ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

ยูนิซิตี้ มอบเงินสมทบทุน ใน โครงการ “เพื่อชีวิตที่ดีกว่า”



มร. คริสโตเฟอร์ คิม ผู้บริหารจากบริษัทยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ร่วมด้วย มร.แดเนียล ฮิวส์ ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ และ คุณสาริณี เสฐียรภัคกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดจากบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด มอบเงินสมทบทุนจำนวน 1,576,288 บาท ให้แก่สำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองทัพบก โดยมี พลเอกพิเชษฐ์ วิสัยจร (ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก) และพลเอกชาย คำวงษา (ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองทัพบก) เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำเงินดังกล่าวไปใช้ในโครงการ “เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” (Make Life Better Foundation) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CSR ของยูนิซิตี้ มุ่งเน้นที่จะพัฒนาบุคลากรโดยให้การศึกษาแก่ผู้ที่ด้อยโอกาสเพื่อที่เขาจะได้มีความรู้และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง

ที่มา : http://www.newswit.com

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ ไขความลับ มหัศจรรย์แห่งเพชร ในการบำรุงผิว



เพราะผู้หญิงกับความงามเป็นของคู่กัน แต่ความงามอย่างใดกันที่หญิงสาวปรารถนา หากไม่ใช่ความงามที่ยั่งยืนและอมตะดุจเครื่องประดับที่ล้ำค่าเช่น “เพชร” ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า เพชรได้ถูกแปรเปลี่ยนคุณค่าให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้าน นอกจากเครื่องประดับที่สะท้อนความหรูหราสง่างามแล้ว หนึ่งในนั้นเพชรยังเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และสดใส วันนี้ อาวียองซ์ โดย ภญ.สุภาภรณ์ ฤกษ์พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ ร่วมให้ความรู้พร้อมเผยคุณค่าแห่งเพชรสู่ความงาม

 

ภญ.สุภาภรณ์ ฤกษ์พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ กล่าวว่า “เพชร เป็นสัญลักษณ์แห่งความล้ำค่าและความเป็นอมตะ มีเรื่องราวและประวัติศาสตร์แสนยาวนาน ก่อนที่จะถูกมนุษย์ค้นพบขึ้นในสมัยกรีกและโรมัน คำว่า “Diamond” มาจากภาษากรีก “adamante” ซึ่งมีความหมายว่า “Unbreakable” หรือ “ไม่มีวันแตกสลาย” เพชรเป็นแร่ที่เกิดจากคาร์บอนอะตอมที่มีการเรียงตัวของโครงสร้างได้อย่างพิเศษและมหัศจรรย์ คาร์บอนจัดว่าเป็นธาตุองค์ประกอบหลักของเซลล์ที่มีชีวิต ดังนั้น จึงเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์ ในขณะเดียวกันพลังงานในโมเลกุลระหว่างพันธะคาร์บอน ซึ่งมีความแข็งแรงสูงมากจึงทำให้มีการนำเพชรมาเป็นตัวให้

พลังงานในระดับเซลล์ในการรักษาแบบการแพทย์ทางเลือกองค์รวม ในการบำบัด ฟื้นฟูเซลล์ร่างกายให้กลับมามีพลังมากขึ้น และในด้านความงามได้นำมาเป็นส่วนประกอบในเครื่องประทินผิวต่างๆ”

“สืบเนื่องจากการเรียงตัวของอะตอมในโครงสร้างเพชรนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ จึงทำให้เพชรเป็นตัวนำพลังงานได้ดีมาก จึงเป็นเหตุผลในการนำคุณสมบัตินี้มาใช้กับเครื่องสำอาง ในการนำส่งพลังงานให้เซลล์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเหลวในผิวทำให้สามารถนำสารอาหารอื่นๆ ตรงเข้าบำรุงได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว โดยเฉพาะในเซลล์ผิวที่อ่อนล้าและร่วงโรยจากวัย พร้อมเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์จากคุณสมบัติการกระจายแสงที่ดีเยี่ยมดุจอัญมณี ด้วย Purified Diamond Mineral Microparticles อนุภาคเพชรบริสุทธิ์ ฟื้นบำรุงความ

เปล่งปลั่งให้ผิวที่โรยรา ปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอ”

ไม่น่าเชื่อว่านอกจากความงามของเพชรด้วยตัวมันเองแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยคงความงามสำหรับหญิงสาวอีกด้วย อย่างนี้ต้องยกนิ้วให้ในความมหัศจรรย์จริงๆ
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร.0-2434-8300

คุณสุจินดา , คุณแสงนภา , คุณปิติยา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com



 

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ออริเฟลม มอบทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ เปิดตัว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวลเนส บาย ออริเฟลม 3 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมแนะวิธีการเสริมสุขภาพดี จากภายในสู่ภายนอก



การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมืองที่มีความรีบเร่งอย่างทุกวันนี้ คงไม่อาจตัดสินด้วยสายตาได้ว่า คนที่มีร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ หรือหุ่นเพรียวผอมบาง ใครจะมีสุขภาพดีกว่ากัน เพราะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่เป็นสาเหตุทำให้คนสมัยนี้กลายเป็นผู้ที่ทำลายสุขภาพตัวเองโดยไม่ตั้งใจ แต่ส่วนที่สึกหรอของร่างกายนั้นสามารถทำให้ฟื้นคืนมาได้ เพราะทางเลือกในการมีสุขภาพดีมีมากกว่าที่คิด

ด้วยเหตุนี้ บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงผลิตภัณฑ์ด้านความงามจากธรรมชาติคุณภาพสูงกว่า 40 ปี จากประเทศสวีเดน จึงขอเป็นอีกทางหนึ่งในการนำเสนอสิ่งดีๆ มาช่วยเสริมและเติมเต็มในส่วนที่ร่างกายขาดหายไป ด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวลเนส บาย ออริเฟลม (Wellness by Oriflame) ที่ให้โปรตีนสูงแต่น้ำตาลต่ำ ทำให้ร่างกายที่เคยได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน กลับมามีรูปร่างที่สมส่วน ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์ สวยจากภายในสู่ภายนอกได้ โดยทำการเปิดตัวไปแล้ว เมื่อวันก่อน ณ โรงแรมสุโขทัย

เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ภายในงาน ก็เหมือนเดินเข้าไปสู่โลกของการมีสุขภาพดีแล้ว เพราะบรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความหอมสดชื่นของผลไม้ที่นำมาตกแต่งอย่างสวยงามและน่ารับประทานไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะบริเวณกลางห้อง มีประติมากรรมรูปหญิงสาวที่ได้รับการตกแต่งด้วยผัก ผลไม้ อาทิ สตรอเบอร์รี่ ส้ม แอ๊ปเปิ้ล กีวี องุ่น แครอท มะนาว โดดเด่นอยู่ ได้รับความสนใจจากแขกในงานเป็นอย่างยิ่ง

ศุภราภรณ์ เอสซี เปา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงที่มาของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่าออริเฟลม เข้าใจดีถึงวิถีชีวิตอันเร่งรีบที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญในทุกๆ วัน แต่ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าสุขภาพดีนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากโภชนาการอันสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวลเนส บาย ออริเฟลม ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดปัญหาสุขภาพที่หลายคนกำลังประสบอยู่ได้

“ทุกวันนี้ชีวิตคนเรามีความเครียดมากขึ้น มีเวลาว่างน้อยลง แถมไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ซึ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะกังวลมาก เรื่องการควบคุมน้ำหนักซึ่งจะทำได้ดีคือ อาหารที่รับประทานเข้าไป ชีวิตคนส่วนใหญ่ใช้เวลา อยู่ข้างนอกไม่ต่ำกว่า 12-14 ชั่วโมง การทานอาหารนอกบ้านก็ไม่แน่ว่าจะได้สารอาหารครบ ทุกหมู่หรือไม่ ออริเฟลมจึงมีทางเลือกสำหรับทุกท่านในการดูแลสุขภาพ ที่ตอบสนองความต้องการของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยของคนเมือง เน้นในเรื่องโภชนาการที่จำเป็น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีรูปร่างที่แข็งแรงดูดี แต่อาจไม่สะดวกที่จะสรรหาสิ่งจำเป็นในการดูแลสุขภาพได้อย่างครบถ้วน

“ผลิตภัณฑ์ของเราใช้เวลานานมากกว่าที่จะค้นคว้าและพัฒนาออกมา ดิฉันเองเป็นแอมบาสเดอร์ตัวจริงเลย เพราะใช้ผลิตภัณฑ์ของออริเฟลมตั้งแต่ภายนอก และตอนนี้ก็ใช้จากภายในด้วยเช่นกัน จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ทราบทั่วกันว่า การสวยจากภายในทำได้อย่างไรค่ะ” หัวเรือใหญ่ ออริเฟลม คอสเมติกส์ ประเทศไทย กล่าว

การมีโภชนาการที่ดี เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม งานนี้จึงมีผู้มาให้คำแนะนำง่ายๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัว และการบริโภค ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี คือ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเจ้าของ “ของขวัญคลีนิก” ที่เห็นสาเหตุของชีวิตที่วุ่นวายของคนในเมืองว่า เกิดจากความห่วงเรื่องธุรกิจจนลืมดูแลร่างกายให้ดีเท่าที่ควร ทั้งยังใช้ร่างกายหนักเกินไป ทำให้โทรมเร็ว จึงควรแก้ปัญหาให้ถูกจุด

“เรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับการดูแลร่างกาย คือ การกินการอยู่ การได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ในแต่ละวันให้เพียงพอ แต่เนื่องจากผู้หญิงและผู้ชายมีสรีระต่างกัน ความต้องการในการได้รับสารอาหารแต่ละชนิดย่อมไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะห่วงเรื่องรูปร่างหรือผิวพรรณมากกว่า จึงควรเน้นไปที่วิตามิน เกลือแร่ ที่เกี่ยวกับทางด้านผิวพรรณ ส่วนผู้ชายจะเป็นแนวออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ ก็ควรเน้นไปที่โปรตีน แมกนีเซียม

“ถึงแม้ชีวิตประจำวันจะมีความเร่งรีบ แต่ถือว่าโชคดีที่หนุ่มสาวยุคนี้มีตัวเลือกมาช่วยในการใช้ชีวิต ให้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องพิจารณาด้วยว่ามาจากธรรมชาติ 100% หรือ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องออกกำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใสด้วย เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพดีครบถ้วน”

