ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

‘TNI’ ย้ำชัดคงแผนเดิม



เดินหน้า Q2 แตกสินค้าใหม่ฟันกำไร

“ตาฮิเตียน โนนิ” โหมโรงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง เจาะฐานลูกค้าใหม่ กระตุ้นยอดขายไตรมาส 2 หลังไตรมาสแรกยอดโตพุ่งกว่า 200% พร้อมแคมเปญ “FAT TO FIT CONTEST” นำร่องก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ย้ำชัดบริษัทคงแผนเดิม ไม่หวั่นกระแส “ไบนารี่” แรง!

บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์ เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานแถลงความคืบหน้าบริษัทเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2554 ณ ห้องทิพนภาลัย โรงแรมมิโด้ ถ. ประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ โดยเปิดเผยถึงอัตรา การเติบโตช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา รวมถึงเปิดเผยกลยุทธ์การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ และรองรับการขยายตัวในอนาคต นำโดย มร.จอห์น วาดส์ เวิร์ธ ประธานบริษัท และคุณวิภารัตน์ รัตน พรหมา ผู้จัดการประจำประเทศไทย

นางวิภารัตน์ รัตนพรหมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “อัตราการเติบโตของ TNI ใน ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาต้องขอบอกว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี ขึ้นกว่าที่ได้ตั้งเป้าไว้ ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณ ที่ดีสำหรับ TNI ประเทศไทย แต่นั่นก็อาจ จะเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของปีเท่านั้นเพราะ ในอนาคตเราเชื่อว่ายังคงจะต้องมีปัจจัยด้านบวกที่จะเข้ามาเป็นส่วนช่วยเสริมสร้าง ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับมือกับปัจจัยด้านลบที่เราเองก็อาจคาด ไม่ถึง เช่น เรื่องของภัยธรรมชาติ การจลาจล และอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”

อย่างไรก็ตาม TNI เชื่อว่าการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อยี่ห้อ “FIT” ที่กำลังจะวางตลาดในช่วงเวลาอันใกล้นี้จะสามารถกระตุ้นยอดขายให้ TNI มียอดขายที่สูงขึ้น เพราะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการมีรูปร่างที่ดีและสมส่วน อีกทั้งยัง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดด้วย

สำหรับ FIT เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างที่แยกส่วนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงออกจากกันอย่างชัดเจน ต่างจากผลิตภัณฑ์ ตามท้องตลาดทั่วไปที่มักจะไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ และภายในผลิตภัณฑ์ 1 ชุดยังประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 6 รายการ เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดลำไส้, การฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกาย, การเสริมวิตามินที่จำเป็น, การเพิ่มโปรตีนและแบคทีเรียที่มีประโยชน์, การรับประทานไฟเบอร์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ ทดแทนอาหารระหว่างมื้อเมื่อรู้สึกหิวด้วย เรียกได้ว่าครบวงจรจากภายในสู่ภายนอก เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทาง การในกลางปีนี้ เราได้วางแผนที่จะจัดกิจ กรรม FAT TO FIT CONTEST 2011 By TNI โดยจะเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรมดูแลรูปร่างจากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายนนี้ โดยเราจะคัดเลือกให้เหลือ 10 คน และร่วมทำกิจกรรม กับเราเป็นระยะเวลา 3 เดือน ก่อนที่จะประกาศผลผู้ชนะบนเวทีพร้อมกันกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เช่นเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ ดูแลผิวภายใต้ชื่อ “Defy” ที่เราเองได้วาง แผนที่จะนำเข้ามาในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

ในด้านยอดขายของปีนี้ ที่ผ่านไปแล้ว 1 ไตรมาสนั้น บริษัทมีความยินดี เนื่องจาก TNI มียอดขายที่ดีมากยิ่งขึ้น หากเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว โดยมี การเติบโตขึ้นกว่า 200% ทั้งในส่วนของยอดขายและผู้นำ ทั้งเก่าใหม่ ที่ตบเท้าเข้า ร่วมธุรกิจ

ซึ่งในไตรมาสที่ 2 นี้ ไม่เพียงแต่ในเรื่องของสินค้าไลน์ใหม่ที่จะเข้ามาเสริมเท่านั้น แต่บริษัทยังต้องการที่จะเน้นทำตลาดเรื่องของราคา เพื่อให้สมาชิกมีความ สะดวกในการซื้อสินค้า และการขายที่ถูกลง ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ธุรกิจเดินหน้าได้ดียิ่งขึ้น

ด้านจอห์น วาดส์เวิร์ธ ประธานบริษัท กล่าวว่า ชุดผลิตภัณฑ์ FIT เป็นผลิตภัณฑ์ ดูแลรูปร่างที่สร้างยอดขายได้ดีมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ที่ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ทั้งนี้เพราะ FIT ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างเท่านั้น แต่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เน้นกระบวน การทำงานอย่างเป็นขั้นตอนและรับประทาน ง่าย ราคาไม่แพง แถมยังมีรสชาติให้เลือก ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นวานิลลา หรือ ช็อก โกแลต ดังนั้นตนจึงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะสร้างความฮือฮาให้กับวงการผลิตภัณฑ์ รูปร่างได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ถือเป็นยุคทองของแผนการตลาด “ไบนารี่” โดยมีบริษัทเก่าใหม่มากมาย ที่ขยับเข้าไปจับแผนดังกล่าว โดยหวังที่จะกอบโกยรายได้ให้เพิ่มขึ้น ประเด็นนี้ ประธานบริษัท TNI ให้ความเห็นว่า

“เรื่องของการปรับเปลี่ยนแผนนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทไม่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแต่อย่างใด เพราะไบนารี่ เป็นแผน การตลาดที่กำลังเป็นกระแส และสิ่งที่เป็น กระแสก็จะไม่มีความยั่งยืน เรามีความเชื่อมั่นกับการตลาดของเรา เพราะสิ่งที่บริษัททำก็เพื่อความมั่นคงที่จะมีผลไปอย่างยาวนานต่อสมาชิก อีกทั้ง TNI ก็มีแผนการจ่ายที่ดีอยู่แล้ว เรื่องที่จะเปลี่ยนแผนคงไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ TNI ประเทศไทย ยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการประชุมผู้นำของบริษัทจากสาขาทั่วโลก ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของบริษัท โดยจะมีผู้นำระดับสูงเท่านั้น ที่จะได้รับโอกาสเดินทาง มาประชุมที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งไทยถือเป็นสาขาของเอเชียสาขาแรกที่ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมดังกล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

ร้อน..ทะลุองศาเดือด! แม่ทีมดังผนึกขายตรงใหม่บุกหนัก

สับขาหลอกกันฝุ่นตลบ!! คนเครือข่ายตามข่าวกันจนหัวหมุน สื่อมวลชนเองก็เช็คข่าวกันให้วุ่น อันไหนจริง อันไหนไม่จริง สนุกกว่าซี่รีส์เกาหลี สำหรับเรื่องราวของ “กลุ่มแม่ทีมดัง” ที่เคยเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์กันมาก่อน บุคคลที่ถูกจับตามากที่สุดก็คงไม่พ้น “ชนิดา บูรณะบุตร” - “นิติ สว่างทรัพย์” - “ธเนตร วงษา”



ฉบับก่อน “เส้นทางนักขาย” ได้ นำเสนอความเคลื่อนไหวไปให้ทราบเป็นบางส่วนแล้ว สกู๊ปพิเศษฉบับนี้จึงได้นำสรุปเรื่องราวล่าสุดมาให้ทุกท่านได้ติดตาม!
‘ธเนตร’ ปักหลัก ‘Jeunesseglobal’

เริ่มต้นที่ “ธเนตร วงษา” และ “อนุสรา จันทรังษี” ที่ได้เปิดเผย “เส้นทางนักขาย” ว่า ตั้งแต่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้บริหารใหญ่ของบริษัท “Jeunesse global” ชื่อ “เวนดี้ เลวิส” ได้เดินทางมาตกลงร่วมธุรกิจกัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงานนี้ “ธเนตร” แฮ็ปปี้กับการตกลงธุรกิจครั้งนี้เป็นอย่างมาก

“จากการพูดคุยผมบอกได้เลยผมตัดสินใจเลยทันทีว่าจะเข้าร่วมบริษัทนี้ โดยเราได้วางเป้าหมายร่วมกันว่าจะช่วยกันสร้างยอดขายให้ถึง 1,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปีนี้ ขณะนี้ผมและทีมงานกำลังฟอร์มทีมกันอยู่ตอนนี้ได้หลายพันคนแล้ว คาดว่าจะพร้อมในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจในเดือนเมษายนนี้ และผมจะสร้างผู้นำนักขายที่มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือนให้ได้ครบ 1,000 คนให้ได้ และขณะนี้ทางบริษัทแม่ได้อนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 3 ล้านบาทเพื่อตกแต่งสำนักงานใหญ่ที่ อาคารวินวิน ชั้น 1 ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แพงที่สุดในตึกนี้”

ทั้งนี้สำหรับข้อมูลของ Jeunesse global จากเว็บไซต์ www.jeunesse global.com ระบุว่า สำนักงานใหญ่ของ Jeunesseglobal ตั้งอยู่ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสาขาอยู่ในต่างประเทศได้แก่ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และล่าสุดคือประเทศไทย โดยมีโปรดักส์ทำตลาดเกี่ยวกับอาหารเสริม Reserve™ และเครื่องสำอาง LUMINESCE™ เพื่อสุขภาพและความงาม

เมื่อไม่นานมานี้ “ธเนตร” ยังได้มีการส่ง SMS เชิญชวนให้นักธุรกิจเข้าร่วมฟังสัมมนาโดยมีใจความใน SMS ว่า “เชิญฟังธุรกิจ J เหนือกว่า M,B อย่างไร? โดย ธเนตร วงษา อาทิตย์นี้ (27 มีนาคมที่ผ่านมา) ที่ตึก winwin ชั้น P 13.00- 16.00 น.”

อย่างไรก็ตาม “ธเนตร” บอกว่า จุดเด่นของ “Jeunesseglobal” คือ

1. TVC (cycle ) 4.2 ล้านต่อเดือน
2. FS 875-8750บาท/ต่อคน ถ้าแนะนำ 10=87,500
3. Matching 7 ชั้นโตข้างเดียว ได้ 8 แสน
4. Promotion มีค-พค 54 แนะนำ 12 คน Basic&up และ(Q) ได้ไปดูงานต่างประเทศ + iPad2 (20,000บาท)
5. Ontime Bonus ขาอ่อน 10,000 (2 เดือน รับ 70,000 บาท) เป็น Diamond รับ 1,750,000 บาท
6. สินค้าเห็นผลภายใน 3-7 วัน ตลาดใหญ่ทำได้ทั้งประเทศ
7. มีระบบช่วยคนธรรมดา.... สามารถทำได้
8. มีระบบ Training พิเศษ
‘โมนาวี’ ขอบุกไทยเฟ้นหาผู้นำเอง

ทางด้านของ “โมนาวี” ค่ายที่ถูกจับตาว่าทุกคนจะแท๊คทีมมาอยู่รวมกันที่นี่ สุดท้ายกลับ “พลิกโผ” ไม่มีผู้นำตามข่าวตัดสินใจเข้าร่วมงานด้วย โดยมีกระแสออกมาว่าเป็นเพราะการตกลง “พิเศษ” ระหว่าง “โมนาวี” และ “ชนิดา” ไม่ลงตัว ซึ่งประเด็นนี้ “ชนิดา” ได้โต้ข่าวผ่าน “เส้นทางนักขาย” ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะตนได้วิเคราะห์ภาพรวมทุกอย่างแล้ว เชื่อว่าคงเดินทางไปสู่ความสำเร็จด้วยกันไม่ได้จริงๆ ซึ่งตนก็ต้องขอบคุณทางโมนาวีที่เคยต้อนรับดูแลเป็นอย่างดี เมื่อครั้งที่ทีมงานได้เดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ดีงานนี้ ทางด้านบอสใหญ่ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแม่โมนาวี “แลนดี้ ลาร์เซน” กลับไม่ถอดใจที่จะบุกตลาดไทย โดยออกมาประกาศทั่ววงการว่า ไม่ว่าอย่างไรตนจะเริ่มต้นธุรกิจในไทยให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ อีกทั้งจะยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางของโมนาวีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป และล่าสุดได้เตรียมจัดสรรงบประมาณหลายล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการเปิดตัวในเมืองไทย

โดยขณะนี้ “โมนาวี” กำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการทางเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จนถึงใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรงจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเร็ววันนี้
‘ชนิดา’ โชว์คนครึ่งหมื่นเปิดตัว ‘bHIP’

ส่วนความเคลื่อนไหวของ “bHIP” และ “ชนิดา” ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานใหญ่ขึ้น โดยมี “เทอร์รี่ ลาคอร์” CEO ใหญ่ของ “bHIP” จากสหรัฐอเมริกาบินมาร่วมงานในครั้งนี้ ด้วย ภายใต้ชื่องานว่า “bHIP Global Revolution” ณ ไบเทคบางนา นอกจากนี้ยัง มีผู้บริหารชื่อดังอย่าง “ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์” และ “เดวิด เฟลส์” แท๊คทีมขึ้นเวทีเปิดตัวเป็นทางการ ถึงการเข้ามาร่วมดูแล “bHIP” อีกด้วย

ทั้งนี้ “bHIP” ตั้งอยู่ในดัลลัส รัฐเท็กซัส และยังมีสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก ในเซนต์พอล มินนิโซต้า และเบรนสัน มิตซูรี่ ใช้เงินลงทุนกว่า 30 ล้านดอลล่าร์ ใช้เวลากว่า 7 ปี ในเรื่องการลงทุนเรื่องโครงสร้าง ระบบพัฒนาและสนับสนุนเรื่องการทำงานเป็นทีมในองค์กรมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยเปิดตัวใน ปี 2007 ในประเทศสหรัฐอเมริกาแคนาดาและเปอร์โตริโก มีผลิตภัณฑ์ทำตลาดเป็นรายการแรกได้แก่ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ “มาร์กี้ เบอร์รี่” นอกจากนี้ยังมีสินค้า นวัตกรรมใหม่อีกหลายรายการที่กำลังทยอยขออนุญาตจาก อย. เตรียมคลอดตามออกมาทำตลาดอีกมากมาย

ส่วนแผนธุรกิจในประเทศไทยนั้น สมัครเพียง 350 บาท ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทุกประกัน 140,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน สามารถมีรายได้ 5 ช่องทางคร่าวๆดังนี้ 1.TURBO BONUS 2.STAR MAKER BONUS 3.CYCLE BONUS 4.MATCHING BONUS 5.LEADERSHIP BONUS

โดย “ชนิดา” ได้เผยกับ “เส้นทางนักขาย” ว่า “เราต้องการให้ธุรกิจของเราเจาะได้ทุกตลาดลงไปถึงรากหญ้า จึงจะเห็นได้ว่าค่าสมัครของเราถูกมากใครที่จะเป็นผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ง่ายดาย ส่วนใครที่ จะเน้นการทำธุรกิจขยายเครือข่ายเราก็วางระบบและแผนการตลาดไว้รองรับ ช่วยให้ทุกคนสร้างรายได้ ขยายทีมงานได้อย่างไม่ยากเกินไปเช่นกัน”
‘Synergy’ พลิกเกมสู้ปรับแผนใหม่เมษาฯ นี้

ทางด้านความเคลื่อนไหวของ “บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ มาร์เก็ตติ้ง ประเทศไทย จำกัด” ที่มีทีมงานจากกลุ่มของ “ชนิดา” เดิมกระจายเข้าไปร่วมธุรกิจด้วยล่าสุด ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวการปรับ “ProArgi-9 Plus” โฉมใหม่ ให้ทานง่ายกว่าเดิม ในรูปแบบของซองบรรจุผงพกพาได้ง่าย ที่สำคัญคือการเปิดตัวการจ่ายผลตอบแทนแบบรายสัปดาห์หรือ Weekly Bonus

“ศุภพงศ์ จันทรวีระกุล” ผู้จัดการทั่วไป กล่าวถึงการจ่ายผลตอบแทนแบบ รายสัปดาห์หรือ Weekly Bonus ว่า เป็นบริษัทอินเตอร์เจ้าแรกของประเทศไทย ที่มีการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าว ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจได้เห็นรายได้ของตัวเองแทบจะทันเวลา เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ตลาดซินเนอร์จี้เมืองไทย หมุนเร็วยิ่งขึ้น

“โปรแกรมนี้เราเริ่มปรับใช้ตามอเมริกาและเกาหลี ซึ่งเขาพร้อมแล้ว สำหรับการจ่ายโบนัสหรือค่าคอมมิชชั่นแบบรายสัปดาห์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่า เราเป็นบริษัทอินเตอร์เจ้าแรกของประเทศไทยจริงๆ เชื่อว่า การจ่ายผลตอบแทนแบบ Weekly Bonus จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของซินเนอร์จี้ให้เดินเร็วยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกจะสามารถเห็นผลการทำงานของตัวเองได้จากตัวเลขรายได้ที่ทำได้ในแต่ละสัปดาห์ และจะมีสมาชิกหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งโปรแกรม Weekly Bonus จะเริ่มพร้อมใช้ใน ประเทศไทยในต้นเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปครับ”
ซึ่งภายในงานแถลงข่าวดังกล่าวกลุ่มแม่ทีมระดับสูงชื่อดังก็ได้เข้าร่วมงาน และเปิดตัวถึงความพร้อมในการร่วมเกมรุกของบริษัทด้วย อาทิ “จันทนา อินทศิริ” “พรกวิษย์ วงศ์ประเสริฐ” “สุนันทา- ชาติชัย ธนสารเดชาชัย” เป็นต้น
‘นิติ’ ไม่สนแข่งใครรักยาวต้อง ‘เอเจล’ เท่านั้น!

ส่วนทางด้าน “เอเจล” ล่าสุด ก็เพิ่งออกมาแถลงข่าว ที่ดูเหมือนจะเป็น เพียงการเปิดตัว “แนวรุกธุรกิจ” และ “สินค้าใหม่” แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าการออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อ “เปิดตัวทีมบริหารใหม่” ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัท และเปิดให้ “สังคม” ได้เห็นว่า “ผู้นำระดับ สูงคนสำคัญ” ที่กำลังมีกระแสข่าวว่าได้ย้ายไปที่อื่นเช่นเดียวกันอย่าง “นิติ สว่างทรัพย์” เป็นเพียงแค่ “ข่าวปล่อย!!” เจ้าตัวเองยังขึ้นเวที ประกาศให้ทุกคนทราบว่า จะปักหลักอยู่ที่ “เอเจล 1,000,000%”

ทางด้าน CEO “บอยด์ แมตธีสัน” กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยยังมีจุด อ่อนที่ต้องทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อ ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ออกมา ซึ่งอาจนำสูตรของเรามาผลิตที่ประเทศไทย เพื่อลดต้นทุน ในการผลิตและส่งผลให้ราคาจำหน่ายถูกลง และจุดอ่อนของประเทศไทยที่เห็นได้ชัดคือ การซื้อซ้ำและการซื้อแบบยั่งยืน และสาเหตุนี้ทำให้มีการปรับลดยอดขายลงจากเดิม 2,500 บาทเป็น 900 บาท หรือถ้าสร้างทีมใหม่ขึ้นมาจะมีทริปท่องเที่ยว และมีการจัดทริปท่องเที่ยวทุกๆ 6 เดือน เพื่อรักษา ยอดการขาย

แม้ธุรกิจในเอเชียจะมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น แต่เอเจลไม่เห็นว่าใครเป็นคู่แข่ง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบเจลเพียงเจ้าเดียว และหวังว่าจะเติบโตเป็นธุรกิจ 1 หมื่นล้านภายใน 5 ปี สำหรับการ คาดหวังการเติบโตในปีนี้ต้องมากกว่าปีก่อน 50% โดยจะมีการแตกไลน์สินค้าเพิ่มเติม เพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นมา เพื่อกระตุ้น ตัวยอดขาย
“ปัจจุบันแม้จะมีการเปลี่ยน แปลงภายในบริษัท แต่ก็ถือว่าเป็นธรรมดา และยอมรับว่าทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เหมือนป่าทึบที่ต้องตัดต้นไม้ออก ไป เพื่อให้ผู้นำใหม่ๆ เกิดขึ้นมา และพัฒนาผู้นำรุ่นเก่าๆ ให้เติบโต และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม และตอนนี้ เรายังมีกลยุทธ์และนโยบายที่จะทำให้ก้าวไปเป็นผู้นำในการขาย แต่คงไม่สามารถเปิดเผยได้ ในขณะนี้และคงต้องให้รอติดตามดูต่อไป”

ส่วนทางด้านของ “นิติ” ได้เปิดเผยความรู้สึกกับ “เส้นทางนักขาย” ว่า “ต้องบอกว่าผมรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น เหมือนกับว่า วันนึงคนที่เคยคิดเหมือนเรา เกิดความคิดแตกต่างขึ้น ซึ่งผมก็คงต้องบอกว่า ขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่ส่วนตัวของผมเอง ก็มีสิ่งที่ต้องยึดเหนี่ยวเหมือนกัน นั่นคือเอเจล เพราะผมรู้ว่าสินค้าที่นี่ ดีจริง ผมก็คงเน้นการแข่งกับตัวเองมากกว่า ส่วนกระแสที่บอกว่าผมจะไปที่อื่นนั้น ก็ย้ำอีกครั้งว่าไม่จริงเลยผมยังไม่คิดไปไหนนอกจากอยู่กับเอเจลเท่านั้น ที่นี่มีปัจจัยทุกอย่างครบที่จะนำพาทุกคนไปสู่ความสำเร็จได้จริง สุดท้ายก็คงต้องถามตัวเองกันว่า นิยมอยู่สั้นหรือนิยม ยาว ถ้านิยมยาวก็คงต้องเป็นที่เอเจลนี่ล่ะครับ”
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 201 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1- 15 เมษายน 2554

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

‘ตาฮิเตียน โนนิ’ ขยับตัวแรง โชว์กึ๋นจัดงานระดับโลก ในไทย



ในการเติบโต 30% หรือมียอดขาย 2,600 ล้านบาทภายในปี 2554 ได้แน่นอน หลังจากเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่ง นู สกิน สามารถทำยอดขายได้เติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของผู้แทนจำหน่ายให้มีความแข็งแกร่ง ผ่านกิจกรรมของบริษัทที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา อาทิ กิจกรรมการอบรมสัมมนา การสร้างแรงจูงใจให้ผู้แทนจำหน่ายด้วยโปรแกรมการท่องเที่ยว (Incentive Trip) และแผนการปรับใช้ระบบ ไอที โซลูชั่น 360 องศา ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานให้ผู้แทนจำหน่าย ที่สำคัญบริษัท ยังมีการใช้แผนการตลาดที่มีความเข้มข้นมากขึ้นด้วย


สำหรับการดำเนินงานในครึ่งปีแรกนี้ นู สกิน มีแผนรุกกิจกรรมการตลาดให้เข้มข้นมากขึ้น ทั้งการกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดรายการส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจเป็นพิเศษ ช่วยให้ผู้แทนจำหน่ายปิดการขายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม นู สกิน โรดโชว์ 2011 (Nu Skin Road Show 2011) ที่จะเดินสายไปตามจังหวัดต่างๆ ครอบคลุมทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้แทนจำหน่าย ในด้านการสร้างและขยายเครือข่าย รวมทั้งการเพิ่มจำนวนของสมาชิกใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่จากกิจกรรมนี้ได้เพิ่มขึ้น 10% ทั้งนี้ จากความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมาย 2,000 ล้านในปี 2553 ผนวกกับแนวโน้มการเติบโตที่เป็นไปตามเป้าหมายในไตรมาสแรกของปี 2554 ทำให้ นู สกิน ประเทศไทย มองไกลถึงความสำเร็จในระยะยาว ด้วยการประกาศเป้ายอดขายสูงถึง 5,000 ล้านบาทภายในปี 2558 และพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเทคโนโลยีเอจล็อก เพื่อรุกตลาดในช่วงกลางปีนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้มีการประกาศเป้าหมายระยะยาว ด้วยการที่จะพิชิตยอดขาย 5,000 ล้านบาทภายในปี 2558 ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าดูจากผลงานความสำเร็จที่ผ่านมา บริษัทมั่นใจว่าเป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน โดยจะยังคงเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต่อต้านความเสื่อมชราในกลุ่มเทคโนโลยีเอจล็อค เป็นตัวหลักสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้แทนจำหน่าย เนื่องจากชุดผลิตภัณฑ์เอจล็อค ทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่เปิดตัวไปตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่แรงอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในด้านการลดเลือนริ้วรอยแห่ง
วัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทเป็นองค์กรผู้นำด้านการต่อต้านความเสื่อมชรา (Anti-aging Company) อย่างแท้จริง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ Global Business

