ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิโรธ เจริญประกอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิโรธ เจริญประกอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

บ.ขายตรงขาดวิสัยทัศน์ ปฏิเสธให้ข้อมูลวิจัย ม.หอการค้า TDNA ยันแก้ ก.ม.เพื่อส่วนรวม







20120649041349 (Mobile)

 


"นิโรธ เจริญประกอบ" นายก TDNA ออกโรงย้ำ นำข้อมูลงานวิจัย ม.หอการค้าไทยไปแก้ไขกฎหมายขายตรงเพื่อส่วนรวมล้วนๆ ไม่ได้มีประโยชน์อื่นแอบแฝง หลังได้รับแจ้งการปฏิเสธให้ข้อมูลจากบางบริษัท ยันพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกบริษัททุกสมาคมฯ ร่วมกำหนดอนาคตของตัวเอง เผยเตรียมให้ สคบ. เป็นสื่อกลางผสานขอความร่วมมือไปยังสมาคมฯ ต้นสังกัดบริษัทที่ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์งานวิจัยฯ ชี้ข้อมูลจะเป็นตัวแปรสำคัญในการยกระดับวงการ MLM สู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต


จากการที่ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" ได้ว่าจ้างให้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อนำไปประกอบในการนำเสนอให้ภาครัฐได้เห็นถึงข้อดี และปัญหาของธุรกิจขายตรง ก่อนสู่การแก้ไขกฎหมายขายตรงไทย และเพื่อให้ข้อมูลที่จะได้มาเป็นประโยชน์ต่อวงการขายตรงโดยรวม ล่าสุดทางสมาคมฯ TDNA ได้รับแจ้งจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทยว่า ไม่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทขายตรงที่เป็นสมาชิกบางสมาคมฯ


เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA) เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ตนทราบมาจาก "อ.ธนวรรธน์ พลวิชัย" ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า ไทยว่า ที่ผ่านมาจากการเดินหน้าหาข้อมูล เพื่อทำงานวิจัยที่ได้รับมอบหมายจาก TDNA ต้องประสบปัญหาการให้ความร่วมมือจากบางบริษัทขายตรง ในการเปิด เผยข้อมูลที่ทางทีมงานการวิจัยต้องการ


"เป็นเรื่องน่าเสียดายที่บางบริษัทไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ซึ่งจากที่ทางสมาคมฯ ประกาศ ตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นว่า สิ่งที่ทางสมาคมฯ ได้ดำเนินการไปนั้น ทุกสิ่งทำเพื่อประโยชน์ โดยรวมของวงการขายตรงไทย ซึ่งไม่ใช่การกระทำเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพียงทำเพื่อประโยชน์กับบริษัทสมาชิก ซึ่งทุกอย่างที่สมาคมได้ทำก็เพื่อยกระดับวงการขายตรงทั้งหมดเท่านั้น" นายก TDNA กล่าว


โดยการทำวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง ทาง ม.หอการค้าไทย ต้องการเพียงข้อมูลที่เป็นความจริงถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปสู่การผลักดันแก้ไขกฎหมายขายตรง เพราะจะเป็นข้อมูลที่สำคัญที่จะทำให้ภาค รัฐได้เห็นถึงข้อเท็จจริง ส่วนเหตุผลที่บางบริษัทไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลสำรวจวิจัย ตนไม่ต้องการมองใคร หรือ บริษัทใดในภาพลบ หรือเจตนาไม่ดี ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทขายตรงบางบริษัท ถึงไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งที่ข้อมูลต่างๆ ที่ ม.หอการค้าไทยต้องการนั้น ก็ไม่ใช่ข้อมูล ที่เป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่อย่างใด


อย่างไรก็ดี ในปัญหานี้ ทาง "อ.ธนวรรธน์" ผอ.ศูนย์พยากรณ์ ได้หารือกับตนว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นไปใน รูปแบบของการปฏิเสธในทันทีจากบางบริษัท


ในส่วนของวิธีการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ นายก TDNA กล่าวว่า ขณะนี้ก็ได้ ขอความร่วมมือไปยัง สคบ. เพื่อให้เป็น หน่วยงานกลางในการผสานความร่วมมือกับบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผย ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการทำวิจัยดังกล่าว


"ที่ผ่านมา บางบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ ม.หอการค้าไทย อาจเป็นเพราะ ความที่ยังไม่เข้าใจ หรืออาจเป็นเพราะ ม.หอการค้าไทย ติดต่อไปถึงกลุ่มพนักงาน ซึ่งในระดับผู้บริหารอาจยังไม่ทราบเรื่องก็เป็นไปได้ ส่วนเรื่องว่าบางบริษัท หรือ บางสมาคมอาจมองว่า TDNA เป็นคู่แข่ง นั้น ผมก็ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะสมาคมฯ ยืนยันว่า ต้องการทำเพื่อประโยชน์ ส่วนรวม ซึ่งไม่ได้ต้องการให้เกิดประโยชน์ เพียงกลุ่มบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น" นายก TDNA กล่าว


"ในที่สุดแล้วเชื่อว่า งานวิจัยที่ทาง TDNA ได้ร่วมกับ ม.หอการค้าไทย ในการ ทำข้อมูลแบบทุกมิตินี้ขึ้น จะสามารถเสร็จ ตามเวลาที่กำหนดในช่วงเริ่มต้น คือ จะสามารถแล้วเสร็จได้ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจะเป็นประโยชน์ และยกระดับ วงการขายตรงได้อย่างเป็นรูปธรรม"


โดยในเรื่องนี้นายนิโรธกล่าวย้ำว่า จะส่งผลดีไปในทุกกลุ่มคนที่มีส่วนในธุรกิจขายตรงไทย ทั้งกับผู้ประกอบการ, ผู้บริโภค แม้กระทั่งสมาชิกนักธุรกิจจากทุกบริษัท ซึ่งข้อมูล และผลงานวิจัย จะส่งผลที่ดีไปในทุกภาคส่วนรวมถึงภาครัฐก็จะสามารถ ทำงานได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น


"ที่ผ่านมาเราพยายามดำเนินงานให้เป็นประโยชน์กับวงการขายตรงมากที่สุด โดยจะผลักดันให้มีการตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลวงการขายตรงโดยเฉพาะ โดยพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกบริษัท ทุกสมาคมฯ เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อจะได้ช่วยกันกำหนดอนาคต และสิ่งที่ทำไปก็เพื่อต้องการให้ธุรกิจขายตรงเติบโตได้อย่างเต็มภาคภูมิ มั่นคงและยั่งยืน"


ทั้งนี้ ปัจจุบัน "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย" มีบริษัทสมาชิกแล้ว ทั้งสิ้น 25 บริษัท ซึ่งมีอีกหลายบริษัทที่กำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบ เพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกในอนาคต ซึ่งภายในสิ้นปีนี้ ทาง TDNA มีความคาดหวังว่า สมาคมฯ จะมีสมาชิกรวม 30 บริษัทเป็นอย่างน้อย ซึ่ง ตนคาดหวังว่าในอีกไม่นานสมาชิกของสมาคมฯ จะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50 บริษัท เพื่อหวังให้เกิดพลังในการผลักดันการทำงานต่างๆ ของสมาคมฯ


"ล่าสุด บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด ได้ เข้ามาเป็นสมาชิกของ TDNA โดยทางสมาคมฯ ได้เตรียมจัดงานพบปะพูดคุยกับ สมาชิกของสมาคมฯ โดยที่ "ไทยเฮลท์" จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน โดย TDNA จะเป็นตัวกลางในการทำงาน และดูแลบริษัทสมาชิก เพื่อผลักดันแผนงานต่างๆ ด้วยความเป็นกลาง และพร้อมทำงานเพื่อ ยกระดับวงการขายตรงอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคต" นายนิโรธ กล่าว


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สคบ. ปูพรมแก้ ก.ม. ขายตรงไทย ผุดรหัส GS1 หวังจัดระเบียบสินค้า







934667_544129798971786_1677995795_n (Mobile)


สมาคม TDNA ฟิตจัด ตบเท้าพบเลขา สคบ. ยื่นหนังสือเพื่อแก้ไขกฎหมายขายตรง ไทย ที่ยืดเยื้อมานาน เลขา สคบ. รับเห็นด้วย กับการเสนอแยกหน่วยงานขายตรงเป็น เอกเทศ พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบขายตรง ไทยอย่างเป็นระบบ เล็งเชิญ 4 สมาคม ขายตรงไทยหาทางออกร่วมกัน ระบุ วาระ สำคัญของการพบ เพื่อถามสารทุกข์ แนวทาง การรับมือตลาดอาเซียน และการจัดตั้งรหัส สินค้า GS1 ที่ปัจจุบันมีการใช้กันทั่วโลก ส่วนการแก้ไขกฎหมายเตรียมเดินสาย เพื่อถกปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง


ภายหลังการจัดตั้งสมาคมธุรกิจ เครือข่ายขายตรงไทย หรือ TDNA ที่ นำโดย นิโรธ เจริญประกอบ ซึ่งเป็น นายกสมาคมฯ ไปเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา สมาคมดังกล่าวก็ได้ ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรง ปี 2545 ที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี ซึ่ง ความคืบหน้าล่าสุด นายกสมาคม TDNA ได้เข้าพบ จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. เพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการ เดินหน้าเพื่อแก้ไขกฎหมายขายตรงไทยร่วมกัน


สำหรับประเด็นหลักที่สมาคม TDNA เสนอให้มีการ แก้ไขกฎหมาย คือ 1.การเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานโดยมีฐานะ เทียบเท่ากรม มีลักษณะคล้ายกับสำนักงานคณะกรรมการ กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. 2.เสนอให้เพิ่มนิยามคำว่าขายตรงให้ครอบคลุมธุรกิจ เครือข่าย 3.การเสนอให้จัดตั้งกองทุนขายตรง โดยมี คณะกรรมการบริหารกองทุน หากเกิดปัญหากับผู้บริโภค จะได้นำเงินดังกล่าวมาเยียวยาความเสียหายได้ รวมถึง ประเด็นการขึ้นทะเบียนผู้จำหน่ายอิสระ เป็นต้น


ล่าสุด จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กล่าวในที่ประชุม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับประเด็น การแก้ไขกฎหมายขายตรงไทยว่า สคบ. จะมีการพบปะ พูดคุยกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อหาทางออกสำหรับ การแก้ไขกฎหมายขายตรงไทยร่วมกัน


สิ่งที่ สคบ. ต้องทำคือ การตรวจสอบอีกครั้งว่า กฎหมายขายตรงไทย ที่จะแก้ไขอย่างเร่งด่วนมีข้อใดบ้าง หลังจากนั้นจะมีต้องพิจารณาอีกว่าการแก้ไขกฎหมายนั้น ควรจะใช้ระยะเวลานานเท่าใด เพราะการแก้ไขกฎหมายนั้น ต้องใช้เวลาหลายปี อีกทั้งยังต้องทำประชาพิจารณ์ไปยัง วงกว้างกับประเด็นการจัดตั้งหน่วยงานขายตรงให้เป็น เหมือนหน่วยงาน คปภ. นั้น จะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ สคบ. จะเข้าพบอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีกด้วย เพื่อเป็นการรับฟังความ ความคิดเห็นจากทุกๆ ฝ่ายในวงกว้าง


จิรชัย กล่าวต่อว่า เร็วๆ นี้ สคบ. จะเป็นเจ้าภาพ ในการเชิญ 4 สมาคมขายตรงไทยเข้าพบปะพูดคุยเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ โดยสาระสำคัญของการพบปะ จะเป็นการซักถามปัญหา หรือข้อเสนอแนะในการทำธุรกิจ รวมถึงการขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการเตรียม แผนรับมือกับการเปิดตลาดอาเซียนในปี 2558 และการ พูดคุยกับผู้ประกอบการเรื่องการทำรหัสสินค้า GS1 ซึ่งเป็น รหัสสากล ที่มีการใช้กันทั่วโลกในปัจจุบัน


นอกจากประเด็นการแก้ไขกฎหมายขายตรงไทยแล้ว สคบ. ยังเดินหน้าผลักดันการจัดระเบียบธุรกิจขายตรงไทย ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย หลังเข้ารับตำแหน่งเลขา สคบ. เมื่อ ปีที่ผ่านมา ที่ต้องการจัดระเบียบข้อมูลสินค้า หรือที่เรียกว่า มาตรฐานรหัสสากล GS1 ซึ่งเป็นรหัสสินค้าสากล 13 หลัก และการจัดระเบียบผู้ประกอบการ ที่ก่อนหน้านี้ สคบ. ได้มี การแยกประเภทบัญชีของผู้ประกอบการขายตรงจำนวน 353 บริษัท ให้เป็นบัญชี ก. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ยังดำเนิน ธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน และบัญชี ข. คือ ผู้ประกอบการที่ จดทะเบียนกับ สคบ. แต่ไม่มีการรายงายความเคลื่อนไหวใน การทำธุรกิจให้ สคบ. รับทราบแต่อย่างใด รวมถึงการจัด ระเบียบด้านการโฆษณาสินค้า หากเกิดความเสียหายจาก การโฆษณา จากนี้ไป ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน


เดิม สคบ. ตั้งเป้าจะจัดทำฐานข้อมูลสินค้าของ แต่ละบริษัท ต่อมาได้มีการประชุมที่บาหลี ประเทศอินโด- นีเซีย เกี่ยวกับการเปิดตลาดอาเซียน และจากการประชุม ร่วมกัน ผู้นำบาหลีได้จุดประกายเรื่องการจัดทำรหัสสากล เพราะตอนนี้ทั่วโลกก็ใช้กันอยู่แล้ว และจากนี้ไปก็มีจะมีการ ซักซ้อมความเข้าใจกับบริษัททั้งหมด ส่วนโลโก้ สคบ. ที่จะ มอบให้ผู้ประกอบการ ก็จะมีการทำต่อไปเพื่อรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 อันนี้ก็เพื่อเป็นการสร้าง ความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เบื้องต้นการจัดทำรหัสสากล GS1 จะเป็นความสมัครใจของผู้ประกอบการ โดย สคบ. จะไม่บังคับ แต่จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อีกครั้ง และต่อจากนี้ไป สคบ. ก็จะมีการเตรียมแผนการจัด ทำฐานข้อมูลการจ่ายผลตอบแทนต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบปะพูดคุยระหว่าง สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย กับ สคบ. เป็นไปด้วยดี ซึ่งการร่างเพื่อแก้กฎหมายขายตรงไทยฉบับปี 2545 นั้น จะมีความชัดเจนอีกครั้งประมาณปลายปี 2556 เนื่องจาก สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทยต้องรอผลงานวิจัยภาพ รวมอุตสาหกรรมขายตรงไทย จาก อ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อนำ มาประกอบเป็นข้อมูลในวงกว้างเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง ไทย ก่อนที่จะมีการพูดคุยและเสนอให้รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : นีโอไลฟ์ตั้ง สมาคมTDNA นั่งแกนนำเครือข่ายขายตรงไทย









