ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ เปิดตัว “อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ล แอคชั่น”



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
“อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ลแอคชั่น” (aviance Men’s Solutions Double Action) ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อเอาใจคุณสุภาพบุรุษ นวัตกรรมใหม่จากอาวียองซ์ ด้วยสูตรสองประสิทธิภาพ เป็นเจ้าแรก ซึ่งรวมเอาสองคุณประโยชน์ไว้ในหนึ่งผลิตภัณฑ์ ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ปาร์ค พลาซ่า ถ.รัชดาภิเษก

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300, 0-2434-8547
คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณอริสา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นิวตรีริช สบช่องวิกฤตแบ่งเค้ก ปุ๋ยเคมี พ.ค.ดีเดย์ปรับสู่แฟรนไชส์เต็มขั้น ฟุ้งยอดขายสิ้นปี 300 ล้านบาท



นิวตรีริชก้าวย่างสู่ปีที่ 3 อย่างแข็งแกร่ง พฤษภาคมนี้ปรับศูนย์รุกสู่แฟรนไชส์เต็มรูปแบบ พร้อมประกาศตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โอกาสในวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงดันส่วนแบ่งปุ๋ยอินทรีย์ขยับเพิ่มพันล้านบาท ไตรมาสแรกปัญหาน้ำท่วมกระทบยอดขายทรงตัวจบที่ 42 ล้านบาท มั่นใจไตรมาสสองและสามยอดพุ่งเข้าฤดูกาลเพาะปลูก เตรียมอัดฉีดแคมเปญถี่เดินสายตอกย้ำแบรนด์ต่อเนื่อง คาดสิ้นปีฟัน 300 ล้านบาท
นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตรีริช จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมาจนครบ 2 ปีว่า “ บริษัท นิวตรีริช จำกัด ดำเนินธุรกิจขายตรงผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพมาจนวันนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและเหล่าสมาชิกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงนี้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและปุ๋ยเคมีแพง รัฐบาลพยายามส่งเสริมในเรื่องเกษตรอินทรีย์ ทำให้ความต้องการปุ๋ยอินทรีย์ในตลาดเพิ่มมากขึ้น ผมคาดว่ายอดขายปุ๋ยอินทรีย์ในตลาดจะขยับเพิ่มพันล้านบาท แชร์ส่วนแบ่งการตลาดปุ๋ยเคมีที่มีมูลค่าสูงถึงแสนล้านบาท ตรงนี้ถือเป็นโอกาสในวิกฤต
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เราจึงปรับแผนธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษาคมเป็นนี้เป็นต้นไป ซึ่งในทางพฤตินัยร้านศูนย์จำหน่ายของเรามีลักษณะที่เป็นแฟรนไชส์อยู่แล้ว เพียงแต่ทำนิติกรรมสัญญาให้เป็นแฟรนไชส์อย่างถูกต้อง จากสัญญาศูนย์จึงต้องเปลี่ยนเป็นสัญญาแฟรนไชส์อย่างถูกต้อง โดยที่ยังคงรูปแบบการจ่ายรายได้เหมือนเดิม คือเป็นการจ่ายจากข้างล่างขึ้นบน มีค่าแนะนำบอกต่อ มีรายได้จากการจับคู่ และได้ท่องเที่ยวต่างประเทศหากทำยอดขายทะลุเป้า ดังนั้นจึงเรียกว่าเป็น “แฟรนไชส์ MLM” ที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์เหมือนกับแฟรนไชส์ทั่วไป
แฟรนไชส์มีให้เลือก 4 ขนาด คือโมบายเงินลงทุน 60,000 บาท โมบายสเปเชียล เงินลงทุน 117,000 เซ็นเตอร์ (อำเภอ)เงินลงทุน 150,000 บาท และคลังจังหวัดเงินลงทุน 500,000 บาท แฟรนไชส์ดาวปูแดงจะว่าไปแล้วเหมือนได้ฟรี คุณจะได้สินค้าครบมูลค่าตามเงินที่ลงทุนไป แฟรนไชส์ที่มีการซื้อสินค้าครบตามกำหนดจะมีเงินคืนให้และจะได้รับเงินคืนตลอดจนกว่าจะครบมูลค่าที่ลงทุนไป จากนั้นจ่ายเพียงแค่ครึ่งเดียว และสินค้าที่รับไปวันแรกไม่ต้องคืนบริษัทด้วย เท่ากับเป็นแฟรนไชส์ได้ฟรีหากร้านคุณมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ มีการซื้อใหม่อย่างต่อเนื่อง
จากปัญหาอุทกภัยประกอบกับเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลผลิตยอดขายไตรมาสแรกของนิวตรีริชแตะอยู่ที่ 42 ล้านบาท ซึ่งไตรมาสที่ 2 และ 3 จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตคาดว่าจะทำให้ยอดขายของเราคึกคักมากขึ้น คาดการณ์ไว้ว่าสิ้นปีนี้ยอดน่าจะอยู่ที่ 300 ล้านบาท ผมวางกลยุทธ์โดยจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายทุก 3 เดือน สำหรับครึ่งปีหลังนี้คุณเสรี รุ่งสว่าง พรีเซนเตอร์ของสินค้าจะจัดคอนเสิร์ตกระจายไปทุกที่ในลักษณะเปิด เพื่อให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน เน้นตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
จากปัจจุบันที่มีผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์รายใหม่ ๆเข้ามาในตลาดจำนวนมากขึ้น คุณเชนกลับให้แง่คิดที่ดีว่า “ผมกลับไม่มองว่าเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าผู้ค้ารายใหม่นี้มาช่วยสร้างกระแสให้เกษตรอินทรีย์โตขึ้น คู่แข่งของเราคือปุ๋ยเคมีต่างหากที่นำเข้ามาในประเทศมากถึง 5 ล้านตัน ณ วันนี้ปุ๋ยเคมีราคาแพงเราจึงมีโอกาสได้แชร์ตลาดตรงนี้ ซึ่งเรากำลังแบ่งเค้กปุ๋ยเคมีเพียงแค่ 1% หรือพันล้านบาทเท่านั้น
เศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจ สำหรับนิวตรีริชไม่หวั่น เพราะเราเป็นธุรกิจต้นน้ำ มนุษย์เราต้องทานอาหาร ซึ่งก็คือพืชต่าง ๆ และปุ๋ยเป็นอาหารของพืช จะว่าไปแล้วปุ๋ยมีการซื้อกันอย่างมหาศาล ทั้งยังมีการซื้อซ้ำที่สูงมาก ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยวิตกมากนัก และที่สำคัญเรายังคงเดินหน้ามีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ ตอกย้ำความผู้นำด้านปุ๋ยอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ช่วยแก้ปัญหาและฟื้นฟูนาไร่ของพี่น้องเกษตรกรอย่างยาวนานแท้จริง” นายเชนย้ำ

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท พีเพิลมีเดีย จำกัด
นาวสาวกัญญา จักรพีระ โทร.             0-2704-7958       ต่อ 106

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: Thaipr.net

“SNatur” ออกผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม รางวัลเหรียญทอง นวัตกรรมโลก บุกตลาดเอเซีย



ธุรกิจเครือข่าย SNatur (เอสเนเจอร์) ในเครือศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จับมือ “แพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี” เจ้าของผลงานรางวัลนวัตกรรมเหรียญทองสิ่งประดิษฐ์ เจนีวา 2011เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม “SNatur Dynamic Plus (ไดแนมมิค พลัส)” เจาะตลาดเอเซีย หวังดันยอดขายพุ่ง 300%

คุณบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย SNatur บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทได้วางตลาด SNatur Dynamic Plus เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับดีมากทั้งด้านยอดขายและจำนวนนักธุรกิจที่มาร่วมกับเรา SNatur Dynamic Plus ยังเป็น 1 ใน 9 สินค้าโปรดักท์แชมเปี้ยน (Product Champion) ในปีนี้ มั่นใจว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในตลาดสุขภาพให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้าตัวเลขจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ไว้ที่ 30 ล้านบาทในปีบัญชี 2554 นี้