เพราะรู้ว่าการมีสุขภาพดี ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิด ถึงแม้จะยังเป็นคนหนุ่มสาวแต่บางคนอาจมีสุขภาพย่ำแย่กว่าผู้สูงอายุก็เป็นได้ ลองมาฟังความคิดเห็นของ 2 คนรุ่นใหม่ที่รู้ตัวว่าไม่สามารถดูแลสุขภาพตนเองให้ดีเต็มร้อยได้ จึงต้องหาสิ่งที่ดีแก่สุขภาพเข้ามาเสริมเพื่อให้ส่วนที่ขาดหายไป กลับคืนมาอย่างครบถ้วนและปลอดภัย

อย่างเช่น ดวง-นีรนาท เผ่าสวัสดิ์ คอลัมนิสต์ นิตยสารชื่อดังหลายฉบับ และ ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับโปรเจ็คท์พิเศษ ด้วยความที่เป็นคนเนี้ยบทั้งบุคลิก และเรื่องงาน จึงจำเป็นหาผู้ช่วยในการดูแลสุขภาพ เพื่อช่วยในการเสริมความสดชื่น แข็งแรงให้ร่างกายดูดี มีพลังที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อสู้กับงานหนัก

“อย่างที่หลายๆ ท่านบอก คือ คนเรามีความเครียดเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องของตัวเองและเรื่องของคนอื่น ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบ ทรุดโทรมลงได้ การหันมาพึ่งอาหารเสริมที่จะบำรุงร่างกายของเรา ไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะคนที่อายุมากขึ้นยิ่งต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อความสมบูรณ์ดูดีของร่างกาย

“หากจะพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผม คงเป็น มัลติวิตามิน แอนด์ มิเนอรัล บลู ซึ่งมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีวิตามินหลายตัว ที่มีความจำเป็นต่อผู้ชายเพราะมีไลฟ์สไตล์ การใช้งานร่างกายในชีวิตประจำวันที่ไม่เหมือนผู้หญิง จึงต้องการสารอาหารเข้าไปเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายมากขึ้น รู้สึกได้เลยว่าทำให้สดชื่น เฮลท์ตี้ มั่นใจยิ่งขึ้น” หนุ่มมาดเนี้ยบ กล่าว

ทางด้านสาวสวย จ๋า-ยศสินี ณ นคร ผู้ผลิตรายการ และผู้จัดละครชื่อดัง ถือเป็น เวิร์คกิ้ง วูแมน ตัวจริง อีกคนหนึ่งที่ดูมีความสดชื่น และพลังเต็มเปี่ยมในตัวอยู่เสมอ แน่นอนว่าเธอคงมีเคล็ดลับส่วนตัวที่นำมาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจได้นำไปใช้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน

“ในแต่ละวัน จ๋าจะมีงานค่อนข้างยุ่งมาก และต้องไปอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่สามารถเลือกทานอาหารครบหมู่ได้ อย่างเช่น ในกองถ่าย เราไม่รู้ว่าวันนี้แม่ครัวจะทำอะไรมาให้ทาน จะมีสารอาหารครบ 5 หมู่ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ หรือเปล่า เราจึงต้องดูแลตัวเองไว้ก่อน ไม่มีข้อแก้ตัวอีกแล้วในสมัยนี้ว่า ไม่มีเวลา ไม่มีของทาน เราต้องจัดการให้ได้ด้วยการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

“สำหรับจ๋า ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ต้องเน้นเรื่องสวยๆ งามๆ ไว้ก่อน จึงสนใจตัว สวีดิช คอมเพล็กซ์ เคยได้ยินมาว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีมากในวิตามินอี แต่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีมากกว่าเป็นร้อยเท่า จะช่วยเสริมคอลลาเจนกับต้านสารอนุมูลอิสระได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีในส่วนของโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ที่ผู้หญิงก็ควรมีไว้บ้างจะได้สวยเต็มที่”

งานนี้ไม่ยอมให้แขกรับเชิญมาร่วมเผยประสบการณ์การมีสุขภาพดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้โชว์ฝีมือทำดริงค์แก้วโปรดของแต่ละคนให้ลองชิมกันด้วย เริ่มจาก จ๋า-ยศสินี เลือกอร่อยกับ แอ๊ปเปิ้ล ดิลิเชียส เครื่องดื่มแสนสมูธที่มีวิธีการทำสุดง่ายเพียงแค่ ผสมนูทรี เชค รสวานิลลา 1 สกู๊ป กับนมพร่องมันเนย 100 มล. ที่เธอย้ำว่ายิ่งเย็นยิ่งอร่อย ตามด้วยน้ำแอปเปิ้ลสด 50 มล. ใส่ผงอบเชย ลงไปเล็กน้อย จากนั้นปั่นจนดูเนียนนุ่ม เหมาะสำหรับดื่มเพื่อเรียกความสดชื่นได้ทุกเช้า
ส่วน คุณหมอของขวัญ ก็ใจตรงกับ ผู้ผลิตละครสาว เลือกทำ แอปเปิ้ล ดิลิเชียส เหมือนกัน แต่เพิ่มน้ำ แครอทเข้าไปด้วย เพื่อช่วยในเรื่องการบำรุงสายตา และบำรุงผิว สำหรับใครที่ชื่นชอบผลไม้หรือน้ำผลไม้ ก็สามารถเติมลงไปได้โดยไม่ต้องกลัวเสียรสชาติ

มาที่สูตรเด็ดของ หนุ่มดวง กันบ้าง กับเครื่องดื่มสูตร บานาน่า ซันไรส์ ที่มีกล้วยเป็นส่วนผสมสำคัญ โดย ผสมนูทรี เชค รสสตรอเบอร์รี่ กับนมพร่องมันเนยเย็น 150 มล. เพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วใส่กล้วยลงไป ¾ หรือทั้งลูกก็ได้ตามความชอบ เติมน้ำแข็งอีกนิดเพื่อความเย็นชื่นใจ จากนั้นปั่นให้ละเอียด เมื่อได้เครื่องดื่ม สีสวยแล้ว หากต้องการไฟเบอร์ หรือ สารอาหาร ก็ใส่คอนเฟล็กซ์หรือซีเรียลลงไปได้

สำหรับใครที่ชอบดื่มแบบไม่ปั่น ต้องดูสูตร ทรอปิคอล บรีซ ของผู้บริหารคนเก่ง ศุภราภรณ์ เอสซี เปา ที่เล่าให้ฟังถึงเหตุผลในการทำเครื่องดื่มแก้วนี้ว่า เนื่องจากเป็นคนเดินทางบ่อยและทานอาหารไม่เป็นเวลา การจะนำเครื่องปั่นติดตัวไปด้วยคงลำบาก จึงใช้แก้ว เชค แทน ซึ่งทำได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีน้ำผลไม้ 1 อย่างซึ่งเธอเลือกน้ำสัปปะรด ใส่ลงไป 150 มล. ตามด้วย นูทรีเชค รสสตรอเบอร์รี่ 1 สกู๊ป แล้วเชคให้เข้ากันเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เครื่องดื่มสูตรพิเศษทั้งหลายนี้ มีส่วนผสมจาก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม นูทริเชค ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก และ ดูแลรูปร่าง อีกทั้งยังทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่พอเพียงดีต่อสุขภาพด้วย ใครที่ชอบทำเครื่องดื่ม สามารถนำสูตรความอร่อยกลับไปทำดื่มให้หนำใจแบบไม่ต้องห่วงน้ำหนักเลย

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในกลุ่ม เวลเนส บาย ออริเฟลม มีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบให้เลือกรับประทานเพื่อเสริมสารอาหารในส่วนที่ร่างกายขาดไป ได้แก่
“นูทรี เชค” ด้วยส่วนประกอบที่ดีที่สุดจากธรรมชาติอย่าง โปรตีนจากไข่ จากไก่ที่ได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มปิด และอาหารที่ได้รับคือเมล็ดเฟล็กซ์ที่มีโอเมก้าสูง ทำให้ไข่มีโอเมก้าด้วยเช่นกัน, โปรตีนจากถั่วลันเตา และ เวย์โปรตีน (หางนม) ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย มี 2 รส คือ สตรอเบอร์รี่ และ วานิลลา
ฟิชออยล์ (Fish Oil) เป็นน้ำมันปลาโอเมก้า3 สกัดจากปลาซาร์ดีน ช่วยให้ผิวแห้งกร้านกลับชุ่มชื้น บำรุงการทำงานของสมองและระบบหัวใจหลอดเลือด
สวีดิช คอมเพลกซ์ (Swedish Complex) ให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอยแห่งวัยและเพิ่มสุขภาพผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
มัลติวิตามิน แอนด์ มิเนอรัล สำหรับผู้ชาย (Multivitamin & Mineral Blue) อุดมด้วย วิตามินและแร่ธาตุจำเป็น รวม 18 ชนิด เพื่อความสอดคล้องกับกิจกรรมของผู้ชายและช่วยเติมเต็มใน แต่ละวัน

มัลติวิตามิน แอนด์ มิเนอรัล สำหรับผู้หญิง (Multivitamin & Mineral Purple) ให้ความสมดุล ในการรวมกันของทั้งวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นสำหรับ การดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ
แม้สุขภาพดีมีจุดเริ่มต้นมาจากโภชนาการอันสมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่อาจทำได้ยากสำหรับใครบางคน อาหารเสริมจึงตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ทำงานโลกปัจจุบัน ได้เป็นอย่างดี หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ออริเฟลม สามารถคลิกไปที่ www.oriflame.co.th หรือ www.facebook.com/Oriflameth หรือโทร 02-715-1111
?
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 2525699 Public Hit

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต

 

 

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

แอมเวย์รุกตลาดวิตามินรวมส่ง “นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์” ปลุกกระแสดูแลสุขภาพ สิ้นปีมั่นใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ทะลุ 5,600 ล้านบาท



ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์จากแอมเวย์เดินหน้ารุกตลาดกลุ่มวิตามินรวม เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี “NutriLOVE by Nutrilite” แนะนำ “นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์” ผลิตภัณฑ์ประเภทวิตามินรวม เกลือแร่รวม และไฟโตนิวเทรียนท์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทีวี 6 เรื่อง ปลุกกระแสให้คนไทยส่งมอบความรักด้วยการดูแลสุขภาพ มั่นใจสิ้นปีนี้สร้างยอดขายนิวทริไลท์เติบโตถึง 5,600 ล้านบาท ล่าสุดจับมือเอแบคโพลล์สำรวจพฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ พบคนไทยเกินครึ่งกินผักผลไม้ต่อวันไม่เพียงพอ และ 89% บริโภคผักผลไม้ไม่ครบทั้ง 5 สี ส่งผลต่อสุขภาพคนไทยระยะยาว

นายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เทรนด์ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น และยอมรับให้ผลิตภัณฑ์เสริม-อาหารเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพ แต่ไลฟ์สไตล์สังคมปัจจุบันกลับทำให้ผู้คนไม่ค่อยมีเวลาดูแลสุขภาพและเลือกบริโภคอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นไม่ครบถ้วนในชีวิตประจำวัน ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของประเทศไทยจึงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2553 ที่ผ่านมาตลาดรวมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีมูลค่ากว่า 26,600 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดกลุ่มวิตามินรวมจำนวน 2,100 ล้านบาท และคาดว่าตลาดกลุ่มวิตามินรวมจะมีอัตราเติบโตอีก 5% ในปีนี้

“ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ให้กับแอมเวย์ โดยมียอดขายรวมเป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มวิตามิน เกลือแร่ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมด* ขณะเดียวกัน ในตลาดประเทศไทยนิวทริไลท์ก็เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ ด้วยยอดจำหน่ายที่ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายในปีที่ผ่านมากว่า 5,100 ล้านบาท” นายกิจธวัชกล่าว

นายกิจธวัชกล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2554 แนวทางการตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ในปีนี้ บริษัทใช้กลยุทธ์ “มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้า” (Consumer Focus) เป็นหลัก โดยได้เตรียมแผนการตลาดและการขายแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม (Segmentation) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคในยุคเจนเอ็กซ์ (Generation X) หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 31-45 ปี และเจนวาย (Generation Y) กลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 11-30 ปี ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับโลกอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีไอที คนทั้งสองกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มห่วงใยและดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น ขณะที่ประชากรกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) อายุ 46-65 ปีขึ้นไป พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และมีความจำเป็นที่ต้องสนใจดูแลรักษาสุขภาพเพื่อร่างกายที่แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์จากแอมเวย์มีความหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งเราจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงในการบุกตลาดตั้งแต่ต้นปีอย่าง “นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์” ด้วยแคมเปญใหญ่ “NutriLOVE by Nutrilite” ที่มุ่งสร้างแบรนด์และให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับสารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์

“นอกจากนั้น บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากในการจัดฝึกอบรมนักธุรกิจแอมเวย์ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้สามารถอธิบายแก่ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ รวมทั้งสามารถบุกตลาดไปในทิศทางเดียวกับบริษัท จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า สิ้นปีนี้แอมเวย์จะสร้างยอดขายเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ได้เพิ่มขึ้นอีก 10% หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท”

นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณต่ำกว่ามาตรฐานที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำ คือวันละ 4-6 ทัพพี อันเป็นสาเหตุให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นไม่ครบถ้วนต่อวัน สถาบันสุขภาพ-นิวทริไลท์จึงร่วมมือกับเอแบคโพลล์ทำการสำรวจ “พฤติกรรมการบริโภคผักผลไม้ของคนไทย” กับประชาชนทั่วประเทศ อายุระหว่าง 18-65 ปี ระหว่างวันที่ 3-11 กุมภาพันธ์ 2554 จำนวนทั้งสิ้น 4,295 ตัวอย่าง พบว่า คนไทยเกินครึ่ง 62.3% กินผักผลไม้ไม่เพียงพอต่อวัน นอกจากนั้น 89% บริโภคผักผลไม้ไม่ครบทั้ง 5 สี และอีก 98% ไม่รู้จักสารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคเสื่อมต่างๆ

นางรัตนา กล่าวต่อไปว่า เรามั่นใจในคุณภาพของ “นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์” จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาโภชนาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะประกอบด้วยส่วนผสมของวิตามินรวม เกลือแร่รวม และไฟโตนิวเทรียนท์ รวม 26 ชนิด กับสารสกัดจากผักผลไม้อีก 18 ชนิด ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์วิตามินรวมที่มีในตลาดเมืองไทย สำหรับแคมเปญ “NutriLOVE by Nutrilite” นั้น เป็นการสื่อสารถึงผู้บริโภคหลากหลายครบทุกกลุ่มด้วยภาพยนตร์โฆษณาทีวีรวม 6 เรื่อง เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของไฟโตนิวเทรียนท์ โดยได้สื่อสารด้วยโฆษณาแบบ Teaser เพื่อสร้างความสนใจและนัดหมายให้ผู้บริโภคชมพร้อมกันในเวลา 3 ทุ่ม วันที่ 3 มีนาคมนี้

“แนวคิดหลักของแคมเปญนี้ คือ สารอาหารไฟโตนิวเทรียนท์ก็เหมือนความรักที่คนทุกช่วงวัยขาดไม่ได้ จึงเป็นที่มาของหนังรัก 5 แบบที่เชื่อว่า จะเข้าถึงทุกกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ยังประกอบด้วยแผนการตลาดที่ครบ IMC มีการสื่อสารหลากหลายช่องทาง ทั้งทีวี บิลบอร์ด เฟซบุ๊ค เว็บไซต์ และกิจกรรม Below The Lines มากมาย ด้วยงบประมาณรวม 80 ล้านบาท จากแคมเปญดังกล่าว เราเชื่อมั่นว่า เฉพาะสินค้านิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ชนิดเดียว จะมียอดขายสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 15% ส่งผลให้ยอดขายรวมของกลุ่มนิวทริไลท์ทั้งหมดเติบโตเป็น 5,600 ล้านบาท” นางรัตนากล่าวทิ้งท้าย

*สำรวจโดยยูโรมอนิเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระชั้นนำระดับโลกที่มีชื่อเสียงในด้านการวิจัยข้อมูลทางการตลาดของผู้บริโภคในประเทศต่างๆ ถึง 62 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ ณ กรุงลอนดอน และมีเครือข่ายการวิจัยมากกว่า 600 แห่งทั่วโลก Bottom of Form
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เวิรฟ:

วรญา มณีวรรณ (เพชร) โทร.0-2204-8229

พรชนันท์ มงคลกุล (กิฟท์) โทร.0-2204-8223

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

แอมเวย์ จัด งานเอ็กซ์โประดับชาติ 2554 สร้างโอกาสทางธุรกิจ ให้คนไทยกว่า 100,000 คน



บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “แอมเวย์เอ็กซ์โประดับชาติ ปี 2554” (Amway National Expo 2011) โดยได้รับเกียรติจาก มร. ฟรานซิส ปีเตอร์ส ทูตพาณิชย์ สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย มร. จิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นและอดีตกรรมการผู้จัดการคนแรกของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและนักธุรกิจแอมเวย์ระดับสูงให้การต้อนรับ และนำชมงานแสดงสินค้าต้นแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในธุรกิจขายตรงไทย ภายใต้แนวคิด “แอมเวย์...หุ้นส่วนอันดับหนึ่งของคุณ (Amway…Your No.1 Partnership)” เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้คนไทย พร้อมตอกย้ำถึงความสำเร็จร่วมกันระหว่างแอมเวย์และองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ จนทำให้แอมเวย์ครองแชมป์ขายตรงไทยอย่างต่อเนื่อง

แอมเวย์เอ็กซ์โประดับชาติ 2554 จัดขึ้นในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้พื้นที่การจัดงานในอาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ครอบคลุมทั้ง 3 ฮอลล์ เพื่อรองรับนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และผู้ที่สนใจร่วมงานกว่า 100,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศของงานอลังการในฐานะผู้นำขายตรง ประกอบด้วย โซนภาพลักษณ์องค์กร นำเสนอเส้นทางแห่งความสำเร็จของแอมเวย์ธุรกิจขายตรงขนานแท้ และกิจกรรมของมูลนิธิ แอมเวย์เพื่อสังคมไทย รับบริจาคทุนและหนังสือเพื่อนำไปพัฒนาและมอบให้ห้องสมุดแอมเวย์ โซนโอกาสทางธุรกิจ พบกับเรื่องราวความสำเร็จตลอดระยะเวลา 23 ปีของแอมเวย์ประเทศไทย แผนการจ่ายผลตอบแทนที่ยุติธรรม โปร่งใส เป็นไปได้ และเป็นมรดกตกทอด รวมถึงเงินรางวัลและเกียรติรางวัล โซนสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ โซนความงาม จากเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี รวมถึง แอมเวย์ ช็อป ที่เปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ระลึกแก่นักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิก เพอร์เซอนอล ช็อปเปอร์ส แค็ตตาล็อก นำเสนอสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพจากพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของประเทศ

ภายในงานปีนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ให้ความรู้มากมาย อาทิ การฝึกอบรมพิเศษ “Spring to Light” สร้างผิวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกโดยการใช้ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรีเพียว ไวท์ ร่วมกับการรับประทานวิตามินซี โดย ดร.ดิ คิว นักวิทยาศาสตร์วิจัยอาวุโสแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอาร์ทิสทรี ผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์เพียว ไวท์ การสาธิตแต่งหน้าของผู้หญิงแต่ละสไตล์ แบบไหนที่เป็นคุณ “Discover the Real You by Artistry” โดยธำรงรัตน์ วรารักษ์ และเอกรินทร์ วงศ์อกนิษฐ์ เมคอัพอาร์ทิสต์จากเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี พร้อมด้วยนางแบบรับเชิญชื่อดัง มด กัลยา จิรชัยศักดิ์เดชา จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม “ความเป็นเลิศของนิวทริไลท์” โดย 2 วิทยากรจากนิวทริไลท์ประเทศสหรัฐอเมริกานำโดย มาเรีย สโลโบเดรียน ผู้จัดการตราผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์ และ ดร.แอรอน อองลิงสวาน นักวิทยาศาสตร์พัฒนาและวิจัยสูตรผลิตภัณฑ์ พร้อมการแบ่งปันความรู้เรื่อง “โปรตีน...สารอาหารที่สำคัญที่สุดของร่างกาย” โดยผศ. ดร. วินัย ดะห์ลัน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ...จัดวางกิจกรรมตามแบรนด์

