื่อบริษัท ก็แหม...ขนาด ปีที่แล้วเวียดนามเป็นเจ้าภาพ ยังมีคนเข้าร่วมงานเป็นหมื่นคน เพราะแค่ผู้นำจาก เมืองจีนประเทศเดียวก็ปาไปหลายพันคน คราวนี้เป็นคิวไทยแลนด์ ดินแดน สไมล์ เห็นว่าจำนวนผู้นำจากต่างประเทศอย่างเดียวยังไม่รวมในไทยก็น่าจะทะลุ หมื่นแล้วใช่มั้ยเจ้าคะ คุณเต้ขา




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556



MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายบีดับเบิ้ลยูแอล (bwL)







9336083 (Mobile)









สำหรับคนนี้ไม่ต้องเสียเวลาบินไปไหน ก็ปีนี้เวลาเหมาะเจาะคนพรั่งพร้อม bwL ขายตรง สัญชาติสิงคโปร์ เลยได้ไฟเขียวจากบริษัทแม่ ให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน โกลบอล คอนเวนชั่น ประจำปี ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่มาจัดในประเทศไทย คุณชาญสถิตย์ เขมะวิชานุรัตน์ บอสใหญ่ประจำ ประเทศไทย เลยต้องสวมบทบาทเป็นพ่องาน เตรียมต้อนรับขับสู้ผู้นำ bwL ทั้งไทยและเทศ ที่คาดว่าจะมาร่วมงานหลายพันคน งานนี้ คุณชาญสถิตย์ เลยต้องรีบไปเหมาโรงแรมหรูใน เมืองทอง ข้างฮอลล์ที่จะจัดงาน เพื่อความสะดวก สบายแก่แขกเหรือที่มาร่วมงานทั้งหลาย เพราะ ได้ข่าวว่างานนี้จัดเต็ม เที่ยงวันยันเที่ยงคืน แต่ รายละเอียดงานจะเป็นอย่างไรนั้น ให้รอดูเอง วันที่ 22 มิถุนายนนี้ เอ๊ะ...หรือจะแอบไปกระซิบ ถามกันก่อน ก็ไม่ว่ากันนะเจ้าคะ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายเจอเนสส์ (Jeunesse Thailand) กับ ลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์







lawan (Mobile)








ช่วงนี้ใครเห็นจีเอ็มคนเก่ง คุณอ้อย ลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์ หน้าชื่นตาบานเป็น พิเศษก็อย่าเพิ่งเดาสุ่มไปว่า คุณพี่อ้อย ถูกหวย หรือแจ๊กพอต อะไร แต่อย่างใด 4 สาว จะขอทำ แปลงร่างเป็นหมูน้อยบูริน เอ้ย...ผิดเรื่อง ต้องเป็น นักสืบจิ๋วโคนันคุง ไขปริศนา ณ บัดนี้ ก็แหมๆๆ..... ช่วงนี้นอกจาก ลูมิเนสส์ จะขายดี รีเซิร์ฟ จะยอดเลิศแล้ว คุณพี่อ้อยยังอิ่มอกอิ่มใจกับ การนำทีมผู้นำเจอเนสส์ของไทยไปร่วมฉลอง ความสำเร็จกับทริปสุดหรู ล่องเรือ ณ ดินแดน เมดิเตอร์เรเนียน ร่วมกับผู้นำเจอเนสส์จากทั่วโลก งานนี้เลยได้ชาร์จพลังกาย พลังใจมากกันเต็มเปี่ยม ก็แหม...จะไม่ให้รีชาร์จ Energy แบบเต็มพลังได้อย่างไร ก็เรือสุดหรูจุคนได้กว่า 3,000 คนนั้น โดนทีมเจอเนสส์เหมาไปซะเกือบครึ่งลำ งานนี้เลยฉลองไป แชร์ความสำเร็จไป แบบคนคอเดียวกัน ...ว่าแต่ 4 สาว ก็อยาก ไปร่วมฉลองบ้างอะไรบ้างนะเจ้าคะ คริคริ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) กับ คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)