“SNatur Dynamic Plus” เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเสริมที่สกัดโคลีนจาก Egg Yolk (ไข่แดง) และ Bael fruit หรือ Wooden Apple (ผลมะตูม) โดยแพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลนานาชาติหลายรางวัล ล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ สาขาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เมือง เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (International Exhibition Invention of GENEVA) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ได้รับ The Best Inventor จาก WIPO (World Intellectual Property Organization: องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก) องค์การสหประชาชาติ และองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศรัสเซีย เหรียญทองและเหรียญทองแดง จาก KIPA ประเทศเกาหลีใต้

“กลยุทธ์การตลาดของเราจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ที่ต้องใช้สมองในการคิดอ่าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากตัวเลขสถิติพบว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุในปี 2553 มากกว่า 7 ล้านคน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องความเสื่อมของสมองอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และพบว่ากลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพมากถึงร้อยละ 50 และอนาคตรัฐจะต้องเสียงบประมาณในบริการสุขภาพของผู้สูงอายุมากถึง 3.62 เท่า ดังนั้นจึงคาดว่า “SNatur Dynamic Plus” จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุ”

“สินค้าเด่น 9 สินค้าของเราจะอยู่ในกลุ่มสุขภาพ (Health Care) กลุ่มความงาม (Beauty care) ของใช้ส่วนตัว (Personal Care) และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Home care) ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ นอกจากเราจะนำนวัตกรรมมาเสนอให้แก่ลูกค้าภายในประเทศแล้ว เรายังได้ขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 126 ล้านบาท ในปีที่แล้ว เป็น 450 ล้านบาท ในปีนี้” นายบัญชาเสริม

“การเจาะตลาดในเอเซีย SNatur ได้ประเดิมเปิดสำนักงานแห่งแรกไปแล้วในย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา ต่อไปก็จะเปิดสำนักงานเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเดือนสิงหาคม ปลายปีจะเปิดสาขาที่ประเทศอินโดนีเซีย และในปีหน้าก็จะขยายตลาดไปยังเวียดนาม กัมพูชา และอินเดียต่อไป” นายบัญชากล่าว

แพทย์แผนไทย บุณยพร ยี่มี เจ้าของรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ เจนีวา จากผลงานสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม ผู้ประยุกต์ศาสตร์การแพทย์ไทยและตะวันตกเข้ากันได้อย่างลงตัว กล่าวว่า “ผลงานประดิษฐ์นี้ได้นำเอาไข่แดงและผลมะตูมมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการสกัดที่ไม่ใช้สารเคมี และเป็นการผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% จนได้เป็นน้ำมันไข่แดงที่มีโคลีน, เลซิทิน, และโอเมก้า-3 (ดีเอชเอ) ซึ่งมีประโยชน์ช่วยบำรุงระบบสมองและระดับประสาท ฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนน้ำมันจากผลมะตูม ถือเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย และยังช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเสริมการออกฤทธิ์ในระดับดีเอ็นเอ เมื่อนำมารวมเข้าไว้ด้วยกันแล้วทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องระบบประสาทและสมอง ช่วยให้หลับลึก (Deep Sleep) มีผลทำให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังปรับฮอร์โมนให้สมดุล รวมถึงช่วยบำรุงร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพด้วย”

ผู้สนใจ ผลิตภัณฑ์ “SNatur Dynamic Plus” สามารถติดต่อนักธุรกิจเอสเนเจอร์ หรือที่ Call Center            02 246 1111       หรือที่สำนักงานเอสเนเจอร์ สาขารัชดาภิเษก ราคาสมาชิกกล่องละ 995บาท ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.SNatur.com หรือ www.facebook.com/SNaturLives

ธุรกิจเครือข่าย SNatur ในเครือ บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทการตลาดแบบ Modern Network Marketing ของคนไทยที่มีมาตรฐานสากลมุ่งสู่ตลาดโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “ธุรกิจเครือข่ายไทย … สู่ธุรกิจเครือข่ายสากล”
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด

พจนีย์ บุญเจริญสุข /อัจฉราวดี อวนอ่อน

โทร. 0-2631-2290-5 ต่อ 309, 318 แฟกซ์.             0-234-6192-3


ที่มา : http://www.newswit.com

 

นู สกิน ฉลองความสำเร็จ นำคณะผู้แทนจำหน่าย เที่ยวไกลถึง กรุงโซล



บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำคณะผู้แทนจำหน่าย นู สกิน ระดับทับทิมขึ้นไป กว่า 60 ชีวิต ร่วมฉลองความสำเร็จที่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้า ตามโปรแกรมอินเซนทีฟ ทริป (Incentive Trip) เดินทางท่องเที่ยวสู่ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีใต้ สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกาหลีแบบวีไอพี พร้อมนำคณะผู้แทนจำหน่ายจากประเทศไทยเยี่ยมชมสำนักงาน นู สกิน เกาหลีใต้ และเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับผู้แทนจำหน่ายในระดับเดียวกันจาก นู สกิน ทั่วโลก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของผู้แทนจำหน่าย นู สกิน ทั่วโลก เมื่อเร็วๆ นี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2693-7835 ต่อ 25 บริษัท สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด

ที่มา : http://www.newswit.com

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ รุกตลาด ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวสุภาพบุรุษ



อาวียองซ์ รุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสุภาพบุรุษ
ส่ง “อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น สูตรสองประสิทธิภาพ
ตอบโจทย์ง่าย สะดวก และได้ผล

อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยม ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด รุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ล แอคชั่น“ ด้วยนวัตกรรมสูตรสองประสิทธิภาพในหนึ่งเดียวเป็นเจ้าแรก เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แตกต่างของผิวผู้ชาย และสอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความง่าย สะดวกและได้ผล โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาย เพิ่มขึ้น 20 %
สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เผยว่า “ตลาดสกินแคร์สำหรับผู้ชาย ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอีกสูง โดยขณะนี้มีอัตราเฉลี่ยอยู่ปีละ 10-15% และด้วยธุรกิจเครือข่ายอย่างอาวียองซ์ ซึ่งมีผู้ร่วมธุรกิจมากกว่าครึ่งที่เป็นผู้ชาย จึงมั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่าตลาดค้าปลีก อาวียองซ์จึงได้เจาะตลาดกลุ่มผู้ชาย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เหมาะสมกับผิวที่แตกต่าง และสอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ที่เน้นความง่าย สะดวก และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยนวัตกรรม สูตรสองประสิทธิภาพ ซึ่งรวมสองคุณประโยชน์ไว้ในหนึ่งผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ล แอคชั่น เฟซ วอช+เชฟวิ่ง ครีม ซึ่งเป็นโฟมล้างหน้า และครีมโกนหนวดในผลิตภัณฑ์เดียวกัน อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ล แอคชั่น เดย์+ไนท์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมบำรุงผิว สูตรสองประสิทธิภาพที่ใช้ได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน”
“จากผลการวิจัยกลุ่มผู้ชาย ทำให้เชื่อมั่นว่า สูตรสองประสิทธิภาพจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่ม 20 % ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชายของอาวียองซ์” สุชาดา กล่าวสรุปปิดท้าย
อาวียองซ์ (aviance) แบรนด์ความงาม ระดับพรีเมี่ยม ภายใต้การบริหารงานโดย  บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด รุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “อาวียองซ์ เมนส์ โซลูชั่น ดับเบิ้ล แอคชั่น“
สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
บจ. แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ 02-434-8300
สุจินดา, แสงนภา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

App AMWAY ฮิตติด TOP4 ปธ.ตลาด บริษัท แม่ชี้แซงยอดโทรสั่ง



ประธานฯฝ่ายการตลาด “บ.แม่แอมเวย์” เผยบริษัททุ่มงบมหาศาลบุกตลาดผ่าน “Social Network” - “Mobile Application” ชี้สมาชิกแห่ใช้ App. AMWAY

ผ่านมือถือมากกว่าโทรสั่งของ เตรียมพัฒนาต่อเนื่องบุกระบบปฏิบัติการ “Android” หลังล่าสุดคนใช้ “iPhone” ฮิตโหลดติด TOP 4  ด้านยอดขายสาขาทั่วโลกปี 2553 โกยตัวเลข 9,200 ล้านเหรียญสหรัฐ  แชร์ยอดรวมขายตรง 9.7% ครองอันดับ 2 โลก มั่นใจอนาคตโตพุ่งครองแท่นแชมป์!!