นีโอ ไลฟ์ ตั้งสมาคมสำเร็จแล้ว สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ TDNA นิโรธ ยืนยันเจตนารมณ์เพื่อ ประโยชน์ ของอุตสาหกรรมขายตรงทั้งระบบ เผยเตรียมพร้อมรับ ตราสัญลักษณ์ สคบ. เป็นบริษัทแรก ดึง แมน วทัญญู-เคน เตวิช นั่งกุมบังเหียนปรับภาพลักษณ์องค์กรพัฒนาบุคลิกภาพคน สอดรับนโยบาย นพรุจ รุกขยายสาขา นีโอไลฟ์กัมพูชา เล็งขึ้นแท่นบริษัทเครือข่ายสากล


นายนิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินแตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อตั้งสมาคมขายตรงที่ 4 ซึ่งบริษัทนีโอ ไลฟ์ ฯ เป็นแกนนำจัดตั้งตามที่เป็นข่าวมาตั้งแต่ปลายปี 2555 ว่า ล่าสุดได้ดำเนินการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยเลขทะเบียน 0109555000548 ในนามของ สมาตมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ Thai Direct Selling Network Association (TDNA)


ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจขายตรงโดยตรง ส่วนสมาชิกร่วมก่อตั้งยังไม่สามารถเปิดเผยราบชื่อได้ทั้งหมดและกำลังเปิดรับสมาชิกเพิ่ม โดยนายพิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหารบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ เป้รับผิดชอบและดำเนินการในขั้นตอนประสานงานรวบรวมรายชื่อบริษัทสมาชิก


หลังจากนี้เราจะรีบรับสมัครสมาชิกเพิ่ม และนัดการประชุมครั้งแรกขึ้นภายในกันก่อน เพื่อแต่งตั้งตัวนายกสมาคมและเลขาธิการสมาคม หลังจากนั้นเมื่อสมาคมเรามีความพร้อมก็จะจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป นายนิโรธ กล่าว


สำหรับการประกาศเจตนารมณ์ของ ดร. นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทนีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับการยื่นขอรับตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภคจากสำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นบริษัทแรกนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานรายละเอียดกับทางสคบ. เพราะกติกาเงื่อนไขยังไม่ชัดเจน ด้วยขอบเขตการดูแลของ สคบ. ต้องดูแลธธุรกิจด้านอื่นด้วยไม่เพียงพอแต่เฉพาะธุรกิจขายตรงเท่านั้น


นอกจากนั้นทางสคบ. ยังได้ประกาศเงื่อนไขใหม่ว่า บริษัทที่ต้องการขอรับตราสัญลักษณ์ ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมที่ถูกต้อง และเมื่อสังกัดสมาคมแล้วไม่จำเป็นต้องทำประกันภัย ด้วยมีหลักประกันอื่นที่ทางราชการรับรองไว้แล้ว และยังยืนยันว่า บริษัท นีโอ ไลฟ์ ยังเป็นบริษัทลำดับต้นๆ ที่จะขอรับตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสมาชิกของบริษัทนีโอ ไลฟ์ เพียงงแต่รอความชัดเจน และความพร้อมเท่านั้น สามารถยื่นเรื่องได้ทันที


อย่างไรก็ตามจากการผลักดันในการจัดตั้งสมาคมใหม่แล้ว บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ยังปรับโครงสร้างบริษัทภายในด้านการสื่อสารองค์กร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพิ่ม เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้กับสมาชิกและพนักงานบริษัทให้ก้าวสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยได้ดึงตัว นายวทัญญู มุ่งหมาย หรือ อาจารย์แมน มานั่งตำแหน่ง กกรมการบริหารด้านพัฒนาบุคคลและสื่อสารองค์กรและ นายเตวิช เจริญเดช หรืออาจารย์เคน รับตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการบริหารฯ ซึ่งทั้งสองเป็นผู้มากประสบการณ์ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพจากวงการแวดวงคนบันเทิงมาก่อนและยังเป็นอาจารย์ประจำอยู่มหาวิทยาลัยเกริก


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ดร. รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการฝ่ายสมาชิกและกรรมการผู้จัดการ นายนิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ นายพิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร และ พล.อ.ฮี บุนเฮียงรอง ผบ.ทหารสูงสุด ผบ. องครักษ์รักษาความปลอดภัยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณหญิง เจง สไร เวียสนา ภรียา พล.ร.ท.เตีย ศกคา รอง ผบ.ทร ผบ.ชั้นนำในความมั่นคงทางทะเล ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (กัมพูชา) จำกัด ณ กรุงพนมเปญ อย่างเป็นทางการและจัดกิจกรรม วีไอพีมี้ตติ้ง ณ ห้องประชุมอาคารสำนักงาน นีโอ ไลฟ์ฯ กัมพูชาอีกด้วย


ส่วนการจัดงานพิธีมอบเข็มเกียรติยศความสำเร็จสมาชิกนีโอไลฟ์ประเทศไทย ประจำเดือนธันวาคม 2555 ณ เอ็กซิบิชั่น ฮอล์ 9 อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม โดยมีความคืบหน้าของโครงการ นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ วัน ด้วยการประกาศรายชื่อรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับการคัดเลือก 50 คนเรียบร้อย รวมเป็น 150 คน แล้วทั้งหมดจะเข้าสู่การเก็บตัวผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมดที่เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา จากนั้นจะเประกาศผลรอบชิงชนะเลิศในงานวันประดับเข็มเกียรติยศประจำเดือนกุมภาพันธ์ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ศกนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี อีกครั้งหนึ่ง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : นีโอไลฟ์ จัดงานมอบเข็มเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี2555 พร้อมส่งท้ายปีมอบความสุขสู่สมาชิก









บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดงานมอบเข็มเกียรติยศผู้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2555 เพื่อ ต้อนรับการเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2556 ในอีกไม่นาน งานนี้จัดขึ้นที่ อิมแพค เมืองทองธานี อาคารเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9 ซึ่งเป็นอาคาร หอประชุมที่ว่าใหญ่แล้ว แต่ครั้งนี้จำนวนประชากรชาวนีโอ ไลฟ์ แน่นขนัดขนาดที่เดินยังหายาก เนื่องด้วยผู้ประสบความสำเร็จในเดือนนี้ มีมากมายจริงๆ กว่า 1,000 ท่าน รวมทั้งผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ และประชาชนทั่วไปที่สนใจตบเท้าเข้าร่วมงาน กว่า 10,000 ท่าน ในงานนี้ยังมีโปรโมชั่นสินค้าราคาโดนใจ ทั้งลดราคา และแถมอย่างมากมายพิเศษสุดสุด อย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนจัดมาก่อน เพื่อเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าส่งท้ายปีกันอย่างจุใจ
งานครั้งนี้จัดตรงกับวันคริสต์มาส บรรยากาศภายในงานจึงเป็นรูปแบบของความสุข มีทั้งกิจกรรมสอยดาวบนต้นคริสต์มาส โดยมีซานตี้แจกของที่ระลึกให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทุกท่านได้ของติดมือกันไปครบทุกคน คนละชิ้นสองชิ้นเป็นอย่างน้อย ภายใต้แนวคิดของ ท่านประธาน ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร, ท่านประธาน ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ, นิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ พิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร รวมถึงคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด พร้อมด้วยพนักงานที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อชาวนีโอ ไลฟ์ ทุกท่าน
นอกจากมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งต่างๆ แล้ว ทุกท่านยังได้รับของที่ระลึกกลับบ้านและยังมีความ สนุกสนานที่ทาง นีโอ ไลฟ์ จัดเตรียมมอบให้อีกหลากหลาย เช่น การแสดงจากผู้เข้าประกวด Neo Star Project 1 ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการคัดผู้เข้ารอบที่ 2 ในกลุ่มสุดท้ายอีก 50 คน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กองประกวดจะทำการคัดเลือกผู้เข้าประกวดทั้งหมดกว่า 700 คน ให้เหลือเพียง 150 คน เพื่อคัดเอาความสามารถและค้นหาดาวดวงใหม่ให้กับ นีโอ ไลฟ์ เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการแสดงจาก นักร้องวง ETC มามอบบทเพลงเพราะๆ ละลายหัวใจชาวนีโอ ไลฟ์ฯ พร้อมด้วยดารารับเชิญ 2 ท่าน ได้แก่ ป๊อป-พิชฌพัฒน์ ตันทา น้องต่อจากแรงเงา และ เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ วีกิจจากแรงเงา มาโชว์น้ำเสียงและความหล่อให้เห็นกันอย่างชัดเจน ต่อด้วยการลุ้นรางวัลบัตรของขวัญจากประธาน รองประธานฝ่ายการตลาดหลากหลายรางวัล รวมไปถึง รางวัลสร้อยคอทองคำ หนักเส้นละ 1 บาท 2 รางวัล และสร้อยคอทองคำหนัก เส้นละ 2 สลึง 2 รางวัล ปิดท้ายด้วย รางวัลรถยนต์ Honda Brio จากหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจที่ตกเป็นของ บุญพา ทิพย์เพ็ง ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และรางวัลรถยนต์ Honda Brio จาก นีโอ ไลฟ์ ซึ่งผู้โชคดี ได้แก่ คำไสย ผาสุก จากสกลนคร ที่ได้รถยนต์ไปขับกันแบบสบายๆ มาร่วมงานกับ นีโอ ไลฟ์ จุใจจริงๆ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย นีโอไลฟ์-Neolife กับ นิโรธ เจริญประกอบ








 


 


 


 


 


 


 


 


วันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมามีงานใหญ่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันถึง 2 งาน งานแรก ดร. นพรุจ เวชกุล บิ๊กบอสขายตรงนีโอไลฟ์ฯ จัดงานอบรมพิเศษเพื่อพัฒนาศักยภาพนักขายตรงในหัวข้อเรื่อง การส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจ ขายตรงอย่างมีจรรยาบรรณ สำหรับนักธุรกิจอิสระทุกตำแหน่งของบริษัท โดยได้เรียนเชิญหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สคบ.,สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง,กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอย.มาร่วมเสวนาให้ความรู้กับนักธุรกิจของบริษัทงานนี้


คุณนิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ทำหน้าที่เป็นแม่งานใหญ่แบบเต็มตัวละยังมี คุณสิริลักษณ์ ตันสิริ นักโมติเวเตอร์หญิงชื่อดังของเมืองไทยมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับสมาชิกอีกด้วย


นอกจากนี้ในวันงาน ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในฐานะประธานมูลนิธิร่มเกล้าเขาค้อฯ จะเดินทางมามอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บริหารและสมาชิกระดับสูงของบริษัทที่ให้การสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้ง สมาคมขายตรงน้องใหม่ ที่คุณนิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาสคบ. ฯ รับหน้าที่เป็นแม่งานนั้น คุณนิโรธ บอกว่าเดือนธันวาคมนี้จะนัดบรรดาบริษัทขายตรงพันธมิตรที่ร่วมกันจัดตั้งสมาคมฯ มาทานข้าวกันเป็นกรณีพิเศษเพื่อพูดคุยถึงภารกิจหน้าที่ของสมาคมฯ ส่วนช่วงปลายเดือนจะเปิดแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้สื่อมวลชนรับทราบ งานนี้ต้องบอกว่า สมาคมขายตรงน้องใหม่คืบหน้าไปอีกก้าวแล้ว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : ทะลัก! "นีโอสตาร์โปรเจ็กต์ 1 รุ่น 2 " "นพรุจ เวชกุล"หนุน "สคบ.สัญจร" 100%


นีโอไลฟ์ ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ นีโอ สตาร์ โปรเจ็กต์ วัน รุ่นที่ 2 สมาชิกแห่สมัครล้นหลามเมืองทองฯ นพรุจ แจกอีกนิสสัน มาร์ช 2 คัน


ในงานมอบเข็มเกียรติยศ นักขายประจำเดือนสิงหาคม นิโรธ เผยตั้งสมาคมขายตรงคืบรอนายทะเบียนอนุมัติ 20 บริษัทแห่ร่วม รับเป็นขาใหญ่หนุน สคบ.สัญจร


นายนิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์กลุ่มบริษัท นีโอไฟล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ถึงความคืบหน้าการจัดสมาคมขายตรงใหม่ว่า ขณะนี้ได้มีการกำหนดชื่อสมาคมใหม่และยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ และกำลังรอการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม ส่วนสถานที่ตั้งสมาคมนั้นในช่วงแรกจะเป็นที่บริษัท นีโอ ไลฟ์ สำนักงานใหญ่ไปก่อน เเละมีบริษัทสนใจเข้าร่วมสมาคมใหม่เกือบ 20 บริษัทแล้ว


ส่วนเรื่องที่บริษัทนีโอไลฟ์จะเป็นผู้สนับสนุนทำรายการ สคบ.สัญจร นั้น ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริษัท ยินดีจะเป็นผู้สนับสนุน 100 เปอร์เซ็น โดยเทปเเรกของรายการนั้นจะถ่ายทอดทาง ช่อง 11 และในการจัดสคบ.สัญจรทั้งปีก็น่าจะอยู่ประมาณ 4-5 ครั้ง ทั้งนี้ต้องรอคุยรายละเอียดโดยรวมกับเลขาธิการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.นายจิรชัย มูลทองโร่ย หลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการเสียก่อน นายนิโรธกล่าว


ทั้งนี้ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดงานพิธีมอบเข็มเกียรติยศความสำเร็จสมาชิกนีโอไลฟ์ประจำเดือนสิงหาคม 2555 เอ็กซิบิชั่นฮอลล์ 9 อิมแพคเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 29 ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้มีจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