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

แอมเวย์แนะนำ “นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค พลัส” พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ มั่นใจช่วยเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน



บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค พลัส” สูตร 4-18-18 ปุ๋ยเคมีธาตุอาหารหลักในรูปแบบน้ำสำหรับฉีดพ่นทางใบ ซึ่งสูตรนี้ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดยใช้เทคโนโลยีการสกัดสาหร่าย (Algal Extract Technology) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร โดยใช้สาหร่ายทะเลแอสโคไฟลัม โนโดซัม (Ascophylum Nodosum) ผสมผสานเข้ากับการเติมธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ปุ๋ยธาตุอาหารหลัก นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค พลัส สามารถละลายน้ำได้ 100% ง่ายต่อการดูดซึม ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เริ่มจำหน่าย 25 เมษายน 2554 ขนาด 1 ลิตร ในราคา 1,285 บาท ราคาสมาชิก 1,028 บาท

พร้อมกันนี้ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อปุ๋ยเคมีธาตุอาหารหลัก“นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค พลัส” สูตร 4-18-18 จำนวน 2 ขวด รวมมูลค่า 2,570 บาท (ราคาสมาชิก 2,056 บาท) รับฟรีทันที สารเสริมประสิทธิภาพ แอ็ปซ่า-80 ขนาด 1 ลิตร มูลค่า 515 บาท โดยโปรโมชั่นนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-15 ก.ค. 54 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Amway Call Center 0-2725-8000 หรือ www.amwayshopping.com

* หมายเหตุ: นิวทริแพลนท์ เอ็นพีเค พลัส จัดเป็นปุ๋ยเคมี ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ดังนั้น นักธุรกิจแอมเวย์สามารถซื้อเพื่อการใช้เองได้โดย “ไม่” สามารถนำไปเสนอขายต่อได้ ยกเว้นมีใบอนุญาตจำหน่ายปุ๋ย หากฝ่าฝืนจะได้รับโทษทางกฎหมาย
ข้อมูลสำหรับกองบรรณาธิการ

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2530 ปัจจุบันเป็นผู้นำธุรกิจขายตรงที่มียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศ (จากรายงานงบการเงินของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553) ดำเนินธุรกิจขายตรงภายใต้ระบบการตลาดหลายชั้นผ่านนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ

ปัจจุบันแอมเวย์มีนักธุรกิจแอมเวย์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังและต่ออายุสมาชิกภาพอย่างต่อเนื่องทุกปี 320,000 รหัส มีสมาชิกที่สมัครเพื่อใช้สินค้า 700,000 รหัสทั่วประเทศ แอมเวย์ยังเป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทย โดยมีตำแหน่งในปัจจุบันคือ อุปนายกฝ่ายการศึกษา หากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.amwayshopping.com หรือ AmwayFacebook www.facebook.com/amwaythailand หรือติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กรได้ที่คุณสุภาวดี โทร.0-2713-8000 ต่อ 1483
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ เวิรฟ :

วรญา มณีวรรณ (เพชร) โทร.0-2204-8229

พรชนันท์ มงคลกุล (กิฟท์) โทร.0-2204-8223

 

 

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับความงามสำหรับสาววัย 40+



เมื่อก้าวสู่วัย 40+ ผิวก็จะก้าวสู่ความร่วงโรย ไม่ว่าคุณจะดูแลผิวอย่างดีเพียงใด ก็อาจพบว่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เคยใช้มาหลายปี เริ่มไม่ได้ผลอย่างที่คุณต้องการ ทั้งนี้ เพราะการสร้างฮอร์โมนต่างๆ รวมทั้ง เอสโตรเจนลดลง ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี ไขเคล็ดลับ เพื่อช่วยชะลอความร่วงโรยแห่งผิวพรรณ

ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม สถาบันการเรียนรู้และฝึกอบรม อาวียองซ์ อะคาเดมี เผยว่า “สำหรับสาววัย 40+ ควรดูแลผิวทั้งจากภายในและภายนอก ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์เยอะ เพื่อช่วยในการเผาผลาญและดูดซึมไขมัน รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น แอโรบิค หรือโยคะ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเข่า เพื่อลดแรงกระแทก เข้านอนก่อนเที่ยงคืน เนื่องจากจะมีฮอร์โมนที่หลั่งออกมาช่วยซ่อมแซมร่างกาย

ส่วนผิวภายนอก ควรทาครีมกันแดดทุกวัน และทาครีมบำรุงผิวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวัย 40+ อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนครีมบำรุงผิวที่เคยใช้มานานหลายปี เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผิวพรรณที่เริ่มเสื่อมสภาพ สาเหตุมาจากการสร้างฮอร์โมนต่างๆ รวมทั้งเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้ผิวที่เคยชุ่มชื่น เปล่งปลั่งก็กลับแห้งกร้าน โรยรา ผิวหย่อนคล้อยยิ่งขึ้น เกิดริ้วรอยลึกทั้งใบหน้าและลำคออย่างชัดเจนแม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ จึงทำให้หลายคนพึ่งวิทยาการทางการแพทย์ ให้สวยทันใจ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการดูแลผิวพรรณเป็นประจำอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวร่วงโรยแห่งวัยโดยเฉพาะ ให้กลับฟื้นคืนความเปล่งปลั่ง ผิวแน่นกระชับ ในปัจจุบันมีการคัดสรรส่วนผสมใหม่ๆ ที่ช่วยปรนนิบัติผิวร่วงโรยโดยตรงมากมาย ล่าสุดมีการนำเพชรบริสุทธิ์มาผ่านกระบวนการลดขนาด (Purified Diamond Mineral Microparticles)# นำมาใช้ในเครื่องสำอางเพื่อฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าขาดพลังให้กลับมีชีวิตชีวาเปล่งปลั่ง เพราะเพชรมีโครงสร้างเป็นคาร์บอนเช่นเดียวกับผิวของมนุษย์ จึงเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูและเข้ากันได้ดีกับผิวมากกว่าอัญมณีอื่นๆ”

เสริมความอ่อนเยาว์อีกนิดด้วย “เซรั่ม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญที่ช่วยขจัดริ้วรอยลึกบริเวณร่องรอยยิ้มระหว่างคิ้ว หน้าผากและลำคออย่างเห็นผล เพราะมีความเข้มข้นสูงเปรียบเซรั่มได้ดั่ง “บิวตี้ โด๊ป” ช่วยให้ผู้หญิงวิ่งเข้าเส้นชัยของผิวสวยเร็วยิ่งขึ้น แต่ควรทาเซรั่มและครีมบำรุงฟื้นฟูผิวควบคู่กันทั้งใบหน้าและลำคอเป็นประจำเช้า-เย็น อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สาววัย 40+ ยังสามารถเสริมบุคลิกตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์ ด้วยการมีอารมณ์ขันในบทสนทนาประจำวันกับคนรอบข้างบ้าง ก็ทำให้ผู้หญิงวัย 40+ ดูกระฉับกระเฉงอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ส่วนการแต่งกายนั้น สาววัย 40+ ก็สามารถจะดูเท่ได้กับกางเกงยีนส์พอดีตัว มินิบูทส์สุดเก๋ หรือ แจ็คเก็ตสุดเทรนด์ดี้ ที่แม้จะใส่กี่ครั้งหรือใส่เมื่อไรก็จะทำให้คุณโฉบเฉี่ยวได้ตลอดอย่างไร้กาลเวลา และที่สำคัญคือ อย่ามัวกังวลกับปัญหาผมหงอก ที่เริ่มคืบคลานมาในวัยนี้ เพราะการทำสีผมช่วยขับสีผิวใบหน้าคุณให้ดูสดใส เสริมบุคลิกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แนะนำให้คุณเลือกสีอ่อนจากสีผมจริง เช่น สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเหลือบ บลอนด์จะช่วยให้ใบหน้าคุณซอฟท์และดูสดใส การทำไฮไลท์จะช่วยปกปิดผมหงอกได้อย่างแนบเนียน

เพียงเท่านี้ ผู้หญิงวัย 40+ ที่มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า 40 ปี อย่างคุณก็ดูดีขึ้นได้แบบที่ใครๆ ก็มองผ่านเรื่องอายุไปเลย
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300 / 0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณนพมาศ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ทางเลือกใหม่‘เกษตรกรไทย’ ‘TGI-วาฬน้ำเงิน’ ใต้ปีก ‘วุฒิพงศ์ วนากุล’


“ผมถือเป็นการคืนกำไรสู่พี่น้องเกษตรกร และอีกประการหนึ่งเรามองเห็นความผูกพันรักใคร่อันดีระหว่างบริษัท กับเพื่อนนักธุรกิจอิสระซึ่งเป็นทั้งเกษตรกรผู้ใช้ผลิตภัณฑ์และนักขายมีต่อกัน การจัดงานมหกรรมเกษตรที่ยิ่งใหญ่น้องๆงานกาชาดหรือเกษตรแฟร์ในศรีสะเกษจึงเกิดขึ้นประเดิมนำร่องการเปิดตัววาฬน้ำเงินให้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้นในปีนี้เป็นต้นไป”


ตะลึง! “วาฬน้ำเงิน” หยุดสงครามไทย-เขมร


ตะลึง! มหกรรมงานเกษตรฟรีคอนเสิร์ต “วาฬน้ำเงิน” ณ สนามกีฬาสถาบันการพลศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาคึกคักกันสุดเหวี่ยงกระชากอารมณ์ความรู้สึกหวาดกลัวผวาจากเหตุการณ์ชายแดนไทยเขมรปะทุให้หยุดลงได้ในฉับพลัน!! 


เมื่อพี่น้องประชาชนคนศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี และในจังหวัด ใกล้เคียงตลอดจนถึงคนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ “ชายแดนไม่สงบ” รวมเกือบห้าพันคนพากันหลั่งไหลเข้าร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้าพืชผลทางการเกษตรคุณภาพหลากหลายนานาพันธุ์ ที่ “วาฬน้ำเงิน” จัดขึ้นเป็นการขอบคุณและคืนกำไรให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่สิบโมงเช้ายันเที่ยงคืน 


ทำให้บรรยากาศงานคึกคักกันตั้งแต่เช้าของวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ด้วยผู้คนที่เป็นทั้ง “สมาชิกวาฬน้ำเงิน” และ “ประชาชนทั่วไป” ต่างพากันให้ความสนใจการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรคุณภาพสูงจากบริษัทฯ การจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรปลอดสารพิษ รวมไปถึงการประกวดพืชผลทางการเกษตร และร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมายมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ร่วมลุ้นรางวัลปุ๋ย 30 ตัน และของรางวัลอื่นๆ กว่า 500,000 บาท 
ยิ่งพลบค่ำความคึกคักก็ยิ่งทวีมากขึ้นเมื่อบรรยากาศงานเริ่มพาเข้าสู่กิจกรรมบนเวทีกลางแจ้งกับการประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง-แดนเซอร์ จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วม 20 แห่ง และชม “ฟรีคอนเสิร์ต” จากเหล่าศิลปินชั้นนำนับ 10 คนจากค่ายแกรมมี่ โกลด์ กล่าวได้ว่างานนี้ “คนอีสานบ้านเฮาลืมมินิสงครามชายแดนในค่ำคืนนั้นกันไปเลย” 


 ย้อนที่มา “มหกรรมสินค้าเกษตร-ฟรีคอนเสิร์ต”


สำหรับวันประวัติศาสตร์หยุดกระแสความกลัวมินิสงครามชายแดนไทย-เขมรของ “วาฬน้ำเงิน” ครั้งนี้ เกิดขึ้นด้วยความ “ตั้งใจ” ของคณะผู้บริหาร “บริษัท ไทย-เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ จำกัด” (TGI) เจ้าของกิจการผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบรนด์ “วาฬน้ำเงิน” หรือ “บูลเวล” (BLUE WHALE) นำโดย “วุฒิพงศ์ วนากุล” กรรมการผู้จัดการ “จิตรกร สายแก้ว”     ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ “ไตรรัตน์ ธีรทิพย์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และผู้นำฝ่ายขายระดับสูงทั้งหมด 