นางแคนเดซ แมทธิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทั่วโลก 9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2553 พร้อมสร้างสถิติความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยทั้งหมดเป็นผลมาจากการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งปัจจุบันแอมเวย์ คอร์-ปอเรชั่นมีแผนการตลาดถึง 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมศึกษาแนวโน้มของผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าหลายสิบปี ทำให้มั่นใจได้ว่า แอมเวย์จะเป็นผู้นำตลาดขายตรงด้วยกลยุทธ์ที่สอดคล้องในธุรกิจ รวมทั้งมีแผนรองรับได้กับทุกสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลก

“ปี 2554 นี้ แผนการตลาดแอมเวย์ทั่วโลกจะเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ผลิตภัณฑ์หลักของแอมเวย์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม สร้างความใกล้ชิดของแบรนด์ผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มเจเนอเรชั่นรุ่นใหม่ (Generation Y: Gen Y) พัฒนาแนวทางที่จะสร้างการมีสุขภาพที่ดี เช่น การจัดโครงการควบคุมน้ำหนัก การส่งเสริมการมีสุขภาพผิวที่ดี เป็นต้น สร้างโครงการที่ทำให้เกิดความภักดีในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ และพัฒนาความเป็นเลิศทางธุรกิจในด้านต่างๆ ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งแอมเวย์สาขาต่างๆ จะได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสังคมและวัฒนธรรมในประเทศนั้นๆ” นางแคนเดซ กล่าวในที่สุด

อย่างไรก็ดี สิ่งที่บริษัทฯแม่ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องขณะนี้ คือการทุ่มงบมหาศาล เพื่อรุกตลาดใหม่สร้างแบรนด์ผ่านช่องทาง “Social Network” และ “Mobile Application” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขณะนี้ โดยในส่วนของสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาได้มีการคิดค้น Application AMWAY for iPhone ออกสู่ท้องตลาดให้สมาชิกทำการดาวโหลดฟรีได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

“การดาวโหลด App. หรือ Application มาลงมือถือในปัจจุบัน ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะชีวิตประจำวันของผู้คนทุกวันนี้ อยู่กับการใช้โปรแกรมผ่านมือถือมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ยอดการโหลดได้รับความนิยมมากทั้งในสหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งน่าทึ่งว่า App. Amway นั้นได้รับความนิยมมากติด TOP 4 ของ App.  ทั้งหมด อีกทั้งมีการใช้สูงกว่าการโทรสั่งสินค้า โดยการโหลดนั้นทำได้ง่ายดาย และสมาชิกไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเทรนด์มาในรูปแบบนี้ ทำให้ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนา App. สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพิ่มเติม ซึ่งจะสามารถเปิดใช้ได้ในเร็วๆนี้” นางแคนเดซกล่าว

สำหรับยอดขายของแอมเวย์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ตัวเลข 9,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้แอมเวย์ทั่วโลกครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 9.7 % คิดเป็นอันดับ 2 ของยอดธุรกิจขายตรงทั่วโลก รองจากเอวอนที่ครองมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 12 %

นางแคนเดซกล่าวตอกย้ำอีกว่า “เราคาดว่าจากการดำเนินธุรกิจภายใต้คำนิยาม FREDOM / FAMILY / HOPE / REWARD นั่นคือการทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกสู่ท้องตลาด สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมไปกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และเปลี่ยนแปลงชีวิตในทางบวกให้กับลูกค้าและนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจ ทำให้คาดว่าภายในอีก 9 ปีข้างหน้ายอดขายของแอมเวย์ทั่วโลกจะสามารถพุ่งขึ้นสู่แท่นแชมป์ได้อย่างแน่นอน”

นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอมเวย์ประเทศไทยถือเป็นสาขาที่ประสบความสำเร็จอย่างมากสาขาหนึ่งของแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น โดยแอมเวย์ประเทศไทยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจขายตรงไทย และผู้บริโภคมีการรับรู้ในแบรนด์แอมเวย์ 98% มีความชื่นชอบถึง 45% ซึ่งมากกว่าความชื่นชอบในธุรกิจขายตรงโดยรวมเกือบเท่าตัว นอกจากนั้น แอมเวย์ประเทศไทยยังประสบความสำเร็จในด้านสถิติต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มวิตามินรวม อาร์ทิสทรีเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวระดับพรีเมี่ยมทีมียอดจำหน่ายสูงสุดของไทย เป็นต้น

“แอมเวย์ประเทศไทยมีแผนการตลาดปี 2554 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี เครื่องกรองน้ำอีสปริงและเครื่องกรองอากาศแอทโมสเฟียร์ ซึ่งมีสัดส่วน 74% ของยอดขายทั้งหมด โดยกิจกรรมหลักๆ จะเน้นสร้างประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์ให้แก่นักธุรกิจ   แอมเวย์ เพื่อจะได้นำไปบริการผู้บริโภคได้อย่างมืออาชีพ อาทิ การเปิดแอมฟิตคลับ (AmFit Club) การจัดอบรมความรู้ด้านผลิตภัณฑ์โดยวิทยากรจากต่างประเทศ พร้อมสร้างระบบวิเคราะห์ธุรกิจให้นักธุรกิจแอมเวย์สามารถนำไปใช้และปรับปรุงธุรกิจของตนเองในฐานะเจ้าของธุรกิจ

นอกจากนั้น ยังเน้นพัฒนาระบบการสื่อสารให้ทันสมัยและรองรับกับกลุ่มเจเนอเรชั่นรุ่นใหม่ (Generation Y: Gen Y) อาทิ การเปิดเฟซบุ๊ค 3 เฟซบุ๊คได้แก่แอมเวย์ อาร์ทิสทรีและนิวทริไลท์ การสร้างแอพพลิเคชั่นเว็บไซต์แอมเวย์บนมือถือ เป็นต้น โดยมั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์การตลาดนี้จะทำให้มียอดขายปีนี้เติบโต 7-10%”

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 204 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16- 30 พฤษภาคม 2554

จับตา ‘ไทยเฮลท์’ เครือข่ายพันธุ์ใหม่ นำร่องธุรกิจด้วย น้ำเห็ดสกัด6สายพันธุ์



เจาะกึ๋น “ไทยเฮลท์” น้องใหม่ขายตรงธุรกิจน้ำใหม่มาแรง...หลังเปิดดำเนินการเพียง 1 ปีสร้างแรงสั่นสะเทือนแบบน่าตกใจด้วยสินค้านำที่ฉีกหนีคู่แข่งน้ำเห็ด 6 สายพันธุ์ “Mushroom Drink” พร้อมเผยอัตราการเติบโตแต่ละไตรมาสที่ผ่านมาเกิน 100%มั่นใจสิ้นปีนี้มีเซอร์ไพรส์โต 5 เท่าตัวตามเป้า...ล่าสุดผุดสินค้าใหม่เตรียมโหมโรงตลาดต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับท่านชาย“วี-เอ็มพลัส” เชื่อโดนใจผู้บริโภคแน่...แย้มวันนี้ส่วนหนึ่งที่เติบโตได้นอกจากผลิตภัณฑ์ดีแล้วสื่อวิทยุชุมชนมีผลอย่างมากพร้อมประกาศเตรียมเพิ่มคลื่นวิทยุอีก 50 กว่าสถานีขับเคลื่อนธุรกิจลั่น!วันนี้ “ไทยเฮลท์” มีดีไม่แพ้ใคร