ปิดท้ายด้วยการประชุมระดับชาติ 2554 ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของงาน โดยปีนี้ได้รับเกียรติจาก มร. คาโอรุ นากาจิมา นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมงกุฎทูต 40 สายงานจากแอมเวย์ญี่ปุ่น ดร.พงษ์ศักดิ์- ดร.พรทิพย์ อัจจิมารังสี นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่และเพชรคู่สองผู้สถาปนา และนางสาวรมัณยา จูฑะเตมีย์- นายพฤสณัย มหัคฆพงศ์ นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่สองผู้สถาปนา เป็นผู้กล่าวปราศรัยรับเชิญ พร้อมร่วมถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แห่งความสำเร็จที่เป็นต้นแบบอันน่าชื่นชม ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักธุรกิจแอมเวย์รุ่นต่อๆ ไปได้ยึดเป็นแบบอย่างในการสร้างองค์กรธุรกิจแอมเวย์ให้เติบโตอย่างมั่นคง
[gallery link="file"]

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

กิฟฟารีน เปิดอบรม ธุรกิจขายตรง



พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานบริหารบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด เป็นประธานเปิดการอบรมธุรกิจขายตรง บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด จัดโดย บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ จำกัด โดยมี วิเชียรวงศ์สุระไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเส้นหมี่ เหรียญไทย จำกัด, อ.สุรศักดิ์ ศิวะนาวินทร์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทกิฟฟารีฯ, สุรพล บุญญะวรรณกุล ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการจัดประชุม บริษัทฯ, เอกกมล บุญญาภิสันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัทฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมการอบรม ที่ห้อง แกรนด์บอลรูมโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com


 

วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เอวอน ฉลอง 125 ปี เปิดตัว การค้นพบเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในการต่อต้านริ้วรอย



Activinol Technology ลดเลือนริ้วรอยด้วย "เอนิว รีเวอร์สเซิลลิสท์ (ANEW Reversalist)"เอวอน คอสเมติคส์ ฉลองครบรอบ 125 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการแนะนำ ANEW Reversalist ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ล่าสุดครั้งแรกของโลกเพื่อสมานริ้วรอยบนใบหน้า ด้วย Activinol Technology เทคโนโลยีสมานริ้วรอยเอกสิทธิ์เฉพาะของเอวอน ที่ช่วยเพิ่มการผลิตแอคทิวินเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสมานผิว รวมทั้งช่วยให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา พร้อมคืนความกระชับและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างน่าทึ่ง ร่วมสัมผัสเทคโนโลยีความงามเพื่อสร้างผิวที่ดูอ่อนเยาว์อีกครั้งได้แล้ววันนี้ด้วย ANEW Reversalist Renewal Day Cream เป็นครั้งแรกของการรวมเอาแอคทิวินอล เทคโนโลยี และ SPF 25 UVA/UVB เข้าด้วยกัน จำหน่ายในราคา 900 บาท และ ANEW Reversalist Night Renewal Cream เนื้อครีมนุ่ม เบา ละเอียดดุจกำมะหยี่ ให้สัมผัสเรียบเนียน ไม่เหนียวเหนอะหนะ จำหน่ายในราคา 900 บาท
ผู้สนใจผลิตภัณฑ์หรือสมัครเป็นผู้จำหน่ายอิสระเอวอนติดต่อ

ผู้จำหน่ายอิสระเอวอนทั่วประเทศ || www.avon.co.th || เอวอน คอลเซ็นเตอร์ 0-2729-9700

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

 

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อัลติคอร์ เผย ยอดขายแอมเวย์ ทั่วโลกกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ด้าน แอมเวย์ประเทศไทย จัดเอ็กซ์โป ระดับชาติ ย้ำจุดยืน แชมป์ขายตรงสมศักดิ์ศรี



อัลติคอร์ อิงค์ บริษัทแม่แอมเวย์ แถลงความสำเร็จทั่วโลกปี 2553 ด้วยยอดธุรกิจกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ด้านแอมเวย์ประเทศไทยยังคงครองแชมป์ขายตรงไทยด้วยยอดขาย 14,370 ล้านบาท พร้อมเตรียมแผนปี 2554 มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจแอมเวย์ให้เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เน้นสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์โดยจัดกิจกรรมให้ตรงความต้องการของแต่ละกลุ่ม (Segmentation) ประเดิมด้วยการจัดประชุมและแอมเวย์เอ็กซ์โประดับชาติปีที่ 23 ภายใต้แนวคิด “แอมเวย์...หุ้นส่วนอันดับหนึ่งของคุณ” ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ด้วยงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงาน 2 วันคือ 19-20 กุมภาพันธ์นี้ ขยายพื้นที่ใช้อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ครอบคลุมทั้ง 3 ฮอลล์ คาดมีผู้สนใจเข้าชมงานร่วม 100,000 คน

มร.จิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และอดีตกรรมการผู้จัดการคนแรกของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อัลติคอร์ อิงค์ บริษัทแม่ของแอมเวย์ประสบความสำเร็จในปี 2553 ด้วยยอดธุรกิจกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ย้ำความเป็นแชมป์ในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้นของโลก ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากความทุ่มเทของนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 ล้านคน และความเป็นธุรกิจขายตรงขนานแท้ที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี พร้อมทีมพนักงานมากกว่า 13,000 คนที่สนับสนุนองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์ในกว่า 80 ประเทศและดินแดนต่างๆทั่วโลก เพื่อให้โอกาสผู้คนได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ สำหรับแอมเวย์ประเทศไทยนับเป็นสาขาที่ประสบความสำเร็จประเทศหนึ่ง และเป็นความภูมิใจของอัลติคอร์ โดยมียอดธุรกิจติดอันดับ 1 ใน 10 ของแอมเวย์ทั่วโลก”

“สำหรับกลยุทธ์ปี 2554 อัลติคอร์ อิงค์ เน้นการเติบโตโดยนำนวัตกรรมในทุกๆ ด้านมาใช้ ได้แก่ ด้านประสบการณ์สำหรับนักธุรกิจแอมเวย์และลูกค้า ด้านการบริหารผลิตภัณฑ์และแบรนด์ และด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจ เพื่อย้ำความเป็นผู้นำในเรื่องของโอกาสทางธุรกิจขายตรง สนับสนุนการเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง ขณะเดียวกันลูกค้ายังได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและคุณภาพสูงเพื่อสะท้อนความเป็นแบรนด์ของแอมเวย์ ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ” มร.จิม กล่าวในที่สุด

นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอมเวย์ ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง สามารถสร้างสถิติยอดขายใหม่ๆ ในวงการขายตรงไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปิดยอดขายที่ 14,370 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากความทุ่มเทและความแข็งแกร่งของนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ ดังนั้น เพื่อสร้างแบรนด์ “โอกาสทางธุรกิจแอมเวย์” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ปีนี้บริษัทนำกลยุทธ์มุ่งไปที่ความต้องการของลูกค้า (Consumer Focus) มาใช้ในการสร้างอาชีพนักธุรกิจแอมเวย์ให้มีศักยภาพในทุกๆ ด้าน โดยการจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการทำงานให้ตรงตามความต้องการของแต่ละกลุ่มมากขึ้น (Segmentation) พร้อมเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน”

“ปีที่ผ่านมา บริษัทมีนักธุรกิจแอมเวย์ที่ดำรงคุณสมบัติสูงขึ้นจากปี 2552 เป็นสัดส่วนที่น่าพอใจ โดยมีนักธุรกิจแอมเวย์ระดับผู้นำองค์กรเพิ่มมากขึ้น 15% สามารถสร้างให้อาชีพนักธุรกิจแอมเวย์ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงได้รวดเร็วขึ้น สำหรับปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์โดยจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม อาทิ การจัดประชุมโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่สำหรับกลุ่ม เจเนอเรชั่นต่างๆ การให้ข้อมูลความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเพื่อให้บริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ ได้แก่ ข้อมูลยอดธุรกิจ อัตราการสปอนเซอร์นักธุรกิจแอมเวย์รายใหม่ เป็นต้น รวมทั้งการทำโปรแกรมการคำนวณยอดธุรกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักธุรกิจแอมเวย์รายใหม่ๆ สามารถตั้งเป้าหมายธุรกิจได้อย่างง่ายดายและชัดเจนขึ้น”

“บริษัทประเดิมกิจกรรมแรกของปีนี้ ด้วยการทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท จัดงานแสดงสินค้าต้นแบบในธุรกิจขายตรง “การประชุมและแอมเวย์เอ็กซ์โประดับชาติ 2554” โดยขยายพื้นที่การจัดงานในอาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ครอบคลุมทั้ง 3 ฮอลล์ และจัดขึ้นเพียง 2 วันคือ วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะมีเครือข่ายนักธุรกิจแอมเวย์และผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้าชมงานร่วม 100,000 คน สำหรับปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 23 ภายใต้แนวคิด “แอมเวย์...หุ้นส่วนอันดับหนึ่งของคุณ” เพื่อเน้นการสนับสนุนอาชีพนักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจคนสำคัญของบริษัท พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกในแผนธุรกิจแอมเวย์และเทคนิคความสำเร็จ ข้อมูลสินค้าและการสาธิตคุณภาพของสินค้าทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการปราศรัยรับเชิญโดย มร.คาโอรุ นากาจิมา นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมงกุฎทูต 40 สายงานจากแอมเวย์ญี่ปุ่น ผู้มียอดธุรกิจในองค์กรประมาณ 40% ของยอดขายแอมเวย์ญี่ปุ่นหรือ 12% ของยอดขายแอมเวย์ทั่วโลก เพื่อมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักธุรกิจแอมเวย์ประเทศไทย” นายปรีชา กล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดตัว “อาวียองซ์ คอนเซนเทรต แอนตี้-เซลลูไลท์ ครีม” (aviance Concentrated Anti-Cellulite Cream) ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการดูแลเรือนร่าง ลดปัญหาผิวเปลือกส้มและช่วยกระชับผิว พร้อมคืนความเรียบเนียน สำหรับผู้มีปัญหาเซลลูไลท์ ในงาน “ยู – ซัคเซส เดย์” (U-Success Day) ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ปาร์ค พลาซ่า
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300, 0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณปิติยา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554



แค่ออกสตาร์ทต้นปีไม่ทันไร “อาวียองซ์” (Aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยม นำโดย สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ก็ฉลองวันแห่งความสำเร็จให้กับผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์บนเวที “ยู – ซัคเซส เดย์” (U Success Day) รวมกว่า 200 รหัส ด้วยพิธีมอบประกาศนียบัตรพร้อมประดับเข็มเกียรติยศผู้ร่วมธุรกิจ อาวียองซ์ ตั้งแต่ระดับ Senior Business Associate จนถึงระดับ Area Executive Business Associate ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความ ชื่นมื่นในเดือนแห่งความรัก โดยรหัสสูงสุดบนเวที ได้แก่ คู่รักฝันใหญ่ เอกชัย หัวใจเพชร – ทัศนีย์ ศรีอินทร์สุทธ์ ที่มาเปิดเผยความสำเร็จที่พลิกความต่างและตอบโจทย์ความต้องการในชีวิต พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเนรมิตให้เซลลูไลท์ต้นเหตุแห่งความกังวลใจหายไป กับ “อาวียองซ์ คอนเซนเทรต แอนตี้-เซลลูไลท์ ครีม” (aviance Concentrated Anti-Cellulite Cream) ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ปาร์ค พลาซ่า