“วุฒิพงศ์ วนากุล” อธิบาย   รายละเอียดว่า เนื่องด้วย “TGI” เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพทางการเกษตรผ่านช่องทาง  “ขายตรงหลายชั้น” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ให้กับ “เกษตรกรไทย” ทั่วประเทศมาเป็นระยะเวลาร่วม 2 ปี และประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจจากการตอบรับของเกษตรกรในการเข้าร่วมเป็น       “สมาชิกวาฬน้ำเงิน” เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์    ไปใช้ในไร่สวนด้วยราคาที่ได้ส่วนลดพิเศษ และ “นักธุรกิจอิสระ” ที่เข้ามาร่วมงานขยาย เครือข่ายผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ตราวาฬน้ำเงินเป็นจำนวนมาก     


โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับได้ว่าเกษตรกรและนักธุรกิจอิสระ “TGI” มีเสียงตอบรับผลิตภัณฑ์    ทางการเกษตรวาฬน้ำเงินสูงมาก ทำให้  การขยายเครือข่ายและเปิดศูนย์บริการ    เติบโตอย่างรวดเร็วในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา       “ผู้บริหาร” จึงตระหนักถึงความสำคัญต่อการสร้าง “สายใยผูกพัน” ที่ยั่งยืนนานกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก 


“ผมถือเป็นการคืนกำไรสู่พี่น้องเกษตรกร และอีกประการหนึ่งเรามองเห็นความผูกพันรักใคร่อันดีระหว่างบริษัทกับเพื่อนนักธุรกิจอิสระซึ่งเป็นทั้งเกษตรกรผู้ใช้ผลิตภัณฑ์และนักขายมีต่อกัน การจัดงานมหกรรมเกษตรที่ยิ่งใหญ่น้องๆ งานกาชาดหรือเกษตรแฟร์ในศรีสะเกษจึงเกิดขึ้นประเดิมนำร่องการเปิดตัววาฬน้ำเงินให้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้นในปีนี้เป็นต้นไป”  
“วุฒิพงศ์” กำชับต่อว่า ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าช่วงที่ผ่านมา “วาฬน้ำเงิน” จะไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงการเกษตรแต่อย่างใด หากแต่พื้นฐานธุรกิจของวาฬน้ำเงินนั้นได้เป็นที่คุ้นเคยแพร่หลายในหมู่คนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว 


 อาณาจักร “เอกยงวงศ์”  ฐานมั่น “วาฬน้ำเงิน”


 ด้วยเหตุนี้ทำให้ “กรรมการ ผู้จัดการ TGI” ในฐานะผู้บริหารสูงสุด   ของวาฬน้ำเงินและทายาทผู้สืบทอดธุรกิจผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและการประมง   มาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี  ซึ่งทำการค้า “วัสดุซ่อมเรือประมง” และ “กากเมล็ดชา”   รายสำคัญที่ดำเนินธุรกิจในนาม “กลุ่มเอกยงวงศ์”  ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในเครือ รวม 7 ษริษัท ด้วยทรัพย์สินรวมกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจัดตั้งบริษัท TGI เพื่อทำธุรกิจขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้แบรนด์ “วาฬน้ำเงิน” เป็นธุรกิจใหม่ล่าสุดเมื่อปี 2551 


“วุฒิพงศ์ วนากุล” ทายาทธุรกิจพันล้านได้เล่าย้อนพื้นฐานธุรกิจของกลุ่มเอกยงวงศ์ว่า เดิมทีสองผู้ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจอย่าง “นิพนธ์ วนากุล” และ “รัมภา วนากุล” ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเขาได้เริ่มทำธุรกิจการค้าวัสดุซ่อมเรือประมงเมื่อปี 2527 ด้วยการจัดตั้ง  “ห.จ.ก.ย่งฮงจั่น” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนเล็กๆ แต่ได้ขยายการจำหน่ายกากเมล็ดชาเพื่อกำจัดปลาในฟาร์มกุ้งเพิ่มและดำเนินด้วยดีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน 


และต่อมาเมื่อการดำเนินธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นก็มีการขยายกิจการจัดตั้ง “บริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด” ดำเนินธุรกิจจำหน่ายกากเมล็ดชาสำหรับกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าว เพิ่ม ตามด้วยการจัดตั้ง “บริษัท วงศ์ชัยเกษตร จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจอาหารเสริมสำหรับพืช 


หลังจากนั้นได้ขยายไปสู่ธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีมาตรฐานระดับสากลด้วยปี พ.ศ.2551 กลุ่มเอกยงวงศ์ ได้ร่วมทุนกับ บริษัท Canadian Real Organic Products Inc (CROP) ประเทศแคนาดาในนาม “บริษัท ไทย-แคนาดา เรียล ออร์แกนิค โปรดักส์ จำกัด” ขึ้นเพื่อผลิต Can Grow สารปรับปรุงดินจากไคติน ซึ่งทำให้พืชแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกัน     เชื้อรา จนได้รับการ certified จาก OMRI (Organic Material Review Institute) ประเทศอเมริกาเป็นผลสำเร็จ 


นอกจากนั้นในปีเดียวกันกลุ่มเอกยงวงศ์ยังร่วมมือกับนักวิชาการชาวเยอรมันจัดตั้ง “บริษัท ไทย-เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ จำกัด” (TGI) ขึ้นจัดตั้งโรงงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไคโตซานวาฬน้ำเงินบนเนื้อที่ 43 ไร่ ด้วยอาคารโรงงานที่มีพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร ภายใต้การควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วัตถุดิบเริ่มต้น จนมาเป็นผลิตภัณฑ์วาฬน้ำเงิน (บลูเวล) ขึ้น 


เพิ่มเติมจากโรงงานที่ 1 บนที่ตั้งเลขที่ 44/3 หมู่ 7 ซอยสถานีรถไฟคอกควาย ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เนื้อที่ 13ไร่ อาคารโรงงานมีพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร เช่นเดียวกัน 


 “TGI-วาฬน้ำเงิน” ทางเลือกใหม่เกษตรกรไทย


“วุฒิพงศ์ วนากุล” ย้ำชัดถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ “TGI” ว่าหลังจากก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 พร้อมโรงงาน     ของบริษัทฯ เอง ก็เพื่อให้มั่นใจใน “คุณภาพวาฬน้ำเงิน” ทุกขั้นตอน ซึ่งเขาได้รับเอาวิทยาการการผลิตไคโตซาน ข้อมูลวิชาการ วิธีการติดตั้งเครื่องจักร และการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลิตและนำส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรดังกล่าวให้เข้าถึง “เกษตรกรไทย” อย่างทรงประสิทธิภาพเช่นกัน 
 “เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพดี ที่สามารถควบคุมการผลิตด้วยตนเอง และมีผลการทดสอบสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน บริษัทฯ จึงคิดหาวิธีที่จะสามารถกระจายสินค้า ไปสู่เกษตรกรได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มที่เหมาะกับการเข้าถึงผู้ใช้ชาวเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ซึ่งพวกเขาได้ประโยชน์ทั้งได้ใช้สินค้าดีราคาถูกและร่วมเป็นนักธุรกิจได้อีกด้วย” 
ดังนั้น “TGI” ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาบนพื้นฐานที่ต้องการขายสินค้าทางการเกษตรที่ดี มีคุณภาพ ราคายุติธรรม มีแผนการตลาดที่สมาชิกสามารถทำธุรกิจที่มั่นคงให้ผล ตอบแทนอย่างยั่งยืนและดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์เป็นที่ตั้งจึงได้รับความนิยมจากเหล่า “สมาชิกวาฬน้ำเงิน” อย่างกว้างขวางตามแบบฉบับของธุรกิจขายตรงที่ก่อเกิดด้วยยุทธศาสตร์บอกเล่าความสำเร็จ “ปากต่อปาก” ในเวลาอันรวดเร็ว 


ข้อสำคัญการดำเนินธุรกิจของ “วาฬน้ำเงิน” หรือ “TGI” กรรมการผู้จัดการคนสำคัญได้เน้นยึดวิสัยทัศน์ (Vision) เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งพัฒนาบริษัทสู่ความเป็นเลิศในธุรกิจ ขายตรง เสริมสร้างรายได้อย่างมั่นคงบนพื้นฐาน คุณธรรมนำธุรกิจ อย่างหนักแน่น ด้วยนโยบาย (Policy) บริหารใน 5 เสาหลัก คือ 


1.ผลิตสินค้าคุณภาพดี ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย 2.ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ด้วยสำนึกรับผิดชอบ  3.สร้างงานและสร้างโอกาสทางการเงินให้กับคนไทย  ทุกอาชีพ 4.สร้างความเชื่อมั่นบนพื้นฐานการประกอบธุรกิจ เครือข่ายด้วยคุณธรรม 5.ดูแลพนักงานและสมาชิกทุกคน ด้วยความเอาใจใส่เสมือนครอบครัวเดียวกัน 


ทั้งนี้ “วาฬน้ำเงิน” ได้กำหนด   “พันธกิจ” (Mission) ของตัวเองไว้ว่า ภายใน 5 ปีนี้ จะต้องก้าวขึ้นสู่ความเป็น      “ผู้นำ” ด้านธุรกิจเกษตรอินทรีย์ แบบ      ครบวงจร และพัฒนายกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขายตรง     อย่างบรูณาการและยั่งยืน ด้วยระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจนสามารถสร้างผลประกอบการได้อย่างต่ำ 500 ล้านบาทต่อปี ภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และมีจริยธรรม บนพื้นฐานของ            “บรรษัทภิบาล” ที่ดีด้วยความรับผิดชอบ ต่อสังคมสูงสุด 


 ขายตรงเกษตรที่ลงตัวของนักธุรกิจอิสระไทย


ถึงตรงนี้คงต้องกล่าวว่า “บริษัท ไทย-เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ จำกัด” หรือ “TGI” หรือ “วาฬน้ำเงิน” นั้นเป็นบริษัทขายตรงที่มีฐานความรู้บวกกับประสบการณ์อันยาวนานในตลาดสินค้าเกษตรมาเกือบ 30 ปี ที่เริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ในครอบครัวและค่อยๆ พัฒนาเข้าสู่ความร่วมมือกับสถาบันและองค์กรวิจัยต่างๆ   เพื่อค้นคว้าให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เห็นผล มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนได้รับการตอบรับจากสมาชิก และผู้บริโภคอย่างล้นหลามในเวลาแค่ 2 ปี หลังทำการตลาดแบบเครือข่ายขายตรง 


ทั้งนี้ “วุฒิพงศ์” ให้เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ “วาฬน้ำเงิน” เลือกช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายขายตรง      เอ็มแอลเอ็ม ก็เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของ บริษัทฯ สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน บริษัทฯ จดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจขายตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยมีแผนการตลาดที่มีความโดดเด่นเป็นธรรมแก่สมาชิก สอดคล้องกับพฤติกรรมการตลาด และการพัฒนาศักยภาพการทำธุรกิจของสมาชิก โดยส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 


“การที่กลุ่มบริษัทฯ เราได้ประกอบธุรกิจมานานกว่า 27 ปี ยึดมั่นในเรื่องของคุณธรรมมาโดยตลอด ซึ่งคุณพ่อนิพนธ์ และคุณแม่รัมภา วนากุลของผมได้ทำมาเป็นแบบอย่างนั้น ผมจะยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดไปทุกฝ่ายต้องได้รับผลตอบแทนอย่างเหมาะสม มีความมั่นคงยั่งยืน มีสินค้าที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ บนหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เรายึดมั่นในกฎระเบียบจรรยาบรรณของธุรกิจเครือข่ายเป็นสำคัญ” 


มากกว่านั้นวันนี้อาจกล่าวได้อีกว่า “TGI” หรือ “วาฬน้ำเงิน” เป็นบริษัท ขายตรงเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารทุก    รูปแบบในการ “ส่งเสริม” และ “สนับสนุน” การทำธุรกิจของนักธุรกิจอิสระในสังกัด   เริ่มจากการจัดทำประชาสัมพันธ์แบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อทีวีดาวเทียมที่บริษัทฯ    ได้ลงทุนผลิตรายการ “เกษตรเกรด A” แพร่ภาพผ่าน KM-Channel ช่วง 22.00 น.ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และช่วง     17.30 น. ในเย็นวันเสาร์และอาทิตย์ สถานีลายไทย วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ ช่วง 5.30 น. 


