ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เชิญร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไอยรา Aiyara Planet Grand Openning


เริ่มจำหน่ายบัตร 17 กุภาพันธ์ 2556 พร้อมกันทั่วประเทศ
โดยภายในงานมีกิจกรรมมากไม่ว่า 1.ลุ้นรางวัลกว่า500,000฿ 2.หางบัตรแลกซื้อสินค้า1แถม1(ไม่มีPV)1บัตรได้แลกซื้อได้2สิทธิ3.ชมมินิคอนเสิรต์ศิลปินไอซ์ ศรัณยู4.ร่วมแสดงความยินดีกับ Gold Star มนุษย์เงินแสนและมนุษย์เงินล้านไอยรา5.พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ไอลดา...น้องกิ๊ฟอดีตนางสาวไทยปี25536.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาตร์หน้าใหม่ขายตรงไทย(event)

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีม เปิดเกมรุกตลาดเครือข่าย อัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ดั้นเป้าสิ้นปี300 ล.








 


เอเชีย สุพรีม เข็นยุทธศาสตร์แ รงปี 56 หวังมุ่ง สานฝัน สมาชิกสู่ความสำเร็จ พร้อมแย้มปีที่ผ่านมาธุรกิจยังโตไม่ เต็มที่แบบก้าวกระโดด ประกาศอัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน พัฒนา สินค้าใหม่-ส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาด-เน้นสร้าง ระบบเสริมศักยภาพสมาชิก-สร้างแบรนด์บริษัทให้เกิด หวัง ดันยอดสิ้นปีทะลุ 300 ล้าน ชี้! ทิศทางธุรกิจขายตรงปี56 เติบโตดีไร้กังวล

นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอเชีย สุ พรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาว่า อัตราการเติบโตของบริษัทฯ ถือได้ว่ายังไม่ใช่เป็นการเติบโตแบบก้าว กระโดด โดยจะเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนิน ธุรกิจมาแล้วประมาณ 1 ปี 6 เดือน แต่เริ่มดำเนินธุรกิจแบบ จริงจังเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เท่านั้นเอง โดยในช่วง 6 เดือนที่ ผ่านมานั้น เรียกได้ว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาในระดับ หนึ่ง โดยมียอดขายในช่วงปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้าน บาท รวมถึงมีสมาชิกอยู่ที่ ประมาณ 6 พันกว่าคนด้วยกัน ที่ สำคัญ ในปีนี้ ต้องบอกว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของระบบ เรื่อง ของการพัฒนาสมาชิก ความ พร้อมของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ บริษัทฯ จะเน้นหนักในปีนี้นั้น มี อยู่ 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ 1. การมุ่ง เน้นสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของสมาชิก 2. การ มีสถาบันในการที่จะพัฒนา บุคลากร ในการพัฒนาสมาชิก ให้มีศักยภาพ มีความมั่นคงอยู่ ในอาชีพ เพื่อพร้อมเข้าสู่อาเซียน และ 3. การให้ความสำคัญ ใน เรื่องของชุมชน สังคม ที่ถือว่ามี ส่วนสำคัญ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ก็ มีมูลนิธิที่เป็นของบริษัทฯ ด้วย
สิ่งที่บริษัทฯ คาดหวังใน ปีนี้นั้น คือ อยากจะเป็นอีกหนึ่ง องค์กรที่มีอัตราการเติบโตแบบ ก้าวกระโดดเหมือนเช่นดั่งบริษัท อื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้บริษัทฯ มี ความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีอัตรา การเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะปัจจุบันนี้ บริษัทฯ เริ่ม มีผู้น้ำที่พร้อมสินค้าที่พร้อมรวม ถึงระบบการเทรนนิ่งที่พร้อม นั่นเอง ที่สำคัญ ในปีนี้ ยังมีเป้า หมายที่จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมกับคาดว่า จะมีสมาชิกสิ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คนด้วยกัน
นายสุธีร์ ยังเผยอีกว่า นอกเหนือจาก 3 ยุทธศาสตร์ที่ จะเน้นในปีนี้แล้ว การดำเนิน ธุรกิจเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 300 ล้านบาทนั้น ทางเอเชีย สุพรีม เอง ยังเตรียมที่จะผลักดัน อีก 4 กลยุทธ์สำคัญ ในการไปให้ ถึงเป้าหมายอีกด้วย คือ 1. การ พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 น่าที่จะมี กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่ 14-15 กลุ่มเพื่อตอบสนองความ ต้องการของตลาดที่มีความ หลากหลาย 2. การส่งเสริม กิจกรรมทางด้านการตลาดอย่าง ต่อเนื่อง เช่น โปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของสินค้า หรือ โปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 3. เน้นในเรื่อง ของการสร้างระบบ เพื่อเชื่อมโยง การทำงานกับสมาชิกให้เป็นไป ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้าง ศักยภาพของสมาชิกด้วย และ4. เน้นการสร้างแบรนด์ของบริษัทฯ ให้เกิดในปีนี้
ปีนี้บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เตรียมการอย่างรัดกุมอย่างมาก ทีเดียว ทั้งในเรื่องของระบบ ออนไลน์ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน นี้ สังคมยุคใหม่ถือเป็นสังคม เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อ การทำงานในยุคนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทฯ เองจะให้ความสำคัญ ในเรื่องระบบไอทีอย่างมากที เดียวในปีนี้ เนื่องจากไม่คิดที่จะ หยุดยั้งการทำธุรกิจเพียงแค่ใน ประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาด อาเซียนด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายในประเทศ เพื่อน บ้านบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น และล่าสุดได้เตรียมการจับมือ กับพันธมิตรใหม่ในประเทศ เพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อทำ ธุรกิจร่วมกันอีกด้วย
นายสุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ปีนี้ บริษัทฯ จะมีในส่วนของศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงระบบการ จัดจำหน่ายเพื่อที่จะให้เข้าถึงตัว สมาชิกได้เร็วมากขึ้นด้วย โดยจะ เป็นศูนย์ที่ให้ทั้งข้อมูลข่าวสาร กับสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยูทั้งสิ้น 3 สาขา คือ อิมพีเรียล ลาดพร้าว , หาดใหญ่ และเชียงใหม่ และ กำลังจะเปิดใหม่เป็นสาขาที่ 4 เร็วๆ นี้ ที่พิษณุโลก โดยเป้า หมายในปีนี้คาดว่าจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2-3 แห่งด้วยกัน ในพื้นที่ ภาคอีสานและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ ยัง มีในส่วนของคลังสินค้าอยู่ 8 คลังทั่วประเทศอีกด้วย อีกทั้ง แผนงานที่จะเปิดคลังสินค้าใหม่ เพิ่มอีก 10 คลังในปีนี้ และ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีสมาชิกที่ เป็นโมบายอีก 50 แห่งด้วยกัน พร้อมกับจะเพิ่มโมบายในปีนี้ให้ มากขึ้นอีกเป็น 100 โมบายด้วย ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ยังได้ เผยถึง กิจกรรมทางด้านการ ตลาดในปีนี้ว่า ทางบริษัทฯ ได้มี การวางนโยบายไว้อย่างชัดเจนที เดียว โดยจะมีการจัดกิจกรรมเป็น ในส่วนของการมอบของรางวัลใน เรื่องของการกระตุ้นยอดขาย สมาชิกที่จะมีการแบ่งออกเป็น ใน แต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของ กิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ในปีนี้จะมี ไปเที่ยวในประเทศ 2 ครั้งและต่าง ประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และ นิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปร โมชั่นรถยนต์ เป็นต้น
ต้องยอมรับว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราการเติบโต ของธุรกิจขายตรง ค่อนข้างมีการ เติบโตอย่างมากทีเดียว และ ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพอย่างมาก หากมอง ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่สำคัญ อุตสาหกรรมขายตรง ยังถือเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต อย่างมั่นคงและต่อเนื่องทุกปีอีก ด้วย และเชื่อว่าอุตสาหกรรม ขายตรงในปี 2556 นี้ น่าที่จะ เติบโตกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ที่สำคัญ จะเริ่มเห็น หลาย ๆ ค่าย ต่างออกอาวุธทาง ธุรกิจอย่างมากมายด้วยเช่นกัน นายสุธีร์ กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อุทธรณ์ยืนคุกผู้บริหารแชร์บลิสเชอร์1.2แสนปี