เริ่มอุ่นเครื่องหน้างาน ในบรรยากาศที่อบอุ่นแต่คึกคักของเหล่าผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์ ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งกับผู้ปรับขึ้นตำแหน่งใหม่ พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกกับแกลลอรี่ผู้ประสพความสำเร็จ ซุ้มทริป ท่องเที่ยวเกาหลี เป้าหมายของรางวัลทริปสัมมนาท่องเที่ยวใหม่ พร้อมแนะนำและทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่กับ “อาวียองซ์ คอนเซนเทรต แอนตี้-เซลลูไลท์ ครีม” ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากแม่ทัพใหญ่อาวียองซ์ สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ มากล่าวแนวคิด และแสดงความยินดีว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะต้องแบ่งปันกัน ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะนักธุรกิจชั้นนำของไทยได้เข้าร่วมสัมมนาในการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ที่สวิตเซอร์แลนด์ ในรายการฯ ได้มีการกล่าวยกตัวอย่างและชื่นชมวิสัยทัศน์ของ CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยูนิลีเวอร์ ว่าเป็นตัวอย่างธุรกิจที่ลด

มลภาวะและช่วยประหยัดพลังงานโลก เพราะใน 1 วันกลุ่มของบริษัทยูนิลีเวอร์จำหน่ายสินค้าให้กับคนกว่า 200 ล้านชิ้นทั่วโลก โดยยูนิลีเวอร์ได้มีการใส่ใจลดในเรื่องของวัสดุสิ่งพิมพ์ต่างๆ ซึ่งสิ่งเล็กๆ นี้สามารถช่วยลดการก่อมลภาวะต่อโลกใบนี้ได้มาก และข่าวดีของยูนิลีเวอร์ชาวไทย คือ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะมีสำนักงานใหญ่ในรูปแบบอาคารประหยัดพลังงานสมบูรณ์แบบครบวงจรแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น ขอให้เราดำเนินธุรกิจประสานงานภายใน ห่วงโลก ห่วงใยกัน รักษาจรรยาบรรณ ดูแลภาพลักษณ์ ให้เราโตด้วยกัน โตทั่วโลกค่ะ”

ต่อจากนั้น พาผู้ร่วมงานชมภาพประทับใจจากทริปท่องเที่ยวมหานครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนที่ผ่านมา ชมความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ชมประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์จีน แหล่งช็อปปิ้งถูกเงิน ถูกใจ พร้อมประทับใจกับเซอร์ไพร์สที่เรียกรอยยิ้มตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ยังเผยความน่าสนใจของทริปท่องเที่ยวใหม่กับประเทศเกาหลีใต้ สำหรับผู้ที่สามารถทำถึงเป้าภายใน 6 เดือน ระหว่างมกราคม – มิถุนายน 2554 ก่อนเข้าสู่ช่วงการมอบประกาศนียบัตรและประดับเข็มเกียรติยศ ตั้งแต่ระดับ Senior Business Associate จนถึงระดับ Area Executive Business Associate ทั้งสิ้นกว่า 200 รหัส

คู่รักฝันใหญ่อย่าง เอกชัย หัวใจเพชร – ทัศนีย์ ศรีอินทร์สุทธ์ เจ้าของตำแหน่ง Area Executive Business Associate รหัสล่าสุด ได้เล่าถึงความสำเร็จที่มาจากความล้มเหลวว่า “ผมกับภรรยาเราเริ่มต้นจากต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ผมเป็นลูกชาวนา แต่ภรรยาเป็นทายาทเศรษฐีเจ้าของโรงสีพันล้าน แต่ผมก็มานะส่งเสียตัวเองทำงานทุกอย่างแม้ขับรถตุ๊กๆ จนเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จากนั้น เข้าสูระบบพนักงานประจำ ขณะที่ภรรยาตอนนั้นเธอชอบค้าขาย แม้จะเรียนจบเป็นถึงมหาบัณฑิต แต่ก็มาขายของกิ๊ฟท์ช้อบ ขายผลไม้ ขายตุ๊กตารับปริญญา เพราะอยากสร้างฝันคู่ไปกับสามีที่ปรารถนาอยากมีรายได้ 7 หลักต่อเดือน จนกระทั่งเราได้มาพบอาวียองซ์ ธุรกิจแห่งอนาคตที่พลิกชีวิตสู่อีกด้านกับการเจอคำตอบของการลงทุนที่จ่ายแค่หลักร้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูงถึงหลักล้านในเวลาต่อมา แม้จะออกสตาร์ทอย่างเต็มกำลังแต่ผิดทางถึง 3 ปี จนเงินเก็บไม่มีเหลือ เงินต่อเดือนไม่มีใช้ แต่ไม่ย่อท้อกับความฝัน เพราะความเชื่อว่าจะต้องสำเร็จ ประกอบกับพบโค้ชที่ชี้แนะเส้นชัยทางธุรกิจให้ จนวันนี้เราเปิดอาวียองซ์ ช็อป สาขาเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เราได้แต่งงานกัน มีบ้าน มีรถของตัวเอง และยังส่งต่อโอกาสทางธุรกิจให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็มาจาก อาวียองซ์ทั้งสิ้น”

ก่อนลาจากกัน ชาวอาวียองซ์ผู้ประสบความสำเร็จ ก็ยังได้ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ปิดท้ายงานด้วยรอยยิ้ม ความประทับใจไม่รู้ลืม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร. 0-2434-8300, 0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณปิติยา

[gallery link="file"]

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

กิฟฟารีน/นู สกิน มุ่งจับโซเชียลริสต้า



กิฟฟารีน/นู สกิน มุ่งจับโซเชียลริสต้า

ค่ายขายตรงระดับบิ๊ก แห่ลุยขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หวังเจาะนักธุรกิจรุ่นใหม่และกลุ่มคลั่งโซเชียล มีเดีย หรือ Socialista “กิฟฟารีน” ลั่นระบบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ดีเดย์เปิดกลางเดือนกุมภาพันธ์ มั่นใจช่องทางออนไลน์บูมเพิ่มสัดส่วน 20% ของตลาดรวม ด้าน “นู สกิน” ชูไอที โซลูชั่น 360 องศา ขยายนักธุรกิจภูธร ชี้ข้อดีรองรับภัยธรรมชาติพิษการเมือง หวัง 3 ปีนักธุรกิจออนไลน์ไทยเพิ่ม 50% เทียบชั้นสากล

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ค่ายธุรกิจขายตรงหลายชั้นระดับท็อปไฟว์ เริ่มหันมาให้ความ สำคัญการขยายช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่มีศักยภาพและนับว่า เป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่จะช่วยให้ธุรกิจขายตรงสามารถขยายนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเมืองเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังสามารถเข้า ถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการรับ รู้ถึงข้อมูล และยังมีความสะดวก รวดเร็ว

ทั้งนี้ การปรับตัวแทบจะทุกค่ายของ ธุรกิจขายตรง เพื่อรองรับยุคดิจิตอลที่มาแรง ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนทำให้เข้าถึงตัวบุคคลได้ง่ายมากขึ้น และทำให้คนเข้าถึงข้อมูลสินค้าและผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น กระแสการใช้สมาร์ทโฟน อาทิ ไอโฟน แบล็กเบอร์รี่ หรือกระทั่งโซเชียล มีเดีย อย่าง เฟซบุ๊กที่มาแรงอย่างมากสำหรับคนไทย อย่างไรก็ตาม ประมาณการว่าปีนี้สัดส่วนของนักธุรกิจขายตรงจากทางช่องทางออนไลน์ 20% ของตลาดรวม ส่วนอีก 80% เป็นนักธุรกิจในรูปแบบออฟไลน์

“แนวโน้มจากนี้ไปทุกกลุ่มธุรกิจจะปรับตัว และหันมาให้ความสำคัญการดำเนิน ธุรกิจช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งพบว่า ทั้งจากวงการค้าปลีก กลุ่มเซ็นทรัล, เดอะ มอลล์ เปิดเว็บไซต์จำหน่ายสินค้า ขณะที่ยักษ์ใหญ่ยูนิลีเวอร์ ก็ประกาศให้เพิ่มงบประมาณเพื่อรับกับยุคดิจิตอลมากขึ้น”

สำหรับแผนขยายธุรกิจทางออนไลน์ของกิฟฟารีน ในปีนี้บริษัทจะทำการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์บน www. giffarine.co.th ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบอยู่ ล่าสุดบริษัทได้ทำการสำรวจกลุ่มนักธุรกิจ ที่พร้อม ใช้ระบบการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มีจำนวน 1 หมื่นราย หรือเป็นผู้ที่มีความพร้อมการทำธุรกรรมการเงินทางอีแบงกิ้ง ขณะเดียวกันบริษัทก็มีจัดอบรมให้กับนักธุรกิจทั้งการสั่งซื้อสินค้าทางระบบออนไลน์และการชำระเงิน ฯลฯ

“ข้อจำกัดทางการดำเนินธุรกิจออนไลน์ในขณะนี้ คือ คนไทยไม่นิยมทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอีแบงกิ้ง และระบบการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ มีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนความเชื่อมั่นของผู้สั่งซื้อสินค้า หากเป็นสินค้าที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะผู้ซื้อจะมั่นใจว่าได้รับสินค้าแน่นอน”

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการเปิดดำเนินธุรกิจทางช่องทางออนไลน์ของกิฟฟารีน ปีแรกจะมีกลุ่มนักธุรกิจทางช่องทางออนไลน์สัดส่วนมากกว่า 10% แน่นอน ส่วนเรื่องผลประกอบการปีนี้บริษัททำได้ 4,912 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้ามากนัก เนื่อง จากได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทาง การเมือง และอุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่วนในปีนี้ บริษัทได้วางเป้าไว้ที่ 5.5 พันล้านบาท ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงจนส่งผลกระทบ เป้าหมายนี้ก็จะเป็นจริงในสิ้นปี