ด้าน คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ แห่ง ค่าย สตาร์ ซันไชน์ คงกำลังเริงร่ากับยอดขายของ คาร่า พลัส ที่พุ่งเอาๆ จนเงินเหลือเก็บ เลยต้อง ไปลองเทสต์ไดร์ฟ ลัมโบกินี่ สักหน่อย เผื่อจะได้ เจียดกำไรไปถอยซูเปอร์คาร์มาประดับบารมีกับ เค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ระหว่างกำลังเลือกรถหรู ถูกใจอยู่ ก็ไม่รู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนตำบลใด ดลใจไปเข้าฝัน ทำให้คุณโกสิทธิ์เกิดปิ๊งไอเดีย เตรียมแตกไลน์ธุรกิจมาเปิดค่ายมวย เอ๊ะ...หรือ อินเทรนด์ตามกระแสบัวขาว ยังค่า...ยังไม่โม้ด นอกจากนี้ยังจะกรุยทางพรมแดง เตรียมเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยเจ้าค่า แอร้ยย... มิได้จะไปเป็นดาราหรือนักร้องแต่อย่างใด แต่คุณโกสิทธิ์เตรียมลุยเปิดค่ายเพลง เจ้าค่า อะแฮ่มๆ...ว่าแต่ หานักร้องได้ ฤ ยังเจ้าคะ ว่างๆ เรียก 4 สาว ไปเทสต์เสียง ก็ได้นะเจ้าคะ รับรองใสกิ๊ง อิอิ





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet)







boss (Mobile)









มัวแต่เม้าท์เพลิน ลื้ม ลืม แสดง- ความยินดีปรีดา และชื่นชมแก่ 29 บริษัท ผู้ประกอบการขายตรง ที่ได้ตราสัญลักษณ์จาก สคบ. เรียกได้ว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นแรก หรือรุ่นบุกเบิก นั่นเอง โดย 24 บริษัท เป็นสมาชิกของสมาคม พี่ใหญ่อย่าง TDSA ส่วน 4 บริษัท เป็นสมาชิก ของสมาคม TSDA และ 1 บริษัท มาจากสมาคม น้องใหม่ล่าสุด TDNA 4 สาว คงไม่ต้องมานั่ง แจกแจงแถลงไขว่า 29 บริษัท นั้น มีใครกันบ้าง เพราะเชื่อว่าคงจะทราบกันหมดแล้ว ถ้าใครไม่ทราบไปถามอากู๋ดูเอาเองนะเจ้าคะ แต่งานนี้ก็ต้องบอกว่า เสียดายแทน ดร.โก้ กัมปนาท บุญราศรี ที่เป็น 1 ใน 5 บริษัท จากสมาคม TSDA ที่ส่งเข้าประกวด อ๊ะ...ไม่ใช่...ที่ยื่นเข้าขอตราสัญลักษณ์ แต่ดันติดข้อกำหนดว่า บริษัทอายุไม่ครบ 2 ปี เลยต้องร้องเพลงรอไปพลางๆ ก่อน ปล่อยให้รุ่นพี่ 4 บริษัท จากสมาคมเดียวกัน อย่าง J&C, สตาร์ ซันไชน์, TGI, และปูแดง ชื่นชมตราสัญลักษณ์กันไป อิอิ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556




MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา







Biz-JC (Mobile)









ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง สำหรับงานเกียรติยศฉลองความสำเร็จครบรอบ 11 ปี ของ J&C ที่ฉากเปิดตัวบิ๊กบอส ดร.สมชาย หัชลีฬหา เป็นที่เลื่องลือกล่าวขวัญไปไกล ถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา พม่า ฯลฯ แหม...ก็เล่นมาแบบไฮเทคสมกับคอนเซ็ปต์ ขายตรงนวัตกรรมล้ำสมัย แว่วมาว่างานนี้ใช้ ทีมงาน Backstage ของนักร้องดังระดับประเทศ ส่วนงบลงทุนในการจัดงานก็ เบาๆ แค่ 12 ล้าน- บาท เท่านั้นเอ๊งงงง... ส่วนถ้าใครจะเลียนแบบ ดร.สมชาย คงจะไม่หวง หรือสงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แต่ก่อนจะก๊อบปี้ใดๆ ก็ขอให้ก้มตานับเงินในกระเป๋าให้มั่นใจซะก่อนว่าจ่ายไหว ก็แบบว่า ของแบบนี้ เหมาะสำหรับคนจริง รวยจริง อ่ะเจ้าค่า