วันนี้ (23ม.ค.) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ ด.4756/2537 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด , น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ อดีตกรรมการบริษัทฯ น.ส.ปัรจวรรณ เบญจมาศมงคล อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทฯและผู้ถือหุ้น นายแสงทอง แซ่กิม อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทฯและพนักงานฝ่ายขายอิสระ และนายอรรณพ หรือ อาร์ต กุลเสวตร์ อดีต ผจก.สาขาศูนย์สีลม เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบ 83 และความผิดตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 12 และ 15


โจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. 34 - 11 ก.พ. 37 บริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือไทม์ แชริ่ง โฆษณาชักชวนประชาชนให้สมัครสมาชิกใช้บริการที่พักฟรีตามสถานที่พักตากอากาศ หรือโรงแรมที่บริษัทฯ จำเลยจัดไว้ 4 วัน 4 คืนต่อปี นาน 20 ปี มีรูปแบบการสมัครสมาชิกเป็นรูปแบบบัตรทอง และบัตรเงิน โดยบัตรเงิน จ่ายค่าสมาชิกปีละ 30,000 บาท พร้อมค่าบำรุงปีละ 2,500 บาท และบัตรทอง จ่ายค่าสมาชิก 60,000 บาท พร้อมค่าบำรุงปีละ 4,500 บาท หากสมาชิกรายใดจะสมัครเป็นฝ่ายขายต่อจะต้องเสียค่าสมัครเพิ่ม 1,500 บาทต่อปี และหากหาสมาชิกได้จะได้ค่านายหน้าเพิ่มรายละ 5,000 บาท มีผู้เสียหายหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิก 24,189 ราย มูลค่าความเสียหาย 826,266,000 บาท


ต่อมากระทรวงการคลังพบว่าจำเลยไม่อาจดำเนินการซื้อขายสินค้าตามที่ประกาศได้ เพราะไม่มีสินค้า และให้ค่าตอบแทนในวิธีฟรีโฟร์ คิดแล้วสูงกว่าดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด ไม่มีการประกอบกิจการจริง อันเป็นการกู้ยืมเงินซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน จำเลยให้การปฏิเสธ


คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2551 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 , 4 และ5 ซึ่งเป็นกรรมการที่มีอำนาจในบริษัทฯ ฐานฉ้อโกงประชาชน คนละ 120,945 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยทั้งสามได้ไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยที่ 2,4 และ 5 คนละ 20 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1และ 3 เนื่องจากพบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการวางแผนบริหารนโยบายดังกล่าว


โจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ด้วย ส่วน จำเลยที่ 2 , 4 และ 5 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง ภายหลังจำเลยที่ 5 ถอนอุทธรณ์ขอรับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยวันนี้จำเลยที่ 2 และ 4 ไม่เดินทางมาศาล มีเพียงจำเลยที่ 3 มาศาลคนเดียวเท่านั้น ศาลจึงอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลย ที่ 2 และ 4 พร้อมกับให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันจำเลยที่ 2 และ 4


ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วรับฟังได้ว่า อุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าแม้โจทก์จะนำสืบว่าจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการบริหารบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 อีก 2 บริษัท แต่พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 3 มีส่วนกระทำความผิดร่วมกับคนอื่นหรือไม่ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีทางอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ มีความซับซ้อนกว่าคดีอาชญากรรมพิเศษทั่วไป เมื่อคดีมีข้อสงสัยจึงยกประโยชน์แห่งการสงสัยให้จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น


ส่วนจำเลยที่ 2 และ 4 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าที่จำเลยที่ 2 และ 4 ยกข้อกฎหมายมานั้น ฟังไม่ขึ้น อีกทั้งโจทก์นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้ง 2 มีอำนาจบริหารสั่งการในบริษัทของจำเลยที่ 1 เห็นว่าก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 มีกลุ่มบริษัทต่างๆทั้งที่สุจริตและไม่สุจริตเกิดขึ้นมากมาย ที่ไม่สุจริตได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล ทำให้มีการออกกฎหมายจำนวนมากออกมาแก้ไข ความผิดในกรณีนี้ เกี่ยวข้องกับกฎหมาย พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 แม้จะไม่การระบุเรื่องธุรกิจไทม์ แชร์ริ่ง ก็ตาม แต่การหลอกลวงประชาชนด้วยความไม่สุจริต ด้วยวิธีดังกล่าวจึงเป็นการฉ้อโกง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2,4,5 ร่วมกับประกอบกิจการอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนหลอกให้สมัครสมาชิก โดยหวังว่าให้สมาชิกเป็นฝ่ายขาย โดยให้ค่าตอบแทนแก่พนักงานขายสูงกว่าบริษัทจำเลยที่ 1 จะจ่ายให้แก่สมาชิกได้ จนรัฐต้องเข้าไปแทรกแซงให้ปิดบริษัทก่อนจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากกว่านี้


ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 2 และ 4 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ลงโทษจำคุก 24,189 กรรม ลงโทษกรรมละ 5 ปี รวมจำคุก 120,945 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คงให้จำเลยรับโทษจำคุก จริงรวม 20 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 .


ที่มา: นสพ.เดลินิวส์


 


 


 



เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัทบลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ น.ส.ปัรจวรรณ เบญจมาศมงคล นายแสงทอง แซ่กิม และนายอรรณพ กุลเสวตร์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 5 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบ 83 และความผิดตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 12 และ 15


โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค.34 ถึง 11 ก.พ.37บ.บลิสเชอร์ฯ ประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือไทม์ แชริ่ง โฆษณาชักชวนประชาชนให้สมัครสมาชิกใช้บริการที่พักฟรีตามสถานที่พักตากอากาศ หรือโรงแรมที่บริษัท จำเลยจัดไว้ เป็นเวลา 4 วัน 4 คืนต่อปี หรือ ฟรีโฟร์ นาน 20 ปี มีรูปแบบการสมัครสมาชิกเป็นรูปแบบบัตรทอง และบัตรเงิน โดยบัตรเงินจ่ายค่าสมาชิกปีละ 30,000 บาท พร้อมค่าบำรุงปีละ 2,500 บาท และบัตรทองจ่ายค่าสมาชิก 60,000 บาท พร้อมค่าบำรุงปีละ 4,500 บาท หากสมาชิกรายใดจะสมัครเป็นฝ่ายขายต่อจะต้องเสียค่าสมัครเพิ่ม 1,500 บาทต่อปี และหากหาสมาชิกได้ จะได้ค่านายหน้าเพิ่มรายละ 5,000 บาท มีผู้เสียหายหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกจำนวน 24,189 ราย มูลค่าความเสียหาย 826,266,000 บาท ต่อมากระทรวงการคลังพบว่าจำเลยไม่อาจดำเนินการซื้อขายสินค้าตามที่ประกาศได้ เพราะไม่มีสินค้าให้ไปขายจริง และให้ค่าตอบแทนในวิธีฟรีโฟร์ คิดแล้วสูงกว่าดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด ไม่มีการประกอบกิจการจริง อันเป็นการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน


คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.51 ให้จำคุกจำเลยที่ 2, 4 และ 5 ซึ่งเป็นกรรมการที่มีอำนาจในบริษัท ฐานฉ้อโกงประชาชน ให้จำคุกคนละ 120,945 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสามได้ไม่เกิน 20 ปี จึงพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 2,4 และ 5 คนละ 20 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และ 3 เนื่องจากพบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการวางแผนบริหารนโยบายดังกล่าว โจทก์และจำเลยที่ 2, 4 และ 5 ยื่นอุทธรณ์ ภายหลังจำเลยที่ 5 ถอนอุทธรณ์ขอรับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยวันนี้จำเลยที่ 2 และ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาล มีเพียงจำเลยที่ 3 มาศาลเท่านั้น ศาลจึงอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยที่ 2 และ 4 พร้อมกับมีคำสั่งให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันจำเลยที่ 2 และ 4


ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าปัญหาของอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยที่ 3 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าแม้โจทก์จะนำสืบว่าจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการบริหารบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 อีก 2 บริษัท แต่พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 3 มีส่วนกระทำความผิดร่วมกับคนอื่นหรือไม่ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีทางอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าคดีอาชญากรรมพิเศษทั่วไป เมื่อคดีมีความสงสัยจึงยกประโยชน์แห่งการสงสัยให้จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น


ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อมาว่าจำเลยที่ 2 และ 4 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่าที่จำเลยที่ 2 และ 4 ยกข้อกฎหมายมาต่อสู้นั้นฟังไม่ขึ้น ทั้งโจทก์นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้ง 2 มีอำนาจบริหารสั่งการในบริษัทของจำเลยที่ 1 เห็นว่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ.2540 มีกลุ่มบริษัทต่างๆ ทั้งที่สุจริตและไม่สุจริตเกิดขึ้นมากมาย ที่ไม่สุจริตได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมหาศาล ทำให้มีการกฎหมายจำนวนมากออกมาแก้ไข ความผิดในกรณีนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 แม้จะไม่การระบุเรื่องธุรกิจไทม์ แชร์ริ่ง ก็ตาม แต่การหลอกลวงประชาชนด้วยความไม่สุจริต ด้วยวิธีดังกล่าวจึงเป็นการฉ้อโกง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2,4,5 ร่วมกับประกอบกิจการอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนหลอกให้สมัครสมาชิก โดยหวังว่าให้สมาชิกเป็นฝ่ายขาย โดยให้ค่าตอบแทนแก่พนักงานขายเกินกว่าบริษัทจำเลยที่ 1 จะจ่ายให้แก่สมาชิกได้ กระทั่งรัฐต้องเข้าไปแทรกแซงให้ปิดบริษัทก่อนจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากกว่านี้


เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 4 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน จำคุก 24,189 กรรม ลงโทษกรรมละ 5 ปี รวมจำคุก 120,945 ปี แต่ความผิดฐานนี้กฎหมายกำหนดให้รับโทษสูงสุดไม่เกิน 20 ปี จึงพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 2 และ 4 เป็นเวลา 20 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่3


ที่มา : มติชนออนไลน์

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ผ่าแผนเครือข่ายยุคไฮเทค T2R พ่อมดขายตรงตัวจริง









การเปิด ตัวของ ท็อปอัพทูริช หรือ T2R บริษัทขายตรงพันธุ์ใหม่ ที่ประกาศตัวชัดเจนว่า เป็นเครือข่ายระบบเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่ทัน สมัยที่สุด แต่ปัญหาที่หลายคนตั้งคำถามก็คือว่า เหตุและที่มาของ รายได้ของกิจการแห่งนี้คืออะไร หน้าฉากประกาศชัด คือบริการเติม เงินมือถือ แต่หลังฉากกับพยายามเน้นการสร้างรายได้จากการขาย แฟรนไชน์ เน้นการหารายได้จากสมาชิกมากกว่าการขายสินค้า เห็น ทีงานนี้ต้องถามใจสคบ.ว่าคิดอย่างไร


สร้างฝัน สู่วันร่ำารวย ดูรูปแบบการขายสไตล์ T2R


วันนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้มือ ถือเครือข่ายไหน ระบบไหน คุณ สามารถที่จะรวยได้ด้วยสุดยอด เทคโนโลยีผสมผสานกับแนวคิด ทางการตลาดที่ลงตัว ที่สามารถ สร้างรายได้มหาศาลให้กับคุณ นี่ไม่ใช่รายได้เสริม เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้คุณต้องเสียเวลาโดย เปล่าประโยชน์ แต่นี่จะเป็นราย ได้มากกว่ารายได้หลักที่ท่าน เคยได้รับ พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง ครับ
นี่คือ คำแถลงของ ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส ประธานบริษัท ขายตรงน้องใหม่ ท็อปอัพทูริช หนึ่งในบริษัทขายตรง ที่เปิด ตัวอย่างอลังการ ด้วยการนำ เสนอขายสินค้าในลักษณะที่ เรียกว่า Personal Franchise Counter Survice
ท็อปอัพทูริช จดทะเบียน ตั้งบริษัท เมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2555 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัด ดอน เขตสาธร กรุงเทพมหานคร รูปแบบการทำธุรกิจแม้ จะดูละม้ายคล้ายคลึงกับ เรียล เน็ทเวิร์ค ตรงที่เป็นการทำธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับโทรศัพท์มือถือ โดยอาศัยการพลังเครือข่ายเป็น พลังขับเคลื่อน แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ ท็อป อัพทูริช มุ่ง เน้นไปที่การบริการ เติมเงินในทุกค่ายมือถือเป็นจุด ขาย ขณะที่เรียล เน็ทเวิรค์ มุ่ง เน้นไปที่การขายซิมแบบเติมเงิน หรือ พีเพด ให้กลุ่ม True Move เป็นหลัก เรียล เน็ทเวิร์ค เคย ออกตัวแรง เป็นที่ฮือฮาอยู่พัก ใหญ่ แต่สุดท้ายก็มีอันพังพาบ เมื่อเริ่มมีกระแสความไม่ชอบ มาพากล ที่ส่อว่าจะไม่ใช่กิจการ ขายตรง
พันธุ์แท้ เป็นเหตุที่ ทำให้ True Move ต้องบอกเลิก สัญญา แล้วหันไปหาพาร์ท เนอร์ใหม่ แม้ปัจจุบัน เรียล เน็ท เวิร์ค ยังไม่ถูกลบชื่อไปจาก ระบบ ธุรกิจขายตรง แต่ ณ วัน นี้ ก็เป็นที่ทราบดีว่า ธุรกิจยัง นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงแต่อย่างใด ย้อนกลับมาดูค่าย ท็อป อัพทูริช จะเห็นว่า การเปิดตัว ของค่ายขายตรงค่ายนี้ ทำการ บ้านมาดี เพราะมองว่า หายนะ ที่เกิดขึ้นกับ เรียลเน็ทเวิร์ค ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเอากิจการ ไปผูกมัดกับ ค่ายโทรศัพท์มือถือ มากเกินไป ซึ่งหากวันดีคืนดี ค่ายโทรศัพท์มือถือเกิดไม่ไว้ วางใจ ก็จะทำให้กิจการล้มลง ทันที
ท็อปอัพทูริช เลือกที่จะ เดินแผนทางการตลาดอีกรูป แบบหนึ่งคือแทนที่จะมุ่งเน้น ไปขายซิมโทรศัพท์มือถือให้ค่าย ต่าง ๆ ก็หันมาเน้นการบริการ เติมเงิน ผ่านระบบแฟรนไชน์ ที่ นอกจากจะไม่จำเป็นต้องยืม จมูกคนอื่นหายใจแล้ว หากแต่ ยังขยายขอบเขตทางการตลาด สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทุก กลุ่มทุกค่าย รูปแบบธุรกิจแฟรนไชน์ ถูกนำมาผสมผสานกันกับการ แผนการตลาดในลักษณะ MLM ที่ผู้สนใจทำธุรกิจ สามารถ เลือกเปิดแฟรนไชน์ได้อย่างไม่ จำกัด เบื้องต้น 1 แฟรนไชน์ ใช้ เงินลงทุนจำนวน 1,000 บาท ได้รับรหัสประจำตัว 1 รหัส หาก เปิด 3 แฟรนไชน์ หรือ 3 รหัส ก็จะคิดในอัตรา 2,600 บาท หาก เปิด 3แฟรนไชน์ หรือ 3 รหัส ก็ จะคิดในอัตรา 5,800 บาท หากเปิด 15 รหัส ก็จะคิดใน อัตรา 12,200 บาท สรุปง่าย ๆ ยิ่งเปิดแฟรน ไชน์มากหรือเปิดรหัสมาก ก็จะ มีส่วนลดมากขึ้น ตามจำนวน การลงรหัสสมาชิกหรือการเปิด แฟรนไชน์ ในแต่ละรหัส จะสามารถ รับผลประโยชน์สูงสุดตาม แผนการตลาดได้ 4,200 บาท/ วัน หากเปิดถึง 15 รหัส ก็จะได้ ผลประโยชน์สูงสุดต่อวันจำนวน 63,000 บาท ทุกคนที่ถือรหัสหรือเปิด แฟรนไชน์ จะมีกระเป๋าเติมเงิน ของตนเองโดยอัตโนมัติ โดย ทางบริษัท ฯ จะมีการออกแบบ ระบบเติมเงินที่สะดวกรวดเร็ว สามารถ ตอบสนองการเติมเงิน ของสมาชิกในเครือข่ายได้อย่าง ถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งมีการ คำนวณผลประโยชน์ได้แบบ เรียลไทม์