“นู สกิน” ชูไอที โซลูชั่นกวาดพื้นที่ภูธร ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ภาพรวมธุรกิจขายตรงเติบโต 10% จากมูลค่าธุรกิจขาย 5 หมื่นล้านบาท เนื่อง จากสภาพการเมืองภายในประเทศเริ่มนิ่ง หลังจากปีที่ผ่านมาผลจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ตลาด โต 7% เท่านั้น อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจขาย ตรงออนไลน์ในเชิงรุก ด้วยการพัฒนาระบบไอที โซลูชั่น 360 องศา เพื่อขยายลูกค้าต่างจังหวัดในทุกๆ ด้าน

สำหรับไอที โซลูชั่น เป็นระบบการจัดซื้อสินค้าออนไลน์ หรือเรียกว่าเว็บอีดีซี ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก และผู้แทนจำหน่ายสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาภายในศูนย์บริการ และสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าโดยตรงเสมือนเป็นตัวแทนของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้เว็บอีดีซี เมื่อปี 2553 พบว่า ยอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์เติบโตขึ้น 200%

ขณะเดียวกันบริษัทยังพัฒนาระบบ การจัดอบรม สัมมนา และประชุมทางไกล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้แทน จำหน่ายในต่างจังหวัด ซึ่งมีฐานลูกค้า สัดส่วน 40% และกรุงเทพฯ 60% อย่างไรก็ตาม ข้อดีการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ ส่วนหนึ่งรองรับกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นและการเมืองที่ไม่สงบ และจากการดำเนินการตลาดเชิงรุกปีนี้ ตั้งเป้านักธุรกิจทางออนไลน์เพิ่มจาก 10% เป็น 20% จากในปี 2552 มีนักธุรกิจเพียง 2% เท่านั้น ที่เหลือ 98% เป็นออฟไลน์

ภคพรรณ กล่าวว่า ในตลาดต่าง ประเทศ มีกลุ่มนักธุรกิจขายตรงทางออนไลน์ สัดส่วนถึง 50% และออฟไลน์ 50% สำหรับประเทศไทย เชื่อว่า ใช้เวลาประมาณ 3 ปี นักธุรกิจออน ไลน์จะเพิ่มสัดส่วน 50% และออฟ ไลน์ 50% โดยกลุ่มสินค้าที่นักธุรกิจสั่งซื้อจากออนไลน์ก็มีความหลาก หลาย อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ ปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 30% หรือมีรายได้ 2.6 พันล้านบาท จากปีที่ผ่านมาโต 40% หรือมีรายได้ 2 พันล้านบาท

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ [ ฉบับที่ 1177 ประจำวันที่ 16-2-2011 ถึง 18-2-2011 ]

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

จอยแอนด์คอยน์ ย้อนรอยความสำเร็จ 3 เศรษฐีเงินล้าน

ย้อนรอยความสำเร็จ3เศรษฐีเงินล้าน
‘ณัฎฐ์ชุดา-อนันตโชติ-นิรชา’
ผู้นำหัวใจแกร่งแห่ง’จอย แอนด์ คอยน์’


ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป”…เป็นคำกล่าวที่ยังคงความคลาสสิกในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทำทุกวิถีทางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี บางคนเลือกเดินเข้าสู่ถนนขายตรง ด้วยความหวังอยากมีรายได้ที่มากขึ้น แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้เสียเมื่อไหร่ มีไม่น้อยที่ล้มแล้วไม่ลุก แต่คงไม่ใช่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” และ “อนันตโชติ – นิรชา ชัยปรีชา” นักสู้และนักขายมืออาชีพจากค่าย “จอย แอนด์ คอยน์” เป็นแน่!

เพราะเขาเหล่านี้ต่างก็ต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกคลับเงินล้านชั้นแนวหน้าในวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ต้องเอาชนะความท้อแท้ สิ้นหวัง แล้วแปรเปลี่ยนเป็นพลัง
เพื่อลุกขึ้นเดินต่อ ทว่าวันนี้พวกเขาทำสำเร็จ มีทุกสิ่งอย่างที่ใจปรารถนา ซึ่งต้องบอกว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากอย่างแสนสาหัส หากไม่เคยล้มก็คงไม่รู้วิธีลุกขึ้นสู้ใหม่ นี่คือแนวคิดที่ใช้ปลุกปลอบใจตัวเองในยามเหนื่อยล้า และเป็นที่มาของเรื่องราว “คลับเงินล้าน” ในปักษ์นี้

เริ่มต้นกันที่ “ณัฎฐ์ชุดา สิริชววัฒน์” อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ที่เข้าสู่วงการเครือข่ายเนื่องจากต้องการหารายได้เสริม เพราะลำพังเงินเดือนครูบวกกับเงินเดือนสามีที่รับราชการทหาร ไม่สามารถตอบสนองค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เต็มที่ ลูกๆ ทั้งสองคนก็อยู่ในวัยกำลังเรียน ดังนั้น สองสามีภรรยาจึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เริ่มจากการทำเครือข่ายกับค่ายยักษ์ใหญ่ แต่ด้วยความคิดไกลฝันไกล จึงได้กู้หนี้ยืมสินมาทำธุรกิจอย่างอื่นเพิ่มเติม

แต่แล้วความฝันว่าจะรวยก็ต้องพังทลายลงไปต่อหน้า เมื่อวันหนึ่งสามีเดินมาบอกว่าธุรกิจที่ทำล้มเหลว ทุกอย่างที่ลงทุนไปมีค่าเท่ากับศูนย์ เหลือเพียงหนี้ก้อนโตไว้ให้ดูต่างหน้า “ณัฎฐ์ชุดา” จึงต้องยอมละทิ้งความฝันในวัยเยาว์ด้วยการลาออกจากอาชีพครู ด้วยหวังจะหางานอย่างอื่นทำเพื่อปลดหนี้ 3 ล้านบาท แต่เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะเธอลาออกมาโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไร เงินลงทุนก็ไม่มีสักบาท จึงต้องไปทำงานรับจ้างล้างถ้วยกาแฟ และทอดปาท่องโก๋ข้างๆ โรงเรียนที่เคยสอน ที่เจ็บปวดที่สุดคือ ต้องทนเห็นสายตาดูถูกจากเพื่อนครูและคนรอบข้าง

น่าอัศจรรย์ใจที่เธอสามารถอดทนเพื่อเงินวันละ 150 บาท ให้ลูกๆ ได้มีค่าขนมไปโรงเรียน จนในที่สุดเธอรวบรวมเงินทุนได้ก้อนหนึ่ง เพื่อขายส้มตำ ไก่ย่าง แต่ชีวิตก็ยังคงอยู่ในมุมมืด เมื่อต้องหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าหนี้ที่คอยมาทวงเงิน

เคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัดอีกครั้ง!…เมื่อ “ณัฎฐ์ชุดา” ล้มป่วยเป็นกระดูกทับเส้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำงานหนัก เธอนอนอยู่โรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพอยู่เป็นเดือนๆ เนื่องจากไม่สามารถเดินได้ ชีวิตที่ถูกเส้นบางๆ ขีดคั่นไว้ระหว่างความเป็นกับความตาย ทำให้หนี้ 3 ล้านบาทกลายเป็นเรื่องเล็ก เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้หายจากการเจ็บป่วย และจากนี้เธอจะสู้ สู้กับอุปสรรคทุกอย่างไม่มีถอย ต้องปลดหนี้และมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้

ดูเหมือนเทวดาจะได้ยินคำอธิษฐาน เมื่อเธอหายป่วยและกลับมาเดินได้อีกครั้ง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือต้อง “รวย” ด้วยการทำเครือข่าย เพราะเธอเคยสัมผัสธุรกิจนี้มาก่อนและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ความสวยงามของเครือข่ายยังอยู่ในใจเสมอ เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเดินเข้าไปหาค่ายใด บ้านหลังไหนที่จะเติมเต็มความปรารถนาให้เป็นจริง

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นกับชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเพื่อนเก่าได้ชักชวนให้เธอและสามีรู้จัก “เจริญโอสถ” หรือ “จอย แอนด์ คอยน์” ในปัจจุบัน สองสามีภรรยาไปนั่งฟังแผนการตลาดด้วยหัวใจที่พองโต มองเห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า ด้วยหวังจะฝากชีวิตไว้กับที่นี่

4 ปีแรกกับ “จอย แอนด์ คอยน์” นั่น “ณัฎฐ์ชุดา” ยอมรับว่ายังห่างไกลกับคำว่า “สำเร็จ” เพราะทำงานแบบสะเปะสะปะ ไม่มีข้อมูล ไม่มีที่ปรึกษา แม้จะไม่เป็นหนี้เพิ่ม แต่ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด เธอจึงกลับลำตั้งตัวใหม่ด้วยการเดินเข้าไปหา ประธานบริษัท “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ขอคำปรึกษาการทำธุรกิจเครือข่าย แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อได้แนวคิดทฤษฎีกลยุทธ์มากมายมาปรับใช้ในการทำงาน กลายเป็นที่มาของการพัฒนาคนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ

“ณัฎฐ์ชุดา” สร้างผู้นำขึ้นมาคนแล้วคนเล่า ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้นำภายใต้องค์กรช่วยเหลือตัวเองได้ รู้ลึกรู้จริงเรื่องเครือข่าย จัดตั้งระบบการทำงานเข้ามารองรับ จากอดีตที่ใช้ยุทธวิธีรุก ทำทุกอย่างให้สินค้าถึงลูกค้า แต่มาวันนี้เธอตั้งรับ ให้ลูกค้ามีช่องทางเข้ามาติดต่ออย่างสะดวกสบาย จนพัฒนามาเป็นการสร้างวิธีดึงผู้คนเข้ามาสู่ธุรกิจได้ง่ายที่สุด

เธอวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรกไว้อย่างน่าสนใจว่า ผิดพลาดที่ไปชักชวนคนที่เขาไม่มีแรงจูงใจที่จะรวย เพราะชีวิตของพวกเขาสุขสบายอยู่แล้ว ทำให้เสียงตอบรับที่ต้องการร่วมธุรกิจมีน้อย การขยายเครือข่ายจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ทันทีที่เธอเปลี่ยนวิธีคิด โดยการหันไปชักชวนคนที่มีหนี้สินและอยากรวยเหมือนกับเธอ กลายเป็นว่าไม่มีใครปฏิเสธที่จะร่วมธุรกิจ เพราะมันเป็นความหวังเดียวที่จะพลิกชีวิตได้