และในปี พ.ศ. 2554 นี้บริษัทฯ ได้ขยายการประชาสัมพันธ์เพื่อการรับรู้  แบรนด์และเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นโดยการลงทุนเพิ่มในรายการ “เกษตรวาไรตี้” ที่จะเริ่มแพร่ภาพผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT ช่วงเวลา 05.25 ของทุกวันจันทร์ และรายการ “สุขภาพดี” ซี่งจะแพร่ภาพผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ช่วง 02.30 น. ในทุกวันอังคาร (คืนวันจันทร์ล่วงเข้าเช้าวันอังคาร) อีกด้วย 
ไม่เพียงแค่นั้นปัจจุบัน “TGI” ยังมีผลิตภัณท์กลุ่มอื่นที่นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเกษตร อย่างเช่นกลุ่มเสริมอาหาร กลุ่มเสริมความงามและครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ “วาฬน้ำเงิน” สมุนไพรจีน และกาแฟกระชายดำเพื่อสุขภาพไว้รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคให้นักธุรกิจอิสระทุกคนได้อย่างครบครัน โดยภายในสิ้นปีนี้ “วุฒิพงศ์” เตรียมนำผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริม “เอนไซม์” และอาหารเสริมประสิทธิภาพสูงอื่นๆ มาเสริมทัพ เพิ่ม ซึ่งจะยิ่งทำให้ “ขายตรงวาฬน้ำเงิน” เป็นธุรกิจที่ทรงประสิทธิภาพทางการตลาดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว 


สุดท้ายด้วยเป้าหมายผลการดำเนินงานในสิ้นปี พ.ศ.2554 นี้ “วาฬ   น้ำเงิน” จะไต่ระดับเข้าสู่ยอดขาย 200 ล้านบาทให้สำเร็จ “วุฒิพงศ์ วนากุล” กรรมการผู้จัดการจึงกดปุ่มโปรโมชั่นส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ เพื่อให้ “นักธุรกิจอิสระ” ที่เป็นทั้งเกษตรกรและนักขายตรงเต็มตัวได้ทำคุณสมบัติท่องเที่ยวต่อเนื่องมากมาย ประเดิมงานแรกทัวร์สิงคโปร์ 3 วัน 2 คืนปลายเดือนมีนาคม 


นาทีนี้!!...จึงต้องจับตาแทบไม่ให้กระพริบทีเดียวกับอนาคต “วาฬน้ำเงิน” ที่กำลังไต่ระดับเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ตามพันธกิจใน 5 ปีข้างหน้าเพื่อก้าวสู่การ   เป็น  “ผู้นำ” ทางธุรกิจขายตรงเกษตรแบบครบวงจรด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพจนตอบทุกโจทย์ความต้องการ คนไทยทั่วประเทศได้อย่างลงตัวนั่นเอง!! 


อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 199 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1- 15 มีนาคม 2554 

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

‘สปอร์ตทรอน’ แตกแผนไบนารี่ ผุด ‘อารากอนเวิลด์54’ เอาใจสมาชิก



สปอร์ตทรอน สร้างปรากฎการณ์ใหม่เอาใจสมาชิกล่าสุดแตกแผนไบนารี่ ภายใต้ชื่อ อารากอนเวิลด์54 ประกาศเตรียมเปิดตัวพร้อมกัน 5 ประเทศ ย้ำ! จุดเด่น 4 ข้อ หวังดันยอดธุรกิจโตสิ้นปี 800 ล้าน...แย้มเพียงแค่เปิดคู่สายวันเดียว 1 มี.ค. ยอดสมาชิกทะลุถึง 3,000 รหัส แจงสินค้าชูธงรบยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวีว่า พลัสเช่นเดิม เผยเตรียมสัมผัสสินค้าใหม่ช่วงกลางปีด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เชื่อ อารากอนเวิลด์54 คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่คนเครือข่าย

…บริษัท อารากอนเวิลด์ 54 จำกัด ชื่อนี่สำคัญไฉนแล้วใครคือแม่ทัพหน้าของค่ายนี้ ซึ่งหากจะให้เอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของแม่ทัพท่านนี้ เชื่อว่าหลายท่านในธุรกิจเครือข่ายคงรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน ซึ่งเขาผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือ นพดล กลิ่นบำรุง ประธานกรรมการสปอร์ตทรอนนั่นเอง หลายท่านคงสงสัยว่าแล้ว นภดล มีส่วนเกี่ยวกับกับบริษัทเครือข่ายที่ชื่อว่า อารากอนเวิลด์54 ได้อย่างไร?...ทำไมถึงขึ้นแท่นนั่งบริหารบริษัทแห่งนี้แล้ว และทำไมต้องเป็น อารากอนเวิลด์54 โดยทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นภดล กลิ่นบำรุง ประธานกรรมการบริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด ถึงเบื้องลึกของค่ายนี้ และที่มาที่ไปว่าเหตุไฉนถึงต้อง อารากอนเวิลด์54 พร้อมกับประเด็นสำคัญอีกหลากหลาย มาให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้

จุดกำเนิด“อารากอนเวิลด์54”
มิติใหม่ที่โดนใจคนเครือข่าย
…นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวที่หลายคนจับตามองกันอย่างไม่คาดสายตาอย่างแน่นอน สำหรับเครือข่ายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ อารากอนเวิลด์54 ที่มีผู้นั่งกุมบังเหียนทัพหน้าอย่าง นภดล กลิ่นบำรุง คอยบัญชาเกมรบ... ซึ่งทางด้านบอสใหญ่ของค่ายนี้ก็ได้เปิดใจถึงรายละเอียดของอารากอนเวิลด์54 ผ่าน ตลาดวิเคราะห์ ว่าการถือกำเนิดเกิดขึ้นของบริษัท อารากอนเวิลด์ 54  จำกัดนั้น เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่ว่า ต้องการที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของคนเครือข่าย ด้วยแผนการตลาดที่ทำง่ายจ่ายได้จริงด้วยแผนไบนารี่
วันนี้บริษัทขายตรงหลายๆ ค่ายที่เปิดใหม่โดยใช้แผนไบนารี่ ต้องยอมรับว่ามีบางค่ายที่เปิดมาแล้วไม่เข้าใจ ระบบการจัดการก็ล้าสมัยที่สำคัญระบบเทรนนิ่งที่ดีก็ยังไม่มีสินค้าก็ง่ายๆ เปิดไปเพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็เลิก โดยมองว่าการที่จะทำธุรกิจให้สำเร็จได้นั้น ต้องมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ซึ่งหากมีความเข้าใจในธุรกิจทั้งหมดก็สามารถที่จะเติบโตได้ แต่หากเข้าใจในบางส่วนการเติบโตก็เป็นไปไม่ได้ ซึ่งที่อารากอนเวิลด์54 มีความพร้อมทุกอย่างที่ทุกท่านต้องการอย่างแท้จริง นายนพดล กล่าวและว่า
นภดล เผยต่ออีกว่าการทำตลาดของสปอร์ตทรอนนับจากนี้ จะเป็นเพียงแค่บริษัทที่ซัพพอร์ตในส่วนของสินค้าให้กับอารากอนเวิลด์54 เท่านั้น โดยต่อจากนี้ไปสมาชิกที่จะเข้ามาทำธุรกิจจะต้องอยู่ภายใต้ชื่อของอารากอนเวิลด์54 ซึ่งปัจจุบันนี้สมาชิกทุกคนที่เคยทำอยู่ในชื่อของสปอร์ตทรอน ทางบริษัทฯ ก็ได้มีการโยกรหัสมาอยู่ในนามของอารากอนเวิลด์54 ทั้งหมดแล้ว
…ที่ผ่านมาบริษัทฯ เคยคิดที่จะเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่มาแล้วหลายครั้ง แต่เสียงผู้นำส่วนใหญ่ในช่วงนั้นยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนการตลาดใหม่เท่าทีควร ทำให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ จึงยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดแต่อย่างใดจนกระทั่งในช่วงหลังมีผู้นำหลายท่านเริ่มเห็นว่าน่าที่จะเปลี่ยน เพราะต่างมองว่าการทำงานในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างที่จะลำบาก ซึ่งสาเหตุที่บริษัทฯ ได้เปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันผู้นำของบริษัทฯ มีความพร้อมมากขึ้น และเริ่มที่จะเห็นด้วยกับแผนการตลาดดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่พบว่าเริ่มมีผู้นำหน้าใหม่ๆ เข้ามาสู่ธุรกิจอารากอนเวิลด์54 มากขึ้นอย่างน่าพอใจทีเดียว เพราะเห็นได้จากเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมาที่ทางบริษัทฯ ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มียอดสมาชิกเข้ามาในระบบสูงถึง 3,000 รหัสเพียงแค่วันเดียวเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจอย่างมาก…
จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันนี้ในเรื่องของแผนการตลาดเพื่อชูความโดดเด่นของธุรกิจในการที่จะสร้างแรงเหวี่ยงของธุรกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปข้างนั้น ถือว่าค่อนข้างที่จะสำคัญอย่างมากเห็นได้จากค่าย สปอร์ตทรอน ที่หลังจากได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่จากยูนิเลเวลมาเป็นแผนไบนารี่ พร้อมกับใช้ชื่อบริษัทเครือข่ายพันธุ์ใหม่ว่า อารากอนเวิลด์54 สามารถสร้างแรงเหวี่ยงจนเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองของคนเครือข่ายอย่างมากทีเดียว…

ซูมยุทธศาสตร์ดันธุรกิจ
ชู4จุดเด่นสร้างความแกร่ง
…นายนภดล กลิ่นบำรุง ประธานกรรมการบริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด เผยถึงแผนการบุกตลาดเครือข่ายในช่วงแรกภายใต้ชื่อ อารากอนเวิลด์54 ว่าการรุกตลาดของอารากอนเวิลด์54 นับจากนี้จะเน้นเจาะตลาดกลุ่มรากหญ้ามากขึ้น หลังจากในช่วงที่ผ่านมาขายตรงในนามชื่อ สปอร์ตทรอน ค่อนข้างที่จะเน้นเจาะกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบนเป็นหลัก ซึ่งสาเหตุที่บริษัทฯ หันมาเจาะกลุ่มรากหญ้าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปรับแผนการตลาดใหม่ด้วยนั่นเอง
ในขณะเดียวกัน แผนการดำเนินธุรกิจของ อารากอนเวิลด์54 ยังจะเน้นชูจุดเด่นของบริษัท 4 ข้อด้วยกัน นั่นก็คือ 1.ระบบการฝึกอบรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศ “Aragon Business” 2. ระบบ E-Wallet :  ทำธุรกิจกรรมทางการเงิน ซื้อ-ขายผ่านระบบ E-Wallet 24 ชั่วโมง ทั่วโลกโดยไม่ต้องจับเงิน 3. VIP-CODE : สำหรับผู้นำที่ประสบความสำเร็จใน Code แรกแล้ว พร้อมสร้าง Code ที่ 2 บริษัทมอบเอกสิทธิ์ VIP-CODE ให้อยู่บนสุดเหนือองค์กรทั้งหมดของบริษัท และ4.เปิดตัว 16 สาขาทั่วประเทศ และอีก 5 ประเทศพร้อมกับรองรับการเติบโตอย่างยิ่งใหญ่อาทิ กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว และเวียดนาม... ซึ่งจากจุดเด่นที่มีอยู่นี้ ทำให้ทางด้าน นภดล เชื่อว่ายอดขายภายในสินปีนี้น่าที่จะแตะอยู่ที่ 800 ล้านบาทได้อย่างสบายเช่นกัน
ปัจจุบัน อารากอนเวิลด์54 มีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 16 สาขา ประกอบด้วย 1.สาขาไซเบอร์เวิลด์ 2.สาขาเมืองไทยภัทรฯ 3.สาขาธัญธานี 4.สาขาสระแก้ว 5.สาขาขอนแก่น 6.สาขาอุบลราชธานี 7.สาขาอุดรธานี 8.สาขาเชียงใหม่ 9.สาขาพัทยา 10.สาขาหาดใหญ่ 11.สาขาเพชรบุรี 12.สาขาพิษณุโลก 13.สาขาสตูล 14.สาขาภูเก็ต 15.สาขาสุรินทร์ และ 16.สาขาสกลนคร ซึ่งภาคที่ได้รับการตอบรับมากที่สุดอยู่ที่ภาคอีสานรองลงมาเป็นภาคใต้
สำหรับสินค้าที่จะใช้ชูธงรบของ อารากอนเวิลด์54 นั้น ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวีว่า พลัสเช่นเดิม... โดยทางด้าน กุลจิรา กลิ่นบำรุง รองประธานกรรมการบริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า วันนี้สินค้าของบริษัทฯ ค่อนข้างที่จะมีความโดดเด่นอย่างมากด้วยนวัตกรรม FoodMatrix  ที่เหนือกว่าสารอาหารทั่วไปในท้องตลาดในเรื่องของการดูดซึมได้ดีกว่าที่ผสมผสานกับทางด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็จะมีสินค้าใหม่เข้ามาในระบบอีกประมาณช่วงกลางปีนี้ โดยจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นเคย พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้เตรียมนำสินค้าที่ดีที่สุดอีกมากมาย เข้ามาสู่ธุรกิจอารากอนเวิลด์54 อีกด้วย
นพดล เผยต่ออีกว่า ในช่วงเปิดตัว อารากอนเวิลด์54 นั้นทางบริษัทฯ ได้มีการวางงบประมาณการตลาดไว้บางส่วนในการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ โดยช่วงแรกจะเน้นในสื่อขายตรงก่อน ต่อจากนั้นก็จะเป็นการออกสื่อที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมากขึ้น น่าที่จะสร้างการรับรู้ได้เป็นอย่างดีพร้อมกับมีคนหันมาสนใจธุรกิจของบริษัทฯ มากขึ้นด้วย
เราหวังว่าวันนี้อารากอนเวิลด์54 จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของธุรกิจขายตรงในแผนไบนารี่โดยเชื่อว่าเราเองน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ดีที่สุดที่มีความพร้อมทุกองค์ประกอบตามความต้องการของทุกท่าน นอกจากนี้ตนเองยังอยากที่จะพัฒนาธุรกิจขายตรงให้เป็นอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ด้วย รวมถึงต้องการเห็นทุกบริษัทมีกฎระเบียบและจรรณยาบรรณในการทำธุรกิจด้วย