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

ปัญหาโลกแตก แม่ทีมย้ายค่าย VS บริษัทตัดโค้ด







MLM-Leader

 


หลังจากที่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา In Network Special ได้นำเสนอความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับบริษัทธุรกิจขายตรงชื่อดัง พ ที่ถูกแม่ทีมระดับสูง หอบเอกสารเข้าร้องทุกข์กับ บก.ปคบ. วอนตรวจสอบความไม่โปร่งใสธุรกิจ หลังพบโยกย้ายสายงานโดยไมยุติธรรม ส่งผลเสียหายร่วมครึ่งล้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกมาชี้แจงในที่สุด หลังจากที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหัวข้อการสนทนาใหม่ในแวดวงธุรกิจขายตรงไปในที่สุด


ย้อนปมขัดแย้งขายตรง พ


ต่อประเด็นดังกล่าว ย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจาก แม่ทีมผู้ร้องทุกข์ อักษรย่อ ได้หอบเอกสารเข้าไปหา บก.ปคบ. กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค


ร้องทุกข์ว่า ตนได้เข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2555 โดยบริษัทดังกล่าว เป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับบริษัท ขายตรงชื่อดังอีก 2 แห่ง แห่งแรกคือ และ ภายใต้การบริหารงานของ CEO รายเดียว


โดยเมื่อทำธุรกิจไปได้เพียงไม่นานก็สามารถ ขึ้นตำแหน่งในระดับสูงของบริษัทได้ กระทั่งยอดรายได้ล่าสุดที่เคยรับ สามารถสร้างสถิติรายได้สูงถึงสัปดาห์ละประมาณกว่า 1 แสนบาท หรือได้รับรายเดือนละไม่ต่ำกว่า 4 5 แสนบาท และหากมองตามแผนการตลาดที่บริษัทบอกไว้ อีกไม่กี่เดือนจะสามารถสร้างรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทอย่างแน่นอน


แต่เพียงไม่นานก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสายงานของตนขึ้น เมื่อตนพบว่า ยอดรายได้ของตนในส่วนนี้ขาดหายไปทั้งหมด และคาดว่ามีการโยกสายงานของตนทั้งหมดในฝั่งนี้ ขึ้นไปสร้างให้กับทีมอื่น ที่เป็นแม่ทีมใหญ่ ซึ่งสายงานนี้มีสมาชิกอยู่มากกว่า 4-5 พันคน สร้างความเสียหายทางธุรกิจเป็นอย่างมากให้กับตน


โดยตนได้พยายามสอบถามและขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยไม่ได้ยินยอมให้บริษัททำแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นผล บริษัทอ้างว่าตนทำผิดเงื่อนไขต่างๆ ขิงทางบริษัท จึงได้ทำการตัดโค้ด และให้ผมยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ตนจึงต้องขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและดูแลธุรกิจขายตรงให้ความช่วยเหลือด้วย


ส่วนอีกเรื่องสำคัญที่แม่ทีมคนดังกล่าววอนขอให้ตรวจสอบเช่นกัน คือเรื่องของใบอนุญาตจดทะเบียนขายตรง โดย ได้นำเอกสารใบเสร็จ ใบสมัคร และชุดทำธุรกิจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ตนสังเกตจากการออกใบเสร็จและใบสมัครของบริษัท ได้ใช้คนละชื่อกับบริษัทที่ดำเนินการอยู่