เปิดฉากความร้อนแรงไปอีกค่าย สำหรับขายตรงหน้าใหม่อย่าง “บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด” ที่ปัจจุบันได้ออกมาวาดลวดลายแบบใครเห็นเป็นต้องอึ่ง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้น หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในตลาดเครือข่ายเลยก็ว่าได้นั่นก็คือ เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ “Mushroom Drink” ที่ปัจจุบันเปิดตัวได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น สามารถเข้าไปครองใจผู้บริโภคได้อย่างงดงาม รวมถึงยังสามารถสร้างยอดขายได้แบบถล่มทลายอีกด้วย
ซึ่งจากกระแสของผลิตภัณฑ์ที่สร้างความน่าสนใจให้กับผู้บริโภคนี่เอง ที่ทำให้บอสใหญ่อย่าง “พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์” ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด จึงได้เตรียมที่จะบุกตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ต่อสายตาคนเครือข่ายให้มากขึ้น พร้อมกับตั้งเป้าหมายขอเติบโต 5 เท่าตัวในปีนี้อีกด้วย...ซึ่งแผนงานเพื่อทะลุเป้าหมายในปีนี้จะเป็นเช่นไรนั้น ทีมข่าว “ตลาดวิเคราะห์” ได้รับการเปิดเผยจากบอสหนุ่มท่านนี้ว่า
“ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทฯ ได้เข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายพร้อมกับเข็นสินค้าที่มีความโดดเด่นอย่าง เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ “Mushroom Drink” นั้น พบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าสร้างยอดขายแบบทะลุเป้ากันเลย เห็นได้จาก ในแต่ละไตรมาสมีอัตราการเติบโตถึง 100% ด้วยเหตุนี่เอง จึงทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตถึง 5 เท่าตัวในปีนี้อย่างแน่นอน”
...จะเห็นได้ว่า “ไทยเฮลท์” หลังจากที่เปิดตัวได้เพียงแค่ 1 ปี เรียกว่าความร้อนแรงไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับทางด้าน “พันธ์ยศ” บอสหนุ่ม “ไทยเฮลท์” พบว่า การทำตลาดของไทยเฮลท์ในช่วงที่ผ่านมานั้น จะเน้นการทำตลาดผ่านสื่อวิทยุชุมชนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบัน “ไทยเฮลท์” มีคลื่นวิทยุชุมชนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 30 กว่าสถานีด้วยกัน ในขณะเดียวกัน “ไทยเฮลท์” ยังได้ประกาศที่จะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายที่เป็นคลื่นวิทยุชุมชนอีกประมาณ 50 กว่าสถานีอีกด้วยในปีนี้ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายเลยก็ว่าได้
ซึ่งนอกเหนือจากคลื่นวิทยุที่เป็นตัวประชาสัมพันธ์ชั้นเลิศแล้ว “ไทยเฮลท์” ยังมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ที่ถือว่าเป็นตัวสร้างยอดขายและเชิดหน้าชูตาของบริษัท นั่นก็คือ เครื่องดื่มน้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ “Mushroom Drink” น้ำเห็ดสมุนไพรจีน-ญี่ปุ่น ที่รวมเห็ด 6 สายพันธุ์ มาอยู่ในสูตรเดียวกัน โดยประกอบไปด้วย 1.เห็ดตังถั่งเช่า ที่มีคุณสมบัติเสริมสร้างพลัง บรรเทาอาการเมื่อยล้า ช่วยปรับอาการหืดหอบจากภูมิแพ้ 2.เห็ดจางจือ ที่มีคุณสมบัติต้านโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงตับ ช่วยให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง
3.เห็ดจีซง ที่มีคุณสมบัติต้านโรคเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยผลัดเซลล์ไขมัน 4.เห็ดซางหวง ที่มีคุณสมบัติเสริมอ๊อกซิไดซ์ กำจัดอนุมูลอิสระ 5.เห็ดไป๋หวาหรง ที่มีคุณสมบัติต้านโรคมะเร็งตับ และพิษจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ และ6.เห็ดไมตาเกะ ที่มีคุณสมบัติช่วยขับล้างสารพิษที่ตับ ช่วยในการลดความดันโลหิต เป็นต้น และจากคุณภาพที่คับแก้วของสินค้าที่ “ไทยเฮลท์” มีนี่เอง ที่ทำให้ หลายคนเริ่มที่จะรู้จักค่ายนี้กันบ้างแล้ว ในฐานะจ้าวตลาดน้ำเห็ดสกัด
นอกจากนี้ “พันธ์ยศ” ยังได้กล่าวเสริมต่ออีกว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ นั้น จะเน้นที่คนวัยทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มคนที่ป่วย มีปัญหาเรื่องของสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ของบริษัทฯ จะอยู่ตามต่างจังหวัดเสียมากกว่า โดยหากเทียบอัตราส่วนยอดขายแล้วในพื้นที่กรุงเทพมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 30% ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 70%
“ปีนี้นอกเหนือจาก บริษัทฯ จะโหมบุกตลาดน้ำเห็ดอย่างหนักแล้ว เรายังมีอีกหนึ่งสินค้าที่เป็นตัวชูโรงในปีนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรายการ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงสุขภาพสำหรับท่านชายโดยเฉพาะที่ชื่อว่า “วี-เอ็ม พลัส” โดยคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคือ เป็นผลิตภัณฑ์ชีวิตคู่โดยเฉพาะ ซึ่งการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ จะเน้นที่การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ รวมถึงสื่อดาวเทียม ที่สำคัญ บริษัทฯ คาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวน่าที่จะได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้เครื่องน้ำเห็ดสมุนไพรเช่นกัน”
“พันธ์ยศ” เผยต่ออีกว่า ธุรกิจเครือข่าย “ไทยเฮลท์” จะคล้ายๆ กับบริษัทขายตรงอื่นๆ ทั่วไป แต่ทั้งนี้ “ไทยเฮลท์” เองก็ยังถือว่ามีส่วนที่แตกต่างกว่าธุรกิจอื่นเช่นกันนั่นคือ การไม่เน้นแผนการตลาดที่หวือหวา โดยที่นี่จะแบ่งสัดส่วนรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามความสามารถของตัวแทนจำหน่าย ไม่เน้นการสร้างภาพ แต่ที่นี่จะเน้นภาพความเป็นจริงที่จับต้องได้ ด้วยสินค้าของบริษัทฯ ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ในขณะเดียวกัน ในเรื่องของการอบรมเทรนนิ่งบริษัทฯ ก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วย จึงทำให้เราเชื่อว่าด้วยจุดเด่นที่เรามี น่าที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตได้แน่นอน
ซึ่งเมื่อถามถึงตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา “ไทยเฮลท์” ได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจไว้อย่างไรบ้าง โดยทาง “พันธ์ยศ” ได้กล่าวว่า ปัจจุบันนี้บริษัทฯ เตรียมความพร้อมในเรื่องของการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่างบลงทุนสำนักงานแห่งใหม่นี้น่าจะเกือบ 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการก่อสร้างตึกและที่ดินประมาณ 50 กว่าล้านบาท และส่วนที่ตกแต่งอีกประมาณ 10-20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสำนักงานแห่งนี้จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการได้ประมาณปลายปีนี้
“วันนี้ “ไทยเฮลท์” มีความพร้อมอย่างมาก ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญ ในการใช้สื่อวิทยุพบว่า ประมาณ 80-90% เป็นที่น่าพอใจและได้ผล จึงทำให้ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์เพิ่ม เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ปัจจุบันได้เริ่มใช้บริการที่หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์เป็นเจ้าแรก และคาดว่าจะมีอีกหลายๆ สื่อที่ทางบริษัทฯ จะใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป ซึ่งงบในการประชาสัมพันธ์ที่บริษัทฯ วางไว้ น่าที่จะไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว”
...และนี่คือ อีกหนึ่งเครือข่ายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า “ไทยเฮลท์” ที่ต้องบอกว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง ซึ่งเพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อย แต่ธุรกิจจะเหวี่ยงไปได้ไกลขนาดไหนนั้น เวลาคือ เครื่องพิสูจน์นั่นเอง!....