“อารากอนเวิลด์54”กระทุ้งตลาด
ประกาศหาคนร่วมธุรกิจผ่านเว็บ
…เชื่อว่าหลายท่านที่เป็นอีกหนึ่งนักท่องเว็บไซต์ คงจะเคยได้เห็นข้อความบางท่อนบางตอนของการเชื้อเชิญคนเข้ามาร่วมธุรกิจของ อารากอนเวิล์ด54 อย่างแน่นอน…ไม่ว่าจะเป็นข้อความที่ว่า… บริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัด  Aragonworld54 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกัน 5 ประเทศ AragonLive ทีมงานคุณภาพระดับมืออาชีพทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ ด้วยแนวคิดและวิธีการทำการตลาดสมัยใหม่กับระบบออนไลน์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สมาชิกครอบครัว AragonLive ก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินและเวลาได้อย่างแท้จริงในเวลาอันรวดเร็ว
…เรามีเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างสมาชิกนักธุรกิจอารากอนในครอบครัวของเราให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Director ในเวลา 6 เดือน และมีเป้าหมายที่จะให้ทีมของเรา ก้าวขึ้นสู่ทีมงานอันดับต้นๆ ของอารากอน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ท่านจะไม่ถูกทิ้ง เพราะว่าท่าน คือ ครอบครัวของเรา และเราจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเรามีความสามัคคี และช่วยเหลือกันและกัน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนที่จะมีในอนาคต…
ส่วนอีกหนึ่งข้อความทางเว็บไซต์ที่มีใจความว่า…บริษัท อารากอนเวิลด์54 จำกัดเตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกัน 5 ประเทศ โดยมีคนไทยและประเทศไทยเป็นต้นสาย พร้อมขยายเครือข่ายไปทั่วเอเชียและทั่วโลก โดยเป้าหมายเพื่อให้นักธุรกิจเครือข่ายของอารากอนประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนบนพื้นฐานระบบการอบรมที่ทางบริษัทเตรียมไว้ พร้อมด้วยวิทยากรที่มากความรู้และประสบการณ์ในแวดวงเครือข่ายกว่า 100 ท่าน และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เรืองชื่อของบริษัทสมัยยังเป็นสปอร์ตตรอน ประกาศความยิ่งใหญ่พร้อมกัน 1 มีนาคม 2554 นี้
…จะเห็นได้ว่า อีกหนึ่งการสร้างการรับรู้ของธุรกิจ อารากอนเวิลด์54 ช่องทางผ่านเว็บไซต์ถือเป็นช่องทางที่สำคัญ ในการประกาศตัวเองสู่สายตาคนเครือข่ายได้รับทราบได้เป็นอย่างดีทีเดียว และยิ่ง อารากอนเวิลด์54 มีขุนพลแถวหน้าค่ายสปอร์ตทรอนในการนำเสนอธุรกิจด้วยแล้วเชื่อว่าแรงเหวี่ยงทางธุรกิจให้คนหันมาสนใจธุรกิจพร้อมด้วยนโยบายใหม่ที่ทันยุคทันสมัยพร้อมเสริฟอย่างน่ารับประทานน่าที่จะเป็นที่โดนใจของใครเลยคนด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้การที่จะบ่มเพาะเม็ดกล้าขึ้นมาใหม่สักต้นก็ต้องอาศัยกึ๋นทางธุรกิจที่เฉียบคมของนักบริหารมืออาชีพด้วยเช่นกัน…แล้วมาจับตาดูกันว่า อารากอนเวิลด์54 จะสามารถสร้างความเกรียงไกรของธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานคงรู้แน่!...

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ ตลาดวิเคราะห์

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ มอบรางวัลรถ นิสสัน มาร์ช แก่ผู้ร่วมธุรกิจอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน U-Success Day ฉลองความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด มอบรางวัลรถยนต์นิสสัน มาร์ช จำนวน 3 คัน แก่ผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์ 3 รหัส ที่พิชิตรางวัลจากโปรแกรม ดับเบิ้ล คาเวียร์ แกรนด์ รีวอร์ดส์ (Double Caviar Grand Rewards) ได้แก่ สมพิศ-สมเกียรติ ดึงขุนทด, ธิรดา สาระบัว และกนกวรรณ-ประชา สุจินดาวัฒน์ ในงาน “ยู-ซัคเซส เดย์” (U-Success Day) ณ หอประชุมมหิศร ธนาคาร ไทยพาณิชย์ ปาร์ค
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300 / 0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณนพมาศ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ ประกาศ เข็มทิศธุรกิจ ขับเคลื่อนด้วย GREAT คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ 5 ประการ



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ประกาศเข็มทิศธุรกิจ มอบโอกาสเจียระไนชีวิตเพื่อเติมเต็มฝัน ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย GREAT คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ 5 ประการ คือ เติบโตด้วยการให้, นับถือ ไว้วางใจกัน ยึดมั่นคุณธรรม, มอบโอกาสด้วยความรักและความสุข, ชื่นชมในความต่าง และเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมี โอม-ชาตรี คงสุวรรณ นักแต่งเพลงชั้นแนวหน้าของไทย เป็นผู้เรียบเรียงเนื้อเพลงและทำนองเพลง GREAT เพื่อเป็นสื่อแทนความหมายของวิสัยทัศน์และคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ของอาวียองซ์ ในงาน ยู-ซัคเซส เดย์ ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300 / 0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณนพมาศ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

เอวอน จัดงานฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด



นางวัลลภา นฤนาทวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอวอน คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “AVON 125th Anniversary. The Time to Celebrate for Women : The Key to Legendary” เพื่อฉลองการครบรอบ 125 ปีของเอวอน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดในกลุ่มสกินแคร์ และครั้งแรกกับการแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในเมืองไทย โดยมี มร.ฟรานซิส ปีเตอร์ส ทูตพาณิชย์ สถานทูตสหรัฐอมริกา ประจำประเทศไทย และ เจนสุดา ปานโต เซเลบริตี้ โมเดลของเอวอน ให้เกียรติร่วมแสดงความยินดี โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงแรมเรอเนซองซ์ กรุงเทพ เมื่อเร็วๆ นี้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

เปิดคฤหาสน์หรู 100 ล้าน ชนิดา บูรณะบุตร ฟันธง! ‘bHIP’ โกยพันล้าน



วันนี้ชื่อของ “ชนิดา บูรณะบุตร” ต้องบอกว่าดังกระหื่มวงการขายตรงไทยอย่างแรงสุดอีกระลอก หลังเกิดกระแสพาเหรดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของขายตรงข้ามชาติสายพันธุ์อเมริกาหลายบริษัทไม่ขาดระยะในช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ กระทั่งล่าสุด “bHIP Global” ก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ณ ไบเทค บางนา ท่ามกลางคลื่นมหาชนคลื่นแรกที่แห่ไหลเข้าร่วมงาน “มินิแกรนด์โอเพ่นนิ่ง” กว่า 5,000 คน เมื่อบ่ายวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

“ชนิดา บูรณะบุตร” ในฐานะ “นักธุรกิจอิสระ001” ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ “บีฮิป โกลบอล” ได้เปิดใจกับ “เส้นทางนักขาย” เป็นครั้งแรกถึงเหตุผลสำคัญที่เธอ “ตัดสินใจ” เข้าร่วมธุรกิจเครือข่ายขายตรงน้องใหม่รายล่าสุดบนเป้าหมายจะขยายตลาดปีแรกให้มียอดขายรวมถึง 1,000 ล้านบาท ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวเอก “Maqui Juice” น้ำผลไม้ “Maqui berry” มากี้เบอร์รี่ผสมแร่ธาตุในน้ำว่านหางจระเข้ประสิทธิภาพจากป่าทวีปอเมริกาใต้

ทั้งนี้การตัดสินใจของ “ชนิดา” สร้างความประหลาดใจให้กับคนในวงการขายตรงอย่างยิ่ง  หลังจากก่อนหน้านี้เธอประสบความสำเร็จสูงสุดในธุรกิจขายตรง AGel จนสามารถสร้างคฤหาสน์ไว้เป็นอนุสรณ์ความสำเร็จย่านหมู่บ้านปัญญาราคากว่า 100 ล้านบาท จากรายได้ทั้งหมดราว 280 ล้านบาท ที่ทำได้ภายในระยะแค่  3 ปีเท่านั้นเอง

เส้นทางทำธุรกิจเครือข่ายเป็นมาอย่างไร?


ชนิดา : หลังจากเรียนจบปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ได้เข้าทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อหาประสบการณ์ แล้วมา เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารไทยในลอสแองเจลิส กระทั่งคิดได้ว่าการเป็น  ลูกจ้างแล้วไม่รวย แต่การเป็นเจ้าของร้านอาหารก็ไม่ใช่คำตอบชีวิต เพราะลงทุนสูงและเหนื่อย และเมื่อรู้จักธุรกิจเครือข่ายการเงินการประกันจึงเข้าไปทำทันทีนาน     4 ปี แต่พบว่าไม่สามารถขยายเครือข่ายในประเทศไทยได้

กระทั่งทราบข่าวที่บริษัทขายตรง  “Nu Skin” กำลังจะเข้าประเทศไทย ก็เลยไปเจรจากับเจ้าของบริษัทกระทั่งได้เป็น Blue Diamond คนไทยคนแรก ในปี 1993 ได้รับเช็คเดือนละ 1 ล้านบาท ต่อมาได้รู้จักกับ       “Synergy” แล้วได้ร่วมบุกเบิกธุรกิจในประเทศไทยถึง 4 ปี เมื่อ “เกลน เจนเซ็น” (Mr.Glen Jensen) หนึ่งในผู้ถือหุ้นได้แยกตัวออกมาเปิดนวัตกรรมใหม่ภายใต้บริษัท “AGel” และได้รับการเชิญให้เป็นคนแรก  จึงตัดสินใจ  ร่วมบุกเบิกให้ “AGel” ในประเทศไทยขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน

“พออยู่เอเจลขึ้นปีที่สี่ซึ่งการขยายธุรกิจได้ดำเนินกันอย่างราบรื่น มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จอย่างมากหลายท่าน แต่เจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้นเริ่มมีปัญหาขัดแย้งภายใน ทำให้การขยายงานต่อไม่ราบรื่น จึงเป็นเหตุให้มองไม่เห็นอนาคตอันสดใสอย่างที่คิดไว้ ดิฉันจึงเป็นตัวแทนทีมไปศึกษาหาบริษัทเครือข่ายที่ใช่ใหม่ เริ่มต้นที่ Rian Nutrition แต่ก็พบความ    ไม่สมบูรณ์ในเรื่องสายป่านทุน  จึงหาที่ใหม่ต่อ”

ระหว่างนั้นได้รับทาบทามจากเดวิด เฟลปม์ ให้รู้จักกับบริษัท “Jeunesse” ซึ่ง  เดิมก็คือ “F.F.I.” และได้พูดคุยกับเจ้าของบริษัท แต่ก็ไม่ประทับใจจึงไม่ได้คิดจะไปร่วมงานด้วย  และขณะนั้นก็ได้รับการติดต่อจาก         “bHIP” ที่อยู่รัฐเท็กซัส แล้วเจ้าของบริษัท “แทรรี่” (Mr.Terry LaCore) ได้มอบหมายให้ผู้บริหารบริษัทคนหนึ่งมาพบก่อน จึงทำให้   ไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้ทันทีในเวลานั้น เพราะยังไม่ได้พบคุณแทรรี่

เกิดอะไรขึ้นกับการเดินทางไปอเมริกา?