ยังคงเป็นการนำเอาชื่อของบริษัทแม่ที่เปิดแห่งแรก และบริษัทที่ 2 ที่ปิดทำการไปแล้วมาออกเอกสาร จึงไม่แน่ใจว่าบริษัทนี้ มีการจดทะเบียนธุรกิจขายตรงถูกต้องแล้วหรือไม่ เพราะล่าสุดตนได้เข้าเว็บไซต์ของ สคบ. กลับไม่พบชื่อของบริษัทที่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด


หลังจากนั้น บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าว และลงบันทึกประจำวันเป็นที่เรียบร้อย และได้มีการออกจดหมายเรียกเจ้าของบริษัทดังกล่าว เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ครั้งแรกคือ วันที่ 15 มีนาคม 2556 ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองปราบฯ


สรุปเหตุอยู่ระหว่างจดเดเจ้งเปลี่ยนชื่อ


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูง เปิดเผยกับ in Network Special ว่า สรุปความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในขณะนี้โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าบริษัทจดทะเบียนทำธุรกิจถูกต้องหรือไม่นั้น ผลปรากฎว่าบริษัทมีการแจ้งเปลี่ยนชื่อบริษัทที่ 2 คือ บริษัท ก กับกกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2555 ให้เป็นชื่อใหม่ คือ บริษัท พ.ก. และอยู่ระหว่างการแจ้งเปลี่ยนชื่อกับทาง สคบ. ทำให้ไม่มีข้อมูลปรากฏ ดังนั้นในแง่ของกฎหมายขายตรง บริษัทตงไม่ถือว่ามีความผิด เพราะเปิดดำเนินธุรกิจจากใบอนุญาตของบริษัทเดิม คือ บริษัท พ.ก. ที่มีใบอนุญาตเดิมมอยู่แล้ว ประเด็นเรื่องมีใบอนุญาตหรือไม่นั้นจึงตกไป เพราะถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย


แหล่งข่าว กล่าวต่อว่าส่วนกรณีการ ตัดโค้ด นักธุรกิจคนดังกล่าว จึงกลายเป็นเรื่องราวส่วนตัว ที่ไม่อยู่ในกฎหมายที่จะเอาผิดอะไรได้ และไม่เกี่ยวข้องทางกฎหมายขายตรงกับเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. เป็นเรื่องที่ทางด้านของ นักธุรกิจ และ บริษัท ที่ต้องไปตกลงเคลียร์ปัญหาเอาเอง แต่หากเคลียร์ไม่ลงตัว ก็จะเป็นเรื่องของคดีแพ่ง ที่เจ้าทุกข์ต้องไปดำเนินการต่อเองในที่สุด


ซึ่งทราบมาว่า ล่าสุดเรื่องนี้นักธุรกิจรายดังกล่าว ก็ตัดสินใจไม่ดำเนินการอะไรต่อกับบริษัท พ.ก. เพราะเมื่อเทียบกับการที่ต้องเสียเวลาดำเนินการทางด้านคดี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นตามมา คงจะไม่คุ้มค่ากัน อีกทั้งขณะนี้ นักธุรกิจรายนี้ได้ตัดสินใจไปทำธุรกิจกับบริษัทอื่นและกำลังสร้างรายได้ที่ดีใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่อยากต้องมาเสียเวลากับเรื่องราวดังกล่าวอีก ความขัดแย้งในเรื่องนี้จึงดูเหมือนว่าจบลงไปแบบเงียบๆ ในที่สุด


อดีตแม่ทีม ค่ายดังย่านธุรกิจเข้าร้องทุกข์ด้วย


แหล่งข่าว กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ประเด็นแม่ทีมถูกตัดโค้ดยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยล่าสุดที่ทราบมา คือแม่ทีมระดับสู.ของบริษัทดังย่านสุขุมวิท ที่ถูกตัดรหัสตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้สูญเสียรายได้ไปจำนวนมาก เพราะเป็นนักธุรกิจเก่าแก่ที่ทำธุรกิจกับบริษัทมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 หรือยุครากเริ่มของบริษัทนั่นเอง