ที่มารายได้ยังสับสน เหตุที่ทำให้พฤติกรรมเบี่ยงเบน


ในแผนการตลาด ที่ ท็อปอัพทูริช ได้วางเอาไว้ มี การกำหนดเป็นแผนการตลาด แบบ ไบนารี่ รูปแบบเป็น ทีม อ่อน-ทีมแข็ง คือ ในแต่ละรหัส จะมี Front Line แบ่งข้างซ้าย ขวา เป็น 2 รหัส ในทุก ๆ รหัส จะมีคะแนน 350 คะแนน โดยหากเครือข่าย มีการขยายตัวมากขึ้น ก็จะถูก นำมาคำนวณ เป็นคะแนน สะสม โดยสมาชิกจะได้รับ โบนัส 40% จากคะแนนทีมอ่อน ส่วนคะแนนจากทีมแข็ง หาก ตัดยอดแล้ว ยังมีคะแนนสะสม หลงเหลืออยู่ก็จะยกยอดเอาไป คิดคำนวณผลประโยชน์ใน รอบถัดไป โดยไม่มีการลด คะแนนทิ้ง ทุก ๆ รหัส ที่สมาชิกแนะนำ จะมีโบนัสขยายแฟรนไชน์ จำนวน 200 บาท รวมทั้งจะมี โบนัสที่ได้จากการเติมเงินใน อัตรา 0.3% จากยอดการเติม เงินทั้งหมดของแฟรนไชน์ใต้ สายงานที่สมาชิกเป็นผู้แนะนำ 7 ชั้นลึก โดยจะต้องเป็นการเติม เงินมือถือผ่านระบบ ITS (Intelligence Topup System) หรือ กระเป๋าอิเล็คทรอนิคส์ ที่ทาง บริษัทได้ออกแบบเอาไว้เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ ประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ กองทุนเพื่อสมาชิกและครอบ ครัว/กองทุนผู้นำ ที่สมาชิกที่มีเครือข่ายใต้สายงานครบ 25,000 รหัส รวมทั้ง โบนัสพูล ที่บริษัท ฯ จะปันผลให้รหัสละ 15 บาท จากยอดขายในแต่ละ เดือน สำ หรับผู้นำ ระดับ Dimond ขึ้นไป หรือรวมไปถึงโบนัสการ ท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็น โบนัสยอด ฮิตสำหรับธุรกิจขายตรง ที่ทุก ค่ายมักนิยม พาผู้น้ำที่ประสบ ความสำเร็จไปสัมผัสความ ศิวิไลซ์ในต่างแดน ดูจากรูปแบบวิธีการ บริหารการตลาด ของ ท็อปอัพ ทูริช ถ้าเทียบกับบริษัทขายตรง ทั่ว ๆ ไป ก็ไม่น่าจะมีความผิด ปรกติ เทียบกับบริษัทขายตรง บางแห่งที่กำลังเติบโตอยู่ใน เวลานี้ ยังมีหลายบริษัทให้ผล ประโยชน์แก่สมาชิกมากกว่า ด้วยซํ้า เพราะฉะนั้น ประเด็น เรื่องแผนการตลาด คงไม่ใช่ ประเด็นใหญ่ ปัญหาที่หลายคน ต่างสงสัยกันเป็นอันมาก ดูจะ เป็นเรื่อง ต้นทุนสินค้าและที่มา ของรายได้เสียมากกว่า
ในวงการธุรกิจขายตรง สิ่งหนึ่ง ที่เป็นที่ประจักษ์พยาน ได้อย่างชัดเจนว่า กิจการนั้น ๆ ดำเนินธุรกิจขายตรงอย่าง แท้จริง ก็คือ หนึ่ง.จะต้องมีสินค้าเพื่อ จำหน่าย สอง. รายได้หลักจะต้อง มาจากรายได้จากการขาย สินค้าเป็นสำคัญ และสาม. รายได้จากการ ขายจะต้องสูงกว่ารายจ่ายจาก การให้สิทธิประโยชน์แก่สมาชิก ทั้งมวล หากการดำเนินธุรกิจขาย ตรง เดินออกนอกเส้นทางที่ว่า นี้ ก็ย่อมจะสุ่มเสี่ยงที่จะก้าว เดินไปสู่ธุรกิจที่เรียกว่า แชร์ ลูกโซ่ มีผู้สันทัดกรณีหลายคน พยายามวิเคราะห์ถึงโครงสร้าง ของธุรกิจขายตรงกับธุรกิจทั่วไป เอาไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ โครงสร้างของต้นทุน ถ้าหาก เป็นธุรกิจทั่วไป ก็จะประกอบ ด้วยต้นทุนหลัก 4 ด้านด้วยกัน ด้านที่หนึ่ง คือต้นทุนการ ผลิตสินค้าที่จะต้องมีโรงงาน จะ ต้องมีเครื่องจักร ที่แปรสภาพ จากวัตถุดิบมาเป็นผลิตภัณฑ์ มีสัดส่วน 40% ด้านที่สอง ต้นทุนค่า ขนส่ง มีสัดส่วน 20% ด้านที่สาม ต้นทุนค่า โฆษณา มีสัดส่วน 30% ด้านที่สี่ ต้นทุนค่าส่วน แบ่งผลประโยชน์ร้านค้า 10% ส่วนถ้าหาก เป็นธุรกิจ ขายตรง องค์ประกอบของ ต้นทุนก็จะประกอบไปด้วย ต้นทุนหลัก 2 ด้านด้วยกันคือ ต้นทุนการผลิต 40% และอีก 60% ก็จะเป็น ต้นทุนที่ จะต้องจ่ายผลประโยชน์แก่นัก ธุรกิจเครือข่าย เพราะฉะนั้น ตรงจุดนี้
ถ้าหากจะมาพูดถึงเรื่องต้นทุนของ ท็อปอัพทูริช ก็คงจะต้องมา พิจารณากันดูก่อนว่า สินค้า ของ ท็อปอัพทูริช คืออะไร ดังที่กล่าวไปแล้ว ในตอน ต้นว่า ธุรกิจของ ท็อปอัพทูริช คือ การขายแฟรนไชน์ โดยมี สินค้าก็คือใบอนุญาตที่แทบจะ กล่าวได้ว่าแทบไม่มีต้นทุนแต่ อย่างใด คุณค่าของ แฟรนไชน์ ถ้าหากจะตีเป็นมูลค่า ก็คงเป็น มูลค่าทางโอกาส ที่ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชน์หรือสมาชิก จะใช้เป็น ช่องทางในการเข้าไป เล่นเกม ประโยชน์ ร่วมกับ ท็อปอัพ ทูริชเท่านั้น ส่วนกรณีเรื่อง สิ่งอำนวย ความสะดวกทางด้านการเติม เงิน กับค่ายโทรศัพท์มือถือ ต่าง ๆ แม้จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ สามารถหารายได้ให้กับ ท็อป ทูริช ได้แต่ก็ไม่ใช่ช่องทางราย ได้หลัก ที่จะสามารถ COVER ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์แก่ สมาชิกได้ เพราะในเงื่อนไขผล ประโยชน์ที่ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น ตัวแทนจำหน่ายบัตรเติมเงิน หรือบริการเติมเงินแบบ ออนไลน์ ที่เราเห็นกันตามร้าน ค้าต่าง ๆ ทั้งร้าน 7-11 หรือร้าน โชวห่วยทั่วไป ก็จะได้ผล ประโยชน์หรือรายได้จากส่วน แบ่งเพียง 3.5 % เท่านั้น อธิบายง่าย ๆ ก็คือ หาก บริษัท จะหารายได้เดือนละ 100,000 บาท ก็จะต้องหาลูกค้า มาเติมเงินเป็นจำนวนเงินไม่ตํ่ากว่า 28 ล้านบาท ดังนั้น ตรงจุดนี้ คือสิ่ง ที่ ท็อปอัพทูริช มองว่า เป็นสิ่ง ที่เป็นไปไม่ได้ที่จะนำรายได้จาก วิธีการนี้ มารองรับกับการทำ ธุรกิจในระบบขายตรง และแน่นอน วิธีการเดียว ที่จะทำให้แผนการตลาดในรูป แบบ MLM สามารถขับเคลื่อน ไปได้ นั่นคือ การขายแฟรนไชน์ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับ ขาย ตำแหน่ง เพื่อให้สิทธิใน การรอรับผลประโยชน์เฉกเช่น บริษัทขายตรงทั่วไป จะต่างกัน ก็คือ การได้มา ซึ่งตำแหน่งในรูปแบบธุรกิจขาย ตรง จะได้มาโดยการซื้อสินค้า ที่มีตัวตนสัมผัสได้เพื่อนำไป สะสมในตำแหน่งของตนเอง แต่สำหรับ ท็อปอัพทูริช สินค้า ที่ได้ มีเพียงกระดาษแค่แผ่น เดียวในการแสดงสิทธิเป็นเจ้า ของแฟรนไชน์ เท่านั้น นี่คือ ข้อแตกต่าง สำหรับ การเดินเกมธุรกิจขายตรงสไตล์ ท็อปอัพทูริช ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร !!! เพราะฉะนั้น หากแนว ทางการดำเนินธุรกิจออกมาใน ลักษณะนี้ จึงเป็นสิ่งที่หลายคน ตั้งคำถามว่า ธุรกิจที่ ท็อปอัพ ทูริช กำลังดำเนินอยู่จะต่างกัน อย่างไรกับ มันนี่เกมส์ ที่มุ่งเน้นแต่เพียงเพื่อการระดม เงินผ่านระบบแฟรนไชน์ มากกว่าจะไปคำนึงถึงการขาย สินค้า


