ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

จับตาสินค้าเซ็กซ์ขายตรง ร้อนระอุลุกเป็นไฟหลายค่ายโดดชิงแชร์







mlm (Mobile)


ตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพชาย ร้อนระอุ!... ขายตรงโหมโรงเปิดศึกชิงแชร์ตลาด หลังพบปัจจุบันนี้ เรื่องเซ็กซ์คนเริ่มหันมาใส่ใจมากขึ้น ส่งผลให้ขายตรงบางค่ายหันมาจับกลุ่มสินค้าดังกล่าวมากขึ้น พร้อมชูจุดเด่นสินค้าอึด ทน นาน ตอบสนองความต้องการของท่านชาย...เผยวันนี้ พบการโฆษณาสินค้าปลุกเซ็กซ์ ลักษณะผิดกฎหมายผ่านสื่อต่างๆ เพียบ!..


เป็นอีกหนึ่งตลาดที่หลาย ๆ ค่ายใน ธุรกิจขายตรง ต่างหันหัวเรือรบโดดมาร่วมชิงแชร์ตลาดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ ตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพชาย ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ยุคนี้สมัยนี้การทำธุรกิจย่อมต้องหาความแตกต่างออกมาสู้ศึกในธุรกิจแทบจะทุก วิถีทาง อะไรที่มองว่าเป็นความต้องการของมนุษย์ ขึ้นชื่อว่า นักธุรกิจแล้ว ย่อมต้องทะเยอทะยานหามาให้ได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า


และยิ่งปัจจุบันนี้ ผู้ประกอบการ รายใดสามารถสรรหา นวัตกรรม ใหม่ ๆ ที่ โดนใจ และ กระตุ้นต่อมอยาก ของ ผู้บริโภค ได้จริงแบบทะลุปรุโปร่งแล้ว เชื่อว่า การทำธุรกิจย่อมไม่ใช่เรื่องยากเช่นเดียวกัน...แต่ทั้งนี้ สินค้าต้องดี และ มีคุณภาพ ด้วย อย่าออกผลิตภัณฑ์เพียงแค่ขายเท่านั้น แต่ควรใส่ใจถึงผลที่จะตามมา หรือผลกระทบต่อผู้บริโภคด้วย!!...


ขายตรง-ขายเซ็กซ์


ธุรกิจดาวรุ่งคนเครือข่าย


...หากพูดถึง บริษัทขายตรง ในปัจจุบันนี้ มีค่ายไหนบ้างที่มีสินค้าเกี่ยวกับ เซ็กซ์ หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความต้องการทางเพศ บอกได้เลยว่า แทบจะทุกค่าย เพราะ ธุรกิจขายตรง สินค้าอะไรที่ว่าดี ที่ว่าเด่น ผู้บริโภคต้องการ ล้วนมีหมด ซึ่งที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริโภคหลายต่อหลายคน รวมถึงผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยในธุรกิจ ต่างสรรหาสินค้าที่ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา เพื่อลดปัญหาการหย่าร้าง ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้กันแทบทั้งนั้น!...


ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมา มีบริษัทขายตรงจำนวนไม่น้อยที่ออกผลิตภัณฑ์เรื่องเซ็กซ์มาสู่มือผู้บริโภค ในหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ครีมทาเฉพาะส่วน หรือแม้กระทั่งชนิดน้ำ เพื่อเพิ่มความหลากหลายที่ผู้บริโภคต้องการ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า แม้กระทั่งในรูปแบบของกาแฟ ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศอีกด้วย


นั่นก็หมายความว่า ยุคนี้สมัยนี้ น่าจะมีผู้บริโภคหลายต่อหลายคนที่มีปัญหาในเรื่องของความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากขึ้นกว่าในช่วงอดีตที่ผ่านมา เพราะจากการสังเกตแล้วพบว่า มีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดหลายตัวที่ออกมาจะเกี่ยวกับเรื่องเพศเสียส่วนใหญ่ เพื่อต้องการสร้างสิ่งดึงดูดให้ผู้บริโภคที่ผ่านไป ผ่านมา และที่ได้พบเห็นนั้น เกิดต่อมอยากในการอยากที่จะทดลองสินค้า


เช่นเดียวกับใน ธุรกิจขายตรง ที่สินค้ากลุ่มพวกนี้ออกมาเมื่อไหร่ ต่างได้รับกระแสการตอบรับเฉกเช่นเดียวกัน แต่เพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งสินค้าที่เกี่ยวโยงไปถึงเรื่องเซ็กซ์ในวงการขายตรงนั้น อาจจะมีทั้งที่ใช้ได้ผล หรือ ใช่ไม่ได้ผล ก็เป็นไปได้ ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ที่ใช้นั้น ใช้ถูกวิธีหรือไม่ และผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน หรือว่า เพียงแค่หลอกขายกันก็เท่านั้นเอง


อย่างไรก็ตาม หากดูถึงสินค้ากลุ่มนี้ ใน ธุรกิจขายตรงแล้ว จะพบว่า สินค้ากลุ่มดังกล่าวอาจจะเป็นอีกหนึ่งไลน์สินค้า เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ แต่ในความหลากหลายของสินค้าที่นำมาขายนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพด้วย ยิ่งถ้าเป็นสินค้าเพียงเพื่อขาย และอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงแล้ว เชื่อว่า อนาคต ของค่าย ขายตรง ที่ขายสินค้าดังกล่าว คงจบไปด้วยเช่นกัน!!...


4ค่ายโชว์จุดขายสินค้าผู้ชาย


เสริมความต่างสินค้าเต็มแม็กซ์


...จะเห็นได้ว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ในตลาดขายตรงเริ่มที่จะเห็น ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพท่านชาย เข็นออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องใน ธุรกิจขายตรง เห็นได้อย่างค่ายขายตรงน้องใหม่อย่าง บริษัท ไทย-เฮลท์ จำกัด เอง ที่หลังจากส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพชาย วีเอ็ม พลัส ไปเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า ได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความครบเครื่องในการทำตลาดของค่ายนี้ก็เป็นได้ ที่มีทั้งสื่อวิทยุชุมชน เคเบิลทีวี รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นตัวโปรโมทสินค้า และสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคนั้นเอง ในขณะเดียวกัน การเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคได้ซื้อง่ายด้วยการผ่านทางร้านสะดวกซื้อ วัตสัน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควงกว้างได้มากยิ่งขึ้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ของค่ายนี้ก็เป็นได้


เช่นเดียวกับทางด้าน แม็กซ์ เฮลท์ตี้ ก็ได้เล็งเห็นถึงอัตราการเติบโตและความต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมสำหรับสุภาพบุรุษเช่นกัน ที่ล่าสุดก็ได้มีการส่ง ขีปนาวุธ ทางธุรกิจตัวใหม่ เพื่อหวังทะลุทะลวงใจสุภาพบุรุษที่มีปัญหาในเรื่องของสมรรถภาพทางเพศ ด้วยการเข็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่แกะกล่องอย่าง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สปาร์ตา สำหรับสุภาพบุรุษ มาร่วมชิงแชร์ตลาดในครั้งนี้ด้วย


โดยกลยุทธ์ในสร้างการรับรู้ของค่ายนี้ เชื่อว่าก็ไม่น่าที่จะผิดแปลกไปจากการที่สร้างกระแสของคอลลาเจนที่ค่ายนี้เคยทำตลาดจนโด่งดังเปรี้ยงปร้างมากนักนั่นก็คือ การใช้ในเรื่องของโปรโมชั่นเข้าช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างแรงเหวี่ยงของธุรกิจให้เกิด รวมถึงการโปรโมทผ่านทางสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ นั่นเอง


ที่สำคัญ ในการโปรโมทและการทำตลาดของผลิต ภัณฑ์อาหารเสริม สปาร์ตา ในครั้งนี้ ยังได้มีการดึงเอาดาราอย่าง อู๊ด เป็นต่อ มาร่วมดูแลในเรื่องของการทำตลาดในครั้งนี้อีกด้วย...ซึ่งขณะนี้ เริ่มพบว่า การทำตลาดของ สปาร์ตา เริ่มที่จะพบเห็นตามหน้าเว็บบ้างแล้ว ด้วยการใช้ดาราเป็นผู้ถือผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคนั่นเอง โดยผลิตภัณฑ์ตัวดังกล่าวนี้ ทางด้าน แม็กซ์ เฮลท์ตี้ ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 เดือนนับจากนี้ จะต้องมียอดขายอยู่ที่ 3 หมื่นกล่อง/เดือน


...แม้กระทั่งค่าย โดกุดามิ เอง ที่ทางผู้บริหารค่ายนี้ เคยปฏิเสธมาโดยตลอดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสำหรับท่านชายที่ไม่อยากที่จะนำมาขายในตลาดเครือข่าย เป็นอันต้องล้มเลิกแนวคิดดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยล่าสุดก็ได้มีการประกาศหันมาจับตลาดในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน


ซึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชายของ โดกุดามิ นั้น ทางค่ายนี้ ได้มีการนำเสนอจุดเด่นตรงที่ว่า มีส่วนผลิตของสมุนไพร 100% อาทิ ถั่งเฉ้า, พลูคาว, กระชายดำ และ โสม เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าว นอกจากจะช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างระบบหลอดเลือด และเสริมภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ให้กับท่านชายได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชายนั้น ทางผู้บริหารค่ายนี้บอกว่า น่าที่จะนำออกมาสู่ตลาดเครือข่ายในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองตลาด


เช่นเดียวกับทางค่าย ไอยรา แพลนเน็ต ก็เตรียมที่จะออกในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับท่านชายมาสู่ตลาดเครือข่ายเช่นเดียวกัน โดยผลิตภัณฑ์มีชื่อว่า ขุนแผน ชนิดแคปซูล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองตลาดอยู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางด้านค่ายนี้ ได้มีการออกสินค้าในลักษณะดังกล่าวไปแล้ว โดยเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่ชื่อ กาแฟปรุงสำเร็จ วีซ่า VisA Coffee...สูตรสำหรับท่านชาย ซึ่งค่ายนี้บอกว่า ถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมากทีเดียว ก็ต้องมาดูกันว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ชื่อว่า ขุนแผน จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของท่านชายได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป


ซึ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของค่ายขายตรงที่ขอหยิบยกมา และเชื่อว่า ณ เวลานี้ คงมีอีกหลาย ๆ ค่าย ก็น่าที่จะมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย ลงมาร่วมชิงแชร์ตลาดด้วยเช่นกันอย่างแน่นอน!!