ชนิดา : ช่วงเดือนธันวาคมปลายปี 2553 ถือว่ายังไม่มีบริษัทเครือข่ายขายตรงใหม่รายใดที่ “ประทับใจ” หรือ “ใช่” สำหรับการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียฯ แทน “AGel” แต่เป็นจังหวะที่เครือข่ายขายตรง “Monavie” ประสานติดต่อเข้ามาอีกพอดีเช่นกัน ซึ่งอยู่ในรัฐยูท่าห์และเป็นพื้นที่คุ้นเคยเป็นรายล่าสุด จนเป็นที่มาของกระแสการมั่นหมายเตรียมจะเปิดตัวในประเทศไทยขึ้นก่อนหน้านี้

หลังจาก “Monavie” สำนักงานใหญ่ได้เชิญ “กลุ่มนักธุรกิจอิสระไทย” ภายใต้การนำของ “ชนิดา” ทั้งหมดเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ช่วงเวลานั้น “แทรรี่” (Mr.Terry LaCore) เจ้าของ “bHIP Global” ทราบข่าว จึงได้เดินทางมาดักรอพบกับ “ชนิดา” ที่ลอสแองเจลิสเป็นครั้งแรกทำให้เกิดความประทับใจต่อกันขึ้น แต่ “ทีมงานชนิดา” ทั้งหมดก็ยังเดินทางไปพบผู้ บริหาร “Monavie” ตามนัดหมาย  ซึ่งได้รับ การรับรองอย่างดีแบบ “ปูพรมแดง” จนเกิดความประทับใจถ้วนหน้า แต่เมื่อฟังแผน   การตลาดแล้ว  ทุกคนรู้สึกเป็นทิศทางเดียวกันว่าลำบากสำหรับตลาดประเทศไทยและเอเชียฯ

เมื่อเดินทางกลับมายังลอสแองเจลิส อีกครั้งเพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย    “bHIP Global” ก็ยกทีมมานำเสนอโอกาสทางธุรกิจที่ลอสแองเจลิสเพื่อเปิดใจ “ทีมงานชนิดา” อีกครั้ง จนทุกคนรับทราบพร้อมกันถึงแผนการตลาดและผลิตภัณฑ์ของ “bHIP Global” ที่น่าจะมีความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดที่ประเทศไทยมากกว่ารายอื่นๆ ระหว่างนั้นทีมงานได้ส่งกระแสความร้อนแรงของการพบปะกับ “Monavie” กลับมายังประเทศไทยเป็นระยะๆ จนทำให้ไม่สามารถวกกลับมาเลือก “bHIP Global” ได้ในขณะนั้น ทั้งๆ      ที่เชื่อมั่น “bHIP Global” ว่าจะเป็นบริษัทที่ ให้โอกาสธุรกิจทางกับคนไทยได้มากกว่า แต่จำต้องเลือก “Monavie” เพราะได้โปรโมทไปมากมายแล้ว

ทำไมถึงหวนกลับมาเลือก “bHIP Global”?


ชนิดา : เมื่อถึงเวลาที่จะต้องร่วมธุรกิจกันอย่างแท้จริงกับ “Monavie” จึงได้ทบทวนเงื่อนไข 3 ประเด็นที่ได้ตกลงกันไปกันก่อนหน้านี้ แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ จึงเห็นถึงความไม่จริงใจในการ  ทำธุรกิจร่วมกัน จึงไม่มีการตัดสินใจร่วมทำธุรกิจกับ “Monavie”  ณ  วันนั้น

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเริ่ม NFR ก่อนจะได้รับ อย. เพื่อทีมงานจะได้มี    รายได้ขึ้นทัน แต่ทางโมนาวีกลับขอเลื่อนออกไปอีก 6 เดือน หรือแม้แต่การว่าจ้าง จีเอ็มคนไทย ก็ขอเปลี่ยนให้เป็นแค่ที่ปรึกษา และสำคัญที่สุดคือไม่ยอมให้มีการปรับเปลี่ยนแผนตามที่ให้สัญญาไว้ ซึ่งจะทำให้การทำงานของทีมงานประสบความสำเร็จยากในแผนการตลาดนั้น”
การทำงานในนามของ “bHIP Global” จึงเริ่มขึ้นเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา คือ1 มีนาคม 2554 สำหรับตลาดประเทศไทย โดยเหตุผลสำคัญนอกจากแผนการตลาด และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับประเทศไทยและประเทศในกลุ่มภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว “ชนิดา” ย้ำว่า

ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างยาวนานกว่า 21 ปีบนเส้นทางธุรกิจเครือข่ายในหลายบริษัท ซึ่งล้วนแล้วเป็นบริษัทอเมริกาที่ผ่านการประสานเจรจาให้มาดำเนินการเปิดตลาดในประเทศด้วยตัวเองทั้งสิ้น จึงมองว่าความแข็งแกร่งของทุนและวิสัยทัศน์ตลอด   จนอำนาจการตัดสินใจของเจ้าของบริษัท  มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตอย่างที่สุดของฝ่ายขายในอนาคต

“สำหรับประวัติคุณแทรรี่ เคย  ทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่อายุ 19 ปี เป็น top income earner ทั้งสองบริษัทที่เขาทำ บริษัทแรกตอนอายุ 19 และเมื่ออายุ 26  ก็ได้ไปเป็น CEO ของอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีผลงานการเติบโตดีมากจนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ และเมื่อมาตั้งบริษัทเอง คุณแทรรี่ก็ตั้งใจที่พิสูจน์ฝีมือให้ชาวโลกได้เห็นว่า บริษัทของเขาจะต้องยิ่งใหญ่จากความสามารถของเขาให้ได้ และจะทำให้โตกว่าทุกบริษัทที่เขาเคยทำสำเร็จมาด้วย”

“BHip Global” จะเกิดในเมืองไทยอย่างไร?


ชนิดา : นับจาก “แทรรี่” ที่วันนี้    มีวัยแค่เพียง 38 ปี ได้หันมาทำธุรกิจเครือข่ายของตัวเองทันที หลังจากเขาหยุดพักการทำงานไป 2 ปี ตามกฎหมายของตลาดหลักทรัพย์อเมริกา เขาก็ตั้ง “bHIP Global” ขึ้นเมื่อปี 2007 โดยได้นำความรู้ และประสบการณ์ตลอดจนเงินทุนทั้งหมดมาดำเนินการ  จนวันนี้กล่าวได้ว่า “bHIP  Global” เป็นบริษัทเครือข่ายหนึ่งเดียวที่มีความโดดเด่นที่สุดในทุกเรื่อง แม้โปรไฟล์อาจจะไม่ใหญ่เท่าบางบริษัท

ข้อแรก “แทรรี่” เป็นคนมีวิชั่นของเจ้าของอย่างแท้จริง ไม่ได้ทำเพื่อเงินแต่ต้องการพิสูจน์ฝีมือในความสำเร็จของตัวเองเป็นหลัก เพราะก่อนหน้านี้เขาผลักดันสร้างบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์มาจนสำเร็จไปแล้วเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะทำให้บริษัท บีฮิปของเขาประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ข้อสอง จุดแข็งของบีฮิปนอกจากเจ้าของจะมีเงินทุนกว่า 86 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว เจ้าของยังมีบริษัทซอฟต์แวร์และรองรับการใช้งานเครือข่ายของตัวเอง ซึ่งบริษัท MLM อื่นๆ ในอเมริกามาใช้ซอฟต์แวร์ของเขาทำธุรกิจด้วย  เพราะฉะนั้นความคล่องตัวในเรื่องแผนการตลาดและอื่นๆ สูงมาก

ข้อสาม เป็นเรื่องสินค้ามากี้เบอร์รี่ ที่มีส่วนสำคัญมาจากเปลือกองุ่นแดง ช่วยในเรื่องของหลอดเลือดหัวใจ มีอโลเวร่า   คือว่านหางจระเข้ป้องกันการอักเสบร่วมด้วย มีซีมิเนอรัล คือแร่ธาตุจากทะเลลึก สามอย่างมารวมกัน พอทานแล้วมันก็จะได้ผล มีฮาลาลสำหรับมุสลิมทั่วโลก และยังผ่านการทดสอบจากสถาบัน BrunSwick จากสหรัฐอเมริกา ในการวัดค่า ORAC สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากถึง 94,500 ชนะคู่น้ำผลไม้ทุกเจ้าในโลกนี้

ข้อสี่ แผนการตลาด มีจุดเด่นที่ทำง่ายเริ่มต้นธุรกิจด้วยสินค้าขวดเดียวราคา  พันกว่าบาท  เหมาะสำหรับคนทั่วไปไม่มีประสบการณ์ แต่ก็มีแผนธุรกิจสำหรับผู้นำเครือข่ายที่สามารถสร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด สร้างแค่ 2 สายงาน ขาอ่อนให้มากถึง 17% ปกติบริษัทอื่นให้มากสุดเพียง 10% เท่านั้น และยังสามารถสร้างรายได้สูงสุดในข้อนี้ ถึง 3.5 ล้านบาท โดยรักษายอดเพียงขวดเดียวเท่านั้น และค่าสมัคร 350 บาท ยังได้รับการการคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล 1.4 แสนบาททันที

“และมีแมทชิ่งโบนัสที่ให้สูงสุดถึงคนละ 1,750,000 บาทต่อเดือน ในระดับลูก หลาน เหลน และที่สำคัญที่สุดรายได้ระยะยาวสำหรับผู้นำองค์กรที่มองหาความมั่นคง คือ โบนัสผู้นำ (Leadership Bonus) ซึ่งบริษัทให้ทั้งหมดมากกว่า 300 ล้านบาท โบนัสเริ่มจากตำแหน่งรูบี้ได้ 350,000 บาท  ต่อจากรูบี้ก็เป็นเอมเมอรัลด์ ได้ 875,000 บาท ไดมอนด์ ได้ 1,750,000 บาท และมีระดับกลางก็คือ blue diamond, black diamond, Royal diamond ระดับสูงสุดคือ presidential diamond ได้ 175,000,000 บาท พร้อมทั้ง 1% ยอดขายทั่วโลก”

ส่วนคณะผู้บริหารนั้น “Mr.David Phelps” จะเป็นไดเร็คเตอร์ออฟเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์” เป็นผู้จัดการประจำประเทศไทย ด้านทีมงานฝ่ายขายในสายงานที่สำคัญ ประกอบด้วย นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวนันท์, ไมเคิล ซาเฟล, ดนัย วงศ์ประเสริฐ, จีรวัฒน โชคนิมิตเขมวัตร และ อ.ประทีป แตงทอง มาจากประกันชีวิต โดยล่าสุด “เกลน    เจนเซ็น” (Mr.Glen Jensen) ผู้ก่อตั้งบริษัทเอเจลได้ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานในฐานะ   ที่ปรึกษาฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบีฮิปเรียบร้อยแล้ว