ผู้บริหารยอมรับ ค่าฟรีบัตรเติมเงินไม่พอเลี้ยงลูกทีม


มีสมาชิกท่านหนึ่ง เคยตั้ง คำถามไปยัง ศรวัสย์ ไพศาล ศรวัส ประธานบริษัท ท็อปอัพทู ริช จำกัด เกี่ยวกับรายได้ของ บริษัท แต่ก็ได้รับคำ ตอบ ว่า............ ต้องทำความเข้าใจนะ ครับว่ารายได้นั้นมาจากส่วน ไหนบ้าง การออกแบบแผนการ ตลาดนั้นมันต้องมีทั้งศาสตร์ และศิลป์นะครับ ต้องคำนึงถึง หลักความเป็นจริง จะเห็นว่า รายได้ตอนเริ่มแรกนั้น จะมา จากการสร้างเครือข่ายเป็นหลัก ครับ เพราะถ้าไม่มีเครือข่าย แล้ว จะเกิดยอดทางธุรกิจได้อย่างไร แต่การสร้างเครือข่ายนั้นคือ ขั้นตอนที่ต้องมีรายจ่าย ต้อง ลงทุน ดังนั้นการสร้างกระแส เงินสดเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ ธุรกิจสามารถประคองตัวและ อยู่รอดได้หรือไม่สังเกตได้จาก บางธุรกิจที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ คิด ว่าการลงทุนน้อย ๆ จะทำให้คน เข้าร่วม แต่ข้อเท็จจริงก็คือ รายได้ที่ได้รับนั้นมันไม่ทำให้นัก ธุรกิจสามารถหล่อเลี้ยงตัวเอง ได้ หรือบางธุรกิจลงทุนสูงเกิน ไปก็จะทำให้คนจำนวนมากไม่ สามารถเข้าร่วมทุนได้ การกำหนดยุทธศาสตร์ การลงทุนถือเป็นสิ่งสำคัญ มาก ๆ ครับ ที่ต้องไม่น้อยจนเกิน ไปที่ทำให้สิ่งที่ทำให้แค่รายได้ เสริม หรือมากเกินไปจนคนไม่ สามารถ เข้าร่วมได้ ตัวเลข 1,000 บาท จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ที่สุดที่จะทำให้ทุกคนสามารถ ลงทุนได้ และรายได้จากธุรกิจก็ ทำให้เกิดกระแสเงินสด สมดุล ครับ และแน่นอนเมื่อเครือข่าย ถูกสร้างขึ้นในระดับที่เหมาะสม คราวนี้รายได้ที่เกิดจากการเติม เงินของสมาชิกในเครือข่ายก็จะ มาทดแทน ซึ่งจะกลายเป็น Passive Income หลักแสนหลัก ล้านต่อเดือนในที่สุด นี่คือเหตุผลที่ประธานบริษัท ท็อปอัพทูริช ออกมา ชี้แจง ที่แสดงให้เห็นอย่าง ชัดเจนว่าฝ่ายบริหารออกมา ยอมรับในเรื่องของความจำเป็น จะต้อง เน้นการขายแฟรนไชน์ มากกว่าการเน้นการบริการเติม เงินโทรศัพท์มือถือ การให้บริการเติมเงินผ่าน กระเป๋าอัตโนมัติ เป็นเพียงการ สร้าง จุดขาย เล็ก ๆ เพียงเพื่อ ทำให้คนทั่วไปรับรู้ว่า ท็อปอัพ ทูริช มีสินค้ารองรับ สามารถ นำเอามาแปรเปลี่ยนเป็น คะแนน สะสมในสายงานของสมาชิก แต่ละคนได้เท่านั้น ท็อปอัพทูริช พยายาม เบนความสนใจมวลหมู่สมาชิก ที่เข้ามาสู่เครือข่ายขายตรง โดยการพยายามฉายภาพใน อนาคตให้เห็นถึงช่องทางและ โอกาสของการเป็นเศรษฐีเงิน ล้าน มีการอธิบายเทคนิคการ จัดผังสายงาน มีการอธิบาย เทคนิคในการบริหารเครือข่าย ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นหลักสูตร สำคัญในการสร้างเครือข่ายให้ เติบใหญ่ขึ้นมา โดยมองว่า ผลพวงจากการที่สมาชิกมีการ เติมเงิน จะเป็นรายได้ที่เรียกว่า Passive Income ที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต ดังนั้น ระยะเริ่มแรก จึงมี ความจำเป็นจะต้องอาศัยรายได้ จากการ ขาย แฟรนไชน์ หรือ การขาย ตำแหน่ง เป็นสินค้า หลัก ทั้งที่ในความเป็นจริง แฟรนไชน์ เป็นเพียงสิ่งสมมุติ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการระดม ทุนเข้ามาสู่กิจการเท่านั้น ท็อปอัพทูริช พยายาม หาเหตุผล มาอธิบายให้มวลหมู่ สมาชิกเข้าใจถึงเหตุผลของการ คิดค่าสมาชิก หรือค่า แฟรน ไชน์ ที่ 1,000 บาท/รหัส โดยมีการแจกแจงว่า จำนวน 200 บาท จะเป็นค่าแนะนำ แฟรนไชน์โบนัส จำนวน 320 บาท เป็นการจ่ายค่า RoYalty Bonus จำนวน 15 บาท เป็นการจ่าย ค่า Bonus Pool จำนวน 70 บาท เป็นค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 บาท เป็นค่าจ่ายกองทุนเพื่อครอบครัว และ 150 บาท เป็นกองทุน เพื่อการท่องเที่ยว รวมเป็นค่าใช้จ่ายในการ บริหารเครือข่ายทั้งสิ้น 757 