โดยมีสาเหตุหลักคล้ายกับหลายกรณีที่เคยผ่านมา คือ มีข้อมูลว่าแม่ทีมไปทำธุรกิจกับค่ายอื่น จึงนำมาสู่การ ถูกตัดโค้ด ในที่สุด ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นไปตามที่บริษัทกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและเช็คข้อมูลเพิ่มเติม ถึงความถูกต้องของการทำธุรกิจค่ายดังกล่าว


อันที่จริงเรื่องการตัดโค้ดนั้น เป็นความขัดแย้งที่เกิดมาทุกยุคสมัยของขายตรง หากมองในแง่กฎหมายขายตรง ก็ถือว่าไม่มีเข้าข่ายความผิดใด หากผู้เสียหายคิดว่าตนเองถูก ก็ต้องไปดำเนินการทางด้านของคดีแพ่ง ซึ่งก็ต้องไปเสียเวลาและค่าใช้จ่ายดำเนินการทางด้านคดีอีกหลายอย่าง


จึงอาจเป็นช่องว่างหนึ่งที่ทำดูเหมือนว่า นักธุรกิจอิสระกลายเป็นผู้เสียเปรียบได้ การแก้กฎหมายจึงเป็นทางออกเดียวที่จะแก้ปมขัดแย้งนี้ได้อย่างถาวร แต่ก็ดูเหมือนว่า ขนาดนักธุรกิจอิสระเองก็ไม่มีใครให้ออกมาเรียกร้องความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว จนกว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวอง จึงจะเดินทางไป บก.ปคบ. เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเรื่องดังกล่าว ที่บางครั้งก็เพียงสามารถแก้ได้ที่ปลายเหตุเท่านั้น แหล่งข่าวกล่าวในที่สุด





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.อินมาร์เก็ตติ้ง ฉบับที่ 166 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556


Beauty Network สวย เริ่ด เชิด รวย







matthew-shave-photography-1-600x400 (Mobile)


ผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดขายตรงมากที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่ง คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือ เครื่องสำอาง ในอดีตที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ความงาม อาจเป็นเพียง นางรอง ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ นางเอก ที่สร้างยอดขายได้ถล่มทลาย แต่ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ความงาม มียอดขายเติบโตอย่างมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จนมียอดขายเทียบเคียง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และในอนาคตไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ อาจมียอดขายแซงหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ก็เป็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ บริษัทขายตรง ต่างเสาะหางานวิจัยดีๆ เพื่อนำมาสร้างเป็น ผลิตภัณฑ์ความงาม ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

สงครามแห่งความงามจึงอุบัติขึ้น โดยมี ตลาดขายตรง เป็นสมรภูมิ ที่ต่างฝ่ายต่างนำเสนอสินค้าดีๆ ให้ผู้บริโภคได้พิจารณากันท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สินค้าของใครโดดเด่นกว่า นวัตกรรมทันสมัยมากกว่า ย่อมได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ ใครมีสินค้าดีกว่า แปลกกว่า ทันสมัยกว่า จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทนั้นๆ เติบโตเป็นเงาตามตัวเมื่อบริษัทขายตรง ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความงาม จึงทำให้ตลาดดังกล่าวเกิดกระแสนิยม ทุกบริษัทต่างหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ความงาม ทุ่มงบไม่อั้นในการซื้องานวิจัยเพื่อหวังจะนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ


เชื่อเหลือเกินว่า ในอนาคตอันใกล้ ผู้บริโภคในตลาดขายตรงจะมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามดีๆ ที่มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหวซึ่งแต่ละ แบรนด์ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร


ล่าสุด แอมเวย์ส่งผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ สินค้าเพื่อผิวกระจ่างใสโดย คุณรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทวางงบในการทำตลาดไว้ที่ 120 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้ากลุ่มดังกล่าว ให้สามารถเติบโตจากที่ปีก่อนที่สินค้ากลุ่มนี้ปิดยอดขายที่ 400 ล้านบาท