คุมเข้มสินค้าอวดสรรพคุณ


พบเยอะตามสื่อหลายรูปแบบ


...จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ สินค้าผู้ชายเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งในเรื่องของการทำการตลาด รวมถึงการสื่อสารของตัวผู้ประกอบการต่อผู้บริโภคเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า การโฆษณาสินค้าผู้ชายที่อวดอ้างสรรพ คุณเกินจริงนั้น ค่อนข้างที่จะระบาดหนักอย่างมากในตลาดเมืองไทย โดยเฉพาะในสื่อของเคเบิลทีวีเองก็ตามที ที่พบว่า มีหลายช่องด้วยกัน ที่มีการนำเอาสินค้าสำหรับผู้ชายมาโฆษณากันอย่างโจ่งแจ้งกันเลยทีเดียว


นับว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบวงกว้าง ต่อผู้บริโภคโดยตรงอย่างมาก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ อย., สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทำข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาดังกล่าวบ้างแล้ว


เห็นได้อย่างล่าสุด ทาง กสทช. เอง ยังต้องการมอนิ เตอร์การโฆษณาและออกอากาศในทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภค โดยจะเริ่มใช้กับทีวีดาวเทียมและช่องเคเบิลก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงหาข้อสรุปว่าจะซื้อเครื่องมอนิเตอร์เอง หรือจ้างคนนอกมาดูแล


ในขณะเดียวกัน ทางด้าน อย. เอง ยังได้มีการขอความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ พร้อมกับมีแผนที่จะปรับแก้กฎหมาย 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยา ได้แก่ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.ยา 2510 และ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 โดยเพิ่มโทษปรับสำหรับผู้ประกอบการที่โฆษณาเกินจริง และไม่ได้รับ อนุญาตจาก อย. จากเดิม 5,000 บาท เป็นไม่เกิน 500,000 บาท หากมีการออกอากาศต่อหลังโดนสั่งระงับ จะมีการปรับรายวันไม่เกิน 1,000 บาท


ที่สำคัญ ยังพบอีกว่า ในปัจจุบันนี้ ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ยาที่นำมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศจำนวนมากทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งการโฆษณาดังกล่าว จัดเป็นการโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นยาบำรุงกาม โดยในช่วงที่ผ่านมา ทาง อย. เอง ได้เคยมีการประกาศออกไปว่า ไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาที่มีข้อบ่งใช้เป็นยาปลุกเซ็กซ์ หรือเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรือยาบำรุงกาม แต่อย่างใด


นอกจากนี้ หากย้อนไปดูถึงข่าวคราวในช่วงที่ผ่านมา ตามหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณผลิตภัณฑ์ที่เสริมเสน่ห์ ทางเพศของท่านชาย พบว่า มีสินค้าบางตัวที่ทางสำนักงานควบคุมอาหารและยา หรือ อย.นั้นสั่งห้ามจำหน่ายไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่มีสารปลุกเซ็กซ์, กระบอกสูญญา กาศสำหรับท่านชาย รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางตัวที่ช่วยกระตุ้นเรื่องเพศ เป็นต้น


ทั้งนี้ หากดูถึงความเป็นจริงแล้ว ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเซ็กซ์ อาจจะมีผลช่วยในเรื่องของเพศก็จริง ซึ่งอาจจะเห็นผลเพียงแค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้น ส่วนในระยะยาวไม่มีใครรู้ได้ว่า จะเกิดผลข้างเคียงเช่นไรบ้าง โดยเรื่องนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละท่านว่าจะเลือกซื้อกินซื้อใช้หรือไม่


...เรียกได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ส่อเค้าเรื่องของเซ็กซ์ในวงการขายตรง ถึงแม้ว่า อาจจะไม่ดังเปรี้ยงปร้างเหมือนกับผลิต ภัณฑ์อื่น ๆ ที่ดังในธุรกิจขายตรง แต่เชื่อว่า หากค่ายไหนที่มีสินค้ากลุ่มนี้ดี และมีคุณภาพ น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองด้วยเช่นกัน สำหรับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะท่านชาย แม้กระทั่งบริษัทขายตรงน้องใหม่ที่เกิดขึ้นใหม่หลาย ๆ ค่าย ก็ยังมีสินค้าประเภทนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า กลุ่มสินค้าพวกนี้เริ่มที่จะมีความจำเป็น สำหรับผู้บริโภคอีกหลาย ๆ คน เลยก็ว่าได้!!...แต่ในขณะเดียวกัน การโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณที่เกินจริงทางสื่อต่าง ๆ ก็ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน





Credit By : http://www.taladvikrao.com/

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : ไอยรา18เดือนระเบิดความแรงแจ๋ว! สร้างขุนพลทั่วภูมิภาคตอกย้ำธุรกิจดาวรุ่ง







Capture (Mobile)


ขายตรงน้องใหม่ ไอยรา แพลนเน็ต แรงกระหึ่มเกินพิกัด!...ตอกย้ำความแรงธุรกิจ 18 เดือน ฉายภาพธุรกิจสวยเกินคาด...ล่าสุดจัดงาน The Aiyara ครั้งที่ 3 สานพลังไอยรา...พร้อมประกาศเสริมจุดแข็งธุรกิจทุกรูปแบบทั้ง เซ็นเตอร์-ห้องแล็บ-ระบบไอที..แย้มผลิตภัณฑ์ อินมูร่า สารสกัดเซซามินจากงาดำ ยังเป็นสินค้าหัวหอกที่สำคัญในการทำธุรกิจ...ลั่น!ยอดขายสิ้นปีขอแตะ 300 ล้าน พร้อมยอดสมาชิก 6 หมื่นรหัส


...ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า เครือข่ายขายตรงในหลาย ๆ ค่าย ทั้ง เล็ก-กลาง-ใหญ่ ต่างออกอาวุธแบบครบเครื่องเพื่อหมายที่จะช่วงชิงความเหนือชั้นทางธุรกิจกันอย่างอึกทึกครึกโครมกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ หากใครที่ เจ๋งกว่า หรือ แน่กว่า ก็สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ใน สมรภูมิรบขายตรง ได้อย่างราชสีห์นั่นเอง!!


ในขณะเดียวกัน ธุรกิจขายตรง เรื่องของชั้นเชิงทางธุรกิจ บวกกับความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญ กึ๋น ของ ผู้บริหาร ในการมองการณ์ไกล ก็มีส่วนสำคัญยิ่งในการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เพราะหากทุกอย่างพร้อมองค์กรก็จะพร้อมที่จะขับเคลื่อนตามแรงเหวี่ยงของธุรกิจที่มีด้วยเช่นกัน...เห็นได้อย่าง ธุรกิจขายตรงพันธุ์แท้น้องใหม่ที่ชื่อ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด กับการก้าวสู่ธุรกิจขายตรงเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น ก็เริ่มที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจคนเครือข่ายได้บ้างแล้ว!!...


18เดือนเดินเกมทั่วภูมิภาค


สานฝันธุรกิจด้วยธุรกิจสีขาว


...จะเห็นได้ว่า ความสำเร็จของ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ในช่วงตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะโชคชะตาช่วยแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะการวางหมากทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมของแม่ทัพที่ชื่อ ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ/กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด นั่นเอง!...ที่เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง กูรู คนสำคัญในการบัญชาทัพหน้าของธุรกิจไอยราให้สามารถขับเคลื่อนจนมาถึงปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้...


ที่สำคัญ ไอยรา ถือเป็นขายตรงน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ก็สามารถทำให้หลาย ๆ คน ในธุรกิจเครือข่ายต่างจับจ้องมองแบบไม่กะพริบตากันเลย...ซึ่งตรงนี้แหล่ะ คือ เรื่องแปลกที่ว่า ทำไมสายตาหลายคู่ถึงจ้องมองค่ายนี้เสียเหลือเกิน คงต้องบอกว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกัน การลงกรำศึกในสนามขายตรงแบบ ถึงลูก ถึงคน ในทุกพื้นที่ของผู้บริหารที่ชื่อ ดร.กัมปนาท นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสู้ศึกขายตรงที่เฉียบคม และเข้าใจถึงความต้องการของสมาชิกและผู้ที่ต้องการทำธุรกิจนั่นเอง...!!!


...ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ค่าย ไอยรา เอง ก็ได้มีการจัดงาน The Aiyara ครั้งที่ 3 ขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจ โดยภายในงานยังได้มีการประดับเข็มเชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จในธุรกิจในตำแหน่ง Gold Star จำนวน 150 ท่าน มอบเช็คแก่นักธุรกิจเงินแสน จำนวน 50 ท่าน พร้อมกับการเปิดหอเกียรติยศสโมสร AMRT พิธีมอบเข็มคุณวุฒิ AMRT และมอบเช็คแก่นักธุรกิจเงินล้านรหัสใหม่ จำนวน 4 ท่านอีกด้วย...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องส่งสัญญาณให้คนเครือข่ายได้ทราบว่าวันนี้เครือข่ายน้องใหม่ดาวรุ่งอย่าง ไอยรา ถือเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคนี้นั่นเอง


ทั้งนี้ หากมองถึงยุทธศาสตร์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ไอยรา ให้เติบโตอย่างเกรียงไกรในช่วงที่ผ่านมานั้น...ทางด้าน ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ/กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ได้เผยว่า สิ่งที่สำคัญของการทำธุรกิจของไอยราให้เติบโตได้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงพื้นที่ตามภูมิภาคต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการอบรม ติวเข้มนักธุรกิจอยู่ตลอดเวลา


ที่สำคัญ อีกหนึ่งความสำเร็จของธุรกิจไอยรา ก็คือ ความรักความผูกพันกันภายในองค์กร พร้อมกับการที่ผู้นำทุกคนนั้น อยากที่จะเห็นธุรกิจไอยราเป็นบริษัทต้นแบบในเรื่องของการทำธุรกิจขายตรงสีขาว และต้องการเติบโตอย่างมั่นคง ในขณะเดียวกัน ในเรื่องของสินค้าที่มีความโดดเด่นนั่นคือ ผลิตภัณฑ์ อินมูร่า สารสกัดเซซามินจากงาดำ ถือเป็นสินค้าเรือธงรบในการขับเคลื่อนธุรกิจอีกด้วย


ดันกิจกรรมบ้านไอยราต่อยอด


เสริมแรงเหวี่ยงสู่เป้า300ล.สิ้นปี


...จะเห็นได้ว่า ยุทธ ศาสตร์ความสำเร็จของค่าย ไอยรา นั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการผนึกกำลังของผู้นำและผู้บริหาร เพื่อให้เกิดแรงศรัทธรา ด้วยกิจกรรมเชื่อมสายสัมพันธ์นั่นเอง!!..และล่าสุดทาง ไอยรา ก็ได้เสริมอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจเข้าไปนั่นคือ เซ็นเตอร์ ที่ได้ใช้ชื่อว่า บ้านไอยรา โดยจะเป็นการจัดกิจกรรมที่เรียกว่ารายวัน เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานของเหล่าผู้นำและสมาชิกทั้งใหม่และเก่า โดยผู้นำจะเป็นผู้ที่บริหารงานตรงนี้เอง ซึ่งยุทธ ศาสตร์ตรงนี้นั้น ทางบริษัทฯ ต้องการสื่อให้กับผู้นำทุกคนได้ทราบว่าเป็นสิ่งที่ผู้นำควรจะต้องทำและถือเป็นหน้าที่ด้วย