ภายในงานยังมีการบันทึกเทปสดรายการ รัชกับดุ๊ก ออน สเตจ ที่ออกอากาศสดทางช่อง 5 โดยพิธีกรคู่ มีดร.รัชนี มหานิยมและนายบดินทร์ ดุ๊ก ดำเนินรายการเหมือนเช่นเคย และได้มีการเชิญแขกพิเศษมาร่วมรายการ 3 คน ได้แก่ ดร.แดเนียล เค ดับเบิ้ลยู ควี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท นีโอไลฟ์ฯ ที่ได้ร่วมพูดคุยถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับของสมาชิกทุกคนเเละยังได้เชิญเเขกพิเศษอีก 2 คนที่เป็นนักธุรกิจระดับรองหัวหน้า ฝ่ายการตลาด มีดีกรีเป็นนายแพทย์และนักสถาปัตยฯ ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับ นีโอ ไลฟ์


นอกจากนั้นยังมีมินิคอนเสิร์ต ไอซ์ ศรัณยู เเละการจับฉลากมอบรางวัลรถยนต์นิสสันมาร์ช 2 คัน คันแรกเป็แคมเปญใหญ่จับสลากลุ้นโชคให้กับผู้อ่านนสพ. สยามธุรกิจ ภายใต้คอนเซปต์ 18 เดือน18 คัน เพื่อฉลองครบรอบ 18 ปีอย่างเป็นทางการของหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ สื่อธุรกิจราย 3 วันในเครือของ นีโอ ไลฟ์ ส่วนรถยนต์คันที่ 2 เป็นการมอบโชคให้ กับสมาชิกเป็นประจำทุกเดือนอีกด้วย


ทั้งนี้นีโอไลฟ์ยังได้ตกย้ำความสำเร็จกับกิจกรรมสำหรับคนหนุ่มสาวที่อยากตามล่าหาฝันกับ นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ วัน รุ่นที่ 2 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากวัยรุ่นหนุ่มสาวเเห่เข้าสมัครจนล้นเวทีเเม้จะมีเวลาสมัครเพียง 3 ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน โดยผู้สนใจเข้าสมัครทั้งหมด 240 คน มากกว่ารุ่นเเรกเกือบ 50 คน และจะเปิดรับสมัคร นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ วัน รุ่น ที่ 3 เป็นรุ่นสุดท้ายในวันประดับเข็มเกียรติยศประจำเดือนกันยายน วันที่ 26 กันยายน นี้ บริเวณหน้าทางเข้างานเวลา 07.00 10.00 น. ณ อิมเเพคอารีนา เมืองทองธานี.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวนีโอ ไลฟ์ (Neo Life) : จัดงานมอบเข็มเกียรติยศผู้ประสบความสำเร็จประจำเดือนกรกฏาคม 2555


แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่!! กับงานมอบเข็มเกียรติยศผู้ประสบความสำเร็จประจำเดือน กรกฎาคม 2555 สมาชิกแห่ร่วมงานทะลักกว่าหมื่นคน พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับ ผู้ประสบความสำเร็จขึ้นรับตำแหน่งอันทรงเกียรติอีกกว่า 1,800 ตำแหน่ง


บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานมอบเข็มเกียรติยศประจำเดือนประกาศศักดาความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง สมาชิกทั่วประเทศต่างแห่เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ณ อาคาร เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี นำทัพแห่งความสำเร็จ โดย ท่านประธาน ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริหาร, ท่านประธาน ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่า ยสมาชิก/กรรมการผู้จัดการ , นิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษาบริษัท, พิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ บดินทร์ ดุ๊ก รองผู้อำนวยการ นีโอ ทีวี นสพ. สยามธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีกับนักธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ อย่างยิ่งใหญ่ นับว่าเป็นการพิสูจน์ถึงความมั่นคงของบริษัท ที่สามารถสร้างผู้ประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายมาอย่างยาวนาน โดยในเดือนกรกฎาคมนี้มีผู้ประสบความสำเร็จ กว่า 1,800 ตำแหน่ง และยังมีผู้ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของบริษัท คือ ตำแหน่งประธานฝ่ายการตลาดถึง 3 ท่าน ผู้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดอีก 4 ท่าน


ไม่เพียงแค่นั้นยังเปิดตัวรถสปอร์ตสุดหรู Super Car คันใหม่ล่าสุด Lamborghini รุ่น 560 LP Spyder มูลค่ามหาศาลกว่า 23 ล้านบาท โดยเจ้าของไม่ใช่ใครอื่นใด แต่มาจากผู้ประสบความสำเร็จคนแรกของ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ คือ ท่านประธาน ดร.รชั นี มหานยิ ม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิก/กรรมการผ้จู ัดการ ตอกย้ำถึงศักยภาพ ของบริษัทที่สามารถทำให้ทุกคนสร้างฝันให้เป็นจริงตามที่ต้องการอย่างแน่นอน และปลุกไฟแห่งความสำเร็จให้กับ สมาชิกผู้เข้าร่วมงาน แบบที่เรียกกันว่า ลุกท่วมเป็นทะเลเพลิงกันเลยทีเดียว


ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทเปิดเวทีให้เยาวชนรุ่นใหม่มากความสามารถ ได้เข้ามาร่วมประกวดในโครงการ Neo Star Project 1 ซึ่งเปิดตัวโครงการไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชนที่จะเข้ามาแสดง ความสามารถอย่างล้นหลามกว่า 200 คน โดยได้มีโอกาสขึ้นมาแนะนำตัวผู้สมัครบนเวทีอันทรงเกียรติครั้งนี้ด้วย ถือว่า เป็นโครงการที่เริ่มต้นครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก ตามด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ชื่อดัง เอ๊ะ-จิรากร เจ้าของบทเพลง ใจกลางความรู้สึกดีๆ ที่มาให้ความสนุกสนานและสร้างสีสันให้กับสมาชิก นีโอ ไลฟ์


ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลมากมายให้กับสมาชิกผู้เข้าร่วมงาน อาทิ กิฟต์วอยเชอร์ สร้อยคอทองคำ และ รางวัลใหญ่ในครั้งนี้ คือ รถยนต์ นิสสัน มาร์ช จำนวน 1 คัน ที่ นีโอ ไลฟ์ ได้มอบให้กับสมาชิกที่เข้ามาร่วมงาน และผู้โชคดีที่ได้รับรถยนต์ในครั้งนี้ คือ วีรวิทย์ วิวาห์สุข จังหวัดตรัง พร้อมด้วยการจับรางวัลของหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ คือ รถยนต์ นิสสัน มาร์ช อีก 1 คัน ในโครงการ 18 ปี แจกรถ 18 คัน และในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ผู้โชคดี คือ ประทิน เฉิดฉิน จังหวัดชลบุรี บอกได้คำเดียวเลยว่างานในครั้งนี้สุดอลังการเหนือคำบรรยายเลยจริงๆ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวสมาคมขายตรง : สมาคมขายตรงใหม่


ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน มีสมาคมที่เกิดจากการรวมตัวกันของบริษัทขายตรงอยู่ทั้งหมด 3 สมาคมหลัก ได้แก่


1.สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)


2.สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA)


3.สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)


ซึ่งทั้ง 3 สมาคม มีสมาชิกรวมกันอยู่ที่ 67 บริษัท นับว่าน้อยมากสำหรับจำนวนบริษัทที่มีสังกัดสมาคม เมื่อเทียบกับจำนวนกว่า 800 บริษัทขายตรงที่มีการจดทะเบียน ยื่นขอประกอบธุรกิจรูปแบบขายตรงกับทาง สคบ. โดยสิ่งที่กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นว่าจุดอ่อนของธุรกิจ ขายตรง คือ การแยกกันอยู่ เนื่องจากเหตุผลมากมายหลาย ประการ ทำให้รัฐดูแลไม่ทั่วถึง อีกทั้งไม่สามารถยึดสมาคม ใดสมาคมหนึ่งเป็นที่ตั้งในการควบคุมได้


นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องมีสมาคมใหม่ เพราะเมื่อสมาคมเก่าทั้ง 3 สมาคม ไม่สามารถดึงบริษัทขายตรงต่างๆ เข้าร่วม ซึ่งอาจสืบเนื่องมาจากการทำงานของ แต่ละสมาคมที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทส่วนใหญ่ได้


การที่จะมีการก่อตั้งสมาคมใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่หากปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่คงไม่ได้ เพราะการที่จะมีสมาคมเกิดขึ้นใหม่ สมาคมที่อยู่ก่อนย่อมรู้สึก ร้อนๆ หนาวๆ นำไปสู่การจดจ้อง ว่าในอนาคตสมาคมใหม่ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และจะมีวิธีการทำงานอย่างไร


ซึ่งจากที่ทราบกันว่า สมาคมใหม่ของวงการขายตรง มีความคิดแรกเริ่มมาจาก บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยทีมผู้บริหารของบริษัท ต้องการเห็น การทำงานของสมาคมที่ทำเพื่อวงการขายตรงอย่างจริงจัง


โดยไม่สนว่าบริษัทใด มีแผนธุรกิจแบบใด ขอเพียง แต่มีอุดมการณ์ที่สำคัญร่วมกันก็เพียงพอ


สมาคมใหม่ จะเน้นการทำงานที่สำคัญ คือ ทำเพื่อส่วนรวม ยกระดับวงการขายตรงให้เจริญก้าวหน้า และขยายตัวอย่างที่ควรจะเป็นกว่าในปัจจุบัน อีกทั้งยังสานต่อ งานต่างๆที่สมาคมเก่าทำแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม


โดยงานแรกที่ นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาธิการ สคบ. ที่ผันตัวมานั่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ นีโอ ไลฟ์ และว่าที่หัวเรือคนสำคัญของสมาคมใหม่ ต้องการทำคือ การหาจุดร่วมกับ 3 สมาคมที่มีอยู่ ผลักดัน พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรงตัวใหม่ ที่ยืดเยื้อมา นานกว่า 2 ปี ให้สามารถออกมาเป็นกฎระเบียบในการควบคุมธุรกิจให้ได้เร็วที่สุด อีกทั้งต้องเป็นพ.ร.บ. ของวงการ อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่เป็นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือ สมาคมใดสมาคมหนึ่ง


ตรงนี้นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะขายตรงเดินหน้าไปไกล กฎหมายที่ใช้อยู่ ดูจะเก่าเกินไปสำหรับธุรกิจในปัจจุบัน


สมาคมที่จะเกิดขึ้นใหม่ ไม่ได้เกิดจากความต้องการ ตอบโจทย์ความอยากของใคร และไม่ใช่สมาคมเฉพาะกิจแต่อย่างใด


แต่สมาคมใหม่ เกิดจากปัจจัยสำคัญที่ต้องการ ยกระดับวงการธุรกิจเป็นสำคัญ และที่สุดคือ การทำให้ ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจสีขาว เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนของคนที่ เดินเข้ามาในธุรกิจ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1325 ประจำวันที่ 11-8-2012 ถึง14-8-2012

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "นีโอไลฟ์-Neolife" กับ "นิโรธ เจริญประกอบ"


.....เอ้า!!...ที่หยิบเรื่อง สมาคม มากล่าวถึงกัน ...ก็เพราะตอนนี้ จะมีสมาคมใหม่ สมาคม ส่งเสริมขายตรงไทย เกิด ขึ้นแน่นอน...โดยมีอดีตท่าน เลขาธิการสคบ. นิโรธ เจริญประกอบ เป็นหนึ่ง ในผู้มีบทบาทสำคัญทีเดียว...ไม่ว่ากัน จะมาในนามใคร...เพราะวันนี้ท่านผันตัวเอง มาเป็นประธานที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ค่าย นีโอไลฟ์ เต็มตัวแล้ว...หลังจาก ทนคำหวานจากปาก ดร. นพรุจ เวชกุล ประธานฯ นีโอไลฟ์ที่คอยอ้อนชวนเป็นระยะๆ ก่อนหน้า นี้ไม่ไหว.....


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"นิโรธ" รับสาน 3 สมาคมหาจุดร่วม เร่งดันก.ม.ใหม่แนะรัฐตั้ง "กรมขายตรง" คุม 800 บริษัท


นิโรธ เจริญประกอบ เดินหน้ายกระดับวงการธุรกิจ อัดความรู้จรรยาบรรณนักธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ปลื้มการทำงานบริษัทอยู่ในกรอบกฎหมาย ช่วย คนไทยอย่างแท้จริง วอนบริษัท ขายตรงอย่าคิดว่าสมาคมใหม่เป็นของ นีโอ ไลฟ์ แต่เป็นสมาคมของวงการ พร้อมบอกเตรียมคุยกับ 3 สมาคมเดิม หาจุดร่วม ผลักดันพ.ร.บ.ขายตรง และตลาดแบบตรงฉบับใหม่ ชูตั้ง กรมขายตรง เพื่อรัฐควบคุม ธุรกิจง่าย มั่นใจดีกับทุกฝ่าย

นายนิโรธ เจริญประกอบ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แบรนด์ขายตรงยักษ์ใหญ่ ของไทย เปิดเผยว่า ในทุกเดือนบริษัทจะจัดงานใหญ่ ซึ่งเป็นงานประดับเข็มเกียรติยศให้กับนักขายที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถก้าวไต่ระดับตำแหน่ง ได้ในแต่ละเดือน ซึ่ง 1 สัปดาห์ก่อนหน้างานประดับเข็ม ทาง นีโอ ไลฟ์ จะทำการเปิดหลักสูตรอบรมมืออาชีพให้กับนักธุรกิจ โดยเน้นไปที่ผู้ที่สามารถ ก้าวขึ้นตำแหน่งในแต่ละเดือน