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เติมส่วนขาด ...ตัดส่วนเกิน เพื่อน้อง ท้องอิ่ม ยิ้มได้



จะดีสักแค่ไหนที่ได้ลดน้ำหนัก ให้รูปร่างสลิมอย่างใจฝัน และยังได้ร่วมแบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กยากไร้ ช่วยให้น้องๆ ได้อิ่มท้องกับสารอาหารที่ครบถ้วน ที่ล่าสุด อาวียองซ์ แบรนด์ความงามระดับ พรีเมี่ยมของยูนิลีเวอร์ นำโดย สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ได้เปิดตัวโครงการ “อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2” โครงการการกุศลกับการลดส่วนเกิน เพื่อให้..น้องผู้ยากไร้ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า โดยทุกชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ อาวียองซ์ สลิมม์ ชุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ส่งเข้ามามีค่าเท่ากับข้าวสาร 1 กิโลกรัม ที่จะมอบให้กับโครงการอาหารมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เริ่มตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมศกนี้ ที่อาวียองซ์ ช็อป ทุกสาขา โทร 02-554-2655

สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ เผยว่า “หลังจากที่อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ปีที่แล้ว ที่ประสบความสำเร็จ กับการเชิญชวนคนรักสุขภาพและรักหุ่นสวย ร่วมแบ่งปัน ลดน้ำหนักส่วนเกินทุกๆ 1 กิโลกรัม แปรเปลี่ยนเป็นข้าวสาร 1 กิโลกรัม ได้จำนวนทั้งสิ้น 20,000 กิโลกรัม มอบแก่เด็กๆ ผู้ขาดแคลน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับในปีนี้ อาวียองซ์ แชริตี้ ซีซั่น 2 ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ทำงานพัฒนาเด็กและชุมชนมานานกว่า 37 ปี โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กในชนบท สำหรับซีซั่นนี้ อาวียองซ์ จะมอบข้าวสารให้กับโครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยทุกชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ สลิมม์ ที่ส่งเข้ามา มีค่าเท่ากับข้าวสาร 1 กิโลกรัม ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างสารอาหารที่ครบถ้วนจากอาหารเช้า จะมีผลต่อการเรียนรู้ และความจำของเด็ก และในระยะยาว ชีวิตของเด็กๆ จะเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน โครงการนี้ นับเป็นความสุขร่วมกัน ระหว่างผู้ให้และผู้รับ ผู้ให้สุขใจที่ได้รูปร่างสลิม ส่วนผู้รับก็อิ่มเอมใจและ อิ่มท้องเช่นกัน ”

จิตรา ธรรมบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เผยว่า “รู้สึกขอบคุณและดีใจที่อาวียองซ์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กยากไร้ที่ขาดโอกาส โดยข้าวสารจากโครงการอาวียองซ์ สลิม แชริตี้นี้ จะมอบให้เด็กๆ อายุระหว่าง 2-6 ปี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 6 แห่งโดยมีเด็กที่จะได้รับผลประโยชน์ 326 คนอย่างต่อเนื่อง ในเขตตำบลลำโดมน้อยและตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อเพิ่มโภชนาการที่ดีสำหรับเด็ก นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังจะให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของโภชนาการต่อการพัฒนาการของเด็กปฐมวัยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองอีกด้วย”

สำหรับผู้สนใจสามารถมีส่วนร่วมกับโครงการ อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2 ลดส่วนเกิน เพื่อให้...น้องผู้ยากไร้ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด โดยการเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และข้อความแสดงความประทับใจในผลิตภัณฑ์ อาวียองซ์ สลิมม์ ที่หลังชิ้นส่วนกล่อง (แถบสี) ด้านชื่อผลิตภัณฑ์ภาษาไทยแล้วนำมาหย่อนกล่องรับชิ้นส่วนที่ อาวียองซ์ ช็อปทุกสาขา หรือส่งมาที่ อาวียองซ์ ช็อป (ชิงโชคอาวียองซ์ สลิมม์) 118 ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า อาคาร 2 เวสท์ ชั้น 11 ถ.รัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 เปิดรับชิ้นส่วนตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2554 นี้

นอกจากให้ผู้สนใจได้หุ่นดีกับผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ สลิมม์แล้ว ยังได้ดีถึง 2 ต่อคือ ต่อที่ 1 ร่วมปันน้ำใจกับโครงการอาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2 ลดส่วนเกิน เพื่อให้...น้องผู้ยากไร้ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด โดยทุกชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ สลิมม์ ที่ส่งเข้ามามีค่าเท่ากับข้าวสาร 1 กิโลกรัม ที่จะมอบให้กับโครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และต่อที่ 2 รับสิทธิลุ้นรางวัลมือถือ Blackberry Curve 8520 เดือนละ 3 รางวัล เริ่มตั้งแต่บัดนี้ – กรกฎาคม 2554 นี้เท่านั้น

เติมส่วนขาด เพื่อน้อง ท้องอิ่ม ยิ้มได้...พร้อมลดส่วนเกินที่ต้องการ กับโครงการ “อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2” ตั้งแต่บัดนี้ – 31 กรกฎาคมศกนี้ เท่านั้น ที่อาวียองซ์ ช็อป ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาวียองซ์ คอลเซ็นเตอร์ โทร 0-2554-2655 หรือ www.aviancethailand.com

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร 02-434-8300, 02-434-8547
สุจินดา, แสงนภา, ปนัดดา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ เปิดตัวโครงการ “อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2”



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดตัวโครงการ “อาวียองซ์ สลิมม์ แชริตี้ ซีซั่น 2” โครงการการกุศลกับการลดส่วนเกิน เพื่อให้..น้องผู้ยากไร้ ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด โดยทุกชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ สลิมม์ มีค่าเท่ากับข้าวสาร 1 กิโลกรัม มอบให้โครงการอาหารมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม มูลนิธิ ศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า โดยมี จิตรา ธรรมบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมงาน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

อาวียองซ์ โรดโชว์ กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ มุ่งสร้างฐานสมาชิกเพิ่ม 20 %



อาวียองซ์ แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยมของยูนิลีเวอร์ จัดกิจกรรมโรดโชว์แนะนำผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงอย่างต่อเนื่อง หวังสร้างฐานสมาชิกอภิสิทธิ์เพิ่มขึ้น 20 % โดยล่าสุดได้จัด อาวียองซ์ ไดมอนด์ เดย์ แนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาวียองซ์ อัลติเมท ยูธ ไดมอนด์ ครีม ณ แปซิฟิก ปาร์ค พลาซ่า จ.ชลบุรี และมีกำหนดจัดขึ้นในเขตกรุงเทพ ณ เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเดอะมอลล์ บางกะปิ ในช่วงเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมศกนี้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คนไทย ชนะใจกรรมการ ผ่านเข้ารอบ เอวอน วอยซ์ การแข่งขันร้องเพลงระดับโลก



นางวัลลภา นฤนาทวานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท เอวอน คอสเมติคส์ ประเทศไทย จำกัด ขอเชิญคนไทยร่วมลงคะแนนโหวตให้ รพีพร ประทุมอานนท์ หรือ เพิร์ล คนไทยที่ผ่านเข้ารอบ Avon Voices การแข่งขันร้องเพลงออนไลน์ระดับโลก โดยเพิร์ล รพีพร สามารถชนะใจกรรมการซึ่งเป็นบุคคลากรระดับโลกจากวงการดนตรีและได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน 175 คนจาก 50 กว่าประเทศทั่วโลกที่ผ่านเข้ารอบแรก โดยการแข่งขันในรอบนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปร่วมลงคะแนนโหวตได้ที่ www.avonvoices.com ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 พฤษภาคม 2554 โดยผู้เข้าแข่ง 10 คนสุดท้ายที่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้ไปเก็บตัวที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเพื่อฝึกซ้อมการร้องเพลงและการแสดงกับมืออาชีพจากฮอลลีวู้ด และผู้ชนะเลิศ 2 คนจะได้ออกอัลบั้มร่วมกับค่ายเพลงชื่อดังของโลก