“ตอนนี้ถือว่าบีฮิปเป็นบริษัท ในฝันจริงๆ  เพราะจะตอบสนองคนได้ทุกอย่าง  ถึงแม้ชื่อเสียงบริษัทนี้เพิ่ง   ขึ้นมาปีที่สี่เอง แต่ว่าปีที่ห้าจะเป็นปีโมเมนตัม แล้วโมเมนตัมจะเกิดในเอเชียโดยเริ่มจากประเทศไทย เชื่อว่าในปีแรกเราจะทำราว 1 พันล้านบาทกันเลย ดิฉันอยากจะรวมพลคนมีศักยภาพทั้งหลายเข้ามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ชีวิตครอบครัวของท่าน โดยบีฮิปจะเป็นโอกาสทองทางธุรกิจให้แก่ท่านอย่างแท้จริง เพียงแค่ท่านทำงานหนักและอดทนรอความสำเร็จ ดิฉันรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังกับบีฮิปโกลบอล อย่างแน่นอน”

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 201 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1- 15 เมษายน 2554

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

อารากอนเวิลด์ 54 เครือข่ายขายตรงยุคใหม่



เปิดใจ "นพดล กลิ่นบำรุง" กับภารกิจครั้งใหม่ "อารากอนเวิลด์ 54" เครือข่ายขายตรงยุคใหม่

ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการสร้างเครือข่ายขายตรง คุณภาพในระดับนานาชาติ ณ วันนี้ "บริษัท อารากอนเวิลด์ 54 จำกัด" จึงถือกำเนิดขึ้น ภายใต้การบริหารงานโดย "คุณนพดล กลิ่นบำรุง" ประธานกรรมการ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการเครือข่ายหลายสิบปี

จากรากฐานทางธุรกิจที่มีความมั่นคงอยู่แล้วจากบริษัท สปอร์ตทรอน ฟู้ดแมทริกซ์ เอเชีย จำกัด ทำให้การต่อยอดทางธุรกิจครั้งใหม่นี้กำลังทะยานไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ และพันธกิจในการสร้างเครือข่ายขายตรงคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ

คุณนพดล กลิ่นบำรุง ประธานกรรมการ บริษัท อารากอนเวิลด์ 54 จำกัด กล่าวว่า การขยายตลาดด้วยการเปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ "อารากอนเวิลด์ 54" นับเป็นการต่อยอดทางธุรกิจจากบริษัท สปอร์ตทรอน ฟู้ดแมทริกซ์ เอเชีย ทั้งหมดมาจำหน่ายภายใต้แผนการตลาดรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย พร้อมด้วยระบบสนับสนุนทางการตลาดครบครันที่จะช่วยผลักดันให้นักธุรกิจหรือผู้นำของอารากอนเวิลด์ 54 ประสบความสำเร็จ

นโยบายของอารากอนเวิลด์ะให้ความสำคัญกับระบบการฝึกอบรมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการพัฒนาศักยภาพของคน พร้อมด้วยองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโต

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายมีจุดเด่นชัดเจนมาก โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีฟู้ดแมทริกซ์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ที่สำคัญคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ มีนวัตกรรม และราคาไม่แพง

เมื่อพิจารณาภาพรวมธุรกิจแล้วความพร้อมในด้านต่างๆ ที่บริษัทมีกล่าวได้ว่า สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงให้เติบโตได้ ถ้าการทำตลาดในยุคสปอร์ตทรอนฯ เปรียบเสมือนกับโทรศัพท์มือถือที่ใช้เทคโนโลยี 2G สำหรับอารากอนเวิลด์ 54 เทียบได้กับเทคโนโลยี 3G

การนำผลิตภัณฑ์ของสปอร์ตทรอนฯ มาให้อารากอนเวิลด์ 54 เป็นผู้จำหน่ายนั่นหมายความว่าอารากอนเวิลด์ 54 จะมีผลิตภัณฑ์เริ่มต้นทำตลาดได้ทันที 30 รายการ อย่างไรก็ดี กล่าวได้ว่าช่วงนี้เป็นการเริ่มต้นบุกตลาดในช่วงแรกเท่านั้น เพราะในอนาคตจะมีผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคเข้ามาเสริมทัพอีกจำนวนหลายรายการ ขณะที่มีเงื่อนไขการสมัครสมาชิกเพียง 320 บาท เท่านั้น

การเปิดตัวบริษัท อารากอนเวิลด์ 54 จำกัด สามารถตอบสนองนักธุรกิจหรือผู้นำระดับสูงที่ต้องการรายได้ ดังนั้นต้องกล้ายอมรับความจริงในการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดจากเดิมมาเป็นระบบไบนารี่ แบบ Maching

อย่างไรก็ตาม นโยบายในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญประการหนึ่งคือ ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรมในการประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของอารากอนเวิลด์ 54 ในการบุกตลาดขายตรงเมืองไทยครั้งนี้มีด้วยกันหลายประการ กล่าวคือ

1. ระบบการฝึกอบรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศ Aragon Business School

2. ระบบ E-Wallet สามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ซื้อ-ขาย ผ่านระบบ E-Wallet 24 ชั่วโมง ทั่วโลกโดยไม่ต้องจับเงิน

3. VIP-Code สำหรับผู้นำที่ประสบความสำเร็จใน Code แรก แล้วพร้อมสร้าง Code ที่ 2 โดยบริษัทมอบเอกสิทธิ์ VIP-Code ให้อยู่บนสุดเหนือองค์กรทั้งหมดของบริษัท

4. การเปิดสาขาพร้อมกันถึง 16 แห่ง ในประเทศไทยได้แก่ 1. ไซเบอร์เวิร์ล 2. อาคารเมืองไทย-ภัทรคอมเพล็กซ์ 3. ธัญธานี 4. สระแก้ว 5. ขอนแก่น 6. อุบลราชธานี 7. อุดรธานี 8. เชียงใหม่ 9. พัทยา 10. หาดใหญ่ 11. เพชรบุรี 12. พิษณุโลก 13. สตูล 14. ภูเก็ต 15. สุรินทร์ 16. สกลนคร และสาขาในต่างประเทศ 5 แห่ง ได้แก่ 1. กัมพูชา 2. สิงคโปร์ 3. มาเลเซีย 4. ลาว 5. เวียดนาม

คุณนพดล กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าอารากอนเวิลด์ 54 จะเปิดดำเนินธุรกิจได้ไม่นาน แต่ปรากฎว่าผลตอบรับจากสมาชิกดีมาก โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวมีการสมัครสมาชิกใหม่มากถึง 3,000 รหัส และพร้อมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2554

เป้าหมายในการทำตลาดปีแรกคาดว่าจะทำยอดขายได้ประมาณ 800 ล้านบาท จำนวนสมาชิกแอคทีฟประมาณ 20,000 คน นอกนั้นจะเป็นสมาชิกที่บริโภคสินค้า

สำหรับเป้าหมายการขยายตลาดจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ศีรษะจรดเท่ามาจากประเทศต่างๆ เช่น สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี ส่วนประเทศเป้าหมายในการเปิดตลาดใหม่ที่น่าสนใจมาก ได้แก่ จีน อินเดีย

อย่างไรก็ตาม การเปิดตลาดต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องมีความพร้อมหลายด้าน เช่น มีความเป็นนักธุรกิจ มีความเชี่ยวชาญด้านภาษา มีความรอบรู้วัฒนธรรม ประกอบกันในปี ค.ศ. 2015 ประชาคมอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยแล้ว ถ้าผู้ประกอบการในประเทศไทยเตรียมความพร้อมไม่ทัน หรือไม่พัฒนาตนเองรับรองลำบากแน่

"ในทางตรงข้าม ถ้าเราพัฒนานักขายให้มีความเป็นมืออาชีพในการดำเนินธุรกิจ จะสามารถช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งให้กับสังคมและประเทศชาติได้เช่นกัน ส่วนการแข่งขันทางการตลาดตนเองไม่ได้มองบริษัทขายตรงอื่นๆ เป็นคู่แข่งขัน แต่มองเป็นคู่ค้าร่วมกันมากกว่า" คุณนพดล กล่าว

ประธานกรรมการ อารากอนเวิลด์ 54 กล่าวในตอนท้ายว่า การเปิดบริษัทขายตรงครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนพร้อมกับมีความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจ อารากอนเวิลด์ 54 ต้องการเป็นน้ำดีในวงการขายตรงด้วยการสร้างคนใหม่เป็นของเราเอง ตลาดขายตรงเมืองไทยยังเติบโตได้อีกมาก และเรามีความมั่นใจว่าจะสามารถแทรกตัวเข้ามาในตลาดนี้ได้

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

แอมเวย์จับมือ 2 พันธมิตรชั้นนำ สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ รองรับการเติบโตของธุรกิจ



นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากซ้าย) และนายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามเซ็นสัญญาออกแบบและก่อสร้างสำนักงานใหญ่แอมเวย์ประเทศไทย บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ภายใต้งบลงทุน 1,100 ล้านบาท โดยมีนายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากขวา) บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) ดูแลรับผิดชอบด้านการก่อสร้าง และนายอุดมศักดิ์ ตั้งอมรศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท 760i อาร์คิเทค แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (ซ้าย) รับผิดชอบด้านการออกแบบ ภายใต้แนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Concept) โดยบริษัทได้ทำพิธีตั้งเสาเอกไปเมื่อเร็วๆ นี้ และจะแล้วเสร็จในปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่แอมเวย์ประเทศไทยดำเนินงานครบ 25 ปี รวมถึงเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจแอมเวย์ในอนาคต

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

ยูนิซิตี้ บุกอินเดีย ตลาดพันล้าน!!



ยูนิซิตี้ เปิดตลาดใหม่ใน อินเดีย โดยได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ ยูนิซิตี้อินเดีย ที่ http://www.unicity.net/india

"ยูนิซิตี้อินเดีย" ได้จัด Unicity Tour in India โดยจะจัดให้มี Roadshow ใน 8 เมืองใหญ่ทั่วประเทศอินเดีย ในวันที่ 4-11 มีนาคม 2554 โดยเชิญชวนให้นักธุรกิจและคุนที่สนใจเข้ามามีโอกาสเข้าร่วมเป็นผู้จัด จำหน่ายต้นสายในประเทศอินเดีย

ในงานจะได้พบกับประธานบริษัทยูนิซิตี้อินเตอร์เนชั่นแนล Brent Morrill และ ผู้อำนวยการฝ่ายขายในอินเดีย Barry Smith โดยมีโปรแกรมทัวร์ดังนี้ยูนิซิตี้ | unicity



































ศุกร์ที่ 4 มีนาคมCochin
เสาร์ที่ 5 มีนาคมChennai
อาทิตย์ที่ 6 มีนาคมHyderabad
จันทร์ที่ 7 มีนาคมNew Delhi
อังคารที่ 8 มีนาคมMumbai
พุธที่ 9 มีนาคมPune
พฤหัสที่ 10 มีนาคมBangalore
ศุกร์ที่ 11 มีนาคมVishakhapatnam

Download โปรแกรมทัวร์ (pdf 0.90MB)

โอกาสทางธุรกิจและการฝึกอบรมจะจัดขึ้นในแต่ละเมืองในเวลา 19.30 - 21.00น. โดยสถานที่แต่ละเมืองจะแจ้งให้ทราบในเร็วๆ นี้!

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ Unicity India "ยูนิซิตี้อินเดีย" ยังได้เชิญชวนผู้คนให้

Make Life Better by helping yourself and others Look Better, Feel Better, and Live Better!

  • Unicity, a leader in nutritional health, is introducing its world-class products in India

  • Share the power of Unicity’s proven and effective products with others

  • Business opportunities are available as Distributors of Unicity’s product


โอกาสทางธุรกิจสุดยิ่งใหญ่อีกครั้ง! "ตลาดอินเดียพันล้านหลอดเลือดหัวใจ" "พันล้านลำใส้" กับผลิตภัณฑ์ของยูนิซิตี้ ที่ ดี ถูก ผูกขาด ทำตลาดวาไรตี้ ไม่กินไม่ได้! ใครต้องการแบ่งเค้กชิ้นใหญ่ในรอบทศวรรษนี้ ให้รีบติดต่อผู้ที่แนะนำท่านมาโดยด่วน!

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Unicity India,unicity world

 

ฉลองเปิดที่ทำการสำนักงานแห่งใหม่ และการประชุมเปิดโอกาสทางธุรกิจเอมสตาร์ ณ ประเทศญี่ปุ่น

ข่าวเอมสตาร์

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ลีดเดอร์ไทม์ ปักษ์หลัง มีนาคม 2554