บาท/1รหัส ส่วนที่เหลือ ก็จะ เป็นรายได้เข้ากิจการ ดูจาก ตัวเลขค่าใช้จ่าย ก็ สมเหตุสมผล และก็ดูจะไม่เกิน ความจริง เพราะอย่างน้อยหาก ผลจากการจ่ายสิทธิประโยชน์ แก่สมาชิกรวมทั้งภาษี หักกลบ ลบหนี้แล้ว ก็ยังมีเงินเหลือเข้า กิจการ เพราะฉะนั้นถ้าดูกันตาม แผนการตลาดแบบขายตรง ก็ ไม่ถือว่า OVER PAY เนื่องจาก ความสามารถในการจ่ายผล ตอบแทนแก่สมาชิกอยู่ในวิสัยที่ สามารถจ่ายได้ เพียงแต่ การระดมเงิน ผ่านช่องทางที่ว่านี้ หากองค์กร มีการเติบโตมากขึ้น มีสมาชิก เพิ่มขึ้นมาเป็นแสนเป็นล้านรหัส ภาระต้นทุนที่มีการยกอ้างเอาไว้ ว่า จะมีการจ่ายในอัตราเท่านั้น เท่านี้ตามที่กล่าวมาข้างต้น จะ เปลี่ยนไปอย่างไร นี่คือ สิ่งที่ทุกคนต่างวิตก กังวลกัน .... ประการต่อมา หาก กิจการมุ่งเน้นการไล่ลาสมาชิก โดยกำหนดราคาที่ค่อนข้างสูง โดยอ้างว่าเพื่อเอาไว้รองรับผล ประโยชน์จากสมาชิกขายตรงทั้งมวล
หากวิเคราะห์ดูตาม แผนที่ ท็อปอัพทูริชที่กล่าวมา ข้างต้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการ หารายได้จากค่าสมัครสมาชิก รายใหม่ เพื่อนำรายได้มาจ่าย ผลตอบแทนแก่สมาชิกรายเก่า นั่นเอง หากนำ เอาไปเปรียบ เทียบกับ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ที่มีการ ถูกดำเนินคดี จะต่างกันตรงไหน เพราะหลายกิจการที่ต้องมีอัน สะดุดลง ก็เพราะมีการทำธุรกิจ ในลักษณะ งูกินหาง เป็นการ เอาเงินมาต่อ เงิน มากกว่าจะมุ่ง เน้นการขายสินค้า สิ่งที่ ท็อปอัพทูริช พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ กับสมาชิก ก็คือ การยกอ้าง เหตุผลความจำเป็นเพื่อขจัดข้อ โต้แย้งในเรื่องที่มาของรายได้ ขณะเดียวกันก็พยายาม บอกให้สมาชิกทั้งรายเก่า และ รายใหม่ที่กำลังเข้ามาว่า ท็อป อัพทูริช คือ ธุรกิจขายตรง แบบ MLM ที่มีสินค้าเป็นรูปธรรมจับ ต้องได้ นั่นคือ การให้บริการ เติมเงินโทรศัพท์มือถือ ที่ทัน สมัยสะดวกรวดเร็ว ลูกค้าไม่มี ความจำเป็นจะต้องเดินไปเติม เงินในร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องเสีย เวลาและค่าใช้จ่าย เป็นรูปแบบ แฟรนไชน์ ที่สามารถหารายได้ง่าย ลงทุน น้อย ไม่ต้องเคลื่อนย้ายสินค้า ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ทุกอย่าง ดูจะสวยสดงดงามไปหมด เนื่องจากในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้านี้ กลุ่มลูกค้าผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือทุกค่าย ก็จะมี โอกาสได้สัมผัสการใช้บริการ ระบบ 3 G หรืออาจรวมไปถึง 4 G ที่จะเกิดขึ้นในอีกปีสองปี ข้างหน้านี้ แต่น่าเสียดาย ธุรกิจทีมี ตลาดใหญ่โตมโหฬาร กลับ ไม่ใช่ช่องทางรายได้ ที่ ท็อปอัพ ทูริช นำเป็นจุดขาย ทั้ง ๆ ที่ควร จะเป็นรายได้หลัก หากแต่เป็น เพียง สินค้าล่อเป้าให้สมาชิก เท่านั้นเอง
ดังนั้น การเปิดตัวเป็น ลีดเดอร์ในเรื่องธุรกิจเติมเงิน โทรศัพท์มือถือ ที่คุยนักคุยหนา ว่าเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุด ของเมืองไทย จึงเป็นเพียงแค่ การปลุกกระแสให้คนจำนวน 90 % ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์ มือถือ ให้เข้ามาสู่กระบวน การสร้างเครือข่าย ด้วยเพียง หวังผลประโยชน์จากการหา สมาชิก รายใหม่เข้ามาจ่ายผล ประโยชน์ให้สมาชิกรายเก่า นั่นเอง ผิดถูกอย่างไร ตลาด วิเคราะห์คงไม่ฟันธงขึ้นอยู่กับ วิจารณญาณของผู้อ่าน หรือผู้ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลจะไป พิจารณาดูเอาเอง แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ บรรดา สมาชิกหลาย ๆ คน ฝากถามมา ว่า ท็อปอัพทูริช มีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจขายตรงหรือเปล่า ถ้ามีโปรดกรุณาชี้แจง ด่วน !!!!