ร่วมโหวตเพื่อสนับสนุนตัวแทนประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.avonvoices.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ จัดงาน U-Success Day โอกาสแห่งความสำเร็จ



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด จัดงาน “ยู-ซัคเซสเดย์” (U-Success Day) มอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มเกียรติยศแก่ผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์ตั้งแต่รหัส Senior Business Associate ขึ้นไป รวมกว่า 300 รหัส ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร 02-434-8300, 02-434-8547

สุจินดา, แสงนภา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จิ๊กซอว์ความสำเร็จ 24 ปี “แอมเวย์ไทย” แชมป์!ขายตรงขนานแท้



“ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ทุกย่างก้าวของแอมเวย์มีการเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นทุกๆ ปี จากปีแรกมียอดขาย 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจนล่าสุดยอดขายปี 2553 มีมูลค่าถึง 14,370 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเป็นธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ของไทยและดำรงตำแหน่งนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน”

ภาพความสำเร็จตลอด 24 ปีของขายตรงยักษ์ใหญ่ “แอมเวย์” ในประเทศไทย ตอกย้ำถึงความเป็นเจ้าตลาดบนความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างชัดเจน ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรของ “คณะผู้บริหาร” และ “นักธุรกิจอิสระ” รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันนี้อาจกล่าวได้ว่า “แอมเวย์ไทย” เป็นหนึ่งของ “ต้นแบบ” ธุรกิจขายตรงที่มีมาตรฐานองค์กร   ระดับสากลโลก และเข้าถึงผู้บริโภค อย่างทรงประสิทธิภาพด้วย “วิสัยทัศน์” ทางการตลาดที่กว้างไกลจนนับวันจะ   ไร้คู่แข่งขันในธุรกิจ และพร้อมก้าวกระโดดเข้าสู่ตลาดค้าปลีกรวมอย่างน่าสนใจ

โอกาสนี้ “แอมเวย์” ได้ดำเนินธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมาครบ    24 ปี ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2554           “เส้นทางนักขาย” ได้สัมภาษณ์ “กิจธวัช ฤทธีราวี” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงความสำเร็จอย่างมั่นคงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน รวมถึงเป้าการดำเนินธุรกิจในทศวรรษที่ 3

เส้นทางนักขาย : ความสำเร็จของ“แอมเวย์โลก” เป็นอย่างไร?


กิจธวัช : อัลติคอร์ อิงค์ บริษัทแม่ของแอมเวย์ประสบความสำเร็จ   เป็นอย่างสูง โดยในปี 2553 มียอด  ธุรกิจ 9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ความสำเร็จนี้มาจากความทุ่มเทของ   นักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 ล้านคนจากทั่วโลก และความเป็นธุรกิจขายตรงขนานแท้ที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี พร้อมทีมพนักงานมากกว่า 13,000 คน ที่ร่วมสนับสนุนองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์ในกว่า 80 ประเทศและดินแดนต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้โอกาสผู้คนได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
เส้นทางนักขาย : การดำเนินธุรกิจ

ขายตรงเอ็มแอลเอ็ม 24 ปี ของ“แอมเวย์ประเทศไทย” เป็นอย่างไร?


กิจธวัช : ริช เดอโวส และ เจย์แวน แอนเดล สองผู้ก่อตั้งแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น ได้เริ่มต้นธุรกิจแห่งโอกาส  ใน ค.ศ.1959 หรือ พ.ศ.2502 ณ ห้องใต้ดินที่บ้านของเจย์ แวน แอนเดล  ที่เมืองเอด้า รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา   ทั้งคู่ร่วมกันพัฒนาสินค้าแอมเวย์ชนิดแรก ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ แอล.โอ.ซี. (L.O.C.) ด้วยสูตรย่อย  สลายทางชีวภาพที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จทันที และเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดโลกแห่งโอกาสให้แก่ผู้คนทั่วโลก

จนกระทั่ง พ.ศ.2530 แอมเวย์    ได้ขยายธุรกิจมายังประเทศไทย เพื่อมอบโอกาสแก่ผู้คนในสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีคุณค่า โดยตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี แอมเวย์ได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการครองแชมป์ธุรกิจขายตรงไทยอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้นำขนานแท้ในธุรกิจขายตรงอย่างแท้จริง

สำหรับเส้นทางความสำเร็จของ “แอมเวย์ประเทศไทย” สามารถเรียงลำดับให้เห็นภาพได้ดังนี้