สิ่งที่ไอยรา จะต้องทำนับจากนี้ต่อไป คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่น พร้อมกับให้คนที่กำลังมองหาธุรกิจได้ทราบว่าธุรกิจไอยรานั้น มีโอกาสและมีความแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทางบริษัทฯ ต้องทำ เห็นได้จากการจัดงาน The Aiyara ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นความฮึกเหิมในการทำธุรกิจของนักธุรกิจไอยรา และสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจนั่นเอง


ดร.กัมปนาท เสริมต่อว่า สิ่งที่จะเข้ามาเสริมความเชื่อมั่นของธุรกิจไอยรา และความน่าเชื่อถือในเรื่องของสินค้านั่นก็คือ ในปีหน้าบริษัทฯ จะสร้างห้องแล็บที่เป็นงานวิจัยโดยเฉพาะ โดยต้องการที่จะให้ผลิตภัณฑ์เซซามิน เป็นงานวิจัยที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย


ปัจจุบันนี้ ไอยรา มีสินค้าทั้งหมด 5 กลุ่มด้วยกัน ประกอบด้วย 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความสวย ความงาม 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วน ลดความอ้วน 4. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร และ 5. กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องบำรุงสุขภาพ...โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ อินมูร่า สารสกัดเซซามินจากงาดำ มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70% ด้วยกัน


สำหรับเป้าหมายยอดขายของบริษัทฯ ในสิ้นปีนี้นั้น ทางไอยราตั้งเป้าไว้ที่ 300 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้ามีสมาชิกสิ้นปีนี้อยู่ที่ 6 หมื่นรหัส จากปัจจุบันที่มีสมาชิกอยู่ที่ 53,000 รหัส


ดร.กัมปนาท เสริมต่ออีกว่า เป้าหมายในอนาคตของไอยรานั้น ต้องบอกว่า วันนี้หากธุรกิจดี เชื่อว่าในอนาคตธุรกิจก็น่าที่จะสดใสอย่างแน่นอน โดยหลังจากที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 18 เดือน พบว่าธุรกิจเติบโตเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ในอนาคตนับจากนี้ บริษัทฯ ต้องการอยากเห็นสินค้าของไอยราไปถึงคนไทยทั้ง 60 ล้านคน และอยากที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่าง อินมูร่า สารสกัดเซซามินจากงาดำ ที่เป็นงานวิจัยของคนไทยจริง ๆ ให้คนไทยได้รู้จัก รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจด้วยการสร้างห้องแล็บที่เป็นงานวิจัยของบริษัทฯ เอง และการเพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของการจัดฝึกอบรม พร้อมกับการเพิ่มเครื่องมือในการทำธุรกิจด้วยระบบไอที เป็นต้น


นับได้ว่า เครือข่ายขายตรงน้องใหม่ที่ชื่อ ไอยรา ที่เพิ่งระเบิดความแรงได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น จะสามารถฉายภาพรวมยิ่งใหญ่ได้มากมายขนาดนี้ เห็นได้จาก การจัดงานแต่ละครั้งของค่ายนี้ มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ยุทธศาสตร์ที่พร้อมรบทุกพื้นที่ของ ดร.กัมปนาท ที่ได้ประกาศไว้ว่า พร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจทุกรูปแบบ ทั้งในเรื่องของการจัดประชุม การสร้างห้องแล็บวิจัยสินค้า รวมถึงการจัดตั้งสโมสร ก็น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงเสริมดันยอดขายสู่ 300 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ด้วยเช่นกัน!!...











Credit By : http://www.taladvikrao.com/

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : ยูนิลีเวอร์ดันไทยสู่ฮับขายตรง







ภาพข่าว 2 (Mobile)

 


อาวียองซ์ เปลี่ยนชื่อเป็น ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ครองรับการเติบโตของธุรกิจขายตรง แตกไลน์อาหารเสริม โฮมแคร์ และผลิตภัณฑ์เพื่อช่องปาก ตั้งไทยเป็นฮับ บุกตลาดต่างประเทศ


นายบาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและอินโดจีน เปิดเผยว่า จากการที่ยูนิลีเวอร์เปิดธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี พบว่าธุรกิจมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตอย่างสูงสุด บริษัทจึงมีการเปลี่ยนชื่อจาก อาวียองซ์ มาเป็น ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค โดยเริ่มใช้ชื่อใหม่ในไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2556 ทั้งนี้การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวมีเหตุผลหลักๆ 3 ประการคือ 1.ต้องการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2.ความรักและไว้ใจในผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ และ 3.การเติบโตไปสู่ตลาดต่างประเทศ


"ถึงเวลาที่เราจะปลดล็อกศักยภาพไปสู่ความสูงสุด ตั้งแต่เราเปิดตัวมาเราเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว ผม และความงาม มีนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเราเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม แต่เรายังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม ทำให้ใช้คำว่า ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เพื่อให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์อื่นด้วย สองคือ ความมีชื่อเสียงของบริษัท ยูนิลีเวอร์ จะทำให้ศักยภาพในการเติบโตขึ้นโดย 90 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย รักและไว้ใจแบรนด์ของยูนิลีเวอร์ ที่อยู่ในเมืองไทยมา 80 ปี เป็นจุดตอกย้ำ สามคือเรากำลังขยายไปต่างประเทศ ยูนิลีเวอร์ มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอยู่แล้ว ทำให้การสื่อสารกับคนทั่วโลกเป็นไปในแนวทางเดียวกันที่ง่ายขึ้น"


ด้าน น.ส.สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า ภายใต้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จะมีสินค้าแบรนด์อาวียองซ์ ซึ่งเกี่ยวกับความงาม และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์ ไวทัลลิตี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนใช้ชื่อแบรนด์ ลีเวอร์โฮม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก คือ ไอ-เฟรช


"ด้วยศักยภาพที่สูงมากของการเติบโต ในประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมาก พอเราเริ่มปูไลน์เสริมอาหารออกมา เป็นโอกาสอีกมาก แล้วต่างประเทศ ความเป็นยูนิลีเวอร์ ได้เปรียบ ไปเปิดประเทศไหน ชื่อเสียงไปรอไว้ก่อนแล้ว ไปไหนไม่ว่าจะติดต่ออะไร เราติดต่อได้ง่าย ทุกครั้งที่ยื่นนามบัตรเขาภูมิใจ ลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไปได้ ความพร้อมเรามีสูง บางที่ต่างประเทศที่จะไปเปิดขายตรงต้องไปตั้งโรงงานด้วย เราจึงมีความได้เปรียบ เพราะยูนิลีเวอร์ค้าปลีกเขาไปตั้งไว้แล้ว เวลาเราเข้าไป รู้ได้ทันทีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง สิ่งที่เราทำคือ สินค้าใหม่ๆ จะเหมาะกับทุกประเทศที่เราเปิดไหม"


น.ส.สุชาดา กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากนโยบายของบริษัทแม่คือการเติบโตเป็นสองเท่า และประเทศไทยก็ถูกเลือกให้เป็นเฮดออฟฟิศของยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เร่งขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น เพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า โอกาสการเติบโตที่ดีคือ จากแผนการตอบแทน จุดเด่นคือการเลือกโมเดลที่ดีที่สุด นั่นคือสมัครรหัสเดียว แต่ทำธุรกิจได้ทั่วโลก เป็คนที่ไหนสมัครที่นั่นแต่ทำได้ทุกประเทศ เวลาคำนวณคอมมิชชั่น เวลาขึ้นตำแหน่ง ทำคุณสมบัติครั้งเดียว ขึ้นตำแหน่งไปเรื่อยๆ ปัจจุบันเมืองไทยมีสมาชิก 5 แสนราย และหากรวมกับกัมพูชา และมาเลเซีย จะมีสมาชิก 5.2 แสนราย









 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

ข่าวไทยเฮลท์ (Thai Health) : "ไทยเฮลท์" เปิดตัวลุย MLM เต็มสูบ ชักธงไบนารี่/ปีแรกอัดงบ 50 ล.ขย่มตลาด







1236323_365004510301045_1909520974_n (Mobile)


"ไทยเฮลท์ กรุ๊ป" จัดการปลุกเสกบริษัทใหม่ นาม "ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล" เดินหน้าทำธุรกิจ MLM เต็มตัว ขึงธง "ไบนารี่" เป็นแผนจ่าย ชี้เตรียมความพร้อมมานาน สินค้าติดตลาด วางงบ 50 ล้านบาท ลุยสื่อทุกช่องทาง คาดปี 57 ฟันยอดขาย 500 ล้านบาท สมาชิกแตะ 2 หมื่นรหัส


นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ "ไทยเฮลท์ กรุ๊ป" ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจรูปแบบขายตรงลูกผสมสื่อ โดยมีสินค้าที่ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ มีช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึง ผู้บริโภคได้โดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายวิทยุหลักและวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ พร้อมด้วยรายการโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมอีก 2 รายการ ทั้งมีทีมงานและ ตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่ง


"การที่เปลี่ยนจากการขายปลีกมาทำธุรกิจ MLM อย่างเต็มตัว เพื่อต้องการให้สมาชิกสามารถทำธุรกิจและรับรายได้ ไม่ใช่ให้สมาชิกเน้นขายของอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนสมาชิกรายใดที่ต้องการเปิดช็อป จำหน่ายสินค้าเอง ก็สามารถทำได้เลย แต่ต้องเป็นสมาชิกกับบริษัท อย่างน้อยเกิน 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากต้องการความมั่นใจว่าจะทำธุรกิจได้ยั่งยืน"


สำหรับการเปิดตัวของไทยเฮลท์ อินเตอร์ฯ เป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของไทยเฮลท์ กรุ๊ป ให้ครอบคลุม และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อในเครือ ร้านค้าในรูปแบบแฟรนไชส์ และตัวแทนจำหน่าย โดยไทยเฮลท์ อินเตอร์ฯ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกเป็นตัวแทนจำหน่าย มีรายได้กลับมาโดยลงทุนต่ำ แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ภายใต้การบริหารงานของไทยเฮลท์ กรุ๊ป ดังนั้น บริษัท ไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นในรูปแบบธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น (Multi-Level Marketing-MLM) ภายใต้ ระบบการตลาดแบบไบนารี่