ในปีนี้ บริษัทต้องการให้เพิ่มขึ้นมาอีก 50 ล้าน เป็น 450 ล้านบาท รวมไปถึงการสร้างยอดขายทั้งกลุ่มของ อาร์ทิสทรี ให้ได้รวม 3,100 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการนำนวัตกรรมของการสื่อสารที่เรียกว่า Layer เข้ามาสร้างการรับรู้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการตอบโจทย์กลยุทธ์หาลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้อย่างทันท่วงที


คังเซน เคนโก เดินเกมรุก เนรมิตสถาบันความงามครบวงจร


คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทคังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คริสติน โคคูล นอริช ครีม (Kristine Ko-Kool Pearl Norish Cream) หรือครีมไข่มุก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มียอดขายติดอันดับ 1 ของคังเซนฯ มาตลอดระยะเวลา 19 ปี


คริสติน โคคูล เพิร์ล ซีรีส์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่ผสานคุณค่าแห่งข่มุกและสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อผลลัพธ์อันทรงประสิทธิภาพสูงสุดอย่างครบวงจร (ตั้งแต่ขั้นตอน Remove/ Cleanser/Toner/Serum/Cream/Sun/Protection/Mask) โดยการคิดค้นของ มิสเตอร์ เลี่ยว เหลียง จู้ (Mr.Liao Liang Chu) ประธานบริษัท สี่หลิงเหมิน เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านผลิตภัณฑ์ความงามมายาวนานกว่า 38 ปี เป็นสูตรลับพิเศษของไข่มุก ราชินีแห่งความงาม ที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ


คุณอิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดตลาดใหม่อีกบริษัท ภายใต้ชื่อ เบอร์รี่ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นธุรกิจสถาบันความงามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัทได้สำรวจตลาดมาแล้วว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าตลาดรวมเป็น 10,000 ล้านบาท และยังเป็นธุรกิจที่เอื้อกันกับธุรกิจคังเซนได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจเปิดสาขา เบอร์รี่ เฮาส์ สาขาแรกที่ซีคอนสแควร์


เบอร์รี่ เฮาส์ เน้นวัตถุดิบจาก เบอร์รี่ ซึ่งทางบริษัทได้ส่งไปตรวจสอบที่สถาบันชั้นนำ แน่นอนว่าต้นทุนของการทำธุรกิจนี้สูงมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการในสถาบันความงามเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพสูง และยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสูง แต่ทางบริษัทพร้อมที่จะลงทุน


ดี เน็ทเวิร์ค เปิดฉากบุกตลาด โฟกัสผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม


คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ กล่าวด้วยว่า ทางบริษัทยังทำการเปิดตัวที่สุดแห่งนวัตกรรมดูแลผิวหน้าใหม่ล่าสุดของโลกคือ SIMILE COSMETOLOGY ซึ่งมีส่วนผสมของ Growth Factor มากถึง 8 ชนิด


ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนผสมของ Growth Factor ซึ่งเป็นการนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพระดับนาโน มาใช้ในการเพิ่มจำนวนของ Growth Factor ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติพัฒนาจนได้สูตรของ Growth Factor ที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาอ่อนเยาว์ อีกครั้ง Growth Factor ที่ผสม จะนำมาจาก Growth Factor และสารที่เป็นโปรตีน Peptide หลายชนิดทำงานร่วมกัน โดยผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ถึงประสิทธิภาพของการฟื้นฟูผิวหนังในระดับเซลล์


คุณสาคร กล่าวว่า การเปิดตัว SIMILE COSMETOLOGY เนื่องจากทางบริษัทอยากทำให้สินค้าในการบำรุงผิวหน้าครบวงจรต้องการการทำความสะอาด การป้องกัน การบำรุง ซึ่งดี เน็ทเวิร์คมีสินค้าอยู่แล้ว ส่วน SIMILE COSMETOLOGY จะเข้ามาเป็นการรักษา ซึ่งจะทำให้สินค้าในกลุ่มความงามของบริษัทครบวงจร


เราเชื่อว่า SIMILE COSMETOLOGY จะสามารถตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีปัญหาเรื่องผิว ลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายลดเวลา เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมสูง ในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และแน่นอนสินค้าตัวนี้ต่อสู้ในตลาดเอเชียได้และเราเป็นเจ้าของลิขสิทธ์แต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย


SIMILE COSMETOLOGY เป็นสินค้าที่ถือเป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรม มาตรฐานยุโรป บรรจุภัณฑ์ทำมาจากหนังปลา ซึ่งการใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก ส่วนราคานั้นสามารถจับต้องได้ ไม่แพง ราคาข้างกล่อง 3,900 บาท ราคานักธุรกิจ 3,000 บาท เกรดสินค้าอย่างนี้ ราคาอย่างนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ ดี เน็ทเวิร์ค


ส่วนช่องทางในการทำตลาดสำหรับ SIMILE COSMETOLOGY เราจะเน้นการทำตลาดแบบปากต่อปาก ใช้ดีแล้วบอกต่อ เราเชื่อว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าพระเอกในกลุ่มสกินแคร์ หลังจากทดลองตลาดมาเป็นเวลา 5-6 เดือนสินค้าตัวนี้ได้รับการตอบรับที่ดีในเบื้องต้นเราวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่เดือนละ 500-1,000กล่อง


ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวด้วยว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ผลิตภัณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ความงามจากภายใน ประกอบด้วย D10 Plus, Snowy Powder, Refeat Power,Sweet Power ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง, D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น


เราเริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่ายจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Camdy, Seven Sweet CANDY, SevenSeed, C-Mix Gummy ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


เมลาเคลียร์ ทุ่มงบกว่า 40 ล้าน ตอกย้ำผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์กระจ่างใส


คุณดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ผลิตภัณฑ์


แบรนด์ เมลาเคลียร์ ภายใต้การบริหารและการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางขายตรงว่า เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับผิวหน้าของผู้หญิงที่ประสบปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส กลับใสดั่งปรารถนา


โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณภาพของสินค้า เมลาเคลียร์ ได้รับการพิสูจน์จนเห็นถึงผลลัพธ์ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ ส่งผลให้แบรนด์เมลาเคลียร์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำความเชี่ยวชาญด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย สามารถแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดอย่างปลอดภัย


สำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมลาเคลียร์ คนล่าสุดเราได้รับเกียรติจากคุณมาช่า วัฒนพานิช ซึ่งมีบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยภาพลักษณ์นี้ จะส่งผลให้แบรนด์ เมลาเคลียร์ มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยคุณมาช่าเอง ก็ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์เมลาเคลียร์ ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ ที่เรากล้าท้าพิสูจน์ผลลัพธ์นั่นเอง


สำหำรับภาพยนตร์โฆษณา เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ภายใต้ชื่อ Keep the Face นำแสดงโดย คุณมาช่า วัฒนพาณิช เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของบริษัท แอล แอนด์ อาร์ มีเดีย จำกัด ความยาว 30 วินาที ซึ่งได้กำหนดแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทุกช่องแล้ววันนี้ โดยแคมเปญชุดนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 40 ล้านบาท


คุณดนัย กล่าวด้วยว่า เมลาเคลียร์ ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อความกระจ่างใส ตอบโจทย์ผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่อง ฝ้า กระ จุดด่างดำ หมองคล้ำ ด้วยประสิทธิภาพจากสารสกัดและนวัตกรรมเพื่อนำสมสู่ผลลัพธ์ จึงส่งผลให้ เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ในใจสำหรับผู้หญิงไทยทั่วประเทศตลอดมา


ล่าสุด เราได้เปิดตัว เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ท้าพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงลงใน 11 วัน นี่ถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ของอาร์บูตินในระดับนาโน ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เข้มข้นถึง 2 เท่า พร้อมด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ดูแลกระบวนการสร้างเม็ดสีอย่างเป็นธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการใช้สินค้า คุณดนัย กล่าวปิดท้าย