หลักสูตรการอบรมมืออาชีพ เป็นหลักสูตรที่บริษัทจัดขึ้นมาตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในเดือนนี้ถือเป็นเดือนแรก ที่ตนได้เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะที่ปรึกษาของบริษัท หลังจากเข้ามาร่วมงานกับทาง นีโอ ไลฟ์ โดยในเนื้อหาของการอบรม จะเป็นการให้ความรู้ในเรื่องของธุรกิจขายตรง ซึ่งจะเน้นในเรื่อง ของจรรยาบรรณของธุรกิจเป็นสำคัญ อีกทั้งยังมีในส่วนของวิธีการทำงาน เทคนิคการสร้างยอดขาย ซึ่งทั้งหมดจะต้องอยู่ในกรอบ ของกฎหมาย โดยจากครั้งแรกสำหรับการเข้าร่วมเป็นประธานในการอบรมครั้งนี้ ตนเห็นถึงความยอดเยี่ยมของนักธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ทุกคนมีความมุ่งมั่น และศรัทธาในตัวบริษัท ที่สำคัญสิ่งที่ นีโอ ไลฟ์ ทำอยู่นี้ ถือว่าถูกต้องกฎระเบียบตามพ.ร.บ.ขายตรง และตลาดแบบตรงเป็นอย่างยิ่ง อดีตเลขาธิการสคบ. กล่าว

โดยในครั้งแรกของการร่วมเข้าเป็นหนึ่งในการอบรมมืออาชีพ ของอดีตเลขาธิการสคบ.ผู้นี้ ได้รับเกียรติในการเป็นประธาน ในการอบรม โดยในการให้ความรู้นักขายบริษัท จะเป็นหน้าที่ของ วิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านขายตรงมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็น ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพขายตรง ซึ่งทำให้นักธุรกิจอิสระ ของ นีโอ ไลฟ์ ที่ขึ้นตำแหน่งประจำเดือนก.ค. ที่มีประมาณ 1 พัน คน ได้รับความรู้ในธุรกิจ อย่างที่ยากจะหาจากที่อื่นๆ

นอกเหนือจากการอบรมมืออาชีพที่กล่าวมานี้ นิโรธ เจริญประกอบ ยังได้กล่าวถึงการทำงานจากภาครัฐ สู่ภาคเอกชนว่า การเปลี่ยนแปลงของการทำงาน จากผู้ที่อยู่ในหน่วยงานของภาครัฐ ที่เน้นในเรื่องของการควบคุมดูแลธุรกิจ และมีหน้าที่ในการยกระดับธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับ วันนี้ที่ต้องมานั่งเป็นหนึ่งใน ทีมบริหารของบริษัทขายตรง ตนไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากอุดมการณ์ ส่วนตัวต้องการช่วยเหลือพี่น้องคนไทย และยกระดับธุรกิจขายตรง เป็นเจตนารมณ์ เดียวกันกับ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานใหญ่ของบริษัท ที่มีความคิดในการทำงาน ที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ตนและ นีโอ ไลฟ์ ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรมากมายในการทำงาน

เป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจขายตรงในอดีตไม่ใช่ธุรกิจที่แพร่หลาย หรือ เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากธุรกิจขายตรงก็มีหน่วยงานรัฐที่เข้ามากำกับดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่า บรรดาคนที่ไม่หวังดีต่อธุรกิจได้แฝงตัวเข้ามาในวงการ สร้างความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้น ทำให้สิ่งนี้ส่งผลให้ประชาชนมองขายตรงไม่ดี นิโรธ เผย

โดยในเรื่องนี้ ทางภาครัฐตระหนักเป็นอย่างดี และต้องการที่จะยกระดับธุรกิจ น้ำดี และตัดธุรกิจเข้าข่ายฉ้อโกงออกจาก ระบบ ซึ่งจากที่ นิโรธ เข้ามาร่วมงานกับ นีโอ ไลฟ์ ก็ด้วยความเชื่อมั่นในตัวบริษัท และการทำงาน ซึ่ง นีโอ ไลฟ์ เป็นธุรกิจน้ำดี ที่ตนเลือกเข้ามาร่วมงาน สานเจตนารมณ์เพื่อยกระดับธุรกิจ และทำเพื่อพี่น้องคนไทยต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของธุรกิจ ขายตรง ไม่ใช่เรื่องของผลตอบแทน แต่เป็นเรื่องของสินค้า และการทำงานของบริษัท ซึ่ง นีโอ ไลฟ์ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีสินค้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผู้บริโภคซื้อ ต่อเนื่อง การทำงานของบริษัทก็ถูกต้องตามพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง สิ่งนี้เป็นการยืนยันในความยิ่งใหญ่ของบริษัท และเจตนารมณ์ที่มีได้เป็นอย่างดี

นอกจากในส่วนของบริษัทแล้ว เรื่อง ของมูลนิธิช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส นับเป็น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ที่ ดร.นพรุจ เลือกอดีตเลขาธิการสคบ.เข้ามาร่วมงาน โดย นิโรธ กล่าวในเรื่องนี้ว่า เรื่อง ของมูลนิธิที่บริษัทเข้าไปสนับสนุน นับเป็น เรื่องที่สำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยเหลือ ผู้คนในสังคมที่มีโอกาสในการเป็นอยู่น้อย กว่าคนส่วนใหญ่ ซึ่งเรากำลังเดินหน้า ช่วยเหลือมูลนิธิเก่าที่มีอยู่ โดยในช่วงต่อไป ก็พยายามผลักดันมูลนิธิใหม่ขึ้น เพื่อการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไป

อย่างไรก็ดี จากที่ทราบกันดีว่า ทาง นีโอ ไลฟ์ ได้เป็นบริษัทผู้จุดประกายความคิดในการจัดตั้งสมาคมขายตรงขึ้นมาใหม่ โดยจะให้ นิโรธ เจริญประกอบ และ พิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการบริษัท และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการขายตรง ตามพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการทำงานในสมาคมนั้น นิโรธ เผยในเรื่องนี้ว่า

ไม่อยากให้บริษัทขายตรง หรือ สมาคมขายตรงต่างๆ คิดว่า นีโอ ไลฟ์ เป็นเจ้าของสมาคมแต่อย่างใด แต่ นีโอ ไลฟ์ เป็นเพียงบริษัทหนึ่งที่จุดประกายความคิดจัดตั้งสมาคมใหม่ขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งต่อไปบริษัทก็จะเป็นเพียงสมาชิกของสมาคมเท่านั้น ส่วนการทำงานหลักๆ ก็จะ มีตน และ คุณพิศิษฐ์ แทนทิว ในการเป็น คณะกรรมการของสมาคม ซึ่งพร้อมที่จะทำงานเพื่อยกระดับวงการธุรกิจ และทำงานอะไรที่ 3 สมาคม ที่มีอยู่ก่อนยังไม่ได้ทำ หรือ ทำแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จลุล่วง สมาคมเราก็จะเป็นสมาคมหนึ่งในการร่วม ทำงานต่อไปในอนาคต

โดยแผนงานแรก ที่ได้คิดไว้หลังการ จัดตั้งสมาคม นั่นคือ เรื่องของกฎหมายที่บังคับใช้ในธุรกิจ โดยสมาคมมีความต้องการที่จะพยายามหาจุดร่วมระหว่างสมาคมใหม่ และสมาคมที่มีอยู่ในการเร่งผลักดันพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบ ตรงฉบับใหม่ ให้สามารถออกมา และ บังคับใช้ในเร็ววัน ซึ่งในกฎระเบียบที่ร่างใหม่ ก็ต้องเป็นที่ยอมรับของบริษัทหมู่มาก ซึ่งการหาจุดร่วมในครั้งนี้ ไม่ถือว่าเป็น การรวมตัวตั้งเป็นสมาพันธ์ หรืออย่างไร แต่เป็นเพียงการร่วมมือกัน ยกระดับวงการ ธุรกิจเท่านั้น

ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องผลักดัน พ.ร.บ.ตัวใหม่แล้ว ทางสมาคมยังต้องการ ร่วมกับทุกสมาคม และทุกบริษัท ในการเสนอยื่นเรื่องปรับโครงสร้างการทำงาน ของสคบ. จากเดิมที่ธุรกิจขายตรงมีเพียง หน่วยงานเล็กๆ ของสคบ.กำกับดูแลอยู่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เพียง 5-6 คน ดูจะไม่พอสำหรับการตรวจตราธุรกิจที่ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทกว่า 800 บริษัท โดยต้องการ ให้ภาครัฐ ตั้ง กรมขายตรง ขึ้นมา เพื่อควบคุมดูแลธุรกิจ ซึ่งจะมีประโยชน์ทั้งรัฐ และบริษัทขายตรง ในการทำงานยกระดับ อุตสาหกรรมขายตรงในอนาคต

ทั้งนี้ นิโรธ เจริญประกอบ ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า ไม่อยากให้ใครคิดว่าสมาคมใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นของ นีโอ ไลฟ์ แต่นี่คือสมาคมของทุกบริษัทที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของสมาคม คือ การยกระดับวงการขายตรงให้เป็นที่ยอมรับ และเจริญเติบโต ในอนาคต ส่วนการหาจุดร่วมในการจับมือ กับสมาคม หรือบริษัทต่างๆ ตนก็ทำเพื่อวงการ ไม่ได้มีความต้องการตำแหน่งหรือ ต้องการอะไรนอกเหนือจากนี้ ซึ่งตนพร้อม ที่จะรับฟังทุกความคิดเห็น เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกันต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง3-8-2012

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"นพปฎล-จิรชัย" 2 ตัวเต็งนายหัวสคบ.ปิดทางม้ามืด ผู้ตรวจการฯ "ชาตรี"


วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ย้ำชัดอยากได้คนในสคบ. นั่งเป็นเลขาธิการหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หวังให้งานไหลลื่นไม่สะดุด สอดคล้อง นิโรธ เจริญประกอบ อดีตนายหัวสคบ. คนก่อน เห็นควรเป็นคนใน ด้านตัวเต็งอย่าง นพปฎล เมฆเมฆา บอกไม่ซีเรียส พร้อมทำงานเต็มที่ ส่วน จิรชัย มูลทองโร่ย ลูกหม้อสคบ. ตัวเต็งอีกรายยังเงียบ ส่วน ชาตรี โชไชย ผู้ตรวจการแผ่นดินกระทรวงยุติธรรม มีชื่อเป็นม้ามืดแต่โอกาสน้อยเต็มที!


จากการลาออกทิ้งเก้าอี้ก่อนวัยเกษียณ ของ นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ทำให้เก้าอี้นายหัวของสคบ. ถูกทิ้งว่าง ทำให้เกิดกระแสการแต่งตั้งเลขาธิการคนใหม่ขึ้น ว่าคนที่จะเข้ามานั่งเป็นเลขาธิการสคบ. จะเป็นใคร และจะเป็นคน นอกหรือคนในซึ่งจากความน่าจะเป็นตัวเลขาธิการของสคบ.คนใหม่ อาจเป็นคนในซึ่งมี 2 คนที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นตัวเต็งในการครองมงกุฎ ระหว่าง นพปฎล เมฆเมฆา และ จิรชัย มูลทองโร่ย ซึ่งทั้ง 2 เป็นรองเลขาธิการของสคบ.ในยุคของอดีตเลขาธิการสคบ.อย่าง นิโรธ เจริญประกอบ


อย่างไรก็ดี ก็มีข่าวคราวออกมาว่า คนที่จะได้นั่งเป็นเลขาธิการคนใหม่ของ สคบ. อาจเป็นคนนอก เหมือนสมัยที่ รัศมี วิศทเวทย์ ได้ข้ามหน่วยงานจากป.ป.ส.มานั่งเป็นแม่ทัพของหน่วยงานสคบ. เมื่อปี พ.ศ. 2547 ก่อนที่ปี 2551 นิโรธ เจริญประกอบ จะเข้ามารับไม้ต่อ ซึ่งเป็นคนในของสคบ. โดย คนนอกที่ถูกยกให้เป็นม้ามืดในการนั่งคุม สคบ.มีชื่อของ ชาตรี โชไชย ผู้ตรวจการแผ่นดินกระทรวงยุติธรรมเข้ามาติดโผ


จากรายชื่อตัวเต็งที่เคยมีแค่ 2 ทำให้ ว่าที่เลขาธิการของสคบ.เพิ่มขึ้นมาเป็น 3 โดยในเรื่องนี้ ทีมงาน สยามธุรกิจ จึงได้ทำการสอบถามไปยัง วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องการแต่งตั้งเลขาธิการสคบ.คนใหม่


โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เผยถึงการ คัดเลือกเลขาธิการสคบ. คนใหม่ ว่า การคัดเลือกเลขาธิการ สคบ. คนใหม่ ถ้าถามตน ตนคิดว่าจะใช้คนที่มีประสบการณ์ดีกว่า เพราะตนมองว่าการทำงานใน สคบ.เป็นลักษณะของความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งทั้งสองท่าน (นพปฎล เมฆเมฆา และ จิรชัย มูลทองโร่ย) ต้องแสดงฝีมือให้เห็น ว่า ใครคือตัวจริง ใครทำงานได้จริง ตนไม่มีใคร อยู่ในใจอย่างแน่นอน ตนต้องการตัวจริงที่ใช่และทำงานได้จริง ฉะนั้นใครก็ได้ที่สามารถ มาทำงานตามแนวทาง และปฏิบัติได้จริง ตน มั่นใจว่าคนนั้นจะใช่ และสามารถเป็นเบอร์หนึ่งของสคบ.ได้ ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรที่ตนจะเลือกคนที่อ่อนแอกว่า


จริงๆ แล้ว สคบ. ต้องปรับโครงสร้าง ใหม่ ตนเองก็จะลงไปดูระบบในหน่วยงาน ทั้งระบบงาน ระบบเอกสาร และในเรื่องของ การทำงาน ซึ่งต้องปรับรูปแบบให้เป็นในการ ทำงานเชิงรุก อีกทั้งอาจต้องเพิ่มบุคลากรเข้ามาในการทำงาน วรวัจน์ กล่าวถึงการทำงานของสคบ.ในอนาคต


จากความเห็นของท่านรัฐมนตรี วรวัจน์ ถึงความอยากได้เลขาธิการสคบ. คนใหม่เป็นคนในของสคบ. นั้น สอดคล้องกับความคิดเห็นของอดีตเลขาธิการสคบ. อย่าง นิโรธ เจริญประกอบ ซึ่งก็ต้องการเห็นแม่ทัพของสคบ.คนใหม่ เป็นคนในเช่นกัน


โดยนายนิโรธ เจริญประกอบ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการคัดสรรเลขาธิการคนใหม่ว่า การแต่งตั้งเลขาธิการสคบ.คนใหม่ โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่าควรที่จะเป็นคนในของสคบ. เอง ที่สมควรนั่งเป็นเลขาธิการของสำนักงาน เนื่องจากงานของสคบ. เป็นงานที่ต้องมีความรู้ ประสบการณ์ในส่วนของการคุ้มครอง ผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน


ซึ่งหากเป็นคนนอกที่เข้ามา ก็อาจต้องเรียนรู้งานของสคบ.ใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลา และงานที่มีอาจติดค้าง ไม่เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งรองเลขาธิการสคบ.คนปัจจุบันอย่าง นพปฎล เมฆเมฆา และ จิรชัย มูลทองโร่ย นับเป็น 2 คนที่มีความเหมาะสมที่จะขึ้นมารับตำแหน่งดังกล่าว


ทั้ง 2 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีจุดแข็ง ต่างกัน คือ นพปฎล จะเชี่ยวชาญในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ส่วน จิรชัย เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งทั้ง 2 คน ดูจะเหมาะสมที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ผู้คัดเลือก รวมถึงรัฐมนตรี วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในการจะแต่งตั้งผู้ใดเข้ามา อดีตเลขาธิการสคบ. กล่าว


นอกเหนือจากความคิดเห็นของการแต่งตั้งเลขาธิการสคบ.คนใหม่แล้ว นิโรธ ยังได้กล่าวถึงการทำงานของสคบ.ด้วยว่า จากเดิมที่ผ่านมา สคบ.มีจุดอ่อนในเรื่องของ บุคลากรที่น้อย ไม่เพียงพอกับงานที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งบุคลากรที่มีอยู่ก็ไม่สามารถ แสดงประสิทธิภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดในเรื่องของความ คิดสร้างสรรค์ และไม่มีการเสนอความคิดเห็น ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นปัญหาของหน่วยงานที่ต้องปรับในอนาคต


ด้านตัวเก็งอย่าง นายนพปฎล เมฆเมฆา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยในกรณีดังกล่าวว่า การแต่งตั้งเลขาธิการ สคบ. คนใหม่ ทางหน่วยงานได้กำหนดให้ส่งใบสมัคร ได้ไม่เกินวันที่ 16 กรกฎาคม ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะเป็นคนของ สคบ. หรือคนนอกก็ได้ เพื่อเสนอชื่อให้รัฐมนตรี คัดสรรผู้จะมาดำรงตำแหน่ง


ตนไม่หนักใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ซึ่ง หากได้ก็นับเป็นเรื่องที่ดีๆ หากไม่ได้ก็ถือว่าเสมอตัว แต่ถ้าได้ตนก็มีความพร้อม ซึ่งตนเองก็มีความตั้งใจที่อยากจะให้ธุรกิจขายตรงเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน และทำอย่างไรให้นักขายได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงิน เพราะบางครั้งเมื่อเขาจะไป กู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ เขาก็ไม่รู้ว่า จะไปใส่อาชีพอะไร เนื่องจากอาชีพขายตรง ยังไม่ได้รับการยอมรับ รายได้ไม่แน่นอนซึ่ง ตรงนี้ ถือเป็นปัญหาของคนในธุรกิจ


ทั้งนี้ จากที่กล่าวมา ไม่ว่าใครจะเป็น เลขาธิการสคบ.คนใหม่ก็ตาม สิ่งที่นายหัวคนใหม่ของสคบ.ต้องรีบปรับแก้คือเรื่องของการทำงาน โดยการเพิ่มบุคลากรของหน่วยงาน และการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของหน่วยรัฐหน่วยนี้ มาโดยตลอด ซึ่งต้องแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1318 ประจำวันที่ 18-7-2012 ถึง20-7-2012

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว นีโอไลฟ์-Neolife 7บริษัท ตั้งสมาคมใหม่ "ส่งเสริมขายตรงไทย" เน้นธรรมาภิบาล


1 ก.ค. 2555 นีโอ ไลฟ์ ประกาศจัดตั้งสมาคมใหม่ ส่งเสริมขายตรงไทย มอบ นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาฯ สคบ.คนล่าควง พิศิษฐ์ แทนทิว


เป็นแกน นำหาสมาชิก ต่อมา 11 ก.ค. 2555 สมาคมใหญ่ TDSAเปิดตัวคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จาก 10 บริษัท ดึง กิจธวัช ฤทธีราวี จาก แอมเวย์ นั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมประกาศเป้าหมายและ 4 แผนงานหลัก ตอกย้ำศักยภาพความมั่นคงสมาคมฯ อีกครั้ง

นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมขายตรงไทย กล่าวว่า จากความไว้วางใจที่บริษัทสมาชิกเลือกให้เป็นนายกสมาคมขายตรงไทยคนที่ 12 ในวาระการดำรงตำแหน่งระหว่าง กรกฎาคม 2555 มิถุนายน 2557 นี้จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อนำสมาคมขายตรงไทยให้มีความแข็งแกร่งยิ่งๆขึ้นไป บนวิสัยทัศน์ใหม่ว่า สมาคมขายตรงไทยโดยสมาชิกที่ล้วนมีธรรมาภิบาล จะเป็นแบบอย่างและเสริมสร้างมาตรฐานที่สากลรับรองโดยสมาพันธ์การขายตรงโลก ให้ธุรกิจเครือข่ายเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน


นายกิจธวัชได้วางกลยุทธ์หลัก 4 ประการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงาน ได้แก่ 1.เสริมสร้างภาพลักษณ์ของสมาคมขายตรงไทย โดยมุ่งเน้นธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากลที่รองรับโดยสมาพันธ์การขายตรงโลก ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ ในฐานะที่สมาคมขายตรงไทยเป็นสมาคมเดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมาพันธ์ขายตรงโลก และสมาชิกของทุกๆ บริษัทต้องลงนามในเรื่องจรรยาบรรณการขายตรงที่มีมาตรฐานเหนือกว่าที่กฏหมายกำหนดในทุกปี จึงเป็นเครื่องการันตีให้นักธุรกิจอิสระและผู้บริโภคมั่นใจในธรรมาภิบาลของบริษัทสมาชิกได้

2.พร้อมรับสมาชิกใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และธรรมาภิบาลที่สอดคล้อง ทั้งในธุรกิจเครือข่ายและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นแนวทางด้านสมาชิกสัมพันธ์ (Membership) เพื่อขยายฐานสมาชิกและนำธุรกิจเครือข่ายไปสู่ตลาดการค้าอื่นๆ ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น 3.สนับสนุนและส่งเสริมให้สมาชิกผู้ประกอบการและนักธุรกิจอิสระดำเนินธุรกิจอย่างมีศักยภาพและถูกต้องตามจรรยาบรรณ เป็นเรื่องของจรรยาบรรณและการพัฒนา (Integrity and Development) ให้สมาชิกและนักธุรกิจอิสระมีศักยภาพที่จะแข่งขันในตลาด พร้อมๆ กับการรู้เรื่องจรรยาบรรณกับรายใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

4.เป็นศูนย์กลางและเผยแพร่ความรู้ให้กับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมธุรกิจเครือข่ายอย่างมืออาชีพ ด้วยสมาคมการขายตรงไทยมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing GURU) ทั้งในและต่างประเทศ และมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงจำนนวนมาก ประกอบกับสมาคมมีองค์ความรู้ในด้านต่างๆ อย่างครบครัน สมาคมจึงพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้สนใจทุกภาคส่วน

ผมมั่นใจว่าด้วยพลังจากคณะกรรมการบริหารทุกๆ ท่านและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จะทำให้สมาคมการขายตรงไทยประสบความสำเร็จดังคำกล่าวที่ว่า ปึกแผ่นแน่นแฟ้น ถึงแก่นข้อมูล เพิ่มพูนความรู้ กูรูเครือข่าย อย่างแน่นอนครับ นายกิจธวัชกล่าว

ด้านนายนิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายฯ ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งสมาคมส่งเสริมขายตรงไทย ที่บริษัทเป็นแกนนำร่วมกับบริษัทขายตรงที่ยังไม่ได้สังกัดสมาคมขายตรงใดดำเนินการว่า ล่าสุดได้มีการประชุมเพื่อพบปะกันเป็นครั้งแรกกับตัวแทนบริษัทขายตรงประมาณ 6-7 บริษัทไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา แล้วได้มอบหมายให้นายพิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการนีโอ ไลฟ์ ไปดำเดินการยกร่างกฎระเบียบและข้อบังคับสมาคมเพื่อเตรียมยื่นจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว

เราเพิ่งได้พูดคุยกันไปกับกลุ่มตัวแทนบริษัทขายตรงที่เบื้องต้นมีความคิดเห็นเป็นแนวทางกับเราไปแล้ว และเมื่อมีการยกร่างกฎระเบียบสมาคมเสร็จก็จะรีบดำเนินการขอยืนจดทะเบียนทะเบียนทันที ซึ่งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 15- 30 วัน
นายนิโรธ กล่าวว่า สำหรับอนาคตภายหลังจัดตั้งสมาคมเสร็จแล้วจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาพันธ์ขายตรงโลกหรือไม่ ต้องเข้าไปดูกติกาและกฏเกณฑ์ของสมาพันธ์ฯ ก่อน เพราะยังไม่ทราบว่าจะสมาพันธ์ฯจะมีแทนสมาคมของแต่ละประเทศได้กี่สมาคม แต่ต่อนี้ไปสมาคมการส่งเสริมขายตรงไทยจะเริ่มผลักดันกฏหมายขายตรง และองค์กรสมาชิกให้มีการส่งเสริมสนับสนุนกิจกกรรมภายนอกร่วมกับสคบ. ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปม! เลขา สคบ. ลาออก ลือหึ่งกระแสไม่โปร่งใส


กรณีหลังม่าน สคบ. ปั่นป่วน หลัง นิโรธ เจริญประกอบ ลาออกก่อนเกษียณ ทั้งๆ ที่เหลือเวลา อีกไม่กี่เดือน ลือ! การลาออกมีหลายสาเหตุ ทั้งความเครียดจากการทำงาน การเซ็น ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ จนถึงประเด็นโจมตีอย่างหนักที่ไปรับตำแหน่งให้ขายตรง ค่ายหนึ่ง สุดท้ายลาออกอย่างเป็นทางการ 30 มิ.ย. 2555 หันหลังให้กับวงการ ราชการ ไปเอาดีเป็นที่ปรึกษา นีโอ ไลฟ์ ล่าสุดควบ 2 ตำแหน่ง เร็วๆ นี้ คาดรับ อีกหนึ่งตำแหน่งกับนายกสมาคมขายตรงแห่งใหม่ แห่งที่ 4


กรณีการลาออกแบบปัจจุบันทัน ด่วนของ นิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้- บริโภค หรือ สคบ. ยังเป็นประเด็นสำคัญ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันในวงกว้างว่าเหตุ ใดเลขา สคบ. จึงลาออกก่อนวัยเกษียณ (30 มิถุนายน 2555) ทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่ กี่เดือนก็จะเกษียณอายุราชการตามกำหนด ซึ่งบ้าง ก็ว่าเลขาเจอแรงกดดันจากการทำงาน กับภาระ ที่หนักหน่วง และที่สำคัญ คือ การก้าวข้ามไป รับตำแหน่งให้กับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม เรื่องนี้ถูกวิจารณ์กันไป ต่างๆ นานา ว่า เลขา สคบ. ซึ่งเป็นคนของภาครัฐ ไม่ควรที่จะรับตำแหน่งใดๆ เลย ในภาคธุรกิจ เรื่องนี้แม้จะมีการวิจารณ์และกล่าวขานกัน ในวงกว้าง แต่ก็ยังไม่มีประเด็นที่แน่ชัดว่าสุดท้ายแล้ว เลขา สคบ. ลาออกด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งกับประเด็นดังกล่าว ทาง เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้รับ กระแสข่าวมาจากแหล่งข่าวระดับสูงจากภายในสำนักงาน- คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ว่า ที่ผ่านมาเลขา สคบ. เกิดความเครียดเรื่องงาน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการทำงาน หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำแหน่งเลขาธิการ ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ในการเซ็นใบอนุญาตการประกอบธุรกิจไม่โปร่งใส


นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเบิกงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ที่มีพนักงานภาครัฐอีกฝ่ายกำกับดูแล ได้ใช้วิธีพิเศษ ในการเบิกงบประมาณ และอีกหลายๆ โครงการที่จัดทำไม่ถูก ตามกฎระเบียบที่ สคบ. กำหนด รวมถึงประเด็นการที่อดีตเลขา สคบ. ได้รับบัตรสนเท่ห์ ที่มีความยาว 4 หน้ากระดาษ A4 ในแง่ ของการทำงานที่ไม่มีหลักธรรมาภิบาล ไม่มีความเป็นธรรมในการ เป็นผู้บริหาร ส่งผลให้องค์กรเกิดความแตกแยก แบ่งเป็นหลาย ฝ่าย อีกกระแสก็ว่ามาจากความเครียดและต้องการหลีกทางให้คน ภายในเติบโต


อย่างไรก็ตาม ทาง เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค พยายาม โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นิโรธ เจริญประกอบ เพื่อสืบหาความจริง จากปากเจ้าตัวเอง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งทาง เดอะ พาว- เวอร์ เน็ตเวิร์ค จะเกาะติดสถานการณ์มารายงานให้ทราบ อีกครั้งถึงสาเหตุที่แท้จริง


ในส่วนของตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ- คุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ที่ว่างอยู่ในขณะนี้ มี นพปฎล เมฆเมฆา รองเลขา สคบ. เป็นผู้รักษาการแทน และถือเป็น 1 ใน โผของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขา สคบ. คนต่อไป รวมถึง ยังมีรายชื่อผู้ตรวจราชการอีก 2 รายชื่อ ที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็น เลขา สคบ. ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการเวียนหลักเกณฑ์เพื่อเปิดรับสมัครผู้สนใจที่จะเข้ารับ ตำแหน่งเลขา สคบ. ซึ่งผู้ที่จะสมัครต้องเป็นข้าราชการระดับ 9 และ 10 เป็นบุคคลในกรมประชาสัมพันธ์ สคบ. และสำนักนายก- รัฐมนตรี