ทั้งนี้ บริษัทกำลังดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปี ที่ 4 โดยมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าจากบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ได้แก่ น้ำเห็ดสกัดรวมสูตร ผสมน้ำผึ้ง ตรามัชรูมพลัส อาหารเสริมเพื่อ ผู้ชาย วีเอ็ม พลัส อาหารเสริมเพื่อผู้หญิง ซ้อเจ็ดเซ็ตคัพ เครื่องดื่มฟังก์ชั่นดริงก์ ตรา ว๊าก ผลิตภัณฑ์น้ำมันจมูกข้าวผสมน้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าวสาลี ยูนิไรซ์ และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก รีราล่า เป็นต้น โดยบริษัทวางแผนเพิ่มสินค้า ในกลุ่มความงามและดูแลรูปร่างในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม


"พันธ์ยศ" กล่าวต่อว่า ในปี 2557 บริษัทคาดว่า จะสร้างยอดขายได้เกิน 500 ล้านบาท ส่วนสมาชิกจะต้องไม่ต่ำกว่า 20,000 รหัสขึ้นไป บริษัทได้พยายามผลักดัน ให้สมาชิกเก่งๆ ก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดผู้นำ เพื่อพัฒนาองค์การให้มีศักยภาพที่ยั่งยืน โดยกลยุทธ์ทางการตลาดนั้น บริษัทจะเน้นทำโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาตลอด


นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ฟรีทีวี, เคเบิลทีวี, หนังสือพิมพ์, วิทยุ และยังเตรียมโฆษณาผ่านระบบคมนาคม อย่างรถเมล์ ที่จะใช้กว่า 60 คัน วิ่งรอบกรุงเทพฯ โดยทั้งหมดจะเริ่มกิจกรรมทางการตลาดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2556


"บริษัทมีทั้งสื่อหลักอย่างวิทยุชุมชนที่มีเครือข่ายวิทยุชุมชนมากกว่า 200 สถานีทั่วทุกภูมิภาค พร้อมกับโทรทัศน์ดาวเทียมที่ชื่อสวัสดีทีวี ในระบบ C-BAND (จานดำ) ช่อง 62 และระบบ KU-BAND (จานเหลือง) ช่อง 22 ก็เป็น อีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ทุกแบรนด์ภายใต้ร่มเงาของไทยเฮลท์เป็นที่รู้จักและแพร่หลาย อย่างรวดเร็ว"


อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะมีผู้เข้า ร่วมธุรกิจหลังจากเปิดตัวภายในปี 2556 มากกว่า 10,000 คน ผ่านการขยายเครือข่ายของแม่ทีม และช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยไทยเฮลท์ กรุ๊ป ได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และเป็นครั้งแรกที่จะลงโฆษณา ผ่านฟรีทีวี เพิ่มการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภค และ ผู้ทำธุรกิจ และวางระบบบริษัทเตรียมรองรับการทำธุรกิจได้ทุกประเทศทั่วโลก พร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)






Credit By : http://www.siamturakij.com/

ค่ายเล็กฮึดสู้! ชิงคนดูเทงบปั้นแบรนด์ผ่านสื่อทีวี...







Business (Mobile)


กลุ่มบริษัทขายตรงแห่ทุ่มทุนทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทีวี "สตาร์ ซันไชน์" ระดมสมองหารายการรูปแบบใหม่ ดึงเรตติ้ง ช่องดาวเทียมของตัวเอง ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" ควักงบ 20 ล้าน บาท โฆษณาสินค้าบนหน้าจอฟรีทีวี พร้อมดึง "เขาทราย แกแล็คซี่" เป็นพรีเซ็นเตอร์ ส่วน "เอเชีย สุพรีม" ไม่น้อยหน้า ผุดอินเตอร์เน็ต ทีวี เผยแพร่ข่าวสารของบริษัท หวังให้เข้าถึงคนทุกพื้นที่


ยังไงก็ยังเป็นสื่อทีวี ที่ยังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภค แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีด้านสื่อจะพัฒนาไปไกล การเข้าถึงข่าวสาร ของผู้บริโภคสามารถรับได้จากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ดูเหมือน ว่าทีวี ก็ยังเป็นสื่ออันดับหนึ่งในการเข้าถึงข่าวสารของผู้บริโภค ซึ่ง ในส่วนนี้ เหมือนว่ากลุ่มผู้ประกอบการขายตรงก็ทราบดี โดยกลุ่ม บริษัทขายตรงต่างพยายามสร้างการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแขนงนี้ แม้แต่บริษัทขายตรงขนาดเล็กก็พร้อมที่จะทุ่มทุนก้อนโต เพื่อสร้าง แบรนด์ผ่านสื่อชนิดนี้ โดยหวังให้บริษัทเป็นที่จดจำของผู้บริโภค "สตาร์ ซันไชน์" ดันรายการใหม่ ชักเรตติ้งช่อง


นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้วางแผนและปรับแนวคิดใหม่ กับการบริหารงาน ที่ใช้สื่อทีวีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการขยายและ บุกตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยให้ความสำคัญกับสื่อทีวี Ping Channel (PSI 61) และ Hero Channel (PSI 131) 2 ช่องรายการทีวีดาวเทียมของบริษัท ซึ่งได้มีการพัฒนาช่องให้สังคมและบุคคลทั่วไปได้รู้จักช่องมากขึ้น โดยมีการผลักดันรูปแบบช่อง ไปในแนวทางของฟรีทีวี


ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาด ทางบริษัทได้ร่วมกับดาราสาวสวย มากด้วย ความสามารถ อย่าง วรรณษา ทองวิเศษŽ ได้ร่วมกันคิดผลิตรายการทีวีรูปแบบใหม่สำหรับช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมขึ้นมา ซึ่งรายการนั้นจะต้องสร้างความบันเทิง ความแปลกใหม่ และก็ยังต้องช่วยส่งเสริมการตลาด และขยายองค์กรของบริษัท ควบคู่กันไปด้วย


"ถือเป็นมิติใหม่ในแขนงโทรทัศน์ขายตรง เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครจะทำ รายการในรูปแบบนี้ บริษัทกำลังพัฒนาโทรทัศน์ดาวเทียมให้เป็นในแบบฟรีทีวีเพื่อรองรับเออีซีในอีก 2 ข้างหน้าที่จะมาถึง เนื่องจากสินค้าของบริษัทจะได้ลิขสิทธิ์ในการทำตลาดอาเซียนด้วย จึงถือเป็นความแปลกใหม่ในวงการขายตรง"


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พิจารณาอย่าง ถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง จึงได้อนุมัติและให้การสนับสนุนในการผลิตรายการนี้ขึ้นภายใต้การดูแลและประสานงานการผลิตโดยโรแมนซ์ และถ่ายทำ รายการ โดย Ping Channel ซึ่งรายการนี้มีชื่อว่า รายการ "ปะ ฉะ ดะ" ออกอากาศ ทางช่อง Ping Channel (PSI 61)


ประธาน "สตาร์ ซันไชน์" กล่าวต่อไปว่า บริษัทมุ่งทำตลาดผ่านวิทยุชุมชนและ ทางช่องทีวีดาวเทียม ที่ทำมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่เห็นผล โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนสร้างออฟฟิศใหม่ ทำห้องสตูถ่ายทำรายการต่างๆ รวมทั้ง ซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel เป็นของตัวเอง นอกจากนี้ยังซื้อเวลาของสถานีอื่นอีก 10 ช่อง เพื่อ โปรโมตสินค้าให้ประชาชนได้เห็นอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งตลอด 2-3 ปีที่มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้ก็เป็นผลดีต่อตัวแทนจำหน่ายขายสินค้าได้มากขึ้น


"ดี เน็ทเวิร์ค" ทุ่ม 20 ล.โฆษณาฟรีทีวี


นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินค้าหลัก 4 ตัวของทางบริษัทติดตลาดเป็นที่รู้จักของคนหมู่มากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโกเรจินส์, ดี เบรม, ดี คอนเทค และ D10 หลังจากนี้ทางบริษัทต้องการสร้าง แบรนด์สินค้าใหม่ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ 5 ให้ติดตลาด โดยทางบริษัทโฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ "บานเย็น รากขาว"


วิธีการโปรโมตผลิตภัณฑ์ "บานเย็น รากขาว" ทางบริษัทจะใช้การประชาสัมพันธ์ ผ่านทางฟรีทีวี จะเริ่มต้นโปรโมตที่ช่อง 5 เวลา 05.00-05.30 น. ทุกวันพุทธผ่านรายการเกษตรไทยน่ารู้ เราซื้อเวลาเพื่อโปรโมตในรายการจะมีการสัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การใช้สินค้าบานเย็นกับเกษตรกร และเรายังมีสปอตโฆษณาขั้นรายการความยาว 30 วินาที โดยมีการว่าจ้างคุณปิยะ ตระกูลราษฎร์ ที่ยังไม่ติดสัญญากับค่ายปุ๋ยค่ายใด การที่เราเลือกคุณปิยะ เนื่องจากเรามองการณ์ไกล โดยเราจะนำเอาผลิตภัณฑ์บายเย็นรากขาวไป ประชาสัมพันธ์ในรายการมวยอัศวินดำทาง ช่อง 9


นอกเหนือจากการโปรโมตผลิตภัณฑ์ บานเย็นแล้ว ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอตโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์โกเรจิ้นส์ด้วย โดยจะออกอากาศผ่านทางฟรีทีวี โดยมีการ เซ็นสัญญากับ "เขาทราย แกเลคซี่" ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโปรโมต สินค้าโกเรจิ้นส์


"โดยสปอตโฆษณาชุดนี้ เราจะนำไป โปรโมตทางรายการเกษตรไทยน่ารู้ทางช่อง 5 และยังเอาสปอตโฆษณาโกเรจินส์นำไปโฆษณาผ่านรายการมวยศึกอัศวินดำทางช่อง 9 และเราอยากให้สินค้าของเราติดหูประชาชนมากขึ้น เราจึงจะมอบรางวัลพิเศษ ให้กับนักมวยที่มีพลังอึดชกเดินหน้าไม่หยุด ในรอบเดินเราจะคัดเอานักมวยพันธุ์ดุ โกเรจิ้นส์ พลังโสม และผมเชื่อว่าเวลาหลังจากนี้ 1 ปี ทั้งบานเย็นและโกเรจิ้นส์จะเป็นแบรนด์ที่ติดหูคนไทย"