ปี 2530
- วันที่ 4 พ.ค. บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดดำเนินธุรกิจ   เป็นวันแรก ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ 7 ชนิด
ปี 2531
- ขยายตลาดกับเครื่องสำอางระดับโลกกับผลิตภัณฑ์ใหม่ชุดถนอมผิวอาร์ทิสทรี 14 ชนิด
- เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมการขายโดยตรง (ไทย)
ปี 2532
- เปิดงานแอมเวย์เอ็กซ์โปครั้งแรก ต้นแบบงานแสดงสินค้าระดับชาติ รวมทั้งการประชุมผู้นำระดับชาติ และการประชุมระดับชาติครั้งแรก
- ย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ไปอยู่ที่อาคารคริสเตียนนี เนลสัน  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ปี 2533
- ตัวอย่างความสำเร็จของนักธุรกิจแอมเวย์ผู้นำระดับสูง...เพชรรหัสแรก    ของไทย กับบทพิสูจน์แผนการจ่ายผลตอบแทนที่เป็นจริง
ปี 2534
- สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ประทานวโรกาสให้         ริช เดอโวส ประธานบริษัท แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และเฮเลน เดอโวส ภริยา  เข้าเฝ้าทูลเกล้าถวายเงินจำนวน 1 ล้านบาทจากการจำหน่าย บัตรการประชุม      ผู้จำหน่าย  เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลให้แก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์  ณ ศาลาทรงงาน พระตำหนักเลอดิส
- ก้าวสู่ธุรกิจพันล้านด้วยยอดขายสิ้นสุด ณ ปีบัญชี 2534 (ก.ย. 2533 - ส.ค. 2534) จำนวน   1,054 ล้านบาท
ปี 2535
- สนับสนุนอาชีพและเป็นการกระจายรายได้สู่ชาวเขากับผลิตภัณฑ์ใหม่ กาแฟสำเร็จรูปชนิดเกล็ดแอมฟี่
ปี 2536
- ก้าวสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อ        สุขภาพกับนิวทริไลท์กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นิวทริไลท์-โปรตีน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับการตอบรับด้วยดีอย่างต่อเนื่อง
ปี 2537
- รับเกียรติรางวัลผลงานการ ตลาดดีเด่นส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2537  ใน “โครงการอนุรักษ์ช้าง เพื่อนคู่ป่า” โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย
ปี 2538
- เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องกรองน้ำแอมเวย์ นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคไทย
-รับรางวัลชนะเลิศผลงานการตลาดดีเด่นประเภทบริการ “ธุรกิจขายตรงแบบการตลาดหลายชั้นสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค” ปี 2538 โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคม การจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย
ปี 2539
- พัฒนาบริการไม่หยุดนิ่ง เปิดแผนกบริการธุรกิจ เพื่อให้บริการนักธุรกิจแอมเวย์แบบครบวงจร ณ จุดเดียว
- เปิดตัวเพอร์ซัลนอล ช็อปเปอร์ส แค็ตตาล็อก ฉบับปฐมฤกษ์  สีสันแห่ง   การช็อปปิ้งกับแหล่งรวบรวมสินค้าแบรนด์ดังหลากหลาย
ปี 2540
- ตอกย้ำภาพลักษณ์ธุรกิจระดับนานาชาติ ต้นตำรับธุรกิจขายตรงขนานแท้ที่ยืนยงมาถึง 10 ปียืนยันความเป็นมาตรฐานสากลด้วย ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ปี 2541
- ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนรัฐในโครงการพันธบัตรเงินฝากช่วยชาติ จำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 42.67 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศและเสริมสภาพคล่องทางการเงินในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
- ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักธุรกิจแอมเวย์ระดับมงกุฎ  ทูตรหัสแรก คุณจินตนา - คุณวิทัต                          พรจะเด็ด
ปี 2542
- ส่งเสริมเกษตรกรไทยกับผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิแอมเวย์ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวแก่เกษตรกรไทย
ปี 2543
- ล้ำหน้าอีกครั้งกับนวัตกรรมเพื่อสุขภาพอีกครั้งกับผลิตภัณฑ์ใหม่...เครื่องกรองน้ำแอมเวย์ รุ่น 2 และ เครื่องกรองอากาศแอมเวย์  ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างผู้นำ
- เริ่มหลักการ IMC (IBO, Member, Client) พร้อมเปิดตัวนิตยสาร ACHIEVE ฉบับปฐมฤกษ์ สำหรับนักธุรกิจแอมเวย์, นิตยสาร WHAT YOU WANT ฉบับปฐมฤกษ์ สำหรับสมาชิกแอมเวย์และวารสาร THE LOOP ฉบับปฐมฤกษ์ สำหรับนักธุรกิจแอมเวย์ผู้นำ
ปี 2544
-ตอกย้ำบริการคุณภาพด้วยใบ  รับรองมาตรฐานสากล ISO 9001:2000 ระบบการจัดการด้านคุณภาพ
ปี 2545
- ความสำเร็จในปีที่ 15 กับแบบอย่างผู้นำที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด แบบอย่างธุรกิจขายตรงที่ดำเนินสอดคล้องตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545
ปี 2546
- มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย   โดยบริษัทและนักธุรกิจแอมเวย์ มอบทุนการศึกษาเพื่ออนาคตของชาติได้มีโอกาสทางการศึกษา
ปี 2547
-    พลิกวงการความงามกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางพรีเมี่ยม ผลิตภัณฑ์ใหม่...อาร์ทิสทรี ไทม์ ดี         ไฟแอนซ์ อินเท็นซีฟ รีแพร์ ซีรัม พร้อม    กับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพื่อฟื้นฟู      ผิวหน้าสู่ความงามเริ่มต้นนำกลยุทธ์     RM (Relationship Management) เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมการสร้างองค์กรของนักธุรกิจแอมเวย์
ปี 2548
- งาน Siam Center Bangkok Fashion Week ในวันที่ 10 มี.ค.48         ณ บริเวณลานหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์
- วิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ eSpring สุดยอดเทคโนโลยีแห่งการกรองน้ำ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ปี 2549
- ปีแห่งความสำเร็จกับการก้าวสู้ปีที่ 20 แอมเวย์ประเทศไทย
- ร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปีของริช เดอโวส ณ สำนักงานใหญ่ แอมเวย์ประเทศไทย
- งานเปิดตัวเครื่องอากาศ ATMOSPHERE Grand Opening ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ปี 2550
- ก้าวสู่ธุรกิจหมื่นล้านกับโอกาสทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์คุณภาพเวิลด์คลาส จัดฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษเมื่อ      4 พฤษภาคม 2550 ณ โรงแรมแชง กรี-ล่า
- โครงการ 20 ปีแอมเวย์ มอบทุน 20 ล้าน สานฝันเด็กไทยทำพิธีมอบทุนการศึกษา 204 ทุน เป็นทุนต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 171 ทุน  ทุนให้ครั้งเดียว 33 ทุน
ปี 2551
-     รุกตลาดผลิตภัณฑ์ลดเลือน     ริ้วรอย เปิดตัว “อาร์ทิสทรี ครีม แอล/เอ็กซ์” นิยามแห่งอนาคตของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นสูง
ปี 2552
- ขยายโอกาสทางธุรกิจให้คนไทยด้วยการประกาศสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ด้วยงบลงทุน 1,100 ล้านบาท
ปี 2553
- ยืนหยัดแชมป์ธุรกิจขายตรงไทยอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขาย 14,370 ล้านบาท สร้างสถิติใหม่ให้วงการขายตรงไทย

เส้นทางนักขาย : จุดเด่นของระบบเครือข่าย MLM แอมเวย์ประเทศไทยที่ต่างจาก MLM อื่นๆ


กิจธวัช : แอมเวย์ดำเนินธุรกิจขายตรงระบบหลายชั้น (Multi-level Marketing: MLM) แบบเดียวกันทั่วโลก โดยจุดเด่นของแอมเวย์อยู่ที่การยึดมั่นในหลักพื้นฐาน คือ อิสรภาพ ครอบครัว ความหวัง และรางวัล  โดยมีแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับจากนักธุรกิจแอมเวย์ว่าเป็นแผนธุรกิจ ที่เป็นไปได้จริง สามารถสร้างงานสร้าง รายได้และสร้างความมั่นคงให้แก่นักธุรกิจแอมเวย์ได้อย่างยุติธรรม มั่นคง และยั่งยืน  ทุกคนที่เข้ามาในธุรกิจแอมเวย์สามารถเติบโตและได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จอย่างเท่าเทียมกัน ตามกำลังที่แต่ละคนทุ่มเทลงไป ใครทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ด้วยหลักการนี้เองจึงทำให้แอมเวย์เป็นธุรกิจที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักและยอมรับ โดยในประเทศไทยเองก็ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมากว่า 24 ปีแล้ว

เส้นทางนักขาย : เป้าหมาย “แอมเวย์ไทย” ใน “ทศวรรษที่ 3” ทั้งในตลาดประเทศไทยและระดับเอเชีย


กิจธวัช : แอมเวย์มุ่งในการแข่งขันกับตนเองเพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทอย่างไม่หยุดนิ่ง และในทศวรรษที่ 3 นี้ แอมเวย์ยังคงพัฒนาบริษัท นักธุรกิจแอมเวย์ และส่งเสริมให้มีการตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่นักธุรกิจแอมเวย์จะได้บริการสมาชิกและลูกค้าอย่างมืออาชีพ ในขณะเดียวกัน สมาชิกและลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพเวิลด์คลาส รวมทั้งสังคมไทยจะได้พัฒนาให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น และสุดท้ายบริษัทยังต้องการสนับสนุนธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

เส้นทางนักขาย : แนวทางการรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง  “นักธุรกิจแอมเวย์” กับ “บริษัท”


กิจธวัช : ด้วยความเป็นหุ้นส่วน   ที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัทและนักธุรกิจแอมเวย์ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ทำให้        ทุกย่างก้าวของแอมเวย์มีการเติบโต ไปในทิศทางที่ดีขึ้นทุกๆ ปี จากปีแรกมียอดขาย 61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจนล่าสุดยอดขายปี 2553 มีมูลค่าถึง 14,370 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเป็นธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ของไทยและ ดำรงตำแหน่งนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน

โดยในแต่ละปีบริษัทจะมุ่งเน้นการสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ด้วยการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดประชุมโอกาสทางธุรกิจสำหรับกลุ่มเจนเนอเรชั่นต่างๆ  การให้ข้อมูลความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเพื่อให้บริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ ได้แก่ ข้อมูลยอดธุรกิจ อัตราการสปอนเซอร์นักธุรกิจแอมเวย์รายใหม่ เป็นต้น รวมทั้งการทำโปรแกรมการคำนวณยอดธุรกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักธุรกิจแอมเวย์รายใหม่ๆ สามารถตั้งเป้าหมายธุรกิจได้อย่างง่ายดายและชัดเจนขึ้น

ปัจจุบันแอมเวย์มีนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 320,000 รหัส ซึ่งถือ เป็นความแข็งแกร่งของหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีความเชื่อมั่น เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพ และด้วยความเป็นมืออาชีพของนักธุรกิจแอมเวย์ที่พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์และให้บริการ     ลูกค้าอย่างใกล้ชิดนี้เอง จึงทำให้เกิดเป็นพลังในการประสานความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการผลักดันธุรกิจ    สู่ความสำเร็จดังเช่นปัจจุบันและพร้อมทะยานเติบโตต่อเนื่องเรื่อยไปในอนาคต


“ปรีชา”...กับ “แอมเวย์” ที่มากกว่า...ขายตรง!!