กลยุทธ์ต่อมาของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ การเดินสายโมติเวท และไปพบปะผู้นำทุกจังหวัด เมื่อเดินมาบนหนทางที่ถูกต้อง ในที่สุดรายได้ก็ตามมาโดยอัตโนมัติ ไม่มากไม่น้อยแค่เดือนละ “ล้านเศษๆ” เท่านั้นเอง

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเธอและสามีสามารถปลดหนี้ได้ ภารกิจต่อไป คือ สร้างทรัพย์สินไว้ให้ลูกด้วยการซื้อบ้าน 4 หลัง คอนโดที่หาดป่าตองอีก 2 ยูนิต รถยนต์อีก 3 คัน ต่อด้วยโปรเจ็กต์ถอยเบนซ์ป้ายแดง พ่วงด้วยรางวัลชีวิตที่ได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศมาแล้วกว่า 30 ประเทศ

วันนี้ “ณัฎฐ์ชุดา” ได้แต่ขอบคุณธุรกิจขายตรง “จอย แอนด์ คอยน์” และ ท่านประธาน “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ที่มองการณ์ไกลและวางโครงสร้างทุกอย่างเอาไว้อย่างดี หากเธอไม่ได้รับโอกาสคงไม่สามารถจะก้าวมาสู่ ณ จุดนี้ได้ อาชีพเครือข่ายช่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่แพ้อาชีพสุจริตอื่นใดในโลกนี้เลย

งานต่อไปของ “ณัฎฐ์ชุดา” คือ ทำอย่างไรให้คนภายใต้องค์กร หรือคนที่คาดหวังกับที่นี่ประสบความ
สำเร็จ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายและอาจจะมีปัญหาอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่เธอสัญญา
ว่าต้องดำเนินภารกิจนี้ให้ลุล่วงแน่นอน พร้อมกับเสนอทางเลือกให้กับคนที่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน และต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต นั่นคือ การเดินเข้ามาบนถนนสายเครือข่าย เพราะเธอมีวันนี้ได้ก็เพราะยอมรับโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “จอย แอนด์ คอยน์” แห่งนี้ ได้สร้างปาฏิหารย์และเปลี่ยนชีวิตชนิดเหนือความคาดหมายมาแล้ว

…ผ่านไปแล้วกับมนุษย์เงินล้านท่านแรก มาต่อกันที่อีกหนึ่งคู่ คือ “อนันตโชติ–นิรชา ชัยปรีชา” ที่ผ่านอุปสรรคขวากหนามมาอย่างโชกโชนเช่นกัน กว่าที่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อนันตโชติ” แม้จบการศึกษาเพียงชั้นประถมปีที่ 6 แต่ในโรงเรียนขายตรงนั้น เขาจบชั้นปริญญาเอก เป็นดุษฎีบัณฑิตเลยก็ว่าได้

หนุ่มพิจิตรคนนี้ผ่านงานรับจ้างมาสารพัด ทั้งเป็น คนรับใช้ เด็กท้ายรถสิบล้อ ช่างเจียระไนพลอยก็เป็นมาแล้ว แม้รายได้จะไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่มีงาน ไม่มีเงิน นี่คือ การรู้จักไขว่คว้าหาโอกาส

“อนันตโชติ” วิ่งเข้าหาโอกาสอีกครั้งกับอาชีพเครือข่าย เพราะรู้ตัวดีว่าข้อจำกัดเรื่องคุณวุฒิการศึกษา ทำให้เขาเสียเปรียบกว่าคนอื่นๆ แม้ประสบการณ์การทำงานจะมีมาก แต่เมื่ออยู่ในสังคมที่ยังตัดสินกันที่ประกาศนียบัตร เขาจึงต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองทัดเทียมกับผู้อื่น

เมื่อเป็นเช่นนี้ “อนันตโชติ” จึงพยายามศึกษาหาความรู้กับสิ่งที่สนใจทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพเครือข่าย เพราะมันคือ ความหวังและความฝันของชายผู้มีการศึกษาเพียงชั้นประถม 6 คนนี้ เขาเข้าไปคลุกคลีกับงานขายตรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จบ้าง เขาจึงเข้าๆ ออกๆ วงการเครือข่ายอยู่หลายต่อหลายครั้ง บางช่วงก็เข้าไปทำงานในสายประกัน แต่ที่แน่ๆ คือ มีหนี้สินติดตัวอยู่ 6 แสนกว่าบาทก่อนที่จะมาเจอ “จอย แอนด์ คอยน์”

กลางปี พ.ศ.2545 “อนันตโชติ” ตัดสินใจก้าวเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้ง โดยเลือกร่วมงานกับ “จอย แอนด์ คอยน์” จากนั้นเขาได้กู้เงินมา 2 หมื่น เพื่อเริ่มธุรกิจครั้งใหม่ และตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องปลดหนี้ทั้งหมดให้ได้ภายใน 3 ปี มีบ้านซักหลัง รถมือสอง 1 คัน แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาไปชักชวนคนรอบข้างแต่กลับถูกปฏิเสธและอวยพรให้เขาเอาตัวเองให้รวยก่อน ถ้ารวยแล้วค่อยมาชวนใหม่

จากประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ “อนันตโชติ” รู้ว่าคนใกล้ตัวจะไม่ชอบฟังสิ่งที่เขานำไปเสนอ หากแต่พวกเขาจะคอยดูว่าธุรกิจขายตรงมันทำแล้วประสบความเร็จจริงหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้าเขาเอาไปบอกต่อให้คนที่ไม่รู้จักฟัง ก็จะพบว่าคนกลุ่มนี้จะฟังและวิเคราะห์ว่า มีประโยชน์กับเขาอย่างไร เมื่อบรรลุความจริง ณ จุดนี้ เขาจึงเดินหน้าล่าเครือข่ายตามยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้อย่างดี

เพียงแค่ปีเดียวก็สามารถปลดหนี้ได้ 7 แสนบาท แถมปลูกบ้านราคาหลายล้านอีก 1 หลัง และซื้อรถป้ายแดงมา 1 คัน แต่เขาก็ไม่หยุดความสำเร็จไว้เพียงเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งเดินหน้าสร้างเครือข่ายต่อไปเรื่อยๆ กระทั่งได้มาเจอ “นิรชา ชัยปรีชา” ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจที่ “จอย แอนด์ คอยน์” เช่นกัน “นิรชา” เล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความฝัน แต่เดี๋ยวนี้มีความฝันที่รอคอย “อนันตโชติ” เนรมิตให้กลายเป็นความจริง ซึ่งเธอก็ได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ รวมถึงบ้านหลังใหม่ราคากว่า 30 ล้าน ที่ “อนันตโชติ” มอบให้เป็นของขวัญ พร้อมรถเบนซ์ป้ายแดงรุ่นใหม่ล่าสุด

เคล็ดลับความสำเร็จตลอด 9 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นเพราะทุ่มเทให้กับงานโดยไม่สนใจปัญหา เพราะหากนึกถึงแต่เป็นปัญหาจะทำให้มองไม่เห็นเป้าหมาย และที่สำคัญคือ ต้องรู้จริง เข้าใจจริง ตัดสินใจทำให้เป็นจริง หากคิดว่า นี่คือโอกาสของเรา “อนันตโชติ” กล่าว

เพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ “อนันตโชติ” ยังคงมุมานะกับธุรกิจเครือข่ายต่อไป แล้วธุรกิจขายตรงทุกวันนี้ง่ายกว่าสมัยบุกเบิกมาก เพราะมีเครื่องมีอคอยสนับสนุน เช่น สื่อวิทยุ ทีวีดาวเทียม เพียงแต่ต้องใช้ให้เป็น เมื่อมีสื่อแล้วก็ต้องทำงานต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เคยเต็มแก้ว เพื่อพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ๆ เข้ามา สำคัญที่สุดต้องมีระบบรองรับคนที่หลั่งไหลเข้าสู่องค์กร การเดินตามคนสำเร็จ หรือที่เรียกว่าก็อปปี้ก็ทำให้รวยได้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็อย่าลืมตัว หากทำได้ตามนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ในธุรกิจขายตรงไปได้อีกนาน

จากปีแรกที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 7 ล้าน ปีต่อๆ มา รายได้ก็ค่อยขยับขึ้นไปจนปีหนึ่งๆ รับเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ทรัพย์สินต่างๆ งอกเงยขึ้นมาเป็นลำดับ “อนันตโชติ” บอกว่างานเครือข่ายสามารถตอบสนองได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ เพราะนี่คือ อาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่ทำง่าย รายได้มั่นคง หากรู้จักทำ

คนเราเมื่อขาดและเสาะแสวงหาโอกาส อยากให้ลองมองมาที่อาชีพเครือข่าย เปิดใจศึกษาดูให้ดี คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นงานที่ไม่มีหลัก ใครทำก็ดูเหมือนคนนั้นจะเป็นคนว่างงานหรือไม่มีความรู้ อีกทั้งรายได้ก็ไม่แน่นอน…แต่ “อนันตโชติ” มองในมุมที่แตกต่าง โดยบอกว่า “ไม่มีอาชีพใดที่จะทำให้คนที่แย่ที่สุด กลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนอาชีพขายตรง” ตัวเขาเองก็เช่นกัน แม้ความรู้จะน้อยนิด แต่เมื่อรู้จักหยิบฉวยโอกาสดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนผันไปในทางที่ดีขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลยทีเดียว

และนี่ก็คือ เรื่องราวความสำเร็จของมนุษย์เงินล้านแห่ง “จอย แอนด์ คอยน์” จะเห็นว่าแต่ละคนล้วนเคยผ่านบทเรียนที่เจ็บปวดจากความจนมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น แต่การไขว่คว้าหาโอกาสและใช้มันให้เป็น ก็ทำให้พวกเขากลับมามีที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง และบทเรียนความล้มเหลวอันเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ น่าจะเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่กำลังท้อแท้ได้เป็นอย่างดี….