สาคร กล่าวต่อไปว่า นั่นคือสเต็ปแรก สเต็ปต่อไป ทางบริษัทจะขยับไปช่อง 7 โดย ทาง ดี เน็ทเวิร์ค พร้อมเข้าไปสนับสนุนในปัจจุบันทางบริษัทได้ทำการจองไว้แล้วล่วงหน้า โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จะถึงคิวของ ดี เน็ทเวิร์ค และมีการจองรายการมวย ช่อง 3 และรายการเกษตรช่อง 11 เป็นแผน ในก้าวต่อไป ในสเต็ปแรกนี้ทางบริษัททุ่มงบ ไปกว่า 20 ล้านบาทในการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักใน วงกว้าง


"เอเชีย สุพรีม" ผุดอินเตอร์เน็ต ทีวี แจ้งเกิดแบรนด์


อ.สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด "ในช่วงครึ่งปีแรกที่บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่ เน้นใช้โปรโมชั่นท่องที่ยวล่อใจ จัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทาง เพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้น โดย สิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว"


"ผมคิดว่า บริษัทกำลังเติบโตไปในทางที่ดี สิ่งที่กำลังทำต่อไปในอนาคต คือจะ มีศูนย์ขยายงานให้สมาชิกไว้ใช้ทั่วประเทศ ที่นี่จะคอยกระจายเครือข่ายในระดับรากหญ้า และไปถึงคนชนชั้นกลาง รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจ และตอนนี้บริษัทก็ได้มีผู้นำเก่งๆ หลายคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างตลาด ออกไปให้ยั่งยืน"


นอกจากนี้ อีกอย่างที่บริษัทจะทำในช่วงท้ายปี คือ อินเตอร์เน็ต ทีวี หรือจะเรียกว่า "IPTV" เอาไว้สื่อสารตรงกับสมาชิกที่อยู่ทุกหนทุกแห่งได้ โดยเครื่องมือตัวนี้จะช่วยแจ้งข่าวสารให้ทราบรวดเร็ว ไม่ว่าจะคอยแจ้งกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้องค์กรมีความมั่นคงและแข็งแรง ต่อเนื่อง












Credit By : http://www.siamturakij.com/

ธุรกิจเครือข่าย...เทรนด์แห่งอนาคต







s_handshake1 (Mobile)


เป็นที่น่าจับตามองว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างก็ปรารถนาที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ทั้งกลุ่มคนชาย-หญิงที่มีงานประจำอยู่แล้ว แม่บ้าน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในวัยปลดเกษียณไปแล้วก็ตาม คนเหล่านี้ต่างมีความฝัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถก้าวไปสู่ฝั่งฝันได้ อาจจะเป็น เพราะด้วยเหตุผลทางด้านการเงิน การสนับสนุน หรือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่คุณทราบไหมคะว่ายังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถตอบสนองความฝันของคนเหล่านี้ได้ ด้วยโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด แถมยังไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย มีเครื่องมือสนับสนุนการทำธุรกิจครบครัน และที่สำคัญยังสร้าง ความมั่นคงทางด้านรายได้อีกด้วย ซึ่งนั่นก็คือธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเครือข่ายนั่นเอง


และเพราะโอกาสที่สามารถทำให้คนกลายเป็นเจ้าของ ธุรกิจและสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคงนี่เอง ที่ทำให้ธุรกิจเครือข่ายกลายเป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน และถือเป็นเทรนด์ตลาดโลกในขณะนี้ เทรนด์ทางด้านอาชีพที่เปี่ยมไปด้วยอิสรภาพ ให้ความมั่นคง และยังได้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ กับองค์กรหรือแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย และด้วยแนวโน้มกระแส โลกที่มาแรงพร้อมกับประโยชน์มากมายที่จะได้รับจากธุรกิจขายตรงเช่นนี้เอง ทำให้ธุรกิจนี้ก้าวสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์ทุกกลุ่มคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ


อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ที่โลกพัฒนาสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นตัวเสริมให้การสร้างธุรกิจเครือข่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และรวดเร็วขึ้น เป็นเครื่องมือที่ขยายพลังการแบ่งปัน และการบอกต่อได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเข้าถึงคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วฉับไว


แต่ก็ยังคงความเป็นธุรกิจที่ผสานได้อย่างกลมกลืนกับกลุ่มคนรุ่นเก่าหรือผู้สูงวัย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มักจะเป็นผู้อยู่ในวัยเกษียณ ที่ยังมีความกระตือรือร้นในการทำงานและ ต้องการมีสังคม รวมทั้งกลุ่มแม่บ้านที่สามารถนำธุรกิจขายตรง ไปเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ สามารถ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แถมยังได้เพื่อน ได้สังคม มีวิสัยทัศน์ มากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่มีงานประจำ ธุรกิจขายตรง ยังช่วยเสริมรายได้ ช่วยให้พ้นจากปัญหาด้านการเงินที่อาจเกิดขึ้นในบางครั้ง และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา


และที่สำคัญเทรนด์อาชีพแห่งอนาคตนี้ยังสร้างกระแส ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือที่เราเรียกกันว่าเจ็นวาย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เมื่อเรียนจบมา ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่การทำธุรกิจ ของตนเอง เพราะต้องการความยืดหยุ่นและอิสระในแบบที่งานประจำไม่สามารถทำได้ ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นทางเลือก ที่น่าสนใจ และยิ่งมีคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจ นี้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ


นอกจากนี้ เทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันก็ยังเอื้อประโยชน์ต่อองค์กรหรือแบรนด์ขายตรงอีกด้วย โดยเฉพาะ เทรนด์สุขภาพและความงามที่อยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ก็นำเสนอสินค้าที่สามารถตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ เช่น เมกอัพ สกินแคร์ เป็นต้น เท่ากับว่ายังมีฐานผู้บริโภคอีกเป็นจำนวนมากรอเป็นลูกค้าอยู่ และเหนือกว่าตรงที่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ สิทธิพิเศษต่างๆ ส่วนลดจากการซื้อสินค้า ที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูด ความสนใจให้เปลี่ยนตัวเองจากการเป็นลูกค้า เข้าสู่การเป็น นักธุรกิจอย่างเต็มตัว


เมื่อเทรนด์ของธุรกิจขายตรงหรือเครือข่ายนี้มาแรงอย่างต่อเนื่อง และด้วยคุณสมบัติที่เป็นที่ยอมรับในเชิงกว้าง จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่า เหตุใดคนที่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจนี้จึงเห็น ว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสานฝันให้เป็นจริง ทำได้อย่างยั่งยืน และสามารถสร้างพลังให้เกิดขึ้นในตัวนักธุรกิจเหล่านี้อย่างมหาศาล และก้าวไปสู่ความสำเร็จและความสุขระยะยาวอย่างแท้จริง





Credit By : http://www.siamturakij.com/

กฎหมายแข็งแกร่ง ธุรกิจแข็งแรง !







Law-Order111211111111111211111211111111111121122111-640x480 (Mobile)


หลายความคิดเห็น หยิบเอาเรื่องของการแก้ไขกฎหมายขายตรง เป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำ เพราะหากการแก้ไขกฎหมายเกิดขึ้นเร็วเท่าไหร่ สิ่งที่จะตามมานั่นคือ การที่ธุรกิจขายตรงจะถูกยกระดับ เพราะหากยอมรับตามความจริง ดูเหมือนว่าคนขายตรงส่วนใหญ่มีความ ต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรง


นายสมชาย อินทิราวรนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยในเรื่องของกฎหมายขายตรงว่า ปัญหานี้ถือเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากอีก 2 ปี การรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเกิดขึ้น ซึ่งถึงวันนั้นจะมีการค้าเสรีระหว่าง 10 ประเทศในอาเซียน ที่จะเดินทาง ข้ามไปข้ามมาโดยไม่ต้องเสียภาษี และการลงทุนในธุรกิจขายตรง จะมีมูลค่ามหาศาล โดยประเทศไทยหากมีกฎหมายขายตรงที่แข็งแรงก่อนใครจะทำให้ได้เปรียบแน่นอน


"เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยู่ในวงการขายตรง ทั้งผู้ประกอบการ เอง ผู้จำหน่ายอิสระ และผู้บริโภค ต่างก็อยากจะให้มีการปรับแก้ไข กฎหมายขายตรง เพื่อให้ธุรกิจไม่มีช่องโหว่ให้เหล่ามิจฉาชีพเข้ามา ฉกฉวยผลประโยชน์ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเสียหาย ตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เพราะบางคนที่โดนหลอกลวงก็ถึงกับหมดตัวไปเลยก็มี และจะไปฟ้องร้องเอาผิดกับใครก็ยาก กว่าจะเอาผิดได้ก็เสียเวลา นาน ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี"


"ปัจจุบันบริษัทขายตรงในเมืองไทยมีเป็นจำนวนมาก และ ทุกบริษัทก็ต่างแข่งขันที่จะทำให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอดให้ได้ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ก็จะได้เปรียบ เนื่องจากมีศักยภาพมากกว่า ทั้งความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงทางการเงิน และการยอมรับในเรื่อง ของผลิตภัณฑ์ ไม่เหมือนกับบริษัทขายตรงเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือเปิดมาได้ไม่เกิน 2 ปี ค่อนข้างจะเสียเปรียบ ทำตลาดก็ยากขึ้น หาก AEC เริ่มเมื่อไรคาดว่า บริษัทใหญ่จะอยู่รอด แต่บริษัทเล็ก จะอยู่ยาก"


"สมชาย" กล่าวต่อว่า การแก้ไขกฎหมายขายตรงอยากจะให้มีการดึงผู้ที่ทำธุรกิจขายตรงเข้าไปช่วยร่างกฎหมายด้วย เนื่องจากจะมีความเข้าใจดีกว่า หน่วยงานภาครัฐแน่นอน หรือไม่ก็ควรจะมีการเปิดระดมความคิดว่าจะแก้ไขกันในเรื่องใดบ้าง ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เพราะกฎหมายขายตรงฉบับปัจจุบันยังเอื้อต่อธุรกิจบางประเภทอยู่ แต่บางประเภทก็ยังเอื้อเฉพาะ ผู้บริโภค จึงอยากให้มีการปรับแก้ไข ให้ครอบคลุมมากกว่านี้


"หากมีการแก้ไขกฎหมายขายตรงแล้ว เชื่อว่าสิ่งที่จะตาม มาต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชาติแน่นอน จะทำให้ประเทศ ไทยเป็นต้นแบบของธุรกิจขายตรง ที่หลายๆ ประเทศในแถบอาเซียนจะต้องเข้ามาศึกษาข้อมูล และเอาไปใช้เป็นแบบอย่าง เพราะมีกฎหมายขายตรงที่แข็งแรง ถือเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจขายตรงไทยด้วย ที่เคยโดนกลุ่มไม่หวังดีทำให้เสียชื่อเสียงมาก่อนหน้านี้"