วันนี้ความสำเร็จของ “แอมเวย์” ขายตรงหมายเลข 1    ประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ปรีชา ประกอบกิจ” ผู้นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์ปั้นดินให้เป็นดาว และกลายเป็นดาวจรัสแสงค้างฟ้าครองตำแหน่งแชมป์    มานาน 24 ปีแล้ว

จากการเข้ามารับผิดชอบหน้าที่ผู้จัดการด้านการตลาดก่อนที่จะขยับ  ขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไปและไต่สู่เก้าอี้กรรมการผู้จัดการตั้งแต่เริ่มต้นเท่าอายุของแอมเวย์ประเทศไทยปัจจุบัน เขา   นับเป็นบุคคลสำคัญที่พัฒนาโอกาส ทางธุรกิจให้แอมเวย์จากยอดปิดบัญชี   ปีแรก พ.ศ.2530 เพียง 61 ล้านบาท แล้วในปี พ.ศ.2535 ก็ไต่สู่ 1,000     ล้านบาท อีก 5 ปี ต่อมายอดขายก็เพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท กระทั่งปี 2550 ยอดขายก็ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ล่าสุดสิ้นปี พ.ศ.2553 ปิดบัญชีประวัติศาสตร์แชมป์ขายตรงด้วยยอด 14,370 ล้านบาท แล้วทำให้แอมเวย์ประเทศไทย    เป็นสาขาที่ประสบความสำเร็จมียอดธุรกิจติดอันดับ 1 ใน 10 ของแอมเวย์ทั่วโลก

ที่สำคัญวันนี้ “ปรีชา” ยังเป็น   ผู้บริหารสูงสุดของ “แอมเวย์ไทย” ด้วยวัยที่ครบเกษียณอายุการทำงานไปแล้วกว่า 2 ปี แต่ด้วยความสามารถและ   วิชั่นการตลาดยาวไกลไม่หยุดนิ่งทำให้เขาได้รับความไว้วางใจ จากบริษัทแม่ “อัลติคอร์ อิงค์” ให้ “ต่ออายุ” การทำงานออกไปอีกรวม 5 ปี  ซึ่งจะครบวาระในปี พ.ศ.2556

อย่างไรก็ตามในปี 2555 “ปรีชา” ได้ตั้งเป้าหมายแอมเวย์ประเทศไทยต้องทำยอดแตะ 20,000 ล้านบาท “ให้ได้” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบปีที่ 25 โดย “ปรีชา” ย้ำด้วยความมั่นใจ  ว่า “เราต้องทำให้ได้และเกรงว่าจะทะลุมากกว่า 20,000 ล้านบาทด้วยซ้ำ”

ทั้งนี้ พันธกิจ 20,000 ล้านบาท กับเดิมพันฉลองแอมเวย์ก่อตั้งมาครบ 25 ปีในปี 2555 นั้น “ปรีชา” ได้ปูแนว   ทางการเติบโตของแอมเวย์ให้ยิ่งใหญ่  อย่างไม่หยุดยั้งมาตั้งแต่ครั้งที่แอมเวย์เริ่มก้าวย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 หรือเมื่อ 3 ปี     ที่ผ่านมาแล้ว  ด้วยการปฏิวัติแอมเวย์ให้เป็น “คนหนุ่มสาว” ปรับภาพลักษณ์ให้อยู่ในเทรนด์ “คนรุ่นใหม่” ทั้งโลโก้สีสันและผลิตภัณฑ์  ตลอดจนแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจต่อสาธารณะ

ดังนั้นวันนี้เราจึงเห็น “แอมเวย์ ช็อป” สาขาที่ 49 บนชั้น 3 ของ “สยามดิสคัฟเวอรี่” ซึ่งเป็นสาขาแรกที่แอมเวย์นำแบรนด์เข้าสู่ศูนย์การค้าย่านใจกลางเมือง ภายใต้งบลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกที่มีกว่า 1 ล้านรหัสทั่วประเทศให้มีความสะดวก   มากขึ้น สำคัญสุดถือเป็นการ “ตอกย้ำ” แผนการการก้าวเข้าสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า 20,000 ล้านบาทในปี 2555 ตาม    คำดำริของ “ปรีชา” ที่กล่าวสั้นๆ ทิ้งท้าย  ไว้ว่า

“เราต้องมีเป้าหมายที่กว้างกว่าการคิดปิดยอดที่ 20,000 ล้านบาท   ไปแล้วตอนนี้!!”


นั่น!! หมายถึง “แอมเวย์”  ยักษ์ใหญ่ธุรกิจขายตรงไทยในยุคทศวรรษที่ 3 กำลังก้าวข้ามความท้าทายขอบ ตลาดขายตรงกับปฏิบัติการ The New Era      of Amway ซึ่งชัดเจนกับแผนธุรกิจที่ไม่ได้แข่งเฉพาะกลุ่มขายตรงเท่านั้น  แต่ “แอมเวย์” กำลังก้าวผ่านเข้าไปแย่งเค้กธุรกิจค้าปลีกโดยรวมมูลค่า 3 ล้านล้านบาท อย่าง   น่าจับตายิ่ง !!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 203 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1- 15 พฤษภาคม 2554

ชาวเอมสตาร์ ขอส่งข้าวหอมมะลิ ไวทอลสตาร์ 34,000 กิโลกรัม (17,000 ถุง)

ข่าวเอมสตาร์

ชาวเอมสตาร์ ขอส่ง ข้าวขาวหอมมะลิไวทอลสตาร์ 34,000 กิโลกรัม (17,000 ถุง) เพื่อช่วยเหลือพี่น้องไทยชาวภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ Power Network ปักษ์แรก พฤษภาคม 2554

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แอมเวย์สานต่อโครงการ “One by One: ยิ้มสยาม” รวม 14 ปี สร้างรอยยิ้มคืนสู่เด็กไทยเกือบ 1,700 ราย



นางทัดดาว ปัญจโสภกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย (ซ้าย) นายแพทย์ฉัตรชัย รัตรสาร หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านตติยภูมิ โรงพยาบาลสุรินทร์ (กลาง) และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชัย อังสพัทธ์ ศัลยแพทย์ตกแต่งมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (ขวา) ร่วมแถลงข่าวโครงการ “One by One: ยิ้มสยาม” ครั้งที่ 14 เพื่อรักษาอาการปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในวันที่ 25-29 เมษายน 2554 ณ โรงพยาบาลสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยปีนี้มูลนิธิมอบเงินสนับสนุนมูลค่า 1.5 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมการผ่าตัดและยังได้ระดมทีมอาสาสมัครทั้งนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิกและพนักงานสละเวลาร่วมทำความดีภายใต้โครงการนี้กว่า 50 คน โดยคาดว่า 14 ปี จะมีเด็กได้รอยยิ้มใหม่ร่วม 1,700 คนโครงการ “One by One: ยิ้มสยาม” ดำเนินการมาแล้ว 13 ครั้ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร (5 ครั้ง) นครศรีธรรมราช (2 ครั้ง) สุรินทร์ (2 ครั้ง) ลำปาง ยะลา และตาก (2 ครั้ง)

หากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของมูลนิธิได้ที่ www.amwayfoundation.or.th หรือติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กรได้ที่คุณนคภร โทร.             0-2713-8000      ต่อ 1623

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com