การแต่งตั้งเลขา สคบ. ปลัดสำนักนายกจะส่งรายชื่อให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ คาดว่าจะเสนอรายชื่อได้ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม นี้ และหากการเสนอชื่อเริ่มขึ้น และไม่มีผู้ใดที่เหมาะสม รัฐมนตรี มีอำนาจในการดึงคนนอกเข้ามาบริหารงานต่อไป แหล่งข่าว ระดับสูง กล่าว


ด้าน นพปฎล เมฆเมฆา รองเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า ใครที่จะเข้ารับตำแหน่งเลขา สคบ. คนใหม่ และ จะมีการเริ่มแต่งตั้งเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากกระบวนการสรรหาต้องเริ่มจากสำนักนายกรัฐมนตรีก่อน ดังนั้น งานที่ต้องเร่งด่วนภายหลังจากเลขา สคบ. ลาออกไป ตนต้องสานต่อนโยบายของ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกฯ ในการทำตราสัญลักษณ์ร่วมกับผู้ประกอบ- การ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค


ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา สคบ. ได้ ลงนามในสัญญาร่วมกับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด เกี่ยวกับ กระบวนการคุ้มครอง ด้วยการวางรูปแบบการประกันให้กับ ผู้บริโภค เบื้องต้น สคบ. จะเริ่มนำร่องกับ 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจ ซ่อมรถ, ธุรกิจยานยนต์, ธุรกิจทองรูปพรรณ และธุรกิจขายตรง โดยการนำสัญลักษณ์ สคบ. ติดที่ตัวสินค้า ดังนั้น แผนการดำเนิน- งานจากนี้ไป สคบ. จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า ที่มีตราสัญลักษณ์ของ สคบ. ต่อไป


อย่างไรก็ตาม จากประเด็นดังกล่าว ที่เลขา สคบ. ลาออก ล่าสุด ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ ทาบทามให้ นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขา สคบ. เข้ามานั่งทำงาน ให้กับบริษัท ซึ่งเป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่า อดีตเลขา สคบ. จะรับ หน้าที่ 2 ตำแหน่ง คือ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้กับบริษัท และ บริษัทในเครือ ดูแลงานด้านกฎหมาย ด้านนโยบายคุ้มครอง ผู้บริโภคให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และดูแลควบคุมการ- โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ถูกต้อง โดยให้เหตุผลการเข้าร่วมงาน ครั้งนี้ว่า ชื่นชมในตัว ดร.นพรุจ ที่เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม ในการทำงาน และยังช่วยสร้างความมั่นคงของธุรกิจขายตรงให้ได้ รับการยอมรับในระดับรากหญ้า


สำหรับตำแหน่งที่ 2 รับหน้าที่เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ให้กับมูลนิธิเกษตรและอาหารกลางวัน ของสมเด็จพระเทพรัตน- ราชสุดาฯ ในการจัดหาทุนจากกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ โรงเรียนที่ยังขาดแคลน รวมไปถึงกำลังจะก่อตั้งอีก 1 มูลนิธิ คือ มูลนิธิกองทุนเพื่อเด็กยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ในด้านทุนการศึกษา สื่อการเรียนการสอน เป็นต้น


ขณะที่ พิสิฐ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผ้อูำนวยการบรรณาธิการ นสพ.สยามธุรกิจ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้เตรียมก่อตั้งสมาคม- ขายตรงแห่งใหม่เป็นสมาคมที่ 4 โดยมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่าสมาคมส่งเสริมขายตรงไทย โดยให้เหตุผลในการก่อตั้งครั้งนี้ ว่า ทั้ง 3 สมาคมขายตรงนั้น ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกเพียง 50 บริษัท จากจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงที่ได้ใบอนุญาตจาก สคบ. กว่า 800 บริษัท จึงมองว่าในจำนวนดังกล่าวน่าจะมีสมาชิก ในสมาคมเพิ่มขึ้นได้อีก จึงรวมตัวกันก่อตั้งสมาคม เบื้องต้นได้ ทาบทาม นิโรธ เจริญประกอบ มาเป็นนายกสมาคมฯ ซึ่งความ ชัดเจนคงต้องรอมติจากสมาชิกที่เข้าร่วมอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยัง ไม่สามารถเปิดเผยถึงจำนวนสมาชิก รวมไปถึงเงื่อนไขของการ เข้าร่วมสมาคม คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้งในโอกาส ถัดไป


อย่างไรก็ตาม แม้การลาออกของเลขา สคบ. จะยังเป็น ข้อกังขาให้กับสังคม แต่ในทางกลับกันก็เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรม ขายตรงไทยได้เกิดการแตกแยก มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างเห็น ได้ชัด และการที่สมาคมขายตรงแห่งหนึ่งจะไปทาบทามอีก 2 สมาคมฯ ในการจัดตั้งสมาพันธ์การขายตรงไทยนั้น จะเกิดขึ้น ได้หรือไม่ก็คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะจากนี้ไปคงต้องจับตาดู กันต่อว่าการจัดตั้งสมาคมขายตรงแห่งใหม่ที่ ดร.นพรุจ เวชกุล เป็นโต้โผใหญ่ และทาบทาม นิโรธ เจริญประกอบ ให้รับตำแหน่ง นายกสมาคมนั้นจะเป็นอย่างไร


ซึ่งไม่ต่างไปจาก อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีต เลขา สคบ. คนแรกของประเทศไทย ที่ก้าวไปรับตำแหน่งนายกสมาคม พัฒนาการขายตรงไทย และตามด้วย รัศมี วิศทเวทย์ อดีต เลขา สคบ. ที่ก้าวไปนั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับสมาคมการขายตรงไทย จนล่าสุด นิโรธ เจริญประกอบ ก็ได้ถูกทาบทามจากว่าที่สมาคม ขายตรงแห่งใหม่เช่นเดียวกัน เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต้องติดตาม กันต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จุดพลุ..สมาคมใหม่!ได้ "นิโรธ เจริญประกอบ" นั่งกุนซือทำเพื่อวงการขายตรง MLM


นีโอ ไลฟ์-Neo Life ประกาศจัดตั้งสมาคมขายตรงขึ้นใหม่ หลัง นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาธิการสคบ. รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัท หวังยกระดับวงการขายตรงให้เจริญกว่าที่เป็นอยู่ ด้าน พิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ลั่น ยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ หากอยากเห็นวงการไปไกล กว่านี้ ชี้ ไม่มีสูตรสำเร็จต้องหยุดอยู่แค่ 3 สมาคม ไม่เช่นนั้น พรรคการเมืองคงมีแค่ 2 พรรค!


ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า บริษัทขายตรงไทย มีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งแต่ละแบรนด์สามารถทำธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ โดยในขณะนั้นมีสมาคมของวงการขายตรงเพียงสมาคมเดียว ซึ่งเป็น สมาคมการขายตรงไทย โดยปัจจุบันมีจำนวนบริษัทสมาชิกอยู่ทั้งหมดเพียง 31 บริษัท ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ที่มีอยู่กว่า 800 บริษัท ในปัจจุบัน


โดยหลังจากที่มีการจัดตั้งสมาคมการขายตรงไทยขึ้นมา ก็มีการจัดตั้ง สมาคม อุตสาหกรรมขายตรงไทย ขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร อีกทั้งสมาชิกของสมาคมก็มีจำนวนน้อยมาก ซึ่งต่อมาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ก็มีบริษัทขายตรงรวมตัว กันก่อตั้งอีก 1 สมาคมคือ สมาคมพัฒนา การขายตรงไทย แต่กลับดูเหมือนว่า การที่มีการจัดตั้งสมาคมต่างๆ ขึ้น บริษัทขายตรง ที่อยู่ในวงการก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการ เข้าร่วมมากนัก ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาขึ้นอีกมาก


จากอดีตที่ผ่านมา ได้มีการก่อตั้ง สมาคมการขายตรงไทยขึ้น ในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2526 โดยมี อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ อดีตผู้บริหาร บริษัท เอวอนฯ เป็นกรรมการในการก่อตั้ง ต่อมาหลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มบริษัทต่างชาติอย่างสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงในไทย ซึ่งกลุ่มบริษัทเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในการทำงานส่วนรวม และผลักดันหน่วยงานราชการ


โดยเมื่อก่อนบริษัทขายตรงไทยมีน้อย และมีขนาดเล็ก อีกทั้งไม่มีใครที่คิดริเริ่มในการจัดตั้งสมาคม ต่างจากบริษัทต่างชาติที่ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ทั้งยังมีความ รู้และเงินทุนในการจัดตั้งสมาคม จนตอนหลัง อมรเทพ ซึ่งเป็นนายกสมาคมการขายตรงไทยคนแรก จึงได้เริ่มมีการดึงบริษัท ต่างชาติอย่าง แอมเวย์ เข้ามาในสมาคม ซึ่งหลังจากนั้นจึงมีบริษัทไทยตามเข้าไป


อย่างไรก็ดี จากสิ่งที่กล่าวมา ทำให้บริษัทขายตรงที่มีการจดทะเบียนกับสคบ. ของไทยที่มีอยู่กว่า 800 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการก่อตั้งสมาคม จากข้อจำกัด และการทำงานของแต่ละสมาคม ทำให้เกิดการปิดกั้นบริษัทขายตรงส่วนใหญ่ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ส่งผลดีในการพัฒนา ธุรกิจขายตรงโดยรวม


จากสิ่งที่กล่าวมา ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงได้มีดำริว่าน่าจะมีการจัดตั้งสมาคมขายตรงใหม่ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาหลายสิ่งหลายอย่างของวงการขายตรงไทย โดยหลังจากที่ นิโรธ เจริญประกอบ อดีตเลขาธิการสคบ. เข้ามานั่งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ นีโอ ไลฟ์ ก็นับว่าเป็นจังหวะที่ดี ที่จะมีการจัดตั้งสมาคมใหม่ขึ้น อีกทั้งยังจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเข้ามา ทำงานอย่างเต็มความสามารถให้กับวงการ ขายตรงไทย ในการจัดตั้งสมาคมใหม่


ในขณะเดียวกัน คุณพิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ซึ่งเคยทำงานด้านข่าวสารธุรกิจขายตรงมา อย่างยาวนาน และเป็นคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ตามพระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 อยู่ 2 สมัย ก็ถือว่าเป็นเรี่ยวแรงที่สำคัญในการ จัดตั้งสมาคมใหม่ที่กำลังจะเกิด


โดย คุณพิศษฐ์ แทนทิว ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องของการตั้งสมาคมเป็นเรื่องที่คิดกันมาได้พักหนึ่งแล้ว ซึ่งต้องมองว่า ในปัจจุบันมีบริษัทขายตรงที่มีการจดทะเบียน เปิดดำเนินธุรกิจกับสคบ.กว่า 800 บริษัท ซึ่งในช่วงที่ตนเป็นบรรณาธิการข่าวของ นสพ.สยามธุรกิจอยู่ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทาง TDRI หรือ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ได้รับงานจากทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทำวิจัยเกี่ยวกับมูลค่าตลาดของธุรกิจขายตรง


ซึ่งในช่วงนั้น น่าจะเป็นช่วงประมาณปี พ.ศ.2548 โดยทาง TDRI ได้มีการขอชื่อ บริษัทขายตรงจากสคบ.และนำไปขอข้อมูล ภาษีรายได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งในตอนนั้นมีบริษัทขายตรงอยู่ประมาณ 400 กว่าบริษัท ซึ่งตัวเลขของมูลค่าตลาดทะลุแสนล้านบาท แต่ต้องยอมรับว่าทางสำนักวิจัยได้รวม ยูนิลีเวอร์ ศรีไทย และ สหฟาร์ม ซึ่งมีแบรนด์ขายตรงเป็นเพียงหนึ่งแผนกของบริษัท จึงต้องตัดส่วนนี้ออกไป ซึ่งตัวเลขก็ยังสูงถึง 7-8 หมื่นล้านบาท ในส่วนขอมูลค่าตลาดรวม ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 800 บริษัท ตัวเลขก็น่าจะถึงแสนล้านบาทไปแล้ว


นั่นเป็นเรื่องหนึ่งเท่านั้น หันกลับมาที่วงการขายตรงปัจจุบัน ที่มีสมาคมของธุรกิจอยู่ในขณะนี้ 3 สมาคม ซึ่งเท่าที่มอง บริษัทสมาชิกของ 3 สมาคมรวมกันก็ไม่น่า จะเกิน 60 บริษัท จาก 800 กว่าบริษัท ซึ่ง ถือว่าน้อยมากในสัดส่วนจำนวนบริษัทขายตรง และการเข้าเป็นสมาชิกของแต่ละสมาคม


อย่างไรก็ดี หากมองไปที่เรื่องของการทำงานของทั้ง 3 สมาคมที่เป็นอยู่ การ จัดตั้งสมาคมใหม่นี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ต้องทำ ซึ่ง 3 สมาคมคงคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เพียงพอแล้ว แต่ตนมองว่ามีอีกมากมายหลายสิ่งที่ทำได้หากมีการจัดตั้งสมาคมใหม่ ขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกันเงียบๆ แล้ว ซึ่งในขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นเรื่องของนิติกรรมที่ต้องทำต่อ ซึ่งตอนนี้คงกล่าวในเบื้องต้นได้เพียงเท่านี้ิ


โดยคุณพิศิษฐ์ ยังกล่าวว่า ไม่มีสูตร สำเร็จที่จะบอกว่า การจัดตั้งสมาคมของวงการธุรกิจ ควรมีกี่สมาคมอย่างไร ซึ่งหากมี 1 สมาคม หรือกี่สมาคมก็ตาม แต่ไม่มีประโยชน์ก็ไม่ควรจัดตั้งสมาคมด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้น การจัดตั้งพรรคการเมืองของไทย หรือต่างประเทศก็ไม่ควรมีเกิน 2 พรรค ซึ่ง การจัดตั้งสมาคมขึ้นมาใหม่ ก็เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงกับวงการ ทั้งนี้ การจัดตั้งสมาคมใหม่นี้ ได้มีการ ตั้งชื่อสมาคมอย่างไม่เป็นทางการว่า สมาคมส่งเสริมขายตรงไทย ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้ จะมีการจัดตั้งขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางสมาคมจะมีการเปิดเผยอีกครั้ง


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1314 ประจำวันที่ 4-7-2012 ถึง6-7-2012

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เปิดใจ นิโรธ เจริญประกอบกุนซือ นีโอ ไลฟ์-Neolifeเดินหน้าร่วมอุดมการณ์รับใช้สังคม


นิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสคบ.นั่งแท่นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท นีโอ ไลฟ์ ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ พร้อมควบตำแหน่งกรรมการ มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร ประกาศร่วมอุดมการณ์ สานฝันให้ พี่น้องชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยันพร้อมรับใช้สังคม และเดินหน้าพัฒนาวงการธุรกิจขายตรง

ภายหลังจากกระแสข่าวการลาออกของ นิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ด้วยประสบการณ์จากหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคมากว่า 30 ปี จึงรู้ถึง ข้อกฎหมายและแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกต้อง ทำให้หลายภาคธุรกิจต่างต้องการตัวมา เป็นที่ปรึกษาบริษัท

ล่าสุด นิโรธ เจริญประกอบ ได้เปิดตัวกับหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ ประกาศรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามคำเชื้อเชิญของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร นีโอ ไลฟ์ฯ หลังจากได้ยื่นใบลาออกในวันที่ 30 มิถุนายน 2555 และพร้อมจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 นี้

> เหตุที่ต้องลาออกก่อนเกษียณ

ด้วยการเป็นราชการอยู่ถึง 38 ปี ซึ่ง 8 ปีแรกผมทำงานอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี 2525 ได้ย้ายเข้ามาทำงานอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ด้วยเหตุที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน จึงได้ทำเรื่องย้ายสังกัดในการทำงาน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน นิโรธ เจริญประกอบ ให้สัมภาษณ์ทีมงาน สยามธุรกิจ

โดยงานของสคบ. เป็นงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชนผู้บริโภค ซึ่งจะมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ ซึ่งสคบ.ก็จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแลบรรดา ผู้ประกอบการไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งในการทำงานยอมรับว่ามีเรื่องต่างๆ เข้ามากดดัน มากมาย ทั้งจากประชาชนผู้บริโภคเองก็ดี รวมทั้งผู้ประกอบการเองก็ดี

เนื่องจากการที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูกเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย หากสคบ.เข้าข้างประชาชน ผู้บริโภคมากจนเกินไป ก็จะมีฝ่ายผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจเกิดเรื่องความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ และในทางกลับกัน หากประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับการตัดสินอย่างที่ เขาต้องการ ก็จะกลายเป็นว่าสคบ.ไม่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภคอีก ซึ่งในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งสคบ. ก็ต้องพยายามที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งต้องเข้าใจ ว่าสคบ.เป็นหน่วยงานที่ประชาชนผู้บริโภคตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมาก แรงกดดันจึงมีมากตามมา

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ความกดดันจากความคาดหวังของประชาชนจะมีมาก ทำให้การทำงานยากขึ้นตาม ก็เป็นเรื่องที่มีความยินดี เนื่องจากสคบ.นับเป็นหนึ่งหน่วยงานที่เน้นเรื่อง การช่วยเหลือผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2545 ทางสคบ.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในเรื่อง ของการดูแลในส่วนของธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งทำให้หน่วยงานมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาพขายตรงในอดีตค่อนข้างติดลบเป็นอย่างมากในสายตาผู้บริโภค ทำให้สคบ.ต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดของธุรกิจ และทำให้การทำงานในการกำกับดูแลธุรกิจนี้ ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด

ในปี 2551 นิโรธ ได้รับการพิจารณาให้นั่งเป็นเลขาธิการของสคบ. ซึ่งเรื่องท้าทายสิ่งแรกที่เข้ามาทำ ก็คือ การออกใบอนุญาตให้กับบรรดาบริษัทขายตรงต้องรวดเร็ว และชัดเจนที่สุด ซึ่งจากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลานานในการขออนุญาตเปิดบริษัท จนเกิดเสียงว่ากล่าวจากผู้ประกอบการว่า หน่วยงานรัฐทำงานช้าจนนำมาซึ่งความคิดที่ว่า สคบ.ต้องการอะไรหรือเปล่าจึงดึงเวลา ซึ่งส่วนนี้ตนเข้าใจผู้บริโภค และปรับรูปแบบการทำงาน จนการจดทะเบียนเปิดบริษัทขายตรงสามารถเสร็จสิ้นหลังจากยื่นหลักฐานขอเปิดอย่างครบถ้วน ด้วยระยะเวลา เพียง 3 วัน เป็นการปิดข้อครหาของบรรดาบริษัทขายตรงที่มีต่อหน่วยงานรัฐได้เป็นอย่างดี

> อะไรคือสิ่งที่ทำให้เลือก นีโอ ไลฟ์

ในช่วงที่ผ่านมา ทาง ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ได้เข้ามาทาบทาม เพื่อให้เข้ามาร่วมทำงาน ซึ่งในตอนนั้นทาง ดร.นพรุจ ต้องการให้เข้ามาช่วยงาน มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เนื่องจากโดยส่วนตัวเป็นคนที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมอยู่แล้ว และการที่ประธานของบริษัทขายตรงอย่าง นีโอ ไลฟ์ เข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่จะมีส่วนร่วมในจุดนี้ และได้รับปากที่จะเข้ามาช่วยเหลือ

โดยก่อนที่จะรับปากในการเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ นีโอ ไลฟ์ ก็ได้ทำการศึกษาบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ มาก่อน ซึ่งด้วยการที่ทำงานอยู่ในสคบ. ก็ย่อม รู้ว่าบริษัทขายตรงแบรนด์ใด ค่ายไหนมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่ง นีโอ ไลฟ์ นับเป็นบริษัทขายตรงของไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ ไบนารี่ ที่มีความเป็นธรรม และไม่มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นมาก่อน

นอกจากการศึกษาในเรื่องของแผน และข้อร้องเรียนแล้ว ยังได้รับทราบข่าวสาร ของ นีโอ ไลฟ์ ผ่านหน้าจอทีวี ในช่องดาวเทียม นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ ซึ่งเป็นช่องทีวีของบริษัท ซึ่งก็เห็นว่า นีโอ ไลฟ์ เป็นบริษัทขายตรงของคนรากหญ้า และคนไทยอย่างแท้จริง เพราะจากรายการที่บริษัทนำนักขายในตำแหน่งต่างๆ มาพูดคุย จึงเกิดความรู้สึกว่า บริษัทขายตรงแบรนด์นี้ เป็นบริษัทช่วยคนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังตอบ โจทย์ความสำเร็จให้กับผู้คนทุกระดับได้อย่าง เป็นรูปธรรมไม่เพียงเท่านี้ ยังประทับใจการทำงาน ของประธานบริษัทอย่าง ดร.นพรุจ เวชกุล ที่ทำงานในการให้ความรู้นักขายด้วยตนเอง โดยตลอด ทำให้นักขายเกิดความเข้าใจ และ มีแรงกระตุ้นในการทำงาน เหตุผลที่กล่าวมา จึงทำให้ผมรับปาก ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ในการผลักดันบริษัท เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป นิโรธกล่าว

> สิ่งที่จะผลักดันหลังการเข้ารับตำแหน่ง

จากประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายมาตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับสคบ. ก็มีความต้องการที่จะใช้ ความรู้ประสบการณ์ในส่วนนี้ ผลักดัน นีโอ ไลฟ์ และธุรกิจขายตรงให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อีกทั้งยังต้องการที่จะผลักดันภาพลักษณ์ของขายตรงให้กลายเป็นธุรกิจสีขาวอย่างภาคภูมิในอนาคตต่อไป

ส่วนในเรื่องของการทำงานใน นีโอ ไลฟ์ คงต้องใช้เวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่ง เพื่อจะได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะ ได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแนวทางของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานบริษัท ซึ่งถือว่า เป็นสุดยอดผู้นำวงการธุรกิจขายตรงก็ว่าได้

> วิวัฒนาการธุรกิจขายตรงดีขึ้นมากน้อยเพียงใด

ในอดีตธุรกิจขายตรงถูกมองว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากข่าวสารยังมีไม่เท่า ปัจจุบัน ผู้ประกอบการทำงานอย่างฉาบฉวย มีความโลภ ทำให้เกิดภาพที่ไม่ดีขึ้นในธุรกิจ ทำให้ธุรกิจขายตรงเกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบติดตาผู้บริโภคเรื่อยมามาถึงปัจจุบัน เมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง พัฒนาตามความรู้ของผู้บริโภคมีมากขึ้น จากการรับข่าวสารในช่องทางต่างๆ บวกกับ ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลธุรกิจมากขึ้น ส่วนนี้ทำให้ขายตรงมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภค อีกทั้งในปัจจุบัน เรื่องการร้องเรียน ของผู้บริโภคก็ไม่ค่อยมีมากเหมือนเมื่อ ก่อน ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจก็ดีขึ้นตามลำดับ

อย่างไรก็ดี หากให้เปรียบระหว่างขายตรงของไทยกับต่างชาติ ก็มองว่า บริษัทขายตรงคนไทยมีการพัฒนาไปมาก และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากขึ้น หลายบริษัทประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ นีโอ ไลฟ์ ทำให้ นักลงทุนต่างชาติรายใหม่ๆ ไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนเจาะตลาดในเมืองไทยเหมือนยุคก่อนๆ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1312 ประจำวันที่ 27-6-2012 ถึง29-6-2012

เปิดใจ ‘นิโรธ เจริญประกอบ’กุนซือ ‘นีโอ ไลฟ์-Neolife’เดินหน้าร่วมอุดมการณ์รับใช้สังคม


“นิโรธ เจริญประกอบ” เลขาธิการสคบ.นั่งแท่นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท “นีโอ ไลฟ์” ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ พร้อมควบตำแหน่งกรรมการ “มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร” ประกาศร่วมอุดมการณ์ สานฝันให้ พี่น้องชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยันพร้อมรับใช้สังคม และเดินหน้าพัฒนาวงการธุรกิจขายตรง 

ภายหลังจากกระแสข่าวการลาออกของ “นิโรธ เจริญประกอบ” เลขาธิการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ด้วยประสบการณ์จากหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคมากว่า 30 ปี จึงรู้ถึง ข้อกฎหมายและแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกต้อง ทำให้หลายภาคธุรกิจต่างต้องการตัวมา เป็นที่ปรึกษาบริษัท

ล่าสุด “นิโรธ เจริญประกอบ” ได้เปิดตัวกับหนังสือพิมพ์ “สยามธุรกิจ” ประกาศรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามคำเชื้อเชิญของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร นีโอ ไลฟ์ฯ หลังจากได้ยื่นใบลาออกในวันที่ 30 มิถุนายน 2555 และพร้อมจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 นี้ 

> เหตุที่ต้องลาออกก่อนเกษียณ

“ด้วยการเป็นราชการอยู่ถึง 38 ปี ซึ่ง 8 ปีแรกผมทำงานอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี 2525 ได้ย้ายเข้ามาทำงานอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ด้วยเหตุที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน จึงได้ทำเรื่องย้ายสังกัดในการทำงาน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน” “นิโรธ เจริญประกอบ” ให้สัมภาษณ์ทีมงาน “สยามธุรกิจ” 

โดยงานของสคบ. เป็นงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชนผู้บริโภค ซึ่งจะมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ ซึ่งสคบ.ก็จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแลบรรดา ผู้ประกอบการไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งในการทำงานยอมรับว่ามีเรื่องต่างๆ เข้ามากดดัน มากมาย ทั้งจากประชาชนผู้บริโภคเองก็ดี รวมทั้งผู้ประกอบการเองก็ดี

เนื่องจากการที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูกเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย หากสคบ.เข้าข้างประชาชน ผู้บริโภคมากจนเกินไป ก็จะมีฝ่ายผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจเกิดเรื่องความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ และในทางกลับกัน หากประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับการตัดสินอย่างที่ เขาต้องการ ก็จะกลายเป็นว่าสคบ.ไม่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภคอีก ซึ่งในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งสคบ. ก็ต้องพยายามที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งต้องเข้าใจ ว่าสคบ.เป็นหน่วยงานที่ประชาชนผู้บริโภคตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมาก แรงกดดันจึงมีมากตามมา

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ความกดดันจากความคาดหวังของประชาชนจะมีมาก ทำให้การทำงานยากขึ้นตาม ก็เป็นเรื่องที่มีความยินดี เนื่องจากสคบ.นับเป็นหนึ่งหน่วยงานที่เน้นเรื่อง การช่วยเหลือผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2545 ทางสคบ.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในเรื่อง ของการดูแลในส่วนของธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งทำให้หน่วยงานมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาพขายตรงในอดีตค่อนข้างติดลบเป็นอย่างมากในสายตาผู้บริโภค ทำให้สคบ.ต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดของธุรกิจ และทำให้การทำงานในการกำกับดูแลธุรกิจนี้ ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด

ในปี 2551 “นิโรธ” ได้รับการพิจารณาให้นั่งเป็นเลขาธิการของสคบ. ซึ่งเรื่องท้าทายสิ่งแรกที่เข้ามาทำ ก็คือ การออกใบอนุญาตให้กับบรรดาบริษัทขายตรงต้องรวดเร็ว และชัดเจนที่สุด ซึ่งจากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลานานในการขออนุญาตเปิดบริษัท จนเกิดเสียงว่ากล่าวจากผู้ประกอบการว่า หน่วยงานรัฐทำงานช้าจนนำมาซึ่งความคิดที่ว่า สคบ.ต้องการอะไรหรือเปล่าจึงดึงเวลา ซึ่งส่วนนี้ตนเข้าใจผู้บริโภค และปรับรูปแบบการทำงาน จนการจดทะเบียนเปิดบริษัทขายตรงสามารถเสร็จสิ้นหลังจากยื่นหลักฐานขอเปิดอย่างครบถ้วน ด้วยระยะเวลา เพียง 3 วัน เป็นการปิดข้อครหาของบรรดาบริษัทขายตรงที่มีต่อหน่วยงานรัฐได้เป็นอย่างดี

> อะไรคือสิ่งที่ทำให้เลือก “นีโอ ไลฟ์”

ในช่วงที่ผ่านมา ทาง “ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ได้เข้ามาทาบทาม เพื่อให้เข้ามาร่วมทำงาน ซึ่งในตอนนั้นทาง “ดร.นพรุจ” ต้องการให้เข้ามาช่วยงาน “มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร” ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เนื่องจากโดยส่วนตัวเป็นคนที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมอยู่แล้ว และการที่ประธานของบริษัทขายตรงอย่าง “นีโอ ไลฟ์” เข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่จะมีส่วนร่วมในจุดนี้ และได้รับปากที่จะเข้ามาช่วยเหลือ