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

ข่าวยูนิซิตี้ (Unicity Thailand) : "ขยันผิดที่...พลาดโอกาสสู่ความมั่งคั่ง" เอ-ณกรณ์ ไกรรณภูมิ นักธุรกิจในตำแหน่ง "Dia-mond" จากบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด







Nakorn1 (Mobile)


"Key to Success กุญแจสู่ความสำเร็จ" ยังคงเฟ้นหาเรื่องราวของนักธุรกิจ ขายตรงชั้นนำ มาเสนอเทคนิคขั้นเทพ และ ครั้งนี้ท่านผู้อ่านจะได้พบกับ "เอ-ณกรณ์ ไกรรณภูมิ" นักธุรกิจในตำแหน่ง "Dia-mond" จากบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด


นักธุรกิจจากตระกูลนักการเมืองชื่อดัง ชาว จ.บุรีรัมย์ โดยอดีตนักธุรกิจผู้นี้ มีกิจการที่ต้องดูแลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ร้านเฟอร์นิเจอร์, สระว่ายน้ำ, บ้านจัดสรร และการทำธุรกิจเคเบิลทีวี แต่ลึกๆ แล้ว "เอ" อยากจะออกแบบชีวิตที่เป็นส่วนตัวได้เอง โดยไม่ต้องมากังวลกับงานที่ต้องดูแล อยากไปไหนก็ได้ และที่สำคัญต้องมีความสุข


ชีวิตสมัยดูแลกิจการเป็นอย่างไรบ้าง


"ตอนนั้น อายุ 18 ปี เพิ่งเข้ามาเรียน ต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แต่พอดีเป็นพี่คนโตสุด จึงเสียสละให้น้อง 3 คนได้เรียนหนังสือแทน เพราะตัวเองต้องไปสานต่อ กิจการของพ่อที่บ้านเกิดบุรีรัมย์ ตอนนั้นก็เสียใจที่ไม่ได้เรียน แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะ หากน้องเรียนจบแล้ว จะมาเรียนทีหลัง ก็ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือการตอบแทนบุญคุณบิดา มารดาที่ต้องทำเป็นอันดับแรก"


ชอบธุรกิจ MLM ไหม


"ไม่ได้ชอบและไม่เคยคิดที่จะเข้ามาทำธุรกิจ เพราะไม่เชื่อว่าจะได้เงินจริง เลย ปฏิเสธธุรกิจนี้มาเป็นเวลากว่า 7 ปี ทั้งๆ ที่มี เพื่อนอย่าง (รสา คำแบน) มาชวนให้เข้ามา ทำ แต่ก็ยังไม่สนใจ แต่พอเวลาผ่านไปนานๆ ได้เห็นเพื่อนที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ขับรถราคาแพงหลายล้านบาทมาหา พร้อมกับชวนไปเที่ยวที่บ้านราคากว่า 30 ล้านบาท ทำให้เริ่มรู้สึกว่า ถ้าเพื่อนทำได้เราก็ทำได้ เพราะ เราต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"


จุดเปลี่ยนอะไร...ดึงเข้ามาทำ MLM


"อย่างที่บอก ตัวเองดูแลกิจการที่บ้าน มา 10 กว่าปี ไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวไหนเลย ถึงจะมีเงินเยอะ แต่ก็ต้องคอยกังวลกับธุรกิจ ตลอดเวลา และสุขภาพก็เริ่มแย่ลง คือต้องการมีสุขภาพที่ดี มีรายได้เข้ามาไร้ขีดจำกัด พร้อมกับเวลาที่อยู่กับคนที่เรารักได้ จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ MLM เพราะเริ่มเชื่อที่ว่าธุรกิจนี้จะทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปได้"


เคยท้อแท้และคิดจะเลิกทำ MLM ไหม


"เรื่องปกติที่ต้องเจออุปสรรคทำให้เราท้อแท้บ้าง แต่หากเราอดทน และมีความ มุ่งมั่นที่มากพอ ก็จะผ่านวิกฤติเหล่านี้ได้แน่นอน โดยตอนนั้นเราได้เอาคนในครอบครัว เป็นเป้าหมายที่อยากให้ทุกคนมีความสุขอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า มีเวลาไปไหนด้วยกัน เพราะแต่ละคนต้องทำงานจนไม่ได้เจอหน้ากัน"


ทำไมตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับ "ยูนิซิตี้"


"เพราะที่บริษัทนี้สามารถช่วยให้ตนเองเกษียณได้จริง โดยได้ศึกษาแผนการ ตลาด ระบบการจ่ายเงิน และความมั่นคงของบริษัทที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก และเพียง 3-6 เดือน ก็ได้พบผลลัพธ์ พอผ่านสู่ปีที่ 2 ก็แทบจะเกษียณตัวเองได้เลย"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังเข้ามาทำ MLM


"เปลี่ยนมาก เพราะทุกวันนี้ไม่ได้กลับไปทำธุรกิจเดิมๆ อีกแล้ว แต่ได้ยกกิจการให้ กับน้องๆ ดูแลแทนไป โดยที่เราสามารถออกแบบชีวิตของเราเองได้ สามารถตื่นสายได้โดยที่ไม่มีใครว่าเรา จะไปไหนก็ได้ เพราะทุกวันนี้มีรายได้เข้าบัญชี หลายล้านบาทในแต่ละเดือน สามารถเดินทางท่องเที่ยวและช่วยสมทบทุนมูลนิธิต่างๆ ได้ประโยชน์มากมายอีกด้วย"


ทำ MLM มากี่ปี... เป้าหมายต่อไปคืออะไร


"ถึงวันนี้ก็ผ่านมา 7 ปีเต็ม แต่ที่จริงตนเองประสบความสำเร็จตั้งแต่ 2 ปีแรกแล้ว เพราะตอนนั้นสามารถมีรายได้เกิน 1 ล้านบาท แต่วันนี้อยู่ในตำแหน่ง ไดมอนด์ รับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 2-3 ล้านบาท เป้า หมายก็คงจะช่วยให้ผู้ที่อยากสำเร็จเหมือนเรา เกษียณตัวเองให้ได้เช่นเรา และตำแหน่ง ต่อไปเราคงขยับไปเป็นทริปเปิ้ลไดมอนด์"


มีเทคนิคอะไร...จะฝากถึงสมาชิกคนอื่นๆ บ้าง


"อยากให้ทุกคนลองเปิดใจกับธุรกิจเครือข่ายก่อน และเข้ามาศึกษาแผนการตลาด สำหรับที่ บ.ยูนิซิตี้ มีแผนการตลาดที่เกษียณตัวเองได้จริง เพราะปัจจุบันทุกคน ที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ ภายใน 2 ปี ก็สามารถ มีผลลัพธ์และเริ่มจะเกษียณตัวเองได้เลย การเรียนรู้เข้าเซ็นเตอร์เต็ม 100% จะทำให้ เราเดินไปสู่ความสำเร็จได้แน่นอน ส่วนใหญ่ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จใน MLM เกิดจากขาดแรงบันดาลใจที่มากพอ และไม่มีความอดทน ไม่ทำตามระบบที่องค์กรเซ็ต มาให้แล้ว ที่สำคัญการขยันผิดที่...อาจทำให้ พลาดโอกาสดีๆ ที่เราจะมีความมั่งคั่งได้"


สิ่งที่ได้จากธุรกิจนี้...มีอะไรบ้าง


"ตั้งแต่ทำธุรกิจนี้ MLM มาตลอด 7 ปี มีเงินเข้าธนาคารเกิน 100 ล้านบาท เพราะสามารถซื้อทั้งคอนโดฯ ระดับ 5 ดาว ได้ถึง 2 ห้อง ราคา 30 กว่าล้านบาท พร้อม ทั้งรถหรูอย่าง ลัมโบร์กินี่ กัลลาร์โด ซูเปอร์ เลคเกอร์ล่า คันละประมาณ 25 ล้านบาท และอื่นๆ อีก หากที่นี่ไม่ได้จริง ก็คงไม่เข้า มาทำแน่นอน"


นี่ถือเป็นอีกสุดยอดนักธุรกิจขายตรงชั้นแนวหน้าของเมืองไทยที่ "KEY TO SUCCESS" ได้นำชีวิต วิธีคิด และอีกหลายสิ่งหลายอย่างมานำเสนอให้ท่าน ผู้อ่านได้เห็น เพื่อชี้ให้ทุกคนเห็นว่าธุรกิจขายตรงมีดีอย่างไร และทำไมใครหลายคนถึงหลงเสน่ห์กับเจ้าธุรกิจชนิดนี้ จนชีวิตของเขาเหล่านั้นเปลี่ยนไปในทิศทาง ที่ดีขึ้นได้จริง


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับคุณอาสา และ คุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา







Capture (Mobile)


 


 


 


 


 


 


 


 


 


สถานี JCTV โฉมใหม่ โดนใจขนาดไหนคงไม่ต้องสงสัย เพราะล่าสุด คุณอาสา และ คุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการสถานี JCTV เพิ่งจะได้รับรางวัลพิเศษจากคุณพ่อ บิ๊กบอสแห่ง จอย แอนด์ คอยน์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ที่ถอยรถหรูลัมโบกินี่ มาให้ประดับบารมี โดยมิต้องรอโบนัสปลายปีแต่อย่างใด ส่วนสนนราคาก็อย่างที่รู้ๆกันว่า 8 หลักเจ้าค่ะ แต่ระดับ ดร.สมชาย แล้ว ไม่มีสะเทือน เรียกได้ว่าเจียดเงินเล็กๆ น้อย ๆ มาซื้อของขวัญให้เป็นขวัญและกำลังใจสำหรับลูกชายและลูกสะใภ้ที่ทำงานอย่างหนัก แหม...ถ้าได้กำลังใจแบบนี้ สงสัยว่าปีนี้ JCTV คงจะมีอะไรดีๆ ให้ดูกันอีกเยอะล่ะ !





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เจอเนสส์ Jeunesse กับ คุณลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์







lawan (Mobile)



 


 


 


 


 


 


อย่างที่เคยบอกไปว่า ปีนี้ Jeunesse Global จะมาจัดงานประชุมใหญ่ระดับนานาชาติที่ไทยแลนด์ งานนี้จีเอ็มหญิงเก่งอย่าง คุณลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์ เลยต้องบีซี่หัวหมุนเตรียมเตรียมความพร้อมแบบจัดเต็ม ไม่ให้เสียชื่อประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพ ได้ข่าวมาว่า ราคาบัตรเข้างานนี้ก็จัดเต็มไม่น้อยหน้า เรียกได้ว่าราคาเกินครึ่งหมื่น ก็แหม...งานอินเตอร์ทั้งที แถมของรางวัลมาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ทั้งรถยนต์ ทั้งเงินสด ทั้งไอแพด แบรนด์เนม และอีกอื่นๆ มากมายเรียกได้ว่าคุ้มแสนคุ้ม ราคาแค่นี้ระดับผู้นำเศรษฐี Jeunesse คงไม่กระเทือน ว่าแต่พอองค์กรเริ่มโต คนเยอะ เรื่องก็เริ่มแยะ มีข่าวแว่วว่า เริ่มมีการกินเกาเหลาภายในเรื่องจริงเป็นอย่างไร คงต้องไปถามคนในกันเอาเอง !