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย อาวียองซ์ (Aviance Thailand) กับ คุณสุจิตรา ตู้จินดา


สุจิตรา ตู้จินดา อดีตสาวนักการตลาดที่ขณะนี้นั่งตำแหน่ง Area Executive Business Associate ในธุรกิจเครือข่ายอาวียองซ์และเข้าสู่ทำเนียบผู้บริหารสโมสร 5 ล้าน จะมาเปิดใจถึงความสำเร็จ ในงาน 3 ปี หรือ 30 ปี เปลี่ยนชีวิต ผู้สนใจสามารถเข้าฟังฟรี!! วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ศกนี้ เวลา 13.30 น. ณ ชั้น 12 อาวียองซ์ อะคาเดมี ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า สนใจติดต่อที่ 0-2554-2655


*******************************************


หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด
โทร.0-2619-0429 ถึง 30 สุจินดา, แสงนภา, ภัควลัญชญ์

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เจอเนสส์ Jeunesse


















ด้าน เจอเนสส์ ขายตรงความงามที่แม้จะทำการอยู่ที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว เหมือนกัน ก็็ขอไม่เเข่งกับใคร เพราะตอนนี้จีเอ็มหญิงเก่งอย่าง พี่อ้อย-ลาวัณย์ เวทประเสริฐวงศ์กำลังแฮปปี้ บีซี่ เพราะผู้นำเจอเนสส์ขยายสายงานไปแบบ Incentive Trips ที่มีถี่ยังกะไป กรุงเทพฯ-หัวหิน คริคริ นี่ก็เพิ่งกลับจากทริปฮาวาย ที่รวมสุดยอดของผู้นำของ Jeunesse ทั่วโลก ก็ต้องรีบกลับมาเตรียมงานต่อ เพราะจะมีทริปไปล่องเรืออีก ก็ดูอย่างผู้นำเงินล้าน พี่ตี๋-จิรัฎฐ์ ทรัพย์มงคลกุล เจอเนสส์ สิเจ้าค่ะ ที่ตอนนี้สายงานต่างประเทศ เเทบจะเยอะพอๆ หรือเยอะกว่าสายงานในไทยเเล้วนะเนี่ย ก็แบบว่าคุณพี่ตี๋ คิดใหม่ ทำใหม่ วางคอนเซ็)ต์ตัวเองให้เป็นผู้นำอินเตอร์เนชั่นเเนล ที่สร้างเครือข่ายแบบไร้พรมแดน สายงานทั้งเทศทั้งเทศเลยโตแบบมิยั้ง งานนี้คุณพี่ตี๋เลยต้องเดินทางแบบ Non-Stop ประหนึ่งเป็นนักบินเลยทีเดียวล่ะเจ้าค่ะ คริคริ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย มิลค์กี้เวย์ เน็ตเวิร์ค - Milkyway Network กับ สุมิตร วชโรดมทรัพย์
















ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิ๊ญ บังเอิญเหมือนกันหรือตั้งใจให้เเข่ง เอ้ย...ให้เหมือนกัน ก็เเหม ท่านประธาน สุมิตร วชโรดมทรัพย์ ประธานเเห่งขายตรงมาเเรงอย่าง มิลค์กี้ เวย์ ลั่นว่า จะเตรียมเผยโฉมหน้าตัวผู้นำเบอร์ใหญ่ ที่ทนกระเเสความเเรงเเละพลังดูดไม่ไหว หันมาจอยเสริมทัพให้ มิลค์กี้เวย์ อีกหลายท่าน ส่วนด้าน เอเชีย สุพรีม ที่ทำการอยู่ ณ ตึกเดียวกัน ก็ไม่มีน้อย ไม่ให้เสียหน้า บลัฟว่า เดือนนี้ก็จะเปิดตัวผู้นำดังๆ มีหลายท่านเช่นกัน หวังว่าที่จะเปิดตัวคงไม่ใช่ทีมเดียวกันนะเจ้าค่ะ ไม่ง้านล่ะม หงายเงิบ เอ้า...ผู้ชมอย่างเราๆ ก็เตรียมป๊อปคอร์นไว้ล่วงหน้าได้เลยเจ้าค่า คงสนุกเเน่



 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย คิงส์เฮิร์บ - King Herb กับ พันตรี ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล


















ก็แบบว่าพลูคาวนั้นมาเเรงเเซงทางโค้งขายดิบขายดี ทำยอดสนั่นหวั่นไหวจน ท่านประธาน พันตรี ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล จะขึ้นเป็นเศรษฐีพันล้าน งานนี้เลยถือโอกาสฤกษ์ปีใหม่ จัดงานฉลองให้ชาว คิงส์เฮิร์บ สุขสันต์กันถ้วนหน้า สังสรรค์ทั้งที สมาชิกก็เลยอยากจะฟังเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ ของท่านประธานสักหน่อย คะยันคะยอให้จับไมค์ขึ้นเวที ยังงั๊ยยังไง ท่านประธานก็เซย์โนลูกเดียว บ่ายเบี่ยงไปมา ยังไงๆ ก็จะไม่ยอมครวญเพลงโชว์สักทีเดียว เเต่คงจะทนลูกอ้อนลูกตื๊อไม่ไหว ในที่สุดใจอ่อนจับไมค์ขึ้นเวที เท่านั้นเเหละ หลังจากนั้นท่านไม่ยอมปล่อยไมค์เลยนะ หุหุุ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย ไทม์ลี่ Timely
















ถึงเเม้ว่าจะยืนหยัดในวงการขายตรงไทยมานานหลายปีเเล้ว ก็เเหม...เดือนนี้ถือเป็นเดือนฉลองครบรอบ 3 ขวบพอดิบพอดี สำหรับ บริษัท ไทม์ลี่ฯ เเต่ชื่ออาจจะยังไม่ค่อยติดหูติดตา หรือคนอาจจะยังไม่ค่อยได้รู้จักมักจี่กับประธานหญิงเเกร่ง อย่าง ดร.กนกพร เเซ่ตั้ง สักเท่าไหร่นัก ก็เเหม ดร.กนกพร เเซ่ตั้ง ชอบอยู่แบบโลว์โพรไฟล์ หรืออีกนัยนึงก็คือ ค่อยๆ รวย ค่อยๆ โตแบบเงียบๆ อิอิ จริงๆ เเล้ว ดร.มัวเเต่ทุ่มเวลาลุยงาน เลยไม่ค่อยมีเวลาออกสื่อเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นคนรักงานเเละรักสมาชฃิกเป็นชีวิตจิตใจถึงไหนถึงกัน ขนาด 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้ยังไปลงพื้นที่ช่วยสมาชิกบุกเบิกมาเเล้ว พูดเเล้วก็ชื่นใจจริงๆ ที่เจอหญิงเเกร่งขนาดนี้