โดยก่อนที่จะรับปากในการเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ “นีโอ ไลฟ์” ก็ได้ทำการศึกษาบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ มาก่อน ซึ่งด้วยการที่ทำงานอยู่ในสคบ. ก็ย่อม รู้ว่าบริษัทขายตรงแบรนด์ใด ค่ายไหนมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่ง “นีโอ ไลฟ์” นับเป็นบริษัทขายตรงของไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ “ไบนารี่” ที่มีความเป็นธรรม และไม่มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นมาก่อน 

นอกจากการศึกษาในเรื่องของแผน และข้อร้องเรียนแล้ว ยังได้รับทราบข่าวสาร ของ “นีโอ ไลฟ์” ผ่านหน้าจอทีวี ในช่องดาวเทียม “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ” ซึ่งเป็นช่องทีวีของบริษัท ซึ่งก็เห็นว่า “นีโอ ไลฟ์” เป็นบริษัทขายตรงของคนรากหญ้า และคนไทยอย่างแท้จริง เพราะจากรายการที่บริษัทนำนักขายในตำแหน่งต่างๆ มาพูดคุย จึงเกิดความรู้สึกว่า บริษัทขายตรงแบรนด์นี้ เป็นบริษัทช่วยคนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังตอบ โจทย์ความสำเร็จให้กับผู้คนทุกระดับได้อย่าง เป็นรูปธรรมไม่เพียงเท่านี้ ยังประทับใจการทำงาน ของประธานบริษัทอย่าง “ดร.นพรุจ เวชกุล” ที่ทำงานในการให้ความรู้นักขายด้วยตนเอง โดยตลอด ทำให้นักขายเกิดความเข้าใจ และ มีแรงกระตุ้นในการทำงาน “เหตุผลที่กล่าวมา จึงทำให้ผมรับปาก ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ในการผลักดันบริษัท เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป” นิโรธกล่าว 

> สิ่งที่จะผลักดันหลังการเข้ารับตำแหน่ง

จากประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายมาตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับสคบ. ก็มีความต้องการที่จะใช้ ความรู้ประสบการณ์ในส่วนนี้ ผลักดัน “นีโอ ไลฟ์” และธุรกิจขายตรงให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อีกทั้งยังต้องการที่จะผลักดันภาพลักษณ์ของขายตรงให้กลายเป็นธุรกิจสีขาวอย่างภาคภูมิในอนาคตต่อไป

ส่วนในเรื่องของการทำงานใน “นีโอ ไลฟ์” คงต้องใช้เวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่ง เพื่อจะได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะ ได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแนวทางของ “ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานบริษัท ซึ่งถือว่า เป็นสุดยอดผู้นำวงการธุรกิจขายตรงก็ว่าได้ 

> วิวัฒนาการธุรกิจขายตรงดีขึ้นมากน้อยเพียงใด 

ในอดีตธุรกิจขายตรงถูกมองว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากข่าวสารยังมีไม่เท่า ปัจจุบัน ผู้ประกอบการทำงานอย่างฉาบฉวย มีความโลภ ทำให้เกิดภาพที่ไม่ดีขึ้นในธุรกิจ ทำให้ธุรกิจขายตรงเกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบติดตาผู้บริโภคเรื่อยมามาถึงปัจจุบัน เมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง พัฒนาตามความรู้ของผู้บริโภคมีมากขึ้น จากการรับข่าวสารในช่องทางต่างๆ บวกกับ ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลธุรกิจมากขึ้น ส่วนนี้ทำให้ขายตรงมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภค อีกทั้งในปัจจุบัน เรื่องการร้องเรียน ของผู้บริโภคก็ไม่ค่อยมีมากเหมือนเมื่อ ก่อน ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจก็ดีขึ้นตามลำดับ 

อย่างไรก็ดี หากให้เปรียบระหว่างขายตรงของไทยกับต่างชาติ ก็มองว่า บริษัทขายตรงคนไทยมีการพัฒนาไปมาก และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากขึ้น หลายบริษัทประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ นีโอ ไลฟ์ ทำให้ นักลงทุนต่างชาติรายใหม่ๆ ไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนเจาะตลาดในเมืองไทยเหมือนยุคก่อนๆ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1312 ประจำวันที่ 27-6-2012  ถึง 29-6-2012 

เปิดใจ ‘นิโรธ เจริญประกอบ’กุนซือ ‘นีโอ ไลฟ์-Neolife’เดินหน้าร่วมอุดมการณ์รับใช้สังคม


“นิโรธ เจริญประกอบ” เลขาธิการสคบ.นั่งแท่นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท “นีโอ ไลฟ์” ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ พร้อมควบตำแหน่งกรรมการ “มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร” ประกาศร่วมอุดมการณ์ สานฝันให้ พี่น้องชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยันพร้อมรับใช้สังคม และเดินหน้าพัฒนาวงการธุรกิจขายตรง 

ภายหลังจากกระแสข่าวการลาออกของ “นิโรธ เจริญประกอบ” เลขาธิการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ด้วยประสบการณ์จากหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคมากว่า 30 ปี จึงรู้ถึง ข้อกฎหมายและแนวทางการทำธุรกิจที่ถูกต้อง ทำให้หลายภาคธุรกิจต่างต้องการตัวมา เป็นที่ปรึกษาบริษัท

ล่าสุด “นิโรธ เจริญประกอบ” ได้เปิดตัวกับหนังสือพิมพ์ “สยามธุรกิจ” ประกาศรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามคำเชื้อเชิญของ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร นีโอ ไลฟ์ฯ หลังจากได้ยื่นใบลาออกในวันที่ 30 มิถุนายน 2555 และพร้อมจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 นี้ 

> เหตุที่ต้องลาออกก่อนเกษียณ

“ด้วยการเป็นราชการอยู่ถึง 38 ปี ซึ่ง 8 ปีแรกผมทำงานอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี 2525 ได้ย้ายเข้ามาทำงานอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ด้วยเหตุที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน จึงได้ทำเรื่องย้ายสังกัดในการทำงาน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน” “นิโรธ เจริญประกอบ” ให้สัมภาษณ์ทีมงาน “สยามธุรกิจ” 

โดยงานของสคบ. เป็นงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชนผู้บริโภค ซึ่งจะมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ ซึ่งสคบ.ก็จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแลบรรดา ผู้ประกอบการไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งในการทำงานยอมรับว่ามีเรื่องต่างๆ เข้ามากดดัน มากมาย ทั้งจากประชาชนผู้บริโภคเองก็ดี รวมทั้งผู้ประกอบการเองก็ดี

เนื่องจากการที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูกเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย หากสคบ.เข้าข้างประชาชน ผู้บริโภคมากจนเกินไป ก็จะมีฝ่ายผู้ประกอบการที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจเกิดเรื่องความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ และในทางกลับกัน หากประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับการตัดสินอย่างที่ เขาต้องการ ก็จะกลายเป็นว่าสคบ.ไม่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภคอีก ซึ่งในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ยาก ซึ่งสคบ. ก็ต้องพยายามที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งต้องเข้าใจ ว่าสคบ.เป็นหน่วยงานที่ประชาชนผู้บริโภคตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมาก แรงกดดันจึงมีมากตามมา

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ความกดดันจากความคาดหวังของประชาชนจะมีมาก ทำให้การทำงานยากขึ้นตาม ก็เป็นเรื่องที่มีความยินดี เนื่องจากสคบ.นับเป็นหนึ่งหน่วยงานที่เน้นเรื่อง การช่วยเหลือผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2545 ทางสคบ.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในเรื่อง ของการดูแลในส่วนของธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ซึ่งสิ่งนี้ยิ่งทำให้หน่วยงานมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาพขายตรงในอดีตค่อนข้างติดลบเป็นอย่างมากในสายตาผู้บริโภค ทำให้สคบ.ต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดของธุรกิจ และทำให้การทำงานในการกำกับดูแลธุรกิจนี้ ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด

ในปี 2551 “นิโรธ” ได้รับการพิจารณาให้นั่งเป็นเลขาธิการของสคบ. ซึ่งเรื่องท้าทายสิ่งแรกที่เข้ามาทำ ก็คือ การออกใบอนุญาตให้กับบรรดาบริษัทขายตรงต้องรวดเร็ว และชัดเจนที่สุด ซึ่งจากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องใช้เวลานานในการขออนุญาตเปิดบริษัท จนเกิดเสียงว่ากล่าวจากผู้ประกอบการว่า หน่วยงานรัฐทำงานช้าจนนำมาซึ่งความคิดที่ว่า สคบ.ต้องการอะไรหรือเปล่าจึงดึงเวลา ซึ่งส่วนนี้ตนเข้าใจผู้บริโภค และปรับรูปแบบการทำงาน จนการจดทะเบียนเปิดบริษัทขายตรงสามารถเสร็จสิ้นหลังจากยื่นหลักฐานขอเปิดอย่างครบถ้วน ด้วยระยะเวลา เพียง 3 วัน เป็นการปิดข้อครหาของบรรดาบริษัทขายตรงที่มีต่อหน่วยงานรัฐได้เป็นอย่างดี

> อะไรคือสิ่งที่ทำให้เลือก “นีโอ ไลฟ์”

ในช่วงที่ผ่านมา ทาง “ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ได้เข้ามาทาบทาม เพื่อให้เข้ามาร่วมทำงาน ซึ่งในตอนนั้นทาง “ดร.นพรุจ” ต้องการให้เข้ามาช่วยงาน “มูลนิธิเยาวชนผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร” ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เนื่องจากโดยส่วนตัวเป็นคนที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมอยู่แล้ว และการที่ประธานของบริษัทขายตรงอย่าง “นีโอ ไลฟ์” เข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่จะมีส่วนร่วมในจุดนี้ และได้รับปากที่จะเข้ามาช่วยเหลือ

โดยก่อนที่จะรับปากในการเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ “นีโอ ไลฟ์” ก็ได้ทำการศึกษาบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ มาก่อน ซึ่งด้วยการที่ทำงานอยู่ในสคบ. ก็ย่อม รู้ว่าบริษัทขายตรงแบรนด์ใด ค่ายไหนมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างไร ซึ่ง “นีโอ ไลฟ์” นับเป็นบริษัทขายตรงของไทย ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบ “ไบนารี่” ที่มีความเป็นธรรม และไม่มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นมาก่อน 

นอกจากการศึกษาในเรื่องของแผน และข้อร้องเรียนแล้ว ยังได้รับทราบข่าวสาร ของ “นีโอ ไลฟ์” ผ่านหน้าจอทีวี ในช่องดาวเทียม “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ” ซึ่งเป็นช่องทีวีของบริษัท ซึ่งก็เห็นว่า “นีโอ ไลฟ์” เป็นบริษัทขายตรงของคนรากหญ้า และคนไทยอย่างแท้จริง เพราะจากรายการที่บริษัทนำนักขายในตำแหน่งต่างๆ มาพูดคุย จึงเกิดความรู้สึกว่า บริษัทขายตรงแบรนด์นี้ เป็นบริษัทช่วยคนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังตอบ โจทย์ความสำเร็จให้กับผู้คนทุกระดับได้อย่าง เป็นรูปธรรมไม่เพียงเท่านี้ ยังประทับใจการทำงาน ของประธานบริษัทอย่าง “ดร.นพรุจ เวชกุล” ที่ทำงานในการให้ความรู้นักขายด้วยตนเอง โดยตลอด ทำให้นักขายเกิดความเข้าใจ และ มีแรงกระตุ้นในการทำงาน “เหตุผลที่กล่าวมา จึงทำให้ผมรับปาก ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ในการผลักดันบริษัท เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป” นิโรธกล่าว 

> สิ่งที่จะผลักดันหลังการเข้ารับตำแหน่ง

จากประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายมาตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับสคบ. ก็มีความต้องการที่จะใช้ ความรู้ประสบการณ์ในส่วนนี้ ผลักดัน “นีโอ ไลฟ์” และธุรกิจขายตรงให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อีกทั้งยังต้องการที่จะผลักดันภาพลักษณ์ของขายตรงให้กลายเป็นธุรกิจสีขาวอย่างภาคภูมิในอนาคตต่อไป

ส่วนในเรื่องของการทำงานใน “นีโอ ไลฟ์” คงต้องใช้เวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่ง เพื่อจะได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะ ได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแนวทางของ “ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานบริษัท ซึ่งถือว่า เป็นสุดยอดผู้นำวงการธุรกิจขายตรงก็ว่าได้ 

> วิวัฒนาการธุรกิจขายตรงดีขึ้นมากน้อยเพียงใด 

ในอดีตธุรกิจขายตรงถูกมองว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากข่าวสารยังมีไม่เท่า ปัจจุบัน ผู้ประกอบการทำงานอย่างฉาบฉวย มีความโลภ ทำให้เกิดภาพที่ไม่ดีขึ้นในธุรกิจ ทำให้ธุรกิจขายตรงเกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบติดตาผู้บริโภคเรื่อยมามาถึงปัจจุบัน เมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง พัฒนาตามความรู้ของผู้บริโภคมีมากขึ้น จากการรับข่าวสารในช่องทางต่างๆ บวกกับ ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลธุรกิจมากขึ้น ส่วนนี้ทำให้ขายตรงมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้บริโภค อีกทั้งในปัจจุบัน เรื่องการร้องเรียน ของผู้บริโภคก็ไม่ค่อยมีมากเหมือนเมื่อ ก่อน ทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจก็ดีขึ้นตามลำดับ 

อย่างไรก็ดี หากให้เปรียบระหว่างขายตรงของไทยกับต่างชาติ ก็มองว่า บริษัทขายตรงคนไทยมีการพัฒนาไปมาก และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากขึ้น หลายบริษัทประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ นีโอ ไลฟ์ ทำให้ นักลงทุนต่างชาติรายใหม่ๆ ไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนเจาะตลาดในเมืองไทยเหมือนยุคก่อนๆ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1312 ประจำวันที่ 27-6-2012  ถึง 29-6-2012