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายนิว ไลฟ์ (New Life) กับ คุณสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล







MLMnew8 (Mobile)


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


เพิ่งจะเขียนถึงตลาดเกษตรไปแหม็บๆ ว่า ช่างเป็นเค้กก้อนโตที่ใครๆก็อยากจะหม่ำ ล่าสุด คุณสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล บิ๊กบอสใหญ่แห่ง นิว ไลฟ์ ก็ขอร่วมด้วยคน โดยเปิดตัวแบรนด์นัมเบอร์วันอินทรีย์ มาเจาะตลาดเกษตรแถมด้วยแผนจ่ายผลตอบแทนแบบเฉพาะสำหรับไลน์เกษตรนี้อีกด้วย 4 สาว เลยต้องขอแอบกระซิบถามคุณสุเทพด้วยความข้องใจว่าอะไรดลใจให้ นิว ไลฟ์ อยากจะถึงเป้าพันล้านบาททเร็วๆ กับเค้าบ้างอะไรบ้าง เลยต้องขอพลังเสริมจากไลน์เกษตรมาเป็นตัวช่วยดันยอด เอ้า...งานนี้ก็ถือว่าช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกเพิ่มอีกหนึ่งนะเจ้าคะ อิอิ





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายออริเฟลม (Oriflame) กับโจฮัน วิคลันด์







29100001-1187500007-KAE_9517 (Mobile)



 


 


 


 


 


 


 


 


คุณโจฮัน วิคลันด์ แห่งขายตรงความงามออริเฟลม ก็แหม...ช่วงนี้ได้ข่าวว่ากำลังเตรียมโปรเจ็กต์ใหญ่ ที่เห็นปุ๊บ อาจจะมีอึ้ง ทึ่ง แต่เสียวหรือป่าวไม่รู้ อิอิ ว่าแต่จะอลังและเด็ดสะระตี่ขนาดไหน คุณโจฮันบแกว่าจะเผยโฉมปีหน้าโน่นเลย คือแบบว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเตรียมการคุณโจฮันก็เลยต้องบินไปประชุมที่ สนญ. ณ กรุงสตอกโฮล์ม บ้างอะไรบ้าง 4 สาวจะเผยออกมาเป็นทีเซอร์ แบบน้ำจิ้มกรุบกริบก็ใช่เรื่อง ก็ต้องขอให้อดใจรอดูแบบเวอร์ชั่นเต็มๆ กันเอาเองนะเจ้าคะ ว่าจะสมราคาคุยอ๊ะป่าว





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) คุณกิจธวัช ฤทธีราวี







Capture (Mobile)




















ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของสมาคมการขายตรงไทยหรือ TDSA ที่ปีนี้ผุดไอเดียกิ๊บเก๋ขอฉลองครบรอบ 30 ปี สมาคมฯ โดยการจัดสัมมนา 30 ปีสมาคมการขายตรงไทย : ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต ที่ให้ความรู้ความเข้าใจเปิดโลกกว้างให้คนเข้าใจขายตรงกันมากขึ้น พร้อมทั้งเผยโฉมโลโก้ใหม่ที่ไฉไล และดูทันยุคทันสมัยมากขึ้น แถมยังแจกคู่มือขายตรงมาให้อ่านเพิ่มพูนความรู้อีด้วย เรียกได้ว่า งานนี้ จัดเต็ม ทั้งแสง สี เสียง ความรู้ และผู้ร่วมงานที่มาทั้ง ระดับบิ๊กเบิ้ม ทั้งอินเตอร์เนชั่นแนล สมฐานะและศักดิ์ศรีของสมาคมพี่ใหญ่ของไทย ซึ่งงานนี้ คุณกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมๆ ก็ขอยกเครดิตให้กับทีมงานทุกท่านที่ทุ่มเมให้กับงานนี้เยอะกว่าทำงานบริษัทอีกนะเนี่ย เอาน่า...ทำแล้วซัคเซส ก็คุ้มค่าเหนื่อย จริงมั้ยเจ้าค่ะ คริ คริ


พูดถึงบอสแห่ง แอมเวย์ อย่าง คุณกิจธวัช ฤทธีราวี ใครจะรู้ว่า ภายใต้ภาพลักษณ์นักธุรกิจไฟแรง ยังแอบซ่อนบุคลิกของผู้ชายแบบอบอุ่นอยู่ด้วย ก็แหม... งานอดิเรกของคุณกิจธวัช นอกจากจะสะสมนาฬิกาตามแบบสไตล์แมนๆ แล้ว ยังชอบเล่นกีตาร์โปร่งแบบชิวๆ อีกด้วย แถมหลัง มานี่ พอ Ukulele ฮิตติดกระแส คุณเอ็มดีแห่งแอมเวย์ก็ไม่ยอมตกยุค หา Ukulele มาไว้ในครอบครอง พร้อมทั้งร้องเล่นจนสาวน้อยสาวใหญ่ๆ เคลิ้มกันเป็นแถบๆ เลยเชียวล่ะ แหม...เก่งทั้งบู๊และบุ๋นเลยนะเจ้าคะ เคอาร์เจ้าขรา





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556


วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

Xclusive interview : เป้าหมายของ ไรเดอร์ พลัส จะต้องเป็นหนึ่งในบริษัทขายตรงชั้นนำของประเทศไทย ปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์ ประธารกรรมการบริหาร บริษัท ไรเดอร์ พลัส อินเตอร์เนชั่นเเนล จำกัด







45082 (Mobile)


ไรเดอร์พลัส เป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงน้องใหม่ที่เปิดดำเนินการมาประมาณ 1 ปี ภายใต้การบริหารงาน ของ ปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์ ที่มองเห็นโอกาสของธุรกิจขายตรงและผันตัวเองจากการเป็นโบรกเกอร์ธุรกิจประกันสู่ตำแหน่งผู้บริหารบริษัทขายตรงที่ผ่านมาบริษัทเป็นอย่างไรและในอนาคตได้วางเป้าหมายไว้อย่างไรนั้นต้องมาฟังวิสัยทัศน์จากผู้บริหารขายตรงมือใหม่


ภาพรวมของธุรกิจตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการเป็นอย่างไรบ้าง


นับตั้งแต่บริษัทได้เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจมา ตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับจากสมาชิกและกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม และสวนผลไม้ ตามลำดับ ที่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรของบริษัทแล้วได้ผล ซึ่งส่วนมากจะเป็นเกษตรกรที่อยู่ภาคใต้ ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทได้ทำการเปิดสาขาจำนวน 2 สาขา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช


แผนการรุกตลาดจากนี้ไป


ขณะนี้บริษัทได้มีการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายสมาชิก เช่น การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวต่างประเทศซึ่งขณะนี้เป็นโปรโมชั่นท่องเที่ยวที่บาหลี ที่จะไปประมาณเดือนธันวาคมนี้ หรือเดือนมกราคมปีหน้า นอกจากนี้ยังเตรียมออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหาร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)


ไรเดอร์ พลัส มีความแตกต่างจากขายตรงบริษัทอื่นอย่างไรบ้าง


ความแตกต่างของ ไรเดอร์ พลัส อยู่ที่โครงสร้างของธุรกิจที่มีการทำการตลาด 2 แบบ คือ แบบซิงเกิ้ล และแบบหลายชั้น นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถยืมสินค้าของบริษัทไปทำการตลาดได้ก่อน โดยจะมีกาสรกำหนดตำแหน่งให้สมาชิกที่ยืมสินค้า ทั้งนี้เพื่อกำหนดจำนวนของสินค้าว่าแต่ละตำแหน่งจะสามารถยืมสินค้าได้เท่าไร ซึ่งนับว่าเป็นบริษัทขายตรงบริษัทแรกที่มีการทำตลาดในลักษณะนี้และแผนดังกล่าวได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และรวมไปถึงการที่บริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตนเอง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาสินค้าขาดตลาดหรือสินค้าขาดคุณภาพ


มองตลาดสินค้าเพื่อการเกษตรอย่างไร


มองว่าตลาดสินค้ากลุ่มเพื่อการเกษตรในระยะยาวจะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งจะเห็นได้จากปัจจุบันบริษัทขายตรงหลายค่ายที่ได้ให้ความสนใจเข้ามาทำตลาดในกลุ่มสินค้าดังกล่าวมากขึ้น แต่ก็มีหลายบริษัทที่เข้ามาเพียงแค่ฉาบฉวยผลประโยชน์ชั่วคราวแล้วก็ปิดบริษัทไป มีการจ้างโรงงานให้ผลิตสินค้าให้อย่างมากมายแต่สินค้าขาดคุณภาพจึงทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มยังขาดความมั่นใจที่จะใช้สินค้าเพื่อการเกษตรของขายตรง แต่ในส่วนของ ไรเดอร์ พลัส บริษัทมีความตั้งใจที่ทำการตลาดในส่วนนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งมีโรงงานผลิตเป็นของตนเองสามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตได้ จึงมั่นใจว่าจะสสามารถทำตลาดในกลุ่มการเกษตรได้เป็นอย่างดี


วางเป้าหมาย ไรเดอร์ พลัส ไว้อย่างไร


เป้าหมายของ ไรเดอร์ พลัส จะต้องเป็นหนึ่งในบริษัทขายตรงชั้นนำของประเทศไทย เพราะบริษัทมีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจในระยะยาวและเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืน โดยบริษัทคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีสินค้าที่ครอบคลุมทุกรายการ มีศูนย์กลางในการกระจายสินค้า ส่วนเป้าหมายในสิ้นปีนี้ คือ การที่สามารถปิดยอดขายได้ที่ 20 ล้านบาท มีสมาชิก 500 รหัส ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกแล้วกว่า 300 รหัส และเป็นสมาชิกที่มียอดเคลื่อนไหวกว่า 70 %