นู สกิน สร้างปรากฎการณ์ เปิดภาพยนตร์โฆษณาเรื่องแรก


คุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า การเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคโดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภํณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรามาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก โดยมอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด นูสกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักโดยสะท้อนผ่านจุดขายเรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการล็อคอายุผิวให้คงความอ่อนเยาวว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ซึ่งสอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอ็จล็อคที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จและส่งเสริมยอดขาย บริษัทฯคาดการณ์ว่าหลังจากภาพยนตร์ชุดนี้ออกอากาศจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อแดละชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้น 50 %


แนวคิดของภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน ต้องการเน้นให้เดแบรนด์และชื่อสินค้าเป็นที่จดจำของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบ 360 องศา โดยแบ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบ Below the line ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ อีเว้นท์ การจัดประชุมสัมมนา และโปรแกรมโบนัสท่องเที่ยว และ Above the line จะเน้นการใช้สื่อ (Mass media) ที่หลากหลายขึ้น โดยจะใช้ภาพยนตร์โฆษณษชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ สื่อโทรมทัศน์ สิ่งพิมพ์และบิลบอร์ด เพื่อเป็นการแนะนำแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักในวงกกว้างและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกรูปแบบมากขึ้น


ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของ นู สกิน ประเทศไทยปี 2556 บริษัทฯ มีการวางแผนและแบ่งกลยุทธ์ออกเป็นด้านต่างๆๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจขององค์กร พร้อมเตรายมปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมเพื่อให้สอดรับกับภาพยนตร์โฆษณาและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงใช้กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่โดยเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity) เพื่อขยายฐานของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ทำธุรกิจให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ


โดยยังคงจุดยืนที่มุ่งเน้นการชูนวัตกรรมแห่งการชะลอวัยผ่านผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพภายใต้เทคโนโลยี


เอจล็อค เพื่อย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การต่อต้านความชรา ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯมีแผนเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เอจล็อค อารร์สแควร์ (AgeLocr2) และเอ็จล็อค ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์อัลตร้า (ageLOC TRU FACE ESSENCE ULTRA) เพื่อชิงผู้นำตลาดแอนไทเอจจิ้ง พร้อมทำการตลาดแนวรุกเพิ่มช่องทางการสื่อสาร Mass Communication ภายใต้แนวคิด Live Young, Fell Young เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป


เป้าหมายความสำเร็จ นู สกิน ประเทศไทยปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 20 % และมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ยืนยันได้จากตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงความท้าทายอีกขั้นที่จะทำให้นู สกิน ก้าวสู่ความสำเร็จพิชิตยอดขายที่ 5,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าตามที่ได้เคยประกาศไว้ โดยอาศัยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างกับคู่แข่งจำนวนผู้ทำธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนทิศทางการขยายฐานผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าในด้านธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมตามปณิธานที่มุ่งมั่นมาตลอด 15 ปี ในการให้ความช่วยเหลือองค์กรและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงให้ความช่วยเหลือการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กโรงพยาบาลราชวิถีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าปัจจัยบวกต่างๆ นี้จะส่งเสริมให้นู สกิน เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แน่นอน คุณภคพรรณ ระบุปิดท้าย





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.อินมาร์เก็ตติ้ง ฉบับที่ 166 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์ฉลองครบรอบการดำเนินการ มอบทุนการศึกษา 200,000 บาทอย่างต่อเนื่องมากว่า 9 ปี







DSC_0131_main (Mobile)


แอมเวย์ฉลองครบรอบการดำเนินการ มอบทุนการศึกษา 200,000 บาทอย่างต่อเนื่องมากว่า 9 ปี


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย แถวหลัง) มอบทุนการศึกษา 200,000 บาท แก่นักเรียนในโรงเรียนบริเวณใกล้เคียงสำนักงานใหญ่จำนวน 4 แห่ง ได้แก่โรงเรียนสุเหร่าวังใหญ่ โรงเรียนสุเหร่าหัวหมากน้อย โรงเรียนวัดศรีบุญเรือง และโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) เพื่อฉลองการดำเนินงานครบรอบปีที่ 26 และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย โดยได้มอบทุนให้อย่างต่อเนื่องมาแล้ว 9 ปี