ที่มา : หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 291 ประจำวันที่ 16 – 28 กุมภาพันธ์ 2554

อาวียองซ์ จัดงาน U-Success Day มอบความสำเร็จครั้งใหม่ อย่างยิ่งใหญ่



สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ ภาคธุรกิจผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด จัดงาน “ยู – ซัคเซส เดย์” (U-Success Day) ฉลองความสำเร็จให้กับผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์ ตั้งแต่รหัส Senior Business Associate ขึ้นไป กว่า 200 รหัส ณ หอประชุมมหิศร อาคารไทยพาณิชย์ปาร์ค พลาซ่า
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร.            0-2434-8300      ,             0-2434-8547

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา และคุณปิติยา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

อาวียองซ์ แนะ วิธีจัดการ ปัญหาเซลลูไลท์



ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงเราร้อยทั้งร้อยมักกังวลกับเรื่องน้ำหนักตัว แต่จะทำอย่างไรเมื่อรูปร่างที่ดี ไม่ได้มาพร้อมกับผิวพรรณที่ต้องการเสมอไป ภายใต้ผิวที่เราเฝ้าทะนุถนอมนั้น มากกว่า 85% ของผู้หญิงวัยทำงาน ที่ประสบปัญหา ”เซลลูไลท์” ไขมันร้ายที่ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายหรือคนอ้วนคนผอมก็มีโอกาสเป็นได้เท่ากัน วันนี้ อาวียองซ์ โดย ภญ.สุภาภรณ์ ฤกษ์พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ แนะวิธีปราบเซลลูไลท์ พร้อมให้ความรู้เรื่องเซลลูไลท์ที่ผู้หญิงไทยหลายคนอาจยังไม่รู้...

ภญ.สุภาภรณ์ ฤกษ์พูลสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ เผยว่า “เซลลูไลท์ใครๆ ก็เป็นได้ เพราะไขมันกับเซลลูไลท์มีความแตกต่างกัน ไขมันทั่วไปอยู่ในชั้นที่ติดกับกล้ามเนื้อลงไป จะมีมากขึ้นเมื่อน้ำหนักเพิ่ม โดยไขมันสามารถเผาผลาญเป็นพลังงานได้เมื่อออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ หากแต่เซลลูไลท์จะอยู่ในชั้นผิวหนังแท้และแทรกขึ้นในผิวด้านบน จับเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หรือที่เราเรียกว่า “ผิวเปลือกส้ม” ที่สำคัญคือ ไม่สามารถเผาผลาญเป็นพลังงานได้ ไม่ว่าอ้วนหรือผอมก็มีสิทธิ์ที่เซลลูไลท์จะมาเยือนได้ โดยจะเกิดขึ้นบ่อยตรงสะโพก ก้น ต้นขา หน้าท้อง ต้นแขน ไปจนกระทั่งที่หัวเข่า”

ส่วนสาเหตุที่ก่อให้เกิดเซลลูไลท์ ภญ.สุภาภรณ์ เล่าว่า “หลักๆ เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงและพันธุกรรมเป็นสำคัญ โดยยังมีความเกี่ยวพันกับการที่ผิวชั้นหนังแท้เสียสภาพสูญเสียน้ำ ทำให้เซลล์ไขมันชั้นนี้ถูกดันออกมาเรียงตัวไม่สม่ำเสมอ ยิ่งถ้าผิวชั้นหนังกำพร้าแห้งหรือบางจะยิ่งทำให้เห็นเซลลูไลท์ได้ชัดขึ้น โดยพบมากถึง 85% ในสาววัยทำงาน นอกจากนี้ เซลลูไลท์ยังเกิดขึ้นได้จากเส้นเลือดฝอยภายใต้ผิวไม่แข็งแรง ส่งผลต่อการนำส่งสารอาหาร และระบบการกำจัดของเสียไม่ดีพอ, เซลล์ผิวไม่แข็งแรง มีลักษณะจับแข็ง ขาดความยืดหยุ่น เพราะเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินน้อยลงหรือเสื่อมสภาพ และเกิดการสะสมหรือการคั่งของของเหลวที่เป็นของเสียระหว่างเซลล์ ซึ่งปัญหาการสะสมชั้นไขมันใต้ชั้นผิวหนังแท้ลักษณะนี้จะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการใช้พลังงานในร่างกาย ดังนั้น แม้คุณพยายามลดน้ำหนักเพื่อลดปริมาณไขมันบริเวณชั้นกล้ามเนื้อแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลด

การสะสมของไขมันใต้ชั้นผิวหนังแท้หรือเซลลูไลท์ไปด้วย ผู้หญิงเราจึงไม่ควรละเลยการดูแลผิวพรรณไม่ว่ารูปร่างนั้นจะเป็นเช่นไร”

ฟังอย่างนี้สาวๆ คงอยากจะรู้แล้วว่าตนเองมีเซลลูไลท์มากน้อยแค่ไหน วิธีง่ายๆ ในการเช็คระดับเซลลูไลท์ คือ การดูด้วยสายตาและการบีบผิว ให้สังเกตลักษณะผิวที่ปรากฏว่าเข้าข่ายเป็นผิวเปลือกส้มหรือไม่อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด กับ “อาวียองซ์ เซลลูไลท์ มิเตอร์” ที่ให้ความสะดวก แม่นยำ เที่ยงตรง โดยเซลลูไลท์มี 2 ประเภท คือแบบนุ่ม และแบบแข็ง โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับ 0 “ผิวสมบูรณ์แบบ” โครงสร้างผิวสมบูรณ์ การไหลเวียนเลือดและการเรียงตัวของไขมันในชั้นผิวปกติ อุณหภูมิที่ผิวสม่ำเสมอ ควรดูแลและปกป้องผิวและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเซลลูไลท์ ระดับ 1 “เซลลูไลท์ระยะเริ่มต้น” จะเกิดขึ้นภายในชั้นหนังแท้ และหลอดเลือดฝอยที่ค่อยๆ ถูกทำลาย ผิวจึงขาดสารอาหารหล่อเลี้ยง แต่บริเวณผิวหนังกำพร้าและผิวหนังแท้ยังแข็งแรงอยู่ จึงมองเห็นเซลลูไลท์ไม่ชัดมาก ควรรีบดูแลผิวอย่างถูกวิธี ระดับ 2 “เซลลูไลท์ระยะก่อตัว” ผิวหนังแท้เริ่มเสียสภาพมากขึ้น ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลงแต่ของเหลวคั่งมากขึ้น เมื่อลองบีบผิวจะเริ่มมองเห็นความไม่เรียบเนียนของผิวส้ม ควรรีบดูแลเพื่อไม่ให้รุนแรงขึ้น ระดับ 3 “เซลลูไลท์ระยะผิวเปลือกส้มขรุขระ” หลอดเลือดฝอยในผิวถูกทำลาย จะเริ่มส่งผลต่อระบบการเผาผลาญของเซลล์ผิว ทำให้สูญเสียสารอาหารในการซ่อมแซม ผิวชั้นหนังแท้จึงบางลงและเกิดพังผืดล้อมรอบเซลล์ไขมัน ระยะนี้ผิวส้มจะเห็นได้ชัดและสัมผัสได้ถึงผิวที่ขรุขระ ถ้ารุนแรงอาจเป็นก้อนแข็งและเจ็บปวด ควรรีบดูแลรักษาโดยด่วน

“จะเห็นได้ว่าปัญหาเซลลูไลท์จะยิ่งแย่ลงหากไม่ดูแลตั้งแต่แรกเริ่ม เซลลูไลท์จะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรง จนที่สุดผิวจะเสียสภาพและรักษายากมากขึ้น เคล็ดลับดีๆ ที่จะแนะนำก็คือ ผู้หญิงต้องหมั่นใส่ใจเช็คระดับเซลลูไลท์แต่เนิ่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก ควบคู่กับการดูแลป้องกันเซลลูไลท์ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ที่สำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการเกิดเซลลูไลท์และเพิ่มความกระชับของผิว ซึ่งปัจจุบันนี้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเรือนร่าง สามารถลดปัญหาผิวเปลือกส้มและช่วยกระชับผิว ด้วยสูตรเฉพาะที่ทำงานผสานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มความรู้สึกกระชับตึงของผิว พร้อมคืนความเรียบเนียนให้กับผิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเผาผลาญพลังงานและสร้างมวลกล้ามเนื้อ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกทอด แป้ง และน้ำตาล ตลอดจนกาแฟ สุรา เป็นต้น” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาวียองซ์ กล่าวทิ้งท้าย

เพียงดูแลผิวอย่างถูกต้อง สาวๆ ก็จะได้เผยผิวสวยในทุกชุดได้อย่างมั่นใจแบบไม่มีเงื่อนไข!!
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

บริษัทแม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด โทร 0-2434-8300

คุณสุจินดา, คุณแสงนภา, คุณปิติยา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

 

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อาวียองซ์ คอนเซนเทรต แอนตี้-เซลลูไลท์ ครีม 3 ประสิทธิภาพใน 1 เดียว ลด กระชับ เรียบเนียน สำหรับผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์



อาวียองซ์ (Aviance) แบรนด์ความงามระดับพรีเมี่ยม ภายใต้การบริหารงานโดยยูนิลีเวอร์ แนะนำ อาวียองซ์ คอนเซนเทรต แอนตี้-เซลลูไลท์ ครีม (aviance Concentrated Anti-Cellulite Cream) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเรือนร่าง ลดปัญหาผิวเปลือกส้มและช่วยกระชับผิว ด้วยสูตรเฉพาะที่ทำงานผสานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มความรู้สึกกระชับตึงของผิว พร้อมคืนความเรียบเนียนให้กับผิว เนื้อครีมบางเบาให้ความชุ่มชื่น แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมปรนนิบัติผิวด้วยสัมผัสที่ให้ความผ่อนคลายสดชื่น

ด้วยนวัตกรรมเปี่ยมประสิทธิภาพ 3 อิน 1 ที่เข้าใจความต้องการของผู้หญิง ได้แก่ ลด (Reduce) ไลโป รีดักชั่น คอมเพล็กซ์ สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลใต้ทะเลลึก Laminaria Digitata และดอกบัว Nelumbo Nucifera มีประสิทธิภาพลดการสะสมของไขมัน ช่วยเร่งการสลายไขมัน พร้อมลดการเกิดเซลล์ไขมันใหม่, กระชับ (Firm) ด้วยคุณสมบัติของอีลาสโตรเฟิร์มมิ่ง บูสเตอร์ เอเจ้นท์ ช่วยเพิ่มอีสาลตินเป็ปไทด์ ซึ่งเปรียบเหมือนชั้นสปริง ช่วยคืนความกระชับแน่นตึงสู่ผิว และ เรียบเนียน (Smoothen) สมูทแอนด์มอยส์ เท็กเจอร์ ปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่น เรียบเนียนลื่น เผยผิวแบบดูมีสุขภาพดี

สนใจหาซื้อได้ที่ อาวียองซ์ช็อปทุกสาขา หรือผู้ร่วมธุรกิจอาวียองซ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2554-2655