ได้นำเอาประสบการณ์ในธุรกิจประกันมาใช้ในธุรกิจขายตรงอย่างไรบ้าง


แม้ว่าธุรกิจขายตรงและธุรกิจประกันจะมีการแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถนำเอาใช้ในธุรกิจขายตรง นั่นคือ ความมีมาตรฐานในการให้บริการ เพราะธุรกิจประกันนับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องมีมาตรฐานในการบริการค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงมองว่าหากธุรกิจขายตรงมีมาตรฐานในการให้บริการจะสามารถนำธุรกิจให้เติบโตขึ้นในอนาคตได้









 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network


 

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : หนุ่มใหญ่เผยวิธีรับรายได้มหาศาล สู่ไลฟ์สไตล์ที่น่าอิจฉา ในงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้







04_resize (Mobile)


ยังคงได้รับการตอบรับจากผู้คนนับพันที่สนใจอยากเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ ที่หลั่งไหลเข้าร่วมงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ ณ อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ถนนเพชรบุรี งานที่มอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่และเป็นโอกาสสำคัญที่คุณจะได้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับยูนิลีเวอร์ จัดโดย มนต์ชัย เดโชจรัสศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย และ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ - อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด พร้อมทั้งได้พบกับ 6 บุคคลต้นแบบที่ประสพความสำเร็จกับธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ นำโดย ธนวัฒน์ เรืองสว่าง Area Executive Business Associate หนุ่มใหญ่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์จากเงินติดตัวไม่กี่สิบบาท สู่อิสรภาพทางด้านรายรับที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง พร้อมไลฟ์สไตล์ชีวิตที่น่าอิจฉา


Area Executive Business Associate และยังเป็นผู้บริหารสโมสร 50 ล้านบาท ธนวัฒน์ เรืองสว่าง เผยว่า เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีพ่อซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ซื้อบ้านเล็กๆ หนึ่งหลัง บ้านที่ซื้อแต่ไม่เคยผ่อน จึงอาศัยบ้านแบบที่ไม่มีวันรู้ว่าจะโดนแบงค์ไล่ออกวันไหน ที่มหาวิทยาลัยทำให้ผมได้เข้าสู่วงการรถแข่งแรลลี่ เพราะมีเพื่อนฝูงที่บ้านมีฐานะชักชวน เมื่อเรียนจบก็ทำงานประจำ ที่บริษัทนำเข้าส่งออก ทุกอย่างกำลังดูเหมือนจะไปได้ดี แต่เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตกมาเยือน บริษัทผมก็โดนวิกฤตินี้เช่นกัน ในตอนนั้นผมตัดสินใจลาออก โดยมีความคิดว่า เป็นไงเป็นกัน ไปตายเอาดาบหน้า และก็สมใจเพราะไปตายเอาดาบหน้าจริงๆ ระหว่างนั้นผมก็ทำธุรกิจขายอุปกรณ์รถแข่ง ซึ่งก็มีรายได้ไม่มากครับ และก็ลองหันมาทำธุรกิจเครือข่ายที่ในยุคนั้นบูมมากๆ และก็ทำให้ผมได้รู้จักกับคุณเจอร์รี่ หลุย แต่สุดท้ายบริษัทเครือข่ายนั้นก็ปิดตัวลงไป หลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เป็นเวลาปีกว่าครับที่ผมเคว้งคว้างอยู่เช่นนั้น กระทั่งวันหนึ่งคุณเจอร์รี่ก็ติดต่อผมกลับมาอีกครั้ง และแนะนำให้ผมได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ผมเป็นคนหนึ่งครับที่เคยปฏิเสธธุรกิจนี้ว่า ถ้าว่างแล้วจะไปนะ แต่คุณเจอร์รี่ก็คะยั้นคะยอบอกให้มาดูก่อน ไม่ดีก็ไม่ต้องทำ พอตัดสินใจมาดูธุรกิจ คุณเจอร์รี่ก็ไล่ให้ผมไปตรวจสภาพผิว เมื่อเห็นการทำงานของพนักงาน เห็นการอธิบาย ทำให้รู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพ จึงเริ่มสนใจและสมัครด้วยเงิน 600 บาท เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์กับยูนิลีเวอร์ทันที


เวลานั้นผมต้องใช้ความอดทนมากครับ เพราะไม่มีเงิน แต่มีความมุ่งมั่น เพราะเห็นความมั่นคง เห็นในวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีความยิ่งใหญ่และยาวนาน ผมต้องขอเงินคุณแม่ครับ เงินไม่กี่สิบบาท ที่ใช้นั่งรถเมล์เดินทางมาที่เอสซีบี ปาร์ค เพื่อมาอบรมเข้าเทรนนิ่งต่างๆ ตั้งแต่การดูแลผิวพรรณ คิดดูครับผู้ชายที่อยู่ในแวดวงรถแข่งแรลลี่ แต่ต้องมาจับสำลีเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ ทำอย่างไรให้ผิวบอบช้ำน้อยที่สุด มันช่างเข้ากัน แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ไปสักพัก คุณแม่ทักว่าหน้าตาดูดีขึ้น จึงเริ่มชวนให้แม่ลองใช้ผลิตภัณฑ์ พอแม่ดูดี ก็เริ่มมีคนทักแม่เริ่มมีคนสนใจในผลิตภัณฑ์ ไม่น่าเชื่อ


ครับทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ไป 2 ปี ผมก็เข้าสู่สโมสรเงินล้านเมื่อปี 2003 ในขณะที่ปีเดียวกัน ผู้ที่แนะนำให้ผมรู้จักกับธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นี้ คุณเจอร์รี่ ก็เข้าสู่ทำเนียบผู้บริหารสโมสร 10 ล้าน นั่งรถเบนซ์เข้ามาในงาน วันนั้นผมรู้สึกยินดีกับเขา แต่ในใจก็คิดว่าสักวันหนึ่งต้องเป็นเราบ้าง และในปี 2005 ผมเองก็ได้เข้าสู่ทำเนียบผู้บริหารสโมสร 10 ล้าน และเข้าสู่ทำเนียบสโมสร 30 ล้านในปี 2010 จนเวลานี้ผมอยู่ในทำเนียบผู้บริหารสโมสร 50 ล้านครับ


ผมทำงานหนักและทำอย่างต่อเนื่องครับ ใช้สินค้า แนะนำ ชวนคน ทำแบบนี้อยู่ตลอดเวลา ทำเช่นนี้จนมีเงินมากพอที่จะจัดงานแต่งงาน ทำจนมีเงินมากพอที่จะซื้อรถป้ายแดงได้ 2 คันในปีเดียวกัน ทำจนมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านให้ภรรยา และมีมากพอที่จะซื้อบ้านให้พ่อให้แม่ได้อยู่ก่อนที่ท่านทั้ง 2 จะจากโลกนี้ไป บ้านที่ไม่ต้องหวั่นไหวว่าจะต้องเก็บของออกจากบ้านเมื่อไร และเวลานี้ผมได้ซื้อที่ดิน 1 ไร่ พร้อมปลูกบ้านขนาดใหญ่ไว้ที่เชียงใหม่ มีเรือนรับรองไว้สำหรับเพื่อนฝูง ธุรกิจนี้ไม่เพียงช่วยให้เรามีรายได้มหาศาล แต่ยังเปิดโอกาสให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น กับทริปท่องเที่ยวที่บริษัทจัดให้ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินอะไรใดๆ เลย ผมไปมาหลายทริปในหลายๆ ประเทศครับ ทั้งในแถบสแกนดิเนเวีย ยุโรป หรือในเอเชีย นับเป็นกำไรชีวิตเป็นรางวัลที่ตอบแทนให้กับการทำงานที่ทุ่มเท


แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าผมได้จริงๆ จากการทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ คือไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ผมเลือกเองได้ ผมสามารถเดินตามความฝันของผม โดยไม่ต้องทำงานได้เป็นเดือนๆ ผมชอบเรื่องราวของรถยนต์ ยนตรกรรมต่างๆ ที่ทันสมัย ผมพาภรรยาผมได้เที่ยวงานมอเตอร์โชว์ครับ แต่เป็นโตเกียว มอเตอร์โชว์ และเพราะชอบรถยนต์ ชอบการเดินทาง ผมเคยขับรถไปกับภรรยาเป็นระยะทาง 12,000 กิโลเมตร จากประเทศไทยไปทิเบต ไปจนถึงจุดที่สูงที่สุด ยืนชื่นชมยอดเขาเอเวอร์เรส โดยไม่เปิดโรมมิ่งเพื่อติดต่อธุรกิจใดๆ แต่เพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันสิครับ ต้องคอยติดต่อกลับมาที่เมืองไทยเพื่อถามเรื่องธุรกิจของตัวเองเป็นระยะๆ ทริปนั้นเป็นทริปที่สุข สนุก เวลา 1 เดือน แต่ใช้จ่ายหมดไป 4 แสนบาท แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า ผมกลับมาผมได้รับเงินจากการทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์นี้ ทั้งที่ผมไปเที่ยวมา 1 เดือนเต็ม เป็นจำนวนเงิน 1 ล้าน 4 หมื่นกว่าๆ หลายครั้งครับที่ผมเดินทางเช่นนี้ ไม่ว่าจะขับรถไปพม่า ไปอินเดีย และอนาคตอันใกล้ที่วางแผนไว้ ผมจะขี่จักรยานเข้ายุโรปครับ ซึ่งมีคนทำได้แล้ว แต่คนที่ทำได้ล้วนอยู่ในวัยเกษียณ แต่ผมจะเป็นคนแรกที่ไม่ได้อยู่ในวัยเกษียณ แต่มีเวลามากพอที่จะขี่จักรยานเข้ายุโรป โดยไม่กระทบทั้งเรื่องงานและรายได้ พร้อมกับฝันต่อไปที่ผมอยากได้เหลือเกิน กับผู้ชายที่ชอบยนตรกรรมอย่างผม สักครั้งหนึ่งกับการได้เป็นเจ้าของ Porsche Carrera S ขอเพียงแค่มีความฝัน ฝันให้ใหญ่ และตอกย้ำความฝันนั้น ด้วยการทำธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์อย่างจริงจัง ให้เหมือนกับการ ตอกเสาเข็มเพื่อความมั่นคง เพราะธุรกิจนี้จะทำให้คุณสบาย และยังเป็นความสบายแบบยั่งยืนอีกด้วย เมื่อผมทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกันครับ


เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความสำเร็จจากผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์ ในงาน GRE@T DAY (เกรท เดย์) เราทำได้ คุณทำได้ ที่มาร่วมแชร์แบ่ง
ปันเส้นทางสู่ความสำเร็จ ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้พบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะอาวียองซ์เชื่อว่า เราทำได้ คุณทำได้


[gallery ids="19945,19946,19947" orderby="rand"]


***********************************************************************


หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด


โทร.0-2619-0429 ถึง 30 สุจินดา, แสงนภา, ภัควลัญชญ์