 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอสเนเจอร์ Snatur กับ เศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ























ช่วงนี้ ใครเห็น คุณเศรษฐพงษ์ เหมินทคุณ หน้าบานไปนิด ก็ไม่ต้องอิจฉาปนสงสัย ไม่ใช่ว่าอ้วนขึ้น หรืออะไร เเต่ก็แหม... ตอนนี้ยอดขายในไทย กำลังโตวันโตคืน ตั้งเเต่ เอสเนเจอร์ หันมารุกไลน์เกษตร ยอดก็ไหลมาเทมา เเถมตลาดอินเตอร์ก็ไม่มีน้อยหน้า ได้ข่าวมาว่าที่พม่า แบรนด์ไทย อย่าง เอสเนเจอร์ กำลังได้รับความนิยม เเบบดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยล่ะเจ้าค่ะงานนี้ถ้าเฮียเศรษฐพงษ์ จะเผลอยิ้มหน้าบานไปบ้าง ก็ต้องเข้าใจล่ะค่ะว่ากำลังเเฮปปี้เวิร์กกิ้ง คริคริล


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ (D Network Worldwide) กับ "ท่านประธานสาคร ใสกมล"








 


ใครจะเม้าท์มอยไปว่ายุคนี้เป็นยุคดิจิตอล เเต่เทรนด์สื่อสิ่งพิมพ์ก็ไม่มีตกนะเจ้าค่ะ ดูอย่าง 3 ผู้ก่อตั้ง ประธาน สาคร ใสกมล, อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด เเละอาจารย์ิอุทัย เเจ่มฟ้า ที่หลังจากปั้น
ดี เน็ทเวิร์ค เข้าสู่ลิสต์บริษัทขายตรงดาวรุ่งเเถวหน้า ท่านทั้ง 3 เลยอยากจะเเชร์ประสบการณ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ จึงถ่ายทอดคลอด Pocket Book ออกมาให้ผู้คนได้จับจองเป็นเจ้าของกัน เเหม...เป็นถึงเจ้าของบริษัทขายตรงทั้งที ทำ Pocket Book ก็ต้องไม่ธรรมดา เอาเป็นว่า ใครซื้อผ่านบริษัท จะได้ PV เเต่ถ้าใครซื้อตามแผงหนังสือทั่วไป จะได้โค้ดมาลุ้นทองคำเป็นรางวัล โอ๊ย รวย สปอร์ต ใจดี กทม.



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย แอมเวย์-Amway Thailand








 


 


 


 


 


 


 


 


ตั้งแต่เปิดตึกใหม่ อะไรๆก็สดใสไฉไลไปซะหมดนะเจ้าค่ะ ก็แหมเป็นแบรนด์พี่ใหญ่ทั้งที เล็ก ๆ เเบบธรรมดาไม่ จะทำอะไรก็ต้องสมฐานะเสมอๆ พอย้ายมาอยู่อาคารที่ทำการใหม่กันไม่ทันไร ก็ดูๆว่าคนแอมเวย์ ตั้งเเต่บอส กิจฤวัช ฤทธีราวี ไปจนถึง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ดดูสดใสปิ๊งปั๊ง ฟิต แอนด์ เฟิร์ม กันจริงจริ๊ง 4 สาวเลยต้องเเอบย่องไปส่องว่ามีอะไรดีๆ ที่ตึกเเอมเวย์กัน ฤ ป่าว ถึงได้ประสบเจอกับคำตอบที่ใช่เลย ว่าที่เเท้ ทาง แอมเวย์ ได้สร้าง Fitness ครบวงจรเอาไว้ให้คนแอมเวย์ไปใช้บริการเพื่อความฟิต แอนด์ เฟิร์ม อยู่ตลอดเวลา แหม... ก็เป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมเรื่องสุขภาพทั้งที ทำอะไรก็ไม่มีหลุดคอนเซ็ปต์อ่ะนะเจ้าค่ะ อิอิ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ (D Network Worldwide)








 


 


 


 


 


 


 


 


ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับขายตรงน้องใหม่มาเเรง "ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์" บริษัทขายตรงสัญชาติไทย ล่าสุดกับผลลัพธ์ความสำเร็จ สู่งานประดับเข็มเกียรติยศ ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันอ่ทิตย์ที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงเเรมมิราเคิลเเกรนด์ โดยงานนี้ 3 บิ๊กบอสใหญ่ "สาคร ใสกมล" ประธานผู้ก่อตั้ง "อุทัย เเจ่มฟ้า" เเละ "ภูมิสนอง หล้าสุด" ผู้ร่วมก่อตั้ง ทุ่มสุดตัวเเละจัดเต็มในทุกรายละเอียด ซึ่งนอกจากจะเห็นถึงความสำเร็จของผู้นำมือฉมังในการดำเนินธุรกิจที่มีรายได้สูงสุดของเเต่ละตำเเหน่งประจำปี 2555 เเล้ว วันเดียวกันยังได้มีการเฉลิมฉลองยอดจำหน่ายสินค้า "โกเรจินส์" ที่ถือเป็นสุดยอดสินค้าที่สร้างยอดขายรวมกว่า 554,000,000 บาทหรือ 10,000,000 เม็ด สร้างความปราบปลื้มใจยิ่งนัก เเละเชื่อมั่นว่าด้วยจุดเเข็งทางธุรกิจที่ได้ต่อเติมให้เห็นถึงความเเข็งเเกร่งตลอดมานี้จะผลักดันให้ยอดขายปี'56 ทะลุเป้าหมาย 600 ล้านบาทได้อย่างเเน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)








 


 


 


 


 


 


 


 


ประกาศลั่นให้รู้กันไปเเเล้วว่า สคบ.ยุคที่มีท่านจิรชัย มูลทองโร่ย นั่งเก้าอี้เลขาฯอยู่ ณ ขณะนี้ เป็น "ยุคฮิตาชิ" เปิดปุ๊บติดปั๊บ โดยเฉพาะเรื่องของการยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจขายตรง ที่การันตีความรวดเร็วทันใจ เเถมโปร่งใสสุดๆถึงขนาดต้องเชิญผู้ประกอบการที่ยื่นขอจดฯมาถามกันตรงๆ "เสียเงินกันมาหรือเปล่า" ประเภทขอได้ภายใน 7 ต้องเสีย 3 เเสน เเต่ถ้า 15 วัน เสีย 2.5 เเสน ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ทำเอาท่านเลขาฯจิรชัยออกอาการดีใจปนโล่งใจ เพราะไม่มีใครตอบว่า "เสียเงิน" ให้ระคายหูสักรายเดียว...เเละจะว่าไปเเล้วธุรกิจขายตรงบ้านเ้ราดูไปดูมาก็ไม่รู้ว่าเข้าข่าย "ยุคฮิตาชิ" ตามท่านเลขาฯสคบ.ด้วยหรือเปล่า เเต่ที่เเน่ๆก็คือ "เปิดๆปิดๆ" กันจนงงงวยไปหมด ดูได้จากรายชื่อบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนไว้กับ สคบ. จำนวน 852 บริษัทนั้นปรากฎว่ามีบริษัทที่ส่งหนังสือตอบกลับยืนยันตัวเองเพีบง 180 บริษัท รวมทั้งในจำ้นวนนี้มมีบริษัทขายตรง 35 รายเเจ้งความจำนงขอเลิกกิจการอีกด้วยเช่นกัน เห็นอีหรอบนี้ถ้าจะพูดว่า คนในอยากออก...คนนอกอยากเข้าก็คงไม่ผิดสักเท่าใดนัก


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556